xs
xsm
sm
md
lg

เรือนกาหลง ตอนที่ 9

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เรือนกาหลง ตอนที่ 9

จอกนั่งยิ้มให้พุดจีบแล้วทำท่าลิเก

“เล่าความประสงค์ของเจ้าทั้งสองมา จะให้ข้าช่วยเรื่องอันใด อันตัวเรานี้ยินดีเป็นนักหนา จะผ่อนทุกข์คลายโศกให้พวกเจ้า”
“ฉันอยากรู้เรื่องวันที่พี่ไปดำเก็บดอกบัวให้พี่กาหลงจ้ะ” เพชรตัดสินใจถาม
จอกหยุดกึกหุบยิ้มทันที โขงรีบขัด
“เอ็งถามเรื่องนั้นทำไม ประเดี๋ยวมันก็โวยวายอีกหรอก ข้าเหนื่อยแล้วไม่ไหวจะกระชากลากถูมัน ไอ้จอกกลับไปนอน” โขงยกมือไหว้เป็นลิเก “ขอเชิญเสด็จพี่เข้าบรรทมเพคะ”
โขงจะพาตัวไปนอน จอกสะบัดออกท่าทางจริงจัง
“ถึงเวลาแล้วกระมัง ที่เรื่องแต่หนหลังต้องปรากฎ...ข้าจะชี้แจ้งแถลงไขให้กระจ่าง”
พุดจีบและเพชรดีใจ
“วันนั้นมันเกิดอะไรขึ้น พี่เห็นอะไรที่ใต้น้ำบึงบัว” พุดจีบรีบถาม
“ข้าเห็น...”
เพชรและพุดจีบลุ้น...
“ข้าเห็น...”
จอกจะบอกแต่ก็กลัว น้ำตาไหล เพชรหยั่งเชิงถาม
“พี่เห็นซากศพ”
จอกร้องไห้
“ใช่”
พุดจีบถามต่อทันที
“ศพของใคร”

เสียงโขลกน้ำพริกดังที่ครัว โชติเดินตรงไปยังครัวเดินด้วยความระวังตัว มั่นเดินตามไป กล้าๆกลัวส่วนขาบกลัวมากเดินตามไป

พุดจีบถามซ้ำ
“พี่เห็นศพใครจ๊ะ”
จอกจะพูดน้ำตาไหล มองไปยังพุดจีบ โขงและเพชรสงสัย โขงเดาเรื่องราว
“ศพผู้หญิง”
จอกพยักหน้าทั้งน้ำตา พุดจีบสงสัย
“ใครกัน”
จอกมองพุดจีบแล้วเอามือไปจับผมพุดจีบลูบไล้ตามเส้นผมที่ยาว เพชรตีความ
“ผมยาว”
“ยาว...ยาว...”
โขง พุดจีบและเพชรมองหน้ากัน ทำให้นึกถึงกาหลง
“พี่หมายถึง...”
พุดจีบจะถาม แต่แล้วไม้เข้ามา
“ไอ้โขง”
ทุกคนตกใจที่ไม้เข้ามาขัดจังหวะ พุดจีบและเพชรกลัวไม้จะโกรธ
“ข้ากำชับให้เอ็งดูแลไอ้จอกให้ดี อย่าให้ใครกวนใจมันเอ็งไม่ฟังคำข้า ประเดี๋ยวมันก็เสียสติก่อเรื่องขึ้นมาอีก เอ็งไม่เข็ดหลาบรึไง”
“พุดจีบกับน้องเพชรเขาแค่อยากรู้...” โขงพยายามอธิบาย
ไม้ขัดขึ้น
“ไม่ต้องพูดมาก พาไอ้จอกเข้านอน”
โขงจึงลากจอกออกไป จอกอยากบอกพุดจีบและเพชร
“ผมยาว...ยาว”
เพชรยังอยากรู้
“ยาวแค่ไหน ยาวแค่นี้ได้ไหม”
เพชรพยายามจะถามให้รู้ โขงพาจอกไป ไม้หันมองดุเพชรแล้วลากเพชรออกไปจากวัด
“พี่ไม้”

พุดจีบจำต้องตามไม้ออกไป

ไม้ดึงตัวเพชรออกไปจากหน้าวัด

“เอ็งกลับไปเรือ แล้วถ่อเรือแจวเรือออกไปจากบ้านบัวสี”
“พี่ไม้อย่าไล่ฉันเลย...ฉันเป็นน้องพี่”
“ใครที่คิดว่าเมียข้าเป็นผี ข้าไม่นับญาติ ไม่นับเป็นพวก”
พุดจีบรู้สึกผิด รู้ดีว่าไม้พาลโกรธเธอด้วย
“ฉันผิดเองจ้ะพี่ไม้ ฉันเป็นคนพาเพชรมาหาพี่จอก ฉันเพียงอยากฟังความจากปากให้รู้จริง”
“ความจริงก็รู้เห็นว่ากาหลงเป็นยังไง พี่เสียใจที่พุดจีบไม่วายตื่นตูม...จับเรื่องโกหกพกลมมาเป็นคิดเป็นตุเป็นตะ หากจอกมันเจอซากกาหลงใต้น้ำ พี่ก็ต้องเห็นพี่เคยดำน้ำลงไปแล้วไม่เจออะไรเลย”
เพชรขัดทันที
“ผีอาจบังตาก็ได้นะพี่”
ไม้ตวาด
“พอได้แล้ว...ข้าไม่อยากฟัง ข้าไม่เชื่อใจใครนอกจากเมียข้า” ไม้หันไปต่อว่าพุดจีบ “หยุดเรื่องนี้ เลิกสงสัยในตัวเมียพี่ พี่ร่วมหอนอนเรือนกับกาหลงมาพอควร คนกับผีจะอยู่กินกันได้ยังไง ใช้ขมองตรองคิด”
ไม้ตะคอกถามทำให้พุดจีบอึ้ง เถียงไม่ออก
“จริงอย่างพี่พูด...คนกับผีจะอยู่กินกันได้ยังไง ฉันขอโทษจ้ะ”
เพชรผิดหวังที่พุดจีบยอมถอย
“พี่พุดจีบ”
พุดจีบหันไปบอกไม้
“ฉันจะไม่พูดเรื่องนี้อีก...ฉันขอตัวกลับเรือน”
พุดจีบลาไม้แล้วเดินออกไป ไม้หันไปมองเพชร
“ไม่อยากให้ข้าผิดใจก็หยุดใส่ความเมียข้า”
“จ้ะ”
เพชรรู้สึกผิดเดินออกไป ไม้ไม่พอใจที่มีคนว่ากาหลงเป็นผี

เสียงโขลกน้ำพริกยังดังอยู่ พวกโชติเดินเข้ามายังไม่กล้าโผล่หน้าเข้าไปในห้องครัว เสียงโขลกดังต่อเนื่องโชติตัดสินใจเดินตรงเข้าไปในห้องครัว มั่นและขาบตามไป ไม่มีใครอยู่ตรงหน้าทุกคนตกใจ ทันใดนั้นเสียงกาหลงดังขึ้น
“พวกเอ็งมาทำอะไรกัน”
พวกโชติหันไปอีกมุม กาหลงนั่งตำน้ำพริกอยู่ที่มุมหนึ่ง ขาบเห็นกาหลงก็ตกใจรีบหลบฉาก มั่นดีใจ
“นังกาหลง มันนั่งตำน้ำพริก มันไม่ตาย มันไม่ใช่ผี”
กาหลงไม่พอใจ
“พวกเอ็งหวังอะไรถึงบุกเข้าครัวข้า แล้วมาชี้หน้าแช่งว่าข้าเป็นผี” กาหลงลุกขึ้นคว้าสากขึ้นมา “ออกไปจากเรือนข้าให้ไว ออกไป”
ขาบตื่นกลัว
“ไปเถอะพี่ มันโกรธ ประเดี๋ยวมันจะหักคอ”
มั่นตบหัวขาบ
“บ๊ะ...ผีที่ไหนจะมานั่งโขลกน้ำพริก ถ้ามันเป็นผีจริงมันไม่ออกแรงให้เหนื่อยหรอก มันคงร่ายมนต์ให้สากกะเบือตำพริก ฮะฮาฮ่า” มั่นหัวเราะชอบใจ
“นังกาหลงตายแล้ว” ขาบยังยืนยัน
“มันยืนอยู่นี่จะตายได้ไงวะ” มั่นเถียง
“พวกเอ็งอย่ามาทะเลาะให้หนวกหู ออกไปจากเรือนข้า” กาหลงตวาด
โชติจ้องหน้า
“ข้าไปแน่ แต่ข้าต้องรู้ให้เห็นแก่ใจ ว่าเอ็งเป็นใคร”
กาหลงแปลกใจ
“อบเชยบอกว่าเอ็งเป็นผีเล่นงานมัน ข้าไปบึงบัวก็ไม่เห็นซาก ข้าบุกเรือนมาครานี้ได้ปะตัวก็ดี ข้าจะพิสูจน์ให้รู้เอ็งเป็นคนหรือผี”
โชติชักดาบออกมา มั่นและขาบตกใจ
“พี่โชติจะทำอะไร” มั่นถามอย่างสงสัย
“หากมันเป็นผี ดาบนี้คงทำอะไรมันไม่ได้ แต่หากมันเป็นคนข้าก็จะล้างแค้นเอาคืนที่มันฝากรอยบากไว้หน้าข้า”
“พวกเอ็งไสหัวออกไปจากเรือนข้า”
กาหลงปาสากใส่พวกโชติหลบได้
“จับมัน”
มั่นวิ่งเข้าไปจับกาหลง ขาบกลัวไม่กล้าเข้าไปแต่โชติมองขู่ขาบเข้าไปช่วยจับกาหลงดิ้น
“ปล่อยข้า ปล่อยข้า”
โชติมองพวกมั่นเข้าไปจับกาหลงด้วยความสะใจ

ไม้เดินตรงเข้าไปในโบสถ์ ตั้งใจจะเข้าไปกราบพระ ขอพร

มั่นและขาบพยายามจับตัว กาหลงยื้อยุดจะดิ้นหนีแล้วศอกเข่าใส่มั่นและขาบทั้งสองทรุดลงอ กาหลงฉวยจังหวะจะวิ่งหนีออกไปจากครัว โชติชักดาบแล้วฟันเข้าที่กลางหลัง กาหลงทรุดตัวลงหันหน้ามาหาโชติ

“เอ็ง”
ไม้ก้มกราบต่อหน้าองค์พระประธาน

โชติยกดาบฟันไม่ยั้ง
“ข้าอยากรู้ว่าเอ็งเป็นผีหรือคน เอ็งเป็นผีหรือคน”
โชติยกดาบขึ้นฟันไม่ยั้งปากพูดไม่หยุด มั่นและขาบตกใจเห็นภาพโชติฟันดาบไม่ยั้งเลือดกระเด็นเปรอะห้องครัว มั่นเข้าห้าม
“พอแล้วพี่ มันตายแล้ว”
โชติได้สติหยุดฟันดาบ มองตรงหน้า ร่างกาหลงนอนจมกองเลือด โชติยิ้มสะใจ

ไม้นั่งสวดมนต์ต่อหน้าองค์พระ
“นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ...นะโมตัสสะ”

ร่างกาหลงนอนนิ่งจมกองเลือด เลือดไหลออกจากร่างกาย
“พวกเอ็งมันปอดแหก เห็นไหมมันนอนตายอยู่ตรงนี้ มันไม่ใช่ผีมันเป็นคน...ไม่ใช่สิ...มันตายแล้ว มันตายด้วยดาบข้า มันเป็นผี มันเป็นผี”
โชติหัวเราะอย่างสะใจ ที่กำจัดกาหลงได้ มั่นรีบบอก
“พี่โชติรีบไปเถอะ ก่อนที่ไอ้ไม้หรือชาวบ้านมาเห็น”
โชติได้สติ
“พวกเอ็งเอาศพมันออกไปจากเรือน เอาไปลอยน้ำ สมอ้างว่ามันโดนโจรบุกมาปล้นฆ่าแล้วจับโยนน้ำหน้าเรือน”
มั่นและขาบไม่กล้าทำ กลัวๆ
“ข้าบอกให้เอาศพมันไปทิ้ง”
โชติตะคอกใส่ พวกมั่นและขาบตกใจ รีบเดินไปยังร่างกาหลงแต่แล้วก็ตกใจตาโต โพล่งออกมาพร้อมกัน
“ศพมันหายไป”
โชติแปลกใจหันกลับไปที่ร่างกาหลงไม่พบแล้ว มีเพียงกองเลือด
“มันหายไปไหน”
ขาบตื่นกลัวสุดๆ
“ฉันบอกแล้วว่ามันเป็นผี ผีมันหายตัวได้”
โชติไม่เชื่อ
“ไม่จริง...มันคงยังไม่ตายดีคลานหนีออกไปทางโน้น” โชติชี้ไปที่ประตูมุมหนึ่ง “พวกเอ็งลงไปดูใต้ถุนเรือน”
มั่นและขาบกล้าๆกลัว แต่จำต้องออกไป โชติมองไปแปลกใจว่ากาหลงหายไปไหน ยังไม่คิดว่ากาหลงเป็นผี

มั่นผลักขาบให้ลงบันไดไป
“ลงไปดูสิวะ”
“เอ็งนั่นแหล่ะลงไป ข้าไม่ไป”
“พี่โชติสั่งนะเว้ย”
“ไม่ดูข้าก็รู้ว่าเป็นผี”
“อย่ามาทำหงิมขวัญอ่อน พี่โชติฟันมันตายเมื่อครู่ ข้าลงไปดูเอง”
มั่นลงบันไดไปแล้วลงมายืนข้างล่างก็หยุดกึกหันขวับไปหาขาบ
“เอ็งได้ยินเสียงอะไรไหม เสียงหยดน้ำ”

โชติยืนมองกองเลือดกาหลงที่หยดลงไปใต้ถุนเรือน...มั่นหันกลับไปถามขาบ
“หรือจะเป็นเสียงหยดเลือดนังกาหลง”
ขาบส่ายหน้า
“ข้าว่าไม่ใช่”
ขาบยืนขาสั่น ฉี่แตกไหลออกมาหยดลงจากเรือนกาหลง มั่นส่ายหน้า
“ปัดโธ่...ไอ้ตาขาว กลัวจนฉี่ราด...ข้าไปดูเองก็ได้”
มั่นเดินออกไปเพื่อจะลอดไปดูใต้ถุนเรือนกาหลง ขาบกลัวมาก
“รอข้าด้วย”
ขาบรีบวิ่งตามมั่นไปเพื่อเข้าไปลอดใต้ถุนเรือนกาหลง

เลือดของกาหลงหยดลงพื้นเสียงหยดเลือดดังต่อเนื่องเหมือนเสียงน้ำ โชติเดินเข้ามาใกล้ มองด้วยความแปลกใจ ที่มีเสียงหยดเลือดดัง หยดเลือด หยดจากเรือนลงสู่ใต้ถุน โชติก้มลงกับพื้น...แล้วค่อยๆมองลอดช่องพื้นเพื่อมองไปข้างล่าง
โชติมองไม่เห็นอะไร นอกจากเลือดที่ตกพื้นดิน เขาเงยหน้าขึ้นมาแต่แล้วต้องแปลกใจที่รอยเลือดบนพื้นไหลลงพื้นไปคราวเดียวจนหมด เสียงจ๋อมใหญ่ โชติสงสัยก้มลงมองอีกครั้งเห็นร่างกาหลงนั่งอยู่ที่พื้นใต้ถุน เงยหน้ามองโชติด้วยสายตาอาฆาต
“มึงฆ่ากู...มึงตาย”
โชติร้องเสียงหลง
“อีกาหลง”
มั่นและขาบกำลังจะคลานเข้าไปดูที่ใต้ถุนเรือนกาหลง...โชติวิ่งลงจากเรือนด้วยความกลัว แล้ววิ่งหนีออกไป มั่นสงสัย
“พี่โชติ พี่โชติไปไหน”
ขาบหวาดหวั่น
“ข้าว่าพี่โชติเจอดีแล้ว”
“เจอดีเจออะไรวะ”
ขาบย้อนถาม
“เอ็งเจอร่างกาหลงไหมล่ะ”
มั่นมองไปที่ใต้ถุนเรือน ไม่เจอร่างกาหลงก็ถึงบางอ้อ
“บนเรือนก็หามีไม่ ใต้ถุนก็หาไม่มี ยังงี้ไม่ผิด”
ขาบมองหน้ามั่น พูดพร้อมกัน
“ผี”

ขาบและมั่นตกใจรีบวิ่งออกไปจากเรือนกาหลง

ไม้นั่งสวดมนต์แผ่เมตตา

“สัพเพ สัตตา...สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น อเวรา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิดอย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย...อัพยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้พยายามเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย”

โชติถือดาบวิ่งหนีไปด้วยความกลัว กาหลงยืนมอง ตะโกนเสียงดังลั่น
“เอ็งตามล้างผลาญข้าไม่รามือ จังไรคนอย่างเอ็งมันต้องตาย”
โชติหันมามองด้วยความกลัว รีบวิ่งหนีไป

ขาบและมั่นวิ่งมาที่เรือนช่วง ตะโกนเรียก
“พ่อผู้ใหญ่”
“พ่อช่วง”
ช่วงเปิดประตูห้องออกมาไม่พอใจ
“โหวกเหวกอะไรวะ”
“ไปช่วยพี่โชติด้วยเถอะ” ขาบบอกอย่างร้อนรน
ช่วงชะงัก
“ไอ้โชติเป็นอะไร”
“ผีนังกาหลงเล่นงานพี่โชติ”
แม่น้อยยืนฟังที่มุมหนึ่งก็ตกใจกลัว

โชติวิ่งหนีสะดุดพื้นล้มลง เท้ากาหลงเดินเข้ามา

ไม้สวดมนต์อยู่ในโบสถ์
“อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย”

โชติลุกขึ้น แล้วชักดาบขึ้นสู้
“ผีก็ผีสิวะ ข้าจะฟันให้ตายเสียมื้อนี้ อดไปผุดไปเกิดเทียว”
กาหลงเดินเข้ามา โชติเข้าไปฟัน ร่างกาหลงหายไปโผล่ด้านหลัง โชติก็หันไปฟัน ร่างกาหลงหายไป โชติหันไปฟันจนทั่วแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ โชติฟันจนเหนื่อยหอบได้สติหยุดฟัน มองไปรอบๆไม่เจอกาหลง โชติใจคอไม่ดี บนพื้นเส้นผมของกาหลงค่อยๆเคลื่อนจากพื้นแล้วขึ้นมาจะรัดตัวโชติ

ไม้กำลังสวดบทสุดท้าย
“สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกายสุขใจรักษาตน ให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด”
ไม้สวดจบ หันไปมองพระประธาน

เส้นผมรัดตัวและคอ โชติดิ้นแล้วหันไปฟันฉับ เส้นผมขาดแล้วก็หดตัวหายไปคืนไปยังเส้นผมของกาหลงที่ยืนมองด้วยความโกรธแค้น ช่วงวิ่งเข้ามาตะโกนเรียก
“โชติ”
“พ่อ...”
โชติวิ่งไปสมทบช่วง
“มีเหตุอะไร”
“กาหลงเป็นผี มันเล่นงานฉันเสียชะงัก”
“มันอยู่ไหน”
“มันอยู่ทางนั้น”
โชติชี้ไปที่ตำแหน่งกาหลงแต่ไม่พบร่างกาหลงแล้ว
“กลับเรือนไปเสีย”
ช่วงเป็นห่วงโชติ รีบพาโชติวิ่งกลับไปที่เรือน

ช่วงพาโชติกลับขึ้นมาบนเรือน
“เอ็งเข้าห้องไป พ่อจะไปเอาน้ำมนต์มารดไล่เสนียดผี”
โชติรับคำ แล้วเดินตรงไปยังห้องนอน โชติเปิดประตูห้องนอนก็ตกตะลึง ภาพกอบัวที่บึงน้ำปรากฎขึ้นมาโชติตกใจร้องเรียกช่วง
“พ่อ”
ช่วงเดินเข้ามาพร้อมลูกมะพร้าว
“เป็นคนต้องใช้น้ำมนต์ แต่คนตายต้องล้างหน้าด้วยน้ำมะพร้าว”

ช่วงใช้มีดฟันเฉาะลูกมะพร้าวแล้วเอาน้ำมะพร้าวสาดใส่หน้าลูกชาย โชติตกใจหลบ ช่วงหัวเราะสะใจ โชติเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจหันไปถาม
“พ่อทำอะไร”
กลายเป็นกาหลงยืนอยู่ในตำแหน่งของช่วง กาหลงได้แปลงเป็นช่วง โชติหน้าตื่น
“อีกาหลง”
กาหลงหัวเราะชอบใจ ทันใดนั้นเรือนเหมือนสั่นไหว โชติหันไปมองเรือนโดยรอบภาพเปลี่ยนกลายเป็นบึงบัว โชติหันมองตัวเองรู้ว่ายืนอยู่บนผิวน้ำแล้วร่างก็ตกลงน้ำไป
“ช่วยด้วย”
โชติตกลงสู้ใต้น้ำตกใจจะดีดตัวขึ้นไปแต่แล้วกาหลงปรากฏกายเข้ามาบีบคอ โชติพยายามดิ้นขัดขืนแต่สู้แรงไม่ได้กำลังจะเสียท่าให้กาหลง...ทันใดนั้นมีลำแสงพุ่งเข้ามาที่ผิวน้ำกาหลงร้องกรี๊ดแล้วร่างหายไป ช่วงกระโจนน้ำลงมาแล้วลากตัวโชติขึ้นไป มั่นและขาบเข้าไปช่วยพยุงตัวโชติขึ้นมาโดยมีช่วงดูแล
“พี่โชติ”
โชติถูกดึงตัวมามองเห็นหมอผีตรงหน้าแล้วสลบไป
“นังนี่ฤทธิ์เดชมันไม่เบา...พลังของมันแรงกล้านัก” หมอผีหนักใจ
ช่วงโกรธแค้น

“อีกาหลง”

อ่านต่อเวลา 17.00น.

เรือนกาหลง ตอนที่ 9 (ต่อ)

เช้าวันใหม่ ไม้เดินเข้าไปในครัว...มองตรงไป เห็นกาหลงกำลังก้มหน้าทำอะไรบางอย่าง
“กาหลง…ทำอะไรรึนั่น”
กาหลงหันกลับมาหา
“เช็ดพื้นให้เรี่ยมอยู่จ้ะ”
“เปรอะอะไรนักหนา”
“ฉันทำน้ำแกงเลอะเปรอะพื้นจ้ะ”
ไม้เข้ามาหากาหลงนั่งคุกเข่าลงข้างๆ
“มา ให้พี่ช่วย”
“ไม่เป็นไรจ้ะ...”
กาหลงยิ้มตอบแล้วขัดพื้น ไม้จ้องมองจับหน้ากาหลง
“กาหลงไม่สู้สบายรึเปล่า เห็นหน้าซูบซีดเชียว”
“เมื่อคืนฉันไปวางเบ็ดจ้ะ แล้วได้ปลามาหลายตัว”
กาหลงลุกไปที่อ่างใส่ปลาแล้วจับปลาขึ้นมาวางขอดเกล็ด
“วานนี้พี่แวะไปสวดมนต์ที่วัดให้คลายใจ กาหลงน่าจะเข้าวัดไปสวดมนต์กับพี่บ้าง พี่ไม่อยากให้กาหลงฆ่าสัตว์ตัดชีวิต”
กาหลงกำลังจะหั่นปลาก็ชะงัก
“เลี่ยงยังไงได้ล่ะจ๊ะ ปากกัดตีนถีบขนานเราไม่มีทางให้เลือกถ้ามีทางให้เลือกถมเถ ฉันก็ไม่อยากใจชั่วทำร้ายสัตว์”
กาหลงมองปลา แต่ความหมายในใจคือการฆ่าคน...กาหลงหันไปบอกไม้
“ไม่มีใครอยากสร้างเวรหรอกจ้ะ…” กาหลงหันไปยิ้มให้ ไม่อยากให้ไม้ผิดหวัง “เพลาหน้าฉันจะไปสวดมนต์กับพี่”
กาหลงยิ้มให้ ไม้ยิ้มตอบ

เพชรเก็บของอยู่ที่ท่าเรือ กาเหว่าวิ่งเข้ามาหา
“พี่เพชร พี่เพชร”
“มีอะไรกาเหว่า”
“เมื่อคืนพี่เจอ...”
เพชรตอบทันที
“ไม่เจอ”
“บ๊ะ...พี่รู้เหรอว่าฉันจะถามอะไร”
“เอ็งจะถามว่าเจอชบา พี่สาวเอ็งมิใช่รึ”
“ไม่ใช่”
“เอ้า...แล้วเอ็งจะถามอะไร”
กาเหว่าตัดสินใจถาม
“พี่เจอผีไหม”
เพชรตกใจ แปลกใจที่กาเหว่าถามอย่างนี้

เผื่อนและงามมาตลาดเจอกับยายมา จึงบอกเรื่องกาหลงเป็นผี
“ผีนังกาหลง” ยายมาตกใจ
ชาวบ้านแถวนั้นหันมามอง เผื่อนและงามรีบเอามือปิดปากยายมา งามรีบตะโกนแก้ต่าง
“ผีเสื้อจ้ะ ผีเสื้อบินมาแล้วบินไป”
ชาวบ้านต่างแยกย้ายเดินซื้อของต่อ ไม่สนใจ ยายมารีบดันตัวให้หลุดจากเผื่อนและงามที่ปิดปาก
“เหม็นขี้มือพวกเอ็ง”
“เก็บเงียบนะน้า เรื่องนี้อย่าเพิ่งพูดไปเทียว ประเดี๋ยวผีนังกาหลงจะมาหักคอ” เผื่อนขู่
ยายมาชะงัก
“เอ็งทำพูดไป”
“จริงๆจ้ะน้า มื้อก่อนมันเล่นงานคุณอบเชยนอนเพ้อมาสี่ซ้าห้าวัน ยังลุกไม่ขึ้นเลย” งามยืนยัน
“แล้วก็ยังเล่นงานคุณโชติอีก” เผื่อนเสริม
เผื่อนกับงามพูดพร้อมกัน
“นังกาหลงเป็นผี”
ตาสรเดินเข้ามา ตาสรเจ้าชู้ แสร้งไม่ได้ยิน
“เอ็งว่ากระไร มากระซิบที่ข้างหูข้านี่”
เผื่อนหลงกลจะเข้าไปกระซิบที่ข้างหูตาสร ยายมาดึงหูตาสรออกห่าง
“หูตึงนัก ข้าจะบอกให้” ยายมาตะคอกใส่หู “พวกมันบอกว่า นังกาหลงเป็นผี”
ตาสรสะดุ้งแสบแก้วหู
“ข้าไม่เชื่อ ผีเผอที่ไหนจะไปทำนา เก็บผักตกปลาได้ล่ะวะ”
เผื่อนไม่พอใจ
“หาว่าพวกข้าถ่อยใส่ความล่ะสิ”
ยายมาสวน

“เออ”

งามมองหน้าสองผัวเมีย
“พวกน้าระวังให้สนิทแล้วกัน ฉันมาเตือนด้วยความหวังดี เทียวออกไปทงปลา แทงกบดึกๆดื่นๆ ระวังเถ๊อะ จะโดน ผีนังกาหลงหักคอเสียให้คร็อก”
“เอ้าอีงาม เอ็งแช่งข้าประเดี๋ยวแม่ตบให้ฟันร่วง”
ยายมาเงื้อมือจะตบ เผื่อนดึงงามออกไปจากตลาด ตาสรเริ่มสงสัย
“รึท่าจะจริง”
“ใครเชื่อพวกมันก็ออกลูกเป็นควาย” ยายมาซัดหน้าไปหาตาสร
ตาสรสะดุ้ง
“ใช่...ใครเชื่อก็ออกลูกเป็นควาย” ตาสรซัดหน้ากลับไปหายายมา
“เอ็งด่าว่าข้าเป็นควาย”
ยายมาโกรธคว้าของใกล้ตัว ปาใส่ตาสร

เพชรฟังเรื่องราวก็แปลกใจ หันไปถามกาเหว่า
“แล้วเอ็งเชื่อคำพวกมันไหม”
“ไม่...เขารู้ออกแซ่ว่ามันเกลียดพี่กาหลง พูดจาใส่ถ้อยใส่ความพี่ข้า หวังยุให้คนชังพี่ข้า สุดท้ายนายมันจะได้สมรักกับพี่ไม้”
“มันก็จริงของเอ็ง”
“คอยดูเถอะ หากฉันได้ยินใครพูดว่าพี่กาหลงเป็นผี ฉันจะต่อยให้ปากแตก”
เพชรแกล้งแหย่
“พี่กาหลงเป็นผี”
กาเหว่าไม่พอใจจะต่อย เพชรกำหมัดไว้ตกใจ
“เฮ้ย...ข้าเป็นพี่ เป็นผู้มีพระคุณกับเอ็งนะเว้ย”
“กับใครหน้าไหนก็ไม่เว้น ข้ารักพี่สาวข้า ข้าไม่ยอมให้ใครมาลบหน้าพี่สาวข้า”
เพชรเห็นความรักที่กาเหว่ามีต่อกาหลงก็พอใจ เพชรเดินลงไปที่เรือ กาเหว่ามองตามไป

เผื่อนและงามระริกระรี้กลับจากตลาด
“พวกมันโง่ไม่เชื่อคำ ระวังเถ๊อะจะโดนดี” เผื่อนน้ำเสียงเยาะๆ
“ขอให้ผีกระชากไส้ออกมา ข้าจะเอามาต้มกิน” งามเสริม
เผื่อนตกใจ
“นังงาม เอ็งเป็นปอปรึ”
“ข้าก็พูดไปพอสนุกปาก”
“หน้าเอ็งมันก็คลับคล้ายท่าจะเหมือนปอปขึ้นทุกวัน ข้าล่ะเสียวท้อง”
เผื่อนระวังตัวออกห่าง งามนึกสนุกแกล้งทำตาเหลือกแลบลิ้นเลียนแบบปอป
“เอ็งพูดซะข้าหิว อยากกินไส้”
“อย่านะนังงาม”
เผื่อนเริ่มกลัว งามทำท่าจะเข้าไปจกไส้ เผื่อนวิ่งหนี ไปชนแม่น้อย
“ว้าย”
เผื่อนและงามเจอแม่น้อยก็ตกใจ นั่งลงข้างล่าง เผื่อนจ๋อย
“ขอโทษจ้ะ”
“ข้าสั่งให้ไปหาหยูกยาให้ลูกข้าได้หรือไม่” แม่น้อยถามเสียงเข้ม
“ได้เจ้าค่ะ”
“หายไปนานสองนาน มัวไปทำอะไร รึเทียวโพทะนาเรื่องในเรือนข้า”
เผื่อนและงามตกใจ กลัวแม่น้อยรู้ว่าไปบอกยายมาและตาสร รีบปฎิเสธพร้อมกัน
“เปล่าจ้ะ”
“แม้แต่เรื่องคุณอบเชยเสียสติ ก็ไม่มีใครรู้ใครเห็นเจ้าค่ะ” งามพูดเจื้อยแจ้ว
แม่น้อยมองดุ ไม่อยากคาดคั้นให้เสียเวลา
“เอ็งเร่งเอายาไปต้มให้ลูกข้า”
“ต้มให้ใครกินก่อนเจ้าคะ คุณอบเชย” เผื่อนถาม
“รึคุณโชติ” งามถามต่อ
“ต้มให้ทั้งสองนั่นแหล่ะ ไปเร่งมือ”
“เจ้าค่ะ”
เผื่อนและงามรีบออกไป แม่น้อยกังวลใจ รีบเดินไปยังห้องของโชติ

เพชรลงเรือเก็บของ กาเหว่าเข้ามา
“พี่เก็บของไปไหน รึกลัวผี”
“หนักเกินไปสิเอ็ง คนอย่างข้าไม่เคยกลัวผี ผีเป็นสิ่งที่คนอุปโลกน์ขึ้นมา”
“แล้วพี่จะไปไหน”
“อยู่นี่ไม่สู้รับสบาย อยู่ไปก็ไม่มีใครรัก”
“พูดยังกะคนอกหัก พี่แอบรักใคร”
“เอ็งเป็นเด็กเป็นเล็กอย่าพูดมาก...ว่าแต่ พี่สาวเอ็งไปไหน ข้าไม่เห็นออกมานอกเรือน”
“จะไปไหนได้ล่ะ แม่คุมพี่ชบาแจ พี่ชบาจะไปเก็บผักบุ้งมาผัดกินแม่ยังสั่งให้ฉันเก็บแทน ว่าแต่พี่ถามถึงพี่ชบาทำไม”
“ข้ากำลังจะไป ก็แค่อยากกล่าวลา ไม่มีอะไรนักหนาหรอก คนเราต้องรู้จัก ไปลามาไหว้”
“มีอะไรฝากบอกฉัน ฉันจะบอกพี่ชบาให้”
เพชรฟอร์มจัด
“อย่าเชียวนะเอ็ง อย่าให้เขารู้ว่าข้าจะไปจากที่นี่ เขาเองไม่สนใจใยดีอยากรู้”
“เอ้า ไม่บอกก็ไม่บอก”
เพชรผิดหวัง
“เอ็งจะไม่บอกเชียวรึ”
“บ๊ะ ก็พี่สั่งไม่ให้ฉันพูด”
เพชรยิ้มตอบ
“บอกก็ได้...แค่บอกเฉยๆ ไม่ต้องพร่ำให้ เขามาส่งหรอก ข้าไม่อยากเจอหน้า ประดี๋ยวมาคร่ำครวญลาน้ำตาร่วงเผาะ ข้าล่ะหวั่นใจกับน้ำตาผู้หญิง พาลจะไม่ได้ไปเสีย”
กาเหว่าส่ายหน้า
“ผู้ใหญ่นี่เข้าใจยากแท้เชียว ไม่อยากโตเป็นผู้ใหญ่สิเออ”
กาเหว่าเดินออกไป เพชรมองตาม รู้สึกผิดหวังที่ต้องไปจากที่นี่
“ตามจับขุนหวาดก็ไม่คืบหน้า ยังมีหนักอกเรื่องรัก เห็นทีต้อง เคลื่อนขบวนเสียแล้วกระมัง”

เพชรจำใจต้องจากไปที่นี่ เพื่อปฎิบิติภารกิจต่อไป

ชบารู้ข่าวว่าเพชรจะไปจากที่นี่ก็ตกใจ
“ไอ้กาเหว่าเอ็งว่าอะไรนะ”
กาเหว่าจุ๊เสียง กลัวแม่กลอยได้ยิน
“เบาๆสิพี่ ประเดี๋ยวแม่ก็ได้ยิน เดือดเป็นฟืนเป็นไฟ ฉันบอกว่าพี่เพชรจะไปจากบ้านบัวสี”
ชบาเสียใจแต่เก็บความรู้สึก
“ไปก็ดี แล้วเอ็งมาบอกข้าทำไม”
“เอ้า ก็พี่อยากรู้”
“คิดไปร้อยไปพัน เอ็งรู้ได้ไงว่าข้าอยากรู้เรื่องเขา”
“ก็หน้าพี่มันฟ้อง แค่ได้ยินฉันพูดไม่ทันขาดคำ พี่ก็ใจหายใจคว่ำอย่างนี้เขาเรียกว่าห่วงหาอาวรณ์”
“เอ็งไม่ใช่ใจข้า อย่าทำเป็นรู้ดี”
ชบาฟังก็ทำทีไม่สนใจ นั่งทำงานต่อ
“พี่ไปส่งเถอะ รอน้ำขึ้นคืนนี้พี่เพชรก็ไปแล้ว”
“ญาติโกโหติกาก็หาใช่ ข้าไม่ไป”
“พี่คงกลัวแม่จับเฆี่ยน” กาเหว่าเสนอทางออก “งั้นมีอะไรฝากบอกฉัน ฉันจะนำสารไปบอกพี่เพชร”
“ใช่เรื่องเสียเมื่อไร...ข้าไม่สนใจใยดี”
ชบานั่งทำงานต่อ กาเหว่าผิดหวังที่ชบาไม่ห่วงใยเพชร...แม่กลอยอยู่มุมหนึ่งได้ฟัง ก็คลายกังวลที่ชบาไม่สนใจเพชร

แม่น้อยเดินเข้ามา เห็นโชตินอนไม่สบายไม่ได้สติ นอนนิ่งบนเตียง แม่น้อยเข้ามาลูบหัวลูบหน้าลูกชาย
“ลูกแม่...คนนึงก็คลั่งสติไม่สมประดี อีกคนก็ไม่ฟื้นตื่นมา ชะรอยกรรมหนใดกัน ถึงได้เล่นงานหนักเพียงนี้”
ช่วงเดินเข้ามา พร้อมพวกสิงและมั่น ขาบอยู่ด้านหลัง แม่น้อยกังวลใจ
“พี่ช่วง ลูกเราอาการไม่ดีขึ้นเลย พี่พาลูกไปรักษาในเมืองเถอะพี่”
“พาไปก็ป่วยการ มันไม่ได้เป็นไข้หรือติดโรค มันโดนผีเล่นงาน”
“พี่ยังปักใจว่ากาหลงเป็นผีอีกรึ”
“เอ็งก็ได้ยินอบเชยมันละเมอไม่เว้นวัน ไอ้มั่นไอ้ขาบก็แจ้งว่าบุกไปเรือนกาหลง ฆ่านังกาหลง”
แม่น้อยตกใจเมื่อรู้ว่าโชติฆ่ากาหลง
“ถึงกับฆ่าแกงกันเชียวรึ เวรกรรมหนักแท้”
“ผีนังกาหลงเล่นงานลูกข้า ชะรอยมันตายตั้งแต่ครั้งจับถ่วงน้ำ”
แม่น้อยไม่เชื่อ
“มันจะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงกัน ใครๆก็เห็นกาหลงไปไหนมาไหน มีตัวตนเดินเหินเฉกคน จะเป็นผีเป็นไม่ใช่”
ช่วงตบหน้าแม่น้อย
“อย่ามาเถียงข้า”
แม่น้อยทรุดลงไม่กล้าเถียงช่วงอีก ช่วงมองโชติ
“มันเล่นงานลูกข้า ต่อให้เป็นผี ข้าก็จะเอาคืนให้สาสม”
ช่วงเดินออกไป คิดทำอะไรบางอย่าง พวกสิงต่างออกตามช่วงไป แม่น้อยตกใจไม่เชื่อว่ากาหลงจะเป็นผี

ช่วงเปิดประตูเข้าไปในกะท่อม หมอผีนั่งบริกรรมคาถาอยู่ในห้องลืมตา ไม่ได้หันมาหาช่วง
“รอให้ตะวันตกดิน แล้วข้าจะจัดการให้สมใจเอ็ง”
ช่วงแปลกใจที่หมอผีรู้ทันความคิดของเขา ช่วงยิ้มพอใจ มั่นใจว่าหมอผีจัดการกาหลงได้

เพชรเปิดกล่องปืนหยิบปืนออกมา
“ถึงเวลาเดินทางอีกแล้วไอ้เกลอ เอ็งยังไม่ได้ปราบขุนโจรเลย ข้าหวังใจว่าอีกไม่นาน เอ็งจะได้สยบมัน”
เพชรรู้สึกว่ามีคนเดินเข้ามาก็หันไปมองด้วยความตกใจ
“พี่พุดจีบ”
“บอกความจริงมาเสียเถิด...นั่นปืนกระไร”
เพชรอ้ำอึ้ง
“ฉัน...”
“เอ็งไม่ใช่พ่อค้าเร่ รูปพรรณสัณฐานก็หาใช่ชาวนา บอกความจริงกับพี่ ไม่เช่นนั้นพี่จำต้องบอกบอกคนทั้งบางว่าเอ็งเป็นสมุนโจรปลอมตัวมา”
เพชรถึงตาจนจำต้องบอกความจริงทั้งหมดกับพุดจีบ

ไม้ผูกกางเกงเสร็จหลังจากเพิ่งอาบน้ำ เขารู้สึกว่ามีคนเดินเข้ามา ไม้หันไปมอง กาหลงเดินตรงมาหา ใช้มือแตะแป้งในมือที่เตรียมไว้แล้วปะหน้าให้ไม้ที่แก้มและใบหน้า ไม้ยิ้มให้แล้วจับมือกาหลงเอามือไปแปะแป้งให้เธอด้วย กาหลงยิ้มให้ ไม้ยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้ม
“หอมชื่นใจ...เมียพี่”
กาหลงยิ้มตอบแล้วหอมแก้มไม้
“หอมชื่นใจ...ผัวฉัน”

ไม้ยิ้มให้ กาหลงดึงมือเขาออกไป ไม้แปลกใจว่าจะพาไปไหน

พุดจีบรอฟังคำตอบจากเพชร
“จะบอกความจริงพี่ได้หรือยัง”
“ฉันไม่ใช่พ่อค้าเร่...แท้แล้ว ฉันเป็นตำรวจ”
พุดจีบมองไปที่ปืนในมือเพชร
“นั่นคงเป็นปืนประจำตำแหน่งเอ็ง”
เพชรพยักหน้า
“พ่อฉันรับราชการรับใช้เจ้านายอยู่ที่วิเศษไชยชาญ”
“ฉันคิดไว้แล้วเทียว ความคิดอ่านหาใช่ชาวนา”
“ฉันหมายจับขุนหวาด ฉันอยากพิสูจน์ให้พ่อฉันเห็นว่า แม้ฉันอายุยังน้อย ฉันก็เป็นมือปราบได้ ฉันจึงปลอมตัวลุยเดี่ยวมาที่นี่”
“พ่อเอ็งรู้ในข้อนี้ คงภูมิใจในตัวเอ็งมาก”
“แต่ฉันอาจทำให้พ่อผิดหวังแล้ว ฉันอยู่บ้านบัวสีนานโข ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ฉันจะล่องเรือไปที่อื่น อาจได้เบาะแสขุนหวาดมากกว่านี้ ฉันขอร้องให้พี่พุดจีบปิดเรื่องฉันไว้ พี่ยอมให้ฉัน
ได้ไหม”
“พี่ยินดีช่วยเหลือราชการ ยอมตามเอ็ง”
เพชรยิ้มดีใจ พุดจีบต่อรอง
“ก็ต่อเมื่อเอ็งร่วมสืบหาความจริงเรื่องกาหลง”
เพชรแปลกใจที่พุดจีบสงสัยกาหลง

กาหลงพาไม้มาที่ท่าน้ำ แล้วกาหลงลงนั่งที่พื้น หยิบกรรไกรตัดเล็บ ขึ้นมาแล้วตัดเล็บเท้าให้ ไม้มองกาหลงสุขใจที่เธอคอยปรนนิบัติเป็นอย่างดี

เพชรแปลกใจถามพุดจีบ
“พี่ยังคลางแคลงในตัวพี่กาหลง”
พุดจีบพยักหน้ารับ นึกถึงเหตุการณ์ตอนที่กาหลงแต่งงาน พุดจีบแต่งหน้าให้กาหลงแต่มีหยดน้ำที่ใบหน้ากาหลง พุดจีบแปลกใจแต่ไม่ติดใจ ซับน้ำแล้วแต่งหน้าให้
“พี่ไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร จวบจนพี่คิดถึงเหตุที่กาหลงถูกจับถ่วงน้ำ มันผิดวิสัยที่ผู้หญิงจะเอาตัวรอดมาได้”
“หากพี่ตามหาความจริงข้อนี้ พี่อาจผิดใจกับพี่กาหลงและพี่ไม้”
“พี่ได้ยินชาวตลาดนินทาว่ากาหลง พี่จำต้องหาความจริงมายืนยันว่าเพื่อนพี่ไม่ได้เป็นอย่างคำคนเขาพูดกัน...เอ็งช่วยพี่ได้หรือไม่”
เพชรคิดตัดสินใจ
“เอาสิเออ...ฉันหวังใจมาจับโจร กลับเคราะห์หนักขึ้นไปอีก ต้องมาจับผี เป็นไงเป็นกัน”
“งั้นเอ็งกับพี่ ไปคอยเฝ้าดูกาหลงที่เรือน...ให้รู้แน่ชัดว่ากาหลง เป็นอย่างไร”
เพชรพยักหน้ารับ ยอมทำตามแผนการของพุดจีบ

กาหลงตัดเล็บเท้าเสร็จนั่งลง ให้ไม้มานอนหนุน กาหลงจะตัดเล็บให้แต่ไม้ห้ามไว้เอากรรไกรมาถือเอง
“พี่ตัดเล็บให้กาหลง”
ไม้จับมือกาหลงไปจะตัดเล็บแต่เขาก็แปลกใจที่เล็บสั้น
“เล็บไม่ยาวเสียเลย”
กาหลงยิ้มตอบ
“ฉันเพิ่งตัดมื้อเช้านี้จ้ะ”
ไม้มองกาหลงแล้วจับเส้นผมกาหลงเอามาดมหอม แล้วมองความยาว
“เส้นผมกาหลงก็ไม่ยาวขึ้น มันน่าแปลกแท้”
“ฉันเพิ่งตัดมื้อเช้านี้จ้ะ”
ไม้ยิ้มตอบ กาหลงยิ้มหัวเราะ ไม้มองฟันกาหลงแล้วถาม
“ฟันกาหลงไม่ยาวขึ้นเลย”
“ฉันเพิ่ง...”
ไม้สวนขึ้น
“ตัดมื้อเช้านี้”
กาหลงหัวเราะที่ไม้พูดดักทางไว้ ทั้งสองหัวเราะมีความสุขด้วยกัน กาหลงมองไม้
“พี่ไม่ถามฉันเพิ่มล่ะ ว่าฉันรักพี่มากขึ้นไหม”
“พี่ไม่ถาม...เพราะใจพี่รู้ดี ว่ากาหลงรักพี่มากแค่ไหน”
“แค่ไหนจ้ะพี่”
“เท่าที่ชีวิตกาหลงจะให้พี่ได้”
กาหลงยิ้มดีใจ
“ปากหวานนักเชียว”
“หวานจริงนะเออ”
ไม้เข้าจูบ กาหลงมองแล้วทั้งสองก็กอดกัน

ในเรือนช่วง...หมอผีเตรียมของใส่ย่ามจะเดินออกไป ช่วงเข้าไปถาม
“ขาดเหลืออะไรให้ข้าช่วย”
“ไม่ต้อง ข้าเตรียมการไว้พร้อมแล้ว”
“ข้าจะให้คนของข้าตามไปด้วย” ช่วงหันไปสั่งพวกสิง “พวกเอ็งไปกับพ่อหมอ”
หมอผีห้ามไว้
“พวกเอ็งไปก็ป่วยการ เกะกะข้าเสียเปล่า รึพวกเอ็งจะสู้กับผีได้”
มั่นและขาบรีบส่ายหน้ากลัว ไม่กล้าไปด้วย
“ไม่ล่ะจ้ะ”
หมอผีหัวเราะ
“คนสู้กับคน ผีก็ต้องสู้กับข้าถึงจะเป็นมวยถูกคู่”
หมอผีหัวเราะชอบใจแล้วเดินออกไป พวกช่วงมองตาม หวังว่าหมอผีปราบกาหลงได้ แม่น้อยยืนอยู่มุมหนึ่งเห็นเหตุการณ์ก็เป็นห่วง

ค่ำคืนนั้น ไม้นอนอยู่ กาหลงนั่งพัดวีให้เขาที่นอนหลับ กาหลงร้องเพลงกล่อม ไม้นอนฟังยิ้มเคลิ้มใจแล้วค่อยๆหลับไป กาหลงเห็นไม้หลับก็เอามือลูบหน้าตา
“หลับเสียแล้ว ผัวของฉัน”

กาหลงยิ้มให้ไม้ แล้วล้มตัวลงนอน เคียงซบไม้ จะหลับตานอน แต่แล้วก็ลืมตาโพลง รู้ว่าหมอผีกำลังบริกรรมคาถา ภายใต้สายสิณจน์ล้อมรอบ จะทำพิธีปราบเธออยู่ที่ทุ่งนา

เรือนกาหลง ตอนที่ 9 (ต่อ)

กลางดึก แม่กลอยนอนอยู่ในเรือน รู้สึกตัวว่ามีคนเดินออกไปจากเรือน จึงลุกขึ้นนั่งอย่างสงสัยว่าเป็นใคร ก่อนหน้านี้...ชบาเดินขึ้นเรือน กาเหว่ายื่นตะเกียงให้ชบา แล้วมองกลัวแม่กลอยเห็น

“อะไรของเอ็ง” ชบาสงสัย
“พี่ไปส่งพี่เพชรที่ท่าน้ำเถิด”
ชบาเดินขึ้นเรือนไม่สนใจ
“พี่เพชรเขาดีกับพี่มาก เขาคงสุขใจที่พี่ไปส่ง พี่ไม่รักเขาก็ไม่เป็นไร แต่ควรมีน้ำใจแสดงไมตรีไปส่งเขา อย่างน้อยเขาก็เคยเสี่ยงตายช่วยพี่”
ชบาคิดตามที่กาเหว่าพูด กาเหว่าส่งตะเกียงให้ ชบาปัดมือกาเหว่าแล้วเดินเข้าไปในเรือน กาเหว่ามองอย่างผิดหวัง ขณะที่แม่กลอยยืนอยู่มุมหนึ่ง ได้ยินก็ยิ้มพอใจ.....

แม่กลอยนั่งคิดทบทวน
“รึนังชบาเปลี่ยนใจ...แล่นหนีตามมัน”
แม่กลอยออกจากห้องนอนทันที ตรงไปห้องชบา ผลักประตูห้องเข้าไปมอง เห็นร่างคนนอนในผ้าห่ม
“คิดจะพรางตาข้ารึ”
แม่กลอยกระชากผ้าห่มออก เห็นชบานอนหลับอยู่ ชบาสะดุ้งตื่นอย่างตกใจ
“แม่....ฉันตกใจหมด นึกว่าผีมาดึงผ้าห่ม
“เอ็งไม่ได้ออกไปหามันรึ”
“แม่จะให้ฉันออกไปหาใคร”
“ช่างมันเถอะ...แล้วกาเหว่ามันหายหัวไปไหน”
“ได้ยินมันบ่นปวดท้อง คงลงไปข้างล่าง ไม่มีอะไรแล้วฉันนอนล่ะ”
ชบาดึงผ้าห่มล้มตัวลงนอน แม่กลอยโล่งใจที่ชบาไม่ได้หนีออกไปจากเรือน เดินออกจากห้อง ชบานอนอยู่ คิดอะไรบางอย่าง

เพชรและพุดจีบมาถึงบริเวณเรือนกาหลง ทั้งสองย่องแอบดูที่เรือนกาหลง
“ดอดเข้าไปใต้ถุนเรือนเถอะ จะได้เห็นให้ชัด”
เพชรชวนพุดจีบไป พุดจีบและเพชรออกจากมุมหนึ่ง ค่อยๆเดินไป

หมอผีบริกรรมคาถาต่อเนื่อง เพื่อเรียกวิญญาณกาหลง ขณะที่กาหลงเดินออกจากเรือนอย่างโกรธแค้นไม่พอใจ เพชรและพุดจีบกำลังจะย่องเข้าไปใกล้เรือน รีบหาที่หลบ พลางมองกระทั่งกาหลงเดินออกไป
“รีบตามไป”
พุดจีบและเพชรรีบเดินตามกาหลงไป...

แม่กลอยเดินออกมาหน้าเรือน เจอหน้ากาเหว่า
“เอ็งไปไหนมา รึแอบไปส่งข่าวอะไรให้ไอ้พ่อค้าเร่”
“เปล่าจ้ะ กินมากไปหน่อยมันก็เลยปวด...”
“เสร็จแล้วก็เข้าไปนอน”
แม่กลอยสั่งให้กาเหว่าเข้าไปนอน กาเหว่าจะเดินขึ้นเรือนไป เห็นชบาหลบที่มุมหนึ่ง กาเหว่ารู้ทันทีว่าชบาจะย่องหนีออกไปจากเรือน ดึงมือแม่กลอยไว้
“เดี๋ยวก่อนจ้ะแม่”
“อะไรของเอ็งอีกวะ”
กาเหว่าดึงแม่กลอยไว้ แม่กลอยไม่ทันเห็นชบา
“ฉันปวดอีกแล้ว”
“เอ็งปวด ข้าไม่ได้ปวดด้วยนี่หว่า ไป”
แม่กลอยจะเดินหันหน้าไปที่เรือน กาเหว่าดึงมือให้กลับมา
“ฉันกลัว บ้านเรามีคนตายหลายคนแล้ว พวกไปแทงกบก็พูดกันทั่วว่าเจอผี ฉันกลัว”
“ข้าก็กลัว”
“คนเดียวหัวหายสองคนไม่ตายจ้ะแม่”
กาเหว่ารีบดึงมือแม่กลอยให้ลงจากเรือนไปนั่งเฝ้า แม่กลอยจำใจไปกับกาเหว่า ชบามองไป กาเหว่าหันมาสบตาเปิดทางให้ ชบารีบลงจากเรือนไป

กาหลงเดินตรงไปยังมนต์ของหมอผี เดินไปด้วยความเร็ว พุดจีบและเพชรเร่งเดินตาม ทั้งสองมองไป เห็นกาหลงเดินผ่านต้นไม้ใหญ่ก็รีบวิ่งตามไป แต่เมื่อทั้งสองเดินมา ก็ไม่พบกาหลงแล้วพุดจีบแปลกใจ
“กาหลงหายไปไหน”
“เหมือนเมื่อคราก่อน ฉันเดินตามพี่กาหลง แล้วพี่กาหลงก็หายไปหรือว่าพี่กาหลงจะเป็น...”
กาหลงจะพูดว่าผี พุดจีบขัดขึ้น
“อย่ามัวเสียเวลา รีบออกตามหากาหลง”
พุดจีบเร่งเดินตามหากาหลง เพชรตามพุดจีบไป...

หมอผีหลับตาบริกรรมคาถา ควันโขมงลอยตรงหน้า หมอผีลืมตา
“เอ็งมาแล้วรึ”
กาหลงเดินเข้ามาท่ามกลางหมอกควัน...
“เอ็งมันก็เป็นหญิง ฤาจะมีฤทธิ์เดชกำแหง ข้าจะสั่งสอนให้รู้สำนึก”
หมอผีหยิบข้าวสารเสก บริกรรมแล้วปาใส่ กาหลงสะดุ้งเจ็บปวดเล็กน้อย แต่ไม่ได้เป็นอะไรมาก
“เอ็งมันแกร่งกล้ากว่าที่ข้าคิดไว้ นังกาหลง ข้าจะจัดการเอ็งให้สิ้นซาก”

“พอเถอะ...”

กาหลงเดินเข้ามา หมอผีคิดว่ากาหลงจะสู้ กาหลงกลับนั่งลงอย่างอ่อนน้อม หมอผีแปลกใจ
“เราสองต่างไม่เคยมีเรื่องบาดหมาง ข้าไม่เคยก่อกรรมทำเวรกับเอ็ง อย่ามาระรานกัน กลับไปเถอะ”
“ชะหน๋อย...ผีอย่างเอ็งไม่มีอำนาจมาต่อรองข้า เอ็งเป็นผีเทียวหลอกหลอนคิดฆ่าคน”
“ฉันไม่เคยคิดร้ายกับพวกมัน แต่พวกมันจะฆ่าฉัน แล้วมันจังไรล้างผลาญความสุขข้าไม่เลิกลา หากเอ็งรู้แก่ความจริงแล้วกลับไปเถิด”
“ผิดเสียแล้วนังผี ข้าไม่ได้เป็นพระมาโปรดสัตว์วิญญาณชั้นต่ำ ข้าจะจับเอ็งถ่วงน้ำ คนทั้งบางจะได้ยำเกรงกลัวข้า แล้วข้าก็ได้สินเงินรางวัลสุขสบายไปทั้งชาติ เอ็งจะเป็นตัวนำโชคให้ข้า
นังกาหลง”
หมอผีหัวเราะชอบใจ กาหลงไม่พอใจ. สีหน้าเบิกโพลง ลมพัดรอบๆบริเวณ หมอผีมองไปรอบๆ กาหลงยืนอยู่ ผมสยายน่ากลัว......

ไม้นอนหลับอยู่ สะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย ฝันว่าเห็นกาหลงเป็นผี
“กาหลง”
ไม้รู้สึกตัว รู้ว่าแค่ความฝันก็โล่งใจ
“แค่ฝันไป...”
ไม้พลิกหันไปหากาหลง แต่แปลกใจที่กาหลงไม่อยู่

พุดจีบเร่งเดินไม่ทันระวัง สะดุดหินจะล้ม เพชรเข้าไปประคองไว้
“พี่พุดจีบเป็นไงบ้าง”
ชบายืนอยู่มุมหนึ่ง มองเห็นภาพเหตุการณ์ก็ไม่พอใจเพชร
“พี่ไม่เป็นอะไรแล้ว เรารีบไปกันเถอะ”
“จ้ะพี่ ทางมันมืดพี่ระวังด้วย”
เพชรคอยดูแลพุดจีบ พาเดินออกไป ชบายืนมอง ผิดหวังและเสียใจ
“เอ็งมันก็ไม่ต่างจากคนอื่น สัญชาติชายเจ้าชู้”

หมอผีบริกรรมคาถา กาหลงเดินตรงไปหา หมอผีปาข้าวสารเสก กาหลงร้องเจ็บปวด แต่ไม่เป็นอะไรมาก หมอผีตกใจ กาหลงเดินตรงมา แล้วใช้มือจับสายสิณจน์ แสงเวทย์จากสายสิณจน์ ทำให้กาหลงร้อน
“โอ๊ย”
หมอผีลำพองใจ
“เอ็งไม่มีทางเข้ามาในเขตมนต์ของข้า นังผี”
กาหลงคิดสู้ ใช้มือจับสายสิณจน์ มือร้อนแต่ก็ทน กระชากสายสิณจน์ออกไปได้ หมอผีตกใจ”
“คิดลองดีกับข้า”
หมอผีหยิบเชือกมนต์ขึ้นมา แล้วบริกรรมคาถา กาหลงเดินตรงมา หมอผีโยนเชือกมนต์ใส่ เชือกมนต์มัดตัวกาหลง แล้วเลื้อยรัดพันรอบๆตัว กาหลงร้องด้วยความเจ็บปวด
“โอ๊ย ปล่อยข้า”
พุดจีบและเพชรวิ่งเข้ามา มองตรงไป เห็นภาพกาหลงโดนเชือกมนต์รัด ก็ตกใจ
“กาหลง”
“พี่กาหลงเป็นผี”
กาหลงโดนเชือกมนต์รัด กาหลงร้องด้วยความเจ็บปวด ทรุดตัวลงนอนกับพื้น
“ปล่อยข้าไป”
“เอ็งเสร็จข้าแล้ว”
พุดจีบมองกาหลงด้วยความตกใจและเป็นห่วง เพชรได้สติ
“รีบไปบอกพี่ไม้เถอะ”
พุดจีบรั้งตัวเพชรไว้
“เราต้องไปช่วยกาหลง”
เพชรตกใจ
“อะไรนะพี่ จะให้ฉันไปช่วยผี”
“เราต้องช่วยกาหลง ไม่งั้นกาหลงตายแน่”
พุดจีบสงสารกาหลงมาก ขณะที่เพชรตกใจกลัว

กาหลงนอนดิ้นอยู่กับพื้น แสงเวทย์เชือกอาคมรัดตัวกาหลงไว้แน่นหนา
“โอ๊ย พี่ไม้ พี่ไม้ช่วยกาหลงด้วย”
หมอผียิ้มพอใจ หยิบมีดหมอออกมา
“ข้าจะสะกดวิญญาณเอ็งลงหม้อ ถ่วงน้ำอยู่ในบึงชั่วกัปล์ชั่วกัลป์”
หมอผีถือมีดหมอ แล้วบริกรรมคาถา...
“ปล่อยข้าไป ฉันจะอยู่กับพี่ไม้ ปล่อยข้า”
หมอผีบริกรรมคาถา เกิดแสงที่มีด หมอผีเดินถือมีด ตรงมาหากาหลง
“ตายเสียเถอะนังผี”
หมอผีจะแทงกาหลง แต่แล้วเพชรซึ่งโพกผ้าปิดหน้า วิ่งเข้ามาห้าม
“หยุดนะ”
“เอ็งเป็นใครกัน”
เพชรไม่ตอบ ใช้ไม้ที่ถือมา ฟาดหม้อแตก
“ไอ้ชั่วชาติ”
หมอผีถือมีดจะเข้าแทง เพชรจึงต่อสู้กับหมอผี...ทั้งสองต่อสู้ห่างกันออกไปจากร่างกาหลงที่ร้องเจ็บปวด พุดจีบวิ่งเข้ามา กาหลงเห็นพุดจีบก็ดีใจ
“พุดจีบ ช่วยฉันด้วย”
พุดจีบมองกาหลง แล้ววิ่งเข้าไปใช้มีดตัดเชือกทิ้ง แล้วลากตัวกาหลงออกไป
“รีบไปเร็ว”

พุดจีบพากาหลงออกไป ในขณะที่เพชรต่อสู้กับหมอผี

ไม้ออกมาหน้าเรือน ร้องเรียกหากาหลง แต่ไม่มีเสียงตอบรับจึงวิ่งมาที่ทุ่งนา ขณะเดียวกัน
เพชรต่อสู้กับหมอผีที่พยายามใช้มีดแทง
“เอ็งเป็นใครกัน อยากลองดีรึไง”
เพชรไม่ตอบ หมอผีจะแทง เพชรหลบได้ใช้ไม้ฟาดมีดหลุดมือ แล้วใช้ไม้ฟาดตัวหมอผีสลบไป เพชรทิ้งไม้ มองไปยังกาหลง ไม่เจอกาหลงและพุดจีบ
“พี่พุดจีบ”
เพชรเป็นห่วง รีบวิ่งออกตามหาพุดจีบ

พุดจีบพากาหลงหนีออกมาที่ริมบึง กาหลงทรุดตัวลง พุดจีบเป็นห่วง
“กาหลง”
พุดจีบจะลงนั่งเข้าไปดูกาหลง ก็นึกได้ว่ากาหลงเป็นผี พุดจีบชะงัก ไม่กล้าเข้าไป
“อย่ากลัวฉันเลย”
“แต่...กาหลงตายแล้ว...”
กาหลงฟังคำของพุดจีบก็เสียใจ ร้องไห้ออกมา พุดจีบมองด้วยความสงสาร

เพชรตามหาพุดจีบ...
“พี่พุดจีบ พี่อยู่ไหน”
เพชรเดินไป เจอผู้หญิงเดินเข้ามา เพชรคิดว่าเป็นพุดจีบ
“พี่พุดจีบ”
ชบาเดินเข้ามาใกล้จนเห็นหน้า ชบาตบหน้าเพชรทันที
“ชบา เอ็งตบหน้าข้าทำไม”
“ตบหน้าคนหลอกลวง ปากอย่างใจอย่าง ข้าสู้อุตส่าห์ห่วงใย”
“เอ็งพูดอะไรข้าไม่เข้าใจ ชบา...ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอก พี่สาวเอ็ง...พี่กาหลงเป็นผี”
ไม้เดินเข้ามาถึงได้ยินพอดี ชบานิ่งอึ้ง แล้วตบหน้าเพชร
“ข้าพูดความจริง พี่กาหลงเป็นผี”
“หยุดใส่ความพี่สาวข้า ข้าเกลียดเอ็ง”
ชบาวิ่งหนีไป
“ชบา ฟังข้าก่อน”
เพชรจะตามออกไป ไม้เข้ามาถามเพชร
“เมื่อกี้เอ็งพูดอะไร”
เพชรหันกลับไปเจอไม้ แปลกใจที่ไม้มาที่นี่ เพชรจึงคิดจะบอกความจริง..

พุดจีบกลัวกาหลง เดินถอยห่าง
“อย่ากลัวฉันเลย อย่าทิ้งฉันไป”
“เราอยู่คนละโลกกัน กาหลงตายไปแล้ว”
“พุดจีบ ฉันขอร้อง อย่าบอกใคร อย่าบอกใครเด็ดขาดว่าฉัน”
กาหลงสะอื้นร้องไห้ พุดจีบคอยปลอบใจ
“ยอมรับความจริงเถอะ...ฉันจำต้องบอกพี่ไม้...”
“บอกพี่ไม้ไม่ได้ พุดจีบ...เคยให้สัญญาจะช่วยฉัน พุดจีบระงับใจด้วยเถอะนะ....”

พุดจีบนึกถึงเหตุการณ์ที่กาหลง เคยเล่าว่าโดนพวกโชติจับถ่วงน้ำฆ่าให้ตาย เธอบอกกับกาหลงอย่างสงสาร
“หมดเคราะห์หมดโศกนะเพื่อนฉัน...กาหลง...จำไว้นะ...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะอยู่ข้างกาหลง ฉันไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเพื่อนฉันได้อีก”
กาหลงวิงวอน
“สัญญากับฉันนะ”
พุดจีบจริงจัง
“ฉันสัญญาด้วยใจฉัน...”
กาหลงซึ้งน้ำใจ โผกอดพุดจีบไว้แน่น ดีใจที่มีพุดจีบเป็นเพื่อนรัก

กาหลงทวงสัญญาจากพุดจีบ...
“พุดจีบต้องอยู่ข้างฉัน อย่าพรากพี่ไม้ไปจากฉัน”
กาหลงร้องไห้ขอร้อง พุดจีบร้องไห้สงสารกาหลง แต่ไม่อาจยอมทำตาม
“แต่คนกับผีอยู่ร่วมกันไม่ได้...”

ไม้รุกถามเพชร
“เอ็งพูดว่ากาหลงเป็นอะไร”
“พี่กาหลงตายแล้ว พี่กาหลงเป็นผี”
เพชรพูดจบ ไม้ต่อยหน้าเพชรทันที
“ฉันพูดความจริง พี่กาหลงเป็นผี”
ไม้ต่อยหน้าเพชรอีก
“พี่กาหลงเป็นผี”
ไม้ต่อยหน้าเพชรแล้วกระชากตัว
“เลิกพูดซ้ำพูดซากได้แล้ว”
“พี่ต่อยฉันให้ตาย ฉันก็ต้องบอกว่าเมียพี่เป็นผี พี่กาหลงตายแล้ว”
ไม้ไม่พอใจ ต่อยเพชรไม่ยั้งมือ เพชรไม่สู้ ไม่ตอบโต้ จนไม้แปลกใจ ผลักออกไป
“เอ็งยอมเจ็บตัวเพื่ออะไร”
“ฉันอยากให้พี่รับความจริง”
“เอ็งโกหก”
“งั้นพี่ไปกับฉัน ไปเผชิญความจริงให้เห็นกับตา”
ไม้อยากเจอกาหลง
“กาหลงอยู่ไหน เอ็งพาข้าไปหากาหลง”

ไม้ยอมไปกับเพชร เพื่อเจอกาหลง...เพชรมั่นใจว่าไม้จะได้รู้ความจริง

กาหลงพยายามขอร้องพุดจีบ
“พุดจีบเห็นใจฉันเถอะ ฉันรักพี่ไม้ ฉันขาดพี่ไม้ไม่ได้”
“กาหลงจะให้พี่ไม้อยู่กับ....”
พุดจีบไม่กล้าพูดคำว่าผี
“...ฉันทำไม่ได้”
กาหลงอ้อนวอนพุดจีบ แต่พุดจีบไม่ยอมทำตาม จนกาหลงเริ่มไม่พอใจ
“ทำไม่ได้หรือไม่อยากทำ”
พุดจีบตกใจ
“กาหลงหมายความว่าไง”
“หรือนี่เป็นหนทางแก้ให้พุดจีบสมรักกับพี่ไม้”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ”
กาหลงโกรธ
“ฉันเพิ่งแจ้งใจ...หากเอ็งนำความไปบอกว่าฉันเป็นผี พี่ไม้ต้องนึกแค้นทิ้งฉัน แล้วเอ็งก็จะฉวยเข้าไปดามใจพี่ไม้ เอ็งรอเพลาจะแย่งพี่ไม้มานานนักแล้ว เอ็งมันคิดทรยศหักหลังเพื่อนรักมานานเหลือหลายแล้ว”
กาหลงระเบิดความในใจ พุดจีบอึ้งพูดไม่ออก ขณะเดียวกันไม้ตะโกนเรียกหากาหลง โดยมีเพชรตามมาด้วย
“กาหลง”
กาหลงตกใจที่เห็นไม้กำลังจะมา กาหลงมองไปที่พุดจีบ อยากรู้ว่าพุดจีบจะทำอย่างไร พุดจีบมองหน้ากาหลง แล้วตะโกนออกไป
“กาหลงอยู่ทางนี้”
กาหลงตกใจ กลัวพุดจีบจะบอกความจริงกับไม้

ชบาเดินกลับมาที่เรือน กาเหว่าที่รออยู่ถามทันที
“พี่ชบา พี่รั้งพี่เพชรไว้ได้ไหม ฉันไม่อยากให้พี่เพชรไปจากที่นี่”
“แต่ฉันอยากให้มันไปจากที่นี่ ไปให้พ้นเสียโดยไว ไอ้คนหลายใจ”
ชบาร้องไห้ออกมา กาเหว่าตกใจ
“พี่ร้องไห้ทำไม รึพี่ไปไม่ทันส่ง เรือออกไปแล้ว”
“ช่างหัวมันประไร หลังจากนี้อย่าพูดชื่อนั้นให้ข้าได้ยินอีก ข้าไม่อยากฟัง ไม่อยากรับรู้ใดๆ”
ชบาสั่งกาเหว่าแล้วเดินขึ้นเรือนไป กาเหว่าแปลกใจ
“พี่เพชรทำอะไรพี่”
แม่กลอยยืนอยู่มุมหนึ่ง ได้ฟังก็ยิ้มพอใจที่ชบามีปัญหากับเพชร

ไม้วิ่งเข้ามาหากาหลง เพชรตามเข้ามาแล้วบอกไม้
“พี่ดูให้เต็มตาว่าพี่กาหลงเป็นผี”
กาหลงมองเพชรอย่างน่ากลัว เพชรกลัว ถอยห่างออกไป ไม้มองกาหลงที่นั่งอยู่ที่พื้น ไม้รีบเข้าไปดูแลกาหลง ไม้แปลกใจ
“กาหลงออกมาทำอะไรที่นี่ แล้วทำไมถึงหน้าซีด”
เพชรรีบบอก
“หมอผีร่ายมนต์เรียกวิญญาณพี่กาหลงออกมา พี่กาหลงโดนหมอผีเล่นงาน จะจับลงหม้อ ฉันกับพี่พุดจีบมาช่วยไว้”
“เอ็งหยุดกุเรื่องผีสางได้แล้ว” ไม้ไม่พอใจ
“ฉันพูดความจริง พี่ไม่เชื่อฉัน ก็ให้พี่พุดจีบยืนยัน”
เพชรหันไปทางพุดจีบ ไม้จึงหันไปถาม
“พุดจีบ จริงอย่างที่ไอ้เพชรพูดไว้หรือ”
พุดจีบมองกาหลง แล้วตัดสินใจ...
“ฉัน...”
ไม้สับสนอยากรู้
“พุดจีบบอกพี่มา”
พุดจีบมองกาหลง อยากรู้ว่าพุดจีบจะทำอย่างไร จะช่วยหรือทรยศ เพชรเร่ง
“พี่พุดจีบพูดเป็นคำขาดไปเลยว่าพี่กาหลงตายแล้ว”
พุดจีบต่อว่าเพชร
“เอ็งพูดจายอกย้อนให้เจ็บใจ กาหลงเป็นผีที่ไหนกัน กาหลงออกมาทงเบ็ด แล้วหน้ามืดไม่สบาย ฉันผ่านมาเห็นก็เข้ามาดูแลกาหลงนี่แหละจ้ะ”
กาหลงมองพุดจีบ แปลกใจที่พุดจีบโกหกช่วยเหลือเธอ เพชรตกใจ
“พี่พุดจีบ...พี่เป็นอะไรไป หรือพี่กาหลงดลใจให้พี่พูดโกหก”
ไม้ชี้หน้าจะเอาเรื่องเพชร
“เอ็งหยุดพูดว่าเมียข้าได้แล้ว”
กาหลงห้ามไม้
“พี่อย่าถือเอาความมันเลย มันก็พูดไปตามคำชาวบ้านนังเผื่อน นังงามโพทะนาว่าฉันเป็นผี...เล่นงานอบเชยหลอกหลอนพี่โชติ”
ไม้โกรธพวกโชติ
“พวกมันสัญชาติระรานไม่เลิกลา เห็นทีข้าต้องไปเอาเรื่องให้หลาบ เลิกใส่ความใส่ร้ายเมียพี่”
“พี่ไม้...”
ไม้หันมามองพุดจีบที่เรียก กาหลงมองพุดจีบ กังวลใจว่าพุดจีบจะบอกอะไรกับไม้
“เร่งพากาหลงกลับเรือนเถอะ...”
กาหลงซึ้งใจที่พุดจีบไม่บอกความจริง ไม้เข้าไปประคองกาหลงจะพากาหลงออกไป
“ขอบใจพุดจีบมากที่ช่วยกาหลงไว้”
พุดจีบยิ้มตอบ ไม้พากาหลงเดินผ่านหน้าพุดจีบ กาหลงยิ้มให้อย่างซึ้งใจ เพชรไม่พอใจตะโกนบอกไม้
“พี่ไม้ระวังตัวเถอะ พี่กาหลงเป็นผีจริงๆ”
ไม้หันขวับมา
“ไอ้เพชร...เห็นแก่ความดีที่เอ็งเคยมีน้ำใจ ข้าจะไม่เอาความหากเอ็งไม่เลิกพูดเพ้อ ข้าจะไล่เอ็งออกไปจากบ้านบัวสี”
ไม้ประคองพากาหลงไป พุดจีบมองตาม
“พี่พุดจีบ ฉันไม่เข้าใจทำไมพี่ไม่บอก”

เพชรพูดไม่ทันจบ พุดจีบเดินหนี เพชรรีบเดินตาม...

เรือนกาหลง ตอนที่ 9 (ต่อ)

พุดจีบเดินกลับมาที่เรือน จะขึ้นเรือน เพชรตามทวงถาม
“พี่พุดจีบเสียสติแล้วหรือไง ถึงแก้ต่างให้ผี ปล่อยให้ผีอยู่กับคน”
“หากพี่พูดความจริง เอ็งคิดหรือว่าพี่ไม้จะยอมรับได้”
“ไม่ได้ ก็ต้องได้”
“หากเอ็งมีความรักเอ็งจะเข้าใจ”
เพชรสวนขึ้น
“ฉันมีความรัก”
“มันคงไม่ใช่รักแท้...เมื่อเราใช้ชีวิตอยู่กับคนรักมานานนม แล้วเอ็งจะเชื่อคำคนได้อย่างไร ว่าคนที่เราครองคู่อยู่เรือน ตายไปแล้ว...”
“แต่พี่กาหลงตายไปแล้วจริงๆ”
เพชรยังคงดื้อดึงที่จะบอกความจริง พุดจีบจึงเล่าเรื่องราวของไม้ให้เพชรได้เข้าใจ...
“พี่ไม้เป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อไม่มีแม่ มีเพียงกาหลงที่คอยดูแลเอาใจใส่พี่ไม้ จวบทั้งสองโตมาด้วยกัน ความรัก ความสุข ความหวังของพี่ไม้เหลือเพียงกาหลง แล้วเอ็งยังคิดจะทำลายความรักนั้นอีกหรือ”
เพชรอึ้ง...
“เรื่องนั้นฉันเข้าใจ แต่พี่ไม้จะใช้ชีวิตได้อย่างไรมันน่ากลัว”
“กาหลงไม่มีวันทำร้ายคนที่กาหลงรัก”
เพชรกลัว ตัดสินใจ...
“คงไม่ใช่ฉัน ฉันไม่อยู่ที่นี่แล้ว”
เพชรหันหลังเดินกลับไป พุดจีบไป...

ไม้ประคองกาหลงขึ้นเรือน...
“ถึงเรือนแล้ว....พี่จะเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้หายไข้...”
กาหลงยิ้มให้ไม้อย่างมีความสุข

พุดจีบพูดไล่หลังเพชร...
“เอ็งมันก็ขี้ขลาดดังคำเขาสบประมาทไว้”
เพชรหันมาตอบ
“ฉันมาจับโจรไม่ได้จับผี”
“แล้วเอ็งไม่คิดจะจับโจรที่มันฆ่ากาหลงรึ”
เพชรอึ้ง
“ขุนหวาดก็ยังลอยนวล เอ็งย่อมรู้สันชาติโจร มื้อก่อนมันปล้นไม่สำเร็จถูกกวดไล่ปางตาย มันก็ต้องหมายกลับมาล้างแค้นเอาคืน หากเอ็งไปก็เท่ากับเอ็งยอมแพ้”
พุดจีบพูดท้าทาย เพชรคิด
“พี่อยากให้เอ็งอยู่ที่นี่ ใช้วิชาความรู้ที่เอ็งมี หาทางจับคนที่ฆ่ากาหลง...พี่ก็เห็นตรงใจเอ็ง คนกับผีย่อมอยู่ด้วยกันไม่ได้ พี่จะหว่านล้อมให้กาหลงยอมรับความจริง พี่อยากให้เอ็งอยู่ช่วยพี่ ช่วยกันปลดปล่อยวิญญาณกาหลงไปสู่สุคติ...”
เพชรไม่ยอมช่วย
“พี่ชวนผิดคนเสียแล้ว...ฉันลาก่อน...”
เพชรไหว้ลาพุดจีบแล้วเดินออกไป พุดจีบผิดหวังที่เพชรไปจากที่นี่....

ไม้พากาหลงมานั่ง เอาผ้าเช็ดน้ำ มาเช็ดหน้าตาให้...
“กาหลงหน้าซีดเผือดหมดแล้ว พี่เตือนแล้วอย่าออกไปทงเบ็ดอีก”
“ฉันอยากให้พี่ได้กับข้าวกับปลาถูกปาก”
“พอเถอะ ทำอะไรเกินตัว ต่อไปให้นิ่งเสียบ้าง พี่จะทำให้เอง...”
ไม้ใช้ผ้าเช็ดหน้าให้กาหลง...
“พี่รักและเป็นห่วงกาหลงมากนะ”
กาหลงยิ้มตอบ ไม้คอยเช็ดเนื้อตัวให้
“พี่ไม่ติดใจคำของเพชรมันหรือ”
ไม้ส่ายหน้า
“พี่ไม่มีวันเชื่อคำใคร นอกจากเมียพี่”

กาหลงยิ้มพอใจ ไม้เช็ดเนื้อตัวให้กาหลง ขณะที่ที่เท้ากาหลง มีหยดน้ำออกจากตัวกาหลงลงใต้ถุนเรือน

เช้าวันใหม่...ช่วงโวยวายใส่หมอผีอย่างไม่พอใจ
“พ่อหมอแผลงฤทธิ์เดชทั้งคืน ยังทำมันไม่ได้สักชั่วขณะเดียว”
“ข้าเกือบจับวิญญาณมันถ่วงน้ำแล้ว ดันมีไอ้หนุ่มรุ่นกะทงโพกหน้าปิดตาด้วยความมุ่งจะทำร้ายข้า”
ช่วงสงสัย
“มันเป็นใคร”
สิงโพล่งออกมา
“รึจะเป็นไอ้ไม้”
“ไม่ใช่แน่เทียว ไอ้ไม้มันหารู้ไม่ว่ากาหลงเป็นผี มันจะแล่นมาช่วยได้อย่างไร” มั่นแย้ง
“หรือจะเป็นไอ้เพชรพ่อค้าเร่ มันจอดเรืออยู่ใกล้ปรำพิธีของ พ่อหมอ” ขาบบอก
“มันจะเป็นใครก็ช่าง ข้าต้องออกโรงเองเสียแล้ว” ช่วงสั่งพวกสิง
“พวกเอ็งเตรียมอาวุธให้พร้อมมือ”
พวกสิงพยักหน้ารับคำ ช่วงคิดแผนจะไปจัดการกับกาหลง

จันเร่งเดินจะเดินไปยังเรือนกาหลง เดินผ่านตลาด...ยายมานั่งขายของ เห็นจันเร่งก็เข้ามาดึงตัวไว้
“จะเร่งไปไหนแต่ไก่โห่ หิ้วผักหิ้วปลาไปกินไหมล่ะ ฉันขายให้ไม่แพง”
“ฉันเหลือกว่าจะทำแกงกินแล้ว”
จันจะออกไป ยายมาคว้าตัวไว้
“มีเรื่องร้อนใจรึ”
จันไม่อยากเล่า
“ไม่มี”
“อย่าปิดข้า ตาเอ็งมันฟ้องว่าเอ็งกำลังมีทุกข์ใจ”
จันสะดุ้งรีบหลบซ่อนสายตา
“ข้าบอกว่าไม่มีก็ไม่มีสิเออ”
“บ๊ะ น้ำเสียงเอ็งมันแห้งส่อพิรุธ ขึ้นเสียงสูงเทียมฟ้า เอ็งกำลังลวงข้า”
“ไม่มีก็ไม่มีสิวะ”
เฟื้องรีบเข้ามาบอกจัน
“เร่งไปได้แล้ว ประเดี๋ยวพ่อผู้ใหญ่ช่วงไปทำร้ายกาหลง”
ตาสรเดินเข้ามาสมทบกับยายมา
“นั่นประไร พวกเอ็งปิดบังพวกข้าเรื่องกาหลง พวกข้ารู้แล้วว่านังกาหลงเป็นผี”
จันและเฟื้องตกใจ และไม่พอใจ จันจ้องหน้าตาสรกับยายมา
“ใครหยามลูกสะใภ้ข้า...ข้าตบปากฉีก”
ตาสรรีบแก้ตัว
“นังเผื่อนนังงามมันบอกข้า...พวกข้าสะท้อนใจไม่เชื่อหรอก”
ยายมาเสริม
“ใช่ พวกเราไม่อยากออกลูกเป็นควาย พวกมันใส่ความกาหลงหวังให้นายมันแย่งชิงไอ้ไม้ไป”
“พูดแล้วของขึ้นแทนพวกเอ็ง บอกให้สัปเหร่อขาวเสกควายธนูขวิดพวกมันให้ไส้ทะลัก”
จันถอนใจ
“ไอ้ขาวมันเร่เอาผ้ายันต์ไปขายในเมือง ยังไม่กลับมาหลายวันแล้วป่านนี้ไม่กลับ รึไปติดพันหญิงบ้านไหน”
เฟื้องเร่งจัน
“อย่าเสียท่าคุย...ไปช่วยกาหลงได้แล้ว”
“จ้ะพี่เฟื้อง”
เฟื้องคว้ามือจันเดินออกไป ตาสรและยายมามองตาม ด้วยความอึ้งที่เห็นทั้งสองไปด้วยกัน ยายมาเบ้หน้า
“ชิชะ...ผัวไม่อยู่จูงมือชายชู้สิเออ”
ตาสรกระเซ้ายายมา
“อิจฉาตาร้อนสิเออ”
ยายมาเผลอตอบ
“เออสิวะ”
ตาสรมองตาเขียว ยายมานึกได้ สะดุ้งรีบเปลี่ยนเรื่อง
“เร่งไปเรือนกาหลง ไปดูเขาจับผี”
“มันจะดีรึ”
ตาสรพูดจบก็ลากมือยายมาเดินตามพวกจันออกไปทันที นวลจ่ายตลาด ยืนฟัง ได้ยินเรื่องราวทั้งหมด

สิง มั่น ขาบบุกมาที่หน้าเรือนกาหลง
“นังกาหลง เอ็งออกมา ไม่งั้นข้าจะเผาเรือนให้วอด” สิงตะโกนลั่น
ประตูเปิดออก มั่นและขาบสะดุ้งตกใจกลัว ไม้เดินออกมาต่อว่าพวกสิง
“พวกเอ็งออกไปจากเรือนข้า”
ช่วงเดินเข้ามาบริเวณหน้าเรือน
“ข้าจะออกไป ก็ต่อเมื่อได้จับตัวผีร้ายเมียเอ็ง”
“พ่อเป็นถึงผู้ใหญ่บ้าน อย่าเทียวปรักปรำลูกบ้าน มันไม่เหมาะ”
“เอ็งมันน่าสมเพช...โดนผีหลอกยังไม่รู้ตัว”
“กาหลงเป็นคนไม่ใช่ผี”
“มันเล่นงานลูกสาว ลูกชายข้าหน้าผิดสีปางตาย ข้ามาที่นี่เพื่อปราบมันแทนชาวบ้านด้วยรำคาญเหมือนอกจะแตก พวกเราไม่อยากให้เอ็งนอนกกกอดผีชั่วชีวิต หากไม่อยากให้ข้า
ลงท้ายใช้กำลังเกินแรง ก็พาตัวเมียเอ็งออกมา”
“กาหลงไม่สบาย นอนพักอยู่บนเรือน”
“นั่นประไร...มันรู้ว่าพวกข้าจะมาจับ คงคับใจไม่กล้าสู้หน้า” ช่วงหันไปสั่งพวกสิง “พวกเอ็งขึ้นเรือนไปลากตัวมันออกมา”
พวกสิงจะเดินขึ้นเรือน ไม้วิ่งไปคว้าขวานที่ผ่าฟืนขึ้นมาประจันหน้า
“ข้าไม่ยอมให้ใครลบหน้าบุกเรือน หากใครจะขึ้นไปทำร้ายเมียข้าก็ข้ามศพข้าไปก่อน”

ไม้ถือขวานพร้อมประจันสู้ พวกสิงมองไม่กล้าเข้าไป ช่วงมองส่งสัญญาณ พวกสิงจึงชักดาบเข้าไปต่อสู้ ไม้ต่อสู้ไม่ยอมให้พวกสิงขึ้นเรือน

พุดจีบนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของเรือน. นวลถือตะกร้าวิ่งเข้ามารายงาน
“คุณพุดจีบเจ้าคะเห็นท่าจะเสียเลือดเสียเนื้อเอาการ”
“มีเรื่องอะไรกัน”
“พ่อผู้ใหญ่พาลูกน้องบุกไปเรือนกาหลง อ้างว่ากาหลงเป็นผีจะไปจับผีเจ้าค่ะ กาหลงเป็นผีหรือเจ้าคะ”
“พี่นวลหยุดปากเดี๋ยวนี้ เพื่อนฉันรึจะใช่ผีสาง”
“แต่พวกพ่อช่วงกำลังบุกไปจับกันเกรียวใหญ่ ตั้งใจไปฆ่ากาหลง”
พุดจีบเป็นห่วงกาหลง
“พี่นวลไปกับฉัน”
นวลตื่นกลัว
“ไปหาผี”
พุดจีบไม่ฟัง เดินนำออกไป นวลจำต้องตามพุดจีบไป
“ไม่ได้แขวนสร้อยพระเสียด้วย” นวลยกมือไหว้ภาวนา “คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองลูกด้วยเถอะเจ้าค่ะ”
พุดจีบหันกลับมาเร่ง
“พี่นวล”
“เจ้าค่ะ”
นวลรีบวิ่งออกตามพุดจีบไป

ไม้ต่อสู้กับพวกสิงอย่างสุดกำลังทำให้พวกสิง มั่นและขาบเสียท่า ไม้จะเข้าไปซ้ำ แต่ช่วงเข้ามาฟันช่วยเหลือพวกสิง ไม้เสียหลักเซล้มลงขวานหลุดมือ ช่วงเข้ามาเตะซ้ำ จนไม้ทรุดหมอบเจ็บตัวอยู่ที่พื้น ไม่มีแรงสู้ต่อ ช่วงสั่งลูกน้อง
“พวกเอ็งไปลากนังกาหลงออกมา”
มั่นและขาบมองหน้ากัน ไม่กล้าไปต่างดันอีกให้คนไปแทน ช่วงไม่พอใจเข้ามาถีบมั่นและขาบ
“ไอ้ปอดแหก ขึ้นเรือนไป”
สิงจึงเดินนำขึ้นไปมั่นและขาบเดินตามสิงไป ไม้มองตาม เป็นห่วงกาหลง
“พวกเอ็งลงมา อย่ายุ่งกับเมียข้า”
ช่วงเดินไปหาไม้ แล้วเตะหน้าไม้ล้มลง

พุดจีบกับนวลจะไปเรือนกาหลง เสียงเพชรเรียกดังขึ้น
“ประเดี๋ยวก่อน”
พุดจีบหันกลับมาเจอเพชรก็แปลกใจ
“เอ็งยังไม่ไปจากที่นี่”
“ฉันจะไปได้ยังไง ใจคอมันรู้หวาดๆ...ฉันรักและคิดห่วงชบา พี่กาหลงเป็นอย่างนั้น ฉันก็ต้องอยู่ช่วยชบา”
นวลสงสัย
“กาหลงเป็นอะไร”
พุดจีบแทรกขึ้น
“ขอบใจที่เอ็งอยู่ช่วยกัน....เอ็งไม่กลัว”
“กลัว...แต่ฉันมาดี...อย่างน้อยฉันเคยช่วยพี่กาหลง พี่กาหลงคงไม่ใจร้ายกับฉัน”
นวลยิ่งสงสัย
“พูดอะไรกันเจ้าคะ นวลไม่เข้าใจ ใครทำร้ายใคร รึว่ากาหลงเป็น....”
พุดจีบตัดบท
“พี่นวลเร่งไปเรือนกาหลง ไปช่วยปรามอย่าให้พ่อผู้ใหญ่ ทำร้ายกาหลง”
“แล้วคุณพุดจีบล่ะเจ้าคะ”
“เร่งไปเถอะ”
“เจ้าค่ะ”
นวลรีบเดินออกไปงงๆ เพชรหันไปถามพุดจีบ
“แล้วเราไม่ไปที่เรือนกาหลงรึ”
“ตามพี่มา”
พุดจีบเดินนำออกไป เพชรสงสัยเดินตามไป

สิงเปิดประตูเรือน แล้วเดินเข้าไป กาหลงนอนอยู่ ลุกขึ้นมาแปลกใจที่เจอพวกสิง
“พวกเอ็งมาทำอะไรกัน”
กาหลงมองไปที่มั่นและขาบ มั่นและขาบกลัว ถอยออกห่าง
“ข้าไม่ต้อนรับพวกเอ็ง...ลงไปจากเรือนข้า”
สิงจะเดินเข้าไป มั่นตะโกนบอกสิง
“ไอ้สิงเอ็งระวังตัว มันจะหักคอเอ็ง”
สิงมองกาหลง กาหลงมองสิง ไม่ได้แสงอิทธิฤทธิ์ สิงตัดสินใจคว้าแขนกาหลง
“ออกไปกับข้า”
กาหลงร้องขอ
“ปล่อย พวกเอ็งจะทำอะไรข้า” สิงลากตัวกาหลงออกไป มั่นและขาบมองหน้ากัน แปลกใจที่กาหลงไม่ได้ทำร้ายรีบตามออกไป

จัน เฟื้องกำลังจะเดินไป...ยายมาและตาสรวิ่งตามเข้ามา
“รอพวกข้าด้วย”
เฟื้องชะงักหันไปถาม
“พวกเอ็งจะไปไหน”
ยายมากับตาสรพูดพร้อมกัน
“ไปช่วยจับผี”

“พวกเอ็งวอนซะแล้ว ท่าจะฟันร่วงเสียวันนี้”

จันเงื้อมือจะตบ ยายมารีบบอก
“พวกฉันไปช่วย พวกฉันไม่เชื่อหรอกว่ากาหลงเป็นผี”
ตาสรเสริม
“พวกเราจะไปช่วยห้ามพ่อผู้ใหญ่ ไม่ให้ทำบาปกรรมลงมือกับลูกสะใภ้พวกเอ็ง”
เฟื้องโล่งใจ
“แล้วไป...ไปด้วยกัน”
พวกเฟื้องจะเดินออกไป นวลวิ่งเข้ามาอีกด้าน
“รอฉันด้วย”
จันแปลกใจ
“นังนวล...เอ็งจะไปไหน”
“คุณพุดจีบวานให้ฉันไปช่วยกาหลง เขาว่ากาหลงเป็น...”
นวลจะพูดคำว่าผี จันเงื้อมือจะตบ นวลรีบเปลี่ยนคำ
”เป็นอย่างที่รู้ๆกัน”
“เอ้า...ใครจะมากันอีกไหม จะได้โลดไปด้วยกันทีเดียว”
เฟื้องตะโกนถามไปรอบๆ ไม่มีใครเข้ามาเสริม เฟื้องจึงเดินนำออกไป จันเดินตาม ตาสรหันไปคว้ามือนวล
“ระวังตัวนะแม่เอ๊ย...มีอะไรเรียกพี่สรได้”
ยายมาด่าตาสร
“ไอ้หอกหัก”
ตาสรสะบัดมือออกจากนวลทันทีแล้วเข้าไปโอบกอดยายมา เดินออกไป
“จ้ะเมียจ๋า...”
ยายมาดึงหูตาสรออกไป นวลบ่นคนเดียว
“เชอะ...เห็นฉันสวยเข้าหน่อย ก็หลงเคลิ้ม”
นวลยิ้มชื่นชมตัวเอง นึกได้ว่ายืนอยู่คนเดียว ตะโกนไล่หลัง
“ว๊าย...รอฉันด้วย”

พวกสิงลากตัวกาหลงจับมัดกับเสากลางลานหน้าเรือนกาหลง...ไม้เจ็บตัว อยู่ที่มุมหนึ่งตะโกนบอก
“ปล่อยเมียข้า...ปล่อย”
มั่นและขาบเอาฟางมาล้อมรอบตัวกาหลง สิงเข้ามาราดน้ำมันลงบนฟาง ไม้ตกใจ
“พวกเอ็งจะทำอะไร”
ช่วงแสยะยิ้มเหี้ยม
“ข้าจะเผามันซะ มันจะได้ไปผุดไปเกิด”
กาหลงและไม้ตกใจ
“พี่ไม้ ช่วยฉันด้วย”
ไม้ฝืนเจ็บ จะเข้าไปช่วยกาหลงแต่มั่นและขาบเข้ามาล๊อคจับตัวไว้ สิงถือคบไฟส่งให้ ช่วงรับคบไฟในมือมองไปยังกาหลงที่ถูกจับมัด กาหลงมองช่วงโกรธแค้นจะกลายร่างเป็นผีแต่เมื่อมองไปเห็นไม้ ก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเขาก็จะรู้ว่าเธอเป็นผี กาหลงทำได้แต่ร้องขอความเห็นใจ
“ปล่อยฉันไปเถอะ ผู้ใหญ่เข้าใจฉันผิด”
ช่วงถือคบไฟเดินตรงมา ตั้งท่าจะจุดที่กองฟาง พวกจัน เฟื้อง ยายมา ตาสรและนวลวิ่งเข้ามาห้าม
“หยุดก่อน”
ช่วงแปลกใจหันไปมอง เจอพวกจันเข้ามา เฟื้องรีบห้ามเสียงแข็ง
“เอ็งจะทำร้ายลูกสะใภ้ข้าไม่ได้”
“เอ็งอยากโดนผีลูกสะใภ้หักคอตายรึไง ข้าจะจุดไฟเผาให้มันยอมคายความจริง”
“ผู้ใหญ่มีหลักฐานอะไรมาผูกใจว่ากาหลงเป็นผี” จันถามเสียงเข้ม
“ลูกชาย ลูกสาวข้าโดนมันเล่นงาน ไอ้มั่นไอ้ขาบก็เห็นฤทธิ์เดชของมัน”
ขาบชี้ไปที่กาหลง
“มันเคยบีบคอข้าใต้น้ำ”
มั่นเสริม
“แทงมันบนเรือน มันก็หายตัวได้”
พวกชาวบ้านฟังก็ตกใจ แต่ยังไม่เชื่อใจนัก กาหลงอ้อนวอนช่วง
“ผู้ใหญ่ปล่อยฉันเถอะ ฉันทำเรื่องอะไรเสียอีกเล่า พ่อผู้ใหญ่ถึงเกลียดชังคอยใส่ร้ายฉัน”
“เอ็งทำชาวบ้านสะดุ้งใจขวัญหนีดีฝ่อ ในหมู่บ้านบัวสีมีคนตายหลายศพเพราะมือเอ็ง แล้วเอ็งก็เล่นงานอบเชยกับไอ้โชติจนแนบสนิท”
กาหลงย้อนถาม
“ลูกพ่อผู้ใหญ่คงทำผิด...ถึงโดนกรรมเวรรตามเล่นงาน”
เฟื้องเห็นด้วย
“มันก็จริงอย่างคำกาหลง...หากมันเจ็บปางตาย มันต้องก่อกรรมชั่วไว้โข”
จันเสริม
“มันน่าจับสองคนนั่นมาคั้นความจริงต่อหน้า”
นวลพูดต่อจันทันที
“แทนที่จะจับกาหลงเผาไฟ ฉันยุให้จับอบเชยกับพ่อโชติมาเผา ให้คายความจริงเสียยังดีกว่า”
ช่วงตวาดใส่
“นังนวล”
นวลตกใจกลัวหลบหลังจันทันที
“พวกเอ็งอคติลูกข้า คอยเข้าข้างมันเป็นปี่เป็นขลุ่ย”
เฟื้องแย้ง
“ฉันก็พูดไปตามหลักธรรม คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หากมันไม่ได้ก่อกรรมไว้ จะมีเหตุให้เจ็บป่วยได้อย่างไร”
โขงเข้ามา
“ไอ้โชติอาจเคยฆ่าคนแล้วโดนผีเล่นงานก็ได้”
ช่วงไม่พอใจ
“เอ็งลองบอกข้าสิ ผีตัวไหนจะเล่นงานลูกข้า”
โขงยังคงเจ็บแค้นโชติ พูดความในใจออกมา
“ผีจำปาไง ไอ้โชตินี่แหล่ะที่มันขืนใจจำปา แล้วจับจำปาแขวนไว้ใต้ต้นไทร...ผีจำปาอยู่ไม่เป็นสุข ถึงต้องมาแก้แค้นเล่นงานคนชั่วอย่างพวกมัน”
ช่วงไม่พอใจ
“ไอ้โขง หยุดกล่าวหาลูกข้า ไม่งั้นข้าจะจับเอ็งเผาไฟไปพร้อมกับมัน”
สิงจะเข้าไปทำร้ายโขง กาหลงรีบร้องห้าม
“แต่พอการเถอะ”

ทุกคนหันกลับไปมองกาหลง อยากรู้ว่าเธอจะทำอย่างไร

จบตอนที่ 9

อ่านต่อตอนที่ 10 เวลา 9.30 น.
ภาพอาถรรพณ์ ตอนที่ 9
ภาพอาถรรพณ์ ตอนที่ 9
ส่วนทางด้านเกษลดายังคงครุ่นคิดปรึกษากับตัวเองดังๆ อยู่คนเดียวในห้องนอน “ยายผีบ้าห้ามเราไม่ให้ยุ่งกับเจ้าคุณเพราะ...เจ้าคุณคือหนึ่ง…ให้เชื่อมั้ยเนี่ย” เกษลดาเดินไปเดินมา ครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง “ถ้าคิดต่อไปต้องเป็นบ้าแน่ชั้น แค่ฝันเว้ย” เกษลดาเดินไปที่เตียง ล้มตัวนอน แต่ก็ต้องทะลึ่งขึ้นมาอย่างแรง เมื่อเสียงเย็ยยะเยือกของคุณประยงค์ดังมา “เจ้าคุณขา...เจ้าคุณ” เกษลดาร้อง “เฮ้ย” แล้วเงี่ยหูฟัง ทุกอย่างเงียบแต่พอจะนอนเสียงนั้นดังอีก “เจ้าคุณขา…” “จะหาเจ้าคุณใช่มั้ย...ได้...ตามให้” เกษลดาพูดอย่างท้าทาย เกษลดาเดินเร็วมาตามระเบียง เพื่อจะไปห้องเชษฐา ปากก็พูดเสียงประชด “เดี๋ยว ตามให้รอเดี๋ยว”
กำลังโหลดความคิดเห็น...