xs
xsm
sm
md
lg

น้องเมีย ตอนที่ 15 - 16

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


น้องเมีย ตอนที่ 15

มะเฟืองลงแช่อ่างอาบน้ำยิ้มอย่างมีความสุข นึกถึงเอกภพ

“คุณภพคุณยังรู้จักฉันน้อยไป...ความลับถ้าเก็บไว้คนเดียวมันจะไปสนุกอะไร...” มะเฟืองยิ้มร้าย “สักวันฉันสลัดอีนังเนตรออกไปจากการเป็นเมียคุณให้ได้...ฮ่าๆ! ลั้นลั้นลา”
มะเฟืองถูกตัวอาบน้ำมีความสุข

นิดาอยู่ที่ออฟฟิศคุยโทรศัพท์กับงามเนตร
“อะไรนะ จะไม่มาทำงานแล้ว แต่ตามกำหนดเธอยังต้องมาทำงานอีกเจ็ดวันนี่ถึงจะพ้นสภาพพนักงาน แล้วทำไมถึงไม่มาล่ะ หรือว่ามีปัญหาอะไร”
มาวินเข้ามาได้ยินพอดี
“แล้วเธอคุยกับบอสเรื่องนี้รึยัง ฮะ...อะไรนะ จะฝากให้ฉันคุยแทนงั้นเหรอ อ้าว...ทำไมไม่มาคุยเองล่ะ โอเคๆ เดี๋ยวฉันบอกให้ โอเค”
นิดาหันมาเห็นมาวินก็รีบบอก...
“อุ้ย...บอสมาพอดี งั้นแค่นี้ก่อนนะ”
นิดาวางสาย
“คุณเนตรใช่ไหม”
“ใช่ค่ะบอส เนตรเขาโทรมาบอกว่าเขาจะขอหยุดงานก่อนกำหนดน่ะค่ะ เหลืออีกเจ็ดวันแต่เขาจะขอหยุดเลย บอสจะอนุญาตไหมคะ”
“เขาบอกเหตุผลรึเปล่า”
“ไม่ได้บอกค่ะ นิดาก็ยังไม่ทันถาม บอสมาพอดี ตกลงบอสจะอนุญาตไหมคะ”
มาวินพยักหน้ารับแล้วเดินหน้าเครียดออกไป
“อูย น่าโคตรเครียดเลยอ่ะ สงสัยจะเสียดายเลขา อย่าเครียดไปเลยค่ะบอส นิดายังอยู่ทั้งคน พอทนๆ ใช้แทนกันได้ค่า” นิดาหัวเราะคิกคัก

บัวไม่ยอมรับไม้กวาด เมื่อชมส่งให้
“ไม่...ฉันไม่ทำ”
ชมไม่พอใจ
“เอ๊ะ...จะไม่ทำได้ยังไง สั่งให้ทำก็ต้องทำสิ จะมานั่งกินนอนกินเฉยๆไม่ช่วยกันทำงานเลยรึไง”
“ให้ฉันทำอะไรฉันก็ทำ แต่ให้ฉันไปเก็บกวาดห้องมัน ฉันไม่ทำ”
“ไม่ต้องมาเกี่ยงงาน สำนึกเอาไว้บ้างว่าแกเป็นใคร เขาเป็นใคร ไปเลย ไปทำความสะอาดให้เรียบร้อย อย่าให้ฉันต้องโมโห ไป!”
“ไม่”
“เอ๊ะ ฉันสั่งให้ไป”
“ไม่”
ภัสสรเดินเข้ามา
“มีปัญหาอะไรกันเหรอ เสียงให้ดังลั่นบ้านไปหมด”
ชมชะงัก
“เอ่อ คือว่า…”

บัวหน้าตาบึ้งตึงมาพร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาด เอาเท้าเคาะประตูด้วยความโมโห แล้วเปิด
เข้าไป บัวเข้ามาในห้องมองรอบๆ หยิบเสื้อผ้ามะเฟืองที่อยู่บนเตียงแบบจีบมือขยะแขยง ขณะที่มะเฟืองนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาจากห้องน้ำพอดี
“มาแล้วเหรอนังคนใช้”
“ปากมีไว้พูดนะไม่ได้มีไว้เห่านังเน่า อี๊...ดูเสื้อผ้าหล่อนสิ มันเหม็นคาวเหม็นสาบ เน่าที่สุด นี่แค่เสื้อผ้านะ ถ้าเป็นเสื้อใน กางเกงใจนะเน่าขนาดไหน ผ่านผู้ชายมาเจ็ดย่านน้ำอย่างแกคงกลิ่นเน่าคละคลุ้ง...แหว่ะ”
“อ๋อ...เหรอ อีขี้ข้าปากดีนัก”
มะเฟืองจิกบัวไปที่หน้ากระจก
“ที่แกเห็นในกระจกนะเขาเรียกอะไร ดูเสื้อผ้าแกสิ มันเน่ากว่าฉันไหม ส่วนข้างในแกไม่ต้องผ่านมือชายหรอกนะ มันเหม็นเน่าเฟะยิ่งกว่าฉันอีก นังขี้ข้า จำไว้นะตอนนี้คนอย่างฉันไม่ใช่ระดับที่แกจะมาเล่นหัวด่าได้อีกต่อไป”
บัวสะบัดตัวออกมาแล้วเอาไม้กวาดตบหน้ามะเฟืองอย่างแรง
“ว้าย!”
บัวตามไล่ตบต่อ
“จำไว้เหมือนกันนะฉันนี่ล่ะ จะยกระดับตัวเองขึ้นมาเหนือแกอีมะเฟือง ถ้าฉันเป็นขี้ข้า แกมันก็ขยะ สกปรก โสโครก ไม่มีใครต้องการ”
ทั้งคู่ตบตีกัน มะเฟืองถีบบัวออกไปได้ เอาถังน้ำสาดใส่หน้าแล้วขึ้นคร่อมตบๆ
“ปากดีนักใช่ไหม อยากลองดีกับฉันนักใช่ไหม แกเจอดีแน่ คนอย่างแกมันต้องเจอแบบนี้”
มะเฟืองเอาผ้าขี้ริ้วถูหน้าบัว ทันใดนั้นเสียงภัสสรดังขึ้น
“ทำอะไรกันน่ะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
ภัสสรเข้ามาพร้อมชม
“นี่มันอะไรกัน เกิดบ้าอะไรกันขึ้นมาถึงได้ทำกันถึงขนาดนี้”
“ก็มันหาเรื่องมะเฟืองก่อนนี่คะ”
“ไม่จริงคะคุณผู้หญิง บัวจะเข้ามาทำความสะอาดห้องให้ แต่พอเข้ามาถึงก็โดนเล่นงานเลยค่ะ”
มะเฟืองด่าทันที
“นังตอแหล”
ภัสสรปรามอย่างเอือมๆ
“พอๆๆ พอกันที หยุดได้แล้วแม่มะเฟือง ที่นี่บ้านของฉันไม่ใช่ตลาดสดที่เธอจะมาใช้คำหยาบๆคายๆด่าว่าคนนั้นคนนี้ได้ตามชอบใจ ถ้าไม่ปรับตัวซะใหม่ก็เห็นทีจะอยู่กันไม่ได้”
บัวแอบหัวเราะเยาะชอบใจ ภัสสรหันไปต่อว่าบัว
“ส่วนเธอ ถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก ก็ออกไปอยู่ข้างนอก บ้านนี้ก็ไม่เลี้ยงคนป่าเถื่อนเหมือนกัน!”
ภัสสรออกไป
“มานี่นังตัวดี”
ชมลากบัวออกไป

ชมลากบัวมาในครัว
“มานี่ๆๆ นังตัวดี ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปหาเรื่องเขา”
“ฉันไม่ได้เป็นคนเริ่มนะ น้าก็เห็นว่ามันทำอะไรฉันอยู่”
“มันไม่สำคัญหรอก แกไม่ได้ยินที่คุณผู้หญิงพูดเหรอ เขาจะเฉดหัวแกออกจากบ้านอยู่แล้วยังไม่สำนึกอีก ฮึ่ย...ฉันไม่น่ารับฝากพ่อแม่แกเลยหาเหงาใส่หัวแท้ๆ ถ้าเกิดคุณผู้หญิงโกรธขึ้นมาอีกที ไม่ใช่แต่แกคนเดียวที่จะกระเด็น ดีไม่ดี ฉันจะพลอยซวยไปด้วย จำไว้นะ อย่าไปยุ่งกับเขาอีก ไม่งั้นล่ะก็ แกได้เก็บของกลับบ้านนอกแน่”
ชมออกไป บัวมองอย่างเจ็บใจ
“ใช่สิ...อยู่ในฐานะคนใช้ จะไล่เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าไม่ใช่คนใช้ล่ะ จะไล่ไปไหนได้”
บัวครุ่นคิดอย่างมีแผนร้าย

มะเฟืองแต่งตัวเสร็จนั่งอยู่ที่หน้ากระจก เจ็บใจแค้นคำพูดของภัสสร
“ปรับตัวงั้นเหรอ...ก็ได้...เดี๋ยวฉันจะปรับเป็นลูกสะใภ้ของแกไงอีแก่”
ขณะเดียวกันนั้นมือถือดังขึ้น…มะเฟืองดูเบอร์แล้วตาโต
“คุณมาวิน!”

มะเฟืองเข้ามาในร้านกาแฟ เห็นมาวินนั่งรออยู่
“ขอโทษนะครับที่ต้องโทรนัดออกมา”
“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ เราอยู่ทีมเดียวกันอยู่แล้วนี่คะ”
มาวินมองๆ
“ท่าทางคุณมีความสุขมากนะ”
“แล้วทำไมคุณหน้าเครียดอย่างนั้นล่ะคะ”
“เนตรกับสามีเขาเป็นยังไงบ้าง”
มะเฟืองคิดๆ แล้วตัดสินใจโกหก
“แหม...จับได้คาหนังคาเขาว่าเมียมีชู้ จะให้เป็นยังไงล่ะคะ ตอนนี้เขาแยกห้องนอนกันไปแล้ว ไม่พูดกันเลยสักคำ ฉันว่าอีกไม่นานก็ต้องหย่า”
มาวินชะงัก
“จริงเหรอ”
“ฉันจะโกหกคุณทำไม ก็บอกแล้วไงว่าเราอยู่ทีมเดียวกัน ยิ่งสองคนนั้นแตกหักกันเร็วเท่าไหร่ พี่เนตรก็ยิ่งพ้นเวรพ้นกรรมเร็วเท่านั้น พ้นจากความรักปลอมๆ นี่น่ะที จริงไหมล่ะคะ”
“แต่เนตรเขาไม่มาทำงาน เขาคงโกรธผม”
“ที่ไม่ไปทำงานเพราะถูกผัวซ้อมจนไปไม่ไหวต่างหากล่ะคะ”
“ว่าไงนะ เอกภพเขาทำร้ายเนตรเหรอครับ”
“แหม...คนมันโมโห มันก็ต้องมีลงไม้ลงมือบ้างสิคะ ไม่ใช่เรื่องแปลก”
“แต่ผมจะยอมให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ผมสงสารเนตร”
“เรื่องผัวๆ เมียๆ อย่าเข้าไปสอดดีกว่าค่ะ ถ้าคุณอยากได้ตัวพี่เนตรไปครอบครองเร็วๆ ก็อยู่เฉยๆ รอเวลาอย่างเดียว ที่เหลือ ฉันจัดการเอง อย่าลืมสิว่าฉันเป็น…น้องเมีย”
มะเฟืองยิ้มเยาะ เมื่อเห็นว่ามาวินเชื่อเธออย่างสนิทใจ

โจ้กับกันตาเป็นห่วงเอกภพกับงามเนตร ทำงานไปแอบมองที่ห้องไป เอกภพเดินออกมาจากห้องพร้อมกับงามเนตรหน้าตาดีขึ้น ทั้งคู่เห็นอย่างนั้นก็มองหน้ากันโล่งอก
“เอ่อ...คือว่า...สองคนเคลียร์กันแล้วใช่ไหม” โจ้ถามอย่างเป็นห่วง
เอกภพพยักหน้ายิ้มให้ กันตาหันไปถามงามเนตร
“แล้วเข้าใจกันแล้วนะคะ”
งามเนตรยิ้มแย้ม
“เราเข้าใจกันแล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
กันตากับโจ้หันมองหน้ากันโล่งอก สบายใจ
“เฮ้อ..! โล่งอก บรรยากาศมาคุหายไปซักที...” โจ้ถอนใจ
กันตายิ้มๆ งามเนตรบอกกับทั้งสอง
“คุณกันตา คุณโจ้คะ เนตรขอตัวกลับก่อนนะคะ”
“อ้าวทำไมรีบกลับล่ะคะ”
“พอดีฉันนัดเพื่อนที่ทำงานไว้น่ะค่ะ”
“ขออนุญาตไปส่งเนตรแป๊ปนะครับเดี๋ยวมา” เอกภพหันไปบอกกันตา
“ไม่ต้องหรอกค่ะ เนตรไปเองได้ คุณอยู่คุยงานกับคุณกันตาเถอะค่ะ”
“งั้นก็ได้ครับ”
งามเนตรเดินออกไป เอกภพมองส่งงามเนตรลับตาไป เขาดูท่าทางเครียดๆเป็นกังวล กันตาสังเกตเห็น เอกภพหันมาที่งานของกันตาที่โจ้กำลังดูอยู่แล้วปรับสีหน้า
“ไง...งานไปถึงไหนแล้วเนี่ย”
“ก็ถึงที่เดิมนั่นแหล่ะ ฉันออกไอเดียอะไรไปนางก็ไม่หือไม่อือสักอย่าง”
“แหม...ก็คุณเอกภพเขาทำมาดีๆ จู่ๆแกก็จะมาต่อเติมให้บ้านฉันกลายเป็นโรงลิเก ฉันควรจะหืออือกับแกเหรอ”
โจ้หมั่นไส้
“หร๋า...ลิเกเลยหร๋า...ชมกันขนาดนี้ฉันก็ขอลาไปทำงานอื่นก่อนล่ะเพคะ”

โจ้ทำท่าทางเป็นลิเกขำๆรำออกไป กันตาหัวเราะ เอกภพยิ้มๆตามมารยาท แล้วเขาก็นึกขึ้นได้

“เออ...จริงสิวันนี้เรามีนัดกับช่างที่มาต่อเติมบ้านคุณนี่นา”

กันตาเกรงใจ
“เอ่อ...เอาไว้วันหลังก็ได้นะคะ ไว้ให้คุณสบายใจก่อนดีกว่าค่ะ”
“ผมไม่เป็นไรแล้วล่ะครับ”
“แต่สีหน้าคุณมันตรงกันข้ามกับที่คุณพูดเลยนะคะ”
เอกภพหน้าเครียดๆ
“มีอะไรก็บอกกันได้นะคะ ถ้าคิดว่าเราเป็นเพื่อนกัน หรือว่าคุณไม่เห็นฉันเป็นเพื่อนคะ”
เอกภพมองกันตารู้สึกดีที่มีเพื่อน

กันตากับเอกภพเดินดูบ้านที่กำลังตบแต่งไปแล้วคุยกันไป
“แล้วคุณก็ปล่อยเขาไปเฉยๆ อย่างนั้นเหรอคะ ถ้าเป็นฉัน ยังไงก็ต้องแจ้งความ เอาเรื่องให้ถึงที่สุด”
“ผมก็อยากทำแบบนี้ แต่เนตรเขาขอร้องไว้ คงกลัวว่าหมอนั่นจะลอบเล่นงานผม ผมไม่อยากให้เนตรเขาเป็นกังวล ถ้าเขาไม่ห้ามไว้ ผมเล่นงานมันแน่”
“อืม แต่ที่คุณเนตรเธอห้ามไว้ก็มีเหตุผลนะคะ คนเราสมัยนี้ดูไม่ออกจริง ๆว่าเป็นยังไง ดูอย่างนายมาวินนี่สิ ใครจะไปคิดว่าจะกล้าทำเรื่องสกปรกขนาดนี้ได้ ดีแล้วล่ะค่ะที่คุณเชื่อคุณเนตร ไม่เอาเรื่องต่อ ไม่งั้น เขาอาจเล่นงานคุณได้มากกว่าที่เราคิด”
“ผมทำทุกอย่างก็เพื่อความสบายใจของเนตร”
“เรื่องนั้น ฉันรู้อยู่แล้วล่ะค่ะ คุณเป็นสามีที่ดี ใครได้คุณเป็นสามีถือว่าเป็นโชคดีที่สุดแล้ว”
เอกภพยิ่งฟังยิ่งเหมือนถูกตบหน้า
“แล้วถ้าคุณคิดว่าดี เผลอทำเรื่องร้ายเข้าล่ะครับ เขายังจะเป็นคนดีอยู่รึเปล่า”
“มันก็อยู่ที่ว่าเขาทำอะไร และตั้งใจทำมันรึเปล่า คนเราบางครั้งก็พลาดพลั้งกันได้ ต่อให้เป็นคนดีแต่ไหน มันก็พลาดพลั้งกันได้ทั้งนั้นแหละค่ะ แต่ถ้าไม่ตั้งใจ เป็นแค่ความพลาดพลั้งจริงๆ ก็พอจะให้อภัยกันได้”
“คุณแน่ใจเหรอครับ”
“แน่ใจสิคะ ทำไมคุณถามฉันอย่างนี้ล่ะค่ะ หรือว่าคุณมีเรื่องอื่นที่ยังไม่ได้เล่าให้ฉันฟัง”
เอกภพหน้าเครียดเป็นกังวล กันตาเป็นห่วง

งามเนตรนั่งถอนใจอยู่ในร้านกาแฟ นิดารีบร้อนเข้ามา
“เนตรๆๆ มาแล้วๆ ขอโทษทีที่มาช้า ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงไหนเล่ามาให้ละเอียดซิ” นิดาหันไปตะโกนสั่ง “กาแฟเย็นแก้วหนึ่งค่ะ”
ไม่นานนักพนักงานนำกาแฟมาเสิร์ฟ นิดานั่งตาค้างเติ่ง สะบัดหัวไล่ความมึนงงออกจากหัว หลังจากนั่งดื่มกาแฟ และฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น
“เดี๋ยวนะ คาเฟอีนมันกำลังดีด รอแป๊บหนึ่ง เอ้า...ว่ามา”
“ว่าอะไรเล่า ก็เล่าไปหมดแล้วนี่ อย่าบอกนะว่าเธอเมากาแฟจนจำอะไรไม่ได้”
“ไม่ได้เมา แค่ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเท่านั้นแหละ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าบอสจะเป็นคนแบบนี้ไปได้”
“ฉันก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน”
“คือฉันก็พอจะดูออกหรอกนะว่าเขาสนใจเธอ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะกล้าทำ เรื่องกามๆ ถึงขนาดนี้”
งามเนตรถอนใจ
“แต่มันยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่นะ เขายังไม่ได้ทำอะไรเธอ ทั้งๆ ที่เธอหมดสติ ตกลงเขาต้องการอะไรกันแน่เนี่ย ฉันงงไปแล้ว”
งามเนตรคิดๆ
“นั่นน่ะสิ ฉันก็แปลกใจเหมือนกัน เขาคิดอะไรของเขากันแน่”
“เอางี้ ทางบอส เดี๋ยวฉันจะสืบให้เอง ว่าแต่สามีเธอ เขาว่าไงบ้าง”
“ฉันเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง เขาก็เชื่อใจฉันนะ”
นิดาโล่งใจ
“งั้นก็แล้วไป ช่วงนี้เธอก็ระวังตัวไว้หน่อยแล้วกัน เรื่องบอสฉันจะพยายามสืบให้ได้ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาทำเรื่องบ้าๆ แบบนั้นไปเพื่ออะไร”

ดาวกำลังทาเจลลบรอยแผลเป็นอยู่ที่หน้ากระจก ต้องตาโตด้วยความตกใจ
“แกว่าอะไรนะ แกกับพี่เขยฟีจเจอริ่งกันแล้วงั้นเหรอ”
“ไม่เชื่อก็ดูเอาเองสิ มีทุกช็อต”
มะเฟืองโยนมือถือให้ดาวรับไปเปิดดูรูปถ่าย ดาววางหลอดเจลลง แล้วเปิดดูรูปในมือถือ
“โว้ว...มีหลักฐานซะด้วย แกนี่รอบคอบจริงๆ เลยว่ะ ไหนเล่ามาซิ เอาอย่างละเอียดเลยนะ ฉันอยากรู้ว่าพี่เขยแกจะเด็ดจริงสมกับที่แกอยากได้รึเปล่า”
“เล่าอะไร...ไม่มีอะไรจะเล่า ฉันยังไม่มีอะไรกับเขาซะหน่อย”
“อ้าว...อีนี่ พูดยังไงวะ เมื่อกี้โคตรอวดเลยอ้ะ มีรูปมาโชว์อีกต่างหาก แล้วอยู่ๆ มาบอกว่ายังไม่ได้...”
มะเฟืองเซ็งๆ
“อย่าให้พูดดีกว่า พูดแล้วโมโห”
“ทำไมวะ ตกลงมันยังไงกันแน่วะเนี่ย”
“ก็เขากินเหล้าจนเมาแล้วก็หลับไปเลย ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น แล้วไอ้รูปพวกนี้ล่ะ ฉันก็จัดฉากถ่ายไปงั้นแหละ เอาไว้แบล็คเมลล์”
“สรุปว่าพี่เขยแกเมาจนหลับไป ไม่มีการได้เสียเกิดขึ้น”
“แกจะสรุปทำไมให้เจ็บใจวะเนี่ย”
“เฮ่อ...เก่งแต่ปากนี่หว่า ที่แท้ก็กินแห้ว”
“กินแห้วแต่ไม่ได้กินหญ้าก็แล้วกัน อย่างน้อยไอ้รูปพวกนี้มันก็ทำให้ เชื่อว่าเขามีอะไรกับฉันจริงๆ”
“อ้ะจริงดิ”
“ก็เออน่ะสิ บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้กินหญ้า”
“แล้วแกจะทำยังไงต่อไปวะ”
มะเฟืองยิ้มร้าย แววตาจริงจังมาก
“ทำให้เรื่องโกหกเป็นเรื่องจริงให้ได้น่ะสิ”

เอกภพกลับมาถึงออฟฟิศ โจ้เข้ามาดักหน้า
“มีคนมารอพบแก”
“ลูกค้าเหรอ”
“เอ่อ...คุณ...มาวิน”
เอกภพรีบเดินเข้าไปด้านในด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เจอมาวินนั่งรออยู่
“ผมว่าคุณออกไปดีกว่านะ ก่อนที่ผมจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่เผลอทำร้ายคุณเข้า เพราะความอดทนผมมีขีดจำกัด”
“ความอดทนผมก็มีขีดจำกัดไม่ต่างไปจากคุณหรอก ที่ผมจำเป็นต้องมาเพราะได้ข่าวว่าคุณทำร้ายคุณเนตร”
เอกภพชะงัก
“ทำร้ายเนตร คนอย่างผมเนี่ยนะจะทำร้ายเนตร”
“มีคนมาบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผมว่าคุณทำร้ายเนตร ผมบอกคุณนะว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของผม อย่าทำร้ายเธออีกเป็นอันขาดความผิดของผม คุณเนตรไม่เกี่ยว”
“คุณเอาสิทธิ์อะไรมาพูด คุณคิดว่าคุณเป็นใคร”
“ผมเป็นใครไม่สำคัญ แต่ผมไม่ทำร้ายผู้หญิงเหมือนคุณก็แล้วกัน”
เอกภพทนไม่ไหวดึงตัวมาวินพร้อมกับผลักไปชนผนัง ง้างมือกำหมัดจะชกพร้อมพูดว่า
“ไอ้ที่แกทำ มันยิ่งกว่าทำร้ายอีก รู้เอาไว้ด้วย ไอ้สารเลว!”
เอกภพต่อยหน้า มาวินเซไป
“แล้วคุณดีนักเหรอ ถ้าคุณดีนักทำไมถึงไปยุ่งกับน้องเมียล่ะ”
เอกภพอึ้งพูดไม่ออกหน้าเสีย มาวินมองหยัน
“ถ้าผมเลว คุณก็ชั่ว ไม่ได้ดีไปกว่ากันหรอก”
เอกภพเข้าไปกระชากคอเสื้อมาวิน โจ้เข้ามาในห้อง รีบห้าม
“เฮ้ย ภพ ใจเย็นๆ ค่อยๆ พูดกันดีกว่า อย่ามีเรื่องกันเลย”
“ผมไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว ถ้าไม่อยากให้คุณเนตรต้องเจ็บมากไปกว่านี้ เก็บความลับของคุณให้ดีก็แล้วกัน แล้วจำไว้นะ ถ้าวันไหนคุณเนตรถูกคุณทำร้ายอีก ผมนี่แหละจะแย่งเธอมาดูแลเอง ถ้าเป็นสามีที่ดีไม่ได้ ก็ไม่ต้องเป็น!”
มาวินปึงปังออกไป…เอกภพจะตามไปแต่โจ้กันไว้
“เฮ้ย...พอ...หยุดได้แล้ว ไอ้ภพ”
เอกภพเจ็บใจทั้งโกรธและละอาย ที่มาวินแทงใจเรื่องที่เขามีอะไรกับมะเฟือง

ค่ำนั้น...มะเฟืองเดินออกมาจากบ้านดาวไปตามถนนมองหารถ ฉลามโผล่มาจากมุมหนึ่งเข้าขวางทาง มะเฟืองตกใจ
“ไอ้ฉลาม!”
“คิดว่าจะหนีฉันพ้นเหรอ”
ฉลามลากมะเฟืองไปที่ห้องเช่า ผลักเธอลงบนเตียง มะเฟืองกลัวฉลามจะทำร้ายอีกเลยพูดขอร้อง
“ขอร้องเถอะนะ อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันไม่ค่อยสบายปวดหัวตัวร้อนเป็นไข้ด้วย เออใช่สิตอนนี้นายอยู่ที่ไหนเหรอ ฉันเป็นห่วงนายนะ เห็นว่านายต้องหลบๆซ่อนๆ นายไม่กลัวหรอ โผล่มาหาฉันบ่อยๆ อาจจะเจอพวกตำรวจได้นะ นายก็ยังมีความผิดอยู่”
“นี่มึงห่วงกูจริงๆเหรออีกมะเฟือง หรือมึงกำลังแพศยาอยู่มึงรู้ใช่ไหมว่าคนอย่างกูจับแล้วไม่ปล่อย ยิ่งมึงดิ้นกูก็จะยิ่งรัดมึง บีบมึงให้ตายคามือ”
“ฉันไม่กล้าหรอกจ๊ะ แต่วันนี้ฉันป่วยจริงๆ”
ฉลามเพิ่งสังเกตเห็นความสวยของมะเฟือง
“ว่าแต่เธอสวยขึ้นผิดหูผิดตาเลยนะ จะสวยไปจับใครเหรอ”
ฉลามพูดจบจับหน้ามะเฟืองบีบ
“จะนอกใจกูเหรอ ฮะ...จะนอกใจกูใช่ไหม”
ฉลามซ้อม มะเฟืองเหลือบไปเห็นขวดเบียร์เลยพูดหลอกล่อ
“ทำไมนายคิดอย่างนั้นล่ะ ที่ฉันเปลี่ยนแปลงตัวเองเพราะว่านายนะ ฉันอยากให้นายติดใจความสวยฉัน ให้นายหลงไหลฉัน นายก็รู้ว่าเวลาที่เรามีอะไรกันมีความสุขแค่ไหน”
มะเฟืองพูดพร้อมคว้าไปหยิบขวดเบียร์ พอได้จังหวะที่ฉลามเริ่มอ่อนและเคลิ้ม เลยเอาขวดเบียร์ฟาดหัว
“โอ๊ย!”
ฉลามเลือดสาด หัวแตกทรุดลงไป
“อีมะเฟือง มึง มึง...มึงตาย!”
มะเฟืองรีบวิ่งหนีออกไป

มะเฟืองวิ่งหนีออกมาเกือบถูกรถแท็กซี่ของนำโชคชน
“มะเฟือง!” นำโชคตกใจ
มะเฟืองรีบขึ้นรถไป
“ไปเร็วๆ สิ เร็วสิ”
“ทำไมเหรอ เกิดอะไรขึ้น”
“ไปก่อนเถอะน่า ถ้าไม่อยากตาย”
นำโชคออกรถไป …ฉลามวิ่งตามออกมา โวยลั่น
“อีมะเฟือง มึงอย่าคิดนะว่าจะหนีกูพ้น”

นำโชคขับแท็กซีวิ่งฉิวมาตามถนน เขาถามมะเฟืองอย่างสงสัย
“เกิดอะไรขึ้นน่ะมะเฟือง”
“ก็ไอ้ฉลามน่ะสิ ไอ้ชั่ว! เมื่อไหร่มันจะไปให้พ้นจากชีวิตซะที”

“ก็เป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอ”

น้องเมีย ตอนที่ 15 (ต่อ)
 

“ฟงแฟนอะไร ฉันไม่นับมันเป็นแฟนหรอก”


“แต่ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้นว่ามะเฟืองกับไอ้ฉลามน่ะเป็นอะไรกัน”
“ช่างหัวพวกมันสิ ตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แล้วที่โน่นก็ไม่มีใครรู้เรื่องของฉันด้วย”
“แต่เราก็ยังเป็นห่วงมะเฟืองอยู่ดี เอางี้ไหม ให้มันเราคอยไปรับไปส่งมะเฟืองได้ไหม มะเฟืองจะได้ปลอดภัย”
มะเฟืองคิดๆ
“แค่รับส่งนะ อย่าหวังว่าจะได้อะไรมากไปกว่านั้น”
“ขอแค่มะเฟืองปลอดภัยเราก็ดีใจแล้วล่ะ”
มะเฟืองแอบแหวะ

มะเฟืองเข้าบ้านมา พบงามเนตรที่รออยู่
“มะเฟือง ทำไมกลับมาซะดึกเลย”
มะเฟืองก้มหน้าก้มตา
“เรื่องของฉัน”
งามเนตรสังเกตเห็นว่าน้องสาวดูหลบหน้าหลบตาแปลกๆ
“เป็นอะไรรึเปล่า”
“ถามตัวแกเองก่อนดีไหม มัวไปอ่อยผู้ชายอยู่ที่ไหนล่ะถึงไม่ไปทำงานทำการ”
“พี่ลาออกแล้ว”
“ฮะ...ลาออก อ๋อ...จะตามไปเฝ้าผัวว่างั้นเถอะ ทำไม หวงนักเหรอ”
“พี่แค่จะไปช่วยงานน่ะ”
“ฉันไม่เชื่อหรอก ที่ลามาเนี่ยก็เพื่อจะมาเกาะแจคุณภพล่ะสิ เกาะให้แน่นๆ นะ ไม่งั้นแกจะเสียใจ”
มะเฟืองจะเดินหนีไปแต่งามเนตรเรียกไว้
“เดี่ยวก่อนมะเฟือง”
“อะไรอีกล่ะ”
“เรื่องเมื่อวาน ทำไมเธอถึงรู้ว่าพี่อยู่นั่น”
“ฉันรู้ก็แล้วกัน”
มะเฟืองจะรีบเดินหนีแต่งามเนตรไม่ยอม ยื้อตัวไว้
“บอกพี่ตามตรงนะ เธอรู้ได้ยังไง ใครบอกเธอ”
“จะอยากรู้ไปทำไม เรื่องคาวๆ น่ะมันฉาวโฉ่ง่าย ปิดไม่มิดหรอก”
มะเฟืองสะบัดแขนจนหลุดแล้วรีบเดินหนีเข้าห้องไป งามเนตรมองตามไปอย่างแปลกใจ

มะเฟืองเข้าห้องมาอย่างหงุดหงิด
“นังบ้า ใครจะไปบอกแก เดี๋ยวก็แผนแตกกันพอดี”
มะเฟืองดูนาฬิกา แล้วหยิบโทรศัพท์มากดข้อความ
เอกภพขับรถอยู่เสียงข้อความเขาดังขึ้น หยิบมาดู
“อย่าลืมให้เวลากับมะเฟืองคืนนี้นะคะ”
มะเฟืองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่สะใจ
“ถ้ากล้าปฏิเสธล่ะก็ จะแฉให้หมดเลย”

ภัสสรกำลังจะออกจากบ้าน หันมาชวนงามเนตรที่เดินมาพอดี
“หนูเนตร เดี๋ยวไปกับแม่หน่อย”
“ไปไหนคะ”
“เพื่อนเขานัดสังสรรค์กันที่บ้าน แม่อยากเอาลูกสะใภ้ไปอวด”
“จะดีเหรอคะคุณแม่ เนตรกลัวไปทำให้คุณแม่เสียหน้าเปล่าๆ”
“เสียหนงเสียหน้าอะไรล่ะ อ่อนหวาน เรียบร้อยอย่างหนูเนี่ยมีแต่แม่จะได้หน้า ไป รีบไปแต่งตัวเถอะ แต่งให้สวยๆ เลยนะ แม่จะได้อวดได้เต็มที่”
งามเนตรไม่อยากไป
“เอ่อ…”
“ไปเถอะน่า อย่าปฏิเสธเลย”
“ค่ะ”
งามเนตรเดินขึ้นไปฉันบนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ชมหันมาถามเจ้านาย
“อยากเอาแต่ลูกสะใภ้ไปอวดเหรอจะคุณผู้หญิง ไม่สนใจเอาคนใช้ไปอวดบ้างเหรอคะ ชมก็โออยู่นะคะ พออวดได้”
“ย่ะ จริงๆ ก็ไม่ได้อยากจะอวดอะไรหรอก แต่เห็นหนูเนตรเขาซึมๆเลยจะพาออกไปเปิดหูเปิดตา อยู่กันตามลำพังบ้าง เผื่อเขาจะสบายใจ ยอมเล่าอะไรให้ฟัง”
“ปั้ดโธ่ ที่แท้ก็จะหลอกเอาตัวไปเก็บข้อมูล”
“ฉันเป็นแม่ผัว ก็ต้องทำหน้าที่แม่ที่ดีผัวสิยะ หล่อนอย่าเอาแต่พูดดีเลย อยู่บ้านน่ะเป็นหูเป็นตาให้ฉันด้วย อย่าให้เกิดเรื่องไม่เข้าท่าขึ้นอีกล่ะ ไม่งั้นฉันจะเล่นงานหล่อน
“เจ้าค่ะ ชมจะดูแลอย่างดีเลยล่ะค่ะ เชิญคุณผู้หญิงไปใจแตกตาม สบายเถอะค่ะ”
ภัสสรขึงตาใส่
“นังชม”
“ฮ่าๆ!”
ชมหัวเราะวิ่งหนีหายเข้าครัวไป

ชมเข้ามาในครัวเห็นบัวกำลังเตรียมอาหารจะไปตั้งโต๊ะ
“ตั้งโต๊ะที่เดียวพอนะ ให้คุณเอกภพ”
“อ้าว แล้วคุณผู้หญิงกับคุณเนตรล่ะ”
“สองคนนั่นเขาจะออกไปกินข้างนอก คุณผู้หญิงท่าทางจะเห่อลูกสะใภ้มาก เลยจะพาออกไปโชว์ตัว”
บัวเบ้หน้า
“อี๋ มีอะไรให้โชว์”
“หุบปากเลย อย่าสามหาว”
“ก็มันจริงนี่ จืดยังกับน้ำเปล่า”
“น้ำเปล่านี่ล่ะมันกินชื่นใจดี กินได้นานๆ กินได้จนตาย ไม่เหมือน อีพวกน้ำหวาน น้ำเมา กินได้ก็แค่แป๊บๆ ประเดี๋ยวประด๋าว...เร็วเข้า รีบเตรียมให้พร้อม คุณภพกลับช้า กลับมาคงหิวแย่”
ชมเดินไปทำอย่างอื่น…บัวนึกถึงเอกภพแล้วยิ้มออกทันที...
“คุณภพอยู่บ้านคนเดียวงั้นเหรอ…”

ภัสสรกับงามเนตรเดินมาที่รถ…คนขับรถเปิดประตูรอ ภัสสรสั่งกับชม
“ดูสองคนนั่นไว้ให้ดี อย่าให้มีเรื่องกันอีกเชียว ไม่งั้นฉันจะไล่ออกให้หมดเลย”
“โอ๊ย ชมจะดูแลอย่างดีเลยค่ะ คุณผู้หญิงไม่ต้องห่วง ชมจัดการเองค่ะ”
ภัสสรหันไปหางามเนตร
“ไปกันเถอะหนูเนตร สายมากแล้ว”
“ค่ะ”
งามเนตรกับภัสสรขึ้นรถ…รถแล่นออกจากบ้านไป ชมถอนใจ
“เฮ่อ...เป็นคนใช้อยู่ดีๆ ต้องมาเป็นกรรมการห้ามมวย ซวยจริงจริ๊งนังชมเอ้ย”

มะเฟืองแต่งตัวเซ็กซี่แตะน้ำหอมที่ข้างหู ที่คอ และหว่างอก
“คืนนี้ฉันจะทำให้เรื่องโกหกกลายเป็นเรื่องจริงให้ได้คอยดูฝีมือก็แล้วกัน เคยเจอแต่จืดชืดอย่างนังเนตร มาเจอมะเฟืองเข้า ไม่มีทางรอดไปได้หรอก”
มะเฟืองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมั่นอกมั่นใจ
“จะทำให้ติดใจจนไปไหนไม่รอดเลย คอยดู”

เอกภพกลับเข้าบ้านมา ชมรีบวิ่งมารับ
“คุณภพจะทานอะไรก่อนไหมคะ”
“ไม่ล่ะ ฉันทานมาแล้ว เออชม...คุณแม่บอกรึเปล่าว่าจะกลับกี่โมง”
“เห็นว่าดึกน่ะค่ะ โอ๊ย คนแก่ๆ ลองได้เจอกันที”
ชมทำท่าจะเล่ายาว เอกภพตัดบท
“ฉันจะทำงานต่อ อย่าให้ใครไปรบกวน”
“ได้ค่ะ ชมจะคอยเฝ้าให้เองค่ะ เชิญคุณภพเถอะค่ะ”
เอกภพแยกไปชั้นบน ชมมองดูเอกภพงงๆ

เอกภพนั่งเขียนแบบอยู่ที่โต๊ะทำงาน…มะเฟืองเข้ามา
“คุณภพ กลับมาแล้วเหรอคะ”
เอกภพมองมะเฟืองในชุดเซ็กซี่วาบหวิวแล้วรีบหันหน้ากลับมาที่แบบทันที
“แต่งตัวอะไรน่ะมะเฟือง ไปเปลี่ยนเถอะ”
มะเฟืองได้ทีรีบเข้าไปคลอเคลีย
“อย่างให้เปลี่ยนหรืออยากให้ถอดคะ”
“นี่มันห้องทำงาน ผมไม่ชอบให้ใครเข้ามารบกวน”
“กลัวอดใจไม่อยู่เหรอคะ”
“ออกไปเถอะมะเฟือง ผมขอร้องล่ะ”
“งั้นมะเฟืองจะไปรอที่ห้องนะคะ”
มะเฟืองเดินไปที่ประตู ก่อนจะหันกลับมาขู่
“ถ้าไม่อยากให้พี่เนตรเห็นรูปพวกนั้น ก็อย่าผิดสัญญากับมะเฟืองนะคะ”
เอกภพอึ้งไป มะเฟืองยิ้มร้ายก่อนออกไป เอกภพหน้าเครียด

ชมเข้ามาในห้อง…เห็นว่าบัวห่มผ้าถึงคอหลับไปแล้ว
“ทำไมหลับเร็วนักวะ เอ้อ...แต่ก็ดีนะ หลับไปคน อีกคนจะไปทะเลาะกับใคร เฮะๆ! ไม่ต้องรีบตื่นนะนังบัว”
ชมออกจากห้องไปบัวลืมตาขึ้นทันที ลุกขึ้นนั่ง เธออยู่ในชุดเซ็กซี่ไม่แพ้มะเฟือง
“หลับให้โง่สิ”

บัวลุกขึ้นมา ส่องกระจก แต่งหน้าแต่งผมใหม่อีกรอบ

มะเฟืองนั่งรออย่างหงุดหงิด…เสียงเปิดประตู เธอรีบหันไปมอง…เอกภพหน้าเครียดเข้ามา
“คุณภพ”
มะเฟืองรีบเข้าไปกอดแต่เอกภพดันไว้ไม่ให้ถึงตัว
“อย่าทำแบบนี้นะมะเฟือง”
“ทำไมล่ะคะ คุณรังเกียจมะเฟืองเหรอ”
“มันผิด...มันไม่ใช่เรื่องถูกต้อง”
“แต่คุณก็เคยทำไปแล้วนี่คะ”
“ฉันจะไม่ทำผิดเป็นครั้งที่สอง เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
“อะไรคะ”
“รูปพวกนั้น คุณต้องลบมันทิ้ง ลบต่อหน้าผม”
“กลัวมะเฟืองจะเอาไปให้พี่เนตรดูงั้นเหรอคะ”
“ขอร้องล่ะมะเฟือง ลบมันทิ้งเถอะนะ”
“ถ้าอยากให้มะเฟืองลบทิ้ง ก็ต้องมีอะไรมาแลกเปลี่ยนสิคะ”
“คุณต้องการอะไร”
มะเฟืองเข้านัวเนียปลุกอารมณ์
“ถ้าคุณยอมรับมะเฟืองอีกครั้ง มะเฟืองจะลบรูปพวกนั้นทั้งหมดตกลงไหมคะ คุณมีแต่ได้กับได้ จะต้องคิดมากทำไมล่ะคะ”
มะเฟืองนัวเนียมากขึ้น เอกภพพยายามข่มใจไม่เล่นด้วย
“แลกกับรูปพวกนั้น ไม่คุ้มเหรอคะ”
มะเฟืองทำตาวับวาว เอกภพถอนใจ

ชมมาเปิดทีวีดูละครอย่างสบายอารมณ์
“ปลอดโปร่งจริงว้อยคืนนี้ เฮะๆ!”
บัวแต่งตัวสวยเซ็กเต็มที่ เห็นชมนั่งดูทีวีอยู่ก็รีบหลบ
“โธ่เว้ย ดันมาเฝ้าอยู่ที่นี่ซะได้ ทำไงดีวะ”
บัวมองๆ คิดว่าจะทำไงดีหันไปเห็นก้อนหินเล็กๆที่กระถางไม้ประดับแล้วคิดได้ บัวหยิบก้อนหินแล้วโยนไปทางหน้าต่างให้เกิดเสียงดัง ชมที่ดูละครอยู่สะดุ้ง
“เสียงอะไรวะ”
ชมเดินออกไปดู...ส่องๆ ดู ไม่เห็นมีอะไร
“ไม่เห็นมีอะไรนี่หว่า…หรือเราจะหูฝาด หรือว่าเสียงในโทรทัศน์วะ วุ๊ย...อารมณ์เสีย ละครยิ่งกำลังมันๆ อยู่ด้วย”
ชมรีบกลับไปข้างใน...บัววิ่งขึ้นบันไดไปชั้นบน ชมเพิ่งกลับเข้ามาตรงไปดูละครต่อ...บัวค่อยๆ ย่องไปที่ห้องนอนเอกภพ

มะเฟืองพยายามนัวเนียจนเอกภพเริ่มมีอารมณ์ แต่ก็พยายามฝืนใจตัวเองไว้
“ถ้าคุณภพดื้อ มะเฟืองจะส่งรูปให้พี่เนตรดูนะคะ”
เอกภพอึ้งไป มะเฟืองรีบลุกหนัก
“ถ้าไม่อยากให้พี่เนตรรู้เรื่องนี้ ก็อย่าขัดขืนสิคะ”
เอกภพจำเป็นต้องมีอะไรกับมะเฟือง...บัวมาหยุดที่หน้าห้องมะเฟืองได้ยินเสียงมะเฟือง
“คุณภพ…”
บัวหน้าตื่นพึมพำเบาๆ
“คุณภพอยู่กับนังมะเฟืองงั้นเหรอ”
บัวจะเปิดเข้าไปดูแต่ชมมาจิกหัวออกไปซะก่อน
“แกจะทำอะไร ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปยุ่งกับคุณมะเฟืองอีก ทำไมแกไม่เชื่อฉัน ถึงกับบุกไปห้องเขาเขียวเหรอ นี่แกจะหาเรื่องเขาไปถึงไหน”
“น้าชม มันไม่ใช่อย่างนั้น ฉันได้ยินเสียง”
“แกไม่ต้องมาแก้ตัว มานี่เลยมานี่”
ชมจิกหัวลากตัวบัวออกไป

ชมลากบัวมาที่ห้อง
“เข้าไป”
“น้าชม ฟังฉันก่อนสิ”
“ไม่ฟัง ไม่ต้องมาแก้ตัว หาเรื่องใส่ตัวไม่พอ ฉันจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย”
ชมปิดประตูขังบัวไว้ในห้อง
“อยู่ในนั้นไป จะได้ไม่ต้องออกไปหาเรื่องชาวบ้าน”

เอกภพรู้สึกผิดมากๆ หลังจากที่มีอะไรกับมะเฟือง...
“ลบรูปพวกนั้นซะ ลบต่อหน้าผมนี่แหละ”
มะเฟืองลบรูปทิ้ง
“เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมขอให้มันเป็นความลับ”
“มะเฟืองก็ไม่ได้อยากให้พี่เนตรรู้หรอกค่ะ ถ้าคุณจะเห็นใจมะเฟืองมีเวลาให้มะเฟืองบ้าง มะเฟืองก็จะอยู่เงียบๆ ตกลงไหมล่ะคะ”
เอกภพเงียบ
“แหม...มะเฟืองก็ถามอะไรโง่ๆ ทำอย่างกับว่าคุณมีทางเลือกซะอีก”
เอกภพจ้องหน้ามะเฟือง
“อย่าเชียวนะมะเฟือง เธอต้องการอะไร ฉันก็จะทำให้ แต่อย่าให้เนตรรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด”
“ถ้าคุณไม่ผิดสัญญาก่อน มะเฟืองก็จะอยู่เงียบๆค่ะ” มะเฟืองบอกอย่างเป็นต่อ

เอกภพเข้ามาในห้องตนเองอย่างเครียดสุดๆ เขาพยายามข่มความรู้สึกผิดบาปในใจ
“นี่เราทำอะไรลงไป…”
เขานึกถึงคำพูดของมะเฟืองก่อนหน้านี้
“ถ้าคุณไม่ผิดสัญญาก่อน มะเฟืองก็จะอยู่เงียบๆ ค่ะ”
เอกภพเคร่งเครียด

“ขอให้เธอรักษาสัญญาก็แล้วกัน”

มะเฟืองนอนแผ่บนเตียงอย่างมีความสุข
“ในที่สุดฉันก็ทำสำเร็จ ฉันไม่ใช่แค่น้องเมีย แต่เป็นเมียคุณจริงๆแล้วนะคุณเอกภพ”

น้องเมีย ตอนที่ 16

 
เอกภพ งามเนตร และภัสสร นั่งที่โต๊ะอาหาร ชมกับบัวจัดแจงเสิร์ฟอาหาร


“รับข้าวเลยไหมคะคุณผู้หญิง”
ภัสสรเห็นว่ามะเฟืองยังไม่มา
“ชมไปเรียกมะเฟืองมาทานอาหารพร้อมๆกันไป”
“ไม่ต้องรอหรอกค่ะ ให้เขาไปหากินในครัวก็ได้ คุณเอกภพจะได้รีบไปทำงาน”
บัวรีบบอก มะเฟืองเดินเข้ามานั่งข้างงามเนตร ตรงข้ามเอกภพ
“เอ้า...ตักข้าวสิยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ เดี๋ยวคุณภพก็ไปทำงานสายหรอก”
มะเฟืองพูดยิ้มๆมองเอกภพ เขาหลบตาเธอทันที งามเนตรหันไปบอกน้องสาว
“มะเฟืองจ๊ะ คราวหลังรีบลงมาอย่าให้ผู้ใหญ่รอนะมันไม่ดี”
มะเฟืองนวยนาดตอบ
“ก็คนมันลุกไม่ไหวนี่หน่า...เมื่อคืนเอ็กเซอร์ไซส์จนเพลียปวดเนื้อปวด...ตัวไปหมดเลย”
เอกภพสะอึกทานไม่ลง มะเฟืองยิ้มสะใจแอบสบตาเขา บัวแค้นใจคิดถึงเรื่องที่ได้ยินเมื่อคืน เธอไม่พอใจอย่างแรงตักข้าวใส่จานมะเฟืองแบบล้นๆ
“นี่แก ตักเยอะแบบนี้ใครจะไปกินหมด” มะเฟืองมองอย่างโมโห
“ก็เพลียนักไม่ใช่เหรอ”
บัววางโถข้าวลงข้างๆมะเฟืองแล้วเดินอออกไป
“นังบัว...นังบัวกลับมานี่เดี๋ยวนี้นะนังบัว” มะเฟืองโวยวาย
งามนตรปรามน้อง
“ไม่เอาน่ามะเฟือง แบ่งออกเองก็ได้นี่”
“ทำไมฉันจะใช้มันไม่ได้ ฉันเป็นน้องของพี่ ฉันก็ต้องได้เหมือนที่พี่ได้สิจริงไหมคะคุณเอกภพ”
สายตาของมะเฟืองหมายความถึงอย่างอื่น เอกภพอึดอัด
“เอ่อ...คุณแม่ครับผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ”
“อ้าวอะไรกันยังไม่ทันจะเริ่มทานเลย จะไปซะแล้ว”
“พอดีรีบด้วยน่ะครับ ผมไปนะครับ”
“จ้ะๆ”
เอกภพลุกออกจากโต๊ะแล้วบอกงามเนตร
“ผมไปนะครับเนตร”
“เดี๋ยวเนตรไปส่งค่ะ”
เอกภพเดินออกไปพร้อมงามเนตร มะเฟืองมองตามหมั่นไส้

งามเนตรส่งเอกภพขึ้นรถ
“คุณจะออกไปไหนหรือเปล่า เดี๋ยวผมไปส่ง”
“ไม่หรอกค่ะ ว่าแต่คุณรีบไปไม่ใช่เหรอคะแล้วจะไปส่งเนตรได้ยังไงกันคะ”
“ได้สิครับสำหรับคุณ ว่าแต่คุณไม่ออกไปไหนจริงๆเหรอครับไม่เบื่อแย่เหรอ เอางี้ไหมไปทำงานกับผมดีกว่า”
“อย่าดีกว่าค่ะ เกรงใจเพื่อนร่วมงานของคุณเปล่า เนตรอยู่บ้านดีกว่าค่ะว่าจะลองหางานอื่นทำจะได้ไม่ว่าง”
“ผมขอโทษนะที่ทำให้คุณต้องออกจากงาน”
“ไม่ใช่ความผิดของคุณสักหน่อย มันเป็นความพอใจของเนตรเองต่างหาก แล้วอีกอย่างเนตรเชื่อว่าต้องมีงานที่อื่นรอเนตรอยู่แน่ๆค่ะ” งามเนตรพูดยิ้มๆมีความหวัง
มะเฟืองแอบดูอยู่มุมหนึ่งเห็นท่าทีของเอกภพที่มีต่องามเนตรก็เจ็บใจ เอกภพยิ้มเข้าไปใกล้งามเนตร
“ผมรักคุณที่คุณเป็นคนไม่ท้อถอยกับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามา บางครั้งผมเองยังทำไม่ได้แบบคุณเลย”
“เรื่องแบบนี้ง่ายนิดเดียว ให้คิดว่าทำเพื่อคนที่คุณรักเดี๋ยวกำลังใจมันก็จะมาเองค่ะ”
เอกภพชื่นชมกับสิ่งที่เธอคิด
“ผมรักคุณนะ”
“เนตรก็รักคุณค่ะ”
เอกภพหอมหน้าผาก แล้วขึ้นรถขับออกไป มะเฟืองมองด้วยความแค้น
“รักกันมากนักใช่ไหม...”

ชมเก็บจานเข้ามาในครัว เห็นเศษผักเรี่ยราดเกลื่อนกราดที่พื้นครัวก็มองงงๆ ก่อนจะเห็นบัวกำลังเอามีดสับแตงกวาที่เขียงจนเลอะเทอะไปหมด
“นังบัวแกทำอะไรของแกเนี่ย ที่บ้านนี้ไม่ได้ เลี้ยงหมูนะโว๊ย ดูสิเลอะเทอะไปหมดแล้วเนี่ย พอเลยนะ”
ชมเข้าไปจับแขนบัวที่กำลังสับอยู่ให้หยุด บัวหน้าตาเครียดแค้น
“ฉันเกลียดแก”
ชมงง
“เอ๊าอีนี่ นี่ฉันเป็นน้าแกนะแกมาเกลียดอะไรฉัน”
บัวหันมาทางชมตายังขวางอยู่แล้วสะบัดหน้าใส่
“ฉันไม่ได้พูดถึงน้า ฉันหมายถึงอีนังมะเฟืองแฉกเยอะนั่นต่างหาก”
“แล้วไปทำอะไรให้แกถึงได้มาระบายอารมณ์ใส่ข้าวของในครัวเละเทะไปหมด แบบนี้”
“ก็มันเยาะเย้ยฉัน”
“ตรงไหนวะ” ชมคิดๆ “เอ๊ะหรือว่าฉันพลาดช่วงไหนไป”
“ก็น้าไม่เห็นหน้ามันหรือไง ที่มันลอยหน้าลอยตาตอบว่ามันเพลียน่ะ ฉันรู้นะว่ามันหมายถึงอะไร”
ชมเกาหัวงงๆ
“อะไรวะ”
บัวเห็นหน้าชมงงๆยิ่งโมโห
“นี่น้าโง่จริงหรือว่าแกล้งโง่กันแน่เนี่ย เมื่อคืนก็ทีนึงแล้วถ้าน้าไม่มาขวางฉัน ป่านนี้ฉันก็มีหลักฐานไปบอกคุณเนตรกับคุณผู้หญิงแล้วว่ามันทำอะไรกับคุณภพบ้าง เจ็บใจนักเชียว”
“อ้าวอีนี่โกรธคนอื่นแล้วพาลมาด่าฉันมันใช่ไหมเนี่ย ฉันเตือนแกไว้อย่างนะอย่าไปสอดรู้สอดเห็นเรื่องของเจ้านายให้มันมากนัก เดี๋ยวจะโดนเฉดหัวออกจากบ้านโดยไม่รู้ตัว”
ชมยกจานออกไปข้างนอก บัวยังแค้นและเจ็บใจอยู่
“ฉันไม่วางมือง่ายๆหรอกอีมะเฟือง”
บัวมุ่งมั่นเอาเรื่อง เสียงชมดังลอยมา
“ถ้าฝันเสร็จก็มาช่วยกันล้างจานนะแม่คุณ”
บัวอารมณ์เสียเดินตามชมออกไป

โจ้หอบแบบแปลนพะรุงพะรังเข้ามาในออฟฟิส เสียงมือถือดัง...
“โอ๊ะ...มือถืออยู่ไหนล่ะเนี่ย” โจ้คลำหาที่กระเป๋าต่างๆ “โทรมาแต่เช้ากะไม่ให้ตั้งตัวกันเลยหรือไงวะเนี่ย..ฮึ่ย พูดแล้วมันขึ้น...”
โจ้เจอโทรศัพท์กดรับโดยไม่ทันมองเบอร์
“สวัสดีครับ”
“โจ้ฉันเองนะ” กันตาส่งเสียงมาตามสาย
“อะไรกันแม่คุณ โทรมาแต่เช้านึกว่าลูกค้า”
“ฉันก็ลูกค้าแกเหมือนกันนะ”
“เออ จริงด้วยลืมไป ว่าแต่โทรมาแต่เช้าเนี่ยมีอะไรล่ะคะว่ามาเลย”
“วันนี้ฉันนัดคุณภพไว้แต่ฉันอยากจะเลื่อนนัดไปก่อนน่ะ”
“เพราะอะไร”
กันตายิ้มเขินๆ
“คือ...วันนี้ปีเตอร์มาน่ะ”
“เหรอ...เออมาก็ดีนี่จะได้มาดูพร้อมกันเลย”
“คือว่าปีเตอร์เขาอยากอยู่กับฉันน่ะไม่อยากออกไปไหน...ฉันก็เลย...”
“อ๋อ...ฉันเข้าใจละ เป็นอันว่าแกจะขออยู่อี๋อ๋อกับปีเตอร์ ใช่มั๊ย”
“ก็ทำนองนั้นแหละ”
“แหมทำเป็นอ้อมค้อม เออ...ตามใจหล่อนเดี๋ยวฉันบอกไอ้ภพให้แล้วกันว่าแกขอฮันนีมูนกับแฟนก่อน”
กันตายิ้มเขินๆ
“ไอ้บ้าพูดอย่างอื่นก็ได้นะ”
“โอย...ไม่ต้องเขินหรอกน่าปูนนี้แล้ว”
โจ้หัวเราะขำ...กันตาอายหน้าแดง เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น
“อุ๊ยแค่นี้นะโจ้ ปีเตอร์มาแล้วล่ะ”
“เชิญย่ะ แฮปปี้ แฮปปี้นะจ๊ะแม่ทูนหัว”
กันตาหัวเราะขำแล้ววางสายรีบวิ่งออกไป...โจ้วางสายยิ้มขำๆ

งามเนตรนั่งเปิดหนังสือพิมพ์เพื่อหางานอยู่ที่มุมนั่งเล่น มะเฟืองเดินจะเดินเข้าไปหาแต่หันไปเห็นภัสสรเดินมาจึงแอบดู
“อ้าวหนูเนตร แม่คิดว่าหนูออกไปทำงานซะอีก”
“เนตรลาออกแล้วล่ะค่ะ”
ภัสสรแปลกใจ
“ทำไมลาออกซะล่ะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า แม่เห็นเครียดๆอยู่หลายวันว่าจะถามอยู่เหมือนกัน”
“คือ...เนตรไม่ถนัดกับการทำงานของเจ้านายคนใหม่น่ะค่ะ ก็เลยขอลาออก”
ภัสสรดูท่าทีงามเนตรยังไม่คลายกังวล
“คนเคยทำงานพอไม่ทำไม่เหงาเหรอลูก”
งามเนตรยิ้มๆ
“ตอนนี้ยังไม่เหงาหรอกค่ะ ช่วงนี้เนตรคงหาสมัครงานดูก่อนน่ะค่ะ”
“ไปทำงานที่สมาคมกับแม่ก็ได้นะลูก จะได้ไม่ต้องไปสมัครงานที่ไหน”
“ขอบคุณค่ะ แต่ขอเนตรลองหางานดูก่อนนะคะคุณแม่ถ้าไม่มีที่ไหนรับจริงๆเนตรคงต้องพึ่งคุณแม่แล้วล่ะค่ะ”
“งั้นก็ตามใจนะ ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกแม่แล้วกัน แม่ไปสมาคมก่อนนะ”
“ค่ะคุณแม่”
ภัสสรเดินแยกไป งามเนตรเก็บหนังสือพิมพ์จะเดินออกจากห้อง มะเฟืองเดินมาขวาง
“มีอะไรหรือเปล่ามะเฟือง”
“ทำไมแกถึงไม่บอกคุณแม่ผัวไปล่ะ ว่าไอ้ที่ต้องลาออกน่ะเพราะถูกเจ้านายใหม่ปล้ำ”
งามเนตรโกรธ
“มะเฟือง เธอพูดเกินไปแล้วนะ”
มะเฟืองยั่ว
“เกินเหรอ เกินตรงไหนมิทราบ ก็เห็นๆกันอยู่ว่าแกกับไอ้หัวหน้านั่นกำลังทำอะไรกันแบบเกินเลย แล้วฉันพูดผิดตรงไหน”
“มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดเล่นๆแบบนี้นะ ที่สำคัญมันไม่ใช่เรื่องจริงเลยสักนิด”
มะเฟืองขำท่าทีของงามเนตรที่ดูจริงจัง
“โถๆๆๆ...คงกลัวแม่ผัวจะรังเกียจเอาสินะถึงไม่กล้าเล่า ยอมลงทุนลาออกจากงานเพื่อสร้างภาพให้ตัวเอง ทุเรศสิ้นดี”
“พี่คงห้ามไม่ให้เธอคิดไม่ได้ แต่พี่มั่นใจว่าพี่ไม่ได้ทำอะไรผิด”
งามเนตรจะเดินออกไปมะเฟืองพูดขึ้น
“คิดว่าคุณภพเขาเชื่อที่แกพูดเหรอ”
งามเนตรชะงัก
“เธอหมายความว่าไงมะเฟือง”
“ก็สิ่งที่แกบอกคุณภพไง เขาทำเป็นเชื่อแกเพราะไม่อยากมีเรื่องมากกว่าแต่จริงๆแล้วเขาไม่ได้เชื่อแกเลยสักนิดรู้ไว้ซะด้วย”
“แล้วเธอรู้ได้ยังไง”
มะเฟืองยิ้มเป็นต่อ
“อย่าลืมสิว่าฉันก็เห็นเหมือนที่คุณภพเห็นในวันนั้น แล้วฉันก็อยู่เคียงข้างเขาตลอดทำไมฉันจะไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร...ถ้าอยากรู้อะไรถามฉันก็ได้นะ เพราะเขาบอกฉันทุกเรื่องแหละ โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่อยากให้แกรู้”
มะเฟืองเดินสะใจออกไป งามเนตรรู้สึกกังวลขึ้นมา...

กันตายืนร้องไห้อย่างเสียใจ ปีเตอร์เดินเข้ามาสวมกอดทางด้านหลัง
“ผมรักคุณนะ แต่ชีวิตผมอยู่ที่ฮ่องกงไม่ใช่เมืองไทยผมไม่สามารถที่จะไปๆมาๆระหว่างที่นั่นกับที่นี่ได้ด้วยหลายๆอย่างที่ผมต้องรับผิดชอบที่นั่น ผมทิ้งไม่ได้จริงๆ”
กันตาน้ำตาไหลพยายามข่มความเสียใจที่มี ปีเตอร์รู้สึกเสียใจ
“ผมรู้ว่าผมผิดที่ไม่พูดกับคุณ ก่อนที่เราจะตัดสินใจจัดงานแต่งงาน”
กันตาหันหน้ามาหาเขา
“คุณไม่ผิดหรอกค่ะ จริงๆแล้วคุณพูดออกบ่อยไป แต่ฉันไม่เคยเก็บเอามาคิดต่างหาก คุณพูดถึงแต่ชีวิตของคุณแต่มันไม่เคยมีชีวิตฉันอยู่ในความคิดของคุณเลยสักนิด วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันรู้สึกว่าคุณพูดถึงชีวิตของเราสองคน”
ปีเตอร์อึ้งกับสิ่งที่กันตาพูด
“ผมขอโทษ”
“คุณไม่จำเป็นต้องทิ้งชีวิตคุณมาหรอกค่ะ เพราะฉันเองก็คงไม่ทิ้งชีวิตของฉันไปเหมือนกัน” กันตาจับมือเขา “ขอบคุณสำหรับความทรงจำดีๆที่เรามีร่วมกัน ฉันจะเก็บมันไว้ตลอดไป”
ปีเตอร์ดึงหญิงสาวเข้ามากอด กันตาพยายามข่มความรู้สึกที่เจ็บปวดแต่ก็ทำไม่ได้น้ำตาไหลเจ็บกับความรู้สึกของตัวเอง

เอกภพเข้ามาในบริษัท ถามโจ้ที่นั่งอยู่...
“โจ้ คุณกันตามาหรือยัง”
“ไม่มาแล้วล่ะ เพราะนางโทรมาเลื่อนนัดตอนแกไปหาลูกค้าเมื่อเช้านี้น่ะ”
“อ้าวเหรอ”
“ฉันล่ะหมั่นไส้นางมาก เพราะอะไรรู้ไหม”
“นั่นสิ แกไปหมั่นไส้เขาเรื่องอะไร”
“ก็นางโทรมาบอกว่า ปีเตอร์ แฟนนางมาน่ะสิ ป่านนี้คงจะสวีทกันอยู่ล่ะมั๊ง”
เอกภพยิ้มๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้
“เออเฮ้ย ! ลืมเลยวันนี้ฟอร์นิเจอร์ที่สั่งไว้มาลงของที่บ้านคุณกันตาน่ะสิ เอาไงดีล่ะ” เอกภพคิดๆ “แกรีบโทรบอกกันตาก่อนได้ไหม ไม่งั้นยามไม่ให้เข้าบ้านแน่ๆ”
“เออๆก็ได้ หวังว่านางคงไม่ด่าฉันนะ ที่โทรมาขัดขวางความสุขของนางน่ะ”
“เฮ้ย...ไม่หรอกน่า”
โจ้หยิบมือถือขึ้นมาโทรหากันตา เสียงสะอื้นร้องไห้ของเธอดังมา
“โจ้...ฉัน...เลิกกับปีเตอร์แล้ว...”
โจ้ตกใจสุดขีด

“เฮ้ย...กันตา...เกิดอะไรขึ้น...”

เอกภพหันมองอย่างแปลกใจ กับน้ำเสียงตกใจของโจ้

มะเฟืองนั่งรอดาวที่ร้านไอศกรีมในห้างห้างสรรพสินค้า ผู้ชายผ่านไปมามองเธอที่แต่งตัวสั้นๆ มะเฟืองเชิดใส่ ดาวเดินเข้ามาหาพร้อมกับยื่นซองจดหมายจากมหาวิทยาลัยส่งให้
“อ่ะ...ของของแก”
มะเฟืองมองงงๆ
“อะไร”
“จดหมายของแกนั่นแหละ”
มะเฟืองนึกว่าจดหมายแม่
“จากใคร แม่เหรอ”
“แม่เม่อที่ไหนล่ะ จากมหา’ลัยที่แกใส่ที่อยู่บ้านฉันไปไง”
มะเฟืองรีบเปิดอ่าน เห็นว่าเป็นจดหมายเชิญออก เธอตกใจหน้าเสีย
“เฮ้ย...มีอะไรเหรอวะ ไหนมาดูสิ”
ดาวคว้ามาดูเห็นข้อความ
“น.ส. นราทิพย์ บวรวงศ์ พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา”
ดาวมองหน้ามะเฟือง
“จะตกใจทำไมวะเรียนก็ไม่ไปเรียน เขาไล่ออกก็ถูกของเขาแล้ว”
“แล้วฉันจะบอกคุณภพยังไงล่ะ”
“ก็ไม่ต้องบอกสิ ไว้จับทำผัวได้เมื่อไหร่ค่อยบอก...ถึงเวลานั้นเขาคงไม่ถามแกแล้วล่ะ”
ดาวหัวเราะ มะเฟืองยิ้มอายๆ
“งั้นฉันก็ต้องบอกแล้วล่ะ...เพราะว่าฉันจับเขาทำผัวไปแล้วเมื่อคืน”
ดาวตะลึงมองหน้าเพื่อนสาว
“นี่แก...กับ...พี่เขย...มีอะไรกันแล้วงั้นเหรอ”
มะเฟืองพยักหน้ารับ ดาวกรี๊ดลั่นเฮที่เพื่อนทำสำเร็จจริงๆ สองคนตีมือกัน มะเฟืองยิ้มสะใจ

กันตานั่งอยู่บนเตียงท่ามกลางของใช้ของปีเตอร์ที่วางเรียงรายอยู่ทั่วเตียง พร้อมกระเป๋าเดินทางใบหนึ่ง เธอเก็บของใช้ของเขาลงกระเป๋าทั้งน้ำตา โจ้เข้ามาเห็นสภาพเพื่อนได้แต่ยืนมอง
กันตาหยิบกรอบภาพถ่ายที่เธอถ่ายคู่กับปีเตอร์ มองดูรูปที่ปีเตอร์กอดเธอด้วยความอาลัยน้ำตาหยดลงภาพ โจ้มองอดสงสารเพื่อนไม่ได้ เดินเข้าไปหาแล้วนั่งลงใกล้ๆจับมือเธอไว้
“แก”
กันตาโผเข้ากอดโจ้เพื่อหาความอบอุ่นจากใครสักคน ขณะที่ตัวเองกำลังเคว้งคว้าง
“เขาไปแล้ว...เขาไปจากฉันแล้ว”
โจ้ได้แต่กอดปลอบใจ
“แกอยากร้องก็ร้องออกมาเถอะ”
“เขามาเพื่อบอกเลิกกับฉัน...”
กันตาสะอื้นอย่างหนักเพื่อระบายความรู้สึก

โจ้ช่วยเก็บของลงกระเป๋าจนหมด กันตาออกมาจากห้องน้ำหลังจากล้างหน้าล้างตามาแล้ว
“ขอบใจนะที่แกมา”
“ไม่มาได้ไงล่ะ ร้องไห้ซะฟังไม่รู้เรื่องเลย ฉันคิดว่าแกจะคิดสั้นไปซะแล้ว”
“บ้าฉันไม่ทำแบบนั้นหรอก”
“ก็ดีแล้ว ว่าแต่แกโอเคนะ”
กันตาพยักหน้า
“โอเคแล้ว”
โจ้ถอนใจ
“เฮ้อ…ค่อยโล่งอกหน่อย”
“ขอโทษนะที่ทำให้แกเป็นห่วง”
“ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่ห่วง ไอ้ภพมันก็ห่วงแกเหมือนกัน”
“ฉันนี่แย่จริงๆ ทำให้ทุกคนห่วงไปหมดเลย ทำเป็นเด็กอกหักไปได้เน๊าะ”
“เป็นเด็กอกหักก็ดีอ่ะสิ แป๊ปๆก็ลืมแล้ว แต่ว่ารุ่นเราเนี่ยสิมันลืมยากว่าไหม”
กันตาคิดๆเริ่มกลับมาเศร้าอีกครั้ง โจ้รู้สึกว่าพูดผิดจังหวะอีกแล้วบ่นๆกับตัวเอง
“น่านไง...กูพลาดอีกแล้ว” โจ้ตีปากตัวเอง “ปากไวจริงๆเลย”

มะเฟืองเล่าให้ดาวฟัง...
“แผนแรกชั้นทำสำเร็จแล้ว คือการได้ตัวคุณเอกภพ”
“แล้วไงต่อล่ะ”
“ต่อไปก็คือการทำให้นังเนตรมันรู้เรื่องนี้”
“ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างแกจะมีการวางแผนด้วย นึกว่าทำสนุกๆแค่นั้นซะอีก”
“ต่อไปต้องสนุกแน่ๆ ถ้านังเนตรมันรู้เรื่องที่ฉันมีอะไรกับผัวมันล่ะก็ มันคงรับไม่ได้และถึงเวลานั้นคุณเอกภพต้องรับผิดชอบในตัวฉันทุกอย่าง”
“นี่แกกะจะเทคโอเวอร์พี่เขยแกจากพี่สาวเลยหรือไงวะ”
มะเฟืองหน้ามุ่งมั่น
“แน่นอน แต่ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป ฉันจะต้องเฉือนนังเนตรทีละนิด เมื่อวันนั้นมาถึงนังเนตรจะต้องเจ็บปวดอย่างที่สุด ฉันเกลียดสายตาที่มันมองฉันกับแม่ในวันแรกที่ฉันเจอ มันมองฉันเหมือนเป็นพวกขอทาน”
มะเฟืองเล่าถึงอดีต...วันชัยแนะนำวิภาให้งามเนตรรู้จัก
“นี่วิภา เขาจะมาอยู่กับเรา เรียกเขาว่าแม่นะลูก”
งามเนตรอึ้งๆไป
“แล้วนั่นก็มะเฟือง ลูกของวิภากับพ่อ”
งามเนตร หันไปมองมะเฟือง...เมื่อนึกถึงสายตาของงามเนตรในอดีต มะเฟืองแค้นๆ
“ฉันไม่มีวันลืมมันลงแน่”

โทรศัพท์มือถืองามเนตรดังขึ้น เธอเห็นเป็นเบอร์ของนิดาก็รับสาย
“เป็นไงบ้างคะคุณเพื่อน เธอไม่อยู่ฉันเลยไม่รู้จะเล่นตลกให้ใครดูเลย”
“เกินไปจ้า”
“ว่าแต่เธอไม่เหงาเหรออยู่บ้านเฉยๆน่ะ”
“ฉันกำลังหางานใหม่อยู่น่ะ”
“อะไรนะ นี่อย่าบอกนะว่าเธอกำลังเปิดหนังสือพิมพ์แล้วก็ใช้ปากกาวงๆตรงชื่อบริษัทที่รับสมัครงานอยู่น่ะ”
“ทำไมเธอรู้ล่ะ ฉันกำลังทำอย่างที่เธอพูดจริงๆด้วยล่ะ”
งามเนตรยิ้มอายๆ มาวินเดินเข้ามาพอดีได้ยินนิดาพูดโทรศัพท์
“นี่เนตร ทำไมเธอต้องมากระเสือกกระสนหางานทำด้วยนะ ความจริงอย่างเธอน่ะอยู่บ้านเฉยๆก็ได้ นี่นา”
“ฉันไม่อยากนั่งหายใจทิ้งไปวันๆ อยากมีอะไรทำมากกว่า”
“แล้วเธอต้องเที่ยวตะลอนๆหางานแบบนี้น่ะเหรอ...โธ่แม่คุณ”
นิดาเหลือบเห็นมาวินยืนอยู่...
“เออ...เนตรแค่นี้ก่อนนะเดี๋ยวฉันต้องทำงานต่อแล้วล่ะ เดี๋ยวเวลาเผลอๆ...เอ๊ย เวลาว่างๆฉันโทรหาใหม่นะ”
นิดาวางสายลง มาวินเดินเข้ามาถาม
“คุยกับเนตรเหรอครับ”
นิดาไม่อยากคุยกับมาวิน ยังไม่ทันตอบพนักงานหญิงอีกคนเดินเข้ามาหา ส่งกล่องยาให้มาวิน
“คุณมาวินคะเจลทาลบรอยแผลเป็น ที่คุณฝากซื้อแบบนี้ใช่มั๊ยคะ”
มาวินรับมาดู
“ใช่ครับ ขอบคุณนะครับ”
พนักงานหญิงเดินออกไป มาวินหันมาทางนิดาจะคุยต่อ
“เนตรเป็นยังไงบ้างครับ”
นิดาไม่ตอบทำหน้างอใส่แล้วเดินเชิดออกไป มาวินมองตาม

นิดาเดินหนีมาชงกาแฟ มาวินตามเข้ามาคว้าแขน นิดาสะดุ้ง
“คุณนิดา”
นิดาสะบัดแขนออก
“เห็นนิดาง่ายๆแบบนี้ แต่ถ้าคุณจะกินนิดาล่ะก็นิดาไม่ง่ายหรอกนะ” นิดาตั้งกาดนักมวยสู้สุดฤทธิ์ “นิดาสู้จริงๆด้วย”
มาวินงงงว่านิดาเป็นอะไร
“เดี๋ยวก่อนคุณ เป็นอะไรมากหรือเปล่าเนี่ย”
“อย่ามาใช้คำว่าเจ้านาย มารังแกลูกน้องแบบนี้เลยค่ะ ที่คนดีๆอย่างเนตรอยู่ไม่ได้ก็เพราะมีเจ้านายแบบคุณนี่แหล่ะ”
“นี่คุณกำลังทำให้ผมงงนะเนี่ย”
“ไม่ต้องมาแกล้งงงหรอกค่ะ เนตรเล่าให้นิดาฟังหมดแล้วว่าคุณทำอะไรกับเนตร”
มาวินอึ้งๆ
“นี่เนตรเล่าให้คุณฟังเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิคะ นิดาไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรคุณถึงต้องทำอย่างงั้นกับเนตร”
มาวินคิดแล้วนิ่งไปพักก่อนตอบ
“ที่ผมทำแบบนั้นเพราะไม่อยากให้เนตรทนทุกข์ทรมานกับเอกภพ”
นิดาได้ยินแล้วขำ
“อะไรนะคะ ทนทุกข์ทรมานเหรอคะ...คุณเอาอะไรมาพูด”
“คุณเอกภพทำร้ายเนตร”
นิดาอึ้งตกใจพร้อมกับแปลกใจ
“คุณมาวินรู้ได้ยังไงว่าคุณภพทำร้ายเนตร”
“มะเฟืองน้องสาวเนตรเป็นคนเล่าให้ฟัง”
นิดายิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่
“คุณถูกเด็กอย่างมะเฟืองหลอกแล้วล่ะ”
“คุณว่าอะไรนะ”
มาวินไม่เข้าใจ ที่นิดาพูด

โจ้ขับรถมาจอดที่เรือนไทยของกันตา หยิบเครื่องดื่มหลายกระป๋องขึ้นมากำลังจะเดินไป หัวหน้าคนงานเดินเข้ามาหาพอดี
“อ้าวพี่ศักดิ์ ผมเอาทเวนตี้โฟร์ คอฟฟี่ มาฝากด้วยนะ กินแล้วจะได้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า สู้งานได้เต็มที่”
โจ้ยื่นถุงที่ใส่กาแฟให้ ศักดิ์รับมา
“ขอบคุณครับ”
“ฝากพี่ศักดิ์แจกให้ทุกคนด้วยนะครับ”
ศักดิ์จะเดินไปโจ้เรียกไว้
“อ่อ...เดี๋ยวครับขอกาแฟผมป๋องนึงนะครับ”
ว่าแล้วโจ้ก็หยิบออกมา 1 กระป๋องยิ้มให้ศักดิ์ ขณะที่เขากำลังเปิดกระป๋องกาแฟจะดื่ม โทรศัพท์มือถือดังขึ้น โจ้เห็นเบอร์เอกภพจึงกดรับสาย
“เออว่าไง”
“แกอยู่ไหนเนี่ย”
“ฉันมาจัดการเรื่องฟอร์นิเจอร์ที่บ้านกันตาน่ะ”
“แล้วคุณกันตามากับแกด้วยหรือเปล่า”
“เปล่าหรอกฉันมาคนเดียว”
“เกิดอะไรขึ้นกับคุณกันตาเหรอวะโจ้”
โจ้หนักใจก่อนจะเล่าเรื่องของกันตา
“คุณกันตาบอกเลิก...แล้วแฟนเขาว่าไงวะ”
“เขาเฉยน่ะสิ ฉันเสียดายเวลาแทนมันจริงๆเลยอุตส่าห์คบมาเป็นสิบๆปีไม่น่าเลย”
“แล้วตอนนี้กันตาเป็นไงบ้างล่ะ”
“นางบอกอยากอยู่คนเดียว ให้ฉันมาช่วยจัดการเรือนนี้ให้จบๆไปฉันก็เลยมานี่แหละ”
“เฮ้ย...! แล้วแกปล่อยให้คุณกันตาอยู่คนเดียวทั้งๆที่กำลังเสียใจอยู่เนี่ยนะไอ้โจ้”
โจ้สะดุ้งโหยง
“ทำไมต้องใส่อารมณ์ด้วยวะ”
“แกไม่ห่วงคุณกันตาเลยเหรอวะ”
“ไอ้ห่วงก็ห่วงอยู่หรอก แต่ถ้านางบอกว่าอยู่ได้ก็คือได้ กันตาเป็นคนเด็ดเดี่ยวใจแข็งขอให้นางตั้งสติได้นางก็กลับมายืนได้ปกติ ของแบบนี้มันอยู่ที่ใจ ถ้าใจแข็งซะอย่างอะไรๆก็ทำลายใจไม่ได้ หรอกวะเพื่อน”
เอกภพอึ้งคิดถึงสิ่งที่ตัวเองทำลงไปยิ่งตอกย้ำให้รู้สึกผิดเหลือเกิน

นิดาเล่าเรื่องเอกภพให้มาวินฟัง...
“คุณภพเป็นคนดีรักเนตรมาก นิดาเป็นเพื่อนเนตรเนตรเล่าให้ฟังตลอดเรื่องความรักของเนตร ที่สำคัญมะเฟืองน้องของเนตรเป็นเด็กเลี้ยงแกะที่คุณไม่น่าไปหลงเชื่อเลย”
มาวินไม่เข้าใจ
“แล้วเพราะอะไรมะเฟืองถึงพูดถึงเอกภพไม่ดีล่ะ”
“นิดาสันนิฐานว่า คงเป็นเพราะความอิจฉาที่มีต่อพี่หรือไม่ก็คงเป็นเพราะไม่ชอบคุณเอกภพ หรือไม่ ก็อาจเป็นเพราะต้องการแย่งคุณเอกภพมาเป็นของตัวมั๊ง”
นิดาเผลอพูดไปโดยไม่ตั้งใจ มาวินคิดทบทวนรู้สึกผิด
“นี่ผมเป็นต้นเหตุทำให้เนตรตกงาน และมีเรื่องเข้าใจผิดกันมากมายเหลือเกิน”
“มันสายไปแล้วล่ะค่ะ”
“ผมอยากขอโทษเนตร”
“คงต้องทิ้งระยะเวลาสักพักเพราะเนตรคงเสียใจอยู่”
“ผมอยากทำอะไรเผื่อเนตรบ้าง อย่างน้อยมันก็คงทำให้ผมรู้สึกผิดต่อเขาน้อยลงบ้าง” มาวินนึกขึ้นได้ “เอ่อผมได้ยินคุณพูดว่าเนตรกำลังหางานใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
“ให้ผมช่วยเรื่องงานของเนตรนะ”
“จะช่วยยังไงล่ะคะ”
“คือผมมีงานที่บริษัทลูกอีกบริษัทที่ยังต้องการพนักงานอยู่ ผมอยากให้คุณช่วยบอกเนตรทีแต่ไม่ต้องบอกว่าเป็นของผม”
“มันจะดีเหรอคะ”

นิดาลังเล

น้องเมีย ตอนที่ 16 (จบตอน)

นิดาโทรหางามเนตร เธฮจึงมือจากหนังสือสมัครงานมารับโทรศัพท์

“ว่าไงจ๊ะนิดา”
“โทรมาถามข่าวคราวเรื่องงานน่ะ เป็นไงบ้างสมัครไปที่ไหนบ้างแล้วล่ะ”
“ยังไม่มีที่เหมาะๆเลย ตอนนี้กำลังเปิดดูตามหนังสืออยู่”
“ฉันให้เพื่อนๆช่วยเช็คงานให้เธออยู่นะ เดี๋ยวพรุ่งนี่น่าจะรู้เรื่อง”
งามเนตรดีใจ
“จริงเหรอ”
“เธอคิดว่าหน้าอย่างฉันจะหลอกใครได้ยะ”
“โอ๋...ไม่เอาน่า หงุดหงิดเดี๋ยวไม่สวยนะ”
“โอ้ย...ไม่ต้องห่วงหรอกความสวยของฉันไม่มีอะไรมาบั่นทอนไปได้หรอกจ้า”
งามเนตรยิ้มขำๆ
“นี่ คุณภพยังไม่กลับเหรอ”
“ยังจ้า”
“เอ่อ...แล้วแม่น้องสาวตัวดีของเธอล่ะ”
“เห็นออกไปข้างนอกคงจะไปเรียนนั่นแหล่ะ”
นิดาไม่อยากเชื่อ
“เรียนจริงเหรอ”
งามเนตรสงสัย
“เธอมีอะไรหรือเปล่านิดา”
“เปล่าไม่มีอะไร...” นิดาอัดอั้น “แต่ว่าก็ว่าเถอะนะ ฉันว่าเธอน่าจะคอยดูมะเฟืองไว้บ้างก็ดีนะเพราะเด็กสมัยนี้มันทำอะไรไม่ค่อยคิด กว่าเราจะรู้ว่ามันคิดอะไรก็สายเกินไป”
“นี่เธอกำลังพาฉันงงอยู่นะเนี่ย”
“งั้นเอางี้...แบบง่ายๆเลยนะ...ฉันรู้สึกว่าน้องเธอต้องการทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เธอกับคุณภพผิดใจกัน”
“เธอคิดมากไปหรือเปล่า”
“ฉันไม่ใช่คนคิดมากนะ หนักไปทางไม่คิดซะด้วยซ้ำ แต่ฉันมีลางสังหรณ์ว่ามะเฟืองต้องการทำบางอย่างแน่ๆ มันอาจจะเกี่ยวกับคุณภพก็ได้นะ เธอลองสังเกตดูแล้วกัน”
งามเนตรฟังแล้วกังวลขึ้นมาทันที...

มะเฟืองกับดาวเดินคุยกันมาที่หน้าห้างสรรพสินค้า
“หมู่นี้ไอ้ฉลามไปไหน ฉันไม่เห็นหน้ามันที่ผับเลย”
มะเฟืองยิ้มเหยียดๆ
“มันคงไม่กล้าโผล่ไป เพราะแผลที่ฉันเอาขวดฟาดหัวมันยังไม่หายน่ะสิ”
ดาวตกใจ
“นี่แกทำมันขนาดนั้นเลยเหรอวะ”
มะเฟืองพยักหน้ารับ ดาวหวั่นใจ
“ป่านนี้มันไม่แค้นแกหรอกเหรอ”
“แค้นก็แค้นสิวะ คนถ่อยๆแบบมันฉันไม่เก็บไว้ทำผัวหรอกฉันเขี่ยมันออกไปได้ ฉันก็จะเขี่ย”
ดาวหวั่นใจ
“แต่คนถ่อยๆอย่างมันน่ะ มันอันตรายนะเว้ย แกระวังตัวไว้หน่อยแล้วกัน”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว”
“จ้าแม่คนเก่ง งั้นฉันไปล่ะนะ”
“เออไปเหอะ”
ดาวแยกไปมะเฟืองมองตาม หยิบมือถือขึ้นมา พิมพ์ข้อความแล้วส่งไป ก่อนจะยิ้มมีความสุขที่ทำลงไป

เสียงข้อความมือถือดังขึ้นระหว่างทางที่เอกภพขับรถกลับบ้าน เขาหยิบขึ้นมา...
“กลับเร็วๆนะคะ มะเฟืองจะรอคุณค่ะ”
ทันทีที่อ่านข้อความจบก็หงุดหงิดทันที
“โธ่เว้ย...”
เอกภพหงุดหงิดตัดสินใจเลี้ยวรถกลับไปอีกทาง

ค่ำนั้น...กันตานั่งดื่มอยู่คนเดียวด้วยความเศร้าอยู่ในผับแห่งหนึ่ง เอกภพเดินเข้ามาตรงไปที่เคาท์เตอร์บาร์
“รับอะไรดีครับ” บาร์เทนเดอร์ยิ้มแย้มถาม
“มาตินี่แล้วกัน”
“ได้เลยครับ”
บาร์เทนเดอร์จัดการผสม มาตินี่แล้วส่งให้ เอกภพยกดื่ม บริกรเดินมาบอกบาร์เทนเดอร์
“พี่ผู้หญิงโต๊ะโน้นขอเหมือนเดิมอีกสองครับ”
“ดื่มไปหลายแก้วแล้วนะนั่น”
“นั่งอยู่คนเดียว แต่ดูท่าทางเหมือนจะผิดหวังอะไรมาพี่ มีร้องไห้ด้วยล่ะ”
เอกภพหันไปมองโต๊ะที่บริกรพูดถึง เห็นกันตาก็อึ้งไป เพราะไม่เคยเห็นเธอในสภาพนี้มาก่อน
“คุณกันตา”
เอกภพเข้าไปหา ทันทีที่กันตาเห็นก็โผเข้ากอดเขาร้องไห้
“คุณเอกภพ”
“คุณไม่น่ามาคนเดียวนะครับคุณกันตา”
กันตาเมาๆ
“ฉันต้องอยู่คนเดียวอยู่แล้ว ก็ต้องมาคนเดียวสิคะ...เขาไม่อยู่กับฉันแล้ว...เขาทิ้งฉันไปแล้ว”
บริกรเอาเหล้ามาเสิร์ฟที่โต๊ะสองแก้ว เอกภพเข้าใจสภาพของกันตาดีจึงปลอบ
“ผมว่าคุณเมามากแล้วนะครับ พอเถอะครับ”
“ไม่ค่ะ ฉันอยากดื่มวันนี้...ตอนนี้...และก็เดี๋ยวนี้”
“แต่ว่า...”
กันตาเอามือแตะที่ปากเขาว่าห้ามพูด เธอยิ้มทั้งน้ำตา เอกภพมองอย่างสงสาร
“ไม่มีแต่ค่ะ ถ้าคุณรักฉันก็ต้องอยู่กับฉัน...ดื่ม”
กันตาหยิบแก้วทั้งสองขึ้นมาส่งให้เขาดื่มพร้อมๆกับตัวเอง แล้วยิ้มพอใจ เอกภพมองด้วยความรู้สึกเห็นใจ

นำโชคขับแท็กซี่อยู่มีคนมาโบก เขาจอดรถ
“ไปไหนครับ”
ลูกน้องฉลามตอบกลับมา
“ไปหาพ่อมึงมั๊ง”
ฉลามโผล่ออกมา นำโชคเห็นก็ตกใจ
“แก”
ลูกน้องฉลามกระชากนำโชคลงมาจากรถ ฉลามเข้ามาชกที่ท้องนำโชคอย่างจังจนเซแล้วตามมาต่อยจนล้มลงพื้น
“บอกมาเดี๋ยวนี้อีมะเฟืองอยู่ไหน บอกมา” ฉลามเข้ามากระชากคอเสื้อ
“กูไม่รู้!”
“กูไม่เชื่อ! กูเห็นมึงชอบตามนักไม่ใช่เหรอ อีมะเฟืองน่ะ ฮะ! ตามนักแล้วทำไมไม่รู้ว่ามันอยู่ไหน”
“กูไม่รู้จริงๆ”
“ไม่รู้ใช่ไหม ได้ กูจะซ้อมจนมึงรู้”
ฉลามลงมือซ้อมนำโชค เตะเข้าที่ข้างลำตัว นำโชคเอาแขนบัง ลูกน้องเข้ามาช่วยกันรุมอัดนำโชคจนน่วม
“ไม่บอกใช่มั๊ย...ใช่มั๊ย”
ฉลามพูดไปอัดไป ขณะเดียวกันนั้นยามฉายไฟมาทางที่ฉลามกำลังรุมนำโชคอยู่
“เฮ้ย...หยุดนะ”
ลูกน้องรีบบอก
“พี่มีคนมา เอาไงดี”
“เฮ้ย ! ไปเว้ย” ฉลามชี้หน้านำโชค “อย่าให้กูตามมันเจอนะมึง อีมะเฟืองไม่รอดแน่”
ฉลามกับพวกออกไป ยามวิ่งเข้ามาเห็นนำโชคฟุบอยู่
“ไอ้หนุ่มเป็นไงบ้างวะ”
ยามพยุงนำโชคที่แผลบนหน้าเลือดไหลให้นั่ง นำโชคเจ็บแต่เป็นห่วงมะเฟืองมากกกว่า

มะเฟืองเปลี่ยนเป็นชุดนอนออกมาจากห้องน้ำ โทรศัพท์มือถือดังขึ้น มะเฟืองรีบวิ่งไปที่หน้าโต๊ะกระจกเห็นเป็นเบอร์นำโชคก็ไม่สนใจ
“นำโชค...จะโทรมาทำไมวะ”
มะเฟืองปล่อยให้ดังจนหยุดไป แล้วมือถือก็ดังขึ้นอีก มะเฟืองหงุดหงิดเลยกดรับ
“มีอะไร”
“เธออยู่ที่ไหนมะเฟือง”
“ก็อยู่บ้านน่ะสิ”
นำโชคโล่งอก มะเฟืองหงุดหงิด
“โทรมาถามทำไมปัญญาอ่อนหรือไง”
“ถ้าไม่จำเป็นอย่าไปไหนคนเดียวนะ”
“ถ้าแกจะโทรมาบอกแค่นี้ คราวหลังไม่ต้องโทรมาหรอกนะเสียเวลาฉัน”
มะเฟืองวางสายไปด้วยความหงุดหงิด แล้วกดปิดเครื่องทันที
“ปิดมันซะเลย โทรดีนัก”

มะเฟืองเดินลงมาข้างล่างไม่เห็นใคร ก็ลงนั่งที่โซฟาชะเง้อมองที่ประตูหน้าบ้าน
“เมื่อไหร่จะกลับมาซักทีนะ”
มะเฟืองนั่งรอ ขยับเสื้อไปมาดึงให้เห็นร่องหน้าอก กะอ่อยเอกภพเต็มที่ เสียงสเปรย์ที่ฉีดดังฟืดฟืด พร้อมกับกลิ่นสเปรย์ฆ่าแมลงรอยมา พร้อมกับเสียงบัวดังขึ้น
“นี่แน่ะ ตัวร่านในห้องนี้มันเยอะนักเหรอ อย่างนี้ต้องฉีดให้ทั่วถึง”
บัวเอายาฆ่าแมลงมาฉีดวนๆตรงที่มะเฟืองนั่งอยู่ มะเฟืองเหม็น
“อีบ้า คนนั่งอยู่ทั้งคนฉีดไม่ดูตาม้าตาเรือเลยหรือไง”
“เอ้า...ใครจะไปรู้ล่ะ ดึกๆดื่นๆแบบนี้มีแต่อีพวกตัวร่านเท่านั้นแหล่ะ ที่มันจะออกมาอ่อยเหยื่อน่ะ และตอนนี้มันก็เป็นเวลาที่ฉันต้องออกมากำจัดตัวร่านซะด้วย”
บัวฉีดสเปรยไป มะเฟืองโวยวาย
“อีบัว อยากโดนนักใช่มั๊ย”
บัวถือขวดสเปรย์พร้อมกด
“แน่จริงก็เข้ามาสิ ฉันจะพ่นใส่ให้ตาบอดเลย มาสิเข้ามาคราวนี้จะได้หายร่านสักที มาเข้ามา”
บัวกดสเปรย์ขู่ มะเฟืองเหม็นกลิ่นสเปรย์ ทนไม่ไหวรีบเดินหนีขึ้นบ้านไป
“ฝากไว้ก่อนนะอีบัว”
“เชอะ ไม่แน่จริงนี่หว่า”
มะเฟืองเดินลับตาไป บัวเองก็เหม็นกลิ่นยาฆ่าแมลงเหมือนกัน
“อื้อหือ...กลิ่นเหม็นขนาดนี้ ถ้าคุณผู้หญิงได้กลิ่น อีบัวตายแน่ๆ”

บัวรีบวิ่งไปเปิดประตูหน้าต่างระบายกลิ่นสุดฤทธิ์

ฉลามกับพวกตามไปดักซุ่มรอที่หน้าบ้านดาว สักครู่ดาวลงมอเตอร์ไซด์รับจ้างมา ฉลามเข้าไปขวาง ดาวตกใจ
 

“ไง...แค่นี้ทำไมต้องตกใจด้วยหะอีดาว”
“เออ...เปล่าตกใจนี่”
“อีมะเฟืองอยู่ไหน”
“ฉันไม่รู้”
“เป็นเพื่อนกันทำไมไม่รู้วะ”
“ฉันไม่รู้จริงๆว่ามันอยู่ที่ไหน”
ฉลามจับหน้าดาวบีบไว้
“มึงกล้าโกหกคนอย่างกูเหรออีดาว”
ดาวกลัว
“ฉันไม่ได้โกหกฉันไม่รู้จริงๆ”
ฉลามเหวี่ยงดาวลงที่พื้น จิกหัวขึ้นมา
“ปิดกันดีนักใช่มั๊ย กูทำมันไม่ได้กูก็ทำมึงแทนแล้วกัน”
ฉลามตบดาวฉาดใหญ่
“ไอ้แท็กซี่ก็ไม่บอกมึงก็ไม่บอก อย่าให้กูเจอมันเองแล้วกัน กูเอามันตายแน่”
ฉลามแค้นที่ตามมะเฟืองไม่เจอ

เอกภพไปส่งกันตาที่บ้าน กันตาในสภาพที่เมามากพร้อมจะร่วงลงพื้นตลอดเวลา
“คุณกันตาไหวไหมครับ”
“ไหวๆ”
แล้วกันตาก็ล่วงลงพื้นเอกภพเข้ามาประคอง
“เดี๋ยวถึงโซฟาแล้วครับ แข็งใจอีกนิดนะครับ”
กันตาเมามาย
“นิดเดียวนะ”
กันตายิ้มขำ เอามือโอบคอเขาให้อุ้มพาไป เอกภพอุ้มเธอมาวางที่โซฟา มือเธอยังคงรั้งอยู่ที่คอเขา สองคนเลยลงมาที่โซฟาทั้งคู่ หน้าทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก สองคนมองตากันเอกภพทำตัวไม่ถูก
“ฉันอยากให้คุณเป็นคนรักของเธอจัง”
เอกภพมองตากันตาที่ดูเศร้าๆอย่างสงสาร หญิงสาวมองชายหนุ่มด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยน้ำตาเพราะคิดถึงเรื่องความรักของตัวเองขึ้นมาน้ำตาไหลพรากเบือนหน้าหลบ เอกภพลงมานั่งข้างๆเช็ดน้ำตาให้
“ทำไมฉันถึงโชคร้ายกับเรื่องความรักแบบนี้ ทำไม...ต้องเป็นฉันด้วย”
กันตาเสียใจร้องไห้ เอกภพปลอบ
“อย่าคิดมากสิครับ ไหนคุณบอกผมว่าคุณจะเข้มแข็งไง คุณต้องทำให้ได้สิครับ”
“ฉันจะเข้มแข็ง”
กันตาพูดทั้งน้ำตาจับมือเขาไว้
“คุณอยู่ข้างฉันใช่ไหม คุณไม่ทิ้งฉันใช่ไหม”
“คุณพักเถอะนะ ผมไม่ไปไหนหรอก”
กันตาหลับทั้งน้ำตามือยังจับมือเขาไว้แน่น เอกภพมองดูด้วยความห่วงใย โจ้รีบเข้ามาที่บ้านเห็นกันตาหลับอยู่ เอกภพทำท่าจุ๊ปากให้เงียบ โจ้พยักหน้า เอกภพค่อยๆแกะมือตัวเองออกจากมือกันตาแล้วหันมาบอกโจ้
“คุณกันตาเพิ่งนิ่งเมื่อกี๊นี้เอง”
“ท่าทางจะเมาแปร่มาเลย”
เอกภพพยักหน้า
“ฉันฝากแกดูคุณกันตาด้วยนะ”
“เออไม่ต้องห่วง ขอบใจมากนะเว้ยที่พากันตามาส่งน่ะ ถ้าไม่เจอนายมีหวังเกิดเรื่องเศร้าแน่”
เอกภพตบบ่าโจ้ปลอบใจ
“เอาน่า ไหนๆคุณกันตาก็อยู่นี่แล้ว คนกำลังเสียใจทำอะไรไม่ทันคิดหรอก”
“คงจริงอย่างที่แกว่า”
“ไปล่ะ”
“เออ...ขับรถดีนะๆ แต่แกไหวใช่ป่ะเนี่ย”
“ไหว...สบายมาก”
เอกภพเดินออกไป โจ้มองกันตาเป็นห่วง

เอกภพกลับเข้าบ้านมาด้วยอาการเมานิดๆ มะเฟืองลงมาพอดีเห็นเข้ารีบวิ่งเข้าไปหา
“ทำไมกลับดึกจังคะ มะเฟืองมารอคุณตั้งนานแน่ะ”
มะเฟืองเข้าไปใกล้ได้กลิ่นเหล้าแกล้งถาม
“นี่คุณกินเหล้ามาเหรอคะ”
เอกภพมองหน้าไม่พูดอะไร มะเฟืองเข้ามาใกล้ทำท่าจะประคอง เขาเบี่ยงหลบ งามเนตรเดินมาเห็นพอดี มะเฟืองเห็นงามเนตรจึงแกล้งเข้าไปพยุงเอกภพ
“ทำไมคุณเมามาแบบนี้ล่ะคะ”
งามเนตรเห็นเริ่มอึ้งๆนิดๆ
“อย่ามายุ่งกับผมนะมะเฟือง ปล่อยผม”
มะเฟืองแกล้งทำเป็นเพิ่งมองเห็นงามเนตรจึงเรียก
“อุ้ยพี่เนตร”
เอกภพหันไปทางเนตร มะเฟืองพูดต่อ
“พี่มาก็ดีแล้วประคองคุณภพไปทีท่าทางจะเมามาก ไม่รู้ว่าเครียดเรื่องอะไรถึงได้หนีไปดื่มมาแบบนี้”
มะเฟืองพูดลอยๆเอกภพอึ้งๆ งามเนตรเข้ามาประคอง มะเฟืองออกไปแอบมองหมั่นไส้

งามเนตรประคองเอกภพเข้ามา เขาหันมาบอก
“ผมขอโทษนะ ที่ไปดื่มเหล้ามา”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
“คุณไม่รังเกียจผมใช่ไหมเนตร”
เอกภพมองงามเนตรอยากจะบอกความรู้สึกที่อึดอัดอยู่ข้างในแต่ไม่กล้าพูด
“เนตรว่าคุณไปอาบน้ำก่อนเถอะนะคะ ไปค่ะ”
งามเนตรพาเอกภพไปที่ห้องน้ำ เขาเข้าไปแล้วปิดประตู งามเนตรคิดถึงเรื่องที่นิดาบอก แล้วถอนใจ
“นี่เรากำลังไม่ไว้ใจคุณภพอย่างั้นเหรอ”
งามเนตรครุ่นคิด เสียงนิดาที่โทรมาบอกเธอเมื่อเย็นแว่บเข้ามา
“เธอรีบไปสมัครที่บริษัทนี้ดูนะ เพราะเขาต้องการตำแหน่งนี้ด่วน”
“ขอบใจนะจ๊ะนิดา”
“ยัวเวลคัม ยินดีคร่า”
“เดี๋ยวฉันจะรีบแต่งตัวออกไปเดี๋ยวนี้เลย”
“อย่ารีบจนลืมเอกสารหลักฐานล่ะจ๊ะ”
“ไม่ลืมหรอกน่า เอกสารฉันพร้อมอยู่แล้ว”
“จ้าแม่คนรอบคอบ”
“เดี๋ยวถ้าฉันไปสมัครงานเสร็จแล้ว เราไปทานข้าวกันนะ ฉันอยากคุยน่ะ”
นิดารับปาก
“ได้เลย ที่ไหน โทรมาบอกแล้วกันนะจะได้เคลียร์คิวว่างรอ”
“จ้า”
นิดาวางสายยิ้มเป็นไปตามแผน

เช้าวันใหม่...ดาวโทรศัพท์มาหา มะเฟืองกดรับสาย
“โทรมาแต่เช้าเชียวนะแก”
“ฉันโทรตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแต่แกปิดเครื่อง”
“อ๋อ...เออจริงสิ ว่าแต่แกมีเรื่องอะไรเหรอ”
“เมื่อคืนไอ้ฉลามมันทำร้ายฉันเพราะมันตามหาตัวแกแล้วไม่เจอ”
มะเฟืองตกใจ
“แต่ฉันได้ยินมันพูดถึงนำโชคฉันว่านายนำโชคก็คงโดนเหมือนฉันว่ะแก”
มะเฟืองคิดๆ
“มิน่าล่ะ นำโชคมันโทรมาถามว่าฉันอยู่ไหนแล้วก็บอกไม่ให้ออกไปไหนคนเดียว”
“มันคงเป็นห่วงแกนั่นแหละ”
“แกเป็นไงบ้าง”
“ฉันแค่โดนตบ แต่ไอ้นำโชคไม่รู้ว่ะ แกลองโทรไปหามันเองแล้วกัน”
“เดี๋ยวฉันไปหาแกนะ”
“ไม่ต้องมา เดี๋ยวเจอไอ้ฉลามเข้าจะซวยไปใหญ่ ฉันโทรมาบอกแกแค่นี้แหละ”
ดาววางสายไป มะเฟืองเครียดเรื่องโดนฉลามล่าตัวเหมือนกัน อยู่ไม่ติดเป็นห่วงนำโชค เธอจึงโทรหา ไม่นานนักเขารับสาย
“นำโชคแกอยู่ไหนเนี่ย”
“ฉันอยู่โรงพยาบาล...”
มะเฟืองตกใจ

นิดากับงามเนตรกำลังทานข้าวด้วยกันที่ร้านอาหาร งามเนตรเห็นโจ้เดินเข้ามาก็ทักทาย
“คุณโจ้ หวัดดีค่ะ มาทานข้าวเหรอคะ”
โจ้ยิ้มแย้ม
“ครับ...วันนี้ฉายเดี่ยวเพื่อนสมาชิกออกขายงานกันหมดเลย”
“งั้นเชิญนั่งด้วยกันสิคะ”
โจ้มองดูนิดาเขินๆ
“ดีใจจังที่ได้พบคุณอีกครั้ง”
นิดาอายๆ
“เช่นกันค่ะ”
งามเนตรยิ้มขำๆ
“ดูท่าทางสองคนรู้จักกันแล้วนี่คะ”
“ก็นิดหน่อยครับ”
สองคนสบตาอย่างชอบๆกัน ระหว่างนั้นบริกรจัดจานเพิ่มให้
“เชิญคุณโจ้ทานข้าวด้วยกันค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
โจ้ทานอาหารอย่างอร่อยพยายามวางฟอร์มเป็นผู้ดีนิ่งๆ นิดาแอบปลื้ม
“เออไม่ทราบว่าเจ้าเอกมันเล่าเรื่องกันตาให้คุณเนตรฟังหรือเปล่าครับ”
“ไม่นะคะ คุณกันตาทำไมเหรอคะ”
“เขาเลิกกับแฟนฮ่องกงไปแล้วคะ”
งามเนตรตกใจ
“ตายจริง เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ เห็นว่าจะถึงวันแต่งงานอยู่แล้วนี่คะ”
“นั่นสิครับ จู่ๆเมื่อวานแฟนเขาก็มาบอกเลิกซะงั้น”
“น่าสงสารจังเลยค่ะ ถ้าเป็นนิดาคงทนไม่ได้แน่ๆ”
“เมื่อคืนไอ้ภพก็ไปเจอกันตาเมาอยู่ในผับคนเดียวเลยอยู่เป็นเพื่อน แล้วกลับไปส่งบ้าน ผมเลยต้องตามไปเฝ้ากันตาทั้งคืนเลยเมาไม่รู้เรื่องเลย”
งามเนตรเข้าใจ
“คุณภพไปกับคุณกันตานี่เอง คุณกันตาคงเศร้าน่าดูเลย”
“คงทำนองนั้นแหล่ะครับ ผมกับภพก็ได้แค่ปลอบใจน่ะครับ”
นิดายิ้มชื่นชมโจ้
“ดูคุณช่างเป็นผู้ชายที่อบอุ่นจังเลยนะคะ”
“ของแบบนี้ต้องลองสัมผัสนะครับ มองด้วยตาสัมผัสได้ด้วยใจครับ”
โจ้ทำท่าน่ารักๆให้ นิดาเขิน

นำโชคพันผ้าที่หัวแล้วเข้าเฝือกที่แขนนอนอยู่ในห้องพักรวมของโรงพยาบาล มะเฟืองเข้ามาเห็นก็ตกใจ
“ไอ้ฉลามมันทำแกขนาดนี้เลยเหรอ”
“มะเฟืองเลิกยุ่งเกี่ยวกับพวกนี้เถอะนะ” นำโชคบอกอย่างเป็นห่วง
“ฉันก็กำลังหนีอยู่นี่ไง หนีแล้วพวกแกก็โดนมันเล่นงานแบบนี้เห็นทีฉันต้องทำอะไรกับพวกมันสักอย่างแล้ว”
“อย่าเลยมะเฟือง ต่างคนต่างอยู่เถอะ เธอจะไปทำอะไรพวกนั้นได้”
มะเฟืองยอมไม่ได้
“ไอ้พวกนั้น มันกัดฉันไม่ปล่อยแน่”
นำโชคเป็นห่วง เมื่อมะเฟืองมีท่าทีมุ่งมั่นอย่างนั้น

เย็นนั้น...บัวแอบเข้ามาในห้องมะเฟือง มองหาอะไรสักอย่างภายในห้อง
“อีนังนี่มันมีอะไร ทำไมคุณภพถึงได้เข้ามาหามัน หรือว่ามันมีของดีอะไร”
บัวตรงเข้าไปรื้อค้นตามโต๊ะเครื่องแป้งแต่ไม่มีอะไร
“มันซ่อนไว้ที่ไหนวะ”
บัวเล็งเป้าไปที่ตู้เสื้อผ้า ตรงเข้าไปค้นทันทีไปเจอจดหมายแจ้งจากมหาวิทยาลัยบัวตาวาว
“จดหมายลับงั้นเหรอ ขอฉันดูหน่อยแล้วกันนะ”
บัวเปิดจดหมายออกเห็นข้อความ แจ้งหมดสภาพการเป็นนักศึกษาก็ตาโต
“อีมะเฟืองมึงเสร็จกูแน่”

งามเนตรนั่งเก็บเอกสารที่ไปสมัครงานเข้าแฟ้มอยู่ บัววิ่งโร่เข้ามาหา
“คุณเนตรขา ดูอะไรนี่สิคะ”
“อะไรเหรอบัว”
บัวยื่นซองจดหมายจากทางมหาวิทยาลัยให้ งามเนตรรับมางงๆ
“คุณเนตรเปิดดูเองก็แล้วกันนะคะ บัวไม่อยากพูด”
งามเนตรเปิดซองออกดูแล้วต้องตกใจ กับข้อความที่ปรากฏบนจดหมาย บัวยิ้มสะใจที่เอาความลับมะเฟืองมาเปิดเผยได้ก่อนจะค่อยๆเดินออกไป งามเนตรมองดูจดหมายด้วยความโกรธ

มะเฟืองกลับเข้ามาในบ้านเดินผ่านตรงสระน้ำ งามเนตรเข้าไปยื่นจดหมายจากมหา’ลัยให้มะเฟืองขณะที่บัวแอบดูอยู่
“นี่มันอะไรกันมะเฟือง บอกพี่หน่อยสิ”
มะเฟืองโกรธที่งามเนตรเอาจดหมายที่เธอซ่อนไว้ออกมา
“ไม่มีมารยาท นี่มันของของฉัน”
บัวแอบดูสะใจ
“นี่เธอโดนไล่ออกนะมะเฟือง ทำไมเธอไม่ไปเรียน แล้วที่เธอใส่ชุดนักศึกษาออกไปทุกวันเธอไปไหน”
เอกภพเข้ามาได้ยินพอดี มะเฟืองเห็นเอกภพเดินมาจึงแกล้งบีบน้ำตา
“ที่ฉันโดนไล่ออกก็เพราะพี่นั่นแหล่ะ เพราะพี่คนเดียว ทำไมต้องให้ฉันทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ”
“แต่การเรียนมันสำคัญกับเธอนะ เธอจะใช้เลี้ยงตัวเองได้”
“ก็พี่คิดจะถีบหัวฉันไปอยู่ที่อื่นอยู่แล้วนี่ ใช่สิพอไม่มีพ่อสักคนฉันก็ไม่เหลือใครฉันรู้ว่าพี่ให้ฉันอยู่ด้วยเพราะพ่อขอไว้ก่อนตาย ไม่มีใครรักฉันเลยแม้แต่พี่ของตัวเองแท้ๆ ยังจ้องจะทำร้ายฉัน”
งามเนตรพยายามเข้ามาปลอบ
“มะเฟืองฟังพี่นะ”
มะเฟืองสะบัดออก งามเนตรพยายามจับให้มะเฟืองฟัง
“มะเฟืองฟังก่อน”
เอกภพเข้ามาใกล้เข้า ขณะที่งามเนตรกำลังพยายามจับให้มะเฟืองนิ่งฟัง มะเฟืองทำเป็นเหมือนว่าพี่สาวเหวี่ยงตัวเองตกลงในสระ
“พี่เนตรอย่าเข้ามานะอย่านะ...อ๊าย”

มะเฟืองตกน้ำ งามเนตรตกใจ บัวที่แอบมองอยู่พลอยตกใจไปด้วย เอกภพเข้าเห็นมองหน้างามเนตรเหมือนเธอเป็นคนผิด งามเนตรอึ้งไป

โปรดติดตาม "น้องเมีย" ตอนที่ 17 พรุ่งนี้ 9.00 น.
อุบัติเหตุ ตอนที่ 15
อุบัติเหตุ ตอนที่ 15
ค่ำนั้น...วิศนีอาบน้ำแต่งตัวใหม่ นั่งหวีผมอยู่ที่หน้ากระจก จู่ๆ อารุมก็เปิดประตูเข้ามาในชุดพร้อมเข้านอน “คุณเข้ามาทำไมคะ” “ผมง่วงแล้ว” อารุมทำหาวแล้วเดินมานั่งที่เตียง แล้วดึงผ้าคลุมออก “คุณนอนฝั่งไหน ผมนอนฝั่งนี้แล้วกัน” วิศนีมองอารุมที่มาเจ้ากี้เจ้าการอย่างตกใจ รีบลุกมาหา “นี่คุณ คุณจะทำอะไร” อารุมไม่ตอบ แกล้งหลับตา วิศนีโมโห เข้าไปกระชากแขนให้ลุกขึ้น “คุณอารุม ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ ออกไปห้องคุณสิ” “ไม่เอา ห้องนั้นหนาว ห้องนี้อุ่นกว่า” อารุมพูดจบก็รวบตัวกอดไว้ วิศนีขัดขืนผละออก “คุณอย่าคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงใจง่ายนะ กลับไปซะ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...