xs
xsm
sm
md
lg

บ่วงวันวาร ตอนที่ ๖

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


บ่วงวันวาร ตอนที่ ๖
 
ฉัตรก้มลงกราบแทบเท้าท่านเจ้าคุณผู้เป็นบิดาด้วยความซาบซึ้งใจ

“กระผมต้องกราบขอบพระคุณเจ้าคุณพ่อที่เมตตากระผมอย่างสูงขอรับ หากงานนี้เจ้าคุณพ่อไม่ช่วย กระผมก็มองไม่เห็นทางออก”
“พ่อก็หวังจะเห็นเจ้ามีความสุขในชีวิตมากกว่าอื่นใดนั่นแหละ ไถ่ตัวแม่บัวมาได้แล้ว พ่อจะจัดงานแต่งงานให้เจ้ากับแม่บัวอย่างเร็วที่สุด มันจะได้หมดเรื่องวุ่นวายนี่เสียที”
ฉัตรกราบบิดาอีกครั้ง พูดอย่างมุ่งมั่น “กระผมมั่นใจขอรับเจ้าคุณพ่อ...แม่บัวนี่แหละขอรับ...คือคู่ชีวิตของกระผมที่จะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมเป็นร่วมตายกับกระผมไปจนตลอดชีวิต”
พระยาโกสินทร์พยักหน้ารับ ขณะที่ฉัตรดวงตาเป็นประกายเจิดจ้า สีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง

เวลาเดียวกัน พระยาสมานนั่งรออยู่บนเรือนแล้ว ก่อนจะเห็นพิศกับนางด้วงเดินเข้ามา
“เจ้าคุณพ่อเรียกหาพิศ มีเรื่องอะไรหรือคะ”
พระยาสมานเอ่ยขึ้น “เรื่องนังบัว”
พิศได้ยินหน้าตึงขึ้นมาทันที “นังบัวทำไมรึคะเจ้าคุณพ่อ”
“พ่อเห็นว่านายชดมันมีอัฐมาไถ่ตัวลูกสาวมัน พ่อเลยจะยอมให้มันไถ่ตัวนังบัวกลับไป…มันให้ค่าไถ่เป็นสองเท่าเลยนะลูก!”
พิศตวาดแว้ด “ไม่ได้นะคะคุณพ่อ มันจะให้สักกี่เท่า พิศก็ไม่ยอม”
“แต่พ่อรับปากไอ้ชดมันไปแล้ว ถ้าหากว่าเราไม่ยอมให้มันไถ่ตัวนังบัวกลับไปแล้วมันไปฟ้องหลวง เราจะเดือดร้อนได้นะลูก”
“คนอย่างพวกมันจะเอาปัญญาที่ไหนไปฟ้องหลวง” พิศพูดอย่างถือดี แต่แล้วก็คิดถึงฉัตรขึ้นมา
ได้ “ถ้าไม่มีใครช่วยมัน ยังไงพิศก็ไม่ยอมให้ใครไถ่ตัวมันไปได้หรอกค่ะ อีบัวมันจะต้องตายอยู่ที่เรือนนี้”
พิศประกาศกร้าวด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม
พระยาสมานหนักใจ คิดไม่ตกว่าจะทำยังไงดี

เวลาต่อมาพระยาสมานเห็นนางด้วงเดินผ่านมาจึงกวักมือเรียก
“นังด้วง”
นางด้วงรีบถลาเข้าไปหาพระยาสมาน
“เจ้าคะ”
“ข้ามีธุระสำคัญจะให้เอ็งทำ แต่ธุระนี้..ห้ามให้ลูกสาวข้ารู้เรื่องเป็นอันขาด เข้าใจไม๊ แล้วถ้าเอ็งทำสำเร็จ ข้าจะยกเอ็งเป็นเมียเอก” ท่านเจ้าคุณยกเรื่องนี้มาล่อบ่าวจอมสอพลอและขี้อิจฉา
นางด้วงตาโตทันที “ธุระอะไรเจ้าคะ”
พระยาสมานเหลียวซ้ายแลขวา แล้วลากตัวนางด้วงเข้าห้องไปบอกแผน

นายชดพร้อมด้วยนายสนมารอตามนัดที่หลังวัด
“เอ็งรอข้าอยู่ตรงนี้”
นายชดพูดพลางยื่นถุงอัฐให้นายสน
“เอ็งเก็บอัฐไว้ ข้าจะมาเอาอัฐให้พวกนั้นก็ต่อเมื่อข้าได้เจอลูกสาวข้าแล้ว”
นายสนพยักหน้ารับ นายชดเดินไปทางจุดนัดพบคนเดียว

นางด้วงรีบเดินไปทางวัด มองซ้ายแลขวาอย่างระมัดระวังตัว สีหน้าเป็นกังวล มือไม้สั่น ท่าทางมีพิรุธไอ้แนบเดินตามหลังนางด้วงมาด้วย
“ไอ้แนบ”
“มีอะไร” อ้แนบหันมา
“เดี๋ยวเอ็งกับข้าแยกกันตรงนี้ เอ็งอ้อมไปทางด้านหลัง คอยดูต้นทางไว้เผื่อมีใครผ่านมา”
ไอ้แนบพยักหน้าแล้วแยกออกไป

ไม่นานต่อมานางด้วงก็เดินเข้ามาตรงจุดนัดพบป่าข้างวัด เห็นชดยืนรออยู่ นางด้วงมองอย่างหวั่นใจ
จังหวะนั้นนางด้วงนึกถึงคำพูดของพระยาสมาน “ถ้าเอ็งทำสำเร็จ ข้าจะยกเอ็งเป็นเมียเอก!” พึมพำออกมา “เอาวะ”
นางด้วงเดินเข้าไปหานายชด พร้อมกับเอ่ยขึ้น
“ท่านเจ้าคุณสมานส่งข้ามา”

“อ้อ..เหรอ”
นายชดก็ชะเง้อมองไปข้างหลังนางด้วง
“แล้วนังบัวลูกสาวข้าล่ะ”
“ข้าให้รออยู่ตรงโน้นแน่ะ” นางด้วงชี้โบ้ยไปทางอื่น
นายชดดีใจยิ้มร่าจะเดินไปหาบัว นางด้วงประหม่า มือสั่น เอี้ยวตัวคว้าแขนนายชดไว้
“เดี๋ยวซี๊! เอาอัฐมาก่อน”
“ข้าขอเจอลูกสาวข้าก่อน”
“ลูกสาวเอ็งอยู่แค่นี้ ไม่หายไปไหนหรอก เอาอัฐมาดูก่อน”
“ข้าจะให้อัฐเอ็งก็ต่อเมื่อข้าได้เจอลูกสาวข้าแล้ว!” นายชดไม่ยอมง่ายๆ
นางด้วงอารมณ์เสีย คิดหาวิธี
“ไปสิ นังบัวอยู่ทางโน้น” นางด้วงชี้บอกจุดไปทางป่าหญ้า “เดินเข้าไปดูสิ”
นายชดเดินไปทางป่าหญ้าที่นางด้วงบอก

พอนายชดเดินเข้ามาในป่าหญ้า มองหาบัว แต่ไม่เห็นแม้แต่เงา ส่วนนางด้วงเดินตามมา ตัดสินใจคว้ามีดออกมาทั้งที่กลัวๆ กล้าๆ นางด้วงมือไม้สั่น

“ไหนละลูกข้า”
นายชดหันกลับมา เห็นนางด้วงเดินเข้ามาประชิดตัว ในมือถือมีด นายชดตกใจ สีหน้าไม่ดี
“เอ็งจะทำอะไร จะหักหลังข้าเรอะ”
“เอาอัฐมาให้ข้า” นางด้วงขู่
“พวกเอ็งเอาลูกข้าไปไว้ไหน”
นางด้วงไม่ตอบเดินถือมีดตรงดิ่งเข้าไปหานายชด
“บอกให้เอาอัฐมาให้ข้า”
“เอ็งเอาบัวมาให้ข้าก่อน แล้วเอาอัฐไป อย่าถึงกับต้องทำร้ายกันเลย” นายชดพยายามพูดดีๆ ด้วย
นางด้วงไม่ฟังถือมีดเดินเข้าไปหานายชด ท่าทางกลัวๆ กล้าๆ นางด้วงตัดสินใจทะยานเข้าไปแทงทันที นายชดหลบ แต่พลาดสะดุดกอหญ้าล้มลงไป
“อย่า” นายชดร้องลั่น
นางด้วงตาขวาง “บอกให้เอาอัฐมาให้ข้า” จะเข้าไปแทงนายชดซ้ำอีก นายชดหลบได้ทันแล้วผลักนางด้วงตกลงไปในคูน้ำบริเวณนั้น แล้วนายชดออกวิ่งไปหาสน
“สน …สน”
ด้านนายสนชะเง้อรอนายชดกลับมา ระหว่างนั้นได้ยินเสียงนายชดตะโกนเรียก สนตกใจ รีบวิ่งไปหานายชด
นายชดวิ่งหนีออกมา นายชดเห็นสนรีบบอก “เก็บอัฐไว้ แล้วรีบหนีไป”
นายสนงงๆ จะเข้าไปช่วยนายชด “มีอะไรลุงชด”
“ข้าบอกให้หนีไป”
ระหว่างนั้นไอ้แนบโผล่มาจากข้างหลังนายสน นายชดเห็นตกใจ
“สน ระวัง”
ไอ้แนบได้จังหวะทุบเข้าที่ท้ายทอยนายสนเต็มแรง จนนายสนสลบไป
ไอ้แนบเห็นอัฐในมือสนก็รีบเข้าไปหยิบ นายชดก็เข้าแย่งอัฐ ทั้งคู่แย่งถุงอัฐกันชุลมุน

ด้านนางด้วงตะเกียกตะกายขึ้นมาจากคูน้ำได้ก็วิ่งตามนายชดไป

นายชดกับไอ้แนบแย่งถุงอัฐกันอยู่ นายชดแย่งถุงอัฐจากไอ้แนบได้ในที่สุดแล้วกำลังจะวิ่งหนี ระหว่างนั้นนางด้วงโผล่มาพอดี นายชดตกใจตาเหลือก!

“มึงจะหนีไปไหนไอ้แก่ เอาอัฐมาให้กู”
นายชดกำลังจะวิ่งหันกลับไปอีกทาง แต่ไอ้แนบมาดักไว้แล้วคว้าถุงอัฐจากมือนายชดไปได้อีก
“อยากได้อัฐก็เอาลูกสาวข้ามาแลกสิ พวกเอ็งจะทำแบบนี้ทำไม”
นายชดตัดสินใจเข้าไปแย่งอัฐที่แนบอีกครั้ง ทั้งคู่แย่งกันอีกครั้ง!
นางด้วงจะเข้าไปช่วยไอ้แนบ จังหวะนั้น ไอ้แนบสะบัดนายชดกระเด็นไปโดนนางด้วง นายชดล้มไปทับนางด้วง นางด้วงแหกปากร้อง “ว้าย”
สีหน้านายชดตาเหลือก ด้วยความเจ็บปวด นางด้วงรีบผลักร่างนายชดออกจากตัว เผยให้เห็นว่ามีดนางด้วงที่ถืออยู่ในมือ ปักอยู่ที่อกนายชด นายชดค่อยๆ แน่นิ่งจมกองเลือดไป นางด้วงตกใจ!
“ไอ้แนบรีบไป เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”
นางด้วงกับไอ้แนบวิ่งเตลิดกลับไป

ไม่นานต่อมา นายสนวิ่งโซเซ หน้าตาตื่นเข้ามาในบ้านพระยาโกสินทร์
ฉัตรมีสีหน้าตกใจอย่างยิ่งเมื่อได้ฟังความจากบ่าว

“อะไรนะ ! นายชดถูกฆ่า”
“ขอรับ” นายสนพยบักหน้า
“แล้วรู้ไม๊ว่าใครเป็นคนทำ” ฉายรีบซัก
“ไม่ทราบขอรับ ผมถูกพวกมันตีจนสลบไป ฟื้นขึ้นมาอีกทีก็เห็นนายชดถูกฆ่าตายแล้วขอรับ”
“ต้องเป็นฝีมือพวกโจรแน่เลยขอรับ” ฉายออกความเห็น
พระยาโกสินทร์โมโหจึงด่านายสน “ไอ้นี่! ไม่ได้เรื่องเลย ข้าให้เอ็งไปคุ้มกันไอ้ชด แล้วนี่อะไร
พลาดให้โจรพวกนั้นมันฆ่าชิงอัฐไอ้ชดไปจนได้” สนก้มหน้ารับความผิด “ไอ้โจรสมัยนี้มันก็เลวกันจริงเหิมเกริมขึ้นทุกวัน ทำเหมือนบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป อุกอาจฆ่ากันกลางวันแสกๆ”
“กระผมว่าไม่ใช่ฝีมือพวกโจรหรอกขอรับ” ทุกคนสนใจที่ฉัตรพูด “ต้องเป็นฝีมือท่านเจ้าคุณสมานขอรับ เพราะมีแต่ท่านเจ้าคุณสมานที่รู้ว่านายชดมีอัฐ นายชดแต่งตัวซอมซ่อแบบนั้นโจรทั่วไปมันคงไม่คิดเข้าไปปล้น”
ทุกคนคิดตามฉัตร ต่างมีสีหน้าเห็นด้วย
“คิดแล้วมันน่าเจ็บใจ ที่ทำอะไรไม่ได้เลย ถ้ามีหลักฐานนะพ่อจะได้ลากตัวเข้าคุกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย”
ฉัตรยิ่งคิดยิ่งแค้น “ในเมื่อท่านเจ้าคุณสมานเล่นไม่ซื่อกับเรา…เราต้องหาวิธีอื่นขอรับ!”
“พี่ฉัตรจะทำอะไรขอรับ”
ฉัตรตาวาววับด้วยความแค้น สีหน้ามีแผน

ฉัตรกับฉาย กำลังแต่งตัวในชุดดำ มีผ้าสีหม่นโพกหน้า เตรียมปืนอยู่ในห้อง
“แน่ใจหรือขอรับพี่ฉัตรที่เราจะทำแบบนี้” ฉายถามพี่ชาย
ฉัตรบอกอย่างจริงจัง “ไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไงพี่ต้องเอาตัวแม่บัวออกมาจากที่นั่นให้ได้”
พอแต่งตัวเสร็จ ฉัตรและฉายก็เดินออกไปจากบ้าน พระยาโกสินทร์ ยืนมองลูกทั้งสองออกจากบ้านไป ด้วยความกังวลและเป็นห่วงลูก

ขณะเดียวกันกระบอกยาที่บัวถืออยู่หล่นจากมือ บัวตกใจ น้ำตาคลอ น้อยที่อยู่ข้างๆก็พลอยตกใจไปด้วย น้อยหยิบกระบอกยาขึ้นมา
“ถ้าคุณพิศเธอไม่ยอมให้พ่อข้าไถ่ตัว ข้าจะต้องเป็นทาสไปจนตายใช่ไม๊”
“บัวอย่าเพิ่งคิดมากนะ กินยาก่อนนะ”
“ข้าไม่อยากกิน ข้าไม่อยากอยู่แล้วน้อย ถ้าจะต้องตายข้าขอตายตอนนี้เลยดีกว่า ข้าไม่อยากให้ใครมาลำบากเพราะข้าอีก โดยเฉพาะคุณฉัตรเขาต้องลำบากเพราะฉันมามากแล้ว” บัวพูดอย่างหมดอาลัยตายอยาก

“อย่าพูดแบบนี้สิบัว เอ็งต้องสู้นะ ที่ทุกคนเขาทำเขาตั้งใจจะช่วยเอ็งนะ เอ็งไม่ได้ผิดอะไร ทำไมถึงต้องยอมตกอยู่สภาพแบบนี้ ใจเย็นๆ นะ”
น้อยกอดบัวเพื่อปลอบใจ
ระหว่างนั้นเงาตะคุ่มของใครคนหนึ่ง เดินเข้ามาตรงคุก เงานั้นเดินตรงเข้ามาที่ บัว น้อย และนางพุ่ม สามคนเงยหน้าขึ้นมอง ทุกคนมีสีหน้าตกใจ ที่แท้เป็นไอ้เพียร
“ไอ้เพียร” นางพุ่มร้องอุทานออกมา
“เพียร” บัวคราง
“ไอ้เพียรเอ็งมาได้ยังไงนี่” น้อยแปลกใจ
“ทำไมเอ็งไม่หนีไปให้ไกลๆ กลับมาทำไม” นางพุ่มต่อว่า
“ข้ากลับมาช่วยนังน้อยนังบัว เราหนีไปด้วยกันนะแม่” ไอ้เพียรบอก
“หนี เอ็งจะพาข้าหนีไปไหน” นางพุ่มฉงน
“ไปไหนก็ได้แม่ อยู่ที่นี่..คงไม่พ้นตาย”
“เพียรเอ๊ยข้าแก่แล้ว ไปก็ลำบากเอ็งเปล่าๆ เอ็งพานังสองคนนี่หนีไปเถอะ ข้าขอตายอยู่ที่นี่ดีกว่า” นางพุ่มบอก
“แม่…ไปด้วยกันเถอะนะ”
“อย่าเป็นห่วงข้าเลย รีบๆ ไปกันเถอะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”
ไอ้เพียรไม่สน รีบเข้าไปสะเดาะกุญแจประตูคุก ระหว่างนั้น นางพุ่มได้ยินเสียงมีคนเดินมา ร้องบอก
“มีคนมา”

ทุกคนมีสีหน้าตกใจ ไอ้เพียรเร่งมือรีบสะเดาะกุญแจเป็นการใหญ่

บ่วงวันวาร ตอนที่ ๖ (ต่อ)
 

จังหวะนั้นเหมือนมีใครคนหนึ่งเดินตรงมายังคุก ใครคนนั้น เดินเข้ามาในคุกมองไปรอบๆ เห็นแต่ความว่างเปล่า ที่แท้เป็นฉัตรที่หวังจะมาช่วยบัวนั่นเอง

ครู่ต่อมาฉายเดินตามเข้ามา อย่างระแวดระวัง
“ไม่เห็นมีใครเลยฉาย”
“หายไปไหนกัน”
ฉัตรผิดหวังและยิ่งเป็นกังวล “หรือว่าแม่บัวถูกขังไว้ที่อื่น…พี่จะออกไปดูทางเรือนทาส ฉายรอพี่อยู่นี่หละ เผื่อพวกนั้นเอาแม่บัวกลับมาที่นี่…”
“ขอรับ” ฉายรับคำ
ฉัตรรีบเดินออกไป

ขณะเดียวกันไอ้แนบเดินตรงมาทางคุก ฉัตรโผล่ออกมา เห็นไอ้แนบเดินตรงมาพอดี ฉัตรตกใจ รีบย้อนกลับเข้าไปบอกฉาย
“ฉายรีบออกจากที่นี่เร็วมีคนมา”
ฉายตกใจ! ทั้งคู่มองหาทางออก

ส่วนไอ้แนบเดินเข้ามาในคุกถึงกับหน้าซีด เมื่อไม่เห็นบัวกับน้อย ไอ้แนบพยายามหาทุกซอกทุกมุมก็ไม่มี มั่นใจว่าบัวกับน้อยต้องหนีไปแน่ๆ
ฉัตรกับฉายที่หลบอยู่อีกมุมกำลังย่องหนี แต่ไม่ทันระวังฉายไปเหยียบเข้ากับกิ่งไม้ ทั้งคู่ตกใจ ไอ้แนบหันมาเห็นพอดี ฉัตรกับฉายรีบวิ่งหนีออกไป
“เฮ้ย! หยุดนะมึง” ไอ้แนบวิ่งตามไป

ไอ้แนบวิ่งตามออกมาดักหน้าฉัตรกับฉายไว้
“พวกมึงเป็นใคร! พาอีบัวกับอีน้อยไปไว้ที่ไหน”
ฉัตรกับฉายเงียบ แล้วพยักหน้าให้สัญญาณกัน ครู่หนึ่งทั้งคู่ก็ตรงเข้าไปประดาบกับไอ้แนบ
สามคนประดาบกัน ฉัตรกับฉายก็พยายามหาจังหวะหนีเพราะไม่อยากให้ใครมาเห็น แต่ไอ้แนบ
ก็เข้ามาขวางไว้ได้ตลอด ฉัตรกับฉายจึงจำเป็นต้องป้องกันตัวเพื่อจะให้ไอ้แนบถอยไป แต่แล้วในที่สุดไอ้แนบก็เกิดพลาดท่าโดนดาบของฉัตรฟันเข้าที่แขน แต่เป็นจังหวะที่บ่าวผู้ชายในเรือนได้ยินเสียงเอ็ดตะโร ก็วิ่งแห่กันออกมา ฉัตรกับฉายเห็นจึงได้จังหวะหนีไปได้อย่างหวุดหวิด

พอพิศรู้เรื่องจากแนบก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
“อะไรนะ มีคนมาพาอีบัวอีน้อยหนีไป! รู้ไม๊ว่ามันเป็นใคร?
ไอ้แนบก้มหน้างุด
“ไม่รู้ขอรับ มันมากันสองคน พวกมันปิดหน้ามิดชิด บ่าวพยายามสู้พวกมันแล้วนะขอรับ แต่สู้พวกมันไหว มันเลยหนีไปได้”
พิศโกรธจนพูดไม่ออก สีหน้าครุ่นคิด
พิศพึมพำอย่างคั่งแค้น “ต้องเป็นคนบ้านคุณฉัตรแน่ๆ” แล้วหันมาสั่งการ “ไอ้แนบ เอ็งเอาบ่าวคนอื่นออกไปตามหาอีบัว อีน้อยที่หนีไปให้เจอ แล้วลากตัวมันกลับมาที่นี่ให้ได้ โดยเฉพาะอีบัว ถ้าเอ็งหาตัวพวกมันไม่เจอ เอ็งไม่ต้องกลับมา”
“ขอรับ” ไอ้แนบออกไป

ฉัตรกับฉายกลับมายังเรือนแล้ว สองคนมีสีหน้าเครียดเคร่ง
“พี่ว่าแม่พิศต้องเอาตัวแม่บัวไปขังไว้ที่ไหนสักที่ในเรือน คืนนี้พี่จะเข้าไปดูอีกครั้ง พี่ต้องพาตัวแม่บัวออกมาจากที่นั่นให้ได้”
สักครู่นายสนก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
“คุณฉัตรขอรับ”
สองพี่น้องหันไปมอง
“มีอะไร ไอ้สน”
“กระผมได้ยินผู้คนที่ตลาดพูดกันว่า..ทาสที่เรือนท่านเจ้าคุณสมานหนีไป สามคนขอรับ ว่ากันว่า..คนที่หนีไปคือแม่บัว แม่น้อย แล้วก็ไอ้เพียร ขอรับ”
ฉัตรผุดลุกขึ้นยืนทันที “อะไรนะ”
ฉัตร ฉาย นายสน และนายม่วง บ่าวอีกคน รีบร้อนออกไปทันที

ครู่ต่อมาทั้ง ๔ คนอยู่ในสภาพพร้อมแล้ว สองพี่น้องมีปืนในมือด้วย ส่วนนายสนกับนายม่วงมีดาบเป็นอาวุธ
ทั้งสี่คนเดินออกมานอกรั้วบ้าน
“ถ้าแม่บัวหนีออกมาแบบนี้ แม่พิศต้องรู้แล้วแน่ ป่านนี้คงให้คนออกตามหาทั่วพระนครแล้วขอรับ” ฉายออกความเห็น
“เราต้องหาตัวแม่บัวให้พบก่อนคนของเรือนท่านเจ้าคุณสมาน”
“เราจะไปตามหาแม่บัว แม่น้อย ได้ที่ไหนกันเล่าขอรับ กระผมคิดไม่ออกเลยว่าพวกนั้นจะหนีไปทางไหนได้”
ฉัตรครุ่นคิด “เพิ่งหนีกันออกมาได้ไม่นาน พี่ว่า..คงยังไม่ทันได้ออกนอกพระนครแน่ คงหาที่ซ่อนตัวที่ปลอดภัยอยู่ในพระนครนี่ก่อนจนกว่าจะเห็นปลอดคน จึงหนีไปที่อื่น”
“แล้วที่ไหนเล่าขอรับ..ที่ซ่อนตัวที่ปลอดภัย” ฉายบอก

ฉัตรครุ่นคิดหนัก

ส่วนทั้งสามคน บัว น้อย และไอ้เพียรพากันเข้ามาในอุโบสถ เพียรรีบปิดประตูอุโบสถตามหลัง หลังจากดูจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครตามมา

ไอ้เพียรหันไปบอกน้อย “พานังบัวไปหลบพักที่หลังองค์พระนั่นเถอะ”
น้อยพยักหน้า ไอ้เพียรเข้าช่วยประคองบัวพาไปหลบที่หลังองค์พระประธาน บัวมีสีหน้าอิดโรย ปากซีด เหมือนคนเป็นไข้
“ขอบใจนะเพียร น้อย นี่ถ้าข้าไม่ได้พวกเอ็ง ข้าคงไม่รอดแน่” บัวว่า
“อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย เอ็งไม่ค่อยดี ไปนั่งพักก่อนเถอะ”
น้อยพาบัวไปนั่งพัก
“นั่งพักตรงนี้ก่อนนะบัว” แล้วหันไปบอกกับเพียร “แล้วเราจะเอายังไงกันต่อดีล่ะไอ้เพียร”
“ไม่รู้ละ ลงว่าพวกเราหนีกันออกมาอย่างนี้แล้ว จะเป็นตายร้ายดียังไง มันก็ต้องหนีกันต่อไป อย่าให้ถูกจับได้ทีเดียว”
เพียรกับน้อยช่วยกันพยุงบัวไปนั่งที่หลังองค์พระ ทันใดนั้น บัวก็เข่าทรุดหมดแรงลงไปกับพื้นเพราะอาการไข้ขึ้น หน้าซีดหนาวสั่นไปทั้งตัว
น้อยโอบกอดบัวไว้ เพื่อให้คลายความหนาว อย่างเป็นห่วง
“ไอ้เพียร บัวตัวร้อนจี๋เลย”
เพียร น้อย มีสีหน้าหนักใจ น้อยนึกออก
“ไอ้เพียร เอ็งไปขอน้ำกับเถาบอระเพ็ดสดที่บ้านยายเมี้ยน มาที บ้านแกอยู่ถัดวัดไป บอกว่าข้าให้มาเอา”
“ได้ เอ็งดูนังบัวมันให้ดีๆ ถ้าข้ายังไม่กลับมา แล้วมีใครมาเรียกห้ามเปิดประตูเด็ดขาด เข้าใจไม๊”
น้อยพยักหน้า
“ระวังตัวด้วยนะ”
เพียรรีบเปิดประตูออกไปอย่างระมัดระวัง

ยายเมี้ยนกำลังหั่นเถาบอระเพ็ดใส่ห่อให้เพียรอยู่ ครู่หนึ่งเมี้ยนก็ยื่นห่อบอระเพ็ดกับกระบอกน้ำให้เพียร
“นี่ เถาบอระเพ็ดเอาไปบดกับน้ำ นังน้อยมันรู้ว่าต้องใช้ยังไง”
“ขอบใจมากนะยาย”
ขณะที่เพียรกำลังจะเดินออก แต่มองไปเห็น ไอ้แนบ ไอ้สิงห์ บ่าวชาย เดินตรงมาที่บ้านยายเมี้ยนเพียรตาโตตกใจ ยายเมี้ยนมองอาการเพียร ดูแปลกๆ
“เอ็งเป็นอะไรของเอ็ง”
“ไอ้พวกนั้นแหละยายที่มันกำลังตามล่าพวกข้าอยู่”
ไอ้เพียรมองหาท่อนไม้บริเวณนั้นเพื่อไว้ป้องกัน มันหยิบท่อนไม้มากำไว้แน่นเตรียมจะต่อสู้เต็มที่
“เอ็งจะสู้กับพวกมันได้ยังไงมันมาตั้งหลายคน ไปหลบหลังบ้านก่อน ไป” ยายเมี้ยนบอก
ไอ้เพียรไม่ฟัง ชะเง้อรอพวกไอ้แนบ และตั้งมือรับ
“ไม่เป็นไรหรอกยาย ถ้ามันรู้ว่าข้าอยู่ที่นี่ยายต้องเดือดร้อนด้วยแน่ เป็นไงเป็นกัน”
“เชื่อข้าไปหลบหลังบ้านก่อน ไป”
ไอ้เพียรเชื่อยายเมี้ยนยอมไปหลบหลังบ้าน

“หาพวกมันให้เจอ! ค้นให้ทั่ว” เสียงไอ้แนบสั่งลูกน้อง
บ่าวชาย และไอ้สิงห์ เข้ามาพังประตูเรือนยายเมี้ยน
“ยายเห็นทาสหนีมาแถวนี้บ้างมั้ย” ไอ้แนบถาม
ยายเมี้ยนตอบอย่างมีพิรุธ “ไม่มี ข้าไม่เห็นมีใครผ่านมาสักคน”
ระหว่างนั้น ไอ้แนบเหลือบไปเห็นรอยเท้าที่พื้น จึงร้องสั่ง
“เฮ้ย … เข้าไปค้นเรือนนี้ให้ทั่ว”
ไอ้สิงห์กับบ่าวชาย เข้าไปรื้อข้าวของเรือนยายเมี้ยนล้มระเนระนาด
“ข้าบอกแล้วไงว่าไม่มีใครมาจริงๆ” ยายเมี้ยนบอก
“แล้วนั่นรอยตีนใคร?” ไอ้แนบถาม
ยายเมี้ยนอึกอัก
“รอยตีนข้าน่ะสิ จะรอยตีนใคร”
“โกหก รอยตีนใหญ่แบบนั้นจะเป็นรอยตีนแกได้ยังไง” ไอ้แนบหันไปสั่งไอ้สิงห์ “ค้นให้ทั่ว”
ยายเมี้ยนอึ้งๆ
ไอ้สิงห์กับบรรดาบ่าวชาย รื้อค้นข้าวของบ้านยายเมี้ยนล้มระเนระนาด
“อย่ารื้อข้าวของข้าเลยนะ ข้าขอร้อง ไม่มีใครอยู่จริงๆ”
ไอ้แนบไม่สน “ค้นให้ทั่ว”
ทางด้านไอ้เพียรนั่งหลบอยู่ในซอกเล็กๆ เห็นพวกไอ้แนบ ไอ้สิงห์ รื้อข้าวของเรือนยายเมี้ยน ก็โมโห!
จังหวะต่อมาไอ้แนบเอาดาบไปจ่อที่คอยายเมี้ยน ร้องตะโกนก้อง
“ไอ้เพียร อีน้อย อีบัว มึงออกมาเสียดีๆ ถ้าไม่ออกมา อีแก่นี่ตายแน่”
ไอ้เพียรทนไม่ได้ตัดสินใจจะลุกออกมาช่วยยายเมี้ยน

ไอ้แนบกำลังจ่อดาบที่คอยายเมี้ยน ระหว่างนั้นก็มีดาบใครคนหนึ่งตวัดดาบไอ้แนบออกจากคอยายเมี้ยน ยายเมี้ยนรีบวิ่งไปหลบทันที
ที่แท้เป็นเป็นฉัตร ที่มาพร้อมฉาย นายม่วงและนายสน
ไอ้เพียรกำลังจะโผล่ออกมาเห็นมีคนมาช่วยยายเมี้ยน ก็ฟุบลงไปหลบอยู่ที่เดิม เพียรเห็นฉัตรกับฉายจึงรู้ว่าฉัตรกับฉายกำลังตามหาบัวอยู่
ไอ้แนบ ไอ้สิงห์ และบ่าวชาย กรูกันออกมาชูดาบตั้งท่าสู้เต็มที่
“ทำไมถึงมาระรานชาวบ้านเขาแบบนี้” ฉัตรโมโหร้องถาม
“ทาสเรือนกระผมหนีขอรับ กระผมเลยต้องออกมาตาม” ไอ้แนบบอก
“แล้วทำไมไม่พูดกันดีๆ ต้องรื้อข้าวรื้อของด้วย” ฉัตรว่า
“ก็ยายแก่นี่มันไม่ยอมให้ค้นดีๆ ก็เลยต้องใช้กำลัง ถ้าไม่มีอะไรแล้วกระผมขอตัวนะขอรับ” ไอ้แนบว่า
“ทาสที่หนีมากี่คน” ฉัตรแกล้งถาม “เผื่อข้าเห็นบ้าง”
“ไม่เป็นไรขอรับ ไม่ใช่เรื่องของคุณฉัตร ทาสเรือนกระผม พวกกระผมหากันเองได้”
ไอ้แนบ ไอ้สิงห์ และบ่าวผู้ชาย ไม่สนใจกำลังจะเดินไป นายสน เอาดาบมาขวางไว้
“คุณฉัตรพูดกับพวกมึงดีๆ ทำไมไม่ให้เกียรติกันบ้าง”
ไอ้แนบมองนายสนอย่างหาเรื่อง
“ไม่ใช่เรื่องของมึงหลบไป”
ขาดคำไอ้แนบใช้ดาบปัดดาบของนายสนออก แต่นายสนไม่ยอม สองคนจึงประดาบกับ ทั้งหมดเริ่มต่อสู้กัน ไอ้สิงห์ประดาบกับนายม่วง บ่าวชายที่เหลือเข้ามารุมนายสนกับม่วง

ไอ้เพียร เห็นว่ากำลังได้จังหวะ จึงย่องหนี

บ่วงวันวาร ตอนที่ ๖ (ต่อ)
 

ขณะที่ทั้งหมดกำลังประดาบกันอยู่ ไอ้แนบหันไปเห็นว่าไอ้เพียรกำลังวิ่งหนี

“ไอ้เพียรอยู่นั่น! ตามมันไป”
ไอ้แนบ ไอ้สิงห์ และบ่าวผู้ชาย กำลังจะออกวิ่งตามไอ้เพียรไป แต่ถูกฉัตร ฉาย นายสน และนายม่วง วิ่งเข้าไปดักพวกไอ้แนบไว้ เพื่อให้เพียรหนีไปได้ ทั้งหมดประดาบกันต่อไป!

ทางด้านบัวยังหนาวสั่นอยู่ในอ้อมกอดน้อย
บัวละเมอ “คุณฉัตร…ช่วยบ่าวด้วย…คุณฉัตร”
น้อยกังวลเป็นห่วงบัวมาก
“บัว …อดทนหน่อยนะบัว”
น้อยชะเง้อมองหาไอ้เพียรว่าเมื่อไหร่จะมา
“ทำไมไอ้เพียรออกไปนานขนาดนี้นะ”
น้อยตัดสินใจโอบบัวนอนพิงกำแพง
“ขืนรอไอ้เพียรเอ็งต้องไข้ขึ้นตายอยู่ตรงนี้แน่ๆ เอ็งนอนรอข้าอยู่ตรงนี้นะข้าจะออกไปตามไอ้เพียร”
บัวห้ามไว้ “ไม่ต้องไปมันอันตราย ข้ายังทนไหว”
น้อยไม่ฟัง “เดี๋ยวข้ามา”
จากนั้นน้อยค่อยๆ เปิดประตูอุโบสถออกไป

ครู่ต่อมาน้อยค่อยๆ ย่องออกมาอย่างระมัดระวัง ขณะที่น้อยกำลังวิ่งไปทางบ้านยายเมี้ยน เพื่อไปตามไอ้เพียร ระหว่างนั้น น้อยสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างล้มลงไป น้อยค่อยๆ ยันตัวขึ้นมาเห็นเป็นศพผู้ชายนอนตายอยู่ น้อยตกใจ ค่อยๆ เดินเข้าไปดู พอเห็นว่าเป็นศพนายชด น้อยยิ่งตกใจ ตาโต ร้องกรี๊ดออกมา น้อยอึ้งๆ มองศพนายชดด้วยความเศร้าสลด นึกสงสารบัวขึ้นมาจับใจ ครั้นพอตั้งสติได้น้อยรีบวิ่งกลับไปที่วัดเร็วรี่

ส่วนไอ้เพียรกำลังวิ่งหนีไอ้แบบสุดชีวิต จังหวะนั้นไอ้เพียรหันกลับไปมองว่ามีใครตามมาหรือเปล่า มันเห็นไอ้แนบกำลังวิ่งตามมาอยู่ไกลๆ ไอ้เพียรตกใจ! รีบวิ่งต่อไป

ไอ้แนบกำลังวิ่งตามไอ้เพียร โดยมีฉัตรวิ่งตามไอ้แนบมา และประดาบสกัดไอ้แนบไว้ ครู่หนึ่งฉาย รวมทั้งไอ้สิงห์ นายม่วง บ่าวชายของพิศ ก็วิ่งไล่ตามกันมา ทั้งหมดประดาบกันอีกครั้ง

เวลาผ่านไป ไอ้เพียรวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในอุโบสถ
“นังบัว นังน้อย ไปเร็ว!”
ไอ้เพียรเห็นแต่บัว ก็ตกใจ รีบถาม
“บัว นังน้อยไปไหน”
บัวกำลังจะอ้าปากบอก น้อยก็หน้าตาตื่นโผล่พรวดเข้ามา
ไอ้เพียรหันไปต่อว่า “ทำไมเอ็งไม่ฟังข้าบ้างนังน้อย ออกไปแบบนี้มันอันตราย”
น้อยนิ่งไม่ยอมตอบ สีหน้าดูไม่ดี เหมือนจะร้องไห้ขณะเดินไปหาบัว ไอ้เพียรเห็นน้อยท่าทางดูไม่ดีก็สังหรณ์ใจ น้อยเดินเข้าไปนั่งข้างๆ บัว
“บัวข้ามีอะไรจะบอก ทำใจดีๆ นะ”
บัวนิ่ง ตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ
“พ่อเอ็งตายแล้ว!!”
บัวตกใจ อึ้ง น้ำตาคลอ
“เอ็งพูดอะไร! ไม่จริงใช่ไม๊ ข้าไม่เชื่อ”
น้อยลำบากใจ แต่ต้องบอก “ข้าเจอศพพ่อเอ็งอยู่ในป่าข้างวัดนี่เอง”
บัวร้องไห้ออกมาแทบจะขาดใจ น้อยสงสารจึงร้องไห้ตามกัน ไอ้เพียรยังตกใจ นิ่งสลดอยู่ครู่หนึ่ง บัวรวบรวมกำลังจะวิ่งออกไปหานายชด ไอ้เพียรห้ามไว้ไม่ให้ไป
“นังบัวเอ็งออกไปไม่ได้มันอันตราย ไอ้แนบมันพาพวกมาตามล่าเราแล้ว”
“ข้าจะไปหาพ่อข้า”
“ออกไปตอนนี้ไม่ได้ พวกไอ้แนบมันอยู่แถวนี้ ขืนเอ็งออกไปถูกจับแน่ เอ็งไปกับข้านะ ข้าจะพาไปหาคุณฉัตรคุณฉายเขาออกมาช่วยเอ็งแล้ว”
“พ่อข้าตายทั้งคนเอ็งจะไม่ให้ข้าไปดูหน้าพ่อเป็นครั้งสุดเลยเหรอ อย่าห้ามข้าเลย ถึงข้าจะตายข้าก็ยอม ข้าไม่กลัวอะไรอีกแล้ว”
บัวรวบรวมกำลังที่มีอยู่แล้วตัดสินใจวิ่งออกไปทางชายป่าเบื้องหน้า
สองคนตกใจร้องออกมาพร้อมกัน “บัว”

ไอ้เพียรกับน้อยวิ่งตามบัวไป

บัววิ่งมาเห็นศพนายชดผู้เป็นพ่อ แล้วทรุดลงข้างๆ น้ำตาไหลริน ร่ำไห้แทบขาดใจ

“พ่อ”
บัวเอื้อมมือออกไป ค่อยๆ ปิดตานายชดที่เบิกโพลงอยู่ให้ปิดลง พร้อมกับครวญคร่ำอย่างน่าเวทนา
“ทำไมพ่อด่วนจากฉันไปเร็วแบบนี้ล่ะจ๊ะ ฉันยังไม่ได้ทดแทนบุญคุณพ่อเลย”
ไอ้เพียรกับน้อย ช่วยกันดูต้นทางอยู่อย่างกระวนกระวายใจ
“บัวรีบไปกันเถอะ เดี๋ยวพวกนั้นมันตามมาทัน”
บัวก้มกราบพ่อเป็นครั้งสุดท้าย
“พ่อหลับให้สบายนะ ไม่ต้องห่วงฉัน”
บัวซบลงไปกอดร่างไร้วิญญาณของนายชดอีกครั้ง

สักครู่หนึ่งบรรยากาศดูเงียบลงไป เสียงไอ้เพียรกับน้อยเงียบงันไปด้วย พอบัวเงยหน้าขึ้นมาจึงเห็นว่าเห็นไอ้สิงห์เอาดาบจ่อคอ เพียรกับน้อยไว้แล้ว! บัวตกใจ
“น้อย”
“พวกมึงหนีกูไปไม่พ้นหรอก”
ว่าพลางไอ้แนบก้าวเข้ามาจิกหัวบัว แล้วลากตัวไป บ่าวชายอีกคนก็ลากน้อยตามแนบไป ทั้งสองคนร้องให้ปล่อยและพยายามจะดิ้นหนี ไอ้เพียรเห็นแล้วโมโหตัดสินใจฮึดสู้ไอ้สิงห์กับบ่าวชาย
ไอ้เพียรได้จังหวะคว้าดาบของบ่าวคนหนึ่งมาได้แล้วถือกระชับมั่นไว้ในมือ จากยนั้นไอ้เพียรก็ประดาบกับไอ้สิงห์ ไอ้เพียรเก่งดาบกว่าไอ้สิงห์ ทำให้ไอ้สิงห์ทำอะไรไม่ได้ ถูกไอ้เพียรฟันเฉี่ยวหลายครั้ง จนมันได้จังหวะเข้าไปช่วยน้อยกับบัว
ไอ้แนบกับบ่าวที่เหลือหันมาประดาบกับไอ้เพียร!
“นังน้อย นังบัวรีบหนีไป”
บัวกับน้อยวิ่งหนีไป
ไอ้แนบ ไอ้สิงห์ และบ่าวชาย ออกตัวจะวิ่งตามจับบัวกับน้อย ถูกไอ้เพียรมาดักไว้ ไอ้เพียรประดาบกับไอ้แนบ ไอ้สิงห์ และบ่าวชายเพียงคนเดียวอย่างกล้าหาญ แต่แล้วไอ้เพียรพลาดท่าถูกไอ้แนบฟันเข้าที่แขน
ไอ้เพียรร้อง “โอ๊ย”
น้อยซึ่งไปได้ไม่ไกลได้ยินเสียงไอ้เพียรร้องจึงเหลียวกลับไปดูแล้วก็ต้องตกใจ
“ไอ้เพียร!”
น้อยมองหาท่อนไม้ จะเข้าไปช่วยไอ้เพียร
น้อยพูดกับบัว “บัวเอ็งรีบหนีไปก่อน...ไป”
“ไม่! ถ้าจะหนีเราก็ต้องหนีไปด้วยกัน”
บัวหันไปหาท่อนไม้ข้างๆ จะไปช่วยไอ้เพียรเหมือนกัน
“ข้าบอกให้หนีไป ไม่ต้องห่วงพวกข้า ถ้าไอ้แนบจับเอ็งกลับไปได้ เอ็งต้องตายแน่ๆ”
บัวยังคงลังเลอยู่ เพราะเป็นห่วงทั้งสองคน จนน้อยต้องสั่งเสียงดัง
“ไปสิ”
บัวตัดสินใจวิ่งหนีไป น้อยจึงถือท่อนไม้กลับไปช่วยไอ้เพียร

บัววิ่งหนีมาที่ป่าข้างวัดด้วยอาการเหนื่อยหอบ และอ่อนล้าเต็มที ขณะที่บัววิ่งระวังหน้าระวังหลังอยู่นั้น บัวไม่ทันมองเลยวิ่งไปชนกับใครคนหนึ่งเข้า บัวตกใจจนเมื่อเห็นว่าเป็นฉัตรก็ร้องออกมาอย่างดีใจ
“คุณฉัตร!”
บัวดีใจที่เจอฉัตร บัวยิ้มทั้งน้ำตา ทั้งคู่โผเข้ากอดกัน ฉัตรกอดบัวไว้แน่น ครู่หนึ่งฉัตรก็ผละออกจากบัว มองดูสภาพบัวเนื้อตัวมอมแมม สีหน้าซีดเซียว ก็นึกสงสาร
“แม่บัวเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนไม๊”
“ไม่เจ้าค่ะ คุณฉัตรมาที่นี่ได้อย่างไรเจ้าคะ”
“ฉันรู้ว่าแม่บัวหนีออกมา ฉันเลยออกมาตามหาแม่บัว”
“คุณฉัตรไม่น่าเสี่ยงถึงขนาดนี้เลยนะเจ้าคะ เป็นเพราะบ่าวแท้ๆที่ทำให้คุณฉัตรต้องลำบากแบบนี้”
“ไม่ลำบากอะไรเลย ฉันออกมาตามหาแม่บัว เพราะฉันเป็นห่วงแม่บัว ฉันไม่อยากให้แม่บัวต้องตกระกำลำบากอีกต่อไปแล้ว”
บัวน้ำตาคลอด้วยความซึ้งใจ ฉัตรโผเข้ากอดบัวอีกครั้ง
ส่วนไอ้เพียรกำลังประดาบกับไอ้สิงห์และบ่าวชายอยู่ โดยได้น้อยคอยช่วยอยู่ข้างหลัง แต่น้อยเกิดพลาดถูกบ่าวชายจับท่อนไม้ไว้ได้ มันดึงน้อยเข้ามาหาตัวแล้วตบจนคว่ำ น้อยล้มไปกองที่พื้น บ่าวชายกระชากหัวน้อยไว้
ไอ้เพียรเห็นจึงรีบเข้ามาช่วยน้อย ไอ้สิงห์ขวางไว้ ไอ้เพียรประดาบกับไอ้สิงห์อีก และแลเสไอ้เพียรก็ได้โอกาสฟันไอ้สิงห์ไป แต่ไอ้สิงห์หลบเสียหลักล้มลงไป ไอ้เพียรได้จังหวะรีบพาน้อยวิ่งหนี
“ไปเร็วนังน้อย”
ไอ้เพียรลากน้อยวิ่งหนีไปได้ ไอ้สิงห์กับบ่าวชาย วิ่งตามสองคนไป

ทางด้านฉัตรกับบัวยังคงกอดกันอยู่ด้วยความห่วงหาอาทร
“แม่บัวไม่ต้องกลัวอะไรแล้วนะ ต่อไปนี้ฉันจะปกป้องแม่บัวเอง แม่บัวไปอยู่กับฉันนะ”
“คุณฉัตร…ช่างดีกับบ่าวเหลือเกิน บ่าวเป็นแค่ทาสไม่คู่ควรกับคุณฉัตรหรอกเจ้าค่ะ แค่คุณฉัตรช่วยเหลือบัวแค่นี้ก็เป็นพระคุณแล้วเจ้าค่ะ”
“ไม่ว่าแม่บัวจะเป็นใคร อยู่ในฐานะอะไร แม่บัวมีค่าสำหรับฉันเสมอ ฉันรักแม่บัวตั้งแต่แรกเห็น”
“คุณฉัตร”
บัวซึ้งน้ำตาคลอ ฉัตรและบัวกอดกันไว้แน่น
ครู่หนึ่ง มีใครคนหนึ่งมาทางด้านหลัง แล้วเอาด้ามดาบทุบเข้าไปที่ท้ายทอยฉัตรเต็มแรง ฉัตรทรุดลงไปที่พื้น

ที่แท้เป็นไอ้แนบและบ่าวชายบ้านพิศนั่นเอง และกำลังล้อมฉัตรกับบัวอยู่

บ่วงวันวาร ตอนที่ ๖ (ต่อ)
 

ฉัตรฟุบลงไปกองที่พื้นหญ้า ในอาการงัวเงียสะลึมสะลือ

“ขอประทานโทษนะขอรับ” ไอ้แนบเอ่ยขึ้น
บัวตกใจมาก ร้องเสียงหลง
“คุณฉัตร”
ไอ้แนบจิกหัวบัวขึ้นมา ฉัตรเหลียวมามองบัวด้วยความเป็นห่วง
“อย่าทำอะไรแม่บัว”
ฉัตรตะเกียกตะกายพยายามจะลุกขึ้นไปช่วยบัวให้ได้
ไอ้แนบตามมาทุบเข้าไปที่ท้ายทอยด้วยมืออีกข้างหนึ่ง ฉัตรทรุดลงไปอีก
บัวร้องห้าม ใจจะขาดเสียให้ได้
“พอได้แล้ว อย่าทำอะไรคุณฉัตร”
ไอ้แนบเข้ามาจิกหัวบัวเต็มแรง บัวร้อง “โอ๊ย”
“ปล่อยตัวแม่บัวเดี๋ยวนี้”
ฉัตรกัดฟันพยายามจะลุกขึ้นมาอีก ไอ้แนบทุบเข้าไปอีก! จนทำให้หัวฉัตรแตกเลือดไหลออกมา
บัวร้องไห้ใจจะขาดรอนๆ “คุณฉัตรหนีไปเจ้าค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงบ่าว”
แนบพาบัวเดินกลับไป
“แม่บัว…”
ฉัตรจะตามไป แต่ตามไปไม่ไหวหมดแรง ล้มพับอยู่บริเวณนั้น
ไอ้แนบแสยะยิ้มหน้าเหี้ยม แล้วพาตัวบัวเดินออกไป บ่าวชาย ไอ้สิงห์เดินตามไป

พิศเดินลงมาจากบันไดเรือน มองบัวตาขวางด้วยความแค้นและความสะใจ ไอ้แนบจับตัวบัวโยนลงไปแทบเท้าพิศ
พิศจิกหัวบัวขึ้นมา “นึกว่าจะหนีข้าไปไหนพ้นรึนังบัว คงคิดจะไปเสวยสุขกับคุณฉัตรสินะ...ข้าจะบอกให้นะ ไม่มีใครช่วยเอ็งได้หรอก เอ็งทรยศข้าข้าก็จะให้เอ็งเจ็บ เอ็งจะต้องทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส แล้วก็ต้องตายอยู่ที่เรือนทาสนี่”
บัวแค้น กำมือแน่น แต่พยายามระงับอารมณ์ไว้
“ข้าไม่ได้ทรยศคุณพิศ” บัวจ้องตาพิศไม่กลัวเกรง “คุณฉัตรไม่ได้รักคุณพิศ ต่อให้ไม่มีบ่าว คุณฉัตรก็ไม่มีวันรักคุณพิศ”
พิศโกรธจัด ตบหน้าบัวผัวะ! เลือดไหลปรี่ออกจากปาก
“เพราะเค้ารักเอ็งงั้นรึ นังบัว” พิศแค้นยิ่งนัก “ที่เขาไม่รักข้า เพราะเขารักเอ็งอย่างงั้นรึ นังบัว” พร้อมกันนั้นพิศจิกหัวบัวขึ้นมา “อยากรู้นักถ้าเอ็งตาย เค้าจะยังรักเอ็งอยู่หรือเปล่า”
“ไม่มีอะไรพรากความรักของบ่าวไปจากคุณฉัตรได้หรอกเจ้าค่ะ…แม้แต่ความตาย” บัวบอก
พิศบันดาลโทสะตบหน้าบัวไปอีกฉาดใหญ่
“มึงคอยดูอีบัว กูจะพรากคุณฉัตรมาให้มึงดู”
พิศคำราม ผลักหัวบัวลงไปที่พื้น พลางเรียกไอ้แนบ
“ไอ้แนบ”
ไอ้แนบคลานเข้ามาหา
“เอาตัวอีบัวไปขัง เฝ้ามันไว้ให้ดี ถ้ามันยังหนีไปได้อีก ข้าจะกุดหัวเอ็ง”
“ขอรับ”
ไอ้แนบลากบัวออกไป พิศหันมาทางนางด้วง
“นังด้วง”
นางด้วงถลันเข้ามาหา
“เจ้าคะ”
“ข้ามีงานให้เอ็งทำ” พิศบอกด้วยแววตาวาววาม

เวลานั้นฉายกำลังทำแผลให้ฉัตรอยู่ พระยาโกสินทร์โกรธที่มีคนมาทำร้ายบุตรชาย
“ไอ้พวกทาสเรือนนั้นมันทำเกินไปแล้ว มันกล้ามาทำลูกถึงขนาดนี้! เห็นทีพ่อจะต้องไปเจรจากับท่านเจ้าคุณสมานให้รู้เรื่องกันไป”
“อย่าเลยขอรับเจ้าคุณพ่อ คนพาลอย่างนั้น พูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่า...กระผมว่าคิดหาวิธีพาแม่บัวออกมาจากที่นั่นดีกว่าขอรับ” ฉัตรห้ามไว้
“เกิดเรื่องแบบนี้แล้ว กระผมว่าทางโน้นคงเฝ้าแม่บัวหนาแน่นกว่าเดิมเป็นแน่!”
นายสนเดินเข้ามา
“มีบ่าวจากเรือนท่านเจ้าคุณสมานมาขอพบขอรับ”
สามคนมองหน้ากันด้วยความสงสัย

เวลาต่อมานางด้วง และไอ้แนบก้มกราบพระยาโกสินทร์ ฉัตร และฉาย พอฉัตร กับฉาย เห็นไอ้แนบก็จ้องเขม็งจำได้ว่าเป็นคนที่ทำร้ายฉัตร ไอ้แนบรีบก้มหน้าหลบตา
“มีอะไรว่ามา” พระยาโกสินทร์ถาม
“คุณพิศส่งบ่าวมาเจ้าค่ะ คุณพิศให้มาเรียนว่าถ้าคุณฉัตรต้องการตัวนังบัว คุณพิศเห็นแกมิตรภาพเลยจะยกนังบัวให้” นางด้วงเอ่ยขึ้น
ฉัตรสงสัย “หมายความว่ายังไง”
“ไม่ทราบเจ้าค่ะ คุณพิศฝากมาบอกว่าต้องการให้คุณฉัตรไปเจรจาเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ถ้าไม่อย่างนั้นคุณพิศอาจจะเปลี่ยนใจ” นางด้วงผู้สอพลอบอก
ฉัตรมีสีหน้าครุ่นคิดหนัก

วันต่อมาที่เรือนพระยาโกสินทร์ สองพี่น้องหารือกันอยู่
“พี่ฉัตรก็รู้ว่าเป็นแผนของแม่พิศ พี่ฉัตรจะไปทำไมขอรับ”
“ยังไงพี่ก็ต้องไป พี่ต้องไปช่วยแม่บัวออกมาจากที่นั่นให้ได้”
“งั้นกระผมไปด้วยขอรับ” ฉายบอก
พระยาโกสินทร์ เดินเข้ามาพอดี
“ไปด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ ให้รู้ไปเลยว่าแม่พิศจะมาไม้ไหนกันแน่”

ไม่นานต่อมา พระยาโกสินทร์ ฉัตร และฉาย เดินเข้ามาบนเรือนพระยาสมาน พิศยกมือไหว้พระยาโกสินทร์ ฉัตรกับฉายยกมือไหว้พระยาสมาน
ทั้งสองฝ่ายยิ้มให้กัน แต่ดูออกว่าไม่จริงใจในยิ้มนั้นๆ
พระยาสมานทักทาย “มากันพร้อมหน้าเลยนะขอรับ”
พระยาโกสินทร์เข้าเรื่องทันที “ท่านเจ้าคุณสมานกับแม่พิศมีธุระอะไรก็ว่ามา”
พระยาสมานพูดเหน็บ “ท่านเจ้าคุณคงรู้แล้วว่าเมื่อวันก่อน ลูกชายทั้งสองของท่าน ได้บุกเข้ามาในบ้านของกระผมหวังจะมาชิงทาสในเรือนของกระผม”
พระยาโกสินทร์ตอบหน้าเคร่ง “ถ้าเป็นเรื่องนั้น กระผมทราบแล้วที่มาวันนี้ก็จะมาเจรจาเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น”
“กระผมเห็นคนกำลังตกทุกข์ได้ยากกระผมก็ต้องการช่วยเป็นธรรมดา” ฉัตรแทรกขึ้น
“ก็ในเมื่อตกลงกันแล้วว่าจะเอาอัฐมาไถ่ตัวนังบัว แต่ไม่เห็นมาตามที่นัดจะบุกเข้ามาชิงตัวนี้ได้อย่างไร” พระยาสมานเย้ย
ฉายแดกดัน “นายชดก็มาตามนัดแล้วขอรับ แต่ถูก ‘โจรใจชั่ว’ มันมาฆ่าชิงอัฐไปเสียก่อน”
พระยาสมานสะดุ้ง
“แต่ถ้าวันนี้ท่านเจ้าคุณสมานยอมที่จะให้ไถ่ตัวแม่บัว กระผมก็ยินดีจะไถ่ขอรับ” ฉัตรบอก
พิศพูดแทรกขึ้นมา “ไม่ต้องไถ่หรอกค่ะคุณฉัตร พิศจะยกนังบัวให้เปล่าๆ คิดเสียว่าเป็นของขวัญ”
ทุกคนเหลียวมามอง ไม่เข้าใจที่พิศพูดว่าของขวัญอะไร
“ของขวัญอะไร” ฉัตรฉงน
พิศยิ้มในสีหน้า ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “ของขวัญแต่งงาน ระหว่างพิศกับคุณฉัตรไงคะ”

พระยาโกสินทร์ ฉัตร และฉาย ตกใจ!

ขณะเดียวกันที่ใต้ถุนเรือน ทั้งนางแดง นางพุ่ม เหล่าบ่าวและทาส ต่างพากันมาแอบฟังอยู่ที่ใต้ถุนเรือนกันสลอน ทุกคนเงี่ยหูฟังเรื่องบนเรือน

“ฉันไม่แต่ง! ฉันไม่ได้รักแม่พิศ” ฉัตรบอกเสียงแข็ง
“พิศเองก็ไม่ได้รักคุณฉัตรเหมือนกันค่ะ!” พิศว่า
ฉัตรแปลกใจมาก
“แล้วแม่พิศจะบังคับให้ฉันแต่งงานกับแม่พิศทำไม”
พิศมองฉัตรสีหน้านิ่งแววตาเต็มไปด้วยความแค้น “พิศไม่ยอมให้ใครนินทาได้ ว่าโดนคู่หมั้นทิ้งแล้วไปคว้าทาสเอามาเป็นเมีย”
ฉัตรสวนออกมา “แต่ฉันรักแม่บัว”
พิศไม่สน “แต่คุณฉัตรต้องแต่งงานกับพิศ”
พระยาโกสินทร์เห็นเรื่องชักลุกลามใหญ่โต จึงพยายามใช้เหตุผลพูดกับพิศ
“นึกว่าฉันขอร้องเถอะนะแม่พิศ ในเมื่อไม่รักกัน จะอยู่กินกันไปทำไม” ก่อนจะหันมาทางพระยาสมาน “ให้ฉันไถ่ตัวนังบัวมันไปเถอะนะ จะเรียกเงินทองเท่าไหร่ฉันจะหามาให้”
พิศได้ฟังกลับยิ่งโกรธ “ไม่เจ้าค่ะ! พิศไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น นอกจากแต่งงานกับคุณฉัตร ถ้าคุณฉัตรไม่ตกลง นังบัวก็คงต้องตายอยู่ในเรือนนี้”
ฉัตรทนไม่ไหวพูดเป็นเชิงขู่ “ถ้าแม่พิศจะทำกันถึงเพียงนี้ เห็นทีฉันก็คงต้องไปแจ้งหลวง”
พิศไม่ผิดแถมขู่กลับ “กว่าคุณฉัตรจะไปแจ้งหลวง นังบัวก็คงไปอยู่ในซ่องแล้วล่ะค่ะ”ฉัตรตกใจ “อย่านะ”
พิศเชิดหน้าใส่ฉัตร มองสู้สายตาอย่างไม่ยอมอ่อนข้อให้
“ไม่เห็นแก่ฉัน ก็เห็นแก่บุญแก่บาปเถอะแม่พิศ จะไทหรือทาสมันก็คนด้วยกัน อย่าทำกันถึงขนาดนั้นเลย”
พิศเมินหน้าหนีพระยาโกสินทร์ หันไปมองหน้าบิดา พระยาสมานพูดอย่างไม่ยี่หระ
“แม่พิศเขาเป็นคนใจแข็งมาแต่ไหนแต่ไร ลองเขาปักใจจะทำอะไรแล้ว ใครก็ห้ามไม่ได้หรอก เจ้าคุณ”
พิศลุกขึ้นยืน ประกาศทิ้งท้าย
“ข้อเสนอของพิศมีเท่านี้ คุณฉัตรจะว่าอย่างไรคะ”
ฉัตรเครียดจัด

เวลาต่อมา บัวทรุดลงกับพื้นห้องขัง หัวใจแทบแตกสลาย พอทราบข่าวจากนางพุ่มที่มารายงาน
“คุณฉัตรจะต้องแต่งงานกับคุณพิศจริงๆ หรือจ๊ะ”
นางพุ่มพยักหน้า “จริง .. เธอยอมแต่งกับคุณพิศ เพื่อแลกกับความเป็นไทของเอ็ง”
บัวน้ำตาคลอ “โธ่..คุณฉัตร..ไม่น่าต้องเสียสละเพื่อข้าขนาด นั้นเลย”
“วันที่เขาแต่งงานกัน เอ็งก็จะได้เป็นไท” นางพุ่มว่า
“ข้าจะเป็นไทไปเพื่ออะไรกันเล่า น้าพุ่ม ถ้าข้าเป็นไทแล้ว แต่ต้องเห็นคนที่ข้ารัก ต้องทุกข์ทรมานตลอดชีวิต ข้าไม่สู้ตายไปเสียมิดีกว่าหรือ”
บัวร้องไห้เงียบๆ เศร้าใจกับชะตาชีวิตของตัวเอง

สามพ่อลูกกลับมาที่เรือนแล้ว ฉัตร ฉาย และพระยาโกสินทร์ ต่างมีสีหน้ากังวล ฉายเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น
“กระผมไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ฉัตรถึงยอมตกลงแม่พิศไป แบบนั้น เราจะไม่มีวิธีอื่นที่จะช่วยแม่บัวออกมาเลยหรือ”
“ฉายคิดเรอะว่าคนอย่างพี่จะยอม” ฉัตรพูดด้วยแววตาแข็งกร้าว
ฉายฟังแล้วแปลกใจ “ไม่ยอม แล้วพี่ฉัตรคิดจะทำกระไรหรือขอรับ”
“พี่จะพาตัวแม่บัวหนีในวันงาน” ฉัตรบอกท่าทีจริงจัง
“วันงานคนคงมากมาย มันจะไม่ดีหรือขอรับ” ฉายทักท้วง
พระยาโกสินทร์กลับเห็นงามตามลูกชายคนโต “ดีสิ คนยิ่งมาก ยิ่งดี” ท่านเจ้าคุณยิ้มออกมา “พ่อคิดออกแล้วว่าจะทำยังไง”
ฉัตรและฉายหันมองบิดาอย่างแปลกใจ

ครู่ต่อมาพระยาโกสินทร์หยิบหีบใส่ตรวนทองคำออกมา แล้ววางให้ลูกทั้งสองดู
“พ่อจะเอาตรวนทองคำพระราชทานนี่ ไปเป็นสินสอดให้แม่พิศ”
ฉัตรกับฉาย ตกใจ
ฉายท้วงทันที “แต่ตรวนทองคำพระราชทานเป็นของมีค่าที่สุดที่เจ้าคุณพ่อได้รัพระราชทานมา และเจ้าคุณพ่อก็หวงมากไม่ใช่หรือขอรับ ทำไมถึงตัดสินใจจะเอาไปเป็นสินสอดให้กับคนอย่างแม่พิศได้ละขอรับ”
“ก็เพราะของมันมีค่าไง ใครๆ ก็อยากเห็น อยากชื่นชม ถ้าชาวบ้านรู้ว่าเราเอาตรวนทองคำมาเป็นสินสอด ชาวบ้านก็จะแห่กันมาดูตรวนทองคำ คนยิ่งเยอะเราก็ยิ่งทำอะไรสะดวก” ท่านเจ้าคุณบอกเหตุผล
“เจ้าคุณพ่อ”
ฉัตรน้ำตาคลอ มองผู้เป็นบิดาอย่างซาบซึ้งใจ พร้อมก้มลงกราบเท้าพระยาโกสินทร์
“พ่อรักเจ้า อะไรที่เป็นความสุขของลูกพ่อยอมทำได้ทั้งนั้น”
ท่านเจ้าคุณบอกด้วยน้ำเสียงเปี่ยมเมตตา

วันต่อมามีชาวบ้านยืนมุงอะไรกันอยู่ที่ตลาด โดยมีนายสนยืนคุยอยู่กับชาวบ้าน แม่ค้าในตลาด เสียงเอ็ดตะโร
ชาวบ้านคนหนึ่งร้องถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น “จริงเหรอวะ”
“จริงสิ! ข้าจะโกหกทำไม ขนาดข้าเป็นบ่าวในบ้านยังไม่เคยมีบุญตาได้เห็นเลย”
“ข้าอยากเห็นให้เป็นบุญตาสักครั้งว่ะ” แม่ค้าคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“อยากดูต้องได้ดู! ของพระราชทานเชียวนะ เกิดอีกกี่สิบชาติก็ไม่รู้จะได้เห็นหรือเปล่า” ชาวบ้านอีกคนบอก
“นั่นสิวะ ข้าจะไปรอดูแต่ไก่โห่เลย” แม่ค้าคนเดิมว่า
“มีลูกมีหลานชวนกันไปให้หมด ชวนกันไปให้เยอะๆ” นายสนสนับสนุนเป็นการใหญ่
ชาวบ้านและบรรดาแม่ค้าต่างฮือฮา เตรียมตัวจะไปดูตรวนทองคำพระราชทานกัน จังหวะนั้นนายสน เห็นนางพุ่มเดินอยู่อีกมุมในตลาด

ขณะที่นางพุ่มกำลังเดินกลับจากตลาด ครู่หนึ่ง ก็มีมือของใครคนหนึ่งเอื้อมมือมาปิดปากนางพุ่มไว้ แล้วลากตัวนางพุ่มเข้าไปที่มุมบ้านร้างอย่างรวดเร็ว
นางพุ่มพยายามจะดิ้นรนหนีจากการจับกุม นายสนรีบกระซิบสั่ง
“ไม่ต้องตกใจ ข้าเป็นบ่าวคุณฉัตร”
นางพุ่มหยุดดิ้นทันที นายสนพอเห็นนางพุ่มไม่ดิ้นแล้ว จึงยอมปล่อยตัวนางพุ่มโดยดี
“มีอะไร” นางพุ่มถาม

นางด้วงวิ่งหน้าตาตื่นขึ้นมาบนเรือนพระยาสมาน ก่อนจะคลานเข่าเข้ามารายงานพิศ
“คุณพิศเจ้าคะ..คุณพิศ”
พิศฉงนท่าทีตื่นตูมของบ่าวผู้สอพลอ “มีอะไรนังด้วง”
“บ่าวได้ยินมาว่าพระยาโกสินทร์ จะเอาตรวนทองคำพระราชทานมาเป็นสินสอดสู่ขอคุณพิศเจ้าค่ะ”
พระยาสมานเดินเข้ามาทันได้ยินคำพูดนางด้วงพอดี
“เอ็งว่าอะไรนะ ท่านเจ้าคุณโกสินทร์จะเอาตรวนทองคำมาเป็นสินสอดลูกพิศงั้นเรอะ”
“เจ้าค่ะ นางพุ่มบอกว่าคนในตลาดลือกันใหญ่โต”
พิศได้ยินนางด้วงพูดแล้วรู้สึกแปลกใจ พึมพำออกมา
“ทำไมถึงเอาตรวนทองคำมาเป็นสินสอด”
พระยาสมานยิ้มร่าอย่างดีใจ “จะเป็นไรไปเล่าลูก...ตรวนอันนั้นนอกจากเป็นของพระราชทานแล้ว ยังทำจากทองคำล้วนๆ ทั้งอัน ตีค่าเป็นไม่รู้เท่าไหร่ แค่ได้ยินแค่นี้ก็มีความสุขไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว” ท่านเจ้าคุณหัวเราะร่า “ถ้าเห็นของจริงข้าคงไม่เป็นลมล้มไปเลยหรือวะ นังด้วง!”
นางด้วงพลอยยิ้มมีปลื้มปริ่มมีความสุขตามพระยาสมาน เว้นแต่พิศที่ยังมีสีหน้าครุ่นคิด
“พวกแม่ค้ามันยังบอกอีกนะเจ้าคะว่าพระยาโกสินทร์ จะแห่ขบวนขันหมากมาอย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติที่สุด อีพวกชาวบ้าน แม่ค้าในตลาดนี้ตื่นเต้นอยากจะออกมาดูขบวนแห่กันยกใหญ่” นางด้วยกระดี๊กระด๊าเล่าต่อ
พระยาสมานรีบสั่งการ “เฮ้ยๆๆ งั้นพรุ่งนี้เอ็งพาบ่าวผู้ชาย ตรวจตราความเรียบร้อยให้ดีนะ นังด้วง อย่าให้ใครเข้ามาเกะกะในงานได้”
“เจ้าค่ะ”

นางด้วงระริกระรี้รับคำ ส่วนพิศแทนที่จะดีใจ กลับมีสีหน้ากังวล ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

ติดตาม "บ่วงวันวาร" ตอนที่ ๗ 
บ่วงวันวาร ตอนที่ ๑
บ่วงวันวาร ตอนที่ ๑
บรรยากาศในพระนครของแผ่นดินสยาม สมัยสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕ บ้านเรือน และถนนหนทางดูร่มรื่นร่มเย็น  เช่นเดียวกับที่มุมหนึ่งของพระนคร ผู้คนที่แวะเวียนผ่านมาละแวกนี้ ต่างรู้ดีว่านี่คือ “เรือนพระยาโกสินทร์” บ้านเรือนไทยหลังงามของพระยาโกสินทร์บนเนื้อที่กว้างขวางสมฐานันดรศักดิ์ของข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ และรักในชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ท่านนี้ และตอนกลางวันของวันนี้ที่เรือนพระยาโกสินทร์ดูคึกคัก และวุ่นวายมากกว่าที่ผ่านๆ เพราะทุกชีวิตในบ้านหลังนี้ต่างเตรียมงานเพื่อต้อนรับ ฉัตร และฉาย บุตรชายของท่านเจ้าคุณ ที่จะเดินทางกลับจากเมืองนอก ประเทศรุสเซียในวันนี้ บนตึกหลังใหญ่เห็นบรรดาบ่าวไพร่กำลังสะบัดผ้าปูที่นอนใหม่ ก่อนจะจัดแจงปูที่เตียงในห้องนอนของฉัตรและฉาย บ่าวผู้หญิงกำลังจัดแจกันดอกไม้ แล้วนำไปประดับตามมุมต่างๆ ของบ้าน เช่นเดียวกับบ่าวไพร่ในครัวต่างกำลังเตรียมทำกับข้าวกันโกลาหล ควันจากเตาถ่านลอยโขมง ไม่มีใครว่างมือเลยสักคน บ้างก็ยกหม้อนึ่งขึ้นเตา บ้างก็กำลังโขลกน้ำพริก บ้างก็กำลังสับ หั่น ซอย ตามหน้าที่ของตน
กำลังโหลดความคิดเห็น...