xs
xsm
sm
md
lg

น้องเมีย ตอนที่ 25 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


น้องเมีย ตอนที่ 25 (อวสาน)

เอกภพห่มผ้าให้กับงามเนตร แล้วเดินมานั่งข้างๆแม่ที่นั่งอยู่ที่โซฟา

“คุณแม่กลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อนเถอะครับ”
ภัสสรมองงามเนตรอย่างเป็นห่วง
“แม่อยากเห็นหนูเนตรฟื้นขึ้นมาก่อน ขืนให้แม่กลับไปตอนนี้แม่ก็คงนอนไม่หลับหรอกลูก”
“คุณหมอบอกว่าฤทธิ์ยานอนหลับน่าจะหมดช่วงเช้าน่ะครับ ยังไงคืนนี้เนตรคงจะยังไม่ตื่นแน่ๆครับ กลับไปพักเถอะนะครับ เผื่อคุณแม่เกิดป่วยขึ้นมาอีกจะยุ่งนะครับ”
เอกภพพยักหน้าเรียกโจ้
“โจ้ เดี๋ยววานไปส่งคุณแม่ให้ทีนะ”
“ได้เลยเพื่อน”
นิดาช่วยพูด
“คุณแม่คะนิดาว่ากลับก่อนเถอะค่ะ ปล่อยให้ภพเค้าอยู่กับเนตรเถอะค่ะ”
ภัสสรพยักหน้า
“กลับก็ได้ ถ้าพรุ่งนี้หนูเนตรฟื้นแล้วโทรมาบอกแม่นะลูก แม่ไปล่ะนะ”
“ครับคุณแม่”
ชมเดินเข้ามาประคองภัสสรลุกขึ้น นิดาเข้ามาช่วย โจ้หันมาบอก
“ไปล่ะยังไงส่งข่าวฉันด้วยนะ เรื่องคุณแม่ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวฉันจัดการให้เอง”
ทุกคนเดินออกไป เอกภพนั่งเฝ้างามเนตรไม่ยอมห่างด้วยความรัก

รถตำรวจจอดด้านหน้าผับ มีการปิดกั้นพื้นที่ไว้ ตำรวจทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบเข้าจับกุมสมุนของเสี่ยที่ยังเหลือ และยึดของกลางทั้งหมดไว้ พนักงานผู้หญิงที่ตำรวจตรวจค้นจนหมดทยอยเดินออก
บัวที่ผ่านการตรวจค้นหอบกระเป๋าเสื้อผ้าเดินออกมาจากคลับน้ำตานองหน้า ไฟหน้าผับถูกปิดลงที่ละดวงๆจนหมด บัวยืนมองคลับเป็นครั้งสุดท้ายน้ำตาไหล
“อโหสิกรรมให้บัวด้วยนะคะเสี่ย...”
บัวยืนอย่างโดดเดี่ยว

เช้าวันใหม่...เอกภพนอนฟุบอยู่ที่เตียง จับมืองามเนตรไว้ตลอดเวลา งามเนตรลืมตาขึ้นมาเห็นคนที่นอนข้างๆคือเอกภพเนตรน้ำไหล ไม่คิดว่าจะมีวันที่ตัวเองและเอกภพจะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้อีก
“คุณภพ”
พยาบาลเข้ามาเห็น
“คนไข้ฟื้นแล้ว”
เอกภพสะดุ้งตื่น
“ขอวัดไข้ตอนเช้าหน่อยนะคะ”
งามเนตรมองพยาบาลยิ้มๆ พยาบาลเข้ามาเช็คอาการ
“เดี๋ยวสักครู่จะเอายาก่อนอาหารมาให้นะคะ...เดี๋ยวดิฉันจะแจ้งคุณหมอนะคะว่าคนไข้ฟื้นแล้ว”
พยาบาลออกไป เอกภพดีใจเข้ามากอดงามเนตร
“เนตรคุณปลอดภัยแล้วนะครับ...ทำไมคุณถึงไม่ยอมบอกผมว่าคุณท้อง”
“...คือ...ฉัน...”
“ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาผมคงไม่มีโอกาสได้รู้ว่าคุณกำลังท้องใช่ไหมเนตร คุณตั้งใจจะปิดผมไปตลอดเลยหรือไง...โชคดีที่ลูกของเราไม่เป็นอะไร ไม่งั้นผมคงไม่ให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิตแน่”
“เขาเป็นลูกของเนตรคนเดียวเท่านั้นค่ะ”
เอกภพคิดไม่ถึงว่าเธอจะพูดแบบนี้
“เนตร...คุณจะไม่ให้โอกาสผมเลยเหรอครับ ผมยอมรับความผิดทุกอย่างที่ผมทำไป คุณจะให้ผมทำยังไงผมก็ยอม ผมขออย่างเดียว...ขอให้คุณกับลูกอยู่กับผมแค่นั้นผมจะไม่ปล่อยให้คุณไปจากผมอีกแล้ว”
“คุณจะทำแบบนั้นได้ยังไง คุณอย่าลืมสิคะว่าคุณต้องดูแลมะเฟืองกับลูก”
“ผมจะดูแลมะเฟือง แต่ลูกของมะเฟืองผมคงไม่ต้องดูแลแล้วล่ะครับ”
“เกิดอะไรขึ้นกับลูกของมะเฟืองคะ”
“เนตร...มะเฟืองไม่ได้ท้อง มะเฟืองโกหกทุกคนว่าท้อง ทั้งหมดเป็นเรื่องที่มะเฟืองกับน้าวิภาจัดฉากขึ้นมา”
“แล้วตอนนี้มะเฟืองอยู่ที่อยู่ไหนคะ”
“มะเฟืองพักรักษาตัวอยู่ห้องข้างๆคุณนี่แหละครับ”
“มะเฟือง...มะเฟืองเป็นยังไงคะ มะเฟืองเป็นยังไงบ้าง”
“มะเฟืองก็ถูกยิงเหมือนกับคุณตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ แต่คุณหมอบอกว่า...อาจจะไม่สามารถเดินเองได้เพราะมะเฟืองโดนยิงตรงจุดสำคัญ”
งามเนตรร้องไห้อย่างเสียใจ
“ฉันจะไปหามะเฟือง...โอ๊ย...”
งามเนตรพยายามลุกแต่ลุกไม่ได้เจ็บแผล เอกภพเข้ามาจับให้นอนลงที่เตียงเหมือนเดิม
“อย่าเพิ่งไปตอนนี้เลยนะครับ...คุณเพิ่งผ่าตัดมา”
“ปล่อยฉัน...” งามเนตรปัดมือเอกภพออก “ฉันจะไปหามะเฟือง...ฉันจะไปหาน้องฉัน...”
พยาบาลถือถาดยาเข้ามาเห็นงามเนตรอาละวาดอยู่ รีบเข้ามาจับตัวไว้ เอกภพยืนมองเนตรด้วยความสงสารปล่อยให้พยาบาลปลอบ
“ใจเย็นๆนะคะ...”
งามเนตรร้องไห้ร้องหามะเฟือง

เอกภพเดินออกมา ขณะที่งามเนตรยังคร่ำครวญ
“มะเฟืองจะต้องหายใช่ไหมคะ...”
“คุณหมอช่วยเต็มที่แล้วค่ะ คุณต้องทำใจนะคะ โอกาสที่คนเจ็บจะกลับมาปกติเหมือนเดิมคงไม่มีค่ะ”
เอกภพปิดประตูลง ทรุดตัวลงนั่งที่น่าประตูเอกภพรู้ว่า ว่างามเนตรเสียใจมาก เขาหันมองไปทางในห้อง ได้ยินเสียงงามเนตรในห้องร้องไห้เจ็บปวดเสียใจ
“ทำไมต้องเป็นมะเฟืองด้วย...”

มะเฟืองพยายามขยับตัวที่จะลุก พยาบาลเอายามาให้เข้ามาเห็นพอดี
“คุณยังลุกไม่ได้นะคะ คุณต้องให้คนช่วยเพราะขาคุณไม่ปกติ”
มะเฟืองไม่สนใจฟัง พยายามบังคับขาให้ขยับแต่ขยับไม่ได้
“ทำไมขาฉันไม่มีความรู้สึกอะไรเลยล่ะ”
“คุณโดนยิงใกล้ไขสันหลังมาก ทำให้ระบบประสาทช่วงล่างไม่ทำงาน”
“ระบบประสาทช่วงล่างไม่ทำงาน นี่ฉันจะเดินไม่ได้เหรอ” มะเฟืองช็อค “ไม่จริง...ไม่จริง...”
“ตอนนี้คุณควรทำตามที่หมอสั่งก่อนนะคะ อย่าเพิ่งออกแรงนะคะ”
พยาบาลจัดการประคองมะเฟืองที่ยังอยู่ในอาการช้อคอึ้งเงียบไป พยาบาลจับขามะเฟืองขึ้นมาบนที่นอนในท่าปกติ เอาผ้าห่มให้
“อาการแบบนี้ต้องใจเย็นๆค่ะ ต้องใช้เวลาปรับตัวสักพักนะคะ”
มะเฟืองนั่งนิ่งอึ้งกับคำพูดที่พยาบาลบอก มะเฟืองนึกถึงพ่อที่หกล้มช่วยเหลือตัวเองไม่ได้....
ในอดีต...พ่อหันหลังให้ไม่หันมามอง
“พ่อ หูหนวกรึไง บอกให้เอาเงินมา”
มะเฟืองเข้าไปคว้าแขนพ่อ ปรากฏว่าพ่อกำลังยกแก้วชาร้อนขึ้นจิบ แรงกระชากทำให้แก้วหลุดมือ ชาร้อนหกรดขาพ่อ
“โอ๊ย ร้อนๆๆ”
ด้วยความตกใจพ่อดิ้นจนรถเข็นพลิกคว่ำ งามเนตรวิ่งเข้ามาหาพ่อที่กองอยู่ที่พื้น รถเข็นคว่ำอยู่ข้างๆมะเฟือง
“ทำบ้าอะไรของเธอน่ะ”
”ฉันเปล่านะ พ่อทำตัวเองต่างหากล่ะ ฉันไม่รู้เรื่อง” มะเฟืองโวยวาย

มะเฟืองคิดแล้ว พยายามจะขยับขาแต่ก็ไม่เป็นผล
“...นี่ฉันเป็นง่อย ..งั้นเหรอ..ไม่จริงอ่ะ...ไม่จริ๊งงงงงงงงงงง ออกไป ออกไป”
มะเฟืองโยนเขวี้ยงของไล่พยาบาลออกไป มะเฟืองกรีดร้องรับไม่ได้เหมือนคนเป็นบ้า
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ทำไม”
เอกภพเข้ามาเห็นมะเฟืองร้องไห้ที่รับสภาพตัวองไม่ได้
“คุณภพ.....ฉันเดินไม่ได้..มันไม่จริงใช่ไหมคะ..คุณต้องช่วยมะเฟืองนะอย่าทิ้งมะเฟืองนะ...อย่าทิ้งมะเฟืองกับลูกนะคะ”
“พอเถอะมะเฟือง ผมไม่อยากได้ยินเรื่องลูกอีก”
เอกภพไม่อยากที่จะพูด
“เป็นเพราะมะเฟืองกลายเป็นคนพิการแบบนี้ใช่ไหม คุณเลยจะทิ้งมะเฟืองกับลูก ใช่สิ...มะเฟืองเป็นแบบนี้คุณคงไม่อยากรับมะเฟืองเป็นเมียคุณสินะ”
เอกภพตัดสินใจพูดออกไป
“แค่ร่างกายคุณพิการผมยังรับได้ แต่อย่าทำให้ใจคุณต้องพิการไปด้วยเลย คุณโกหกเรื่องท้องกับผมทำไม”
มะเฟืองอึ้งไป ไม่คิดว่าเอกภพจะรู้เรื่องที่มะเฟืองหลอกลวง”
“มะเฟืองไม่ได้โกหก มะเฟืองท้องจริงๆ เด็กในท้องเป็นลูกคุณ เป็นเลือดเนื้อของคุณนะคะคุณภพ”
“หยุดโกหกสักทีมะเฟือง ทุกคนเขารู้เรื่องที่คุณกับน้าวิภาแต่งเรื่องท้องบ้าๆนี่หมดแล้ว อย่าลืม นี่มันโรงพยาบาล หมอรายงานผลแล้วว่าคุณไม่ได้ตั้งท้องเลย”
มะเฟืองช็อคอึ้งทำไรไม่ถูก
“มะเฟืองขอโทษ...ที่มะเฟืองทำไปเพราะมะเฟืองรักคุณจริงๆ มะเฟืองอยากอยู่กับคุณ”

ต่อ 25-1.1

“คุณไม่เคยรักใครนอกจากรักตัวเองหรอกมะเฟือง ถ้าคุณรักผมคุณจะไม่ทำแบบนี้กับผม สิ่งที่คุณทำมันไม่ใช่ความรักแต่มันเป็นการเอาชนะ การเอาชนะหัวใจคนอื่นรวมทั้งเนตรพี่สาวของคุณเอง เนตรเขาเสียสละให้คุณแค่ไหนคุณรู้บ้างไหม เสียสละตัวเองและ...”
พูดไม่ทันจบ มะเฟืองขัดขึ้น
“อะไรก็เนตรๆๆ เนตรดีทุกอย่าง...ฉันมันเลว นี่ไงคนเลวอย่างฉันก็เป็นแบบนี้แล้วไง” มะเฟืองทุบขาตัวเอง “ในเมื่อคุณก็ไม่อยากอยู่กับฉันอยู่แล้ว ก็ไปสิ ไปหามันสิ ไปอยู่กันให้มีความสุขเลยไป...ออกไป...”
เอกภพไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว เมื่อเห็นว่าเปลี่ยนความคิดของมะเฟืองไม่ได้เอกภพจึงตัดใจเดินออกมา ดาวเข้ามาเยี่ยมสวนกับเอกภพที่หุนหันออกไปดาวมองงงๆ
“อะไรวะจะทักทายเพื่อนเมียสักนิดก็ไม่มี”
มะเฟืองร้องไห้โฮ

“คุณเอกภพเขาไปแล้ว เขาไปจากฉันแล้ว...ฉันพิการ...แกเห็นไหม...ฉันเดินต่อไปไม่ได้อีกแล้ว...” มะเฟืองร้องไห้ทุบขาตัวเองที่ไม่มีความรู้สึกใดๆอย่างบ้าคลั่ง “ฉันเดินไม่ได้..อีกแล้ว”

ดาวตกใจกับสิ่งที่มะเฟืองบอก โผเข้ากอดด้วยความสงสาร
 

“นี่แกจะเดินไม่ได้อีกต่อไปเหรอ...มะเฟือง”
ทั้งคู่ร้องไห้อย่างเสียใจ

เอกภพเดินเข้ามาในบ้านด้วยความรู้สึกเสียใจ ที่ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดมะเฟืองได้ ภัสสรเดินมาคุยด้วย
“หนูเนตรฟื้นรึยังลูก”
“เนตรฟื้นแล้วครับแม่”
ภัสสรดีใจ
“แม่สวดมนต์ ขอให้พระคุ้มครองหนูเนตร คนดีอย่างหนูเนตรไม่น่าจะต้องมาเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้เลย แต่แม่เชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายก็ต้องปกปักรักษาหนูเนตรและลูกในท้องนะ แล้วใครอยู่เป็นเพื่อนหนูเนตรล่ะลูก”
“นิดามาอยู่เป็นเพื่อนครับ เนตรเขาไม่อยากเห็นหน้าผม ผมเลยต้องออกมาเพราะไม่อยากทำให้เนตรไม่สบายใจไปมากกว่านี้”
เอกภพเอนตัวซบกับไหล่แม่เพื่อหาที่พักพิง ภัสสรสงสารลูกเอามือลูบหัวด้วยความเข้าใจ ภัสสรนึกถึงมะเฟืองขึ้นมา
“แล้วอาการของมะเฟืองตอนนี้เป็นไงบ้าง ลูกได้ไปเยี่ยมบ้างไหม”
“ไปครับ ตอนนี้มะเฟืองรู้แล้วว่าตัวเองเดินไม่ได้”
“โถ...แบบนี้ไม่อาละวาดแย่เหรอลูก คนเคยทำอะไรต่ออะไรได้เองต้องมาอยู่นิ่งๆ เวรกรรมแท้ๆเลยที่ต้องมาเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้”
เอกภพรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวร้าย ที่เข้ามาทำลายชีวิตของงามเนตรและมะเฟือง
“บางทีเวรกรรมที่คุณแม่พูดถึง มันอาจจะเป็นตัวผมเองก็ได้นะครับ ที่เป็นต้นเหตุทำให้เนตรกับมะเฟืองต้องมาเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้ ทั้งๆที่ผมพยายามจะทำทุกอย่างตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับพ่อเนตร”
เอกภพคิดถึงคำที่พ่อเคยขอร้องเอกภพไว้ ในวันที่ขอแต่งงาน วันชัยหันไปพูดกับเอกภพด้วยน้ำเสียงวิงวอนขอร้อง
“ช่วยลูกสาวผมด้วยนะครับ...ใช้ความรักของคุณฉุดเนตรขึ้นมาจากความทุกข์โศก ทำให้เนตรเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก อย่างที่ผมเองก็ทำไม่ได้”
เอกภพกุมมือวันชัย พลางให้สัญญาอย่างหนักแน่
“ครับ ผมสัญญา...บางทีการแต่งงานครั้งนี้อาจจะทำเราทุกคนหลีกหนีจากเรื่องยุ่งๆได้”
“ผมก็หวังเช่นนั้นเหมือนกัน ถ้าลูกอยากเห็นพ่อมีความสุข แต่งงานกับคุณเอกภพนะลูก เพราะมันเป็นความสุขเดียวที่พ่ออยากเห็น”
“ค่ะพ่อ”
งามเนตรโผกอดพ่อทั้งน้ำตา สองพ่อลูกกอดกันร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งใจ

เอกภพน้ำตาตกกับคำสัญญาที่ให้ไว้กับวันชัย
“แค่ทำให้เนตรมีความสุขตามที่สัญญากับคุณพ่อเนตรไว้...ผมยังทำให้ไม่ได้เลย...ผมเสียใจจังเลยครับคุณแม่”
ภัสสรลูบหัวปลอบเอกภพ
“...ถ้าเสียใจเพราะทำทุกอย่างแล้วเขาปฏิเสธเราก็ต้องยอมรับ แต่ถ้าเสียใจเพราะแค่คิดเท่านั้น...แม่ว่ามันไม่มีประโยชน์หรอกลูก แม่เชื่อว่าสักวันหนูเนตรจะต้องมองเห็นความรักที่ลูกมีต่อเธอ เชื่อแม่สิ”
เอกภพคิดคำพูดของแม่ แล้วรู้สึกว่าตัวเองควรจะทำเพื่อตัวเองอีกสักครั้ง
“ขอบคุณครับแม่ที่ให้กำลังใจและเตือนสติผม...”
เอกภพกอดแม่ด้วยความอบอุ่นเหมือนเคย

ตำรวจมาหามะเฟืองขณะที่ดาวอยู่ด้วย เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง
“ฉลามตายแล้ว!!” ดาวร้องอย่างตกใจ
“ครับ...นายฉลามเสียชีวิตแล้วครับ”
มะเฟืองกับดาวอึ้งไป
“ผู้ตายโดนยิงคาดว่าน่าจะเกิดจากปัญหาขัดแย้งกันในเรื่องยาเสพติด ที่เรามาสอบปากคำคุณเพิ่มเติมก็เรื่องคดีของคุณวิภาน่ะครับ”
มะเฟืองตกใจ
“แม่...แม่ฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย”
“แม่คุณน่าจะมีส่วนเข้าไปพัวพันยาเสพติดด้วย”
มะเฟืองไม่เชื่อ
“ไม่จริง...แม่ฉันจะเข้าไปเกี่ยวได้ยังไงไม่จริง”
“คือแม่คุณถูกจับในขณะที่กำลังส่งยาไอซ์ให้ลูกค้า ตำรวจเข้ารวบตัวพร้อมของกลางคือกระเป๋าที่บรรจุยาไอซ์ไว้ภายในเต็มกระเป๋า”
มะเฟืองช็อค คิดไม่ถึงว่าตัวเองเป็นคนทำให้แม่ต้องโดนจับ
“แม่...”
“แล้วตอนนี้น้าวิภาอยู่ที่ไหน” วิภาถามร้อนใจ
“ตอนนี้ถูกขังกันไว้เป็นพยานห้ามเยี่ยมห้ามประกัน”
“แล้วต้องขังอีกนานมั๊ย”
“คงต้องใช้เวลาสักพัก จนกว่าทางตำรวจจะขยายผล และจับพวกที่เกี่ยวข้องได้ทั้ง
หมด ผมขอตัวก่อนนะครับ ขอบคุณมากครับ”
ตำรวจออกไป มะเฟืองเสียใจทำแม่เข้าคุก
“ทำไมเรื่องร้ายๆมันถึงต้องมาตกที่คนพิการแบบฉันด้วย..ทำไม....ฉันอยากตาย...ฮื่อๆ....ฉันอยากตาย”
มะเฟืองทุบตีขาตัวเองที่เดินไม่ได้ ดาวเข้ามาจับมือมะเฟืองไว้ พูดเตือนสติ
“เลิกทำอะไรบ้าๆแบบนี้ได้แล้วนะแก ฉันเข้าใจแกนะที่แกต้องมาเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้ แต่แกทุบตีขาตัวเองแบบนี้เห็นแล้วมันน่าสมเพชมากกว่า”
มะเฟืองสะอึกเมื่อดาวพูดอย่างนั้น
“ยิ่งแกอยู่ในสภาพแบบนี้ แกควรจะทำตัวให้มันดีกว่าที่เคยทำนะ ไม่มีใครที่จะทนอยู่กับคนพิการแล้วเจ้าอารมณ์อย่างแกไปได้ตลอดหรอกนะ”
มะเฟืองโกรธไล่ดาว
“ไม่อยากอยู่ก็ไม่ต้องอยู่ อกไปเลยนะแก ไม่ใช่เพื่อนฉันอีกต่อไปอีดาว ออกไป๊”
“ ไม่ต้องไล่หรอก ยังไงฉันก็ไปจากแกอยู่ดีฉันจะต้องกลับไปอยู่กับแม่ที่ใต้
เราคงไม่ได้เจอกันอีกนานเลยล่ะ มะเฟืองฉันรักแกนะ...ฉันไม่อยากให้แกเป็นแบบนี้เลย”
“ไปกันให้หมดเลย ไปจากชีวิตฉันให้หมด ออกไป ออกไป๊”
ดาวน้ำตาไหลสงสารมะเฟือง แต่ตัดใจออกไปจากห้อง
“ลาก่อนนะเพื่อน”
มะเฟืองนิ่งงันน้ำตาไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว มะเฟืองอยู่เพียงลำพังภายในห้องจมกับความคิดของตัวเอง

นิดาพางามเนตรมาดูมะเฟืองในห้อง งามเนตรเห็นน้องนอนหลับอยู่คนเดียวหันหลังอยู่ เธอเดินเข้าไปมองขาน้องที่ตอนนี้คงใช้การไม่ได้อย่างเห็นใจ
“จากนี้ไปเธอจะไม่เจออะไรที่ร้ายๆอีกแล้วนะมะเฟือง”
มะเนตรจับผมน้องเบาๆลูบหัวด้วยความรัก
“ พี่จะอยู่เคียงข้างคอยดูแลเธอเองนะมะเฟือง”
นิดาน้ำตาซึม งามเนตรเดินออกไป มะเฟืองลืมตาขึ้นอย่างรับรู้สิ่งที่เธอพูด เวลานี้เธอไม่เหลือใครอีกแล้ว มะเฟืองนอนเคว้งคว้างอยู่บนเตียงคนไข้เดียวดาย

เช้าวันใหม่...งามเนตรเข้ามาทำกายภาพบำบัด มีพยาบาลช่วยดูแล พยาบาลอีกคนพามะเฟืองเข้ามาทำกายภาพ
“มะเฟือง...” งามเนตรยิ้มดีใจ
มะเฟืองหันไปบอกพยาบาล
“คุณพยาบาล พาฉันออกไปที ฉันไม่อยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้”
“มะเฟืองเดี๋ยวก่อน พี่อยากเจอเธอนะ พี่อยากคุยกับเธอ ขอฉันคุยกับน้องหน่อยนะคะ”
พยาบาลเดินออกไป
“มีอะไรต้องคุยกันอีก เห็นสภาพฉันไหมว่าฉันเป็นยังไง เป็นคนพิการที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ยังไงหละ และไอ้ขาคู่นี้ของฉันมันก็เดินไม่ได้อีกต่อไปแล้ว”
งามเนตรสลดใจ
“แกไม่ควรช่วยฉันเลย แกควรจะปล่อยให้ฉันตายๆ ไปซะเลยยังดีกว่าให้ฉันมาตายทั้งเป็นอยู่แบบนี้”
“มะเฟืองจะต้องอยู่ อยู่เพื่อมีชีวิตที่สดใสอีกครั้งนะ มะเฟืองยังมีพี่ที่จะคอยอยู่เคียงข้างเธอ เราจะเริ่มกันใหม่นะ พี่จะหาบ้านสักหลังเราจะไปอยู่ด้วยกันสองพี่น้องนะ มะเฟือง”

ต่อ 25.2.1

“สองคนพี่น้องเหรอ แล้วคุณเอกภพล่ะจะเอายังไง ตอนนี้คุณภพเขารู้แล้วว่าฉันไม่ได้ท้อง เขาก็คงจะตามง้อพี่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้พี่กลับมา ส่วนฉันก็คงจะเป็นนังพิการเป็นหมาหัวเน่าของทุกคน แล้วฉันจะไปอยู่ส่วนไหนของชีวิตพวกพี่ล่ะ”
“พี่กับคุณภพเราคงไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้แล้วมะเฟือง พี่เลือกเธอนะเราจะไปอยู่ด้วยกัน ผู้ชายแค่คนเดียวอย่าให้ต้องมาทำลายความสัมพันธ์พี่น้องเลยนะ”
“แล้วทำไมตอนนั้นที่ฉันขอไม่ให้พี่แต่งงานกับคุณภพ พี่ไม่ทำล่ะ มาทำๆไมตอนนี้ทุกอย่างมันสายไปหมดแล้ว เลิกทำตัวเป็นคนดีสักทีได้แล้ว ยิ่งพี่เป็นคนดีมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งดูเป็นคนเลวมากเท่านั้น”
งามเนตรอึ้ง อยู่ดีก็หน้ามืดเวียนหัวจะอ๊วก พยาบาลรีบมาดูกันใหญ่ มะเฟืองตกใจพยาบาลมาพางามเนตรออกไป พยาบาลอีกคนเข้ามาหามะเฟือง
“เขาเป็นไรอะไรเหรอ”
“เขาท้องน่ะค่ะ”
“ท้อง” มะเฟืองตกใจ
“ใช่ค่ะ...แต่ตอนนี้ต้องดูแลเป็นพิเศษ คุณหมอกลัวลูกในท้องไม่ปลอดภัย เพราะรอดจากกระสุนปืนมาได้ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว”
มะเฟืองพูดอะไรไม่ออก ได้แต่อึ้ง

พยาบาลดูแลงามเนตรจากอาการเพิ่งแพ้ท้องเสร็จ เอกภพเดินถือช่อดอกไม้เข้ามา พยาบาลเลยออกไป
“เนตร”
“คุณภพ ฉันยังรู้สึกไม่ค่อยดี ขอตัวพักผ่อนละกันนะคะ”
“ทำไมคุณต้องหนีหน้าผมด้วยเนตร ทำไมเราไม่คุยกันเปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อกันออกมา...ผมรักคุณ เรากลับมาเหมือนเดิมได้ไหมเนตร กลับมาสร้างครอบครัวของเราอีกครั้งนะครับ...ผมขอร้อง”
งามเนตรน้ำตาไหล
“...ฉัน...ฉันทำไมได้”
เอกภพอึ้งไป ข่มความเสียใจ

“เพราะอะไรครับเนตร”

น้องเมีย ตอนที่ 25 อวสาน (ต่อ)

“เพราะถ้าฉันกลับไปเริ่มใหม่กับคุณ แล้วมะเฟืองล่ะคะมะเฟืองจะอยู่ได้ยังไง มะเฟืองจะทนได้เหรอที่เห็นคุณกับฉันอยู่ร่วมกัน แล้วฉันล่ะ ฉันก็ทนไม่ได้ที่ต้องเห็นคุณกับมะเฟืองอยู่ใกล้กัน ฉันรับไม่ได้หรอกคะที่จะอยู่ร่วมกันสามคนผัวเมีย อย่างลืมนะคะว่าคุณกับมะเฟืองมีอะไรเกินเลยกันแล้ว...เราคงเดินมาไกลเกินกว่าจะย้อนกลับไปตั้งต้นใหม่แล้วล่ะค่ะคุณภพ บางที...การที่ฉันสองคนออกไปจากชีวิตคุณมันอาจจะทำให้คุณมีความสุขกว่าเดิมก็ได้นะคะ”

“คุณจะไม่ให้โอกาสผมแก้ตัวเลยเหรอเนตร”
งามเนตรยิ้มๆ มองด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความรัก
“ ฉันขอโอกาสให้ฉันเป็นคนเลือกเถอะนะคะ...ที่เนตรบอกคุณไปทั้งหมดเนตรเลือกที่จะทำแบบนั้นจริงๆค่ะ”
เอกภพอึ้งไม่คิดว่างามเนตรจะพูดแบบนี้
พยาบาลพยุงมะเฟืองที่ท่าทางเพลียๆเศร้าๆ ลงนั่งที่เตียงเรียบร้อย พยาบาลเอารถเข็นเก็บแล้วออกไป มะเฟืองรู้สึกอื้ออึงเมื่อรู้ว่าเนตรช่วยชีวิตตัวเอง ทั้งที่รู้ว่าตัวเองกำลังท้อง เธอเหวี่ยงหมอนผ้าปูลงพื้น
“ทำไม ทำไมๆ”
กันตาเข้ามาในห้อง
“ช่างน่าสมเพชจริงๆ เนี่ยเหรอคนพิการที่น่าสงสารของคุณเนตร”
“ออกไปจากห้องฉันนะ...ออกไป”
“อุตส่าห์สร้างเรื่องโกหกว่าตัวเองท้อง กะจะตะครุบคุณภพให้อยู่หมัด...แต่ก็ไม่สำเร็จพี่สาวเธอก็ใจดีเกิน อุตส่าห์เสี่ยงชีวิตเข้าช่วยจนเกือบไม่รอดทั้งแม่ทั้งลูก แต่ก็ยื้อชีวิตให้เธอได้แค่ครึ่งตัว”
กันตายิ้มเหยียดๆ มะเฟืองไม่พอใจ
มะเฟืองโกรธจัด
“ออกไป...”
“จริงๆฉันรู้เรื่องเนตรท้องมาก่อนแล้ว แต่ฉันไม่อยากพูด เพราะฉันอยากดูน้ำหน้าพวกแกพี่น้องทะเลาะกัน”
“แกต้องการอะไร”
“ความต้องการของฉัน ก็เหมือนกับเธอนั่นแหละคุณเอกภพไง”
มะเฟืองโกรธ
“เธอโกหกเรื่องลูก หนำซ้ำตอนนี้ยังพิการอีก คิดเหรอว่าคุณภพเขาจะเลือกเธอ เธอควรจะอยู่ในที่ๆเธอควรอยู่มากกว่านะ อย่าทำตัวให้เป็นภาระกับใครอีกเลย”
ก่อนที่กันตาจะเดินออกไป หันกลับมาบอกกับมะเฟืองอย่างเหยียดๆ
“ถ้าเป็นฉัน ฉันจะเลือกไปจากทุกคนในตอนที่ฉันยังไม่แพ้ แต่คนไม่มี หัวใจอย่างเธอคงคิดไม่ได้สินะ”
กันตาออกไป มะเฟืองคิดกับพูดของกันตา เธอทั้งเสียใจ ทั้งแค้นน้ำตาไหลพรากไม่อาจเก็บความเจ็บปวดไว้ภายในได้อีกต่อไป ร้องไห้คร่ำครวญออกมา
“ฉันผิดมากใช่ไหม...”
งามเนตรยืนมองไปนอกระเบียง เอกภพนั่งจมอยู่กับความรู้สึก...
“คุณกลับไปเถอะค่ะคุณภพ”
“ผมจะไม่ไปไหนถ้าคุณไม่มีเหตุผลที่ดีกว่าข้ออ้างที่คุณพูดมา และผมเองก็ไม่เชื่อด้วยว่าถ้าคุณไปจากผมแล้วผมจะมีความสุข เพราะความสุขทั้งหมดของผมคือคุณกับลูก”
งามเนตรพยายามข่มความรู้สึกอ่อนแอไว้ภายใน ตัดใจพูดสิ่งที่ทำร้ายความรู้สึกเอกภพออกไป
“คุณแน่ใจได้ไงว่าเป็นลูกคุณ เด็กนี่อาจเป็นลูกมาวินก็ได้”
เอกภพช็อคกับสิ่งที่งามเนตรพูดออกมา กันตาเดินเข้ามาในห้องได้ยินสิ่งที่งามเนตรพูด
“คุณเคยเห็นฉันกับคุณมาวินกับตาตัวเองตั้งหลายครั้ง คุณจำไม่ได้เหรอคะ”
กันตาแปลกใจที่เนตรพูดแบบนี้ ลองพูดหยั่งเชิง
“ฉันผิดหวังในตัวคุณมากคุณเนตร เสียดายที่คุณภพรักคุณมาก แต่คุณกลับไม่เห็นค่าความรักที่คุณภพมีให้คุณเลย”
งามเนตรนิ่งไปไม่คิดว่ากันตาจะเข้ามา โจ้ถือของเข้ามาเยี่ยม ชะงักฟัง
“ในเมื่อคุณยอมรับมาเองว่าคุณกับคุณมาวินมีอะไรกัน ถ้าอย่างงั้นเด็กในท้องคุณก็คงเป็นลูกของคุณมาวินสินะ รู้แบบนนี้ฉันกับคุณภพจะได้สบายใจ คุณคงไม่ว่าอะไรถ้าฉันกับคุณภพจะคบกัน”
งามเนตรอึ้งไป คิดไม่ถึงว่าคนที่เธอเคยชื่นชมกลับกลายเป็นอีกคนที่หลงรักเอกภพ
“ฉันยินดีด้วยค่ะ ถ้าคุณสองคนรักกันจริงๆ”
กันตายิ้มเย้ยๆ
“ขอบคุณนะคะ”
กันตาเดินเข้ามาควงแขนเอกภพ โจ้เดินเข้ามาหากันตา
“ฉันไม่น่าพาเธอมารู้จักกับเพื่อนฉันเลย เธอใจร้ายมากกันตา”
“ทุกคนมีมุมที่ร้ายกาจอยู่ในตัวหมดนั่นแหละโจ้ ไม่ใช่แต่ฉัน...อยู่ที่ใครจะเปิดมันก่อนเท่านั้นเอง...จริงไหมคะคุณเนตร”
“แต่ถ้าบางคนมีแต่ส่วนร้ายในทุกๆมุม เราก็ดูไม่ออกเหมือนกันนะคะ...”
กันตาอึ้งที่งามเนตรตอบกลับแบบนี้
“คุณภพคะ...เนตรขอให้คุณมีความสุขนะคะ เชิญค่ะ”
งามเนตรพูดจบหันหลังให้ เอกภพเจ็บที่ใจเมื่อเห็นความเย็นชาที่เธอมอบให้
“เนตร...”
“ไปกันเถอะค่ะ”
กันตายิ้มใส่โจ้
“เธอไม่ใช่เพื่อนที่ฉันรู้จักอีกแล้วกันตา”
โจ้ตะโกนไล่ ด่ากันตา งามเนตรยืนน้ำตาไหลเสียใจที่ยังไงเอกภพก็มีผู้หญิงมารักตลอด

เอกภพเดินมาหยุดที่มุมหนึ่ง และบอกกันตา
“คุณไปซะเถอะ”
กันตามองงงๆ
“หมายความว่าไงคะ”
เอกภพมองกันตา ด้วยความไม่เข้าใจ
“ คุณทำแบบนี้เพื่ออะไร”
“เพื่อได้คุณมาเป็นของฉันไงคะ”
เอกภพได้ยินอึ้งไป บอกกันตาอย่างจริงใจ
“คุณคิดผิดแล้วล่ะครับ”
“ผิดยังไงคะ ตัวคุณเองก็ต้องการเดินออกมาจากคุณเนตรไม่ใช่เหรอคะ คุณน่าจะขอบใจฉันมากกว่า ที่ช่วยพาคุณออกมาจากคนรักที่คบชู้อย่างคุณเนตรน่ะ”
“นั่นมันเรื่องส่วนตัวของผม คุณไม่เกี่ยว”
“เกี่ยวสิคะ เพราะฉันรักคุณฉันพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างคุณ ที่ฉันพูดกับคุณเนตรไปทั้งหมดมันคือเรื่องจริง ฉันเลือกที่จะรักคุณโดยไม่ลังเลเลย เพราะฉันเชื่อว่าคุณคือคนที่ใช่สำหรับฉัน ฉันจะไม่ยอมผิดหวังกับความรักเหมือนครั้งที่แล้วเด็ดขาด”
สายตาของกันตามุ่งมั่นในคำตอบ เอกภพมองกันตาเสียดายความเป็นเพื่อน
“ถ้าคุณคิดแค่จะมองหาคนคนที่ ใช่ คุณเชื่อไหมว่า คุณหาได้เกือบชั่วชีวิตคุณ แต่คนที่จะตรงใจคุณจริงๆนั้นไม่มีหรอก นอกจากคุณจะหยุดความต้องการที่ไม่มีข้อสิ้นสุดของตัวคุณเองลง คุณก็จะเจอรักแท้ที่เขาพร้อมจะใช่ชีวิตร่วมกันกับคุณ แต่คนนั้นคงไม่ใช่ผมแน่ ขอบคุณสำหรับความรักความหวังดีที่คุณมีให้ผมนะครับ เราเป็นได้แค่คนรู้จัก ลาก่อนครับ”
กันตาอึ้งที่เอกภพเดินจากไปโดยไม่สนใจใดๆ

กันตาหงุดหงิดที่สถานการณ์กลายเป็นแบบนี้
“บ้าจริงอุตส่าห์เผยความในใจจนหมด ยอมทะเลาะกับเพื่อนอีก แล้วกลับได้รับคำตอบแบบนี้จากเอกภพอีก....นี่มันอะไรกันเนี่ย”
กันตาเดินชนเข้าอย่างจังกับคุณหมอหนุ่มรูปหล่อดูดี ทำเอากันตาเซถลาล้มไป
“เดินภาษาอะไรทำไมไม่ดูคนบ้าง”
มือของหมอหนุ่มยื่นมาตรงหน้า กันตาเงยหน้าขึ้นมอง
“ผมขอโทษนะครับ...ให้ผมช่วยนะครับ”
กันตาอึ้งไปอย่างประทับใจในความหล่อ
“ค่ะ...”
กันตายื่นมือให้หมอหนุ่มพยุงขึ้นมา
“ผมต้องขอโทษทีนะครับ ที่ไม่ทันได้มองพอดีมัวแต่คุยกับคนไข้น่ะครับ”
“เอ่อ..คุณทำงานที่นี่เหรอคะ”
“ครับ ผมเป็นหมอศัลกรรมอยู่ที่นี่ครับ”
กันตายิ้มหว่านเสน่ห์ให้กับหมอหนุ่มเต็มที่
นิดากับมาวินเข้ามาเยี่ยมงามเนตร พบโจ้นั่งอยู่ก่อนแล้ว
“คุณภพมามั้ย” นิดาหันไปถาม
“มา...แต่ออกไปกับกันตาแล้ว”
“ไปด้วยกันเงี๊ยะเหรอ แล้วเธอปล่อยไปได้ไงล่ะทำไมไม่ขวางไว้”
“ฉันทำให้เขาต้องไปเองแหละ ฉันไม่อยากให้คุณภพเขาต้องมาจมทุกข์กับฉันและมะเฟืองอีกแล้ว เขาควรจะมีความสุขสักที”
นิดาฟังอย่างสะเทือนใจ มาวินมองงามเนตรอย่างสงสาร
“แล้ว...เธอไม่รักคุณภพเหรอเนตร เธอตัดใจได้เหรอเนตร”
“ถ้ารักแล้วต้องทำให้น้องสาวฉันเป็นทุกข์อีก ฉันเลือกที่จะอยู่แบบนี้ดีกว่า ต่อให้ฉันรักคุณภพมากแค่ไหนฉันก็จะไม่กลับไปหาเขาหรอกนิดา”
“แล้วถ้าเปลี่ยนจากคุณภพเป็นผมล่ะครับ คุณจะรับรักผมได้ไหม”
มาวินถาม งามเนตรนิ่งไป
“ผมพร้อมที่จะดูแลคุณและมะเฟืองตลอดไป”
“ขอบคุณนะคะคุณมาวิน แต่เนตรคงไม่สามารถรักคุณหรือใครๆได้หรอกค่ะ เนตรขอให้คุณดูแลเนตรในฐานะเพื่อนได้ไหมคะ”
“ผมดีกับคุณทุกอย่างคุณยังไม่รับรักผมเลย...ถ้าคุณอยากให้ผมเป็นแค่เพื่อนงั้นผมก็ยินดีครับ…”
มาวินยอมรับกับสถานะที่งามเนตรมีให้ ด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณนะคะที่เข้าใจเนตร”
งามเนตรจับมือ นิดากับโจ้เดินเข้ามาใกล้
“งั้นฉัน 2 คน ขอเป็นลุงกับป้าก็แล้วกันนะ...แลดูจะเป็นญาติสนิทกว่าเพื่อนหน่อย”
งามเนตรยิ้มให้ทั้งสองคน บรรยากาศอบอวลเต็มไปด้วยความรักความห่วงใยจากเพื่อน
มะเฟืองพยายามเคลื่อนตัว เพื่อจะลุกเดินให้ได้ แต่เธอต้องพลัดตกเตียง มะเฟืองร้องไห้ด้วยความขมขื่น แต่มีใครคนหนึ่งเดินเข้ามายื่นมือมาประคองไว้ มะเฟืองเงยมอง
“นำโชค...”
นำโชคยิ้มให้แล้วประคองมะเฟืองขึ้นมานั่งที่รถเข็นที่วางอยู่ข้างๆเตียง มะเฟืองมองดูนำโชคที่ดีต่อเธอไม่เคยเปลี่ยนเลย
“เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่”
“ดาวโทรมาบอกฉัน....ฉันก็เลยรีบมา”
มะเฟืองรู้สึกต่ำต้อย
“รีบมาเพื่อจะสมน้ำหน้าฉันใช่ไหมล่ะ ถึงตาเธอแล้วนี่ฉันทำไม่ดีกับเธอไว้เยอะ ตอนนี้เธอจะเอาคืนก็ได้นะ ฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว”
นำโชคลงนั่งจับมือมะเฟือง
“เธอยังเหลือฉันไง...เธอต้องสู้นะมะเฟือง”
มะเฟืองดึงมือออก

“ฉันจะสู้เพื่ออะไร เธอไม่เห็นหรือไงว่าฉันเป็นง่อยต้องนั่งรถเข็นอยู่แบบนี้ฉันจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง”

มะเฟืองเกรี้ยวกราด

“ทำไมพ่อเธอถึงทำได้ล่ะ เธอก็เคยเห็นไม่ใช่เหรอว่าพ่อใช้ชีวิตอยู่ได้ยังไง แค่ความรักความเข้าใจ
จากใครสักคนมันก็ทำให้คนที่หมดหวังมีกำลังใจจะสู้ต่อ เธอรู้ไหมว่ากำลังใจของพ่อเธอคืออะไร”
มะเฟืองนิ่งไม่มีคำตอบ
“คือเธอไง...พ่ออยากให้เธอเป็นคนดี...เธอทำเพื่อพ่อสักครั้งได้ไหม”
มะเฟืองน้ำตาไหล
“นำโชคช่วยพาฉันไปที่ๆนึงได้ไหม”
นำโชคพยักหน้ารับ

นำโชคเข็นรถนำโชคอุ้มลง มะเฟืองก้มลงกราบที่หน้าโกศเก็บกระดูกของพ่อ มะเฟืองมองดูรูปพ่อที่หน้าโกศน้ำตาไหล
“พ่อจ๋า...วันนี้หนูได้รับกรรมกับสิ่งที่เคยทำไม่ดีกับพ่อแล้ว....มะเฟืองขอโทษนะพ่อที่ไม่เคยเป็นลูกที่ดีให้พ่อได้เห็นเมื่อตอนที่พ่อยังมีชีวิตอยู่...”
มะเฟืองน้ำตาไหล
“ถ้าชาติหน้ามีจริงมะเฟืองขอเกิดเป็นลูกพ่ออีกนะจ๊ะ มะเฟืองจะเป็นลูกที่ดีจะไม่ทำให้พ่อต้องเสียน้ำตากับลูกคนนี้อีกเลย...หนูรักพ่อนะ”
มะเฟืองกราบพ่อ นำโชคมองดูมะเฟืองด้วยความตื้นตันใจที่เห็นมุมสงบของมะเฟือง
นำโชคพามะเฟืองมานั่งรถเข็นมาที่ริมแม่น้ำใต้สะพาน ซึ่งมองเห็นไฟสวยงาม
“เธอชอบที่นี่ไหม”
นำโชคชวนคุย มะเฟืองยิ้ม
“อืม...แปลกนะเมื่อก่อนฉันผ่านไปผ่านมาแถวนี้ออกบ่อย แต่ฉันไม่เคยเห็นความสวยของมันเลยสักนิด”
“มันคงอยู่ใกล้เธอเกินไปมั๊ง”
นำโชคพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไป มะเฟืองคิดที่นำโชคพูดแล้วรู้สึกได้ว่าเธอเองก็มองข้ามนำโชคไป
“นำโชค...ฉันขอโทษนะ”
นำโชคทั้งแปลกใจและงง
“เรื่องอะไรเหรอ”
“ทุกเรื่องที่ฉันทำไม่ดีกับเธอน่ะ”
“ฉันไม่เคยโกรธเธอเลยนะมะเฟือง”
“ยิ่งเธอดีกับฉันมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งละอายใจมากขึ้นทุกที ตอนนี้ฉันมันก็เป็นแค่คนพิการคนหนึ่ง แต่เธอสิเรียนจบมีงานมีการทำแล้ว ฉันกลายเป็นคนไม่มีค่าสำหรับใครเลย”
นำโชคมองมะเฟืองจริงจัง
“แต่เธอมีค่าสำหรับฉันนะมะเฟือง”
นำโชคหักที่ดึงกระป๋องของน้ำอัดลมมาเป็นแหวน สวมให้มะเฟืองแทนแหวน มะเฟืองอึ้งกับความรู้สึกตัวเองที่ดีใจจนน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“ฉันอยากให้เธอลืมอดีตที่ไม่ดีที่ผ่านมาให้หมดแล้ว ฉันจะเป็นปัจจุบันและอนาคตให้เธอเอง”
“ฉันสัญญาจะดูแลเธอไปตลอดชีวิต...จะรับนายนำโชคคนนี้ ให้เป็นคนดูแลไหมครับคุณมะเฟือง”
มะเฟืองอึ้งมองดูนำโชคที่ตอนนี้ดูเป็นผู้ชายที่มีแต่ความอบอุ่น มะเฟืองยิ้มทั้งน้ำตา นำโชคโผเข้ากอดมะเฟืองแทนคำตอบทั้งหมด
งามเนตรอาการค่อยยังชั่วดูแลตัวเองได้แล้ว กำลังเตรียมตัวกลับบ้าน นิดาช่วยงามเนตรเก็บของไปนึกขึ้นได้เลยถาม
“นี่เนตรเธอคิดดีแล้วเหรอที่จะพามะเฟืองไปอยู่ด้วยน่ะ มะเฟืองจะเป็นภาระกับเธอเปล่าๆนะ แล้วอีกอย่างมะเฟืองก็เกลียดเธออย่างกับอะไรดี ความจริงก็มีสถานพยาบาลที่เขารับดูแลผู้ป่วยแบบนี้อยู่หลายที่นะ”
“มะเฟืองเป็นน้องของฉัน เรามีกันแค่สองคนพี่น้องเท่านั้นนะนิดา จะให้ฉันทิ้งน้องไปแบบนั้นฉันทำไม่ได้หรอก”
“แหม...ก็ฉันเป็นห่วงเธอนี่นา”
“ขอบใจจ้ะ...งั้นถ้าเธอเป็นห่วงฉันก็คงต้องมาหาฉันบ่อยๆแล้วล่ะ”
พยาบาลเดินเข้ามาในห้อง พร้อมจดหมาย
“น้องสาวคุณฝากจดหมายนี่ไว้ให้คุณค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ”
งามเนตรเปิดจดหมายออกอ่าน
“พี่เนตร ฉันขอโทษที่ต้องบอกลาทางจดหมายฉันขอให้พี่มีความสุขกับครอบครัวของพี่นะ ไม่ต้องห่วงฉัน ฉันจะไปอยู่ในที่ๆฉันควรอยู่ ฉันไม่อยากทำให้พี่ต้องลำบากใจเพราะฉันอีก เท่าที่ผ่านมาฉันทำไม่ดีกับพี่ไว้เยอะยกโทษให้ฉันด้วยนะ มีความสุขมากๆนะพี่สาว...มะเฟือง”
งามเนตรช็อคนิ่งไป
“เกิดอะไรขึ้นเหรอเนตร”
“มะเฟือง...ไปแล้ว”
นิดาตกใจ
“...ห๊า.....ไปไหน...กับใคร”
“ฉันไม่รู้...”
ทั้งงามเนตรและนิดาพากันกังวล
นำโชคพามะเฟืองเข้ามาที่บ้านพักของเขาซึ่งอยู่ริมน้ำ บรรยากาศเงียบ สงบมะเฟืองมองดูรอบๆสบายใจ
“เธออยู่ได้ไหม”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ...ในเมื่อมีเธออยู่กับฉันทั้งคนอยู่ที่ไหน ฉันก็อยู่ได้ทั้งนั้นแหละ”
นำโชคดีใจที่เห็นมะเฟือง กลับกลายเป็นคนใหม่ที่น่ารัก มะเฟืองเหม่อมองไปนอกบ้านด้วยความรู้สึกปลอดโปร่ง เป็นสุขใจอย่างบอกถูก
“เป็นเพราะความอยากได้อยากมีของฉันคนเดียว ที่ทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ของฉันต้องเป็นทุกข์แบบนี้”
“แต่มันก็ผ่านช่วงเลวร้ายนั่นมาแล้วนะมะเฟือง อย่าเก็บเอามาเป็นทุกข์สิ เราย้อนกลับไปแก้อะไรไม่ได้แล้ว เราก็ควรจำมันไว้เป็นบทเรียนไม่ดีกว่าเหรอ”
นำโชคยิ้มให้กำลังใจมะเฟือง
“มันเป็นบทเรียนที่มีราคาแพงมากจริงๆ”
มะเฟืองมองเหม่ออย่างเศร้าใจ นำโชคให้กำลังใจอยู่ข้างๆ

เอกภพนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ มาวินเดินเข้ามาหา
“คุณมาวิน มีธุระอะไรเหรอครับ”
“ก็แค่อยากมาดูให้เห็นกับตาว่า คุณใช้ชีวิตต่อไปได้ยังไง ทั้งที่ทุกอย่างมันยังไม่จบ”
“อะไรที่คุณว่า ยังไม่จบครับ...ถ้าเป็นเรื่องของเนตรล่ะก็ผมยอมจบแล้วล่ะครับ”
“ยอม....ยอมทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลยงั้นเหรอครับ”
“คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่คุณมาวิน ในเมื่อเนตรเลือกที่อยู่กับคุณ ผมก็ยอมรับแล้วไงครับคุณชนะคุณได้ทุกอย่างตามที่คุณอยากได้แล้ว เรื่องมันก็ควรจะจบสักที”
“มันจะจบได้ยังไง ในเมื่อผมไม่มีทางได้หัวใจเนตรมา”
“หมายความว่าไง”
“เนตรต้องการที่จะดูแลตัวเองกับลูก และดูแลมะเฟืองเองโดยไม่พึ่งพาใครแม้แต่ผม”
“คุณต้องการให้ผมพูดกับเนตรให้ใช่ไหม”
“ใช่...ผมต้องการให้คุณพูดกับเนตร แต่ไม่ใช่เพื่อผม เพื่อตัวคุณเองมากกว่า...ผมสู้เพื่อให้เนตรมาแต่เนตรเขาไม่ได้รักผมเลย ไม่เคยคิดที่จะรักด้วยซ้ำ คนที่เนตรรักก็คือคุณคนเดียวเท่านั้น ถ้าคุณยังรักเนตรอยู่ทำไมคุณไม่ลองทำอะไรสักอย่างเพื่อดึงเนตรไว้กับคุณ จะปล่อยเนตรจากไปแบบนี้น่ะเหรอ คุณไม่คิดที่จะต่อสู้เลยรึไง”
เอกภพฟังด้วยความเจ็บปวด
“จะให้ผมสู้เพื่ออะไร ในเมื่อเนตรบอกกับผมว่าเด็กในท้องเป็นลูกคุณ”
มาวินตกใจ
“ผมบอกอย่างลูกผู้ชาย...เนตรกับผมไม่ได้มีอะไรกัน ที่เนตรบอกกับคุณว่าท้องกับผมมันเป็นแค่ข้ออ้างที่จะทำให้คุณตัดใจไปจากเนตรได้ง่ายขึ้นต่างหากล่ะ บางครั้งผมก็ไม่เข้าใจเนตรเหมือนกัน ทั้งที่เนตรรักคุณมาก แต่ทำไมต้องปฏิเสธใจตัวเองเพื่อคนอื่น”
เอกภพฟังแล้วอึ้งไปกับสิ่งที่งามเนตรทำ เอกภพชื่นชมความรักของงามเนตรด้วยรอยยิ้ม
“เพราะเนตรไม่ได้รักแต่ตัวเอง เนตรมีความรักให้กับทุกคนที่อยู่รอบตัวเขาและทุกคนที่อยู่รอบตัวผม ความรักของเนตรเป็นสิ่งที่สวยงาม จนผมไม่อยากกลับเข้าไปเป็นตัวทำลายความรักที่เนตรมีต่อมะเฟืองอีก ผมไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัว ผมยอมที่จะไม่สู้ดีกว่า”
เอกภพเครียด มาวินพยายามที่จะเข้าใจ กันตายิ้มแย้มเข้ามาหาเอกภพ มาวินหันมาเห็น
“ถ้าคุณไม่สู้ตามเหตุผลที่คุณพูดมาผมพอจะเข้าใจได้ แต่ถ้าคุณไม่สู้เพราะคุณมีคุณกันตารออยู่...ผมจะเสียใจมาก”
มาวินพูดแล้วเดินออกไป เอกภพนิ่งอึ้งกับคำพูดของเขา

กันตาเดินมานั่งที่เก้าอี้ตรงหน้าเอกภพ
“คุณมาวินมาทำไมเหรอคะ”
“าคุยธุระน่ะครับ ว่าแต่คุณมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ”
กันตามองยิ้มๆ
“ทำไมเราดูห่างเหินกันจังล่ะคะ คุณยังโกรธฉันอยู่ใช่ไหมคะ”
เอกภพไม่อยากพูด
“คือผมมีงานต้องทำอีกเยอะน่ะครับ ถ้าคุณจะคุยเรื่องโปรเจคบ้านของคุณตอนนี้ ผมให้โจ้ดูแลแทนทั้งหมดแล้วเดี๋ยวผมเรียกโจ้ให้แล้วกัน”
เอกภพกดโทรศัพท์ภายในเรียกโจ้
“โจ้เชิญที่ห้องผมหน่อย”
กันตามองเอกภพที่นั่งเครียดก้มหน้านิ่งอยู่ กันตาเอื้อมมือจับมือเอกภพที่วางอยู่บนโต๊ะ
“ฉันยอมแพ้คุณค่ะ...ฉันขอโทษที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณเข้าใจคุณเนตรผิดเกี่ยวกับมาวิน”
เอกภพอึ้งๆ กันตาเปิดกระเป๋าถือหยิบซองเอกสารเล็กๆขึ้นมาแล้วส่งซองที่ใส่ภาพถ่าย ให้เอกภพ
“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะภพ”
โจ้เข้ามาเห็นกันตาอยู่กับเอกภพ มองมือกันตาที่จับมือเอกภพแล้วเดินเข้ามาอย่างไม่พอใจ

“กันตา...เธอรู้ตัวไหมว่าเธอทำให้ใครๆเขาต้องผิดใจกัน ทำให้ครอบครัวเขาต้องแตกแยกไปคนละทางสองทาง เธอทำเพื่ออะไร”

น้องเมีย ตอนที่ 25 อวสาน


“ฉันเป็นแค่บททดสอบบทหนึ่งของความรัก ของคุณภพกับคุณเนตรเท่านั้นเองแหละ คุณภพผ่านบททดสอบของคนรอบข้างไปหมดแล้ว จะเหลือก็แต่ตัวของคุณเอง เท่านั้นแหละ”

กันตาพูดทิ้งไว้ หันมาหาโจ้แล้วบ๊ายบาย
“บาย...เพื่อนรัก...จะไม่ส่งเพื่อนคนนี้หน่อยเหรอ”
กันตายิ้มให้โจ้ แล้วเดินออกไป เอกภพยักหน้าให้ โจ้เดินออกตามกันตาไป เอกภพดูภาพถ่ายที่อยู่ในซองเป็นภาพที่ร้านอาหารมีงามเนตร มาวิน และนิดานั่งอยู่ด้วยกัน เอกภพนึกถึงภาพที่กันตาเอาให้ดูก่อนหน้านี้ เป็นภาพในมือถือที่ภาพมาแค่งามเนตรกับมาวินเท่านั้น
เอกภพมองที่ภาพแล้วอึ้งกับความรู้สึกในครั้งนั้น ที่ตัวเองเชื่อทุกคำพูดของกันตาโดยไม่เคยคิดถามความจริงจากงามเนตรเลย เขามองเห็นข้อความที่เขียนไว้ที่ภาพ
“สิ่งที่ยากที่สุดของความรัก คือ การเชื่อใจ”
เอกภพน้ำตาซึมอย่างรู้สึกผิด เพราะที่ผ่านมาตัวเองมีแต่คำว่ารักที่ให้กับงามเนตร แต่ไม่เคยมีความเชื่อใจในความรักนั้นเลย
“เนตร....ผม...ผิดที่ไม่เคยเชื่อใจคุณ...ผมขอโทษ...”
เอกภพน้ำตาไหลเสียใจกับการกระทำงานของตัวเอง
เอกภพเข้ามาหางามเนตรในห้อง แต่เป็นห้องที่ว่างเปล่าเอกภพแปลกใจ พยาบาลเดินออกมาจากห้องข้างๆที่เคยเป็นห้องมะเฟือง
“ขอโทษนะครับ...คนไข้ที่อยู่ห้องนี้ย้ายไปไหนเหรอครับ”
“คนไข้กลับบ้านไปแล้วค่ะ”
เอกภพนิ่งอึ้งไป นึกได้ถามหามะเฟือง
“แล้วคนไข้ที่อยู่ห้องนั้นล่ะครับ”
“ก็ออกไปแล้วเหมือนกันค่ะ”
เอกภพเศร้าเสียใจที่มาช้าไป เอกภพนึกขึ้นได้หยิบมือถือมากดโทรหานิดา
“นิดาเหรอครับ...คุณอยู่กับเนตรใช่ไหมครับ...”
เอกภพรอฟัง
งามเนตรนั่งร้องไห้หน้าที่เก็บกระดูกของพ่อ นิดาอยู่ด้านหลังไม่ไกลนัก
“พ่อจ๋า...ตอนนี้มะเฟืองไปจากเนตรแล้ว เนตรไม่รู้ว่าจะไปตามมะเฟืองที่ไหน พ่อฝากให้ดูแลน้องแต่เนตรก็ทำไม่ได้ เนตรเสียใจค่ะพ่อ”
เอกภพเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลัง
“คุณทำดีที่สุดแล้วนะเนตร พ่อคุณคงเข้าใจ”
งามเนตรตกใจ
“คุณภพ...คุณมาที่นี่ได้ยังไง”
เอกภพนิ่งไป งามเนตรหันไปมองที่นิดาที่ทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมยกมือบ๊ายบายแล้วรีบหลบไป งามเนตรจึงเข้าใจได้
“นิดาบอกคุณเหรอคะ”
“เอ่อ...คือ...”
งามเนตรจะเดินหนีไป เอกภพดึงไว้ แล้วนั่งคุกเข่า
“จะให้ผมทำยังไงคุณถึงจะกลับมา...ผมยินดีทำทุกทาง ผมขอร้องนะเนตร”
“จะให้ฉันกลับไปหาคุณเพื่ออะไรคะ ฉันบอกคุณไปแล้วไงว่าเด็กในท้องอาจไม่ใช่ลูกของคุณ”
“คุณมาวินเล่าความจริงให้ผมฟังหมดแล้ว อย่าหนีผมแบบนี้เลยนะ”
งามเนตรอึ้งไป
“แต่ถึงยังไง ฉันก็กลับไปใช้ชีวิตร่วมกับคุณไม่ได้”
“เพราะมะเฟืองใช่ไหม”
งามเนตรไม่อยากพูด แต่เอกภพต้องการคำอธิบาย
“ผมรู้ว่าคุณยังรักผม แต่ที่คุณไม่กลับมาเพราะมะเฟืองใช่ไหม”
“ใช่ เพราะฉันยังทำใจไม่ได้ที่คุณมีอะไรกับมะเฟือง และมะเฟืองเองก็รักและต้องการคุณมากเหมือนกัน ฉันไม่รู้ว่าจะต้องจัดการยังไงกับความรู้สึกที่มันติดอยู่ในใจให้มันหมดไปซะที ทางที่ดีเราต่างคนต่างเดินเถอะค่ะ มันเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วสำหรับฉัน”
เอกภพอึ้ง งามเนตรเดินจากไป

ค่ำคืนนั้น...นิดานั่งหน้าจ๋อยอยู่ที่โต๊ะ งามเนตรนั่งหน้านิ่งไม่พูดไม่จา
“ฉันขอโทษ ที่ฉันบอกคุณภพว่าเธออยู่ที่ไหน ก็เพราะฉันสงสารคุณภพ”
“แล้วเธอไม่สงสารฉันหรือไง”
“ก็เพราะสงสารไง...ฉันเลยต้องบอกคุณภพ”
งามเนตรหันมองหน้านิดา
“เธอไม่ใช่ตัวคนเดียวนะเนตร เธอต้องคิดเผื่อลูกที่กำลังจะออกมาด้วยสิ ลูกเธอยังไงก็ยังต้องการพ่ออยู่ดี เปิดใจให้กว้างหน่อยสิเพื่อน”
“ฉัน...ฉันทำไม่ได้”
“เนตรเคยได้ยินคำพูดนี้ไหม...เมื่อตอนเริ่มรักกันใหม่ๆ จงเปิดตาทั้งสองให้กว้าง มองให้ออกทั้งข้อดี ข้อเสียของเขา เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจร่วมชีวิตกัน และเมื่อตัดสินใจไปแล้วจงปิดตาไปเสียข้างหนึ่ง พยายามมองข้ามข้อเสียของเขาไป จะได้ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุข...ฉันว่าเธอทำได้นะเนตร...”
นิดาโอบเพื่อนด้วยความรักและหวังดี

เช้าวันใหม่...
นำโชคช่วยมะเฟืองฝึกเดิน มะเฟืองล้ม นำโชคช่วยประคองไว้หน้าสองคนใกล้กันมองตากันอย่าง ก่อตัวเป็นความรัก มะเฟืองเขินหลบตา มันเป็นความรู้สึกรักครั้งแรกของมะเฟืองที่อยู่กับนำโชคแล้วหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะแบบนี้ มะเฟืองยิ้มดีใจที่เกิดความรู้สึกแบบนี้กับนำโชค
งามเนตรเดินมานั่งรออยู่ที่หน้าห้องตรวจครรภ์ เอกภพตามมานั่งอยู่แถวหลังแอบดูด้วยความเป็นห่วง เมื่อเธอเดินเข้าห้องตรวจ เขารีบหลบเพราะกลัวว่าเธอจะเห็น เอกภพแอบยืนมองดูงามเนตรอยู่ไกลๆอย่างเศร้าๆ
มะเฟืองนั่งอ่านหนังสืออยู่มุมหนึ่ง นำโชคเพิ่งเลิกจากงานกลับเข้าบ้านมาเดินเข้ามาหา
“ทำไมวันนี้ปิดคลินิกเร็วจัง”
“วันนี้มีแต่เจ้าของมารับสุนัขที่รักษาไว้กลับบ้านกันหมดเลยแปลกจัง แต่ก็ดีฉันเลยได้กลับมาอยู่กับเธอไง”
“ฉันอยู่คนเดียวได้ ชินแล้วล่ะ”
นำโชคเข้ามานั่งใกล้ๆ
“มะเฟือง วันนี้ฉันไปเยี่ยมน้าวิภาที่เรือนจำมาด้วยนะ”
“จริงเหรอ แม่เป็นไงบ้าง”
“น้าวิภาสบายดี ถามถึงเธอด้วยเธอด้วยฉันเลยบอกน้าวิภาไปว่า เธอไม่ค่อยสบายไว้หายดีฉันจะพาเธอไปเยี่ยม น้าวิภาดีใจใหญ่เลย ไว้ฉันจะพาเธอไปเยี่ยมแม่นะ”
มะเฟืองยิ้มเศร้าๆ
“แต่ฉันไม่อยากให้แม่เห็นฉันในสภาพนี้น่ะสิ”
“งั้นเธอก็ต้องพยายามทำกายภาพให้ร่างกายแข็งแรงเร็วๆสิ ถ้าเธอแข็งแรงเมื่อไหร่ไม่ว่าจะไปขึ้นเหนือล่องใต้ฉันจะพาเธอไปทุกที่เลย”
มะเฟืองยิ้มขำๆนำโชค
“เออ...จริงสิพรุ่งนี้เป็นวันเกิดเธอแล้วนี่นา เธออยากไปไหนไหม ฉันจะพาไป ฉันยอมเป็นทาสเธอทั้งวันเลยตกลงไหม”
“จะให้ฉันไปในสภาพนี้น่ะเหรอนำโชค ขอฉันอยู่ที่บ้านดีกว่านะ”
นำโชคอึ้งไป
“ความจริงฉันไม่ควรเกิดมาด้วยซ้ำ เพราะตั้งแต่เกิดมาฉันก็ไม่เคยคิดดีทำดีเลย มันก็เป็นแค่วันเกิด ไม่ได้มีความหมายความสำคัญสักหน่อยจริงไหม”
มะเฟืองฝืนยิ้มให้ นำโชคมองอย่างสงสาร
มะเฟืองนั่งอยู่ในรถเข็นกำลังใส่บาตรพระที่เดินมาบิณฑบาตด้วยความสงบเรียบร้อยมี นำโชคคอย
ช่วยหยิบของให้ เมื่อพระเดินลับไป งามเนตรเดินเข้ามากับนิดา นำโชคหันมาเห็นพยักหน้าให้
“เดี๋ยวเราเอาของไปเก็บก่อนนะมะเฟือง รอเราแป๊บนะ”
นำโชคยกของออกไป นิดารีบเลี่ยงออกไปช่วยนำโชคยกของ งามเนตรเดินเข้ามาหามะเฟืองด้วยความดีใจที่เจอน้อง
“มะเฟือง...”
มะเฟืองหันมาเห็นงามเนตรก็ตกใจ
“พี่เนตร”
งามเนตรรีบเดินเข้ามาหา
“รู้ไหมว่าพี่เป็นห่วงมะเฟืองมากแค่ไหน ทำไมไม่ส่งข่าวให้พี่รู้บ้างว่าเธออยู่ที่นี่กับนำโชค”
งามเนตรลงไปนั่งจับขามะเฟืองดูอย่างเป็นห่วง
“ฉันอยากอยู่ได้ด้วยตัวเอง ฉันทำร้ายพี่มามากเกินพอแล้ว ฉันไม่มีหน้ารบกวนพี่หรือใครๆอีก”

“เธอทำร้ายพี่เจ็บแค่ไหน พี่ก็รู้ว่าที่ผ่านมาเธอก็เจ็บเหมือนกันมะเฟือง

“ใช่ฉันเจ็บมาก พี่รู้ไหมที่ผ่านมา ทุกวันที่ฉันตื่นลืมตาขึ้นบนโลกใบนี้ มันมีแต่ความมืดมน ทุกข์ใจ ฉันไม่เคยเห็นความสุขที่แท้จริงเลยว่ามันยังไง แต่มาวันนี้ฉันตื่นขึ้นมาฉันก็มองเห็นความสุข แม้ฉันจะเดินไม่ได้ฉันก็จับต้องความสุขได้”

“มะเฟืองเข้าใจพ่อแล้วใช่ไหม เวลาที่พ่อเดินไม่ได้แต่พ่อก็ยิ้มได้ ถ้าเรารับรู้และยอมรับกับสิ่งที่เราเป็น เข็มแข็ง ยึดมั่นกับสิ่งที่เราทำความสุขมันก็ไม่ไกลจากตัวเราหรอก”
“แต่ฉันจะมีความสุขมาก ถ้าพี่ทำอย่างหนึ่งเพื่อฉัน”
งามเนตรสงสัยว่ามะเฟืองหมายถึงอะไร
“เธอต้องการให้พี่ทำอะไรเหรอ”
“ที่ผ่านมาฉันมีแต่ความอิจฉาริษยา อยากได้อยากมีเหมือนคนอื่น จนต้องทำทุกอย่างเพื่อได้มาไม่เว้นแม้แต่คนรักของพี่ สิ่งที่ฉันต้อง การจากพี่ก็คือ ฉันอยากให้พี่ให้อภัยฉันและคนที่ฉันอยากให้เขาอภัยให้ฉันอีกคนก็คือ..คุณเอกภพ”
เอกภพเดินเข้ามา แต่งามเนตรไม่เห็นหันหลังให้
“ที่ผ่านมาฉันวางแผนทุกอย่าง สร้างเรื่องโกหกหลอกลวงต่างๆนาๆ แม้กระทั่งวางยาเพื่อให้คุณภพมีอะไรกับฉัน ถึงฉันจะได้ตัวคุณภพมาแต่ฉันก็ไม่เคยได้หัวใจจากเขา มันกลายเป็นความทุกข์ที่ฝังอยู่ในใจไม่มีทางลบมันออกไปได้”
งามเนตรฟังอึ้งกับสิ่งที่มะเฟืองสารภาพมา
“พี่ให้อภัยฉันได้ไหม”
“พี่ให้อภัยเธอมาตั้งนานแล้วมะเฟือง เพราะถึงยังไงเราสองคนก็มีเลือดของพ่ออยู่คนล่ะครึ่งนึงนะ”
มะเฟืองดีใจ
“แล้วคุณภพล่ะ พี่ให้อภัยเขาได้ไหม”
งามเนตรอึ้งไม่ตอบ
“คุณภพเขา รักพี่มากนะ ถ้าพี่ไม่เชื่อฉันพี่หันไปถามคุณภพก็ได้ว่าเขารักพี่แค่ไหน”
งามเนตรอึ้งไปหันไปเห็นว่าเอกภพยืนอยู่ งามเนตรตกใจ
“ผมรักคุณมากนะเนตร”
เอกภพเดินเข้ามาใกล้
“มะเฟืองเข็นรถเข้ามา จับมือเนตรกับเอกภพไว้ด้วยกัน”
“พี่เนตรให้อภัยคุณภพนะ”
นำโชคเข้ามาดูปลื้มใจ
“แค่พี่เนตรกับคุณภพเข้าใจกันและรักกันเหมือนเดิม แค่นี้ฉันก็มีความสุขที่สุดแล้ว”
มะเฟืองยิ้มดีใจที่เห็นพี่สาวกับเอกภพยิ้มให้กัน

เอกภพเดินปรับความเข้าใจกับงามเนตรตามลำพัง
“เราผ่านช่วงเวลาที่ร้ายๆมาด้วยกัน มันคงทำให้เราสองคนมีภูมิต้านทานในการใช้ชีวิตมากขึ้น”
“คะ มันคือเรื่องร้ายๆที่อาจเกิดขึ้นกับครอบครัวของทุกคนได้ ถ้าความรักไม่ใช่เรื่องของคนสองคน มีแต่กามตัณหาเกิดขึ้นรอบตัว เพราะฉะนั้นเราต้องใช้สติในการดำเนินชีวิต”
“ทำเอง รู้เอง ได้เอง มันคงเป็นบททดสอบเหมือนที่บางคนพูดไว้ ถ้าไม่มีเรื่องพวกนี้เกิดขึ้นผมคงไม่รู้ตัวเองว่าผมมีข้อผิดพลาดอะไรที่ไม่ควรคิดไม่ควรทำ”
“มันคงเป็นบทเรียนชีวิตกับเราทุกๆคนนะคะ”
นำโชคเข็นมะเฟืองเข้ามาหยุดมองดูสองคนคุยกัน มะเฟืองยิ้ม นิดาเดินเข้ามาหาบอกนำโชคกับมะเฟือง
“มีแขกมาหารออยู่บนบ้านจ้า...”
นำโชคพามะเฟืองออกไป นิดามองทางเนตรยิ้มๆแล้วเดินออกไป...เอกภพจับมืองามเนตรขึ้นมากุมไว้
“ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่ของสามี และพ่อของลูกนะครับเนตร”
“งามเนตรคงให้โอกาสคุณไม่ได้อีกแล้วล่ะค่ะ”
เอกภพอึ้งเสียใจกับคำตอบของงามเนตร ทำอะไรไม่ถูกปล่อยมืองามเนตรลงอย่างหมดหวัง หันหน้าไปทางอื่น เพราะไม่อยากให้เธอเห็นน้ำตา งามเนตรมองดูเอกภพแล้วพูดสิ่งที่อยู่ในใจอีกครั้ง
“แต่เนตรจะให้โอกาสตัวเองสักครั้ง กับการเริ่มต้นใหม่กับคุณ เราสองคนมีโอกาสที่จะเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่คะ”
เอกภพหยุดชะงักกับสิ่งที่งามเนตรพูด ราวกับทุกอย่างถูกหยุดเวลาไว้มีเพียงเอกภพกับงามเนตรเท่านั้นที่ต่างคนต่างหันมามองกันด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก เอกภพเข้ามากอดงามเนตร
“ผมรอได้ครับ ไม่ว่านานแค่ไหนผมก็รอขอแค่คุณให้โอกาสที่เราสองคนมาเริ่มกันใหม่นะเนตร”
ทั้งสองคนกอดกันด้วยความรัก
มะเฟืองไหว้ภัสสร ขณะที่นำโชคกับชมนั่งมอง
“มะเฟืองกราบขอโทษนะคะ ที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนในบ้านต้องเป็นทุกข์ใจกันตลอด มะเฟืองทำบาปทำกรรมไว้มาก กรรมจึงส่งผลกลับมาให้มะเฟืองเป็นแบบนี้”
ภัสสรมองดูมะเฟืองสงสาร
“ฉันดีใจนะที่วันนี้ได้เห็นเธอสงบ เธอนิ่ง และใจเย็นลงได้นะมะเฟือง เราทุกคนเป็นมนุษย์ปุถุชนก็มีผิดพลาดกันได้ทุกคน ถ้าเรารู้จักที่จะกลับตัวกลับใจ จิตมุ่งสู่สิ่งที่ดีงาม แม้กรรมมันอาจจะไม่สามารถแก้ได้ แต่มันก็ไม่เพิ่มขึ้นนะ และพวกเราทุกคนก็พร้อมที่จะให้อภัยเธอจ๊ะ”
“คุณมะเฟืองเป็นขนาดนี้แล้ว ชมก็ให้อภัยคะ นังบัวพอมันรู้ว่าคุณเดินไม่ได้มันก็บอกว่ามันอโหสิกรรมให้คุณนะคะ ตอนนี้มันกลับไปอยู่บ้านนอกแล้วกำลังจะมีผัวเป็นเศรษฐีที่โน่นด้วยคะ” ชมบอก
“ฉันก็ทำไม่ดีกับบัวไว้เยอะมาก ถ้าชีวิตบัวได้ดิบได้ดีอย่างที่พี่บอก ฉันก็ดีใจนะ”
“คะ จะไม่ดีก็มีแต่คุณมะเฟืองนี่แหละคะ”
ภัสสรหันมามองหน้าชม ชมชะงัก รู้ว่าพูดเกินไปยิ้มแหยๆ
“อโหสิกรรมให้กับสิ่งที่มะเฟืองทำลงไปด้วยนะคะ”
“ฉันอโหสิกรรมให้เธอนะมะเฟือง วันนี้เธอคงได้รู้แล้วว่าไฟที่มันสุมอยู่ในใจมันเผาตัวเราไป พร้อมๆกับที่เราเผาคนอื่นนั่นแหล่ะ มันไม่สายหรอกนะถ้ามะเฟืองจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ฉันและทุกคนที่นี่ เอาใจช่วยเธอเสมอนะมะเฟือง”
มะเฟืองมองภัสสรซาบซึ้ง มองหน้าทุกๆคนที่มีแต่รอยยิ้มให้ เป็นภาพที่มะเฟืองกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
“ขอบคุณทุกๆนะคะ”
มะเฟืองยิ้มรับด้วยความตื้นตันใจ
มะเฟืองนั่งเงียบๆอยู่ที่ชานบ้านคนเดียว นำโชคเดินเข้ามาหา
“มาหลบอยู่นี่เอง เข้าไปข้างในกันเถอะ”
“พี่เนตรกับทุกคนกลับกันแล้วเหรอ ทำไมเงียบจัง”
“เขาคงอยากให้เธอพักมั๊ง”
นำโชค เข็นรถพามะเฟืองไปที่หน้าห้องหนึ่ง พอประตูเปิดออกมะเฟืองเห็นทุกคนและมีดาวกับเพื่อนอยู่ที่ในห้องนั้น มะเฟืองอึ้งมองน้ำตาไหลออกมา งามเนตรถือเค้กวันเกิด แล้วทุกคนร้องเพลงวันเกิดให้มะเฟืองด้วยรอยยิ้มสนุกสนาน มะเฟืองยิ้มทั้งน้ำตาหลังจากที่คิดว่าไม่มีใครจำได้ นำโชคยื่นเค้กให้มะเฟืองเป่า ทุกคนลุ้นดีใจ มะเฟืองเป่าเค้กทั้งน้ำตา
“สุขสันต์วันเกิดนะมะเฟือง”
“มีความสุขมากๆนะจ๊ะ เพื่อนสาว”
มะเฟืองตื้นตันใจที่ทุกคนเปิดใจรับมะเฟืองด้วยความเต็มใจ นิดากับโจ้รับเค้กไปจัดการต่อ
“วันนี้วันเกิดเธอ พี่มีของอย่างหนึ่งที่จะให้เธอ”
งามเนตรส่งกล่องของขวัญให้ มะเฟืองรับมาเปิดออกมา เห็นสมุดบัญชีธนาคารที่เป็นชื่อของ ตัวเอง
“สมุดบัญชีเงินฝากที่พ่อเก็บไว้เพื่อจะให้เธอ เมื่อเธอเรียนจบ พี่ขอมอบให้เธอแทนพ่อนะ”
มะเฟืองน้ำตาตกเมื่อรู้ว่าพ่อหวังให้เธอทำอะไร แต่เธอไม่เคยใส่ใจ มะเฟืองก้มหน้าร้องไห้มองที่ก้นกล่องเห็นภาพของพ่อที่กำลังอุ้มมะเฟืองวัยแบเบาะใส่กรอบเรียบร้อยวางอยู่ จึงหยิบรูปถ่ายขึ้นมาดู ยิ่งรู้สึกเจ็บแปลบที่ใจ ในภาพที่เห็นคือรอยยิ้มที่พ่อยิ้มอย่างมีความสุขกับลูกสาวตัวน้อยของพ่อ
“พ่อจากไปพร้อมกับความทรงจำที่เลวร้ายของลูกสาวเลวๆคนนี้ ฉันเป็นลูกที่เลว แค่คำว่ารักพ่อสักคำ ฉันยังไม่เคยได้บอกกับพ่อเลย...”
มะเฟืองเสียใจกับสิ่งร้ายๆที่ทำไว้กับพ่อ งามเนตรเข้ามาโอบมะเฟืองไว้ นำโชคมองยิ้มๆ
“บางอย่างเรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้หรอกนะมะเฟือง แต่ตอนนี้มะเฟืองทำได้นี่...บางทีคนที่เขารักเราที่สุด เขาอาจจะรอฟังคำๆหนึ่งจากเราอยู่ก็ได้นะ...”
มะเฟืองฟังที่นำโชคพูด หันมามองงามเนตร มะเฟืองกอดงามเนตรอย่างเปิดใจเป็นครั้งแรกและพูดด้วยเบาๆ
“ฉันรักพี่นะ พี่เนตร”
งามเนตรน้ำตาไหลกับคำพูดของมะเฟือง ที่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินมะเฟืองพูดคำนี้ออกมา มันคือความสุขที่สุดของพี่กับน้องในวันนี้
“พี่ก็รักเธอ”
นำโชค ดาวมองดูพี่น้องด้วยความยินดีตื้นตันใจ นิดากับ โจ้ กอดกันบ้าง แอบดีใจที่ได้เห็นความสุขของครอบครัวเพื่อน เอกภพแอบเข้ามามองดูสองพี่น้องตื้นตัน ยิ้มดีใจแล้วค่อยๆเดินออกไป
กอดกันอย่างมีความสุข

.........................................
‘ในชีวิตของมนุษย์เรามีบทเรียนอยู่สองบทเรียน หนึ่งบทเรียนที่ยาก และสอง บทเรียนที่ง่าย บทเรียนที่ง่ายก็คือทำอะไรก็สมหวังไปเสียทุกอย่าง แต่พอสมหวังไปเสียทุกอย่าง มนุษย์มักจะหลงตัวเอง พอหลงตัวเอง นั่นคือ ต้นทางของความผิดพลาด’
                                                                            อาจารย์ ว.วชิรเมธี
 
                                                 จบบริบูรณ์
บ่วงวันวาร ตอนที่ ๖
บ่วงวันวาร ตอนที่ ๖
ฉัตรก้มลงกราบผู้เป็นบิดาด้วยความซาบซึ้งใจ “กระผมต้องกราบขอบพระคุณเจ้าคุณพ่อที่เมตตากระผมอย่างสูงขอรับ หากงานนี้เจ้าคุณพ่อไม่ช่วย กระผมก็มองไม่เห็นทางออก” “พ่อก็หวังจะเห็นเจ้ามีความสุขในชีวิตมากกว่าอื่นใดนั่นแหละ ไถ่ตัวแม่บัวมาได้แล้ว พ่อจะจัดงานแต่งงานให้เจ้ากับแม่บัวอย่างเร็วที่สุด มันจะได้หมดเรื่องวุ่นวายนี่เสียที” ฉัตรกราบบิดาอีกครั้ง พูดอย่างมุ่งมั่น “กระผมมั่นใจขอรับเจ้าคุณพ่อ...แม่บัวนี่แหละขอรับ...คือคู่ชีวิตของกระผมที่จะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมเป็นร่วมตายกับกระผมไปจนตลอดชีวิต” พระยาโกสินทร์พยักหน้ารับ ขณะที่ฉัตรดวงตาเป็นประกายเจิดจ้า สีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
กำลังโหลดความคิดเห็น...