xs
xsm
sm
md
lg

เสือสมิง ตอนที่ 15

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เสือสมิง ตอนที่ 15

กองไฟลุกโชน ภราดรนั่งผิงไฟอยู่ท่าทางหนาว กินรีเดินเอาผ้าห่มมาให้
 

“หมอ...ผ้าห่มค่ะ”
ภราดรรับไปห่มคลุม
“ขอบคุณครับ นั่งก่อนสิ”
“ค่ะ”กินรีนั่งลง
“ที่นี่หนาวจัง”
“แถวนี้เป็นที่ราบบนเขาอากาศก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ”
ภราดรรู้สึกสบายแล้วทำเป็นคิดถึงระริน
“ถ้าระรินอยู่ด้วยคงจะดีนะ”
กินรีหน้าเศร้าลงแต่เก็บเอาไว้ในใจ ภราดรลองใจกินรีสังเกตเห็นแล้วแอบยิ้มในใจเพราะกินรีท่าทางยังรักเขาอยู่
“คุณหมอคิดถึงเธอหรือคะ”
“คิดถึงสิ ระรินเป็นคนรักของฉันนี่ ฉันว่าฉันจะแต่
งานกับระริน เธอว่าดีไหม”
กินรีรู้สึกเหมือนเข็มทิ่มแทงใจ แต่เธอก็ยังกล้ำกลืนตอบไป
“ดีค่ะ คุณหมอกับคุณระรินดูเหมาะสมกันดี”
“ใช่ ใครๆก็พูดแบบนั้น เราสัญญาว่าจะรักกันตลอดไป”
ภราดรลองใจกินรีแล้วลอบมอง กินรีหลบตาแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตา ทั้งคู่จ้องมองหน้ากัน

ในอดีต เมืองพุกามเมื่อ 800 ปีที่แล้ว...ท้องฟ้ามีพระจันทร์เต็มดวง ที่สระน้ำของพระราชวังมีโคมลอยเต็มไปหมด บาเยงโบเดินเคียงคู่มากับชะเวมะรัตแล้วตรงมาที่สระ มีนางกำนัลคอยถือโคมเดินตาม
“คืนนี้พระมเหสีช่างงามนัก”
ชะเวมะรัตยิ้มอายๆ
“หม่อมฉันก็เป็นเยี่ยงนี้ทุกวันเพคะ พ่ออยู่หัวอย่าได้ปดเยินยอเพื่อให้หม่อมฉันเอมใจเลย”
“ข้าหาได้โป้ปด เจ้าช่างงามกว่าทุกวันจริง”
บาเบงโบยิ้มมีความสุข
“ไปลอยพระประทีปเถอะ ขืนตรัสเยี่ยงนี้ต่อไปหม่อมฉันคงลอยไปถึงพระจันทร์โน่น”
บาเยงโบหัวเราะเบาๆ แล้วเดินไปที่บริเวณที่จะลอยพระประทีป นางกำนัลพลอยยิ้มมีความสุขไปด้วย แล้วส่งดวงประทีปให้คนทั้งสองก่อนจะถอยห่างออกไป
ชะเวมะรัตกับบาเยงโบคุกเข่าที่หน้าสระ ต่างคนต่างอธิษฐาน สักครู่ทั้งคู่ก็ลอยพระประทีปไป ก่อนจะลุกขึ้น มองไปทางพระประทีปที่ลอยเคียงคู่กันไป

บาเยงโบประคองชะเวมะรัตมานั่งชมจันทร์ที่ศาลา
“อยากรู้ยิ่งนักว่าเจ้าอธิษฐานว่ากระไร”
“พ่ออยู่หัวล่ะ อธิษฐานว่ากระไร”
ชะเวมะรัตอมยิ้ม บางเยงโบหยอกล้อ
“เอ๊ะ...เจ้านี่สำคัญ กล้าย้อนถามเราเยี่ยงนี้เลยหรือ”
“ก็พ่ออยู่หัวเอาเปรียบนี่เพคะ เล่นถามหม่อมฉันฝ่ายเดียว หม่อมฉันก็อยากรู้บ้าง”
“คำอธิษฐานของข้าทุกคำ ได้มอบให้แก่หญิงที่ข้ารักมากที่สุดในแผ่นดิน นางผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของข้า ข้าขอยกความดีทั้งหมดที่ข้ามีมอบให้นางและรับความอัปโชคที่นางได้รับขอให้สิ่งนั้นมาสู่ตัวข้า ข้าขอให้นางมีความสุข และตัวข้าจะรักนางตลอดไปทุกชาติภพ”
ชะเวมะรัตน้ำตาเอ่ออย่างซึ้งใจ
“ทีนี้ตาเจ้าบ้าง”
“หม่อมฉันหาต้องพูดอีก เพราะทั้งหมดที่หม่อมฉันอธิษฐาน พ่ออยู่หัวได้ตรัสออกมาหมดแล้ว”
ชะเวมะรัตซบศีรษะลงที่ไหล่บาเยงโบอย่างเป็นสุข

กินรีมองหน้าภราดรเห็นแววตาของเขามีเมตตาและเอื้ออาทรแฝงอยู่ ภราดรมองเห็นความเศร้าในดวงตาของกินรี
“ทำไมแววตาเธอดูเศร้าจัง”
กินรีหลบตา
“เอ่อ...คงเป็นเพราะ กินรีคิดถึงบ้านมั๊งคะ”
“ฉันเดาว่าไม่ใช่หรอก”
ภราดรไม่เชื่อคำที่กินรีแก้ตัว แล้วถามขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเพื่อลองใจ
“เธอไม่มีคนรักบ้างหรือ”
กินรีจุกขึ้นมาที่ลำคอ
“เคยมีค่ะ”
ภราดรรู้สึกสนใจแล้วซักไซร้
“เอ่อ...ขอโทษนะ เขาเป็นใครอยู่ที่ไหนหรือ”
“เขา...เอ่อ...เป็น...เป็นคนธรรมดานี่แหละค่ะ แต่เขากำลังเหินห่างออกไป มันไกลไปเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าจะได้กลับมาพบกันหรือเปล่า”
ภราดรรู้สึกสงสาร ในใจลิงโลดเพราะรู้ว่ากินรีหมายถึงเขา
“น่าเห็นใจจัง ขอโทษนะที่ถาม เธอเลยเศร้าเลย เธอคงยังคิดถึงเขาอยู่สินะ”
“ค่ะ...กินรีคิดถึงเขาแล้วจะคิดถึงเขาตลอดไป”
กินรีน้ำตาเอ่อ...แล้วหลบตา
“เขาคนนั้นช่างโชคดีจริงๆ ฉันเอาใจช่วยเธอนะ เชื่อสิวันหนึ่งคนรักของเธอต้องกลับมาหาเธอ”
“ตามสบายนะคะ...กินรีขอตัวก่อน”
กินรีลุกออกไป ภราดรมองตาม
“อดทนหน่อยนะกินรี ไม่มีอะไรพรากคนรักเธอไปได้หรอก ฉันจะกลับมา ฉันสัญญา”

ประเดิมยังนั่งกินเหล้ากับพรานเฒ่า เขาเริ่มเมา...
“เฮ้ย...เบาๆ หกหมดแล้ว”
ประเดิมรู้สึกผิด
“ตายจริง...ไม่เป็นไรฉันเลียคืนก็ได้ เสียดาย”
ประเดิมทำท่าจะเลีย พรานเฒ่าห้ามไว้
“เฮ้ย...ไม่เป็นไร เก็บลิ้นเอาไว้เลียเจ้านายเอ็งเถอะ”
ประเดิมลิ้นพันกันอย่างหนัก พรานเฒ่าสอน
“การกินเหล้าเนี่ยนะมันต้องมีสูตรในการกิน เพื่อจะได้ครองสติให้อยู่”
“สูตรอะไร”
“ก็กินแก้วที่หนึ่ง ก็หนึ่งก๊งนงนุช สองก๊งพุทธวาจา สามก๊งกำลังดี สี่ก๊งกำลังบ้า ห้าก๊งกำลังเมา”
ประเดิมตาปรือนั่งแทบไม่ไหว
“แล้วเอ็งกินไปกี่ก๊งแล้ววะ”
“ครึ่งไห...”
พูดจบประเดิมหงายหลังตึงลงไปหลับไม่รับรู้อะไรอีกต่อไป พรานเฒ่ามองดูแล้วส่ายหน้าแล้วร้องเพลง...
“ลิงหนอลิงคออ่อนจริงๆ...เมากลิ้งบางตัวก็เมาโซเซ”

สักครู่บ้านทั้งหลังไฟดับวูบลง

เสือใจเปิบข้าวคำสุดท้ายเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย แล้วยกขันน้ำดื่ม
“เป็นข้าวมื้อที่อร่อยที่สุด ในรอบ 10 ปี”
เสือใจหัวเราะ แวว จงใจ แก้ว และหินล้อมวงกินข้าวด้วยกัน กับข้าวกลางวงหมดทุกอย่าง จงใจกับแก้วอมยิ้ม
“ฝีมือลูกสาวพี่นั่นแหละ” แววหันมาบอก
“จริงหรือ...แหมสำคัญนะเรา พ่อไม่ยักรู้ว่าจงใจก็เป็นงานบ้านงานเรือนกับเขาเหมือนกัน”
“ฉันก็หัดของฉันเรื่อยนั่นแหละ พ่อเคยมาสนใจซะที่ไหน เห็นกินแต่กับข้าวน้าแวว”
แววรู้สึกเขิน เสือใจปลอบจงใจ
“โอ๋...ทำเป็นใจน้อย...พ่อแหย่เล่นน่ะ”
หินแซวๆ
“สงสัยพี่จงใจกำลังเตรียมตัวเป็นแม่บ้านมั๊ง จริงไหมพี่แก้ว”
แก้วรับมุข
“จริงด้วย...เอ...หรือว่าเป็นคุณนายนายร้อยน้า...”
จงใจเขินหน้าแดง
“ไม่เอาแล้ว ฉันเก็บจานไปล้างดีกว่า”
“ฉันไปด้วย”
หินลุกตาม
“ฉันด้วย”
จงใจ หิน แก้ว ลุกออกไปเหลือแต่เสือใจกับแวว ท่าทางผ่อนคลาย
“เฮ้อ...จบเรื่องซะที...”
แววดูกังวลแล้วบอกความในใจ
“ยังหรอกพี่ ฉันว่ามันเพิ่งเริ่มต้น”
เสือใจมองแววอย่างสงสัย

กินรี และมะค่านอนหลับอยู่บนบ้านด้วยกัน พรานเฒ่าเดินขึ้นมาดูความเรียบร้อย เห็นภราดรนอนหลับสบายอยู่อีกมุมหนึ่ง ประเดิมนอนหลับสนิทคาวงเหล้า พรานเฒ่าเดินดูแล้วเดินลงจากบ้านไป

แววเล่าเรื่องต่างๆของเสือทศที่ได้เห็นและรับรู้มาให้เสือใจฟัง เสือใจแทบไม่เชื่อ
“ไอ้ทศนั่นหรือ ไม่จริงหรอก ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ”
“แต่ฉันเชื่อ ไอ้ทศมันเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูงมาตั้งแต่เด็กแล้ว”
เสือใจยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“จริงอยู่...ไอ้ทศมันเป็นอย่างนั้นก็จริง...แต่มันคงไม่ถึงขนาดทำลายพวกเดียวกันเองหรอก”
“มันก็ไม่แน่หรอก เงิน อำนาจ มันทำให้คนทำอะไรได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะความชั่ว”
แววพูดอย่างจริงจัง เสือใจรู้สึกหนักใจ
“เพื่อความเป็นธรรมของไอ้ทศ ฉันจะพิสูจน์ เอง เริ่มจากสมบัติที่มันฝังเอาไว้”
แววพอใจ ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะพูดอะไรต่อไป จงใจ แก้ว และหินก็ออกมา
“เสร็จแล้ว ไปพ่อ...กลับบ้านนอนกันดีกว่า”
“เอาสิลูก...แวว ฉันไปก่อนนะ”
แววพยักหน้าแล้วยิ้มให้ หินกับแก้วมองแววรับรู้ได้ถึงความสุขของแม่จากสายตา เสือใจเดินจูงมือจงใจหยอกล้อกันไป แก้วเข้าใจแม่แล้วซบที่ไหล่ หินเข้ามาโอบกอดอีกคนอย่างดูอบอุ่น

เช้าวันใหม่...ประเดิมนอนอยู่มีแมลงวันตอมใบหน้าแล้วตื่นขึ้น เขาตกใจเมื่อพบว่านอนอยู่กับพื้นดิน เขารีบลุกขึ้นมองไปรอบๆเห็นพื้นดินว่างเปล่าไม่มีกระท่อมเหลืออยู่เลย ภราดร กินรี มะค่า นอนหลับอยู่ที่พื้น ประเดิมคิดว่าตนเองยังไม่หายเมา
“เฮ้ย...นี่ยังเมาไม่สร่างหรือวะ”
กินรี ภราดร และมะค่า ตื่นขึ้นแล้วพบว่าตัวเองนอนอยู่กับดิน
“บ้านหายไปไหนเนี่ย” ภราดรตกใจ
กินรีเดินไปหามะค่า แล้วมองไปรอบๆหน้าตาตระหนก
“เป็นอย่างนี้ได้ยังไง แล้วลุงพรานล่ะ”
ประเดิมกับภราดรเดินมาสมทบ
“สงสัยจะโดนผีหลอกอีกแล้วเนี่ย คราวนี้ม้าอะไรอีกล่ะมะค่า”
มะค่าก็ไม่เข้าใจ
“คงไม่ใช่ผีหรอก แบบนี้เขามาดี”
“นั่นสิ ท่านคงเป็นเทวดาอารักษ์มาช่วยเรามั๊ง”
ภราดรท่าทางไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ประเดิมเดินไปรอบๆแล้วเห็นไหเหล้าตั้งอยู่ แล้วหยิบมาหมายจะกิน มะค่าแปลกใจแล้วชี้ที่ขาประเดิม
“น้าประเดิม...ขาน้า”
กินรีกับมะค่าหันไปดูเห็นว่าขาของประเดิมหาย กลายเป็นปกติเหมือนกับไม่เคยได้รับบาดเจ็บมาเลย กินรีหน้าตื่น
“ทำไมขาพี่ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ”
ประเดิมดีใจ
“จริงด้วย...ไชโย หายแล้วจริงด้วย ลุงพรานพูดจริง เหล้านี่มันช่วยรักษาแผล ต้องถอนซักหน่อย”
ประเดิมรินเหล้าดื่มแล้วหน้าเหย
“นี่มันน้ำเปล่านี่”
ทุกคนขนลุก กินรียกมือขอบคุณเจ้าป่าเจ้าเขาเทวดาอารักษ์
“ลูกขอขอบพระคุณเจ้าป่าเจ้าเขาเทวดาอารักษ์ที่ช่วยพวกลูกเอาไว้...สาธุ”
ภราดรตัดบท
“ฉันว่าเรารีบไปตามหาพวกเสี่ยรงค์ดีกว่า จะได้กลับบ้านกัน”
ทุกคนเห็นด้วยแล้วรีบเดินทางออกไปจากที่นั่น สักครู่พรานเฒ่าปรากฏตัวขึ้นแทนที่ แล้วมองพวกภราดรที่กำลังเดินห่างออกไปเรื่อยๆอย่างน่าอัศจรรย์...ร่างของพรานเฒ่ากลายเป็นพระธุดงค์
“อาตมาช่วยได้แค่นี้แหละ”
ร่างพระธุดงค์ค่อยๆเลือนหายไป

ระรินสั่งเสียงดังขณะที่เสี่ยรงค์กับพวกอยู่กันพร้อมหน้า
“วันนี้ต้องตามหมอภราดรให้เจอ ถ้าไม่เจอ ฉันจะไม่กลับ”
จ่าชิตแซว
“ไม่เป็นไรครับ พวกผมกลับกันเองก็ได้ เชิญคุณระรินล่องไพรต่อให้สบายใจเลย”
ระรินตวาด
“ไอ้บ้า...ฉันไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น”
เสี่ยรงค์แทรกเข้าด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“เราจะไม่กลับจนกว่าจะได้ตัวหมอภราดร เข้าใจไหม”
เสี่ยรงค์มองมาทางศักดา
“ได้ครับเสี่ย เอ้า...พวกเราแยกย้ายกันไปค้นหาได้แล้ว”
สมรักษ์ให้ความหวังแบบประชด
“ไม่ต้องกลัวนะครับคุณระริน เราต้องหาหมอภราดรเจอแน่”
ระรินยิ้มและเบาใจ สมรักษ์พูดต่อ
“ตราบใดที่ยังไม่ได้ยินเสียงระเบิด”
ระรินหน้าเสียโกรธสมรักษ์และอยากกรี๊ด
“หมวด...ไอ้...หมวดบ้าคนยิ่งใจไม่ดีอยู่”

สมรักษ์ จ่าชิต และหมู่เดินหัวเราะกันออกไป

ภราดรนำทางกินรี ประเดิม มะค่าเดินมาตามทางอย่างรีบเร่ง เท่าที่เขาจะจำตอนขามาได้ แล้วมาหยุดพักมองหาทางไปต่อ และไม่รู้จะไปทางไหนดี ภราดรพยายามนึก
“นี่ทางไปแคมป์เสี่ยรงค์แน่หรือหมอ” ประเดิมสงสัย
ภราดรสองจิตสองใจ
“เอ่อ...ฉันจำไม่ค่อยได้น่ะ ตอนมาเสือใจพาเลี้ยวโน่นเลี้ยวนี่จนงงไปหมด”
กินรีหนักใจ
“แล้วจะทำยังไงดีล่ะคราวนี้”
ภราดรเดินไปมาแล้วคิด สักพักก็คิดออก
“คิดออกแล้ว...เอาอย่างนี้ เราไปหาเขาไม่ได้ ก็ให้เขามาหาเราสิ”
ประเดิม กินรี มะค่า มองหน้าภราดรงงๆ

ศักดาออกลาดตะเวนตามหาภราดรมาตามป่า พลางสั่ง
“ระวังตัวด้วยนะอย่าลืมว่าแถวนี้มันเขตของเสือใจ”
“ครับ”
ตำรวจรับรู้แล้วออกเดินทางต่อ

อองไชยยังติดใจเรื่องเมื่อวานเขาแน่ใจว่าเสือใจมาทางที่เขาตามมาเขาจึงย้อนมาทางเก่า เมื่อมาถึงต้นไม้ที่ภราดรถอดระเบิด เขาก็พบว่าเขาคิดถูกจริงๆ สิ่งที่เขาและลูกน้องเห็นก็คือ เสื้อระเบิดถูกแขวนไว้เป็นหุ่นไล่กา อองไชยโมโห
“ไอ้ใจ...”

สมรักษ์ จ่าชิต และหมู่ เดินตามหาภราดรมาตามทาง จ่าชิตบ่นอุบ
“หมอภราดรนี่เสน่ห์แรงจริงๆ ทำเอาเราลำบากไปด้วย”
“อย่าบ่นเลยน่า ตามหาคนเป็นหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้ว”
“คร้าบ...พ่อตำรวจในอุดมคติ”
จ่าชิตกับหมู่หัวเราะ แล้วจ่าชิตก็เห็นควันไฟพวยพุ่งขึ้นบนฟ้าไกลออกไป
“หมวด ดูอะไรนั่น”
ทุกคนเห็นควันไฟพวยพุ่งขึ้นฟ้า

สมรักษ์ จ่าชิต และหมู่ต่างรีบไปที่ต้นกำเนิดควันไฟ มาถึงลานกลางป่าก็เจอกับศักดา และตำรวจ จ่าชิตข้าไปถาม
“เห็นควันไหมผู้กอง”
“เห็นสิ ผมกำลังจะไปที่นั่นแหละ”
ทันใดนั้น อองไชยรีบเข้ามา
“เดี๋ยว มันอาจจะเป็นกับดักก็ได้”
สมรักษ์มองเห็นเสื้อระเบิดในมืออองไชยแล้วเดาได้
“หรือ มันอาจจะเป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือของหมอภราดรก็ได้”
ศักดาดึงเสื้อระเบิดไปดู แล้วแค่นเสียง
“เสือใจมันมีกี่ชีวิตกันแน่”
“ตกลงจะไปไหม...ใครไม่ไปผมไปเองก็ได้”
จ่าชิตหน้ายียวน ทุกคนมองหน้ากันแล้วตกลงไป

จ่าชิตนำทุกคนเคลื่อนตัวเข้ามาบริเวรกองไฟอย่างระมัดระวัง ทุกคนได้ยินเสียงคนเดิน
“ระวัง...” อองไชยร้องบอก
ภราดรเดินออกมาหน้าตายิ้มแย้ม
“สวัสดีทุกคน”
ทุกคนหันไปมองภราดรและโล่งอก กินรี มะค่า ประเดิม ออกมาจากที่ซ่อน
“กินรี”
สมรักษ์กับจ่าชิตยิ้มได้
“กลับบ้านกันได้เสียทีนะ...คราวนี้”
ทั้งหมดเดินทางกลับไปที่แคมป์

งะดินเดอยู่ในถ้ำเดินไปมาอย่าพอใจ
“พี่ของเจ้ากำลังจะกลับบ้านแล้ว...อย่างปลอดภัย”
พะอูยิ้มดีใจ...ทันใดนั้นพระธุดงค์ปรากฏกายขึ้นเป็นกายทิพย์
“และก็ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องกลับบ้านเหมือนกัน พะอู”
งะดินเดหัวเราะ
“ภิกษุโล้น...เจ้าเป็นใครถึงจะมาสั่งโน่นสั่งนี่ ชะเวโบเป็นลูกของข้า เขาก็ต้องอยู่กับข้าไม่ใช่หรือ”
พะอูมองทั้งสองคนคุยกันอย่างสงสัย
“ใช่ลูกของเจ้าคือชะเวโบ แต่ไม่ใช่พะอู...เรื่องนี้เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจ”
งะดินเดครุ่นคิด พระธุดงค์จ้องมอง
“ชะเวโบเป็นเพียงแค่จิตเท่านั้น ไม่ได้มีตัวตน”
“เจ้าถึงสกัดข้าไม่ให้คุมจิตเขาได้ใช่ไหม...”
ทันใดนั้นปรากฏประคำในมือพระธุดงค์
“อาตมาแค่ไม่อยากให้ใครทำบาปโดยไม่ได้ตั้งใจ กลับกันได้แล้วพะอู”
ประคำหายจากมือพระธุดงค์ไปปรากฏอยู่ที่คอพะอู
“เจ้าคิดว่าจะพากลับไปง่ายๆหรือ” งะดินเดไม่ยอม
“และเจ้าคิดว่าพะอูอยากอยู่กับเจ้าหรือ...ไม่มีประโยชน์ที่จะรั้งไว้หรอกงะดินเด”
พะอูมองไปทางพระธุดงค์แล้วแสดงให้เห็นว่าต้องการไปกับพระธุดงค์ งะดินเดเข้าใจแต่แววตาแค้น ร่างของพระธุดงค์และพะอูหายไป
“ข้าจะทำให้ ชะเวโบต้องกลับมารับใช้เหมือนเดิม” งะดินเดโวยวายอย่างไม่ยอม

เสือทศตื่นขึ้นมาแล้วล้างหน้าล้างตาอยู่หน้าบ้าน เสือเรืองหน้าตื่นเข้ามาหา
“แย่แล้วพี่ทศ พ่อเสือเรียกพี่ให้ไปหา”
“ที่ไหน”
“ตรงที่พี่ซ่อนของเอาไว้น่ะสิ”
เสือทศคิดว่าวันนี้อาจจะต้องแตกหัก
“เอ็งกับไอ้ชินไปเตรียมม้าไว้ให้พร้อมแล้วไปรอข้าที่เดิม”
“ได้พี่”
เสือเรืองรับปากแล้วจากไป เสือทศคิดหาทางออก

แม่หมอนั่งผ่าฟืนอยู่ที่หน้าบ้าน พะอูเดินแว๊บออกมาจากอากาศ ในคอสวมประคำ
“อื้อ...อ้า...”
แม่หมอเงยหน้าเห็นพะอูเดินเข้ามาก็ดีใจ
“พะอู”
แม่หมอเข้าไปกอดพะอูแล้วนึกถึงพระธุดงค์
“พระธุดงค์ท่าน พาเจ้ากลับมาใช่ไหม”
พะอูยิ้มแล้วพยักหน้า เขาพูดไม่ได้เหมือนเดิม พะอูทำท่าจะช่วยผ่าฟืน
“ทำไม จะช่วยผ่าฟืนหรือ...ไม่บอกข้าก็จะใช้เอ็งอยู่แล้ว”
แม่หมอหัวเราะ พะอูยิ้มแล้วรีบวิ่งไปผ่าฟืนแม่หมอมองตามอย่างเอ็นดู

ทันทีที่ภราดรกลับมาที่แคมป์ ระรินก็โผเข้ามากอดและออดอ้อน
“หมอ...เป็นยังไงบ้าง”
ระรินดูตามเนื้อตามตัวของภราดรมองหารอยแผลรอยช้ำ
“ผมไม่เป็นอะไรครับ สบายดีทุกอย่าง”
“ระรินเป็นห่วงหมอมากเลยรู้ไหม”
ภราดรยิ้มดีใจ กินรีแอบมองอยู่ห่างๆหน้าเศร้า มะค่าบอกกินรี
“ไปทางโน้นดีกว่าพี่กินรี”
กินรีไปกับมะค่าและประเดิม เสี่ยรงค์ มองเสื้อระเบิดที่อองไชยถือมาอย่างเจ็บใจ
“ไอ้เลวใจเอ๊ย...รอดไปอีกจนได้”
“โอกาสหน้ายังมีน่าเสี่ย” ศักดาปลอบใจ
“ผมอยากรู้จริงๆมันแกะระเบิดออกได้ยังไง”
เสี่ยรงค์มองไปที่ภราดรแล้วเดินไปหา
“นี่หมอ ผมมีอะไรจะถามหน่อย” เสี่ยรงค์เสียงแข็ง
“มีอะไรหรือครับ”
“หมอพอจะรู้ไหมว่าใครถอดเสื้อระเบิดให้เสือใจ”
ภราดรสะอึกขึ้นทันที อองไชยจ้องภราดรอย่างจับผิด
“นั่นสิหมอ ใครถอดเสื้อให้มัน” ศักดาตามมาสมทบถามน้ำเสียง
ภราดรอึกอักหาทางออก

ภราดรอึกอัก หาทางออกที่จะตอบคำถาม ถ้าเขาตอบว่าเขาถอดเองมีหวังไม่ต้องมองหน้าเสี่ยรงค์กันอีกเลย ศักดาเค้น
“หรือว่าหมอเป็นคนถอดเอง”
ระรินหัวเราะ
“หมอนี่เหรอ จะถอดระเบิด ผู้กองเอาอะไรมาพูด ขนาดยิงปืนยังกลัวเลย”
“แล้วใครล่ะ ที่ถอดให้มัน” อองไชยถาม
“จะมีใคร...มันก็คงถอดของมันเองนั่นแหละ จริงไหมหมอ”
ระรินถาม ภราดรตอบรับทันที
“คงอย่างนั้นแหละครับ เพราะตอนที่เสือใจหนีไปแล้วทิ้งผมไว้ผมสลบไม่รู้เรื่อง”
“เห็นไหม...หมอเขาเกี่ยวที่ไหนล่ะ ไปกันดีกว่าค่ะหมอ”
ระรินคล้องแขนภราดรจากไป เสี่ยรงค์แค้น แต่ทำอะไรไม่ได้แล้วเค้นเสียงสั่งการ
“กลับบ้าน”

เสือใจ แวว เสือเข้ม ยืนอยู่หน้าหลุมที่เสือทศฝังสมบัติเอาไว้
“พ่อเสือเชื่อคำพูดของ ไอ้เด็กพวกนั้นหรือ” เสือทศยืนตีหน้าซื่อ
แววไม่พอใจ
“พูดดีๆหน่อยไอ้ทศ ไอ้เด็กพวกนั้นน่ะ มันลูกข้า และลูกข้าก็ไม่เคยโกหก”
เสือใจตัดบท
“เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่เอ็ง ข้าจะให้เอ็งเปิดมันออกต่อหน้าทุกคน”
เสือทศไม่ค่อยพอใจ
“ได้ ถ้าพ่อเสือต้องการ”
เสือทศค่อยกวาดใบไม่ที่ปกปิดหลุมออก แล้วเปิดฝาออก ภายในมีปืนสองกระบอก แววแปลกใจ เสือใจหันไปมองหน้าแวว เสือเข้มและเสือดำมองปืน
“นี่มันปืนโบราณของพี่ทศนี่” เสือเข้มบอก
“ก็ใช่น่ะสิวะ ข้าเก็บเงินอยู่นานถึงซื้อมันได้ กลัวมันจะหายเลยเอามาฝังดินแอบเอาไว้ที่นี่”
เสือใจเชื่อเสือทศ แต่แววไม่เชื่อ
“ไม่จริง เอ็งต้องเอามันไปซ่อนที่อื่นแน่นอน”
เสือทศยิ้มอย่างเป็นต่อ
“ฉันว่าน้าแววเลิกอคติกับฉันเสียที่ได้แล้ว นี่ฉันเกรงใจพ่อเสือหรอกนะ ไม่อย่างนั้น...”
“ไม่อย่างนั้นอะไร เอาสิ ทำไมเอ็งไทยิงข้าให้ตายวันที่ปล้นบ้านวินมิกเลยล่ะ”
เสือใจ เสือเข้ม เสือดำตกใจ
“มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ ไอ้ทศ” เสือใจหันไปถาม
“ฉันเปล่านะพ่อ น้าแววปรักปรำฉัน แน่จริงเอาหลักฐานมาสิ ว่าฉันเป็นคนทำ”
แววไม่ลดละ
“ข้าจำแววตาเอ็งได้ แววตาอาฆาตที่เอ็งเคยมองลูกข้า ข้าจำไม่เคยลืม”
เสือทศอึกอัก พยายามเอาตัวรอด
“ฉันว่าน้าแววเป็นโรคประสาทไปแล้ว”
“วันนั้นเอ็งอยู่ที่ไหน....ไอ้เข้ม ไอ้ดำวันนั้นไอ้ทศอยู่ที่ไหน” เสือใจซัก
“ฉันไม่รู้จริงๆจ้ะ..เพราะเราต่างแยกกันตามหาข่าวของพ่อเสือ” เสือเข้มบอก
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันกับพวกไอ้ชินไอ้เรือง รอนแรมตามหาพ่อเสือ จะเอาอะไรไปปล้นเขา คนก็มีแค่ 3 คน น้าแววจำผิดคนแล้วมั้ง”
เสือทศถามกวนๆ แววมองแค้นๆ เสือใจยุติ
“เอาเถอะ ถ้าเอ็งไม่ได้ทำ ก็แล้วไป เอ็งไปได้แล้ว”
เสือทศไม่ยอม
“ไม่ได้หรอกพ่อ น้าแววปรักปรำฉันอย่างไม่มีหลักฐาน ตั้งหลายเรื่อง น้าแววต้องขอโทษฉันก่อน”
เสือใจโมโห
“มันจะมากไปแล้ว ไอ้ทศ น้าแววเขาเลี้ยงมึงมานะ”
“งั้นใครทำผิดก็ไม่ต้องทำอะไรสิพ่อ หรือว่าพ่อลำเอียงเห็นผู้หญิงดีกว่าลูกอย่างฉัน”
เสือใจบันดาลโทสะตบหน้าเสือทศไปหนึ่งฉาด
“ไอ้ทศ....”
เสือทศหน้าหัน แววห้าม
“พอเถอะพี่ ได้...ไอ้ทศ...ข้าขอโทษที่ข้าเข้าใจเอ็งผิด”

เสือทศมองแววตาขวางและอาฆาตแล้วเดินจากไปอย่างไม่พอใจ เสือใจมองตามอย่างกังวล

เสือสมิง ตอนที่ 15 (ต่อ)

บรรดาลูกน้องเก็บข้าวเก็บของ เก็บเต็นท์ ขึ้นรถเตรียมตัวเดินทาง กินรี มะค่า ประเดิมอยู่กับสมรักษ์ และจ่าชิต
“เป็นยังไงบ้างกินรี” สมรักษ์ถาม
“ก็ไม่เป็นอะไร แค่อยากกลับบ้าน ฉันเป็นห่วงยาย กับพะอูไม่รู้ป่านนี้เป็นยังไงบ้าง”
“ฉันว่าแม่หมอไม่น่าห่วงมั๊ง เธอต่างหากที่น่าห่วง นั่น... มาแล้ว”
จ่าชิตบอก ระรินเดินควงภราดรเข้ามาหากินรีแล้วหาเรื่อง
“รู้สึกดวงแกกับหมอจะสมพงษ์กันจริงนะ ได้หลงป่าค้างคืนค้างแรมกันอยู่บ่อยๆ”
“มันบังเอิญน่ะครับ”
ภราดรพยายามอธิบาย แต่ระรินตวาดกลับ
“หมอเงียบไปเลย...นี่นังกินรี จำไว้นะหน้าอย่างแกไม่มีทางจะได้หมอไปหรอก ตอนนี้หมอเป็นของฉันคนเดียว จริงไหมหมอ”
ภราดรท่าทางหงอ
“จริงครับ”
กินรีแกล้งพูดกวนอารมณ์
“โธ่เอ๊ย...ได้แต่ตัวหัวใจไม่รู้อยู่ที่ใคร”
“แกหมายความว่ายังไง” ระรินตวาด
“หมายความว่ามีคนสกปรกใช้วิธีสกปรก เหนี่ยวรั้งผู้ชายเอาไว้น่าสิ"
มะค่าสอดเข้ามา
“มีคนแบบนี้ด้วยหรือพี่กินรี”
“มีสิ...”
“เอ...แล้วเขาทำแบบนี้ทำไม”
“ก็เพราะว่ากลัวหาสามีไม่ได้น่ะสิ”
กินรีกับมะค่าหัวเราะชอบใจ ระรินอาย โกรธจัดเงื้อมือจะตบ
“นังกินรี”
สมรักษ์เข้ามาห้าม
“ระวังเจอข้อหาทำร้ายร่างกายนะครับ”
ประเดิมเสริมทันที
“ใช่ พยานเพียบเลย”
ระรินทำอะไรไม่ถูก ภราดรตัดบท
“ไปกันดีกว่าครับ...”
ระรินกระฟัดกระเฟียดจากไปกับภราดร ทุกคนหัวเราะ กินรีมองภราดรแล้วรู้สึกว่าเขายังรักเธออยู่

เสือทศมาที่หลังชุมเสือ เสือเรืองกับเสือชินมารออยู่แล้ว
“เป็นยังไงบ้างพี่” เสือเรืองถาม
“พ่อเสือไม่ได้สงสัยอะไร ดีนะที่ไอ้ชินเห็นนังแก้วกับไอ้หินเสียก่อน ข้าเลยย้ายของไปเก็บไว้ที่อื่นทัน”
เสือชินยิ้มในคำชม
“แล้วน้าแววล่ะ...”
“.เอ็งไม่ต้องมาพูดเลย ถ้าวันนั้นเอ็งจัดการให้เรียบร้อยซะ วันนี้ก็คงไม่มานั่งด่าข้าฉอดๆหรอก”
เสือชินจ๋อย
“เมื่อกี้เพิ่งชมกันหยกๆ”
“แล้วจะเอายังไงกันต่อไปล่ะพี่ พ่อเสือกลับมาแล้วด้วย”
เสือเรืองถาม เสือทศถอนใจ
“คงต้องพึ่งไอ้เสี่ยรงค์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันจะเป็นครั้งที่วัดกันระหว่างพ่อเสือกับข้า ว่าใครจะอยู่ใครจะไป”
เสือทศบอกอย่างมุ่งมั่น จะเล่นงานเสือใจให้ได้

เสือใจมานั่งที่มุมสูงมองเห็นพืชไร่ข้างล่าง แววอยู่ไม่ห่าง
“พี่เสือเชื่อที่ไอ้ทศมันพูดจริงๆหรือ”
เสือใจถอนหายใจ
“ฉันไม่เชื่อมันทั้งหมดหรอก แค่คิดไม่ถึงเท่านั้น ไอ้ทศมันกล้าทำอย่างนั้นจริงๆหรือ”
“ถึงพี่เสือไม่เชื่อ แต่ก็ควรระวังไว้บ้าง”
“ฉันรู้ ตอนนี้ชุมเสือของเรากำลังล่อแหลม ไอ้เสี่ยรงค์มันคงไม่เลิกราง่ายๆ”
แววไม่มีคำพูด ได้แต่มองสีหน้าเสือใจที่หนักใจ เสือใจมองไปที่พืชไร่ข้างล่าง เห็นชาวชุมเสือกำลังทำไร่กันอย่างขะมักขะเม้น
“เราอยู่ที่นี่มากี่ปีแล้วนะ แวว”
“สัก 20 กว่าปีเห็นจะได้”
“บางทีมันถึงเวลาแล้วที่เราอาจจะต้องย้ายไปจากที่นี่”
“พี่เสือ...”
“ฉันเห็นคนของเราล้มตายไปต่อหน้าต่อตา มันช่างน่าหดหู่จริงๆ คนพวกนี้เพียงแค่ต้องการมาช่วยฉันซึ่งมันก็ไม่จำเป็นหรอก”
“จำเป็นสิ พี่เสือเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของที่นี่ เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของพวกเรา”
เสือใจรู้สึกหดหู่
“นั่นคือเหตุผลสำคัญ ฉันอยากให้ พวกเราจะได้อยู่อย่างสงบสุขเสียที ฉันตัดสินใจแล้วว่าหมดฤดูเก็บเกี่ยวเราจะย้าย”
“พี่เสือจะย้ายไปไหน”
“ฝั่งโน้น...ที่นั่นไม่ใช่เมืองไทย เสี่ยรงค์คงไม่พาตำรวจไปถึงฝั่งโน้นหรอก อีกอย่างพรรคพวกของฉันก็มากมาย ทุกคนจะปลอดภัยและมีความสุขที่นั่น แววจะต้องเป็นคนคุมการย้ายทั้งหมด”
“แล้วพี่เสือล่ะ”
“ฉันปล่อยให้คนของฉันตายเปล่าไม่ได้หรอก”
แววเข้าใจและเห็นดีด้วย เสือใจมองชาวชุมเสือทำไร่ ครุ่นคิดหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องเสี่ยรงค์

แม่หมอไหว้รูปปั้นชะเวมะรัต ขอให้คุ้มครองพวกกินรีอยู่ในห้องพระ

“ขอให้เจ้าแม่คุ้มครองด้วยเถิด”
“แม่หมอ”
มีเสียงชาวบ้านเรียกแม่หมอ พะอูเข้ามาทำท่าบอกว่ามีคนมา
“เออ รู้แล้วล่ะ ใครวะ มาเรียก...เฮ้อคนกำลังจะไหว้พระไหวเจ้า”
หน้าบ้านมีชาวบ้าน 2-3 คนยืนอยู่ แม่หมอร้องออกมาจากในบ้านแล้วเปิดประตูบ้านออกมา พะอูตามมาด้วย
“อะไรกัน อะไร...มีอะไรนักหนา”

“สวัสดีจ้ะแม่หมอ” ชาวบ้านยกมือไหว้
“เออ...ไหว้พระ มีอะไรรึ”
“ก็อยากจะมาขอปันยาอีกน่ะ ผัวฉันมันทุเลาก็จริง แต่มันยังไม่หายเลย”
“ได้สิ...เอ็งรอเดี๋ยวนะ”
“นี่ถ้ากินรีอยู่ก็ดีสินะ” ชาวบ้านบ่น
“ใช่ จะได้ให้เจ้าแม่หน้าทองรักษา” อีกคนว่า
ก่อนที่ชาวบ้านจะทำอะไรต่อ กินรีก็พูดเข้ามาแทรกทันที
“ฉันกลับมาแล้วจ้ะทุกคน”
ทุกคนหันไปตามเสียง ชาวบ้านทั้งสองคนยิ้มออก
“กินรี...ดีใจจังเลย”
แม่หมอโล่งใจที่กินรีกลับมา พะอูดีใจที่สุดแล้ววิ่งไปกอดกินรี
“พะอู...ข้าคิดถึงเอ็งจังเลย” มะค่าบอก
พะอูยิ้มแล้วทำท่าว่าเขาเองก็คิดถึงทั้งคู่เหมือนกัน ประเดิม จ่าชิตและสมรักษ์เดินเข้ามาที่ชาวบ้าน กินรีบอกชาวบ้านด้วยความมั่นใจ
“ไปบอกทุกคนด้วยว่าเจ้าแม่หน้าทองกลับมาแล้ว ใครเป็นอะไรวันเพ็ญนี่เจ้าแม่จะรักษาให้เอง”
แม่หมอไม่ค่อยสบายใจ แต่ไม่แย้งอะไร หันไปคุยกับกลุ่มสมรักษ์
“ขอบใจมากนะหมวด มาขึ้นบ้านกันก่อนเถอะ”
“ไม่เป็นไรครับแม่หมอ พวกเราแค่มาส่งกินรี นี่ว่าจะแวะไปหาผู้ใหญ่สักหน่อย”
แม่หมอพยักหน้ารับรู้

ภราดรมาพักผ่อนที่แคมป์ในปางไม้กับระริน เขามองรอบๆอย่างชอบบรรยากาศ
“ที่นี่สวย จังนะครับ ธรรมชาติยังดูบริสุทธิ์อยู่เลย”
“ระรินเบื่อจะตายเป็นมาตั้งแต่เด็ก...เมืองหลวงเป็นยังไงบ้างคะหมอไม่เคยเล่าให้ฟังเลย”
ภราดรส่ายหน้า
“วุ่นวาย รถติด ผู้คนเห็นแก่ตัว”
“แล้วสาวๆล่ะคะ”
ภราดรยิ้มแล้วพูดไปตรงๆ
“สาวๆหรือ แต่งหน้าพอกหน้ากันทุกคน แต่ตัวอวดกัน ไม่ค่อยจริงใจไม่เหมือนสาวต่างจังหวัด สวยแบบธรรมชาติแล้วก็จริงใจ”
“อย่างนังกินรีใช่ไหม”
“ใช่...เอ๊ย...ไม่ใช่ อย่างนั้นมันก็บ้านนอกไปหน่อย”
ระรินยังหึง
“ระรินไม่เชื่อ บอกมานะว่าไปหลงป่ากับมันทำอะไรกันบ้าง”
“จะไปทำอะไรล่ะ ผมมัวแต่คิดถึงคุณ จนแทบไม่มีเวลาหายใจเลย”
ภราดรปากหวาน ระรินเย็นลง
“พูดอย่างนี้ค่อยน่าฟังหน่อ”
สาวใช้นำเครื่องดื่มกับของว่างมาให้ ระรินหันไปถาม
“พ่อล่ะ”
“เสี่ยอยู่ข้างบนค่ะ”
ระรินรับรู้
“ออกไปได้แล้ว”
สาวใช้ออกไป ภราดรสนใจ
“ข้างบนหรือ ข้างบนมีอะไร”
“ไม่มีอะไรหรอก มันเป็นโรงงาน”
“โรงงานอะไร”
ระรินปิดบังไม่อยากให้ภราดรรู้
“ไม่มีอะไรหรอก หมอจะไปสนใจอะไรนักหนา
“ไม่สนใจก็ได้ครับ”
ทั้งคู่นั่งดื่มเครื่องดื่ม ภราดรยังคงสงสัยว่าบนเขามีอะไร

บริเวณปางไม้เสี่ยรงค์บนเขา ศักดาที่นั่งดื่มเหล้าอยู่กับเสี่ยรงค์ และอองไชยประกาศ
“เพื่อความปลอดภัย เสี่ยกับคุณระรินควรจะพักอยู่ที่ปางไม้ชั่วคราวก่อน”
เสี่ยรงค์ไม่พอใจ
“ทำไม กลัวไอ้ใจมันจะย้อนมาล้างแค้นหรือ ผมไม่กลัวหรอก ให้มันมาเลย”
“มันไม่ใช่เวลาที่จะต้องมาแลกกันนะเสี่ย”
อองไชยเสริม
“ท่านผู้กองพูดถูกแล้วท่านเสี่ย อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือดีกว่างานของเรายังต้องเดินอีกไกล”
เสี่ยรงค์ยิ้มได้
“ขุมทรัพย์”
“อันมหาศาล”
ศักดาไม่ค่อยเชื่อ แต่ก็ยังดีที่เสี่ยรงค์มีที่ยึดเหนี่ยว
“ผมจะจัดกำลังไล่ล่ามันอีก”
“ดี...มันต้องอย่างนี้สิ ว่าที่สารวัติใหญ่”
อองไชยนึกขึ้นมาได้
“ท่านผู้กอง ข้ารู้สึกไม่ค่อยไว้ใจ จ่าชิตกับหมวดสมรักษ์เลย”
“ท่านพรานไม่ต้องกังวลหรอก ผมก็ไม่ค่อยชอบขี้หน้ามันสองคนเท่าไหร่ ผมกำลังหาทางเขี่ยมันอยู่...ผมไปก่อนนะ”
ศักดาเดินแยกไป เสี่ยรงค์หันมาคุยกับอองไชย
“มาท่านพรานมาว่าเรื่องขุมทรัพย์ของเราต่อ”

ในห้องบูชา...กินรีกราบรูปปั้นชะเวมะรัต แล้วหันมาคุยกับแม่หมอ ขณะที่พะอูกับมะค่านั่งอยู่ด้วย
“ฉันไม่อยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้างจ๊ะยาย”
แม่หมอถอนหายใจ
“ตอนนี้พวกชาวบ้านกำลังขาดที่พึ่ง ยายก็สูญเสียอาคมไปหมดแล้ว เอ็งก็ไม่อยู่ ไม่มีเจ้าแม่หน้าทองคอยมารักษา ยายก็ต้องรักษาไปตามมีตามเกิด”
กินรีรู้สึกสงสารแม่หมอ
“โธ่ยาย...”
พะอูกุมมือแม่หมอให้กำลังใจ
“ฉันมาแล้ว เพ็ญนี้เจ้าแม่หน้าทองจะทำพิธีกลืนบาปอีกครั้ง”
“แต่หนนี้ยายรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้ ตั้งแต่หมอภราดรทำหน้ากากตก นับวันครอบครัวเรายิ่งแย่พลอยฉุดหมู่บ้านให้แย่ลงไปด้วย”
“ยายอย่าพูดอย่างนั้นสิ เรารักษามาหลายชั่วคนแล้วนะก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยยาย ไม่ต้องคิดมากนะ เจ้าแม่หน้าทองจะต้องช่วยพวกเรา”
กินรีมองไปที่รูปปั้นชะเวมะรัตอย่างมั่นใจ

เสือใจนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่หน้าบ้านคนเดียว เสือเข้มกับเสือดำเดินมาหา
“มากินเหล้ากัน ไอ้เข้ม ไอ้ดำ”
ทั้งคู่นั่งลง
“พ่อเสือให้คนไปตามฉันสองคนมีธุระอะไรด่วนหรือ” เสือเข้มสงสัย
“ข้าอยากวานเอ็งสองคนไปสืบอะไรหน่อย”
“สืบอะไรหรือพ่อเสือ”
“ข้าอยากรู้ว่าทุกวันนี้ไอ้เสี่ยรงค์มันทำมาหากินอะไร”
“อ๋อ...เรื่องแค่นี้เองสบายมาก”
“เรื่องนี้เอ็งสองคนห้ามให้ใครรู้อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะไอ้ทศ”
ทั้งคู่รับปากทันที...

เช้าที่บ้านสาง....ผู้คนเดินไปทำไร่ทำนา ผู้ใหญ่สนกับจ่อยเดิน ตรวจท้องที่ มีชาวบ้าน ทักทายเป็นระยะ
“แหมผู้ใหญ่ออกตรวจท้องที่แต่เช้าเชียวนะ”
“ก็เรามันคนของประชาชนนี่ เออ ช่วยกันไปบอกข่าวด้วยนะว่ากินรีกลับมาแล้ว เพ็ญที่จะถึงนี้เจ้าแม่หน้าทองจะประทับทรงรักษา ใครเจ็บใครป่วยอะไรก็มาได้”
“ดีจัง ฉันจะช่วยไปบอกให้นะ”
ชาวบ้านแยกจากไป ผู้ใหญ่สนกับจ่อยเดินตรวจต่อไป

กินรีกับแม่หมอกำลังหั่นและตากยาสมุนไพรอยู่ที่ลานบ้าน
“หมอภราดรของเอ็งเป็นยังไงบ้าง” แม่หมอถามอย่างเป็นห่วง
“ยังไม่หายจากเสน่ห์”
“และอาจจะไม่หายตลอดไป”
“ทำไม่ยายพูดอย่างนั้นล่ะ”
“อาคมของไอ้พรานนั่นมันไม่ธรรมดา ข้ากลัวเหลือเกิน กลัวความชั่วมันจะปกคลุมไปทุกหย่อมหญ้า”
“แต่บางครั้ง ฉันก็รู้สึกว่าหมอยังคิดกับฉันเหมือนเดิม”
กินรีนึกถึงวันที่เธอกับภราดรคุยกันที่บ้านพรานเฒ่า
“เธอไม่มีคนรักบ้างหรือ” ภราดรถาม
“เคยมีค่ะ”
“เอ่อ..ขอโทษนะ เขาเป็นใครอยู่ที่ไหนหรือ”
“เขา...เอ่อ...เป็น..เป็นคนธรรมดานี่แหละค่ะ แต่เขากำลังเหินห่างออกไป มันไกลไปเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าจะได้กลับมาพบกันหรือเปล่า”
ภราดรมองกินรีอย่างสงสาร
“น่าเห็นใจจัง ขอโทษนะที่ถาม เธอเลยเศร้าเลย เธอคงยังคิดถึงเขาอยู่สินะ”
“ค่ะ...กินรีคิดถึงเขาแล้วจะคิดถึงเขาตลอดไป”
กินรีน้ำตาเอ่อ..แล้วหลบตาภราดร
“เขาคนนั้นช่างโชคดีจริงๆ ฉันเอาใจช่วยเธอนะ เชื่อสิวันหนึ่งคนรักของเธอ ต้องกลับมาหาเธอ”
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น กินรีนั่งยิ้มคนเดียว แม่หมอมองแล้วงง
“ท่าจะเพี้ยนไปแล้ว”
พะอูกับมะค่ากลับจากเก็บสมุนไพร ทั้งคู่ช่วยกันหอบสมุนไพรมาเต็มไปหมด
“กลับมาแล้วจ้า..ยาย พี่กินรี”
“โอ้โห เก็บมาได้เยอะเชียว”
พะอูยิ้มพอใจที่กินรีชอบ
“ไปเก็บถึงไหนกันมาล่ะ” แม่หมอถาม
“โน่น ทางคุ้มเหนือโน่น”
“ไปไกลขนาดนั้นเชียวหรือ”
มะค่าบอกอย่างกลัวๆ
“พะอูชวนไป เราไม่กล้าไปเก็บที่ป่าของบรรพบุรุษหรอก”
“ดีแล้วล่ะ” แม่หมอเห็นด้วย
พะอูทำท่าบอกว่าเขาไม่อยากไปที่นั่น มะค่านึกขึ้นได้
“เห็นที่คุ้มเหนือเขาบอกว่ามีโรคห่าระบาด ไปหลายหมู่บ้าน”
“จริงหรือ เราก็ต้องระวังไว้บ้างนะ” กินรีกังวล
“เอ็งสองคนไปหาข้าวหาปลากินกันไป เดี๋ยวข้าจัดการเอ
” แม่หมอสั่ง
พะอูกับมะค่าแยกไป แม่หมอกับกินรีทำสมุนไพรกันต่อ

ชาวบ้านกำลังต่อแถวรับยา จากระรินและเดือน ขณะที่ภราดรตรวจและฉีดยาให้ชาวบ้านอีกกลุ่ม ประเดิมเป็นผู้ช่วย
“ไม่รู้อะไรนักหนาเพิ่งกลับมาจากป่า ก็ต้องออกท้องที่อีกแล้ว”
ระรินหันไปบ่นกับเดือน
“ทำไงได้ล่ะ ช่วงนี้โรคห่าระบาดไปทั่ว ทางกรมฯเขากำชับมาว่าต้องออกดูแลให้ทั่วถึงนี่”
“ฉันละเซ็งจริงๆ...คนต่อไปมาเอายา”
ระรินเรียกชาวบ้านมาเอายา อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ ทางด้านภราดรบอกชาวบ้านอย่างอ่อนโยน
“ช่วงนี้จะทานอาหารก็ต้องระวังนะ อย่าทานอาหารสุกๆดิบๆ น้ำดื่มก็ต้องต้มเสียก่อน”
“จ้ะ...”
ชาวบ้านลุกไป ภราดรหันไปถามประเดิม
“หมดแล้วหรือประเดิม”
“หมดแล้วครับ ที่เหลือก็คอยรอรับยาจากคุณระริน แล้วตอนบ่ายจะมีชาวบ้านมาอีก”
ภราดรรับรู้แล้วเก็บของ ประเดิมชวนคุย
“เมื่อวานหมอไปไหนมาหรือครับ”
“อ๋อ...ฉันไปบนปางไม้เสี่ยรงค์มา ที่นั่นสวยนะ เคยไปมาครั้งนึงแล้วตอนที่เสือออกอาละวาดกัดคนงาน แต่พอไปครั้งนี้รู้สึกว่าสวยขึ้น แต่แปลก ข้างบนปางไม้ระรินไม่ยอมให้ขึ้นไป เห็นว่าเป็นเขตหวงห้าม”
“ข้างบนเขาทำอะไรกันหรือครับ”
ภราดรยังไม่ทันพูดระรินก็แหวเข้ามา
“พ่อฉันก็ทำไม้น่ะสิ จะถามเซ้าซี้ทำไม...ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”
ประเดิมไม่อยากมีเรื่องจึงฉากออกไป เดือนดักรออยู่แล้วซ้ำเติม
“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง...อยู่ดีๆก็หาเรื่องโดนด่าซะงั้น”
“เรื่องของฉัน ฉันมันคนชอบคำติมากกว่าคำชม”
ประเดิมเดินหนี ระรินเกาะแขนภราดรแล้วชวนเดินไป
“ไปนั่งพักทางโน้นกันดีกว่าค่ะ”

จ่าชิตนั่งดื่มเหล้าคนเดียวที่ร้านเหล้าประจำ โกไข่เจ้าของร้านทักทาย
“หายหน้าหายตาไปหลายวันเลยนะจ่า”
“ไปราชการน่ะ”
“เหรอ นึกว่าไปล่าเสือซะอีก”
“ทำไม ตอนฉันไม่อยู่เสือมันออกอาละวาดอีกหรือ”
“ไม่หรอก ตรงกันข้ามน่ะสิ ช่วงที่ร่างทรงเจ้าแม่ไปกับหมอภราดร ไม่มีเสือออกมาเลย”
สมรักษ์เดินเข้ามา ทำให้จ่าชิตต้องหยุดเรื่องเสือเอาไว้
“จ่า”
“อ้าวหมวด ออกเวรแล้วหรือ เอาอะไรดี”
โกไข่ถาม
“กาแฟ ไข่ลวก หมูแฮม ไข่ดาว อเมริกันเบรกฟัส”
จ่าชิตกับสมรักษ์งงและแปลกใจในเมนู
“ไอ้สองสามอย่าหลังน่ะ มีด้วยหรือ”
“ไม่มีหรอก อั๊วพูดให้มันดูหรูไปอย่างนั้นเอง”
“เอาเหล้ามาดีกว่า” สมรักษ์บอก
โกไข่แปลกใจ จ่าชิตโบกไม้โบกมือให้ไปเอาเหล้ามา
“เป็นห่วงเสือใจหรือ” จ่าชิตสังเกตว่าสมรักษ์ท่าทางหนักใจ
“เสือใจต้องกลับมาเอาคืนแน่”
โกไข่เอาเหล้ามาตั้ง สมรักษ์ดื่มรวดเดียว
“คนอย่างเสือใจจะไปสู้อะไรกับพวกนี้ได้”
“หมวดอย่าไปดูถูกไอ้ใจมันนะ ไอ้นี่มันไม่ธรรมดา”
“นั่นแหละน่าห่วง เสือใจยิ่งฆ่าคนมากเท่าไหร่ความผิดก็ยิ่งมากขึ้น โทษก็ยิ่งสูงขึ้น”
จ่าชิตคิดแล้วปลง
“ไอ้ใจมันเลือกทางของมันเอง”
“ฉันสงสารลูกสาวเขา”
จ่าชิตยิ้ม
“ที่แท้ที่กลุ้มก็เพราะแบบนี้เอง”
สมรักษ์ไม่พูด แล้วรินเหล้าดื่ม ในใจคิดถึงจงใจ

เสือใจนั่งมองไปรอบๆชุมเสือของตัวเอง จงใจเดินเข้ามาหา
“จ๊ะเอ๋...แอบมานั่งซึ้งอยู่ที่นี่เอง”
เสือใจยิ้มให้
“วันนี้ไม่ไปบ้านน้าแววหรือ”
“ไม่ล่ะ วันนี้อยากอยู่กับพ่อ”
จงใจอ้อน แล้วนั่งเอาศีรษะซบเสือใจ
“ลูกโตแล้วนะ จะอ้อนพ่อไปถึงไหน”
“ใครบอก จงใจยังเป็นเด็กสำหรับพ่อเสมอ”
“เป็นไปไม่ได้หรอก วันนึงลูกต้องออกเรือน ไปมีครอบครัว”
จงใจคิดว่าเสือใจพูดถึงเสือทศ
“พี่ทศน่ะหรือ เป็นตายยังไงฉันก็ไม่ออกเรือนไปกับเขา”
“พ่อหมายถึงหมวดสมรักษ์”
จงใจอึ้งแล้วยิ้มอายๆ
“ลูกว่าหมวดสมรักษ์เป็นยังไง”
“เป็นคนดี เป็นลูกผู้ชายโอบอ้อมอารี เสียสละ หล่อสมาร์ท...”
“พอ...พอแล้ว...คนอะไรมันจะสมบูรณ์แบบขนาดนั้น เอาไปเป็นว่าลูกชอบเขา”
จงใจพยักหน้าเขินๆ
“แล้วพ่อล่ะ คิดว่าหมวดเป็นยังไง”
เสือใจมองหน้าจงใจแล้วยิ้ม
“เป็นคนที่ลูกรักเขา และเขาก็รักลูก”
จงใจรู้สึกพอใจได้ยินแค่นี้ก็เท่ากับเสือใจเปิดทางให้แล้ว เสือเข้มกับเสือดำ เดินเข้ามาเหมือนจะมารายงานอะไรบางอย่าง เสือใจมองแล้วรู้จึงขอตัวจากจงใจ
“พ่อไปทำธุระก่อนนะ...ไปไอ้เข้ม ไอ้ดำ”
เสือใจเดินจากไปกับเสือเข้มและเสือดำ จงใจมองตามอย่างสงสัยว่าเสือใจกำลังทำอะไร

ศักดารายงานเรื่องการวางกำลังไว้ป้องกันและจับเสือใจให้เสี่ยรงค์ อองไชยฟัง ขณะที่เบิ้มอยู่ด้วย
“ผมวางกำลังป้องกัน บ้านเสี่ยเอาไว้หมดแล้ว ขออย่างเดียว ให้มันมาคราวนี้ไม่พลาดแน่”
อองไชยคาดเดา
“มันไม่มาหรอก ท่านผู้กอง คนอย่างมันฉลาดเป็นกรด เล่นเอาเราหัวหมุนมาหลายรอบแล้ว เราต้องคิดแบบที่มันไม่คิด เพราะมันจะคิดแบบที่เราไม่คิด”
เสี่ยรงค์กับศักดางง
“และท่านพรานคิดว่ามันคิดยังไง”
“ป่าล้อมเมือง”
อองไชยเขาพูดเป็นปริศนา ศักดาคิดตาม

เสือใจรีบสอบถามเรื่องที่ให้เสือเข้มกับเสือดำไปสืบ
“ได้ความว่ายังไงบ้างวะ ไอ้เข้ม ไอ้ดำ”
เสือเข้มรายงาน
“ธุรกิจของไอ้เสี่ยรงค์ตอนนี้นอกจากจะมีไม้ มีโรงสีข้าง มีโรงบ่มใบยา แล้วยังมีบ่อนอีก”
“มันทำบ่อนด้วยหรือ”
เสือดำยืนยัน
“จ้ะ พ่อเสือ เห็นว่ามันเพิ่งทำตอนที่ผู้กองศักดาย้ายมา”
“มันคงเรียกมาเป็นไม้กันหมาสินะ...แล้วที่บ้านมันล่ะ”
“มีทั้งกำลังตำรวจ และกำลังลูกน้องของมันเฝ้าแน่นหนาเลยจ้ะ”
เสือดำบอกอย่างไม่กลัว
“แต่ฉันก็ไม่กลัวมันหรอก เราบุกไปปล้นแล้วเผาบ้านมันให้ราบไปเลยดีไหมพ่อเสือ”
“ใจเย็นไอ้ดำ พวกเอ็งว่า บ้านมันกับบ่อนอันไหนจะสร้างความเดือดร้อนให้มันมากกว่ากัน”
เสือใจนิ่งคิดอย่างมีแผน

เสือสมิง ตอนที่ 15 (ต่อ)

ระรินแจกยาและรักษาชาวบ้านเสร็จ เก็บเครื่องไม้เครื่องมือกำลังเตรียมตัวกลับ เธอมองหาภราดรแล้วไม่เห็น จึงหันไปถาม

“ประเดิม เห็นหมอไหม”
ประเดิมเหลียวซ้ายขวายังไม่วายยียวน
“เอ....ตัวผมไม่ได้ติดกับหมอเสียด้วย เมื่อกี้เห็นเดินอยู่แถวนี้นี่ครับ”
“นี่...พูดดีๆก็ได้ อยากโดนด่าอีกหรือ”
ประเดิมยิ้มรับ
“ครับ ผมชอบคำติมากกว่าคำชม”
“ไอ้บ้า”
ระรินเดินจากไป ประเดิมอมยิ้มแล้วเก็บของต่อ

ภราดรเดินเล่นมาตามป่าด้านหลังหมู่บ้าน บาเยงโบปรากฏกายออกมาตรงหน้า
“ท่าน...”
“เจ้าเป็นยังไงบ้าง”
“ผม..เอ่อ...ผมสบายดี”
“สบายดีแล้วใช่ไหม...เจ้าแน่ใจหรือ”
“แน่ใจสิครับ ท่านมีอะไรหรือ”
“ภารกิจของเจ้า...เจ้าต้องไปที่สุสานของข้า เพื่อจัดการคำสาป และสิ่งที่ค้างคามากว่า 800 ปี
เมื่อนั้นเจ้าก็จะได้ครองรักชั่วนิรันดร”
“มันอยู่ที่ไหน แล้วผมจะไปยังไง”
“เจ้าต้องนำชะเวมะรัตมาหาข้า นอกนั้นเจ้าพรานนั่นมันจะบอกเจ้าเอง”
“ชะเวมะรัต”
“เจ้าไตร่ตรองให้ดี เจ้ารู้อยู่แล้วว่านางอยู่ที่ไหน”
บาเยงโบพูดเป็นปริศนาแล้วจากไป ภราดรยังงงว่าชะเวมะรัตอยู่ที่ไหน

ภราดรสะดุ้งตื่นจากความฝันที่เหมือนจริงมาก ขณะที่นั่งรถคู่อยู่กับระริน ประเดิมเป็นคนขับ และเดือนนั่งคู่อยู่
“หมอ...เป็นอะไร” ระรินหันมาถาม
ภราดรตั้งสติ
“เอ่อ...ไม่เป็นไรครับ”
ระรินนึกอะไรขึ้นมาได้
“สงสัยวันนี้คงเหนื่อยมากน่ะสิ...วันนี้พ่อของระรินชวนหมอไปทานข้าวเย็นด้วยกันนะคะ”
“ได้สิครับ”
“งั้นให้ผมไปส่งที่บ้านคุณระรินเลยใช่ไหม” ประเดิมถาม
“ไม่ต้อง ไปที่อนามัยนั่นแหละ ฉันให้คนรถมารับเอง”
“ทำไมล่ะ” เดือนสงสัย
“ฉันจะไปกินที่ร้านอาหาร ที่บ้านตอนนี้พวกตำรวจ แล้วก็ใครต่อใครเต็มไปหมด ใครไม่รู้นึกว่ากองพันทหารพราน”
“ทำไมต้องมีคนมากมายขนาดนั้นด้วย” ภราดรแปลกใจ
“ก็รอต้อนรับไอ้เสือใจมันไง เห็นพ่อบอกว่าคราวนี้ ถ้าจับเป็นไม่ได้ก็จับตาย จะเอาให้อยู่มือเลย”
ภราดรฟังแล้วนึกเป็นห่วงเสือใจขึ้นมา

แววปะชุนเสื้อผ้าอยู่หน้าบ้าน จงใจเดินเข้ามาสีหน้าเบื่อ แล้วทิ้งตัวนั่งอย่างเซ็งๆ
“อ้าวจงใจ ไปไหนมา เป็นอะไรน่ะ ดูหน้าเซ็งๆ”
จงใจมองไปในบ้าน หาหินกับแก้ว
“หินกับแก้วล่ะ”
“น้าใช้ ให้ไปเก็บฟืน มีอะไรหรือ”
“เปล่าหรอก”
“งอนพ่อเสือมาอีกล่ะสิ”
“ไม่ได้งอนหรอก แต่พักนี้ดูพ่อเสือมีลับลมคมในยังไงก็ไม่รู้”
“ลับลมคมในอะไรกัน”
“ไม่รู้เห็นซุบซิบๆกับพวกพี่เข้มพี่ดำ ไม่รู้อะไรกันนักหนา ไอ้เราก็อยากอยู่กับพ่อบ้าง”
แววคิดตาม และเดาว่าเสือใจคงต้องทำอะไรบางอย่างแล้วกลบเกลื่อน
“พ่อเราเขาก็ต้องธุระบ้างสิ...ว่างใช่ไหม มาเลย มาช่วยน้าชุนผ้านี่ น้าจะสอนให้”
แววสอนจงใจชุนผ้าแต่ในใจคิดเรื่องเสือใจ

ผู้ใหญ่สน จ่อย และชาวบ้านหลายคนนั่งคุยกันอยู่ที่ลานบ้าน ชาวบ้าน 3-4 คนเดินผ่านมาทัก
“ผู้ใหญ่...”
“อ้าว..ไปไหนกันมาล่ะ”
“พวกฉันเอา หนังสัตว์ไปแลกข้าวที่หมู่บ้านโน้นมา...นี่ตอนนี้หมู่บ้านรอบๆเรากำลังแย่นะ”
“มีอะไรหรือ” จ่อยสงสัย
“ก็ตอนนี้น่ะ โรคห่ากำลังระบาด ฉันกลัวว่ามันจะลามมาถึงหมู่บ้านเราน่ะสิ”
ผู้ใหญ่สนถอนใจ
“ทำไมพักนี้บ้านเรามันมีแต่เรื่องนะ”
“หรือว่าจะเป็นอาเพศตามคำทำนาย ที่หมอคนนั้นทำหน้ากากเจ้าแม่หน้าทองตก”
ชาวบ้านออกความเห็น ผู้ใหญ่สนมองในแง่ดีไม่อยากให้ตระหนก
“เฮ้ย...คิดมากไปน่า...คงไม่เกี่ยวกันหรอก”
“ใช่ ตอนนี้กินรีก็กลับมาแล้ว เจ้าแม่หน้าทองจะช่วยพวกเราได้”
จ่อยบอก ทุกคนยอมรับ ผู้ใหญ่สนคิดอะไรบางอย่าง
“เอาอย่างนี้ เรื่องนี้ข้าคงต้องแจ้งไปที่ตำบล แล้วข้าจะบอกให้หมอภราดรมาฉีดวัคซีนด้วย”
“จะดีหรือผู้ใหญ่ ไอ้หมอนั่นน่ะ มันตัวกาลกินีนะ”
“ยังไงก็ต้องแจ้งให้หมอมา ไม่อย่างนั้นข้าก็มีความผิดในฐานะปล่อยปละละเลย”

ชาวบ้านและจ่อยเข้าใจแล้วพยักหน้ารับทั้งๆที่ในใจไม่ชอบ

กินรีนั่งร้อยมาลัยใจเหม่อลอยอยู่ที่ชานบ้าน ขณะที่พะอูกำลังตัดใบตองให้แม่หมอพับบายสี

“ตัดให้มันตรงๆหน่อย ใบตองน่ะ เวลาข้าพับข้าม้วนจะได้เท่ากัน ดูซิเนี่ยบางอันก็ยาวยื่นออก
มาต้อเสียเวลาเจียนอีก” แม่หมอบ่น
พะอูพยักหน้ารับอย่างอารมณ์ดี กินรีร้อยมาลัยแล้วเข็มตำมือ
“อุ๊ย...”
กินรีรีบเอามือมาดูเลือด
“เป็นอะไรไหม”
“ไม่เป็นไรจ้ะยาย”
แม่หมอส่ายหน้า
“นี่เอ็งจะใจลอยไปถึงไหนเนี่ย”
“เอ่อ...ฉันคิดอะไรเพลินไปหน่อยจ้ะ”
“คงไม่พ้นเรื่องนั้นสิ”
กินรีก้มหน้ายอมรับว่าคิดถึงภราดร แม่หมอสีหน้าหนักใจ มองไปทางห้องบูชา ในใจคิดว่าต้องทำอะไรบางอย่าง

เสี่ยรงค์กับระรินพาภราดรไปที่ร้านอาหารที่ดูดีที่สุดในอำเภอ ภราดรมองรอบๆอย่างพอใจ
“ที่นี่สวยจัง ผมมาอยู่ก็นานแล้วไม่เคยมาเลย”
“ก็หมอมัวแต่ทำงานนี่คะ หมกมุ่นอยู่กับพวกบ้านป่าจนลืมโลกที่สวยงามไปเลย”
ระรินมองเสี่ยรงค์แล้วส่งสายตาอย่างรู้กันว่า ให้เสี่ยรงค์พูดเรื่องแต่งงาน เสี่ยรงค์นึกขึ้นได้
“เออ..หมอว่าระรินลูกสาวผมเป็นยังไงบ้าง”
“ก็เป็นพยาบาลที่เก่งคนหนึ่งแหละครับ”
ระริน กับเสี่ยรงค์สำลักที่ภราดรตอบซื่อๆ
“ผมหมายถึงเรื่องการคบหา”
“อ๋อ...ก็ดีครับ”
“แล้วหมอไม่คิดที่จะส่งผู้ใหญ่มาทาบทาม เอ่อ..แบบว่า...เอ่อ...”
เสี่ยรงค์กระดากไม่ค่อยกล้าพูด ระรินพูดออกมาอย่างไม่อาย
“พ่อหมายถึงว่าส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอน่ะ...”
ภราดรอึกอัก
“ก็...คิดอยู่ครับ แต่ผมเกรงเรื่องฐานะของผมจะไม่ทัดเทียมคุณระรินน่ะสิครับ”
“โอ๊ย....เรื่องนั้นมันเรื่องเล็ก ถ้ารักกันจริง ผมออกค่าสินสอดให้ก็ได้”
“เป็นพระคุณกับผมมากจริงๆ แต่ผู้ใหญ่ทางผมก็เหลือแต่คุณแม่คนเดียวเท่านั้น และท่านก็แก่มากแล้ว เดินทางไม่ค่อยสะดวกแต่เอาเถอะครับ เพื่อระรินผมจะบอกให้ท่านมาเจรจาให้เร็วที่สุด”
ระรินยิ้มได้
“ต้องอย่างนี้สิหมอ”
“พูดถึงแม่แล้วนึกถึงจันทร์แก้วแม่ของระริน มันเป็นความแค้นที่ผมต้องล้างแค้นไอ้ใจให้สาสม”
“โอ๊ย...พ่อไอ้เสือใจมันจะมาตามี่พ่อคิดหรือ ผู้คนเต็มบ้านขนาดนั้น” ระรินแย้ง
“เอาเถอะน่า พ่อเตรียมต้อนรับมันเอาไว้แล้ว อย่างที่มันคาดไม่ถึงเลยทีเดียว”
ภราดรตั้งใจฟังอย่างเก็บข้อมูล

พระธุดงค์นั่งสมาธิอยู่ที่หน้ากลด แม่หมอ กินรี และพะอู เข้ามาหาทั้งหมดกราบพระธุดงค์อย่างนอบน้อม
“นมัสการพระคุณเจ้า”
พระธุดงค์รู้ทันทีว่ามาเพื่ออะไร
“ใกล้จะถึงคืนวันเพ็ญแล้วสิ”
“อีฉันรู้สึกกังวลยังไงไม่รู้เจ้าค่ะ” แม่หมอบอก
พระธุดงค์ลืมตามองกินรี
“แล้วโยมล่ะ รู้สึกกังวลไหม”
กินรีอ้ำอึ้งตอบไม่ได้
“เอ่อ...”
พระธุดงค์ช่วยให้สติ
“คงตอบไม่ได้สินะ...จริงสิ สมาธิไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจะรู้สึกอะไรได้ อาตมาได้ว่าโยมคงรู้สึกสับสน พะวักพะวง เรื่องคุณหมอคนนั้น”
กินรียอมรับ
“เจ้าค่ะ ฉันรู้สึกกังวลจนแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง จนคิดอะไรไม่ออก”
แม่หมอฟังแล้วไม่สบายใจ
“จะทำยังไงดีล่ะเจ้าคะ ถ้าเป็นแบบนี้คงรักษาชาวบ้านไม่ได้แน่”
“โยมคงต้องปล่อยวางอะไรบ้างแล้วล่ะ”
“ฉันพยายามแล้วเจ้าค่ะ แต่...”
“มีความพยายามก็ย่อมได้รับความสำเร็จ โยมลองถามตัวเองดูซิว่าพยายามเพียงพอแล้วหรือยัง”
“ฉันจะต้องทำยังไงเจ้าคะ”
“เมื่อมีศีล ก็เกิดสมาธิ เมื่อมีสมาธิ ปัญญาก็เกิด อาตมาแนะนำโยมได้เท่านี้ กรรมของโยม จำเป็นต้องค่อยๆแก้ ทีละอย่าง ทีละเรื่อง ศีล สมาธิ และปัญญา จะนำทางโยมไปสู่ทางสว่าง”
กินรีเข้าใจแล้วตั้งจิตแน่วแน่
“ฉันเข้าใจแล้ว เจ้าค่ะ ฉันจะถือศีลทำสมาธิเป็นเวลา 7 วัน”
“เจริญพร”

พระธุดงค์หลับตาทำสมาธิต่อ

เสือทศมองเห็นไกลๆว่าเสือเข้มกับเสือดำเดินออกมาจากบริเวณบ้านเสือใจ แล้วรอให้เดินผ่านมาจึงสอบถาม
“เอ็งไปหาพ่อเสือทำไมวะ”
เสือเข้มมองอย่างไม่ค่อยชอบเสือทศที่วางท่าเบ่ง
“พ่อเสือใช้ไปทำงานนิดหน่อยน่ะพี่”
“งานอะไรวะ”
เสือดำพยายามตัดบท
“ก็งานทั่วไปนั่นแหละใช้ไปหาคนโน้น คนนี้”
เสือทศไม่ยอมลดละ
“แล้วเมื่อคืนเอ็งสองคนหายไปไหนมา”
“เดี๋ยวนี้พี่เป็นหัวหน้าชุมเสือแล้วหรือ เวลาพวกฉันไปไหนมาไหนถึงต้องมารายงานพี่”
เสือทศโกรธที่โดนย้อน เสือเรืองและเสือชินพลอยฮึดฮัดไปด้วย
“หนอย ทำเป็นย้อนเหรอ เดี๋ยวปั๊ด”
เสือเข้มกับเสือดำระวังตัว แต่ก่อนที่จะมีเรื่องเสือใจก็โผล่ออกมาห้าม
“ไอ้ทศ”
ทุกคนหยุด
“มีอะไรกัน”
เสือทศฟ้อง
“ก็ไอ้สองตัวนี้นี่สิ มันกำแหงกับฉัน”
เสือเข้มและเสือดำไม่ตอบโต้ ยืนนิ่งแววตากร้าวพร้อมเอาเรื่อง
“กินข้าวหม้อเดียวกัน ยังจะมากัดกันอีก ไอ้ทศเอ็งเป็นคนโต หนักนิดเบาหน่อย ก็ต้องหนักแน่นให้สมกับเป็นพี่เขา”
เสือทศก้มหน้ารับคำแต่ในใจแค้น
“ไป..แยกกันไปทำอะไรก็ไป...ไอ้ทศ มากับข้า”
ทุกคนแยกย้าย เสือทศตามเสือใจไป

กินรีนุ่งขาวห่มขาวกราบ รูปปั้นชะเวมะรัต แม่หมอกับพะอูอยู่ข้างๆ
“ตั้งใจให้แน่วแน่นะกินรี” แม่หมอกำชับ
“จ้ะ...ฉันจะขออุทิศผลบุญทั้งหมดที่ทำในครั้งนี้ ให้แก่การรักษาชาวบ้านทุกคน”
“ดีแล้วล่ะ เอ็งจะได้มีบารมียิ่งๆขึ้น ยายไม่รบกวนเอ็งแล้วล่ะ พะอู เอ็งคอยอยู่ช่วยพี่เขาหยิบฉวยอะไรด้วยนะ”
พะอูพยักหน้ารับคำ กินรีเริ่มนั่งสมาธิแล้วค่อยๆหลับตาลง

จ่าชิตนั่งกินกาแฟไข่ลวกกับสมรักษ์ที่ร้านโกไข่ ภราดรกับประเดิมเดินเข้ามา
“อ้าว หมอ ไปไงมาไง มานั่งด้วยกันสิ” จ่าชิตชวน
“คุณระรินไม่มาด้วยหรือ” สมรักษ์ถาม
ภราดรกับประเดิมมานั่งด้วย
“วันนี้ระรินเขาหยุด เขาเข้าไปในเมืองกับเสี่ยรงค์” ภราดรเล่า
“แล้วนี่จะไปไหนกัน กินอะไรก่อนสิ”
จ่าชิตชวน ประเดิมลูบปากเหมือนว่าวันนี้มีลาภ
“รอคำนี้มานานแล้ว โกไข่ จัดอาหารเช้าหนักๆมาสองชุด ลงบัญชีจ่า”
จ่าชิตสะดุ้ง ยกเท้าขึ้นมาจะถีบประเดิม
“อ้าว...ไอ้นี่เดี๋ยวปั๊ด”
“เขาล้อเล่น ลงบัญชีหมอภราดร...อ่ะ”
ภราดรยิ้ม
“ฉันเลี้ยงก็ได้...วันนี้ผมว่าจะไปบ้านผู้ใหญ่สนหน่อย เห็นว่าให้คนมาบอกเรื่องฉีดวัคซีน”
“ช่วงนี้คนเป็นอหิวากันเยอะ ต้องเข้าพื้นที่บ่อยหน่อยครับ” ประเดิมเล่าต่อ
โกไข่เอากาแฟไข่ลวกมาเสิร์ฟแล้วแยกไป ภราดรหันมาถาม
“นี่จ่า หมวด เห็นเขาลือกันว่า เสือใจจะมาบุกบ้านเสี่ยรงค์หรือ”
“ก็ประมาณนั้น”
“ฉันว่าเสือใจมาก็บ้าแล้ว เสี่ยรงค์เตรียมคนเตรียมอาวุธไว้รับมือขนาดนั้น”
“ผมเดาว่าเสือใจต้องไปที่อื่น” สมรักษ์ออกความเห็น
“นั่นสินะ กิจการของเสี่ยรงค์มีตั้งเยอะ เสือใจคงไม่เลือกมาปล้นบ้านหรอก และเสี่ยรงค์ก็คงไม่วางกำลังไว้แค่ที่บ้านหรอก..จริงไหมจ่า”
จ่าชิตมองหน้าภราดรอย่างรู้ว่าเขามาส่งข่าว
“แล้วหมอเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยเนี่ย ถึงได้มาวิเคราะห์เป็นฉากๆแบบนี้” สมรักษ์สงสัย
“นั่นสิ ผมไปเกี่ยวอะไรด้วย”
ภราดรกินกาแฟแก้เก้อ ประเดิมกินหมดไปตั้งนานแล้ว แล้วตีลูกมึน
“ขออีกชุดได้ป่ะ”

เสี่ยรงค์ขับรถให้ระรินนั่งมาข้างๆ
“พ่ออ่ะ...ทำไมไม่ให้หมอมาด้วยล่ะ” ระรินบ่น
“ไม่ได้หรอก เรื่องนี้มันเป็นเรื่องธุรกิจของเรา คนนอกอย่าหมอไม่เกี่ยว”
“ไม่รู้จะย่องไปหานังกินรีหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“ไม่มีทาง อาคมของท่านพรานอองไชย กล้าแกร่ง หมอถูกเสน่ห์ขนาดนี้ไม่มีทางเป็นอื่นไปได้หรอกลูก”
เสี่ยรงค์บอกอย่างมั่นใจ ระรินเบาใจขึ้น

เสือใจนั่งคุยกับเสือทศตามลำพัง
“ทำไมเอ็งต้องสนใจด้วยว่าใช้ไอ้เข้มกับไอ้ดำไปทำอะไร”
เสือทศอึ้งๆ คิดว่าเสือใจกำลังพยายามจับผิด
“เอ่อ..ก็ฉันน้อยใจนี่ ฉันเป็นลูกพ่อเสือแต่พ่อเสือเห็นคนอื่นดีกว่า”
“ข้าไม่ได้คิดอย่างนั้นหรอก”
“เสียแรงที่ฉันรักพ่อเสือ พ่อเสือไปเชื่อน้าแววเลยไม่ไว้ใจฉันใช่ไหม”
“ไม่ใช่อย่างที่เองพูดมาสักอย่าง”
“แล้วทำไมพ่อเสือ...”
เสือใจแทรกขึ้นมาทันที
“คืนนี้ไปปล้นไอ้เสี่ยรงค์กับข้า”
เสือทศแสร้งดีใจ
“ดีพ่อ...เราสองพ่อลูกจะถล่มบ้านมันให้เละเลย ล้างแค้นให้พี่น้องเรา”
เสือทศแสร้งทำเป็นกระหาย
“ไม่ใช่ที่บ้านมันหรอก”

เสือทศมองเสือใจอย่างแปลกใจ

ภราดรกับประเดิมมาที่บ้านผู้ใหญ่สน

“ผู้ใหญ่....ผู้ใหญ่ อยู่หรือเปล่า” กระเดิมร้องเรียก
ผู้ใหญ่สนชะโงกหน้าออกมามอง แล้วทักทาย
“อ้าวหมอ ประเดิม....มา...มา...ขึ้นบ้านก่อน ไอ้จ่อยเว้ย เอาน้ำเอาท่ามาต้อนรับแขกหน่อย”
ภราดรกับประเดิมขึ้นไปบนเรือน เสนยกมือไหว้แต่ไม่พูดอะไร
“สวัสดีครับ อืม...อาการดีขึ้นมาเลยนี่” ภราดรมองเสนอย่างสนใจ
“ครับ ก็ได้คุณหมอนี่แหละครับ อาการไอ้เสนมันดีวันดีคืนอย่างที่เห็นนี่แหละ”
“ดีแล้ว ฉันยินดีด้วย”
จ่อยยกถาดแก้วน้ำมาวาง
“น้ำจ้ะ”
“นี่จ่อย น้ำขมๆไม่มีบ้างหรือ” ประเดิมแหย่
“พอมีเหลือบ้าง”
“กินอะไรกันมาหรือยังล่ะ”
ผู้ใหญ่สนหันมาถามภราดร แต่ประเดิมชิงตอบอย่างรวดเร็ว
“ยังเลยผู้ใหญ่”
“งั้นอยู่กินข้าวด้วยนะหมอ”
ภราดรเกรงใจ
“จะเป็นการรบกวนหรือเปล่าครับ”
“แหม..หมอ...รบกงรบกวนอะไรกัน หมอช่วยพวกเราตั้งเยอะ”
ประเดิมหันไปบอกจ่อย
“งั้นผมไปช่วยในครัวนะ ไปจ่อย”
ประเดิมตั้งใจไปช่วยทำกับข้าว แล้วจะกินเหล้าไปด้วย

จ่าชิตกับสมรักษ์ นั่งคุยกันถึงเรื่องเสือใจ ว่าจะปล้นบ้านเสี่ยรงค์หรือที่ไหนกันแน่
“ผมว่าเสี่ยรงค์ก็รู้ว่าเสือใจ ไม่มาปล้นที่บ้านเสี่ยรงค์แน่” จ่าชิตออกความเห็น
“และเสือใจก็ไม่มาปล้นบ้านเสี่ยรงค์อยู่แล้ว....แล้วเสือใจจะไปปล้นที่ไหน”
“ถ้าผมเป็นไอ้ใจ ผมจะปล้นของที่ทำให้เสี่ยรงค์ล้มละลายมากที่สุด และต้องเป็นของที่ทุจริตผิดกฎหมาย”
สมรักษ์เห็นด้วย
“นอกจากยาเสพติด เสี่ยรงค์ยังมีของผิดกฎหมายอะไรที่มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ”
“ผมคิดออกแล้ว”
จ่าชิตบอกอย่างมั่นใจ

บ่อนเสี่ยรงค์สร้างด้วยไม้ มีสองชั้น หลังใหญ่ภายในมีการเล่นพนันหลายอย่างทั้งไฮโล ไพ่ กำถั่ว แทงโป มีคนกำลังเล่นมากมาย เสี่ยรงค์เดินเข้ามาที่หน้าบ่อนกับระรินเพื่อที่จะมาเก็บรายได้ นักเลงคุมบ่อนออกมาทำความเคารพอย่างนอบน้อม
“เชิญครับเสี่ย คุณระริน”
“อืม ไอ้หมานอยู่ไหม”
“อยู่ข้างในครับ”
เสี่ยรงค์กับระริน เดินผ่านคนเล่นพนันไปด้านใน ตรงไปหาหมานที่นั่งทำบัญชีและเก็บเงินอยู่ในห้องด้านใน
“สวัสดีครับเสี่ย คุณระรินเชิญนั่งก่อนครับ”
หมานละจากงาน เดินมาต้อนรับ เสี่ยรงค์กับระรินนั่งที่โต๊ะรับแขก
“วันนี้เป็นยังไงบ้าง” เสี่ยรงค์ถาม
“ก็อย่างที่เห็นล่ะครับ คนเยอะทุกวัน”
ระรินรำคาญและใจร้อน
“รีบเก็บเงินแล้วไปกันได้แล้วล่ะพ่อ”
เสี่ยรงค์เข้าใจ
“ไหนเงิน”
หมานส่งเงินห่อใหญ่ให้ ระรินรับไปดู แล้วพอใจ
“วันหนึ่งนี่กำไรเท่านี้เลยหรือ”
“ครับ ถ้าเป็นช่วงวันหยุดจะได้มากกว่านี้อีก”
เสี่ยรงค์นึกขึ้นได้ รีบสั่ง
“วันนี้ปิดเร็วหน่อยนะ”
“อ้าว..ทำไมล่ะครับ”
“คืนนี้จะมีแขกวีไอพีมาเล่น”
เสี่ยรงค์ยิ้มอย่างมีแผน ระรินไม่รู้เรื่องว่าเสี่ยรงค์มีความหมายอย่างอื่น

ภราดรอธิบายเรื่องการดู และสุขอนามัยให้ผู้ใหญ่สนฟัง เพื่อไปถ่ายทอดชาวบ้านอีกต่อหนึ่ง
“จำไว้นะผู้ใหญ่บอกชาวบ้านด้วยว่าเรื่องความสะอาดสำคัญที่สุด ตอนนี้หลวงกำลังส่งคนมาควบคุมโรคอยู่”
“ครับหมอ...เอ ข้างในทำกับข้าวกันเสร็จหรือยังเนี่ย ผมไปดูก่อนนะหมอตามสบายนะ”
ผู้ใหญ่สนลุกไป ภราดรมองตามแล้วมองไปบริเวณหมู่บ้าน แล้วล้วงไปในกระเป๋าหยิบปิ่นปักผมของกินรีที่เก็บได้ขึ้นมามองอย่างคิดถึงกินรี

แม่หมอนั่งจัดสมุนไพรใส่กระจาดอยู่หน้าบ้าน แล้วชะงักเมื่อเห็นภราดรเดินมา
“หมอมาทำไม”
“ไม่มีอะไรหรอก ผมจะมาขอพบกินรีน่ะ”
กินรีที่นั่งสมาธิอยู่ในบ้าน กับพะอูที่นอนเล่นอยู่ใกล้ๆ ลืมตาขึ้น
“หมอมีธุระอะไรกับกินรี”
ภราดรอ้ำอึ้ง ไม่กล้าพูดว่าอยากพบกินรี
“เอ่อ...ผมแค่จะเอาของมาคืน”
“กินรีไม่อยู่ ฝากของที่จะคืนไว้ที่ฉัน แล้วรีบกลับไปซะ”
“แต่ว่า...”
“หมอกำลังจะทำให้ที่นี่วิบัติ หมอจำไม่ได้หรือไงว่าหมอคือผู้ชายตามคำทำนาย ผู้ชายที่ทำหน้ากากทองหล่นลงพื้นดิน”
“แต่นั่นผมไม่ได้ตั้งใจ”
“อย่างนั้นหรือ จะตั้งใจหรือไม่มันก็เป็นคำสาปที่เกิดขึ้นแล้ว....กินรีไม่อยู่ ฝากของไว้ก็แล้วกัน”
“ก็ได้ครับ”
ภราดรหยิบปิ่นออกมา กินรีเปิดบ้านออกมายิ้มให้ แม่หมอมองอย่างกังวล รู้ว่ากินรีคงตัดใจไม่ได้แน่
“โธ่กินรีเอ๊ย...”

ภราดรยื่นปิ่นคืนให้กินรี เมื่อมาคุยด้วยกันตามลำพังหลังบ้าน

“นี่ของเธอ ที่ทำตกเอาไว้ที่บ้านนายวินมิก ฉันว่าจะเอามาคืนนานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาส”

เสือสมิง ตอนที่ 15 (ต่อ)

กินรีมองปิ่นอัน ตัดสินใจไม่รับ

“หมอเก็บไว้เถอะค่ะ”
“อ้าว ทำไมล่ะ เธอเคยบอกไม่ใช่หรือว่า เป็นของชิ้นเดียวที่แม่เธอทิ้งไว้ให้”
กินรีแปลกใจ
“หมอรู้ได้ยังไงคะ หรือว่าหมอจำได้”
ภราดรหลุดไปแล้วแก้ตัว ทำท่าไม่รู้เรื่อง
“จำได้...จำเรื่องอะไรหรือ”
“ก็ฉันเคยเล่าเรื่องนี้ให้หมอฟังตอนเรารู้จักกันใหม่ๆไง”
ภราดรกลบเกลื่อนอย่างแนบเนียน
“เหรอ..มิน่าล่ะ ฉันรู้สึกคุ้นๆ เธอเอาคืนไปสิ”
“หมอเก็บไว้เถอะค่ะ คิดว่าเป็นที่ระลึกว่าเรารู้จักกัน”
ภราดรมองปิ่นไปมาแล้วไม่ยอมรับ
“เก็บไว้ที่เธอน่ะดีแล้ว ถึงไม่มีปิ่นฉันก็รู้...ว่าเรารู้จักกัน”
กินรียิ้มอย่างพอใจแล้วรับปิ่นมา ในใจเริ่มลึกลงไปกับความรัก
“ก็ได้ค่ะ”
ห่างออกไปแม่หมอยืนดูอยู่อย่างปลงๆ
“อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดแล้วล่ะ”

แววนั่งอยู่บนเตียงนอนแล้วคิดอะไรบางอย่าง จึงก้มลงไปหยิบลังไม้ที่ใต้เตียงออกมาเปิดออก หยิบปืนที่ห่อผ้าอย่างดีเอาไว้ออกมา แววขัดและเช็ดอย่างชำนาญ ทันใดมีเสียงกุกกักด้านหลังบ้าน แววขึ้นลำปืน อย่างชำนาญแล้วค่อยๆย่องไปด้านหลัง เอาปืนเล็งไปตามเสียงนั้น
“หยุดอยู่ตรงนั้น”
แววออกไปแล้วชะงักเมื่อเห็นว่าหินกับแก้ว กำลังดูปลากัดที่จับมาได้ในขัน
“แม่...”
ทั้งคู่ตกใจที่เห็นแววมีปืน แต่แววกลายความกังวล แล้วชวนลูกเข้าบ้าน หินขอดูปืน เขาลูบปืนกระบอกนั้นอย่างหลงใหล
“ฉันไม่นึกเลยว่าแม่จะมีของแบบนี้ด้วย”
“มันเป็นของพ่อเอ็ง แม่เก็บมันไว้ตั้งแต่พ่อเอ็งตาย ไม่เคยเอาออกมาเลย”
แก้วสงสัย
“แล้วแม่เอาออกมาทำไมล่ะ”
“บางทีแม่คงต้องใช้มัน”
แววบอกเครียดๆ

เสือทศจัดอาวุธประจำกายพร้อม ขณะที่เสือชินและเสือเรืองอยู่ด้วย
“ตกลงพ่อเสือจะปล้นบ่อนเสี่ยรงค์หรือ” เสือเรืองถามอย่างแปลกใจ
“ก็เออ....สิวะ พ่อเสือส่งให้พวกเราไปดูลาดเลา”
“ตายจริง... เสี่ยรงค์รู้หรือยังเนี่ย”
เสือทศเกาศีรษะ เซ็งในความโง่ของมัน
“ก็ข้ากำลังจะรีบไปแจ้งข่าวให้เสี่ยรงค์รู้นี่แหละ ไปเร็วอย่ามัวชักช้า ไปเอาม้ามา”
เสือชินรีบออกไปทันที

เสือเข้มกับเสือดำ เตรียมอาวุธกันอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน แววเดินเข้ามายืนดูแล้วถามเสียงจริงจัง
“พ่อเสือกำลังจะทำอะไร”
“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะน้า แค่ให้เตรียมเช็ดทำความสะอาดอาวุธให้เรียบร้อยเฉยๆ” เสือเข้มตอบเลี่ยงๆ
“เอาความจริง ข้ามีสิทธิ์ที่จะรู้...บอกมาพ่อเสือกำลังจะทำอะไร”
เสือเข้มกับเสือดำมองหน้ากันแบบจำใจ
“คืนนี้พ่อเสือจะไปปล้นบ่อนเสี่ยรงค์”
“ข้านึกอยู่แล้ว...เรื่องนี้ไอ้ทศรู้หรือเปล่า”
“ตอนแรกพ่อเสือไม่บอก แต่พ่อเสือใจอ่อนบอกไปจ้ะ”
แววส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย เพราะไม่ไว้ใจเสือทศเลย

เสือใจเก็บอาวุธแล้วไหว้พระหยิบเขี้ยวเสือเครื่องรางประจำตัวมาสวม แล้วเดินออกมาหน้าบ้าน จงใจนั่งมองอย่างไม่สบายใจ
“พ่อจะไปปล้นจริงๆหรือ”
“ใช่...มันจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว หลังจากนี้จะไม่มีชื่อเสือใจอีก”
จงใจยิ่งใจเสีย
“ทำไมถึงพูดเป็นลางอย่างนั้นล่ะ”
“พ่อไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น...ไม่มีใครทำอะไรพ่อได้หรอก หลังจากการปล้นครั้งนี้ เราจะย้ายไปอยู่ที่ไกลๆ ที่ๆไม่มีใครตามพบ”
“อะไรนะ จะไปอยู่ที่อื่นหรือ”
“ใช่ ที่ที่สงบ ไม่ต้องพบปะผู้คนมากนัก...นอกจาก...ไอ้หมวดนั่น”
จงใจยิ้มได้แล้วกอดพ่อ
“แหมพ่อเนี่ย...ระวังตัวด้วยนะพ่อ สัญญากับจงใจก่อนว่าพ่อจะต้องกลับมา”
ทั้งคู่เกี่ยวก้อยสัญญากัน
“พ่อสัญญา”

รถของอนามัยที่ประเดิมขับไปบ้านสาง กับรถของภราดรที่ขับมาจอดที่หน้าอนามัย ระรินที่รออยู่ตรงเข้ามาหา
“หมอไปไหนมา”
ภราดรแกล้งอ้อน
“ก็ไปทำงานมาสิครับ”
“ที่ไหน”
ประเดิมหลบตาแล้วฉากออกไปอย่างทะเล้น
“เค้าไม่เกี่ยวน้า....เค้าไปดีกว่า”
“หมอยังไม่บอกระรินเลย ว่าไปไหนมา” ระรินคาดคั้น เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง
“ไปเยี่ยมผู้ใหญ่สนที่บ้านสางมา”
“ไปบ้านสางหรือ นี่นอกจากเยี่ยมผู้ใหญ่สนแล้วคงแวะเยี่ยมนังกินรีมันด้วยสิ ใช่ไหม”
ภราดรตอบอย่างไม่มีพิรุธ
“เปล่านี่...ผมก็แค่ไปเยี่ยมผู้ใหญ่สน”
ระรินเย็นลง ภราดรแกล้งน้อยใจบ้าง
“แล้วที่คุณล่ะ หายไปไหนมาไม่ยอมบอกผม ผมรอคุณตั้งนาน”
ระรินรู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง
“ก็พ่อน่ะสิ ลากไปเก็บเงินที่บ่อน เบื่อจะตาย...อุ๊ย...”
ระรินหลุดปาก ภราดรทำเป็นสนใจ
“อะไรนะ พ่อคุณมีบ่อนด้วยหรือน่าสนใจจัง”
“หมอชอบเล่นด้วยหรือ”
“บางครั้งน่ะ เล่นตาสองตาเสี่ยงโชคพอสนุกๆ พาผมไปเล่นบ้างสิ”
“ได้ค่ะ แต่ต้องไปวันหลังนะ”
“ทำไมล่ะ”
“วันนี้พ่อปิดบ่อนเร็วน่ะสิ เห็นบอกว่าจะมีแขกวีไอพีมาเล่น”

ภราดรฟังอย่างครุ่นคิด เพราะอยากช่วยเสือใจ

กินรีนั่งสมาธิหน้ารูปปั้นชะเวมะรัต ในใจรู้สึกสับสน....

“ทำไม ทำไมเราตัดใจจากหมอไม่ได้”
ในภวังค์มีเสียงพระธุดงค์แว่วเข้ามา
“อานุภาพความรักมันช่างยิ่งใหญ่นัก การเอาชนะมันยิ่งใหญ่กว่าการเอาชนะตนเอง จงคิดถึงผู้คนของโยม ความเสียสละ และความสงบสุข”
เสียงพระธุดงค์หายไป กินรีพยายามข่มใจ นั่งสมาธิต่อ....

ในอดีต...บาเยงโบบอกกับชะเวมะรัต ...
“คำอธิษฐานของข้าทุกคำได้มอบให้แก่หญิงที่ข้ารักมากที่สุดในแผ่นดิน นางผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของข้า ข้าขอยกความดีทั้งหมดที่ข้ามีมอบให้นางและรับความอับโชคที่นางได้รับขอให้สิ่งนั้นมาสู่ตัวข้า ข้าขอให้นางมีความสุข และตัวข้าจะรักนางตลอดไปทุกชาติภพ”
ชะเวมะรัตน้ำตาเอ่ออย่างซึ้งใจ
“ทีนี้ตาเจ้าบ้าง”
“หม่อมฉันหาต้องพูดอีก เพราะทั้งหมดที่หม่อมฉันอธิษฐาน พ่ออยู่หัวได้ตรัสออกมาหมดแล้ว”
บาเยงโบรู้สึกซึ้งใจชะเวมะรัต

ปัจจุบัน...กินรีหลับตา จิตใจกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่าในใจเห็นคิ้วขมวดไปมา มีเหงื่อไหล ขณะที่แม่หมอนั่งอยู่หน้าบ้านมองไปทางภูเขาแล้วรำพึง
“ข้าแต่ท่านบรรพบุรุษ ท่านจะให้มันจบเพียงแค่นี้หรือ”
ไกลออกไป หุบเขาที่งะดินเดอยู่มีเมฆฝนทะมึน

จ่าชิตกับสมรักษ์ปลอมตัวเป็นชาวอินเดีย หนวดเครารุงรัง เดินไปที่บ่อนเสี่ยรงค์ คนคุมบ่อนขวางไว้
“บ่อนปิดแล้ว นายห้าง”
“อะไรกัน ทำไมปิดเร็วอย่างนี้” จ่าชิตพูดสำเนียงอินเดีย
“นั่นน่ะสิ ข้างในยังมีคนเล่นเต็มไปหมดเลย” สมรักษ์พูดด้วยสเนียงเดียวกัน
คนคุมทั้งสองไม่ยอมให้เข้า
“บอกว่าปิดแล้ว นั่นมันแขกวีไอพี กลับไปเถอะพรุ่งนี้ค่อยมาเล่น”
“เอ นี่มันดูถูกกันหรือยังไง ฉันก็วีไอพีนะ มีเงินมากกว่าพวกในนั้นอีก” จ่าชิตโวยวาย
หมานได้ยินเลยเดินเข้ามาดู
“มีเรื่องอะไรกัน”
“นายห้างสองคนนี่สิ จะเข้ามาเล่นให้ได้”
หมานหันไปบอก
“เราไม่รับคนแล้ว กลับไปก่อนเถอะ”
จ่าชิตเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างกับหมาน แล้วเปิดเอวให้ดูปืน หมานรีบเชิญ
“อ้าว เหรอ เสี่ยรงค์ส่งมาต้อนรับเสือใจหรือ แล้วก็ไม่บอก เชิญครับพี่”
จ่าชิตกับสมรักษ์ เดินเข้าไป มองดูตามโต๊ะพนัน
“นักเล่นแต่ละคนหน้าอย่างกับโจรทั้งนั้น” จ่าชิตกระซิบ
“คงเตรียมมาต้อนรับเสือใจล่ะสิ จะบอกเสือใจยังไงดี”
“ใจเย็นไปทางโน้นก่อน”
จ่าชิตมองไปรอบๆ แล้วเดินไปที่มุมห้องกับสมรักษ์

เสือทศ เสือเรืองและเสือชินซุ่มดูท่าทีอยู่บริเวณบ่อน ครู่หนึ่งเสือใจ เสือเข้ม และเสือดำเข้ามาสมทบ
“เป็นยังไงบ้างไอ้ทศ”
“ทุกอย่างโล่งพ่อเสือ พวกมันไม่รู้ตัว ข้างในมีแต่นักเล่น บุกเข้าไปเลยไหมพ่อเสือ”
เสือใจรับรู้แล้วสั่งการ
“ใจเย็น เข้าไปใกล้กว่านี้หน่อยขอข้าดูให้แน่ใจ ไอ้ทศเอ็งอ้อมไปทางโน้น คอยคอยฟังคำสั่งข้า ถ้าเห็นไฟแวบ ดับแวบดับ ก็ลุยเลย ถ้ามีไฟสองดวงพร้อมกันให้ถอยทันที เข้าใจไหม”
“จ้ะพ่อ”
ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายไป เสือทศไม่ค่อยพอใจเพราะไม่เป็นไปตามแผน

หมานยังคงยืนคุมอยู่หน้าประตู กับคนคุม รถของระรินมาจอด ครู่หนึ่งเธอเดินลงมาจากรถพร้อมภราดร
“บอกว่ามาวันหลังก็ไม่ได้” ระรินบ่น
“น่า...นะ..เล่นตาสองตาก็เลิกแล้ว”
หมานมองอย่างแปลกใจ
“อ้าว คุณระริน มีอะไรหรือครับ”
“ขอเข้าไปหน่อย แฟนฉันอยากจะเล่นสักตาสองตา”
“แต่เสี่ยสั่งไว้ว่าให้เราต้อนรับแขกวีไอพีนะครับ”
“ถ้าอย่างฉันไมใช่วีไอพีแล้วจะเรียกว่าอะไร...หลีกไป..ไปค่ะหมอ”
ระรินใช้อำนาจ หมานจำต้องยอมให้ทั้งคู่เข้าไป

เมื่อเข้าไปในบ่อน ภราดรทำเป็นตื่นตาตื่นใจ
“โอ้โห อย่างกะลาสเวกัสแน่ะ”
“เวอร์ไปแล้วหมอ ไปโต๊ะโน้นดีกว่า”
ระรินพาภราดรเดินเข้าไปที่โต๊ะไพ่ ห่างไปสองโต๊ะจ่าชิตกับสมรักษ์เห็นภราดรกับระรินเข้ามา
“เฮ้ย จ่า หมอเขามาทำไมของเขานะ” สมรักษ์กระซิบ
“มาเข้าห้องน้ำมั๊งหมวด...โธ่ก็อยู่ด้วยกันจะไปรู้ได้ยังไง รอดูไปก่อน”
ทั้งคู่สายตาตามดูภราดร

ไม่ห่างจากบ่อน เสือทศมาหามุมเหมาะๆซุ่ม แล้วส่องกล้องส่องทางไกลเข้าไปดูข้างใน
“เสี่ยเตรียมคนไว้เพียบเลย”
เสือทศส่องกล้องมองไปมาแล้วเห็นระรินกับภราดรเล่นไพ่อยู่ที่โต๊ะ
“เฮ้ย ไอ้หมอกับคุณระรินมาทำไมวะ”
เสือทศมองอย่างแปลกใจ

เสือใจเข้ามาซุ่มไม่ห่างจากบ่อนนักแล้วส่องกล้องเข้าไป แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นภราดรกับระริน
“หมอ..”

เสือใจฉุกคิดอะไรบางอย่างแล้วดูเหตุการณ์ต่อไป

ระรินกับภราดรเล่นไพ่ป๊อกที่โต๊ะ ภราดรเล่นเหมือนไม่ตั้งใจแต่คุยฟุ้งไปรอบข้าง

“แหม...เสียอีกแล้ว เจ้ามือโกงหรือเปล่าเนี่ย...”
ภราดรหัวเราะ ทำเป็นหันไปมองคนอื่นๆ เขาสังเกตเห็นว่าทุกคนมีปืนที่เอว จึงแกล้งถามเสียงดัง
“นี่ ทำไมพกปืนกันทุกคนเลยล่ะ”
คนเล่นที่เป็นมือปืนงง มองภราดรเป็นคนประสาท
“ยุ่งอะไรด้วยวะ”
“นี่ไง คนนี้ก็มีระริน พ่อคุณให้พกปืนเข้าบ่อนด้วยหรือ”
ภราดรยังเล่นไม่เลิก คนเล่นหันไปบอกระริน
“นี่คุณผู้หญิง พาแฟนคุณกลับไปเถอะ ป่วนกันไปหมดแล้ว”
สมรักษ์มองอย่างแปลกใจ
“หมอเขาทำอะไรของเขาน่ะ”
“สงสัยอยากโดนกระทืบมั๊ง”
ภราดรเห็นว่าใต้โต๊ะก็มีปืนหลายกระบอก
“นี่..ใต้โต๊ะนี่ก็มีปืนเต็มไปหมดเลยระริน”
ระรินไม่รู้เรื่อง
“เหรอคะ”
ภราดรก้มลงไปหยิบปืนยาวขึ้นมาสองกระบอกแล้วชูขึ้น อย่างตั้งใจส่งสัญญาณให้เสือใจ
“นี่ไง...”
เสือใจ กับเสือทศซึ่งอยู่คนละด้าน เห็นเต็มๆ
“แย่แล้วนี่มันกับดัก เฮ้ย..ส่งสัญญาณไปให้ถอยก่อน”
เสือเข้มส่งสัญญาณไฟไปให้เสือทศสองดวงแสดงให้ถอย เสือทศเห็นแล้วรู้ว่าแผนกำลังเสีย
“ไอ้หมอบ้าเอ๊ย...เสียแผนหมด”
“พี่ เอาไงดีพ่อเสือให้ถอย”
เสือทศนิ่งคิด ขณะที่ในบ่อน ภราดรสงบลง แล้วคืนปืนไว้ที่เดิม
“เอาคืนไปก็ได้ แค่สงสัย มาเล่นต่อดีกว่า”
ทางด้านเสือใจเร่งเสือเข้ม
“ส่งสัญญาณเร็วเข้าไอ้เข้ม”
“ส่งแล้วพ่อเสือแต่พี่ทศยังไม่มาเลย”
เสือใจเครียดทันที

เสือทศนิ่งคิด เสือเรืองเร่ง
“เอาไงดีพี่”
เสือทศตัดสินใจ
“เป็นไงเป็นกันวะ...ไปพวกเราบุก”
เสือทศตัดสินใจควงปืน วิ่งเข้าไปในบ่อนแล้วยิงปืนพร้อมตะโกน
“กูเสือทศ บุกมาแล้วโว้ย...”
เสือเรืองและเสือชินวิ่งตามมาติดๆ
เสือใจหน้าเสียกัดกรามแน่น
“ไอ้ทศ...เอาอีกแล้ว...พวกเราบุก...”
เสือใจ เสือเข้ม เสือดำและลูกน้องบุกเข้าบ่อนอีกทางหนึ่ง

ในบ่อนทุกคนเปลี่ยนจากนักเล่นมาเป็นนักฆ่า โต๊ะที่เล่นพนันถูกผลักให้ล้มเป็นบังเกอร์ ทุกคนมีอาวุธครบมือ แล้วยิงต่อสู้กับเสือใจ ฝ่ายเสือใจยึดชัยภูมิข้างนอก เสือทศหลังจากเปิดเกมแล้วก็มาซุ่มหลบอยู่หลังบ่อนในที่ปลอดภัย
ระรินกับภราดรทำอะไรไม่ถูก ทั้งคู่หลบใต้โต๊ะ
“ทำไมมันซวยซ้ำซวยซากอย่างนี้นะ อยู่บ้านดีๆไม่ชอบ หมอนะหมอ”
“ผมจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ”
ภราดรหลบวูบ ลูกปืนเฉี่ยวไป

สมรักษ์กับจ่าชิตหลบมุมอยู่แล้วทำเป็นกลัว พลางปรึกษากัน
“เอาดีจ่า”
“ออกไปข้างนอกก่อน แล้วยิงช่วยไอ้ใจมัน”
“หา..ช่วยโจรนี่นะ”
“ช่วยพ่อตาหมวดต่างหาก”
ทั้งคู่ลอบออกไป เสือใจยังยิงถล่มเข้ามา พร้อมถามถึงเสือทศด้วยความเป็นห่วง
“ไอ้เข้ม ไอ้ดำ เห็นไอ้ทศไหม”
“ไม่เห็นจ้ะ”
ทั้งหมดยังคงยิงสู้กัน

หมานลอบเข้าไปหาระรินกับภราดร แล้วพาออกไปทางข้างหลัง
“ตามผมมาครับ”
“ทำไมไม่ให้โดนสักสองสามแผลก่อนแล้วค่อยมาล่ะ”
ระรินเหน็บแนมแล้วอกไปพร้อมหมอภราดร

จ่าชิตกับสมรักษ์ออกมาแล้วถอดชุดแขกทิ้งเพื่อให้คล่องตัว แล้วดูเหตุการณ์พร้อมช่วยเสือใจ ขณะที่
เสือใจยังไม่เห็นเสือทศ แต่เขาอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลม เขายิงตะเกียงดวงหนึ่งในบ่อนแตกไฟลุกพรึ่บ
นักฆ่ายังไม่หวั่นยังยิงต่อสู้หมายเอาชีวิตเสือใจ
“ถอย...ไอ้เสือ ถอย..ไอ้เข้ม ไอ้ดำ เอ็งนำคนไปก่อน” เสือใจร้องสั่ง
“แล้วพ่อเสือล่ะ”
“ข้าจะอยู่รอไอ้ทศ ไปสิ...รีบไป”
เสือเข้มกับเสือใจจำใจไป เสือใจบุกเข้ามาในบ่อน เสือทศได้ยินคำว่าถอยก็ไม่พอใจ หันไปบอก...
“ไอ้ชิน ไอ้เรือง เอ็งรอข้างนอก”
เสือทศลอบวิ่งเข้าไปในบ่อนที่ไฟกำลังลุก เสือใจวิ่งหมายจะเข้าไปในบ่อน เขายิงนักฆ่าตายไปสองศพ ขณะเดียวกัน สมรักษ์กับจ่าชิตมาช่วยยิง
เสือทศเห็นเสือใจวิ่งเข้ามาแล้วทำเป็นพลาด ติดอยู่อยู่ในกองไฟแล้วร้องเรียก
“พ่อเสือ...ทางนี้ ช่วยฉันด้วย...”
เสือใจรีบหันไปตามเสียง
“ไอ้ทศ”
เสือใจวิ่งฝ่าเปลวไฟไปหาเสือทศ
“เป็นไงบ้างไอ้ทศ”
“ไม่เป็นอะไรมากพ่อ”
พวกนักฆ่ารุมล้อมยิงเข้ามา เสือใจกับเสือทศยิงต้านไว้ จ่าชิตกับสมรักษ์เห็นเหตุการณ์โดยตลอด
“ไอ้ใจแย่แล้ว”
สมรักษ์คิดหาทางช่วย ทางด้านเสือใจหันไปบอกเสือทศ...
“ไอ้ทศ เอ็งหนีไปก่อน”
“แล้วพ่อล่ะ”
“เออน่า...ออกไปก่อน ไม่ต้องห่วงข้า”
เสือทศรีบออกไป ขณะที่เสือใจยิงสู้ต่อแต่ไฟกำลังจะลามมาไหม้ตัวเขา เมื่อออกมาพบลูกน้องที่รออยู่ ก็สั่งอย่างสบายใจ

“ไปโว้ย ต่อไปนี้ข้าจะได้คุมชุมเสือเสียที”

ทางด้านเสือใจกำลังแย่ เขายิงอย่างบ้าเลือด พวกนักฆ่าต่างดาหน้าเข้ามา สมรักษ์กับจ่าชิตก็ซุ่มยิงช่วยอยู่แต่ช่วยไม่ได้มาก เพราะไฟล้อมเสือใจไว้หมด

ทันใด แววขี่ม้ามาจากด้านหนึ่งแล้วใช้ปืนที่หยิบออกมาดูเมื่อกลางวันยิงใส่พวกนักฆ่า แหวกทางเข้ามาหาเสือใจ ม้ากระโดดข้ามไฟเข้ามาหาเสือใจอย่างสวยงาม เสือใจแทบไม่เชื่อสายตา
“แวว”
“ขึ้นมา พี่เสือ”
แววฉุดเสือใจขึ้นม้าแล้วควบฝ่าเปลวไฟแล้วหายเข้าไปในความมืด พวกนักฆ่าตาม
“เฮ้ยตามมันไป”
สมรักษ์ได้จังหวะแล้วแสดงตัวออกไป
“หยุด นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ วางอาวุธแล้วยกมือขึ้นสูง”
จ่าชิตตะโกน
“ตามสูตร ตำรวจมาตอนจบ ...ยกมือขึ้นเร็ว...วางอาวุธ”
นักฆ่าทุกคนเห็นตำรวจแล้วยอมทำตาม

เสี่ยรงค์โวยวายเรื่องที่บ่อนถูกถล่ม
“หมดกัน วายวอดหมดกันคราวนี้แหละ ไอ้เสือใจมันรู้ได้ยังไง”
ระริน ศักดา อองไชย และเหล่าลูกน้องเงียบ
“ระริน แกไปที่นั่นกับหมอทำไม” เสี่ยรงค์หันมาถามเสียงเครียด
“ก็หมอเขาอยากไปเล่นนี่”
“เล่นหรือ...เห็นไอ้หมานบอกว่ามันไปป่วยหยิบปงหยิบปืนออกมา มันส่งสัญญาณให้เสือใจหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“ไม่มีทาง หมอจะไปช่วยเสือใจทำไม”
ระรินแย้ง อองไชยสนับสนุน
“ใช่ อาคมข้ายังสะกดมันอยู่ มันไม่มีทางเป็นอื่นได้”
เสี่ยรงค์หันมาทางศักดา
“แล้วจ่าชิตกับหมวดสมรักษ์ล่ะ อยู่ดีๆไปโผล่ที่นั่นได้ยังไง”
“ผมสอบสวนแล้วครับ ทั้งคู่ผ่านไปจึงเข้าระงับเหตุ”
เสี่ยรงค์เกาศีรษะอย่างแรงด้วยความโมโห
“ให้มันได้อย่างนี้สิ...”
ทุกคนนิ่งไป ไม่รู้จะทำยังไง

เสือทศนั่งคุกเข่าอยู่ต่อหน้าเสือในที่นั่งบนแคร่กับแวว จงใจนั่งห่างออกมา มุมหนึ่งมีเสือเรือง เสือชิน เสือเข้มและเสือดำ
“เอ็งเห็นหรือยัง ไอ้ทศว่าความมุทะลุของเอ็ง มันทำให้เกิดผลเสียอะไรบ้าง” เสียใจถามเครียดๆ
“ก็ฉันหวังดีนี่พ่อ ฉันแค้นไอ้เสี่ยรงค์มันนี่” เสือทศแก้ตัว
“นั่นแหละ ลูกผู้ชายล้างแค้นสิบปีไม่สาย แต่เอ็งเอาชีวิตพี่น้องไปเสี่ยงแบบนี้ต่อไป เอ็งจะเป็นผู้นำได้ยังไง”
เสือทศแสร้งสำนึกผิด
“ฉันผิดไปแล้ว ฉันขอโทษ”
“ครั้งนี้เอ็งทำไปเพราะมีเจตนาดี ข้ายกโทษให้ แต่เอ็งต้องถูกกักบริเวณห้ามออกไปนอกชุมเสือเป็นเวลา 3 วันเข้าใจไหม”
“ขอบใจพ่อมากที่เมตตา ฉันจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”
เสือใจยิ้มได้
“ไปแยกย้ายกันไปทำอะไรก็ไป”
ทุกคนแยกย้ายไป จงใจเข้ามาหาพ่อ
“พ่อเก่งที่สุดเลยที่กลับมาหาจงใจตามสัญญา”
เสือใจมองไปที่แวว
“ขอบใจเอ็งมากนะแวว”
แววยิ่มให้เสือใจอย่างโล่งใจ

กินรียังคงนั่งสมาธิเพื่อถือศีล แม่หมอเตรียมเครื่องเซ่นไหว้กับพะอู
“ยายจะเอาเครื่องเซ่นไปไหนหรือจ๊ะ” กินรีลืมตาขึ้นมาถามอย่างแปลกใจ
“พระจันทร์ใกล้จะเต็มดวงแล้วข้าอยากจะไปไหว้บรรพบุรุษที่ศาลหน่อย เผื่ออะไรๆมันจะดีขึ้น”
แม่หมอเดินออกไป กินรมองตามอย่างไม่สบายใจ
“ยายคงไม่พอใจพี่”
พะอูกุมมือกินรีอย่างปลอบใจ ทำให้เธอยิ้มได้บ้าง
งะดินเดตื่นจากการนั่งกรรมฐานรักษาศีล คนรูดีใจประจบประแจง
“ได้เวลาเสียที”
งะดินเดแววตากร้าวแล้วมองไปที่หน้าถ้ำ
คนรูรู้ว่างะดินเดจะทำอะไร จึงหลบไปข้างหลังโขดหิน

แม่หมอเอาเครื่องเซ่นมาไหว้ที่ศาลอย่างไม่สบายใจ
“ข้าแต่ผีบรรพบุรุษทั้งหลาย บัดนี้ข้านำเครื่องเซ่นสังเวยมาไหว้ เพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่ผู้เป็นร่างทรงเจ้าแม่หน้าทอง ขอให้ผีบรรพบุรุษจงรับ และจงอภัยในสิ่งที่ร่างทรงได้ร่วงเกินไปด้วยเถิด”

ทันใด บนภูเขาเสียงงะดินเดกรีดร้องไปก้องป่าอย่างน่ากลัว เพราะโกรธที่ รวบรวมพลังซัดไฟที่หน้าประตูแต่ไม่สำเร็จ แม่หมอมองขึ้นไปบนเขาอย่างกังวล…

จบตอนที่ 15

โปรดติดตามตอนต่อไป
เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 15
เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 15
กะละแมยังคงนั่งเหม่ออยู่หน้าบ้าน เห็นสมุนนุ้ยเดินมารับพวกนักพนัน แล้วเดินเข้าไปที่หลังบ้านบริเวณบ่อน กะละแมมองพวกนักพนัน ด้วยความสงสัย และตัดสินใจเดินตามไป กะละแมแอบเดินตามพวกสมุนนุ้ย และนักพนันไปที่หลังบ้าน เห็นพวกนักพนันและสมุนนุ้ยเดินเข้าไปห้องหนึ่งที่อยู่หลังบ้านและปิดประตู กะละแมเดินตามไปจนถึงประตูเข้าบ่อน ด้วยความอยากรู้อยากเห็น อยากรู้ว่าห้องอะไร กะละแมเอื้อมมือไปจะเปิดประตู ทันใดนั้นเอง เสียงก๋อยก็ดังขึ้น “เฮ้ย!!!..” ก๋อยพูดเสียงดุ “มาทำอะไรแถวนี้” กะละแมสะดุ้งตกใจ หันไปเห็นก๋อยยืนอยู่ หน้าถมึงทึงอยู่ กะละแมพยายามแก้ตัว “เอ่อ...คือเออ...ฉันเดินมั่วๆ แล้วก็หลงทางมาแถวนี้น่ะ...” พร้อมกับยิ้มสู้ “ว่าแต่นี่ห้องอะไรหรือจ๊ะ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...