xs
sm
md
lg

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 2

เผยแพร่:

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 2

นันทินีนอนและพยายามยกเวทขึ้น แต่ก็ไม่เขยื้อนเพราะมีลูกเหล็กน้ำหนักเยอะ
“เล่นวันแรก ก็ต้องยกหนักขนาดนี้เลยเหรอค่ะคุณชาย” นันทินีถาม
จันทรภานุที่เล่นเครื่องเล่นอื่นอยู่ข้างๆ พูดโดยไม่ได้มองนันทินี
“บอกแล้วไงว่าผมสอนไม่เป็น ไม่ใช่เทรนเน่อร์ เลยไม่รู้ว่าต้องเริ่มยังไง”
“แล้วตอนที่คุณชายเรียนครั้งแรก เริ่มยังไงล่ะ”
“ยกเวทน้ำหนักเท่าที่ให้คุณนันยกนี่แหละครับ”
จันทรภานุเหลือบไปเห็นประกายดาวกับจิตสุภางค์ จึงนึกอะไรออก
“ผมเจอเพื่อนเก่า ขอเข้าไปทักเพื่อนก่อน”
จันทรภานุรีบเดินออกไป นันทินีเหวอ เธอรีบมุดออกมาจากเวทที่เหมือนทับเธออยู่อย่างทุลักทุเล


ประกายดาวกับจิตสุภางค์มองหน้าและกลืนน้ำลายเอื๊อกพร้อมกัน
“คุณชายจันทรภานุเนี่ยนะ?!!”
จันทรภานุเดินมาหาประกายดาว
“นี่คุณ!”
ประกายดาวกับจิตสุภางค์หันไปเห็นจันทรภานุก็ตกใจมาก ประกายดาวรีบปิดหน้าจอไอแพดแทบไม่ทัน
“คุณชาย!”
จันทรภานุเหล่เห็นนันทินีมองมาเลยแกล้งยิ้มแย้มเข้ามานั่งข้างประกายดาว ทำเอาประกายดาวแปลกใจมาก
จันทรภานุทัก “ไม่ได้เจอกันตั้งนาน สบายดีนะ”
ประกายดาวกับจิตสุภางค์งงมาก จันทรภานุหันไปเห็นนันทินีกำลังเดินมาก็ลุกขึ้นมาจับมือประกายดาว ประกายดาวตกใจและกำลังจะโวยวาย
“เฮ้ย! คุณจะทำอะ..”
จันทรภานุพูดแทรก “เราไปหาอะไรดื่มกันดีกว่า ผมเลี้ยงเอง”
จันทรภานุรีบลากประกายดาวออกไป จิตสุภางค์เหวอ
“อะไรวะเนี่ย?”
จิตสุภางค์รีบเดินตามประกายดาวกับจันทรภานุออกไป นันทินีจะตามไปแต่มีหญิงสาวที่เล่นฟิตเนสเข้ามาเรียกไว้
“คุณคะๆ!”
“อะไร เรียกทำไม ชั้นไม่รู้จักกับเธอ” นันทินีบอก
“ชั้นก็ไม่รู้จักคุณเหมือนกัน แต่คุณลืมเสื้อวอร์มเอาไว้”
นันทินีรับมาแบบกระชากแล้วรีบหันไปมองก็เห็นจันทรภานุดึงมือประกายดาวเดินไป นันทีนีจะรีบตามแต่มีเสียงเรียกจากผู้หญิงฟิตเนสคนเดิม นันทินีหัวเสีย
“คุณคะๆ!”
“อะไรอีกโว๊ย!! ชั้นลืมอะไรอีก”
“คุณลืมขอบคุณ”
นันทินีโกรธ แต่ก็ยังพูดแบบเน้นๆ แบบประชด “ขอบ-คุณ ---พอใจรึยัง ไม่ต้องเรียกอีกแล้วนะ”
นันทินีรีบจ้ำเดินออกไป



จันทรภานุจับมือประกายดาวพาเดินออกมา ก่อนจะหยุดแล้วหันไปพอไม่เห็นนันทินีเดินตามมาก็โล่งอก
“คุณชายจันทร์..” ประกายดาวเรียก จันทรภานุหันไป “ปล่อยมือฉันได้แล้วมั๊งคะ”
จันทรภานุนึกขึ้นได้จึงรีบปล่อยมือประกายดาว จิตสุภางค์เดินตามออกมา
ประกายดาวถาม “คุณคิดจะทำอะไรของคุณ?”
“ไม่มีอะไร ผมไปล่ะ”
จันทรภานุเดินออกไป ประกายดาวไม่เข้าใจ
“อะไรของเค้าวะ?” จิตสุภางค์คิด “หรือเค้าจะหลงเสน่ห์แก”
“บ้าน่ะสิ”
ประกายดาวส่ายหัว


มิลินทร์จ้องไอแพดแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองประกายดาวกับจิตสุภางค์
“หม่อมราชวงศ์จันทรภานุ นพรัตน์ คู่ปรับแกเนี่ยนะ?”
ประกายดาวพยักหน้า “ใช่ ฉันก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าอีตาหม่อมเนี่ยจะอยู่อันดับหนึ่ง บางทีกูเกิ้ลอาจจะมีปัญหา เพราะตัวจริงก็ไม่ได้เพอร์เฟคเหมือนอย่างที่โปรไฟล์ระบุเอาไว้”
“แล้วอันดับสองล่ะ..ใคร?” มิลินทร์ถาม
ประกายดาวเอาไอแพดจากมิลินทร์เลื่อนไปหน้าถัดไปแล้วส่งให้เพื่อน มิลินทร์มองไอแพดเห็นรูป พงศ์จันทร
“พงศ์จันทร พิพิธมงคล คนนี้ฉันรู้จัก เค้าเป็นไฮโซ ติดโผหนุ่มน่าลากมาหลายปี เป็นเจ้าของบริษัทออร์กาไนซ์เซอร์ SIX-NINE เจ้าชู้ กะล่อน เป็นเพลบอยตัวพ่อ และที่สำคัญ..แกไม่ใช่ สเป็คเค้า อย่างคุณพงศ์เนี่ยต้องขาว อึ๋ม ตู้ม แบ๊ว”
ประกายดาวรีบทำท่าประกอบทันที “ฉันก็ทำได้” ประกายดาวดันนมขึ้นมาพร้อมยิ้มปากเจ่อแลบลิ้นเลียปาก
“อย่าพยายามเลยไอ้ดาว ฉันไม่อยากขย้อนอาหารเย็นออกมา”
“แล้วตกลงแกจะเลือกใคร?? ลองพิจารณาดูให้ดีดี” มิลินทร์บอก
ประกายดาวอ่านข้อความในไอแพด
“จันทรภานุ นพรัตน์ จบปริญญาโทสองใบ สาขา เอ็มบีเอ จากออกซ์ฟอร์ด และ สาขา การเงิน จากแคมบริด”
ประกายดาว จิตสุภางค์ และมิลินทร์ทึ่งมาก จิตสุภางค์หันไปจดบนกระดาษข้างใต้รูปจันทรภานุ
ประกายดาวอ่านต่อ “เป็นราชนิกูลโดยกำเนิด และเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของหม่อมเจ้าสุริยะวรรต และ หม่อมสุรีย์”


ประกายดาวอ่านต่อ “ตระกูลนี้เป็นเจ้าของมูลนิธิหลายแห่ง ทั้งบ้านพักคนชรา บ้านเด็กกำพร้า บ้านเด็กพิการซ้ำซ้อน”
จันทรภานุไปบ้านพักคนชรา เขาไหว้คนชราด้วยความนอบน้อม
จันทรภานุไปเยี่ยมบ้านเด็กกำพร้า บ้านเด็กพิการ เขาเล่นกับเด็กๆ ด้วยการเตะฟุตบอล อุ้มเด็กอย่างไม่รังเกียจและป้อนข้าวเด็ก
“มีวัดประจำตระกูลอยู่ที่เชียงใหม่”
วัดชื่อ “วัดนพรัตน์” จันทรภานุกับครอบครัวและเครือญาติต่างแต่งกายด้วยชุดสีขาวกำลังทำบุญ
“มีทุนนพรัตน์แจกให้กับเด็กด้อยโอกาสทุกปี”
จันทรภานุแจกทุนให้เด็กๆ



มิลินทร์กำลังจดประวัติพงศ์จันทรใต้รูปพงศ์จันทร ประกายดาวกำลังอ่านประวัติของเขาจากไอแพด
“พงศ์จันทร เรียนจบปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยเยลที่นิวยอร์ค ลูกชายเพียงคนเดียวของ คุณอนันต์ นักธุรกิจที่รวยติดอันดับแปดของเอเชีย” ประกายดาว จิตสุภางค์ และมิลินทร์ตะลึง
ประกายดาวอ่านต่อ “เป็นคาสโนว่าตัวพ่อที่หาตัวจับได้ยาก”
พงศ์จันทรนั่งดื่มและนั่งกอดสาวๆหลายคนที่รายล้อมพร้อมทั้งหัวเราะอย่างมีความสุข
“งานอดิเรก ชอบเล่นกีฬาแนวแอดเวนเจอร์”
พงศ์จันทรปีนเขา และขับรถเอทีวี
“แต่เป็นคนชอบทำบุญ ทุกปีครอบครัวพิพิธมงคลจะเดินทางไปร่วมแสวงบุญที่อินเดีย”
คนอินเดียแต้มจุดแดงที่หน้าผากให้พงศ์จันทร กับพ่อและแม่
“อีกทั้งยังมีโครงการสร้างวัดไทยในต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่พุทธศาสนาอีกด้วย”


จิตสุภางค์กับมิลินทร์ยืนอยู่หน้ารูปผู้ชายสองคนที่มีประวัติยาวเหยียด ทั้งสองหันมาทางประกายดาว
“คุณชายจันทร์ท่าทางจะรักเด็ก ซึ่งก็เข้าทางแก” จิตสุภางค์บอก
ประกายดาวพยักหน้า
“แต่คุณพงศ์จันทรชอบเล่นกีฬาแนวแอดเวนเจอร์เหมือนแก”
ประกายดาวพยักหน้าแล้วก็เดินมายืนตรงกลางระหว่างเพื่อนสาว เธอหันไปมองรูปจันทรภานุกับพงศ์จันทรสีหน้าคิดหนัก
“จะว่าไปสองคนนี้สูสีกันสุดๆ” จิตสุภางค์บอก
“แถมยังหล่อและใจบุญทั้งคู่” มิลินทร์เสริม
ประกายดาวกลุ้ม “ทำไม๊ทำไม..อันดับหนึ่งต้องเป็นอีตาคุณชายจันทร์จอมเยอะด้วยก็ไม่รู้ โอ๊ย!! กลุ้มเว๊ย!”
จิตสุภางค์จับไหล่ประกายดาวให้หันมา “แกต้องเลือกแล้วล่ะไอ้ดาวว่าอันดับหนึ่งหรืออันดับสอง!”
ประกายดาวคิดหนักมากๆ แล้วมิลินทร์ก็นึกอะไรออก
“ฉันมีทางช่วยให้แกตัดสินใจง่ายขึ้น” มิลินทร์บอก ประกายดาวกับจิตสุภางค์หันขวับ “พรุ่งนี้จะมีงานฉลองครบรอบห้างมีเดียกรุ๊ปของคุณชาย และคนออร์กาไนซ์งานนี้ก็คือคุณพงศ์จันทร ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว”
ประกายดาวตาโตด้วยความตื่นเต้น

จันทรภานุกำลังอ่านข่าวประกายดาวในหน้าสังคมด้วยสีหน้าไม่แปลกใจกับข่าวที่เขียนถึงประกายดาวว่าเป็นมือที่สามแย่งสามีของลูกสาวคุณหญิงอินทุอร เขามองรูปประกายดาวแบบเหยียดๆ หญิงนิ่มเดินออกมาเห็นจันทรภานุตั้งใจอ่านข่าวก็เข้ามายืนข้างๆโดยที่จันทรภานุไม่รู้ตัว
“เดี๋ยวนี้พี่ชายสนใจข่าวกอซซิปพวกนี้ด้วยเหรอคะ”
จันทรภานุหันไป “พี่ก็อ่านไปงั้นๆแหละ”
หญิงนิ่มเห็นรูปประกายดาวในนสพ.เลยหยิบขึ้นมาดู “ประกายดาว...สวยนะคะ” หญิงนิ่มอ่านข่าว “เป็นช่างภาพด้วย เท่ห์จัง”
“สวย เท่ห์ แต่ถ้าชอบแย่งสามีคนอื่น ก็ไม่น่าปลื้มหรอกนะคะน้องหญิง” จันทรภานุพูดแล้วของขึ้น “ผู้หญิงที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อความรัก...ไม่ใช่คนดี น้องหญิงอย่าเอาเยี่ยงอย่างเด็ดขาด จำไว้!” หญิงนิ่มเหวอว่าทำไมพี่ชายต้องแรงด้วย “เตรียมตัวไปงานกับพี่ได้แล้ว”
จันทรภานุพูดจบก็เดินออกไป หญิงนิ่มมองภาพประกายดาวในหนังสือพิมพ์อีกครั้งอย่างรู้สึกถูกชะตาอย่างประหลาด


อรอุมาหันมาทางรติรสที่นั่งหน้าวีน
“ไม่เห็นนังประกายดาวมันจะออกมาตอบโต้เหมือนอย่างที่เธอบอก แค่สองวันก็แทบจะไม่มีหนังสือพิมพ์เล่นข่าวนี้แล้ว”
“ฉันว่าต้องมีคนคอยกำกับมันอยู่” รติรสบอก
“ใคร?”
“ถ้าให้เดา ก็น่าจะเป็นเพื่อนมันที่ชื่อมิลินทร์ คนนี้เป็นนักข่าวหน้าสังคม อยู่หนังสือพิมพ์นิวไลน์”
“รติ...” อรอุมานั่งลงข้างๆ รติรส “เธอต้องหาทางเล่นงานมันให้ฉัน เอาให้มันอับอายขายขี้หน้ามากกว่านี้ มันต้องได้รู้ว่ามันคิดผิดที่มายุ่งกับผู้ชายของฉัน”
รติรสพยักหน้า อรอุมาเคียดแค้น


รติรสเดินเข้ามาในห้อง มีคนเข้ามากอดจากทางด้านหลัง รติรสหันไปเห็นศิวะที่ยิ้มกรุ่มกริ่มและจะยื่นหน้ามาหอมแก้มแต่รติรสยกมือยันศิวะเอาไว้
“อย่าค่ะศิวะ”
“ทำไม ผมคิดถึงรติจะแย่อยู่แล้ว เราไม่ได้เจอกันมาหลายวันแล้วนะ คุณไม่คิดถึงผมบ้างเหรอ” ศิวะถาม
รติรสรีบผละออกไปปิดม่านหน้าต่างแล้วหันกลับมา
“อยู่สูงขนาดนี้ ใครจะเห็นเรา”
“กันไว้ดีกว่าแก้ค่ะ”
“คุณนี่รอบคอบเสมอ มิน่าหลายปีมานี่อรถึงไม่เคยสงสัยคุณกับผมเลย”
รติรสยิ้ม “และก็จะไม่มีวันสงสัยด้วยค่ะ เพราะตอนนี้คุณมีข่าวกับแฟนเก่าอยู่ อรก็เลยนึกว่านังนั่นเป็นกิ๊กคุณน่ะสิ”
“น่าสงสารดาวเค้าเหมือนกัน”
รติรสจับหน้าศิวะให้หันมา “พูดแบบนี้แสดงว่ากลับไปมีอะไรกับนังดาวนั่นอีกเหรอคะ”
ศิวะรีบจับมือรติรสอย่างเอาใจ “เปล่านะจ๊ะ เปล่าเลย”
“งั้นก็ดีค่ะ เพราะรติหึง” รติรสบอก ศิวะหัวเราะชอบใจ “เลิกพูดถึงคนอื่น แล้วเราไปอาบน้ำกันดีกว่า รติเอาสบู่กลิ่นที่คุณชอบมาด้วย”
ศิวะยิ้มปลื้ม พลันเสียงมือถือของศิวะก็ดังขึ้น ศิวะตกใจแล้วหยิบมือถือออกมา พอเห็นชื่อ “อร” เธอก็หันไปเอานิ้วแตะปากรติรสให้เงียบก่อนจะกดรับสาย
“ว่าไงจ๊ะที่รัก” ศิวะถาม
เสียงอรอุมาดังผ่านสาย “คุณอยู่ไหน? เราต้องไปงานคุณชายจันทร์ด้วยกัน ลืมไปแล้วเหรอ?”
ศิวะตาโตเพราะลืม “ใครว่าผมลืม..ผมไม่ได้ลื๊ม...นี่ผมมาหาซื้อดอกไม้ไปร่วมแสดงความยินดีกับคุณชายอยู่ ถ้ายังไงเจอกันที่ห้างฯเลยก็แล้วกันนะจ๊ะ”
ศิวะวางสายแล้วหันมาทางรติรสด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
“รติเข้าใจค่ะ คุณรีบไปเถอะ เพราะรติก็ต้องไปงานนี้เหมือนกัน”
ศิวะจับมือรติรสขึ้นมาหอม “คุณเป็นคนเดียวที่เข้าใจผม”
ศิวะหอมแก้มรติรสแล้วก็รีบเดินออกไป รติรสเซ็งสุดๆ
ห้างสรรพสินค้ามีเดียกรุ๊ปถูกตกแต่งด้วยสีสันสดใส แขกเหรื่อมากมายทยอยกันเดินเข้าไปในห้างฯ ประกายดาวกับมิลินทร์เดินเข้ามาพร้อมกัน
“ถ้าใครถาม ก็บอกว่าแกเป็น...”
ประกายดาวสวนกลับทันที “ช่างภาพหนังสือพิมพ์นิวไลน์ ไม่ได้เป็นอัลซัลเมอร์ ย้ำฉันมาห้ารอบแล้ว”
มิลินทร์ยิ้ม “ฉันไปลงทะเบียนนักข่าวก่อน”
มิลินทร์เดินออกไป ประกายดาวหันไปมองรอบๆ อย่างค่อนข้างตื่นเต้นที่จะได้เจอเป้าหมายทั้งสองคน พอเห็นมุมสวยๆ เธอก็อดที่จะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปไม่ได้
ประกายดาวมองผ่านเลนส์กล้องเพื่อถ่ายภาพตามมุมต่างๆ แล้วเธอก็เห็นพงศ์จันทรกำลังคุยก้อร่อก้อติกกับทีมงานสาวๆ ประกายดาวผละจากเลนส์กล้องมองไปที่พงศ์จันทรแล้วก็ยกกล้องขึ้นมาจะถ่ายรูป
ประกายดาวพึมพำ “เพลย์บอยอย่างที่ลินทร์บอกจริงๆ”
ประกายดาวมองผ่านเลนส์กล้องก็ตกใจเพราะพงศ์จันทรหายไปจากตรงนั้นแล้ว ประกายดาวผละออกมามองหา
ประกายดาวพึมพำ “หายไปไหน?”
พงศ์จันทรยืนอยู่ด้านหลังประกายดาว
“อยากถ่ายรูปผม ขอกันดีดีก็ได้นี่ครับคุณช่างภาพ”
ประกายดาวหันขวับมาด้วยสีหน้าตื่นตกใจเพราะพงศ์จันทรยืนอยู่ข้างหลังเธอ
ประกายดาวเผลอพูดชื่อออกมา “คุณพงศ์จันทร...”
“ไม่แปลกใจที่รู้จัก” พงศ์จันทรบอก ประกายดาวหน้าถอดสี “แสดงว่าเป็นแฟนคลับผม”
พงศ์จันทรหยอดทันที ประกายดาวรู้สึกหมั่นไส้เล็กๆ
“ฉันไม่ได้เป็นแฟนคลับคุณ คำว่าแฟนคลับมันมีความหมายในแง่บวก แต่ฉันรู้ว่าคุณมีชื่อเสียงแบบไหน” ประกายดาวว่า พงศ์จันทรแทบสะอึก “รู้จักในทางที่แย่” พงศ์จันทรชะงัก “มันน่าภูมิใจตรงไหนคะ”
พงศ์จันทรพูดไม่ออก แล้วมิลินทร์ก็เดินเข้ามา
“คุณพงศ์..” มิลินทร์เรียก พงศ์จันทรกับประกายดาวหันไป “ทำอะไรเพื่อนลินทร์คะเนี่ย”
“เพื่อนคุณลินทร์เหรอครับ?”
“ค่ะ ประกายดาว” มิลินทร์แนะนำ
พงศ์จันทรหันไปทางประกายดาว “ต้องถามคุณประกายดาวมากกว่าว่าทำอะไรผม”
พงศ์จันทรหันไปมองประกายดาวด้วยตาเป็นประกาย ประกายดาวหน้าตึงขึ้นมาทันที มิลินทร์เห็นท่าไม่ดี
“เออ ลินทร์ว่าลินทร์ขอตัวก่อนดีกว่า ต้องไปเก็บภาพด้านโน้น”
มิลินทร์จับแขนประกายดาวพาเดินออกไป พงศ์จันทรมองประกายดาวด้วยความสนใจ


มิลินทร์หันมาทางประกายดาวที่ยืนอยู่ข้างๆ
“แกเป็นบ้าอะไร!! ไปกวนประสาทเค้าทำไม เค้าน่ะว่าที่พ่อของลูกแกนะ”
“หลงตัวเองจนน่าหมั่นไส้ อดใจไม่ไหว ก็เลยต้องขอกัดนิดนึง”
มิลินทร์ถอนหายใจ “ฉันว่าสิ่งแรกที่แกต้องทำก็คือ หัดสงบปากสงบคำมากกว่านี้ ไม่ใช่เอะอะอะไรก็เที่ยวไล่งับเค้าไปทั่ว”
ประกายดาวสวนทันที “คนนะไม่ใช่หมา!”
มิลินทร์หันไปเห็นก็ผงะ “เป้าหมายอันดับหนึ่งของแกมาโน่นแล้ว”
ประกายดาวหันไปเห็นจันทรภานุเดินมาในชุดสูทสีขาวทั้งตัวก็ยิ่งทำให้ออร่าของจันทรภานุเปล่งประกายมีแต่คนมองด้วยความชื่นชม
“รีบไปหาตะกร้อครอบปากมาให้แกก่อนดีกว่า”
ประกายดาวหันไปค้อนมิลินทร์ มิลินทร์อมยิ้ม ประกายดาวตื่นเต้นมาก
ประกายดาวมองจันทรภานุที่กำลังเดินมาทางเธอช้าๆ จันทรภานุเดินใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา แล้วก็ยิ้มให้ประกายดาว
ประกายดาวอึ้งไป แต่แล้วเสียงสดใสน่ารักของหญิงนิ่มก็ดังขึ้นทางด้านหลังเธอ
“พี่ชาย..”
ประกายดาวหันไปเห็นหญิงนิ่มประคองนมพรกับสุรีย์เดินมาหาจันทรภานุ ประกายดาวหน้าแตกดังเพล้ง!! หญิงนิ่มกับจันทรภานุยิ้มให้กัน ทั้งสองดูราวกับเป็นภาพวาดในเทพนิยาย
มิลินทร์ยื่นหน้ามากระซิบข้างๆ “งานเข้าแล้วประกายดาว! นั่นน่ะคุณหญิงนิ่ม คนที่ฉันเคยเล่าให้แกฟัง”
นักข่าวทุกสำนักรีบเข้าไปกดชัตเตอร์รัวไม่หยุด ประกายดาวมองหญิงนิ่มตาค้างเพราะเธอช่างน่ารักและมีความเป็นกุลสตรีมากกว่าเธอล้านเท่า
มิลินทร์อธิบาย “คนสาวหน่อยคือหม่อมสุรีย์ หม่อมแม่ของคุณชาย ส่วนคนแก่ๆนั่น แม่นมพร เค้าว่ากันว่าคุณชายรักแม่นมพรมากจนบางครั้งหม่อมแม่ตัวจริงยังอดน้อยใจไม่ได้ ถ้าแกอยากชนะใจคุณชาย ก็ต้องชนะใจแม่นมพรด้วย”
“แล้วหม่อมสุริยะวรรตไปไหน?” ประกายดาวถาม
“ท่านพ่อของคุณชายเป็นคนไม่ชอบออกงานสังคม งานไหนๆก็ไม่มีวันได้เห็นท่าน”
ประกายดาวหันไปมองภาพครอบครัวอบอุ่นตรงหน้า แล้วจันทรภานุ หญิงนิ่ม สุรีย์ นมพรก็เดินผ่านหน้าประกายดาวไป จันทรภานุหันมาสบตากับประกายดาวพอดี ต่างฝ่ายต่างผงะ ประกายดาวทำหน้าไม่ถูก จันทรภานุแปลกใจที่เห็นประกายดาวที่นี่ เขารู้สึกระแวงนิดนึงแต่ก็เดินออกไป
หญิงนิ่มหันไปมองตามพี่ชายแล้วก็เห็นประกายดาว หญิงนิ่มจำประกายดาวได้ ประกายดาวหันไปเจอหญิงนิ่มมองอยู่ หญิงนิ่มยิ้มทักทายประกายดาวอย่างเป็นมิตร ประกายดาวยิ้มตอบ
“ท่าจะเข้าถึงตัวยากแล้ว ถ้าแกจะต้องฟาดฟันกับสาววัยกระเตาะที่สวยสดใสขนาดนั้น” มิลินทร์บอก
ประกายดาวมองหญิงนิ่มอย่างครุ่นคิด “ถ้าคุณหญิงนิ่มเป็นนางฟ้า ฉันก็คือดาว..ดาวที่อยู่บนฟ้าเหมือนกัน ต่อให้ยากเย็นแค่ไหน ฉันต้องทำให้ได้”
ประกายดาวเดินออกไปทันที มิลินทร์มองตามประกายดาวด้วยความอึ้งและทึ่ง

จันทรภานุจับมือกับผู้กองอภิเชษฐ์ เพื่อนซี้ที่แต่งชุดตำรวจมาเต็มยศ
จันทรภานุตบบ่าเพื่อน “ขอบใจที่มา” ทั้งสองปล่อยมือออกจากกัน
“ไม่ได้มีของมาให้ แต่มีหัวใจมาฝาก ฮิ้วว” อภิเชษฐ์บอก
จันทรภานุขำ “พอพอ..อย่ามาทำเลี่ยนกับฉัน ไปทำกับสาวๆนู่น”
“วันๆเอาแต่ไล่จับผู้ร้าย จะมีเวลาที่ไหนไปจับสาว”
“ฉันแนะนำให้เอามั๊ย สาวๆที่หม่อมแม่มาให้ฉันเลือก ยังมีอีกเพียบ”
“กระผมมิบังอาจทับรอยคุณชายจันทร์หรอกครับ”
แล้วเสียงแหลมๆของนันทินีก็ดังขึ้น
“คุณชายขา...”
จันทรภานุกับอภิเชษฐ์หันไปเห็นก็สะดุ้งกับการจัดเต็มของนันทินี นันทินีเดินมาพร้อมกับช่อดอกไม้
นันทินียื่นช่อดอกไม้ให้ “Congratulation ค่ะ”
อภิเชษฐ์เสนอหน้ามารับแทน
“ขอบคุณมากนะครับคุณนันยาง”
นันทินีฉุน “นันทินี!”
“โอ้..มายก๊อด ขอโทษครับ ไม่รู้ทำไมนึกว่าคุณชื่อนันยางทุ้กกที” อภิเชษฐ์แกล้งดมดอกไม้ “ดอกไม้หอมชื่นใจมากเลยครับ”
จันทรภานุอมยิ้ม นันทินีไม่พอใจ
“ฉันเอาดอกไม้มาให้คุณชาย ไม่ได้ให้คุณ!!”
“จะให้ผมหรือให้คุณชาย มันก็เหมือนกันนั่นแหละครับ เพราะว่าเราเป็นเพื่อนรักกัน”
นันทินีหัวเสียมาก ระหว่างนั้นก็มีพนักงานเดินมาหาจันทรภานุ
“คุณชายจันทร์คะ ถึงเวลาขึ้นเวทีแล้วค่ะ”
จันทรภานุพูดกับเพื่อน “ขอตัวนะ”
อภิเชษฐ์พยักหน้า นันทินีจะเดินตามจันทรภานุ แต่อภิเชษฐ์คว้าแขนนันทินีมาควงเอาไว้ นันทินีหันไปมองด้วยความไม่พอใจอย่างแรง
“จะทำอะไร!”
“ผมจะพาคุณนันยาง..เอ๊ย คุณนันทินีไปหาที่นั่งน่ะสิครับ ไปครับไป”
อภิเชษฐ์กึ่งเดินกึ่งลากนันทินีไปตามทาง


จันทรภานุยืนอยู่บนเวที มีหญิงนิ่ม นมพร หม่อมสุรีย์นั่งอยู่ด้านหน้า อภิเชษฐ์กับนันทินีนั่งอยู่มุมหนึ่ง พงศ์จันทรอยู่ข้างๆ เวทีกับพวกนักข่าว หนึ่งในนั้นมีประกายดาวกับมิลินทร์ยืนอยู่ด้วย พงศ์จันทรจับตามองท่วงท่าของประกายดาวที่ถ่ายรูปอยู่ตาไม่กระพริบ เขารู้สึกว่าประกายดาวไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เคยพบมาก่อน
จันทรภานุพูด “งานครั้งนี้เป็นหนึ่งในหลายๆงานที่ทางมีเดียกรุ๊ปวางโครงการไว้เพื่อตอบแทนสังคม ผมหวังว่าทุกท่านจะได้รับความสุขจากการให้ และทุกครั้งที่มีงานดีๆเช่นนี้ทางเราก็จะมาประกาศบอกบุญให้ได้ทำบุญร่วมกัน เพื่อสังคมที่ดีขึ้นของประเทศไทย เพื่อเด็กๆ ด้อยโอกาสที่พวกเราหยิบยื่นโอกาสในการใช้ชีวิตที่ดีขึ้นแก่พวกเขา ขอบคุณครับ”
ทุกคนปรบมือให้จันทรภานุ จันทรภานุเดินลงจากเวที ประกายดาวปรบมือไปก็มองจันทรภานุด้วยแววตาที่เป็นประกายเพราะเริ่มรู้สึกดีขึ้นหลังจากที่จันทรภานุพูดถึงเด็กๆ

ประกายดาวเดินเก็บภาพในงานไปเรื่องๆ ระหว่างนั้นก็มีพี่น้องเด็กจรจัดชายหญิงเดินเข้ามาในห้างฯ รปภ.เห็นก็เข้ามาไล่
“เข้ามาได้ยังไง?!! ออกไป” เด็กยังยืนเฉย “ไล่แล้วยังไม่ไปอีก เดี๋ยวเรียกตำรวจมาจับซะเลย”
ประกายดาวหันไปเห็นรปภ.กำลังไล่เด็กก็โมโหมาก เธอกำลังจะเข้าไปเอาเรื่องแต่จันทรภานุเดินมาแล้วตรงรี่เข้าไปหา
“มีอะไรกัน!”
ประกายดาวหยุดมอง
รปภ. รีบหันไปด้วยความกลัว “ผมต้องขอโทษด้วยนะครับคุณชาย ผมไม่เห็นว่าเด็กสองคนนี้เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่”
ประกายดาวยืนมองว่าจันทรภานุจะทำยังไง จันทรภานุเดินเข้าไปหาเด็กจรจัดสองพี่น้องแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “มาจากที่ไหนกันครับ”
“บ้านพวกเราอยู่ข้างหลังห้างฯนี้ค่ะ น้องชายหนูอยากมาเที่ยว หนูก็เลยพาเข้ามา”
จันทรภานุหันไปทางพนักงาน “มานี่” พนักงานเดินมาหา “เดี๋ยวพาเด็กสองคนนี้ไปหาอะไรทาน ถ้าเค้าอยากได้อะไรก็ลงบัญชีฉันเอาไว้”
“ได้ค่ะ”
รปภ. หน้าเจื่อน เด็กจรจัดสองพี่น้องดีใจกันมากแล้วพากันยกมือไหว้จันทรภานุ
“ขอบคุณมากนะคะ คุณใจดีจัง”
จันทรภานุลูบหัวเด็กสองคนแล้วยิ้มให้อย่างใจดี พนักงานพาเด็กเดินออกไป จันทรภานุหันไปทางรปภ.
จันทรภานุพูดหน้าดุ “จำไว้ว่าใครก็ตามที่เข้ามาในห้างฯ ไม่ว่าเค้าจะยากดีมีจน เค้าคือลูกค้า”
“ครับ..ผมทราบแล้วครับ ผมขอโทษครับ”
จันทรภานุเดินออกไป ประกายดาวหันไปมองตามจันทรภานุด้วยสีหน้าประทับใจมากขึ้นและเริ่มอยากรู้จักตัวตนที่แท้จริงของจันทรภานุว่าเป็นคนยังไง

จันทรภานุเดินมาที่บูทบริการของว่างกับแขกที่มาร่วมงาน ประกายดาวเดินตามมาดูห่างๆ พนักงานเอากล่องอาหารว่างให้จันทรภานุประมาณสิบถุง จันทรภานุรับมาแล้วก็เดินออกไป ประกายดาวสงสัย
“จะเอาไปให้ใคร?”

ประกายดาวแอบตามจันทรภานุออกมาหน้าห้างฯ จันทรภานุเอาถุงอาหารว่างให้กับคนขายลอตเตอรี่ คนขับรถสามล้อ คนขับรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างที่อยู่แถวนั้น
“ขอบคุณคุณชายมากนะครับ // นะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ”
จันทรภานุยิ้มให้ทุกคนอย่างใจดีแล้วก็เดินเข้าไปข้างใน ประกายดาวแปลกใจมาก เธอได้ยินคนขายลอตเตอรี่ คนขับสามล้อ คนขับมอเตอร์ไซด์รับจ้างคุยกัน
“คุณชายนี่ดีกับพวกเราเสมอเลยเนอะ”
“นั่นสิ..ให้พวกเราทำมาหากินด้านหน้าห้างฯฟรีๆ แล้วก็ยังชอบเอาของดีดีมาให้พวกเราอีก”
“เทวดามาเกิดแท้ๆ ทั้งหล่อทั้งใจบุญ”
ประกายดาวฟังที่ทุกคนพูดถึงจันทรภานุแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างตัดสินใจได้ว่าจะเลือกให้ใครเป็นพ่อของลูก


ศิวะ อรอุมา และรติรสเดินมาด้วยกัน อรอุมามีท่าทางหงุดหงิดมาก
อรอุมาหันไปด่าศิวะ “เพราะคุณแท้ๆ ขับรถช้าหยั่งกับเต่าคลาน มาสายเลยดูสิเนี่ย!!”
ศิวะเซ็งมากแต่ไม่อยากตอบโต้เลยเดินหนี อรอุมายิ่งหัวเสีย
“จะไปไหน?!”
ศิวะหันขวับ “ไปห้องน้ำ จะตามไปดูด้วยรึเปล่าว่าผมเข้าจริงมั๊ย?”
อรอุมาฉุนกึก ศิวะเดินออกไปเลย
“ศิวะ!”
รติรสรีบปราม “ไม่เอาน่าอร...คนเยอะแยะอายเค้า”
“เธอก็ดูผัวฉันสิ เคยทำอะไรดั่งใจที่ไหน เอะอะก็เดินหนีเดินหนี ไม่มีความเป็นผู้ชายซักนิด น่าเบื่อ!”
รติรสลอบยิ้มสะใจที่ได้เห็นความร้าวฉาน แล้วเธอก็หันไปเห็นประกายดาว รติรสถึงกับตาโต
“อร..”
อรอุมาหันไป รติรสบุ๊ยใบ้ให้มองไปทางโน้น อรอุมาหันไปเห็นประกายดาวก็ชะงัก
“ไม่ต้องเสียเวลาคิดแผน อ้อยเข้าปากช้างแท้ๆ งานนี้ดราม่าจัดเต็มกันหน่อย” รติรสว่า
อรอุมามองรติรสด้วยความสงสัย รติรสมีสีหน้าร้าย

อ่านต่อหน้าที่ 2

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 2 (ต่อ)
ประกายดาวกอดโดยเอาแก้มแนบแก้มกับเจ๊พีช ก่อนผละออกจากกัน เจ๊พีชหันไปกอดเอาแก้มแนบแก้มกับ
มิลินทร์ต่อ
“น้องดาว น้องลินทร์ เจ๊ล่ะมิสยู คิดถึ๊งคิดถึง” เจ๊พีซพูดกับมิลินทร์ “วันนี้ฉายเดี่ยวไร้เงาผัวเหรอจ๊ะ”
“ลินทร์มาทำงานค่ะเจ๊ เลยหนีบดาวมาช่วยถ่ายรูป”
“ช่วยเพื่อนได้ แต่ไม่คิดช่วยเจ๊บ้างเลยนะ” เจ๊พีซหันไปฟ้องมิลินทร์ “เจ๊พยายามจีบดาวให้มาเป็นนางแบบตั้งหลายปี แต่ดาวใจแข๊งใจแข็ง ไม่ตกลงซักที”
“ดาวชอบทำงานเบื้องหลังมากกว่านี่เจ๊” ประกายดาวบอก
“จ๊ะ แต่ถ้าเปลี่ยนใจ คิดถึงเจ๊คนแรกนะ” เจ๊พีซบอก ประกายดาวยิ้ม “เจ๊ไปล่ะ ต้องไปเช็คความเรียบร้อยให้เด็กๆก่อนเดินแฟชั่น”
เจ๊พีชเดินออกไป ประกายดาวกับมิลินทร์หันไปเห็นจันทรภานุยืนอยู่กับหญิงนิ่ม หม่อมสุรีย์ และนมพร
ประกายดาวพูดขึ้น “ฉันตัดสินใจได้แล้วว่าฉันจะเลือกใครเป็นพ่อของลูกฉัน”
มิลินทร์มองจันทรภานุแล้วก็หันมามองหน้าประกายดาว ประกายดาวพยักหน้าแล้วยิ้มอย่างมั่นใจ


จันทรภานุ หญิงนิ่ม หม่อมสุรีย์ และนมพร ยืนคุยกัน
“นมพรเมื่อยแล้ว หญิงพานมพรขึ้นไปพักบนห้องทำงานพี่ชายชั้นบนนะคะ” หญิงนิ่มบอก
จันทรภานุหันมาจับมือนมพร “นมพักตามสบายนะครับ ชายเสร็จงานแล้วจะรีบขึ้นไปหา”
“ไม่ต้องรีบหรอกค่ะ งานนี้คุณชายเป็นพ่องาน” นมพรบอก
สุรีย์พูดกับหญิงนิ่ม “ป้าพานมพรขึ้นไปเอง หญิงนิ่มอยู่กับพี่ชายเถอะ”
“ค่ะ”
สุรีย์ประคองนมพรเดินออกไป หญิงนิ่มหันมาทางจันทรภานุ
“หญิงหิว ขอไปหาอะไรทานก่อนนะคะ”
“ค่ะ”
หญิงนิ่มเดินออกไป
ประกายดาวกับมิลินทร์ยังคงจ้องอยู่
“คุณชายอยู่คนเดียวแล้ว รีบเข้าไปเร็วแก” มิลินทร์บอก
ประกายดาวกำลังจะก้าวเข้าไป แต่นันทินีถลาเข้ามา ประกายดาวเบรคเอี๊ยดแทบไม่ทัน
มิลินทร์งง “ใครอีกเนี่ย?”

จันทรภานุเซ็งที่เห็นนันทินี
นันทินีร้องเรียก “คุณชายขา”
อภิเชษฐ์รีบเข้ามาขวางก่อนที่นันทินีจะมาถึงตัวจันทรภานุ
“คุณนันยางขา..”
นันทินีหยุดกึก
“ไวจังเลยนะครับ ผมหันไปหยิบน้ำแป๊บเดียว”
นันทินีไม่สนใจ “คุณชายขา นันไม่เคยมาห้างฯของคุณชายเลย คุณชายพานันเดินเที่ยวหน่อยนะคะ”
อภิเชษฐ์เข้ามาจับแขนนันทินี “ได้เลยครับคุณนัน..ผมจะเป็นไกด์พาคุณเดินเอง แกไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะดูแลไม่ให้เล็ดลอดสายตาไปไหนได้เลย”
จันทรภานุอมยิ้ม นันทินีเหวอเมื่อเจออภิเชษฐ์เข้ามาโอบแล้วพาเดินออกไป
“ฉันไม่ไปกับคุณ..” นันทินีหันมาทางจันทรภานุ “คุณชาย...”
จันทรภานุขำแล้วก็เดินออกไป
ประกายดาวกับมิลินทร์มองตาม
มิลินทร์รีบบอก “โอกาสเป็นของแกแล้ว”
ประกายดาวมองตามจันทรภานุแล้วสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด


จันทรภานุเดินทักทายแขกไปตามทาง ประกายดาวแอบเดินตามมาห่างๆ โดยยังไม่กล้าเข้าไปหาจันทรภานุ ประกายดาวคอยหลบตามหลังบรรดาแขกที่ยืนอยู่เพื่อแอบมอง พอเห็นจันทรภานุเดินหลุดกลุ่มคนออกไป เธอก็รีบตามไปติดๆ


ประกายดาวรีบเดินมาแต่ไม่เห็นจันทรภานุแล้ว
“ไปไหนแล้ว?”
ประกายดาวถอยแล้วก็ตกใจเพราะชนเข้ากับใครบางคน เธอหันไปก็เจอจันทรภานุยืนอยู่ ประกายดาวแทบช็อค
“คะคุณ..คุณชาย!!”
จันทรภานุถามเสียงดัง “ตามผมมาทำไม?”
ประกายดาวสะดุ้ง “ทำไมคุณชายต้องเสียงดังด้วยคะ อยู่ใกล้กันแค่เนี้ย พูดเบาๆก็ได้ค่ะ หูจะแตก!”
“เลิกพูดอ้อมไปอ้อมมาซักที ตกลงตามผมมาทำไม?”
“ฉัน..เออ...ฉันอยากสมานฉันท์กับคุณชายน่ะค่ะ คือ ที่ผ่านมา ดูเราจะเจอกันในแบบไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่”
“แล้วทำไมเราถึงต้องสมานฉันท์กันด้วย”
ประกายดาวอึกอัก “ก็..เพราะว่า..” ประกายดาวนึก “เพราะเราเป็นคนไทยเหมือนกันยังไงล่ะคะ” จันทรภานุผงะ “คนไทยควรรักกัน และสามัคคีกัน ฉันก็เลยอยากให้เราลืมเรื่องขุ่นข้องหมองใจ ถ้าฉันทำอะไรให้คุณชายไม่พอใจ ฉันก็อยากให้คุณชายลืมมันให้หมด แล้วเรามาเริ่มต้นกันใหม่”
“คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่ บอกมาเลยดีกว่า ไม่ต้องพูดชักแม่น้ำทั้งห้าให้เสียเวลา”
ภาพในความคิด ประกายดาวมองหน้าจันทรภานุสามวินาทีก่อนเอ่ย “ฉันอยากได้สเปิร์มของคุณชายค่ะ”
จันทรภานุตกใจ
ในเหตุการณ์จริง จันทรภานุยังคงจ้องหน้าประกายดาว
จันทรภานุถามย้ำ “ตกลงคุณต้องการอะไรจากผม?!!”
“....ฉันไม่ได้ต้องการอะไรจากคุณชาย..” ประกายดาวบอก จันทรภานุหรี่ตามองอย่างไม่เชื่อ “จริงๆนะคะ”
ยังไม่ทันที่จะคุยกันต่อ ผู้จัดการห้างฯก็เดินมาหาจันทรภานุ
“ขอประทานโทษนะครับคุณชาย มีแขกผู้ใหญ่บางส่วนกำลังจะกลับแล้วครับ”
จันทรภานุพยักหน้า เขาหันไปมองประกายดาวอีกครั้งแล้วก็เดินตามผู้จัดการไป ประกายดาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ประกายดาวเดินกลับเข้ามาแต่ดันเจอพงศ์จันทรมายืนขวาง ประกายดาวชะงักกึก
“หายไปไหนมาครับคุณประกายดาว”
ประกายดาวสวน “ไม่เกี่ยวกับคุณ”
พงศ์จันทรเหวอไปแล้วก็ยิ้มออกมา “วันนี้คุณยิงผมสองครั้งแล้วนะ แต่ไม่เป็นไร ถ้าเป็นผู้หญิงสวยๆอย่างคุณ ผมยอม..”
“ขอโทษนะคะ ฉันรีบ”
ประกายดาวกำลังจะเดินเลี่ยงออกไปแต่กลับเจออรอุมากับรติรสเดินเข้ามา ประกายดาวอึ้ง
“คุณอรอุมา”
“เจอเธอที่นี่ก็ดีประกายดาว..เราจะได้คุยกันให้จบ” อรอุมาบอก
พงศ์จันทรมองประกายดาวกับอรอุมาด้วยความแปลกใจ
มิลินทร์หันมาเห็นก็ตกใจจึงรีบเดินมาสมทบประกายดาว
รติรสทำเป็นห้ามเพื่อน “อย่าเลยอร..ที่นี่คนเยอะ”
อรอุมาแกล้งดราม่า “อย่ามาห้ามฉันรติ ยังไงวันนี้ก็ต้องพูด เพราะฉันทนไม่ไหวแล้ว” อรอุมาหันไปทางประกายดาว “เมื่อไหร่ เธอจะเลิกยุ่งกับศิวะสามีฉันซักที”
ประกายดาวอึ้ง มิลินทร์ไม่พอใจ พงศ์จันทรนิ่วหน้ามอง ส่วนรติรสลอบยิ้มอย่างสะใจ จันทรภานุหันมาเห็นเหตุการณ์ก็แปลกใจ พวกนักข่าวสะกิดกันให้ดูแล้วก็รีบกรูกันเข้ามา
“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้แย่งสามีของคุณ” ประกายดาวบอก
“ไม่ต้องโกหก ฉันรู้เรื่องของเธอกับศิวะดีทุกอย่าง” อรอุมาว่า
นักข่าวเริ่มเข้ามาล้อมเอาไว้
อรอุมาทำเป็นร้องไห้ตัวสั่น “เธอก็เป็นคนสวยนะประกายดาว แต่ทำไมถึงทำอะไรสิ้นคิด โดยการไปเป็นเมียน้อยคนอื่น”
นักข่าวฮือฮา ผู้คนแถวนั้นหันขวับมามองเป็นตาเดียว ประกายดาวกำมือแน่นด้วยความโมโห พงศ์จันทรมองประกายดาวด้วยความแปลกใจและไม่เชื่อ จันทรภานุเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ มิลินทร์จะเอาเรื่อง ประกายดาวรีบคว้าแขนเพื่อนเอาไว้
“อย่าลินทร์!! ฉันเอง” ประกายดาวหันไปทางอรอุมา “หยุดพูด หรือ ทำให้คนอื่นมองฉันผิดๆได้แล้ว”
รติรสทำเป็นโมโหแทนเพื่อน “ตายแล้ว พูดออกมาได้หน้าด้านๆว่ามองผิด อรเค้ามองถูกแล้วต่างหาก” รติรสหันไปทางนักข่าว “รู้ไว้ด้วยนะคะว่าผู้หญิง
กำลังโหลดความคิดเห็น...