xs
xsm
sm
md
lg

กากับหงส์ ตอนที่ 7 - 8

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


กากับหงส์ ตอนที่ 7

สุทธิดาเดินมาหัวเสียหวังจะไปถามเอาความจริงกับชาติชายและกัลยา ดอมที่ผ่านมาเห็นพี่สาวของตัวเองท่าทางกำลังโกรธใครอยู่ก็เข้ามาถาม

“พี่ดา พี่ดาจะไปไหนน่ะ”
“ไปหาคุณพ่อกับคุณแม่! จะไปถามเรื่องส้มกับมดดำให้รู้เรื่องกันไปเลยว่ามันเป็นยังไงกันแน่”
ดอมงงๆ
“เรื่องอะไร”
“น้าอรบอกว่าส้มเคยเป็นเมียน้อยคุณพ่อมาก่อน และมดดำที่เธอปลื้มนักปลื้มหนาน่ะ อาจจะเป็นพี่น้องกับเรา”
ดอมอึ้ง
“อะไรนะ”
สุทธิดาผลักให้ดอมหลีกทางแล้วเดินไป ดอมก็อยากรู้ความจริงเลยตามไปด้วย

ชาติชายนอนอ่านหนังสืออยู่บนที่นอน กัลยากำลังนั่งหวีผมอยู่ตรงหน้ากระจก เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น สุทธิดาเปิดประตูเข้ามาหน้าบึ้งตึง ดอมเดินตามเข้ามาไม่ทันได้ปิดประตู กัลยาหันมาถามลูกทั้งสอง
“มาพร้อมกันสองพี่น้องนี่มีอะไรจะมาอ้อนพ่อกับแม่ละเนี่ย”
สุทธิดาเดินตรงเข้าไปที่ชาติชาย
“คุณพ่อคะ ส้มเคยเป็นเมียน้อยคุณพ่อใช่มั้ยคะ”
กัลยาอึ้งที่ได้ยินคำถามของลูกสาว มองไปทางชาติชายก็เห็นว่าสามีมีสีหน้ากังวลถึงกับทำหนังสือตก

คุณหญิงวาปีตกใจ เมื่อรู้ว่าองค์อรพูดอะไร
“ยัยอร! นี่เธอเล่าเรื่องในอดีตให้ยัยดาฟังงั้นเหรอ”
“ก็อรไม่ไว้ใจสองแม่ลูกนั่นนี่คะ บอกตรงๆอรกลัวยัยดาจะเสียตารัฐให้กับเด็กมดดำ เหมือนที่พี่กัลเคยโดนส้มทำเมื่อก่อน”
คุณหญิงถอนใจเครียดหนัก
“คุณแม่คะ พวกเราคิดจะปิดความจริงในอดีตกันไปถึงเมื่อไหร่คะ ในเมื่อส้มกับลูกก็เข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว อรว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องยอมรับความจริงแล้วอยู่กับมันให้ได้”
“ที่พูดนี่รวมความจริงเรื่องที่ว่า ถ้าเกิดเด็กมดดำนั่นเป็นลูกนายชาติหรือยัง”
องค์อรอึ้งพูดไม่ออก
“ตายจริง คุณแม่ อรลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย ถ้าเกิดมดดำเป็นลูกพี่ชาติเราจะทำยังไงกันดีคะ”
องค์อรกับคุณหญิงกังวล

กัลยาเดินจูงสุทธิดากับดอมมานั่งที่โซฟาในห้องนอน
“ยัยดา เอาอะไรมาพูด”
“พี่ดาบอกว่าน้าอรเล่าครับ”
ชาติชายเดินมานั่งกับกัลยาและลูกๆ สุทธิดาหันไปถามพ่อ
“ว่าไงคะ...คุณพ่อ”
กัลยาปรามสุทธิดา
“ยัยดาลูก ใจเย็นๆก่อนนะ แม่ว่า...”
ชาติชายสวนขึ้น
“กัล...มันถึงเวลาแล้วล่ะ”
กัลยาชะงัก
“คุณชาติ...”
“ให้ลูกได้รู้ความจริงจากเรา ยังดีกว่าให้ไปรู้จากคนอื่น”
สุทธิดากับดอมพอเอาเข้าจริงก็หน้าเสีย ไม่อยากได้ยินความจริง
“นี่หมายความว่าส้ม เคยเป็นเมียน้อยคุณพ่อจริงๆเหรอคะ”
ดอมอึ้ง
“งั้นมดดำที่เป็นลูกส้มก็...”
ชาติชายกับกัลยามองหน้ากัน กลุ้มใจไม่กล้าสบตาลูกทั้งสองที่จ้องหน้าคาดคั้นอยู่
“ดา...ดอม พ่อรู้ว่าลูกอาจจะโกรธจะเกลียดพ่อ ก็สิ่งที่พ่อเคยทำไว้ แต่วันนี้พ่อก็พร้อมจะเผชิญกับทุกอย่างแล้ว”
ชาติชายตัดสินใจเล่าเรื่องให้ลูกๆฟัง
“ตอนนั้นพ่อแต่งงานกับแม่ได้สองปี แม้การงานและทุกอย่างจะราบรื่น แต่ด้วยความที่ทุกคนทำงานหนัก จึงทำให้พ่อกับแม่ต้องห่างกันบ้างในบางโอกาส”

ในอดีต...คนขับรถเอากระเป๋าเดินทางเล็กๆใส่ท้ายรถ ชาติชายยืนส่งกัลยาอยู่ด้านหน้ารถ มีแพรวพราว เลขาของเขายืนอยู่ด้วย
“ผมว่ามันจะเหนื่อยไปนะ มีเวลาแค่สองวัน ต้องประชุมตั้งสี่โครงการน่าจะให้ผมไปช่วยสักวันก็ยังดีนะ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะแค่ภูเก็ตเอง กัลไปนะคะ”
กัลยาขึ้นรถ คนขับรถออกรถไป ชาติชายจะเดินเข้าตึกแต่แพรวพราวมาขวางแล้วยิ้มให้
“ที่คุณชาติมีนัดวันนี้ แพรวขอไปด้วยได้ไหมคะ”
“ได้สิ” ชาติชายตอบรับ

ชาติชายเล่าต่อ...
“วันนั้นหลังจากคุยธุระเสร็จพ่อกับเลขาก็ไปเที่ยวกันต่อ และมันก็เกิดขึ้นอีกหลายต่อหลายครั้งที่พ่อและเลขาของพ่อมีโอกาส”

แพรวพราวกับชาติชายนอนกอดกันอยู่บนเตียง ชาติชายจะลุกขึ้นแต่แพรวพราวยังรั้งไว้
“เดือนนี้เราได้อยู่ด้วยกันแค่คืนเดียวเองนะคะ อยู่กับให้นานกว่านี้อีกสักหน่อยได้ไหม”
“ไม่เอาน่า เราตกลงกันแล้วนี่ว่าจะเจอกันก็ต่อเมื่อกัลไม่อยู่”
“เดือนหน้าที่คุณกับคุณกัลจะไปต่างประเทศ คุณให้คุณกัลไปคนเดียวได้ไหมคะ”
ชาติชายหัวเราะ
“คุณล้อเล่นใช่ไหม ผมจะให้เขาไปคนเดียวได้ไง”
“แต่ตอนนี้แพรวก็เป็นของคุณเหมือนกันนะคะ”
ชาติชายชะงักอึ้งไปนิด
“คุณไม่ได้เป็นของผม และผมก็ไม่ได้เป็นของคุณ”
แพรวพราวพูดไม่ออกได้แต่จุกในอก ชาติชายลุกขึ้นหยิบเสื้อผ้าเดินเข้าห้องน้ำไป แพรวพราวเจ็บใจกำมือแน่นด้วยความแค้น
ชาติชายเล่าถึงตอนนี้ก็ถอนใจ
“เลขาของพ่อโกรธมาก จึงแกล้งเปิดเผยเรื่องของพ่อกับเขาให้ทุกคนรู้”

รูปถ่ายคู่ของชาติชายกับแพรวพราวที่ไปเที่ยวตามที่ต่างๆหลายใบถูกโยนลงบนโต๊ะ ชาติชายนั่งคอตก มีคุณหญิงวาปีนั่งจ้องหน้าด้วยความโกรธ กัลยานั่งอึ้งพูดไม่ออกในมือที่ถือรูปหนึ่งใบกำแน่นด้วยความเจ็บปวด
“ผมขอโทษครับคุณแม่...กัล” ชาติชายเสียใจรู้สึกผิด
ชาติชายจับมือแต่กัลยาดึงออก คุณหญิงหันมาถามลูกสาว
“ยัยกัล ลูกจะเอายังไง”
“กัล...กัล...” กัลยาน้ำตาไหล “กัลไม่ทราบค่ะ”
“ถ้าลูกตอบไม่ได้แม่จะตัดสินใจแทนแล้วกัน”
คุณหญิงโกรธจัดจ้องหน้าชาติชาย
“หย่ากันซะ”
ชาติชายตกใจมากกับสิ่งที่ได้ยิน กัลยาเองก็อึ้ง ชาติชายเอื้อมมือมาจับมือกัลยาที่ยังนั่งนิ่ง
“กัล...ผมรู้ว่าผมผิดไปแล้ว ผมอยากขอโอกาสสักครั้ง”
กัลยาน้ำตาไหลออกมา คุณหญิงเสียงแข็ง
“ยัยกัล...”
กัลยาหันมามองหน้าชาติชายทั้งน้ำตา
“คุณยังรักกัลหรือเปล่าคะ”
“ผมรักคุณคนเดียว ไม่ว่าเราจะอยู่ด้วยกันต่อหรือต้องหย่าจากกัน ผมก็จะรักคุณตลอดไป”
กัลยาจ้องหน้าชาติชาย
“เลิกกับเขาได้ไหมคะ”
คุณหญิงอึ้งและตกใจที่ได้ยินกัลยาพูดแบบนี้เพราะเท่ากับไม่ยอมหย่า
“ได้...ผมจะเลิกกับเขา”
วาปีมองกัลยาแล้วถอนใจเครียด อีกมุมแพรวพราวยืนแอบฟังอยู่ก็น้ำตาไหลกำมือแน่นด้วยความเจ็บใจ

ชาติชายเล่าต่ออย่างเศร้าๆ
“หลังจากวันนั้น พ่อก็ขอเลิกกับเลขาและจะย้ายเขาไปอยู่แผนกอื่น แต่เขาก็ขอลาออกไปจากบริษัท ส่วนคุณยายแม้ท่านจะยังโกรธพ่อ แต่เพื่อความสุขของแม่ท่านก็ไม่ได้บังคับให้พ่อกับแม่เลิกกัน ทุกอย่างเป็นปกติ จนกระทั่งส้มเข้ามาทำงานในบ้าน”

ในอดีตเมื่อ 20 ปี คุณหญิงวาปีกับองค์อรนั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก มีส้มยืนอยู่พร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า
“ทางสำนักงานจัดหางานเขาบอกว่าส้มเพิ่งมาจากต่างจังหวัดค่ะ อาจจะยังไม่คล่องงานนักเราคงต้องสอนเยอะหน่อย แต่อรคุยแล้ว เห็นเขาไม่เกี่ยงงานบอกจะให้ทำอะไรก็ได้เลยอยากลองดูค่ะคุณแม่” องค์อรหันมาบอกคุณหญิง
“ช่วงนี้เรายังหาแม่บ้านไม่ได้ อรก็ช่วยดูแลส้มไปก่อนแล้วกันนะ”
ระหว่างที่คุยกันนั้น กัลยากับชาติชายก็เดินเข้าบ้านมา คุณหญิงพอเห็นชาติชายก็ไม่อยากมองหน้า
“ส้ม...นั่นคุณกัลยาพี่สาวฉันกับคุณชาติชายสามี” องค์อรบอกกับส้ม
ส้มหันไปหาชาติชายกับกัลยาเพื่อจะไหว้ แต่ส้มพอเห็นชาติชายที่ยิ้มให้ เธอก็ยิ้มปลื้มใจ

ชาติชายนึกถึงส้มในอดีตแล้วถอนใจ...
”แม้ส้มจะเป็นคนสวยมาก แต่พ่อก็ไม่มีสายตาให้ใครอีกแล้ว พ่อไม่อยากสูญเสียผู้หญิงที่ดีที่สุดอย่างแม่ไป ถ้าไม่เพราะวันนั้น”

ค่ำนั้น...ชาติชายทำงานในห้องแล้วหาวนอน แต่ก็ยังทำงานต่อ สักพักก็เริ่มปวดหัวปวดตา ส้มเคาะประตูถือถาดของว่างเดินเข้ามา
“ส้มเห็นคุณชาติยังไม่นอนเลยเอาขนมมาให้ค่ะ”
“ขอบใจนะ”
ส้มทำเป็นดูงาน
“แหม...น่าสงสารคุณชาติจังเลยนะคะ แทนที่จะได้ไปเที่ยวต่างประเทศกับคุณหญิง คุณกัล คุณอร กลับต้องมาทำงานอยู่คนเดียว”
ชาติชายยิ้มไม่ตอบอะไร จะทำงานต่อ
“ทานขนมหน่อยสิคะ”
ชาติชายยิ้มแล้วหยิบขนมทานไม่คิดอะไร แล้วก็ดื่มเครื่องดื่ม...ชาติชายหาวนอนแล้วมึนหัว สักพักก็เพ่งหน้าจอคอมตาลาย สายตาเขาเห็นส้มลางๆยืนอยู่ตรงหน้า เธอมาประคองเขา กลิ่นตัวของเธอหอมยั่วใจ
“เดี๋ยวส้มพาคุณชาติเข้าไปพักที่ห้องนะคะ”

ชาติชายยิ้มตาลอยแล้วโผเข้ากอด ทั้งสองล้มตัวลงบนพื้นห้องทำงาน

ชาติชายค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น และพบว่ามีส้มมานอนซบอยู่ข้างๆ

“ส้ม...นี่มันอะไรกัน” ชาติชายตกใจมากรีบเขยิบหนี
ส้มตื่นขึ้นแล้วยิ้ม
“ก็เมื่อคืนคุณชาติทำอะไรส้มล่ะคะ”
“เป็นไปไม่ได้ ฉันทำ...” ชาติชายพยายามนึก “ใช่แล้ว...เธอวางยาฉัน”
“แต่มันก็ทำให้คุณชาติมีความสุขไม่ใช่เหรอคะ”
“ออกไป! ออกไปจากห้องนี้”
แทนที่จะออกส้มกลับกระชับกอดให้แน่นขึ้น
“รู้ไหม ส้มรักคุณ ส้มรักตั้งแต่เห็นคุณครั้งแรก ไม่คิดเลยว่าวันนี้ส้มจะได้ครอบครองคุณ”
ชาติชายพยายามดิ้นหนี ส้มก็พยายามกระชับกอด
“ส้ม ฟังนะ ฉันจะถือว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้น”
ชาติชายผลักออก ส้มจ้องหน้าเอาเรื่อง
“แต่มันเกิดขึ้นค่ะคุณชาติ และส้มก็จะไม่ให้มันจบลงง่ายๆด้วย”
ส้มยิ้มเย็นจนชาติชายรู้สึกกลัว

ชาติชายนั่งเล่าเรื่องราวในอดีตอย่างต่อเนื่อง
“หลังจากนั้นพ่อกับส้มก็แอบพบกัน เพราะส้มขู่ว่าจะแฉเรื่องของพ่อกับเขาให้ทุกคนรู้ ด้วยความที่พ่ออยากจะรักษาแม่ไว้ พ่อจึงไม่มีทางเลือกอื่นจนที่สุดแม่กับคุณยายก็มาเห็นคาตาว่าเรามีอะไรกัน คุณยายโกรธมากส่วนแม่ก็จะหย่ากับพ่อให้ได้ แม่ทะเลาะกับพ่อจนเป็นลม พอถึงโรงพยาบาลเราก็ได้รู้จากหมอว่าแม่กำลังตั้งท้องลูกดา”
สุทธิดาทั้งเห็นใจทั้งโกรธพ่อที่ทำผิดซ้ำสอง และรู้สึกเกลียดส้มมากขึ้น

ส้มเดินเข้าไปกอดชาติชายจากด้านหลัง ชาติชายรีบแกะมือส้มออก แล้วหันไปคุยด้วย
“ส้ม...เราพอแค่นี้เถอะ”
“หมายความว่ายังไงคะที่ว่าแค่นี้”
“กัลเค้าท้อง”
“เลยคิดจะทิ้งส้ม!”
“ฉันเสียใจ”
“ไม่นะคะ ยังไงส้มก็ไม่ยอม ส้มรักคุณ”
“แต่ฉันไม่เคยรักเธอๆก็รู้”
“ส้มไม่สน คุณกัลเธอจะหย่ากับคุณใช่ไหม คุณหย่าเลยสิแล้วมาอยู่กับส้มนะคะคุณชาติ ส้มสัญญาว่าส้มจะเป็นเมียที่ดีของคุณ”
“ถึงฉันหย่า...ฉันก็ไม่มีวันเลือกเธอหรอกส้ม”
“คุณต้องเลือกส้ม ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องตำรวจว่าคุณข่มขืนฉัน และบังคับให้ฉันเป็นเมียน้อยคุณ”
ชาติชายไม่กลัว
“ก็แล้วแต่เธอ ถึงตอนนี้ฉันยอมรับได้ทุกอย่างที่เกิดจากกระทำของฉัน แต่จำไว้นะส้มมีอย่างเดียวที่ฉันจะไม่มีวันยอมรับ คือฉันไม่มีวันรักเธอ”
ส้มตกใจอึ้ง
“คุณชาติ”
“ฉันจะรับผิดชอบสิ่งที่ฉันทำลงไปโดยให้เงินเธอไปตั้งตัว ไปจากชีวิตฉันเถอะนะส้ม”
ส้มจ้องหน้าชาติชายแล้วตบหน้าเขาอย่างแรง
“แกจะต้องเสียใจกับสิ่งที่ทำไว้กับฉัน”

ชาติชายเล่าต่อ...
“หลังจากวันนั้น ส้มก็ออกไปจากบ้านพร้อมกับเงินที่พ่อให้ และก็ไม่เคยมีการติดต่อใดๆกลับมาอีกเลย”

ส้มคิดถึงเรื่องในอดีต แล้วจ้องหน้ามดดำที่กำลังนวดขาให้ด้วยสายตาชิงชังจนมดดำสงสัย
“มีอะไรเหรอแม่ ฉันนวดเบาไปเหรอ”
“วันนี้กูเตือนคุณสหรัฐเขาไปแล้ว ว่าให้อยู่ห่างๆมึง แล้วก็ไม่ต้องดัดจริตไปตามอ่อยเขาล่ะ”
มดดำตกใจ
“แม่...ฉันไม่เคยคิดจะอ่อยเขาเลยนะ”
“ขอให้มันจริงเถอะ มึงจำไว้แล้วกัน ถ้ามึงทำให้คุณหนูดาเจ็บช้ำน้ำใจขึ้นมาอีก กูเอามึงตายแน่”
มดดำน้อยใจ
“ดูเหมือนแม่จะรักคุณดาเขามากนะ”
“ก็เขาทั้งดีทั้งน่ารักกูก็รักสิ”
มดดำน้อยใจ
“แหม...รักมากกว่าฉันที่เป็นลูกอีกเหรอ”
ส้มจ้องหน้า
“เออ...อย่างมึงน่ะมันเกิดมาให้กูเกลียด”
ส้มมองหน้ามดดำด้วยสายตารังเกียจ แล้วนอนต่อไม่สนใจมดดำๆมองแม่ด้วยความน้อยใจ
“แม่...ถ้าแม่รักคุณดามาก ทำไมแม่ถึงดูเหมือนจะเกลียดคุณชาติกับคุณกัลจังเลย จะว่าไปเหมือนแม่ไม่ชอบคนบ้านนี้เลยสักคน”
ส้มไม่ตอบ เอาแต่ยิ้มสะใจ มดดำมองส้มงงๆ พอดีกับที่เนื่องมาเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามา
“คุณกัลให้เธอสองคนไปพบที่ตึกใหญ่”
ส้มหงุดหงิด
“โอ๊ย...มาเรียกอะไรกันตอนนี้ นี่มันหมดเวลางานแล้วนะ”
เนื่องค้อน
“เจ้าของบ้านเขาเรียก ลูกจ้างก็ทำตามเถอะ เร็วๆด้วย...”
เนื่องเดินกลับออกไป ส้มทำท่าจะนอนมดดำต้องดึงแขนให้นั่ง
“แม่...ไปเถอะน่า”
ส้มลุกขึ้นไปอย่างไม่เต็มใจ

กัลยานั่งกุมมือให้กำลังใจชาติชาย สุทธิดาและดอมนั่งอยู่ในห้องรับแขกด้วย ส้มกับมดดำยืนอยู่ตรงหน้าทุกคน
“ส้ม เธอรู้ใช่มั้ยว่าเราเรียกเธอมาเพื่อจะถามเรื่องของมดดำ” กัลยาหันมาหาส้ม
มดดำมองหน้าส้มงงๆ
“ทำไมคะ มดดำมันไปทำผิดอะไรหรือเปล่า ฉันจะได้ตีมันให้หลาบจำ”
สุทธิดาจ้องหน้า
“ฮึ...ยังจะเล่นละครตบตาคนอื่นอีเหรอ”
“ละครอะไรคุณดา”
“เธอเคยเป็นเมียน้อยพ่อฉัน”
สุทธิดามองมดดำด้วยสายตาไม่พอใจ มดดำหันขวับมองแม่ ส้มทำเป็นตกใจ
“เอ่อ...คุณดารู้เหรอคะ”
สุทธิดาเชิดหน้าใส่ไม่อยากมองหน้าส้ม ส้มรู้สึกเศร้ากับสายตาของสุทธิดา
“แม่...นี่มันอะไรกัน” มดดำงง
ชาติชายมองหน้าส้ม
“ส้ม...ฉันเอ่อ...ฉันอยากรู้ว่ามดดำ...เขาเป็นลูกของฉันรึเปล่า”
มดดำตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน รีบหันขวับหาส้มทันที
“แม่...ทำไมคุณชาติ...”
มดดำอึ้งพูดไม่ออก ทุกคนรอลุ้นคำตอบของส้ม มดดำเองก็ร้อนใจ
“แม่...ตกลงพ่อฉันคือใคร”
ชาติชายคาดคั้น
“ส้ม ว่ายังไงล่ะ”
ส้มมองไปที่สุทธิดาๆสะบัดหน้าใส่ด้วยความไม่พอใจทันที ส้มปาดน้ำตา แล้วตัดสินใจ
“มดดำไม่ใช่ลูกของคุณชาติค่ะ สบายใจได้”
ชาติชายรู้สึกผิดหวังกับคำตอบ ส้มเห็นชาติชายผิดหวังก็พอใจ ดอมขัดขึ้น
“แต่มดดำเกิดวันเดือนปีเดียวกับพี่ดานี่”
ส้มหันขวับมองดอมทันที

ดอมนึกถึงตอนที่เขาพามดดำไปสมัครเรียนพิเศษ...มดดำนั่งกรอกใบสมัครอยู่ ดอมนั่งข้างๆ เด็กคนอื่นนั่งกรอกอยู่ด้วย พอมดดำกรอกเสร็จก็จะส่งใบให้พนักงาน แต่ดอมดึงไว้
“เดี๋ยวก่อน ขอฉันตรวจความเรียบร้อยก่อน ที่นี่ฉันเป็นรุ่นพี่เธอนะมดดำ”
มดดำขำแล้วส่งใบให้ดอมอ่านดูแล้วชะงัก
“เฮ้ย...นี่เธอเกิดวันเดือนปีเดียวกับพี่ดาเลยเหรอ”
“จริงเหรอคะ”
“จริงสินี่ไง”
ดอมชี้ให้ดู มดดำยิ้มๆ
“งั้นตอนนี้ใครเป็นรุ่นพี่ใครกันแน่”
“นับปีการศึกษาสิ”
“แบบนี้คุณก็โกงฉันสิ”
ดอมกับมดดำหัวเราะขำก่อนส่งใบสมัครให้พนักงาน

ชาติชายจ้องมองส้มอย่างสงสัย มดดำก็จ้องด้วย แต่ส้มยืนนิ่งสงบไม่สะทกสะท้าน
“ฉันยืนยันว่ายังไงมดดำมันก็ไม่ใช่ลูกคุณชาติ เพราะ หลังจากที่ฉันออกไปจากบ้านนี้ ฉันก็ไปอยู่กับแฟนเก่าที่เป็นช่างก่อสร้างอีกเดือนกว่าๆถึงท้องนังมดดำ แล้วก็คลอดก่อนกำหนด มันก็เลยมาเกิดช่วงนั้นพอดีค่ะ หลังจากมดดำเกิดพ่อมันก็ตาย”
ชาติชายไม่ค่อยเชื่อ
“เธอพูดจริงเหรอ”
“ถ้าฉันจะโกหกคุณ ฉันสวมรอยอ้างนังมดดำเป็นลูกคุณไม่ดีกว่าเหรอคะ จะได้ไม่ต้องลำบากเป็นคนใช้ทั้งแม่ทั้งลูก”
ชาติชายกับกัลยามองหน้ากันเป็นเชิงปรึกษา สุทธิดาพูดขึ้น
“คุณแม่คะ ดาอยากให้ส้มกับมดดำออกไปจากบ้านนี้ค่ะ”
ดอมชะงัก
“พี่ดา...แรงไปหรือเปล่า”
“ไม่แรงหรอก นายก็ได้ยินไม่ใช่เหรอว่าเขาเคยทำอะไรกับคุณแม่ไว้บ้าง”
ดอมจ๋อยพูดไม่ออก กัลยาแย้ง
“ดา...แต่มดดำก็ช่วยชีวิตแม่ไว้นะ”
“ดาไม่สนหรอกค่ะ ดาไม่ชอบพวกเขาและไม่อยากให้พวกเขาอยู่”
กัลยาหนักใจ
“แม่คงต้องขัดใจดา เพราะเรื่องที่ดากำลังคิดมันจบไปแล้ว”
สุทธิดาโกรธ
“คุณแม่!”

สุทธิดาจ้องหน้ามดดำกับส้มไม่วางตา มดดำรู้สึกใจไม่ดี องค์อรยืนแอบฟังอยู่มุมหนึ่งอย่างหนักใจ

กากับหงส์ ตอนที่ 7 (ต่อ)

มดดำกับส้มเดินมาด้วยกัน เธอมองแม่อย่างสงสัย เพราะแม่เดินนิ่งเหมือนไม่สนใจอะไร สุทธิดาเดินตามาแล้วเรียกไว้

“เดี๋ยวก่อน”
ส้มกับมดดำหยุดหันมา ส้มเห็นสุทธิดาก็ยิ้มให้ทันที
“มีอะไรจะให้รับใช้รึป่าวคะคุณดา”
“ถึงคุณแม่จะไม่ไล่พวกเธอออก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเธอจะมาทำเลวๆเหมือนเมื่อก่อนได้อีกนะ”
มดดำชะงัก
“คุณดา ทำไมมาว่ากันอย่างนี้ล่ะคะ”
“ก็เพราะแม่เธอเคยทำไม่ดีมาก่อนนะสิฉันถึงกล้าว่า”
ส้มอึ้ง
“เอ่อ...คุณดาคะ ถึงยังไงฉันก็ไม่เคยคิดทำร้ายคุณ”
“ฉันไม่เชื่อ” สุทธิดามองหน้ามดดำ “เธอก็เหมือนกัน แม่เธอเคยเลว ฉันก็มั่นใจว่าเธอก็ต้องเลวเหมือนแม่”
มดดำชักฉุน
“คุณดา...อย่ามาด่าฉันอย่างไม่มีเหตุผลนะ”
มดดำกับสุทธิดาประสานสายตาจ้องหน้าเอาเรื่อง
“ถ้าเธอคิดกับพี่รัฐเหมือนที่แม่เธอเคยจะแย่งคุณพ่อ ฉันก็ขอเตือนไว้ตรงนี้เลยนะว่า ฉันไม่ใจดีเหมือนคุณแม่แน่”
“งั้นคุณก็สบายใจได้ค่ะ ฉันไม่มีความคิดแบบนั้นอยู่แล้ว”
“จำคำพูดเธอไว้ให้ดีนะ”
พูดจบสุทธิดาก็เดินไป มดดำเครียดหันไปมองแม่ ส้มเดินหนีไป มดดำรีบวิ่งตามไป

ส้มเปิดประตูเข้ามาในห้องหน้าตาไม่สู้ดีเสียใจที่สุทธิดาด่า มดดำเปิดประตูเดินตามเข้ามา
“แม่”
“อะไรของมึงอีมดดำ”
“เมื่อก่อนเวลาที่ฉันถามถึงพ่อ แม่ไม่เคยยอมเล่าเรื่องพ่อให้ฉันฟังเลย แต่วันนี้แม่กลับเล่าได้”
“เฮอะ!กูอยากเล่าให้ใครฟังก็เรื่องของกู มึงคงเสียดายล่ะสิที่ไม่ได้เป็นลูกของพวกมัน”
“ฉันไม่ได้อยากเป็นลูกเศรษฐีที่ไหน ฉันแค่อยากรู้ว่าพ่อฉันคือใคร”
“พ่อมึงน่ะเหรอ...ก็เป็นคนเลวที่กูเกลียดมาก แค่นี้พอหรือยัง”
มดดำอึ้ง ส้มผลักมดดำออกไปนอกห้องแล้วปิดประตูใส่หน้า

องค์อรเดินวนไปวนมาในห้อง
“เฮ้อ...อรละไม่เข้าใจจริงๆ จะไปเอ็นดูอะไรกันนักกันหนากับยัยเด็กมดดำนั่น น่าจะไล่ไปซะก็หมดเรื่อง ต้องให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอยหรือไงถึงเข็ด”
คุณหญิงวาปีแย้ง
“มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เธอว่าก็ได้นะยัยอร”
“นี่อย่าบอกว่าคุณแม่ก็หลงเสน่ห์เด็กมดดำจนลืมหลานนะคะ”
“โอ๊ย...เธอก็พูดไปเรื่อย แม่จะเห็นคนอื่นดีกว่าหลานได้ยัง”
องค์อรคิดได้
“งั้นเอางี้สิคะ คุณแม่ก็ไล่สองแม่ลูกให้ยัยดาหน่อย คิดว่าช่วยหลาน ถ้าคุณแม่ออกโรงพี่กัลกับพี่ชาติต้องไม่กล้าแน่ๆ”
“จะให้แม่เป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กเหรอ”
“แล้วคุณแม่จะรอดูมันแย่งตารัฐเหรอคะ”
“ยัยอร ตารัฐเป็นคนฉลาด เธอก็เห็นเขามาตั้งแต่เด็กๆ คิดเหรอว่าตารัฐจะโง่เลือกคนผิด ถ้ายัยดาเป็นคนดีเสมอต้นเสมอปลาย แม่ว่าตารัฐไม่มีทางจะไปไหนรอด”
องค์อรหงุดหงิด
“โธ่คุณแม่อ่ะ”
คุณหญิงไม่สนใจล้มตัวลงนอน องค์อรมองดูแล้วหงุดหงิดเดินออกนอกห้องไป

สหรัฐนั่งดื่มอยู่ที่บาร์เหล้า เขานึกถึงสิ่งที่เขาได้คุยกับส้มมาก่อนหน้านี้
“อย่ามายุ่งกับมดดำอีก”
“ทำไม”
“ก็ฉันไม่อยากให้คุณดาเขาเสียใจ”
“นี่แคร์ดามากขนาดนี้เลยเหรอ”
“ฉันกับอีมดดำมาอาศัยเขาอยู่ ถ้าคุณดาเกลียดเราสองคน จะอยู่ได้ไหมล่ะ”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ผมกับมดดำคงไม่ได้เจอกันง่ายๆอยู่แล้ว”
เสียงโทรศัพท์มือถือสหรัฐดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดู เป็นชื่อของพิมพ์พรรณก็ดกรับสาย
“ครับคุณแม่...”
“นี่ตารัฐ ใจคอจะไม่ให้น้องเขากลับบ้านเลยเหรอ ดึกแล้วนะเดี๋ยวพ่อแม่เขาจะว่าเอานะจ๊ะ”
“เอ่อ...คุณแม่ครับ ไม่ใช่นะครับ คือผม...”
“แหมๆๆ...ไม่ต้องมาหาข้ออ้างเลยตารัฐ อยากอยู่กับหนูดานานๆก็บอกได้”
“ผมไปส่งน้องดาเรียบร้อยแล้วครับ”
พิมพ์พรรณงงๆน้ำเสียงของสหรัฐเหมือนมีเรื่องคิดไม่ตก
“ตารัฐ...ลูก ทำไมเสียงเครียดอย่างนั้นล่ะ มีอะไรหรือเปล่าลูก”
“ไม่มีหรอกครับ แค่นี้นะครับ”
สหรัฐกดวางสาย พิมพ์พรรณได้ยินเสียงสัญญาณขาดก็สงสัย
“เป็นอะไรของเขานะ”

ชาติชายกับกัลยานั่งคิดเรื่องในอดีต
“คิดอะไรอยู่คะ”กัลยาถาม
“เรื่องเด็กมดดำ ที่จริงผมควรจะโล่งใจนะที่รู้ว่าเขาไม่ใช่ลูก แต่อีกใจหนึ่งผมก็...”
“อยากดูแลแก”
ชาติชายพยักหน้ารับไม่กล้าพูดออกมา
“กัลดีใจนะคะที่คุณรู้สึกเหมือนกับกัล มดดำมีพระคุณช่วยกัลไว้ ถึงแม้ไมใช่ลูกกัลก็จะดูแลให้ดีที่สุด”
“คุณไม่คิดว่ามดดำจะสร้างฉากเหมือนที่องค์อรสงสัยเหรอ”
กัลยาส่ายหน้า
“ไม่ค่ะ”
“แปลกนะเด็กคนนี้มีเสน่ห์จนทำให้เราสองคนหลงรัก”
ชาติชายยิ้มให้กัลยาแล้วกุมมือกัน

เช้าวันใหม่...พิมพ์พรรณนั่งสวดมนต์อยู่ในห้องพระ แต่จริงๆแล้วเธอสับปะหงกจะหลับ ขณะเดียวกันนั้นมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พิมพ์พรรณสะดุ้งรีบหยิบมาดูแล้วกดรับสายรีบทำเสียงสดชื่น
“ว่าไงจ๊ะหนูดา แหม โทรมาหาน้าแต่เช้าเลยมีอะไรหรือเปล่า...” พิมพ์พรรณตกใจ “ห๊ะ!! เมื่อวานตารัฐทิ้งหนูเพราะเด็กรับใช้ที่บ้าน”

สุทธิดายืนคุยโทรศัพท์อยู่ในบ้าน
“ใช่ค่ะน้าพิมพ์ พี่รัฐทำแบบนี้ดาเสียใจมาก...ค่ะ ได้ค่ะ วันนี้ดาเรียนสาย ถ้าไงดาจะรอนะคะ”
สุดทธิดากดวางสายแล้วยิ้มมีความสุข ระหว่างนั้นก็ไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร มดดำยกอาหารมาให้ สุทธิดาพอเห็นหน้ามดดำกับส้มก็เมินใส่
“มาลีอยู่ไหน”
มดดำตอบเรียบๆ
“ไปจ่ายตลาดกับคุณเนื่องค่ะ”
สุทธิดาลุกขึ้นจากโต๊ะ มดดำแปลกใจ
“คุณดาไม่ทานข้าวเหรอคะ”
“ฉันเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องมารับใช้ฉัน”
สุทธิดาจะเดินไปแล้ว ส้มเดินถือถาดแก้วนมอุ่นเข้ามา สุทธิดามองไม่พอใจ ส้มมองที่โต๊ะเห็นอาหารไม่ได้มีการทานใดๆทั้งสิ้น
“เอ่อ...คุณดาคะ ไม่ทานอาหารเช้าหน่อยเหรอคะ”
สุทธิดาจะเดินไปแต่ส้มขวางไว้อีก
“ทานหน่อยนะคะ นี่ก็สายแล้ว หรือจะเป็นนมอุ่นๆนี่ก็ได้”
ส้มยื่นแก้วนมให้ สุทธิดาปัดแก้วตกแตกทันที ส้มตกใจ มดดำที่ยืนอยู่เห็นแก้วบาดเท้าส้มก็รีบวิ่งดูแผล
“แม่เป็นไงบ้าง”
สุทธิดามองแล้วจะเดินหนี ส้มจะเดินตามแต่มดดำดึงไว้เพราะกลัวส้มเจ็บ แต่ส้มไม่สนใจผลักมดดำออกแล้วจะเดินไป
“อย่าตามมาให้ฉันรู้สึกรังเกียจเธออีกเลย”
สุทธิดาเดินไป ส้มมองตามด้วยความเศร้า มดดำเข้ามาประคอง
“แม่ ไปทำแผลก่อนเถอะ”
ส้มมองหน้ามดดำแล้วผลักกระเด็กพร้อมกับเชิดหน้าเดินหนีไป มดดำมองตามรู้สึกแย่ที่แม่ไม่สนใจ

พิมพ์พรรณนั่งหน้าบึ้งอยู่ตรงโซฟาห้องรับแขก สหรัฐนั่งอยู่ตรงข้าม
“ก่อนหน้านี้ผมเคยเจอมดดำอยู่สองสามครั้ง”
“อะไรนะ เคยเจอกับเด็กคนนั้นมาแล้ว...แล้วทำไมแม่ไม่เคยเจอ”
“มดดำเขาเพิ่งไปอยู่ที่บ้านน้ากัลครับ”
“แล้วไปเจอกันที่ไหนยังไงเมื่อไหร่ เล่ามาให้หมด”
“คุณแม่จำครั้งแรกที่เห็นผมในสภาพมอมแมมกลับมาบ้านได้ใช่ไหมครับ นั่นแหล่ะครับครั้งแรกที่เจอกัน ตอนที่เธอต่อสู้กับโจรวิ่งราวกระเป๋า แล้วผมก็เข้าไปช่วย”
พิมพ์พรรณตื่นตระหนก
“อุ๊ยตาย!! นี่ลูกกับเด็กคนนั้นช่วยกันจับโจรด้วยเหรอ”
“หลังจากนั้นก็บังเอิญได้เจออีกแค่ครั้งสองครั้ง จนเมื่อวานผมได้รู้ว่ามดดำเนี่ยเป็นเด็กผู้หญิงที่ช่วยน้ากัลไว้”
พิมพ์พรรณตกใจ
“อ้าว...ตกลงเป็นเด็กคนนี้เองเหรอที่ช่วยกัล”
สหรัฐพยักหน้ารับ
“แหม...เก่งจริงๆเป็นผู้หญิงแท้ๆแต่กล้าหาญมาก”
“นิสัยดีด้วยนะครับ”
พิมพ์พรรณชะงักจ้องมองสงสัย
“คงไม่ได้มีอะไรแอบแฝงนะ”
สหรัฐกลบเกลื่อน
“เอ่อ...ไม่มีหรอกครับ”
พิมพ์พรรณยังไม่ค่อยเชื่อจึงจับมือสหรัฐแล้วจ้องหน้าคาดคั้น
“แต่ลูกจำเป็นต้องทิ้งหนูดาแล้ววิ่งตามเด็กคนนั้นในห้างด้วยเหรอ”
สหรัฐพูดไม่ออก
“ตารัฐ...แม่ไม่ได้คิดรังเกียจเด็กมดดำนั่นหรอกนะ แต่ลูกก็รู้ใช่ไหมว่าอะไรควรไม่ควร”
สหรัฐหนักใจ

มดดำใส่ยาทำแผลให้ส้มที่เท้า เนื่องกับมาลีเดินเข้ามา พอเห็นหน้าส้มก็เชิดใส่
“ฉันก็หลงคิดว่าเธอเป็นคนสำคัญของบ้านนี้มาก่อน ไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็น...นางบำเรอที่ถูกเขาเขี่ยทิ้ง”
เนื่องกับมาลีหัวเราะเยาะ ส้มโมโหตบโต๊ะปัง ทั้งสองเงียบแต่จ้องหน้าด้วยความไม่พอใจ

“ไปไกลๆตีนเลย ไม่งั้นกูแทงไส้ทะลักจริงๆ”

ส้มหยิบมีดมาถือ มดดำเห็นท่าไม่ดีรีบห้าม

“แม่...ใจเย็นๆ คุณเนื่อง พี่มาลี ฉันขอโทษแทนแม่ด้วยนะจ๊ะ”
ส้มไม่พอใจ
“ขอโทษมันทำไม ไม่เห็นเหรอว่ามันมาหาเรื่องกูก่อน”
มาลีกลัวๆ
“ไปเถอะค่ะคุณเนื่อง อยู่ใกล้คนบ้าหนูกลัว”
เนื่องกับมาลีรีบเดินหนีไป มดดำหนักใจ
“แม่ นี่ฉันว่ามันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ แม่เล่นเป็นศัตรูกับเขาไปหมดหยั่งงี้ แล้วแม่จะอยู่ยังไง”
“มึงจะเดือดร้อนอะไรของมึงอีมดดำ”
“แม่...เร้าย้ายออกจากที่นี่เถอะนะ อยู่ไปแบบนี้ก็ไม่มีความสุข”
“นี่แหละความสุขของกู มึงอยู่นี่แล้วก็เป็นขี้ข้าอยู่อย่างนี้แหละ ถ้ากูไม่มีความสุขจริงๆ พวกมันก็ต้องไม่มีความสุขไปด้วย”
มดดำเห็นส้มเอาจริงเลยอ่อนใจ

รถสหรัฐแล่นมาจอดที่หน้าบ้านคุณหญิงวาปี ครู่หนึ่งเขาเดินลงมาจากรถพร้อมพิมพ์พรรณ
“ที่จริงคุณแม่ไม่ต้องมาก็ได้นะครับ”
“อืม...ใช่ แต่ใครล่ะที่ทำให้แม่ต้องมา แม่ไม่มั่นใจว่าลูกจะง้อหนูดาได้สำเร็จ มืออาชีพในการประสานใจอย่างแม่ถึงต้องมาไงจ๊ะ”
“มาประสานใจหรือมาจับผิดผมกันแน่ครับ”
“จับผิด...เอ๊ย...ประสานใจจ้ะ”
สหรัฐจ้องหน้า
“คุณแม่ครับ โกหกมันบาปนะครับ”
พิมพ์พรรณค้อน
“ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ อยากมาเห็นหน้าหนูมดดำด้วย...มีไรป่ะ”
“ศัพท์วัยรุ่นซะด้วย”
สหรัฐหัวเราะ

พิมพ์พรรณนั่งจับมือสุทธิดาเป็นการปลอบ สุทธิดายังบึ้งตึง
“น้าต้องขอโทษแทนพี่รัฐเขาด้วยนะลูกนะ ที่เมื่อวานบกพร่องในหน้าที่ไปหน่อย”
“ไม่หน่อยหรอกค่ะ เล่นไม่สนใจดาถึงขนาดนั้น ดาก็น้อยใจเป็นนะคะ”
พิมพ์พรรณสะกิดสหรัฐให้พูดกับสุทธิดา
“ดา...พี่ขอโทษนะ”
สุทธิดาพยักหน้ารับแต่ยังไม่ยิ้ม พิมพ์พรรณโบ้ยทำท่าทางบอกใบ้ แต่สหรัฐงงมองพิมพ์พรรณ พอสุทธิดาหันไปพิมพ์พรรณก็รีบทำปกติ
“ไม่มีอะไรจ้ะ”
พิมพ์พรรณใบ้ใหม่ สหรัฐเข้าใจ
“เอางี้...เดี๋ยวเย็นนี้พี่ไปรับที่มหาลัยแล้วถ้าดาอยากไปไหนบอกพี่ได้เลย คราวนี้ไม่มีขัดขืน”
สหรัฐยื่นนิ้วก้อยให้ สุทธิดาใจชื้นขึ้น ยื่นนิ้วก้อยเกี่ยวคืนดี พิมพ์พรรณถอนใจโล่ง
“เฮ้อ...สบายใจซักที เมื่อเช้าทำแม่รมณ์บ่จอย ตอนนี้มายื่นนิ้วก้อยให้หนูดาแล้ว แม่ก็ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย”
สุทธิดาขำๆ
“นี่คุณน้าเป็นสาวกลิฟกับออยรึป่าวค่ะ”
พิมพ์พรรณยื้ม
“นั่นสมัยน้ารุ่นๆเลยล่ะ”
สหรัฐกับสุทธิดาหัวเราะ พิมพ์พรรณพูดไม่ออกที่โดนรุม
“เอ่อ...คุณแม่ครับ ผมว่าเรารีบไปกันเถอะเดี๋ยวผมต้องไปส่งคุณแม่ก่อน แล้วก็ต้องไปส่งดาอีก ดาจะไม่ทันเข้าเรียน”
“เออจริงด้วย เดี๋ยวแม่ไปรอที่รถก่อนนะ เผื่อลูกมีอะไรอยากจะคุยกับหนูดาสองต่อสอง”
พิมพ์พรรณเดินไปเลย สหรัฐหน้าเหวอ
“อ้าวคุณแม่ คุณแม่ครับ”

พิมพ์พรรณเดินมารอสหรัฐกับสุทธิดาที่รถ พอดีกับที่มดดำถือถุงขยะเดินผ่านมา พิมพ์พรรณเห็นแล้วสะดุดตา
“อุ้ยหนู...หนูจ๊ะ”
มดดำงงแต่ก็เดินเข้ามาวางถุงขยะลงแล้วไหว้ พิมพ์พรรณรับไหว้
“นี่หนูรู้จักฉันด้วยเหรอจ๊ะ”
มดดำยิ้ม
“เห็นว่าเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องยกมือไหว้ไว้ก่อนค่ะ”
“แหม หนูนี่รู้จักนอบน้อมมีกาลเทศะดีจริงๆ”
สุทธิดากับสหรัฐกำลังเดินออกมา พอสุทธิดาเห็นมดดำคุยอยู่กับพิมพ์พรรณก็ไม่พอใจ สหรัฐมองตามเห็นว่าเป็นมดดำก็มองอยู่อย่างนั้นจนสุทธิดาไม่พอใจสหรัฐไปอีกคน เธอรีบเดินออกไป...พิมพ์พรรณยังคุยกับมดดำอยู่
“เออนี่หนู ฉันขอถามอะไรหน่อยสิ หนูรู้จักเด็กรับใช้ที่ชื่อ...”
สุทธิดาเรียกมดดำ
“มดดำ...”
“ใช่จ๊ะเด็กที่ชื่อมดดำ” พิมพ์พรรณนึกได้ “เอ๊ะ นี่หนูชื่อ...”
“มดดำค่ะ”
พิมพ์พรรณหน้าแตกอีกรอบ สุทธิดาเดินเกาะแขนสหรัฐออกมา มดดำพอเห็นสหรัฐก็รีบเก็บถุงขยะ
“หนูขอเอาขยะไปทิ้งนะคะ”
มดดำรีบเดินหนีไปทันที พิมพ์พรรณยังอึ้งในความน่ารักหันมาถามสุทธิดา
“เด็กคนนี้น่ะเหรอที่ชื่อมดดำ”
“ใช่ค่ะ คนนี้แหล่ะที่พี่รัฐวิ่งตามเมื่อวาน”
สุทธิดามองสหรัฐ เขายิ้มรับเจื่อนๆ พิมพ์พรรณส่ายหน้าระอาใจกับลูกชาย

สหรัฐแปลกใจ
“อะไรนะ แม่มดดำคือ...”
“ดาเองก็ตกใจค่ะที่รู้ว่าส้มเคยเป็นเมียเก็บคุณพ่อ ยิ่งรู้ว่าส้มใช้แผนสกปรก ดายิ่งรังเกียจ”
“แต่ตอนนี้เขาก็สำนึกแล้วไม่ใช่เหรอ”
“พี่รัฐเชื่อเหรอคะ ดาไม่เชื่อค่ะ”
“เชื่อหรือไม่ แต่เราก็ควรให้โอกาสคนนะดา เขามีสิทธิ์ที่จะได้รับโอกาสในการแก้ไขตัวเอง”
“เราอย่าพูดเรื่องนี้กันอีกเลยนะคะพี่รัฐ เอาเป็นว่าเดี๋ยวดาขึ้นเรียน แล้วเย็นนี้พี่รัฐอย่าลืมสัญญาที่ให้กับดานะคะ”
“แน่นอนจ้ะ เย็นนี้ดาถล่มพี่ได้เต็มที่เลย”
สุทธิดายิ้มปลื้มใจแล้วเดินไปเรียน สหรัฐเดินขึ้นรถขับออกไป

มดดำแต่งตัวถือแบบเรียนมายืนเคาะประตูห้องส้ม ไม่นานส้มก็เปิดประตูออกมา
“มึงจะมาเคาะประตูทำไมเนี่ยอีมดดำ กูกำลังจะหลับอยู่เลย”
มดดำยิ้ม
“วันนี้ฉันจะไปเรียนพิเศษวันแรกน่ะแม่”
“แล้วมึงจะมาบอกกูทำไม”
มดดำจ๋อยไป
“คือ...ฉันแค่อยากจะมารับพรจากแม่ก่อนน่ะจ๊ะ”
“โหย...อีนางเอก ตั้งแต่เกิดมามึงเคยได้รับพรจากกูมั้ยเนี่ย”
มดดำนึกดูแล้วก็พูดไม่ออก
“ไปเลยไป ก่อนที่กูจะเปลี่ยนใจเป็นแช่งมึง!”
ส้มปิดประตูใส่มดดำบ่นๆ
“แหม๊...กูยิ่งไม่อยากให้มันเรียน ยังเสือกจะมาขอพรเรื่องเรียนจากกูอีก”
มดดำยืนฟังเสียงแม่บ่นแล้วรู้สึกน้อยใจ ก่อนจะถอนใจเดินออกไป

มดดำเดินออกมาจากประตูใหญ่หน้าบ้านวาปี ถอนใจเซ็งกับคำพูดของส้ม
“ตั้งแต่เกิดมามึงเคยได้รับพรจากกูมั้ยเนี่ย ไปเลยไป! ก่อนที่กูจะเปลี่ยนใจเป็นแช่งมึง!”
มดดำถอนใจ แต่พอมองดูตำราเรียนที่กอดอยู่ในมือก็ยิ้มออกมีกำลังใจมากขึ้น มดดำเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็เห็นรถหรูคันหนึ่งดูคุ้นๆจอดอยู่ตรงหน้า มดดำเดินผ่านรถไปแต่ก็ยังไม่หายสงสัยหันมามองดูเพื่อให้แน่ใจอีกที สหรัฐเปิดกระจกลงมายิ้ม
“ใช่...รถของฉันเอง”
มดดำสะดุ้ง
“เฮ้ย! คุณ”
มดดำงง มองไปรอบๆคิดว่าตานี่มาอยู่ตรงนี้ได้ไง
“อ้าว...งง ฉันตั้งใจมาดักรอเธอนี่แหละ ขึ้นรถเร็ว”
“เรื่องอะไร ฉันไม่ได้มีอะไรอยากจะคุยกับคุณ”
“แต่ฉันมี”
มดดำไม่อยากจะยืดเยื้อเลยเดินออกไปต่อ สหรัฐลงจากรถมาดึงต้นแขนไว้
“เดี๋ยวสิมดดำ”
มดดำจะเอามืออีกข้างชก สหรัฐใช้มือข้างที่ว่างรับไว้ทัน
“เฮ้ย!เอะอะก็จะชกกัน! คุยกันก่อนสิ ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอจริงๆ”
มดดำดึงมือออก
“อย่าเลยคุณ เจอคุณทีไรฉันซวยทุกที อีกอย่างเดี๋ยวใครมาเห็นว่าฉันอยู่กับคุณมันจะยุ่งอีก”
สหรัฐเข้าใจมดดำ แต่ก็ยังตื้อ จับแขนเธอไว้
“งั้นดีเลย ถ้าเธอไม่ไปกับฉัน ฉันก็จะทำให้คนเขาเห็นกันให้หมดว่าเราเจอกัน” สหรัฐตะโกน “มีใครในบ้านบ้าง มดดำเจอผ้มมมม...”
“นี่...หยุดเลยนะ โอเคๆ”
มดดำเหนื่อยใจ มีท่าทีอ่อนลง
“โอเค อะไร”
“ก็...โอเค ไม่ต้องตะโกน!”
“ฉันจะปล่อยมือเธอแล้วนะ แต่เธอสัญญาก่อนว่าจะต้องไม่ต่อยฉัน”
มดดำไม่ได้ตอบอะไร สหรัฐปล่อยมือ
“นี่แน่ะ!”
มดดำกระทืบเท้า สหรัฐร้องจ๊าก
“ถ้าคุยแล้วไม่มีอะไรสำคัญจริง เดี๋ยวได้สวยอีกแน่”

มดดำเดินฉุนๆไปขึ้นรถ สหรัฐมองตามทั้งเซ็ง ทั้งเจ็บ แต่ก็พอใจ

กากับหงส์ ตอนที่ 8

 
รถสหรัฐแล่นออกมาจากซอยบ้านคุณหญิงวาปี มดดำนั่งอยู่ในรถกับเขา


“นี่เธอไปเรียนเร็วไปไหม ได้ข่าวว่าเรียนติวเขาเรียนตอนเย็นไม่ใช่เหรอ” สหรัฐถามอย่างแปลกใจ
“ฉันจะไปธุระก่อน”
“ธุระอะไร”
“จะเข้าเรื่องได้ยัง”
มดดำกำหมัด สหรัฐถอนหายใจเซ็ง
“ฉันอยากจะขอโทษที่ทำให้เธอลำบากใจ”
“รู้ว่าฉันลำบากใจแล้วยังมาเจอฉันอีกทำไม”
“ก็...ฉันคิดว่าการไม่ต้องมาเจอเธอมันไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาน่ะสิ ฉันว่าเราน่าจะเป็นเพื่อนกันได้นะ”
“นั่นแหละยิ่งเป็นปัญหา แม่ฉันเขาก็เคยเตือนคุณเรื่องฉันแล้วไม่ใช่เหรอ ที่สำคัญฉันไม่อยากจะผิดใจกับคุณดาแฟนคุณ”
“ฉันไม่ได้คิดจะเลือกคบใครเป็นเพื่อนเพราะแค่คำพูดของคนอื่นหรอกนะ ฉันคิดจะคบเพราะฉันเลือกเอง”
“แต่ฉันไม่ขอเป็นเพื่อนคุณดีกว่า เพราะไม่รู้ว่าฉันจะเป็นเพื่อนกับคุณไปทำไม”
สหรัฐอึ้งพูดไม่ออก
“คุณจอดแถวนี้แหละ ฉันจะลง”
“ทำไมล่ะ นี่มันยังไม่ถึงโรงเรียนเธอนี่ ตกลงเธอจะไปไหนกันแน่”
“จะคิดว่าฉันไปหาเสี่ยเลี้ยงก็ได้นะ จอดสิ”
“เธอนี่มันกวนจริงๆเลย ได้...งั้นฉันไม่จอด”
สหรัฐดื้อ ไม่มีท่าทีจะจอดให้
“โอเคๆ ไปส่งก็ได้ ฉันจะไปตลาด”
“ก็แค่นี้แหละ” สหรัฐยิ้มขำๆ

รถของสหรัฐเลี้ยวเข้ามาจอด แต่ที่จอดรถเต็ม
“โห...ที่จอดเต็มเลย”
“คุณก็วนรถรอสิ ฉันไปซื้อของแป๊บเดียว”
สหรัฐยิ้มกวน
“นั่นแน่ แผนตื้นๆจะหนีใช่ไหม”
“นี่คุณ ทำไมโง่อย่างนี้ ตอนนี้ฉันจะหนีคุณพ้นเหรอ ฉันอยู่ไหนคุณก็รู้แล้ว วันนี้หนี พรุ่งนี้ก็เจออยู่ดี”
สหรัฐมองหน้ามดดำหยั่งเชิง มดดำยิ้มแย้มทำตาแบ้วใสซื่อจริงใจ...สหรัฐจอดรถ มดดำเดินลงไป เขามองตามหวั่นใจว่าเธอจะหนี แต่ได้ยินเสียงแตรบีบไล่เลยต้องออกรถ

มดดำเดินเข้ามาในตลาด แวะที่ร้านผลไม้
“อ้าว มดดำ ไม่เห็นซะนานเลย สบายดีเรอะ” แม่ค้าทักทาย
“สบายดีจ๊ะป้า”
“แล้วเอ็งมากับใครล่ะ ไอ้อิทมันไปเรียนนี่”
มดดำมองไปแล้วเจอสหรัฐจอดรถแล้วเดินลงมายืนงงๆมองหา
“นั่นไงป้า เดินอยู่นั่น”
แม่ค้ามอง
“เฮ้ย นั่นคุณคนที่ช่วยเอ็งจับโจรตอนนั้นนี่หว่า”
“อื้อ...” มดดำเลือกผลไม้ “ป้า เอานี่...นี่...นี่...แล้วก็นี่จ๊ะ”
“โห...กินเยอะนะนี่เอ็ง”
“จ๊ะ”
มดดำยิ้มร้าย

สหรัฐยืนงงๆมองหน้ามดดำแต่ยังไม่เห็น แม่ค้าเดินมาหายื่นถุงผลไม้ให้
“นี่คุณมดดำมันฝากมาให้แน่ะ”
สหรัฐมองเห็นถุงผลไม้แล้วอมยิ้มก่อนรับถุงมา เขาจิ้มแตงโมออกมากินชิ้นหนึ่งอย่างสบายใจ
“ยัยนี่ก็มีน้ำใจเหมือนกันแฮะ นึกว่าจะขี้เหนียวซะอีก”
แม่ค้าสวนขึ้น
“สองร้อยบาท”
สหรัฐสำลักแตงโมทันที แถมเม็ดติดคออีกต่างหาก เขามองหน้าแม่ค้าแล้วก็งง
“แล้ว...มดดำ”
“มันไปแล้ว ก่อนไปมันบอกว่าให้มาเก็บตังที่คุณ”
สหรัฐรู้ทันทีว่าเสียรู้มดดำซะแล้ว จะขึ้นรถขับไปแต่แม่ค้าดึงแขนไว้แล้วแบมือขอเงิน เขารีบควักตังจ่ายอย่างเจ็บใจ

มดดำถือถุงขนมผลไม้เดินมาที่คิวรถ เฉลิมยืนเก็บเงินจากลูกค้าใส่กระเป๋าไปด้วยร้องเพลงให้ลูกค้าฟังไปด้วย
“ขับรถสองแถวส่งแอ๋วเรียนราม ปีนี้คนงามเรียนอยู่ปีสามนิติศาสตร์ ออกรถทุกวันเหนื่อยจนใจนั้นแทบจะขาด ค่าโดยสารคนละบาท อุตส่าห์ประหยัดส่งแอ๋วเรียนราม...”
มดดำเดินมาหา
“ลุง!”
เฉลิมดีใจ
“เอ้าเฮ้ย!มดดำ!เป็นไงบ้างหลานรัก แล้วไอ้ส้มล่ะ”
มดดำรีบร้อน
“เดี๋ยวค่อยคุยกันดีกว่า คิดถึงบ้านจะแย่แล้ว ไปเร็วเถอะลุง”
มดดำรีบขึ้นไปบนรถ เฉลิมมองตามงงๆ
“อะไรของเอ็งวะ หนีใครเนี่ย”
“ไปเร็วสิลุง”
เฉลิมออกรถไปอย่างงงๆ รถของเฉลิมแล่นออกจากคิว ผ่านแยกที่สหรัฐขับรถออกมา แต่เธอไม่ทันมองเขา สหรัฐมองผ่านกระจกรถเห็นมดดำนั่งอยู่บนรถวิ่งผ่านไปก็ยิ้มออก
“หนีฉันมันไม่ง่ายหรอก”
สหรัฐขับรถตามไป

มดดำกับเฉลิมเดินเข้ามาในซอยสลัม
“รู้ไหมลุงคิดถึงเอ็งมากเลยนะมดดำ”
“ฉันก็คิดถึงลุงจ้ะ กลัวลุงเหงาเหมือนกัน”
“ไม่เหงาหรอกก็มีเพื่อนบ้านเยอะแยะ ขอบใจนะที่เป็นห่วง”
สหรัฐแอบเดินตามมาแต่ไกล คอยหลบตามมุมตามซอกต่างๆ ผัวเมียทะเลาะกันเสียงดังโหวกเหวก
“ไอ้ตู่!เมาอยู่ได้ทั้งวันนะมึง เมื่อไหร่จะช่วยกันทำมาหากินมั่งวะ”
ผัวเมามาย
“เฮ้ย!!อีปลา! อย่ามาใช้กูมากๆนะเว้ย!! เดี๋ยว...”
“เดี๋ยวมึงจะทำไม”
“เดี๋ยวกูทำไม่ทัน!”
สหรัฐงงกับชีวิตในสลัมที่ดูสับสนวุ่นวาย เขาพึมพำออกมา
“อย่าบอกนะว่าเธออยู่แถวนี้”
มดดำกับเฉลิมเลี้ยวเข้าไปอีกซอย สหรัฐรีบตามไป

เฉลิมกับมดดำเดินมาถึงหน้าบ้าน แล้วลงนั่งคุยกัน มดดำมองไปทั่วๆบ้าน
“รู้ไหมลุงฉันคิดถึงบ้านมาก”
“อ้าว...ก็ไหนว่าบ้านที่เอ็งไปอยู่เขาเป็นคนดีไม่ใช่เหรอ” เฉลิมงง
“ก็ใช่จ้ะ แต่ว่า...”
“แม่ เอ็งล่ะสิ ก่อปัญหา”
มดดำถอนใจ
“เออ...ลุง ลุงรู้อะไรเกี่ยวกับแม่บ้างไหม”
“เกี่ยวยังไงล่ะ”
“ก็เรื่องแฟนแม่แต่ละคนน่ะ”
“แม่เอ็งเขามาขออยู่กับลุงก็ตอนอุ้มท้องเอ็งมา นอกนั้นถามมันๆก็ไม่เคยบอก ลุงถึงไม่เคยรู้ไงว่าใครเป็นพ่อเอ็ง”
“ลุงรู้ไหมว่าบ้านที่ฉันกับแม่ไปอยู่ แม่เคยทำงานที่นั่น”
“อ้าว...เหรอวะ มันเคยทำงานบ้านเหรอ ลุงไม่เห็นเคยรู้เลย”
มดดำถอนใจเซ็งที่เฉลิมตอบอะไรไม่ได้สักอย่าง
“มดดำ...ตกลงมันมีเรื่องอะไร”
“เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ฉันแค่อยากรู้เรื่องของแม่บ้าง”
อิทธิในชุดนักศึกษาเดินมาตามทางเห็นมดดำอยู่หน้าบ้านกับเฉลิมก็ยิ้มดีใจ จะรีบเดินเข้าไป แต่ก็เห็นด้านหลังของชายคนหนึ่งด้อมๆมองๆอยู่ อิทธิสงสัยยังไม่รู้ว่าเป็นสหรัฐเลยเปลี่ยนทางเดินไปด้านหลังเขาแล้วล็อกแขนและคอทันที
“เฮ้ย! แกมาด้อมๆมองๆอะไรตรงนี้วะ!”
“โอ้ย!”
พวกที่อยู่ในบ้านได้ยินเสียงโวยวายก็เลยหันมาดู ก็เห็นว่าสหรัฐกำลังถูกอิทธิล็อกแขนล็อกคออยู่ มดดำตกใจ
“คุณสหรัฐ!...พี่อิท”
อิทธิชะโงกหน้าดู สหรัฐก็หันหลังไปดู แล้วทั้งคู่ก็แปลกใจที่เห็นกัน

เฉลิมชวนสหรัฐเข้าไปในบ้าน อิทธิบอกอย่างไม่สบายใจ
“ผมขอโทษด้วยนะครับคุณสหรัฐ ผมคิดว่าเป็นพวกคนไม่ดี”
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ถือ”
“ฮึ...ยังมีหน้าไปบอกไม่ถือสาคนอื่นอีกเหรอ...พี่อิทน่ะทำถูกแล้ว คนดีที่ไหนเขาจะมาทำด้อมๆมองๆหน้าบ้านคนอื่น”
“แล้วตกลงคุณนี่เป็นคนดีหรือไม่ดีล่ะ”
“ดีครับ...ดีมากๆด้วย ใช่ไหม...มดดำ”
สหรัฐยิ้มกวนๆให้ มดดำแอบเบ้ปาก แต่พอหันไปเจอหน้าเฉลิมที่มองงงๆก็ต้องเล่าความจริง
“คุณสหรัฐเนี่ย เขาคือคนที่เข้าไปช่วยมดดำสู้กับโจรวิ่งราวที่ตลาดจ้ะ”
เฉลิมยิ้มรับ
“อ๋อ...คุณนี่เอง แหม...ดีๆๆๆ รู้ไหมที่ตลาดเขาพูดถึงคุณกันเยอะนะ คุณนี่ทั้งหล่อทั้งดีเลยนะ มดดำเอ็งนี่โชคดีนะที่รู้จักกับคุณเขา”
สหรัฐทำยืดอก มดดำเซ็ง อิทธิถามอย่างสงสัย
“แล้วคุณสหรัฐทำไมถึงตามมดดำมานี่ล่ะครับ”
เฉลิมก็อยากรู้เหมือนกัน
“เออ...นั่นสิ ก็รู้จักกันแล้ว ทำไมมาด้อมๆมองๆล่ะพ่อ”
คราวนี้มดดำกับสหรัฐไม่รู้จะตอบยังไง

เฉลิมกับอิทธิ เดินมาส่งมดดำกับสหรัฐที่รถ
“ขอบใจนะคุณที่อุตส่าห์อยากไปส่งมดดำที่โรงเรียน ยังไงก็ฝากมดดำด้วยนะ”
สหรัฐยิ้มรับ
“ไม่ต้องห่วงครับคุณลุง ผมจะดูแลมดดำอย่างดีเลยครับ”
อิทธิหันมาหามดดำ ตัดสินใจชวน
“มดดำ จะไปโรงเรียนใช่ไหม เดี๋ยวพี่ไปส่งดีกว่า จะได้ไม่ต้องรบกวนคุณสหรัฐ”
“ไม่รบกวนหรอก ฉันว่างพอดี”
“พอดีผมมีเรื่องอยากคุยกับมดดำด้วยน่ะครับ”
สหรัฐจ๋อยไป
“เอ่อ...ก็...งั้นก็ไม่เป็นไร ฉันไปนะ”

สหรัฐขึ้นรถขับออกไป อิทธิกับมดดำยืนมองตาม

อิทธิกับมดดำนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟในซอย อิทธิโชว์มือถือ มดดำเห็นแล้วก็ยิ้ม
 

“หือ...นี่พี่มีมือถือแล้วเหรอ”
อิทธิเอากระดาษมาเขียนเบอร์ให้
“มีอะไรต้องโทรมานะ อย่าหายไปอีก”
“ดีจ้ะ เวลาฉันเหงาๆจะได้มีเพื่อนคุย”
อิทธิยิ้ม
“นึกว่าจะสนิทกับคุณสหรัฐจนลืมพี่แล้ว”
มดดำเบ้หน้า
“แหวะ...นายนั่นนะเหรอ ติงต๊องจะตาย ใครจะอยากเป็นเพื่อนด้วย”
อิทธิยิ้มดีใจที่ได้ยินอย่างนั้น
“แล้วพี่ไม่ต้องไปทำงานพิเศษเหรอ”
“ไปสายสักวันแล้วกัน ขอไปส่งมดดำก่อน”
“เกเรนะเราเนี่ย”
มดดำแหย่ อิทธิยิ้มมองเธออย่างมีความหมาย

คุณหญิงวาปีนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในบริษัท กัลยากับชาติชายนั่งอยู่ด้วย
“ก็อย่างที่ได้บอกรายละเอียดไป แม่คงทำคนเดียวไม่ไหวเลยอยากให้กัลมาดูแลบริษัทที่จะเปิดใหม่ทั้งหมด”
“บริษัทใหม่มีโครงการคอนโดที่จะทำถึง11โครงการ กัลว่ากัลคง...”
คุณหญิงแทรกทันที
“ที่แม่ให้สามีเธอมานั่งฟังด้วยนี่ก็แค่อยากให้รับรู้ไว้เฉยๆ แต่ถ้าลูกคิดว่าจะให้แม่ไว้ใจคนอื่นดูแลบริษัทใหม่คงเป็นไปไม่ได้”
กัลยาถอนใจ ชาติชายหันมาบอก
“ไม่เป็นไรหรอกกัล ผมจะช่วยคุณดูแลโดยไม่เอาตำแหน่งและอำนาจลงนาม ยังไงซะเราก็ต้องช่วยกันดูแลบริษัทอยู่แล้ว”
“แต่คุณจะต้องทำงานหนักโดยที่ไม่ได้อะไร”
คุณหญิงสวนขึ้น
“ได้สิ สามีเธอก็ได้กินเงินในครอบครัวเราไง”
ชาติชายอึ้งๆไป

ชาติชายเดินซึมมาที่ลานจอดรถ กัลยาเดินตามมาส่ง มองอย่างสงสาร
“คุณคิดเรื่องคุณแม่ใช่ไหมคะ”
“ท่านคงไม่มีวันให้อภัยผม ยิ่งส้มกลับมาอยู่ที่นี่ ดีไม่ดีจะแย่กว่าเก่า”
“คุณก็รู้ว่าคุณแม่เป็นคนใจแข็ง คงต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ให้ท่านได้กลับมาเห็นความดีของคุณอีกครั้ง อดทนหน่อยนะคะ”
“คุณกับลูกๆคือกำลังใจที่ดีที่สุดของผม”
กัลยายิ้ม
“เดี๋ยวคุณมีประชุมกับทีมสถาปนิกต่อใช่ไหมคะ”
“กัลจะไปด้วยกันไหม”
“คงไม่ล่ะค่ะ พอดีคุณแม่ให้กัลนัดฝ่ายพีอาร์กับเอเจนซี่คุยช่วงบ่ายค่ะ”
ชาติชายเดินออกไป ขณะเดียวกันนั้นโทรศัพท์ดังขึ้นกัลยากดรับ
“ว่าไงจ๊ะพิมพ์ กำลังว่าจะโทรหาพอดี เห็นว่าเมื่อเช้าไปที่บ้านมาเหรอ ทำไมไม่คอยเจอกันล่ะ”

คุณหญิงวาปี กัลยา พิมพ์พรรณ นั่งดื่มกาแฟด้วยกันอยู่ในห้องทำงานบริษัท พิมพ์พรรณบอกเหตุผล
“และอีกเหตุผลหนึ่งที่พิมพ์ไปเมื่อเช้า ก็เพราะอยากจะเห็นหน้าเด็กที่ช่วยกัลไว้ด้วยค่ะ”
“แล้วเป็นไง ชอบไหม มดดำเขาน่ารักนะ ฉันถูกชะตากับเด็กคนนี้มาก”
พิมพ์พรรณแปลกใจ
“นี่กัล มดดำเขาทำให้ยัยดาลูกเธอเข้าใจผิดนะ ดูสิเกือบจะทะเลาะกับตารัฐ”
“ก็มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดอย่างที่เธอบอกไง”
คุณหญิงถอนใจ
“ยัยกัลเขากำลังปลาบปลื้มเด็กคนนี้”
พิมพ์พรรณเอ่ยชม
“แกก็ดูสุภาพดีนะคะคุณแม่”
คุณหญิงหนักใจ
“ไอ้เด็กน่ะคงจะดีกว่านี้ถ้าไม่ใช่ลูกส้มมัน”
พิมพ์พรรณสงสัย
“ส้ม...ส้มไหน”
“ก็ส้มที่เคยก่อเรื่องที่บ้านแม่เมื่อยี่สิบปีก่อนไง”
พิมพ์พรรณตกใจ
“ห๊า...อะไรนะคะ งั้นเด็กคนนี้...”
“ไม่ใช่อย่างที่เธอคิดหรอกนะพิมพ์ มดดำเป็นลูกของแฟนเก่าส้มที่ส้มกลับไปอยู่ด้วยหลังจากออกจากบ้านฉันไป”
พิมพ์พรรณโล่งใจ แต่ก็ยังไม่ถึงขนาดไว้ใจ
“แล้วเธอกล้าให้ผู้หญิงอย่างนั้นกลับมาอยู่ร่วมบ้านเหรอ”
“ตอนนี้ส้มเขาไม่เหมือนเดิมแล้วนะพิมพ์ เขาดีขึ้นมาก”
พิมพ์พรรณไม่ไว้ใจ
“แอบมีแผนอะไรซ่อนไว้หรือเปล่า”
“ไม่มั้ง ถ้ามีเขาคงรับสมอ้างให้มดดำเป็นลูกคุณชาติไม่ดีกว่าเหรอ”
พิมพ์พรรณหันไปหาคุณหญิง
“คุณแม่ก็คิดเหมือนกับกัลเหรอคะ”
คุณหญิงนิ่งไปไม่ตอบได้แต่มองหน้ากัลยา

สุทธิดา แก้ว วาว่า นั่งพิมพ์งานในคอมกัน
“ขอฉันเสร็จแล้ว” แก้วบอกเมื่อพิมพ์เสร็จ
“งั้นก็ส่งเมล์ให้ฉันเลยสิ” สุทธิดาหันไปถาม “วาว่าล่ะ”
“เสร็จแล้วจ้ะ ส่งให้แล้วด้วย ตัดหน้าแก้วซะเลย”
สุทธิดาพิมพ์ไปบ่นไป
“นี่พงษ์หายไปไหน เหลือแค่ตารางอย่างเดียว ไม่งั้นได้พิมพ์แล้ว”
แก้วอึกอักบอก
“เอ่อ...พอดีฉันทำตารางไว้แล้ว เอาอันนี้ไปก็ได้”
สุทธิดากับวาว่ามองอึ้ง แก้วรีบหลบตากลบเกลื่อน
“แหม...ก็ตอนแรกฉันก็กะจะขอทำตารางไง แต่เห็นพงษ์จะทำก็เลยเปลี่ยนมาสรุปผล แต่พอพงษ์ไม่...”
สุทธิดาสวนขึ้น
“ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ต่อให้เธอแอบชอบพงษ์ ก็ไม่ต้องเกรงใจฉันนะ เพราะฉันไม่สนคนอย่างพงษ์อยู่แล้ว....ส่งตารางมาแล้วใช่ไหม”
สุทธิดาพิมพ์ในคอมแล้วดึง Flash drive ออก
“ไปพิมพ์เข้าเล่มกันเถอะ”
พงษ์เดินเข้ามาพร้อมถุงขนม
“ดา...ผมไปซื้อขนมมาให้ ของที่ดาชอบทั้งนั้นเลยนะ”
สุทธิดารำคาญเดินหนีไปเลย พงษ์หน้าเหวอ
“ดา...ดา...ไปไหน”

สุทธิดาเดินจ้ำมา พงษ์ตัดสินใจเดินมาขวางไว้
“ดา...โกรธผมเรื่องอะไร”
“เธอนี่ไม่เคยทำอะไรที่มันแสดงถึงความฉลาดเลยนะ เวลาเพื่อนทำงานเธอไปซื้อขนม งานเธอล่ะอยู่ไหน”
“เอ่อ...ถ้าดาหมายถึงตารางข้อมูล เดี๋ยวผมทำให้นะ”
วาว่าแทรกขึ้น
“แก้วเขาทำแทนเธอแล้วย่ะ เหลือก็แต่พิมพ์”
พงษ์ดีใจ
“งั้นผมเอาไปพิมพ์เข้าเล่มให้แล้วกัน”
สุทธิดาส่ง Flash drive ให้ พงษ์ถือโอกาสจับมือด้วย สุทธิดาส่ายหน้าระอาใจ
“หวังว่างานง่ายที่สุดของโปรเจ็คท์นี้ เธอคงไม่ทำพังอีกนะ”
พงษ์ยิ้มมั่นใจ
“แน่นอน แต่ดาไปกับผมนะ ระหว่างรอเราก็ไปดูหนังกัน”
สุทธิดาเชิดใส่
“เสียใจ ระหว่างที่เธอไปพิมพ์ ฉันจะกลับกับแฟนฉัน”
พงษ์หน้าเสีย
“นี่นายสหรัฐนั่นมารับดาอีกแล้วเหรอ”
สุทธิดาเสียงเข้ม
“เลิกฝันเรื่องฉันแล้วก็ไปพิมพ์รายงานให้เสร็จ”
พงษ์อึ้งไปเลย
“ดา...ดาก็รู้ว่าผมคิดยังไงกับดา ดาสนใจผมบ้างได้ไหม”
“ไม่ได้...และพงษ์ก็เลิกเพ้อเจ้อเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ได้แล้ว มันน่ารำคาญ”
พงษ์จ้องหน้าสุทธิดาด้วยความโกรธจัด สุทธิดาจ้องตอบอย่างไม่กลัวเกรงสายตา พงษ์โมโหเดินหนีไปขึ้นรถขับออกไปเลย
“ตายแล้ว ไอ้พงษ์มันเอารายงานไปด้วย”วาว่าตกใจ
สุทธิดาเซ็ง

“ก็โทรเรียกมันกลับมาสิ”

กากับหงส์ ตอนที่ 8 (ต่อ)


strong>รถองค์อรเข้ามาจอด หน้าสมาคมการกุศลเพื่อการศึกษาของเด็กไทยที่พิการในถิ่นทุรกันดาร องค์อรลงจากรถ เจ้าหน้าที่ชายรับกุญแจรถแล้วขับไปไว้ที่ลานจอดรถ เจ้าหน้าที่หญิงเข้ามาหา

“สวัสดีค่าคุณอร”
“อรมาสายหรือเปล่าคะเนี่ย พอดีช่างผมประจำตัวมาสายค่ะ ขอโทษจริงๆ”
“อุ้ย...ไมเป็นไรหรอกค่ะ คุณหญิงเย็นจิตรประธานที่ประชุมก็เพิ่งโทรมาบอกว่าจะมาสายหน่อยค่ะ”
“โล่งอกไปที”
ทั้งสองพากันเดินเข้าสมาคม

ภายในห้องประชุม ทุกคนนั่งประจำที่ที่โต๊ะยาว นายกสมาคมนั่งหัวโต๊ะ องค์อรยืนรายงาน
“วันนี้ดิฉันภูมิใจมากที่จะเรียนให้ทราบว่า ตอนนี้ดิฉันได้รับการยืนยันจากนักธุรกิจหลายภาคส่วนตอบรับจะสนับสนุนงานของสมาคมของเรา เพิ่มอีกไม่ต่ำกว่าสิบล้านบาทค่ะ”
ทุกคนในที่ประชุมปรบมือกันลั่น องค์อรกราบขอบคุณแล้วลงนั่ง
“แหม...เห็นผลงานคุณอรแล้วสมัยหน้าถ้าคุณอรไม่ลงสมัครนายก ดิฉันก็คงต้องบังคับกันล่ะคะ”
ทุกคนปรบมือลั่นถูกใจมุขของนายกสมาคม
“นอกจากวันนี้จะมีเรื่องดีๆจากคุณอรแล้ว เราก็ยังมีเรื่องน่ายินดีอีกเรื่องหนึ่ง คือ...เรามีสมาชิกใหม่เพิ่มอีกหนึ่งคนที่จะมาช่วยกันเติมฝันของเด็กในถิ่นทุรกันดาร” นายกสมาคมมองไปรอบๆ “ไม่ทราบมาหรือยัง เห็นว่าจะมาช้าหน่อย”
ทุกคนในที่ประชุมเริ่มมองหากัน นายกสมาคมหันไปเห็น
“อ้าวนั่น...มาพอดีเลย”
องค์อรมองไปที่ประตู ก็ต้องตกใจ เห็นแพรวพราวเดินยิ้มเข้ามา นายกสมาคบประกาศก้อง
“ทุกท่านคะ ขอเสียงปรบมือให้คุณแพรวพราว สมาชิกผู้ทรงเกียรติคนใหม่ของสมาคมด้วยค่ะ”
แพรวพราวเดินยิ้มมาตรงที่ว่างตรงข้ามองค์อร
“สวัสดีค่ะทุกท่าน ดิฉันดีใจที่จะได้ร่วมช่วยเหลือหาทุนบริจาคให้กับโครงการต่างๆของสมาคมอย่างเต็มที่ค่ะ”
ทุกคนในที่ประชุมปรบมือยินดี

ช่วงพักทานกาแฟ องค์อรกำลังทานกาแฟอยู่ที่มุมรับแขก แพรวพราวเข้ามาหา
“สวัสดีค่ะคุณอร”
องค์อรไม่อยากจะคุยด้วย แพรวพราวนั่งลง
“สบายดีนะคะ ไม่ได้เจอกันนาน”
“ที่จริงเราไม่ควรจะเจอกันเลยตลอดชาติด้วยซ้ำ”
แพรวพราวยิ้มไม่สะทกสะท้าน
“ก็ถูกของคุณอรนะคะ ตอนคุณรู้จักฉันๆก็แค่เลขา คงไม่มีเงินถุงเงินถังมาทำกิจกรรมดีๆแบบนี้ ฉันไม่ควรเลยใช่ไหมคะ”
องค์อรเชิดหน้าไม่อยากตอบ
“แหม...แต่ถึงตอนนั้นฉันจะไม่รวยจนเข้าสมาคมกับคุณได้ แต่เราก็เคยเกือบจะใกล้ชิดดุจญาติกันไม่ใช่เหรอคะ”
องค์อรฉุน
“ฉันไม่รู้เธอพล่ามอะไร เรื่องในอดีตของคนแพ้ ฉันไม่อยากจำ”
องค์อรจะลุกเดินไป แต่แพรวพราวมาขวางไว้
“ถ้ายังคิดว่าฉันแพ้แล้วเดินหนีทำไมคะ หรือลึกๆในใจคุณอรก็รู้ดีว่าใครแพ้ใครชนะ”
“เธอนี่มันสกปรกจริงๆ”
แพรวพราวไม่พอใจ
“พูดอย่างกับคุณไม่เคยพยายามสกปรก! แต่เสียดายนะคะที่ยังสกปรกไม่เพียงพอที่คุณชาติชายอยากจะลงไปเกลือกกลั้วด้วย”
องค์อรโมโหแต่พยายามข่มอารมณ์
“แพรวพราวถ้าเธอยังไม่หยุดพูดถึงเรื่องนี้อีกฉันจะเอาเรื่องเธอแน่!”
แพรวพราวยิ้มกวนให้ องค์อรโมโหมาก แต่ต้องกลั้นเอาไว้ แล้วเดินหนีออกไปเลย เจ้าหน้าที่หญิงเดินสวนมารีบบอกองค์อร
“คุณอรค์คะ ใกล้เวลาประชุมรอบสองแล้วนะคะ”
“เอ่อ...ฉันไม่สบาย ขอตัวกลับก่อนนะคะ”
เจ้าหน้าที่หญิงงงๆ แพรวพราวยิ้มร้ายสะใจ

องค์อรเดินมาถึงที่รถแล้วทุบรถด้วยความเจ็บใจ เสียงแพรวพราวดังก้องในหัว
“พูดอย่างกับคุณไม่เคยพยายามสกปรก! แต่เสียดายนะคะที่ยังสกปรกไม่เพียงพอที่คุณชาติชายอยากจะลงไปเกลือกกลั้วด้วย”
องค์อรเจ็บใจจนต้องร้องไห้ออกมา

สหรัฐนั่งทำงานเลือกแบบเพชรที่ดีไซเนอร์ส่งมาให้อยู่ แล้วต้องวางงานดูนาฬิกา
“ป่านนี้จะไปเรียนหรือยัง ไม่ใช่มัวแต่ขลุกอยู่กับนายอิทธิอะไรนั่น”
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาสะดุ้งได้สติหยิบมาดูก่อนกดรับ
“ดา...ว่าไง...” สหรัฐนึกได้ “อ้อ...ขอโทษที พี่จะไปเดี๋ยวนี้เลย”
สหรัฐรีบแบ่งแยกแบบที่เลือกไว้ใส่แฟ้มวางไว้ แล้วกดโทรศัพท์ภายใน
“คุณยุพาครับ ผมเลือกแบบเสร็จแล้วนะ ช่วยเอาแฟ้มที่เลือกไปส่งฝ่ายผลิตให้ด้วย แล้วพรุ่งนี้นัดเขาเข้ามาคุยเรื่องการสั่งของเลย”
สหรัฐวางสายแล้วรีบลุกออกไป

สุทธิดา ยืนรอสหรัฐมารับอยู่ที่ริมทางในมหาวิทยาลัย มีแก้วกับวาว่ายืนคอยเป็นเพื่อน แก้วพยายามโทรหาพงษ์
“ดา...ทำไงดีล่ะ พงษ์ยังไม่ยอมรับสายเลย”
สุทธิดาหงุดหงิด
“บ้าจริงเลย”
วาว่าหันมาถาม
“ทำกันใหม่ไหม”
“ไม่นะ พี่รัฐก็กำลังมารับฉันๆจะไม่ยอมเสียเวลาทำอีกรอบหรอก”
ขณะเดียวกันนั้น รถสหรัฐแล่นเข้ามาสุทธิดาเห็นก็ดีใจ
“ฉันไปนะ พวกเธอก็โทรหานายพงษ์ให้ได้ ถ้าเจอตัวบอกพงษ์ด้วยนะว่า ฉันโกรธมาก”
สหรัฐขับรถมาจอด สุทธิดาขึ้นรถออกไป แก้วกับวาว่ามองหน้ากันเซ็งๆ
“โอ๊ย...จะทำพวกตกกันหมดหรือเปล่าเนี่ย”
แก้วถอนใจเซ็งแล้วกดโทรออกอีก

สหรัฐกับสุทธิดาซื้อตั๋วหนังจากตู้อัตโนมัติเสร็จ สุทธิดายิ้มดีใจ
“ได้ดูหนังที่ดาอยากดูซะที”
“หายโกรธพี่แล้วใช่ไหม”
“แต่พี่รัฐต้องห้ามให้ความสำคัญกับผู้หญิงอื่นมากกว่าดาอีกนะคะ”
สหรัฐทำเป็นนึกกวนๆ
“คุณแม่พี่ คุณแม่ดา คุณหญิงยายของดา อันนี้นับรวมด้วยหรือเปล่า”
สุทธิดาค้อน
“แหม...พี่รัฐอ่ะ สามคนนั้นไม่นับสิคะ นั่นน่ะต้องรักให้มากๆด้วย ดาเคยอ่านเจอว่า ถ้าผู้ชายคนไหนรักครอบครัวมากและดูแลครอบครัวดีเมื่อเขาแต่งงานกับเราเขาก็จะรักเราและดูแลเราดีเหมือนกัน พี่รัฐว่าจริงไหมคะ”
สหรัฐชะงัก
“เอ่อ...พี่ก็...ไม่รู้สิ”
“แต่ดาว่าจริงๆค่ะ”
ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของสุทธิดาดังขึ้น เธอหยิบมาดูแล้วโมโหแต่กดรับ
“ว่าไงแก้ว...ไม่เอา...ยังไงฉันก็ไม่โทร แก้วกับวาว่าโทรน่ะดีแล้ว ฉันไม่อยากคุยกับพงษ์อีกแล้ว...ไม่รู้ล่ะเธอสองคนต้องตามให้ได้ เพราะฉันจะเข้าดูหนังกับแฟนแล้ว แค่นี้นะ”
สุทธิดากดปิดโทรศัพท์ไปเลยด้วยความโมโห สหรัฐยิ้มๆ
“เพิ่งอารมณ์ดีเมื่อกี้นี้เอง ทำไมดูไม่ดีแล้วล่ะ”
“ก็นายพงษ์สิคะ จู่ๆก็หายไปเลยแถมดันเอารายงานกลุ่มไปด้วย พวกเราเลยกลัวไม่มีงานส่ง”
สหรัฐนึกๆ
“พงษ์...ใช่คนที่ตามๆดาในงานวันเกิดหรือเปล่า”
“ค่ะ...นายนั่นแหล่ะ กวนโมโหได้ตลอดเลย”
“ไม่ถูกกันเหรอ แต่เขาชอบดานี่”
สุทธิดาตกใจ
“พี่รัฐรู้ได้ไงคะ”
“ก็เขาบอกพี่เอง”
สุทธิดาหน้าเสีย
“เอ่อ...แต่ดาไม่ได้ชอบเขานะคะ เราเป็นแค่เพื่อนกัน ไม่มีทางมากกว่านี้ด้วย”
สหรัฐยิ้ม
“ไปเถอะหนังจะฉายแล้ว”
สหรัฐเดินไป สุทธิดามองเขาแล้วยิ่งนึกโมโหพงษ์
“บ้าจริง นี่กล้าไปประกาศกับพี่รัฐเหรอ”
สุทธิดาเดินตาสหรัฐไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิดใจ

พงษ์นั่งหงุดหงิดอยู่ภายในบ้าน บนโต๊ะมีหนังสือเรียนวางอยู่กับ Flash drive และโทรศัพท์วางทับอยู่ หน้าจอโทรศัพท์ขึ้นว่าแก้วโทรมาแต่เขาไม่รับ พอสัญญาณหายก็เห็นตัวหนังสือว่า 30 miss calls แล้วมีสายเข้ามาอีก แต่เขาก็ไม่รับอีก แพรวพราวเดินเข้าประตูมา
“อ้าวพงษ์ ทำไมวันนี้กลับเร็วละจ๊ะ”
“เลิกเรียนเร็วครับ”
แพรวพราวเห็นโทรศัพท์ดังเลยเดินไปดู
“ไม่รับโทรศัพท์เหรอลูก”
พงษ์กดปิดทันที
“เป็นอะไรล่ะ อารมณ์ไม่ดีเหรอ มีอะไรเราคุยกันได้นะ”
“อาแพรวครับ ผมไม่อยากเรียนครับ”
แพรวพราวตกใจ
“อะไรนะ ทำไม่พูดอย่างนี้”
“ก็ผมไม่เรียน ผมเบื่อเข้าใจไหมครับ”
“ไม่ได้นะ พงษ์ก็รู้นี่ว่าต่อเราต้องมาดูแลกิจการของพ่อกับแม่ที่เขาทิ้งไว้ให้ ถ้าไม่เรียนแล้วจะเอาความรู้ที่ไหนไปดูแล...เรื่องผู้หญิงใช่ไหม”
พงษ์เปลี่ยนเรื่อง
“ผมออกไปเที่ยวกับเพื่อนนะครับ คืนนี้คงกลับดึก”

พงษ์เดินออกไปไม่สนใจ แพรวพราวมองตามแล้วส่ายหน้าระอาใจ

มดดำกับดอมเลิกเรียนเดินออกมาจากโรงเรียนติวด้วยกัน ดอมยังอยู่ในชุดนักเรียนขาสั้น
“ที่จริงการที่ฉันเรียนติวซ้ำนี่ก็ดีนะ บางจุดที่ไม่เข้าใจก็เคลียร์เลย”
มดดำยิ้มรับเจื่อนๆ
“ฉันสิคะ แย่เลยตามไม่ทัน”
“ไม่ต้องห่วงนะมดดำ มีตรงไหนไม่เข้าใจบอก ฉันสอนเธอได้ทุกเรื่อง”
มดดำยิ้มดีใจ
“จริงนะคะ งั้นเรารีบกลับบ้านเถอะ ฉันอยากให้คุณช่วยสอนภาษาอังกฤษ”
“ทำไมต้องกลับบ้านล่ะ เราหาที่ติวตามร้านไอติมไหม ไม่เอาดีกว่า กินข้าวเถอะ ฉันหิว”
“คุณดอม...รับปากฉันแล้วนะว่าจะไม่เถลไถล”
“โห...เธอนี่ยิ่งกว่าพี่สาวฉันอีกนะ รู้ไหมถ้าเป็นพี่ดา เขาไม่สนใจฉันหรอก”
“ไม่เหมือนกันนี่คะ ฉันมีงานบ้านต้องกลับไปทำ”
“เอาน่า แค่ทานไอติมถ้วยเดียวเอง นะๆๆ”
มดดำถอนใจ
“ก็ได้ แต่อย่านานนะ”
“งั้นไปทานในห้างที่เราไปคราวที่แล้วละกัน”
“ห้างอีกแล้วเหรอ ไม่เอาหรอก เดี๋ยวเจอดีแบบคราวที่แล้วอีก อีกอย่างฉันว่ามันต้องแพงแน่ๆ”
“งั้นจะไปที่ไหนล่ะ”
มดดำอมยิ้ม ดอมมองสงสัย

เย็นนั้น มดดำนั่งทานอาหารกับดอมที่ร้านริมถนน เขามีท่าทางเซ็งจนเธอสังเกตได้
“คุณดอมทานไม่ได้ใช่ไหมคะ...ฉันขอโทษคุณคงไม่ชอบของพวกนี้ เหมือนกับที่ฉันก็ทานของแพงๆอย่างที่คุณกินไม่เป็น”
“ไม่ใช่อย่างงั้นหรอก”
มดดำงง
“อ้าว...แล้วทำไมคุณหน้าเป็นแบบนั้นล่ะ”
“ก็ฉันคิดว่าจะกินไอติมกับเธอในที่ๆมันบรรยากาศดีๆ”
“ตรงนี้ก็ดีกับฉันมากแล้วค่ะ”
ดอมมองไปรอบๆแล้วเผลอบ่น
“ไม่เห็นจะโรแมนติคเลย”
มดดำได้ยินไม่ถนัด
“คุณว่าอะไรนะ”
“เอ่อ...เปล่า กินต่อเถอะ”
มดดำกับดอมลงมือทานไอติมด้วยกัน

สหรัฐกับสุทธิดาเดินออกมาจากโรงหนังด้วยกัน
“เดี๋ยวเราไปหาอะไรอร่อยๆทานกันนะคะ”
ระหว่างนั้นสหรัฐก็หยิบโทรศัพท์มาเปิดเครื่องแล้วมีข้อความเข้า เขาอ่านแล้วก็ขำ
“ยิ้มอะไรคะพี่รัฐ สาวที่ไหนส่งมา ดาหึงนะ”
“คุณแม่พี่ ท่านบอกว่าให้พาน้องดาไปทานข้าวเย็นวันนี้ที่บ้าน”
สุทธิดารับปากทันที
“ได้สิคะ เดี๋ยวดาโทรบอกที่บ้านก่อนนะคะ”
สุทธิดาหยิบโทรศัพท์มาเปิดด้วย แล้วข้อความก็เข้ามา สุทธิดาอ่านแล้วหงุดหงิดทันทีจนสหรัฐสังเกตได้
“มีอะไรเหรอ”
สุทธิดาหยิบโทรศัพท์มาเปิดดู แล้วกดเปิดข้อความอ่าน
“เพื่อนดาบอกยังติดต่อพงษ์ไม่ได้เลย พวกนี้นี่ใช้ไม่ได้เลย”
“ดาไม่โทรเองล่ะ เผื่อเขาจะรับ”
“ไม่เอาหรอกค่ะ ดาไม่ชอบคนที่มาทำตัวเรียกร้องความสนใจแบบนี้ ดาโทรบอกที่บ้านเรื่องทานข้าวเย็นนี้ดีกว่า”
“ดาก็เลยจะยอมเสียงาน แล้วก็สอบตกทั้งกลุ่มงั้นเหรอ”
สุทธิดาอึ้งนิ่งคิดตาม
“ดา เวลาจะทำอะไรน่ะ ต้องคิดถึงผลที่ตามมาด้วยนะ อย่าคิดถึงแต่อารมณ์และความรู้สึกของตัวเองอย่างเดียว พี่ว่าดาจัดการเรื่องรายงานให้เสร็จแล้วค่อยจัดการเรื่องเย็นนี้ก็ได้นะ”
สุทธิดายิ้มประทับใจสหรัฐ
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ รู้ไหมพี่รัฐนี่น่ารักที่สุดในโลกเลย”
สหรัฐยิ้มให้ สุทธิดารีบกดโทรศัพท์หาพงษ์

แพรวพราวเดินเข้ามาหยิบโทรศัพท์ดูหน้าจอแล้วกดรับ...สุทธิดาพอได้ยินเสียงรับสายก็พูดทันที
“นี่พงษ์ ทำไมทำแบบนี้ ฉันไม่พอใจนะ”
“เอ่อ...หนูจ๋า พงษ์เค้าลืมโทรศัพท์ไว้บ้านน่ะ นี่เป็นอาของพงษ์เองจ๊ะ”
“อุ้ย!ขอโทษค่ะคุณอา หนูชื่อสุทธิดาเป็นเพื่อนของพงษ์ที่มหาลัยค่ะ คือพงษ์เขาเอา Flash Drive รายงานของกลุ่มไปพิมพ์ แต่พวกเราติดต่อเขาไม่ได้ กลัวว่าเขาจะไม่ได้พิมพ์ค่ะ”
“อ๋อ อาเห็นอยู่ พงษ์เค้าวางไว้ที่บ้านนี่แหละจ๊ะ”
สุทธิดาดีใจ
“เขาพิมพ์แล้วใช่ไหมคะ”
“เอ่อ...ที่อาเห็นน่ะมันยังไม่ได้พิมพ์นะ”
“แล้วเขาจะกลับเมื่อไหร่คะ”
“เอาอย่างนี้แล้วกัน อารู้ว่าหนูคงรีบ เดี๋ยวอาจะพิมพ์ไว้ให้แล้วหนูมารับที่บ้านได้ไหม”
“ขอบคุณค่ะ แล้วบ้านคุณอาอยู่แถวไหนค่ะ” สุทธิดาฟังๆ “ค่ะ...”
สุทธิดาวางสายแล้วยิ้มให้ สหรัฐพยักหน้า
“ไป...สารถีคนนี้พร้อมไปส่งทุกที่แล้ว”

ค่ำนั้น...แพรวพราวยืนหน้าเครื่องพิมพ์รอพิมพ์เอกสารเสร็จ เธอเอาเอกสารออกมาเรียงแล้วยืนดูยิ้มๆ
“เฮ้อ...หลานฉัน อยู่มหาลัยเพื่อนก็ช่วย อยู่บ้าน อาต้องช่วยอีก”
แพรวพราวเปิดเช็คทุกหน้าเพื่อความเรียบร้อยแล้วสะดุดตาที่หน้าหนึ่งด้านใน เธออ่าน
“รายชื่อคณะทำงาน สุทธิดา” แพรวพรรณตกใจ “เอ๊ะ...นี่มันนามสกุลคุณชาตินี่”

แพรวพราวยื่นรายงานที่พิมพ์เสร็จแล้วพร้อม Flash drive คืนให้ สุทธิดายกมือไหว้
“ขอบคุณคุณอามากเลยนะคะ อุตส่าห์ต้องมาพิมพ์ให้พวกหนู”
“ก็หลานของอาผิดนี่ อาขอโทษแทนนายพงษ์จริงๆนะ ตั้งแต่พ่อแม่เขาเสียอาก็เป็นคนเดียวที่ต้องดูแลเขา ไหนจะการงานที่พ่อแม่เขาทิ้งไว้อีก พงษ์เขาเลยออกจะเกเรนิดๆ”
สุทธิดาได้แต่ยิ้มไม่อยากออกความเห็น
“เอ้อ...หนูดาจ๊ะ อาขอถามอะไรอย่างสิ หนูรู้จักคุณชาติชายกับคุณกัลยาไหม”
“อ๋อ...ค่ะ คุณพ่อคุณแม่หนูเอง คุณอารู้จักเหรอคะ”
แพรวพราวอึ้งไปนิดแล้วก็รีบยิ้มกลบเกลื่อน
“เอ่อ...เปล่าหรอกจ้ะ อาเห็นนามสกุลหนูเลยนึกถึงสองนักธุรกิจชื่อดังนี่แหละ” แพราวพรรณมองไปที่สหรัฐ “แล้วคุณล่ะคะเป็นเอ่อ”
“เป็นแฟนหนูเองค่ะ พี่สหรัฐ”
“แฟนเหรอ...อืม...เหมาะสมกันดีนะ เป็นลูกเต้าเหล่าใครล่ะ”
สหรัฐยิ้มเรียบๆ
“ที่บ้านผมทำ...Jewelry by Pimphan ครับ”
แพรวพราวยิ้ม
“ลูกคุณพิมพ์พรรณละสิ”
สหรัฐแปลกใจ
“คุณอารู้จักหรือครับ”
“คุณแม่ของคุณเป็นเพื่อนสนิทคุณแม่หนูดา ในวงสังคมเขารู้กันหมด อาดีใจจังที่หลานของอาโชคดีได้รู้จักกับคุณทั้งสองคน”
สหรัฐกับสุทธิดายิ้มดีใจแต่แพรวพราวยิ้มเย็นให้กับเด็กทั้งสอง เมื่อสหรัฐขับรถออกไปจากบ้าน แพรวพราวยิ้มร้าย
“ทำไมโลกมันกลมอย่างนี้”

พิมพ์พรรณ เดินจูงสุทธิดาเข้ามาที่โต๊ะอาหาร สุทธิดาเดินตามมาด้วย
“เนี่ยวันนี้มีแต่ของโปรดของหนูทั้งนั้นเลยนะ”
พิมพ์พรรณส่งซิกให้สหรัฐตักกับข้าวให้สุทธิดา สหรัฐไม่เข้าใจ พิมพ์พรรณทำอีก สุทธิดาสังเกตเห็น สหรัฐก็ยังไม่เข้าใจอีก สุทธิดาบอกเองเลย
“กับข้าวค่ะพี่รัฐ”
สหรัฐตักกับข้าวให้ สุทธิดาพอใจ พิมพ์พรรณก็พอใจ
“ที่อาเชิญหนูดามาวันนี้ ก็เพราะอามีเรื่องจะปรึกษา”
สุทธิดาแปลกใจ
“กับหนูเหรอคะ”
“ใช่จ้ะ”
สหรัฐมองพิมพ์พรรณอย่างสงสัย
“เดี๋ยวนี้คุณแม่มีอะไรไม่ปรึกษาลูกชายแล้วเหรอครับ อย่างนี้ผมอิจฉาดานะครับ”
สุทธิดาขำ
“แม่ก็ว่าจะปรึกษาทั้งคู่แหล่ะ”
สหรัฐกับ สุทธิดาถามพร้อมกันทันที
“เรื่องอะไรครับ / คะ”
“ตารัฐ แม่อยากให้เราหมั้นหนูดาไว้ก่อน”
สหรัฐตกใจ
“อะไรนะครับ”

สุทธิดาก็อึ้งงงๆ

ติดตาม "กากับหงส์" ตอนที่ 9
มณีสวาท ตอนที่ 7
มณีสวาท ตอนที่ 7
สุรินทร์ลนลานหนีตาย รวบรวมกำลังผุดลุกขึ้นแล้ววิ่งวุ่นไขว่คว้าร่างผู้เป็นนายอย่างน่าเวทนาแต่ไม่มีใครเห็น หรือได้ยินใดๆ “นายผมอยู่นี่ นาย! อำนาจ ฉันอยู่นี่! อำนาจ!” ทุกคนมีท่าทางปกติ ยกเว้นไพศิษฐ์ที่หน้าเจื่อนเล็กน้อย ที่ผนังทุกจุดที่คลำดูยังคงปิดสนิท ไม่เขยื้อนขยับสักที่ “ไง? ข้องใจอะไรอีกมั้ย?” ชรายุแดกดัน สุบรรณบอกเสียงเข้มแต่เจือความเกรงใจ “ผมฝากขอโทษเจ้าอุรคาด้วย” ทุกคนทำท่าจะกลับสุรินทร์ตกใจตะโกนสุดเสียง “นาย อย่าเพิ่งไป” “เดี๋ยวครับท่าน”เหมือนไพศิษฐ์ได้ยินเสียงนั้น นาถสุดานิ่วหน้า “อะไรอีกคะคุณศิษฐ์” “ผมได้ยินเสียงแว่วๆ เหมือนคน...เรียก นาย” ไพศิษฐ์บอก อำนาจหน้าตื่น “สุรินทร์!”
กำลังโหลดความคิดเห็น...