xs
sm
md
lg

หัวใจเรือพ่วง ตอนที่ 8

เผยแพร่:

หัวใจเรือพ่วง ตอนที่ 8

วันต่อมา รุจรวีคุยอยู่กับทักษอรอย่างอ่อนหวาน ทั้งสองคนอยู่ในห้องโถงบ้านพักของ พีระ แรนโช รีสอร์ต

“แม่ว่าถ้าแม่ได้เงินไปลงทุนอีกสักก้อน แม่ต้องคืนทุนแน่นอน หุ้นตัวที่แม่ดูไว้ มันกำลังขึ้นเลยล่ะจ๊ะ หนูอร”
“คราวที่แล้ว คุณแม่ก็พูดแบบนี้” รุจรวีหน้าเสีย “แต่ก็เอาเถอะค่ะ ถ้าคุณแม่อยากลองดูอีก ก็ได้ สองแสนดีใช่มั้ยคะ”

รุจรวียิ้มเรี่ยราด “ใช่จ้ะ”
ทักษอร หยิบเช็คในกระเป๋าขึ้นมาเขียน
“แต่คุณแม่ต้องจัดการเรื่องน้าสาวรัญธิดาให้หนู หนูไม่ชอบที่ยายนี่ ชอบมาป่วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ พี่ธาริศ”
“ได้จ้ะ เป็นแม่ม่ายมาทำตัวแบบนี้คงไม่เหมาะ แม่เองก็เป็นแม่ม่ายเลี้ยงตาธาริศมาคนเดียวเหมือนกันแต่ไม่เคยทำตัวเสื่อมเสียให้ใครนินทา
รุจรวีเอื้อมมือไปรับ แต่ทักษอรยักกลับไว้ไม่ยื่นให้
“รวมทั้งเด็กอะตอมด้วย”
รุจรวีงง “อะตอม...ไหนเหรอจ๊ะ”
“ลูกของยายแพท พี่ธาริศเอ็นดูมันมาก แถมพามาเล่นด้วย...หนูไม่ชอบ”
“อ๋อ จ้ะๆ แม่เข้าใจแล้ว ได้ ๆ”
ทักษอรยื่นเช็คให้รุจรวี
เสียงธาริศดังเข้ามา “เดี๋ยวก่อน”
รุจรวีหันไปมอง ธาริศเข้ามาดึงเช็คออกไป
“แม่ครับ พอเถอะครับ” แล้วหันมาทางทักษอร “ถ้าอรยังรักพี่ อย่าตามใจแม่ผิดๆ แบบนี้อีก”
รุจรวีไม่พอใจ “มันเรื่องของแม่กับหนูอรนะตาริศ เอาเช็คคืนมาให้แม่”
นอกจากไม่คืน ธาริศยังฉีกเช็คทิ้ง ทั้งรุจรวี และทักษอรต่างมองหน้ากัน ไม่คิดว่าธาริศจะทำแบบนี้

ธาริศซึ่งถือสมุดสเก็ตงานกับหมวกคุมงาน เตรียมตัวไปดูที่ เดินออกมา รุจรวีเดินตามมาหน้าตึงท่าทางฉุนเฉียว
“ธาริศ...ธาริศ มาคุยกับแม่ก่อน หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
ธาริศยอมหยุดหันมาหามารดา
“แม่เล่นหุ้นจนหมดตัวใช่มั้ยครับ”
“เรื่องการลงทุนมันก็ต้องมีขาดทุนกันบ้างเป็นธรรมดา แต่พอได้กำไร มันก็คุ้มเกินคุ้มนะ” รุจรวีแก้ต่าง
“แต่เท่าที่ผมเห็น แม่ขาดทุนมาหลายครั้งแล้วนะครับ ผมว่าแม่น่าจะตั้งใจดูแลธุรกิจสปาที่มีอยู่ให้ดีกว่า แค่นั้นก็มีเงินให้แม่ใช้จ่ายสบายๆ อย่าทำอะไรเกินตัวอีกเลย”
“ไม่ต้องมาสอนฉัน ฉันทำงานหาเลี้ยงตัวเองมาตลอด ตั้งแต่พ่อแกยังอยู่กับเราด้วยซ้ำ ถ้าฉันขี้ขลาดไม่กล้าลงทุนทำอะไรสักอย่าง อย่างพ่อแก ฉันคงไม่เลี้ยงแกโตจนมาถึงทุกวันนี้หรอก”
ธาริศเจ็บจี๊ดในใจเมื่อรุจรวีโยงไปถึงบิดาอีก แต่ไม่สามารถพูดอะไรได้
“แต่ตอนนี้ แม่ก็ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นอีกแล้ว ผมเลี้ยงแม่ได้”

“แล้วแกจะเดือนร้อนทำไมนัก หนูอรเค้ายินดีให้แม่ เงินพวกนั้นมันเล็กน้อยมากสำหรับเค้า เป็นลูกสะใภ้ทำไมจะให้เงินแม่สามีไม่ได้ ไม่เห็นมันจะมีปัญหาอะไร”
ธาริศมองหน้าแม่ “ปัญหามันคือ...ผมจะกลายเป็นทาสเค้าตลอดไป...พอเถอะครับแม่ อย่าเอาเงินอรอีกเลย เหลือศักดิ์ศรีความเป็นคนให้ผมบ้าง”
รุจรวีโกรธจัด “ตาธาริศ”
ทั้งคู่สบตากัน มีแต่ความเจ็บปวดทั้งคู่
“ผมขอโทษครับ...ผมขอตัวไปทำงานก่อน”
ธาริศเดินออกไป รุจรวีได้แต่เสียใจ แต่ด้วยทิฐิ จึงไม่สามารถเอ่ยปากขอโทษลูกชายได้ว่าตัวเองเป็นคนผิด

เวลาต่อมา ที่ออฟฟิศชั่วคราว ไม่ไกลจากไซต์งานก่อสร้างในรีสอร์ต ซึ่งเป็นบ้านเล็กชั้นเดียวริมน้ำ
ธาริศนั่งเขียนพิมพ์เขียวอยู่ในนั้น แต่ไม่มีสมาธิพอ ยังเสียใจเรื่องทะเลาะกับแม่ ในที่สุดก็ปัดข้าวของใกล้ๆ ลงพื้นหมด
“โธ่เว้ย”
ประตูเปิดออก รัญธิดาเดินเข้ามาแล้วชะงัก ธาริศรีบหันหลังให้
รัญธิดาตกใจ อึ้งๆ “คุณพีทให้ฉันเอาตัวอย่างสีที่ชอบมาให้คุณ ...คือ.. วันนี้คุณพีท ออกไปข้างนอก”
ธาริศพยายามข่มใจ “งั้นก็เอาวางไว้บนโต๊ะนั่นแหละ”
รัญธิดาเดินเอามาวาง แล้วลังเลเห็นสีหน้าธาริศแย่มากๆ
“ทะเลาะกับคุณอรมาเหรอคะ
ธาริศเสียงเขียว “มันไม่ใช่เรื่องของคุณ
รัญธิดาจี๊ดอุตส่าห์เป็นห่วง “ขอโทษ จริงของคุณ ฉันไม่ควรยุ่งเรื่องส่วนตัวของคนอื่น”
พูดจบรัญธิดาตั้งท่าจะเดินไป
“เดี๋ยวก่อน!”
รัญธิดาชะงัก ธาริศหันมามอง ดวงตาเจ็บช้ำ
“เมื่อก่อน เวลาที่เธอเป็นทุกข์มากๆ ที่ถูกยายดุด่า...เธอทำยังไงบ้างก่อนที่จะเจอกับผม”

รัญชะงักอึ้ง
สองคน อยู่ด้วยกันตรงบริเวณห้องอาบน้ำ ซึ่งเป็นส่วนของห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวในออฟฟิศชั่วคราวแห่งนี้ มือรัญธิดาเปิดฝักบัวแรงๆ น้ำไหลออกมาเป็นสาย บอกเสียงเรียบ

“เข้าไปซิ”
ธาริศงงง
“ถ้าคุณอึดอัดอะไร อยากระบายอะไรออกมาก็เอาเลย ตอนอยู่บ้านยาย ฉันมักจะเอาหัวจุ่มลงไปในโอ่ง แล้วก็ตะโกนดังๆ หรือไม่ก็ร้องไห้ สายน้ำมันจะช่วยให้เราสงบ มันอาจจะดูเด็กๆ ไปหน่อย แต่ฉันว่ามันก็ได้ผลดีดีทีเดียว คุณทะเลาะกับแม่มาเหรอคะ”
ธาริศเงียบไม่ตอบ
“แล้วแต่คุณแล้วกัน...อย่างน้อยน้ำเย็นๆ มันก็จะช่วยให้ใจเราเย็นขึ้น”
รัญธิดาเดินหนี ปิดประตูทำเป็นไม่ใส่ใจ
เป็นธาริศทั้งชุด ค่อยๆขยับเข้าไปยืนใต้ฝักบัว....หลับตายืนนิ่งปล่อยให้น้ำจากฝักบัวไหลผ่านหน้า ดับความร้อนรุ่มในใจ แล้วตะโกนออกมาดังๆ ระบายอารมณ์
“โธ่เว้ย...”
รัญธิดายืนอยู่หน้าห้อง แอบยิ้มนิดๆ ด้วยความดีใจที่ช่วยธาริศได้ ก่อนเดินไป

พอรัญธิดาเปิดประตูห้องแต่งตัวออกไป แต่ต้องชะงักเมื่อเห็น เฉิดโฉมกับทักษอรเดินมา รัญธิดาไม่รู้ทำยังไง รีบหลบเข้าไปในห้องหลังประตู ขณะที่สองสาวเดินมาหน้าห้อง
“เธอแน่ใจเหรอว่าพี่ธาริศอยู่ในนี่” ทักษอรถาม
“ค่ะ ก็คนงานบอกอย่างงั้น คนงานบอกว่าเห็นคุณธาริศเดินมาทางนี้ค่ะ”
“แต่ว่า นี่มันห้องแต่งตัวของผู้ชาย ชั้นจะเข้าไปได้เหรอ”
“แล้วจะเป็นไรไปล่ะคะ ตอนนี้ไม่มีแขกมาใช้หรอกค่ะ ดีเสียอีกก็คุณอรบอกว่าอยากมาปรับความเข้าใจกับคุณธาริศไม่ใช่เหรอคะ” เฉิดโฉมยิ้มเป็นนัย “อยู่กันแค่สองคนแบบนี้ยิ่งดี จะได้จิจ๊ะกันลับหูลับตาใครๆ...อิอิอิ”
ที่ด้านในรัญธิดาตกใจมากไม่รู้จะทำยัง มือเฉิดโฉมเปิดประตูเข้ามา ทักษอร กวาดตามองไปทั่วๆ
“ไม่เห็นมีใคร กลับเถอะพี่ธาริศคงไม่ได้อยู่ในนี่”
“ไหนๆ ก็มาแล้ว เข้าไปดูข้างในหน่อยเถอะค่ะ เผื่อคุณธาริศจะเข้าห้องน้ำอยู่ด้านใน”
ระหว่างนั้นรัญธิดาหลบอยู่หลังล็อกเกอร์ใส่ของ ด้านในอีกทีเห็นห้องอาบน้ำก็ตกใจ

รัญธิดารีบเปิดประตูเข้ามาในห้องน้ำแล้วปิดล็อค ธาริศตกใจ
“เธอเข้ามาทำไม”
รัญธิดาไม่พูดแต่ยกมือจุ๊ปากให้เงียบ ลูกปิดประตูหมุนกึกกัก แล้วมีเสียงเคาะประตู
“พี่ธาริศคะ อยู่ในนี้หรือเปล่า”
เป็นเสียงทักษอร ธาริศและรัญธิดาตกใจมาก

ตรงแผงขายผลไม้ในตลาด ทิพปภาอยู่ตรงนั้น กำลังส่งที่อยู่ให้แม่ค้าพลางถาม
“พอจะรู้จักมั้ย ว่าหมู่บ้านนี้อยู่ที่ไหน ไปยังไง”
“จะรู้จักได้ไงล่ะคุณ ปากช่องนะไม่ใช่กว้างแค่ฝ่ามือ..ไปถามบุรุษไปรษณีย์สิยะ”
ทิพปภากระชากกระดาษมา ด่าแม่ค้ากลับ
“ไม่รู้แล้วจะเอาไปดูทำไม เสียเวลา น่านำคาญ”
ทิพปภาหันหลังเดินหนี
อีกมุมไม่ไกลนัก พีทซื้อผลไม้อยู่ ควักเงินจ่ายค่าผลไม้ แล้วเอากระเป๋าตังค์ใส่กางเกงหลัง ก่อนเดินออกไปที่รถ ทิพปภาหันมาเห็นกระเป๋าตังค์ตกอยู่ที่พื้น มองกระเป๋าตังค์ตาเขม็ง

ขณะที่พีทขึ้นรถกำลังจะสตาร์ท ทิพปภามาเคาะกระจกด้านข้าง พีทหันไปดูลดกระจกลงอย่างงงๆ
“มีอะไรเหรอครับ”
ทิพปภาชูกระเป๋า
“นี่กระเป๋าคุณหรือเปล่า”
พีทสำรวจหากระเป๋าตัวเองด้านหลัง
“ขอบคุณมากฮะ คุณน้า”
พีทยกมือไหว้รับมา ทิพปภาส่งเสร็จก็หันหลังกลับแบบไม่ยินดียินร้ายไม่ได้หวังผลตอบแทน พีทรีบเรียกไว้
“คุณน้าเดี๋ยวฮะ คุณน้าจะไปไหนหรือฮะ ผมไปส่งมั้ยฮะ”
“ฉันจะไปหาลูกสาวของชั้น”

ทิพปภาบอกอย่างมาดหมาย

อ่านต่อหน้า 2
หัวใจเรือพ่วง ตอนที่ 8 (ต่อ)

ขณะเดียวกันนั้น ทักษอรเดินเข้ามาหน้าห้องอาบน้ำในออฟฟิศชั่วคราวของรีสอร์ต พลางตะโกนบอก

“พี่ธาริศ นี่อรเองนะคะ”
ธาริศกับรัญธิดาที่อยู่ในห้องน้ำ ตกใจไม่รู้ทำไง ธาริศเอื้อมมือปิดปากรัญ ก่อนจะเบี่ยงตัวให้รัญหลบอยู่ด้านหลัง
“อรอยากทำความเข้าใจกับพี่เรื่องคุณแม่พี่”
“พี่โอเคแล้วอรเรื่องนั้น พี่ไม่ได้โกรธอรสักนิดเดียว” ธาริศตะสินใจตะโกนออกไป
“งั้นก็ออกมาคุยกันซิคะ”
“ไว้กลับไปคุยกันที่บ้านดีกว่า”
“ก็ได้ค่ะ ถ้าพี่ธาริศไม่ออกมา งั้นอรจะเป็นคนเข้าไปเอง”
ธาริศตกใจ รัญเองก็ตะลึงพรึงเพริด....ตาเบิกกว้าง ถ้าทักษอรเข้ามาจะเกิดอะไรขึ้น สองคนตะลึงตัวแข็งทั้งคู่ทำอะไรไม่ถูก ลูกบิดประตูถูกแตะทำท่าจะเปิดออก
ที่ด้านนอกของห้อง จู่ๆ มีเสียงผู้ชายร้อง “เฮ้ย”
ทักษอรหันไปดู เห็นผู้ชายนุ่งผ้าเช็ดตัวเข้ามาจะอาบน้ำ ทั้งคู่ตกใจ
ทักษอรร้อง “ว้าย” รีบเอามือปิดตาหันหลังให้ทันที
ผู้ชายโวยวายใส่ทันควัน “นี่ห้องผู้ชายนะครับคุณ เข้ามาได้ไงเนี่ย” พลางจับผ้าเช็ดตัวกระชับไว้แน่น
“ค่ะ...ขอโทษค่ะ...ไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” ทักษอรลนลานตะโกนบอกธาริศ “งั้นอรไปรอที่บ้านนะคะ” จากนั้นก็รีบออกไป
ผู้ชายข้างนอกบ่นพึมพำ “อะไรวะ เข้ามาได้ยังไง” แล้วจึงเข้าห้องอาบน้ำห้องข้างๆ ไป
ส่วนในห้องน้ำอีกห้องรัญธิดายังคงอยู่ในอ้อมแขนธาริศ สักครู่ธาริศค่อยๆ ปล่อยมือที่ปิดปากรัญธิดาออกถอนใจอย่างโล่งอก
“อรไปแล้ว”
สองคนยิ้มให้กันอย่างโล่งใจ
“ดูซิ รัญเปียกหมดเลย”
ธาริศยกมือขึ้นเช็ดหยดน้ำตามไรผมให้
รัญธิดามองอีกฝ่าย “พี่ก็เหมือนกันนั้นแหละ ดูไม่ได้เลย” พร้อมกับยิ้มขำๆ

ว่าแล้วรัญธิดาก็ยกมือขึ้นเช็ดหยดน้ำที่ใบหน้าธาริศ สองคนอดหัวเราะให้กันไม่ได้ แล้วก็ต้องชะงักเมื่อรับรู้ว่าตอนนี้อยู่ใกล้ชิดกันมาก ใจเต้นโครมคราม...รับรู้ความรักที่มีอยู่ในใจกันและกัน ความรักความผู้กพันดูดดึงสองคนให้ค่อย ๆ เอนหน้าเข้าหากัน แต่พอปากจะแตะถึงกัน แต่แล้วก็หยุดชะงักกันทั้งสองคน แล้วก็รีบผลักกันออกห่าง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีผุดขึ้นมาในหัว
รัญธิดาบอกเสียงแข็ง “คุณอรรอคุณอยู่ที่บ้าน”
“ใช่...ส่วนรัญ ก็มีพี่พีทรออยู่”
สองคนมองหน้ากัน ต่างคนต่างคิดได้ รัญธิดารีบเบี่ยงตัวออกมาจากห้องน้ำเดินสะเปะสะปะออกไป ธาริศเองก็เปิดน้ำราดหัวใหม่อีกรอบเพื่อพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองเช่นกัน


คู่ต่อมารัญธิดาเดินออกมาอย่างรวดเร็ว รู้สึกหวั่นกลัวเมื่อรู้ว่าตัวเองยังรักธาริศอยู่มาก รัญธิดาว้าวุ่น สับสน หวาดกลัวกับอารมณ์ของตัวเอง
“ไม่ ไม่ มันต้องไม่เป็นแบบนี้”
แล้วจึงคิดได้ว่าควรหาพีทให้เร็วที่สุด

ด้านพีทขับรถมาตามทางในหมู่บ้าน
“คุณรู้จักแน่เหรอ” ทิพปภาถามย้ำ
“ถ้าหมู่บ้านบ้านนั้น ผมรู้จักดี คู่หมั้นของผมอยู่ในที่นั่น เดี๋ยวพอถึงหมู่บ้านแล้วคุณน้าบอกผมนะครับ ว่าบ้านเลขที่เท่าไหร่” พีทบอกยิ้มๆ
ทิพปภามองอย่างมีความสุข มองกระดาษจดที่อยู่อีกที

ฟากรัญธิดาเดินเข้ามาเก็บกระเป๋าที่โต๊ะทำงาน ตัวยังหมาดๆ อยู่ ฝนที่ปัดกวาดแถวนั้นหันมาดูด้วยสีหน้าตกใจ
“ตายแล้วคุณรัญ! ไปทำอะไรมาคะ ทำไมเปียกปอนขนาดนี้”
“มีอุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะค่ะ พี่ฝนไม่ต้องบอกใครนะคะ รัญจะกลับบ้านก่อนนะคะ” รัญธิดาออกอาการอึกอัก
ฝนรับปากงงๆ “ค่ะ...ได้ค่ะ”
รัญธิดาหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า อย่างตัดสินใจ แล้วเดินออกจากห้องไป

รถพีทขับเข้ามาจอดตรงหน้าบ้านแพท พีทหันมองทิพอย่างงุนงง
“แน่ใจเหรอครับ ว่าลูกของคุณน้าอยู่บ้านหลังนี้”
ทิพปภามองบ้านอย่างดื่มด่ำ ไม่ตอบ แล้วเปิดประตูรถ เดินลงไป พีทตกใจเปิดประตูตาม
“เดี๋ยวก่อนครับ คุณน้า...... นี่มัน...”
พีทชะงักค้าง เพราะโทรศัพท์ดังขัดขึ้น พีทละล้าละลัง เห็นทิพปภาเปิดประตูรั้วเข้าบ้านแพทไป ก็ตกใจ แต่ต้องเดินไปหยิบโทรศัพท์ในรถ

รัญธิดาเดินพูดโทรศัพท์มาตามทางในรีสอร์ต
“คุณพีทคะ คุณอยู่ที่ไหน รัญมีเรื่องสำคัญมากอยากจะพูดกับคุณ”
“คุณจะเชื่อมั้ย ถ้าผมจะบอกว่า ผมกำลังอยู่ที่หน้าบ้านคุณ... คือ...ตอนนี้...”
รัญธิดามัวแต่กังวลเลยไม่ใส่ใจฟังที่พีทจะพูด รีบตัดบท “รออยู่ที่นั้นนะคะ อย่าไปไหน รัญกำลังจะไปหาคุณเดี๋ยวนี้”
รัญธิดาวางหูเร่งฝีเท้าอย่างร้อนใจ
พีทวางหู วุ่นวายใจ แล้วมองไปในบ้าน ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไป

ทิพปภาลองเปิดประตูกระจกหน้าตัวบ้าน แต่ก็ติดล็อคอยู่ ทิพปภาลังเลสักครู่แล้วเขย่าประตูอีก พีทตามมาคว้าแขนไว้
“เดี๋ยวครับคุณน้า คุณน้าบอกว่าลูกสาวอยู่ที่นี่”
ทิพปภาเริ่มรำคาญ “ก็จริงนะซิ” หยิบกระดาษจดที่อยู่มาให้ดู “นี่ไงบ้านเลขที่...” แล้วอ่านเลขที่บ้าน “คุณก็เห็นแล้วนี้น่า”
พีทเอากระดาษจดที่อยู่มาดู แล้วทำหน้างงๆ
“แล้วลูกสาวคุณน้าชื่ออะไร”
“ชื่อ...” ทิพปภาชะงัก “ทำไมคุณจะต้องถาม มันธุระกงการอะไรของคุณไม่ทราบ ขอบคุณมากที่มาส่ง แต่กลับไปได้แล้ว”
พีทท้วง “แต่...”
ทิพปภาไม่ฟังพูดจบก็เดินไปหลังบ้านเลย ไม่ฟังคำตอบ

พีทยิ่งงง มองที่อยู่ในมืออีกครั้ง เห็นตรงกับเลขที่บ้านแพท พีทเกิดอาการละล้าละลัง ว่าจะทำไงดี?
ทักษอรเดินออกจากด้านในบ้านพัก มาชะเง้อ ชะแง้รอธาริศอย่างร้อนใจ เฉิดโฉมโผล่พรวดเข้ามาหา

“คุณอรคะ... เป็นงัยบ้างคะ ตกลงคุณธาริศอยู่ในห้องน้ำรึเปล่าคะ”
“ใช่” ทักษอรไม่สนใจ ชะเง้อมองธาริศต่อ
“แล้วได้คุยกันเรียบร้อยมั้ยคะ”
“ยัง”
ทักษอรตอบห้วนๆ จะหนีเข้าบ้านเพราะรำคาญ เฉิดโฉมดึงแขนไว้
“อ้าว ทำไมล่ะคะ โอกาสดีๆ แบบนั้นน่าจะคุยกันให้รู้เรื่องนะคะ เก็บเอาไว้ทำไม”
ทักษอรตวาดแว้ด “เธอนี่อะไรนะ ปัญญาอ่อนหรือเปล่า เลิกยุ่งกับชั้นได้แล้ว รำคาญ!”
ทักษอรสะบัดแขนออก แล้วเดินเข้าบ้าน เฉิดโฉมเสียหลักล้มลงบนพื้น
“ว้าย”
ชูพรวนดินอยู่ใกล้ๆ เห็น ลุกขึ้นยืนมอง
“คุณเฉิด” ชูวิ่งเข้ามา “คุณเฉิดเป็นอะไรรึเปล่าครับ”
“จะถามทำไม รีบดึงชั้นลุกขึ้นที... เร็วๆ”
ชูดึงขึ้น แต่ดึงแรงไปหน่อย ร่างเฉิดโฉมปลิวมาปะทะอกชู
“ว้าย!”
ที่ด้านหลัง ฝนยืนหน้าหงิกอยู่
“ไอ้ชู!”
ชูหันไปสะดุ้ง รีบผละออกจากเฉิดโฉมทันที
“พี่ฝน...”
ฝนโมโหหึง “อย่างงี้นี้เองเหรอ ที่เข้าว่าผู้ชายเชื่อไม่ได้สักคน นี่มันจริงแท้ๆ”
“ไม่ใช่นะพี่ฝน ชูรักพี่ฝนคนเดียวจริงๆ” ชูอ้อน
“ไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ต้องมาพูดแล้ว งอน!”
ฝนเดินหนีไป
“โธ่พี่ฝน อย่าเพิ่งไป รอชูก่อน” ชูวิ่งตามออกไปง้อ
เฉิดโฉมหมั่นไส้ “โธ่ นังฝน นังบ้า ชั้นไม่เอาไอ้ชูหน้าโง่นี้หรอก พวกบ้าทั้งนั้น...นังคุณอรก็เหมือนกัน อารมณ์แปรปวนนัก สมควรแล้วที่ผัวไม่สนใจ เชอะ!”
เฉิดโฉมยืนเหี่ยวหน้าหงิกงออยู่คนเดียว ท่าทางหงุดหงิดมากๆ
ในขณะที่พีทยืนชะเง้อไปทางหลังบ้านอย่างกังวล เรื่องที่ว่าทิพปภาจะทำอะไร อยู่ๆ รัญธิดาก็เปิดประตูรั้วเข้ามา
“คุณพีท”
พีทดีใจ “รัญ...คุณมาก็ดีแล้ว มีผู้หญิงคนนึง...”
พูดยังไม่ทันขาดคำ รัญธิดาก็พุ่งมาถึงตัว แล้วผวาเข้ากอดพีทแน่น อย่างจะให้เป็นที่พึ่ง
“คุณพีทคะ”
พีทตะลึงงัน ไม่รู้ว่ารัญธิดาพยายามลบความรู้สึกที่มีต่อธาริศออกไปให้ได้ พีทถามด้วยเสียงอ่อนโยน
“เกิดอะไรขึ้นเหรอรัญ”
รัญธิดารู้สึกตัวค่อยๆ คลายอ้อมกอดออก
“เปล่าค่ะ รัญแค่อยากได้ความมั่นใจ”
พีทฟังยิ่งแปลกใจ
“มั่นใจ...เรื่องอะไร....มีอะไรเหรอ”
รัญธิดาพูดเหมือนตัดสินใจแล้ว “คุณพีทยังอยากแต่งงานกับรัญอยู่รึเปล่า”
“แน่นอนซิ ทำไมถามอย่างงั้นล่ะ”
“งั้นเราแต่งงานกันเลยดีมั้ยคะ แต่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
“นี่หมายความว่า น้าคุณเค้าอนุญาตแล้วเหรอ”
“รัญไม่สนใจอะไรอีกแล้ว...รัญอยาก...”
รัญธิดาค้างคำ ชะงักเมื่อมองไปเห็นทิพปภา ยืนอยู่ด้านหลัง ถึงกับยืนตัวแข็งทื่อตกใจจนพูดไม่ออก ในขณะที่ทิพปภาดีใจน้ำตาคลอที่ได้เจอหน้าลูก ตื้นตัน พึมพำเบาๆ กับตัวเอง
“รัญ...”
รัญธิดาตะลึง ค่อยๆ ถอยหลังทีละก้าว เหมือนเห็นผี พีทมองสายตา แล้วหันไปเห็นทิพปภา
“คุณน้าคนนี้เค้ามาตามหาลูกสาว ผมก็เลยขับรถพามา แต่สงสัยแกคงจะได้ที่อยู่มาผิด เพราะพอมาถึงกลายเป็นบ้านของรัญไปได้ แปลกจริงๆ”
ขณะที่พีทพูด รัญธิดากับทิพปภาสบตากันตลอดเวลา ทิพปภาค่อยๆ เดินเข้ามาหาทีละก้าว ทีละก้าว ขณะที่รัญธิดาถอยห่างทีละก้าวเช่นกัน
ทิพปภามาจนถึงตัว รัญธิดาทำอะไรไม่ถูก อึกอักชั่วขณะ แล้วตัดสินใจ
“รัญ เอ่อ รัญ... รัญว่าน้าคงเข้าใจผิดแล้วล่ะ บ้านนี้เป็นบ้านของน้าแพทกับรัญ ลูกสาวของน้าคงไม่ได้อยู่ที่นี้หรอกค่ะ”
ทิพปภาค่อยๆ หุบยิ้ม คิดไม่ถึงว่ารัญธิดาจะพูดแบบนี้ ช็อกคาที่ สองคนแม่ลูกสบตากัน ทิพปภาเพิ่งเข้าใจว่าลูกสาวรู้สึกยังไงกับตัว
“นั่นซิครับ ผมก็ว่าอย่างนั้น เอ่อ...ว่าแต่ลูกสาวน้าชื่ออะไรน่ะครับ
รัญธิดาหันขวับไปมองหน้า สบตากันกับทิพปภา ในอาการวุ่นวายใจ พยายามจะห้ามทางสายตา ทิพปภาเองก็สับสนหนัก
“ลูกสาวฉัน ชื่อ...เอ่อ...ชื่อ...” ทิพปภาลังเล ยังไม่กล้าพูด
“ชื่ออะไรครับ เพราะบ้านนี้มีแค่รัญกับคุณแพท แล้วก็อะตอมลูกชายคุณแพท ถ้ายังไงผมจะได้ไปช่วยกดออดตามหาแถวๆ ในซอยนี้ให้” พีทพูดอย่างมีไมตรี
“ลูกสาวฉัน....ชื่อ...” ทิพปภาน้ำตาหยดรินลงมา
พีทมองด้วยสงสาร “อนุญาติให้เราช่วยคุณน้าเถอะนะครับ รัญเองเค้าก็เต็มใจช่วย เพราะเค้ากำพร้าแม่...เข้าใจหัวอกคนที่ไม่มีแม่ดี...ลูกสาวของคุณน้าคงดีใจมากที่ได้เจอแม่อีกครั้ง”
“กำพร้าแม่”
ทิพปภามองรัญธิดาอย่างปวดร้าว ด้วยรัญธิดาตัดสินใจทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุด
“ใช่ค่ะ...รัญไม่มีแม่...แม่ของรัญ...เสียไปนานแล้วค่ะ” รัญธิดาย้ำ
รัญธิดากับทิพปภาสบตากัน น้ำตาทิพปภาไหลพราก เข้าใจทุกอย่าง พีทยิ่งสงสารนึกว่าคิดถึงลูก
“ฉันคงเข้าใจผิดจริงๆ ขอโทษนะหนู ฉันคงจดเลขที่บ้านมาผิดจริงๆ ชั้นไม่..ไม่รบกวนล่ะนะ”
ทิพปภาสบตารัญธิดาอีกครั้ง รัญธิดาเองก็ปวดร้าวไม่แพ้กัน ทิพปภาหันหลังจะเดินกลับออกไป
เสียงคุ้นหูของใครคนหนึ่งดังขึ้น “บ้านเลขที่นั่นไม่ผิดหรอก”
ทุกคนหันไปมอง แพทเดินเข้ามากับอะตอมเพิ่งกลับจากโรงเรียน
รัญธิดาหน้าซีด “น้าแพท”
แพทมองรัญธิดาอย่างเจ็บปวด
“ชั้นรู้จักผู้หญิงคนนี้ดี”

พีทงงทันที หันไปมองรัญธิดา บรรยากาศอึดอัดและเงียบกริบ ทุกคนดูต่างอึกอัก ลังเลกันหมด

อ่านต่อหน้า 3
หัวใจเรือพ่วง ตอนที่ 8 (ต่อ)

รัญธิดาตัดสินใจดึงพีทมาที่รถ พีทยังคงลังเลมองเข้าไปในบ้านตลอดด้วยความเป็นห่วง

“รัญแน่ใจเหรอ ว่าจะให้ผมกลับไปก่อน ตกลงน้าคนนั้นกับครอบครัวรัญมันยังไงกันแน่ รัญบอกว่าไม่รู้จัก แต่คุณแพทบอกรู้จัก...แถมยังเรียกว่าพี่อีก ถ้าเค้าเป็นพี่สาวคุณแพท เค้าก็ต้องป็น...”
รัญธิดาขัดขึ้น “รัญไม่รู้อะไรทั้งนั้น คุณพีทกลับไปก่อนเถอะ”
“ผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็นพวกสิบแปดมงกุฏอะไรก็ได้นะ ผมเป็นคนพาเค้ามาที่นี่ ผมก็ควรจะรับผิดชอบ”
“ไม่ต้องค่ะ รัญจัดการเองได้”
“แต่บ้านคุณมีแต่ผู้หญิง” พีทท้วง
“ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกค่ะ”
“แต่ผมเป็นห่วง”
รัญธิดาเผลอขึ้นเสียง “เอ๊ะ รัญบอกว่าไม่ต้อง ก็ไม่ต้องสิ”
พีทถึงกับชะงัก รัญธิดารู้สึกตัวว่าเสียงอ่อนลง “เรื่องแค่นี้ให้เราจักการกันเองดีกว่า คุณพีทกลับไปก่อนนะคะ ได้เรื่องยังไงแล้วรัญจะส่งข่าวให้ทราบ...ถือว่ารัญขอร้อง...นะคะ”
พีทอึ้งไปแต่ก็ต้องยอม
“ก็ได้”
พีทขึ้นรถขับออกไป รัญธิดาถอนหายใจโล่งอกไปอีกเปลาะ ที่พีทยอมกลับ แต่พอหันหน้าเข้าไปในบ้าน ก็ต้องถอนหายใจอีกครั้งอย่างหนักใจ

พอรัญธิดาเดินเข้ามาในบ้าน แพทก็เริ่มเปิดฉากใส่ทันที มีทิพปภานั่งอยู่ใกล้ๆ
“ทำไมเธอถึงไม่บอกคุณพีท ว่าพี่ทิพเป็นใคร”
รัญธิดาทำหูทวนลม นิ่งเฉยเหมือนไม่ได้ยิน ทิพปภามองลูกสาวอย่างปวดใจ
“นี่มันเป็นโอกาสทีดีแล้วนะ รัญน่าจะบอกเรื่องนี้กับคุณพีทไปเลย ความลับมันจะได้จบลงเสียที”
“ชีวิตของรัญต่างหากที่มันจะจบ ถ้าคุณพีทเค้ารู้ความจริง” รัญธิดาบอกหน้าตึง
แพทฉุน “ยายรัญ พี่ทิพคือแม่แท้ๆ ของเธอนะ แล้วคุณพีทคือคนที่เธอจะแต่งงานด้วยไม่ใช่เหรอ”
รัญธิดาระเบิดออกมา “คงไม่มีผู้ชายคนไหน ที่อยากจะแต่งงานกับผู้หญิงที่มีแม่ติดคุกเพราะค้ายาเสพติดหรอก”
แพทตกตะลึง หันไปมองทิพปภาที่น้ำตาไหลพรากอยู่อย่างเงียบๆ
“ยายรัญ ขอโทษพี่ทิพเดี๋ยวนี้นะ”
รัญธิดาน้ำตาไหลพรากเพราะอัดอั้นเช่นกัน “ถ้าไม่ใช่เพราะแม่โลภมากอยากรวย แม่ก็คงไม่ค้ายา แล้วก็คงไม่ถูกจับ พ่อก็คงไม่ต้องโดนยิงตาย รัญก็ไม่ต้องโดนย่าเอาไปเลี้ยง แล้วชีวิตของรัญก็คงไม่... ไม่...” รัญธิดาพูดไม่ ออก ด้วยไม่อยากพูดถึงเรื่องอะตอม “ไม่เจอเรื่องร้ายอื่นๆ ตามมา”
“รัญ... แม่... แม่ขอโทษ แม่ไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนั้น แม่ทำทุกอย่างก็เพื่อลูก แม่อยากให้ลูกสุขสบาย เทียมหน้าเทียมตาคนอื่น” ทิพปภาบอก
รัญธิดาระบดระบายต่อ “เทียมหน้าเทียมตาคนอื่นงั้นเหรอคะ ชีวิตของรัญพังทลายก็เพราะแม่ แล้วพอตอนนี้ชีวิตรัญกำลังจะดีขึ้น รัญกำลังจะได้แต่งงานกับผู้ชายดีๆ อย่างคุณพีท แต่...แล้วแม่ก็กลับมา กลับมาเพื่อทำลายชีวิตรัญเหมือนเมื่อก่อน แต่ตอนที่รัญต้องการแม่ ตอนที่เพื่อนรังแกรัญ ตอนที่ย่าตีรัญ แม่ไปอยู่ที่ไหน รัญเกลียดแม่ ได้ยินมั้ยคะ... รัญเกลียดแม่”
แพททนไม่ไหว ตบฉาดใหญ่ที่หน้ารัญธิดา ทิพปภาน้ำตาไหลพราก หัวใจสลายเมื่อรู้ชัดแล้วว่าลูกคิดยังไงกับตัว
“หยุดเดี๋ยวนี้นะรัญธิดา ทำไมถึงพูดแบบนี้!! ขอโทษแม่เดี๋ยวนี้นะ น้าบอกให้ขอโทษ”
“พอเถอะยายแพท ยายรัญมันพูดถูก...ทุกอย่างมันเป็นเพราะพี่ทั้งนั้น”
“แต่ยายรัญไม่มีสิทธิ์จะพูดแบบนี้” แพทโมโหอยู่
ทิพปภาไม่ฟัง “รัญ แม่ขอโทษทีนะรัญ แม่บังเอิญได้ออกจากคุกเร็วกว่ากำหนดน่ะ มัวแต่ดีใจ เลยไม่ทันคิดว่า แม่อาจจะทำให้หนูลำบากใจ แม่มันไม่รู้จักคิดจริงๆ”
ทุกคนตกตะลึกกับสิ่งที่ทิพปภาพูด
เสียงประตูกระจกเคาะเบาๆ ทุกคนหันขวับไป เห็นพีทยืนอยู่ รัญธิดามองอย่างตกใจ รีบเช็ดน้ำตาแล้วเดินไปเปิดประตู
“คุณพีท... คุณกลับมาทำไม”
“ผมมาคิดๆ ดูแล้ว ยังไม่สบายใจที่ผมทิ้งพวกคุณ..ผู้หญิงทั้งนั้นแก้ปัญหากันเอง ผมว่ามันคงมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ”
พีทประเมินดูมองสถานการณ์รอบๆ ห้อง เห็นทิพปภาปาดน้ำตา
พีทชักลังเลไม่แน่ใจ “มีปัญหาอะไรกันรึเปล่าครับ”
“ไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งนั้น...ฉันกำลังจะไปพอดี” ทิพปภาบอก
ทุกคนตะลึง รัญธิดาหน้าเสีย พะวักพะวงใจ
ทิพปภาเดินจะออก แพทรีบห้าม
“พี่ทิพจะไปไหน”
“ก็ไปตามทางของฉันน่ะซิ ..แกอย่ามายุ่ง” พร้อมกับหันมาทางรัญธิดา) ขอโทษทีนะจ๊ะ หนูรัญ ที่น้ามาทำให้หนูวุ่นวาย ...น้าไปละ”
รัญธิดาน้ำตาไหลออกมาอีก ทำอะไรไม่ถูก
“ไม่ได้นะคะ แพทไม่ให้พี่ไป พี่ทิพไม่มีที่อื่นที่จะไปอีกแล้วแพทรู้...ถ้าพี่ไปจากที่นี้ แพทจะเป็นคนบอกเรื่องราวทุกอย่างให้หมดเลย”
พีทฟังแล้วมองอย่างประเมินว่า อะไร เป็นยังไง
“เรื่องอะไรครับ” พีทถามอย่างคาใจ
“ก็เรื่องที่พี่ทิพ...” แพทหันไปมองหน้ารัญธิดา ตัดสินใจบอก “เค้าเป็น...”
ทิพปภาพูดแทรกขึ้นมา “ฉันเป็นคนใช้น่ะ ฉันมาสมัครเป็นคนใช้บ้านนี้
แพทกับรัญธิดาคิดไม่ถึง
“พี่ทิพ” แพทตกใจ
“ฉันหลอกคุณมาว่ามาตามหาลูกสาวเพราะอยากให้คุณมาส่ง..ความจริง..ฉันเคยเป็นพี่เลี้ยงยายแพทมาตอนเด็กๆ ...ก็เลยรักยายแพทเหมือนลูกสาวน่ะค่ะ” ทิพปภาบอกพีท
พีทมองอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
ทิพปภาพูดต่อกับแพท “ขอโทษนะจ๊ะยายแพท ที่มารบกวน พี่ไปล่ะน่ะ”
ว่าแล้วทิพปภาจะเดินออกจากบ้าน แพทใจหาย ละล้าละลังว่าจะทำยังไงดี
“อย่านะคะพี่ทิพ... อย่าไป...”
“ปล่อยพี่..” ทิพปภาพูดพลางปลดมือแพทออกเดินไปเปิดประตู
“เดี๋ยวค่ะ” รัญธิดาเอ่ยขึ้น
ทิพปภาชะงัก ค่อยๆ หันมาหา
“ถ้า...น้า...ไม่มีที่ไป ไม่รู้จะอยู่ที่ไหน ก็...ทำงานอยู่ที่นี้ก็ได้” ทิพปภาตะลึงดีใจ รัญธิดาพูดเป็นเชิงเตือนแม่ “แต่อย่ายุ่งกับรัญน่ะ...เพราะ...รัญไม่ชอบให้คนมาวุ่นวาย”
พูดจบ รัญธิดาก็ไม่กล้ามองหน้าใคร ทิพปภาค่อยๆ ยิ้มออกมาอย่างดีใจ แพทโล่งอกแต่ไม่แน่ใจ

ส่วนพีทมองรัญธิดาอย่างเป็นปลื้ม และชื่นชม
ค่ำนั้น 2 คนพี่น้อง อยู่ตรงระเบียงบ้าน กันตาส่งน้ำให้รุจรวี ซึ่งยืนดูวิวยามค่ำของปากช่อง

“ต่างจังหวัดนี่อากาศดีจริงๆ นะคะพี่กัน เสียดายสมัยนั้นไม่ได้ซื้อที่เก็บเอาไว้เลย แต่อย่างว่าสามีน้องไม่เอาไหน ไม่เหมือนที่พี่พ่อตาพีท”
กันตาทอดเสียงเป็นเชิงอบรม “นี่ยังไม่เลิกผูกใจเจ็บอีกเหรอรวี เหตุการณ์มันก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้วนะ ลืมๆ ไปเถอะ”
“น้องมันอาภัพค่ะ ไม่ได้โชคดีเหมือนพี่กันนี่คะ ทั้งสามี ทั้งลูกชายน่ารักได้ดั่งใจ”
กันตาประเมินรูปการออกทันที “พูดแบบนี้....แสดงว่าตาริศทำอะไรไม่ถูกใจเธออีกแล้วล่ะซิ รวี...ถึงเราจะเป็นแม่ แต่เราก็ไม่มีสิทธิใช้ความเป็นแม่ สั่งให้เค้าทำตามเราทุกอย่างที่เราต้องการหรอกนะ”
“พี่กันน่ะ ยังไม่ทันฟังอะไรเลย ก็เข้าข้างหลานอีกแล้ว”
รุจรวีเงียบไม่พอใจ “เอาล่ะๆ งั้นไหนว่ามาซิ ว่ามีเรื่องอะไรกัน”
รุจรวีตั้งท่าจะเล่า แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเรื่องนี้ตัวเองเป็นคนผิด เลยเงียบ กันตาจับสังเกต
“เงียบไปแบบนี้ แสดงว่าพี่เดาถูกใช่มั้ย...เธอไปทำอะไรให้ตาริศโกรธอีกล่ะ”
รุจรวีตัดสินใจ “ถ้าน้องอยากรบกวนยืมเงินพี่กันสัก 3 แสนจะได้มั้ยคะ”
กันตามองหน้ารุจรวี ถอดหายใจยาว

ฟากรัญธิดานั่งซึมเหม่ออยู่บนเตียง ประตูเปิดออก ทิพปภาเปิดเข้ามา รัญธิดาลุกขึ้นทันที บอกเสียงขุ่น
“แม่ควรจะเคาะประตูก่อนเข้าห้องของคนอื่นนะคะ”
ทิพปภาไม่สนใจเอาความ “รัญ...แม่ขอบใจรัญมากที่ยอมให้แม่อยู่ที่นี่”
“ที่หนูทำไปไม่ใช่เพราะอยากให้แม่อยู่ที่นี่หรอกนะคะ...มันเป็นเพราะหนูไม่อยากเป็นคนใจร้ายต่อหน้าคุณพีทต่างหาก”
“ไม่ว่าจะเพราะอะไร แม่ก็ขอบใจรัญอยู่ดี...ไม่อย่างงั้น แม่ก็คงไม่รู้จะบากหน้าไปพึ่งใคร”
รัญธิดาตัดบท “พอได้แล้วล่ะคะ แม่ไปนอนเถอะ หนูง่วงแล้ว”
“พรุ่งนี้เช้าหนูอยากกินอะไรลูก แม่จะเตรียมไว้ให้ อะตอมอีก แกชอบกินอะไรลูก”
รัญธิดาจับแขนทิพปภาหมับทันที
“อย่ายุ่งกับอะตอมนะคะ...หนูขอร้อง”
ทิพปภามองหน้ารัญอย่างจริงจัง
“แม่ไม่ได้คิดจะไปวุ่นวายอะไรกับแก แม่แค่อยากดูแลหลานของแม่บ้าง”
รัญธิดาเผลอตัวขึ้นเสียงดังใส่ “หนูบอกว่าอย่าไปยุ่งกับเค้า!”
ทิพปภานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนพูด “แม่รู้ว่าหนูต้องการอะไร...แต่อะตอม...เป็นลูกของยาย แพทก็เท่ากับเป็นหลานของแม่ด้วย ไม่ผิดไม่ใช่เหรอ ถ้าแม่อยากจะดูแลแก”
รัญธิดามองแม่เขม็ง “ถ้าแม่...ทำอะไรให้อะตอมยุ่งยาก...หนูจะไม่มีวันให้อภัยแม่อีก หนูจะโกรธ...เกลียดแม่ไปจนวันตาย”
ทิพปภาอึ้ง นิ่งงันไป ทั้งคู่สบตากันนิ่ง แล้วรัญธิดาก็เปิดประตูออกไป ทิพปภาถอนใจ

เช้าวันต่อมา รุจรวียื่นเช็คคืนให้ทักษอร ซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเช้าพร้อมธาริศด้วย
“อะไรกันคะคุณแม่”
“แม่ยืมเงินที่ยืมหนูมาคราวที่แล้วไง”
“แต่อรไม่ได้ทวงสักหน่อยนี่ค่ะ เงินพวกนั้นอรแทงเป็นศูนย์ไปแล้วเหมือนทุกครั้ง” ธาริศได้ฟังถึงกับหน้าชา
“รับไว้เถอะ ตาริศจะได้ไม่มาว่าแม่อีกได้”
“แม่ครับ ผมไม่เคยคิดว่าแม่...”
รุจรวีขัดขึ้น “พอๆ ไม่ต้องพูด ฉันกำลังอารมณ์ดีๆ อย่าให้ฉันต้องอารมณ์เสียอีกเลย แล้วก็ไม่ต้องถามว่าฉันเอามาจากไหน ฉันมีปัญญาหามาได้โดยไม่ต้องให้แกเดือนร้อนก็แล้วกัน
ธาริศอิ่ม กินไม่ลงพูดไม่ออก รุจรวีสังเกตเห็น รู้สึกเสียใจแต่ก็พูดไปแล้ว
“ผมคงต้องไปแล้ว...นัดพี่พีทไว้แต่เช้า”
ธาริศหยิบสมุดสเก็ตออกไป
“นี่ธาริศเค้าจะอยู่ที่นี้นานแค่ไหน” รุจรวีถามลูกสะใภ้
“ก็คงต้องให้โปรเจ็คท์เป็นรูปเป็นร่างมากกว่านี้ แต่ไม่แน่อาจจะยาวไปจนงานแต่งพี่พีทก็ได้ เพราะดูเหมือนพี่พีทเค้าจะให้พี่ริศออกแบบเรือนหอให้ด้วย” ทักษอรว่า
“จะสร้างทำไมอีกใช้บ้านที่มีอยู่ตอนนี้ก็ได้นี่น่า.. รีบๆ แต่งดีกว่าเวลามีไม่มากแล้ว”
รุจรวีกังวล ทักษอรสะดุดหู หันมามองรุจรวีอย่างแปลกใจในคำพูด
“คุณแม่ หมายความว่ายังไงเหรอคะ
รุจรวีอึกอัก หลบตา
“ไม่...ไม่อะไรหรอกจ้ะ” รุจรวีลุกขึ้นยืนเหม่อ ภาพจำเมื่อคืนผุดขึ้นในห้วงคิด

ตอนค่ำเมื่อวานนี้ กันตาเขียนเช็คให้รุจรวี
“ต้องรบกวนพี่กันจนได้...อายพี่จริงๆ”
“พูดเหมือนเราเป็นคนอื่นคนไกล...เธอน่ะมันน้องของพี่นะยายรวี แต่ถ้าจะให้พูดจริงๆ ก็อย่าดิ้นรนอีกเลยรวี เราไม่รู้จะมีชีวิตไปได้นานอีกเท่าไหร่...สู้อยู่กับลูก ให้มีความสุขดีกว่า เมื่อถึง
กำลังโหลดความคิดเห็น...