xs
sm
md
lg

อาญารัก ตอนที่ 16

เผยแพร่:

อาญารัก ตอนที่ 16

เช้าวันใหม่เห็นเนียนมาทำลับๆ ล่อๆ อยู่ห่างจากตัวเรือนของทองจันทร์ค่อนมาทางเรือนใหญ่ และหลบอยู่หลังพุ่มไม้ พอเห็นเรียมเดินออกมา ก็รีบเดินเข้ามาหาทันทีด้วยทีท่าร้อนใจ

“คุณเรียมขา”
“เนียน อยากเจอพอดี” เรียมปราดมาหาเนียน “เนียนมาหาชั้นหรือเปล่า”
“ค่ะ เนียนจะมาเรียนปรึกษาเรื่อง เอ้อ…”
พอดีทานตะวันเดินตามออกมาอีกคน เห็นเนียนชะงัก เนียนแอบมองแล้วยิ้มให้ ทานตะวันเมินแต่ไม่ว่า
“หนูอี๊ด น้าเนียนมาแน่ะ” เรียมบอก
“เอ้อ เห็นแล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ หนูจะรีบไปดูร้าน”
ทานตะวันทำไม่รู้ไม่ชี้ เนียนสลดลงนิดหนึ่ง
“ดีขึ้นมากแล้วนะเนียน ถ้าเมื่อก่อนละก็กรี๊ดใส่เนียนแล้ว คงกระดากน่ะ นิสัยเหมือนคุณพ่อเขา”
ขาดคำท่านขุนออกมาอีกคนเห็นเรียมอยู่กับเนียน นิ่งไปชั่วครู่ เนียนรีบก้มหน้างุด
ขุนภักดีถามขึ้นมาลอยๆ “จะไปไหนกันรึ”
เอกเข้ามา
“เนียน ลูกของอาเนิบ น้องชายอาน้อมพ่อเนียนที่อยู่สามชุก เขาให้คนส่งข่าวมาบอกว่า อาเนิบตายแล้ว”
“เอ้อ จ้ะ เอ้อ”
“เนียนจะต้องไปงานศพเขาสินะ” เรียมถาม
เนียนปรายตามองท่านขุนนิดหนึ่ง ประมาณว่าถ้าไม่อนุญาตเนียนไปไม่ได้
“เอ้อ เนียนไปได้หรือคะ”
“เนียนไปได้หรือคะ” เรียมแกล้งถามต่ออยากดูอาการสามี
ขุนภักดีหงุดหงิด “เอ๊ะ เป็นอะไรกัน เรื่องคนเจ็บคนตาย ใครจะห้ามจะหวงถ่วงเอาไว้มันก็ใจไม้ไส้ระกำเต็มทีสิ”
“ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ”
เนียนถอยออกมา เรียมแอบยิ้ม ท่านขุนตาเขียวใส่เนียน แล้วก็เอ่ยขึ้นมา
“เคยไปหรือนั่น จะไปได้อย่างไรฮึ ไอ้เอก” พาลไปลงที่เอก
“จริงสิ เนียนแทบไม่เคยไปไหน ไปตลาดบ้างก็น้อยครั้ง แค่ทางในตัวเมืองยังรู้จักไม่หมดด้วยซ้ำ พี่เทพขา ให้หาใครไปส่งได้ไหมคะ”
“ตามใจ ไอ้เอกไปกันได้แล้ว จะรีบไปทำงาน ป่านนี้หนูอี๊ดรอที่รถแล้ว”
ขุนภักดีพยายามทำเคร่ง แต่ตวัดตามองมาที่เนียนนิดหนึ่ง
“ดูดู๋ดูพี่เทพสิเนียน สงสัยวัยเลือดจะไปลมจะมา ประดักประเดิดใส่เนียนทำตาเหมือนจะบอก แต่ทำท่าเหมือนไม่สนใจใยดี”
“ขอบพระคุณมากค่ะ เอ้อ...แล้วเรื่อง หนูติ๋วกับคุณเทิดศักดิ์นั่น เนียน เนียนขอร้องเถิดนะคะ”
“เนียนไม่ขอร้องชั้น ชั้นก็ต้องหาทางไม่ให้เกิดขึ้น รีบไปเถิดเนียน”

เวลาต่อมาเนื้อทองบอกเนียนเรื่องรองเท้า
“ได้ยินแม่ว่าแม่ไม่มีรองเท้าสีดำใส่ไปงานศพหรือจ๊ะ”
“มีจ้ะ แต่ว่ามันเก่าเจียนขาดแล้ว คงไม่มีเวลาไปหาซื้อดอกลูก”
“หนูมีให้แม่ใหม่แล้วจ้ะ หนูเพิ่งซื้อมา นี่ไงแม่เอาไปใส่เถิดนะ”
เนื้อทองส่งมาให้แม่ เนียนลองใส่ดูยิ้ม
“พอดีเลยลูก ขอบใจมาก แม่ใส่คู่นี้แหละไปงานศพวันนี้ แม่ไม่อยู่ ดูแลคุณท่านดีๆ นะลูก”
“ไม่ต้องห่วงเลยค่ะแม่”
เนียนจับมือลูกสาวเป็นเชิงบอกลา

ขุนภักดีอยู่ในห้องทำงานแล้ว เอกเอาน้ำเสิร์ฟให้ แล้วทำท่าจะออกไป
“ไอ้เอก เรื่อง เอ้อ...”
เอกรู้ใจ “งานศพหรือขอรับ”
“เอ็งจัดการหรือยัง”
“เรียบร้อยขอรับ”
เอกทำท่าจะออกไปอีก
“ไอ้เอก”
“ขอรับ”
“ถ้าเอ็งทำอะไรผิดหรือผิดใจกับใครสักคน แล้วเอ็งจะเอ่ยปากขอโทษเขาอย่างไร จึงจะไม่เสียหน้า”
“ง่ายมากขอรับ ก็ขอโทษมันไปโต้งๆ นั่นแหละขอรับ แล้วขอร้องให้ใครคนนั้นอย่าบอกใคร ก็ไม่ต้องเสียหน้าให้ใครรู้ขอรับ”
เอกจะออกอีก
“เอ็งแน่ใจรึ”
“ไม่ค่อยแน่ใจเอ๊ย..แน่ใจขอรับ ถ้าใครคนนั้นเป็นคนสงบเสงี่ยมเจียมตัวเชื่อฟังคำสั่งท่านขุนเสมอต้นเสมอปลาย”
เอกแกล้งทำจะออกไป เพราะรู้ว่าท่านขุนหมายถึงเนียน
“แล้วข้าควรขอบใจใครไหม ถ้าเขาทำอะไรดีๆ ให้ลูก...เอ๊ย ให้ครอบครัวข้า”
“เอ๊ย ควรอย่างยิ่งเลยขอรับ ไปได้หรือยังขอรับ”
ขุนภักดีพยักหน้า เอกออกไป ท่านขุนนั่งครุ่นคิด
“เสียดายที่ไอ้คนต้มเหล้าเถื่อน มันดันตายไปก่อน ที่จะถามความจริงเรื่องสนไปเช่าเรือ เผื่อมันจะรู้อะไรมากกว่านั้น”

เวลาเดียวกันเนียนใส่ชุดดำ มากราบลาทองจันทร์
“เนียนขออนุญาตกราบลาไปงานศพญาติที่สามชุกนะเจ้าคะ”
“แม่เรียม กับพ่อเทพเขารู้แล้วรึ”
“ทราบแล้วเจ้าค่ะ”
“ไปเถิด อ้อ...ข้ายังไม่ขอบใจเอ็งเรื่องยัยอี๊ด ขอบใจมากนะเนียน เอ็งช่างน้ำใจประเสริฐเหลือเกิน เอ็งประเสริฐจนข้าจะไม่มีวันเชื่อใครที่มันใส่ร้ายเอ็งเรื่องเลวๆ ทั้งหลายอีกต่อไปแล้ว”
เนียนยิ้มตื้นตันใจ “ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ เนียนจะรีบไปแล้วรีบกลับเจ้าค่ะ”
ทองจันทร์พยักหน้า เนียนถอย ทองจันทร์เรียกอีก
“เนียน เอ็งมาอยู่กับข้ายี่สิบกว่าปี เอ็งทุกข์มากเหลือเกินใช่ไหม”
“หามิได้เจ้าค่ะ เนียนเข้าใจดีว่า ชีวิตย่อมเป็นเช่นนี้ มีทั้งทุกข์และสุขเจ้าค่ะ”
“แต่ข้าว่าเอ็งทุกข์ซะมากกว่าสุขนะ ถ้าเอ็งสุขบ้างทำไมเอ็งยิ้มออกมาได้ไม่ถึงสิบครั้ง ในยี่สิบกว่าปี ลูกชายข้า เมียเขา หลานสาวข้าทำร้ายเอ็งมากมายสินะ แต่เอ็งก็ไม่เคยมีทีท่าว่าโกรธแค้น หรือคิดสู้พวกเขา เกิดมาข้าไม่เคยเห็นใครทนอย่างเอ็ง ขอบใจมาก นี่ถ้าเอ็งฮึดสู้ขึ้นมาอีกคน บ้านข้าคงปั่นป่วนมากกว่านี้ ที่ข้าเอ่ยปากเรื่องนี้วันนี้ เพราะข้าปลงชีวิตข้ามันนับถอยหลัง มีอะไรที่ควรพูดก็ต้องรีบพูดเสียก่อนที่จะไม่ได้พูด เฮ้อ...คนเรากำหนดอะไรก็ได้แต่มิอาจกำหนดวันตายได้”
ทองจันทร์พูดปลงๆ มองเนียนด้วยสีหน้าเปี่ยมเมตตา เอื้อมมือมาลูบหัวเนียนอย่างปราณีรักใคร่
“ข้าเมตตาเอ็นดูเอ็งมากนะเนียน มาถึงยัยติ๋ว ข้ายิ่งรู้สึกว่ายังกะหลานแท้ๆ ของข้าคนหนึ่งทีเดียว”
เนียนน้ำตาร่วงหยดเผาะ ทองจันทร์หยิกเนียนด้วยความหมั่นไส้
“คุณท่าน”
“ร้องไห้อีกแล้วเอ็ง ยิ้มสิ น้ำตานั่นเก็บไว้ร้องงานศพข้าเถิด”
“คุณท่าน”

เนียนตื้นตันนัก พูดออกมาได้เพียงเท่านั้น
สองคนอยู่ใกล้เรือนสนตรงบริเวณที่ลับตาคน ช้อยมาทวงสัญญา แต่ถึงขั้นมีปากเสียงกันรุนแรง

“คุณสนพูดกับคุณเทิดศักดิ์หรือยังเจ้าคะ ไอ้แช่มมันอึดอัดใจมากจนอยากระเบิดเปิดปากพูดแล้วนะเจ้าคะ”
“ถ้ายังไม่ได้พูดแล้วเอ็งจะทำไม”
“ก็จะสาธยายความหลังครั้งก่อนเก่าของคุณสน ที่โดนพ่อกำนันจับใส่ตะกร้าล้างน้ำ ล้างความสกปรกของไอ้เหิม แล้วก็เรื่องราวของไอ้พวกที่ตายอย่างผักปลา เรื่องให้ไอ้เหิมมาฉุดคร่าอีเนียน แต่โดนเสียเองสุดท้าย คุณเทิดศักดิ์ไม่ใช่ลูกท่านขุ..”
ช้อยยังไม่ทันพูดจบ สนตบหน้าช้อยโครมโดยแรง
“อีช้อย มึงลำเลิกกู มึงทรยศหักหลังกู มึงอีงูเห่า”
แต่สนโดนช้อยตบกลับโดยแรงเช่นกัน
“อีสน มึงข่มกูมานานหลายสิบปีตั้งแต่คุ้มน้อยคุ้มใหญ่ มึงบังคับให้กูทำชั่วสารพัดเพื่อประโยชน์ของมึง มึงมันใจแคบ มึงให้ปันกูเหมือนให้หมาข้างถนน ใครทนมึงได้อย่างกูที่ซื่อสัตย์ต่อมึงนานขนาดนี้ไม่มีอีกแล้วอีสน มึงจงจำไว้ ถ้าหากว่า มึงไม่ช่วยลูกกู กูจะเปิดโปง มึงให้หมด มึงติดตะรางแน่อีสน มึงโดนประหารโดยฝีมือลูกมึงผัวมึงเชอะ กูจะรอดูวันที่มึงถึงหลักประหาร กูให้เวลามึง ถึงพรุ่งนี้ กูจะกลับมาใหม่”
ช้อยเดินออกไปไม่ยี่หระ สนยืนตะลึงกุมหน้า วิตกหวาดกลัว และโกรธแค้นแทบจะฉีกช้อยเป็นชิ้นๆ
“พินาศแล้วชีวิตกู หมดสิ้นเพราะอีช้อยเสียกระมัง”
สนมองไป เห็นหลังช้อยไวไว

ช้อยเดินตรงไปในบ้านมุ่งหน้าไปทางเรือนทองจันทร์
“อีช้อยไปไหน”
สนใจหายวับ สาวเท้าแอบตามช้อยไปทันที

ช้อยมาถึงบันไดหน้าเรือนแต่ถูกแมวกับกบไม่ให้ขึ้นเรือน
“มาทำไมยะ” กบไม่ให้ขึ้น ถามเสียงขุ่น
“มาหาคุณท่าน”
แมวไม่ยอม “มีธุระอะไรกับคุณท่านยะ”
“สำคัญที่สุด ที่ท่านสมควรได้รับรู้” ช้อยคุยโว
แมวร้อง “โอ้โฮ”
“ขอทางด้วย”
สองคนช่วยกันกันไว้ “ใหญ่แฮะ”

ทองจันทร์ยินเสียงคนทะเลาะกัน จึงโผล่หน้าออกมาดู
“นางกบ นางแมว อ้าวนางช้อย ไปมุดดินที่ไหนมายะ”
“ช้อยไปทำมาหากินมาเจ้าค่ะ
“แล้วนี่มาทำไมยะ ไม่ไปทำมาหากินหรือยะ”
“ช้อยมีเรื่อง สำคัญมากที่สุดจะมาเรียนให้คุณท่านทราบเจ้าค่ะ”
“หน้าอย่างเอ็งพูดสิบคำ จริงคำเดียว ไปเถิด ไม่อยากฟัง”
ทองจันทร์หันตัวกลับ ไม่สนใจ
“ได้โปรดเจ้าคะ รับรองว่าคุณท่านฟังแล้ว ขี้คร้านจะบังคับให้ช้อยเล่าต่อสามวันยังไม่จบเจ้าค่ะ”
ทองจันทร์เริ่มลังเล
“ถ้าช้อย พูดเรื่องแรกคุณท่านไม่อยากฟัง ไล่ช้อยไปหรือถีบช้อยตกเรือนตายได้เลยเจ้าค่ะ”
ทองจันทร์คิดหนัก

สนแอบมอง เห็นช้อยขึ้นไปบนเรือนทองจันทร์
“อีช้อยมาฟ้องอะไรกับอีแก่ อีช้อยมึงกำลังทำลายเกียรติกูย่อยยับ”
สนหน้าซีดเผือด หวาดกลัวอีกด้วย
“ขอให้อีช้อยมาขอเงินไม่ได้มาเปิดโปงเรา เพราะคนที่มันควรเปิดโปงน่าจะเป็นพี่ขุนมากกว่าอีแก่นี่”
สนวนเวียนคิดไปต่างๆ นาๆ หาทางออก

ช้อยนั่งประจันหน้าทองจันทร์ กบกะแมวมองคุมเชิง
“อีนางสองคนนั่นมิบังควรได้รับรู้ดอกเจ้าค่ะ เรื่องมันน่าอับอายมากเจ้าค่ะ” ช้อยอารัมภบท
“เอ็งต้องการให้ข้าไล่มันไป ถ้าเอ็งฆ่าข้า ใครจะเห็น”
“สาบานเจ้าค่ะ ช้อยมาเพื่อบอกความจริง ครั้งแรกในชีวิต ไม่ได้มาเอาชีวิตใคร ช้อยตะหากที่เสี่ยงชีวิตมาเปิดโปงเอ๊ยมาเปิดเผยความจริง”
“ของใคร” ทองจันทร์ย้อนถาม
ช้อยไม่พูดปรายตามองกบกะแมว ทองจันทร์จึงโบกมือไล่ไป กบกับแมวไปโดยดี
“เล่ามา”

ส่วนที่บ้านแพรและโพล้ง ในบ้านแพน แพรและโพล้งยื่นหน้าแย่งกันอ่านจดหมายของเนียน มีแดงน้อยนั่งมองขำๆ
“แกยื่นหน้ามาทำไมไอ้โพล้ง อ่านออกเรอะ”
“อ่านไม่ออก แต่อยากให้แกอ่านออกเสียงให้ฟัง”
แพรกระซิบ “เนียนไม่ต้องการให้ใครรู้ว่า เขียนมาเรื่องโอนที่ดินให้แดงน้อย”
โพล้งกระซิบตอบกลับ “อ้าว แล้วจะทำอย่างไรเล่า”
“ทำแบบลับๆ ล่อๆ ไม่ให้แดงน้อยรู้ ให้ทำหนังสือมอบอำนาจโอนกันเป็นทอดๆๆ” แพรว่า

จังหวะนี้ยายอ่อนเดินเข้ามาสมทบ พอดี
“นายอำเภอมาพอดี มาช่วยดูทีซิว่า เนียนโอนที่ดินให้ใคร ชั้นจะได้จัดการเรื่องที่นาให้สำเร็จเสร็จลุล่วงเสียที”
แพรโพล้งมองหน้ากัน
“ต้องเจอคนที่น้าเนียนแกโอนให้ก่อนแหละครับ ยายอ่อน” แดงน้องบอก
“สองคนนี่มันรู้ แต่มันปิดบังยายเอาไว้ นายอำเภอแดงน้อยถามพวกมันให้ยายทีเถิด”
แพรโพล้ง มองหน้ากันพยักหน้า
“เอาละ เนียนเขาว่า จะมาหาชั้นวันสองวันนี้” แพรลอก
“ดีครับเรื่องราวจะได้กระจ่างกันสักที” แดงน้อยว่า
“ดี ยายจะรอเนียนมาจัดการให้ จะได้จบเรื่องกันสักที”
ทุกคนตกลงกันได้ด้วยดี ยายอ่อนกลับไปแล้ว
“ทีนี้ ผมมีเรื่องเกี่ยวกับน้าเนียนมาถามแม่แพรกับลุงโพล้ง ตอบผมตามความจริงด้วยนะครับ”
สองคน มองหน้ากัน
“ผู้ชายที่ใครๆ หาว่าเป็นชู้กับน้าเนียนนั่น เป็นใครกันแน่ ตอบผมเถิดครับผมต้องการให้น้าเนียนพ้นทุกข์”
สองคนมองหน้ากันแล้วพยักหน้ากัน ตอบพร้อมเพรียง
“เป็นพี่ชายแท้ๆ ของเนียน”
แดงน้อยมีสีหน้าดีใจมาก “ไม่ใช่เสือหนักนะครับ”
สองคนสะดุ้ง แล้วส่ายหน้า บอกพร้อมกันอีก
“ไม่ใช่”

แดงน้อยยิ้มออกมาอย่างเบิกบานใจ ดูออกว่าท่านนายอำเภอหนุ่มมีความสุขมากที่สุด
ด้านช้อยฟ้องทองจันทร์แต่บอกไม่หมดทุกเม็ด โดยเฉพาะความริยำของมัน ทองจันทร์ได้ฟังก็เข้าใจว่าสนนั้นร้ายกาจมาก

ช้อยก้มลงกราบ “ช้อยมาขอให้ไอ้แช่มได้ประกันตัวออกมาเจ้าค่ะ”
“นี่ปะไร ไม่ใช่เรื่องสำคัญของข้า แต่มันคือเรื่องสำคัญของเอ็งตะหากลงจากเรือนไปเลยนางช้อย”
“ช้อยแค่ออกแขกแบบลิเกน่ะเจ้าค่ะ มาฟังเรื่องต่อไปนี้ทีละเรื่องนะเจ้าคะ”
“ว่ามา”
“เรื่องแรก เนียนไม่ได้เป็นชู้กับเสือหนักดอกเจ้าค่ะ”
“เรื่องนี้ทีแรกข้าเชื่อเอ็งกับแม่สน แต่มาตอนหลัง ข้าไม่สนใจแล้วแม่สนเขามารายงานแล้วว่า เอ็งใส่ร้ายเนียน กลับไปซะ”
“ฟังต่ออีกสิเจ้าคะ”
“ว่ามา”
“วันที่เรือล่ม หนูติ๋วไม่ได้ชวนคุณหนูอี๊ดไปพายให้เรือล่มดอกเจ้าค่ะ”
“แล้วมันไปพายเรือกันทำไม”
“มีคนวางอุบายให้เกิดเหตุนี้ ตอนนี้คนให้เช่าเรือและรู้สาเหตุมันก็โดนวางยาพิษตายไปแล้วเจ้าค่ะ”
“เวรกรรม เวรกรรม”
“สุดท้าย สำคัญที่สุด เอาย่อๆ ก่อนนะเจ้าคะ” ช้อยตีฝีปาก
“บอกมาไวๆ”
ช้อยป้องปากกระซิบ “ฟังแล้วอย่าอึ้ง ฟังแล้วเหยียบเจ้าค่ะ”
ทองจันทร์หมั่นไส้ “ชักรำคาญ”
“คุณเทิดศักดิ์อาจจะไม่ใช่ลูกท่านขุนดอกเจ้าค่ะ”
ทองจันทร์ตะลึง ช้อยทิ้งทุ่นก่อนจะก้มลงกราบ แล้วคลานถอยหลังออกไปอย่างมีชัย
“อีช้อยอย่าเพิ่งไป”
“อีกวันสองวันช้อยจะมาเล่าต่อเจ้าคะ วันนี้ช้อยต้องกราบลา ไปเยี่ยมไอ้แช่มกลัวเผลอไผลไป ใครมาวางยาพิษมันตายอีกราย ช้อยคงอกแตกตายกลายเป็นนางฆาตกรฆ่าคนแน่ๆ เจ้าค่ะ อ้อ ช้อยขอฝากเอาไว้ ถ้าไอ้แช่มไม่ได้ประกันตัวออกมา เกิดช้อยมีอันเป็นไป ไอ้แช่มมันมีอะไรจะกราบเรียนมากมายเจ้าค่ะ เช่นเรื่องคนปล้ำคุณหนูอี๊ดครั้งกระนั้น”
ทองจันทร์ฟังแล้วปวดหัวหนึบ แต่รู้แน่ว่าช้อยหมายถึงสน ช้อยคลานถอยออกไป หมายมั่นว่านี่คือหมัดเด็ด
ที่มันวางไว้ให้ทองจันทร์

ฝ่ายแดงน้อยกลับมาจากบ้านแพน ก็ตรงมาหาท่านขุน เวลานี้สองคนอยู่ในห้องทำงานขุนภักดีบนศาลากลางเมืองสุพรรณ
“คือ ผมต้องขอประทานโทษ ที่เสียมารยาทมาขอถามเรื่องส่วนตัวของคุณพ่อ”
“ไม่เป็นไรดอก แดงน้อยสนิทสนมกับที่บ้านเป็นเพื่อนสนิทของเทิดศักดิ์ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ แดงน้อยคงไม่มาถามดอก”
“ขอบพระคุณมากครับ คือน้าเนียนเป็น เอ้อ หมายถึงเคยเป็นภรรยาของคุณพ่อมาก่อนจริงๆ ใช่ไหมครับ”
“ใช่ แดงน้อยก็คงเคยได้ยินหลายครั้งแล้ว เคยเห็นหลายคราที่มีเรื่องในบ้าน มันน่าอับอายทั้งนั้น นี่คือสาเหตุที่ทำให้พ่อต้องเลิกรากับเขา”
“แต่คุณพ่อก็ไม่ได้ไล่น้าเนียนไปจากบ้าน นี่ถือว่าคุณพ่อกรุณามากแล้ว”
“แรกๆ พ่อก็คิดเข้าข้างตัวเองว่าคือความกรุณา แต่ต่อมาอาเริ่มคิดว่า นี่คือการทารุณกดขี่คนที่เขายอมจำนนต่อเรา อย่างโหดร้ายที่สุด”
“ตอนนี้คุณพ่อยังคิดว่าน้าเนียนมีชู้อยู่อีกหรือเปล่าครับ”
“ไม่อยากจะคิดดอก แต่เจ้าตัวเขาไม่เคยปฏิเสธ”
“ขอประทานโทษครับ คุณพ่อคิดว่าน้องติ๋วเป็นลูกชู้หรือเปล่า”
“พ่อ...พ่อ บอกไม่ถูก”
“คุณพ่อจำยายอ่อนหมอตำแยที่ทำคลอดเทิดศักดิ์ได้ไหมครับ”
“จำได้สิ”
“แกทำคลอดน้องติ๋วด้วย ในเมื่อน้าเนียนไม่เคยไปไหนเลย ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในบ้านคุณพ่อ แล้วผู้ชายคนนั้นที่ไปหาน้าเนียนไม่ใช่ชู้แต่เป็นพี่ชายของน้าเนียน แล้วน้องติ๋วจะเป็นลูกใครครับ”
คำพูดแดงน้อยกระแทกเข้าที่หน้าท่านขุน ตะลึงพรึงเพริดพูดไม่ออก
“หนูติ๋ว หนูติ๋วของพ่อ หนูติ๋วคือลูกสาวของพ่อ โธ่หนูติ๋ว”
แดงน้อยยกมือไหว้
“เรื่องทั้งหมดคือความจริงที่ผมถามมาจากแม่แพร ลุงโพล้งและยายอ่อน คุณพ่อมีสิทธิ์ที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามแต่ครับ ผมขอตัวก่อน”
แดงน้อยเดินออกไป ขุนภักดีเดินเข้าไปหาแดงน้อยยื่นมือให้จับ
“พ่อเชื่อที่แดงน้อยพูดทุกประการ พ่อขอบคุณที่แดงน้อยให้ความกระจ่างกับพ่อ ตาพ่อที่ฝ้าฟางสว่างแจ้งเต็มทีกับเรื่องเนียน ที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของหนูติ๋ว”
“ผมจะไม่เอาเรื่องที่เราพูดกันวันนี้ ไปพูดต่อ เพราะนี่คือเรื่อง ที่คุณพ่อคงไปจัดการเอง”
ขุนภักดีพยักหน้า แดงน้อยออกไป ท่านขุนทั้งดีใจทั้งเสียใจและละอายแก่ใจ
“เนียนสุดที่รัก พี่ขอโทษ หนูติ๋วพ่อเสียใจ พ่อขอโทษ”

ขุนภักดียืนน้ำตาคลอ
บนเรือนของคุณนายทองจันทร์เวลานั้น ทองจันทร์กับเรียมคุยกันถึงเรื่องช้อยอยู่

“นางช้อยมันมาหาแม่” ทองจันทร์เอ่ยขึ้น
“ได้ยินว่ามันไปพักหนึ่งแล้วนี่คะ” เรียมแปลกใจ
“มันกลับมาขอให้แม่ช่วยไอ้แช่มลูกชายมัน ให้ได้ประกันตัว”
“ทำไมมันมาขอให้คุณแม่ช่วยเล่าคะ คุณแม่ไม่เกี่ยวข้องสักหน่อย คนที่ช่วยได้คือเทิดศักดิ์”
“มันก็จะให้แม่บอกตาเทิดศักดิ์นั่นแหละ” ทองจันทร์ว่า
เรียมแปลกใจ “แปลกจริง ถ้าจะให้เทิดศักดิ์ช่วยก็ต้องไปบอกสนสิคะ”
ทองจันทร์ไม่ยอมบอกความจริงทั้งหมด “มันมาพูดเรื่องที่แม่อยากรู้บางเรื่อง แต่มันพูดไม่จบ มันยักท่าเอาไว้ประมาณว่าถ้าแม่อยากฟังให้จบลูกมันควรได้ประกันตัวก่อน อะไรเทือกนี้แหละ”
“คุณแม่คิดว่าจะพูดกับเทิดศักดิ์ไหมคะ”
“ยังก้ำกึ่ง แม่กลัวว่ามันได้ประกันตัวแล้วมันจะไม่ยอมบอกต่อน่ะสิ นางคนนี้โกหกพกลมเป็นไฟ แต่แม่ก็อยากรู้เรื่องที่มันเกริ่นมา”
เรียมพลอยอยากรู้ไปด้วย
“ขอโทษนะคะ มันเกริ่นเรื่องอะไรมาคะ”
จู่ๆ มีเสียงผิวปากดังเป็นเพลงสนุกสนานนำขึ้นมา เรียม และทองจันทร์มองหน้ากัน ปรากฏว่าเป็นขุนภักดี
ปรากฏตัวขึ้นบนเรือนยิ้มระรื่นผิวปากอย่างสุขใจ
“พ่อเทพไปกินพุงปลาใส่กัญชาที่ไหนมารึ อารมณ์ดีถึงขั้นผิวปาก” หญิงชราแซวลูกชาย
“ไปกินความสุขมาครับ คุณแม่” ขุนภักดีเล่นลิ้นท่าทีสำราญใจ
“ไปกินความสุข” เรียมกับทองจันทร์อุทานพร้อมกัน
“พ่อเทพจะมีเมียน้อยอีกคน”
กบ แมว และเอกหัวเราะลั่น กับคำพูดของทองจันทร์ ขุนภักดีโวยวาย
“คุณแม่หาความผม ผม เอ้อ ไม่เอาละ ไม่บอกดีกว่า รอให้แน่ใจที่สุดก่อน จะมาบอกคุณแม่กับเรียม” แล้วขุนภักดีก็หันไปสั่งเอก “ไอ้เอกไปตามไอ้ถมไปหาชั้นที่เรือนโน้น”
แล้วท่านขุนก็เดินผิวปากลงไปจากเรือน ทองจันทร์กับเรียมงง เอกรู้แกวรีบเผ่นเช่นกัน
“ไอ้เอก หน็อยแน่ะ มันนกรู้รีบหนีไปอีกคน”

สนทุรนทุราย ยืน นั่งไม่ติดที่ ร้อนรุ่มในหัวอกไปหมด
“อีช้อย มันเอาอะไรไปฟ้องอีแก่ อีแก่มันรู้อะไรบ้างโอ๊ย อีช้อย ทำไมมึงไม่จงรักภักดีกับกูจนตายดังสัญญา อีช้อย อีช้อยมึงบีบขั้นกูเอง”
สนลงนั่งกุมขมับ
“รึว่าเราจะลองเกริ่นกับลูกเทิดศักดิ์ดู”
สนคิดได้ ค่อยมีกำลังใจขึ้นมาหน่อย

นายถมมาพบท่านขุนตามสั่ง
“แกใช่ไหมที่ไอ้เอกสั่งให้พา นาง เอ้อ...แม่เนียนไปงานศพที่สามชุก”
“ขอรับ ท่านขุน”
“เขาบอกหรือเปล่าว่าจะกลับมาวันไหน”
“ไม่ได้บอกขอรับ แต่เท่าที่กระผมทราบน่าจะหลังจากเผาญาตินั่นแหละขอรับ”
“กี่วันรึ”
“ไม่เกินสามวันดอกขอรับ”
ขุนภักดีพึมพำเบาๆ กับตัวเอง “นานเกินไป รอไม่ไหวดอก แกเอาจดหมายจากข้าไปให้เขา”
“ขอรับ”
ขุนภักดีหันไปหาปากกากระดาษและซองมาเขียนจดหมาย

ฟากสนตัดสินใจเปรยกับเทิดศักดิ์เรื่องคดีแช่ม
“คดีอย่างนายแช่ม ไม่มีใครกล้าให้ประกันตัวดอกครับ คุณแม่”
“นั่นสิ แม่ก็ว่าอย่างนั้น”
“คุณแม่ถามทำไมครับ หรือว่า ยัยช้อยแล่นมาหาคุณแม่ขอให้ช่วย”
สนส่ายหน้า “เปล่า เปล่านะลูก แม่แค่อยากรู้เท่านั้น เอ้อ แล้วถ้ามีใครรับรองมันเล่า ประกันได้ไหม”
“ได้อยู่ครับ แต่...”
“อะไรรึลูก”
“ใครเล่าครับ ที่มีอำนาจนอกจากคุณพ่อ หรือผม”
“เอ้อ...”
“คุณแม่อยากให้ผมหรือคุณพ่อช่วยประกันตัวมันออกมา หรือครับ”
“เปล่าจ้ะ แม่บอกแล้วไงว่าแค่อยากรู้”
“มันอยู่ในตะรางน่ะดีกว่า อยู่ข้างนอกนะครับตายเอาง่ายๆ คนร้ายยังลอยนวลนะครับ”
สนพยักหน้า ไม่กล้าจะซักถามอะไรต่อ ยิ่งเทิดศักดิ์พูดเรื่องคนร้าย ทำให้สนยิ่งหุบปาก แต่ทุรนทุราย
มากขึ้นทุกที
“ผมต้องรีบไปเข้าเวร”
เทิดศัดิ์เดินออกไป สนเครียดจัด
“ต้องกำจัดอีช้อย แต่จะหาโอกาสได้อย่างไร”

นางสนคนชั่ว พยายามคิดหาหนทางที่จะกำจัดช้อยให้ได้
อาญารัก ตอนที่ 16 (ต่อ)

ด้านเนียนกลับมาจากงานศพที่วัดบ้านแพน มาถึงท่าน้ำบ้านเนิบแล้ว แพรและโพล้งมาถึงเช่นกัน

“เนียน”
เนียนก้าวขึ้นมาตื่นเต้นดีใจ
“พี่แพร พี่โพล้ง”
เนียนกับแพรแล่นเข้ามากอดกันดีใจจนน้ำตาร่วงทั้งสองฝ่าย โพล้งมองยิ้มอยากไปกอดดีใจบ้าง ติดที่แพรกำลังดีใจ
“คิดถึงเหลือเกิน จากกันนานมากเท่าอายุแดงน้อย”
“เกือบเท่าตะหาก ขาดไปสองเดือน” โพล้งท้วง
“ไอ้โพล้งแกจะขัดคอไปหาอะไร เนียน ๆ พี่รับรู้ความทุกข์ ของเนียนมาจากยัยอ่อน สงสารเนียนเหลือเกิน” แพรบอก
“ข้าก็รับรู้มาจากไอ้แดงน้อย เอ็งเกิดมามีกรรมเหลือเกินนะเนียน” โพล้งว่า
“ชั้นชินแล้วจ้ะพี่แพร พี่โพล้ง เพิ่งมาถึงกันหรือจ๊ะ”
“เพิ่งมาน่ะสิ กะแล้วว่าต้องเจอเนียน มีเรื่องสำคัญจะบอกให้ไปจัดการเสียให้จบ” แพรว่า
“เรื่องที่นาที่เอ็งยกให้แดงน้อยมันน่ะ เอ็งเขียนมาว่าให้พวกข้าจัดการ ยายอ่อนแกฝากเงินมัดจำมาแล้ว แต่ว่าเอ็งต้องไปปรากฏตัวเซ็นโอนให้เป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นมันจัดการอะไรไม่ได้” โพล้งบอก
“แต่เนียนจะให้แดงน้อยรู้ตัวตอนนี้ไม่ได้นี่จ๊ะ” เนียนว่า
“ก็ไปโอนไปเซ็นตามที่หลวงท่านว่าก่อนเถิด เรื่องแดงน้อยนั่นเอาไว้ว่ากันทีหลัง เสร็จงานศพนี่ไปเลยนะเนียน” โพล้งสรุป
“จ้ะ” เนียนเห็นด้วย
ยินเสียงเรือติดเครื่องดังแว่วมา ทุกคนมองหน้ากัน
“ใครมา”
“หรือว่าพี่หนัก” โพล้งโพล่งขึ้น
เนียนจุ๊ปาก เรือโผล่เข้ามา เป็นถมนั่นเอง
“เนียน อยู่ไหม”
“อ้าว นายถม”
“รีบขึ้นเรือไปไวๆ ท่านขุนให้มารับกลับไปเดี๋ยวนี้”
เนียนตกใจมากหน้าเสีย ซีดเป็นกระดาษขาว นึกว่ามีเรื่องร้ายอีก
“มีใครกล่าวหาว่าเนียนไปทำอะไรผิดอีกรึ พ่อคุณ” แพรสงสัย
“ไม่รู้ ชั้นไม่รู้ รู้แต่ว่าท่านขุนท่านผิวปากมาตั้งแต่กลับมาจากศาลากลางแล้ว ไว ๆ ให้ไวเลยเนียน ประเดี๋ยวท่านจะเคือง เพราะท่านมีราชการด่วนเข้ากรุงเทพฯ พรุ่งนี้แต่เช้ามืด นี่จดหมายอ่านเสีย”
ถมยื่นจดหมายให้ เนียนรับจดหมายหันมาอาลัยอาวรณ์แพรกับโพล้ง สองคนรีบผลักไสเนียนลงเรือ
“ให้ไว เลยเนียน”
“แล้วรีบกลับมาเผาศพ จะได้รีบไปจัดการธุระให้เสร็จ”
เนียนลงเรือไป แพรกับโพล้งมองตามด้วยสายตาเป็นห่วงเนียน

เนียนแปลกใจและฉงนสนเท่ห์นัก เนียนชะเง้อมองไปเบื้องหน้าใจจดใจจ่อ เนื้อความในจดหมายราวกับเสียงท่านขุนมาอ่านให้ฟัง ทำให้เนียนมีสีหน้าอิ่มเอิบมาก

“เนียน พี่ต้องการพบเนียน ด้วยมีเรื่องซักถามเนียนมากมายนักล้วนแต่สำคัญต่อชีวิตของเรา รีบมาพบพี่ด่วน รอพี่ที่ท่าน้ำพูดธุระเสร็จ จะให้ไอ้ถมไปส่ง เรื่องนี้ขอให้เก็บเป็นความลับไว้ก่อน
ภักดีภูบาล”

เนียนยิ้มนิดหนึ่งถอนอกถอนใจ
“ท่านเรียกแทนตัวเองว่าพี่กับเรา นี่ เกิดอะไรขึ้น”

ฟากขุนภักดีผุดลุกผุดนั่ง พลอยทำให้เรียมผุดลุกตามไปด้วย
“พี่เทพ ผุดลุกผุดนั่ง ทุกเสี้ยวยาม มีอะไรหรือคะ”
“พรุ่งนี้พี่ต้องไปราชการกรุงเทพฯ แต่เช้าจ้ะ”
“แล้วกระไรมิรีบหลับนอน มาผุดลุกผุดนั่งอย่างนี้ทำไมหรือคะ”
“พี่ เอ้อ เอ้อ เนียน...” ขุนภักดีจะบอกว่าตนนั้นใจจดใจจ่อกับเนียนแล้วรีบค้างคำ
“ว่ากระไรนะคะ” เรียมยิ่งแปลกใจ
“เอ้อ เรียมจัดเสื้อผ้าให้พี่แล้วใช่ไหมจ๊ะ”
“ค่ะ พี่เทพห่วงอะไรกันแน่คะ ห่วงเสื้อผ้า ห่วงกลัวไปราชการไม่ทัน หรือว่ามีเรื่องอื่นให้ห่วง เช่นอย่างที่คุณแม่ท่านเอ่ยมานั่น”
“นี่เรียมคิดว่าพี่จะมีเมียน้อยเหมือนคุณแม่อีกคนแล้วรึ”
เรียมส่ายหน้า
“ก็พี่เทพดูไม่ปกตินี่คะ”
เสียงระฆังโบสถ์ตีบอกเวลา สี่นาฬิกา ขุนภักดีลุกพรวด
“พี่จะออกไปเดินดูรอบๆ บ้าน”
ว่าแล้วท่านขุนก็ออกไปโดยไม่หันมาทางเรียม เรียมได้แต่มองตาม
“พี่เทพ ต้องกังวลเรื่องอะไรแน่ๆ แต่เรื่องอะไรรึ”
เรียมคิดไม่ตก

ขณะเดียวกันสนนอนไม่หลับ ทอดสายตามองออกไปครุ่นคิดเรื่องช้อย
“เราต้องกำจัดอีช้อย ปากปลาหมอ เราต้องรู้ให้ได้ว่าอีช้อยไปคุยอะไรกับอีแก่ เราต้องเอ๊ะ นั่น นั่น”
สนชะโงกยื่นหน้าไปเขม้นมองดู เห็นรูปร่างคนที่เดินมาเป็นผู้หญิง
“ผู้หญิง หรือว่าอีช้อย”
สนฉวยมีดปลายแหลมกำไว้ในมือแน่น

“ดีละ ขอให้เป็นมึงจริงๆ เถิดอีช้อย”
สนเดินมาเจอเอารองเท้าสองข้างวางอยู่ขอบศาลาท่าน้ำด้านใน

“รองเท้าแตะ”
สนมองเลยไปเห็นเป็นเนียน กำลังนั่งใจลอยเหม่อ
“ของอีเนียน ไม่ใช่อีช้อย แต่อีเนียนมันมานั่งลอยหน้าทำอะไรตอนใกล้จะเช้า”
สนเตะรองเท้าของเนียนกระเด็นไปคนละทิศคนละทางแล้วเดินไปหาทันที
“เนียน แกมานั่งลอยหน้ารอใคร รึ”
“เอ้อ...”
สนจ้องหน้าเนียนเขม็ง

เวลานั้นขุนภักดี เดินมากับถมที่มารายงาน
“มาแล้วขอรับ ท่านขุน”
“อยู่ที่ท่าน้ำรึ”
“ขอรับ”
“แกห้ามบอกใครทีเดียวว่าแกไปทำอะไรมาในคืนนี้”
“ขอรับ”
“แกหลบอยู่แถวนี้ เสร็จธุระแล้วข้าจะเรียกแกให้รีบไปส่งเขา”
“ขอรับ”
ถมหลบไป ท่านขุนขยับจะเดินต่อชะงัก
“สน สนมาทำไม บ้าแท้ๆ”
ขุนภักดีทำอะไรไม่ถูก กระซิบเรียกถมให้มาหา
“ถม” ท่านขุนสั่งการให้ถมทำอะไรซักอย่าง
“ได้ขอรับ”
ถมย่องไปอีกทาง เพื่อทำตามที่ท่านขุนสั่ง

ฝ่ายสนยังคาดคั้นเนียนไม่เลิกรา
“ข้าถามเอ็งว่า มานั่งลอยหน้าหาใคร ทำไมไม่รีบตอบ นังเนียน”
“ชั้นตอบไม่ได้ค่ะ”
“นี่เอ็งจงใจฝืนคำสั่งข้า เอ็งกล้าอวดดีกับข้า นังคนตกกระป๋องจะบอกหรือไม่บอก ว่าเอ็งรอใคร”
“ไม่บอกค่ะ”
สนโกรธ ชักมีดออกมาขู่
“เอ็งจะบอกหรือไม่บอก”
เนียนส่ายหน้า

ท่านขุนแอบมองอยู่ ทั้งตกใจ ตื่นตะลึงกับการกระทำของสน
“สนใจร้ายแท้ๆ”
ขุนภักดีทึ่งในความเชื่อฟังของเนียนที่ตนขอร้องห้ามบอกใคร
“เนียน ช่างเชื่อฟังเราเหลือเกิน ไม่ได้การละ ปล่อยไว้สนจะไม่ใช่แค่ขู่เนียน ทำไมไอ้ถมยังไม่รีบทำตามที่สั่ง”
ขุนภักดีพรวดจะออกไป เสียงถมตะโกนขึ้นพอดี
“ไอ้เสือมา เสือหนักมาแล้ว”

สนกำลังขยุ้มหัวเนียนจิกไว้ เงื้อมีดขึ้นแต่ได้ยินเสียงถมตะโกนแถมเรียกชื่อเสือหนัก สนเข่าอ่อนทันที
“เสือหนัก”
สนปล่อยมือจากเนียน ถือมีดวิ่งพรวดกลับไปทางเรือน
“ไม่นะ ไม่นะ กลัวแล้ว”
สนวิ่งหายไป แต่เนียนกลับยืนนิ่ง ไม่ขยับ ได้แต่อุทานเบาๆ
“พี่หนัก แย่แล้ว ถ้าเกิดท่านขุนมาเจอพี่หนัก”
เนียนละล้าละลัง รอจะบอกให้หนักหนี
ขุนภักดีแอบมองสนที่วิ่งตัวสั่นงันงกปากก็พร่ำคำว่ากลัวแล้ว กลัวแล้ว ท่านขุนยิ้ม
“ได้ผล สนกลัวจนตัวสั่น”
สนวิ่งผ่านหน้าท่านขุน วิ่งไปหันไปดูเบื้องหลัง
“กลัวแล้ว ชั้นไม่ได้ทำอะไร ชั้นเปล่าทำอะไรเนียนนะ ชั้นแค่มาพูดคุยกับเนียน”
สนผ่านไป ท่านขุนแปลกใจมาก
“สนกลัวจนเสียสติ ทำไมต้องบอกเสือหนักว่าไม่ได้ทำอะไรเนียน แปลกแท้ๆ แต่ทำไมเนียนกลับไม่กลัว กลับยืนนิ่ง ราวกับจะส่ายตาหาเสือหนัก หรือว่า...”

ไวเท่าความคิด ขุนภักดีสาวเท้าออกไปทันที
ด้านเนียนกำลังชะเง้อชะแง้มองหาแต่หนัก

“พี่หนักโธ่ ทำไมจะพาพวกมาปล้นบ้านท่านขุน พี่หนักวิปลาสไปแล้วรึ”
ท่านขุนมาถึงตัวเนียน
“เนียน”
เนียนสะดุ้งวาบตกใจ โผนมาเอาตัวบังกางมือบังท่านขุนเอาไว้
“อย่านะอย่าทำอะไรท่านนะ อยากทำอะไร มาทำชั้นสิ”
ขุนภักดีซาบซึ้งในน้ำใจของเนียน จนอดโอบกอดเนียนไว้ไม่ได้
“นี่เนียนห่วงใยพี่ ถึงกับยอมตายแทนพี่เลยรึ”
“เจ้าคะ หลบไปเจ้าค่ะ เนียนไม่ยอมให้เขาทำร้ายท่านดอกเจ้าค่ะ”
นั่นทำให้ขุนภักดีนึกสนุกขึ้นมา แกล้งเนียนต่อ
“พี่มีปืน ลองมายิงพี่สิ พี่จะยิงมันกลับเช่นกัน”
ว่าแล้วท่านขุนชักปืนออกมา
เนียนตกใจ “โอ๊ย ตายแล้ว”
ขุนภักดีเอามือปิดปากเนียนที่ตกใจ จนจะเป็นลม
“ไม่มีเสือสางที่ไหนดอก พี่เย้าเนียนเล่น เสียงไอ้ถมมันทำอุบายให้สนตกใจแล้วหนีไปต่างหาก”
“โธ่”
เนียนเบี่ยงตัวออกจากวงแขนท่านขุนทรุดตัวลงไปนั่ง กับพื้นก้มหน้างุด ขุนภักดีดึงเนียนขึ้นมาโอบไว้
“ขอบใจมากนะเนียน ที่เชื่อฟังคำขอของพี่ และยอมตายเพื่อพี่”
“เอ้อ...”
“ไปนั่งตรงนั้นแล้วมาคุยกันนะคนดี”
เนียนฟังแล้วสับสนชีวิตที่กลับตาลปัตรในชั่วไม่ทันข้ามคืน ขุนภักดีพาเนียนไปนั่งที่ม้านั่งยาวตรงมุมหนึ่ง จับมือเนียน มองหน้าเนียน เนียนหลบตา ท่านขุนเชยคางเนียนให้มองหน้า
“อย่าก้มหน้า อย่าหลบตาพี่ จงสบตาพี่ แล้วมองหน้าพี่ เพื่อที่เนียนจะได้ รับรู้ถึงความรู้สึกของใจ พี่เสียใจ และขอโทษ”
เนียนอึ้ง “ท่านขุน”
“พี่ขุน ต่อไปนี้ไม่มีคำว่าท่านขุน มีแต่คำว่าพี่ขุน เนียนจ๋า”
“เจ้าค่ะ”
“ทำไมใช้คำพูดกับผัวว่าเจ้าค่ะ คะ ขาเท่านั้นมันก็เพียงพอแล้วคนดีของพี่”
“เนียน เอ้อ...”
ขุนภักดีดึงเนียนมาโอบกอด เนียนทำอะไรไม่ถูก ตัวสั่นไปหมด

ฟากสนนอนสั่นคลุมโปงด้วยความ ร้องไห้กระซิกๆ
“ชั้นไม่ได้ทำอะไรมันนะ ไม่ได้ทำ อย่ามาทำร้ายชั้นเลย ชั้นกลัว ชั้นกลัว”
จังหวะนี้เทิดศักดิ์กลับมาจากเข้าเวร จะกลับห้อง เดินผ่านห้องนอนสนได้ยินเสียงแม่ร้องไห้กระซิกๆ
“คุณแม่ร้องไห้ทำไม”

ส่วนที่ท่าน้ำเนียนน้ำตาไหล ขุนภักดีจับมือเนียนไว้มือหนึ่ง อีกมือเช็ดน้ำตา
“อย่าร้องไห้คนดีของพี่ ต่อไปนี้จะมีแต่เรื่องๆดีทั้งสิ้น พี่ขอบคุณที่ช่วยชีวิตหนูอี๊ด”
“ค่ะ อย่า
กำลังโหลดความคิดเห็น...