xs
sm
md
lg

นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 1

เผยแพร่:

นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 1

บริเวณสนามหญ้าหน้าคฤหาสน์มาดามหลิว มีปาร์ตี้เล็กๆ ในหมู่ญาติมิตร ทุกคนมาเพื่อฉลองวันเกิดให้กับเหมย ลูกสาววัย 4 ขวบของมาดามหลิว ขณะนั้นเหมยกำลังอวดหน้ากากแฟนซี ซึ่งเป็นของขวัญวันเกิดให้ปีเตอร์ พ่อของเธอได้ชม

คนรับใช้หลายคนยกถาดอาหารเดินเสิร์ฟแขกที่มาร่วมงาน มาดามหลิวเดินออกมาจากบ้านและมองสามี ลูก ญาติๆ ด้วยความอิ่มเอมใจ เหมยพอเห็นแม่ก็ผละลุกวิ่งไปหา
“แม่คะ หนูมีหน้ากากด้วย”
เวลานั้นเองที่เหมยชนกล่องของขวัญกล่องหนึ่งร่วงจากโต๊ะ การ์ดที่ผูกมากับกล่องมีเครื่องหมายโลโก้ของพรายพิฆาต มาดามหลิวเอะใจตะโกนลั่น
“ระวัง”
กล่องนั้นมีแสงเรืองขึ้น ราวกับมีลูกไฟซ่อนอยู่ข้างใน วินาทีมรณะมาเยือน เมื่อระเบิดที่ซ่อนอยู่ในกล่องของขวัญทำงาน ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบรัศมีถูกทำลายไม่เป็นชิ้นดี รวมทั้งชีวิตของมาดามหลิวกับครอบครัว เมื่อควันระเบิดจางลง ร่างของมาดามหลิวนอนจมกองเลือด หน้ากากของลูกสาวลอยละลิ่วอยู่ในอากาศโดยมีเปลวเพลิงติดอยู่

เมืองพัทยายามค่ำคืน...ในห้องเช่าโรงแรมจิ้งหรีดสภาพซอมซ่อ คับแคบ สกปรก เกลื่อนไปด้วยขวดเหล้า กล่องอาหาร และเศษขยะ...ทีวีถูกเปิดทิ้งไว้ ขณะที่ฤทธิ์ กำลังนอนตะแคงไม่เป็นสภาพอยู่บนเตียง ภาพที่จอทีวี นักข่าวกำลังรายงานข่าว
“ช่วงที่ผ่านมาได้เกิดเหตุลอบสังหารนักธุรกิจ นักการเมือง รวมไปถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายท่านในบ้านเรา โดยมีเบาะแสว่า บุคคลเหล่านั้นกำลังมีปัญหากับองค์กรลึกลับที่ชื่อพรายพิฆาต”
ร้อยตำรวจเอก ราเมศ แสงธรรม กำลังให้สัมภาษณ์ในรายการ
“เท่าที่เราสืบทราบ ตอนนี้ชื่อพรายพิฆาตได้ปรากฏอยู่ทั่วทุกมุมโลก โดยไม่มีใครรู้ว่านายใหญ่ขององค์กรเป็นใครและมีสมาชิกจำนวนเท่าไหร่...เหยื่อที่รอดตายบางคนให้การว่า เป้าหมายของ พวกมันก็คือ สร้างโลกใหม่ที่เป็นเอกภาพ โดยการทำลายล้าง”
“หมายถึงอะไรบ้างคะ” ผู้สื่อข่าวถาม
“ระบบ...ความเชื่อ…โครงสร้างเดิมของสังคม ไม่ว่าจะเป็นการปกครอง เชื้อชาติ หรือศาสนา ทำลายทุกอย่างเพื่อสร้างโลกใหม่ที่ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยไม่มีความแตกต่างอีกต่อไป”
ฤทธิ์ลืมตาขึ้น…แววตาเหม่อมองไปอย่างว่างเปล่า เขาเริ่มครุ่นคิดว่าตัวเองเป็นใคร แล้วมาทำอะไรอยู่ที่นี่...ฤทธิ์เปิดตู้เย็นแล้วควานหาเหล้าดื่ม แต่กลับเจอกระป๋องเบียร์เปล่าๆ กับเหล้าที่เหลือติดก้นขวดเท่านั้น

พัทยาเต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายสัญชาติ ฤทธิ์เดินกอดอกมาหนาวๆ ไม่ได้หนาวเพราะอากาศ แต่หนาวเพราะความอยากสุรา หน้าของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า และว่างเปล่า เหมือนชีวิตถูกสาปไว้กับความหลัง ระหว่างทางฤทธิ์เดินสวนกับชายสวมเสื้อแจ็คเก็ตแบบมีฮู้ดคลุมศีรษะคนหนึ่ง ในความมืดฤทธิ์ไม่อาจเห็นหน้าชายคนนั้น หมอนั่นเดินผ่านเขาไปก่อนจะเหลียวมามองแวบหนึ่ง
ฤทธิ์เข้ามาในมินิมาร์ท...เขายืนอยู่ที่ตู้แช่เครื่องดื่มคว้าทุกอย่างที่ทำให้เมาได้ใส่ลงในตะกร้า แต่แล้วทันใดนั้นเองใจทิพย์ก็จูงเด็กเร่ร่อนคนนึงวิ่งแจ้นหนีเข้ามาข้างใน นั่นเป็นวินาทีแรกที่ฤทธิ์เห็นใจทิพย์ หญิงสาวอยู่ในอารามตื่นกลัว เธอชะงักสบตากับเขาเสี้ยววินาทีหนึ่ง ก่อนจะรีบคว้าโทรศัพท์มือถือมาโทรหาตำรวจแต่โทรไม่ติด เธอกลัวจนมือไม้สั่น ใจทิพย์หันไปบอกกับพนักงาน
“คุณคะ ช่วยโทรเรียกตำรวจให้ที มีคนตามฉันมา”
“อะไรคุณ อย่ามีเรื่องในนี้นะ ออกไปที่อื่น”
ใจทิพย์มองไปด้านนอก
“พวกมันมาแล้ว”
แหลม คนไทยซึ่งทำงานให้แก๊งมาเฟียข้ามชาติ เดินนำพวกนักเลงนานาชาติประมาณ 3-4 คนตามเข้ามาในร้าน
“ส่งเด็กมา” แหลมตะคอก
“ไม่...ฉันจะพาเด็กกลับบ้าน”
“อย่าจุ้นดีกว่ามั้ง เราจ่ายเงินให้พ่อแม่เด็กไปแล้ว มันต้องไปหาลูกค้ากับเรา”
แหลมเดินเข้ามา ใจทิพย์ถอยกรูด ดึงเด็กไปหลบข้างหลัง ฤทธิ์มองเด็กคนนั้นและมันทำให้เขาได้สติ
“ถอยไปนะ...ตำรวจกำลังมา ฉันโทรตามแล้ว” ใจทิพย์ขู่
แหลมมองไปที่พนักงานเป็นเชิงถาม พนักงาน รีบส่ายหน้าด้วยความกลัว
“นางตัวแสบ”
แหลมยื่นมือไปคว้าคอเสื้อใจทิพย์ แต่แล้วไม่ทันถึงที่หมาย มือของฤทธิ์ก็คว้าข้อมือมันไว้เสียก่อน
“เอ็งเป็นใครวะ”
“ออกไป” ฤทธิ์ตวาดไล่เสียงแข็ง
แหลมมองหน้าฤทธิ์อย่างคาดคะเน หน้าแดงก่ำ ท่าทางเมาแบบนี้ไม่น่าจะเท่าไหร่ ดังนั้นมันจึงเหวี่ยงหมัดอีกข้างใส่ทันที วินาทีนั้นฤทธิ์กลับหลบหมัดของแหลมได้อย่างว่องไว เขาตอบโต้ด้วยการบิดแขนอีกข้างของแหลมซึ่งเขากุมไว้ตอนแรกจนดังกร๊อบ ทั้งใจทิพย์และทุกคนพากันตกตะลึงขณะที่แหลมแผดร้องเสียงหลง ทรุดล้มไปกุมแขนกับพื้น
“อ๊าก...แขน...แขนกู...แขนกู” แหลมหันไปตวาดสมุน “มัวยืนทำซากอะไรอยู่วะ กระทืบมันสิโว้ย”
พวกสมุนพากันกรูเข้าหาฤทธิ์...สมุนของแหลมคนหนึ่งถูกถีบทะลุลอยออกไปกลิ้งที่ฟุตบาทหน้าร้าน ในร้านฤทธิ์เปิดฉากชกกับสมุนของแหลมแบบสองต่อหนึ่งด้วยความว่องไวที่ได้รับการฝึกฝนมา ขณะที่ปัดป้องการจู่โจมของคู่ต่อสู้รายหนึ่ง เขาก็สามารถเล่นงานคู่ต่อสู้อีกรายไปพร้อมๆกัน สมุนคนหนึ่งโดนถีบคว่ำไปกับพื้น ขณะที่อีกรายถลาชนชั้นวางของจนล้ม ฤทธิ์ตั้งการ์ดมวย ด้วยท่วงท่าที่บ่งบอกชัดเจนว่า ไม่ใช่นักสู้ข้างถนนธรรมดา แหลมฉวยโอกาสนั้นชักปืนออกมาจะยิงฤทธิ์ด้านหลัง มันใช้สันปืนไถกับต้นขาเพื่อกระชากลูกเลื่อน หูของฤทธิ์ได้ยินเสียงปืนชัดเจน เขาหันมาเตะปืนหลุดจากมือของแหลม ก่อนจะซัดมันจนกระเด็นข้ามไปหลังเคาน์เตอร์ที่พนักงานยืนลนลานอยู่ ฤทธิ์สั่งเสียเข้ม
“เรียกตำรวจ”
พนักงานรีบพยักหน้าแล้วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาทันที ขณะที่ใจทิพย์ยังกอดเด็กอยู่ด้วยความตกตะลึง ระหว่างนั้นสมุนคนที่ถูกถีบทะลุกระจกไปนอกร้าน กลับเข้ามาสมทบกับพวกมันอีกสามคน ทั้งหมดมองหน้ากัน ก่อนที่คนหนึ่งจะบุ้ยหน้าไปที่ชั้น นักเลงร่างบึกทั้งสามช่วยกันผลักชั้นโชว์สินค้าอัดเข้าใส่ทำเอาฤทธิ์ถอยกรูด แต่เมื่อเห็นใจทิพย์กับเด็กยังนิ่งทื่ออยู่ จึงร้องเตือน
“หลบไป”
ใจทิพย์พาเด็กฉากออกไป ขณะที่ฤทธิ์โดนพวกนักเลงอัดก๊อปปี้ด้วยชั้นวางของจนร่างถูกเบียดไว้กับตู้แช่เครื่องดื่ม แหลมโผล่หัวมาเห็นเข้าพอดี
“เสร็จละมึง”
แหลมคว้ามีดหั่นของที่เคาน์เตอร์ขึ้นมา ก่อนจะกระโจนไปสมทบกับลูกน้อง
“มึงตาย”

แหลมกุมมีดสองมือเงื้อทิ่มลงไปสุดแรง
ฤทธิ์ละมือข้างหนึ่งคว้าข้อมือมันไว้แต่ก็ต้านไม่อยู่ ปลายมีดปักที่บ่าตรงเกือบจะต้นคอด้วยซ้ำ จังหวะนั้นฤทธิ์จึงกัดฟันคำรามผลักชั้นโชว์ออกจากตัว พวกของแหลมล้มกลิ้งไม่เป็นท่า

สมุนทั้งสามคนของแหลมทำท่าจะลุยกับฤทธิ์ต่อ ถ้าใจทิพย์ไม่หยิบปืนของแหลมที่หล่นอยู่ขึ้นมาง้างนกเสียก่อน อารามลนลานเธอกลับเผลอกดไกปืนลั่นปังๆ แหลมกับสมุนโกยอ้าวออกไปนอกร้านด้วยความตกใจ หมดสภาพนักเลงโต พนักงานมินิมาร์ท เด็กจรจัด พากันตื่นตระหนก ขณะที่ฤทธิ์กุมแผลทรุดลงนั่ง...กล้องวงจรปิดในร้านบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้ทั้งหมด
เสียงไซเรนส์รถตำรวจใกล้เข้ามา ใจทิพย์เข้ามาดู
“คุณ อย่าเป็นอะไรนะ...คุณ”
ฤทธิ์ค่อยๆหมดสติไป
“คุณ ฟื้นสิ คุณ”


สามเดือนต่อมา...ตำรวจหญิงสาว สวย ณัฐชาซ้อมยิงปืนอย่างดุดันอยู่ในสนามยิงปืนในร่ม กระสุนเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ โทรศัพท์มือถือมีสายเข้า ณัฐชารีบรับสาย
“ณัฐชาพูดค่ะ...ที่ไหนนะ”

ราเมศเดินมาตามระเบียงทางเดินของอาคารที่เกิดเหตุ มีเจ้าหน้าที่ทำงานกันขวักไขว่และมีกลุ่มไทยมุงสามสี่คนจับกลุ่มสนทนากันอยู่อีกมุมหนึ่ง
ในห้องรับแขกแฟลตนักวิทยาศาสตร์ ศพนักวิทยาศาสตร์ถูกมัดมือไพล่หลังอยู่กับเก้าอี้หน้าโต๊ะกินข้าว ซึ่งยังมีสำรับอาหารวางอยู่ แต่เน่าจนแมลงวันตอมหึ่ง ศีรษะของผู้ตายมีถุงผ้าคลุมไว้ มีรอยสำลักเลือดเปื้อนอยู่ที่ถุงและ พื้นโดยรอบมีคราบเลือดเจิ่งนอง เจ้าหน้าที่กำลังเก็บหลักฐานอยู่ ณัฐชาตำรวจหญิงยืนกอดอกมองศพอย่างใช้ความคิด ก่อนที่ราเมศจะเข้ามาสมทบ เจ้าหน้าที่จะยืนเคารพ
“ผู้กอง”
ราเมศห้าม
“ทำงานต่อเถอะ”
ณัฐชาเข้ามา
“ผู้กองคะ”
“ได้ข้อมูลรึยัง”
“ผู้ตายเป็นนักเคมีค่ะ เคยทำงานให้บริษัทยาแห่งหนึ่ง แต่ถูกเลิกจ้างเพราะปัญหาเรื่องเงิน
ตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว เราพบว่าเอกสารกับข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของเขาถูกโจรกรรม”
“แล้วทรัพย์สินอย่างอื่นล่ะ”
“เงินสด นาฬิกายังอยู่ค่ะ ก็เลยคิดว่าคนร้ายไม่ได้แตะสนใจของมีค่า”
ราเมศกวาดสายตาสำรวจไปรอบๆก่อนจะชะงักที่โต๊ะกินข้าว เขาเลื่อนแก้วที่บังตาออกไป และเห็นโลโก้ของพรายพิฆาตถูกเขียนไว้ด้วยเลือด
“พวกมันไม่ใช่คนร้ายธรรมดา”
ณัฐชาชะงัก
“เครื่องหมายนี่มัน…”
ราเมศพยักหน้า
“พรายพิฆาต”


ชายฉกรรจ์ในชุดสูทกลุ่มหนึ่ง ถือดาบซามูไรเดินเรียงแถวมาอย่างเร่งรีบ ตรงมาที่สระน้ำ ไอริณเดินขึ้นจากสระแล้วมาหยิบผ้าเช็ดตัว จังหวะนั้นเองพวกชายฉกรรจ์ก็มาถึงบริเวณสระ พวกมันกระจายกำลังไปโดยรอบบริเวณนั้น ขณะที่ไอริณเพิ่งสวมเสื้อคลุมและหยิบแก้วเครื่องดื่มมาจิบอย่างใจเย็น แล้วหันมาท้าทายกับหัวหน้าของพวกมัน
“ไม่ต้องรอ ลงมือได้เลย”
หัวหน้าซามูไรชักดาบออก พลางแผดร้องคำราม เท่านั้นเองบรรดาซามูไรก็กรูกันเข้าเล่นงาน ไอริณตีลังกาเข้าต่อสู้กับคนร้ายก่อนจะแย่งดาบมาเล่มหนึ่งแล้วจัดการสังหารพวกคนร้ายอย่างไม่หวาดหวั่น หัวหน้าซามูไรเห็นลูกน้องล้มตายมากมายก็สุดทน มันแผดร้องอีกครั้งก่อนจะบุกเข้าจู่โจมเธอทางด้านหลัง ไอริณหันกลับมาฟันฉับใส่มัน เสียงผู้กำกับดังลั่น
“คัท...โอเคเยี่ยมมากครับคุณไอริณ”
ทีมงานปรบมือด้วยความพอใจ ไอริณยิ้มปลื้มก่อนจะเหลือบไปเห็นณัฐชาที่กอดอกยืนมองอยู่ ก็พยักหน้าทักทาย ณัฐชาอดไม่ได้ที่จะคิดถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา

สนามหญ้าบ้านเด็กกำพร้าแสงอรุณ...เด็กหญิงวัย 11-12 ปี สามคนกำลังเล่นน้ำอยู่ด้วยกัน ทั้งสามยื้อแย่งสายยางฉีดน้ำใส่กันอย่างสนุกสนาน เสียงครูดังมา
“ใจทิพย์ ณัฐชา ไอริณ”

นำชัยหัวหน้าพรรคเทิดธรรม กับสุชาติและคณะ เดินออกมาจากที่ทำการพรรค กำลังจะเดินไปขึ้นรถหลังเสร็จงาน นำชัยคุยโทรศัพท์กับไอริณไปด้วย
“คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะลูก หนูจะไปไหนมาไหนกับเพื่อนพ่อไม่ว่า แต่ไม่ควรไล่บอดี้การ์ด
ให้กลับมาก่อนแบบนี้”
“โธ่พ่อขา ไม่มีอะไรหรอกค่า ริณอยู่กับณัฐชา รับรองว่าปลอดภัยหายห่วง”
“ดื้อนักนะเรา คอยดูเถอะ จะโดนทำโทษเข้าสักวัน”
“ค่าท่านหัวหน้าพรรค ท่านนักการเมืองใหญ่ เอาไว้ตอนเย็นจะรีบไปกราบขอขมานะเจ้าคะ บ๊ายบาย”
ไอริณวางสายแล้วหันมาทานอาหารต่อ แต่แล้วก็ณัฐชาที่กำลังนั่งเท้าคางเอาส้อมจิ้มอาหารเล่นอยู่ก็รำพึงออกมา
“เฮ้ออิจฉาจริงๆ คนอะไรทั้งสวยทั้งรวย แถมพ่อยังเอาใจอีกต่างหาก”
“ทำบุญมาดีย่ะ”

“ใช่...ในกลุ่มพวกเราสามคน เธอโชคดีที่สุดไอริณ”
เรื่องราวในอดีตผุดขึ้นในห้วงคิด เวลานั้นใจทิพย์ ณัฐชา และไอริณ ต่างหยุดชะงักจากการเล่น เมื่อครูแม่บ้านพานำชัยกับสุดา เข้ามาหาพวกเธอ

“นี่ไงคะ สามใบเถาที่ฉันเล่าให้ฟัง รักกันมากจนใครๆ ก็นึกว่าเป็นพี่น้องกัน”
สุดายิ้มเอ็นดู
“น่ารักทั้งนั้นเลย...เราเลี้ยงไว้ทั้งสามคนได้รึเปล่าคะ”
“อย่าเลยคุณ ถ้าเราจะมีลูก เราก็ควรให้ความรักเขาอย่างเต็มที่ เพื่อให้เขารู้สึกรักเราเหมือนเป็นพ่อแม่แท้ๆ”
สุดาอึ้งไปก่อนจะมองมาที่เด็กทั้งสาม แล้วสะดุดตากับเด็กคนที่สวยคมที่สุด
“หนูชื่ออะไรจ๊ะ”
“หนูชื่อไอริณค่ะ”
ณัฐชาหันไปมอง ใจทิพย์อย่างเศร้าๆ

ใจทิพย์ซึ่งทำงานอยู่ในมูลนิธิแสงอรุณ ที่ช่วยเหลือเด็กเร่ร่อน เตรียมกลับบ้านหลังจากที่เสร็จงาน เพื่อนๆสองคนตามมา
“ใจทิพย์รอก่อน”
ใจทิพย์ชะงัก
“มีอะไรเหรอ”
“ยัยอ้อยเขาบอกว่าเธอ ลงหุ้นเปิดร้านกับหมอนั่นเหรอ”
“อ๋อ ฤทธิ์...เขาจะเปิดโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้น่ะ”
เพื่อนอีกคนเข้ามาถาม
“นี่เธอจะคบหมอนั่นเป็นแฟนจริงๆเหรอใจทิพย์”
“พวกเราเป็นห่วงเธอนะ คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบนั้น แต่ก่อนเขาทำงานอะไร ขนาดเธอยังไม่รู้เลย”
“เขาอาจจะเป็นคนร้าย เป็นฆาตกรโรคจิตก็ได้”
ใจทิพย์นิ่งไป…ไม่ปริปากโต้แย้ง เธอนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นในมินิมาร์ท...พนักงานมินิมาร์ท เด็กจรจัด พากันตื่นตระหนก ขณะที่ฤทธิ์กุมแผลทรุดลงนั่งเสียงไซเรนส์รถตำรวจใกล้เข้ามา ใจทิพย์เข้ามาดูฤทธิ์
“คุณ อย่าเป็นอะไรนะ...คุณ”
ฤทธิ์ค่อยๆหมดสติไป
“คุณ ฟื้นสิ...คุณ”


ฤทธิ์นอนอยู่ที่เตียงในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล เขาฝันถึงเรื่องราวในอดีต...ขณะที่ยกกำลังเข้าจู่โจมบ้านพ่อค้ายาเสพติด ทุกอย่างสับสนอลหม่าน มีการยิงต่อสู้ ผ.บ.หมู่สั่งเสียงเข้ม
“ทหาร นี่ไม่ใช่การฝึก หน้าที่ของคุณคือสังหารเป้าหมายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
ฤทธิ์มองเห็นลูกสาวพ่อค้ายากระหน่ำยิงปืนใส่ เสียงปืนดังน่ากลัวเหมือนเสียงเครื่องจักร ฤทธิ์ผวาตื่น กวาดตามองไปรอบตัวก่อนจะเห็นใจทิพย์
“คุณ...เป็นยังไงบ้างคะ”
“ผมอยู่ที่ไหน”
“โรงพยาบาลค่ะ”
“แล้วผมฆ่าใครรึเปล่า”
คำถามสุดท้ายทำเอาใจทิพย์อึ้งไปก่อนจะส่ายหน้า ฤทธิ์มองเธอด้วยแววตาว่างเปล่า
“นี่ผมฝันหรือว่าตื่นอยู่กันแน่”
ใจทิพย์สังเกตเห็นมือฤทธิ์กำแน่นจนสั่นระริก เหมือนคนตกอยู่ในความตึงเครียดอย่างรุนแรง ด้วยความสงสงสารเธอตัดสินใจเอื้อมไปกุมมือเขาเอาไว้
“ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนคุณ…ไม่ต้องกลัวนะ”
ในสายตาฤทธิ์ เขาเห็นใจทิพย์ช่างมีเมตตา…มีรอยยิ้มให้กับเขา รอยยิ้มของแม่พระที่พร้อมจะชำระบาปให้อสูรร้าย

รถสองแถววิ่งมาตามถนนเลียบชายหาด ใจทิพย์นั่งครุ่นคิดอยู่บนรถสองแถวคันนั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอเองก็สงสัยว่าฤทธิ์เป็นใครกันแน่ แต่ความสงสารเขาและความซาบซึ้งในบุญคุณมันบดบังให้เธอมองข้ามเรื่องนี้ไป...
รถของกรณ์แล่นแซงรถสองแถวไป เขาขับรถอย่างใจเย็น แม้ว่าจะใช้ความเร็วอยู่พอสมควรก็ตาม ที่เบาะข้างๆเขา มีหนังสือพิมพ์เก่าๆ วางอยู่ฉบับหนึ่ง พร้อมด้วยภาพข่าวจากกล้องวงจรปิดเป็นรูปฤทธิ์ซึ่งต่อสู้กับพวกของแหลมในมินิมาร์ท “ยอดนักสู้ปะทะแก๊งทรชน หนึ่งต่อสี่” รถของกรณ์แล่นหายลับไปตามโค้งถนน

ในห้องโถงอาคารเช่าของฤทธิ์ที่ทำเป็นโรงเรียนสอนการต่อสู้ ที่ผนังห้องมีภาพถ่ายของใจทิพย์ในวัยเด็กที่ถ่ายกับณัฐชาและไอริณ กับที่ถ่ายล่าสุดตอนเป็นสาว แต่ไม่มีภาพถ่ายของฤทธิ์เลยสักรูปเดียว...ฤทธิ์กำลังควบคุมการฝึกซ้อมของเด็กนักเรียน
“ทุกคนจำไว้ ศิลปะการต่อสู้มีไว้เพื่อปกป้อง ไม่ใช่เพื่อคุกคาม”
ฤทธิ์ยืนอบรมนักเรียนที่ยืนเรียงแถวก่อนเลิกเรียน
“นั่นคือข้อแตกต่างระหว่างนักสู้กับอันธพาล วันนี้ขอให้ทุกคนกลับไปทบทวนบทเรียน แล้วอย่าลืมฝึกซ้อมด้วย”

ฤทธิ์มาส่งนักเรียนที่หน้าทางเข้า มีผู้ปกครองมารอรับกลับบ้าน เขาร่ำลาเด็กๆ ทักทายผู้ปกครอง ระหว่างนั้นก็เหลือบเห็นใจทิพย์ที่มายืนรออยู่ หญิงสาวโบกมือทักทายยิ้มๆ

“ใจทิพย์” ฤทธิ์ดีใจ
ฤทธิ์ขับมอเตอร์ไซด์โดยมีใจทิพย์ ซ้อนท้ายมาด้วยกัน ไปตามเส้นทางของชายหาด ใจทิพย์โอบเอวเขาไว้และซบหน้าลงกับแผ่นหลังของเขาอย่างมีความสุข ฤทธิ์ก็เช่นกัน ชีวิตเขาเปลี่ยนไปเมื่อมีเธอ

ฤทธิ์กับใจทิพย์เดินคุยกันบนชายหาด
“ฉันอยากรู้เรื่องของคุณ อยากรู้ว่าคุณเป็นใครกันแน่ เมื่อไหร่คุณจะบอกฉันสักที”
“คุณเคยสัญญากับผมแล้วนะใจทิพย์ ว่าคุณจะไม่ถามเรื่องนี้”
“อดีตของคุณมันเลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ ขนาดที่คุณต้องเก็บไว้เป็นความลับ”
“ผมแค่อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยไม่ต้องคิดถึงมัน ให้โอกาสผมเถอะนะใจทิพย์”
ใจทิพย์มองฤทธิ์อย่างลังเล แต่แล้วในเวลานั้นเองฤทธิ์ก็เหลือบไปเห็นผู้ชายสูงวัยคนหนึ่งท่าทางมอซอเหมือนนักดนตรีเพื่อชีวิตไว้หนวดสกปรก ยืนอยู่ที่แผงขายของชำ ชายคนนั้นคือลุงโจกำลังจิบเหล้าจากกระติกพกพลางจ้องมาที่เขา ขณะที่วัฒน์ชายหนุ่มอีกคนนั่งอยู่บนรถจี๊ปซึ่งเปิดประตูทิ้งไว้ และจ้องฤทธิ์ผ่านทางกระจกข้างโดยไม่สนว่าเขาจะรู้ตัวหรือไม่ อีกด้านหนึ่งยักษ์ชายร่างใหญ่ กำลังเล่นอยู่กับหมาแมวจรจัดแถวนั้น และชำเลืองมองมาที่ฤทธิ์อย่างเอาเรื่อง ฤทธิ์พบว่าเขากับใจทิพย์กำลังถูกล้อมโดยชายสามคนนี้ ใจทิพย์เห็นสีหน้าขอเขาแล้วสงสัย
“มีอะไรเหรอ”
“เราไปกันเถอะ”
ฤทธิ์รีบจูงมือใจทิพย์ไปจากที่นั่น

ฤทธิ์จูงมือใจทิพย์หนีมาในทางเดินแคบๆ ข้างอาคารเพื่อหวังจะหลบหนีการติดตาม
“ฤทธิ์นี่มันเกิดอะไรขึ้น คุณจะพาฉันไปไหน”
ฤทธิ์หยุดชะงัก ไม่ใช่เพราะคำพูดของใจทิพย์ แต่เป็นเพราะหญิงสาวท่าทางเย้ายวนคนหนึ่งยืนขวางทางอยู่ข้างหน้า เอมี่ยิ้มให้ฤทธิ์ด้วยแววตาที่มีเสน่ห์ แต่ฤทธิ์รู้สึกว่ามีความเหี้ยมโหดแฝงเร้นอยู่ ที่นี่อาจมีกับดัก เขาทำท่าจะจูงใจทิพย์กลับออกไป แต่วัฒน์ก็เดินนำลุงโจ กับยักษ์ตามเข้ามาเสียก่อน ฤทธิ์จ้องหน้าพวกมัน
“พวกแกต้องการอะไร”
“ผู้หมวดฤทธิ์ ราวี…ใช่นายรึเปล่า” วัฒน์ถาม
ใจทิพย์อึ้ง
“ผู้หมวด”
“มันเป็นอดีตไปแล้ว อย่ายุ่งกับฉัน”
วัฒน์ส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ ขณะเดียวกันเอมี่ก็เดินใกล้เข้ามาทางด้านหลังมากขึ้นเรื่อยๆ เธอยิ้มให้ใจทิพย์อย่างเหี้ยมๆ
“ฤทธิ์” ใจทิพย์ชักกลัว
เอมี่หยุดเดินเมื่อได้ตำแหน่งที่เหมาะสม ทันใดนั้นเองวัฒน์ และยักษ์ก็พร้อมใจกันเข้าไปเล่นงาน ฤทธิ์รีบผลักใจทิพย์ไปทางอื่น
“ใจทิพย์หลบ”
ใจทิพย์เซไปพิงกำแพง เฝ้ามองดูฤทธิ์ที่ต่อสู้กับยักษ์และวัฒน์ ก่อนจะมองไปลุงโจ ซึ่งยืนกอดอกดื่มเหล้าจากกระติกพกอยู่หน้าตาเฉย พอเห็นเธอมองอยู่ก็ยังชูกระติกเชื้อเชิญอีก เอมี่มองหน้าใจทิพย์อย่างเย้ยหยัน ก่อนจะมองไปที่วงต่อสู้ตามเดิม วัฒน์สู้ฤทธิ์ไม่ได้ จึงชักมีดออกมาทุ่นแรง ฤทธิ์ไม่ทันระวังเลยถูกมีดเฉี่ยวเข้าที่แขน ใจทิพย์ตกใจ
“ฤทธิ์”
ฤทธิ์ถีบวัฒน์จนเซไป ก่อนจะหันไปคว้ามือใจทิพย์เพื่อวิ่งหนี แต่เอมี่ชักปืนออกมาขู่เสียก่อน ทันใดนั้นเสียงกรณ์ดังขึ้น
“พอได้แล้วเอมี่”
กรณ์ปรากฏตัวขึ้นทางด้านหลังของเอมี่ แล้วเดินเข้ามาสมทบกับทุกคน ฤทธิ์ชะงัก
“กรณ์”
“ไม่เจอกันซะนานเลยนะเพื่อน”
กรณ์ว่าแล้วก็หันไปชกวัฒน์จนเซ มีดร่วงหลุดมือ
“หัวหน้า” วัฒน์อึ้ง
กรณ์ไม่พอใจ
“ฉันสั่งแล้วไง ว่าอย่าให้เขาบาดเจ็บ”
ใจทิพย์ได้แต่งุนงงว่ากรณ์กับพวกเป็นใคร ที่จริง...เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วด้วยว่าฤทธิ์เป็นใคร


กรณ์ขับรถมาจอดหน้าอาคารเช่า ฤทธิ์นั่งอยู่เบาะหลังกับใจทิพย์แขนฤทธิ์มีผ้าเช็ดหน้าพันแผลไว้
“นี่ถ้าไม่มีข่าวของแกลงหนังสือพิมพ์ ฉันก็คงไม่รู้หรอกว่าแกกบดานอยู่นี่”
“ฉันวางมือแล้ว”
“แต่ฉันเป็นหัวหน้าของแก คนที่อนุมัติให้แกอยู่หรือไป ก็คือฉัน” กรณ์ส่งซองเอกสารให้ “พรุ่งนี้รีบไปรายงานตัวแต่เช้า ไม่อย่างนั้นฉันจะถือว่าแก ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่”
ใจทิพย์ได้แต่งุนงง ในขณะที่ฤทธิ์ยังนั่งนิ่ง

ค่ำนั้น ฤทธิ์กำลังอาบน้ำ เขาเอื้อมมือไปลูบแผลที่ยังมีเลือดไหลไม่หยุด และเลือดที่ติดมือมาถูกน้ำชะไหลจนแดงฉานไปทั่วพื้น...ใจทิพย์กำลังนั่งสับสนลึกๆ ในใจ เธอเริ่มสงสัยที่มาของฤทธิ์จนอดใจไม่อยู่

ฤทธิ์อยู่ในห้องนอนเพิ่งเย็บแผลเสร็จ เขาใช้ผ้าก๊อซพันไว้บางๆแต่ระหว่างนั้นก็เหลือบเห็นใจทิพย์มายืนเงียบๆอยู่ที่หน้าประตูห้องซึ่งเปิดทิ้งไว้
“อย่าเพิ่งถาม ผมยังไม่พร้อม”
“แต่ฉันต้องรู้ให้ได้ คุณทำอะไรผิด ทำไมถึงไม่ยอมพูดเรื่องอดีตกับฉัน หรือว่าคุณไม่เชื่อใจฉัน...”
ฤทธิ์นิ่งไปนาน ใจทิพย์หมดความอดทนทำท่าจะเดินหนี แต่แล้วฤทธิ์ก็หลุดปากออกมา
“ผมฆ่าคน”
ใจทิพย์ชะงักหันมองกลับมา
“ผมเคยอยู่หน่วยล่าสังหาร ภารกิจของผมคือตามฆ่าพวกศัตรู”
เขาปวดร้าวใจ เมื่อระลึกถึงความหลัง หันมามองใจทิพย์

“เป้าหมายคนสุดท้ายของผม เป็นพ่อค้ายาเสพติดรายหนึ่ง”

อ่านต่อหน้า 2
นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 1 (ต่ิอ)

ฤทธิ์เล่าเรื่องในอดีตให้ใจทิพย์ฟัง...ในเวลานั้น ฤทธิ์ในชุดทหารบุกเข้ามาในบ้านของเป้าหมายพร้อมกับเพื่อนทหารอีกสองนาย และกราดยิงสมุนทุกคนที่ขวางทาง

พ่อค้ายาซึ่งเป็นเป้าหมายของฤทธิ์โผล่มาจากห้องนอนพร้อมอาวุธ และจะยิงใส่แต่ถูกฤทธิ์กราดยิงจนทรุดไปต่อหน้า
“ทีมของผมช่วยกันยิงเปิดทาง เพื่อให้ผมกับเพื่อนเข้าไปจัดการกับเป้าหมาย แต่ว่า...”
ทันใดนั้นเองเพื่อนทหารของฤทธิ์ ถูกยิงเข้าทางด้านหลังจนล้มไป เขารีบหันปืนไปเพื่อยิงตอบโต้ใส่คนร้าย…แต่แล้วก็ต้องชะงักไปเมื่อพบว่าคนที่ยิงเป็นเด็กสาวอายุแค่ 14-15 ปี แววตาดุดันของเธอเจิ่งนองไปด้วยน้ำตา เธอเหนี่ยวไกยิงใส่เขาอีกหลายนัด แต่ด้วยความไม่คุ้นมือกระสุนจึงพลาดเป้าหมาย ฤทธิ์ไม่มีทางเลือก เขายกปืนขึ้น และเหนี่ยวไกยิง
ฤทธิ์เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ใจทิพย์ฟังด้วยความหดหู่ใจ เขาน้ำตาคลอด้วยความโกรธตัวเอง
“ลูกสาวของพ่อค้ายาคนนั้น ยังมีชีวิตหลอกหลอนอยู่ในหัวใจของผม ไม่มีคืนไหนที่ผมนอนหลับ โดยไม่เห็นหน้าเธอ”
“แต่คุณทำไปเพราะหน้าที่ คุณทำเพื่อประเทศชาติอยู่นะ”
“ผมพยายามจะคิดแบบนั้น แต่ก็ทำไม่ได้ ทุกวันนี้ผมไม่กล้าจับปืนอีกเลย ผมต้องทิ้งทุกอย่างมาที่นี่ ก็เพราะอยากลืมเรื่องนี้”
มือฤทธิ์มีอาการสั่นขึ้นมาอีกครั้งเหมือนที่ใจทิพย์เคยเห็น เธอรีบรวบมือเขามากุมเอาไว้พูดอย่างอ่อนโยน
“คุณทำดีที่สุดแล้ว คุณเป็นคนมีเมตตานะฤทธิ์ เพราะแบบนี้…ฉันถึงได้รักคุณ”
ฤทธิ์มองใจทิพย์…
“ไม่มีใครทำถูกไปหมดทุกอย่าง แม้แต่ฉันหรือว่าคนอื่น คุณต้องให้อภัยตัวเอง…ต้องยกโทษให้ตัวเองบ้าง”
ฤทธิ์กลั้นน้ำตาไม่อยู่ เขากอดใจทิพย์แล้วร้องไห้ออกมา ใจทิพย์ลูบหลังปลอบเขาราวกับเด็กไร้เดียงสาคนหนึ่ง

ชินโดบาร์เป็นบาร์สไตล์เกาหลีของนายปาร์ก มีพนักงานสาวเต้นโชว์บนเวทีหน้าตาบ๊องแบ๊วเหมือนหลุดมาจาก MV ท่ามกลางลูกค้ามากมายหลายเชื้อชาติ แหลมซึ่งเพิ่งออกจากคุกเดินเข้ามาในร้าน ก่อนจะผ่านพนักงานการ์ดขึ้นบันไดไปยังชั้นบน
ในออฟฟิศชินโดบาร์ชั้นบน ปาร์กเช็ดปืนไปพลาง บ่นกับแหลมไปพลาง
“ติดคุกซะเพลินเลยนะไอ้แหลม อยู่ดีไม่ว่าดี ดันรับจ๊อบหาเด็กส่งให้ไอ้พวกค้ามนุษย์...สมน้ำหน้า”
แหลมยิ้มแหยๆ
“ งานนี้ผมโดนทั้งขึ้นทั้งล่องครับคุณปาร์ก รับรองว่าคงเข็ดไปอีกนาน”
ปาร์กมองขำๆ
“แล้วไอ้คนที่เล่นงานแก รู้รึยังว่ามันเป็นใคร”
“กำลังสืบอยู่ครับ ถ้าเจอเมื่อไหร่ ผมต้องแก้แค้นมันแน่”
“ยังไม่ใช่ตอนนี้ ตำรวจกำลังจับตาแกอยู่ แล้วอีกอย่าง…ฉันมีงานอื่นจะให้ช่วย”

เช้าวันต่อมา กรณ์เดินมาส่งลูกทีมที่นั่งโดยสารกันอยู่บนรถจี๊ปของยักษ์
“พวกนายกลับไปรอที่จุดนัด ได้ตัวฤทธิ์แล้วฉันจะรีบตามไป”
เอมี่ไม่มั่นใจ
“แน่ใจเหรอว่าเขาจะรับงาน”
“เดี๋ยวก็รู้”กรณ์บอกยิ้มๆ

ฤทธิ์นอนอยู่บนเตียง เขาฝันเห็นภาพเด็กสาวลูกพ่อค้ายายังคงถือปืนยิงใส่ฤทธิ์ แต่ภาพของเธอเหมือนกับค่อยๆเลือนหายไปในที่สุด ฤทธิ์ลืมตาตื่นขึ้น และหันมาดูใจทิพย์ที่นอนอยู่ข้างกาย แต่เธอไม่ได้อยู่ที่นั่น

ใจทิพย์ชื่นชมบรรยากาศยามเช้าอยู่ที่ระเบียง ฤทธิ์ตามมากอดเธอ
“ใจทิพย์”
“คะ”
“แต่งงานกับผมนะ”
ใจทิพย์หันมาอึ้ง
“หือ”
“ผมพูดจริงๆ”
“แต่เราเพิ่งรู้จักกันแค่…”
ฤทธิ์ยิ้ม
“ไม่ เราเคยเจอกันมาก่อน ผมรู้สึกอย่างนั้น”
ใจทิพย์นิ่งงันไปเพราะคำพูดนั้น…ก่อนที่น้ำตาจะเอ่อซึมออกมา
“ฉันก็เหมือนกัน ฉันรู้สึกแบบเดียวกับคุณ รู้สึกตั้งแต่วันแรก ที่เห็นคุณมาช่วยฉัน”
ใจทิพย์สวมกอดฤทธิ์เอาไว้

ฤทธิ์มาบอกคำตอบกับกรณ์ที่จุดนัดที่ชายหาด เขาส่งซองเอกสารคืนให้กรณ์
“ฉันมีเงื่อนไข”
“ว่ามาเลยเพื่อน”
“งานสุดท้าย...ฉันต้องการอยู่อย่างสันติ”
“ไม่เหมาะกับแกหรอกมั้ง”
“ฉันกำลังมีครอบครัว ขอร้องเถอะเพื่อน ให้จบสิ้นกันแค่นี้”

กรณ์นิ่งคิด
ภายในห้องโถงอาคารเช่า...ใจทิพย์วางโทรศัพท์มือถือที่ตั้งระบบถ่ายรูปอัตโนมัติเอาไว้ก่อนจะวิ่งมาหน้ากล้องเพื่อยืนเคียงข้างกับฤทธิ์ สักพักระบบก็ทำงาน

“ในที่สุดคุณก็ยอมถ่ายรูปซะที”

รูปถ่ายถูกปริ้นท์และนำมาใส่กรอบ ฤทธิ์แขวนรูปของเขากับใจทิพย์ไว้ใกล้ๆ รูปที่ใจทิพย์ถ่ายกับไอริณ และณัฐชา ทั้งตอนเด็กและตอนโต
“ไม่รู้เมื่อไหร่ผมจะได้เจอเพื่อนๆของคุณ”
“พี่น้องของฉันต่างหาก ไอริณกับณัฐชา พวกเขาต้องดีใจแน่ ถ้ารู้ว่าฉันจะแต่งงาน”
“แล้วคุณจะให้ใครเป็นเพื่อนเจ้าสาว”
ใจทิพย์ยิ้ม
“อันนี้ต้องขอคิดดูก่อน”
ฤทธิ์ยิ้มรับเศร้าๆ...อดไม่ได้ที่จะใจหายเมื่อต้องเดินทาง ใจทิพย์ก็เช่นกัน

บ่ายวันนั้น ใจทิพย์มาส่งฤทธิ์เพื่อขึ้นรถของกรณ์ที่จอดรอยู่หน้าอาคารเช่า
“แล้วผมจะรีบกลับ”
“ฉันจะรอค่ะ”
ฤทธิ์ดึงตัวใจทิพย์มาจูบที่หน้าผากเบาๆ ก่อนจะหิ้วสัมภาระไปที่รถของกรณ์ซึ่งยืนรออยู่
“ไม่ต้องห่วง ผมจะดูแลเขาเอง”
ใจทิพย์พยักหน้าให้กรณ์อย่างวางใจ รถของกรณ์แล่นจากไป ใจทิพย์มองตามฤทธิ์จนลับตา

ในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเอมี่ มาเปิดประตูให้ฤทธิ์กับกรณ์ ด้วยชุดที่ค่อนข้างยั่วยวนตามสไตล์ดอกไม้มรณะ ใครเชยชมเมื่อไหร่ตายเมื่อนั้น
“เอาล่ะ ได้เวลาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการซะทีนะ...นี่เอมี่ ลูกศิษย์ฉันเอง ตอนนี้เธอเป็นผู้ช่วยของฉัน”กรณ์บอกทุกคน
เอมี่ยิ้ม
“ในที่สุด พ่อรูปหล่อของเราก็มาจนได้”
กรณ์ปราม
“เลิกหื่นได้แล้วเอมี่ เพื่อนฉัน เขาจะแต่งงานแล้ว”
กรณ์เดินนำฤทธิ์เข้ามาในห้องซึ่งยักษ์ ลุงโจ และวัฒน์กำลังรออยู่ วัฒน์กำลังนั่งใช้มีดพกเฉือนผลไม้ทานแก้เซ็งกรณ์แนะนำ
“นั่นวัฒน์คนที่เชือดนายคราวก่อน เขาเป็นหน่วยกล้าตาย”
กรณ์ชี้ไปที่ลุงโจที่นังดวดเหล้าแต่หัววัน
“ส่วนลุงโจเป็นคนจัดการเรื่องระเบิด และนำทาง”
กรณ์บุ้ยหน้าไปที่ชายร่างใหญ่ที่กำลังนั่งเล็มหนวดตัวเองอยู่
“แล้วก็ยักษ์ เป็นหน่วยกล้าตายหมายเลขสอง คอยดูแลเรื่องพาหนะ...นี่ฤทธิ์เพื่อนเก่าของฉันเอง ใครมีอะไรจะถามมั้ย”
วัฒน์มองหน้าฤทธิ์
“เขาบอกว่านายใช้มีดเก่งกว่าปืน จริงรึเปล่า”
“ฉันไม่ถูกโรคกับปืน”
“ว่างๆขอลองวิชาหน่อยนะ พอดีฉันเองก็ชอบมีดเหมือนกัน”
ฤทธิ์มองแผลที่แขนตัวเอง
“ฉันจำได้”
กรณ์มองหาลูกน้องคนอื่นๆ
“คนอื่นล่ะ”
เอมี่มองอย่างเสียดาย
“คุณจะแต่งงานแล้วจริงๆเหรอ”
ฤทธิ์พยักหน้า
“เร็วๆนี้”
“แหม เสียดายจัง”
ลุงโจกับยักษ์หลิ่วตากันขำๆ ขณะที่วัฒน์มองเอมี่กับฤทธิ์อย่างไม่พอใจ
“เอาล่ะ ทีนี้ก็เริ่มประชุมกันซะที” กรณ์ชี้ “ลุงโจ หยุดดื่มได้แล้ว”
ลุงโจกระดกเหล้าที่เหลือ แล้วคว่ำแก้วเซ็งๆ

กรณ์กางแผนที่ลงบนเตียงซึ่งใช้แทนโต๊ะประชุม สมาชิกทั้งหมดมายืนรุมล้อมกัน
“เราจะเดินทางด้วยเรือไปถึงบริเวณนี้ จากนั้นค่อยเดินเท้าข้ามภูเขาลูกนี้ไป โรงงานของมันจะตั้งอยู่ในหุบเขา มีกำลังคนดูแลอยู่ไม่ต่ำกว่าสามสิบคน นอกนั้นเป็นเจ้าหน้าที่กับคนงาน...งานนี้พวกเราต้องปิดบังฐานะ ห้ามพกเอกสารบัตรอุปกรณ์สื่อสาร หรือสัมภาระใดๆ ที่ไม่ใช่อาวุธติดตัวไปเด็ดขาด ถ้าเกิดอะไรผิดพลาด ทางหน่วยงานของเราจะดูแลครอบครัวของพวกคุณเป็นอย่างดี ภารกิจเริ่มตอนรุ่งสางวันพรุ่งนี้...รับทราบ”
ทุกคนตอบพร้อมกัน
“รับทราบ”
กรณ์พยักหน้าอย่างพอใจ

ในห้องวีไอพีภัตตาคารดอกบัวขาว...มาวิน นักธุรกิจหนุ่ม กับแหลมนั่งดื่มกินกันอยู่ ก่อนที่ลูกน้องจะหิ้วกระเป๋าเอกสารมาวางแล้วกระซิบบอก
“เงินโอนเข้าบัญชีแล้วครับเจ้านาย”
มาวินยิ้มพอใจก่อนจะส่งกระเป๋าเอกสารให้แหลมที่รีบเปิดเช็คดูสินค้าข้างใน
“ฝากขอบใจคุณปาร์กเจ้านายแกด้วยนะไอ้แหลม ในฐานะที่เป็นลูกค้าขาประจำ”
แหลมยิ้มรับ
“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณมาวิน น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่าครับ เออ ว่าแต่ทำไมดูเหมือนสินค้าของคุณจะน้อยลงละครับ”
มาวินหนักใจ
“มีคนตัดหน้าฉัน ใครก็ไม่รู้มันกว้านซื้อทั้งยาทั้งสารตั้งต้นในการผลิต ไปจนเกือบหมดตลาด”
“สงสัยมันคงอยากลองดีมั้งครับคุณมาวิน ไม่ต้องห่วงครับ เจอตัวเมื่อไหร่ มันเละแน่”
“เออพูดดี ถ้างั้นคืนนี้เราฉลองกันให้เต็มที่ ฉันเลี้ยงแกเอง”

มาวินหัวเราะชอบใจ
บรรยากาศยามค่ำคืนภา
กำลังโหลดความคิดเห็น...