xs
sm
md
lg

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายพุฒิภัทร ตอนที่ 1

เผยแพร่:

คุณชายพุฒิภัทร ตอนที่ 1


รูปพระบิดา หม่อมเจ้าวิชชากร จุฑาเทพ ซึ่งประดับอยู่ในกรอบทองตั้งอยู่เหนือโต๊ะทำงานของ น.พ. ม.ร.ว. พุฒิภัทร เสียงท่องปณิธานในการทำงานของพุฒิภัทรดังกังวานในใจ

“ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตน เป็นที่สอง
ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ เป็นกิจที่หนึ่ง
ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศ จะตกแก่ท่านเอง
ถ้าท่านทรงธรรมมะแห่งอาชีพ ไว้ให้บริสุทธิ์”

พุฒิภัทรในชุดคลุมของนายแพทย์ศัลยกรรม เดินออกมาจากห้องผ่าตัด เขาถอดหมวก ถอดหน้ากากอนามัยที่เปื้อนเลือดทิ้งแล้วไปล้างมือที่อ่างก่อนจะเงยหน้ามองกระจกด้วยสีหน้าอิดโรยแต่แววตามีความสุขในสิ่งที่ทำ
เพียงพร หัวหน้าพยาบาลเดินออกมา แพทย์วิสัญญี และพยาบาลผู้ช่วยก็เดินตามออกมา
“กรณีผ่าตัดสมองกรณีนี้ยากมาก ใช้เวลาเกือบ6ชั่วโมง คุณชายหมอรีบกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ” เพียงพรแนะนำ
“เพียงพร..ญาติคนไข้อกจะแตกตายแล้วมั้งป่านนี้ รีบไปบอกข่าวดีก่อนเถอะ” พุฒิภัทรบอก
เพียงพรยิ้ม “คิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอเลยนะคะ” เพียงพรเดินออกไป
พุฒิภัทรรีบเดินไปที่โต๊ะแล้วเขียนรายงานสิ่งที่ทำไปตอนผ่าตัดเป็นข้อๆ อย่างละเอียด


ณ เรสเตอรองก์หรูริมแม่น้ำเมืองอยุธยา รถยนต์คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอด บริกรเดินมาเปิดประตูให้พวกเศรษฐีและเศรษฐินีเดินเฉิดฉาย หัวเราะอย่างมีความสุขเข้าไป
ลูกค้าที่รวยมากคู่นึงเดินทางมาทางเรือ คนเรือผูกเรือให้แน่น ชายหนุ่มหล่อหรูก้าวขึ้นจากเรือแล้วยื่นมือเชื้อเชิญหญิงสาวที่มาด้วย
กรองแก้วที่ใส่ชุดเก่าๆหลวมๆ เหมือนเอาเสื้อพ่อมาใส่มีผ้าขาวม้าคลุมหัวถือตระกร้ามาลัยดอกมะลิเดินเข้ามาหา
“คุณคะ ซื้อมาลัยดอกมะลิสวยๆสำหรับคุณผู้หญิงสักพวงมั้ยคะ..หนูร้อยเอง สวยๆทั้งนั้นเลยนะคะคุณ”
บริกรรีบเข้ามาไล่กรองแก้ว “หนู..ขายเฉยๆ อย่าสร้างความรำคาญ..ไม่อย่างนั้นผู้จัดการจะไม่อนุญาตให้ขายนะ”
“ค่ะ”
บริกรเชิญแขกให้เข้าไปในร้าน
กรองแก้วได้แต่ยืนมองแล้วทรุดนั่งพักที่ศาลาท่าน้ำของเรสเตอรองก์ เธอเอาผ้าขาวม้ามาซับเหงื่อเผยให้เห็นใบหน้าของกรองแก้วว่าเป็นผู้หญิงสวย หน้าสะอาด ทำผมมวยเปีย
ทันใดนั้นก็มีเรือหางยาวแล่นมา
“นังแก้ว..นังแก้ว..ไปดูพ่อเอ็งเร็ว..เร็วๆ” คนเรือบอก
“พ่อ”
กรองแก้วรีบกระโดดลงเรือทันทีด้วยความตกใจ



คนเรือเทียบเรือที่ท่าบ้านกรองแก้วซึ่งเป็นบ้านไม้ธรรมดาๆ กลางๆ อยู่ติดคลองที่มีขนาดไม่ใหญ่มากโดยมีแสงไฟจากบ้านแต่ละหลังที่อยู่ห่างๆ กัน เรือยังไม่ทันเทียบท่าดี กรองแก้วก็กระโดดขึ้นจากเรือทันที
“เอ้า ระวังหน่อยนังแก้ว”
คนเรือผูกเรือแล้วขึ้นจากเรือเดินตามกรองแก้วไป
กรองแก้วรีบวิ่งไปอย่างคล่องแคล่ว เธอกระโดดแผล็วแล้วเดินอย่างคล่องตัวไปตามแผ่นไม้ที่ทอดจากท่าข้ามพื้นดินชื้นแฉะไปสู่ที่ที่สูงและแห้งกว่า
กรองแก้วเดินมาถึงตัวเรือนก็ต้องชะงักด้วยความตกใจเมื่อเห็นร่างของพ่อนอนฟุบอยู่ที่หน้าบันไดและมีท่าทางว่ากำลังระงับความทุรนทุรายอยู่
“พ่อ! พ่อ..เป็นอะไร ปวดหัวมากอีกแล้วเหรอคะพ่อ”
พ่อของกรองแก้วหันมาด้วยอาการปวดหัวมากจนตาพร่า “แก้ว..แก้ว..พ่อ..พ่อไม่ไหวแล้ว”
“พ่อ!!”


พุฒิภัทรถือเอกสารกระเป๋าทำงานของตัวเองเดินมาที่รถ เขาวางข้าวของไว้ที่ท้ายรถอย่างเป็นระเบียบก่อนจะเข้าไปในรถ สตาร์ทเครื่องแล้วขับออกจากที่จอด รถแล่นออกไปทางด้านหน้า แต่มีรถจี๊ปเก่าๆ ที่ชาวบ้านนั่งมาเต็มสวนเข้ามาจอดหน้าบันไดตึก แล้วชาวบ้านเหล่านั้นก็ช่วยกันรุมหามชายคนนึงในสภาพร่องแร่งลงมาจากรถแล้วพากันหามขึ้นตึกไป
ชายชาวบ้านเอะอะ ในทำนองเดียวกัน
“ช่วยด้วยๆครับ" / "คุณหมออยู่ไหน / "ช่วยด้วย ครับ”
พยาบาลเอาเปลออกมารับ
“คนไข้เป็นอะไรมา”
“คนไข้บาดเจ็บที่ศีรษะครับ” ชาวบ้านบอก

พุฒิภัทรรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ของตน จึงรีบจอดรถทันทีแล้วกระโดดลงไป เขาคว้ากระเป๋าวิ่งกลับขึ้นตึกไปอย่างไม่ลังเล
ที่บริเวณจุดรับส่งคนไข้ฉุกเฉิน ทีมแพทย์และพยาบาลเวรเข้ามารุมรับคนไข้จากรถพยาบาล แล้วเข็นเข้าไปด้านในอย่างเร่งรีบ พุฒิภัทรรีบเดินกลับเข้ามาพร้อมทำงานต่อ

“คุณเพียงพร คนไข้บาดเจ็บที่ศีรษะใช่ไหม” พุฒิภัทรถาม
“คุณชายหมอ..เอ่อ แพทย์เวรกำลังมาแล้ว คุณชายหมอกลับไปพักเถอะค่ะ” เพียงพรบอก
“คนไข้กำลังรอหมออยู่ตรงหน้า คุณจะให้ผมหันหลังให้เขาเหรอ”
เพียงพรจนคำตอบ พุฒิภัทรรีบเดินตามเข้าไป


กลุ่มพยาบาลเข็นเตียงที่พ่อของกรองแก้วนอนไปตามทาง โดยมีกรองแก้ววิ่งตามไปตลอดจนกระทั่งถึงป้าย ห้องฉุกเฉิน พยาบาลกันกรองแก้วให้รอด้านนอกแล้วปิดประตู
“พ่อ..พ่ออย่าเป็นอะไรนะ”
กรองแก้วเศร้า

ในห้องฉุกเฉิน แพทย์วิสัญญีกำลังวัดค่าความดันคนไข้ที่สลบอยู่ นางพยาบาลยืนรอทำหน้าที่
พุฒิภัทรเดินเข้ามาในชุดเสื้อคอวีสวมกับกางเกงพร้อมทำงาน
“ความดัน 150-80 การหายใจปกติครับ” แพทย์วิสัญญีบอก
“ผมจะฉีดสี เพื่อเอ็กซเรย์สมอง ห้องเอ็กซเรย์พร้อมหรือยัง” พุฒิภัทรถาม
“พร้อมแล้วค่ะ” พยาบาลตอบ
พุฒิภัทรฉีดสีเข้าคอคนไข้

ช่างเทคนิคนำแผ่นเอกซเรย์มาให้
“ผลเอ็กซเรย์ครับ”
พุฒิภัทรอ่านแผ่นฟิล์ม “คนไข้มีอาการเลือดออกในเยื่อหุ้มสมองซีกซ้าย ต้องผ่าตัดเอาเลือดที่คั่งออกโดยด่วน ดูตรงนี้สิ แนวของเส้นเลือดเบี่ยงออกไปจากปกติ เลือดคงออกที่ตำแหน่งนี้..แต่จะรู้ให้แน่ว่าตรงไหน..ต้องเปิดเข้าไปในกระโหลกเท่านั้น”

ไฟห้องผ่าตัดถูกเปิดจนสว่างวาบ
ชายคนป่วยนอนบนเตียงผ่าตัด มีผ้าคลุมปิดหน้าตาไว้หมดโดยเปิดเฉพาะส่วนศีรษะที่ถูกโกนเกลี้ยงพร้อมผ่าตัดแล้ว

พุฒิภัทรล้างมืออย่างจริงจังโดยเอาแปรงขัดมือด้วย


พุฒิภัทรยืนประจำที่เหนือหัวคนไข้ แล้วถามหมอวิสัญญีเรื่องความดัน หมอวิสัญญีตอบ แพทย์ประจำบ้านเข้ามายืนดูอยู่บริเวณด้านหลังหมอวิสัญญี

พุฒิภัทรสวมเสื้อคลุมผ่าตัด สวมหมวกคลุมหัว ใส่ผ้าปิดปากอีกครั้ง เขาเลือกอุปกรณ์ต่างๆ มาวางเรียงบนผ้าที่อยู่บนถาดที่วางอุปกรณ์ด้วยตัวเอง
พุฒิภัทรตั้งสมาธิให้สงบนิ่ง จิตใจไม่วอกแวก แล้วเขาก็หยิบอุปกรณ์เจาะกะโหลกขึ้นมา แล้วเขาก็เจาะกะโหลกด้วยสีหน้าสงบเพราะมีสมาธิสุดๆ


กรองแก้วกระวนกระวายอยู่หน้าห้องผ่าตัด

พุฒิภัทรกำลังเลือกหยิบเครื่องมือต่างๆ ผ่าตัดไปแบบใจเย็น

แสงรำไรจากอาทิตย์ยามเช้าส่องเข้ามาในโรงพยาบาล กรองแก้วยังคงกระวนกระวายเพราะเป็นห่วงพ่อ ประตูห้องผ่าตัดเปิดออก พยาบาลเดินออกมา กรองแก้วรีบพุ่งเข้าไปหาทันที
“คุณพ่อของแก้วเป็นยังไงบ้างคะ”
“ท่านปลอดภัยแล้วค่ะ ไม่มีอะไรน่าห่วง” พยาบาลบอก แก้วโล่งอก “เดี๋ยวอาจารย์หมอกำลังออกมา..ฮ้า ออกมาพอดี อาจารย์คะ คุณแก้ว ลูกสาวคนไข้ค่ะ”
อาจารย์หมอซึ่งเป็นคนรุ่นลุงของแก้วเดินยิ้มแฉ่งออกมา กรองแก้วยกมือไหว้อาจารย์หมอ


พุฒิภัทรละมือออกแล้ววางอุปกรณ์ลงที่ผ้า
“คนไข้ปลอดภัยแล้ว” พุฒิภัทรบอก

พยาบาลและแพทย์คนอื่นๆ มองหน้ากันด้วยความดีใจ
ภายในห้องผู้ป่วยรวมแบบอนาถาของโรงพยาบาลอยุธยา พ่อของกรองแก้วนอนหลับตาพริ้มอยู่ที่เตียงริมประตู ส่วนกรองแก้วยืนคุยอยู่กะอาจารย์หมออยู่ที่ริมระเบียง

กรองแก้วน้ำตาจะไหลเพราะรู้สึกกลัวมาก “เนื้องอกในสมอง..ต้องผ่าตัด!”
“หมอเชื่อว่ามันไม่ใช่เนื้อร้าย แต่มันไปเบียดเนื้อสมองบางส่วน ทำให้ปวดหัว บางทีก็อาจจะวูบไป ทางที่ดี ควรเอาออก แต่เครื่องไม้เครื่องมือของโรงพยาบาลที่นี่..เรายังไม่มี แล้วก็ต้องใช้แพทย์ที่ชำนาญมากๆ..ที่เวลานี้ ก็มีอยู่แต่ที่โรงพยาบาลในพระนครเท่านั้น”
“แก้วต้องพาพ่อไปรักษาที่พระนครเหรอคะ”
“ใช่..หมอจะรีบทำเรื่องขึ้นไปนะ ว่าจะมีใครทำได้บ้าง แก้วก็เตรียมตัว ที่จะตามไปดูแลก็แล้วกัน ที่บ้านมีกันสองพ่อลูกเท่านั้นไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ค่ะ..แต่ แก้วจะไปพระนครได้ยังไง จะไปอยู่ที่ไหน กับใคร แก้วไม่เคยเข้าพระนคร ไม่รู้จักใครเลย แล้วไหนจะค่ากินค่าอยู่ ทุกวันนี้ เราก็ต้องทำทุกอย่าง..เพื่อใช้หนี้อยู่แล้ว”
“ในการรักษา ทางโรงพยาบาลไม่คิดค่าใช้จ่ายกับคนไข้อนาถาหรอกนะ แต่แก้วก็อาจต้องเตรียมหาค่าเดินทาง ค่ากินอยู่ของตัวแก้วเอง..ระหว่างนี้ หมอจะให้ยารักษาไปตามอาการ..พอประทังไปก่อน”
“แล้ว..ถ้าไม่ผ่าล่ะคะ” กรองแก้วถาม
“ถ้าไม่ผ่า .. อาการปวดศีรษะ และอาการวูบ ก็จะมากขึ้น เพราะก้อนเนื้อมันก็จะโตขึ้นๆ”
กรองแก้วอึ้งแล้วหันไปมองพ่อ เธอเห็นพ่อนอนหลับด้วยสีหน้าสงบ กรองแก้วรู้สึกทุกข์ใจ


ณ รพ.คลาสสิคที่ริมเจ้าพระยา กรุงเทพฯ คนไข้ของพุฒิภัทรเป็นหนุ่มฉกรรจ์อยู่ในสภาพหัวโล้นมีผ้าพันรอบกำลังนอนหลับอยู่ บรรดาหมอฝึกหัดยืนดูอยู่รอบเตียง ส่วนพุฒิภัทรกำลังยืนคุมแพทย์ฝึกหัดที่กำลังเอาฟิล์มเอ็กซเรย์มาให้ญาติคนไข้ดูแล้วชี้จุดต่างๆ เพื่ออธิบาย
แพทย์ฝึกหัดเปิดชาร์จคนไข้ประกอบการพูด “คุณสมบูรณ์ ประสบอุบัติเหตุตกรถราง ล้มศีรษะกระแทกพื้น ก่อนเข้าผ่าตัด รูม่านตา2ข้างขยายไม่เท่ากัน มีเลือดคั่งในสมอง แขนขวาอ่อนแรง..แต่หลังผ่าตัดแล้ว รูม่านตามีการตอบสนองดีขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจและความดันเลือดคงที่ คิดว่าวันพรุ่งนี้น่าจะได้สติ”
“แล้วถ้าพรุ่งนี้ไม่ฟื้นล่ะครับ” ญาติถาม
“แล้วถ้าฟื้นขึ้นมา เขาจะมีอาการทางสมองอะไรหรือเปล่า จะยังคงใช้งานมือ เท้า แขนขา ได้เหมือนเดิมไหมใช่มั้ยคะ” ญาติอีกคนถาม
แพทย์ฝึกหัดอึกอัก “เอ่อ..”
แพทย์ฝึกหัดอึกอัก ไม่รู้จะตอบญาติยังไง พุฒิภัทรยืนดูอยู่สักพักก่อนจะตอบกับญาติคนไข้ให้เอง
“จากแผ่นเอ็กซเรย์แล้ว..ผมมั่นใจครับ ว่าคุณสมบูรณ์จะต้องฟื้น และเป็นปกติแน่นอน เพราะจากตำแหน่งที่เลือดคั่ง จะเห็นว่า ก้อนเลือดไม่ได้ใหญ่มาก และไม่ได้กระทบเส้นประสาทที่สำคัญใดๆ เพียงแต่ตอนนี้ คงต้องให้คนไข้พักฟื้นร่างกาย รอให้สมองหายยุบบวมเสียก่อน ระบบประสาทถึงจะกลับมาทำงานตามปกติ”
บรรดาญาติของคนเจ็บหน้าตาสบายใจขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ขอบคุณนะคะคุณหมอ ขอบคุณค่ะๆ”
-บรรดาลูกศิษย์มองพุฒิภัทรอย่างศรัทธา
เพียงพรพูดกับบรรดาแพทยฺฝึกหัด “คุณหมอฝึกหัดทุกคนดูอาจารย์หมอหม่อมราชวงศ์พุฒิภัทรเป็นตัวอย่างไว้นะคะ ว่าแพทย์ที่จริงนั้น ไม่ใช่แค่รักษาแต่คนไข้เท่านั้น แต่ยังช่วยดูแลสภาพจิตใจของบรรดาญาติๆด้วย พี่คิดว่า การอธิบายให้ข้อมูลกับญาติ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆเหมือนกันค่ะ”
กลุ่มแพทย์ฝึกหัดต่างเห็นด้วย “ใช่เลยครับ /จริงที่สุดค่ะ / อาจารย์เก่งมากจริงๆ”


ป้าจิกกระแทกลิ้นชักเงินปิดดังปังแล้วมองหน้ากรองแก้ว ก่อนจะปิดสมุดบัญชีที่มีรายการยืม-รายการจ่ายดอกเบี้ยเต็มไปหมด
“แก้วจะกู้เงินไปรักษาพ่อเหรอ ก็ดี ที่เป็นลูกกตัญญูอย่างนี้..แล้วแก้วมีอะไรมาจำนองล่ะ”
“แก้ว..แก้ว..ไม่มีค่ะ” กรองแก้วตอบ
“นั่นสิ บ้านกะสวนของแก้วก็ติดจำนองธนาคารอยู่ ป้าไม่รับหรอกนะ”
“แล้วแก้วจะทำยังไงดีล่ะคะ”
“ถ้าหาคนมาค้ำประกันได้..ก็ให้กู้ได้”
“คนค้ำประกัน..แปลว่า ถ้าแก้ว..หาสตางค์มาใช้หนี้ไม่ทัน ป้าก็จะไปเก็บหนี้ ที่คนที่มาค้ำน่ะเหรอคะ”
“ก็ใช่น่ะสิจ๊ะ” ป้าจิกยิ้มเขี้ยวๆ ก่อนจะหันไปหาลูกหนี้อีก2คนที่มายืนรอ “อ้าว แม่แป้น ตานุ้ย..จะเอาดอกเบี้ยมาจ่ายเหรอ ดีมาก แต่มาช้ากว่ากำหนดทั้งสองคน แบบนี้ ดอกเบี้ยมันก็ต้องทบต้นขึ้นไปอีก เข้าใจไหม”
กรองแก้วสยอง

กรองแก้วกำลังกวาดลานเสาธง ในขณะที่เด็กคนอื่นๆ กำลังวิ่งเล่น ไล่ตี เล่นหมากเก็บ กินไอติม กันอย่างร่าเริง มีเด็กกลุ่มหนึ่งเผลอย่ำลงไปบนกองใบไม้ที่แก้วกวาดมารวมกันจนกระจายไปหมด กรองแก้วได้แต่ถอนหายใจแล้วก็ทำความสะอาดใหม่
ครูบุษบาเดินเข้ามามองกรองแก้ว
“กรองแก้ว”
“ครูใหญ่” กรองแก้วยกมือไหว้
“พ่ออาการไม่ดีขึ้นเลยเหรอ แก้วถึงต้องมาทำงานแทน”
“แก้วเกรงว่า..พ่อ..คงจะกลับไปทำงานที่โรงเรียนอีกไม่ไหวแล้ว”
“แล้วแก้วเอง..เรื่องแผนการเรียนต่อของเธอล่ะ..เรื่องรายละเอียดการสอบเข้าฝึกหัดครู..”
กรองแก้วก้มหน้า “แก้วคงไม่เรียนแล้วค่ะ แก้วต้องรีบทำงาน หาเงินมาผ่าตัดพ่อให้เร็วที่สุด”
“แก้ว..ค่าผ่าตัดสมอง..มันต้องใช้เงินมาก..ไม่ใช่เหรอ”
“หมอบอกว่า..ทางโรงพยาบาลจะพยายามช่วย..แต่ค่าใช้จ่ายก็คงต้องยังเป็นหมื่น”
“ครูเคยได้ยินว่าเป็นแสนเลยนะถ้าจะให้แน่นอนน่ะ แล้วถ้าหมอไม่เก่ง..ผ่าดีไม่ดี..อาจทำให้..แย่ไปเลยก็ได้” บุษบาไม่กล้าพูดตรงๆ “ต้องหาหมอเฉพาะทาง..จากโรงพยาบาลดีๆ รู้ไหม”
กรองแก้วหน้าซีดแล้วก็น้ำตาคลอออกมาก่อนจะหยดติ๋ง
บุษบาพูดต่อ

“แล้วครูจะช่วยหางานมาให้นะแก้ว..แก้วไม่เลือกงานอยู่แล้ว..ครูรู้”
ปวรรุจกับวรรณรสากำลังโพสท่าเคียงกันอยู่ที่สวนริมน้ำ รณพีร์ทำหน้าที่ตากล้องคอยถ่ายรูปและกำกับการโพสให้ดูสวีท

“ยิ้มหวานๆครับ ท่านหญิงรสา..รูปนี้สมควรขยายติดบ้านพักที่สวิส เอาไว้ดูเวลาหน้าหนาว จะได้นึกออก ว่า แม่น้ำเจ้าพระยาใต้แสงแดดอุ่นน่ะ มันเป็นยังไง”
ธราธร ชัชวีร์ และเพื่อนชายหญิงอีก 5 คนนั่งและยืนล้อมโต๊ะเลี้ยงน้ำชายามบ่ายที่จัดแบบบุฟเฟ่ท์ โต๊ะนั้นปูผ้าขาว ปักร่มสีขาวใหญ่ เจ้าของวันเกิดในวันนี้คือซิลวี่ สาวสวยลูกครึ่งที่แต่งชุดกางเกงขาสั้นและผมสั้นแบบออเดรย์ แฮปเบิร์น สาว 2 คนกำลังมอบของขวัญให้ซิลวี่
“แฮปปี้เบิร์ธเดย์" / "คิดอยากได้อะไร ก็ขอให้สมปรารถนานะ ซิลวี่”
ซิลวี่มองค้อนไปทางมุมนึง “โอ๊ย ..สิ่งที่ไออยากได้ คงไม่มีวันจะสมปรารถนาหรอก..”
ทุกคนมองตามสายตาซิลวี่
ที่ริมน้ำอีกด้าน รัชชานนท์กับพุฒิภัทรกำลังใช้กล้องส่องทางไกลดูนกที่ชายป่าริมน้ำด้วยกัน
“อ้ะ..ดู..นี่ล่ะ ที่เรียกว่านกกระเต็นหัวดำ” รัชชานนท์ปรับโฟกัสแล้วส่งกล้องให้
พุฒิภัทรส่องกล้องทั้งๆที่ยังสวมแว่นตา “สีสดใสมากๆเลยนะ ชายนนท์”
ซิลวี่ถอนใจ “เห็นไหมล่ะ ว่าเขายังสนใจนกมากกว่าซิลวี่คนนี้เป็นไหนๆ”
ทุกคนหัวเราะ
“คุณชายพุฒิภัทรคนนี้นี่นะ..รู้ไหม..5ปีก่อน ที่เรารู้จักกันที่ลันดั้น..” ซิลวี่เล่า

เมื่อห้าปีก่อน พุฒิภัทรเงยหน้าจากตำราเล่มโตแล้วมองลอดแว่น ซิลวี่อยู่ในชุดกางเกงขาสั้น เสื้อผูกไว้ใต้อก เปิดพุงถือตำรา2เล่มยืนทำท่าน่ารักอยู่ตรงหน้าพุฒิภัทร
“อากาศดีๆ คุณชายจะไปทำแล็บอยู่ในห้องปิดทึบ มืดๆเย็นๆงั้นเหรอ..ไปเที่ยวกันเถอะ” ซิลวี่ชวน
“ผมอยากเรียนให้จบเร็วๆ จะได้กลับกรุงเทพเร็วๆ จะได้ทำตัวให้เป็นประโยชน์แก่โลกเร็วๆคนเราควรจะมีเป้าหมายในการที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อผู้อื่น ไม่ใช่อยู่ไปวันๆ คิดถึงแต่เรื่องที่ไม่มีแก่นสารสาระ เอาแต่สนุกสนาน..คิดถึงแต่ตนเอง..” พุฒิภัทรส่ายหน้าและสอนต่อไปอย่างจริงจัง
ซิลวี่ยืนฟังจนเกือบหลับ


เมื่อฟังเรื่องเล่าของซิลวี่ ทุกคนที่โต๊ะก็ขำสุดๆ ปวรรุจน์ ท่านหญิงวรรณรสา และรณพีร์เดินเข้ามาร่วมวง
“นี่ๆๆ แล้วมีใครเคยรู้เรื่องนิสิตแพทย์กับแฟชั่นกระโปรงบ้างไหม” รณพีร์ถาม
“ยังไงคะ..ยังไง เล่าๆๆ” ซิลวี่สนใจ
รัชชานนท์ยิ้มแล้วเล่า


พุฒิภัทรกำลังเดินมาจนถึงหน้าตึก นิสิตสาว 2 คนเดินกอดตำราลงบันไดมา ทั้งสองสาวใส่กระโปรงบานนิสิตทบซ้อนเนื้อเบาแบบมาริลีน มอนโร ความยาวคลุมเข่า คาดเข็มขัดเอวคอด และทำผมดัดหยิกฟู
ทันใดนั้น ลมแรงก็พัดมาทำให้กระโปรงของทั้งสองปลิวเปิดขึ้นแบบมาริลีน มอนโร ทั้งสองสาวร้องกรี๊ดกร๊าดและต้องปล่อยหนังสือทิ้งเพื่อปิดกระโปรงตัวเองกันจ้าละหวั่น
พุฒิภัทรยืนกอดอกมองด้วยแววตาสมเพช ลมพัดผ่านไป ทั้งสองคนรีบจัดชุดแล้วจะไปเก็บหนังสือ แต่พุฒิภัทรเดินเข้ามาก่อน
พุฒิภัทรพูดจริงจัง “ชุดนักศึกษา ไม่ควรจะดูแล้วทำให้คิดถึงมารีลีน มอนโรว์ การแต่งกายของนักศึกษา ไม่ควรจะตามแฟชั่น จนไม่คำนึงถึงกาลเทศะ โดยเฉพาะพวกเธอ นักศึกษาแพทย์ ไม่ควรจะทำให้คนสับสน ว่านี่..นักศึกษาแพทย์ หรือดาราระบำโป๊”

ทั้งสองสาวหน้าซีด คอตก
คุณชายพุฒิภัทร ตอนที่ 1 (ต่อ)

ทุกคนที่โต๊ะหัวเราะอย่างครึกครื้น

“เชอะ..คุณชายรุจน์ อย่ามาหัวเราะเลย น้องชายคุณน่ะ ดีแต่ปากร้ายกับชาวบ้าน แล้วทีคุณมารตี คู่หมั้นของตัวเองล่ะ” ซิลวี่ว่า
“คุณมารตีน่ะหรือครับ..” ชัชวีร์ถาม
ชัชวีร์กับรณพีร์สบตากัน
ทุกคนรอฟัง
ชัชวีร์พูด “คือว่า..ที่จริง..คุณมารตี..กับชายภัทรเขา..ไม่ได้..”
ธราธรกระแอมออกมาเป็นทำนองเตือนว่าอย่าพูด
วรรณรสารีบเรียกดังๆ เพื่อตัดบท “ชายภัทร์ ชายนนท์ ไม่หิวกันเลยหรือคะ”
พุฒิภัทรกับรัชชานนท์หันกลับแล้วพากันเดินมาที่โต๊ะ
“ซิลวี่ปรุงชาให้ชายภัทรเอง..เอิร์ลเกรย์..ไม่ใส่อะไรเลย..ไม่ว่านมหรือน้ำตาล หรือมะนาว” ซิลวี่บอก
“ถูกต้องครับ ขอบคุณ ซิลวี่” พุฒิภัทรตอบ
รัชชานนท์จิ้มขนมจีบเข้าปากพอเคี้ยวๆ แล้วก็ชะงัก
“ฮะ..ขนมจีบนี่..” รัชานนท์ส่งให้พุฒิภัทร “ชิมสิ ชายภัทร..คิดว่าไง”
พุฒิภัทรจิ้มกินอย่างตั้งใจชิม แล้วสบตากับรัชชานนท์แบบตะลึงคล้ายไม่แน่ใจ เขาจิ้มอีกอันมาจิ้มน้ำจิ้มแล้วกินใหม่ “ใครทำนี่..หรือสั่งมาจากร้านไหนหรือซิลวี่..”
“สั่งเด็กนักเรียนในจังหวัดนี่ล่ะค่ะ..มาทำให้ อร่อยมากใช่ไหมคะ..” ซิลวี่ภูมิใจ


ณ มุมทำกับข้าวที่สวนแห่งนั้น กรองแก้วที่แต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตผู้ชายสีเทาตัวหลวมและเก่าจนนิ่ม มีรอยปะชุน พับแขนเหนือศอกกับกางเกงสี่ส่วนหลวมๆ สีกากี ผมยาวถักเปีย หน้าใสแบบไม่แต่งกำลังยกซึ้งที่มีขนมจีบเรียงรายสวยงามอยู่ด้านใน
“ขนมจีบล็อตใหม่สุกแล้วค่ะ ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ” กรองแก้วบอก
กรองแก้วรีบไปที่เตาย่างหมูสะเต๊ะ เธอหยิบถ่านเล็กๆ โรยลงไปเหนือเตาย่างจนมือเปื้อนถ่านดำปื๋อ กรองแก้วยกตะแกรงที่ปิ้งวางบนเตา จากนั้นเธอก็หันไปหยิบหมูเสียบไม้ที่หมักไว้ในถาดมาวางปิ้งเรียงกันอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหันไปหยิบหม้ออวยกลมๆ ขนาดกลางมาวาง2หม้อ
“พี่พร..นี่น้ำจิ้มนะคะ แล้วนี่อาจาด เดี๋ยวพอหมูสุกแล้ว พี่ทะยอยให้บ๋อยจัดไปเสิร์ฟได้เลยนะคะ เดี๋ยวแก้วต้องกลับแล้วค่ะ เย็นมากแล้ว”
“ขอบใจมากนะแก้ว เดี๋ยวให้เด็กๆพวกนี้ปิ้งต่อเอง..ไม่มีอะไรแล้วหนิ” พรบอก
“แก้วไปนะคะ” กรองแก้วไหว้
กรองแก้วกำลังจะเดินออกไป บริกรที่เดินมาจากบริเวณสนามเดินเข้ามา
“แก้วๆ อย่าเพิ่ง มีคนฝากติ๊บมาให้เธอแน่ะ”
“ติ๊บ..อะไรนะ” กรองแก้วงง
“เงินพิเศษไง..” บริกรส่งแบงก์ร้อยให้กรองแก้ว “คุณชายอะไรพัดๆซักอย่างเนี่ย..เขาชอบขนมจีบของแก้วมากเลย.. อ่ะ! เขาฝากมาให้รางวัล”
กรองแก้วตาโต “โอ้โห..ตั้งร้อยเลยเหรอ” กรองแก้วรับมาแล้วเอาใส่กระเป๋ากางเกงก่อนจะยกมือไหว้ในอากาศ “สาธุๆๆ โชคดีจังเลย เมื่อคืนก็ไม่ได้ฝันอะไรซักนี้ด..” กรองแก้วไหว้แล้วเอามือมาลูบๆแปะๆหน้าทำให้ถ่านเปื้อนหน้าดำเป็นปื้น “งั้นฝากพี่เอาขนมจีบไปให้คุณชายท่านอีกนะคะ..แก้วไปก่อนนะ ทุกคน” กรองแก้วไหว้แม่ครัวและคนที่อาวุโสกว่าแล้วรีบเดินไป
“อ้าว แก้ว..แก้ว..เช็ดหน้าก่อนแก้ว” แม่ครัวทัก
กรองแก้วไม่ได้ยินจึงรีบเดินไป


5คุณชายพากันกินขนมจีบไม่หยุด
“อร่อยจริงๆ รสชาติเหมือนที่หม่อมหยกทำจริงๆด้วย” ธราธรชม
“คงเป็นสูตรเดียวกับทางแม่ผม..” พุฒิภัทรบอก
“โอย..น้ำตาจะไหล” รัชชานนท์พูด
“ไม่เลี่ยนแบบจีนแท้ซะทีเดียว มีขิงสับละเอียดผสม..นี่หรือ ฝีมือเด็กนักเรียนทำ ไม่น่าเชื่อ”
“เด็กมัธยม ลูกภารโรงด้วยนะ เก่งค่ะ หน้าตาดีด้วย แกยากจน แต่มีวิชาดี รับสั่งทำอาหาร ทำดอกไม้ จัดสถานที่..” ซิลวี่เล่า
“ว้า..เสียดายเป็นเด็กมัธยม ไม่งั้นพี่ชายภัทรไม่น่าจะให้รางวัลแค่หนึ่งร้อยบาทนะ ควรจะขอดูตัวซะเลย นี่ต้องเป็นกุลสตรีที่พี่ใฝ่ฝันแน่ๆ ทำอาหาร จัดดอกไม้..” รณพีร์แซว
“พูดจา..น่าเกลียดมาก ชายพีร์!” พุฒิภัทรดุ
คนรับใช้ของบ้านเดินเข้ามา
“ท่านชายพุฒิภัทรคะ..มีโทรศัพท์จากโรงพยาบาลค่ะ”
ทุกคนหันมามอง
“นานๆจะได้มาปาร์ตี้ทั้งที ยังจะให้เบอร์ติดต่อกับโรงพยาบาลไว้อีกเหรอชายพุฒิ” รณพีร์ถาม
“เผื่อเคสฉุกเฉิน” พุฒิภัทรมองทุกคนด้วยความเกรงใจนิดๆ แต่ก็ร้อนใจจึงรีบลุก “ผมขอตัวนะครับ”
พุฒิภัทรเดินแยกออกไป


เรือเร็วหรูสีขาวลำนึงจอดเทียบอยู่ด้านซ้ายของท่าน้ำ กรองแก้วที่ยังหน้าเลอะถ่านยืนรอเรืออยู่ทางขวา เรือรับจ้างแล่นแต๊กๆ มาจากอีกท่า กรองแก้วเตรียมขึ้น
ทันใดนั้น คนของซิลวี่ก็เดินนำพุฒิภัทรมาที่ท่าเรืออย่างเร่งรีบ กรองแก้วยืนขวางทางอยู่

“หลีกหน่อย หนู..”
 
คนของซิลวี่บอก
กรองแก้วขยับหลบทางให้คนของซิลวี่แต่ดันไปขวางทางพุฒิภัทรทำให้ทั้งสองเกือบชนกัน พุฒิภัทร เดินผ่านกรองแก้วที่หน้าดำเป็นปื้นไป
 
ชายเสื้อนอกสีขาวของพุฒิภัทรกวาดโดนมือเปื้อนถ่านของกรองแก้วทำให้เสื้อขาวสกปรกเป็นปื้นดำ 
กรองแก้วมองตามรอยเปื้อนนั้นไปด้วยความตกใจ พุฒิภัทรมัวแต่สนใจเรือจึงไม่ได้สนใจกรองแก้วเลย
“เชิญครับ รับรองว่าไปทางนี้ คุณชายจะถึงภายในเวลาไม่ถึง1ชั่วโมงครับ คุณชายพุฒิภัทร” คนเรือส่งกุญแจเรือให้
“คุณชายพุฒิภัทร..”
กรองแก้วพึมพำ มองชายเสื้อพุฒิภัทรที่เปื้อนถ่าน แล้วเธอก็เงยขึ้นมามองหน้าพุฒิภัทรที่ดูมุ่งมั่น จริงจังพุฒิภัทรกระโดดลงเรือ สตาร์ท แล้วขับออกไปอย่างช้าในตอนแรกก่อนจะพุ่งปร๋อออกไป
กรองแก้วมองตามไปด้วยความทึ่ง เธอหยิบแบงก์ร้อยออกมาดู คนของซิลวี่เดินกลับไปรวดเร็วโดยไม่ได้สนใจกรองแก้ว เรือรับจ้างแล่นมาถึง กรองแก้วก้าวลงเรือไป


เรือเร็วที่พุฒิภัทรขับแล่นแหวกน้ำมา สีหน้าของพุฒิภัทรมุ่งมั่น สักพัก พุฒิภัทรก็เริ่มผ่อนคลายจึงนั่งพิงแบบสบายตัวขึ้นแล้วเพ่งมองดูตัวเองก่อนจะชะงัก เขาเห็นชายเสื้อนอกขาวเปื้อนถ่านดำ พุฒิภัทรเซ็ง เขาขมวดคิ้วด้วยความงงว่าเปื้อนอะไร


เสาธงหน้าโรงเรียนเอาธงลงแล้ว นักเรียนก็กลับบ้านไปหมดแล้ว ประตูใหญ่หน้ารร.ปิดโดยเปิดแต่ประตูเล็ก กรองแก้วรีบวิ่งมาในสภาพหน้ายังเปื้อนถ่านดำเป็นปื้น เธอรีบไปหยิบผ้ากับอุปกรณ์แล้วรีบไปถูพื้นบริเวณทางเดินบนอาคารทันที แม่บ้านคนหนึ่งดินถือไม้กวาดมา
“กรองแก้ว มาถึงไม่คิดจะพักหายใจหายคอก่อนเลยเหรอ”
กรองแก้วยกมือไหว้ “น้านง..แก้วไม่เหนื่อยหรอกจ้ะ ครูใหญ่อุตส่าห์จ้างแก้วทำงานพิเศษทั้งที ต้องทำให้คุ้มความเมตตาของท่านหน่อย..อีกอย่าง รีบทำงาน แก้วจะได้รีบกลับบ้านไปดูแลพ่อด้วยไงจ๊ะ”
“เจริญๆเถอะนะแม่คุณ”
กรองแก้วยิ้มๆ แล้วพนมมือขอบคุณ บุษบาโผล่ออกมาจากห้องพักครูใหญ่
“กรองแก้ว..มาพอดี..ครูกำลังรออยู่เลย”
กรองแก้วไหว้ “ครูใหญ่..ขอบคุณนะคะที่ให้แก้วไปทำอาหารในงานเลี้ยงของพวกคนรวย มีคนติดใจฝีมือแก้วและให้ทิปมาด้วยค่ะ” กรองแก้วนึกได้ “อ้อ ครูใหญ่มีอะไรให้แก้วรับใช้หรือคะ”
“แก้ว เข้ามานี่สิ..มา..มีคนอยากเห็นแก้ว..”
กรองแก้วงง


อิงอรมองดูกรองแก้ว กรองแก้วพนมมือไหว้โดยที่หน้ายังเปื้อน เสื้อหลวมซอมซ่อ ผมเปียรุ่ยๆทำให้เธอดูกะโปโลมากขึ้น กรองแก้วทั้งงง ทั้งสงสัยจึงยืนก็เก้ๆกังๆ เพราะห่วงหน้าพะวงหลังเมื่อนึกถึงพ่อ
“นี่ล่ะจ้ะ กรองแก้ว..เด็กที่เราพูดถึงกัน” บุษบาบอกอิงอร
อิงอรอารมณ์เสีย “อะไรกันเนี่ย..บุษบา..นี่หรือเด็กที่สวยที่สุดในโรงเรียน เธอหลอกชั้นให้เสียเวลาทำไม”
“คือ..” บุษบามองหน้ากรองแก้วแล้วก็เข้าใจ “โธ่..ยัยแก้ว เฮ้อ..เข้าไปในห้องน้ำครู แล้วล้างหน้าเดี๋ยวนี้”
“ทำไมคะ ครู” กรองแก้วถาม
บุษบาส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู “ไปดูกระจกเอาเองสิ เร็วเข้า..” บุษบามองกรองแก้วทั้งตัว “อ้อ..” บุษบานึกได้จึงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเครื่องแบบต่างๆที่เอาไว้ขายเด็ก แล้วเลือกหยิบห่อชุดพละของรร. ที่เป็นเสื้อยืดตรารร. กับขาสั้นในห่อพลาสติกใสออกมา “แล้วก็..เปลี่ยนเสื้อผ้าซะด้วย..ใส่ชุดพละออกมาด้วย”
กรองแก้วงงแต่พนมมือขอบคุณอย่างว่าง่าย เธอรับห่อชุดพละแล้วเดินเข้าห้องน้ำในห้องพักครู
กรองแก้วโผล่หน้ามาที่กระจกเหนืออ่างล้างหน้าแล้วก็ตกใจที่เห็นหน้าตัวเอง
“ว้าย..ตายล่ะ”
กรองแก้วรีบเปิดน้ำแล้วก้มลงล้างหน้าทันที


อิงอรเดินไปเดินมาอย่างร้อนใจ
“บุษบา..เธอต้องเข้าใจนะ ว่านี่มันคืออาชีพของฉัน การส่งเด็กเข้าประกวดนางสาวศรีสยาม เป็นโอกาสที่ร้านเสื้อของฉันจะได้ประชาสัมพันธ์ตัวเอง ได้ค่าสปอนเซ่อร์ แล้วถ้าเด็กได้ตำแหน่งอะไรก็ตาม มันก็จะเป็นหน้าเป็นตา เป็นเกียรติเป็นศรีให้กับร้านอิงอร เธอจะมาทำเป็นล้อเล่นแบบนี้ไม่ได้”
“ใครว่าชั้นล้อเล่น ยายกรองแก้วเป็นเด็กที่สวยเด่นจริงๆ” บุษบาบอก
อิงอรลดสียงลง “แบบนั้นน่ะเหรอ..สวยของเธอ!”
ทันใดนั้นประตูห้องน้ำก็เปิดออก อิงอรหันไปมองแล้วก็อ้าปากค้าง
กรองแก้วก้าวออกมาในชุดพละเสื้อเข้ารูปคอโปโล ปักตรารร. สีชมพูสด กับกางเกงพละสีขาวขาสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย ใบหน้าที่เพิ่งล้างสะอาดใสผ่องนวลเปล่งปลั่ง แก้มแดงตามธรรมชาติ ตาโต คิ้วโก่ง ผมถูกรวบตึง เปียข้างหลังขมวดเป็นมวยแต่มีจอนผมที่ตกมาอย่างอ่อนหวานตามธรรมชาติ
อิงอรมองกรองแก้วหัวจรดเท้าและจากเท้าจรดหัว ช่วงขาของกรองแก้วยาว สวย แขนเรียว รูปทรงอก เอว สวยได้ส่วนสัดนางงาม
 
อิงอรถึงกับตะลึงงัน
พุฒิภัทรขับเรือเร็วมาถึงท่าน้ำของโรงพยาบาลอย่างสง่า พุฒิภัทรวนเรือมาเทียบ

ท่าอย่างคล่องแคล่วแล้วกระโดดลงมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้ม บุญสมวิ่งลงมา
“คุณชายพีร์โทฯไปสั่งผมที่บ้านให้มารอคุณชายพุฒิที่นี่ แล้วนั่น..เสื้อนอกไปไถดินหม้อที่ไหนมาครับ”
“ไม่รู้เหมือนกัน.. ช่างมันเถอะ รีบเอาเรือไปคืนคุณซิลวี่เลย ขอบใจมากๆนะ บุญสม” พุฒิภัทรเดินลิ่วเข้าไปในโรงพยาบาล
บุญสมกระโดดลงเรือ ส่วนพุฒิภัทรวิ่งเข้าไปรวดเร็ว

พุฒิภัทรเดินเข้ามาในโรงพยาบาล
“ไม่ได้มีเคสฉุกเฉินอะไร” พุฒิภัทรถาม
เพียงพรตอบสั้นๆ “ค่ะ”
“แล้วทำไมถึงต้องโทรไปตามผมให้รีบกลับมาด้วย”
“ท่านผอ.ใช้ให้เพียงพรโทรตามคุณชายค่ะ เพียงพรก็ไม่ทราบว่าเรื่องด่วนอะไร ท่านบอกแต่ตามมาเดี๋ยวนี้”
“ผมจะไปหาผอ.เอง”
พุฒิภัทรกำลังจะเดินไป แต่ทันใดนั้นก็เกิดความเคลื่อนไหวบริเวณบันได บุคลากรของโรงพยาบาลและคนที่หัวบันไดพากันหลีกทางแหวกออก พุฒิภัทรหันไปดูเห็นผอ.รพ.เดินนำคณะขึ้นมา
“ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาล..” ผู้หญิงคนหนึ่งพูด
ท่านพิชิต ท่านผู้หญิงดารา และคณะผู้ติดตามเดินกันมาเป็นขบวน
ช่างภาพประจำคณะวิ่งดักหน้าดักหลังคอยยิงภาพจากกล้องที่มีแฟลชเป็นดวงกลมทำให้เกิดแสงวาบเนระยะ พุฒิภัทรมองอย่างทึ่งๆ
“ท่านพิชิตกับท่านผู้หญิงดารา” สาวคนหนึ่งพูดขึ้น
คณะผ่านมาตรงหน้าพวกพุฒิภัทรพอดี
ผอ. หันมาเห็นก็รู้สึกภูมิใจนำเสนอ “อ้าว..ท่านครับ..นี่ไงครับ..คุณชายนายแพทย์พุฒิภัทร จุฑาเทพ..เป็นนายแพทย์ศัลยกรรมประสาทมือดีที่สุดในประเทศไทยครับ”
พิชิตหยุด มอง แล้วยิ้มแบบมีพิธีก่อนจะยื่นมือออกมา “คุณชาย..ยินดีที่ได้รู้จัก”
พุฒิภัทรยิ้มแล้วยื่นมือไปจับด้วย “ยินดีครับ ท่าน”
“หน้าตาเด็กจริง เท่าๆกับลูกชายคนเล็กของเรากระมังจ๊ะ ท่านผู้หญิง” พิชิตว่า
พุฒิภัทรหันไปพนมมือไหว้ท่านผู้หญิง
ดารารีบรับไหว้แล้วยิ้มเก๋ๆ แบบดารา “หน้าใสมากค่ะ..คุณชายหมอ..ฝากสามีดิฉันด้วยนะคะ..รู้สึกประสาทไม่ค่อยปกติอยู่เหมือนกัน” ดาราพูดอย่างมีอารมณ์ขัน
คณะผู้ติดตามหัวเราะรับกันตามจังหวะ รวมทั้งตัวพิชิตที่หัวเราะเอิ๊กอ๊ากกว่าเพื่อน
ผอ.หัวเราะ “ขอโทษที่ตามให้กลับมาด่วนนะคุณชายพุฒิ ผมอยากให้คุณชายกับท่านได้เจอกัน..คือ ท่านพิชิตกับท่านผู้หญิงไม่มีเวลาว่างมากนัก ท่านมาวันนี้ เพราะอยากจะปรึกษาเรื่องก่อตั้งมูลนิธิเพื่อให้ทุนกับบุคคลากรที่ทำงานทางด้านสมองและศัลยประสาท ผมก็เลยคิดว่า เป็นความจำเป็น..ที่จะให้คุณชายกับท่านได้คุยกันโดยตรง..”

ภายในห้องทำงานของผอ. พุฒิภัทรกล่าวขอบคุณพิชิต
“ผมยินดีมากเลยครับ ที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เห็นความสำคัญของศัลยแพทย์ประสาท เพราะทุกวันนี้ บุคลากรทางด้านนี้น้อยมาก ในขณะคนไข้มีแนวโน้มจะมากขึ้นเรื่อยๆ..และการรักษาทางด้านนี้ ก็เป็นสิ่งที่ประชาชนที่ยากจนทั่วๆไปมีโอกาสเข้าถึงได้ยากมากครับ มันจะต้องเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนมากอย่างยิ่งเลยครับท่าน”
พิชิตเดินไปเดินมาเพื่อชมวิวภายนอกรพ. ในขณะที่ท่านผู้หญิงนั่งสง่าอยู่
“จริงๆแล
กำลังโหลดความคิดเห็น...