xs
sm
md
lg

สภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรณพีร์ ตอนที่ 1

เผยแพร่:

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรณพีร์ ตอนที่ 1

รณพีร์ในชุดนายทหารอากาศหล่อเหลา เพิ่งกลับมาจากกองบิน มีกระเป๋าหนังถือติดมือ วิ่งมาตามทาง เพื่อมาตามนัดในค่ำคืนวันศุกร์ กับบรรดาพี่ชายที่ห้องใต้โดมวังจุฑาเทพ

แต่ครั้นมาถึง ทั้งห้องกลับว่างเปล่า ไม่มีใคร ความคุ้นชินทำให้เขาหลงเลือนว่า บัดนี้ พี่ชายทั้งสี่ ต่างมีครอบครัวกันไปหมดแล้ว นายทหารอากาศรูปงามนึกไปถึงเรื่องราวในอดีต ตอนอยู่กันครบหน้าทั้ง 5 สิงห์ รณพีร์จดจำได้ว่า ธราธร นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ ยิ้มแย้มกับเขา
“ชายพีร์เป็นไงบ้างเรา เมื่อไหร่จะเลิกเป็นพ่อมาลัยลอยไปลอยมาสักที”
รัชชานนท์ถามกวนๆ
“น้องสะใภ้คนสุดท้องของจุฑาเทพอยู่ที่ไหนนะครับ ฉันอยากเห็น”
“คุณชายพีร์เคยรู้จักความรักมั้ยครับ” ปวรรุจเย้าแหย่ขำๆ
รณพีร์ทอดถอนใจ
“มันเป็นเรื่องยากสำหรับผมนะครับ ความรักมันเป็นอย่างไรครับ”
พวกพี่ๆนั่งพูดคุยกันเรื่องรักคืออะไร ทุกคนมีความสุข ที่ได้พูดถึงความรักของตัวเอง มีแต่รณพีร์คนเดียว หน้างงที่สุด เขาพูดอะไรกัน...ไม่รู้สึกมีส่วนร่วมด้วยเลย...
ปวรรุจ พูดถึงความรักกับเขาว่า...
“ความรักสำหรับพี่...พี่ว่าพี่เหมือนคนบ้า เวลาเขายิ้ม พี่ยิ้มกว่าเขาอีก แต่ถ้าเขาโกรธ พี่จะใจหายวูบเลย ในหัวคิดแต่ว่า ถ้าเขาโกรธเราไม่หาย เราต้องตายแน่ๆ”
“ส่วนความรักสำหรับพี่ เหมือนพี่...” รัชชานนท์นิ่ไปนิดคิดๆ “อืม...ไม่มีอะไรขาด ไม่มีอะไรเกินสำหรับคนอื่นอาจมากไป น้อยไป แต่คนนี้ มันพอดีไปหมด พอดีสำหรับเรา”
“หา...”
รณพีร์ทึ่งว่าขนาดนั้นเลยหรือ พุฒิภัทรพูดขึ้นบ้าง
“ของพี่”
รณพีร์หันมามองพี่ชายตาโต
“เฮ้ย...คุณหมอก็มีกับเขาด้วยหรือ”
“พี่เคยเชื่อในหลักเหตุผล แต่ความรักเป็นเรื่องเดียวที่หาเหตุผลไม่ได้”
“โห”
รณพีร์มองไปทีละคน พี่ชายทั้งสี่ยังนั่งยิ้ม ตาเคลิ้ม เมื่อคิดถึงคนรักของตน รณพีร์เป็นคนเดียวในห้องที่หน้ายุ่งต่อไป

“รณพีร์ที่ควรจะรู้จักความรักมากที่สุด กลายเป็นคนไม่รู้อะไรหรือนี่ แย่แล้ว” รณพีร์พึมพำออกมา ยามนี้ชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์รู้สึกเหมือนโดนลูบคม เสียเหลี่ยมเป็นอย่างยิ่ง เมื่อตั้งสติได้ว่าเวลานี้เขาอยู่ตามลำพัง จึงพูดเสียงดังกับตัวเอง
“กระผม เรืออากาศโท ม.ร.ว. รณพีร์ จุฑาเทพ ขออนุญาตไปเที่ยวคนเดียวก็ได้ครับ”

แหล่งบันเทิงยามค่ำคืน ในร้านโลลิตา...นักท่องราตรีเต้นรำกันอย่างสนุกสนานกับวงดนตรี นักร้องร้องเพลงฝรั่ง รณพีร์เดินนำกัปตันเข้ามานั่ง ด้วยคุ้นเคยกับสถานที่นี้ดีอยู่ รณพีร์หลับตา พยายามทำใจให้สบาย แต่แล้วคำพูดของธราธรก็แทรกเข้ามาอีก
‘ความรักสำหรับพี่นะ ไม่เหมือนตกหลุมแบบที่เขาพูดๆกัน แต่มันเหมือนอืม...จู่ๆก็มีดอกไม้บานขึ้นรอบๆตัวเรา บานทุกๆครั้งที่เขาปรากฏตัว’
รณพีร์ลืมตาดู เห็นหน้าสาวคนหนึ่งแล้วนิ่วหน้า
“มันยังไม่ใช่”
รณพีร์หันไปจับหน้าสาวคนอื่นบ้าง จับหน้าทีละคน
“นี่ ก็ไม่ใช่...นี่ก็ยังไม่ใช่”
กัปตันมองรณพีร์งงๆว่าเป็นอะไรไป แล้วเขาก็มองตามเสียงฮู้วของชายหนุ่มแถวๆเวทีนักดนตรี ผู้หญิงที่เป็นนักร้องของโลลิต้าขึ้นมาร้องเพลง หนุ่มๆกรูกันเข้าไปที่ข้างเวที ชงโคนักร้องคนสวยเริ่มร้องเพลงมองอะไร กัปตันสกุลตลาเข้ามาต้อนรับรณพีร์
“สวัสดีครับคุณชายพีร์ วันนี้เพื่อนคุณชายมากันหลายคนเลยนะครับ อยู่ด้านหน้าฟอร์นะครับ”
“กัปตันสกุลสบายดีนะครับ”
“เชิญครับๆ คุณชาย”
หมวดก้อหันมาเห็นรีบชวน
“สวัสดีครับพี่พีร์นั่งด้วยกัน นั่งด้วยกัน นั่งเลยคุณชายมุมนี้น่าจะเหมาะ ทางหญิงผ่านคุณชาย”
รณพีร์นั่งมองนักเต้นสาว เต้นไปหันมามองรณพีร์ สองสาวนั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆวิจารณ์ความหล่อของเขา อีกสาวเดินเหล่มามอง แล้วเดินไปหาเพื่อนที่นัดไว้ ส่วนสาวอีกคนเดินมากระซิบรณพีร์ยิ้มๆแล้วเดินกลับไป
บนเวทีชงโคขึ้นร้องเพลงมองอะไร กลุ่มเพื่อนๆชวนรณพีร์ดู ชงโคร้องเต้นสนุกสนาน เขาเริ่มถูกใจ...อีกมุมมีหนุ่มขี้เมาสามคนเริ่มเข้าไปลวนลาม
“เหนื่อยมั้ยจ๊ะ มานั่งพักในใจพี่มั้ยคะ”
นักเที่ยวขี้เมาลวนลามจับมือ ชงโคพยายามสะบัดอย่างสุภาพ นักเที่ยวเริ่มลวนลามนักขึ้น รณพีร์ลุกขึ้น
“คุณครับกรุณาสุภาพกับสุภาพสตรีหน่อยมั้ยครับ”
นักเที่ยวผลักอกรณพีร์
“มึงเป็นใครวะ มายุ่งอะไรด้วยผู้หญิงคนนี้ของกู”
นักเที่ยวขยับจะลวนลามอีก รณพีร์เข้าขวาง นักเที่ยวสะบัดมือหลุดและเรียกเพื่อนอีก 2 คนเข้ามารุม ผู้คนเริ่มแตกตื่น กลุ่มเพื่อนรณพีร์จะขยับช่วย หมวดคึ้ดห้าม
“ไอ้เต้ย มึงอย่าไปเดี๋ยวมัยตาย”
หมวดก้อยิ้มๆ
“ปล่ยพี่พีร์เขาเถอะ”
กลุ่มเพื่อนนั่งดูอย่างสบายใจ รณพีร์ซัดสามคนหมอบ กัปตันสกุลตลา บ๋อย พนักงาน ช่วยลากนักเที่ยวขี้เมาสามคนออกไป กัปตันสกุลตลาหันมาบอกแขก
“ไม่มีอะไรแล้วครับทุกคน เรามาสนุกกับเสียงเพลงกันต่อดีกว่านะครับ...เริ่มต่อได้เลย”
ชงโคร้องเพลงมองอะไร ส่งสายตามองขอบคุณรณพีร์ที่กำลังกลับไปที่โต๊ะ บรรยากาศสนุกสนาน

วันใหม่...รณพีร์กับชงโคนั่งอยู่ในร้านอาหารบรรยากาศโรแมนติก ทั้งสองทานข้าวนั่งมองหน้ากันอย่างหลงใหล
“คุณนี่สวยจังเลยนะครับ ยิ่งมองยิ่งสวย”
“เขาว่ากันว่า วังของคุณชายใหญ่โตมาก เรากินข้าวเสร็จไปเที่ยววังของคุณชายกันไหมคะ”
รณพีร์ชะงัก หมดอารมณ์โรแมนติก เสไปกินน้ำ แล้วหาทางออกไปที่จานอาหาร
“กุ้งนี่ตัวใหญ่จังเลย ผมแกะให้ดีไหมครับ”

อีกวัน...ในสวนสาธารณะ รณพีร์อารมณ์ดีมีความสุขได้อยู่กับสาวสวย
“เขาว่ากันว่า ห้าสิงห์จุฑาเทพ ไม่ได้หน้าตาดีอย่างเดียว หน้าที่การงานก็ดี ร่ำรวยทุกคน โดยเฉพาะพี่ชายของคุณชายเป็นเจ้าของห้างหยกฟ้าด้วยใช่ไหมคะ ชงโคอยากเห็นพี่ๆของคุณค่ะ”
รณพีร์ยิ้มๆ อยู่หน้าเหี่ยว เซ็ง

“อ้อ...ครับ ได้สิครับ”
ร้านโลลิต้ายามค่ำคืน...วงดนตรีบนเวทีร้องเพลงช้า What a wonderful World คู่เต้นรณพีร์ ชงโค และคู่อื่นๆ สโลซบในอารมณ์รักโรแมนติก

“คุณชายคะ”
“มีอะไรครับ”
“ถ้าสมมุติชงโคได้แต่งงานกับคุณชาย ชงโคจะได้เป็นหม่อมไหมคะ พ่อแม่ชงโคจะได้เข้าไปอยู่ในวังไหม ชงโคไม่อยากร้องเพลงแล้ว เป็นหม่อมของคุณชายไม่ต้องร้องเพลงก็ได้ใช่ไหมคะ”
เพลงจบพอดี คราวนี้รณพีร์ ยิ้มกว้าง ปล่อยมือจากชงโคออกมายืนประจันหน้า บอกอย่างสุภาพด้วยรอยยิ้ม
“หม่อมนี่ต้องเป็นชายา หรือภรรยาหม่อมเจ้านะครับ ถ้าน้องชงโคคนงามอยากเป็นหม่อมต้องไปเป็นเมียของหม่อมเจ้าครับ ไม่ใช่หม่อมราชวงศ์อย่างผม”
รณพีร์โค้งหัวให้แล้วยิ้ม แล้วหน้าบึ้งเดินจากไปเลย ชงโคหน้าเหวอ
“เอ้าคุณชายไปไหนคะ คุณชาย”
ชงโคยืนงงว่าพูดผิดตรงไหน

รณพีร์เล่าเรื่องชงโคให้พี่ชายฟัง ธราธรกับพุฒิภัทรหัวเราะร่วน
“ที่ชายพีร์เล่ามาทั้งหมด สรุปว่าจบเหมือนเคย ไม่มีใครฝ่าด่าน หัวใจของชายพีร์ได้” ธราธรสรุป
รณพีร์ถอนใจบาๆ
“ก็มันน่าเบื่อจริงๆนี่ครับ ถ้าเป็นพวกลูกสาวผู้ดี ก็เงียบ อายเขิน เหมือนตุ๊กตาที่ตั้งเอาไว้เฉยๆ อยู่ด้วยเกินสามครั้งมันก็ไม่ไหวนะครับพี่ชายใหญ่ ถ้าเป็นพวกเปิ๊ดสะก๊าดหน่อย ก็เหมือนยายชงโคนี่แหละครับ อยากเป็นหม่อมอยู่วัง เหมือนๆกันหมด”
“ชายพีร์ไม่มีคนรักเป็นตัวเป็นตน อืม...” พุฒิภัทรนิ่งคิด “คงไม่ดีนัก”
ทั้งสามชะงัก รู้ทันทีว่าคือเรื่องอะไร ขณะเดียวกันนั้นแจ๋วเข้ามาในห้อง
“คุณชายรณพีร์ขา หม่อมท่านให้มาเรียนเชิญค่ะ”
ทั้งสามเครียดทันที
“แย่แล้ว!”
รณพีร์กังวลขึ้นมาทันที

รณพีร์ ย่าอ่อน หม่อมเอียด นั่งคุยกันที่โถงวังจุฑาเทพ
“เรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อคืน ย่านอนหลับ...ฝันดีมาก ฝันถึงนางฟ้า” ย่าอ่อนพูดขึ้น
“นางฟ้า อะไรเหรอครับ นางฟ้าตกสวรรค์เหรอ”
ย่าอ่อนหยิกที่น่อง รณพีร์ร้องโอ๊ย ถดหนีอย่างกะล่อน
“นางฟ้าจริงๆ”
ย่าอ่อนนึกถึงภาพในฝัน...รณพีร์อยู่ในชุดสูทขาวยืนเท่อยู่ท่ามกลางฉากสีขาว จู่ๆ วิไลรัมภาในชุดนางฟ้าลอยมาแล้วตกลงมาในอ้อมกอดของเขารณพีร์หันไปรับไว้ได้ หน้าของย่าอ่อนยิ้มเคลิ้มกับฝันตนเอง มาก
“ฝันอันนี้เป็นลางบอกเหตุว่า เบื้องบนจะประทานนางฟ้ามาเป็นหลานสะใภ้ของย่า”
“ผมจะไปหานางฟ้ามาทำไมอีก ผมมีย่าอ่อนกับย่าเอียด ก็เหมือนนางฟ้าของผมแล้ว”
รณพีร์ทำท่าจะนอนตักย่าอ่อน ประจบตามสไตล์
“นี่อย่าเพิ่ง อย่าเพิ่งทำเป็นเล่น”
ย่าอ่อนกระถดหนีหัวรณพีร์กระแทกเปรี้ยงลงบนพื้นเบาๆ ร้องโอ๊ย ย่าอ่อนหันไปหาหม่อมเอียด
“คุณพี่ขา ฝันลางดีแบบนี้แปลว่า ชายพีร์กำลังจะได้ออกเรือนเหมือนกับพี่คนอื่นๆนะคะ”
หม่อมเอียดคิดตาม...
“ก็คุณย่าบอกเอง คู่ของผมเป็นนางฟ้า เราจะไปหานางฟ้ามาจากไหนล่ะครับ”
รณพีร์หันไปหยิบขนมมาใส่ปาก ไม่ค่อยสนใจ สบายๆเหมือนเคย
"ก็หนูวิไลรัมภาไงเล่า” ย่าอ่อนโพล่งออกมา
รณพีร์สำลักขนม ไอแค่กๆ
“ใช่...หม่อมหลวงวิไลรัมภา เทวพรหม” หม่อมเอียดคิดตาม สนใจมาก
ย่าอ่อนเสริม
“ชื่อของเธอแปลว่านางฟ้าไงคะคุณพี่ นางฟ้าในฝันของน้องประพิมพ์ ประพาย คล้ายหนูวิไลรัมภาจริงๆค่ะ”
หม่อมเอียดมองหน้ารณพีร์
“ที่จริงถ้าชายพีร์แต่งงานกับวิไลรัมภาเร็วๆนี้ก็ดีเหมือนกัน ย่าจะได้ตายตาหลับ สัญญาระหว่างเทวพรหมและจุฑาเทพ จะได้จบสิ้น...ตั้งแต่ท่านชายวิช พ่อของเราตายไป ย่าต้องเลี้ยงดูเราทั้งห้าคน ถึงตอนนี้แต่ละคนมีงานมีการ กำลังจะมีเหย้ามีเรือน ที่เหลือสุดท้ายก็คือคำสัญญาข้อนี้แหละ”
ย่าอ่อนตัดบท
“เสาร์อาทิตย์นี้ เราเชิญคุณชายเทวพันธ์กับ หนูรัมภามาทานข้าว คุยกันเรื่องงานแต่งงานดีไหมคะคุณพี่”
หม่อมเอียดพยักหน้าเห็นดีด้วย
“ก็ดีนะ ย่าออกจะเบื่อเรื่องเที่ยวเตร่ของชายพีร์เต็มทน แต่งงานไปเสีย จะได้เป็นผู้ใหญ่ขึ้น”
รณพีร์ลุกขึ้น หน้าตาตื่น เสียงดังมาก แสร้งมองนาฬิกา
“โอ๊ะๆ โอ๊ย ตายแล้วครับ หม่อมย่า”
หม่อมเอียดหน้าตื่นตกใจ
“อะไรกันชายพีร์ ตายอะไร ใครตาย”
ย่าอ่อนกับหม่อมเอียด จับอกตกใจ
“เข้าเวร...ผมต้องไปเข้าเวร เพิ่งนึกออก วันนี้มีประชุมกับผู้การด้วย แย่แล้วไอ้พีร์ กราบลาครับหม่อมย่า ลานะครับคนสวย”
รณพีร์หอมแก้มย่าอ่อน วิ่งหายไปทันที หม่อมเอียดส่ายหน้าระอา
“กะล่อนนัก มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก ถ้าฉันเอาเธอไม่อยู่นะชายพีร์ เขาคงไม่เรียกฉันว่านางสิงห์แห่งจุฑาเทพหรอก”
สีหน้าหม่อมเอียดหมายมาด
“แปลว่าคุณพี่เห็นด้วยกับฝันบอกเหตุของดิฉันใช่ไหมคะ”
หม่อมเอียดพยักหน้า
“ถึงเวลาที่เราต้องจัดการชายพีร์อย่างจริงจัง เราพลาดการเป็นทองแผ่นเดียวกันของสองตระกูลมาถึงสี่ครั้ง สี่คู่ เราจะพลาดไม่ได้อีก ชายพีร์ต้องแต่งงานกับวิไลรัมภาเท่านั้น”

ย่าอ่อนพยักหน้าเห็นด้วย หมายมาดไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
วันใหม่...เครื่องบินจอดเรียงรายที่ฐาน นายทหารช่างและทหารที่เกี่ยวข้องกำลังเตรียมตรวจเครื่องบิน เพื่อนำเครื่องขึ้น ตราของเครื่องบินเป็นเสือสง่างาม ขันติกับกำพลรอดูอยู่ที่ศูนย์ควบคุม ดูการฝึกบินประจำวันของรณพีร์ ทั้งสองนึกถึงคำพูดของรณพีร์ที่สอนพวกเขา

‘การได้เป็นนักบินขับไล่ไอพ่น F86F สังกัดกองบิน 1 แห่งกองทัพอากาศไทย ถือเป็นเกียรติสูงสุดของชีวิตชายชาติทหาร’
รณพีร์ สวมเรย์แบนเดินผ่านพระอาทิตย์ตก เท่สุดๆมาในชุดนักบิน ขันติยิ้มชื่นชม
“พี่พีร์เท่สุดๆไปเลยว่ะ”
ไม่นานนักเครื่องบินอยู่บนท้องฟ้า...รณพีร์ขับอย่างมั่นใจ

รณพีร์เดินนำ กำพลกับขันติ สองหนุ่มมานั่งห้องพักผ่อนนักบิน รณพีร์ถือเอกสารชาร์ทการบิน 2 อัน ข้อสอบที่ขันติกับกำพลเพิ่งส่งให้มาดูด้วย สองหนุ่มลุ้นว่า รณพีร์จะตอบว่าไง
“เป็นไงครับพี่ เราสองคนสอบผ่านข้อเขียนของพี่หรือเปล่า” ขันติถาม
“ผ่านคนหนึ่ง”
กำพลลุ้นๆ
“ใครครับ”
“กำพลผ่าน ขันติ ไม่ผ่าน”
กำพลยิ้ม ขันติเซ็ง

รณพีร์กับกำพลเดินคุยกันมาที่จอดรถ กำพลบอกอย่างดีใจ
“อย่างนี้ผมก็ได้ขับ Jax แล้วซิครับ”
รถสองคันจอดอยู่ จากัวร์สวยเท่หรูของรณพีร์กับรถเก่าของกำพล รณพีร์หยิบกุญแจรถโยนให้กำพล
“เอ้า...เอาไป อาทิตย์หนึ่งตามสัญญา”
กำพลดีใจสุดๆ
“ได้ขี่จากัวร์แล้วโว้ย ขอบคุณครับ ไปล่ะไอ้ขันแตก”
ขันติวิ่งตามมา
“เฮ้ยกูไปด้วย”
ทั้งสองจะรีบไปขึ้นรถ กำพลนึกอะไรได้หยิบกุญแจยื่นให้รณพีร์
“นี่กุญแจรถผมครับ เผื่อพี่พีร์จะไปไหน”
รณพีร์ชี้ไปที่รถ
“ไอ้แก่ของแกเนี่ยนะ”
“เอ๊า...เครื่องมันยังดีอยู่นะพี่ เอาน่า เผื่อไว้”
กำพละกำลังจะเดินออก ขันติตะโกน
“เฮ้ยๆรอกูด้วยโว้ย”

รณพีร์จะออกจากห้องพักเห็นพิมพรรณกับไฉไล เดินสวนเข้ามา ไฉไลมองรณพีร์เคลิบเคลิ้ม
“คุณพิมพรรณ คุณไฉไล มาพบยอดยศหรือครับ”
”ฉันมาพบคุณชายค่ะ ต้องการคุยกับคุณ”
พิมพรรณแค่เริ่มก็น้ำตาคลอแล้ว รณพีร์เป็นห่วง
“มีเรื่องอะไรครับ นั่งก่อนซิครับ”
พิมพรรณมองไปที่รูปของสามเสืออากาศในชุดนักบินกอดคอกันที่ตั้งอยู่ที่โต๊ะ รณพีร์ ชัชวีร์และยอดยศ พิมพรรณมองเศร้าๆ
“คุณชายรณพีร์ คุณชัชวีร์และคุณยอดยศ เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียน พวกคุณรักกันมาก”
“มีอะไรให้ผมช่วยก็บอกมาเถอะครับ”
พิมพรรณร้องไห้โฮออกมา พูดออกมาไม่ได้ ส่ายหน้าน้ำตาร่วงอยู่ตรงนั้น รณพีร์ตกใจ
“นี่มันอะไรกันครับคุณไฉไล”
ไฉไลแฉแหลก
“คุณยอดยศน่ะค่ะ หมั้นกับคุณพิมแล้วแท้ๆ ยังนอกใจไปมีคนอื่น”
รณพีร์ชะงัก
“คนอื่นที่ว่าใครครับ”
“ยิ่งพูดยิ่งแค้น ดาราหนังชื่อเพียงขวัญน่ะค่ะ ผู้หญิงเต้นกินรำกิน ไปคว้ามาได้ยังไง เทียบกับลูกสาวนายพลอย่างพิมไม่ได้สักนิด”
รณพีร์อึ้งๆ
“นี่เรื่องจริงหรือครับ ผมไม่รู้เรื่องเลยนะเนี่ย”
พิมพรรณน้ำตาไหลอาบแก้ม
“มีคนเห็นพี่ยอดไปเฝ้าแม่ดาราคนนี้ที่กองถ่ายหลายครั้งแล้ว พอพิมถามเธอก็โกรธ หาว่าพิมจับผิด”
“ไปเฝ้าที่กองถ่ายเลยหรือครับ มิน่า หายหน้าไป...ไม่เจอเลย”
“คุณชายพีร์ ช่วยพูดกับพี่ยอดทีนะคะ พี่ยอดรักและสนิทกับคุณชายมาก ถ้าคุณพูดกับเธอ เตือนสติเธอ พี่ยอดต้องฟังคุณแน่ๆ”
รณพีร์ชะงักไปนิด
“ผมน่ะหรือครับ”
พิมพรรณแววตาวิงวอน
“ค่ะ...เห็นใจพิมเถอะนะคะ ทุกวันนี้พิมกินไม่ได้นอนไม่หลับ พ่อแม่ก็เอาแต่ถามเรื่องแต่งงาน พิมไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้วจริงๆ ฮือๆ”

พิมพรรณร้องไห้อย่างหนัก ไฉไลต้องไปกอด รณพีร์มองอย่างสงสารพิมพรรณ
วันใหม่...รณพีร์ขับรถของกำพลไปที่บ้านพักอุทยานในป่า ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เมื่อจอดรถที่ลานขอดรถแล้ว เขาเดินตามแนวน้ำตก เห็นทีมงานย้ายไฟ นักแสดงสมทบเดินสายไฟมา

ฉากในกองถ่ายภาพยนตร์ในป่า มีสระอโนดาตสวยงาม ดูเป็นหนังแฟนซี รณพีร์เดินเข้ามาในบรรยากาศโรงถ่ายวุ่นวายเตรียมถ่ายฉากสำคัญ

ผู้กำกับชนะ กับทีมงานเตรียมตัว ส่วนเพ้งนอนหลับกรนคร่อกอยู่ที่เก้าอี้ห่างไป ชนะออกคำสั่ง
“เอาล่ะนะ พร้อมไหมทุกคน กล้องพร้อมไหม ไฟพร้อมไหม ไอ้ชาติดูเครื่องชักรอกกูดีๆนะ อย่าพลาดนะ เอาล่ะ กล้องพร้อม...แอคชั่น”
รณพีร์เดินมาถึง ขนนกสีทองอันหนึ่งไร้ที่มาใดๆจู่ๆ ลอยจากฟ้าลงมาโดนที่เสื้อ เขาหยิบขนนกดู รณพีร์มองตามขึ้นไปข้างบน เพียงขวัญในชุดกินรีสีขาวทองติดสลิงสวยงามราวกับนางฟ้าลอยตัวสวยงามลงมาราวกับนกร่อนช้าๆลงมา จนมาอยู่เหนือหัวของรณพีร์ ทั้งสองประจันสายตา เพราะสลิงมาค้างเอาตรงนี้...รณพีร์ เกิดเคมีในร่างกายบางอย่าง จนร้อนไปทั้งตัวเมื่อสบตากับเธอ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับเพียงขวัญ ที่รู้สึกเช่นเดียวกัน
“นางฟ้า” รณพีร์พึมพำ
คนทำชักรอกวุ่นวายกับเครื่องหน้าตาประหลาดของตน
“เฮ้ย สลิงค้าง”
คนชักรอกเข้าไปกดๆ จับๆ ที่เครื่องหน้าตาประหลาดแบบไทยประดิษฐ์วุ่นวาย ชนะวิ่งไปที่เครื่องชักรอกของตัวเอง
“เฮ้ย...ให้มันลงไปที่สระอโนดาตสิวะ ค้างอยู่ตรงนั้นได้ไง โธ่โว้ยก็ปุ่มนี้ไงเล่า บอกให้หมุนเส้นนี้เส้นนี้”
เสียงครืนดังขึ้น ตามด้วยเสียงร้องวี้ดจากทีมงานดังขึ้น เพ้งสะดุ้งตื่นทันที
“เฮ้ย”
ร่างของเพียงขวัญถลาอย่างรวดเร็วจากที่ค้างอยู่เข้าไปกอดรณพีร์ เพียงขวัญอยู่บนตัวเขาพอดี ทั้งสองตกใจ รณพีร์มองหน้าเพียงขวัญใกล้ๆ ยิ่งดูยิ่งสวยถึงกับรำพึงออกมา
“นางฟ้า”
เพียงขวัญงงไม่เข้าใจคำพูด แต่เข้าใจสายตาที่มองมา ได้แต่เขิน ก้มหน้า แล้วนึกได้ว่าอยู่บนตัวรณพีร์
“ขอโทษค่ะ ปล่อยฉันลงได้แล้วค่ะ”
เพียงขวัญพยายามลุกอย่างยากลำบาก เพราะชุดและสายสลิงที่ติดตัวอยู่
“ผมช่วยครับ”
รณพีร์ช่วยจับแต่เพียงขวัญปัดมือ สะบัดออกเหมือนรังเกียจ แต่จริงๆคืออายและหวงตัว
“ไม่ต้องค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ”
รณพีร์ตกใจ รีบดึงมือตัวเองออก อย่างเกรงใจ
“ขอโทษครับ”
ทั้งสองยืนขึ้นได้ รณพีร์อยากสานต่อด้วยการแนะนำตัว
“คือผม...”
ชนะวิ่งเข้ามาขวางกลางทันที โวยใส่รณพีร์
“คุณเข้ามาได้ยังไง กองถ่ายกำลังทำงานนะครับ”
ผู้ช่วยเข้าไปกันรณพีร์ให้ออกห่างไปจากเพียงขวัญ
“คนที่ไม่เกี่ยวข้องเชิญออกไปก่อนครับ เชิญทางนี้ครับ”
ชนะพาเพียงขวัญไปกองใหญ่ ผู้ช่วยลากรณพีร์ที่มองเพียงขวัญอย่างอาลัยอาวรณ์ออกไป
“หนูเป็นยังไงบ้าง บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ผมขอโทษนะครับ...โฮ้ยมันเป็นอย่างนี้ได้ยังไงกันเนี่ย”

รณพีร์ถูกกันออกมายืนข้างบงกชที่แต่งตัวคล้ายเพียงขวัญ เตรียมเล่นเป็นกินรีพี่สาวเพียงขวัญ เตรียมเข้าฉากอยู่ สายตารณพีร์ยังมองแต่เพียงขวัญไม่วางตา ผู้ช่วยกำชับรณพีร์
“รอตรงนี้นะครับ ห้ามเข้าไปยุ่งใน set อีกเด็ดขาด ห้ามเด็ดขาดนะครับเข้าใจไหม”
ผู้ช่วยวิ่งกลับไปวุ่นกับเพียงขวัญ บงกชอิจฉาริษยาเพียงขวัญที่ได้ตำแหน่งนางเอกไป ระบายอารมณ์ให้รณพีร์ฟังทันที เธอเดินเข้ามาข้างๆเขา
“ฮึ...ผิดคิวหน่อยเดียว วุ่นทั้งกอง ก็อย่างว่าล่ะนะ นางเอกคนสวยเจ็บขึ้นมา ผู้อำนวยการ ผู้กำกับ เห็นทีจะกินข้าวไม่ลง”
รณพีร์งงๆ
“อะไรนะครับ”
“คุณมาทำอะไรแถวนี้คะ”
“ผมมาหาคน เอ้อ...ไม่ทราบรู้จักยอดยศไหมครับ”
“อ๋อ คนที่เป็นนักบิน คุณเป็นนักบินด้วยหรือคะ”
“ครับ ผมชื่อ เอ้อ...พีร์ครับ”
“ดิฉันชื่อบงกช เคยดูหนังฉันไหมคะ”
รณพีร์ไม่คุ้น แต่แสร้งว่ารู้จัก
“อ๋อ...เอ่อ...ครับ”
บงกชพยักหน้าเข้าใจ ดูเป็นคนมีไมตรี
“คุณยอดยศมาทุกวัน ทุกคนในกองรู้จักดี คุณไปรอตรงโน้นกับฉันก็ได้ค่ะ”

บงกชเดินนำไป รณพีร์เดินตาม ตามองเพียงขวัญตลอด

อ่านต่อหน้า 2
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรณพีร์ ตอนที่ 1 (ต่อ)

ทั้งสองเข้ามานั่งพัก รณพีร์มองไปเห็นเพ้งและชนะ ยังห้อมล้อมเพียงขวัญอยู่ ผู้ช่วยชายคนหนึ่งกำลังพยายามแกะสลิงออกจากตัวของเพียงขวัญ แต่เงื่อนที่ผูกติดหลังมันซับซ้อนมาก แกะยากเย็น บงกชเซ็งมาก

“ฮึ...ป่านนี้ยังไม่เสร็จเรื่อง วันนี้คงไม่ได้สักฉาก”
“นั่นนางเอกหรือครับ สวยดีนะครับ”
“สวยสิคะ สวยมากจนผู้ชายวุ่นทั้งกอง คนเสื้อลายนั่นเสี่ยเพ้งเจ้าของหนังทำท่าจะเลื่อนเจ้าหล่อนจากนางเอก ขึ้นเป็นเมียผู้อำนวยการอยู่รอมร่อ”
เสี่ยเพ้งโวยวายชนะเรื่องสลิงไม่หยุด รณพีร์มองตาม นิ่วหน้าว่าเพ้งเนี่ยนะ
“แต่พวกช่างไฟที่ไปส่ง เขาว่าแม่นางเอกหน้าใสน่ะ อยู่บ้านเดียวกับคุณชนะผู้กำกับ มิน่า จากดาวรุ่งกลายเป็นนางเอกชั่วข้ามคืนเพราะย้ายบ้านไปอยู่รวมกับผู้กำกับนี่เอง”
รณพีร์เลื่อนสายตาไปมองชนะ ยิ่งนิ่วหน้าอีก
“เฮอะ ผู้หญิงสมัยนี้ ใครมีเงิน มีผลประโยชน์ให้ก็ไปทั้งนั้น เพื่อนคุณ คุณยอดยศก็ เป็นลูกนายพลใช่ไหมคะ ตาสีตาสาคนธรรมดายายเพียงขวัญไม่สนหรอกค่ะ”
รณพีร์อึ้งไป
“เพียงขวัญ”
“นักบินอย่างคุณยอดยศคงไม่ถึงกับมาช่วยยกฉากหรอกค่ะ เธอมาติดแม่ดาราคนนี้ คุณไม่ทราบหรือคะ”
รณพีร์ลุกขึ้น บงกชแปลกใจ
“เอ้า...ทำไมคะ จะกลับแล้วหรือคะ”
รณพีร์ขบกราม บงกชมองไปเห็น
“เอ้า คุณยอดยศมาพอดี”
ยอดยศเดินถือถุงขนมนมเนยมา รณพีร์เรียก
“เฮ้ย ไอ้ยอด”
ยอดยศมองภาพตรงหน้า เพียงขวัญถูกล้อม ตกใจมาก ทำขนมหล่นพื้น ไม่เห็นรณพีร์ ไม่เห็นใครทั้งนั้น
“คุณเพียงขวัญ เป็นอะไรไป”
ยอดยศวิ่งผ่านหน้ารณพีร์ไปหาเพียงขวัญไปล้อมนางเอกอีกคน รณพีร์งงที่ยอดยศไม่เห็นตน
“ไอ้ยอด”

ช่างกล้องทยอยเก็บกล้อง ยอดยศแทรกทุกคนเข้าไปล้อมเพียงขวัญเช่นเดียวกับเพ้งและชนะ ยอดยศเขาถามอย่างเป็นห่วง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับนี่”
ชนะหันมาบอก
“คุณเพียงขวัญตกจากเครื่องชักรอกน่ะ”
เพ้งโวยวาย
“บอกลื้อหลายหนแล้ว ให้ถ่ายแบบธรรมดา ใช้มุมกล้องซ้อนเอาเหมือนคนอื่นเขาก็ได้”
ชนะจ๋อยๆ
“ผมกำลังประดิษฐ์เครื่องมือแบบโขนชักรอก ถ้าผมทำได้จะเป็นของใหม่สำหรับวงการภาพยนตร์ไทยบ้านเราเลยนะครับ”
“หนังคราวที่แล้วก็ทำอั๊วเจ๊งไปรอบหนึ่งแล้ว ก็เพราะไอ้เครื่องมือพวกนี้”
เพียงขวัญแทรกขึ้น
“เสี่ยคะ ถ้าตัวกินรี นางเอกเรื่องนี้ลอยได้เหมือนนกจริงๆอย่างที่คุณชนะเขาเสนอ คนก็จะเอาไปพูดๆกัน หนังก็จะมีคนมาดูเพิ่มขึ้นนะคะ โอ๊ยเจ็บ”
เพียงขวัญสะดุ้งเพราะคนแกะสลิงทำเพียงขวัญเจ็บที่หลัง เพ้งตรงเข้าไปผลักผู้ช่วยคนนั้นออกไปทันที
“เฮ้ยแกะดีๆสิวะ มานี่อั้วแกะเองเดี๋ยวเนื้อขาวๆเป็นรอยหมด อั๊วไม่ยอมนะ”
เพียงขวัญห้าม
“อย่าค่ะอย่า มันติดอยู่กับเอ่อ...เดี๋ยวมันจะขาดนะคะ คุณชนะช่วยหน่อยค่ะ”
รณพีร์ได้ยินทุกอย่าง อึ้งกับสายตาของเพียงขวัญที่มองชนะเหมือนไว้ใจมาก ชนะจะเข้ามาตามสายตาขอร้องของเพียงขวัญ เพ้งผลักชนะออกไป เข้าไปวุ่นวายกับหลังขาวๆของเพียงขวัญต่อไป
“โฮ้ย ผมแกะเอง...ผมมือเบา”
ยอดยศเข้ามา
“เสี่ย...ผมว่าให้จันทน์กระพ้อ ผู้หญิงด้วยกันมาทำดีกว่าไหมครับ คุณจันท์อยู่ไหนคุณจันท์”
ยอดยศมองหา ตัวก็เข้าไปขวาง เพ้งไม่พอใจ
“เอ๊ะ คุณนี่ มาวุ่นวายอะไรด้วย ออกไป”
เพ้งผลัก ยอดยศชักฉุน
“เฮ้ย แค่นี้ต้องผลักด้วยหรือวะ”
จันทน์กะพ้อมือถือข้าวกับกาแฟเพิ่งไปซื้อกลับมา วิ่งมาถึง ยังอยู่ห่างๆตะโกนเรียก ห่วงๆ
“ขวัญ”
เพ้งโวยใส่ยอดยศ
“ก็คุณไม่เกี่ยว นี่มันกองถ่ายของผม คุณนั่นแหล่ะมาจุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง”

“พูดอย่างนี้คงอยากมีเรื่อง มานี่เลย ไอ้คนฉวยโอกาส”
ยอดยศสติแตกลากคอเพ้งออกมาจากตัวเพียงขวัญ คนร้องวี้ดกัน เพ้งงงๆ ลอยตามมือยอดยศออกมา ขนาดสาวทอมอย่างจันทน์กะพ้อ ยังตกใจทำอะไรไม่ถูก เพียงขวัญร้องห้าม

“คุณยอดยศ หยุดนะ คุณยศ”
“ฉันอดทนกับแกมามากพอแล้ว ไอ้เสี่ยเพ้งวันนี้ขอทีเถอะวะ”
ยอดยศเหวี่ยงหมัดออกไป รณพีร์ล็อคแขนยอดยศไว้ทันหมัดของยอดยศ จู่ๆ ก็ไปหยุดที่กลางอากาศ ด้วยมือของรณพีร์ที่มายืนขวางกลางตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ สกัดความบ้าของยอดยศไว้อยู่หมัด ก่อนที่หมัดมันจะลงไปที่หน้าของเพ้ง รณพีร์จับหมัดของยอดยศไว้ก่อนด้วยมือของตน ยอดยศพยายามดึงมือออก รณพีร์ยังบีบไว้
“ศึกหน้านางหรอวะ”
ยอดยศหันหน้ามามอง
“ไอ้พีร์”
รณพีร์มองเพียงขวัญดุๆ เพียงขวัญอึ้งๆ อายๆ
“ไม่สมาร์ทหรอก ผู้หญิงเขาอึดอัดใจเปล่าๆ ที่สำคัญสถานที่ตรงนี้เป็นที่ของเขา แต่เราน่ะส่วนเกิน ยังไงใจเย็นหน่อย คุณน่ะ…” รณพีร์ชี้จันทน์กะพ้อ “อย่ามัวตกใจ มาจัดการคุณนางเอกของคุณสิครับ”
จันท์กระพ้อรีบมาจัดการเพียงขวัญ ปลดสลิงที่หลังแทนผู้ชายทั้งหลาย
“ขวัญไม่เป็นไรใช่มั้ย ฉันตกใจหมดเลย”
รณพีร์บอกเพ้ง
“ผมขอโทษแทนเพื่อนผมด้วย” เขาหันไปบอกชนะ “ขอโทษด้วยครับ มานี่ มากับฉัน”
รณพีร์เข้าไปล็อคคอยอดยศไปด้วยกัน เพ้งตะโกนไล่หลัง
“โธ่โว้ย ไอ้ยอดยศ ฝากไว้ก่อนนะมึง พวกแกทั้งหมดฟังฉันนะ อย่าให้ไอ้ยอดยศคนนี้มันเข้ามาที่กองถ่ายอั๊วะอีก ได้ยินไหม”

รณพีร์ลากยอดยศมาคุยกันสองคน พยายามเรียกสติเพื่อนกลับมา
“มานี่ มานี่เลย นั่งลงคุยกัน”
ยอดยศไม่ยอมนั่ง ยังโวยวาย
“ไอ้พีร์ นายไม่เข้าใจ ไอ้เสี่ยนั่นมันฉวยโอกาสผู้หญิงเขามาหลายหนแล้ว เดี๋ยวๆก็ เสื้อยับ เดี๋ยวก็ผมไม่สวย มันแต๊ะอั๋งคุณขวัญประจำ”
“นางเอกก็ต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างซึ่งก็คือเสี่ยนั่น แล้วนายล่ะเป็นอะไรกับนางเอกคนนั้น อยู่ๆ มาเดินเพ่นพ่านในกองถ่ายเค้าอย่างนี้”
ยอดยศอึกอัก
“ฉันเป็น...ฉันเป็น...เอ้อ...”
ยอดยศอึ้งไป รณพีร์จ้องหน้า
“เกือบเดือนมานี่ ฉันไม่เห็นหน้านายเลย วันๆหนีงานมาขลุกอยู่ที่นี่ ถามจริงๆ นายยังจำได้อยู่ใช่ไหมว่านายน่ะมีคู่หมั้นแล้ว ต้องให้บอกไหมว่าคู่หมั้นนายชื่ออะไร”
ยอดยศอึ้งไป
“คุณพิมเขาไปบอกนายหรือ”
“จะบอกหรือไม่บอกไม่สำคัญ แต่เป็นลูกผู้ชาย คำว่าความรับผิดชอบน่ะมีไหม”
“เห็นใจฉันหน่อยสิวะ การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ ฉันก็อยากคิดให้ดีก่อน แล้วถ้าเกิดฉันกับคุณพิมไม่ได้รักกันจริงๆ มาหย่ากันทีหลัง จะเสียใจกันไปเปล่าๆ”
“นายนี่มัน...ตอนที่นายหลงคุณพิม นายก็มานั่งเพ้อว่าขาดคุณพิมไม่ได้อย่างนั้นอย่างนี้ ฉันได้ยินกับหู มันแค่ปีที่แล้วนี้เองนะโว้ย”
ยอดยศ ดูหน้ามืดตามัว ไร้เหตุผล จนรณพีร์อ่อนใจ
“ก็...ก็...กับคุณขวัญ...ฉันก็รักเขานี่นา รักเขาตั้งแต่วันแรกเห็นเลย”
ยอดยศเริ่มเพ้อไปถึงอดีต
“วันนั้นฉันเจอเขาข้างทาง”

ในอดีต...เพียงขวัญรถเสียอยู่ข้างทาง เธอกำลังเหยียบแม่แรงคล่องแคล่วเปลี่ยนยางเอง มีเพื่อนที่เป็นเจ้าของรถยืนอยู่ข้างๆ ทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นผู้หญิง ยอดยศขับรถมามอง ยิ้มๆ ขำๆ...ยอดยศวิ่งลงจากรถมาช่วย เพียงขวัญยิ้มแย้มให้

รณพีร์ฟังเรื่องเพียงขวัญ คิดตาม ยอดยศปลื้มมาก
“ผู้หญิงอะไร เก่งชะมัดเลย เปลี่ยนยางเองก็ได้ ไม่ต้องง้อผู้ชาย นายเคยเห็นหรือวะผู้หญิงที่เปลี่ยนยางเป็นน่ะ”
“พอเจอกันวันนั้นแล้วเขาพูดอะไรกับนาย นายกับเขาคบกันถึงไหน เขารู้ใช่ไหมว่านายเป็นลูกนายพล”
“ฉันก็มาหาเขาที่กองถ่าย เขาก็พูดกับฉันนะ เพียงแต่ งานเขามาก เราก็เลยยังไม่ไปถึงไหน แต่ของพรรค์นี้มันต้องใช้เวลาใช่ไหมล่ะ”
รณพีร์คิดตามอย่างหนัก
“แสดงว่ายังไม่ลึกซึ้ง ถ้านายรู้เช่นเห็นชาติเขาว่าเขาเป็นผู้หญิงไม่ดี นายจะยอมเลิกกับเขามั้ย”
ยอดยศชะงัก
“หมายความว่าไง”
รณพีร์ตบไหล่ยอดยศ ก่อนจะเดินออกไป
“ฉันก็แค่อยากรู้ เสียงลือเสียงเล่าอ้างมีหรือจะสู้เห็นด้วยตา ฉันอยากรู้ว่าเขาเป็นผู้หญิงที่มีค่าพอ ที่จะสู้คุณพิมได้จริงหรือเปล่า ฉันจะพิสูจน์ให้แกเห็น”

รณพีร์เดินไป ยอดยศยืนงง
เพียงขวัญนั่งพักดื่มน้ำ จันทน์กะพ้อเดินเข้ามาหา

“เสี่ยเพ้งสั่งหยุดกองถ่ายแล้วบอกว่าให้คุณลุงนะ ซ่อมเครื่องชักรอกให้เสร็จก่อน ยายบงกชบ่นใหญ่ว่าวันนี้มาเสียเที่ยว”
“แล้วลุงนะล่ะ”
“โดนตัดเงิน หักค่าเสียหายที่วันนี้ถ่ายไม่ได้”
เพียงขวัญถอนใจ
“อีกแล้วหรือ ถ่ายเสร็จจะเหลือเงินค่าตัวเท่าไหร่ล่ะนี่”
“เดี๋ยวจันท์ไปช่วยเขาเก็บของก่อนนะ ขวัญไปรอที่บ้านพักอุทยานก่อนแล้วกัน จะได้พักสักงีบ ตื่นมาแต่งหน้าตั้งแต่ตีสามไม่ใช่เหรอ”
เพียงขวัญพยักหน้าเดินแยกกับจันท์ จันท์กลับไปที่กองถ่าย

บ้านพักอุทยานมีอยู่หลายหลัง กองถ่ายนอนพักกันที่นี่ เพียงขวัญนั่งลงที่หน้ากระจก เห็นกระป๋องนมร้อยเชือกวางอยู่ เพียงขวัญหยิบขึ้นมาดู แล้วจับเชือกตามออกไป ปรากฏว่ามันยาวออกไปที่ประตู เดินตามไปที่ประตู มองออกไป ก็เห็นแค่ว่าปลายของมันเลี้ยวไปตามหลืบ ตามทางในโรงถ่าย มองไม่เห็นปลายกระป๋องนมที่ควรจะมีอีกด้าน เพียงขวัญเลยยกกระป๋องมาแนบหู และได้ยินเสียงตามสายมา...เสียงรณพีร์อู้อี้ผ่านโทรศัพท์กระป๋องนมเสียงละเหี่ยเหมือนใกล้ตาย
“ช่วยด้วย ผมโดนระเบิด คร่อก”
รณพีร์ทำเสียงเหมือนตายไปแล้ว เพียงขวัญสะดุ้งตกใจมาก ปล่อยกระป๋องลงแกร๊งกับพื้น แต่แล้วก็หยิบขึ้นมาฟังใหม่ด้วยความสงสัยเลยตัดสินใจสาวเชือกตามไปดูด้วยความสงสัย

เพียงขวัญสาวเชือกอันยาวเหยียดมาเรื่อยตามทาง สีหน้าอยากรู้ เธอสาวเชือก ผ่านทางแคบๆของโรงถ่ายไปเรื่อยๆจนเจอมือหนึ่งถือกระป๋องนมอีกด้านของเชือกยื่นออกมาเสนอให้ ในกระป๋องมีกุหลาบแดงปักอยู่ ดนตรีแรง เพียงขวัญตะลึง รณพีร์โผล่ออกมาจากที่ซ่อน พร้อมกระป๋องนมอีกด้านปลายทาง
“คุณนั่นเอง”
“ดอกไม้สวย สำหรับคนสวย”
เพียงขวัญยิ้มให้ รับดอกไม้มาจากในกระป๋อง รณพีร์มองเพียงขวัญแบบชายเจ้าชู้ ที่ย่ามใจเมื่อเห็นเพียงขวัญยิ้ม เขาครุ่นคิดในใจประเมินเพียงขวัญ
‘กุหลาบแดง สยบผู้หญิงได้ทุกคน ดูท่าทางไม่ยากเท่าไหร่’
“ขอบคุณนะคะ ฉันกำลังจะหาตัวคุณ ดิฉันยังไม่ได้ขอบคุณคุณเลยค่ะ”
“โอ...ใช่...ผมโดนระเบิดกำลังจะตาย”
รณพีร์ทำท่าเพลียร่วงลงไปนั่ง เพียงข
กำลังโหลดความคิดเห็น...