xs
sm
md
lg

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 3

เผยแพร่:

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 3

ภายในวังจุพาเทพ หม่อมเอียดนั่งจิบน้ำชาอยู่ที่เรือนของตน พลางจับตามองน้องสาวอย่างไม่ชอบใจนัก ย่าอ่อนเลื่อนจานสโคนให้เอาใจเอาใจ แล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“รับสโคนมั้ยคะ คุณพี่ หนูเกษเพิ่งให้คนส่งมาให้เมื่อเช้า รับประทานสโคนกับน้ำชา เข้ากันที่สุด อร๊อยอร่อยนะคะ คุณพี่ เดี๋ยวน้องทาเนยให้นะคะ”
“ไม่ต้อง!”
หม่อมเอียดวางถ้วยน้ำชาอย่างขัดใจ
“นี่เธอไม่รู้ตัวเลยหรือยังไงว่า ทำอะไรลงไป”
“น้องขอโทษจริงๆค่ะ ที่ขัดคำสั่งของคุณพี่ แต่น้องทำไปเพราะหวังดีจริงๆ นะคะ ให้หนูนุชไปตามหาชายเล็กด้วย มีหรือที่ชายเล็กจะไม่ซาบซึ้งน้ำใจของเธอ ยิ่งได้บุกป่าฝ่าดงตกระกำลำบากด้วยกัน ก็ต้องยิ่งเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น ทีนี้ชายเล็กก็จะไม่เห็นผู้หญิงคนไหนดีไปกว่าหนูนุชอีกแล้ว”
“ก็ขอให้แผนการของเธอในครั้งนี้สำเร็จแล้วกันนะ แม่อ่อน”
ย่าอ่อนยิ้มอย่างได้ทีบอก
“ที่จริงคุณพี่ก็คิดอย่างเดียวกับน้องใช่มั้ยล่ะคะ ไม่งั้นคุณพี่คงไม่อนุญาตให้หนูนุชตามไปด้วยหรอก เมื่อคราวที่ชายใหญ่หายไปก็กลับมาพร้อมหนูมะปราง ว่าที่หลานสะใภ้ของเรา คราวนี้ก็คงไม่ต่างกัน ยังไงชายเล็กต้องพาหลานสะใภ้กลับมาด้วยแน่ๆค่ะ”
“แล้วก็ขอให้เป็นหลานสะใภ้ที่เราหมายหมั้นปั้นมือด้วย อย่าได้เกิดเรื่องผิดฝาผิดตัวเหมือนคราวชายใหญ่ก็แล้วกัน ต่อไปก็อย่าได้ขัดคำสั่งฉันอีก ป่านนี้คนไม่รู้เรื่องชายเล็กกันไปทั่วแล้วเรอะ”
“อุ๊ย คุณหญิงดารณีนุชคงไม่บอกใครอื่นอีกหรอกมั้งคะ เธอเป็นผู้ดีในสายเลือด ไม่ใช่คนปากยื่นปากยาวอยู่แล้ว”
“ฉันหมายถึงหล่อนต่างหาก แม่อ่อน แม่ฆ้องปากแตก หวังว่าเธอคงไม่ได้ไปโพนทะนาเรื่องชายเล็กในวงไพ่ตองของเธอด้วยหรอกนะ”
ย่าอ่อนอึกอักๆ ไม่กล้าตอบแล้วรีบฉวยโอกาสเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นคุณชายธราธรกับพุฒิภัทรเดินเข้ามา
“ชายใหญ่! ว่ายังไง ติดต่อชายพีร์ได้หรือยัง”
ทั้งคู่มองหน้ากันอย่างไม่สบายใจ
“ยังเลยครับ ผมให้สมบุญส่งโทรเลขตามไปอีกฉบับแล้ว เรื่องที่เราจะต้องเลื่อนการเดินทางเป็นพรุ่งนี้ แต่หม่อมย่าครับ ผมกับชายภัทรขอไปวันนี้ได้มั้ยครับ แล้วให้น้องนุชตามไปทีหลังก็ได้”
“ถ้าเรารอจนถึงวันพรุ่งนี้ เราเกรงว่า มันอาจจะสายเกินไป !” พุฒิภัทรบอก
ธราธรกับพุฒิภัทรมองหม่อมเอียดอย่างจริงจัง สีหน้าเคร่งเครียด

ขณะเดียวกัน พ่อใหญ่นั่งเป็นประธานอยู่บนเรือน แฮรี่นั่งขนาบอยู่ ทั้งสองเฝ้ามองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่ ไกสอนกำลังดึงม้วนกระดาษเล็กๆ ที่ติดมากับขานกพิราบสื่อสารออกมา
ไกสอนส่งนกพิราบคืนให้ทับทิมนำไปขังไว้ในกรงนก ทับทิมถือกรงนกพิราบออกไปอย่างรู้งาน
ไกสอนคลี่ม้วนกระดาษออกอ่าน แล้วรีบส่งให้พ่อใหญ่ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด พ่อใหญ่อ่านข้อความอย่างนิ่งคิดพิจารณา
“เป็นไปอย่างที่คึดไว้ บ่มีผิด”
สร้อยกับจ่อยพรวดพราดเข้ามาด้วยความอยากรู้
“พ่อใหญ่! สายในเมืองส่งข่าวมาว่าอะหยัง ไอ้พวกทหารเวียงมันฮู้เฮื่องหมู่บ้านวลาหกแล้วบ่ พวกมันสิบุกมามื้อเหิง”
“ใจเย็นๆ อีสร้อย บ่มีเฮื่องอะหยังดอก สายของเฮาส่งข่าวมาตามปกติ” ไกสอนบอก มีแฮรี่สนับสนุน
“ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าว่าจริงๆ พ่อใหญ่คงจะรีบสั่งการไปแล้ว ไม่อยู่เฉยแน่”
“อย่ามาหลอกข้อยเสียให้ยาก ถ้าบ่มีเฮื่องสำคัญ สายในเมืองบ่ส่งข่าวมาดอก เป็นหยังชอบปิดบังความจริงกับข้อยนัก ข้อยเป็นลูกของพ่อใหญ่ ข้อยมีสิทธิ์ที่สิฮู้ !”
จ่อยสะกิดเตือนสร้อยอย่างเกรงๆทั้งสร้อยและบรรดาผู้ใหญ่ในห้อง
“อีสร้อยเอ๊ย เพิ่นบอกว่าบ่มีอะหยัง กะบ่มีเด้อ”
“บ่บอกกะบ่เป็นหยัง ข้อยสิไปสืบข่าวเอง”
“เจ้าสร้อย”
สร้อยไม่ยอมฟังพ่อ ผลุนผลันออกไปโดยเร็ว จ่อยรีบตามไปติดๆ

สร้อยเดินดุ่มๆ ลงมาจากเรือนพ่อใหญ่ จ่อยรีบไปขวางทางไว้
“อีสร้อย! เจ้าสิไปสืบข่าวได้จังได๋ เกิดมาเจ้ากะอยู่แต่ในป่าในดง บ่เคยย่างเท้าออกจากป่าแม้แต่ก้าวเดียว แล้วเจ้าสิไปสืบข่าวในเมืองได้จังได๋”
“ไผบอกว่า ข้อยสิไปสืบข่าวในเมือง เจ้านี่เซ่อหลาย บ่ต้องไปไสไกล ข้อยกะหาข่าวของข้อยได้”
สร้อยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์หาทางได้อยู่แล้ว

ฝ่ายคุณชายธราธรกับพุฒิภัทรกำลังรอคำตอบจากหม่อมเอียดอยู่
“ย่ามีเหตุผลของย่าที่ยอมให้หนูนุชไปด้วย”
ธราธรบอก
“ผมก็ไม่ได้คัดค้านไม่ให้น้องนุชไปด้วยนี่ครับ แต่ผมกับชายภัทรอยากเดินทางล่วงหน้าไปก่อน”
ย่าอ่อนรีบเข้าข้างย่าเอียดทันที
“แต่หนูนุชเป็นผู้หญิงนะ จะให้เดินทางไปคนเดียวได้ยังไง ไม่ได้ๆ ยังไงก็ต้องรอไปพร้อมๆกับหนูนุช”
“แต่ยังไงเราก็ต้องออกเดินทางในวันนี้นะครับ เราติดต่อเครื่องบินลำเลียงไว้แล้ว ถ้าเราเลื่อนเดินทางไปพรุ่งนี้ ก็ต้องไปทางรถไฟ เสียเวลาเปล่าๆ”
“เรื่องนั้นเดี๋ยวย่าจะหาทางแก้ปัญหาให้เอง ย่ารับปากกับคุณหญิงดารณีนุชไปแล้ว จะให้ย่ากลับคำได้ยังไง ที่ชายเล็กหนีงานเลี้ยงไป ก็ทำให้ทางโน้นขุ่นข้องหมองใจมากพอแล้ว ย่าไม่อยากให้มีเรื่องต้องผิดใจกันอีก”
“หม่อมย่าอย่าเพิ่งไปห่วงเรื่องอื่นเลยครับ ห่วงเรื่องชายเล็กดีกว่า เรายังไม่รู้เลยว่า เราจะตามหาชายเล็กเจอหรือเปล่า” ธราธรบอก
พุฒิภัทรสนับสนุน
“แล้วขืนเราชักช้า เราอาจจะต้องไปตามหาชายพีร์อีกคน”
ย่าอ่อนหน้าตื่นทันที
“หมายความว่ายังไง ชายภัทร”
“ย่าอ่อนไม่รู้จักหลานรักคนนี้หรือครับ ชายพีร์สนิทกับชายเล็กเป็นที่สุด ชายเล็กตกอยู่ในอันตรายอย่างนี้ ชายพีร์อยู่ไม่เป็นสุขแน่ ตอนนี้เราคงได้แต่ภาวนาล่ะครับว่า ชายพีร์จะไม่ตัดสินใจทำอะไรบุ่มบ่ามก่อนที่เราจะไปถึง”
หม่มอเอียดบอกอีก
“ไม่ว่าจะยังไง คำสั่งของย่าจะไม่เปลี่ยนแปลง”

ธราธรกับพุฒิภัทรมองหน้ากันอย่างหมดหวัง
ฝ่ายพ่อใหญ่อ่านข้อความข่าวที่อยู่ในมืออีกครั้ง ไกสอนกับแฮรี่ต่างมองหน้ากันอย่างหนักใจ ทั้งคู่ต่างนิ่งรอคำสั่งจากพ่อใหญ่

“ตอนนี้พวกทหารเวียงน่าสิมาฮอดชายป่าแล้ว”
“พ่อใหญ่อย่าเพิ่งเป็นกังวลไป แม่เฒ่าบอกว่า มนต์หมอกยังคงปกป้องหมู่บ้านเฮาไปได้อีกระยะ ถึงคุณชายรัชชานนท์สิเป็นมงกุฎแห่งเทพในคำทำนายจริงๆ กะบ่ได้เฮ็ดให้มนต์หมอกหายไปในทันทีทันใด” ไกสอนบอก
แฮรี่บอก
“เรื่องคุณชายรัชชานนท์จะเป็นคนในคำทำนายหรือไม่ คงไม่ต้องมาถกเถียงกันแล้วล่ะ ท่านไกสอน ถ้าไม่ใช่คุณชายคนนี้ จะมีผู้ชายสูงศักดิ์คนไหนที่จะเข้ามาถึงหมู่บ้านเราที่อยู่กลางป่าลึกอย่างนี้ได้อีก”
“คุณชายคนนี้เป็นทั้งผู้ที่นำข่าวดีและข่าวร้ายมาสู่หมู่เฮา แต่ตอนนี้เฮาสิต้องจัดการเฮื่องข่าวร้ายก่อน” พ่อใหญ่บอก
พ่อใหญ่นิ่งคิดหาทางปกป้องหมู่บ้านวลาหก

สร้อยปีนป่ายขึ้นต้นไม้สูงใหญ่ที่อยู่หลังเรือนพ่อใหญ่ จ่อยปีนตามไปอย่างรวดเร็วแต่คล่องแคล่วสู้สร้อยไม่ได้ สร้อยโหนตัวกระโดดจากต้นไม้ไปเกาะที่ขอบหน้าต่างห้องประชุมของพ่อใหญ่ จ่อยกระโดดไปเกาะตาม แต่มือลื่นหลุดพลาดเกือบร่วงหล่นไป สร้อยคว้ามือไว้ทัน
จ่อยร้องตกใจ
“เฮ้ย!”
“เบาๆ!”
สร้อยกับจ่อยเกาะอยู่ขอบหน้าต่างห้อยต่องแต่งอยู่แล้วค่อยๆ ขยับตัวไปทางห้องพ่อใหญ่ช้าๆ สร้อยกับจ่อยปีนเกาะเกี่ยวขอบหน้าต่างไว้ด้วยมือและตีนอย่างเหนียวแน่น

พ่อใหญ่นิ่งคิดตริตรองอย่างสุขุมเยือกเย็น
“สายในเมืองส่งข่าวมาว่า มื้อเช้ามีทหารเวียงข้ามมาฝั่งไทยมากผิดปกติ บ่ต่ำกว่าครึ่งร้อย ทางเวียงพูคำส่งทหารมามากจังซี้ คงบ่ได้มาค้นหาพวกเฮาเท่านั้น เฮาคิดว่า พวกมันคงสิมาตามหาทหารเวียงที่หายไปด้วย”
“ข้อยกะคึดจังสั้นเหมือนกัน พ่อใหญ่ ทับทิมนับศพทหารเวียงที่ถูกฆ่าตายได้เถิงห้าศพ บ่ใช่จำนวนน้อยๆเลย” ไกสอนบอก
“ถ้าเป็นอย่างนั้น ทางนายพลเซกองจะต้องยิ่งเชื่อว่ามีกองกำลังกู้ชาติซ่อนตัวอยู่ในป่านี้จริงๆ เราคงรอฤกษ์วันอพยพจากแม่เฒ่าไม่ได้แล้วกระมัง” แฮรี่ว่า
“ในเวลาที่พวกทหารเวียงเพ่นพล่านอยู่ทั่วป่าจังซี้ เฮายังอพยพบ่ได้”
สร้อยที่เกาะอยู่ที่ขอบหน้าต่าง ตกใจตื่นตระหนก พึมพำไม่ออกเสียง
“ทหารเวียง!”
พ่อใหญ่ชะงักนิดหนึ่ง แต่สีหน้าไม่เปลี่ยน รู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นที่หน้าต่าง
“ไกสอนสั่งการลงไป ห้ามผู้ใดออกไปจากหมู่บ้านอย่างเด็ดขาด รวมทั้งเจ้าด้วย เจ้าสร้อย !”
ในทันทีทันใด พ่อใหญ่ก็หยิบตัวหมากรุกขว้างพุ่งตรงไปที่มือของสร้อยที่เกาะขอบหน้าต่างอยู่
“โอ๊ย!”
“เฮ้ย!”
สร้อยตกใจ หงายหลังหลุดร่วงลงไปนอนคลุกฝุ่นที่พื้นพร้อมๆกับจ่อยที่ตกใจปล่อยมือตกลงไปเอง พ่อใหญ่มองไปทางหน้าต่าง เหนื่อยใจกับความดื้อดึงของลูกสาวอยู่เหมือนกัน

ทั้งสองคนนอนแอ้งแม้งกินฝุ่นอยู่ที่พื้นดิน สร้อยรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน ไกสอนเผ่นพรวดลงมาจากเรือนมาถึงหัวบันได
“อีสร้อย! สิไปไส”
สร้อยวิ่งหนีไปอย่างไม่ฟัง แล้วต้องชะงักกึกเพราะเสียงพ่อใหญ่
“เจ้าสร้อย!”
สร้อยหันกลับมามอง เห็นพ่อใหญ่ยืนอยู่บนชานเรือนมองมาอย่างเอาเรื่อง แฮรี่ยืนเคียงข้างอยู่
“ข้อยต้องไป พ่อใหญ่ บ่จังสั้นเพิ่นต้องตายแน่!”
สร้อยเกรงพ่อก็เกรง แต่ก็ตัดสินใจวิ่งออกไปด้วยความเป็นห่วงรัชชานนท์ ไกสอนก้าวพรวดๆ มาถึงตัวจ่อย
“ไอ้จ่อย! อีสร้อยหมายถึงไผ ไผต้องตาย”
ไกสอนขยุ้มคอเสื้อจ่อย จ้องหน้าเค้นถามอย่างเครียด
“บักคุณชายน่ะ พ่อ..ตอนนี้บักคุณชายติดอยู่ในป่า ถ้าไอ้พวกทหารเวียงเจอเข้า เพิ่น..เพิ่นคงบ่รอด!”
พ่อใหญ่ได้ยินชัดทุกคำจากจ่อย มีสีหน้าหนักใจยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม

สร้อยวิ่งตะบึงมาตามทางในป่าอย่างร้อนรน จนมาถึงปากหลุมดักสัตว์ที่กักรัชชานนท์ไว้ เธอมองซ้าย มองขวาแล้วรีบปีนป่ายขึ้นต้นไม้ ใช้มีดตัดเถาวัลย์อย่างรวดเร็ว สร้อยกระโดดลงจากต้นไม้แล้วโยนเถาวัลย์ลงไปในหลุม
“เอ้า ฟ่าวปีนขึ้นมา เร็วเข้า เฮ็ดอะหยังอยู่ ชักช้าจริง!”
สร้อยชะโงกหน้ามองไปที่ในหลุมดักสัตว์แล้วต้องชะงักงงงัน ภายในหลุมว่างเปล่า
“เฮ้ย ! หายไปไส หรือว่า...หรือว่าเพิ่นโดนจับไปแล้ว”
สร้อยงงงันและตกใจมาก

บริเวณร้านเหล้าพรานเจ้ย คุณชายรณพีร์กับชัชวีร์ต่างสะพายกระเป๋าและสัมภาระการเดินป่า
“ไอ้พีร์! นายแน่ใจแล้วจริงๆเหรอ” ชัชวีร์ถามย้ำ
“แน่เสียยิ่งกว่าแน่ ตอนนี้ฉันรอไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว นายไม่ต้องห่วง ลุงบุญโฮมหาพรานนำทางให้เราได้แล้ว เห็นว่าพรานคนนี้เก่งมาก รู้จักทุกตารางนิ้วของผืนป่าเลย เราต้องตามหาพี่ชายเล็กเจอแน่”
“นายตัดสินใจแน่แล้ว ฉันก็จะไม่ห้ามอะไรนายอีก เอาไงเอากัน”
บุญโฮมเดินเข้ามาด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจภูมิใจเสนอมาก
“มากันแล้วหรือครับ ผมพาพรานที่เก่งที่สุดของหนองคายมาให้แล้ว”
ชัชวีร์หยอก
“อ้าว ไม่ใช่พรานเจ้ยหรอกเหรอที่เก่งที่สุดน่ะ”
“ก็ใช่ครับ พรานเจ้ยเป็นพรานมือหนึ่งของที่นี่ แต่ถ้าเทียบอายุการทำงานแล้ว พรานเกิ้นน่าจะชำนาญการเดินป่ากว่าอยู่แล้ว เชื่อมือผมเถอะครับ ถ้าไม่เก่งจริง ผมไม่กล้าแนะนำหรอกครับ นั่นไงครับ พรานเกิ้นมาโน่นแล้ว”
รณพีร์กับชัชวีร์หันไปมองเห็นชายหนุ่มในชุดทะมัดทะแมง 3 คนเดินเข้ามา ต่างเดาว่าคนไหนเป็นพรานเกิ้น เพราะแต่ละคนดูแข็งแรงบึกบึนดี ชายหนุ่มบึกบึนทั้งสามเดินผ่านรณพีร์กับชัชวีร์ไป สองเพื่อนซี้หันมองตามอย่างเหวอๆ
“อ้าว ! ไม่ใช่เหรอ”
ชัชวีร์หันกลับมาแล้วต้องชะงัก สะกิดรณพีร์ด้วยสีหน้าหวาดหวั่น
“ไอ้พีร์ๆ !”
“อะไร”
รณพีร์หันกลับมาแล้วต้องชะงักอึ้งตามเพื่อนไป บุญโฮมมั่นใจ พูดเสียงดังฟังชัด
“พรานเกิ้น ! เข้ามาเลยๆ คุณๆ เค้ารออยู่ นี่ไงครับ พรานเกิ้น พรานป่าผู้เก่งกาจที่ไม่มีใครเทียบได้!”
พรานเกิ้นในสภาพพรานป่าแก่งั่ก รุ่นปลดระวาง เดินงกๆเงิ่นๆเข้ามา พรานเกิ้นยกมือไหว้ท่วมหัว พลางยิ้มกว้างโชว์เหงือกแดงแจ๋ฟันฟางแทบไม่เหลือ
“ซาหวัดดีครับ ข้อยซื่อ..พรานเกิ้น..ยินดีรับใช้เด้อครับเด้อ”

รณพีร์กับชัชวีร์จ้องมองพรานเกิ้นอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
สร้อยวิ่งลัดเลาะมาตามทางในป่าเพื่อตามหาร่องรอยของรัชชานนท์จนลืมระวังตัว เธอวิ่งมาหยุดกึก เมื่อรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนจะใกล้เข้ามาทุกที

ด้วยสัญชาติญาณทำให้สร้อยหันขวับ เห็นทหารเวียงพูคำ 4 คนเดินลาดตระเวนอยู่ไกลๆ ยังไม่มีใครมองมาทางสร้อย เธอรีบหลบวูบไปหลังต้นไม้ใหญ่ดึงมีดที่เหน็บเอวขึ้นมาเตรียมตัวรับมือ อย่างไม่กลัวตาย สร้อยชะโงกหน้าไปดูทหารอีกครั้ง ทันทีทันใดมือรัชชานนท์เข้ามาตะปบปิดปากสร้อยไว้ และลากตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
สร้อยถูกรัชชานนท์ลากตัวมาที่หลังพุ่มไม้ใหญ่อีกมุมหนึ่งของป่า เธอดิ้นรนมาตลอดทางทั้งที่ถูกรัชชานนท์เอามือล็อกคอและปิดปากไว้แน่น เมื่อเธอได้จังหวะก็ศอกใส่เขาจนตัวงอต้องต้องคลายมือออก เธอฟาดมือตามไปอีกหลายดอกแล้วหันไปประจันหน้า เงื้อมมีดในมือขึ้นเตรียมเสียบ
รัชชานนท์รีบจับมือสร้อยไว้ก่อนที่จะโดนแทงอกทะลุ
“เฮ้ย! เดี๋ยวๆ นี่ฉันเอง !”
สร้อยชะงักเพิ่งเห็นว่าเป็นรัชชานนท์อย่างชัดๆเต็มตา
“อ้าว! ยังบ่ตายดอกเหรอ”
สร้อยสะบัดตัวออกรชานนท์
“ถ้าฮู้ว่าเก่งจังซี้ กะบ่ออกมาช่วยดอก เสียเวลาแท้”
รัชชานนท์ดึงสร้อยไว้ก่อนที่จะเดินออกไป
“จะไปไหน”
“กลับบ้านน่ะซิ ถามได้”
“จะกลับได้ยังไง ทหารเวียงเดินเพ่นพล่านเต็มไปหมด คืนนี้เราออกไปจากที่นี่ไม่ได้แน่ !”
สร้อยนิ่งอึ้งเพิ่งนึกขึ้นได้ถึงเรื่องที่ทหารเวียงแห่กันมา

บนเรือนแม่เฒ่า จ่อยเดินวนไปเวียนมาอย่างกลุ้มใจเหลือเกิน แม่เฒ่าปอกเปลือกรากไม้ไปพลางมองจ่อยอย่างใจเย็น
“ข้อยสิเฮ็ดจังได๋ดี แม่เฒ่า พ่อใหญ่สั่งห้ามไว้อย่างเด็ดขาด บ่ว่าไผกะห้ามออกไปจากหมู่บ้าน แล้วจังซี้ข้อยสิไปช่วยอีสร้อยได้จังได๋”
“เจ้าบ่ต้องเป็นห่วงอีสร้อยดอก เพิ่นมีคนไปช่วยแล้ว”
“ไผ! ไผสิไปช่วยอีสร้อยได้ มันออกไปตัวคนเดียว ไอ้พวกทหารเวียงมันมากันเป็นสิบเป็นร้อย เถิงอีสร้อยสิเก่งกล้าปานใด๋ มันกะเป็นแม่หญิง จังได๋กะสู้ผู้ชายบ่ได้ แม่เฒ่า มีแม่เฒ่าผู้เดียวที่ช่วยได้ แม่เฒ่าไปเว้ากับพ่อใหญ่ให้ข้อยได้บ่”
“บ่ ข้อยบ่ไปดอก พ่อใหญ่ตัดสินใจสิ่งใดไปแล้ว บ่เคยเปลี่ยนใจ บ่ต้องกลุ้มใจไป บ่มีไผเฮ็ดอะหยังแก้วตาของเฮาได้ดอก ถ้าว่างนัก กะมาช่วยข้อยป้อนข้าวป้อนยาคนเจ็บดีกว่า”
“ป้อนข้าวป้อนยาไผหรือ แม่เฒ่า ไผล้มเจ็บอีกล่ะ”
“ตอนนี้สิมีไผได้ กะแม่หญิงของเจ้าจังได๋เล่า”
“นี่...นี่หมายความ แม่หญิงฟื้นแล้วบ่ แม่เฒ่า แล้วเป็นหยังบ่บอกข้อย นี่แสดงว่า แม่หญิงรอดตายแล้วบ่ แม่หญิงรอดตายแล้ว !”
จ่อยดีใจตื่นเต้นวิ่งเข้าไปในเรือนแล้ววิ่งออกมาใหม่ สีหน้าเลิ่กลั่กดีใจอย่างทำอะไรไม่ถูก
“ข้อยเข้าไปเบิ่งแม่หญิงได้บ่ เข้าไปตอนนี้ได้เลย หรือว่าต้องรอ หรือว่าจังได๋ดี”
แม่เฒ่ายิ้มบอก
“ได้ เข้าไปได้เลย แม่หญิงเพิ่นกะคงอยากเจอเจ้าคือกัน”
จ่อยรีบตรงเข้าไปในห้องข้างในทันที แม่เฒ่ามองตาม...

ด้านจันทานอนหลับอยู่บนที่นอนบนเรือน จ่อยเดินตึงตังเข้ามาก่อนที่จะรู้สึกตัวแล้วเบาฝีเท้าลง ค่อยๆขยับไปนั่งข้างๆ จันทา จ่อยเอื้อมมือจะไปแตะมือจันทา แล้วต้องรีบหดมือกลับเมื่อเห็นจันทาเริ่มขยับตัวตื่น จันทาค่อยๆ ลืมตาอย่างดีใจ จ่อยพร่ำพูดไม่หยุดอย่างลืมตัว
“ฟื้นแล้ว...เจ้าฟื้นแล้ว เจ้าเป็นจังได๋บ้าง ยังเจ็บแผลบ่ เจ้าถูกยิงมา นอนบ่มีสติมาสองมื้อแล้วแต่บ่ต้องย่านเด้อ แม่เฒ่าช่วยรักษาเจ้าอยู่ จังได๋เจ้ากะต้องหายดี เจ้า...เจ้า”
“ข้อยชื่อ...จันทา”
จันทาค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งพิงฝาเรือนไว้ แต่ยังคงอ่อนแรงอยู่ จ่อยเคอะๆ เขินๆ ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี
“เออ...ข้อยชื่อ จ่อย จันทา จ่อย ชื่อคล้องกันดีเน้อ แม่เฒ่าบอกเจ้าแล้วบ่ ว่าเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้จังได๋”
“จ้ะ แม่เฒ่าบอกข้อยแล้ว เจ้าเป็นคนที่ช่วยข้อยไว้ ข้อยขอบใจเจ้าหลายๆ ถ้าบ่ได้เจ้าช่วยข้อยไว้ ข้อยคงตายอยู่ในป่านั่นแล้ว แต่มีเฮื่องนึงที่แม่เฒ่าบ่ยอมบอก พ่อของข้อย...เจ้าได้ช่วยพ่อเจ้ยของข้อยมาด้วยบ่”
จ่อยรีบหลบตา ไม่กล้าบอกความจริง ได้แต่คิดหาทางออก
“เออ...คือตอนที่ข้อยเข้าไปช่วยเจ้า ข้อยกะมัวแต่ห่วงเจ้า บ่ฮู้ไผเป็นไผ ข้อยช่วยไผได้ กะฟ่าวช่วยมา จังได๋เจ้ารอถามบักคุณชายเด้อ เพิ่นน่าสิตอบเจ้าได้”
“คุณชาย...คุณชายอยู่ที่นี่ด้วยคือกันบ่ คุณชายยังบ่ตาย แล้วตอนนี้คุณชายอยู่ไสล่ะจ๊ะ”
จ่อยนิ่งอึ้งตอบไม่ได้ ได้แต่ทำตาปริบๆไป

สร้อยเดินลัดเลาะมาตามหลังโขดหินที่รัชชานนท์เคยต่อสู้กับทหารเวียงพูคำและพรานเจ้ยเสียชีวิตที่นี่ รัชชานนท์เดินตามหลังสร้อยมาไม่ห่าง สร้อยได้ยินเสียงฝีเท้าเหยียบกรวดหินเข้ามา เธอหลบวูบหลังโขดหินทันทีแล้วดึงรัชชานนท์หลบไปด้วย ทหารเวียงพูคำ 3 คนเดินเข้ามาตรวจตราหาร่องรอยเพื่อนทหารที่หายตัวไป
“ทีนี้เชื่อฉันแล้วหรือยัง”
“ทหารเวียงส่ำนี่ ขวางทางข้อยบ่ได้ดอก”
สร้อยดึงหน้าไม้ออกมาเตรียมจะยิงใส่ทหารเวียง แต่เขารั้งมือไว้
“อย่านะ สร้อย ! พวกมันไม่ได้มากันแค่นี้ ถ้าขืนเธอฆ่าไอ้สามคนนี้ ประเดี๋ยวพรรคพวกมันได้แห่กันมาแน่ เรามีกันแค่สองคนสู้พวกมันไม่ไหวหรอก”
ทหารทั้งสามคนเดินวนเวียนหาร่องรอย ไม่ยอมไปไหน
ทหาร1บอก
“ไอ้คำไสอาจบ่ได้มาที่ป่านี่กะได้ บ่มีร่องรอยอะหยังเลย”
ทหาร2 บอก
“แต่มีคนเห็นไอ้คำไสพาลูกน้องสามสี่คนเข้ามาในป่า แล้วบ่ได้ออกไปเลย”
“บ่ฮู้ล่ะ ถ้ามื้อนี้ตามหามันบ่เจอ กะต้องบ่ตามหามันแล้ว ไอ้คำไสผู้นี้มันชอบหาเฮื่องใส่ตัว มันอาจไปฉุดลูกเมียผู้ใหญ่ผู้โต จนถูกฆ่าหมกดินที่ไสไปแล้วกะได้”
ทหาร3 บอก
“แล้วลูกน้องของมันล่ะ จังได๋ถึงได้หายตัวตามไปด้วย”
“บ่ฮู้โว้ย ! พวกมันอาจเบื่อที่สิต้องมาเที่ยวตามหาไอ้พวกกบฎตามป่า ตามเขาจังซี้ หนีทหารไปแล้วกะได้ ไผสิไปฮู้วะ”
ทหารคนที่ 1 เดินดุ่มๆดูจนทั่วบริเวณนั้นพอเป็นพิธีอย่างรำคาญใจ รัชชานนท์กับสร้อยจับตาดูพวกทหารเวียงพูคำอย่างไม่ให้คลาดสายตาแล้วชะงักตกใจที่เห็นเศษเสื้อของทหารที่ถูกสร้อยฆ่าตาย ตกอยู่ที่พื้นริมลำธาร!! ทหารคนที่1 เดินอย่างเกียจคร้าน มองไปรอบๆอย่างลวกๆไม่ทันเห็นเศษผ้านั้น
ทหารเวียงพูคำอีกสองคนยังคงสอดส่ายตามองหารอยเท้าและร่องรอยอื่นอยู่ ทหารคนที่ 2 ชะงักมองไปที่พื้นแล้วคุกเข่าลง รัชชานนท์กับสร้อยขยับตัวมาชิดกันจ้องมองไปที่ทหารคนนั้น สายตาแทบไม่กะพริบ ทหารคนนั้นเอื้อมมือไปหยิบเศษฟืนบนพื้น ขณะที่เศษผ้าค่อยๆปลิวลงน้ำไป
“เคยมีคนมาก่อไฟหม่องนี้”
ทหาร1บอก
“แปลกอะหยัง ไผเดินทางมาเที่ยวป่าที่นี่ กะต้องมาพักหม่องนี้ทั้งนั้น”
รัชชานนท์กับสร้อยถอนใจพร้อมกันอย่างโล่งใจ ก่อนหันหน้ามองกัน พบว่าขยับตัวมาตัวชิดติดกันเกินไปมาก สร้อยขยับออกห่างทันที ทหารเวียงพูคำอีก 7 คนเดินตบเท้าเข้ามาสมทบ
ทหาร4 บอก
“ทางนี้บ่มีอะหยังแล้ว ไปค้นหาที่อื่นต่อไป”
ทหารเวียงทั้งสิบคนเดินออกไปเป็นขบวน ดูผู้คนคับคั่งกว่าทุกครั้ง
“เป็นยังไงล่ะ พวกมันมาเป็นสิบอย่างนี้ ยังคิดว่า รับมือไหวมั้ย”
สร้อยฉุนจ้องหน้ารัชชานนท์อย่างเหม็นหน้าสุดๆ เหมือนโดนหยาม เธอลุกเดินออกไป

รัชชานนท์มองตามอย่างไม่ถือสา ออกจะขำปนเอ็นดูด้วยซ้ำ
สร้อยเดินหนีรัชชานนท์ออกมา แต่เขาตามมาจนทันกัน

“แล้วนี่คืนนี้เราควรจะพักแรมที่ตรงไหนดีล่ะ สร้อย เราต้องหลบให้ห่างไอ้พวกทหารเวียงไว้ รอให้พ้นวันนี้ไปก่อน แล้วค่อยหาทางกลับหมู่บ้านกัน”
สร้อยเดินดุ่มๆด้วยสีหน้าหงิกหงออยู่
“เจ้าสิหลบไปไสกะไป บ่ต้องมายุ่งกับข้อย”
“อย่าบอกนะว่า เธอคิดจะทิ้งฉัน ! เธอกลับมาช่วยฉัน ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงฉันหรอกเหรอ แล้วทำไมจะมาทิ้งกันไปดื้อๆอย่างนี้ล่ะ”
“ข้อยคึดผิดเองที่กลับมาช่วยเจ้า ข้อยน่าสิปล่อยให้เจ้าถูกทหารเวียงฆ่าตายเสียตั้งแต่มื้อก่อนด้วยซ้ำ ถ้าบ่ใช่เพราะเจ้า ไอ้พวกทหารเวียงคงบ่แห่กันมาเต็มป่าจังซี้ดอก”
“เธออย่ามาพาลดีกว่า ก่อนหน้าที่ฉันจะมาที่นี่ พวกทหารเวียงก็หมุนเวียนกันมาค้นหาหมู่บ้านของเธออยู่แล้ว เธอกำลังโกรธตัวเองที่ทำอะไรพวกทหารเวียงไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ ถึงได้มาลงที่ฉัน ถ้าเธออยากไปฆ่าพวกทหารเวียงให้หมด ก็ไปเลย ถ้าคิดว่า การฆ่าคนมันช่วยแก้ปัญหาได้”
“ตอนนี้ข้อยอยากฆ่าเจ้ามากกว่า เจ้ามันตัวโชคร้าย ตั้งแต่มื้อแรกที่ข้อยเห็นหน้าเจ้า ข้อยกะฮู้แล้วว่า เจ้าต้องเป็นคนที่นำภัยพิบัติมาสู่หมู่บ้านวลาหก เป็นหยังเจ้าต้องมาที่นี่ด้วย”
“ถ้าฉันรู้ว่า มันจะเกิดเรื่องอย่างนี้ ฉันก็ไม่มาหรอก ตอนนี้ไม่ว่าเธอกำลังโกรธแค้นใคร ฉันหรือว่าทหารเวียง ก็เก็บไว้ก่อน สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือ รักษาชีวิตของเธอไว้ ไม่ใช่เวลาอวดเก่งทำตัวมุทะลุ เข้าใจมั้ย”
รัชชานนท์หันไปมองรอบๆตัว เพื่อหาทางหนีทีไล่
“เราต้องหาที่ซ่อนตัว ไม่แน่ว่าพวกทหารเวียงอาจจะย้อนกลับมาอีก”
รัชชานนท์หันมามองอีกครั้ง สร้อยหายวับไปแล้วอย่างไม่มีร่องรอย!

บนเรือน พ่อใหญ่นั่งเขียนบันทึกลงบนสมุดบันทึกปกหนังอยู่มุมห้องอย่างสงบเงียบ ไกสอนกับแฮรี่เดินเข้ามาอย่างร้อนรน แล้วร้องเรียกพร้อมกัน
“พ่อใหญ่ !”
พ่อใหญ่ยกมือขึ้นห้ามไม่ให้ทั้งสองพูด จนเขียนบันทึกบรรทัดสุดท้ายของหน้าจนเสร็จ พ่อใหญ่วางปากกา เงยหน้าขึ้นพร้อมที่จะฟัง
ไกสอนถาม
“พ่อใหญ่...จังได๋เฮากะต้องส่งคนออกไปช่วยอีสร้อย พ่อใหญ่บ่ต้องย่านว่า คนของเฮาสิไปเสี่ยงอันตราย หมู่เฮาเต็มใจที่สิออกไปช่วยอีสร้อย บ่มีไผย่านความตาย”
“พ่อใหญ่ออกไปดูที่หน้าเรือนได้เลย คนทั้งหมู่บ้านมาขออาสาออกไปช่วยเจ้าสร้อย ทุกคนพร้อมจะเสียสละชีวิตของตัวเอง ขอเพียงพ่อใหญ่สั่งมาคำเดียว” แฮรี่บอก
“เฮาบ่ยอมให้ผู้ใดมาเสียสละชีวิตเพื่อคนผู้เดียว”
“ชีวิตของผู้ใดกะบ่มีค่าเท่าชีวิตอีสร้อย อีสร้อยบ่ใช่ลูกสาวของพ่อใหญ่แห่งหมู่บ้านวลาหกซำนั้น แต่กะยังเป็น...”
พ่อใหญ่พูดขัด
“เฮาฮู้...แต่จังได๋เฮากะบ่เปลี่ยนใจ ถ้าหากคนของเฮาสิต้องเสียสละชีวิต กะต้องเสียสละชีวิตเพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน มันสิมีประโยชน์กว่ามาตายเพราะเจ้าลูกสาวหัวดื้อของเฮาคนเดียว”
ไกสอนกับแฮรี่มองหน้ากันอย่างท้อใจ แต่ต้องนิ่งเงียบยอมรับฟังพ่อใหญ่ที่ค่อยๆ เปิดสมุดบันทึกเขียนต่อบันทึกที่ค้างไว้ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ไกสอนกับแฮรี่เดินหมดหวังลงมาจากเรือนพ่อใหญ่ ทับทิมและกลุ่มชาวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชายหนุ่มนับสิบๆ คนยืนออรอฟังคำตอบอยู่ ทุกคนถืออาวุธเตรียมพร้อมเดินทางทันที
จ่อยวิ่งหน้าตื่นแหวกฝูงชนเข้ามาหาไกสอน
“พ่อใหญ่ว่าจังได๋ พ่อ พ่อใหญ่ยอมให้พวกเฮาออกไปช่วยอีสร้อยบ่”
“บ่ ! คำสั่งของพ่อใหญ่ยังเป็นไปคือเก่า ทุกคนกลับไปเฮือนตัวเอง ไป”
กลุ่มชาวบ้านส่งเสียงฮือฮาอย่างผิดหวัง แต่ก็ไม่กลัวขัดคำสั่งพ่อใหญ่ต่างทยอยเดินออกไป ทับทิมสีหน้าดูเครียดกลุ้ม ยืนนิ่งคิดอยู่อึดใจก่อนเดินตามกลุ่มชาวบ้านไปอย่างขัดคำสั่งไม่ได้
จ่อยยังปักหลักอยู่ไม่ยอมเดินออก
“เป็นหยังพ่อใหญ่เถิงได้ใจแข็งจังซี้ นี่ชีวิตของลูกสาวพ่อใหญ่ทั้งคนนะ ถ้าหากอีสร้อยเป็นอะหยังไป คนที่เสียใจที่สุดกะสิเป็นพ่อใหญ่เอง”
“เจ้าพูดถูก คนที่เสียใจที่สุดก็คือพ่อใหญ่ ผู้ปกครองที่มีคุณธรรมเท่านั้น ถึงจะตัดสินใจเด็ดเดี่ยวได้อย่างนี้ เจ้าสร้อยฝ่าฝืนคำสั่งพ่อใหญ่เอง แล้วพ่อใหญ่จะยอมให้คนของเราเสี่ยงตายออกไปช่วยได้ยังไง ต่อไปกฎของหมู่บ้านก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป” แฮรี่บอก
“ข้อยบ่เข้าใจ กฎของหมู่บ้านสิสำคัญไปกว่าชีวิตอีสร้อยได้จังได๋ พ่อใหญ่บ่ฮักลูกสาวหรือจังได๋ ข้อยบ่เข้าใจ จังได๋กะบ่เข้าใจ !”
จ่อยเดินโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไป ไกสอนกับแฮรี่มองหน้ากัน ทั้งคู่ต่างหนักใจเป็นห่วงสร้อยไม่ต่างกับทุกคน

หมู่บ้านวลาหกในยามเย็น พ่อใหญ่ยืนอยู่ที่ริมหน้าต่างมองไปที่ท้องฟ้าที่ใกล้จะมืดลงทุกทีๆ
“เจ้าสร้อย”
พ่อใหญ่ค่อยๆ เดินมานั่งที่มุมเดิม เปิดสมุดบันทึกขึ้นมาใหม่ เขาพลิกเปิดสมุดบันทึกไปตั้งแต่หน้าแรก สมุดบันทึกเล่มนี้ พ่อใหญ่ตั้งใจบันทึกความทรงจำไว้ให้คนรุ่นต่อไป
ที่หน้าแรกของสมุดบันทึก มีตราราชสกุลของราชวงศ์ “พูคำวงศ์” แห่งอาณาจักรเวียงพูคำ พ่อใหญ่ค่อยๆ ดึงรูปของเจ้าส่องดาวออกมาจากปกของสมุดบันทึกที่ซ่อนไว้
ภาพใบนั้นเก่าคร่ำคร่า เจ้าส่องดาวในวัยสามสิบในชุดสาววังเวียงพูคำ
“มีเจ้าผู้เดียวที่เข้าใจ...เจ้าสร้อยบ่ใช่เป็นลูกสาวของเฮาผู้เดียว ชาวเวียงพูคำทุกคนเป็นลูกของเฮา แล้วเฮาสิปล่อยให้ลูกคนอื่นไปตายได้จังได๋”

พ่อใหญ่จ้องมองรูปเจ้าส่องดาวด้วยสายตาแน่วนิ่ง

อ่านต่อหน้า 2
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 3 (ต่อ)

ที่วังกิตติวงศ์ ภายในห้องทำงาน พลตรี ม.ร.ว. อนุพันธ์ เทวพรหม ยืนอยู่ที่ริมหน้าต่างมองไกลออกไป เขานิ่งคิดถึงเจ้าส่องดาว พลางแตะที่อกซ้ายแล้วดึงนาฬิกาพกออกมาเปิดดู

เมื่อนาฬิกาพกถูกเปิดออกมา กลายเป็นล็อกเก็ตใส่รูปของเจ้าส่องดาววัยยี่สิบในชุดนักเรียนการเรือนของไทยยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เขามองรูปของเจ้าส่องดาวด้วยสายตาอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน
จู่ๆ คุณหญิงดารณีนุชเปิดประตู ผลัวะ! เข้ามาอย่างถือวิสาสะ เธอชะงักมองอนุพันธ์อย่างแปลกใจในท่าที เขาเก็บนาฬิกาพกเข้าไปในเสื้ออย่างไม่รีบร้อน หันไปมองภรรยาอย่างตำหนิ
“มีเรื่องรีบด่วนอะไรนักหนาหรือ คุณหญิง ถึงได้ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่จะเคาะประตูก่อนเข้ามา”
“ใช่ ฉันมีเรื่องด่วนที่รอไม่ได้ ก็เรื่องที่ฉันโทรศัพท์ไปปรึกษาคุณเมื่อตอนบ่ายไงล่ะ คุณสั่งไปทางกองบินฯหรือยัง”
“นี่คุณหญิง ผมไม่มีอำนาจจะไปสั่งการหน่วยงานไหนก็ได้ตามใจชอบนะ แล้วที่สำคัญเครื่องบินของทางกองบินฯ เค้าไว้ใช้สำหรับงานราชการไม่ใช่ไว้ใช้สำหรับเรื่องส่วนตัว”
“แต่นี่มันเป็นเรื่องความเป็นความตายของคุณชายเล็กนะ เราต้องรีบไปตามหาตัวคุณชายเล็กให้เร็วที่สุด คุณเป็นถึงนายพล ถ้าไม่มีอำนาจสั่งการ แล้วใครจะมี คุณไม่คิดอยากจะช่วยอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ”
“ใช่ ผมไม่คิดจะช่วยส่งเสริมลูกไปในทางที่ผิดอย่างคุณ ผมจะไม่ยอมปล่อยให้ยายนุชไปตามหาคุณชายเล็กอย่างเด็ดขาด ! เป็นผู้หญิงไปตะลอนตามหาผู้ชายได้ยังไง”
ศินีนุชพรวดพราดเข้ามา
“แต่นุชต้องไปนะคะ คุณพ่อ นุชต้องไปตามหาพี่ชายเล็ก”
“พ่อบอกว่า ไม่ก็ไม่ ยังไงพ่อก็ไม่อนุญาต”
ศินีนุชเบะปากอยากร้องไห้
“คุณแม่ขา”
ศินีนุชมองแม่อย่างอ้อนวอน

อนุพันธ์นิ่งขึงด้วยความโกรธ ก่อนเปิดประตูห้องทำงาน ผลัวะ! ออกไป เขาเดินลิ่วหนีดารณีนุชออกมา แม้เธอเดินตามไล่หลังมา ก็ตามไม่ทันเพราะศินีนุชเกาะหน้าเกาะหลังอยู่
“คุณแม่ขา คุณแม่ต้องช่วยนุชนะคะ ถ้านุชไม่ได้ไปตามหาพี่ชายเล็ก นุชต้องขาดใจตายแน่ๆ คุณแม่คงไม่อยากให้นุชตายใช่มั้ยคะ”
คุณหญิงดารณีนุชดันตัวลูกสาวออกไปเบาๆ
“ก็แม่กำลังช่วยอยู่นี่ไง หยุดพิรี้พิไรเสียที เดี๋ยวแม่จัดการทุกอย่างให้เอง ถึงคุณพ่อจะไม่ยอมช่วย ท่านตาของลูกก็มีลูกน้องอยู่ทุกกองทัพ แต่ละคนที่ได้เลื่อนขั้นเป็นนายพันนายพลก็เพราะบารมีของท่านตาทั้งนั้น ถ้ารู้ว่าเรากำลังเดือดร้อน ยังไงก็ต้องช่วยเหลือ ไม่เหมือนลูกน้องเก่าบางคนที่ได้ดีแล้วลืมตัว คนที่ไม่รู้จักทดแทนบุญคุณ ไม่มีวันเจริญหรอก”
อนุพันธ์ชะงัก รู้ว่าดารณีนุชด่ากระทบเข้าให้ เขาหันกลับมาประจันหน้า
“คุณหญิง ! หยุดเอาความคิดผิดๆใส่หัวลูกเสียที ท่านพ่อของคุณไม่เคยใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปในทางที่ไม่ชอบ ลูกน้องของท่านทุกคนที่ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง ก็ด้วยความสามารถและคุณงามความดี ท่านไม่เคยต้องการให้ใครทดแทนบุญคุณ สิ่งที่เราทุกคนต้องทดแทน ก็คือทดแทนคุณแผ่นดินเท่านั้น ! ผมขอร้องล่ะ อย่าคิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตัว จนต้องทำให้ท่านพ่อของคุณต้องแปดเปื้อนเลย”
ดารณีนุชไม่ฟัง
“คุณไม่ช่วยก็ไม่ต้องช่วย ไม่ต้องมาพูดให้ยืดยาว ถ้าท่านพ่อยังอยู่ ท่านจะต้องช่วยฉันแน่ ท่านต้องเห็นแก่ลูกเห็นแก่หลาน ไม่เหมือนคุณที่ไม่เคยสนใจลูกเมีย สนใจห่วงแต่ไอ้ชัช ไอ้ลูกกาฝาก... ลูกนุช ไปสั่งนังจวงจัดกระเป๋าเดินทางให้เรียบร้อย แล้ววันนี้รีบนอนแต่หัวค่ำนะ พรุ่งนี้ลูกต้องเดิ
กำลังโหลดความคิดเห็น...