xs
xsm
sm
md
lg

ธิดาพญายม ตอนที่ 4

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ธิดาพญายม ตอนที่ 4

ร่างของณัชชากับเอกภพแวบมาถึงหน้าปราสาทหินพิมายซึ่งนาชะกับทายาททั้งสี่ยืนรออยู่แล้ว

“ยังไงดีเพคะ องค์หญิง”
“เข้าไปข้างในก่อนเร็วเข้า”
“ไปพวกเรา” นาชะแวบไปรอพวกทายาททั้งสี่ตรงประตูทางเข้า “เร็วเข้า เร็ว”
พวกทายาททั้งสี่มาถึงก็วิ่งพรวดเข้าไป แต่แล้วก็มีม่านพลังแวบกั้นไว้พร้อมส่งพลังเปรี้ยงออกมา ทายาทกลิ้งกระเด็นกลับออกมากองระเนระนาด ทุกคนต่างพยายามลุกขึ้นมา เอกภพกับณัชชาคาดไม่ถึง
“เกิดอะไรขึ้น”
“ทำไงดีคะองค์หญิง”
“ลองประตูอื่นดูเร็วเข้า”
“ทุกคนตามมา เร็วที่สุด”
ทุกคนต่างตั้งหลักวิ่งไปอีกประตูหนึ่ง เหลือแต่ณัชชากับเอกภพยืนคอยระวังขวางทางไว้อยู่ ทันใดนั้นร่างของอาคินปรากฎตัวขึ้นพร้อมเทพซ้ายขวา เอกภพกับณัชชาตั้งหลักสกัดไว้
“ส่งตัวทายาทมา”
“ได้ ส่งมอบศีรษะท่านมาก่อน”
“บังอาจ”
เทพซ้ายตวัดฝ่ามือเข้าใส่ณัชชา ณัชชาตวัดดาบฟาดออกไปต่อสู้กัน เทพซ้ายถอยร่น เทพขวาตวัดฝ่ามือเข้าใส่เอกภพ เอกภพหลบฝ่ามือของเทพขวาแล้วตวัดปืนสาดกระสุนเข้าใส่ จนเทพขวาสั่นสะท้านเข้าไม่ติด
“ถอยมา” เทพซ้ายขวาถอยมายืนข้างอาคิน “ภูตสังหาร”
ควันดำลอยขึ้นมากลุ่มใหญ่ เอกภพกับณัชชาถอยหลังไปสองสามก้าว ณัชชาตวัดดาบไปมาและแล้วกลุ่มควันสีดำก็กลายเป็นเก้าภูตสังหารปรากฏล้อมเอกภพกับณัชชาไว้ สถานการณ์คับขัน

อีกด้านหนึ่งของปราสาท นาชะนำทายาททั้งสี่มายังอีกประตูอีกประตูหนึ่งของปราสาท ทั้งหมดกำลังจะวิ่งเข้าไป
“เดี๋ยวก่อนอาจจะมีพลังขวางประตูอยู่”
นาชะปล่อยผงสีชมพูออกไปก็เห็นเป็นม่านพลังขวางประตูอยู่จริงๆ
“เข้าไม่ได้ รีบไปประตูด้านโน้น” ไกรยุทธ์บอก ทุกคนต่างวิ่งออกไป
“เดี๋ยว ปราสาทมี 4 ประตู ทายาทมี 4 คน” นาชะบอก
“ต้องเป็นประตูที่ 4”
“เหนือ ใต้ ออก ตก”
“ประตูทางด้านทิศตก”
“ลองดู เร็วเข้า รีบไป”
ทุกคนรีบวิ่งไปทางประตูด้านทิศตก นาชะคอยระวังหลัง

ทางด้านหน้า ณัชชาหันหลังชนกับเอกภพอยู่ตรงกลางโดยมีพวกภูตดำล้อมอยู่
“เราต้องถ่วงเวลาให้นานที่สุด เพื่อให้เวลาทายาทเข้าประตูก่อน”
“เฮ่ กลัวจะได้ไม่นานน่ะซิครับ”
ภูตทั้งเก้าเข้าเล่นงานณัชชากับเอกภพ ณัชชาตวัดดาบฟาดฟันออกไปในขณะที่เอกภพสาดกระสุนปืนเข้าใส่พร้อมทั้งเตะต่อยถีบ แต่ภูตทั้งเก้าก็บีบวงล้อมแคบเข้ามาทุกที อาคินจ้องมองด้วยความพอใจ
“เราจะไปจับตัวทายาททั้ง 4” เทพขวาบอก
“ดี นำพวกมนุษย์ไปด้วย”

ไกรยุทธ์วิ่งนำทายาทมาที่ประตูทิศตะวันตก
“นั่นประตู ทุกคนเร็ว”ง
แต่แล้วร่างของเทพซ้ายขวาปรากฏ พร้อมอำนาจกับพวกมือปืนนับ 10 ก็โผล่ออกมาขวางทางทุกคนไว้
“ท่านอาคินต้องการตัวทายาททั้ง 4”
“จับเป็น”
เทพซ้ายขวาถอยออกสามก้าวปล่อยให้อำนาจกับมือปืนจัดการ มือปืนต่างล้อมวงกันเข้ามา
“พวกเราปล่อยพลัง”
ไกรยุทธ์บอก ทายาททุกคนยกมือขึ้นพร้อมกันปล่อยพลังออกไป แต่กลายเป็นแสงแวบเดียวแล้วดับวูบ พวกมือปืนต่างหัวเราะ
“ลองรวมพลังกันดู” นาชะบอก มือทุกคนยื่นมาจับกันไว้บีมกับปิงปองอยู่ตรงกลางเหลือนาฬิกากับไกรยุทธ์อยู่คนละด้าน “ปล่อยพลังพร้อมกัน”
นาฬิกากับไกรยุทธ์ผลักมือออกไปพร้อมกัน กลายเป็นพลังแสงพุ่งใส่พวกมือปืน พวกมือปืนหลบกันกระจายแสงกระแทกดินจนระเบิดตูมเสียงดังสนั่น บางคนกระเด็นล้มลุกคลุกคลาน นาฬิกากับไกรยุทธ์ต่างมองมือตัวเองคาดไม่ถึง
“อย่างนี้ต้องซ้ำพี่นาฬิกา”
ไกรยุทธ์กับนาฬิกาปล่อยพลังใส่พวกมันอีกหลายเปรี้ยง จนพวกมันหลบกันกระจัดกระจาย ไม่เป็นท่า เทพซ้ายขวาเข้ามาขวาง
“ลุยเลยพวกเรา”

นาฬิกากับไกรยุทธ์ต่างปล่อยพลังออกไปใส่เทพซ้ายขวา เกิดเป็นพลังสูงพุ่งเข้าใส่เทพซ้ายขวา เทพซ้ายขวาปล่อยพลังโต้กลับ แสงยันกันอยู่กระแทกจนพวกทายาทกระเด็นแยกออกจากกัน เทพซ้ายขวายิ้มอย่างเยาะเย้ย ทันใดนั้นร่างของนาชะแวบมาทางด้านหลังของเทพซ้ายขวา ปล่อยละอองสีชมพูออกไปใส่เทพซ้ายขวา เทพซ้ายขวาไม่ทันระวังถูกละอองสีชมพูปกคลุมทั้งตัวกลายเป็นยืนยิ้มหวานตกอยู่ในภวังค์แห่งความรัก ทายาททั้งสี่รีบลุกขึ้นมา
“เร็วเข้า รีบไปที่ประตู”
ทายาททั้งสี่ต่างไปที่ประตู นาชะแวบมาด้านหน้าแล้วสะบัดมือปล่อยผงสีชมพูออกไปที่ประตู ก็เป็นภาพจางๆ เป็นรูปประตูอยู่แต่ยังปิดสนิท ทุกคนต่างคาดไม่ถึง
“มีประตูแต่ปิด”
ทุกคนต่างมองหน้ากันคิดไม่ตก

ทางด้านหน้าณัชชากับเอกภพกำลังต้านพวกภูตสังหารอย่างสุดความสามารถ เอกภพถูกภูตคนหนึ่งตวัดกรงเล็บเข้าใส่ที่หัวไหล่จนเสียหลัก ภูตสังหารตามติดตวัดกรงเล็บลงมาแต่แล้วก็เจอดาบของณัชชาปะทะไว้ดังสนั่นเปรี้ยงป้าง เอกภพตวัดปืนเข้าใส่ยิงที่หน้าของภูตสังหารจนพรุน ภูตสังหารคำรามชะงักถอยไป ทันใดนั้นเสียงนาชะดังขึ้น
“ประตูทางทิศตะวันตก เร็วเข้าเพคะองค์หญิง”
ณัชชาควงดาบเกิดเป็นรัศมีสีแดง เหมือนโล่กันตัวเองกับเอกภพจากภูตสังหารที่รายล้อมเข้ามา ภูตสังหารชะงักชั่ววูบเข้าไม่ติด
“ผู้กองตามมา”
ทันใดนั้นร่างของณัชชาแวบหายไป เอกภพขยับตัวแต่แล้วภูตสังหารพุ่งเข้าสกัดขวาง เอกภพต้องหลบวูบแล้วสาดกระสุนใส่ภูตสังหารทำให้เสียจังหวะ ภูตสังหารที่เหลือยิ่งเข้ามาติดพันปิดเส้นทางเอกภพ ทันใดนั้นร่างณัชชาแวบกลับมาพร้อมฟันดาบออกไปจนภูตสังหารถอยห่าง ณัชชายื่นมือซ้ายออกมาในขณะที่มือขวาฟันสกัดพวกภูตสังหารไว้
“เร็วเข้า ผู้กอง”
เอกภพคว้าหมับ ทันใดนั้นร่างของณัชชากับเอกภพก็หายไป ภูตสังหารคำรามก้อง
“รีบตามไป”
ภูตสังหารกลายเป็นควันดำแวบหายตามไปทันที อาคินมองตามด้วยความแค้นแล้วแวบตามไป

ร่างของณัชชากับเอกภพปรากฏขึ้นตรงประตูทิศตะวันตก ตรงหน้าทุกคน
“ทำไมยังไม่เข้าไป”
“ประตูปิดอยู่เพคะ”
“ทายาททั้ง 4 ลองใช้พลังพร้อมกันทลายเข้าไป”
ทายาททั้งสี่ต่างส่งมือให้กัน นาฬิกากับไกรยุทธ์ปล่อยพลังออกไปพร้อมกัน พลังแสงวิ่งไปที่ม่านประตู กลายเป็นพลังแสงทำให้ประตูค่อยๆ เปิดออกจากกัน
“เยส”
ทุกคนต่างตื่นเต้นมองดูประตูที่เปิดอยู่อย่างช้าๆ ทันใดนั้นพวกภูตสังหารปรากฏ ล้อมทุกคนไว้ อาคินปรากฎตัวขึ้นมาอาคินหันไปเห็นเทพซ้ายขวา สีหน้าเสียอารมณ์ตวัดพลังเข้าใส่ตูม ละอองสีชมพูกระจายหายไปเทพซ้ายขวาได้สติ
“จับให้ได้ก่อนที่พวกมันจะผ่านประตูเข้าไป”
เทพซ้ายขวากับภูตสังหารต่างบุกเข้าไป ณัชชาตวัดดาบเข้าใส่ เอกภพ ยิงสาดพวกภูตสังหารจนเข้าไม่ติดเทพซ้ายขวาจะเข้ามาก็เจอดาบของณัชชาจนกระเด็นออกไป
“นาชะ ทายาท”
“ทุกคน เร็วเข้า”
ทายาททั้งสี่ พุ่งตัวหายเข้าไปในประตู พอทายาทพ้นประตู ประตูก็เริ่มปิดลง
“แย่แล้ว เร็วเข้าเพคะองค์หญิง”
ทายาททั้งสี่ ต่างร้องเรียกให้ณัชชากับเอกภพเข้ามา ทุกคนต่างมองช่องประตูที่เริ่มเล็กลง...เล็กลง...สีหน้าตื่นเต้น เทพซ้ายขวาดีดตัวเข้าหาณัชชา แต่เจอดาบฟันต้องเด้งออกมา
“นาชะพาผู้กองเข้าไปก่อน”
นาชะแวบไปยืนที่เอกภพแล้วดึงพุ่งตัวหายเข้าไปในประตู ในขณะที่ประตูค่อยๆ เล็กลง
“พี่ณัชชาเร็วเข้า”
ภูตสังหาร ต่างเคลื่อนตัวเข้าหาณัชชา บีบให้ณัชชาห่างจากประตู ทันใดนั้นณัชชาพุ่งเข้าหาอาคิน ดาบในมือดิ่งเข้าใบหน้า อาคินตกใจถอยหลัง ในขณะที่เทพซ้ายขวายกฝ่ามือรับดาบปะทะณัชชาเสียงดังเปรี้ยง อาคินฉวยโอกาสปล่อยพลังกระแทกณัชชาอย่างแรงเข้าที่หน้าอกกลายเป็นแรงกระแทกร่างของณัชชาลอยลิ่วผ่านประตูเข้าไปพอดี ร่างของณัชชาไถลไปกับพื้นฝุ่นตลบ
อาคินกับเทพซ้ายขวาและภูตสังหารคาดไม่ถึงว่าตนกลายเป็นส่งณัชชาเข้าประตู ชะงักไปชั่ววูบ พอรู้ตัวอาคินก็ตะโกนลั่น
“ภูตสังหาร อย่าให้ประตูปิด”
ภูตสังหารกลายเป็นควันลอยเข้าไปตรงประตูแล้วขยายเป็นควันกลุ่มใหญ่เปิดประตูให้กว้างออก เอกภพเข้ามาประคองณัชชาให้ลุกขึ้น ณัชชาเซเล็กน้อยแข็งใจตะโกน
“ทุกคนหนีเร็ว”
ทุกคนต่างวิ่งกันเข้าไปด้านในเอกภพประคองณัชชาวิ่งเข้าไป แต่ก็คาดไม่ถึงบริเวณปราสาทหินพิมายกลับกลายเป็นแนวป่าอยู่ตรงหน้า
“หา ทำไมกลายเป็นป่าไปได้”
ณัชชาหันไปมองเห็นควันดำยันประตูให้เปิดกว้างออก
“รีบเข้าไปในแนวป่าก่อน”
ทุกคนต่างมุ่งหน้าเข้าไปในแนวป่า พอพ้นแนวป่าทุกคนลอยลิ่วลงมา

ร่างทั้งหมดตกลงในทะเลน้ำแตกกระจาย เวลาเย็นกลับเปลี่ยนเป็นกลางวันไปแล้ว..
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมเรามาอยู่กลางทะเล”
ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างตื่นเต้น

ที่ประตูทิศตะวันตก กลุ่มควันสีดำดันประตูให้เปิดอยู่
“คุณอำนาจ กลับไปรอที่องค์กร จัดการรวบรวมพวกมาเฟียกลุ่มอื่นๆ ให้อยู่ในกำมือแล้วรอคำสั่งจากเรา”อำนาจพยักหน้า ด้วยความพอใจที่ไม่ต้องไปด้วย “เทพซ้ายขวา ท่านตามเรามา”
อาคินกับเทพซ้ายขวาแวบหายผ่านควันดำเข้าไป

กลุ่มของเอกภพลอยคออยู่กลางทะเล ทันใดนั้นเห็นครีบฉลามโผล่มาแต่ไกลรอบๆ ตัว
“ทุกคนว่ายเข้าหาฝั่งเร็วเข้า”
“นาชะรีบนำทายาทไป”
“รีบว่ายตามมา”
นาชะลอยตัวขึ้นเหนือน้ำสะบัดปีกกางออกพรึบบินนำทางไป
“อะไรนั่น”
ทุกคนหันไปก็เห็นคลื่นปุดๆ เป็นทางวิ่งเข้ามาในระยะไกล
“อย่าบอกนะว่า มีมังกรโผล่มา โอพระเจ้า”
“ถอยไป”
ณัชชาถีบน้ำมาทางด้านหน้าตวัดดาบขึ้นตั้งรับ
“ทุกคนรีบไป”
นาชะบินกลับมาวนอยู่เหนือทายาททั้งสี่
“เอ้ารอบัตรเชิญกันหรือไง เร็วเข้า ว่ายๆ”
ทายาททั้งสี่รีบว่ายน้ำเข้าหาฝั่งเอกภพพรวดไปคู่กับณัชชา ตวัดปืนขึ้นเตรียมพร้อม ทันใดมีสิ่งโผล่ขึ้นมาจากฟองน้ำปุดๆ ที่แท้กลายเป็นเรือลำหนึ่ง บนเรือมีร่างของหญิงสาวแต่งตัวในชุดขาวมันวับคล้ายเกล็ดปลา
“ผู้กองอย่ายิง”
เอกภพตวัดปืนกลับสายตาจ้องไป นาชะหันมาเห็น
“ธิดาสมุทร ธิดาสมุทรมาช่วยแล้วทางนี้เพคะ ทางนี้”
พวกทายาทต่างส่งเสียงร้องกันดังไปทั่ว ณัชชายิ้มกับเอกภพ ทายาทต่างลอยคอตบมือไฮไฟว์กัน เรือค่อยๆ แล่นเข้ามายังจุดที่ทุกคนลอยคออยู่

เรือจอดอยู่ชายฝั่ง ณัชชานั่งอยู่ทางด้านหลังของไกรยุทธ์ใช้มือกระแทกเข้าที่แผ่นหลังของไกรยุทธ์เบาๆ ไกรยุทธ์ไอออกมาเป็นเลือดหนึ่งกอง ทายาททั้งสี่และเอกภพกับนาชะ ยืนอยู่รอบๆ มองดูอย่างกังวล
“เรียบร้อย พลังของอาคินสลายออกไปหมด อาคินไม่สามารถตามรอยมาได้แล้ว”
“แต่อาคินยังมีภูตสังหารที่คอยตามเราอยู่”
“ก็จริง แต่ดูเหมือนว่าอาคินจะไม่ยอมให้ภูตสังหารพ้นสายตาตั้งแต่ถอดหัวใจไว้ที่ภูตสังหาร”
“ถือว่าโชคดีของเรา”
ทายาททั้งสี่ต่างหายใจโล่งอก
“โชคร้ายก็คือเราไม่รู้ว่าหัวใจของมันอยู่ที่ภูตสังหารตัวไหน”
ณัชชาพยักหน้า ทายาททั้งสี่ต่างถอนใจ ปาระนังเดินเข้ามา
“เราตรวจดูแล้ว ไม่สัมผัสพลังใดๆ ตามมา”
“ขอบพระทัยพระธิดาที่มาช่วยพวกเราไว้ได้ทัน นี่คือองค์หญิงณัชชา เพคะ”
“เราชื่อปาระนัง เจ้าสมุทรลุงของเราส่งเรามาช่วยพวกท่าน” ทายาททั้งสี่ต่างมองหน้ากันอย่างตื่นเต้น ปาระนังยิ้มเดินเข้ามาหาณัชชา “เราได้ยินกิตติศัพท์เทพธิดาพญายมมานานแล้ว ยินดีที่ได้พบ จ้าวสมุทรมีของขวัญให้ท่าน”
ปาระนังสะบัดมือทันใดนั้นมีแส้ขดหนึ่งปรากฏในมือ “แส้ทำจากหนังปลากระเบนพันปี เหนียวแน่นไม่มีอาวุธใดทำลายได้เพคะ”
ณัชชารับแส้มา
“ขอบพระทัยท่านจ้าวสมุทร นี่คือคุณเอกภพและ...”
“ทุกคนเป็นทายาทของเทพองค์รักษ์ทั้ง 4”
“ท่านธิดา ทราบ”
“เทพองค์รักษ์ทั้ง 4 ผ่านมาทางนี้แล้วเมื่อ 100 ปีก่อน เพื่อซ่อนปริศนาของแผนที่ซึ่งจะนำไปสู่ที่ซ่อนกุญแจคุกนิลกาล”
ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างคาดไม่ถึง
“100 ปีก่อน ป่านนี้ปริศนาไม่หายไปหมดแล้วเหรอเพคะ”
“พวกท่านยังไม่เข้าใจอีกเหรอ”
“อะไรเหรอครับ”
ทายาทต่างมองหน้ากันอย่างสงสัย ณัชชาหันมามองเอกภพ เอกภพมีสีหน้าครุ่นคิดแต่แล้วก็เริ่มที่จะเข้าใจ ณัชชาพยักหน้าให้
“โอ โน...โน...โน...”
ทุกคนหันมามองเอกภพกันเป็นตาเดียว
“อะไรคะพี่เอก”
“เราไม่ได้อยู่ในเวลาปัจจุบัน”
“หา”

ร่างของอาคินกับเทพซ้ายขวาปรากฏขึ้นในป่าแห่งหนึ่ง
“พวกนั้นหายไปไหน เราตามมาติดๆ แท้ๆ”
“องค์รักษ์ทั้ง 4 ร้ายกาจมาก วางเส้นทางไว้อย่างซับซ้อน”
“พวกองค์หญิงคงยังไปได้ไม่ไกล”
“เจ้าผิดแล้ว แค่เวลาคลาดไปนิดเดียว อาจห่างกันเป็นคนละเวลาและดินแดนก็ได้”
อาคินบอกด้วยสีหน้าแค้นใจ

ที่กลุ่มของเอกภพ ทายาททั้งสี่เพิ่งเข้าใจในสิ่งที่เอกภพบอก
“เราไม่ได้อยู่ในเวลาปัจจุบัน หมายความว่ายังไงครับ”
“แผนที่ไม่ใช่แผนที่ธรรมดาแต่เป็นเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้แล้วด้วยเวทมนตร์ให้ซับซ้อนยากต่อการค้นหากุญแจ” ณัชชาบอก
“ถูกต้อง เราแทบจะไม่รู้เลยว่าจะอยู่ที่ไหนแดนไหนและเวลาไหน”
“งานนี้คงรอดยาก ยินดีที่ได้รู้จักทุกคน” ไกรยุทธ์บอก ทุกคนต่างฝืนยิ้มสีหน้ากังวล

เอกภพและทุกคนอยู่บนเรือ กำลังเดินทางทางทะเล
“เราจะพาพวกท่านไปยังที่ปลอดภัยก่อน แล้วค่อยหาทาง แก้ปมปริศนาของแผนที่”
ปาระนังบอก ทายาททั้งสี่ต่างมองหน้ากันสีหน้าเต็มไปด้วยความสับสน ณัชชากับเอกภพมีสีหน้าเคร่งเครียด
เรือของปาระนังวิ่งเข้าหาหมอกที่หนาทึบตรงหน้า ทุกคนมองอย่างตื่นเต้น..ในที่สุดเรือก็หายเข้าไปในกำแพงหมอก
เรือออกมาจากหมอกหนาทึบ ค่อยๆ ชะลอความเร็วแล้วหยุดสนิท ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างสงสัย
“ถึงแล้ว” ปาระนังบอก ทุกคนยิ่งแปลกใจ
“แต่ไม่เห็นมีอะไรเลย”
“ถ้าเห็นแล้วจะเป็นที่ปลอดภัยได้ยังไงล่ะจ๊ะ” ทุกคนยิ่งแปลกใจ “เพียงแต่ทุกคนดำน้ำแล้วโผล่ขึ้นมา ก็ถึงแล้ว ตามมา”
ปาระนังทิ้งตัวลงน้ำแล้วหายไป ทุกคนต่างมองหน้ากัน
“ทายาททุกคน ตามนาชะมา”
นาชะทิ้งตัวลงไปในน้ำ ลอยคออยู่
“งั้นลุย”
บีมทิ้งตัวลงไป ปิงปองยิ้ม ทิ้งตัวตาม
“คุณนาฬิกา เชิญ”
“แน่นอน”
นาฬิกาทิ้งตัวลงไป ไกรยุทธ์ ทิ้งตาม ทุกคนลอยคออยู่ในทะเลเรียบร้อย
“ทุกคนไปได้ พี่จะคอยระวังที่นี่ก่อน แล้วจะตามไป” ณัชชาบอก
“พี่ด้วย” เอกภพบอก
“ตามมา”
นาชะทิ้งตัวดำน้ำลงไป ทายาททั้งสี่มองหน้ากันแล้วดำน้ำหายไปเช่นกัน ณัชชากับเอกภพกราดสายตาไปรอบๆ

นาชะและทายาททั้งสี่โผล่ขึ้นมาพ้นน้ำ กราดสายตาไปมาต้องคาดไม่ถึงเพราะที่โผล่ขึ้นมาเป็นสระน้ำ ด้านหนึ่งมีโต๊ะเครื่องดื่มและอาหารจัดไว้ มีพนักงานยืนคอยบริการเสิร์ฟเหมือนอยู่ในโรงแรมไม่มีผิด
“โห...อะไรกันเนี่ย ยังกะโรงแรมชั้นหนึ่ง”
ปาระนังในชุดอินเทรนด์กลางคืน เดินมาที่ขอบสระ ทุกคนมองอย่างตื่นเต้น
“ว้าว ชุดสวย”
“เชื่อว่าทุกคนคงจะชอบกับบรรยากาศแบบมนุษย์ เลยจัดให้ค่ะ”
ทุกคนรีบขึ้นมาจากสระ
“ไปกินหนมกันดีกว่า”
ทายาททุกคนวิ่งไปที่โต๊ะที่จัดของไว้ ทั้งหมดมองหน้ากันอย่างสนุก
“เอ๊ะ”
“มีอะไรหรือครับ”
“เสื้อผ้าคุณไกรยุทธ์ เปลี่ยนไปได้ยังไง”
“ของปิงปองก็เปลี่ยน”
ทั้งหมดต่างตรวจดูเสื้อผ้าของตน ต่างอยู่ในชุดอินเทรนทันสมัย
“เปลี่ยนหมดทุกคน สุดยอด”
นาชะยิ้มกับปาระนัง
“ขอบคุณพี่ปาระนังมากค่ะ เจอแบบนี้เด็กๆ คงหายเหนื่อย”
ปาระนังยิ้ม แล้วหันไปมองที่สระ เพราะณัชชากับเอกภพเพิ่งโผล่ขึ้นมา
“เชิญค่ะ”
ณัชชากับเอกภพได้แต่กราดสายตาไปรอบๆ อย่างคาดไม่ถึง
“ผมว่าเราน่าจะอยู่ที่นี่เลยดีกว่า”
เอกภพบอก ณัชชายิ้มวักน้ำใส่เอกภพ ต่างยิ้มโล่งใจที่รอดพ้นเทพอาคินมาได้

อาคินจ้องที่ชายหาดเห็นร่องรอยของเรือ
“พวกมันมีคนมาช่วย” เทพซ้ายขวาต่างมองหน้ากัน “พวกโลกสมุทรคิดต่อต้านข้า ดี ข้าจะทำสงครามกับพวกมันทุกคน”
อาคินมีสายตาแค้นเคือง

เอกภพและทุกคนนั่งกันอยู่ที่โต๊ะ ต่างมีเครื่องดื่มและขนมตรงหน้า
“พระธิดามั่นใจเหรอคะว่าเทพอาคินไม่สามารถตามมาที่นี่ได้”
“ที่นี่ปกป้องด้วยมนตร์ของเจ้าสมุทร ไม่มีพลังเทพใดๆ ผ่านเข้ามาได้แน่นอน” ทายาททั้งสี่ ต่างมองหน้ายิ้มให้กันอย่างโล่งใจ “แต่ถ้าออกพ้นจากจุดนี้ไป เราอาจเผชิญกับเทพอาคินได้ทุกเวลา”
ทายาททั้งสี่ ยิ้มหุบ
“พระธิดายังจำเส้นทางที่องค์รักษ์ทั้ง 4 เดินทางไปได้มั้ย”
“ไม่ได้ ไม่มีใครจำได้ ทันทีที่เดินผ่าน ภูมิประเทศก็จะเปลี่ยนทันที นอกจากว่าจะมีแผนที่นำทาง พวกท่านไม่มีแผนที่นำทางมาเหรอ”
“มีเพคะ แต่แผนที่ปรากฏแต่เพียงปราสาทหินเท่านั้น”
ปาระนังมีสีหน้าแปลกใจ แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้น
“ในเมื่อท่านผ่านปราสาทหินมาแล้ว แผนที่อาจจะบอกอะไรอีกก็ได้”
ทุกคนต่างมองหน้ากัน
“จริงด้วย”
“เด็กๆ”

ธิดาพญายม ตอนที่ 4 (ต่อ)

ไกรยุทธ์ นาฬิกา ปิงปอง บีมนั่งกันอยู่ในห้องๆ หนึ่งโดยมีณัชชา นาชะ ปาระนัง เอกภพยืนอยู่รอบๆ ทายาททั้ง สี่ต่างยกมือของตนขึ้นส่งพลังเข้าหากัน เกิดเป็นแสงกลมๆ รวมตัวกันตรงกลางแล้วแผ่ออกเป็นวงกว้างแสดงเส้นทางการเดินทางอย่างชัดเจน บนแผนที่เห็นเส้นทางมีจุดกลมๆ เป็นแสงวาบๆ อยู่ บ่งบอกว่าเป็นทิศเหนือตามเส้นทางมีภาพคล้ายๆ ประตูเล็กๆ ตั้งอยู่ จนถึงสุดปลายเส้นการเดินทางก็เห็นด่านหนึ่งด่านเป็นรูปประตูมีพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวลอยอยู่เหนือประตู หลังประตูมีรูปเหมือนน้ำตก ทุกคนจ้องมองอย่างตื่นเต้น ประตูเป็นแสงวาบๆ

“จุดสว่างวาบๆ คือทิศที่เราต้องมุ่งหน้าไป คิดว่าเป็นทิศเหนือ”
เอกภพชี้ที่ด่านประตู
“ผมรู้ว่านี้คือประตูที่เราต้องผ่าน แต่ประตูเล็กๆ ระหว่างทางนี่คืออะไรกันแน่”
“ประตูเล็กๆ ที่อยู่ตามทางคือประตูกล ถ้าหลุดเข้าไปก็จะไปอยู่อีกดินแดนหนึ่ง หลุดออกจากเส้นทาง” ปาระนังบอก
“สุดยอด ให้มันได้ยังงี้ซิ น่าจะมียักษ์หรือก๊อตซิล่าติดมาด้วยจะได้ให้มันสุดๆ ไปเลย” เอกภพพูดประชด“รูปพระจันทร์อยู่เหนือประตูสุดท้าย น่าจะเป็นเวลาที่กำหนดไว้ให้ผ่านเข้าไป มั๊งเพคะ”
ณัชชาพยักหน้าจ้องที่แผนที่ ทันใดนั้นแผนที่ก็สลายตัวหายไป ทายาททั้งหมดต่างมองหน้ากัน
“ผ่านด่านเข้าไปแล้วเจอแต่น้ำตก ไม่เห็นมีเส้นทางบอกว่าจะไปที่ไหนอีก”
“นาฬิกาคิดว่าแผนที่จะบอกเราเองว่าควรจะไปทางไหน เมื่อเราผ่านด่านได้ เหมือนอย่างตอนนี้ไงคะพี่เอก”
ณัชชากับเอกภพต่างยิ้มพอใจ ที่ทายาทเริ่มคิดเริ่มใช้ความสามารถ เอกภพเดินเข้ามาเอามือลูบหัวนาฬิกา
“เด็กๆ ไปพักกันเอาแรงไว้ พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางแต่เช้า”
“เราแวบไปหรือว่าทำให้เรือเหาะไปไม่ได้เหรอครับ” บีมบอก ทายาทคนอื่นต่างส่งเสียงเห็นด้วย
“ทันทีที่เราใช้มนตร์หรือพลังออกไป เทพอาคินจะรู้ตำแหน่งของพวกเราทันที”
“แปลว่าเรา...”
“ต้องเดินทางแบบมนุษย์เท่านั้น”
ทายาทได้แต่มองหน้ากัน แบบเซ็งสุดๆ

ณัชชาอยู่ในชุดหนังสีดำ เดินไปมาอยู่บริเวณสระน้ำ ได้ยินเสียงฝีเท้าจึงหันไปมองก็พบเอกภพ
“ไม่มีเวรต้องเปลี่ยนนี่คะ”
“ไม่มีเวรให้ต้องเฝ้านี่ครับ”
“กำลังห่วงว่าพวกทายาทจะเดินทางไหวหรือเปล่ายังเด็กๆ กันอยู่ทั้งนั้น”
“ห่วงแต่ทายาทเท่านั้นเหรอครับ”
“ผู้กองมีฝีมือไม่น่าต้องเป็นห่วงอะไร”
“องค์หญิงมีฝีมือ เก่งสารพัด ผมยังห่วงองค์หญิงเลย” ทั้งสองต่างสบตากัน
“ขอบคุณค่ะ แต่คุณควรจะโฟกัสที่ทายาทจะดีกว่าเพราะถ้าอาคินได้ตัวทายาทไปทุกอย่างก็จบ”
“รับทราบ และปฏิบัติ” เอกภพบอกเสียงห้วน ณัชชาเข้าใจว่าเอกภพโกรธแต่ทำใจ
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”
เอกภพพยักหน้า ไม่ตอบ ณัชชาเดินออกไป เอกภพยังยืนอยู่ที่เดิม ทันใดนั้นก็หันขวับปืนอยู่ในมือ ตรงหน้าคือปาระนัง เอกภพตวัดปืนเก็บ
“ขอโทษครับ ความเคยชิน”
ปาระนัง ยิ้มมองตามร่างของณัชชา
“น่าสงสารองค์หญิง ภารกิจหนักจนไม่สามารถคิดเรื่องอื่น”
“คุณเข้าใจผิดแล้วครับ องค์หญิงมีแต่ภารกิจไม่มีเรื่องอื่น”
“คุณตะหากที่เข้าใจผิด”
ปาระนังเดินออกไป เอกภพคิดตามคำพูดปาระนัง

เรือวิ่งเข้ามาเกยชายหาดกลุ่มของเอกภพลงมาจากเรือต่างสะพายเป้สัมภาระของตน
“ขอบพระทัยองค์หญิงอีกครั้ง หวังว่าเราคงจะได้พบกันอีก” ณัชชาบอก ปาระนังยิ้มให้
“แน่นอนค่ะ เพราะเราจะเดินทางไปกับพวกท่านด้วย”
“จริงเหรอเพคะ”
“ถ้าอาคินสามารถปล่อยทหารภูตดำออกมาได้โลกสมุทรของเราก็จะร้อนเป็นไฟเช่นกัน เราต้องไปกับท่านอยู่แล้ว หวังว่าพวกท่านคงไม่รังเกียจ”
“ทายาททัวร์ยินดีต้อนรับค่ะ” ปิงปองบอก ทุกคนต่างขำ มองหน้ากันตื่นเต้นและก็ดีใจที่ปาระนังจะเดินทางไปด้วย
ขบวนของทุกคนเดินผ่านป่ามาถึงลานเล็กๆ แห่งหนึ่ง
“เราจะพักที่นี่”
เอกภพบอก ทุกคนต่างปลดสัมภาระแล้วนำเสบียงออกมาแบ่งกัน

ที่กองบัญชาการกรมตำรวจ สิทธิชัยนั่งทำงานอยู่ในห้อง เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เชิญ” ร่างของเจนศักดิ์ก้าวเข้ามา “คุณเจนศักดิ์”
“ขออนุญาตรายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติการครับ”
สิทธิชัยพยักหน้าช้าๆ พร้อมตรวจตราจ้องเจนศักดิ์อย่างพิจารณา
“ผมจะไม่ถามหรอกนะ ว่าคุณหายได้ยังไง”
“ได้ข่าวจากผู้กองบ้างมั๊ยครับ”
“ผมให้ผู้กองทำงานอย่างอิสระ ไม่ต้องรายงานผมอีกต่อไปจนกว่างานจะสำเร็จ คุณนั่นแหละรอข่าวจากผู้กองแล้วรายงานผม”
“ได้ครับ”
“จับตาดูพวกมาเฟียไว้ด้วย”
เจนศักดิ์หน้าเครียด

เอกภพเดินนำหน้าทุกคนมาตามราวป่า ทายาททั้งสี่เดินตาม นาชะ ณัชชากับปาระนังอยู่ทางด้านหลัง
“ขอบคุณพระธิดาจัดเสบียงและทุกอย่างไว้ให้พวกเรา”
“น่าเสียดายที่เอามามากกว่านี้ไม่ได้”
ณัชชากับปาระนังต่างยิ้มให้กัน
“เฮ้อ...ชีวิต นึกไม่ถึงว่าจะต้องมาลำบาก” ปิงปองบ่น
“นึกว่ามาเที่ยวค่ายอาสาก็แล้วกัน” ไกรยุทธ์บอก
“กลัวจะเจอค่าย อาคินมากกว่า” บีมบอก
“ใจเย็นน่า ตราบใดที่เราไม่ใช้พลังก็ไม่เจอหรอก” นาฬิกาบอก ทุกคนต่างบ่นงึมงำ ปาระนังกราดสายตามองรอบๆ
“เราเริ่มเข้าเส้นทางที่มีประตูซับซ้อน ระวังจะหลงกันได้ง่าย”
ณัชชาเร่งฝีเท้าเดินแซงไปจนทันด้านหน้า แล้วยกมือให้ทุกคนหยุดรวมกลุ่มกัน
“จำไว้ทุกคน รวมกลุ่มกันไว้ แค่เลี้ยวผิดอาจจะหลงไปอยู่ในที่ที่คาดไม่ถึง”
“ต่างสถานที่ยังพอหากันได้ แต่ถ้าต่างกาลเวลาละก็ยุ่งแน่”
ทุกคนต่างมีสีหน้าตื่นเต้น ณัชชากราดสายตามองทุกคนแล้วหันมาทางนาชะ นาชะพยักหน้า ทันใดนั้นนาชะกางปีกออกมาจากทางด้านหลัง ตวัดมือไปทางด้านหลัง ตวัดมือกลับมา มีขนปีกติดอยู่ในมือ 5 อัน
“ทุกคนเอาขนปีกนาชะเก็บไว้ อย่างน้อยก็พอช่วยให้นาชะหาทุกคนได้ง่ายขึ้น”

นาชะส่งปีกให้กับทายาททุกคน แล้วในที่สุดก็หันมาส่งให้เอกภพ เอกภพรับไว้
“เราพอรู้เส้นทาง ให้เรานำจะดีกว่า”
“เชิญท่านธิดา”
ปาระนังเดินนำออกไป
“เอ้าพวกเราตาม”
นาชะนำพวกทายาทเดินตามไป เหลือเอกภพกับณัชชาอยู่ท้าย เอกภพมองณัชชาหมุนขนปีกในมือ
“องค์หญิงเคยบอกว่า แค่ผมนึกถึงองค์หญิง องค์หญิงก็สามารถจับตำแหน่งผมได้ทันที ตอนนี้คงต้องพึ่งขนปีกของนาชะซะแล้ว” ณัชชายิ้มให้เอกภพ
“ที่นาชะให้คุณเก็บไว้ เพื่อที่คุณจะได้รู้ตำแหน่งของพวกทายาทมากกว่ามั๊งคะ”
“อ้อ” เอกภพเขิน แล้วตีหน้าเข้ม “โอเค ครับ”
เอกภพเดินตามพวกทายาทไป ณัชชาอดยิ้มไม่ได้
ร่างของอาคินยืนกราดสายตามองไปยังหุบเขาเบื้องหน้า ร่างของเทพซ้ายขวาแวบปรากฏขึ้น
“มีคนมาช่วยนำทางพวกองค์หญิงอย่างที่ท่านบอก ถึงไม่มีร่องรอยให้ปรากฏ”
อาคินจ้องไปข้างหน้าหุบเขาอย่างแค้นใจ คำรามแล้วพลันสะบัดมือปล่อยพลังไปยังหุบเข้าได้ความโกรธ เสียงระเบิดดังตูมสนั่นหวั่นไหว ทันใดนั้นมีฝูงค้าวคาวบินขึ้นมาฝูงหนึ่ง บินวนแล้วพุ่งเข้าหาพวกอาคินกับเทพซ้ายขวา จู่โจมเต็มไปหมด
“ค้างคาวดูดเลือด”
“เราจัดการเอง”
เทพซ้ายปล่อยพลังออกไป ถูกพวกค้างคาวที่บินเข้ามาแตกกระจายออกไป แล้วค้างคางบุกเข้ามาอีก เทพซ้ายยกมือหมายปล่อยพลัง
“เดี๋ยว”
อาคินสะบัดมือออกไปพลังพุ่งเข้าใส่กลุ่มค้างคาวแตกขบวน ถูกค้างคาวตัวหนึ่งตกลงมาดิ้นที่พื้น อาคินยิ้มดุดัน ค่อยเดินเข้าไปใกล้พลันยกมือปล่อยพลังออกไปเห็นลำแสงพุ่งไปที่ค้างคาว อาคินทำปากท่องพึมพำ พลันร่างค้างคาวก็กลายเป็นรูปร่างคนแต่หน้าตาดุดันมีเขี้ยวขาวโผล่ให้เห็น อาคินคว้าคอหมับ มนุษย์ค้างคาวนิ่งมองอย่างตื่นกลัว
“เจ้าต้องทำงานให้ข้า”
มนุษย์ค้างคาวพยักหน้าด้วยความกลัว อาคินตวัดมือร่างของมนุษย์ค้างคาวลอยไปในอากาศ แล้วกลายเป็นค้างคาวบินรวมฝูงกับพวกที่เหลือแล้วค่อยๆ บินวนหายไป อาคินยิ้มอย่างพอใจ

กลุ่มของเอกภพหยุดพัก ทายาททั้งสี่ต่างยกกระติกน้ำขึ้นดื่ม เอกภพนั่งอยู่กับนาชะ ปาระนังนั่งอยู่กับณัชชา
ณัชชายกมือเห็นมีแส้อยู่ในมือ แล้วเอามือขวาผ่านไปบนแส้ แส้หายวับเข้าไปในฝ่ามือ
“วิชาเก็บอาวุธ เชื่อว่าองค์หญิงคงมีสารพัดอาวุธอยู่ในตัว”
“ค่ะ มนุษย์เค้าพูดว่าสากกระเบือยันเรือรบ”
ทั้งสองยิ้มให้กัน เอกภพลุกขึ้น
“ผมจะเดินไปดูทางด้านหน้าก่อน”
เอกภพพูดจบแล้วลุกขึ้นเดินนำออกไป พวกทายาทต่างรีบเก็บกระติก
“อยู่กับนางฟ้า กับธิดาสมุทร นึกว่าจะสบายกลับต้องมาเดินทางลำบากสุดๆ” บีมบ่น ปาระนังยิ้มกับณัชชา
“อย่าบ่นมากน่า” ปิงปองบอก
ทันใดนั้นเสียงปืนดังเปรี้ยงมาจากด้านหน้า ทุกคนรีบลุกขึ้น
“ผู้กองเจอเรื่องแล้ว”
“ทุกคนหลบเข้าหลังต้นไม้เร็ว”
“เร็วเข้า”
นาชะกับทายาทรีบหลบเข้าหลังต้นไม้ ทันใดนั้นลูกธนูปลิวเข้ามาปักตามต้นไม้เสียงดังหวีดหวิว ปาระนังกระชากดาบปลายแหลมทำด้วยหางปลากระเบนพันปีออกมา ตวัดไปมาปัดลูกธนูออกไป อึดใจก็เห็นเอกภพวิ่งกลับเข้ามาหลบที่ต้นไม้ข้างๆ กับปาระนัง พร้อมสาดกระสุนออกไปทางด้านหน้า เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น นาชะกับทายาทต่างมองอย่างตื่นเต้น ณัชชาปราดเข้ามายืนข้างปาระนัง และเอกภพ กราดสายตาไปรอบๆ ลูกธนูปลิวเข้ามาไม่ขาดสายปักตามต้นไม้ข้างๆ ทุกคน
“ไม่รู้พวกไหน อยู่ๆ ก็พรวดมาเต็มไปหมด”
“ที่นี่โล่งเกินไป เราต้องรีบไปจากที่นี่เร็วที่สุด ท่านธิดานำทาง”

ปาระนังวิ่งนำเข้ามาในป่าลึก ทุกคนวิ่งตามมาโดยมีณัชชากับเอกภพคอยปิดท้ายอยู่ทางด้านหลัง ปาระนังนำมาถึงแห่งหนึ่งมีต้นไม้หนาแน่นเหมาะแก่การตั้งรับ ทุกคนต่างหยุดอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ไกรยุทธ์ดึงลูกธนูดอกหนึ่งออกจากเป้ของตน
“ใช้ธนูเป็นอาวุธ อย่าบอกนะว่าเป็นพวกอินเดียนแดง”
“พวกมันเงียบไปแล้ว”
“เงียบแบบนี้ไม่ดีแน่”
ทั้งหมดต่างเงียบ กราดสายตาไปรอบๆ ทันใดนั้นก็เห็นพวกมันค่อยๆ ปรากฏร่างเป็นจำนวนนับสิบๆ ทุกคนอยู่ในชุดหม้อฮ่อมสีเข็มดูสกปรกมอมแมม มีผ้าคาดหัว สะพายดาบบ้าง ธนูบ้าง แต่ละคนค่อยๆ เคลื่อนกายเข้ามา
“กำลังแห่กันมาแล้วเพคะ”
“พวกมันมีมากกว่าที่คิด ท่านธิดากับนาชะนำทายาทถอยไปก่อน ผู้กองกับดิฉันจะสกัดพวกมันอยู่ที่นี่ให้นานที่สุด”
“แล้วเราจะตามไปสมทบที่หลัง”
“เด็กๆ ตามมาเร็วเข้า”
นาชะนำทายาททั้งสี่ออกไปตามด้วยปาระนัง เอกภพตวัดปืนขึ้นมาส่อง
“อย่าหาว่าเอาเปรียบกันนะเพื่อน”
“เราไม่อยากเอาชีวิตใคร ยิงขู่ไว้ก่อน ถ้าโชคดีพวกมันอาจถอยไปก็ได้”
“โอเค ได้ครับ”
ณัชชาตวัดมือขึ้น ปืนอยู่ในมือ เงาของพวกมันคืบคลานใกล้เข้ามา

ปาระนังนำพวกทายาทวิ่งมา ทั้งหมดวิ่งมาหยุดอยู่ในป่าทึบมีต้นไม้มากมาย
“น่าจะห่างจากพวกมันพอแล้ว เรารอที่นี่ก่อน” นาชะกับพวกทายาทต่างหยุด “ทุกคนแยกย้ายกันไปหลบที่ต้นไม้”
“จับคู่กันไว้ ปิงปองอยู่กับพี่ไกรยุทธ์ บีมอยู่กับพี่นาฬิกา มีอะไรจะได้ช่วยกัน”
ทั้งหมดทำตาม ไกรยุทธ์พาปิงปองไปหลบที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง นาฬิกากับบีมไปหลบที่หลังต้นไม้อีกต้นหนึ่ง ปาระนังระวังอยู่ต้นไม้ด้านหน้า ส่วนนาชะแวบขึ้นไปอยู่บนยอดไม้คอยสังเกตการณ์

ทางด้านณัชชา กลุ่มที่คืบคลานเข้ามาดูเหมือนพวกโจรในมือแต่ละคน ถือดาบบ้าง ธนูบ้าง ทันใดนั้นคนหนึ่งหันขวับไป เห็นเงาแวบของเอกภพโผล่ออกมาหลังต้นไม้ มันตะโกนบอกพวก
“ศัตรู”
ณัชชาสะบัดปืนยิงใส่ เสียงปืนดังเปรี้ยงกิ่งไม้ข้างตัวมันกระจุยกระจายมันหลบวูบ ทันใดนั้นลูกธนูก็ปลิวว่อนเข้ามาปักตามต้นไม้เฉี่ยวหัวณัชชากับเอกภพพร้อมเสียงโห่ของพวกมัน
“ดูเหมือนว่ายิงขู่จะไม่ได้ผลนะครับ”
“ยิงให้บาดเจ็บ”
ณัชชากับเอกภพตวัดปืนยิงสาดออกไปถูกพวกที่วิ่งเข้ามากระเด็นบาดเจ็บออกไป เสียงปืนดังสนั่น พร้อมเสียงครวญครางของพวกมันที่ได้รับบาดเจ็บกันระนาว

ปาระนังกราดสายตาไปทางเสียงปืน นาชะยืนอยู่บนกิ่งไม้กราดสายตาไปตรงหน้าเช่นกัน ทันใดนั้นนาชะตาโตเพราะเห็นเอกภพกับณัชชาถอยพลางยิงพลาง ใส่พวกกองโจรที่ล้อมเข้ามา
“ทุกคนถอยเร็วเข้า”
เอกภพวิ่งพลางตะโกน แล้วหลบเข้าหลังต้นไม้ยิงสกัดพวกโจรล้มไปหลายคน เช่นเดียวกับณัชชาที่ยิงสกัดพวกมันล้มไปหลายคน นาชะแวบลงมาที่ปาระนัง
“ถอยค่ะพระธิดา”
“พาทายาทไปก่อนเร็วเข้า”
ปาระนังพูดจบก็วิ่งสวนเข้าหาพวกโจรที่หลุดเข้าแนวมาได้ ปาระนังตวัดด้วยดาบปลายแหลมทั้งตีทั้งแทงจนพวกมันเข้าไม่ติดบาดเจ็บไปหลายคน นาชะแวบไปที่นาฬิกากับบีม
“เร็วรีบไปก่อนเร็ว แนวป่าข้างหน้า” บีมวิ่งออกนำไป นาฬิกาวิ่งตาม นาชะแวบไปที่ไกรยุทธ์กับปิงปอง “เร็วๆ เข้า”
ปิงปองวิ่งออกไป ไกรยุทธ์วิ่งตามไปติดๆ แต่แล้วนาฬิกาสะดุดล้มลง ไกรยุทธ์กับปิงปองวิ่งเข้าไปช่วยประคอง
“ปิงปองรีบไปก่อนพี่จัดการเอง”
“ปิงปองเร็วเข้า”
ปิงปองวิ่งต่อไปที่บีม ไกรยุทธ์ประคองนาฬิกาขึ้นมา
ทันใดนั้นลูกธนูปลิวเข้ามาปักที่พื้นดินใกล้ๆ ไกรยุทธ์กับนาฬิกาเต็มไปหมด ปาระนังวิ่งเข้ามายืนควงดาบปัดป้องลูกธนูที่ยิงเข้ามา
“ไปหลบที่ต้นไม้นั่นเร็ว”
ไกรยุทธ์ประคองนาฬิกาวิ่งไปหลบที่ต้นไม้ แต่พอพิงต้นไม้กลับหายวูบเข้าไปในต้นไม้ ร่างของปาระนังถอยมาตรงต้นไม้แล้วฟันพวกมันที่บุกเข้ามาล้มลงไป ปาระนังกราดสายตาไปรอบๆ เห็นพวกมันอยู่รอบด้านปาระนังควงดาบสายตาดุดัน แต่ปาระนังไม่ทันเห็นว่าไกรยุทธ์กับนาฬิกาหายเข้าไปในต้นไม้แล้ว

ร่างของไกรยุทธ์กับนาฬิกาหมุนคว้างวูบลงมาต่างร้องเสียงดังขณะหล่นตุบลงมากลางทุ่งนา ทั้งสองตั้งตัวได้จ๊ะเอ๋เข้ากับควายยืนกินหญ้าอยู่พอดี นาฬิการ้องด้วยความตกใจหันไปซบอกไกรยุทธ์ ไกรยุทธ์โอบนาฬิกาไว้แล้วกราดสายตาไปรอบๆ ก่อนจะหันมาทางควาย
“ไงเพื่อน ที่นี่ที่ไหนกันแน่”
ควายเคี้ยวหญ้าเฉย นาฬิกาถอยออกจากอกไกรยุทธ์
“พวกนั้นไปไหน เราหลงเหรอคะ”
“เราคงหลุดเข้าประตูกลมา ไม่ต้องกลัวเรามีขนปีกของนาชะ นาชะต้องหาเราพบ” ไกรยุทธ์กราดสายตาไปรอบๆ แล้วก็เห็นควันไฟลอยขึ้นมาอยู่ในระยะไกล “ผมเห็นควันไฟอาจมีหมู่บ้านตรงโน้น” ไกรยุทธ์ประคองนาฬิกาขึ้นแต่แล้วนาฬิกาก็ต้องทรุด ไกรยุทธ์ตรวจดูที่ข้อเท้า “ข้อเท้าคุณแพลง ผมอุ้มไปดีกว่า”
ไกรยุทธ์อุ้มนาฬิกาขึ้นมา นาฬิกาเอาแขนโอบไว้ ทั้งสองต่างมองหน้ากันแล้วยิ้ม ไกรยุทธ์ก้าวเดินไปทางหมู่บ้าน

ในป่า ณัชชากับเอกภพกราดปืนใส่พวกโจรจนล่าถอย ปาระนังฟาดดาบใส่โจรอีกสองสามคนทรุดไป ที่เหลือโกยอ้าวถอยไปจนหมด ทุกคนมารวมกันอีกครั้ง
“ฟิ้ว เกือบไป”
“ดีที่พวกนั้นมีแต่ดาบกับธนู ไม่ยังงั้นเราแย่แน่ๆ”
ทุกคนต่างยิ้ม
“ฝีมือดาบแหลมของท่านธิดา สุดยอดจริงๆ ครับ” ปาระนังยิ้ม
“ทุกคนไม่เป็นไรนะ”
“ครับ”
“เอ๊ะ พี่ไกรยุทธ์กับพี่นาฬิกาล่ะ”
ทั้งหมดต่างมองหน้ากัน คาดไม่ถึง

อาคินกราดสายตาไปรอบๆ ป่าที่ใช้เป็นที่พักพิงโดยมีเทพซ้ายขวาอยู่ใกล้ๆ
“เสียงคล้ายเสียงปืน แต่ห่างไกลมาก”
“รีบตามหาเสียงปืนก่อนที่จะสลายไป ถ้าพบอะไรแล้วกลับมาบอกเรา”
เทพซ้ายขวาโค้งรับคำสั่งแล้วแวบหายไป

ไกรยุทธ์อุ้มนาฬิกาเดินมาหยุดยืน สายตากราดไปรอบๆ มองอย่างคาดไม่ถึง เพราะตัวเองยืนอยู่กลางตลาด มีชาวบ้านเดินจับจ่ายใช้สอย ทันใดนั้นมีเสียงแตรดังขึ้น ไกรยุทธ์หันไปก็เห็นรถจิ๊ปเก่าๆ คันหนึ่ง มีพวกนักเลง 4-5 คนอาวุธครบมือ แต่ดูจากเสื้อผ้าแล้วย้อนอดีตไปประมาณ 50 ปี
“เฮ้ย อยากตายหรือไงยืนกลางถนน”
“เอ้อ ผมจะหาหมอครับ”
“โน่น ทางโน้น”
ไกรยุทธ์พยักหน้าแล้วรีบอุ้มนาฬิกาหลบออกไป รถจิ๊ปวิ่งผ่านไปฝุ่นตลบ
“นี่เราหลงมายุคไหนกันแน่”
“ยุคอันธพาลครองเมืองมั๊ง”
“สงสัยจะใช่ ดูโน่น”
ไกรยุทธ์หันไปก็เห็นพวกนักเลงเดินเข้ามากัน 4-5 คน แต่ละคนพกปืนเห็นด้ามโผล่มาจากเอว บางคนถือลูกซองอยู่ในมือเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคนทั้งคู่ สายตาจ้องมาอย่างไม่เป็นมิตร

ขณะนั้นณัชชา เอกภพ นาชะ ปาระนัง ปิงปองและบีมกำลังช่วยกันตามหาไกรยุทธ์กับนาฬิกา
“พี่ไกรยุทธ์”
“พี่นาฬิกา”
ทุกคนเดินเข้ามารวมกันตรงกลาง
“เป็นไปได้ยังไง ดิฉันเห็นวิ่งหลบอยู่แถวนี้แท้ๆ”
“คุณไกรยุทธ์กับนาฬิกามีขนปีกของนาชะ ยังไงเราก็ต้องหาเจอแน่นอน”
“ใช่ แต่บอกตามตรงตอนนี้นาชะยังสัมผัสอะไรไม่ได้เลย”
“แย่แล้ว”
ทุกคนหันมามองปาระนัง
“อาจเป็นไปได้ที่สองคนนั่นจะหลุดเข้าประตูกลไปอยู่ในที่ต่างเวลาต่างดินแดน”
เอกภพถึงกับอึ้งพูดไม่ออกหันไปมองณัชชา ณัชชาได้แต่ถอนใจพยักหน้า
“ผมไม่เข้าใจเลย ถ้าองค์รักษ์ทั้ง 4 กลัวว่าใครจะมาเอากุญแจ ทำไมไม่ทำลายกุญแจทิ้ง ต้องซ่อนที่โน่นที่นี่ ทำให้ชีวิตทุกคนต้องเดือดร้อนกันหมด”
เอกภพเดินห่างออกไปด้วยความโกรธ ทุกคนต่างมองเอกภพอย่างเห็นใจ.
ณัชชาเดินเข้ามาใกล้เอกภพเอามือแตะที่ต้นแขนเบาๆ เอกภพได้สติค่อยๆ หันกลับมา ณัชชามองอย่างเห็นใจเอ่ยเสียงเบา
“เราต้องรีบหาประตูที่พวกนั้นหลงเข้าไปให้ได้ เร็วที่สุด”

ไกรยุทธ์อุ้มนาฬิกาจ้องหน้าสบตากับพวกนักเลง
“มีอะไรเหรอพี่ชาย” ไกรยุทธ์ถามออกมา
“ก็ไม่มีนะซิ ถึงได้มองอยู่นี่ไง”
พวกมันหัวเราะนักเลงคนหนึ่งจ้องนาฬิกาเขม็ง
“มองได้แต่อย่าแตะ” ไกรยุทธ์บอกเมื่อเห็นสายตานักเลงที่มองนาฬิกา
“อ๊ะ...อย่างนี้ต้องเจอ”
นักเลงพรวดเข้ามา ไกรยุทธ์หมุนตัวในขณะที่นาฬิกาตวัดขาออกมาเข้าหน้ามันเต็มเหนี่ยวจนมันหงายก้นจ้ำเบ้าพวกมันต่างกรูเข้าหาไกรยุทธ์ที่ยังอุ้มนาฬิกาอยู่เหมือนเดิม
“เฮ้ยอะไรกันว๊ะ”
พวกนักเลงหยุดต่างมองหน้ากัน สีหน้าไม่พอใจ ไกรยุทธ์หันไปเห็นชายชรายืนอยู่
“ลุงหมออย่ายุ่งดีกว่า” นักเลงบอกแต่ลุงหมอไม่สนพวกมัน
“ไอ้หนุ่ม เอ็งจะหาหมอเหรอ” ไกรยุทธ์พยักหน้า “เมียเอ็งเป็นอะไรล่ะ”
“คือ...” ไกรยุทธ์อึกอัก นาฬิกาจึงตอบแทน
“หนูขาเจ็บค่ะลุงหมอ”
ลุงหมอก้าวเข้ามายืนข้างไกรยุทธ์แล้วบอกกับพวกนักเลง
“พวกเอ็งถอยไป ขืนมาหาเรื่องแถวนี้ข้าจะบอกเสือหาญ”
พวกนักเลงต่างมองหน้ากัน
“มันเป็นคนแปลกหน้า ฉันต้องตรวจสอบ”
“ข้าจะรับผิดชอบ พวกเอ็งไปได้แล้ว” พวกนักเลงเดินจากไปอย่างไม่พอใจ “เอ้า...อุ้มเมียเอ็งเข้ามา”
ลุงหมอเดินเข้าไปด้านใน ไกรยุทธ์มองหน้านาฬิกาต่างมองหน้ากัน
“เลยตามเลยไปก่อนนะครับ”
นาฬิกาพยักหน้า ไกรยุทธ์อุ้มนาฬิกาเดินเข้าไป

ณัชชา เอกภพ นาชะ ปาระนัง บีม ปิงปองมาตามหาไกรยุทธ์กับนาฬิกายังจุดที่ปาระนังให้ทั้งคู่หลบพวกโจร
“ท่านธิดาแน่ใจว่าเป็นต้นไม้ต้นนี้” ปาระนังพยักหน้า
“ครั้งสุดท้ายเราให้สองคนวิ่งมาที่ต้นนี้”
ทุกคนต่างจ้องมองที่ต้นไม้ ปิงปองเดินเข้าไปเอามือแตะดูตามจุดต่างๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ไม่เห็นจะมีประตูอะไรเลย”
ทุกคนมีสีหน้าผิดหวัง
“เราอาจต้องรอให้ประตูเปิดอีกครั้ง พรุ่งนี้เวลาเดียวกัน”
“พรุ่งนี้” เอกภพมีสีหน้าเคร่งเครียด “บ้าที่สุด”
ทุกคนต่างมองเอกภพอย่างเห็นใจและกังวล เอกภพเดินไปมาเพื่อสงบสติอารมณ์
“มีคนมา” ณัชชารีบบอก
“เราควรหลบก่อน”
เงาร่างโผล่ขึ้นมาอีกตามพุ่มไม้ เอกภพตวัดปืนขึ้นมา
“อย่าค่ะ” เอกภพหันมามองณัชชาสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็สะบัดมือลงเก็บปืนเข้าที่เดิม “นาชะ”
นาชะแวบหายไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เงาร่างของคนนับสิบพรวดเข้ามาล้อมรอบทุกคนเอาไว้ ต่างถือหอกและธนูพร้อมจู่โจม แต่ละคนแต่งตัวเหมือนทหารโบราณ ไม่ใช่พวกเดียวกับพวกโจร

บ้านหมอที่หมู่บ้านชุมโจร เท้าของนาฬิกาถูกพันไว้เรียบร้อย
“ขอบคุณค่ะคุณลุงหมอ”
“ข้าไม่รู้ว่าเอ็งสองคนมาจากไหน แต่ดูหุ่นแล้วไม่เหมาะสำหรับที่นี่”
ไกรยุทธ์กับนาฬิกาต่างมองหน้ากัน แล้วไกรยุทธ์ก็พยักหน้า
“เราแค่หลงมา แต่ไม่ต้องห่วงครับ พวกเราต้องตามหาเรา เดี๋ยวก็คงมาถึง”
“ดี...เพราะเสือหาญ ต้องไม่ปล่อยพวกเอ็งแน่”
ไกรยุทธ์กับนาฬิกาต่างมองหน้ากัน สีหน้ากังวล

อีกด้านหนึ่งขณะนั้นณัชชา เอกภพ นาชะ ปาระนัง ปิงปองและบีมถูกทหารขอมล้อมอยู่ โดยมีดาบและหอกจ่ออยู่ตรงหน้า คนหนึ่งเดินเข้ามาท่าทางเป็นนายกอง กราดสายตามองทุกคน เอกภพเลื่อนมือไปที่เอวอย่างช้าๆ
“ท่านธิดาสมุทร ยินดีที่ได้พบท่านอีก”
คนที่เป็นนายกองทักปาระนัง ปาระนังยิ้มออกมา
“ยินดีเช่นกัน”
ที่เหลือต่างมองหน้ากัน ทั้งตื่นเต้นทั้งโล่งใจ

ไกรยุทธ์ประคองนาฬิกาเดินเข้ามาที่หน้าเคาน์เตอร์ของโรงแรมจิ้งหรีด ชายตรงเคาน์เตอร์ตัวใหญ่ดุดันยืนอยู่
“ผมอยากได้ห้องพัก”
ไกรยุทธ์บอก ชายที่เคาน์เตอร์มองไกรยุทธ์อย่างไม่สนใจ
“ห้องเต็มเว้ย”
ไกรยุทธ์กับนาฬิกาหันไปก็เห็นพวกนักเลงคนเดิม พวกเดิม ยืนอยู่แล้วตรงหน้า
“คุณนาฬิกาหลบไปก่อนนะครับผมจัดการเอง”
“แต่ว่า”
“รับรองว่าผมจัดการได้”
นาฬิกาค่อยๆ ถอยไปยืนห่างออกไป
“สั่งสอนมัน”
พวกนักเลงปรี่เข้ามา ชกไกรยุทธ์ ไกรยุทธ์หลบ ทิ้งหมัดโครม พวกนักเลงกระเด็นไป ที่เหลือต่างบุกเข้ามาพร้อมกันแต่ไกรยุทธ์หลบหลีกอย่างคล่องแคล่วทั้งหมัดทั้งเตะทั้งถีบผสมผสานกันระหว่างมวยไทย เทควนโด นักเลงเห็นลูกน้องเสียท่าจึงตวัดปืนขึ้นมาส่องที่ไกรยุทธ์ นาฬิกาตกใจสะบัดมือออกไปกลายเป็นพลังพุ่งไปกระแทกร่างของมันเสียงดังสนั่น นักเลงลอยออกไปนอกโรงแรม ทุกคนต่างหยุดมองตกตะลึง นาฬิกามองมือตัวเอง

ธิดาพญายม ตอนที่ 4 (ต่อ)

ในป่าลึกเทพซ้ายขวาหันขวับ สายตาแวววาว

“พลังเทพ”
“รีบไป”
ทั้งสองแวบหายไปอย่างรวดเร็ว

ในป่าลึกอีกด้านที่ค่ายทหารขอม ณัชชาหันขวับไปทางพลังของนาฬิกา
“มีอะไรเหรอครับ” เอกภพถามเมื่อสังเกตเห็นอาการของณัชชา
“พลังเทพ”
“นาชะพอจะจับทางได้ ใช้เวลาหน่อยเดี๋ยวก็เจอ”
“คุณนาชะรีบพาผมไป” เอกภพบอก นาชะมองณัชชา ณัชชาพยักหน้า
“เราจะรออยู่ที่นี่ รีบไปรีบกลับ” นาชะยืนขึ้นส่งมือให้เอกภพ เอกภพคว้าหมับ ทั้งสองหายแวบไป “ท่านธิดาเตรียมตัวให้พร้อม”
“องค์หญิงคิดว่าเทพอาคินก็สัมผัสพลังได้เหมือนกัน”
“แน่นอนที่สุด”

ที่หมู่บ้านโจรนาฬิกายืนคู่กับไกรยุทธ์ในท่าเตรียมพร้อม พวกนักเลงค่อยๆ ล้อมเข้าไปใกล้ นาฬิกากับไกรยุทธ์ต่างยกฝ่ามือขึ้นเตรียมปล่อยพลัง
“ทุกคนหยุด”
ทั้งหมดหันกลับไปก็เห็นเสือหาญยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า มีชายสองคนพยุงไอ้นักเลงที่ถูกพลังของนาฬิกาเข้ามาด้วย หน้าตาของนักเลงมอมแมมยับเยินเสื้อผ้าดำขาดกระรุ่งกระริ่ง
ด้านขวาของเสือหาญมีหญิงสาววัยรุ่นวัยเดียวกับนาฬิกาใส่แว่นดำ แต่งตัวรัดกุม ปืนเหน็บที่เข็มขัด สะพายลูกซอง ยืนอยู่ด้วย เสือหาญเดินเข้ามา พวกนักเลงกรูเข้ามาล้อมไกรยุทธ์กับนาฬิกา
“พี่หาญจัดการมันเลย”
“ถอยไป” ทุกคนถอย “กระรอก เอ็งพาสองคนนี่ไปที่ห้องข้างบน เร็วเข้า”
สาววัยรุ่นชื่อกระรอกก้าวออกมา
“ตามมา”
ไกรยุทธ์กับนาฬิกาต่างมองหน้ากัน ไม่กระดิกตัวเพราะไม่ไว้ใจ เสือหาญเดินเข้ามาใกล้จ้องไกรยุทธ์กับนาฬิกานิ่ง แล้วคว้าจับมือนาฬิกา ข้างที่ปล่อยพลังขึ้นมา ไกรยุทธ์ขยับตัวแต่พวกมือปืนเอาปืนส่องที่อกของไกรยุทธ์เสียงขึ้นนกของปืนหลายกระบอกดังสนั่น ไกรยุทธ์ต้องเฉยทำอะไรไม่ได้ แต่สีหน้าเอาเรื่องพร้อมลุย
“ชื่ออะไร”
“นาฬิกา”
พวกมือปืนต่างหัวเราะกันฮึมฮัม
“นาฬิกา เธอเพิ่งปล่อยพลังเทพออกมา พวกมันรู้แล้วว่าเธออยู่ที่นี่”
ทันใดนั้นมีเสียงดังตูม ร่างของมือปืนกระเด็นเข้ามา ทุกคนหันไปมอง เงาร่างสองร่างเดินเข้ามามันคือเทพซ้ายขวา

เทพซ้ายขวายืนอยู่หน้าประตูกราดสายตาเข้ามายังทุกคนเห็นเสือหาญและมือปืนยืนประจันหน้าพวกมัน ทางด้านหลังเสือหาญปรากฏว่าพวกมือปืนยืนบังไกรยุทธ์และนาฬิกาไว้
“เอ็งสองคนรีบตามนางกระรอกไปทันทีที่พวกข้าถล่มพวกมัน”
เสือหาญกระซิบบอกไกรยุทธ์กับนาฬิกา
“เตรียมตัว” ไกรยุทธ์กับนาฬิกาพยักหน้า “พร้อม”
“ลุย”
เสือหาญตวัดปืนยิงพร้อมกับพวกมือปืนยิงสาดเทพซ้ายขวาจนเซไปเซมายืนไม่ติดเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว
“ตามมา”
กระรอกวิ่งขึ้นบันใดพรวดไปด้านบน ไกรยุทธ์กับนาฬิกาวิ่งตามไปติดๆ เทพซ้ายขวาตั้งตัวได้ปล่อยพลังออกมาใส่พวกนักเลงเสียงระเบิดตูมดังสนั่น ต่างพุ่งหลบกันกระจัดกระจาย ทรุดลงที่พื้น ควันเต็ม เทพซ้ายขวากราดสายตามองไปรอบๆ พวกนักเลงทรุดบาดเจ็บกันไปตามๆ กัน
เสือหาญกับพวกนักเลงต่างตะเกียกตะกายพยายามตั้งตัว เทพซ้ายขวามองไปยังด้านบน

กระรอกวิ่งนำไกรยุทธ์กับนาฬิกาเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูโครมปืนอยู่ในมือแล้วชี้ไปที่ประตูห้องน้ำ
“นั่นคือประตูทางออก รีบไปเร็วเข้า” กระรอกบอกพร้อมกับส่งเหรียญทองให้หนึ่งเหรียญ “รถไฟ ลงตอนเหรียญหมด”
นาฬิการับเหรียญไว้แล้วมองอย่างสงสัย
“หา...รถไฟ อะไร...ประตูห้องน้ำเนี่ยนะ” ไกรยุทธ์ถามอย่างตกใจ
“เร็วเข้า ช้าไม่ได้”
“เธอเป็นใคร”
“พวกเราเป็นผู้พิทักษ์ คอยช่วยพวกทายาท เร็วเข้า”
ไกรยุทธ์กับนาฬิกาพยักหน้าแล้วพรวดไปที่ประตูห้องน้ำ นาฬิกาหันมา
“กระรอก” กระรอกหันมา “ขอบใจนะ”
กระรอกยิ้ม แต่แล้วเสียงดังตูมร่างของกระรอกกระเด็นมาอยู่ตรงหน้าของนาฬิกากับไกรยุทธ์ได้รับบาดเจ็บตรงหน้าประตูคือร่างของเทพซ้ายขวา
“กระรอก”

ณัชชากับปาระนังนั่งอยู่กับปิงปองและบีมอยู่หน้ากระโจมที่ทหารขอมจัดไว้ให้
“หวังว่าพี่เอกภพกับนาชะพาคุณไกรยุทธ์กับนาฬิกากลับมาได้”
“ยังไงก็ต้องได้อยู่แล้ว”
ทันใดนั้นเสียงทหารตะโกน
“ค้างคาวดูดเลือด”
ทันใดนั้นฝูงค้างคาวบินโฉบเข้ามาในค่ายทหาร โจมตีพวกทหารขอมร้องเสียงโวยวาย ต่างตวัดดาบ ต่อสู้ วิ่งกันโกลาหลอลหม่าน
“บีม ปิงปอง เข้าไปหลบในกระโจม เร็วเข้า” ณัชชาบอก บีมกับปิงปองหลบวูบเข้าไปในกระโจม
ณัชชาตวัดมือ ปืนปรากฎอยู่ในมือยิงสาดขึ้นไปบนท้องฟ้า พวกค้างคาวร่วงลงมาหลายตัว ในขณะที่ปาระนัง ตวัดดาบใส่พวกค้างคาวร่วง ณัชชาสาดกระสุนเข้าดังถี่ยิบ มีตัวหนึ่งบินเข้าไปในกระโจม แล้วกลายร่างเป็นมนุษย์ค้างคาวที่อาคินเสกขึ้นมา มนุษย์ค้างคาวยืนประจันหน้ากับบีมและปิงปองพร้อมกับแยกเขี้ยวน่ากลัว
“เฮ้ย แบทแมนรุ่นไหนว่ะ”

นาฬิกาตรงเข้าไปประคองกระรอก ไกรยุทธ์ยืนประจันหน้ากับเทพซ้ายขวา กระรอกไม่พูด หลับตา หายใจแรง“แก...แก...”
“ท่านสองคนต้องไปกับเรา”
“ไม่ยังงั้นเราจะทำลายชีวิตของมนุษย์ทุกคนในดินแดนนี้”
เทพซ้ายขวาบอก นาฬิกากับไกรยุทธ์ต่างมองหน้ากันแล้วพยักหน้าให้กัน นาฬิกาค่อยๆ วางร่างกระรอกลงเบาๆ ไกรยุทธ์ส่งมือให้นาฬิกาทั้งสองสบตากัน นาฬิกาส่งมือให้ไกรยุทธ์จับ
“ท่านคิดถูกแล้ว”
“แน่นอน”

ทันใดนั้นไกรยุทธ์กับนาฬิกาต่างสะบัดมือที่เหลือขึ้นพร้อมกัน เกิดเป็นพลังรวมกันพุ่งเข้าใส่ใส่ร่างของเทพซ้ายขวาจนเกิดเสียงดังสนั่น. แต่พอควันจางเทพซ้ายขวายืนอยู่ที่เดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ใช้ได้ แต่ยังไม่ดีพอ”
แต่แล้วร่างของเอกภพก็แวบมาปรากฏตรงหน้าของเทพซ้ายขวา ปืนในมือสองกระบอกจ่อที่เทพซ้ายขวาแล้ว
สาดกระสุนดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของเทพซ้ายขวาเซไปมาตามกระสุนแล้ว แวบหายไป
“พี่เอกภพ”
ร่างของนาชะปรากฏตัวขึ้น
“เร็วเข้าเราต้องรีบหาประตูทางออกก่อนที่เทพซ้ายขวาจะตั้งตัวได้”
“ประตูทางออกอยู่นี่ เร็วเข้านาฬิกา”
“เดี๋ยว” นาฬิกาปราดไปประคองกระรอก “ลาก่อนกระรอก”
กระรอกยิ้มคว้ามือของนาฬิกาไว้ พลางถอดแว่นตาส่งให้นาฬิกา
“เก็บ...ไว้...ให้...ดี...”
นาฬิกาน้ำตาซึมพยักหน้าแล้วรับแว่นมา กระรอกหลับตาลง นาฬิกาค่อยๆ วางร่างของกระรอกลง ทันใดนั้นร่างของกระรอกกลายเป็นละอองสีทองลอยหายไป
“เวลาเทพเสียชีวิตก็จะกลายเป็นละอองขึ้นสวรรค์” นาชะบอก
“คุณนาฬิกา เราต้องไปแล้ว” เอกภพบอก ไกรยุทธ์พรวดไปเปิดประตูห้องน้ำออก
“เร็วเข้า”
นาฬิกาพรวดเข้าไปในประตูตามด้วยนาชะและไกรยุทธ์เหลือเอกภพสุดท้าย แต่แล้วเทพซ้ายขวาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เอกภพสาดกระสุนใส่แล้วพรวดเข้าไปปิดประตู เทพซ้ายขวาตั้งตัวได้สะบัดมือไปที่ประตูห้องน้ำ ระเบิดตูมประตูกระเด็นออกมาเทพซ้ายขวาพรวดไปที่ประตู แต่ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่แล้วเห็นแต่ห้องน้ำว่างเปล่าน้ำพุ่งกระจาย
เทพซ้ายขวาต่างมองหน้ากันเสียอารมณ์

บนรถไฟสายหนึ่ง ที่หน้าประตูห้องน้ำของรถไฟผู้โดยสารคนหนึ่งจะเปิดเข้าไปแต่ประตูเปิดออกซะก่อน ร่างของนาฬิกาไกรยุทธ์ก้าวออกมา คนที่รออยู่มองหน้าอย่างสงสัยและยิ่งตื่นเต้นเมื่อเห็นนาชะและเอกภพก้าวออกมา
ทุกคนถึงกับคาดไม่ถึงเมื่อรู้ว่าตนอยู่บนรถไฟ
“เชื่อเลย เราอยู่บนรถไฟ”
“ใช่แล้ว กระรอกบอกว่ารถไฟ ที่แท้”
“เรามาอยู่อีกเวลาหนึ่งอีกดินแดนหนึ่งแล้ว”
“กระรอกบอกว่าให้ลงตอนเหรียญหมด” นาฬิกาแบมือออกจึงเห็นเหรียญ
“เหรียญหมด ยังไง”
ทุกคนต่างมองหน้ากัน มองเหรียญอย่างไม่เข้าใจ

ที่ค่ายทหารขอม ณัชชากำลังยิงปืนกราดบนท้องฟ้า ร่างของค้างคาวร่วงลงไประนาว
“พี่ณัชชา”
ณัชชาหันขวับก็เห็นร่างของบีมกับปิงปอง กำลังลอยอยู่บนอากาศเหนือกระโจม อุ้งเล็บของมนุษย์ค้างคาวขยุ้มคอเสื้อของบีมกับปิงปอง ณัชชาวิ่งเข้าใส่ปืนในมือยิงใส่มนุษย์ค้างคาวแต่ดูเหมือนว่าลูกปืนทำอะไรไม่ได้
มนุษย์ค้างคาวบินพาบีมกับปิงปองห่างออกไปแต่ช้าเพราะบีมกับปิงปองดิ้นทำให้หนัก ณัชชาตวัดมือมีแส้ติดขึ้นมา ณัชชาตวัดแส้มัดข้อเท้าบีมไว้ทัน ดึงไว้ไม่ให้มันบินขึ้น ทันใดนั้นปาระนังวิ่งเข้ามาตวัดมือเป็นมีดเล่มเล็กๆ พุ่งเข้าใส่ปีกของมนุษย์ค้างคาว มนุษย์ค้างคาวร้องลั่นปล่อยร่างของบีมกับปิงปองลงมา แล้วมันก็บินหายไปอย่างรวดเร็วทำให้พวกค้างคาวที่เหลือบินตามหายไปด้วย ณัชชาตวัดมือเก็บแส้
ปาระนังวิ่งไปยังร่างของบีมกับปิงปอง ทั้งหมดต่างมองกันอย่างตื่นเต้น มองตามพวกค้างคาวไป
“มันเป็นบริวารของเทพอาคิน เราต้องรีบไปจากที่นี่”

บนรถไฟ ทึกคนจ้องเหรียญทองในมือนาฬิกา ขณะที่เอกภพกราดสายตาไปมาคอยระวัง ทันใดนั้นเสียงนาฬิกาดังขึ้น
“ดูนี่” เหรียญค่อยๆ เป็นควันจางหายไปจากมือ ทุกคนต่างมองหน้ากัน เสียงหวูดรถไฟดังขึ้น “เหรียญหมด เราต้องลง”
เอกภพพยักหน้า ทุกคนขยับตัวแหวกผู้คนออกไป

ที่กระโจมของอาคิน อาคินยืนอยู่ เทพซ้ายขวาย่อตัวรายงานอยู่ข้างๆ
“เราเกือบได้ตัวของทายาท 2 คน แต่...”
“ท่านสองคนรีบไปให้พ้นหน้าเรา” เทพซ้ายขวาถอยไป ทันใดนั้นเสียงจี๊ดๆ ดังสนั่นมาบนท้องฟ้า ฝูงค้างคาวบินมา อาคินยิ้มออกมา “ดีมาก นำข้าไป”
ฝูงค้างคาวบินวนเวียนรอบๆ อาคินแล้วบินมุ่งพาไปทางด้านค่ายทหารขอม

รถไฟเคลื่อนขบวนออกไป ไกรยุทธ์ นาฬิกา เอกภพ นาชะยืนอยู่บนชานชาลาเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดต่างกราดสายตาไปมา
“ทางไหนต่อ”
“พี่นาชะ พาเราไปหาพี่ณัชชาไม่ได้เหรอ”
“เราผ่านมาหลายเวลาหลายดินแดน นาชะสัมผัสองค์หญิงไม่ได้ไม่รู้ตำแหน่ง”
“ลองช่วยกันดูซิว่ามีอะไรบอกเราได้บ้าง”
ทั้งหมดต่างกราดสายตาไปรอบๆ ทันใดนั้นมีคนเดินมากระแทกไกรยุทธ์ ไกรยุทธ์มองตาม คนกระแทกหันมายิ้มกวนแล้วเดินตรงไปที่ห้องน้ำ ไกรยุทธ์มองตามเสียอารมณ์ คนกระแทกหันมาพยักหน้ากวนอีกแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
ไกรยุทธ์จ้อง ทันใดนั้นก็คิดออก
“ห้องน้ำ เราเริ่มจากห้องน้ำ”
“ก็น่าจะจบที่ห้องน้ำ ไปเร็วเข้า”
ทั้งหมดรีบเดินไปที่ห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ไกรยุทธ์เปิดประตูเข้าไปเห็นคนอยู่ในห้องน้ำสองสามคนแต่ไม่เห็นคนเดินกระแทกเขา ไกรยุทธ์ถอยออก
“ไม่ใช่ ทำไมมีคนอยู่” เอกภพบอก
“ผมว่าใช่ คนที่ชนผมเข้ามาแต่ตอนนี้หายไป”
“ต้องรอให้คนออกไปก่อนหรือเปล่า”
ทั้งหมดต่างยืนรอ จนกระทั่งคนทยอยออกมา คนสุดท้ายมองกลุ่มเอกภพที่มุงอยู่หน้าห้องน้ำอย่างสงสัยรีบเดินไป เอกภพพยักหน้าให้ไกรยุทธ์ ไกรยุทธ์สูดลมเข้าปอดลุ้นแล้วเปิดประตูโผล่เข้าไป ถึงกับตื่นเต้นเมื่อเห็นราวป่าอยู่ตรงหน้า
“ใช่แล้ว”

ที่ค่ายทหารขอม ทหารขอมต่างเก็บข้าวของเพื่อเคลื่อนขบวน ณัชชาเดินอยู่ท่ามกลางทหาร ปาระนัง บีม และปิงปองยืนอยู่ข้างๆ ต่างพร้อมเดินทาง
“เร็วเข้า รีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด”
นายกองเดินเข้ามา
“เราจะพยายามล่อพวกมันไปทางอื่น”
“ขอบคุณพวกท่านทุกคน”
นายกองโค้งแล้วถอยออกไป พวกทหารต่างเคลื่อนออกไปอย่างรวดเร็ว
“ท่านธิดา ท่านพาบีมกับปิงปองล่วงหน้าไปก่อน เราจะเผชิญกับเทพอาคินรอคุณเอกภพกับทุกคนที่นี่”
“ทั้งเทพอาคิน ทั้งภูตสังหาร องค์หญิงต้านไม่อยู่แน่นอน”
“เราไม่มีทางเลือก ทุกคนรีบไปกันได้แล้ว”
“จะไม่รอกันเลยเหรอครับ”
เสียงเอกภพดังขึ้น ทุกคนหันไปมองก็เห็นเอกภพ ไกรยุทธ์ นาฬิกายืนอยู่ตรงหน้าต้นไม้ที่ไกรยุทธ์กับนาฬิกาหายเข้าไปตั้งแต่แรก
“พี่ณัชชา”
นาฬิกาวิ่งเข้ามากอดณัชชา ทันใดนั้นเสียงบีมดังขึ้น
“พวกค้างคาวมาอีกแล้ว”
“ทุกคน ไป เร็วที่สุด”
ทุกคนวิ่งออกไป ณัชชามองฝูงค้างคาวที่บินใกล้เข้ามา

อาคินกับเทพซ้ายขวายืนอยู่ตรงหน้ากองไฟเก่าๆ และมีพวกดอกธนูตกทิ้งไว้จากการยิงค้างคาว มีร่างของค้างคาวตายเกลื่อนกลาด
“เราช้าไปก้าวเดียว”
“พวกองค์หญิงยังไปได้ไม่ไกล เราต้องรีบตาม” ทันใดนั้นอาคินหันขวับ เผชิญหน้ากับทหารขอมที่รายล้อมอยู่
“พวกท่านคิดขวางเรา”
นายกองโบกมือ พวกทหารต่างบุกเข้ามา อาคินกับเทพซ้ายขวาต่างปล่อยพลังถูกพวกทหารกระเด็นออกไปตามๆ กัน มีการต่อสู้ประชิดตัว เทพซ้ายขวาทั้งตบทั้งเตะ พวกทหารขอมเข้าไม่ติด อาคินตวัดมือสองข้างขึ้นเป็นพลังระเบิดตูมท่วมจอ ทหารขอมกระเด็นกระจัดกระจาย

ในป่าลึกห่างออกมา ณัชชาหันขวับเหมือนได้ยินเสียงระเบิด
“พวกทหารขอม” ปาระนังบอก
“เทพอาคิน”
“พวกนั้นยอมสละเพื่อเรา”
ทั้งสองต่างมองหน้ากันถอนใจแล้วเดินไปสมทบกับทุกคนที่ยืนรออยู่

ร่างของทหารขอมนอนเรียงรายตายเกลื่อน อาคินและเทพซ้ายขวายืนอยู่
“ที่แท้พวกนี้มาถ่วงเวลาให้พวกองค์หญิงหนี”
อาคินมีสีหน้าแค้น ยกมือสองข้างขึ้นมาท่องคาถาพึมพำ ทันใดนั้นปรากฏมีลูกไฟตกลงมาจากฟ้าเต็มไปหมด ลูกไฟตกลงบนพื้นดินจนเกิดเสียงระเบิดดังไปทั่วพื้นที่
“อย่างน้อยให้พวกมันลิ้มรสลูกไฟของข้า”
อาคินหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

กลุ่มของเอกภพเดินทางอยู่ในป่า ปาระนังนำหน้าชะลอฝีเท้า นกบินพรึบเหมือนแตกตื่น เสียงช้างร้องก้องมาแต่ไกล เสือคำรามเหมือนป่าตื่น ณัชชาเดินแซงทุกคนขึ้นมา
“มีอะไรเหรอท่านธิดา”
“สัตว์ป่าตื่นผิดปรกติเหมือนจะมีภัยธรรมชาติ”
“ดูโน่น บนท้องฟ้า”
ทุกคนหันขึ้นไปเห็นลูกไฟตกลงมาจากฟากฟ้า ตกลงมาที่พื้นเสียงดังสนั่นไปทั่ว
“ทุกคนหลบเร็วเข้า”
“มีถ้ำอยู่ข้างหน้า”
ทั้งหมดวิ่งไปที่หุบเขาด้านหน้า ลูกไฟตกเฉี่ยวทุกคนอย่างหวาดเสียว
“รีบเข้าไปในถ้ำ เร็วเข้า”
ณัชชาตวัดมือเห็นปืนอยู่ในมือทั้งสองข้าง ยิงใส่ลูกไฟแตกกระจายก่อนที่จะตกลงมาโดนพวกทายาท เอกภพหยุดตวัดปืนขึ้นมาช่วยยิงด้วย ลูกไฟแตกกระจาย ทุกครั้งที่ทั้งสองเหนี่ยวไกยิง นาชะแวบไปถึงหน้าถ้ำ สะบัดมือขึ้นมาหน้าไม้สีชมพูติดขึ้นมา
“เร็วเข้า มาทางนี้”
ปาระนังวิ่งนำทายาททั้งสี่ ลูกไฟดิ่งลงมา นาชะยิงธนูสีชมพูออกไปถูกลูกไฟระเบิดตูมกระจายเป็นดอกไม้สีชมพูตกลงมาใส่แทน ทั้งหมดพุ่งพรวดเข้ามาในถ้ำจนได้ ตามด้วยณัชชากับเอกภพ ทั้งหมดจ้องมองลูกไฟที่ตกลงมา
“เทพอาคิน ร้ายกาจมาก”
“เทพอาคินรู้ได้ยังไงว่าเราอยู่ที่นี่”
“ไม่รู้หรอก”
“อย่าบอกนะว่าเทพอาคินทำให้ลูกไฟตกทั่วฟ้า”
“ใช่ เหมือนฝน ใครอยู่ที่ไหนก็เปียกหมด หนีไม่พ้น”
ทุกคนต่างมองภาพลูกไฟตกลงสู่พื้นอย่างตื่นเต้น
“เทพอาคินบ้าอำนาจจริงๆ ถ้ามันยึดสวรรค์ได้ ทุกอย่างต้องพินาศแน่นอน”
“เราต้องหากุญแจให้พบ ทำลายมันให้ได้”
ทุกคนต่างหันมามอง นาฬิกาสีหน้าเคร่งเครียด เอกภพมองนาฬิกาพยักหน้าอย่างพอใจ

ทั้งหมดนั่งล้อมกองไฟอยู่ในถ้ำ
“อย่างนี้เราก็ไปไหนไม่ได้ จนกว่าลูกไฟจะหยุด”
“เทพอาคินทำทุกอย่างเพื่อขวางการเดินทางของเรา”
“ผมว่า เทพอาคินคงไม่มีแรงทำให้ลูกไฟตกได้ทั้งวันทั้งคืนหรอกน่า”
ปิงปองยิ้มยกมือขึ้นไฮไฟกับบีม พวกทายาทต่างยิ้ม
“ยังไงเราก็รอไม่ได้ ประตูด่านสุดท้ายมีรูปดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวอยู่ข้างบน แปลว่าแรม 15 ค่ำ”
“เรามีเวลาแค่วันเดียวเท่านั้น”
ณัชชาหันเข้าไปมองในถ้ำ
“มีทางเดียวทะลุถ้ำนี้ไป ในเมื่อมีทางเข้าก็ต้องมีทางออก”
ทุกคนต่างมองหน้ากัน

ภายในกระโจมสีขาวแต่ดูหรูของอาคิน อาคิน กำลังหลับตาอยู่โดยมีเทพซ้ายขวายืนระวังอยู่หน้ากระโจม
“คาดไม่ถึง ลูกไฟจะทำให้พลังของท่านอาคินอ่อนลงได้”
“เราจะเข้าไปดูท่านซักหน่อย”

เทพขวาเดินออกไป เทพซ้ายหันไปมองรอบๆ

ณัชชาเดินิทุกคนลึกเข้ามาในถ้ำ ตามด้วยทายาทและนาชะตบท้ายด้วยปาระนังกับเอกภพ
“หวังว่าคงไม่มีหินยักษ์กลิ้งใส่เหมือนในหนังเรื่องอินเดียนน่าโจนส์นะ”
“หินยังไม่เท่าไหร่ อย่ามีตัวประหลาดก็แล้วกัน หยีๆๆ”
“ปิงปองของแบบนี้เค้าห้ามพูด”
“ทุกคนเงียบ”
ทายาทหยุดกึกทันที กราดสายตาพร้อมสาดไฟฉายไปรอบๆ ทันใดนั้นเห็นร่างคล้ายมนุษย์ผ่านวูบไปพร้อมด้วยเสียงคำรามแล้วเงียบไป
“ทุกคนเข้ามารวมกัน”
ณัชชากับปาระนังก้าวออกมายืนเป็นแถวเดียวกับเอกภพ ให้นาชะและทายาทอยู่ทางด้านหลัง เอกภพตวัดปืนขึ้นประกบไฟฉายสาดไปทั่วเช่นเดียวกับพวกทายาทที่ช่วยกันฉายไฟไปมา
ทันใดนั้นณัชชาตวัดปืนไปทางขวา เงาดำพุ่งเข้ามาพร้อมด้วยเสียงคำราม เสียงเปรี้ยง เงาดำกระเด็นลอยออกไป ทุกคนกราดไฟฉายไปที่พื้นก็ต้องตื่นเต้นเมื่อเห็นร่างสีดำเหมือนถ่านทั้งตัวมีเศษผ้าปิดตัวขาดกระรุ่งกระริ่ง มือกุมที่หัวไหล่ใช้ขาถีบถอยตัวไปกับพื้น ในที่สุดพวกมันก็ออกมาลากหายเข้าไปในกลุ่มพวกมัน
“พวกมันกำลังล้อมพวกเราอยู่”
ทุกคนสาดไฟฉายขึ้นก็เห็นเงาร่างของพวกมันโผล่มาจากซอกหินทุกส่วนของถ้ำเต็มไปหมดนับสิบ พวกมันต่างยกมือป้องตาพลางส่งเสียงคำรามกัน เอกภพ ณัชชา ปาระนัง ต่างตั้งท่าเตรียมพร้อม
“อย่าบอกนะว่าเป็นพวกมนุษย์ถ้ำ”
“ปิงปองคราวหลังห้ามพูดอะไรทั้งนั้น”
“โทษที”
“เอาไงดีครับองค์หญิง เราคงไม่อยากฆ่า เอ้อ...พวกนี้”
“เราจะไม่ทำอะไรจนกว่าพวกมันจะจู่โจม นาชะนำทุกคนไป พวกเราจะคุมหลัง”
นาชะขยับตัวไปข้างหน้า ทันใดนั้นร่างของนาชะก็เรืองแสงเป็นสีชมพูสว่างขึ้นมา พวกมันต่างถอยออกคำรามอย่างตื่นเต้น มีการเคลื่อนไหวคำรามมากขึ้น เอกภพขยับปืนในมือไปมาเช่นเดียวกับณัชชา ปาระนังสะบัดดาบแหลมในมือไปมาเตรียมพร้อม
“ทุกคนตามนาชะมา”
นาชะเคลื่อนกายออกไป ไกรยุทธ์ต้อนให้บีม ปิงปอง และนาฬิกาเดินตามนาชะไปอย่างเงียบๆ ตัวเองตามหลัง
“เชิญท่านธิดา”
ปาระนังขยับตัวถอยไปแต่ตาจ้องพวกมันไม่กระพริบ
“คุณณัชชา”
“คุณก่อน”
“โน โน โน”
“นี่ รีบไป บอกแล้วไงว่าไม่ต้องห่วง ฉันจัดการได้”
“ผมไม่ไป”
“นี่”
ทันใดนั้นพวกมันพากันบุกเข้ามา ณัชชากับเอกภพต่างสาดกระสุนเข้าใส่ แล้วพรวดออกไป พวกมนุษย์ถ้ำแห่ตามกันไป

ณัชชากับเอกภพยิงสกัดพวกมนุษย์ถ้ำ ยิงพลางถอยพลาง ร่างเรืองแสงของนาชะวิ่งนำทุกคนมาทันใดนั้นนาชะได้ยินเสียงณัชชาดังขึ้น
“นาชะ รีบหน่อยก็ดี”
“เร็วเข้าพวกเราตามมา”
ทุกคนรีบวิ่งตามแต่แล้วต้องเบรกกึก เมื่อตรงหน้าเป็นทางขาดกว้างเกือบ 10 เมตร ไม่สามารถไปต่อได้ ทางด้านล่างเห็นเป็นสายสีแดงของน้ำลาวาที่ร้อนระอุ
“นาชะหาทางพาพวกทายาทไป เราจะกลับช่วยต้านพวกมัน”
ปาระนังดีดตัวออกไป
“พี่นาชะ เอายังไงดี” นาฬิกาถามนาชะ
“พี่นาชะแวบพาพวกเราข้ามไปไม่ได้เหรอ”
“ใช่แล้ว เทพอาคินจับพลังของพี่นาชะไม่ได้”
“ได้อยู่แล้วน่า ทุกคนพร้อม”

ณัชชากับเอกภพกราดยิงพวกมนุษย์ถ้ำ ล้มถอยไป ปาระนังวิ่งเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้น”
“ทางขาด นาชะกำลังพาพวกนั้นข้ามไปเรามาช่วยต้านพวกมัน”
“องค์หญิงไม่ยอมให้คร่าชีวิต แค่ให้บาดเจ็บ พวกมันถึงไม่กลัวบุกเข้ามาไม่หยุด”
“บางครั้งก็จำเป็นนะคะองค์หญิง”
ปาระนังสะบัดมีดสั้นออกไปเสียงดังฟิ้วๆ ถูกพวกมันสองคนร้องลั่นกระเด็นหงายไปนิ่งสนิท พวกมันถึงกับชะงัก
“เอาล่ะ ไปกันได้แล้ว เราจะปิดท้าย” ณัชชาบอก เอกภพมองหน้า “ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น”
“เชิญท่านธิดา”
ปาระนังออกไป เอกภพหันมามองณัชชาแล้วตามไป

“ปิงปองไปก่อน แล้วบีม แล้วนาฬิกา”
ไกรยุทธ์บอก นาชะจับมือปิงปองแล้วแวบข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง แล้วแวบกลับมา บีมเดินเข้าไปจับมือนาชะ แล้วทั้งสองก็แวบไปอยู่ฝั่งตรงข้าม เสียงปืนดังสนั่นใกล้เข้ามา
“เร็วเข้านาชะ”
นาชะแวบกลับมา นาฬิการีบเข้าไปจับมือแล้วแวบไปอีกฝั่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเอกภพกับปาระนังมาถึงพอดี นาชะกับพวกทายาทอยู่อีกด้านหนึ่ง ทุกคนต่างเรียกให้รีบข้ามไป
“เชิญครับ”
ปาระนังยิ้มดีดตัวข้ามหุบเหวไปฝั่งโน้นอย่างง่ายดาย เสียงปืนดังสนั่นเข้ามา ร่างของณัชชาวิ่งเข้ามา พวกมนุษย์ถ้ำตามติดเข้ามาประชิดจำนวนมาก เอกภพดีดตัวเข้าไปสาดกระสุนพวกมันทรุดแต่ก็ดาหน้าเข้ามาอีกทั้งสองยืนคู่กันยิงสกัดพลางถอยพลาง
“ทำไมคุณยังไม่ไปอีก”
“ผมรอองค์หญิง”
“นาชะรีบไปรับพี่เอกเร็วเข้า”
“เดี๋ยวก่อน พวกมันล้อมไว้หมดแล้ว” ทุกคนมองไปเห็นณัชชากับเอกภพเริ่มต่อสู้ประชิดตัว “องค์หญิงระวัง”
ปาระนังสะบัดมือออกไปเห็นมีดสั้นสีเงินปลิวออกไปนับสิบ ถูกพวกมนุษย์ถ้ำล้มลงระนาวทำให้พวกมันชะงัก
ไม่กล้าเข้าใกล้ ณัชชาสะบัดมือออกไปที่เพดานตรงกลางระหว่างฝั่งทั้งสองเห็นมีดสั้นพุ่งไปติดบนเพดานดังตึบ ณัชชายื่นมือออกมา
“ทีนี้ไปได้หรือยัง” เอกภพยิ้มยื่นมือมาคว้ามือณัชชา ณัชชาดึงเอกภพเข้ามาใกล้ “กอดฉันไว้ เร็วเข้า”
เอกภพรีบกอดณัชชาไว้ในอ้อมอก ณัชชาสะบัดมือออกไปเป็นแส้สีดำออกมาม้วนขวับเข้าที่ด้ามมีดสั้น ดึงมือกระชากร่างทั้งสองลอยข้ามมาอีกฝั่งหนึ่งทันที

“เชื่อเลยพี่เรา”

อ่านต่อเวลา 17.00น.

ธิดาพญายม ตอนที่ 4 (ต่อ)

ทั้งหมดเดินออกมาจากปากถ้ำ
“จริงอย่างพี่ณัชชาบอก มีทางออกจริงๆ”
“ไม่มีลูกไฟตกแล้ว”
“โธ่เอ๊ย อาคิน นึกว่าจะมีพลังซักแค่ไหน”
ทั้งหมดยิ้ม ปิงปองกับบีมเอามือตีไฮไฟว์กัน
“มีหมู่บ้านอยู่ข้างหน้า”
ทั้งหมดมองตาม แล้วเดินตามณัชชาไป
 
ทั้งหมดเดินทางมาด้วยความระมัดระวัง เอกภพซึ่งอยู่หน้ายกมือขึ้นให้ทุกคนหยุด ทั้งหมดต่างรวมกลุ่มกัน
“มีความเคลื่อนไหวอยู่ข้างหน้า มีคนราวสิบคนขึ้นไป”
“นาชะไปดูก่อนดีกว่า” นาชะหายแวบไป อึดใจก็แวบกลับมา “มีพวกโจรกลุ่มหนึ่งกำลังคุมตัวชาวบ้านอยู่”
“ฝากท่านธิดาระวังทุกคนอยู่ที่นี่ก่อน ดิฉันกับผู้กองจะเข้าไปดู”
“ได้ค่ะ”
“นาชะอยู่ช่วยท่านธิดา มีอะไรให้รีบไปรายงาน”
“เพคะองค์หญิง”
เอกภพกับณัชชาเดินออกไป ทั้งหมดต่างมองตาม
 
ขณะนั้นมีพวกโจร  5-6 คนกำลังยืนล้อมชาวบ้านอยู่สี่คน ทันใดนั้นมีทหารญี่ปุ่นออกมาจากแนวป่า 3 คนยกปืนขึ้นส่องพวกโจร
“ทหารญี่ปุ่น”
“เราคงอยู่ในช่วงสงครามโลกตอนญี่ปุ่นเข้าไทย”
เอกภพกับณัชชาคืบคลานเข้าไปใกล้
“ทิ้งปืนลง ปล่อยชาวบ้าน”
พวกโจรต่างมองหน้ากัน แล้วค่อยๆ วางปืนลง ทหารญี่ปุ่นเดินเข้าใกล้
“แย่แล้ว พวกมัน...”
ขาดคำของณัชชา พวกโจรสามคนโผล่มาจากพุ่มไม้ สาดกระสุนเข้าใส่ทหารญี่ปุ่นฟุบร่วงไปหมด พวกมันออกมาสมทบกันล้อมชายชาวบ้านกับครอบครัว
“อย่าทำอะไรลูกสาวผมเลย”
“ไม่ได้ทำอะไร แค่จะเอาไปเลี้ยงดู”
พวกมันหัวเราะโจรสองคนดึงหญิงสาวไป ชายพยายามเข้าดึง แต่ถูกด้ามปืนกระเด็นออกมา
“เฮ้” พวกมันหันกลับมา เจอเอกภพยืนอยู่พร้อมปืนในมือ “ปล่อยผู้หญิงซะ”
“หมู่บ้านนี้มีแต่พวกข้า เอ็งหนีไม่พ้นหรอก”
“พวกเอ็งตะหากที่หนีไม่พ้น”
“เราไม่อยากทำลายชีวิตพวกท่าน”
พวกมันหันไปก็เห็นณัชชายืนถือปืนอยู่อีกด้านหนึ่ง
            “บทจะได้เมีย ก็ได้ทีเดียวสองคนเลยเว๊ย”
พวกมันหัวเราะกัน เสียงปืนเปรี้ยง มันร้องลั่น มือตะปบที่หูขวาของมัน เลือดท่วมมือ พวกมันรีบปล่อยผู้หญิงแล้วขยับปืน
“อย่าคิด...” พวกโจรหยุดไม่กล้าขยับ “หลบไปก่อน”
ชาวบ้านทั้งสี่ต่างรีบหลบหายเข้าไปในราวป่า
“ฆ่ามัน”
หัวหน้าโจรสั่ง พวกโจรยกปืนขึ้นมา แต่ช้าไปเสียงปืนจากเอกภพและณัชชาสาดออกมา พวกมันล้มคว่ำตายหมด ชาวบ้านต่างออกมา ยกมือไหว้
“ช่วยพวกเราด้วย พวกโจรยึดหมู่บ้านของพวกเรา”
“แล้วพวกทหารญี่ปุ่น”
“พวกทหารญี่ปุ่นเคยมาประจำที่นี่ แต่ย้ายไปหมดแล้ว เหลือไม่กี่คน ถูกพวกโจรจับขังกับพวกเรา”
เอกภพมองหน้าณัชชา ณัชชาพยักหน้า
 
ที่พักของทายาท ทั้งหมดต่างรวมตัวกัน บีมเดินไปเดินมา สายตากราดมองไปรอบๆ
“ถ้าผมมีฝีมือละก็ น่าดู”  บีมทำท่าต่อสู้ “ย่า...ย่า...ย่า..”.
นาชะนั่งอยู่กับปิงปองต่างยิ้ม นาฬิกากับไกรยุทธ์พลอยยิ้มไปด้วย
“ท่านี้ อาคินต้องเสร็จแน่”
ทั้งหมดต่างยิ้มอีก
“พี่จะสอนให้เอามั๊ย” ปาระนังถาม
“จริงเหรอครับ”
“จริง วันละนิดละหน่อย”
“ปิงปองด้วย”
ทั้งหมดต่างยิ้ม ทันใดนั้นปาระนังผลุดลุกขึ้น ระวังตัว
“องค์หญิงกับผู้กองค่ะ ท่านธิดา”
ปาระนังค่อยผ่อนคลายเมื่อเห็นเอกภพกับณัชชาเดินเข้ามาพร้อมชาวบ้านสี่คนที่ช่วยไว้
“ทุกคนไปรอที่ค่ายของชาวบ้านก่อน”
“ผมกับคุณณัชชาต้องเข้าไปจัดการกับพวกโจรที่ยึดหมู่บ้าน ช่วยชาวบ้านกับทหารญี่ปุ่นที่ถูกจับอยู่”
“ทหารญี่ปุ่นเหรอครับ”
“อืม...เราหลุดเข้ามาในสมัยสงครามโลกซะแล้ว”
“เชื่อเลย”
“ทุกคนระวังตัว คุณไกรยุทธ์คอยคุมเด็กๆ ด้วย”
“ครับ”
เอกภพกับณัชชาต่างมองหน้ากัน แล้วพยักหน้า ทั้งสองดีดตัวกลับสู่หมู่บ้าน ทุกคนที่เหลือต่างมองหน้ากัน
“ทางนี้ครับ”
ชายชาวบ้านกับลูกสาวออกนำ ปาระนัง นาชะและทายาททั้งสี่ ต่างเดินตาม
 
ณัชชากับเอกภพคืบคลานเข้ามาในหมู่บ้านก็เห็นพวกโจรหลายคนยืนคุมพวกชาวบ้านอยู่ มีสาวๆ หลายคนยกสำรับไปให้พวกมันที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะยาวที่จัดไว้ตรงกลางลาน พวกมันเกือบสิบคนนั่งที่โต๊ะเป็นแถว หัวโต๊ะมีโต๊ะขนาดกลางตั้งอยู่ หัวหน้าใหญ่นั่งอยู่ตรงโต๊ะ ซ้ายขวามีหญิงชาวบ้านคอยพัดคอยตักข้าวใส่จาน แต่แล้วก็มีชายคนหนึ่งล้มทำสำรับหกกับพื้น หัวหน้าโจรหันไปมอง มันยิ้มโหดแล้วชักปืนออกมายิงอย่างเลือดเย็น ชายชาวบ้านนอนตายไม่มีใครกล้าช่วย
“พวกชั่ว ทำร้ายคนไทยด้วยกันเอง ต้องเก็บให้หมด” เอกภพบอกอย่างโมโห
“เราต้องเร็วที่สุด เหลือเวลาไม่มากที่จะต้องผ่านด่านแรก”
“ผมจะลุยพวกมัน องค์หญิงเข้าไปปล่อยพวกที่ถูกขัง”
สองคนมองหน้ากันพยักหน้าให้กัน ทันใดนั้นเอกภพก็ดีดตัวเดินเข้าไป พวกโจรที่เฝ้าอยู่ตวัดปืนใส่ แต่ปืนในมือของเอกภพสาดใส่พวกมันอย่างรวดเร็วพวกมันล้มคว่ำ พวกชาวบ้านต่างหนีออกจากรัศมีกระสุนเข้าแนวป่าไป
“องค์หญิง นักโทษ”
ณัชชาดีดตัวไปอีกด้านหนึ่งยังที่พวกมันขังพวกชาวบ้าน ปล้วสาดกระสุนเข้าใส่พวกที่เฝ้าอยู่หน้าห้องขังสองสามคนที่วิ่งเข้ามาสกัดล้มคว่ำไป แล้วปราดไปที่ห้องขังกดเปรี้ยงเข้าให้ที่กุญแจที่ล็อกโซ่อยู่ขาดกระจุย ณัชชาปราดไป
กระชากประตูห้องขังออก สายตากราดเข้าไปเห็นชาวบ้านหญิงชายและเด็ก  มีทหารญี่ปุ่นรวมอยู่ด้วย 3-4 คน
“รีบออกมา เร็วเข้า”
 ทุกคนต่างรีบออกมาจากห้องขังจนหมด ยกเว้นเด็กหญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 8 ขวบ เหลืออยู่ตามลำพัง ณัชชามองอย่างแปลกใจ ณัชชายื่นมือเข้าไป
“มากับพี่มา”

ด้านหน้าของหมู่บ้าน เอกภพยิงพวกโจรคนหนึ่งฟุบไป ในขณะที่พวกนักโทษวิ่งผ่านออกมาจากอีกด้านหนึ่ง
“ทุกคน ทางนี้ เร็วเข้า”
พวกนักโทษต่างวิ่งผ่านเอกภพเข้าแนวป่าไป เอกภพยิงสกัดพวกโจรไม่ให้ตั้งตัว สายตาเห็นณัชชาจูงเด็กหญิงวิ่งออกมา
“องค์หญิง ทางนี้”
ณัชชาจูงเด็กหญิงวิ่งมาที่เอกภพ แต่แล้วทันใดนั้นพวกโจรที่เผ่นออกไปโผล่มาจากราวป่า สาดกระสุนเข้าใส่เอกภพกับณัชชาอย่างถี่ยิบ เอกภพต้องพุ่งตัวม้วนไปกับพื้นหลบกระสุน ขณะที่ณัชชาต้องเบรกและถอยกลับพลางตวัดปืนยิงเข้าใส่พวกมัน เด็กหญิงตกใจสะบัดมือหลุดวิ่งออกไปอีกทางหนึ่ง พวกโจรคนหนึ่งหันปากกระบอกปืนเข้าใส่มันยิ้มอย่างเลือดเย็น
“หนูกลับมานี่”
เอกภพม้วนตัวขึ้นมาเห็นพอดี ตวัดปืนหมายเก็บมัน แต่ช้าไปมันเหนี่ยวไกปล่อยกระสุนออกมาหลายนัด กระสุนพุ่งเข้าหาร่างของเด็กหญิงอย่างแม่นยำ ทันใดนั้นณัชชาแวบไปบังร่างของเด็กหญิงได้อย่างทันท่วงที กระสุนปะทะร่างณัชชากระดอนออกไป พวกโจรตาเหลือก ณัชชายิ้มดุดันตวัดปืนสาดกระสุนเข้าใส่ไอ้คนยิงคว่ำไป แล้วกราดใส่พวกมันอย่างไม่ปราณี พวกมันล้มคว่ำเป็นใบไม้ร่วง เด็กหญิงเกาะณัชชาแน่น เอกภพรีบปราดเข้ามา
“องค์หญิง”
“คุณรีบพาเด็กไปที่ค่าย ฉันเพิ่งใช้พลังเทพ อาคินกำลังมา” เอกภพคาดไม่ถึง “เร็วเข้า ช้าไม่ได้”
แสงวูบวาบ ทันใดนั้นของอาคินกับเทพซ้ายขวาปรากฏ เอกภพจับมือเด็กหญิงหลบอยู่ข้างหลัง ตวัดปืนในมือออกมา ในขณะที่ณัชชาสะบัดมือขึ้นมีดสั้นปลิวเข้ามาอยู่ในมือ แล้วกลายเป็นกระบี่ส่งรังสีสีแดง ณัชชาสะบัดกระบี่ในมือเตรียมตั้งรับ
“เราพบกันจนได้ องค์หญิงณัชชา”
เอกภพส่องปืนที่อาคิน ณัชชาตวัดกระบี่รังสีแดงไปมา
 
ปาระนังหันขวับไปทางหมู่บ้าน
“แย่แล้ว”
“อะไรคะ ท่านธิดา”
“เทพอาคิน”
“เราต้องพาทายาทไปให้ไกลจากที่นี่”
“แต่พี่ณัชชากับพี่เอกภพ”
“จำไว้ พวกเธอคือปริศนาความลับของกุญแจถ้าเทพอาคินได้ตัวพวกเธอไป ก็จะเกิดสงครามล้างโลกทั้ง 4 ตอนนี้พวกเธอสำคัญที่สุด สำคัญว่าองค์หญิง ผู้กองเอกภพสำคัญกว่าตัวเรา”
ทายาททั้งสี่ ต่างจ้องมองนาชะ นาชะพยักหน้า
“สำคัญกว่านาชะด้วย”
“เราต้องไปเดี๋ยวนี้ นาชะนำทายาทไปก่อน เราจะรีบตามไป”
ทุกคนต่างลุกขึ้นวิ่งฝ่าค่ายของพวกชาวบ้านเข้าไปในแนวป่า ชาวบ้านต่างยืนมองอย่างแปลกใจ
“ทุกคนรีบไปจากที่นี่ เร็วที่สุด เร็วเข้า”
ชาวบ้านต่างรีบเก็บข้าวของ แล้วหลบเข้าแนวป่าปาระนังยืนคอยระวังอยู่ใกล้ๆ
 
ณัชชาตวัดกระบี่รังสีสีแดงสาดไปมา
“ส่งตัวทายาทมา”
“ภูตสังหารของท่านไปไหนเสียล่ะ เราอยากพบโดยเฉพาะตัวที่ท่านถอดหัวใจฝากไว้”
“องค์หญิงรู้อยู่แล้วว่าไม่มีอาวุธใดฝ่าโล่ป้องกันหัวใจที่แข็งแกร่งของภูตสังหารได้”
“แต่เราอยากขอลองหน่อยถ้าท่านไม่รังเกียจ” เอกภพสะบัดปืนในมือไปมายิ้มกวนพยักหน้าเป็นเชิงท้า อาคิน
สีหน้าเคร่ง
“ที่แท้ท่านคิดถ่วงเวลาให้ทายาทหนี”
ณัชชาดีดตัวเข้าหาอาคินสะบัดดาบฟันอาคิน แต่เทพซ้ายขวาดีดตัวเข้ามาขวาง เอาดาบรับดาบของณัชชาแต่ก็สู้พลังของณัชชาไม่ได้กระเด็นถอยเซไปหลายก้าว
“ภูตสังหาร”
ทันใดนั้นควันดำปรากฏขึ้นล้อมณัชชาและเอกภพกับเด็กหญิงไว้ กลายเป็นภูตสังหาร 9 ตัวล้อมณัชชากับเอกภพไว้
“เทพซ้ายขวา ข้าเชื่อว่าทายาทต้องอยู่ไม่ไกล พวกเจ้าออกไปตามหาดู”
อาคินบอก เทพซ้ายขวาหายแวบไป เอกภพกับณัชชาต่างมองหน้ากันสีหน้ากังวล เด็กหญิงกราดสายตามองพวกภูตดำไปมาเกาะมือเอกภพแน่น
“เทพอาคิน ท่านคงไม่กลัวมนุษย์ตัวเล็กๆ กระมัง”
“เชิญ”
“หนูรีบไป เร็วเข้า”
เด็กหญิงกราดสายตาไปมาแล้ววิ่งฝ่าพวกภูตดำเข้าแนวป่าไป
“สังหาร”
อาคินบอก ภูตสังหารดีดตัวเข้าหาณัชชากับเอกภพ เอกภพสาดกระสุนใส่ โล่ที่หน้าอกของภูตสังหารกระดอนออกไป แต่กระสุนปืนทำอะไรไม่ได้ ภูตสังหารบุกเข้ามาใกล้จนเกิดการต่อสู้ประชิดตัว ขณะที่ณัชชาฟาดฟันกระบี่รังสีเข้าใส่พวกภูตสังหารอย่างดุเดือด ภูตสังหารมีฝีมือเริ่มบีบวงล้อมเข้าไป
 
ปาระนังนำนาชะและทายาททั้งสี่ออกเดินทางไปตามเส้นทางอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดต่างเร่งฝีเท้า แต่ทันใดนั้น ร่างของเทพซ้ายขวาปรากฏขวางทุกคนไว้
“ที่แท้ธิดาปาระนังหลานเจ้าสมุทรนี่เอง”
“ที่แท้เทพซ้ายขวารัฐมนตรีทำความสะอาดก้นของเทพอาคินนี่เอง”
“เราแค่ต้องการตัวทายาททั้ง 4”
“ด้วยความยินดี”
ปาระนังสะบัดดาบแหลมขึ้นมาพุ่งเข้าใส่เทพซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว เทพซ้ายขวาไม่ทันตั้งตัวถูกรุกถอยกรูด ทายาททั้งสี่กับนาชะถอยห่างมองอย่างตื่นเต้น
“นาชะ”
นาชะรู้ตัวพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้
ทันใดนั้นปาระนังพุ่งเข้าจู่โจมเทพซ้ายขวาอย่างดุเดือด เทพซ้ายขวาตั้งรับต่างต่อสู้ไปได้หลายขบวนเพลง นาชะค่อยโบกมือให้ทายาทถอยออกไป ตัวเองรีบตามไป ปาระนังปะทะกับเทพซ้ายขวาติดพัน จนสุดท้ายดีดตัวถอยห่างกันออกมา เทพซ้ายขวามองไปทางด้านนาชะกับทายาท ปรากฏว่าทายาทกับนาชะหายไปแล้ว เทพซ้ายขวาจ้องปาระนังด้วยความแค้น ปาระนังยิ้มเยาะ
“ถ้าท่านไม่ว่า เราขอตัว”
ปาระนังสะบัดมือเป็นมีดสั้นเล็กๆ พุ่งเข้าใส่เทพซ้ายขวา เทพซ้ายขวาดีดตัวหลบวุ่นวาย พอตั้งตัวได้ ปาระนังหายไปแล้ว
 
ภูตสังหารล้อมหน้าล้อมหลังณัชชากับเอกภพต่อสู้กันอย่างดุเดือด มีตอนหนึ่งณัชชาถูกกรงเล็บภูตสังหารตบกระเด็นไปกับพื้น เอกภพปราดเข้ามายิงสกัดพร้อมตบด้วยด้ามปืน ภูตสังหารกระเด็นห่างออกไป ประคองณัชชาขึ้นมา
“องค์หญิงเราคงต้านพวกมันไม่ไหว”
“งั้นเราไป”
ทันใดนั้นณัชชาพาเอกภพแวบหายไป
“ตาม”

ณัชชากับเอกภพปรากฏร่างขึ้นในแนวป่า แต่คาดไม่ถึงภูตสังหารทั้งเก้าตามติดมาล้อมไว้เหมือนเดิม
“ทำไมเราถึงหนีไม่พ้น” เอกภพถามณัชชาอย่างแปลกใจ
“พลังของคุณยังไม่นิ่งระยะประชิดขนาดนี้ ภูตสังหารจับพลังคุณได้ คุณไปไหนภูตสังหารไปด้วย”
“อ้าว”
ภูตสังหารดีดตัวเข้ามา เอกภพยิงกราดใส่พร้อมเตะต่อยถีบ ณัชชาฟาดดาบออกไปรอบตัวต่อสู้กันอุตลุด ณัชชาปล่อยพลังรังสีจากดาบกระจายออกมา ภูตสังหารถอยออกไปสองก้าวล้อมวนอยู่เตรียมบุก ทันใดนั้นเอกภพเห็นอะไรบางอย่างที่คาดไม่ถึง
“องค์หญิง ดูโน่น”
ณัชชาตวัดสายตามองตาม แล้วก็คาดไม่ถึงเช่นกัน เพราะร่างของเด็กหญิงชาวบ้านอายุ 8 ขวบที่ช่วยไว้ยืนอยู่ตรงหน้าผาที่อยู่ห่างออกไป พลางโบกมือเรียกเอกภพกับณัชชา
“แย่แล้ว”
ภูตสังหารโถมเข้ามาอีก เอกภพยิงกราดจนกระสุนหมด ภูตสังหารคำรามเงื้อมือเข้ามา เอกภพยกมือยันออกไปกลายเป็นพลังดันภูตสังหารตูมกระเด็นออกไปไกล เอกภพมองมือตัวเอง
“โว่ว...พลังมาได้จังหวะพอดี”
ณัชชาคว้ามือเอกภพ
“ตามมา”
ณัชชาแวบไปยืนอยู่ตรงเด็กหญิง จับมือเด็กหญิงไว้ ภูตสังหารตามติดล้อมไว้เหมือนเดิม
“ผมว่าองค์หญิงหนีไปก่อนเถอะครับ” เอกภพบอก
“โน” เอกภพยิ้ม
“มาทางนี้” เด็กหญิงดึงมือ เอกภพกับณัชชามองไปเห็นแต่เหวอยู่เบื้องล่าง
“จะให้เราฆ่าตัวตายหรือไงเนี่ย”
ทันใดนั้นภูตสังหารดีดตัวเข้ามาทุกด้าน
“แน่ใจนะหนู” ณัชชาถามเด็กหญิง เด็กหญิงพยักหน้า ณัชชาตัดสินใจคว้าเอกภพกับเด็กหญิงดีดตัวลงเหวไป
ทันใดนั้นทั้งสามคนหายแวบไปกับตา ภูตสังหารคำรามก้อง อาคินปรากฏร่าง มองที่ก้นเหวมีแต่ความว่างเปล่า อาคินมีสีหน้าแค้นเคือง อาคินโบกมือ ภูตสังหารกลายเป็นควันดำสลายไป อาคินมีสีหน้าแค้นใจ แล้วอาคินก็ยกมือขึ้นประกบหลับตา แล้วท่องคาถาพึมพำ โบกมือไปทั่ว
ทันใดนั้นร่างของพวกทหารโจรที่ถูกเอกภพกับณัชชายิงตายตามที่ต่างๆ ค่อยๆ ลุกขึ้นมา ร่างของพวกมันค่อยๆ กลายเป็นควัน ลอยหายไปในอากาศ แล้วล่องลอยเข้ามาอยู่ในฝ่ามือของอาคินที่ยกรอรับไว้ อาคินลืมตายิ้มอย่างเยือกเย็น

ร่างของณัชชา เอกภพและเด็กหญิง กลิ้งบนพื้นในลานวัดแห่งหนึ่ง ต่างขยับตัวลุกขึ้น
“ขอบใจนะจ๊ะ”
แต่แล้วเด็กหญิงกลับวิ่งออกไป
“เดี๋ยว”
เด็กวิ่งออกจากวัดไป เอกภพกับณัชชาต่างมองหน้ากัน

นาชะกับทายาทวิ่งมาตามแนวป่า ทันใดนั้นร่างของปาระนังปรากฏ ทุกคนต่างตื่นเต้นทักทายกัน
“ปิงปองว่าท่านธิดาสุดยอด”
“แต่ท่านธิดาปรากฏตัวด้วยมนต์ เทพซ้ายขวาต้องตามมาได้เช่นกัน”
“เทพซ้ายขวามัวใช้สมาธิหลบมีดของเรา จับทิศทางของเราไม่ทันหรอก”
“แต่ว่าเราจับทิศทางของท่านได้”
ทุกคนหันไปก็เห็นร่างของอาคินปรากฏ ปาระนังรีบเข้ามาเผชิญหน้า
“นาชะ หาทางพาทายาทหนีไป”
“คิดจะหนี ยังไงก็ไม่พ้นหรอก”
“ไม่มีมารยาท แอบฟังคนอื่นพูด”
อาคินยิ้มเยือกเย็นค่อยๆ ยื่นมือออกมากลายเป็นควันสีขาวออกมาจากฝ่ามือ ควันสีขาวกลายเป็นพวกของทหารโจรยืนล้อมทุกคนอยู่ ปาระนัง นาชะ กับทายาทต่างมองพวกมันอย่างตื่นเต้น
“ที่แท้ท่านเกณฑ์คนไร้วิญญาณไร้สมองมาตายแทนท่านนี่เอง”
“ทายาททั้ง 4 ถ้าท่านเลือกที่จะอยู่ฝ่ายเรา ท่านจะได้ทุกอย่างที่ต้องการ”
“ขอซักเจ็ดหมื่นล้านได้ปะ”
บีมเข้ามาไฮไฟว์กับปิงปอง ไกรยุทธ์กับนาฬิกาต่างยิ้ม
“จับพวกมันมา”
พวกทหารโจรกรูกันเข้ามา แต่ปาระนังลุยฝ่าเข้าไปหาพวกมัน ตวัดดาบปลายแหลมฟาดฟันจนพวกมันล้มกระจัดกระจาย อาคินแค้น ทันใดนั้นอาคินยกมือสองข้างขึ้นปล่อยพลังออกมา ปาระนังยกดาบต้านเกิดเป็นแรงระเบิดตูม ร่างของปาระนังเซถอยไปหลายก้าว ทายาททั้งสี่กับนาชะ ต่างกระเด็นลงไปกลิ้งกับพื้น

ณัชชาหลับตาอยู่ที่ลานวัด แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เอกภพยืนอยู่ตรงข้าม
“เป็นไงบ้างครับ”
“สัมผัสอะไรไม่ได้เลย เราคงอยู่คนละเวลาคนละดินแดนอีกแล้ว”
“เราลองแวบไปดูไม่ได้เหรอครับ” เอกภพถามอย่างร้อนใจ
“องครักษ์วางเส้นทางไว้ซับซ้อนเราอาจหลงจนหากันไม่พบ” เอกภพเงียบไปสีหน้าหงุดหงิด เดินไปมา ณัชชากราดสายตาไปรอบๆ แล้วมองเข้าไปในตัวโบสถ์ “ลองเข้าไปดูในโบสถ์ อาจจะเจอปริศนาหรือประตูทางออกก็ได้”

ปาระนังตั้งหลักได้ตวัดดาบปลายแหลม ดีดตัวมาขวางทายาทไว้ อาคินยิ้มอย่างเยือกเย็น
“ผู้ใดขัดขวางเราจะต้องได้พบจุดจบ”
ปาระนัง นาชะและทายาทต่างเกาะกลุ่มกันระวัง
“เราจบ แกก็จบ”
อาคินตาวาวปล่อยพลังแสงออกมาพุ่งเข้าใส่ปาระนังและนาชะ
“นาชะหลบไป”
ปาระนังเอามือดันนาชะให้พ้นจากพลังของอาคิน แล้วตวัดดาบเข้าต้าน เสียงดังตูมร่างของปาระนังกระเด็นลอยไปฟุบอยู่ที่พื้น
“ท่านธิดา”
พวกทหารโจรต่างพรวดเข้ามาเอาปืนจ่อนาชะกับพวกทายาทไว้
“นาชะหนีไปก่อน เร็วเข้า” ไกรยุทธ์บอก
นาชะแวบหายไป ทายาททั้งสี่ต่างมองพวกโจรอย่างไม่สะทกสะท้าน อาคินยิ้มอย่างพอใจ ทันใดนั้นเทพซ้ายขวาต่างแวบมาถึงพอดี
“เราขออภัย”
อาคินหันมองเทพซ้ายขวาอย่างไม่พอใจ
“นับวันพวกท่านยิ่งอ่อนแอ”
ทันใดนั้นปาระนังฉวยโอกาสดีดตัวขึ้นมา ตวัดดาบปลายแหลมพุ่งเข้าหาอาคิน เทพซ้ายขวาพุ่งเข้าขวางปะทะกันเสียงดังโครม ต่างถอยออกไปคนละสามสี่ก้าว ทายาทต่างมองอย่างกังวล
“พี่ปาระนัง”
“นึกไม่ถึงว่าท่านธิดายังพอมีฝีมืออยู่บ้าง”
ปาระนังยืนหายใจหนักหน่วง มีเลือดออกมาที่มุมปาก
“ตราบใดที่เรามีชีวิตอยู่ ท่านเอาตัวทายาทไปไม่ได้”
“ภูตสังหาร”
ขาดคำเงาดำปรากฏล้อมร่างของปาระนังไว้ตรงกลาง
“ท่านธิดารีบหนีไป”
ปาระนังตวัดดาบไปมา ภูตสังหารคำรามแล้วบีบวงล้อมเข้าไป ปาระนังตกอยู่ในวงล้อม
“พาตัวทายาทไป”

เทพซ้ายขวากับพวกทหารโจรต่างเข้ามาคุมตัวทายาท ทันใดนั้นไกรยุทธ์กระโดดเข้าใส่พวกมันโชว์การต่อสู้ นาฬิกาโดดเข้าสกัดช่วย บีมกับปิงปองพยายามช่วยแต่ท้ายสุดก็ถูกล้อมไว้ ปาระนังสะบัดดาบแหลมพุ่งหมายแหวกวงล้อมแต่ถูกภูตสังหารตบเปรี้ยงกระเด็นลอยไปตกที่พื้น อาคินยิ้มแล้วแวบมายืนตรงหน้าปาระนัง มองอย่างสะใจ

ณัชชากับเอกภพเดินเข้ามาในโบสถ์เห็นพระพุทธรูปอยู่ในโบสถ์ ทั้งสองต่างทรุดตัวลงนั่งแล้วยกมือกราบแล้วลุกขึ้น
“ลองดูภาพวาดที่ผนัง เผื่อจะมีเงื่อนงำ” ทั้งสองต่างแยกเดินไปที่ผนัง สำรวจที่รูปวาด แต่แล้วณัชชาก็ถึงกับตื่นเต้นเมื่อเห็นเด็กหญิง 8 ขวบ อยู่ในภาพ “ดูนี่”
เอกภพพรวดเข้ามาที่ณัชชา เห็นภาพของเด็กหญิงที่วาดอยู่ในภาพฝาผนัง
“ล้อเล่นน่า”

อาคินยืนมองร่างของปาระนังที่พยายามจะลุกขึ้นมา อาคินยิ้มอย่างสะใจ โบกมือเบาๆ ร่างของภูตสังหาร
กลายเป็นควันดำหายไป อาคินยกมือขึ้นหนึ่งข้าง ปล่อยพลังใส่ปาระนัง ปาระนังยกดาบรับร่างหมุนกลิ้งไป อาคินเดินตามมายืนตรงหน้าร่างของปาระนังที่อ่อนแรงเต็มที
“เราจะส่งท่านกลับไปให้จ้าวสมุทร แต่ส่งร่างที่ไม่หายใจ”
อาคินยกมือสองข้างขึ้นเตรียมปล่อยพลัง ทันใดนั้นลูกธนูพุ่งมาปักที่อกข้างซ้ายของอาคินดังตึบ ปลายทะลุออกมาทางด้านหลังยังมีไฟลุกติดอยู่ที่ปลายธนู. อาคินก้มมองอย่างคาดไม่ถึง อาคินดึงธนูออกมาจากอกของตัวเองยังเห็นไฟติดอยู่ที่ปลายธนู หันขวับมาที่ปาระนัง แต่ต้องแค้นใจเพราะร่างของปาระนังหายไปแล้ว อาคินมองที่ธนู
“ลูกธนูไฟโลกันต์ของยมโลก ดี...ถึงเวลาเมื่อไหร่ ข้าจะลงไปเหยียบยมโลกให้ราบ”

ณัชชากับเอกภพ จ้องมองที่ภาพวาดผนังเห็นเด็กหญิงคนเดิมอยู่ในภาพ เอกภพเริ่มกราดสายตาไปทั่วภาพ
“เอ๊ะ” เอกภพชี้มือไปที่จุดหนึ่ง ณัชชามองตามถึงกับแปลกใจเพราะเป็นภาพของเด็กหญิงคนเดิมอีกแล้ว “ทำไมมีหลายตัว”
“อืม บางทีคนวาดคนเดียวกันเลยออกมาเหมือนกันหรือเปล่า”
“แต่เด็กคนอื่นก็ไม่เห็นเหมือนนี่ครับ คนนี้เหมือนกันทั้งหน้าตาเสื้อผ้าสีสัน”
“จริงด้วย ฮืม”
“อะไรครับ”
“แค่สงสัยว่า ทำไมที่รูปเด็กถึงมีรูปผู้ชายถือดาบยืนอยู่ด้วย คุณเห็นมั๊ย ทุกจุดเลย”
“จริงขององค์หญิง เอ๊ะ...ดูรูปสุดท้ายบนสุดซิครับ” เอกภพชี้ “มีแต่ผู้ชายถือดาบหลายคนอยู่หน้าประตู แต่เด็กหายไปแล้ว”
“หมายความว่ายังไงกันแน่”
เอกภพถอนใจ สายตากราดไปทั่วภาพที่ฝาผนัง ในที่สุด
“หมายความว่าผมกำลังจะบ้าน่ะซิครับ องครักษ์มัวแต่เล่นทายปริศนา ชีวิตใครจะสูญเสียไม่สำคัญ”
ณัชชาถอนใจเดินเข้ามาใกล้จ้องตาเอกภพที่ยังคงความโกรธและคับแค้นใจ ค่อยๆ ยกมือขึ้นทาบที่อกของเอกภพ
“สงบใจไว้ก่อนค่ะ”
เอกภพไม่พูดไม่มองหน้า พยายามข่มใจ ณัชชาเคลื่อนตัวเข้าซบที่อกของเอกภพ อึดใจผ่านไปเอกภพค่อยๆ เย็นลง ยกมือสองข้างจับที่ไหล่ของณัชชาแล้วดันห่างออก
“ผม ต้องขอโทษด้วย”
ณัชชามองหน้าเอกภพนิ่ง สองคนประสานสายตากันนิ่งนาน
ทันใดนั้นมีเสียงแคร๊งเหมือนเสียงดาบทั้งสองหันไป ถึงกับคาดไม่ถึง เพราะร่างของชายถือดาบยืนอยู่ แต่เป็น 5 คนไม่ใช่คนเดียวอย่างในรูปภาพ

ปาระนังหลับตาอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ตรงหน้าเห็นใบหน้าของใครคนหนึ่งอย่างรางเลือน พร่ามัว
ปาระนังนอนอยู่บนแท่นหินในถ้ำ ชายในชุดสีดำรัดกุมนั่งอยู่ข้างๆ ปาระนังค่อยๆ เพ่งมองในที่สุดเหมือนเห็นภาพชัดขึ้นเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีอยู่ตรงหน้า ปาระนังตื่นเต้นคาดไม่ถึง
“ท่านราเชน”
ปาระนังโผเข้ากอดราเชนด้วยความตื่นเต้นดีใจ

ณัชชาค่อยๆ ถอยจากเอกภพ เตรียมพร้อม
“ในรูปมีคนเดียว ทำไมตอนนี้มีตั้ง 5”
“ในนี้แคบเราเสียเปรียบ”
ทันใดนั้นชายทั้งห้าถือดาบลุยเข้ามา เอกภพตวัดปืนขึ้นยิงสวนออกไป ในขณะที่ณัชชาปล่อยพลังจากมือกระแทก เป็นช่องว่างแล้วดีดตัวออกไปทางประตูโบสถ์ เอกภพตามติด พรวดออกไปยังด้านนอกตัวโบสถ์ ชายถือดาบ 5 คนดีดตัวตามออกมาติดๆ เอกภพกับณัชชาต่างหันหลังชนกันเตรียมเผชิญหน้า

ราเชนเดินออกมานอกถ้ำกับปาระนัง เดินสู่ราวป่า
“ที่แท้เทพอาคินถอดหัวใจออกไปนี่เอง ลูกธนูไฟโลกัณต์ของเราถึงสังหารมันไม่ได้” ราเชนบอก
“ใช่ค่ะ แต่ทำไมท่านถึงมาที่นี่ได้”
ราเชนหยุดเดิน ทำให้ปาระนังหยุดเดินไปด้วย
“ปาระนังถูกรังแก พี่จะไม่มาได้ยังไง”
“แล้ว เอ้อ...ท่านต้องกลับไปยมโลกเมื่อไหร่”
“จริงๆ แล้ว ท่านมัจจุราชส่งพี่มาช่วยองค์หญิงณัชชา”
ปาระนังตื่นเต้นดีใจโดดกอดราเชน ทั้งสองอยู่ในอ้อมอกของกันและกัน เนิ่นนานอย่างมีความสุข ทันใดนั้นเสียงนาชะดังขึ้น
“ฮะแอ้ม”
ทั้งสองหันไปก็เห็นนาชะยืนยิ้มอยู่

ณัชชากับเอกภพตั้งท่าเตรียมพร้อม แต่แล้วชายทั้ง 5 ก็บุกเข้าจู่โจม มีการต่อสู้กันอย่างตื่นเต้น ณัชชาไม่ใช้กระบี่ใช้แต่มือเปล่า บวกกับปล่อยพลังออกไปต้านไว้ เช่นเดียวกับเอกภพ..
“เราเสียเวลาไม่ได้ เราต้องหาทางหนี” ณัชชาสู้ไปพูดไป
“ไปไหนล่ะครับ”
“นึกออกแล้ว” ณัชชาส่งมือให้เอกภพ “ตามมา”
เอกภพคว้ามือณัชชาหมับ ชายถือดาบบุกเข้ามาฟันฉับแต่ณัชชากับเอกภพแวบหายไปแล้ว ชายถือดาบคำรามก้อง

ปาระนังขณะนี้ยืนคู่กับราเชน
“นาชะ มาได้ยังไง”
“ที่ไหนมีความรัก ที่นั่นมักจะมีนาชะ”
ปาระนังกับราเชนต่างมองหน้ากัน เพราะความรักของคนสองคนเป็นความลับ
“ทายาททั้ง 4 ล่ะ”
“ถูกเทพอาคินเอาตัวไปแล้วเพคะ ท่านธิดา”
“เราต้องตามไปช่วยเร็วที่สุด”
“นาชะ บินวนอยู่หลายรอบแล้ว ยังไม่พบร่องรอย”
“เทพอาคินต้องใช้พลังพรางไว้อย่างแน่นอน”
“นาชะก็คิดเหมือนกัน” นาชะมองราเชน “ท่านผู้นี้คือ...”
“เอ้อ...นี่คือท่านราเชน ทหารเอกของท่านพญายมมาช่วยพวกเรา”
“โอ๊ะ โอ อยู่คนละค่ายเลยนะเนี่ย”
“เรารู้ว่าผิดกฎ แต่...”
“เราสองคนรักกัน”
ปาระนังกับราเชนต่างมองกันอย่างลึกซึ้ง นาชะจ้องทั้งสองคนอย่างเห็นใจ
“นาชะสนแต่เรื่องความรักอย่างเดียว อย่างอื่นไม่เกี่ยว”

ปาระนังกับราเชนต่างยิ้มให้กัน

จบตอนที่ 4

อ่านต่อตอนที่ 5 เวลา 17.00น.
กำลังโหลดความคิดเห็น...