xs
xsm
sm
md
lg

ทองเนื้อเก้า ตอนที่ 5

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ทองเนื้อเก้า ตอนที่ 5

ในเวลากลางคืน เสียงอภิชาติร้องไห้ไม่หยุด วันเฉลิมนอนหลับ เสียงลำยองร้องเรียก
"อีชม อีชื่น...มุดหัวอยู่ไหนกันหมด"
วันเฉลิมตื่นขึ้นได้ยินทั้งเสียงน้อง เสียงแม่ หายงัวเงียแล้วมุดมุ้งออกมา

น้าชื่นกับชมช่วยกันแกะผ้าอ้อมให้อภิชาติ
"เด็กท้องเสียค่ะคุณ" ชื่นบอก
"ขี้เต็มผ้าอ้อมเลย" ชมว่า
วันเฉลิมเข้ามาเกาะข้างเตียง
"ทำยังไงก็ได้ ให้มันหยุดร้องซะที" ลำยองบอก
"ร้องทั้งคืนแน่ ถ้าคุณไม่พาไปหาหมอ" ชื่นบอก
"หมออะไร ค่ำมืด ดึกดื่นยังงี้"
"ปากซอยทางโน้นไง ฉันเห็นมีร้านหมออยู่"
"วุ่นวายซิบเป๋ง"
"ก็คุณน่ะแหละ เอาน้ำก๊อกชงนมให้เด็กได้ยังไง"
"มึงอย่างมาโทษกูน่ะอีชื่น เพราะมึงน่ะแหละขึ้นมาช้า"
"ตัวร้อนด้วยนะน้า ร้อนจี๋เลยเนี่ย" ชมบอก
"คุณรีบพาไปหาหมอไป" ชื่นบอก
"มึงน่ะแหละ อุ้มมันไป"
"คุณเป็นแม่เด็กนะคะ"
"กูจะนอน"
"คุณพูดยังงี้ได้ยังไง"
"เอ้านี่เงิน เอามันไปพ้นๆ ซะที"
"วันพาน้องไปเองก็ได้ครับ" วันเฉลิมบอก
"ไปเหอะน้าชื่น สงสารเด็กมัน" ชมบอก
น้าชื่นพยายามตัดอารมณ์โกรธ อุ้มพาอภิชาติออกมา วันเฉลิมเดินตามออกมาด้วย
"วันอยู่บ้านนี่แหละ ไม่ต้องไปด้วยหรอก มันไกล"
ชมกับชื่นออกไป ลำยองหงุดหงิด เหวี่ยงผ้าอ้อมที่เปื้อนทิ้งไปทางหนึ่งแล้วลงนอนต่อ วันเฉลิมเกาะประตูมองแม่แล้วค่อยๆถอยออกไป

เช้าสายวันใหม่ กวงขึ้นบันไดมาชั้นบน จนถึงห้องลำยอง และเปิดประตูเข้าไป ในห้องรกเหมือนเดิม เธอหลับแผ่หลาอยู่บนเตียง กวงไม่เห็นลูกก็แปลกใจ สีหน้าเครียด
ภายในห้องน้าชื่นกับชม วันเฉลิมนั่งอยู่ข้างเบาะอภิชาต กวงก้าวเข้ามาในห้อง
"ทำไมอภิชาติถึงมานอนอยู่ในนี้ล่ะ"
"นอนห้องนี้หลายคืนแล้วค่ะ แม่เขาไม่เอาบอกว่าลูกกวน ต้องตื่นชงนมดึกๆ"
"วันก่อนแกท้องเสีย เพราะยัยแม่เอาน้ำก๊อกในห้องน้ำชงนมให้กิน ขี้ไหลทั้งวัน ทั้งคืน ชมกับน้าชื่นต้องอุ้มพาไปหาหมอปากซอยโน่น" ชมบอก
กวงยิ่งขุ่นมัว
"ฉันสั่งเอาไว้แล้วไงว่าให้ระวังเรื่องนม เรื่องน้ำ เด็กไม่ค่อยแข็งแรง ทำไมเอาน้ำก๊อกชงนมให้กิน ไม่ได้ต้มน้ำร้อนกันรึไง กระติกก็หามาให้ตั้งสองใบ"
"ก็หมดแล้วเขาไม่บอกนี่คะ ไม่เคยบอกหรอก ฉันก็งานยุ่ง ๆ บางทีก็ไม่ทันได้ดู ส่วนใหญ่พ่อวันเฉลิมเขาเป็นคนมาบอกเรื่องน้ำสุกหมด"
กวงชะงัก วันเฉลิมอีกแล้ว
"น้องหายแล้วละครับป๊า วันนี้น้องยังไม่ร้องเลย"

ลำยองพลิกตัวเป็นนอนหงาย เปลือกตาเต้นอยู่อึดใจ ถึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น กวงนั่งอยู่มุมหนึ่ง จมอยู่กับความคิดและผ่านการตัดสินใจแล้ว
ลำยองเห็นกวง ก็ค่อย ๆ งัวเงียลุกขึ้นนั่ง ผมเผ้ากระเซิง
"ไม่อยากเลี้ยงเหรอ...ลูกน่ะ"
"ก็มันกวนจะตาย ตื่นได้คืนละห้าหน หกหน ใครไปทนไหว เราเสียเงินจ้างคนใช้แล้ว ก็ต้องใช้มันให้คุ้มสิ"
"เขาจะออกสิ้นเดือนนี้กันแล้วทั้งสองคน ทนไม่ไหวแล้วจะทำยังไง เลี้ยงลูกเอง หุงข้าว ซักผ้าเองทั้งหมดน่ะ คนใช้ไม่ได้หาได้ง่าย ๆ"
"โอ้ย...ไม่เอาหรอก ตายกันพอดี"
"ใช่...ตายแน่ รับรองบ้านเป็นส้วมเลยล่ะ เป็นกองขยะด้วย"
"คุณก็หาคนมาให้ใหม่สิ ลำยองไม่ทำหรอกนะ งานบ้านน่ะ"
กวงส่ายหน้า
"เอาลูกมาดีกว่า ฉันจะหาคนเลี้ยงเอง"
"ทำไม่ต้องเอาไปด้วย หาคนมาเลี้ยงที่นี่สิ"
"เอามาเลี้ยงที่นี่ เขาก็ลาออกอีกแหละ สู้เอาไปให้เขาเลี้ยงเลยไม่ได้"
"จ้างใครเลี้ยง"
"ไม่ต้องจ้าง"
"หมายความว่าไง"
" ให้อาม่าเลี้ยงให้ ที่บ้านมีคนใช้หลายคน"
"บ้าน่ะสิ ลูกฉันนะ จะเอาไปได้ยังไง"

ภายในห้องน้าชื่นกับชม วันเฉลิมถาม
"พี่ชมไม่ไปไม่ได้เหรอครับ"
"ออกไปหางานใหม่ทำ มันไม่ใช่เรื่องสนุกหรอกนะวัน แต่ถ้าต้องทนอยู่ที่นี่ต่อไป พี่ก็ไม่ไหวเหมือนกัน"
"ถ้าป๊าเพิ่มเงินเดือนให้ล่ะครับ"
"บางทีเงินเยอะ ๆ แลกกับต้องทนบางอย่าง มันก็ไม่มีประโยชน์หรอกพ่อวัน"
"แล้วใครจะช่วยเลี้ยงน้องล่ะครับ"
"เดี๋ยวป๊าวัน เขาก็หาทางจนได้น่ะแหละ"

ลำยองบีบน้ำตา ทำฟูมฟาย
"ฉันไม่ให้หรอก ยังไงฉันก็ไม่ให้"
"อาม่าเขาอยากได้หลานชาย เพราะมีแต่หลานสาว คนจีนน่ะเขาเลี้ยงลูกชายดีนะ เผลอๆ จะส่งเสียให้ได้ไปเรียนเมืองนอกด้วย อีกหน่อยลำยองก็มีลูกได้อีก ถ้าเป็นผู้หญิงค่อยเลี้ยงเอง รู้ไหม...อาม่า จะทำขวัญหลาน ให้รางวัลลำยองด้วย ไม่อยากได้เหรอ"
ลำยองชะงักกึก หยุดร้องไห้ได้ทันที
"ขอหลานให้แกเท่านั้นเอง ไม่สบายกว่าเหรอ ไม่ต้องเลี้ยงลูกอ่อนนะ"
"ลำยองจะแน่ใจได้ยังไงว่าเลี้ยงดี"
"ผมก็อยู่ด้วยทั้งคน จะไม่ดีได้ยังไง จะให้เงินลำยองไว้ใช้เล่นซักสองหมื่น ลำยองอยากได้อะไรก็ซื้อได้สบายๆนะ"
ลำยองตาเป็นประกายวาววาม

ห้องลำยอง เวลากลางคืน ข้าวของกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ ทีวีกำลังมีละครน้ำเน่า บทนางเอกโศกน้ำตานอง ลำยองนั่งชันเข่าบนโซฟา แทะเม็ดกวยจี๊ พ่นเปลือกไปเกลื่อนรอบตัว ลำยองหน้าตามีความสุขมือคว้าแก้วเหล้ามาจิบ...

ลำยองฟูมฟาย
"ลูกลำยองไม่ใช่ผัก ใช่ปลานะ ถึงจะมาแลกด้วยเงิน"
กวงถอนใจ
"ไม่เป็นไร ไม่ให้ก็ไม่เป็นไร แม่ผมเขาบอกว่า เขาจะหาเมียใหม่ให้อีกคน เอาไว้ทำลูกชาย โดยเฉพาะ"
ลำยองอึ้ง
"เพราะคนนี้ไม่ค่อยแข็งแรง เขาอยากได้ที่อ้วน ๆ ขาว ๆ แข็งแรงๆ คงต้องหาแม่อายุซักสิบแปด ไม่ติดเหล้า ไม่มีผัวมาก่อน ไม่เคยมีลูก แม่ผมเขาทาบทามตาแป๊ะขายเต้าฮวยแถวบ้านอยู่เหมือนกัน ลูกสาวแกอายุประมาณนี้แหละ สิบเจ็ด สิบแปด แกว่าสินสอดซักแปดพัน ทองซักสองบาท แกก็ยกให้แล้ว"
"เอามาสามหมื่น ทีนี้จะเอาไปไหนก็ไป"
กวงยิ้มพอใจ
"แน่นะ"
"แน่"
"แต่ความจริง สองหมื่นก็น่าจะพอ"
"ไม่พอหรอก"
"งั้นสองหมื่นห้า"
"สามหมื่นบาทขาดตัว"

ลำยอง ยิ้มพอใจวางแผนการใช้เงินล่วงหน้า เหล้าจากขวดถูกเทลงในแก้ว ในอารมณ์เฉลิมฉลอง

ภายในห้องน้าชื่นกับชม วันเฉลิมตวงนมผงด้วยช้อนตวงอย่างระมัดระวัง ใส่ในขวดนม สองน้าหลานเตรียมการเป็นพี่เลี้ยงสอน ถ่ายทอด วิธีดูแลเด็กอ่อนให้วันเฉลิม
"น้ำต้องไม่ร้อนเกินไปนะวัน ไม่งั้น นมมันแตกเป็นลูก เขย่าเข้า"
วันเฉลิมบรรจงเทน้ำสุกจากกระติกใส่ขวดนม
"แนบแก้มดูซิ ร้อนไปไหม ร้อนมากๆ น้องกินไม่ได้นะ"
วันเฉลิมเอาขวดนมแนบแก้มเช็คอุณหภูมิ วันเฉลิมเอาขวดนมป้อนใส่ปากน้อง ประคองขวดนมไว้ให้
วันเฉลิมเลี้ยงน้องอย่างมีความสุข

วันใหม่ เวลากลางวัน วันเฉลิมช่วยชมซักผ้าอ้อมน้อง
"จะให้ดีน่ะนะ ต้องซักน้ำเปล่าทิ้ง ทีนึงก่อน แล้วค่อยเอาผ้าลงแช่ผงซักฟอกมันจะได้ไม่เปลือง ผ้าจะสะอาดกว่าด้วย ขยี้แล้วล้างซักสองน้ำ ดูจนน้ำไม่เป็นฟองแล้วน่ะแหละ ผงซักฟอกออกไม่หมดมันจะกัดผิวน้องนะ"
วันเฉลิมเรียนรู้งานเอาจริง เอาจัง อย่างรู้ดีว่าอีกไม่นาน ทั้งชมและน้าชื่นจะไม่อยู่ที่นี้แล้ว

ในวันเดียวกัน เงิน 30,000 บาทถูกวางลงตรงหน้าลำยอง เธอคว้าหมับ
"ครบรึเปล่า เนี่ย"
"ก็นับดูสิ" กวงบอก
ลำยองมองอย่างกลัวใครจะเข้ามาเห็น
"ความจริง สองหมื่นห้าก็เยอะพอแล้ว"
ลำยองรีบเอาเงินไปซุกเก็บใต้หมอน
"ไม่พอหรอก ลำยองต้องเลี้ยงน้อง เลี้ยงไอ้วันเฉลิมโรงเรียนอนุบาลน่ะ แพงจะตาย ค่าเรียน ค่ากิน ค่าอะไรต่อมิอะไร ลำยองไม่เอาลูกไปเรียนโรงเรียนวัดหรอก เสียหน้าตาย"
"คืนให้พ่อเขาไปก็หมดเรื่อง เขาเลี้ยงกันเองแหละ" กวงแนะนำ
ลำยองเบ้ปาก
"ไม่ดีเหรอ ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องเปลือง แล้วลำยองก็ได้เป็นสาวใหม่ ไม่ต้องมีภาระ"
"พ่อมันได้เมียใหม่ไปแล้ว เขาไม่เอามันหรอก"
"ไม่อยากกลับเป็นสาวก็ตามใจ"

วันเฉลิมตากผ้าอ้อมขึ้นราวเป็นผืนสุดท้าย แล้วมองฝีมือตัวเองอย่างภาคภูมิใจ ผ้าอ้อมบนราวตากผ้าเรียงเป็นตับ วันเฉลิมเห็นกวงรับเบาะใส่อภิชาติมาอุ้มไว้กับอก
วันเฉลิมวิ่งออกมาหน้าบ้านทันที
"ขอบใจมากนะ ชื่น ชม ขัดสนอะไรก็ไปหาฉันได้"
น้าชื่น , ชม ยกมือไหว้กวง
กวงอุ้มลูกเดินออกไปหน้าบ้าน วันเฉลิมวิ่งตามมา
"ป๊าจะพาน้องไปไหนครับ"
"แม่เราเขาเลี้ยงน้องไม่ไหว ป๊าจะเอาไปเลี้ยงเอง"
กวงฝืนยิ้มให้วันเฉลิม ปวดใจไม่น้อยเพราะรักราวกับลูก
"ดูแลตัวเองให้ดี ๆ นะ วันเฉลิม กลับไปอยู่กับพ่อเราได้ก็กลับไปเถอะ"
กวงอุ้มลูกไปที่รถทันที วันเฉลิมได้แต่ยืนมองจนรถกวงแล่นจากไป

บนบ้าน ลำยองนับเงินราวกับมันมากมาย นับเท่าไรก็ไม่หมด วันเฉลิมเปิดประตูเข้ามา
"แม่ครับ"
ลำยองตกใจ คว้าผ้าห่มมาปิดกองเงินไว้
"กูตกใจหมดเลย เดี๋ยวเถอะมึง"
"ป๊าพาน้องไปไหนครับ"
"ไปไหนก็เรื่องของเขาสิ มึงจะไปไหนก็ไป ไป"
วันเฉลิมหน้าหงอย
"อ้อ..แล้วไม่ต้องปากดี ไปบอกใครต่อใครนะมึง ยายมึงถามเรื่องป๊า เรื่องน้อง ก็ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เข้าใจไหม"
"ครับ"
"ไป้"
วันเฉลิมออกจากห้องไป แล้วค่อยๆ ปิดประตู ลำยองเอาผ้าห่มออก
"กูเลยลืมเลย นับถึงเท่าไหร่แล้ววะ"
ลำยองเริ่มนับเงินใหม่ ความสุขจากการได้นับเงินมิได้ลดน้อยถอยลงเอย

วันเฉลิมยืนพิงประตูห้องลำยอง หัวใจดวงน้อยของเขาห่อเหี่ยวอย่างบอกไม่ถูก

วันเฉลิมนั่งไสเครื่องบินเล่นที่พื้นเห็นแม่แต่งตัวสวยเดินลงบันไดมา
"แม่ไปไหนครับ"
"เรื่องของผู้ใหญ่"
"แม่จะกลับกี่โมงครับ"
"เอ๊ะ ไอ้นี่ กี่โมงมันก็เรื่องของข้า อยู่บ้าน เฝ้าบ้านดีๆ นะมึง โทรภาพมีก็เปิดดูเข้าไปสิ"
ลำยองสวมรองเท้าส้นสูงสีสดแล้วเดินออกไป

ในห้องชื่นกับชม กระเป๋าเสื้อผ้า ลังกระดาษใส่ข้าวของวางอยู่
"น้าไปนะพ่อวัน อีกไม่กี่วันแม่พ่อวันเขาก็คงหาคนใหม่มาได้แล้วล่ะ"
ชมบอก
"เสื้อผ้าชุดนักเรียนน่ะ กลับมาถึงบ้านแล้วก็ต้องถอดออกนะวัน ไม่งั้นสกปรกมอมแมม ซักยาก"
"ครับ"
"ผักที่ปลูกไว้ รดน้ำบ้างนะ พี่กลัวว่าคนใหม่เขาคงไม่สนใจมันหรอก แค่งานบ้านก็ทำไม่หวัดไหวแล้ว"
"ครับ"
สองน้าหลานช่วยกันยกกระเป๋า ข้าวของออกไป
ประตูรั้วค่อย ๆ ถูกปิดเข้ามา น้าชื่นกับชมหิ้วของพากันเดินจากไป วันเฉลิมเกาะประตูรั้วมองตาม ใครต่อใคร จากไปกันทีละคนสองคน

ที่เยาวราช ร้านทองรูปพรรณ ละลานตา เต็มตู้ ลำยองนั่งไขว่ห้างเป็นคุณนายหน้าตู้, ชี้นิ้วขอดูชิ้นโน้น ชิ้นนี้ ลองสวมทั้งสร้อยคอ สร้อยข้อมือ กำไล ฯลฯ สารพัดที่อยากได้ เธอแหกกระเป๋า หยิบเงินทั้งปึกออกมานับอวด สุขใจจัง

ในเวลาต่อมา ลำยองก้าวเข้ามาในร้านเสริมสวย ใส่ทองพราวเต็มตัว มากมายจนเหมือนจะเกินงาม
"โอ้โห พี่ลำยอง...ของจริงรึเปล่าน่ะ" ลูกจ้างร้านเสริมสวยทักทาย
"อีนี่...เดี๋ยวเถอะมึง คนอย่างลำยองไม่ใส่ของเก๊หรอกโว้ย"
"พี่ไปรวยอะไรมาเนี่ย"
"ผัวข้าเขาซื้อให้ เอ็งไม่รู้รึไง เขาเป็นเจ้าของโรงงานกาละมังเคลือบที่พี่น้องเองไปเป็นลูกจ้างอยู่ไง"
"พี่นี่วาสนาดีจริงๆเลย"
ลำยองยิ้มภาคภูมิใจ
"วันนี้ทำอะไรดีล่ะพี่"
"สระก่อนเดี๋ยวค่อยเลือกทรง เอายาทาเล็บมาเลือกสีด้วย"

ขณะที่แม่ห่วงสวยอยู่ที่ร้าน ทางด้านวันเฉลิมอยู่บ้าน เก็บเสื้อ ผ้าถุงของลำยองที่เกลื่อนกระจายไม่เป็นที่เป็นทางมาใส่ตะกร้า กวาดบ้าน ยกถังน้ำเข้ามา บิดผ้าขี้ริ้วแล้วถูพื้น หลังงานเสร็จ วันเฉลิมนั่งเล่นเครื่องบินอยู่คนเดียวอยู่ในบ้านจนหมดสนุก เขามองไปหน้าบ้าน ยังไม่มีวี่แววว่า แม่จะกลับมา เขาเก็บเครื่องบินเข้าที่ แล้วเดินออกไปจากบ้านเพื่อไปยังกุฎิหลวงตาปิ่น

หลวงตาปิ่นกับสิน นั่งมองหลานชายกินข้าวอย่างหิวโซ
"ก็ยังดีที่มันรู้ว่ามาที่นี่แล้วไม่มีอด...เอ้า กินซะให้อิ่มไอ้วัน" หลวงตาปิ่นบอก
"คนใช้ไปกันหมดแล้ว ทีนี้แม่เองก็คงต้องซักผ้าเองถูบ้านเองแล้วละมัง" สินว่า
"แม่บอกว่า จะหาคนใช้ใหม่ครับ"
สินออกจะเอือม แต่ไม่อยากพูดอะไรให้หลานรู้สึกไม่ดีต่อแม่
"ป๊าเองเขาเอาน้องไปแล้ว แม่เอ็งเขาไม่ว่าอะไรเลยเรอะ"
"ไม่รู้ครับ"
"มันเป็นแม่แบบไหนกันหว่า" หลวงตาปิ่นว่า
"น้องไม่ค่อยสบาย ป๊าคงเอาน้องไปรักษาครับ หายแล้วน้องคงกลับมา"
หลวงตาปิ่นสบตาสิน
"หลวงตาครับ ข้าวที่เหลือนั่นวันเอากลับบ้านได้ไหมครับ วันจะเอาไปฝากแม่"
สินกับหลวงตาปิ่นอึ้งกับเด็กคนนี้

สินกลับมาเล่าให้ปั้นฟังที่เรือนแพ
"สันดานอย่างมัน ไม่มีใครเขาทนอยู่ด้วยได้หรอก ขนาดคนใช้ยังเอือมระอา"
"แต่ไอ้วันมันยังคิดว่า พ่อใหม่มันจะเอาน้องกลับมาคืนนะแม่ปั้น"
"ถ้ามันคิดว่าตัวมันมีเสน่ห์ซะจนผู้ชายเขาทิ้งมันไม่ลง มันก็น่าสมเพชละตาสิน"
"ไม่มีผู้ชายหาเลี้ยง แล้วมันจะอยู่ยังไง"
"มันคงหาผัวใหม่ไปเรื่อยๆน่ะแหละ"
"ฉันน่ะไม่อยากให้เป็นยังงั้นเลยแม่ปั้น สงสารไอ้วันมัน เด็กมันจะรู้สึกยังไงที่เห็นแม่ตัวเองเป็นยังงี้"
ปั้นนิ่งเงียบไป
"ถ้ามันได้คิด ปรับปรุงตัวเองเสียใหม่ หัดทำมาหากินอย่างคนอื่นเขาบ้างก็คงจะดี ฉันกลัวไอ้วันมันจะลำบากวันข้างหน้า"
"ของแห้งมีอะไรหมดบ้างก็ไม่รู้ พริก หอม กระเทียม พรุ่งนี้ต้องซื้อเข้าร้านหน่อยนะ"
ปั้นลุกออกไปตรวจดูสินค้าเหมือนเลิกสนใจเรื่องวันเฉลิม

ลำยองเดินเข้าบ้านมา ดีดเขี่ยรองเท้าส้นสูงกระเด็นไปคนละทาง แล้วตะโกนเรียก
"นังชม เอาน้ำเย็นๆมากินหน่อยโว้ย หิวน้ำ"
วันเฉลิมประคองแก้วน้ำเย็นออกมาให้
"อ้าว...แล้วอีชมมันไปมุดหัวอยู่ไหน"
วันเฉลิมเดินมาเก็บรองเท้าส้นสูงให้ลำยองไปวางไว้อย่างเป็นระเบียบ
"พี่ชม ป้าชื่น เขาไปกันแต่เช้าแล้วไงครับ แม่"
"เออ...กูลืมไป เดี๋ยวค่อยหาคนใหม่ อีสองคนนี่มันขี้เกียจจะตาย ทำงานไม่คุ้มเงินเดือน"
"แม่หิวข้าวไหมครับ"
"ไส้จะขาดอยู่แล้ว"
วันเฉลิมเปิดฝาชีบนโต๊ะ หยิบจานข้าวที่ราดกับข้าวเอาไว้แล้วยกมาให้ ลำยองตักข้าวกินไปแล้วหลายคำถึงได้ชะงักมองหน้าวันเฉลิม วันเฉลิมยิ้มภูมิใจที่หาเลี้ยงแม่ได้
"เอ็งไปเอาข้าวนี่มาจากไหนไอ้วัน"
"วันขอหลวงตามาครับ กินข้าวก้นบาตรได้บุญเยอะครับแม่"
ลำยองรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ แต่ไม่เกิดความรู้สึกละอายใจขึ้นแม้แต่น้อย
"เออ... เอ็งนี่มันฉลาดดีนี่หว่า ยังงี้ไม่อดตาย"
"แม่ครับ เมื่อไหร่ป๊าจะพาน้องกลับมาครับ"
ลำยองชะงัก นึกถึงแต่กวง ไม่ได้นึกถึงลูก
"หลวงตาบอกว่า ป๊าจะกลับมาเหรอ ป๊าเอาน้องไปแล้วคงไม่กลับมาหรอก"
"มาสิวะ.. ยังไงเขาก็ต้องมา"
ลำยองตักข้าวกินต่ออย่างหิวโซ

เช้าวันใหม่ แม่น้ำเจ้าพระยา.. สวะลอยเกลื่อน หน้าบ้านลำยอง วันเฉลิมในชุดนักเรียน หอบขวดเหล้าของลำยองหลายใบ มาใส่รวมไว้ในเข่งที่มุมหนึ่ง ในเข่งมีขวดอยู่แล้วไม่น้อย รถโรงเรียนแล่นมาจอดหน้าบ้าน กดแตรเรียก วันเฉลิมถือกระเป๋าวิ่งไปขึ้นรถ ที่มีครูคอยช่วยอุ้มรับเด็กขึ้นรถ

วันหนึ่ง ลำยองเดินเข้ามาหน้าโรงงานกาละมังเคลือบ มองหารถของกวงคันเดิม แต่ก็ไม่เห็นเพราะกวงเปลี่ยนรถแล้ว สมัย ผู้จัดการโรงงานเดินออกมาพอดีเห็นลำยองก็จำได้
"คุณกวงอยู่ไหม" ลำยองถาม
"ไม่อยู่ วันนี้ไม่ได้เข้ามา"
"แล้วนี่รถใคร"
"รถผมเอง"
"เป็นแค่ลูกจ้าง มีปัญญาซื้อรถยังงี้ด้วยเหรอ"
ลำยองเดินเข้าโรงงาน
"จะไปไหน เข้าไปไม่ได้นะ"
"ทำไมจะไม่ได้ ฉันเป็นเมียคุณกวงนะ"
"บอกว่าคุณกวงไม่อยู่ ไปโรงงานที่พระประแดงโน่น"
"ฉันไม่เชื่อ"
ลำยองลุยเข้าไปข้างใน สมัยเดินตาม

ลำยองลุยเข้ามาจนถึงห้องทำงานเก่าของกวง
"นั่นมันห้องทำงานผม"
ลำยองเปิดห้องเข้าไปดู ในห้องไม่มีใคร...
"แล้วกล้าดียังไงมาใช้ห้องคุณกวง"
"คุณกวงไม่มาทำงานที่นี่แล้ว เขาไปอยู่ประจำที่พระประแดงโน่น"
"ทำยังงี้มันหนีหน้ากันนี่หว่า เอาลูกฉันไปเป็นเดือนแล้วมาทำเฉยได้ไง คอยดูเหอะจะฟ้องว่าขโมยลูก"
"ฟ้องใครล่ะ"
"ฟ้องใครก็ฟ้องตากวงน่ะแหละ"
"เธอยกให้เขาแล้วไม่ใช่เรอะ"
"ยกให้ แต่มันเรื่องอะไรมากีดกันไม่ให้แม่ลูกเขาเจอหน้ากัน"
"ฉันไม่รู้ด้วยหรอกนะเรื่องนี้ ต้องไปคุยกับคุณกวงเขาเอาเอง"
"โรงงานใหม่เขาอยู่ไหน ฉันจะไปตามเขาเอง บ้านเขาด้วย บอกมานะ บอกมา"
"ไม่บอกจะทำไม...ไม่ใช่หน้าที่"
"แอร๊ย....ไอ้คนเฮงซวย พรากแม่พรากลูกเขาไม่พอ ยังพรากผัวพรากเมียเขาอีก ไอ้คนใจร้าย แอร๊ย..."
พนักงานต่างตกตะลึงพรึงเพริศ
"ฉันไม่ได้พรากนา...ตกลงกันเอง มาเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย บ้านผัวตัวเองไม่รู้จักแล้วจะมาโทษใคร ไป...กลับบ้านไปซะเถอะ อย่ามาวุ่นวายแถวนี้อีก"
"กูเป็นเมียคุณกวงนะมึง"
"ก็แค่เมียเก็บ เอาไว้ให้เขาทำลูกล่ะวะ"
"แอร๊ย..."
"หุบปากเลย...หนวกหู ถ้าลื้อไม่ออกไปดีๆอั๊วจะให้ยามมาลากออกไป"
ลำยองกรีดเสียงร้องหนักกว่าเดิม

ลำยองถูกผลักเซออกมาจนล้มลงกับพื้น รองเท้าส้นสูงถูกโยนตามออกมาตกลงข้างตัว ยามปิดประตูรั้วหน้าโรงงานแล้วยืนคุมเชิงห่างๆ
"รู้จักคนอย่างอีลำยองน้อยไปแล้วมึง คอยดูเหอะกูจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเลย"
ลำยองลุกขึ้นปัดขี้ฝุ่นที่เปื้อนกระโปรงแล้วเดินมาใส่รองเท้าที่หล่นอยู่คนละทิศละทาง เดินวนไปมาอย่างคุมแค้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เธอหยิบก้อนหินที่พื้น เขวี้ยงเข้าไปในโรงงานระบายความแค้น รองเท้าข้างนึงส้นหักหลุดออกมา
"แอร๊ย..."
ลำยองเดินโขยกเขยกด้วยรองเท้าส้นไม่เท่ากันออกไป

สมัยเปิดประตูอีกห้องหนึ่งเข้ามา ซึ่งเป็นห้องทำงานใหม่ กวงยืนอยู่ที่หน้าต่างมองเห็นลำยอง
"ไปแล้วครับ"
"ผมเห็นแล้ว ขอบคุณมากคุณสมัย"
"โชคดีนะที่คุณเปลี่ยนรถ เปลี่ยนห้องทำงาน ไม่งั้นมีหวังเรื่องยาวแน่"
"ไม่หรอก สำหรับผมให้เงินแล้วก็ถือว่าจบกันไปแล้ว...ลูกคือความรับผิดชอบของผม ถ้านิสัยเขาดีกว่านี้สักหน่อย ผมอาจจะสงสารแล้วก็เลี้ยงดูส่งเสียเขาต่อไปก็ได้ แต่นี่ ไม่ไหว ยิ่งเขาทำตัวต่ำเท่าไร ผมยิ่งรู้สึกผิดต่อลูกเมียผมมากขึ้นเท่านั้น"
"ผมว่ายังไงเขาก็ต้องกลับมาอีก"

"เรื่องลูกน่ะเป็นแค่ข้ออ้าง ผู้หญิงคนนี้หิวเงินยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น...เข็ดแล้วคุณสมัย...ผมเข็ดแล้วจริงๆ"

ร้านขายของชำกลางซอย ลำยองซดเหล้ากั๊กพรวดเดียวหมด ใบหน้าตาบิดเบี้ยวเพราะฤทธิ์อันร้อนแรง แต่อึดใจหลังจากนั้น กลับกลายเป็นความอภิรมย์
"เอามาทั้งขวดเลยดีกว่าว่ะ"
ลำยองจ่ายเงินแล้วรับขวดเหล้าที่ห่อกระดาษถุงปูนมากอดเหน็บจั๊กแร้เดินออกไป มืออีกข้างหิ้วรองเท้าส้นสูงที่สันหักเดินตีนเปล่าเข้าบ้าน
ลำยองเดินมาถึงหน้าบ้าน ยายแลท้าวสะเอวยืนปักหลักคอยอยู่
"นังลำยอง อีโง่ทำไมมึงถึงได้โง่ยังงี้วะ"
"อะไรแม่ ฉันยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่นะ"
"มึงให้ลูกชายเขาไปแล้ว ทีนี้เขาจะกลับมาหามึงทำไม สู้ไปหาอีพวกสาวสิบหกนอนกกเล่นไม่ดีกว่าเรอะ อีโง่ จะทำอะไรทำไมไม่ปรึกษากูก่อน"
"แม่รู้ได้ไงเนี่ย"
"มึงนึกว่ากูหูหนวกตาบอดเรอะ เขาลือกันไปทั้งซอย"
"อีพวกปากมาก เรื่องของคนอื่นสาระแนอยากรู้กันนัก"
ลำยองเดินเข้าบ้าน ยายแลตามลูกสาวเข้าบ้าน เธอโยนรองเท้าส้นหักทิ้งไปทางหนึ่ง
"บ้านช่องก็ปิดเงียบเชียบ คนใช้มันหายหัวไปไหนกันหมด"
"มันลาออกกันไปหมดแล้ว"
"แล้วเอ็งจะทำยังไง"
"แม่ก็หาคนใช้ใหม่มาให้ฉันซักคนสิ เอาไว้ซักผ้า ถูบ้าน กับข้าวไม่ต้องทำฉันจะกินกับแม่ ฉันให้แม่เดือนละแปดร้อย ตกลงไหม"
"แล้วคนใช้กับไอ้วันมันจะกินยังไง"
"สายๆ กับเย็นๆ แม่ก็ให้ไอ้ปานมันหิ้วปิ่นโตมาส่งสิ ไอ้วันน่ะ เช้าๆ ก็ให้มันไปกินเอาที่โรงเรียน ให้เงินมันไปซื้อเอาเอง"
ยายแลถอนใจ
"ให้ลูกเขาไปแล้ว คุณกวงเขาไม่กลับมาหาเอ็งอีก เอ็งจะทำยังไง"
"ไม่ต้องกลัวน่า...ยังไงเขาก็ต้องมา"
"เอ็งนึกยังไงวะให้ลูกเขาไปเนี่ย"
"มันเลี้ยงยากจะตายแม่ เดี๋ยวเป็นหวัด เดี๋ยวตัวร้อน เดี๋ยวขี้ไหล ร้องทั้งวันเยี่ยวทั้งคืน หาหมอไม่รู้อาทิตย์ละกี่หน เบื่อจะตาย ย่ามันอยากได้ไปเลี้ยงเอง ให้ตั้งสามหมื่นใครไม่เอาก็โง่ละ"
"สามหมื่น มิน่า...ทองเต็มตัวมึงเลย แล้วก็ไม่ให้กูซักบาท"
"เอ๊อ...ไอ้อภิชาติมันลูกฉันนะ ไม่ใช่ลูกแม่ซะหน่อย"
"มันก็ต้องสำนึกบุญคุณกันบ้างโว้ย"
"ก็ที่ฉันให้แม่เดินละแปดร้อยค่ากับข้าวนั้นไง แม่ก็ไปจัดการเอาเองสิ"
"สมัยไอ้วัน อีย่ามันให้แค่สามพัน ไอ้อภิชาตนี่ ได้สามหมืนเชี่ยวเหรอวะ"
"ก็นั้นนะสิ ฉันถึงได้ให้ไปไง คุณกวงเขาอยากได้ลูกชายหลาย ๆ คน ยังไงเขาก็ต้องกลับมาหาฉันอีก แม่ค่อยดูเหอะ"

เมื่อสันต์รู้ข่าวเรื่องนี้ ก็พูดถึงอดีตเมียว่า
"คนอย่างมันก็คงมีปัญญาแค่ขายลูกกิน ไม่รู้จิตใจมันทำด้วยอะไร"
"เอ็งก็ไม่ต้องเล่าเรื่องนี้ให้หนูเทวีเขาฟังหรอกนะ เขาจะรู้สึกไม่ดีเปล่า ๆ" สินบอก
เทวีกับปั้นช่วยกันยกอาหารออกมาตั้งวง
"พ่อคะ สันต์คะ กินข้าวเถอะค่ะ"
สินกับสันต์ขยับมาที่วงข้าว
"มื้อนี้หนูเทวีเขาลงมือเอง แม่เป็นแค่ลูกมือ" ปั้นบอก
"หนูถึงกลัวว่าจะไม่ถูกปากพ่อกับแม่น่ะสิคะ"
"กับข้าวอะไรทำด้วยใจ มันก็อร่อยทั้งนั้นแหละลูก" สินบอก
สันต์ดูเงียบขรึมลงไปกว่าเดิม
"สันต์คะ เดี๋ยวกินข้าวแล้ว เราไปหาวันเฉลิมกันนะคะ"
"วันนี้วันเสาร์ ไอ้วันมันคงคลุกอยู่ที่กุฎิหลวงลุงปิ่นน่ะแหละ" ปั้นบอก
"หนูซื้อขนมกับของเล่นมาให้แกหลายอย่างนะค่ะ" เทวีบอก
"ขอบใจมากนะหนูเทวี ที่อุตส่าห์เมตตา เอ็นดูไอ้วันมัน" สินบอก
"วันเฉลิมแกเป็นเด็กน่ารักนี่คะพ่อ" เทวีบอก
"หนูไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจก็ดีแล้ว ถือว่าเป็นบุญของไอ้วันมัน" ปั้นบอก
เทวียิ้มตอบ

ทางด้านวันเฉลิม กำลังพยายามก่อไฟเพื่อหุงข้าวตามประสาเด็ก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ลำยองแต่งตัวสวยเดินเข้ามาดู
"ไอ้วัน ทำอะไรวะเอ็ง"
"วันจะหุงข้าวครับ"
"ทำเป็นด้วยหรอวะ ตัวเท่าลูกหมา"
"วันเคยเห็นน้าชื่นกับพี่ชมทำครับ"
"พิเรนทร์นะมึง เดี๋ยวไฟก็ไหม้บ้านเอาหรอก"
"วันจะระวังครับ"
"ไม่ต้องหุง"
"แม่ไม่หิวข้าวเหรอครับ"
"มึงไปหาน้าลำยงโน่น เอาหม้ออวยไปด้วย ใส่ก๋วยเตี๋ยวกลับมา"
"ครับ"
"ถ้ามันทวงเงินก็บอกมันไปว่าติดไว้ก่อน...ไว ๆ โว๊ย...หิว"
"ครับ"
วันเฉลิมคว้าหม้ออวยมีฝาวิ่งออกไป

ลำยงยกชามก๋วยเตี๋ยวมาวางลงตรงหน้าวันเฉลิม
"เอ็งนะกินที่นี่...กินให้อิ่มก่อน เดี๋ยวของแม่เอ็งค่อยทำใส่หม้ออวยไป"
"แม่หิวนะ น้าลำยง แม่จะคอยนาน"
"เออ...ก็ให้มันคอยไป คอยไม่ไหวมันก็เดินมาเองแหละ"
"แม่เอ็งมันให้ตังค์ค่าก๋วยเตี๋ยวมาเท่าไรวะ ไอ้วัน"
"แม่บอกว่าให้ติดไว้ก่อน"
"ข้านึกแล้ว" ปอบอก
"แต่วันนี้มีบาทหนึ่งครับ แม่ให้ไว้ไปโรงเรียน วันให้ตาก็ได้"
"เอ็งเก็บของเอ็งไว้เหอะ...กินเข้า ไม่อิ่มบอกน้าจะได้ทำให้อีกชาม"
วันเฉลิมตักก๋วยเตี๋ยวเข้าปาก เคี้ยวตุ้ย ๆ

วันเฉลิมหิ้วหม้ออวยเดินสวนทางมาถึงกลางซอย
"สันต์คะ..."
เทวีเห็นวันเฉลิม สันต์เห็นลูกชายก็ยิ้มดีใจ
"วัน...ไปไหนมาลูก"
"ไปเอาก๋วยเตี๋ยวให้แม่ครับ"
"อามีของเล่นกับขนมมาฝากวันด้วย"
วันเฉลิมยกมือไหว้
"ขอบคุณครับ"
วันเฉลิมรับถุงกระดาษมาจากเทวี
"มาอยู่กับพ่อไหมวัน"
วันเฉลิมนิ่ง
"พ่อได้ยินมาว่า ป๊าเขาก็เอาน้องไปเลี้ยงแล้ว บางทีแม่เขาอาจจะสบายขึ้น ถ้าไม่ต้องคอยห่วงวันอีกคน"
"วันต้องถามแม่ก่อนครับ"
"อาเทวีรู้จักโรงเรียนอนุบาลดี ๆ ใกล้ ๆ บ้านใหม่พ่อตั้งหลายที่นะลูก" สันต์บอก
เทวียิ้มให้วันเฉลิม
"วันต้องรีบเอาก๋วยเตี๋ยวไปให้แม่แล้วครับ แม่คอยวันนานแล้ว"
สันต์หน้าเจื่อนไป
"ไปเถอะจ้ะ...เดินดีๆ นะ ระวังจะหกล้ม"
วันเฉลิมเดินจากไปสันต์ได้แต่มองตามลูก เทวีได้แต่จับแขนสันต์ไว้ปลอบใจแทนคำพูด เพราะรู้ดีว่าสันต์รู้สึกยังไง

ทองเนื้อเก้า ตอนที่ 5 (ต่อ)
วันใหม่ เวลากลางวัน ลำยองตะลุยเข้ามาถึงห้องทำงานสมัยอีกครั้ง สมัยเงยหน้าขึ้นจากลูกคิดบนโต๊ะ
          "มาทำไมอีก"
          "ถามโง่ ๆ นี่มันโรงงานผัวฉัน ฉันก็มาหาผัวฉันน่ะสิ"
          "บอกตั้งกี่ครั้งแล้วว่า คุณกวงไม่ได้มาโรงงานนี้แล้ว"
          "โกหก... งั้นไอ้รถที่จอดอยู่ข้างนอกนั้นมันรถใคร ถ้าไม่ใช่รถผัวฉัน"
          เมียกวงก้าวเข้ามาข้างหลังลำยอง
          "ผู้หญิงที่ไหนมาตามหาผัวถึงนี่ ไม่รู้จักอับอาย"
          ลำยองหันขวับไปเผชิญหน้า
          "แกเป็นใคร"
          "ฉันนี่แหละ ภรรยาคุณกวงไม่ใช่เธอ...กลับบ้านไปซะดีกว่า"
          ลำยองมองหัวจรดเท้า แสยะยิ้ม
          "อ้อ... เนี่ยเหรอ เมียคุณกวง รูปร่างก็ดีใช้ได้นี่ ยังกะแม่วัว แล้วทำไมให้พ่อพันธุ์ไม่ได้ซักตัวล่ะ ได้แต่ตัวเมีย ทำพันธุ์ไม่ได้จนผัวเอือมระอา"
          เมียกวงกดข่มอารมณ์อย่างหนักไม่แลกกับคนชั้นต่ำ
          "มันไม่สำคัญหรอกนะ เพราะฉันไม่ใช่วัวแม่พันธุ์อย่างเธอ ที่มีหน้าที่แค่ให้ลูกชายเขาคนแล้วก็หมดความหมาย แต่ฉันเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายและประเพณี เป็นเจ้าของทุกอย่างร่วมกับเขา เธอกลับไปซะดีกว่าแม่ลำยอง"
          "ไม่กลับ  ฉันต้องพบคุณกวงก่อน"
          "พูดไม่รู้เรื่อง ซ้อไม่ต้องไปคุยกับมันหรอก" สมัยบอก
          "ฉันก็เป็นเมียคุณกวงเหมือนกัน"
          "แต่เขาไม่ต้องการพบเธอแล้ว"
          "แกเอาเขาไปกกไว้คนเดียวใช่ไหมล่ะ กลัวเขาจะมีลูกชายกับฉันอีก เพราะแกมันทำพันธุ์ไม่ได้"
          สมัยเดินออกไปตามคนงาน เมียกวงดังเข้มขึ้น
          "กลับไปซะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว"
          ลำยองถลกกระโปรง ชี้หน้า
          "เอาสิโว๊ย แลกตบกันคนละฉาดก็ได้ กูไม่กลัวมึงหรอก อีซิ๊ม ปล่อยกู แน่จริงตัวต่อตัวสิวะ"
          คนงานชายเข้ามาล๊อกตัวลำยองไว้
          "ฉันไม่แลกกับคนอย่างเธอหรอก เธอเคยเป็นคนงานที่นี่ เธอก็น่าจะรู้ดีว่า แค่นั่งชุบกาละมังมือก็เปื่อยแล้ว ถ้าบังเอิญน้ำกรดเข้มข้นพวกนั้นมันหกราดไปบนหน้าเธอ มันจะเละขนาดไหน เก็บหน้าขาว ๆ สวย ๆ ของเธอไว้หาผัวใหม่ดีกว่า"
          "มึงขู่กูเหรอ"
          "ตะรางน่ะ เอื้อมมาไม่ถึงฉันหรอกนะ ลำยอง เพราะเงินฉันมีเป็นล้าน แค่ฉันบอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ    มันก็จะเป็นแค่อุบัติเหตุ"
          "ก็เอาซี๊ มึงสาดน้ำกรดกู กูจะเอามึงให้ถึงตายเลย ปล่อยกู ปล่อย"
          ลำยองดิ้นพยายามสะบัดออกจากคนงานชาย จนคนงานต้องลากตัวออกไปอย่างทุลักทุเล เสียงลำยองยังแหกปากโวยวายลั่น
          ลำยองถูกโยนออกมาจนล้มคะมำไม่เป็นท่า  คนงานกลับเข้าโรงงาน ปิดประตูรั้ว
          "ไอ้เลว...กูเป็นเมียคุณกวงเหมือนกันนะมึง  คอยดู กูจะให้คุณกวงไล่พวกมึงออกให้หมดเลย ลูกกู เอาลูกกูคืนมา ไอ้พวกคนชั่วพรากลูก พรากแม่เขา พวกมึงต้องตกนรก เอาลูกกูคืนมา....อภิชาติลูกแม่"
          ลำยองทำเป็นรี้ดร้องโหยหวนเรียกร้องความสนใจ
          เมียกวงยืนมองออกไปทางหน้าต่าง สมัยเข้ามา
          "เดี๋ยวมันก็ไปของมันเอง  ซ๊ออย่าไปสนใจมันเลย"
 
          หน้าโรงงาน ลำยองยังปักหลัก ฟูมฟาย เล่นละครไม่เลิก
          "ลูกแม่...แม่คิดถึงลูกเหลือเกิน"
          เมียกวงเดินมาหยุดตรงหน้า ลำยองเงยหน้าขึ้น
          "ช่วยบอกคุณกวงว่าฉันขอลูกฉันคืนได้ไหม"
          "เรื่องนี้ฉันไม่ขอยุ่งด้วยหรอกนะ ย่าเขาเอาไปเลี้ยงเอง"
          "ลูกแม่"
          "ย่าเขาเลี้ยงลูกของเธออย่างดี เพราะเขาอยากได้หลานชายมานานแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก โตอีกหน่อยเขาอาจจะพามาเยี่ยมเธอบ้างก็ได้"
          "ฉันอยากเห็นหน้าลูกบ้าง ทุกคืนฉันไม่เคยนอนหลับเลย คิดถึงแต่ลูก"
          "เธอกลับไปซะเถอะ"
          "บอกคุณกวง อย่าใจร้ายใจดำกับฉันนักเลย ขอให้ฉันเห็นหน้าลูกบ้าง ลูกฉันนะ อภิชาตเขาเป็นลูกฉัน"
          ลำยองฟูมฟายอย่างหนัก เมียกวงสะเทือนใจไม่น้อย
          "ฉันจะกลับบ้านแล้ว เธอเองก็กลับไปซะดีกว่า แล้วไม่ต้องมาที่นี่อีก"
          เมียกวงเดินไปขึ้นรถที่คนขับรออยู่ รถเคลื่อนออก ทันทีที่คล้อยหลัง ลำยองก็หยุดเล่นละครได้ทันที  มองตามรถที่แล่นออกไปอย่างหมั่นไส้ แล้วถ่มน้ำลายลงพื้นระบายอารมณ์
 
          บ้านลำยอง เวลาค่ำ วันเฉลิมยกถ้วย จานกับข้าวมาวาง
          "แม่กินข้าวครับ"
          ลำยองเอกเขนกดูทีวีไม่ขยับเขยื้อน ยายแลยกจานข้าวตามเข้ามา
          "ไอ้วัน...ออกไปซื้อเหล้ามาขวด"
          ลำยองควักเงินออกมาจากกระเป๋า
          "เอ็งใช้ลูกออกไปซื้อเหล้าได้ยังไงวะ นังลำยอง"
          "ทำไมจะไม่ได้แม่ ไอ้นี่มันวิ่งไว"
          "มันตัวกะเปี๊ยกแค่เนี้ย มันเหมาะมันควรที่ไหนวะ เดี๋ยวมันก็เห็นว่าเป็น ของดีของงาม"
          "ไอ้นี่มันไม่กล้าแอบกินหรอก  เอ...หรือว่าเอ็งแอบกินไปแล้ว ไอ้วัน"
          "ไม่ครับ หลวงตาสอนว่า เหล้าเป็นของไม่ดี มีสิ่งชั่วร้ายอยู่ในนั้น ไม่ควรเข้าใกล้มัน ครับ"
          "เออ...ไงล่ะ เด็กตัวแค่นี้มันยังรู้ถูกรู้ควร"
          "แม่กินข้าวดีกว่าครับ กินเหล้าไม่เห็นมีประโยชน์เลย"
          "เอ็งไม่ต้องมาสอนข้า หนอยตัวเท่าลูกหมา เดี๋ยวเถอะมึง  เอ็งยกข้าวเอ็งไปกินทางโน้นไป ไอ้วัน ข้ารำคาญ"
          วันเฉลิมยกจานข้าวตัวเองไปนั่งกินอีกมุมหนึ่ง
          "เอ็งทำใจแข็งๆ หน่อยสิวะ เลิกได้ มันก็ดี ไอ้เหล้าเนี่ย"    
          "เลิกแล้วฉันเกิดโทรม เหี่ยว ขึ้นมาล่ะ" ลำยองว่า
          "ข้าว่าเอ็งทั้งโทรม ทั้งเหี่ยวก็เพราะกินเหล้านี่แหละ"
          "แม่บอกฉันเองว่ากินเหล้าแล้วบำรุง"
          "แต่เอ็งมันกินเยอะจนเกินบำรุงแล้ว คุณกวงเขาเอือมเอ็ง หนีหน้าเอ็งก็เพราะเหล้านี่แหละข้าว่า"
          ลำยองนิ่งคิดเหมือนกัน ลำดวนหอบกองผ้าที่ใส่แล้วกองมหึมาออกมาจากห้องลำยองโยนลงกับพื้น
          "ไม่ได้ซักมากี่ปีกี่ชาติแล้วเนี่ย"
          "จ้างให้มาซักโว้ย ไม่ได้จ้างให้มาบ่น"ลำยองว่า
          "ผ้ากองเป็นภูเขาขนาดนี้ ซักจนมือเปื่อยได้แค่สิบบาท ฉันไม่เอาหรอก"
          "เอ๊ะ อีนี่"
          "ยี่สิบละกัน"
          "กับพี่กับเชื้อ มึงกล้าโขกราคากูเรอะ อีลำดวน"
          "ขี้เหนียวนักก็ซักเองละกัน"
          "อีนี่"
          "วันซักให้ก็ได้ครับ แม่กับน้าลำดวนอย่าทะเลาะกันเลย"
 
          เช้าวันใหม่ กระเป๋านักเรียนถูกวางพิงประตูรั้วไว้มุมหนึ่ง ระหว่างรอรถโรงเรียนมารับ วันเฉลิมรดน้ำผักสวนครัว รถยนต์ของสมัยแล่นมาจอดหน้าบ้าน วันเฉลิมหันไปมอง
          สมัยลงจากรถมาเกาะรั้ว ชะเง้อมอง วันเฉลิมวางถังน้ำ วิ่งออกมาหา
          "นี่บ้านลำยองใช่ไหม"

ลำยองยังหลับสบาย วันเฉลิมเข้ามาเขย่าตัวลำยอง
"แม่ครับ แม่ครับ"
"อือ...อะไรของมึงวะไอ้วัน ค่าขนมมึง กูวางไว้บนโต๊ะนั้นไง"
"มีคนมาหาแม่ครับ"
ลำยองลืมตาพรวดขึ้นทันที
"ใคร ป๊าเอ็งมาใช่ไหม"
"ไม่ใช่ป๊าครับ"
สมัยยังยืนคอยอยู่หน้าบ้าน รถโรงเรียนวันเฉลิมมาถึงพอดี กดแตรเรียก วันเฉลิมวิ่งออกมาจากบ้านหยิบกระเป๋านักเรียนแล้วเดินออกไป
"แม่กำลังลงมาครับ"
วันเฉลิมขึ้นรถโรงเรียนไป อดมองอย่างสงสัยไม่ได้ จนรถโรงเรียนแล่นออกไป
ลำยองเดินหัวฟูหน้าเยินออกมาจากบ้าน พอเห็นสมัยก็แปลกใจ
"มาทำไม"
"คุณนายให้เอามาให้"
สมัยยื่นซองสีน้ำตาลให้ ลำยองรับซองอย่างงงๆ สมัยเดินกลับไปขึ้นรถทันที
ลำยองกลับเข้าบ้าน เทของในซองสีน้ำตาลออกมา แบงค์ร้อยที่ถูกมัดเป็นปึก ๆ หลายปึกถูกเทลงบนที่นอน ลำยองยิ้มอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเงิน...
สิ่งสุดท้ายที่ร่วงออกมาจากซอง คือภาพถ่ายอภิชาตินอนหลับบนเบาะกับกระดาษจดหมายฉบับหนึ่ง
ลำยองปัดรูปกับจดหมายออกไปไกลตัว แล้วหยิบเงินปึกหนึ่งขึ้นมา
"อะไรวะเนี่ย"
ลำยองแกะหนังยางรัดปึกเงินออก แล้วนับเงินที่ละใบๆ อย่างตื่นเต้นมีความสุข
ทารกอภิชาติกับจดหมายที่แนบมาด้วยเขียนด้วยลายมือ - - เงินนี่ให้เธอไว้ทำทุนค้าขาย วันหน้าลูกโต ย่าเขาอาจให้มาพบ เด็กสบายดี มีหมายเลขประจำตัวที่โรงพยาบาลหัวเฉียว ไม่ต้องห่วง -- เจ้าของลายมือในจดหมายคือ เมียกวง
ลำยองนับเงินปึกแรกเป็นจำนวนเงินห้าพันบาท
"ห้าพัน...สี่ปึกก็สองหมื่น"
ลำยองหัวเราะสะใจ
"อีหน้าโง่...กูเล่นละครให้ดูหน่อยเดียวก็เสียรู้กู ชิ... ถือว่าเป็นเศรษฐี ซื้อผัวคืนสองหมื่น ผัวคน ลูกคน คนละหมื่น เอาคืนไปเหอะมึง"
ลำยองรู้สึกมีความสุข ปีติอย่างบอกไม่ถูก นอนโกยเงินมากอดไว้ ไม่ได้สนใจรูปถ่ายลูกกับจดหมายเลยแม้แต่น้อย

บ้านยายแล ในวันเดียวกัน ยายแลนั่งกินข้าว ลำยองเดินเข้ามานั่งแปะ
"แม่...ตากวงเขาเลิกกับฉันแน่ ๆ แล้วละ"
"ห้า..."
"ฉันไปเฝ้ามันที่โรงงาน แต่มันหนีหน้าฉัน ให้เมียมันมารับหน้าแทน"
"ข้าบอกแล้วว่าอย่าเผลอให้ลูกมันไป อย่างน้อยก็เอาไว้เป็นตัวประกัน"
"ช่างหัวมัน แล้วไปแล้ว"
"ช่างหัวมันได้ยังไง เขาไม่มาหาเองอีกแล้ว ที่นี้จะเอาอะไรกิน"
"ก็หาผัวใหม่ที่มันรวย ๆ เอาให้รวยกว่าเก่าอีก"
"อีบ้า... มึงไม่เคยได้ยินเรอะ หญิงสามผัว ชายสามโบสถ์น่ะ เขาถือ ไม่มีใครเขาคบ"
"โอ๊ย...โบราณคร่ำครึ นี่มันสมัยไหนกันแล้วแม่"
"แล้วเอ็งจะไปหาที่ไหนที่มันรวยกว่าตากวง"
"มีก็แล้วกัน หรือแม่ว่าอีลำยองคนนี้มันขี้เหร่ไปแล้ว"
"เอ็งมันก็ยังสวยอยู่ แต่ลูกตั้งสอง แล้วเอ็งจะไปสู้เด็กสิบหกสิบเจ็ดมันได้ยังไงวะ"
"แม่จำได้ใช่ไหม พ่อปู่ท่านดูดวงฉันว่ายังไง ฉันเป็นนางฟ้ามาเกิด เพราะฉะนั้น นางฟ้าจะคู่กับอะไรได้ ถ้าไม่ใช่เทพบุตร"

ลำยงกำลังลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวให้ลูกค้าพอดี เห็นลำยองเดินมากับแล
"มาก็ดีเลย เย็นนี้ว่าจะให้ไอ้ปานมันไปช่วยเก็บเงินให้อยู่ ค่าก๋วยเตี๋ยวน่ะ หลายวันแล้วนะ พี่ลำยอง"
"หนอยอีนี่...เป็นน้องเป็นนุ่ง มึงกล้าทวงกูเหรอ อีลำยง"
"ของซื้อของขายก็เห็นใจกันมั้งสิ"
ลำยองเสียหน้า ควักเงินออกมาวางแปะให้
"ไม่ต้องทอน มึงจะได้หุบปากทวงซะที"
ลำดวนร้องทัก
"โอ้โฮ้ เงินเป็นปึกเลย พี่ลำยอง"
"เมียตากวงเขาให้กูมาโว้ย กูกำลังคิดอยู่ว่า จะลงทุนอะไรดี"
"เอ็งก็มาหุ้นร้านก๋วยเตี๋ยวกับนังลำยงมันสิวะ จะได้มาช่วยกัน" ปอบอก
"กำไรชามละสลึงห้าสิบ ชาติหน้าละมั้งถึงจะรวย"
"เอ็งอยากลงทุน ทำไมไม่ตั้งร้านเสริมสวยแข่งกะนังบุญตามันล่ะ ข้าเห็นลูกค้ามันโครม ๆ" แลว่า
"ร้านเสริมสวยเหรอ ไม่เอาหรอก ยืนจนขาแข็ง ต้องทนขุดเล็บตีนให้ใครต่อใครก็ไม่รู้ บางทีต้องมาจับเหาให้ด้วย กว่าจะได้เงิน...อ้วกแตกตาย"
"งั้นก็ไปเรียนตัดเสื้อสิ พี่ชอบอยู่แล้วนิ เรื่องสวย ๆ งาม ๆ นะ" ลำดวนว่า
"ต้องมานั่งถีบจักรหลังขดหลังแข็ง ไม่เอาหรอก ข้าไม่ใช่ขี้ข้าใคร"
"อะไรก็ไม่เอาซักอย่าง นั่ง ๆ นอน ๆ พี่คิดว่าเงิน มันจะงอกเงยขึ้นมาได้เองหรือไง" ลำยงว่า
"เรื่องของกู กูมีปัญญาของกูก็แล้วกัน"
"เงินเอ็งเยอะก็เอามาให้ข้ากู้ลงทุนสิวะ ข้าจะจ่ายดอกให้งาม ๆ"
"แม่จะลงทุนอะไร"

ลำยองกับยายแล เดินมายังบ้านที่ปิดเงียบ ประตู หน้าต่างไม่เปิดสักบาน
"บ้านใครนะแม่"
"บ้านยัยมูลไง"
"ที่ว่าจะหาคนใช้ใหม่ให้ฉันนะเหรอ"
"เออ เข้ามาก่อน มา"
ยายแลถอดรองเท้าขึ้นบันได ลำยองตาม
"มันอยู่กันเยอะเหรอแม่ เกือกเต็มบ้านเลย"
ลำยองตามแม่ขึ้นบันไดไป
ที่ตีนบันได รองเท้าหลายสิบคู่ ระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ

แลพาลำยองเข้ามาในบ้าน ภายในมืดสลัว มีแสงไฟเป็นจุด ๆ ควันบุหรี่ลอยคละคลุ้ง ผู้คนแบ่งกัน
เป็นวง ๆ หลังขดหลังแข็งทำมาหากิน
ลำยองตะลึงเหมือนกัน
"โอ้โฮ้...ตำรวจไม่มาจับเอาเหรอแม่"
"ไม่มาหรอก ตำรวจเขากินอิ่มแล้ว เขาก็มองไม่เห็นหรอก"
ชาวบ้าน 1 ถาม
"ยัยแล... แหมหายหน้าหายตาไปนานเลยนะ มา ๆ ๆ มาลงทางนี้"
"วันนี้ทุนข้าหนาโว้ย"
ชาวบ้าน 2 บอก
"นั้นใครล่ะ...อ๋อ...ลำยอง"
"มันมารับเด็กที่จะเอาไปเป็นคนใช้น่ะ ยัยมูลล่ะ"
ชาวบ้าน 1 บอก
"ยัยมูลมันไปไหนก็ไม่รู้ มานั่งเล่นวงนี้ก่อนก็ได้ ขาขาดอยู่พอดี ฆ่าเวลาเพลิน ๆ มา..."
"มา....นังลำยอง"
ลำยองเดินนั่งข้างแล
"แป๊ปเดี๋ยวนะแม่ ฉันไม่อยากอยู่นาน"
"เออน่า...แป๊บเดียว"

เวลาเย็น รถโรงเรียนแล่นมาจอดหน้าบ้าน ครูพี่เลี้ยงเปิดประตูรถส่งวันเฉลิมลงจากรถ
รถแล่นจากไป วันเฉลิมวิ่งไปที่ตัวบ้าน ตะโกนบอก
"แม่ครับ วันกลับมาแล้วครับ"
วันเฉลิมจะเปิดประตูบ้าน แต่พบว่า กุญแจดอกใหญ่คล้องประตูอยู่ เด็กน้อยวางกระเป๋านักเรียนลงมุมหนึ่ง แล้วถอยมานั่งจ๋อย...เข้าบ้านไม่ได้

ภายในบ่อน ลำยองทิ้งไพ่ลงจนเป็นที่ฮือฮา...
"เอ็งมันดวงดีจริง ๆ ว่ะลำยอง กินเรียบมาห้าหกตาแล้ว" แลบอก
ลำยองกวาดเงินที่ได้มาเข้าหน้าตัก หน้าตาเต็มไปด้วยความสุข

หน้าบ้านลำยอง วันเฉลิมจับดินสอคัดไทย บรรจงเขียนคำว่า “แม่” ลงในสมุดขาวการบ้าน ก่อนวางดินสอลง แต่ก็ไม่มีวี่แววว่า ลำยองจะกลับมา วันเฉลิมลุกไปที่โอ่งน้ำใช้ ชะโงกมองลงไปในโอ่ง แล้วเอื้อมมือลงไปหยิบขันตักน้ำขึ้นมากินเพราะความหิวกระหาย

เวลาเย็น ภายในบ่อน ยายมูลพาละม่อมเข้ามาหายายแล
"แม่แล...นี่ไงละม่อมหลานสาวฉัน
ยายแลร้องตอบ "อือๆ" ไม่ได้หันมามองด้วยซ้ำเพราะกำลังมีสมาธิเต็มที่กับไพ่ตรงหน้า
"ตกลงยังจะเอามันไปเป็นคนใช้ไหม"
ยายแลเงยหน้าขึ้นมาแว่บเดียว
"ถามนังลำยองมันดูสิ"
ลำยองหนักข้อกว่า กำลังลุ้นไพ่เต็มที่
"นังลำยอง...คนใช้ใหม่เอ็งมาแล้ว"
"ซักผ้า ถูบ้าน ทำกับข้าว แค่นั้นแหละเงินเดือนสองร้อย"
ลำยองตอบ ไม่มองหน้าด้วยซ้ำ
ละม่อมถาม
"สองร้อยเองเหรอ"
"ให้แค่นั้นแหละ ไม่เอาก็ไม่เอา"
ละม่อมหน้าเพลีย
"เอาก็คอยก่อน ให้จบตานี้ก่อน"
ลำยองหันไปจั่วไพ่ เลิกสนใจละม่อม

วันเฉลิมออกมามองนอกประตูรั้ว วิมลพาสมฤดีเดินอยู่พอดี
"อ้าว พ่อวัน...ยังไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าอีกเหรอลูก ชุดนักเรียนจะมอมแมมหมดนะ"
"วันเข้าบ้านไม่ได้ครับ"
"แม่เขาไปไหนล่ะลูก"
"ไม่รู้ครับ"
"เขาคงมีธุระของเขาน่ะนะ...ไม่งั้นคงไม่ลืมพ่อวันหรอก ไปนั่งเล่นบ้านยายก่อนไปลูก"

จานขนมกับกล้วยน้ำว้าและน้ำแดงถูกวางลงตรงหน้าวันเฉลิม
"แบ่งกับพี่วันเขานะลูก"
วันเฉลิมยกมือไหว้
"ขอบคุณครับคุณยาย"
วันเฉลิมปอกกล้วยน้ำว้ากินอย่างหิวจัด
"หิวมากละสิ กินเยอะๆกินให้อิ่มลูก ยายเห็นบ้านเงียบมาหลายวันแล้วเหมือนกัน คนใช้ไปไหนกันหมดแล้วล่ะพ่อวัน"
"ลาออกแล้วครับ ที่บ้านไม่มีใครอยู่แล้ว ป๊าก็พาน้องไปแล้วเหมือนกัน"
วิมลเหมือนเข้าใจอะไรๆได้ทันที
สมฤดียื่นขนมมาป้อน วันเฉลิมยิ้ม กินขนมที่สมฤดีป้อน
"หม่ำๆ"
"หิวข้าวไหมพ่อวัน แม่พ่อวันเขาจะกลับมาเมื่อไรก็ไม่รู้ กินข้าวบ้านยายละกันนะ เดี๋ยวยายไปทำกับข้าวก่อน"
"ไม่เป็นไรครับ วันเดินไปบ้านยายดีกว่า แม่คงอยู่ที่นั่น"
"ไปถูกเหรอลูก"
"ถูกครับ"
"ต้องระวังรถระวังราดีๆนะ"
"ครับ"
"เอาขนมติดมือไปด้วยลูก หนูสมเอาขนมให้พี่วันเยอะๆลูก"

สมฤดีหยิบขนมยื่นให้วันเฉลิมมากมายแบบไม่อั้นจนตุงกระเป๋ากางเกง

วันเฉลิมเดินมาจนถึงทางลงเรือนแพของปู่กับย่า เห็นปั้นกับสินสาละวนขายของให้ลูกค้ากันอยู่แทบไม่ได้โงหัว วันเฉลิมชะงัก ไม่กล้าเดินเข้าไป
วันเฉลิมคิดถึงคำสั่งของลำยองที่ห้ามเด็ดขาดไม่ให้วันเฉลิมมาหาปู่ย่าอีก เขาค่อยๆถอยออกไปจากที่นั่น
วันเฉลิมเดินมาใกล้ถึงเพิงขายก๋วยเตี๋ยว หวังลึกๆว่าจะได้กินก๋วยเตี๋ยวสักชามแก้หิว แต่ขณะนั้น
ลำยงกับพ่อกำลังช่วยกันเก็บข้าวขอ แป้งแทะกระดูกหมูชิ้นสุดท้าย ลำยงล้างชามชุดสุดท้าย รวมทั้งหม้อ และอุปกรณ์ วันเฉลิมชะงัก ไม่อยากรบกวนใครให้เดือดร้อน เดินผ่านเพิงก๋วยเตี๋ยวไป โดยที่ลำยง และตาปอไม่ทันเห็นหลานชาย
วันเฉลิมคลานเข้ามาในกุฏิหลวงตาปิ่น ที่กำลังเก็บพับสบงจีวรอยู่
"อ้าวไอ้วัน...มาทำไมเอาเย็นป่านนี้วะ"
วันเฉลิมกราบหลวงตาปิ่น
"วันเข้าบ้านไม่ได้ครับ"
"เข้าบ้านไม่ได้..แล้วแม่เอ็งไปไหน"
"วันไม่รู้ครับ"
"เขาไม่ได้บอกเองไว้เลยเรอะ"
"เปล่าครับ"
"เออ...ให้มันได้ยังงี้สิ มันเป็นแม่ประสาอะไรของมันวะ ไม่รู้หน้าที่ความเป็นแม่ของตัวเอง"
"แม่คงมีธุระสำคัญน่ะครับ หลวงตา"
"นี่เอ็งคงหิวละสิถึงได้โผล่มานี่ เย็นป่านนี้แล้วข้าไม่มีอะไรเหลือให้เองกินแล้ว ไอ้วัน..."
"วันหิวนิดหน่อยแต่ไม่เป็นไรครับ วันกินนี่แทนข้าวก็ได้"
วันเฉลิมหยิบเอาข้าวต้มมัดออกมาจากกระเป๋ากางเกง
"แม่สมัยนี้มันเป็นยังไงของมันกันหว่า"
ค่ำมืดแล้ว แฟนคลับในบ่อนยังคงปักหลักกันอย่างเหนียวแน่น ละม่อมก็ปักหลักคอย เมื่อไหร่จะได้ไปเสียที ลำยองเล่นยิ่งได้...โกยเงินเข้าหน้าตัก สีหน้าปริ่มสุข
"เอ็งนี่มันดวงดีจริงๆ ว่ะลำยอง" แลว่า
"จะให้ฉันคอยอีกนานไหมป้าแล" ละม่อมถาม
ลำยองหันขวับทันที
"เอ๊ะ อีนี่ คนกำลังมือขึ้นอยู่ขัดลาภซะงั้น ไปเป็นคนใช้เขาหัดรู้จักอดทนบ้างโว้ย" ละม่อมหน้าจ๋อย
เจ้ามือแจกไพ่ใหม่
"เอามาให้ข้ายืมต่อทุนอีกหน่อยสิว่ะ ลำยอง" แลว่า
"ยืมสามร้อยแล้วนะแม่"
"เออน่า ข้าไม่เบี้ยวเอ็งหรอก"

หลวงตาปิ่นอ่านนิทานชาดกจากหนังสือ
"พระเจ้าพาราณสีได้ทรงฟังพระยาช้างโพธิสัตว์กล่าวคาถา ดังนั้นจึงตรัสถามพระโพธิสัตว์ว่า.. ดูกรช้างผู้ประเสริฐ นางช้างผู้มีจักษุทั้งสองอันมืดหาผู้นำทางมิได้ เมื่อเดินไปสะดุดตอไม้ด้วยเท้า จะตกภูเขาชื่อว่าจันโทณะนั้น เขาเห็นอะไรแก่ท่าน"
วันเฉลิมนอนฟังนิทานอยู่ข้างๆ หลวงตาปิ่นค่อยๆหลับตาลงเพราะความง่วง
"พระยาช้างโพธิสัตว์ได้ฟังพระเจ้าพาราณสีตรัสถามดังนั้น จึงตอบว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า นางช้างผู้มีจักษุทั้งสองอันมืด หาผู้จะนำทางมิได้ เมื่อเดินไปสะดุดตอไม้ด้วยเท้า จะตกภูเขาชื่อว่าจัณโทณะนั้น เป็นมารดาของข้าพเจ้า พระพุทธเจ้าข้า"
วันเฉลิมที่นอนหลับไปแล้วทั้งชุดนักเรียน

ละม่อมหาวนอนอย่างหมดแรง ตาปรือพร้อมหลับกลางอากาศ ลำยองและแล ยังปักหลักเหนียวแน่น ไพ่จบเกม
ขา 1บอก
"นังลำยองนี่มันดวงแข็งจริงๆ เจ้ามือยังกินไม่ลงเลย"
ลำยองยิ้มภูมิใจ
ขา 2 บอก
"พรุ่งนี้ค่อยเจอกันใหม่โว้ย"
"เอ้า..จะรีบไปไหนล่ะ ยัยชู" แลว่า
ขา 2 บอก
"หิวข้าวว่ะ กลับไปกินข้าวบ้านดีกว่า"
"นี่มันกี่โมงแล้ววะ" แลถาม
ขา 1บอก
"โมงอะไรล่ะ นี่มันสามทุ่มแล้ว"
"ต่ออีกหน่อยน่า เพิ่งจะสามทุ่มเอง"
"ตายโหง นังลำยอง"
"อะไรแม่"
"สามทุ่ม...แล้วไอ้วันมันจะเข้าบ้านยังไง"
ลำยองชะงักเหมือนกัน ลืมไปสนิท ช่วงเวลาของความสุขไม่มีลูกอยู่ในหัวเลย

ลำยองเปิดประตูรั้วเข้ามาในบ้าน กุญแจยังคล้องที่ประตู และกระเป๋านักเรียนของวันเฉลิมวางพิงประตูไว้ ลำยองตะโกนเรียก
"ไอ้วัน...ไอ้วัน"
"ไอ้วัน"
ปานเข้ามาจากทางหน้าบ้าน
"ไอ้ปาน...ไอ้วันมันไปไหนวะ"
"ฉันจะไปรู้ได้ไงล่ะแม่ ฉันก็เพิ่งมา คืนนี้ว่าจะขออาศัยนอนที่นี่ซะหน่อย"
"บ้านข้าไม่ใช่โรงแรมนะโว้ยไอ้ปาน นึกจะไปก็ไป นึกจะมาก็มา"
"ช่างหัวมันก่อนเหอะ ตอนนี้หาไอ้วันมันก่อน มันกลับมาจากโรงเรียนคงเข้าบ้านไม่ได้ เอ็งนะเอ็งไม่น่าเพลินขนาดนี้เลย"
"ก็แม่น่ะแหละพาฉันไปเอง"
"ข้าว่ามันคงเดินไปหานังลำยงมันแหละ" แลว่า
"แม่เจอมันก็บอกให้มันเดินกลับมาด้วย"
"เอ็งนั่นแหละไปรับมัน ค่ำมืดแล้วจะให้มันเดินกลับมาคนเดียวได้ยังไง"
"มากเรื่องจริงโว้ย ไอ้ลูกคนนี้ เดี๋ยวแม่จะตีให้น่องลายเลย"
ลำยองจะเดินตามแลออกไป ละม่อมยืนค้างเติ่ง
"เอ้า...พี่ลำยอง เอากุญแจมาเปิดบ้านก่อนสิ จะให้ปีนเข้ารึไง" ปานบอก
"โอ้ย...รำคาญ"
ลำยองโยนกุญแจให้ปาน
"แล้วนี่ใครวะ"
"คนใช้ใหม่ เอ็งดูมันด้วย ให้มันนอนห้องเก่าอีชื่นอีชมน่ะแหละ"
ลำยองเดินออกไปกับแล

ทองเนื้อเก้า ตอนที่ 5 (ต่อ)

ที่บ้านยายแล ลำยงพูดขึ้น
"ไอ้วันมันไม่ได้มาที่นี่ซะหน่อย"
"แล้วมันหายหัวไปไหนวะ ไอ้ลูกคนนี้ ก่อแต่ปัญหา"
ตาปอบอก
"มันกลับมาบ้าน ไม่เจอใครมันก็คงเดินเล่นไปเรื่อยน่ะแหละวะ หรือมันจะไปกับไอ้ปาน"
"ไม่มี ฉันเจอไอ้ปานมันแล้ว"
ลำยงถาม
"แล้วพี่มัวไป ทำอะไรที่ไหนถึงไม่อยู่บ้านจนมืดค่ำ"
"ก็ไปธุระกะแม่"
"ธุระอะไรแม่" ลำยงถาม
"ธุระก็แล้วกันไม่เกี่ยวกะมึง" แลบอก
"หรือจริงๆแล้ว ไอ้วันมันตั้งใจมานี่แหละแต่มาไม่ถึง" ลำดวนว่า
"เอ็งพูดอะไรของเอ็งนังลำดวน"
"ก็จากบ้านพี่มาบ้านนี้ ยังไงมันก็ต้องผ่านบ้านยัยปั้น ฉันว่าป่านนี้ ปู่ย่ามันคงเอาตัวไอ้วันไปกักไว้แล้วล่ะ"

ปั้นกับสินถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงทุบประตูแรงๆ แบบไม่เกรงใจกัน ไฟในบ้านเปิดสว่างขึ้น ยายแลตะโกนลั่น
"อีปั้น...มึงออกมาเดี๋ยวนี้นะมึงอีปั้น...ไอ้สิน"
ลำยองตะโกนซ้ำ
"ไอ้วัน มาซุกหัวอยู่นี่ใช่ไหม ออกมานะมึง"
"มันอะไรกัน ตาสิน" ปั้นถาม
"ไม่รู้เหมือนกัน"
ปั้นตามสินออกมา จังหวะเปิดประตู ยายแลก็ถลันถีบเข้ามาพอดี
"มาเอะอะอะไรกัน ยัยแล"
"อีแม่ค้าขายผักเอาลูกกูคืนมาเดียวนี้" ลำยองบอก
"มึงเป็นบ้าอะไรอีลำยอง" ปั้นถาม
"ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ อีแก่ ไอ้วันมันจะหายหัวไปไหนได้ ถ้ามึงไม่เอาหมูปิ้ง เอาของเล่นมาล่อมัน ไอ้วัน...ออกมาเดี๋ยวนี้นะมึง" ลำยองว่า
ลำยองกับแลลุยเข้าไปในร้าน ปั้นกับสินยังงงไม่หาย
ลำยงบอก
"ไอ้วันมันหายไป ป้าปั้น พี่ลำยองเขาคิดว่ามันมาอยู่ที่นี่"
"ไอ้วันน่ะเรอะหายไป" สินว่า
"มึงเลี้ยงลูกมึงยังไงกัน ดูแลกันยังไงให้หาย แล้วมาพาลหาเรื่องกู มึงเป็นแม่ประสาหมาอะไรวะ"
แลชี้หน้า
"อีปั้น...มึงว่ากูเป็นหมาเรอะ"
"พวกมึงอยากจะแกล้งกู...กูรู้...เอาไอ้วันมันออกมาคืนกูเดี๋ยวนี้"
สินพยายามจะพูดคุยอธิบายดีๆ แต่อ้าปากไม่ทันซักจังหวะ
"ลูกมึงน่ะ กูเลิกคิดสนใจจะเอามาเลี้ยงตั้งชาตินึงแล้ว อีกหน่อยกูก็จะได้หลานใหม่แล้ว มีแต่เป็นผู้ดีมีตระกูลไม่ใช่ลูกอีผู้หญิงสำส่อนอย่างมึง" ปั้นบอก
"กูจะไปเอาตำรวจมาจับมึงโทษฐานขโมยเด็ก"
"ไป้...ไปเอามาเลย กูจะได้ฟ้องกลับข้อหาบุกรุก รบกวนชาวบ้านเขา"
"ไอ้วันมันคงไม่ได้มาที่นี่หรอกพี่ลำยอง ไปเหอะ ลองไปหาดูที่อื่นก่อน ขอโทษด้วยนะป้าปั้น ลุงสิน"
ลำยงบอก ลำยองจ้องหน้าปั้นเขม็ง
"เหยียบมาถึงนี่ทั้งที ก็ตบกะมันให้หายคันไม้คันมือซะหน่อยเถอะวะ ไปขอโทษมันทำไม" แลบอก
ลำยงดึงลำยองออกไปแล้ว
"มาเลย แน่จริงมึงเข้ามาเลยอีแล"
ปั้นคว้าไม้มาถือไว้
"แน่จริงก็อย่าใช้ไม้สิโว้ย" แลบอก
"หรือมึงจะเอานี่"
ปั้นโยนไม้ทิ้ง หยิบปังตอขึ้นมาแทน
"ฝากไว้ก่อนเหอะมึง"
ยายแลเหลียวหน้าเหลียวหลังไม่เห็นใครแล้วก็โกยตามออกไป
"กูจะบ้าตาย"
ปั้นวางมีดลง สินเข่าอ่อนใจคอไม่ดี
"ไอ้วันมันตัวแค่นี้ มันจะหายไปไหนได้ แม่ปั้น รึมันไปตกน้ำตกท่าตายไปแล้ว"
ปั้นใจเสียเหมือนกัน
"มันเลี้ยงลูกยังไงของมัน"
"ไอ้วันเอ๊ย...อนิจจัง อนิจจา" สินว่า
ปั้นเบือนหน้าหนี น้ำตาร่วงเผาะ ยังไงก็รักหลานมาก

แลโวยวายที่กลางซอย
"พวกเอ็งนี่มันใจเสาะ แทนที่จะลุยกับมันซักยก ให้รู้ดำรู้แดงกันไป ปล่อยให้มันด่าอยู่ได้ฝ่ายเดียว"
ลำยงถาม
"ถ้าป้าปั้นเขาเรียกตำรวจมาจริงๆแม่จะทำยังไง"
"ก็เอาเงินฟาดหัวมันไปสิวะ นังลำยองมันมีเงินเป็นฟ่อน กลัวมันทำไม"
"แม่หยุดพูดชะทีได้ไหม คนยิ่งปวดหัวอยู่ ไอ้วันนะไอ้วัน ไปถูกรถชน ตกน้ำตกท่าที่ไหนก็ไม่รู้" ลำยองบอก
"ถ้าไอ้วันมันเป็นอะไรไป พี่สันต์เอาพี่ตายแน่" ลำยงบอก
"อีปั้นมันเพิ่งพูดมาหยกๆว่า อีกหน่อยมันก็มีหลานใหม่ มันจะมาสนใจไอ้วันทำไม" ลำยองว่า
"ยังไง ไอ้วันมันก็เลือดเนื้อเชื้อไขเขาล่ะว่ะ"
"ข้าเมื่อยขาแล้วนา จะไปตามหาไอ้วันมันถึงไหนวะเนี่ย" แลบอก
"ฉันว่าฉันพอจะรู้ว่าไอ้วันมันไปอยู่ไหน" ลำยงบอก

กุฏิหลวงตาปิ่น วันเฉลิมนอนหลับสบายทั้งชุดนักเรียน หลวงตาปิ่นมายืนที่เฉลียงเอ็ดตะโรใส่เสียงดุ
"ปลุกคนหลับสบายให้มันตื่นขึ้นมาน่ะ ข้าไม่ทำหรอกโว้ย มันบาป"
ยายแลว่า
"แหม...ไอ้วันนี่มันน่าตีให้ตายซะจริงๆ เลยนะหลวงพี่ ทำเอาใครต่อใครเขาเป็นห่วงแทบแย่ ที่แท้มันก็แอบมาอยู่กับหลวงพี่ที่นี่เอง"
"เออ...มันน่าตีให้ตาย แต่ไม่ใช่ไอ้วันหรอกนะ พวกเองต่างหาก มัวไปทำอะไรอยู่ ไอ้วันมันถึงเข้าบ้านไม่ได้"
"ซวยแล้วไหมล่ะมึง นังลำยอง" แลบอก
"หนูก็ยุ่งเรื่องทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องแหละจ้ะ หลวงลุง"
"เอ็งจะอ้างทำมาหากินจนลืมลูกเต้า มันฟังไม่ขึ้นหรอกโว้ยลำยอง ฉิบหายกันหมด ถ้าคนเป็นพ่อเป็นแม่คนมันคิดอย่างเอง เด็กมันจะหันหน้าไปพึ่งใครได้ เวลามันหิว เวลามันมีปัญหา เงินทองมันไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของชีวิตคนหรอกโว้ย จะคิดจะทำอะไรหัดให้มันพอดี อย่าให้มันมากไปน้อยไป เอ็งเป็นแม่ก็ทำหน้าที่แม่ให้ดี อย่าให้ขาดตกบกพร่อง เข้าใจไหมวะ ที่ข้าพูดเนี่ย"
"เข้าใจจ้ะ หลวงลุง"
"ตกลงเอายังไงเรื่องไอ้วันจะให้มันนอนที่นี่ ก็รบกวนหลวงลุงเปล่าๆนะ" ลำยงว่า
"เอ็งอุ้มมันไหวก็อุ้มไปสิ" หลวงตาปิ่นว่า
"อุ้มไม่ไหวหรอกจ้ะ ฝากมันนอนที่นี่ซักคืนก็แล้วกันจ้ะหลวงลุง"

ระหว่างทางกลับบ้าน ลำยงเดินนำมาถึงทางแยก
"บอกไอ้วันมันด้วยว่า ทีหลังเข้าบ้านไม่ได้ ไม่มีข้าวกินก็ให้มันไปหาฉัน จะได้ไม่ต้องลำบากไปถึงหลวงลุงอีก"
"ไอ้วันมันลูกข้า ข้าจะเลี้ยงยังไง มันก็เรื่องของข้า"
"แปลว่าที่หลวงลุงปากเปียกปากแฉะสอนมาเมื่อกี้น่ะ สุดท้ายมันก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาใช่ไหม...เจริญล่ะ"
ลำยงเดินกลับบ้านด้วยความเบื่อเหนื่อย แลหาวนอนและจะเดินตามลำยงไป
"หิวข้าวว่ะ"
"บ้านยัยมูลเปิดกี่โมงแม่"
"พระบิณฑบาตมันก็เปิดแล้ว ถามทำไมวะ"
"พรุ่งนี้เจอกัน"
ลำยองเดินแยกออกไป ยายแลอ้าปากค้าง

ในห้องคนใช้ ละม่อมพลิกตัวไปมา ตบยุง เพราะไม่มีมุ้งกางนอน ลำยองเดินเข้ามา
"เป็นคนใช้เขานอนก่อนเจ้านายได้ยังไงวะ"
ละม่อมงัวเงีย ตาจะหลับอยู่แล้ว
"นี่มันจะตีหนึ่งแล้วนะคุณ"
"พรุ่งนี้ลูกข้ามันคงกลับมาแต่เช้า หาข้าวให้มันกินก่อนไปโรงเรียนด้วย กลางวันต้มกระดูกหมูผักกาดดองไว้ เย็นมันจะได้กลับมากิน"
ลำยองจะเดินออกไป
"คุณไม่มีมุ้งให้ซักหลังเหรอ ยุงมันชุม นอนไม่หลับ"
"มีปัญหาก็หาซื้อเอาเองโว้ย"
ลำยองเดินออกไป

ภายในห้องนอน ลำยองนับเงินที่ได้มาจากเล่นไพ่วันนี้อย่างกระปรี้กระเปร่า ดึกดื่นแล้วก็ไม่รู้สึกง่วงซักนิด
"ไม่ต้องลงทุนซักบาทได้มาอื้อซ่าเลย นี่ขนาดเริ่มเล่นก็บ่ายแล้วนะเนี่ย"
ลำยองจะยัดเงินใส่กระเป๋าแล้วต้องสะดุ้งเฮือก ละม่อมสีหน้าง่วงเข้ามายืนอยู่ในห้องตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
"อีบ้า เข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียง มึงจะเอาอะไร"
"คุณยังไม่ได้ให้เงินค่ากับข้าวเลย"
"อีโง่ ทำไมไม่ออกไปก่อน"
"หนูมีเงินซะที่ไหนล่ะคะ"
ลำยองหยิบแบงก์สิบส่งให้ละม่อม
"สิบบาทเนี่ยไม่ใช่วันเดียวจ่ายหมดนะ ทำให้มันกินได้ซักสามวัน"
ละม่อมเดินออกไป

เวลาเช้ามืด หลวงตาปิ่นเช็ดหน้าแล้วตากผ้าไว้ที่ลูกกรงเฉลียงแล้วเดินเข้ามาปลุกวันเฉลิม
"ไอ้วันเอ๊ย ไอ้วัน ตื่นได้แล้ว"
วันเฉลิมตื่น ลุกขึ้นนั่งงัวเงีย
"จะตีห้าแล้ว หลวงตาต้องลงโบสถ์สวดมนต์เช้าแล้ว เอ็งกลับบ้านเตรียมไปโรงเรียนได้แล้ว"
"ครับหลวงตา"

วันเฉลิมเดินเข้ามาหน้าบ้าน เห็นห้องครัวไฟเปิดสว่างอยู่ก็เดินเข้าไปดู ละม่อมดงหม้อข้าวอยู่หน้าเตา
"พี่มาอยู่ใหม่เหรอ"
"เราชื่อวันเฉลิมล่ะสิ เมื่อคืนเขาตามหาตัวกันให้วุ่น ไปนอนไหนมาล่ะ"
"กุฏิหลวงตา"
"ไปอาบน้ำอาบท่าไป ข้าวใกล้สุกแล้ว รถโรงเรียนมารับกี่โมง"
"เจ็ดโมงครับ"
"เสื้อผ้าจะซักใส่ตะกร้าไว้ให้ดีนะ"
"ครับ"

วันเฉลิมเดินออกไป

ข้าวสวยในชามถูกวางลง ละม่อมเทผักกาดดองกระป๋องใส่ชามเปล่า
"กินรองท้องไปก่อนนะ กินได้ไหมข้าวกับผักกาดดอง"
"ได้ครับ"
"ทั้งครัวก็มีอยู่เท่านี้แหละ ตอนเย็นก็ต้องกลับมากินต้มกระดูกหมูผักกาดดองอีก"
"วันกินประจำ แม่บอกว่ามันถูกดี"
"วันก็บอกเขาให้ซื้อไข่ ซื้อกุนเชียงมาตุนไว้บ้างสิ จะกินแต่ผักกาดดองทุกวันได้ยังไง"
"พี่ชื่ออะไร"
"ละม่อม...เรียกพี่ม่อมเฉย ๆ ก็ได้"
"พี่ม่อมจะอยู่ที่นี่นานไหม"
"ไม่รู้สิ มันก็แล้วแต่แม่ของวันเขา"
"วันอยากให้พี่ม่อมอยู่นาน ๆ นะ"
ละม่อมยิ้มตอบ วันเฉลิมกินข้าวกับผักกาดดองอย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย

เวลากลางวัน ลำยงทำก๋วยเตี๋ยวให้ลูกค้ามือเป็นระวิง ตาปอเดินเก็บชามก๋วยเตี๋ยวเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยว ลำดวนนั่งทาเล็บอยู่มุมหนึ่ง
ยายแลป้วนเปี้ยนวนเวียนใกล้ตะกร้าใส่เงิน รอจังหวะไม่มีใครเห็น หยิบเงินเก็บใส่ชายพก
ตัวเอง ลำยองแต่งตัวสวย ทองเต็มตัว เดินผ่านมา
"นังลำยอง กินข้าวกินปลารึยังวะ"
"ไม่หิว ไปยังแม่"
ลำยองเดินไปเลย
"รอข้าด้วยสิว่ะ"
ยายแลวิ่งตามลูกสาว ลำดวนถาม
"แม่ไปไหน"
"ธุระโว้ย"

ลำยองปักหลักกับวงไพ่วงนึง ยายแลนั่งข้าง ๆ ลำยอง
ชาวบ้านบอก
"อ้าวคุณเทพ หายหน้าหายตาไปซะนานเลย"
เมืองเทพ หนุ่มเพลย์บอยมาดสำอางเดินเข้ามา
"ไม่ได้ไปไหนไกลหรอกครับ ผมมันคนขี้เบื่อ ชอบเปลี่ยนบรรยากาศไปเรื่อย ๆ น่ะครับ"
ลำยองบังเอิญเงยหน้าขึ้นจากไพ่ในมือ เห็นเมืองเทพทักทายคนโน้นคนนี้ แล้วสายตาก็พลันมาป๊ะกับลำยอง วินาทีแรกคือพอใจในความหล่อ สมาร์ท แต่งตัวเนี้ยบของเขา เช่นเดียวกับเขาที่หันมาสบตาลำยอง เห็นความสวยโดดเด่นกับเครื่องประดับทองเต็มตัว ทำให้เมืองเทพสนใจไม่น้อย
ชาวบ้าน 2 บอก
"วงวงนี้สิคุณเทพ"
เมืองเทพลงนั่งวงไพ่ ถัดวงลำยองไป สายตาเขาไม่ยอมลดละจากลำยอง

ลำยองคว้าแก้วโอเลี้ยงมาดูด สายตาตวัดมองไปทางเมืองเทพที่เสียไพ่ แต่สีหน้าปกติ ไม่สำแดงความหงุดหงิดแม้แต่น้อย หันมามองลำยองและยิ้มให้
เธอยิ้มตอบพร้อมตวัดสายตากลับมามองไพ่ในมืออย่างไว้เชิง ลำยองกระซิบถามแม่
"แม่...ผู้ชายคนนั้นเขาเป็นใคร"
ยายแลเลิกลักมองหาเต็มตา
"ใคร คนไหน"
"คนที่หล่อ ๆ แต่งตัวดี ๆ ที่นั่งตรงกับฉันเนี่ย"
"อ๋อ...คุณเมืองเทพ เขามาบ่อย"
"แม่รู้แค่เนี้ย"
"ก็ข้าไม่เคยคุยกะเขานี่หว่า"
ลำยองถามคนข้างๆ
"น้า...คุณเมืองเทพนั้นเขาเป็นใคร"
"เศรษฐีที่ดิน เขาขายที่ปากซอยโน้น ให้ทำโรงงานไง"
"รวยเหรอวะ" แลถาม
"รวยไม่รวย ตึกแถวริมถนนน่ะ ของเขาทั้งแถบ ไม่ทำงานทำการหรอก แค่เก็บค่าเช่าตึกก็นั่งกินนอนกินแล้ว เขายังมีรถเรโนลด์ให้เช่าตั้งหลายคันด้วย"
"อื้อฮื่อ น่าอิจฉาว่ะ...สมบัติเยอะ" แลว่า
"ใช่ พ่อแม่แกทิ้งไว้ให้ คนมีบุญก็ยังงี้แหละ วัน ๆ เดินเข้าบ่อนนี้ออกบ่อนโน้น แกขับรถเก๋งด้วยนะ ลูกเมียก็ไม่มี"
ลำยองหูผี่งทันที เมื่อได้ยินว่าลูกเมียไม่มี

ลำยองตวัดมองไปทางเมืองเทพอีกที เขายิ้มให้ลำยองผ่านไพ่ในมือ เธอไม่หลบสายตานี้ ประสานสายตากับเขาจัง ๆ ด้วยรอยยิ้ม

เมืองเทพเดินออกมาดูดโอเลี้ยงหย่อนใจ ลำยองเดินตามออกมา...
"ข้างในอากาศร้อนจังเลยนะคะ"
"คนเยอะก็งี้แหละครับ...ผมไม่เคยเห็นหน้าคุณเลย"
"ลำยองเพิ่งมาครั้งสองครั้งเองค่ะ คุณแม่ของลำยองชวนมาเป็นเพื่อนเฉย ๆ ลำยองเล่นพอสนุกผ่อนคลายเท่านั้นเองคะ"
"ผมเป็นคนขี้เบื่อ ชอบเปลี่ยนที่เปลี่ยนบรรยากาศไปเรื่อยมากกว่า"
"ดีจังเลยนะคะ"
"เกิดมาทั้งที คนเรามันก็ต้องรู้จักกอบโกยกำไรชีวิต หาความสุขให้เต็มที่สิครับ จริงไหม น้องลำยอง"
ลำยองยิ้มปลื้ม
"เมืองเทพแปลว่าอะไรคะ"
"เทพ ก็แปลว่า เทวดาไงครับ เมืองเทพก็คือ สวรรค์ชั้นฟ้า"
"งั้นคุณเทพก็เป็นเทพบุตรน่ะสิคะ"
เมืองเทพหัวเราะ
"คงงั้นมังครับ...เทพบุตรชาวดิน แต่น้องลำยองอย่าเรียกคุณเลย เรียกพี่ว่าพี่เทพก็พอ"
ลำยองปลื้มในความกันเองและมีเสน่ห์
"ค่ะพี่เทพ"

ลำยองกลับเขามาในบ่อนอีก ยายแลถาม
"ไปไหนมาวะ หายไปเป็นนานสองนาน คนอื่นเขารออยู่"
"วันนี้ฉันเลิกแล้วแม่"
"อะไรวะ เครื่องยังไม่ทันร้อนเลย"
"ฉันจะไปที่อื่นกับพี่เทพเขา...เขาชวน"
"ห้า...นี่ขนาดเรียกเขาพี่เทพแล้วเหรอวะ"
"ก็เขาเรียกฉันน้องลำยองก่อนนี่นา"
"ไวยังกะติดจรวดยังงี้เลยเหรอวะ"
"ลำยองซะอย่าง"
ลำยองหยิบกระเป๋า เดินออกมา

เพิงขายก๋วยเตี๋ยว ลำยงล้างชามขึ้นเรียง ชดยกชามที่ล้างแล้วไปคว่ำตาก ตาปอคั่วพริกไว้ป่นเป็นเครื่องปรุงสำหรับวันพรุ่งนี้ ยายแลหน้าหงอยเดินกลับเข้ามา
"หิวข้าวโว้ย นังลำยงทำก๋วยเตี๋ยวให้ข้ากินชาม"
"หมดแล้ว ไม่มีเหลือแล้ว เพิ่งล้างหม้อไปเดี๋ยวนี้"
"กินพริกคั่วข้าไหมล่ะ อีแล"
"วอนซะแล้วไหมล่ะ ไอ้ปอ เดี๋ยวเถอะมึงไอ้ปอ คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่นะโว้ย"
"มีถั่วงอกเหลืออยู่หน่อยนึง ฉันจะผัดน้ำปลาให้ เอาไหมจ๊ะ" ชุดบอก
"อะไรก็เอาทั้งนั้นแหละ"
ชุดจัดแจงเตรียมทำอาหารง่าย ๆ ให้แลกิน
"ฉันถามจริงๆแม่ไปไหนมา" ลำยงถาม
"บอกว่าธุระก็ธุระสิโว้ย"
"ธุระของแม่อยู่แถวบ้านยัยมูลเหรอ"
"มึงไม่ต้องยุ่ง"
"มีคนเขาเห็นแม่เดินเข้าบ่อนบ้านยัยมูล"
"ไอ้พวกปากหมา"
"แม่...เงินทองมันของหายาก แม่ก็รู้ แต่ละบาทกว่าจะได้มา มันต้องเอาเหงื่อเข้าแลกทั้งนั้น แม่ยังมีแก่ใจไปเล่นไพ่อีกเหรอ"
ชดผัดถั่วงอกไปพลาง ๆ
"กูเล่นเพลิน ๆ แก้เบื่อเท่านั้นละโว้ย"
"แก้เบื่อของแม่มันหมดไปเท่าไรแล้ว"
"บางวันกูก็ได้โว้ย ไม่ได้เสียอย่างเดียว"
"แล้วมันทำให้แม่ร่ำรวยขึ้นไหม กลับมาที่ไรก็เห็นอารมณ์เสียทุกที"
"กูไม่ได้เอาเงินมึงไปเล่นก็แล้วกัน อีลำยองมันออกให้กู"
"อ้อ...พากันไปเจริญด้วยกัน"
"อีลำยง อีลูกอกตัญญู ด่ากูฉอดๆๆ กูเป็นแม่มึงนะ"
"ฉันยังไม่ได้ด่าแม่ซักคำ"
"ลำยง พอเหอะ บาปกรรมเปล่า ๆ" ชดบอก
"มึงตกนรกแน่ ๆ อีลำยง" แลบอก
"นรกของฉันมันคงยังอีกนาน แต่นรกของแม่มันเห็นอยู่รำไรคาตาแล้วล่ะ"
ลำยงโกรธจัด แต่ตัดใจเลี่ยงไปทำงานต่อกัน
"มึงแช่งกูเหรออีลำยง"
ชุดยกผัดถั่วงอกมาตั้ง
"แม่กินข้าวก่อน จะได้ใจเย็น ๆ"
ยายแลหมดอารมณ์ ปัดข้าวกระเจิง
"กูไม่กิน"
ตาปอที่โขลกพริกป่นอยู่หัวเราะชอบใจ
"มึงหัวเราะเยาะกูเหรอไอ้ปอ"
"ซักวันกูจะเผามันซะให้วอดคามือกูเลย ไอ้บ่อนพวกนี้"

เวลาเย็น รถโรงเรียนแล่นมาจอดหน้าบ้าน ครูพี่เลี้ยงพาวันเฉลิมลงจากรถ ละม่อมเก็บผ้าที่ตากไว้ลงจากราวเสร็จพอดี
"หิวไหมวัน...พี่ซื้อกล้วยมาให้หวีนึงด้วยนะ ไปเด็ดกินเอาไป"
"เดี๋ยววันช่วยพี่ม่อมรดน้ำต้นไม้ดีกว่า"
"ไปเปลี่ยนชุดนักเรียนซะก่อนด้วย ไม่งั้นพี่ซักไม่ไหวแน่"
"แม่อยู่ในบ้านเหรอครับ พี่ม่อม"
"ไม่อยู่ เขาออกไปตั้งแต่สาย ๆ แล้ว"
วันเฉลิมผิดหวัง เดินเข้าบ้านกับละม่อม

บรรยากาศคึกคักในบ่อน ลำยองกับเมืองเทพ นั่งดื่มผ่อนคลายกันอยู่มุมหนึ่ง
"น้องลำยองนี่มือขึ้นจริง ๆ ใจถึงด้วย นี่ขนาดไม่เคยเล่นมาก่อนนะ"
"ก็ลำยองได้ครูดีอย่างพี่เทพไงค่ะ ถ้าพี่เทพไม่พาลำยองมาเปิดหูเปิดตา ลำยองก็คงนั่งเล่นแต่ไพ่ไทย ที่บ้านยัยมูลนั้นแหละค่ะ"
"ไปต่อไหมล่ะบ่อนหรู กว่านี้ก็มีนะ"
"ลำยองหิวแล้วละค่ะ เราไปหาอะไรกินดีกว่า"
เมืองเทพยิ้มมีเสน่ห์ให้ลำยอง

วันเฉลิมหิ้วขวดเหล้าเปล่ามารวมใส่เข่งหน้าบ้าน ขวดเหล้าเพิ่มจำนวนจนล้นเข่ง รถเก๋งแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน วันเฉลิมมองไปเห็นลำยองลงจากรถ วันเฉลิมวิ่งเข้ามาหาแม่ด้วยความดีใจ เมืองเทพลงจากรถตามมา

"ไอ้วัน....มาช่วยถือของซิ นังม่อมมันไปไหน นังม่อม... นังม่อม"

ทองเนื้อเก้า ตอนที่ 5 (ต่อ)

ลำยองหิ้วถุงข้าวของพะรุงพะรัง ในขณะที่เมืองเทพเดินตัวเปล่า มือล้วงกระเป๋าทำเท่ห์ มองบ้าน

"เนี่ยเหรอ บ้านน้องลำยอง"
วันเฉลิมมองเมืองเทพอย่างแปลกใจ
"ค่ะ...เข้าบ้านเร็ว ไอ้วันไหว้ลุงเมืองเทพซะ"
วันเฉลิมไหว้เมืองเทพ
เมืองเทพนิ่งเฉยไม่ได้รับไหว้ตอบ
"ลูกชายน้องลำยองเหรอ"
"ค่ะ...ลูกกับผัวคนแรกของลำยอง นังม่อมมัวทำอะไรอยู่วะ ขนของเข้าไป"
ละม่อมวิ่งออกมาจากหลังบ้านมารับข้าวของจากลำยอง
"เข้าบ้านเร็ว พี่เทพ"
ลำยองพาเมืองเทพเข้าบ้าน ละม่อมหิ้วของพะรุงพะรังตามไป แม่ไม่ได้สนใจลูกเลยเลย ทั้งๆที่ วันเฉลิมมีเรื่องอยากบอกแม่ว่า โรงเรียนทวงค่ารถ

ในบ้านลำยอง อาหารดี ๆ หลายอย่างที่ถูกถ่ายใส่จานแล้ววางลงบนโต๊ะละม่อมจัดอาหารเสร็จจะออกไป
"เดี๋ยวออกไปซื้อโซดากับน้ำแข็งมาเพิ่มด้วย"
"ไม่ต้องหรอก น้องลำยอง พี่ชอบกินแบบเพียว ๆ มากกว่า"
ละม่อมยังรีรออยู่
"ต๊าย..เหมือนลำยองเลย"
"งั้นคืนนี้เราดวลกัน"
"ชนะได้อะไรคะ"
"น้องลำยองอยากได้อะไรก็ได้ยังงั้นแหละ"
ลำยองหูตาเป็นประกายแล้วจึงหันมาเห็นละม่อม
"อ้าว แล้วมามัวยืนรอเซ่ออยู่ทำไมเนี่ย"
"ตกลงจะให้ซื้อโซดาน้ำแข็งรึเปล่าค่ะ" ละม่อมถาม
"ไม่ต้องแล้ว ซื่อบื้อจัง จะไปไหนก็ไป"
ละม่อมเดินออกผ่านวันเฉลิมที่ยืนเคาะประตูอยู่
"บ้านลำยองนี่ดีนะ มีคนใช้ทำให้"
"ดูซื่อบื้อ ๆ หน่อย แต่มันก็รู้งานดีค่ะ ลำยองเพิ่งได้มา"
เมืองเทพใช้มือหยิบเป็ดพะโล้ขึ้นแทะกิน
"แล้วบ้านพี่เทพล่ะคะ ใครทำให้"
ลำยองรินเหล้าใส่แก้วให้เมืองเทพ
"อ๋อ...จ้างน้องสะใภ้ทำ..แต่ปวดหัว วันไหนมันโกรธเราขึ้นมา มันก็พาลไม่ทำให้"
"อ้าว ก็เราจ้างมันนี่คะ"
"ก็นั่นน่ะสิ...เราจ่ายเงินมันแท้ ๆ มันยังออกฤทธิ์ออกเดช มันชอบว่าพี่เอาแต่เล่น อีกหน่อยจะหมดตัว"
เมืองเทพโยนกระดูกเป็ดลงพื้น เช็ดมือกับเสื้อ แล้วหยิบแก้วเหล้า
"ต๊าย...มันกล้าพูดยังงี้เลยหรอคะ"
"กงการอะไรของมัน จริงไหมน้องลำยอง เงินก็เงินเรา สมบัติก็พ่อแม่ยกให้เรา"
"มันคงจะอิจฉานะค่ะ พี่เทพ"
"พี่ก็ว่ายังงั้นแหละ"
เมืองเทพหันมาเห็นวันเฉลิม
"มานี่มา ไอ้หนู"
ลำยองหันมาเห็นวันเฉลิมที่ยืนนิ่งอยู่
"ลุงเทพเรียกไม่ได้ยินรึไงวะ"
วันเฉลิมเดินเข้ามาหา เมืองเทพหยิบหมูสะเต๊ะสองสามไม้ยื่นให้วันเฉลิม
"เอาไปกินเล่นไป"
วันเฉลิมยกมือไหว้ รับหมูสะเต๊ะมา
"ได้ของกินแล้วก็ไปไกล ๆ ไปผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน"
วันเฉลิมเดินออกไป
"น้องลำยองมีลูกกี่คน"
ลำยองไม่กระดากปาก ไม่อำพรางเพราะเหล้าเข้าปากแล้ว
"สองคนค่ะ ผัวละคน ไอ้วันนี้ผัวคนแรก อีกคนป๊ามันเอาไปเลี้ยงเอง"
"น้องลำยองนี่ตรงไปตรงมา นักเลงดีจริง ๆ พี่ชอบ"
ลำยองยิ้มภูมิใจ

ในห้องคนใช้ วันเฉลิมยื่นหมูสะเต๊ะให้ละม่อม
"วันกินเหอะ ไม่ต้องมาแบ่งพี่หรอก กินเยอะๆ จะได้โตเร็ว ๆ"
ละม่อม วันเฉลิมนั่งกินข้าวกับต้มผักกาดดอง วันเฉลิมกัดหมูสะเต๊ะกิน
"แม่เขามีแขกมายังงี้ประจำเหรอ...วัน"
"เปล่าครับ วันเพิ่งเห็นคนนี้คนแรก"
"มีแขกมายังงี้บ่อย ๆ ก็ดีนะ"
"ดียังไง พี่ม่อม"
"ก็วันจะได้มีของกินดีๆ ยังงี้บ่อย ๆ ด้วยไง แทนที่จะเป็นข้าวกับผักกาดดองทุกวันทุกมื้อ ไม่ดีเหรอ"
"ไม่รู้...วันกินอะไรก็ได้ ของดี ๆ มันแพงนะ พี่ม่อม วันกลัวแม่เงินหมด"
"กลัวทำมั้ย ... แม่เขาเงินเยอะจะตาย"
"เขาจะอยู่นานรึเปล่าก็ไม่รู้นะ พี่ม่อม"
"ทำไมล่ะ"
"โรงเรียนเขาทวงค่ารถ วันยังไม่ได้บอกแม่เลย"

"ก็รีบบอกเขาละกัน ไม่งั้นได้เดินไปโรงเรียนแน่"

เศษกระดูกเป็ด, เศษไม้หมูสะเต๊ะถูกโยนลงเกลื่อนพื้น ลำยองแทะหมูสะเต๊ะหมดไม้แล้วโยนไม้ทิ้งลงพื้น
"ชีวิตพี่ยุ่งอยู่วันเดียว วันสิ้นเดือน เพราะต้องตระเวนเก็บค่าเช่าตึก ค่าเช่าที่ดิน ค่าเช่ารถ"
"พี่เทพเกิดมาโชคดีจัง มีกินมีใช้ไปจนตาย"
"ของพ่อแม่ให้มาทั้งนั้นแหละ"
"ไม่หาคนช่วยใช้บ้างเหรอ เดี๋ยวเงินทองก็ทับตาย"
"เมียน่ะเหรอ"
"อื้อ"
"มีมันไปทำไม...เมีย เป็นภาระเปล่า ๆ อยู่ตัวคนเดียวยังงี้สบายตัว สบายใจกว่ากันเยอะ"
"แล้วแฟนล่ะ ไม่คิดจะหาไว้แก้เหงาบ้างเหรอ"
"พี่ไม่เคยเหงา"
"ลำยองไม่เชื่อหรอก คนอะไรไม่เคยเหงา"
เมืองเทพยิ้มตาฉ่ำ
"พี่พูดจริง ๆ"
ลำยองเมากรึ่ม เมืองเทพเทเหล้าจากขวดใส่ลงแก้วให้ ลำยองมองแก้วเหล้าตัวเองแล้วตวัดสายตาขึ้นมองเมืองเทพ
ลำยองเดินออกมาส่งเมืองเทพถึงรถ
"น้องลำยองนี่เป็นผู้หญิงที่คอแข็งที่สุด ที่พี่เคยเจอมาเลย"
"แปลว่าคืนนี้พี่ยอมแพ้ลำยอง"
"ยอมแพ้ก็ได้ น้องลำยองอยากได้อะไรเป็นรางวัลล่ะ"
"ลำยองอยากได้สมบัติพี่เทพทั้งหมดเลย ให้ลำยองได้ไหมล่ะ"
เมืองเทพหัวเราะ
"พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน"
"ทำไมต้องเป็นพรุ่งนี้ด้วยล่ะ"
"ก็คืนนี้พี่ต้องกลับบ้านแล้ว"
เมืองเทพเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง ลำยองพิงรั้วยืนส่งสายตาเว้าวอน เขาสตาร์ทเครื่องปิดประตูรถ
ลำยองทำทีจะเดินกลับเข้าบ้าน แต่แล้วชะงักเพราะเสียงเครื่องยนต์ดับลง เธอหันกลับมา เขาเปิดประตู, ก้าวลงลงจากรถ เดินกลับมาหาเธออีกครั้ง
"พี่เมาจนขี้เกียจขับรถแล้วละ"
ลำยองยิ้มอย่างได้รับชัยชนะ

วันเฉลิมเปิดประตูออกมา หลังจากคอยให้แขกของแม่กลับก่อน ลำยองโอบพาเมืองเทพขึ้นบันไดมา วันเฉลิมชะงัก ถอยกลับไปปิดประตู
"ไม่มีใครทำให้พี่รู้สึกยังงี้นานแล้วนะ"
"รู้สึกยังไงจ๊ะ"
"ก็รู้สึกเหงาน่ะสิ"
ลำยองหัวเราะ
"ยังไงลำยองก็ไม่ปล่อยให้พี่เทพกลับไปหรอก"
"ทำไมล่ะ"
"ก็คืนนี้ลำยองก็เหงานี่จ๊ะ"
ทั้งคู่จ้องตากันดูดดื่ม เธอลากเขาเข้าห้องและปิดประตู
วันเฉลิมค่อย ๆ แง้มประตูออกมา ได้ยินเสียงหัวเราะต่อกระซิกของแม่ดังแว่วมา
เช้าวันใหม่ หน้าบ้านลำยอง ละม่อมถือแก้วน้ำเข้ามาให้วันเฉลิมที่นั่งกินข้าวอยู่
"เย็นนี้อยากกินอะไรล่ะ พี่จะได้ทำไว้ให้"
"อะไรก็ได้ พี่ม่อม"
"แต่พี่ก็ไม่รู้นะว่า แม่วันเขาจะให้ค่ากับข้าวกี่บาท...แล้วนี่บอกแม่เขารึยังเรื่องค่ารถโรงเรียนน่ะ"
"ยังครับ วันไม่กล้า...เห็นแม่มีแขก"
วันเฉลิมมองไปที่รถเมืองเทพที่จอดทิ้งไว้
"เอาไว้จังหวะดีๆ เดี๋ยวพี่จะช่วยบอกให้เอาไหม"
"ไม่เป็นไรหรอก พี่ม่อม แม่อารมณ์ไม่ค่อยดี เดี๋ยววันบอกเองก็ด็"
รถโรงเรียนบีบแตรและแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน
"รถโรงเรียนมาแล้ว วันไปนะ พี่ม่อม"
วันเฉลิมหิ้วกระเป๋าวิ่งออกไปหน้าบ้าน

บนบ้านลำยอง ละม่อมกวาดขยะที่เกลื่อนพื้น ที่เต็มไปด้วยเศษกระดูกเป็ดพะโล้ ไม้หมูสะเต๊ะ และอื่นๆ ทั้งรวบรวมจานอาหารที่กินทิ้งไว้
เมืองเทพเปิดประตูห้องลำยองออกมา เห็นเธอกระพือผ้าถุงแล้วเหน็บรวกๆตามออกมา
"สายป่านนี้ ทำไมเพิ่งมาเก็บกวาด"
"หนูเพิ่งทำข้างล่างเสร็จค่ะ"
ละม่อมยกจานชามเน่าๆออกไป
"คนใช้ที่ไหนก็เหมือนกันหมดนะคะพี่เทพ อู้ได้มันอู้ พี่เทพหิวไหม อยากกินอะไร เดี๋ยวลำยองให้มันไปซื้อให้"
"พี่ไปหากินข้างนอกดีกว่า"
"อ้าว ลำยองนึกว่าพี่เทพจะอยู่ที่นี่กับลำยองซะอีก"
"บ้านพี่ก็มี พี่ก็ต้องกลับบ้านพี่สิ"
"งั้นให้ลำยองไปเที่ยวบ้านพี่เทพบ้าง"
เมืองเทพหงุดหงิดขึ้นมาทันที
"จะไปทำไมวะ"
ลำยองหน้าเจื่อนไป
"งั้นลำยองไม่ไปก็ได้ แต่พี่เทพจะมารับลำยองกี่โมง
"รับไปไหน"
"ก็พี่เทพไปไหน ลำยองก็ไปด้วยทั้งนั้นแหละ"

ละม่อมวางขวดเหล้าเปล่าใส่เข่ง ที่เต็มไปด้วยขวดเหล้า ยายแลเดินเข้ามาจากหน้าบ้าน มองรถยนต์ที่จอดอยู่จนเหลียวหลัง
"รถเก๋งใครวะ นังม่อม"
ละม่อมยังไม่ทันต้องตอบ เมืองเทพก็เดินออกมาจากในบ้าน ลำยองเดินตามออกมา ยายแลยิ้มประจบทักคนรวย
"นึกว่าใคร คุณเมืองเทพน่ะเอง"
เมืองเทพไม่ทักทายตอบแถมยังขากเสลดและถ่มน้ำลายเมื่อเดินผ่าน ยายแลสะดุ้ง
"ลำยองจะคอยนะคะ พี่เทพ"
เมืองเทพขึ้นรถและขับออกไป
"เขามาหาเอ็งแต่เช้าเลยเหรอวะ ลำยอง"
"เขามานอนที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืนต่างหากล่ะแม่"
"ห้า...แปลว่าเอ็งกะเขา"

ลำยองยิ้มภูมิใจเดินกลับเข้าบ้าน ยายแลอ้าปากค้าง เกินความคาดหมาย

ยายแลตามลำยองเข้ามาในบ้านซักถาม
"เอ็งนี่มันแน่จริงๆ เปิดปุ๊บติดปั๊บยังกะโทรภาพรุ่นใหม่ เป็นยังไงบ้างวะ เขารวยกว่าตากวงไหม"
"เทียบกันไม่ติดเลยละแม่"
"เรอะ"
"ตากวงน่ะรวยแล้วยังต้องทำงานง็อกๆ แต่พี่เทพเขาไม่ต้อง สมบัติพ่อแม่เขาทิ้งไว้ให้มากมายก่ายกอง วันๆไม่ต้องทำอะไรก็มีกินไปจนตาย"
"เออ...เทียบกันไม่ได้จริงๆละว่ะ"
"พี่เทพเขาไม่จุกจิกอย่างตากวงหรอก ถือว่าเป็นเสี่ย สอปรกนิดสกปรกหน่อยก็ไม่ได้ พี่เทพเขาชาวสวนเก่าเศรษฐีที่ดิน เขาไม่ว่าซักคำ ตัวเขาเองก็กินตรงไหนทิ้งตรงนั้นเหมือนกัน ก็คนใช้เรามีก็ให้มันเก็บกวาดไปสิ จริงไหมแม่"
"อืม...ไม่งั้นจะมีคนใช้ไว้ทำไมวะ แล้วเขามีลูกมีเมียรึเปล่า เดี๋ยวเองก็กลายเป็นเมียน้อยเขาอีก"
"สำคัญด้วยเหรอแม่ มีเงินก็พอแล้ว"
"เขาเงินเยอะ เอ็งไม่ลองชวนเขาลงทุนค้าขายอะไรบ้างล่ะวะ"
"ทำให้เหนื่อยทำไมแม่...ก็ฉันบอกแล้วว่า เขามีขนาดทั้งชาติก็ใช้ไม่หมด"
แลพยักหน้าหงึกหงัก มึนๆ งงๆ
"ฉันว่าที่พ่อปู่เคยดูเอาไว้ พี่เทพนี่แหละ เทพบุตรตัวจริง ที่ฉันรอคอยเลยละแม่"

ที่เรือนแพ ปั้นเอาน้ำรดผักบนแผง สินเช็ดฝุ่นอีกมุมหนึ่ง ละม่อมเดินเข้ามาเมียงมองจะซื้ออะไรได้บ้าง
"ซื้ออะไรจ๊ะ"
"ยังไม่รู้เลย ขอดูก่อนนะจ๊ะ หมูเนื้อแดงโลละเท่าไรจ๊ะ"
"สามสิบ"
ละม่อมดูเงินในมือ
"สงสัยจะได้แต่ปลาทู"
"ไม่เคยเห็นหน้า...อยู่บ้านไหนล่ะ" สินถาม
"บ้านคุณนายลำยองจ้ะ"
"นี่คนใช้ใหม่นังลำยองเรอะ"
"จ้ะ...แกให้มาสิบบาท สั่งว่าให้ทำกับข้าวให้กินได้สองวัน"
"อีนี่ท่ามันจะบ้าใหญ่แล้ว ใส่ทองหยองเต็มตัวอวดชาวบ้านเขาไปทั่ว แต่เรื่องกินเรื่องอยู่ทุเรศทุรังสิ้นดี" ปั้นว่า
"สิบบาท ทำกินให้ได้สองวัน แล้วไอ้วันมันจะอยู่ยังไงของมัน"
ละม่อมงง มองคนโน้นที คนนี้ที
"ข้าน่ะเป็นปู่แท้ๆไอ้วันมัน" สินบอก

บ่อนใหญ่แห่งหนึ่ง ถ้วยไฮโลถูกเปิดพร้อมเสียงฮือของผู้สมหวัง และผิดหวัง ลำยองหน้าตาเซ็งผิดหวังถูกไฮโลกินหมดตัว ลำยองเปิดกระเป๋าตังค์และพบว่าเงินหมด มีคนเบียดเข้ามาจะแทงไฮโล จนเธอต้องถอยออกไปจากวง
ลำยองมองหาเมืองเทพ เพราะผู้คนมากมายขวักไขว่ราวกับตลาดนัด เขาเล่นรัมมี่อยู่วงหนึ่ง เธอเข้ามาหา
"อ้าวน้องลำยอง เบื่อไฮโลแล้วเหรอ"
"ไม่เบื่อหรอก แต่เงินลำยองหมดแล้ว วันนี้ดวงไม่ดี...ไม่น่าใส่เสื้อสีนี้เลย"
เมืองเทพยื่นเงินตัวเองให้สามร้อย
"จะแก้มือไฮโลหรือจะเล่นรัมมี่กับพี่ล่ะ"
"ให้ลำยองยืมเหรอจ๊ะ"
"ยืมเยิมอะไร เรากระเป๋าเดียวกันแล้วนี่...ไม่ใช่เหรอ"
ลำยองดึงเงินไปจากมือเขาแล้วหอมแก้มตอบแทนอย่างดีใจ ขวัญและกำลังใจกลับคืนมาอีกครั้ง
"พี่เทพน่ารักที่สุดเลย"
ลำยองมีเงินต่อทุน มุดกลับไปที่วงไฮโลอีกครั้ง

เวลาเย็น ละม่อมยกกับข้าวมาวางอีกสองจาน วันเฉลิมนั่งคอยอยู่แล้ว วันแปลกใจที่กับข้าวเยอะ กว่าปกติ
"ทำไมวันนี้กับข้าวหลายอย่างล่ะพี่ม่อม"
"ปู่กับย่าวันให้มาน่ะสิ ทีแรกพี่ก็ไม่รู้หรอกนะว่า แพนั้นน่ะเป็นปู่ย่าวัน แกเองพอรู้ว่า พี่
ทำงานบ้านนี้ก็เลยให้กับข้าวมาเต็มตะกร้าเลย มีไข่ กุนเชียง หมูหยองด้วยนะ เอาไว้กินตอนเช้า"
"ปู่กับย่าใจดี"
"แกยังบอกพี่เลยว่า ดูแลวันดีๆ ขาดเหลืออะไรก็ไปบอกแก"
วันเฉลิมนิ่งทั้งที่ในใจยินดี
"กินข้าวซะ พี่จะไปรดน้ำต้นไม้ก่อน"
"วันรอแม่กลับมาค่อยกินดีกว่า"
"จะรอเขาทำไม เขาอาจจะกลับดึกก็ได้ กินไปเหอะ กับข้าวมีเยอะแยะพอเหลือเผื่อ"
ละม่อมเดินออกไป วันเฉลิมตักข้าวกิน

วันเฉลิมนั่งเล่นเครื่องบินรอแม่อยู่ในห้อง พอได้ยินเสียงรถจอดหน้าบ้าน ก็รีบลุกพรวดวิ่งไปมองที่หน้าต่าง ลำยองลงจากรถ
"พี่เทพไม่นอนนี่เหรอจ๊ะ"
"วันนี้ไม่มีอารมณ์"
เมืองเทพเสียหมดตัวกับการพนันเหมือนกัน เขาขับรถออกไปทันที ลำยองมองตามรถไปอย่างผิดหวัง อารมณ์ขุ่นๆที่มีแล้วยิ่งมัวมืดลงไปอีก
ละม่อมออกมารับหน้าพอดี
"คุณจะกินข้าวไหมคะ"
"มึงนี่ถามโง่ๆ กูหิวจนตาลายไปหมดแล้ว"
"ก็หนูนึกว่าคุณกินมาแล้ว"
"มีอะไรก็ยกมาสิ"
ละม่อมแยกออกไปทางครัว ลำยองดีดรองเท้าทิ้งไปคนละทางแล้วเข้าบ้าน

วันเฉลิมค่อยๆเดินลงบันไดมา ลำยองกินข้าว.. วันเฉลิมมองอย่างไม่แน่ใจว่าจะบอกแม่ดีหรือไม่
ละม่อม พยักเพยิดให้วันเฉลิมเข้าไป
"แม่ครับ...แม่ครับ"
"มึงตาบอดรึไงไอ้วัน คนกำลังกินข้าว มาแม่ครับแม่ครับอยู่ได้"
วันเฉลิมชะงักไม่กล้าพูด

"มึงจะทวงค่าขนมกูล่ะสิ พรุ่งนี้กูจะวางไว้ให้เองแหละ"

วันเฉลิมค่อยๆ ถอยออกมา ละม่อมกระซิบกระซาบกับวันเฉลิมว่า เดี๋ยวจะบอกให้
ลำยองชะงักกึก...ข้าวคาปาก
"อีม่อม"
ละม่อมสะดุ้ง
"คะคุณ"
"ทำไมวันนี้กับข้าวกับปลามันถึงได้เยอะนัก ทั้งหมู ทั้งไก่ เต็มโต๊ะไปหมด ทำไมมึงไม่
รู้จักประหยัด มึงรู้ไหมค่าน้ำ ค่าไฟเดือนๆนึงเท่าไร กูบอกแล้วใช่ไหม ค่ากับข้าวสามสิบให้กินได้อาทิตย์นึง"
"หนูจ่ายไปแค่สิบบาทค่ะ"
"สิบบาทบ้าอะไรได้ของขนาดนี้ มึงอย่ามาตอแหล มึงขโมยเงินกูใช่ไหม อีม่อม"
"หนูเปล่านะคะคุณ"
ลำยองชี้หน้า
"มึงอย่ามาตีหน้าซื่อ อีหัวขโมย"
"หนูเปล่าจริงๆ หนูไปซื้อกับข้าวที่แพย่าปั้น พอแกรู้ว่าหนูทำงานที่นี่ แกก็เลยหยิบทั้งหมูทั้งไก่ใส่ตะกร้ามาให้"
ลำยองชะงักนิ่งเงียบไปอึดใจ ละม่อมลุ้น วันเฉลิมวางใจว่าแม่คงไม่ถือโทษ
ลำยองปัดจานข้าว กวาดจานกับข้าวลงจากโต๊ะด้วยความแค้น
"อีสารเลว...มึงรู้ไหมว่า กูเกลียดไอ้อีคนแพนั้นขนาดไหน มึงจำใส่กะโหลกมึงเอาไว้ดีๆ ถ้ามึงไปซื้อของมันอีก มึงโดนดีแน่ อีม่อม"
ลำยองปึงปังขึ้นบันไดไป ละม่อมอกสั่นขวัญผวา วันเฉลิมจ๋อยกลัวอารมณ์แม่

กับข้าวที่เสียหายถูกเทรวมทิ้งลงถัง วันเฉลิม ละม่อมชะโงกมองด้วยความเสียดาย
"เสียดายนะ เนื้อหมู เนื้อไก่ทั้งนั้นเลย"
"เอามาล้างน้ำได้ไหมล่ะพี่ม่อม"
"อย่าเลย ของหล่นลงพื้นแล้ว โบราณเขาว่า ผีมาแย่งกิน"
วันเฉลิมได้แต่ทำตาปริบๆ
"พี่ไม่รู้ว่าแม่วันเขาเกลียดปู่กับย่าวันขนาดนี้"
"วันก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน"
"เรื่องนั้นก็เลยไม่ได้บอกแม่เขาเลย"
"ไม่เป็นไรหรอกพี่ม่อม"
วันเฉลิมค่อยๆเดินออกมาจากครัว

ภายในห้องนอน ลิ้นชักถูกเปิดและรื้อค้น ลำยองวางแยกเศษเงินไว้มุมหนึ่ง แล้วหยิบกล่องใส่ของมีค่าขึ้นมาเปิดดู
"ทองยังเหลืออีกตั้งหลายเส้นจะกลัวอะไรวะ"
ลำยองปลอบใจตัวเองก่อนจะคว้าขวดเหลามาเทลงแก้ว

เช้าวันใหม่ วันเฉลิมขอดข้าวเม็ดสุดท้ายจากชาม
"ยังดีนะมีกุนเชียงตุนเอาไว้"
ละม่อมรับแก้วน้ำคืน วันเฉลิมหยิบกระเป๋านักเรียนมาเตรียมหิ้วไว้ แล้วชะเง้อคอยรถ
"พี่ว่าค้างเขาแค่ไม่กี่วัน เขาคงไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง"
"มาแล้วพี่ม่อม รถมาแล้ว"

รถโรงเรียนแล่นมา แต่วันนี้ไม่ยอมกดแตรเรียกเหมือนทุกวัน ละม่อมโบกมือเรียกรถที่แล่นใกล้เข้ามา แต่รถโรงเรียนกลับแล่นเลยผ่านไป..ไม่ใยดี วันเฉลิมสีหน้าจ๋อย อารมณ์ไม่ต่างจากถูกทอดทิ้ง
"เขาไม่ยอมจอดน่ะ" ละม่อมบอก
"เขาคงไม่เห็นวันมั้ง"
"ไม่มีรถแล้วจะไปยังไง"
"ไม่เป็นไรพี่ม่อม วันไปได้"

วันเฉลิมหิ้วกระเป๋านักเรียน เดินลิ่วมา
"พ่อวัน...รถโรงเรียนไปแล้วนี่ลูก" วิมลบอก
"ครับคุณยาย"
"แล้วทำไมเขาไม่รอรับพ่อวันล่ะ"
"วันไม่ได้ให้ค่ารถเขาเดือนนึงแล้วครับ"
"อ้าว..ไม่ได้บอกแม่เขาเหรอลูก"
"ยังไม่ได้บอกเลยครับ"
"แล้วจะทำยังไงโรงเรียนอยู่ตั้งไกลนะลูก"
"ไม่เป็นไรครับคุณยายวันเดินไปก็ได้ครับ"
วันเฉลิมเดินลิ่วๆออกไป

บ่อนใกล้บ้าน ยายแลเข้ามาชะเง้อชะแง้มองหาลูกสาวที่กำลังเมามันกับวงไพ่ไทยอวงหนึ่ง ยายแลมุดเบียดเข้ามานั่งข้างลำยอง
"ลำยอง"
"แหม กำลังนึกถึงอยู่พอดีเลยแม่ ไอ้ที่ยืมฉันไปวันก่อนน่ะ เอามาคืนด้วย จะได้ต่อทุน"
"ข้ายังไม่มีโว้ย"
"ยังงี้ทุกที ทีหลังไม่ให้ยืมแล้ว"
"มีคนเขาบอกว่า วันนี้ไอ้วันมันเดินไปโรงเรียน"
"แล้วทำไม"
"ทำไมมันไม่นั่งรถโรงเรียน"
"มันตื่นสาย ออกมารอรถเขาไม่ทันน่ะสิ ช่างหัวมันเถอะ"
"ช่างหัวมันได้ยังไง โรงเรียนไม่ได้อยู่ใกล้ๆนะโว้ย"
เมืองเทพเข้ามา
"น้องลำยอง มีให้พียืมซักห้าร้อยไหม"
ยายแลยิ้มปลื้ม เมืองเทพหุบยิ้มทันที
"ไม่มีหรอกพี่เทพ ตั้งแต่เช้าลำยองยังไม่ได้ซักตาเหมือนกัน"
"สร้อยข้อมือนั่นไงถอดออกมาก่อนเหอะ"
ลำยองกุมข้อมือที่ใส่ทองไว้ ใจหายเหมือนกัน ถ้าจะต้องถอดออกตีราคา
"วันก่อนพี่ยังให้ยืมตั้งหลายร้อยนะ..มามัวเสียดายอยู่ทำไมเดี๋ยวก็ได้คืน"
ลำยอง จำใจถอดสร้อยยื่นให้เมืองเทพ เมืองเทพกลับออกไปทันที ยายแลใจหาย เสียดายแทนลูกสาว
"นี่เอ็งให้เขาขนาดนี้เลยเหรอวะลำยอง"
"ก็ผลัดๆกันแหละแม่ เวลาฉันไม่มี พี่เทพเขาก็ให้ฉันเหมือนกัน"
"ถึงขนาดถอดสร้อยถอดแหวนแล้ว ข้าว่ามันไม่ค่อยดีนา"
"แม่จะมาพูดให้เสียอารมณ์ทำไม เนี่ยคนยิ่งเสียๆอยู่"

แลต้องสงบปากคำ ลำยองหงุดหงิดชักเครียด

จบตอนที่ 5

อ่านต่อตอนที่ 6 พรุ่งนี้ เวลา 09.30น.
กำลังโหลดความคิดเห็น...