xs
sm
md
lg

ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ ตอนที่ 7

เผยแพร่:

ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ ตอนที่ 7

บื้อเดินไปเดินมา ชะเง้อมองเข้าไปในบ้านเพราะเป็นห่วงห่าน
“ทำไมป่านนี้ยังไม่ออกมา” บื้อหยุดเดิน กังวลใจ “หรือว่า เป็นอะไรไปรึเปล่าวะ”
บื้อตัดสินใจพุ่งเข้าไปในบ้าน
ที่โต๊ะอาหาร จานเปปเปอร์สเต็กถูกวางตรงหน้าห่าน ห่านตื่นตาตื่นใจ เซอร์ไพร์สสุดๆ หันไปมองคุณชาย
“เปปเปอร์สเต็กที่ผมรับปากว่าจะทำให้คุณฮันนี่ทาน”
ดาหลา ดารัณ คุณหญิงรื่นฤดีอึ้ง ดาหลากำมือแน่น ชนะศึกอมยิ้มชอบใจ คุณหญิงรื่นฤดีหันไปมอง ชนะศึกทำเป็นหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม
“คุณชายไม่ลืม”
“อะไรที่ผมรับปากคุณฮันนี่แล้ว ผมไม่มีทางลืม เพราะคุณฮันนี่คือคนสำคัญของผม”
ดาหลาจะโวยแต่หันไปเห็นสายตาดารัณที่มองปรามและส่ายหัว ชนะศึกกระซิบกับคุณหญิงรื่นฤดี
“หวานไม่แคร์สื่อเลยนะคุณ”
คุณหญิงรื่นฤดีค้อนขวั่บ ชนะศึกรีบเอาน้ำขึ้นมาดื่มอีก
“คุณฮันนี่ลองทานดูสิครับ ไม่รู้รสชาติจะถูกปากรึเปล่า”
“ค่ะ”
ห่านจับมีดกับส้อมจะหั่น แต่คุณชายจับมือห่านเอาไว้
“ผมทำให้ดีกว่า” คุณชายหั่นสเต็ก เอาส้อมจิ้มขึ้นมา แล้วยื่นไปตรงหน้าห่าน ห่านชะงัก “ทานสิครับ”
“ฮันนี่ทานเองก็ได้ค่ะ”
“ไม่ได้ครับ นะครับ อย่าขัดใจผม”
ดาหลาแทบจะดูไม่ไหว คุณหญิงรื่นฤดีกับดารัณไม่พอใจอย่างแรง ชนะศึกยิ้มตลอดเวลา ห่านกินสเต็กที่คุณชายป้อน
บื้อที่แอบดูอยู่ถึงกับอึ้ง จ๋อย
“ตรงนี้ไม่ได้อยู่กันแค่สองคน ยังมีแม่ คุณดารัณ แล้วก็หนูดาหลาอีก” คุณหญิงรื่นฤดีพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ
“แล้วผมล่ะคุณ” ชนะศึกถาม
“อย่างคุณ ไม่ได้อยู่ในสายตาฉัน”
“อ้าว”
“ฮันนี่ขอโทษค่ะ”
“ขอโทษทำไมครับ” คุณชายหันไปหาแม่ “ผมกับคุณฮันนี่ไม่ได้ทำอะไรผิด” คุณชายบอกพร้อมกับโอบห่านเข้ามา “คนรักกัน เค้าก็ทำกันแบบนี้”
ดาหลาปรี๊ดแตก ตบโต๊ะลุกขึ้นยืน
“รักกัน คุณชายหมายความว่าไง”
ดารัณห้ามไม่ทัน คุณหญิงรื่นฤดีอึ้ง ชนะศึกแอบทำท่าเยสเงียบๆ คนเดียว
“ก็หมายความตรงตัว คุณฮันนี่เป็นคนรักของผมและตอนนี้เราก็กำลังคบกัน นี่คือสิ่งที่ผมอยากบอกให้ทุกคนรู้ในวันนี้ครับ”
บื้อค่อยๆ เดินออกไปอย่างอกหัก
“ตะกี๊คุณชายพูดว่าอะไรนะคะ”
“ผมพูดว่าผมกับคุณฮันนี่ เรากำลังคบกันครับ”
ดาหลาจะกรี๊ด ดารัณตกใจมาก แกล้งมึนหัว
“โอ๊ย”
ดาหลา คุณหญิงรื่นฤดี ชนะศึก คุณชาย ห่าน หันไปมอง
“คุณดารัณเป็นอะไรครับ”
“รู้สึกเวียนหัวน่ะค่ะ ฉันขอตัวกลับบ้านก่อนดีกว่า ลูกดาหลามาประคองแม่ที”
ดาหลาไม่ยอมไป ดารัณขยิบตา ดาหลาฮึดฮัดเดินมาประคองดารัณ คุณหญิงรื่นฤดีลุกขึ้นยืน สีหน้าไม่สู้ดี
“เป็นอะไรมากมั้ยคะ”
“คิดว่ากลับไปนอนพักที่บ้านก็คงจะดีขึ้น ฉันลานะคะ”
“สวัสดีค่ะ”
ดาหลาหันไปมองคุณชายด้วยแววตาน้อยใจ แล้วก็หันไปมองห่านด้วยแววตาโกรธแค้น ห่านยิ้มพร้อมยักคิ้ว ยิ่งทำให้ดาหลาหงุดหงิด แต่แสดงออกไม่ได้ ดาหลาประคองดารัณออกไป คุณหญิงรื่นฤดีหันมามองคุณชายไม่พอใจอย่างแรง

ดาหลาประคองดารัณพาเดินออกมาหยุดตรงแถวๆ รถห่าน ดารัณเห็นว่าพ้นสายตาแล้วก็เลิกแกล้ง
“ไม่ต้องประคองแม่แล้ว”
“อ้าว แม่หายแล้วเหรอ” ดาหลางง
“แม่ไม่ได้เป็นอะไร”
“อ้าว ถ้างั้นดาหลาจะกลับเข้าไปตบนังฮันนี่”
“หยุดนะดาหลา อย่าลืมว่าลูกเป็นกุลสตรี เป็นผู้หญิงแสนดีและอ่อนหวานในสายตาของคุณหญิง เพราะฉะนั้นลูกห้ามทำแอ๊บแตกกรี๊ดกร๊าดอาละวาดเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นลูกไม่ได้คุณชายมาครอบครองแน่”
“ถ้าดาหลาไม่ทำอะไร ดาหลาก็ไม่ได้คุณชายมาครอบครองเหมือนกัน คุณแม่ก็เห็นว่าคุณชายเรียกนังนั่นว่าคนรักเต็มปากเต็มคำ”
“ก็แค่คนรัก ยังไม่ได้แต่งงาน และถึงแต่งงาน เราก็แย่งได้ ไม่มีปัญหา รักแท้คือการแย่งชิง รักไม่จริงคือการเสียสละ ลูกเคยได้ยินมั๊ย”
“แสดงว่าดาหลายังมีโอกาส”
“ยังมีโอกาสอีกมากเลยล่ะจ๊ะ เพียงแต่วันนี้ไม่ใช่วันของเรา ถ้าเราทำอะไรวู่วาม เราจะเสียเปรียบ เพราะฉะนั้นเราต้องค่อยๆ คิด วางแผนให้รัดกุม ทำให้นังฮันนี่มันเละเป็นโจ๊ก และเมื่อนั้น...”
“คุณชายก็จะเป็นของดาหลา”
ดารัณพยักหน้า ดาหลายิ้มมีความสุขมาก สองแม่ลูกเดินผ่านรถห่านไป ไม่นานกระจกรถถูกลดลง บื้อนั่งอยู่ในรถได้ยินทุกอย่าง สีหน้าเป็นห่วงห่านแบบสุดๆ

ห่านยกมือไหว้ชนะศึกและคุณหญิงรื่นฤดี คุณหญิงรื่นฤดีไม่รับไหว้ห่านหน้าเจื่อน หันมาทางชนะศึกที่ยกมือรับไหว้ สีหน้ายิ้มแย้มอย่างใจดี มีคุณชายยืนข้างห่าน
“ว่างๆ ก็มาเที่ยวเล่นที่บ้านอีกนะลูก” ห่านยิ้มดีใจ แต่คุณหญิงรื่นฤดีแอบหยิกเอวด้านหลังของชนะศึก ชนะศึกร้องลั่น “อ๊าก”
“คุณพ่อเป็นไรครับ”
“ยุงลูก ยุงแถวนี้มันร๊ายร้ายไ คุณหญิงรื่นฤดีถลึงตาใส่ ชนะศึกไม่กล้า “กัดจนพ่อเจ็บจุงเบย”
ชนะศึกทำท่าแอ๊บแบ๊วน่ารัก คุณชายกับห่านหัวเราะ แต่คุณหญิงรื่นฤดีไม่ขำ ทุกคนก็เลยเจื่อน
“ผมออกไปส่งคุณฮันนี่ก่อนนะครับ”

คุณหญิงรื่นฤดีเชิดใส่แล้วเดินเข้าไปในบ้าน คุณชายได้แต่ส่ายหัว ชนะศึกตบแขนคุณชายเบาๆ ให้กำลังใจ ห่านมองคุณชายสีหน้าไม่สบายใจ
คุณชายกับห่านเดินออกมาด้วยกัน คุณชายจับมือห่านเอาไว้ ทำให้ห่านหยุดเดินหันมา
“ต้องขอโทษแทนคุณแม่ด้วยนะครับ ถ้าหากคุณแม่ของผมทำอะไรให้คุณฮันนี่ไม่สบายใจ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฮันนี่เข้าใจ”
“เพราะคุณฮันนี่เป็นแบบนี้ผมยิ่งรักมากขึ้นไปอีก”
ห่านอายมาก อายจนหน้าแดง อายม้วน หันไปเห็นบื้อยืนใส่หมวกอยู่ข้างรถ ห่านชะงัก หันไปทางคุณชาย
“ฮันนี่ต้องกลับแล้วล่ะค่ะ”
“ให้ผมไปส่งนะครับ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ คนรถของฮันนี่รออยู่” ห่านหันไปทางบื้อ คุณชายหันไปมองตามแต่ไม่เห็นหน้าบื้อ
“งั้นถ้าคุณฮันนี่ถึงบ้านแล้ว โทรบอกผมด้วยนะครับ ผมเป็นห่วง”
“ค่ะ”
คุณชายยิ้มแล้วก็เอามือห่านขึ้นมาหอม บื้อเห็นก็ใจแป้วมาก รีบหันหลังเพราะไม่อยากมอง
“คุณชาย อายเค้าค่ะ”
“ผมอยากหอมแฟนของผมไม่ได้เหรอครับ” ห่านเอาแต่ยิ้ม พูดไม่ออก บอกมาถูก ร้อนผ่าวไปทั้งหน้า “ผมไปส่งที่รถนะครับ”
ห่านพยักหน้า คุณชายกับห่านเดินไปที่รถ คุณชายจะเปิดประตูด้านหลังให้แต่บื้อแย่งเปิด คุณชายชะงักหันไปมองบื้อที่ก้มหน้างุดเลยทำให้ไม่เห็นหน้าชัดๆ ห่านหันไปทางคุณชาย
“ฮันนี่ไปนะคะ” คุณชายหันมายิ้มให้ห่าน
“ครับ”
ห่านขึ้นรถ บื้อรีบปิดประตูแล้วก็ขึ้นรถ ห่านเปิดกระจก
“บะ(บาย)...” ห่านยังไม่ทันได้พูดเพราะบื้อกระชากรถออกไปทันที ห่านถึงกับเหวอ คุณชายเองก็เหวอ ห่านได้แต่โบกมือหยอยๆ คุณชายโบกมือตอบ ยิ้มออกมาอย่างสุขหัวใจ

บื้อขับรถหน้าหงิก ห่านยื่นหน้ามาตรงกลาง สีหน้าไม่พอใจ
“นายจะรีบออกรถมาทำไม ฉันยังไม่ทันได้บ๊ายบายกับคุณชายเลย”
“จะตายอยู่แล้ว ยังไม่รู้ตัวอีก” ห่านนิ่วหน้า
“หมายความว่าไง”
บื้อเอารถจอดเข้าข้างทาง แล้วลงจากรถ ปิดประตูดังปัง ห่านสะดุ้งไม่เข้าใจ แล้วก็เปิดประตูรถตามบื้อลงไป
“นายบื้อ นายเป็นบ้าอะไร” บื้อหันมา
“ฉันจะเป็นบ้าก็เพราะเธอนั่นแหละ ฉันได้ยินคุณดาหลากับแม่ของเค้าพูดกันว่าจะจัดการเธอให้เละเป็นโจ๊ก”
ห่านอึ้งตกใจ บื้อขยับมาตรงหน้าห่าน แล้วจับไหล่ทั้งสองข้าง “เรื่องมันชักจะไปใหญ่ ฉันขอ...หยุดเถอะ”
“ฉันหยุดไม่ได้จริงๆ ฉันไม่ยอมให้แม่ลูกคู่นั้นมาทำลายความฝันของฉันเด็ดขาด” ห่านบอกเสียงหนักแน่น บื้อหัวเสีย เอามือออก
“เธอจะทำให้ฉันห่วงไปถึงไหนห๊ะ” ห่านอึ้ง บื้ออึ้ง “ฉันไม่น่าช่วยเธอตั้งแต่แรกเลยจริงๆ ฉันขอถอนตัว ฉันจะไม่ยุ่งกับเรื่องของเธออีกแล้ว”
บื้อถอยหลังจะเดินกลับไปที่รถ ห่านหน้าเสีย รีบวิ่งมาขวางทาง บื้อหยุดเดิน
“ถ้านายไม่ช่วยฉัน แล้วฉันจะทำยังไง”
“ฉันไม่รู้ มันเรื่องของเธอ”
“ทำไมนายเป็นคนเห็นแก่ตัวแบบนี้ นายทิ้งฉันได้ลงคอเหรอนายบื้อ นายไม่สงสารฉันบ้างเหรอ” ห่านจับแขนบื้อเขย่า บื้อแกะมือห่านออก
“แล้วเธอ ไม่สงสารฉันบ้างเหรอ” ห่านผงะ ไม่เข้าใจ
“สงสารนาย”
“ช่างเหอะ ฉันก็พูดไปงั้นแหละ”
“แล้วตกลงนายยังช่วยฉันอยู่ใช่ป่ะ” ห่านส่งแววตาอ้อนวอน
“ไม่ ฉันจะไม่ช่วยเธออีกแล้ว”
ห่านกำมือแน่นด้วยความโมโหสุดๆ
“ไอ้บื้อบ้า ไอ้คนไม่มีน้ำใจ ไอ้คนนิสัยไม่ดี ฉันจะไม่พูดกับนายอีกแล้ว”
ห่านจ้ำเดินไปตามทาง บื้อหันไปมองตามห่านหน้าเศร้า พยายามตัดใจ เดินไปขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที ห่านเห็นรถบื้อแล่นแซงหน้าไปก็หยุดเดินอ้าปากค้าง
“เฮ้ย ทิ้งกันจริงๆ เหรอเนี่ย”
ห่านฮึดฮัด โมโห หงุดหงิดสุดๆ
บื้อขับรถมือกำพวงมาลัยแน่น มองไปที่กระจกด้านข้างเห็นห่านกำลังเดินด้วยความโมโห
“ฉันขอโทษนะห่าน ถ้าฉันอยู่ใกล้เธอ ฉันคงไม่มีทางจะตัดใจจากเธอได้”
บื้อเศร้าสุดๆ

บื้อเอารถมาคืนเฮียเจ้าของร้านจักรยาน บื้อส่งกุญแจรถคืนให้เฮีย
“ขอบคุณมากนะครับเฮีย”
“ไม่เป็นไร ทำไมทำหน้าเป็นหมาเศร้าแบบนี้ อกหักเหรอ” คำถามนี่ทำให้บื้อแทบจุก
“ผมยังไม่มีแฟนซักหน่อย”
“ไม่มีแฟนก็อกหักได้เว๊ย อารมณ์รักเค้าข้างเดียวไง ฮ่าๆๆ” บื้อหัวเราะไม่ออก เฮียเงียบ
“ผมกลับนะเฮีย”
บื้อไหว้ลาแล้วเดินออกไป

ห่านกำลังเคาะประตูบ้านเช่าบื้อ สีหน้าโมโหมาก
“นายบื้อ เปิดประตู ฉันรู้ว่านายอยู่ในนั้น ออกมา นายบื้อ” โย่งเปิดประตู ห่านท้าวเอว “บื้ออยู่ไหน”
“ไปแล้ว” ห่านงง เอามือลง
“ไปไหน”
โย่งมองหน้าห่าน

ที่ท่ารถ พนักงานปิดประตูช่องขายตั๋วแล้วก็หันมาทางบื้อ
“รถไปชลบุรีเที่ยวสุดท้ายเพิ่งออกไป น้องต้องรอเที่ยวแรกวันพรุ่งนี้แล้วล่ะ”
“กี่โมงเหรอครับ”
“หกโมงเช้า”
พนักงานพูดจบก็เดินออกไป บื้อเดินหงอยๆ มานั่งที่เก้าอี้ นั่งนิ่งๆ นั่งเฉยๆ โดยไม่ทำอะไร
ห่านกลับเข้าบ้าน แหม่มมองห่านด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“บื้อกลับบ้านที่ชลบุรี” ห่านพยักหน้า สีหน้าเป็นกังวลใจ “ทำไมถึงรีบกลับ”
ห่านนิ่งไปนิดนึง
“คงโกรธที่ฉันไปด่าเค้า”
“แกด่าบื้อเรื่องไร”
“บื้อบอกว่าจะไม่ช่วยฉันแล้ว ฉันก็เลยด่า แต่ไม่ได้ด่าแรงซักหน่อย”
“ปากอย่างแกเนี่ยนะด่าไม่แรง แบบนี้แสดงว่าบื้องอนแกชัวร์”
“ผู้ชายอะไร ขี้งอนเหมือนผู้หญิง”
แหม่มคิดแล้วนึกย้อนไปตอนที่เห็นบื้อขยี้หัวห่านจนผมยุ่ง มองห่านแววตาเอ็นดู แหม่มสังเกตเห็นแววตานั้นก็สงสัย
“หรือว่าบื้อจะชอบแก” ห่านผงะ “ก็เลยเสียใจที่แกเป็นแฟนกับคุณชาย บื้อก็เลยกลับบ้านไปทำใจ”
“บ้าสิ ไม่มีทาง ไอ้หมอนั่นชอบกัดจิกฉันจะตาย แกก็เห็น เค้าไม่มีทางชอบฉันหรอก”

ห่านพูดจบก็ลุกเดินออกไป แหม่มยังสงสัยไม่หาย

จบตอนที่ 7

อ่านต่อตอนที่ 8 เวลา 17.00น.
จีจี้ผงะ “ความลับแตก” จีจี้กระดึบๆ เข้าไปใกล้มากขึ้นแล้วเงี่ยหูฟังเต็มที่ แต่เจ๊มะพร้าวดันหันมาเห็นบั้นท้ายจีจี้โผล่มา
เจ๊มะพร้าวหันไปเอานิ้วแตะปากตรงหน้าแหม่ม แหม่มผงะ เจ๊มะพร้าวบุ้ยใบ้ไปทางจีจี้ แหม่มมองตาม เห็นจีจี้ก็ตกใจ เจ๊มะพร้าวกับแหม่มย่องไปด้านหลังจีจี้ โดยที่จีจี้ไม่รู้ตัว จีจี้ยังพยายามตั้งใจฟัง
“ทำไมไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย” จีจี้ใช้มือดึงหูตัวเองให้เปิดกว้าง โดยไม่รู้ว่าข้างหลังเจ๊มะพร้าวยกเท้าถีบบั้นท้ายจีจีเต็มแรงดังผลั่ก “อ๊ายยย”
จีจี้หน้าคะมำ ถลาไปบนพื้น ที่คาดผมหลุดกระเด็น พนักงานและลูกค้าหันมามองเป็นตาเดียว แหม่มแทบจะขำออกมา เจ๊มะพร้าวหันไปทางพนักงานและลูกค้า
“ไม่มีอะไรคะคุณลูกค้าขา แค่ช้างล้ม เชิญช็อปฯกันต่อเลยค่ะ”
จีจี้คว้าที่คาดผมขึ้นมาคาด แล้วลุกขึ้นยืน หันขวับไปทางเจ๊มะพร้าว แววตาแค้นเคือง เห็นบั้นท้ายมีรอยรองเท้าที่เจ๊มะพร้าวใส่
“นังจีจี้ ทำเป็นแอบ นึกว่าตัวเล็กเหรอไงห๊ะ! แกมันก็เหมือนช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวมาปิดไม่มิด”
จีจี้ผงะ ยกมือทาบอก
“เจ๊หยาบคาย! หนูรับไม่ได้”
“หนู” หรือ “หมู” พูดให้ถูก”
“เจ๊”
“ทำไมทำไม เรียกฉันทำไม อยากมีเรื่องกับฉันเหรอนังช้างน้ำ” เจ๊มะพร้าวแอ่นอกท้าทาย “ห๊ะ ห๊ะ ไปเจอกันหลังห้างฯ แล้วตบกันเลย เอามั๊ยๆ”
เจ๊มะพร้าวแอ่นอกดันจีจี้จนจีจี้ถอนร่นไม่กล้า
“เอานมเจ๊ออกไปจากตัวฉันนะ” เจ๊มะพร้าวผละออก “ฝากไว้ก่อนเถอะ”
จีจี้สะบัดหน้าพรืด รีบเดินออกไป เจ๊มะพร้าวถอนใจ หันมาทางแหม่ม
“นังจี้มันจะได้ยินอะไรมั๊ยอ่ะเจ๊”
เจ๊มะพร้าวไม่ตอบ แต่สีหน้ากังวลใจสุดๆ

แอปเปิ้ล ปีโป้ยืนคุยอยู่กับจีจี้ที่ห้องอาหารพนักงาน
“แกแน่ใจนะจีจี้ ว่าฟังไม่ผิด”
“คนอย่างจีจี้ ไม่เคยฟังอะไรผิด ฉันได้ยินเต็มสองรูหูว่านังแหม่มมันบอกว่ากลัวความลับแตก”
“ชัดเลยว่าสามคนนั้นต้องทำอะไรอยู่แน่ๆ”
“ความจริง ฉันไม่ใช่คนขี้เม้าท์ และชอบสาระแนเรื่องชาวบ้านหรอกนะ”
จีจี้รีบออกตัว แอปเปิ้ล ปีโป้มองแบบไม่เชื่อ
“เหรอออ”
จีจี้พยักหน้าหนักแน่น
“อือ แต่ฉันเคืองที่โดนนังเจ๊มันถีบ” จีจี้จับก้นตัวเองที่ยังเจ็บอยู่ “อุ๊ยยส์! เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ ถ้าเธอสองคนต้องการแนวร่วม ขอให้บอก ฉันจะช่วยเหลือเต็มที่”
แอปเปิ้ลกับปีโป้ยิ้มมุมปากร้ายกาจ
“คราวนี้ล่ะ นังห่าน ฉันจะเชือด แล้วก็สับๆๆ สับแกให้เละเป็น “ห่านบะช่อ” เลย ฮ่าๆๆ”

ในห้องพักห่าน ห่านยังนอนอยู่ในท่าเดิม ห่านขยับตัวตื่นขึ้นมาแล้วก็ผงะ ที่ตัวเองนอนในห้อง ห่านตาสว่างเด้งตัวขึ้นมานั่ง
“ทำไมเรามานอนอยู่นี่ได้ เมื่อคืนเรารอนายบื้อที่หน้าห้องไม่ใช่เหรอ”
ห่านคว้าแว่นตามาใส่แล้วลุกเดินออกไปทันที
ห่านออกมาในชุดเดิม เคาะประตูห้องบื้อ ไม่นานบื้อเปิดประตู บื้อชะงักที่เห็นห่านสภาพเพิ่งตื่น หน้าทรุด ผมเผ้ายุ่งเหยิง
“เมื่อคืนนายพาฉันกลับเข้าไปในห้องเหรอ”
“อือ”
“ทำไมนายไม่ปลุกฉัน”
“เรียกแล้ว แต่เธอไม่ตื่น”
“นายกลับมากี่โมง”
“ตีสองมั๊ง”
“ตีสอง นายไปไหนมา หรือว่า นายกลับไปรอฉัน”
“ฉันไม่ได้กลับไปรอเธอ ฉันเห็นเธอกับคุณชาย” ห่านโล่งอก
“งั้นก็แล้วไป ขอบใจนายอีกครั้งนะ”
บื้อยังไม่ทันตอบ เสียงเปิดประตูดังขึ้น บื้อกับห่านหันไปเห็นคุณชายเดินออกมา ห่านตกใจมาก บื้อเอามือคว้าเอวห่านแล้วดึงเข้าไปในห้อง แล้วปิดประตู

คุณชายหันมาไม่เห็นใคร เดินยิ้มไปที่หน้าห้องห่าน คุณชายเคาประตู ไม่มีเสียงตอบ
“คุณฮันนี่ครับ คุณฮันนี่” คุณชายเคาะประตู ก็ยังเงียบ “หรือว่าลงไปแล้ว”
คุณชายเดินออกไป
ในห้องพักบื้อ บื้อกับห่านอยู่ในท่ากอดกัน ห่านหลังติดกำแพง บื้อยืนด้านหน้า สองคนเงี่ยหูฟัง ไม่ได้ยินเสียงคุณชายแล้วก็หันมา ทำให้จมูกชนกัน บื้อกับห่านตกใจ บื้อรีบผละออกห่าง ทำหน้าไม่ถูก
“คุณชายคงไปแล้ว ฉันไปนะ”
บื้อพยักหน้า ห่านเปิดประตูโผล่หน้าออกมามอง ไม่เห็นใครก็รีบเดินออกไป บื้อปิดประตู พลางถอนหายใจออกมาอย่างหนัก

กรุงเทพ ที่โรงพยาบาล น้อยกำลังป้อนข้าวต้มให้คุณหนูจ๋า
“หนูจ๋าอิ่มแล้วค่ะป้า”
“อีกซักคำนะคะ คุณหนูจ๋าเพิ่งทานไปนิดเดียวเอง”
“หนูจ๋าไม่ไหวแล้วจริงๆ ค่ะ ขอเป็นน้ำผลไม้ดีกว่า”
“ก็ได้ค่ะ ถ้างั้นเดี๋ยวป้าไปซื้อให้นะคะ”
“ขอบคุณค่ะ”
น้อยลุกเดินเอาชามข้าวต้มไปวางบนโต๊ะแล้วก็เดินออกไปจากห้อง คุณหนูจ๋าพลิกตัวหันหลังให้ประตู ไม่นานเสียงประตูเปิด
“ทำไมป้ากลับมาเร็วจังคะ” คุณหนูจ๋าหันไป ปรากฏว่าเป็นโจ๊ก ที่สะพายกระเป๋าใส่อูคูเลเล่เดินเข้ามา คุณหนูจ๋าลุกขึ้นนั่ง “โจ๊ก”
โจ๊กยิ้มให้คุณหนูจ๋า แล้วก็เดินมายืนข้างเตียง
“หายแล้วเหรอครับ”
“ดีขึ้นแล้ว แต่หมออยากให้อยู่โรงพยาบาลคืนนี้อีกคืนเพื่อรอดูอาการ ขอบใจโจ๊กมากนะที่ช่วยฉัน”
“เล็กน้อยมากครับ”
คุณหนูจ๋าเห็นอูคูเลเล่
“โจ๊กเอาอูคูเลเล่มาทำไม”
“ผมกลัวคุณหนูจ๋าเซ็ง เพราะไม่มีไรทำ เลยเอามาให้นะครับ”
“ก็จริงอ่ะนะ กำลังเซ็งเลย โจ๊กเล่นให้หนูจ๋าฟังดีกว่า”
“ครับ”

โจ๊กเอาอูคูเลเล่ออกมาจากกระเป๋า
น้อยกำลังรอลิฟต์ แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ มองที่แขนตัวเอง
“โธ่เอ๊ย ลืมกระเป๋าตังค์ เฮ้อ”
น้อยหันหลังเดินกลับไปที่ห้อง
น้อยเดินกลับมา ได้ยินเสียงร้องเพลงและเสียงดนตรี ก็ชะงัก ค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปเห็นโจ๊กกำลังเล่นอูคูเลเล่ ร้องเพลง “ทุกอย่าง” ของวง สครัป
“จะทำทุกๆ อย่าง จะทำทุกๆ ทาง มันทำให้ฉันนั้นรู้ดีว่า จะเป็นเช่นไร แม้เธอจะมีใครไม่สำคัญ แค่เพียงเธอมองมาที่ฉัน เท่านั้นก็พอใจอยู่ภายใจ แม้เธอจะมีใครไม่สนใจ แม้ความเป็นจริงเป็นเช่นไร ไม่รู้แค่มีเธออยู่ในใจ จะทำทุกๆ อย่าง จะทำทุกๆ ทาง ให้เธอได้รู้สึกอบอุ่นหัวใจไปกับฉัน...”
คุณหนูจ๋าฟังโจ๊กแล้วก็ยิ้ม ยิ้มแบบไม่ได้คิดอะไร ส่วนโจ๊กมองคุณหนูจ๋าสายตามีความหมายมาก น้อยมองโจ๊กกับคุณหนูจ๋าก็ยิ่งใจคอไม่ดี น้อยแกล้งตะโกนเสียงดัง
“อ้าว โจ๊ก”
โจ๊กชะงัก หันไปเห็นน้อยก็รีบลุกขึ้นยืนไหว้ คุณหนูจ๋ามองน้อย
“ได้น้ำผลไม้มาแล้วเหรอคะ”
“ยังคะ ป้าลืมกระเป๋าตังค์” น้อยหยิบกระเป๋าบนโต๊ะขึ้นมา “โจ๊ก ลงไปซื้อน้ำเป็นเพื่อนฉันหน่อย”
“ครับ”
น้อยเดินออกไป โจ๊กเดินตาม

โจ๊กกับน้อยเดินออกมาจากลิฟต์ด้วยกัน น้อยหันไปทางโจ๊ก
“ฉันเปลี่ยนใจ ฉันว่าฉันไปซื้อของเองดีกว่า เธอกลับบ้านไปเถอะ” โจ๊กเหวอ
“เออ...ครับ ถ้างั้นผมขึ้นไปบอกคุณหนูจ๋า...”
“ฉันบอกให้เอง เดี๋ยวเราเดินออกไปด้วยกัน”
น้อยยิ้ม โจ๊กงงๆ แล้วก็เดินออกไปพร้อมกับน้อย

ที่สวิสเซอร์แลนด์ ห่านกำลังยืนมองวิวทิวทัศน์รอบๆ อย่างที่ต้องการจะจดจำมันเอาไว้ ด้านหลังเห็นคุณชายเดินมา
“เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกินนะครับ” ห่านชะงัก หันไปเห็นคุณชาย คุณชายเดินมายืนข้างๆ “เราต้องกลับกรุงเทพกันแล้ว”
“ใช่ค่ะ เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ”
“แล้วคุณฮันนี่มายืนทำอะไรตรงนี้ครับ”
ห่านหันไปมองรอบๆ
“ฮันนี่อยากจดจำทุกอย่างเอาไว้ในความทรงจำ ว่าครั้งนึงฮันนี่เคยมาที่นี่...กับคุณชาย” ห่านหันมาทางคุณชาย “ซึ่งมันอาจจะเป็นครั้งสุดท้าย”
“ทำไมคุณฮันนี่พูดแบบนี้แหละครับ เราต้องได้มาเที่ยวด้วยกันอีกสิครับ”
“ฮันนี่ไม่แน่ใจ คือ...คุณหญิงแม่ไม่ค่อยชอบให้ฮันนี่ไปที่ไหนค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นผมจะไปขออนุญาตท่านด้วยตัวเอง”
“อย่าเลยค่ะคุณชาย”
“ไม่ได้ครับ กลับกรุงเทพคราวนี้ ผมตั้งใจเอาไว้แล้วว่าผมจะไปกราบคุณแม่ของคุณฮันนี่” ห่านกลืนน้ำลายเอื๊อก “ผมอยากให้ท่านเห็นความจริงใจของผมที่มีต่อลูกสาวท่าน” ห่านอึ้ง คุณชายจับมือห่านสองข้าง สีหน้าจริงจัง
“เมื่อวานนี้ สิ่งที่ผมพูดกับน้องนุชในโบสถ์ ผมหมายถึงคุณฮันนี่นะครับ” ห่านตะลึงงัน “ผู้หญิงที่ผมอยากแต่งงาน และอยากใช้ชีวิตด้วยกัน คือคุณ” ห่านถึงกับพูดไม่ออก บอกไม่ถูก “ผมรักคุณครับคุณฮันนี่” ห่านหัวใจเต้นแรง น้ำตารื้นเหมือนฝันที่เป็นจริง “รักตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน ผมรู้ทันทีว่าคุณคืออีกครึ่งชีวิตของผมที่หายไป”
ห่านมองคุณชายด้วยความซาบซึ้ง คุณชายมองห่าน แววตาเต็มไปด้วยความรัก แล้วก็ค่อยๆ เคลื่อนหน้าเข้าไปจะจูบห่าน ห่านหลับตา ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่หัวใจต้องการ แต่บื้อเดินเข้ามาเห็นภาพตรงหน้าก็อึ้ง บื้อกัดกรามแน่น แล้วก็ตัดสินใจ...
“คุณชายครับ” คุณชายกับห่านชะงัก รีบผละออกจากกันแล้วหันมาทางบื้อ ห่านมองบื้อไม่ค่อยพอใจที่บื้อมาขัดจังหวะ “รถที่มารับเราไปสนามบิน มาแล้วครับ”
คุณชายพยักหน้า บื้อหันไปมองห่าน แล้วก็เดินออกไป
“ไปกันเถอะครับ”
“ค่ะ”
คุณชายยื่นมือออกไป ห่านจับมือคุณชาย สองคนยิ้มให้กัน แล้วก็เดินออกไป ทิ้งให้บื้อยืนเศร้าอยู่เพียงลำพัง

เมื่อกลับถึงเมืองไทย รถคุณชายแล่นมาจอดหน้าคอนโดสุรเดช สมลงมาเปิดท้ายรถเพื่อเอากระเป๋าเดินทางของห่านออกมา ในรถคุณชายนั่งที่เบาะหลังกับห่าน คุณชายหันไปทางห่านที่นั่งข้างๆ
“ให้ผมขึ้นไปส่งคุณฮันนี่นะครับ”
ห่านผงะ บื้อที่นั่งด้านหน้าชะงัก หันไปมองห่าน ห่านเหล่มองบื้อแล้วก็หันมาทางคุณชาย
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณชายรีบกลับบ้านไปพักเถอะนะคะ เดินทางมาเหนื่อยๆ ฮันนี่ขึ้นไปเองได้ ฮันนี่ไปก่อนนะคะ” ห่านรีบตัดบท บื้อจึงรีบพูดขึ้นมา
“ผมขอลงตรงนี้เลยนะครับคุณชาย ขอบคุณมากนะครับ สำหรับทุกอย่าง”
คุณชายพยักหน้าให้บื้อแล้วก็หันไปยิ้มให้ห่าน
“ผมคงคิดถึงคุณฮันนี่แย่”
ห่านยิ้มหวาน บื้อถอนใจ
“ถ้าคุณชายคิดถึงฮันนี่ เรานัดเจอกันก็ได้นี่คะ”
“มันไม่เหมือนตอนอยู่สวิสนี่ครับ เราได้เจอกันทุกวัน ทั้งวัน” คุณชายบอกด้วยน้ำเสียงอ้อน บื้อทนไม่ไหว
“แฮ่ม” คุณชายกับห่านหันมา “ผมไปนะครับ สวัสดีครับ”
บื้อรีบลงจากรถทันที ห่านมองตามบื้อ แล้วก็หันมายิ้มให้คุณชาย
“ถ้าคุณชายถึงบ้านแล้ว โทรบอกฮันนี่ด้วยนะคะ”

“ครับ”
ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ ตอนที่ 7 (ต่อ)

บื้อเดินมาเอากระเป๋าจากสม
“ขอบคุณครับ”
“ครับ”
บื้อกับสมหันไปเห็นคุณชายจับมือห่านขึ้นมาหอมพอดี บื้อใจแป้ว สมชะงัก
“คุณพระช่วย” สมหันไปทางบื้อสีหน้าอยากรู้ “นี่คุณหนูกับคุณผู้หญิงคนนั้น เป็นแฟนกันแล้วใช่มั้ยครับ ถึงได้จับมือถือแขน จุ๊บจุ๊บกันได้แบบนั้น”
“ผมไม่รู้ ผมไปก่อนนะครับ”
บื้อรีบลากกระเป๋าออกไปจากที่ตรงนั้นทันที เพราะทนเห็นภาพบาดตาไม่ไหว สมหันไปมองคุณชายกับห่านอีกครั้ง เห็นคุณชายยิ้มให้ห่าน
“ชัดเลย”

ห่านเขินอายมาก ค่อยๆ ดึงมือออกจากคุณชาย
“ฮันนี่ไปนะคะ บ๊ายค่ะ” ห่านหันหลังจะเปิดประตู
“คุณฮันนี่ครับ” ห่านหันมา “คุณจำที่ผมบอกคุณ ก่อนที่เราจะกลับมาได้ใช่มั้ยครับ”
ห่านคิดย้อนกลับไป
“ผมรักคุณครับคุณฮันนี่” ห่านหัวใจเต้นแรง น้ำตารื้นเหมือนฝันที่เป็นจริง “รักตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน ผมรู้ทันทีว่าคุณคืออีกครึ่งชีวิตของผมที่หายไป”
“ค่ะ”
“ผมหมายความตามนั้นทุกคำจริงๆ คุณฮันนี่เชื่อผมนะครับ”
“ค่ะ ฮันนี่เชื่อคุณชายค่ะ” คุณชายดีใจมาก “ฮันนี่ไปจริงๆ แล้วนะคะ”
“ครับ”
ห่านยิ้มแล้วก็เปิดประตูรถลงไป

ห่านยืนข้างกระเป๋าเดินทาง หันไปมองตามรถคุณชายที่แล่นออกไปไกล แล้วก็กรี๊ดออกมาดังลั่นด้วยความดีใจสุดๆ
“อ๊ายยย! อ๊ายยย” รปภ.เดินออกมาดู ห่านตกใจ รีบปิดปาก พร้อมยกมือไหว้ “ขอโทษค่ะ” รปภ.ส่ายหัวแล้วเดินเข้าไป ห่านยิ้มไม่หุบ แล้วก็นึกขึ้นมาได้ “บื้อ”
ห่านมองไปรอบๆ มองหาบื้อ แต่ไม่เห็น ห่านนิ่วหน้า

บื้อลากกระเป๋าเดินมาตามทางหน้าอย่างเซ็ง พลันเสียงมือถือดังขึ้น บื้อหยิบมือถือออกมาเห็นชื่อก็ชะงักตัดสินใจว่าจะรับดีหรือไม่
ห่านยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าคอนโดสุรเดช มีกระเป๋าเดินทางข้างตัว
“อยู่ไหน”
บื้อเดินอยู่
“ป้ายรถเมล์”
ห่านลากกระเป๋าเดินทางแล้วเดิน
“รอฉันตรงนั้น ฉันไปด้วย”
ห่านวางสาย เร่งฝีเท้าเดิน บื้อเซ็ง

บนรถเมล์ บื้อกับห่านนั่งกันตรงที่นั่งหลังสุด ห่านนั่งริมหน้าต่าง บื้อนั่งถัดมา มีกระเป๋าเดินทางสองใบวางข้างบื้อ ห่านเริ่มง่วง หาว ตาค่อยๆ ปิด จนหลับไป ห่านสัปหงก หัวเอนไปมาแล้วก็มาซบตรงไหล่บื้อ
บื้อผงะ หันมามองห่านที่ซบไหล่เค้า บื้อค่อยๆ เอามือจะยกหัวห่านออกไป แต่กลับเปลี่ยนใจ ค่อยๆ วางหัวห่านไว้ที่ไหล่ตัวเอง บื้อหลุบตามองห่าน แล้วก็ยิ้มออกมาอย่างรู้สึกดี มีความสุขที่สุด

สมกำลังขับรถ ลอบมองกระด้านหน้าเห็นคุณชายนั่งยิ้มอยู่คนเดียว สมแปลกใจมาก พึมพำเสียงเบา
“ยิ้มคนเดียวซะด้วย อาการหนัก”
คุณชายได้ยิน หันมา
“ฉันได้ยิน”
สมสะดุ้ง ยิ้มแหย
“อุ้ย...แหม ผมว่าผมพูดเบาแล้วเชียว”
“สงสัยอะไรก็ถามมาตรงๆ ไม่ต้องพูดลับหลัง” สมหน้าแหย
“คุณหนูกับคุณผู้หญิงคนนั้น...”
“คุณฮันนี่”
“อ๋อ ชื่อหันหนี” คุณชายยิ้มขำ
“ฮันนี่ ไม่ใช่หันหนี”
“ขอโทษครับ คุณฮันนี่”
“เค้าเป็นผู้หญิงที่ฉันรัก และจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ฉันจะแต่งงานด้วย มีอะไรสงสัยอยากถามอีกมั๊ย”
“ชัดขนาดนี้ ไม่มีไรจะถามแล้วล่ะครับ แต่...” สมทำสีหน้าลำบากใจ “คุณหญิงจะอนุญาตให้คุณหนูคบกับคุณหันหนี เอ๊ย...คุณฮันนี่เหรอครับ ผมล่ะกังวลใจแทน เพราะระหว่างที่คุณหนูไม่อยู่ คุณดาหลากับคุณดารัณมาที่บ้านทู้กกกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ”
“ขอบใจที่กังวลใจแทนฉัน แต่ฉันเชื่อว่าซักวันคุณแม่จะต้องเข้าใจ และยอมรับคุณฮันนี่ได้อย่างแน่นอน”
คุณชายบอกด้วยสีหน้ามั่นใจ แต่สมลอบถอนหายใจ พลางมองคุณชายทางกระจกหน้ารถอย่างไม่เชื่อ

บื้อกับห่านลากกระเป๋าเดินทางมาตามทาง ห่านหาวไม่หยุด แล้วบื้อก็เห็นลุงจ๊อดล้างตุ๊กตุ๊กอยู่หน้าบ้าน บื้อ หยุดเดิน ทำให้ห่านที่เดินตามมาชนหลังเต็มๆ
“โอ๊ย หยุดทำไม”
บื้อหันมาเอามือปิดปากห่าน ห่านตกใจ บื้อบุ๊ยใบไปทางลุงจ๊อด ห่านหันไปมองตาม
“ลืมไปแล้วเหรอว่าลุงจ๊อดไม่รู้ว่าเราไปสวิสฯด้วยกัน”
ห่านเอามือบื้อออก
“จริงด้วย แล้วทำไง”
“หลบก่อน”
บื้อกับห่านรีบย่องเข้าไปหลบ ลุงจ๊อดหันขวับไม่เห็นใครแล้ว

บื้อกับห่านยืนอยู่ด้วยกัน
“ฉันจะหันเหความสนใจจากลุงจ๊อด ส่วนเธอก็รีบเดินกลับไปที่บ้าน โอเค้”
“อือ”
บื้อรีบลากกระเป๋าเดินทางเดินออกไป ห่านมองตาม

ลุงจ๊อดร้องเพลงไป ล้างตุ๊กตุ๊กไป หันมาเห็นบื้อ็ก็ดีใจ ทิ้งผ้าในมือ แล้ววิ่งมาหา
“ไอ้บื้อ ไอ้บื้อ เอ็งกลับมาแล้ว” ลุงจ๊อดโผกอด “ข้าล่ะคิดถึงเอ็งจริงจริ๊ง” บื้อผละออก
“คิดถึงจนต้องมาใช้น้ำบ้านผมเลยเหรอลุง”
“ชะอุ่ย” ลุงจ๊อดยิ้มแหย “ข้าเห็นไอ้โย่งอยู่คนเดียว กลัวว่าจะใช้น้ำไม่คุ้ม ข้าก็เลยมาช่วยใช้”
บื้อยิ้มๆ แล้วก็โอบบ่าลุงจ๊อดให้หันหน้าเข้าบ้าน หันหลังให้ตรงที่ห่านซ่อนตัวอยู่
“ลุงเข้าไปช่วยฉันรื้อกระเป๋าดีกว่า ฉันมีของมาฝากลุงด้วย”
“จริงเหรอวะ”
“อื้อ”
ลุงจ๊อดดีใจ รีบเดินเข้าไปในบ้านกับบื้อ ด้านหลังเห็นห่านค่อยๆ โผล่หน้าออกมามอง ถอนหายใจโล่งอก แล้วก็รีบลากกระเป๋าเดินทางออกมา
ที่บ้านคุณชาย ชนะศึกกับคุณหญิงรื่นฤดีกำลังทานอาหารเย็นด้วยกัน ไม่นานคุณชายเดินเข้ามา ชนะศึกเห็น ก็ชะงัก คุณชายยกมือไหว้ชนะศึก
“ตาชาย”
“เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็ง นึกอยากจะไปจะมา เมื่อไหร่ กับใคร เค้าก็ไป โดยไม่เห็นหัวงอกหัวดำแถวนี้” คุณหญิงรื่นฤดี พูดขึ้นลอยๆ ชิดๆ แล้วก้มหน้าทานข้าว ชนะศึกใจคอไม่ดี หันไปกระซิบกับคุณชาย
“ครั้งนี้แม่แกโกรธมาก”
คุณหญิงรื่นฤดีวางช้อนกับส้อมดังโครม ชนะศึกกับคุณชายตกใจ หันไปมอง คุณหญิงรื่นฤดีเช็ดปากแล้วก็ลุกขึ้นยืน
“อิ่มแล้วเหรอคุณ”
“ค่ะ ทานไม่ลงแล้ว ฉันขอตัว”
คุณหญิงรื่นฤดีขยับตัวเดินผ่านคุณชาย
“แม่ครับ”
แต่คุณหญิงรื่นฤดีไม่สน ทำเหมือนคุณชายไม่มีตัวตน เดินออกไป คุณชายถอนหายใจ ชนะศึกจับไหล่คุณชาย
“รีบตามแม่เค้าไป”
คุณชายพยักหน้า แล้วเดินออกไป ชนะศึกส่ายหัวด้วยความเอือมระอา

คุณหญิงรื่นฤดียืนกอดอกสีหน้าไม่สบอารมณ์ คุณชายเดินออกมาจากข้างหลัง มาหยุดยืนข้างแม่
“ผมขอโทษนะครับคุณแม่” คุณหญิงรื่นฤดีเบือนหน้าไปทางอื่น “ผมรู้ว่าผมผิด ที่ไม่บอกคุณแม่เรื่องที่พาคุณฮันนี่ไปด้วย แต่ผมไปทำงานจริงๆ นะครับ”
“ไม่ต้องอธิบาย แม่ไม่อยากฟัง”
คุณชายเดินอ้อมมาตรงหน้า
“โธ่คุณแม่ นี่ผมต้องทำยังไง คุณแม่ถึงจะหายโกรธครับ”
คุณหญิงรื่นฤดีหันมามองหน้าคุณชายสีหน้าเอาจริงเอาจัง
“สิ่งเดียวที่จะทำให้แม่หายโกรธก็คือ ลูกต้องหมั้นกับหนูดาหลา” คุณชายชะงัก
“แต่ผมไม่ได้รักคุณดาหลา ผมรักคุณฮันนี่”
“ตาชาย”
“ผมจะแต่งงานกับคนที่ผมรักเท่านั้น”
“แต่แม่ไม่ชอบผู้หญิงคนนั้น” คุณชายสวนกลับทันที
“ทำไมคุณแม่ถึงไม่ชอบเค้าล่ะครับ คุณแม่ยังไม่เคยทำความรู้จักกับเค้าซักนิด ผมขอโอกาสให้กับคุณฮันนี่ซักครั้งจะได้มั้ยครับ”
คุณชายส่งสายตาวิงวอน คุณหญิงรื่นฤดีคิดนิดนึง แล้วก็ตัดสินใจ
“ก็ได้ แม่จะให้โอกาสผู้หญิงคนนั้น”
คุณชายยิ้มออกมาด้วยความดีใจมาก แต่คุณหญิงรื่นฤดีมีแผนในใจ

คืนนั้นที่บ้านเช่าห่าน แหม่มกลับเข้ามาในบ้าน แล้วต้องแปลกใจที่บ้านเปิดไฟสว่างทั้งหลัง
“นี่เราลืมปิดไฟก่อนออกจากบ้านเหรอ” แหม่มนิ่วหน้า เดินเข้าไปก็ผงะเห็นอาหารเต็มโต๊ะ แหม่มยิ้มออกมา อย่างนึกออก “ไอ้ห่าน”
แหม่มหันไปเจอห่านถือจานไข่เจียวเดินออกมา
“ก็ฉันน่ะสิ ไม่อยู่แค่ไม่กี่วัน ลืมเพื่อนไปเลยเหรอ”
แหม่มยิ้มร่าเข้ามากอดห่าน
“ฉันดีใจจริงๆ ที่แกกลับมา” แล้วท้องแหม่มก็ร้อง ห่านผงะ แหม่มผละออกมายิ้มแหย เอามือจับท้องตัวเอง “หิว”
“รู้แล้ว”
ห่านหัวเราะ แหม่มพลอยหัวเราะไปด้วย
แหม่มกินไม่หยุด จนห่านมองด้วยความประหลาดใจ
“ช่วงที่ฉันไม่อยู่บ้าน แกอดอยากมากขนาดนี้เลยเหรอ”
“ใช่น่ะสิ วันๆ กินแต่อาหารถุง”
“เมื่อก่อนแกก็กินได้”
“แต่พอฉันมาอยู่กับแก ได
กำลังโหลดความคิดเห็น...