xs
xsm
sm
md
lg

น้องเมีย ตอนที่ 23 - 24

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


น้องเมีย ตอนที่ 23


เช้าวันใหม่...งามเนตรเข้าไปหาเอกภพที่ฟุบอยู่ที่โต๊ะทำงาน เธอเอาผ้าคลุมไหล่บางๆของตัวเองคลุมให้เขา

“ลาก่อนนะคะคุณภพ”
งามเนตรมองดูเอกภพ เพื่อจดจำใบหน้าครั้งสุดท้ายก่อนตัดใจออกไปทั้งน้ำตา

ภัสสรนั่งน้ำตาซึม มองดูงามเนตรที่กำลังก้มลงกราบเท้า
“เนตรลานะคะคุณแม่”
ภัสสรพยายามกลั้นน้ำตา
“จ้ะ ..โทรมาหาแม่บ้างนะลูก”
“ค่ะ”
ชมนั่งปาดน้ำตาเศร้าใจ งามเนตรหันมายกมือไหว้ลา
“พี่ชมเนตรลานะคะ”
“คุณเนตรของชม”
ชมโผเข้าไปกอดงามเนตร
“รักษาเนื้อรักษาตัวนะคะ มีอะไรก็เรียกใช้ชมได้นะคะ”
“ขอบคุณค่ะ เนตรฝากดูแลคุณแม่กับคุณภพด้วยนะคะพี่ชม”
“ค่ะ”
งามเนตรเดินออกไป ชมเดินตามไปส่ง ภัสสรมองตามอย่างเสียใจและสงสารงามเนตรมาก

เอกภพตื่นขึ้นมาเห็นผ้าที่คลุมตัวอยู่หยิบมา มองผ้าในมือ จำได้ว่าเป็นของงามเนตร
“เนตร...”
เอกภพยิ้มดีใจรีบออกไป พบภัสสรที่หน้าห้อง ภัสสรหน้าเศร้ามาก
“มีอะไรเหรอครับ”
“หนูเนตรออกไปจากบ้านนี้แล้วนะ”
เอกภพตกใจ
“เนตรไปไหนครับแม่”
“เขาไม่ได้บอกแม่หรอก”
“ไปนานหรือยังครับ”
“เพิ่งไป”
เอกภพวิ่งตามไปทันที

รถแท็กซี่แล่นออกไป ชมโบกมือลางามเนตร เอกภพวิ่งมาถึงหน้าบ้านเห็นแท็กซี่วิ่งไปแล้ว เขาตะโกนลั่น
“เนตร...เนตร รอผมก่อน”
เอกภพวิ่งตามแท็กซี่ไป มะเฟืองยืนมองดูการจากลา ด้วยความสะใจ

งามเนตรหันมองเห็นเอกภพวิ่งตาม เธอตัดใจหันกลับมา กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้ด้วยความเสียใจที่ต้องทิ้งความรักของตัวเอง เอกภพวิ่งตามอยู่ด้านหลังรถแท็กซี่เริ่มห่างออกไปทุกที งามเนตรปล่อยโฮร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ
เอกภพมองตามรถแท็กซี่ไปจนลับตา เขาทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง เสียใจที่ประคองความรักต่อไปไม่ไหว
ทางด้านงามเนตรลงรถแท็กซี่ที่หน้าร้านนิดา ยกกระเป๋าเดินมาที่หน้าประตู เธอจะเดินเข้าไปหานิดา แต่ได้ยินเสียงโจ้จึงชะงักฟัง
“ไม่รู้เนตรจะเป็นไงบ้างเนอะ”
“ที่รู้ๆเพื่อนภพของผมท่าทางจะแฮปปี้น่าดูเลย”
“อิจฉาอ่ะนิดาอยากแฮปปี้แบบนั้นบ้างจัง”
“พูดจริงอ่ะ...”
นิดาเขิน งามเนตรกำลังจะเข้าไปแต่ต้องชะงักอีกครั้งเมื่อได้ยินที่โจ้พูด
“จริงๆแล้วตอนนี้เพื่อนผมกับเพื่อนคุณ ก็คืนดีกันแล้วเราสองคนไม่ต้องลำบากใจกับการโกหกไอ้ภพว่า ไม่รู้ไม่เห็นเรื่องของคุณเนตรอีกแล้ว”
งามเนตรได้ฟังที่โจ้พูด รู้สึกเกรงใจที่ทำให้เพื่อนๆเดือดร้อน
“ช่วงที่ต้องโกหกคุณภพเนี่ยมันเป็นอะไรที่นิดาลำบากใจมากเลยอ่ะ เนตรก็เพื่อนรัก ส่วนคุณภพก็เพื่อนกันมันอึดอัดเน๊าะ...ว่าไหม”
งามเนตรไม่อยากรบกวนเพื่อน จึงหันหลังออกไปโดยที่นิดากับโจ้ไม่รู้
“อืม...ก็จริง แต่พอคิดๆดูนะ การที่เพื่อนมาพึ่งพาเราผมว่ามันก็ดีอย่างนะ”
นิดาแปลกใจ
“ดียังไงเหรอ”
“ก็แสดงว่า เราคือเพื่อนแท้ไง”
นิดาคิดตามที่โจ้พูด แล้วเริ่มเห็นด้วย

งามเนตรนั่งรอมาวินอยู่ที่ร้านกาแฟ ไม่นานนักเขามาถึงร้าน
“ขอโทษทีนะครับ ที่ปล่อยให้คุณรอนานเลย”
“เนตรต่างหากล่ะคะที่ต้องขอโทษ ที่ต้องรบกวนคุณวันนี้”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ สำหรับคุณผมยินดีเสมอ”
“ขอบคุณนะคะ ฉันไม่รู้จะพึ่งใครจริงๆ”
งามเนตรหน้าเศร้า มาวินยิ้ม
“ผมดีใจนะที่คุณคิดถึงผม ตอนที่คุณเดือดร้อน ว่าแต่คุณมีเรื่องอะไรให้ผมช่วยเหรอครับ”
งามเนตรอ้ำอึ้ง แต่ก็ตัดสินใจพูด
“ฉันอยากไปจากที่นี่ คุณพอจะช่วยฉันได้ไหม”
มาวินอึ้ง เมื่อเห็นสีหน้างามเนตรดูจริงจัง

เอกภพพยายามกดโทรศัพท์หาเนตรหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่ติด เพราะงามเนตรปิดเครื่อง เขาทรุดตัวลงนั่งเศร้าอย่างเครียดใจ ไม่รู้จะไปตามเธอที่ไหน แล้วเขาก็นึกถึงนิดาขึ้นมา จะกดโทรหานิดา แต่เปลี่ยนใจไม่โทร ตัดสินใจไปหาทันที

มาวินพางามเนตรมาที่บ้านรับรองหลังหนึ่งของเขา
“บ้านนี้ถูกปิดไว้เฉยๆ ผมเองก็อยู่แต่คอนโดไม่ค่อยได้มีเวลามาดูแลบ้านสักเท่าไหร่ หวังว่าคุณคงอยู่ได้นะครับ”
“เนตรอยู่ได้ค่ะ แต่เนตรคงรบกวนคุณไม่นานหรอกค่ะ”
มาวินสงสัย
“เกิดอะไรขึ้นกับคุณเหรอครับเนตร”
งามเนตรเงียบ
“ถ้าคุณไม่อยากพูดถึงก็ไม่เป็นไรครับ ผมแค่แปลกใจว่าทำไมคนที่เข้มแข็งอย่างคุณถึงได้ตัดสินใจเดินหนีออกมาแบบนี้ ทั้งที่คุณเองก็รักคุณเอกภพมาก เรื่องมันร้ายแรงมากเหรอครับ”
งามเนตรก้มหน้าลง น้ำตาตก
“...มะเฟืองท้อง…”
มาวินอึ้งไปกับคำตอบของงามเนตรที่พูดมาทั้งน้ำตา
“เนตรไม่รู้จะทำยังไง รู้แค่ต้องออกมาจากบ้านนั้น ไปที่ไหนก็ได้ ที่ๆจะไม่ต้องเจอพวกเขา”
มาวินเห็นใจ
“แต่คุณไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมคุณถึงต้องออกมาล่ะครับ คนที่ผิดน่าจะเป็นน้องสาวคุณกับแฟนคุณมากกว่า”
“เรื่องนี้ไม่มีใครผิดหรอกค่ะ ถ้าจะมีคนผิดคงเป็นเนตรมากว่า ที่รู้ทุกอย่างช้าเกินไปจนแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว”
งามเนตรเงียบไป มาวินเป็นห่วง เห็นว่าเธอดูเหนื่อยๆเลยไม่อยากที่จะเซ้าซี้ถาม
“อยากให้ผมบอกนิดาไหม”
“อย่าเลยค่ะ เนตรไม่อยากให้เพื่อนๆเดือดร้อนไปมากกว่านี้อีก”
งามเนตรเศร้าๆ มาวินจึงไม่ซักอะไรอีก

เอกภพขับรถมาจอดที่หน้าร้านแล้วเดินเข้าไป ในร้าน โจ้กับนิดากำลังนั่งทานอาหารกันอยู่
“เอ้า..ไอ้ภพ...ลมอะไรหอบมาวะเนี่ย”
เอกภพมองไปทั่วๆ
“เนตรล่ะ...”
“ฮั่นแน่เล่นมุขอีกแร๊ะ มาถามหาเนตร ไม่ต้องมาอำกันเลย ฉันสองคนรู้แล้วว่าแกกับคุณเนตรคืนดีกันแล้วนะ”
“ใช่...หามุขใหม่ดีกว่าค่ะ”
นิดากับโจ้ขำกันสองคน เอกภพเครียด
“เนตรอยู่ไหน เนตรมาที่นี่ใช่ไหม”
โจ้กับนิดามองหน้ากันงงๆ
“เนตรไม่ได้มาที่นี่นะ”
เอกภพไม่เชื่อยังคงมองหา
“เนตรไม่ได้มาจริงๆค่ะ เมื่อกี๊นี้เรายังคุยถึงเรื่องคุณกับเนตรอยู่เลย นี่มันเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” นิดาสงสัย
“เนตรออกจากบ้านไปเมื่อเช้านี้ครับ”
นิดากับโจ้ตกใจ เอกภพลงนั่งอย่างคนหมดหวัง
“ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอคะ”
เอกภพก้มหน้าเศร้า
“ผมกับเนตรไม่ได้ทะเลาะกันหรอกครับ แต่เรื่องมันมาจาก...มะเฟืองท้อง”
โจ้กับนิดาร้องลั่น
“ท้องงงง...”
โจ้มานั่งข้างๆ
“แล้วงี้แกจะทำยังไงวะ “
“ฉันอยากคุยกับเนตร ฉันอยากเล่าอยากอธิบายให้เนตรเข้าใจ”
นิดาตึงๆนิดๆเข้าข้างเพื่อน
“ถ้าเป็นนิดา นิดาก็ไม่อยู่รอทำความเข้าใจหรอกค่ะคุณภพ”
เอกภพนิ่งไป โจ้สงสารรีบบอก
“คือ เราสองคนอยากช่วยแกนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปตามหาคุณเนตรที่ไหนเหมือนกัน ว่าแต่แกพอจะนึกออกบ้างไหมว่าคุณเนตร สนิทกับใครอีกไหมจะได้ช่วยกันโทรถามให้”
เอกภพพยายามคิด แล้วส่ายหน้า
“เดี๋ยวนิดาจะลองโทรถามเพื่อนๆที่ทำงานให้นะคะ”
นิดาแยกไปโทรศัพท์ โจ้มองดูเอกภพที่เอาแต่เครียด
“เอาน่าเดี๋ยวฉันช่วยตามหา”
โจ้เข้าไปตบบ่าให้กำลังใจเอกภพ

เอกภพนั่งเครียดอยู่หลังร้าน โจ้กับนิดายืนมองดูจากในร้าน ครู่หนึ่งกันตามาถึง
“คุณภพล่ะ”
“นั่งเครียดอยู่นั่นไง ดูท่าทางเหมือนเด็กมีปัญหาไม่มีผิด” โจ้บอก
กันตาหันไปมอง
“ขอตัวเดี๋ยวนะ”
“เชิญเลย ตามสบายปลอบๆมันด้วยแล้วกัน”
กันตาเดินเข้าไปหาเอกภพที่นั่งเศร้าอยู่
“มานั่งหลบมุมอยู่นี่เอง”
“คุณกันตา”
กันตาเดินมานั่งด้วย
“โจ้โทรไปหาฉัน แต่ฉันไม่ทราบหรอกนะคะว่าคุณเนตรอยู่ที่ไหนน่ะ ที่ฉันมาที่นี่เพราะเป็นห่วงคุณ”
“ขอบคุณครับ”
“โจ้เล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว แต่ฉันไม่อยากจะเชื่อว่ามะเฟืองจะท้อง”
เอกภพแปลกใจ
“ทำไมคุณคิดแบบนั้นล่ะครับ เพราะผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ผมมั่นใจว่าไม่มีทางที่มะเฟืองจะท้อง คุณเข้าใจที่ผมพูดใช่ไหม”
“ผู้หญิงที่ต้องการจะจับผู้ชายสักคนให้อยู่หมัด ร้อยทั้งร้อยก็จะเอาเรื่องลูกในท้องมาอ้างทั้งนั้นแหละค่ะ ฉันคิดว่ามะเฟืองก็คงทำแบบเดียวกัน”
“แต่หมอยืนยันจากผลการตรวจมาว่ามะเฟืองท้องจริงๆ ทุกคนเลยไม่เชื่อไม่ได้ ผมงงมากว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง”

กันตาอึ้งไปไม่อยากเชื่อว่าเรื่องจริง เอกภพเครียด

มาวินมองดูงามเนตรที่นั่งซึมอยู่ที่โต๊ะ
 

“ป่านนี้คุณภพคงตามหาตัวคุณวุ่นไปหมดแล้ว”
“คงไม่หรอกค่ะ ฉันคิดว่าเขาเข้าใจสิ่งที่ฉันทำนะคะ”
“บางครั้งผู้ชายก็ไม่เข้าใจความเงียบของผู้หญิงหรอกนะครับ การพูดคุยกันเคลียร์กันให้เข้าใจมันไม่ดีกว่าเหรอครับ ผมอยากให้คุณคิดดีๆ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินแก้อย่างที่คุณบอก”
“ฉันตัดสินใจแล้วค่ะ ฉันจะเลิกกับคุณภพ มันเป็นทางเดียวที่ฉันต้องทำ”
มาวินมองงามเนตรอย่างแปลกใจ
“ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณต้องเลือก สิ่งที่คุณต้องเจ็บปวดด้วย ทำไมไม่เลือกให้ตัวเองสมหวังมีความสุขคุณมีสิทธิ์เลือกนะเนตร”
งามเนตรมองมาวินเศร้าๆ
“ฉันเลือกไม่ทำร้ายใครดีกว่า เพราะทั้งสองคนเป็นคนที่ฉันรัก ฉันทำร้ายเขาไม่ได้ค่ะ”
มาวินถอนใจพอจะเข้าใจสิ่งที่เธอทำ
“ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจยังไง ผมจะอยู่ข้างคุณเสมอนะเนตร”
งามเนตรมองมาวินอย่างขอบคุณในความหวังดี

ฉลามเดินเข้ามาหน้าห้องลับที่มีลูกน้องเสี่ยยืนรออยู่
“เฮ้ยเสี่ยจัดของไว้ให้อั๊วหรือเปล่าวะ”
“เสี่ยไม่ได้สั่งไว้”
“เฮ้ย... ได้ไงวะข้าอุตส่าห์มาแล้วนะอย่าให้เสียเที่ยวสิ” ฉลามไม่พอใจ
“งั้นก็รอก่อนเสี่ยกำลังมา”
ลูกน้องสี่ยเดินไปสั่งงานอื่น ฉลามนั่งรออยู่แถวนั้น ลูกน้องเสี่ยอีกกลุ่มช่วยกันขนลังที่บรรจุมัดยาบ้าเข้าไปเก็บในห้องไม่ไกลจากฉลามนัก ฉลามแอบเข้าไปยังห้องด้วยความสงสัย เขาเข้าไปที่ลังที่ลูกน้องเพิ่งเอามาวาง มองซ้ายขวาก่อนที่จะแอบเปิดลังไม้ออกดูปรากฏว่าเห็นเป็นมัดยาบ้าเป็นก้อนๆบรรจุอยู่เต็มหีบ
“โห...นี่มันขุมทองชัดๆเลยนี่หว่า”
ฉลามมองซ้ายขวาไม่มีใคร
“ขอแบ่งไปบ้างแล้วกันนะเสี่ย”
บัวเดินผ่านมา เห็นฉลามที่กำลังแอบเอายาบ้ายัดใส่เสื้อแจ๊คเก๊ตอยู่ด้วยความตกใจ
“ไอ้ฉลาม...”
บัวไปโดนประตู ทำให้เกิดเสียงดัง ฉลามหันมา
“อีบัว”
บัวตกใจรีบถอยหนี ฉลามยั๊วะที่บัวมาแอบดู รีบวิ่งตามออกไปทันที

บัววิ่งหนีฉลามมาถึงทางตันหลังคลับ ฉลามไล่ต้อนบัวมาจนทัน
“อย่าเข้ามานะ”
ฉลามไม่ฟังเข้ามาถึงตัวบัวเอามือขย้ำที่คอบัวติดกำแพง บัวพยายามดิ้น ฉลามขู่
“แส่นักนะมึง”
“ปล่อยฉัน...ปล่อย...”
“ปล่อยให้มึงคาบข่าวไปบอกเสี่ยนะเหรอ ไม่มีทาง”
ฉลามดึงมีดออกมาจะจัดการ บัวกลัวถีบฉลามจนเซไปมีดหลุดมือออกไป ระหว่างที่ฉลามเสียหลักบัวหยิบไม้ที่อยู่แถวนั้นฟาดไปที่ฉลามจนฟุบลงไป
บัวมองสะใจที่เห็นฉลามร่วงกองอยู่กับพื้น บัวเข้ามาใกล้ๆเอาเท้าเขี่ยที่ขาฉลามดูเห็นนิ่งไป บัวโล่งใจ
“ไอ้ชั่ว...เพราะพวกแกทำให้ชีวิตฉันต้องเป็นแบบนี้ ฉันจะทำลายชีวิตพวกแกงบ้าง...ฉันจะบอกเสี่ยจัดการพวกแกให้หมดทุกคนเลย”
บัวทิ้งไม้ลงด้วยความโมโห หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทรหาเสี่ย ระหว่างนั้นฉลามค่อยลุกขึ้นมามองบัวด้วยความแค้น ฉลามคว้าโทรศัพท์จากมือ บัวหันมาตกใจหน้าซีด
“แก...”
ฉลามขว้างโทรศัพท์บัวทิ้งไป จิกหัวบัวแล้วขู่หน้าเหี้ยม
“ชอบให้กูลงมือใช่ไหม ได้กูจะจัดให้”
ฉลามตบหน้าบัว แล้วต่อยเข้าที่ท้องบัวจนฟุบไป ฉลามอุ้มบัวไปที่ห้องเก็บของในคลับ

ฉลามโยนบัวลงที่โซฟาเก่าๆ บัวพยายามจะลุกหนีแต่จุกเกินกว่าจะก้าวออกไปได้ ฉลามเข้ามาคร่อมตบหน้า
“ช่วยด้วย...ช่วยด้วย”
ฉลามชกเข้าที่ท้องน้อยจนบัวจุกไป ฉลามหันเห็นเชือกหยิบมามัดมือบัวติดกับโซฟา บัวพยายามขัดขืนแต่ไม่สำเร็จ
“เรียกให้ตายไอ้เสี่ยหน้าโง่นั่นก็ไม่ได้ยินหรอก...เดี๋ยวผัวคนนี้จะช่วยสงเคราะห์ให้เองนะ”
ฉลามมัดเสร็จหน้าหื่นเข้าหา บัวกลัวสุดชีวิต
“อย่า...อย่านะ...”
ฉลามกระชากเสื้อบัวออกแล้วเหวี่ยงไป แล้วโถมตัวทับลงที่บัวอย่างหื่นจัด

เอกภพนั่งมองดูรูปแต่งงานด้วยความเศร้า มะเฟืองขนกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองเข้ามาในห้องก็มองอย่างหมั่นไส้
“เอาเก็บลงกล่องเลยไหมคะ เดี๋ยวมะเฟืองจัดการให้”
เอกภพชะงักหันมามอง เห็นว่ามะเฟืองหอบกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามาในห้องไม่พอใจ
“คุณเข้ามาทำไม”
มะเฟืองยิ้มๆเดินเข้ามาหา
“ก็มะเฟืองเป็นเมียคุณ ก็ต้องเข้ามาอยู่ที่ห้องนี้กับคุณสิคะ ขืนอยู่คนล่ะห้อง คนอื่นจะว่าคุณได้นะคะว่าไม่ให้เกียรติเมียตัวเอง”
เอกภพโกรธ ตอบด้วยสีหน้านิ่ง
“เอาของของคุณออกไปซะ ห้องนี้เป็นห้องของเนตร คุณไม่มีสิทธิ์”
“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ในเมื่อมะเฟืองก็เป็นเมียของคุณเหมือนกัน ที่ไหนๆในบ้านหลังนี้มะเฟืองก็ต้องมีสิทธิ์เหมือนที่พี่เนตรมี”
มะเฟืองเดินเอาเสื้อผ้ามาแขวนในตู้เสื้อผ้าไม่สนใจ เอกภพไม่พอใจ เดินเข้าไปดึงเสื้อผ้าทั้งหมดมาใส่กระเป๋าแล้วยกออกไปวางที่หน้าห้อง มะเฟืองอ้าปากค้างดูเอกภพทำด้วยความโกรธ
“ห้องนี้เป็นห้องของผมกับเนตรเท่านั้น เชิญ”
มะเฟืองเจ็บใจที่เอกภพขับไล่ตัวเอง แกล้งบีบน้ำตา
“มะเฟืองคิดอยู่แล้วว่าคุณต้องทำกับมะเฟืองแบบนี้ คุณจะทำดีกับมะเฟืองบ้างไม่ได้เลยหรือไงคะ ทุกที่ในบ้านนี้เป็นของพี่เนตรทั้งหมดแล้วฉันกับลูกล่ะ ถ้าคุณไม่เห็นแก่ฉันก็เห็นแก่ลูกที่กำลังจะเกิดมาบ้างสิคะ”
มะเฟืองบีบน้ำตาขอร้องเอกภพ เอกภพหันหน้าไปทางอื่นแล้วบอกกับมะเฟืองด้วยน้ำเสียงที่นิ่งๆไม่สนใจใดๆ
“คุณจะอยู่ที่ไหนๆในบ้านนี้ก็ได้เชิญตามสบาย แต่ยกเว้นห้องนี้ ที่นี่เป็นของเนตรไม่ใช่ของคุณ”
เอกภพหันหลังเดินไปอีกมุมไม่สนใจมะเฟืองที่กำลังยืนบีบน้ำตา มะเฟืองเจ็บใจ

มะเฟืองอารมณ์เสียเข้าห้องมาปิดประตูปัง ขนเสื้อผ้ากลับมาโยนโครมที่กลางห้อง
“โธ่เว้ยยย”
วิภาจออกมาจากห้องน้ำ เห็นเสื้อผ้ามะเฟืองกระจายกลางห้อง
“เอ้าอะไรกันนังมะเฟือง ไหนว่าจะย้ายไปอยู่ห้องผัว แล้วทำไมเอาข้าวของมาโยนทิ้งแบบนี้วะ มันเกิดอะไรขึ้นวะ”
“จะอะไรล่ะแม่ ก็โดนไล่แห่ออกมานี่ไง”
“เฮ้ย...นี่ถึงขนาดไล่กันแบบนี้เลยเหรอวะ แบบนี้มันจะเกินไปหน่อยมั๊ง เดี๋ยวฉันจะไปคุยกับผัวแกเอง”
วิภาจะเดินออก มะเฟืองดึงไว้
“ไม่ต้องเลยแม่”
“ทำไมวะ”
“ขนาดฉันเอาเรื่องลูกมาอ้างเค้ายังไล่ฉันออกมาแบบนี้เลย ถ้าแม่ไปพูดกับเขามีหวังคงได้โดนเฉดหัวออกจากบ้านทั้งฉันทั้งแม่เนี่ยแหละ ฉันทั้งตีหน้าเศร้าก็แล้ว บีบน้ำตาก็แล้ว คุณภพเขาก็ไม่ยอมให้ฉันเข้าไปอยู่ในห้องกับเขา เขาบอกฉันว่าอะไรรู้ไหมแม่...”
มะเฟืองแค้น วิภามองหน้าอยากรู้
“มันว่าไงล่ะ”
“เขาบอกฉันว่าห้องนั้นมันเป็นที่ของอีนังเนตรฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปเหยียบ ขนาดตัวมันไม่ได้อยู่ที่นี่คุณภพก็ยังเก็บที่นั่นไว้ให้มันอีก แล้วฉันล่ะแม่ เขาไม่เคยคิดถึงฉันเลย”
“ฉันว่าแกควรต้องรีบจัดการบางอย่างแล้วล่ะ”
“จัดการอะไรล่ะแม่”
“ตราบใดที่อีนังเนตรมันยังนอนกกนอนกอดทะเบียนสมรสอยู่ แบบนี้แกก็จะไม่มีสิทธิ์ใดๆในบ้านหลังนี้เลย แกควรจะรีบทำให้มันยอมเซ็นใบหย่าเร็วๆเพื่อที่จะได้ครอบครองทุกอย่างที่เคยเป็นของมัน”
มะเฟืองยิ้มร้ายกับความคิดของวิภา

บัวพยุงร่างที่สะบักสะบอมเดินมาที่หน้าคลับแล้วฟุบลงไป เสี่ยที่เพิ่งมาถึงเดินเข้ามาเห็นบัวตกใจรีบเข้ามาดู
“บัวว่าเกิดอะไรขึ้น...บอกเสี่ยสิใครทำร้ายเธอ”
“ฉันไปเห็นไอ้ฉลามมันขโมยของเสี่ย มันเห็นฉัน มันเลยข่มขืนและจะฆ่าฉัน”
บัวสลบไปในอ้อมกอดเสี่ย
“ไอ้ฉลามมึงหยามกูใช่ไหม”
เสี่ยโกรธที่ฉลามหักหน้า หันไปบอกลูกน้อง
“ส่งคนออกจัดการไอ้ฉลาม เอาของคืนมาแล้วฆ่ามันทิ้งซะ”
เสี่ยเสี่ยหันมองดูบัวอย่างสงสาร

ภัสสรนั่งอยู่ที่ห้องรับแขก เอกภพเดินเข้ามาหา
“คุณแม่ครับ”
“ว่าไงลูก”
“ผมจะย้ายมะเฟืองกับน้าวิภา ออกไปอยู่บ้านริมน้ำของคุณแม่นะครับ”
ภัสสรแปลกใจ
“ทำไมล่ะลูก”
“ผมรักบ้านหลังนี้เพราะบ้านหลังนี้มีคนที่ผมรัก 2 คน คือ คุณแม่ และก็เนตร คือบ้านของเนตร...ผมไม่อยากทำให้คุณแม่ต้องเสียใจ กับเนตรไว้มาก มากจนผมรู้สึกว่า ผมไม่ควรอยู่ในที่นี่”
“ถ้าลูกจะรับผิดชอบสิ่งที่ลูกทำพลาดไปด้วยวิธีนี้ แม่ก็ยอม ถึงแม่จะไม่ชอบมะเฟืองแต่แม่ก็คิดว่าลูกได้รับผิดชอบสิ่งที่ลูกทำดีแล้ว”
มะเฟืองเดินผ่านมาเห็นแม่ลูกคุยกัน เลยรีบเข้าไปเพื่อแอบฟัง เอกภพเข้ามากราบภัสสรที่ตัก
“แม่ครับผมขอโทษนะครับที่ทำให้แม่ไม่สบายใจ ผมจะพามะเฟืองกับแม่เขาย้ายไปอยู่บ้านริมน้ำให้เร็วที่สุด ผมจะพยายามยอมรับความจริงให้ได้ครับแม่”
มะเฟืองได้ยินเจ็บใจ เอกภพนั่งเศร้า ภัสสรสงสารลูก
“ดีแล้วล่ะลูก เมื่อมีโอกาสเป็นพ่อคนก็ควรทำหน้าที่ให้ดีที่สุด นะลูกนะเรื่องย้ายไปอยู่ที่บ้านริมน้ำนั่นถ้าเป็นความต้องการของลูกแม่ก็คงไม่ขัดอะไร”
เอกภพน้ำตาไหล
“ขอบคุณครับแม่”
มะเฟืองแอบฟังโกรธจัด เธอเดินออกมาด้วยความหงุดหงิด
“เรื่องอะไรฉันจะต้องไปจากบ้านนี้ด้วย บ้านนี้มันต้องเป็นของฉันสิ”
มะเฟืองหยิบมือถือขึ้นมากดแมสเสจพิมพ์ข้อความ ลงไป
‘คุณภพขอให้ช่วยจัดการเรื่องหย่าให้เร็วที่สุด นึกว่าเห็นแก่หลานที่กำลังจะเกิดด้วย’
มะเฟืองกดส่งข้อความออกไป

งามเนตรเช็ดทำความสะอาดอยู่ที่ห้องรับแขก มาวินที่ซื้อของมาให้ทักทาย
“ไงครับนอนหลับสบายไหม”
“แปลกที่น่ะค่ะก็เลยไม่ค่อยหลับสักเท่าไหร่”
“ผมซื้ออาหารมาให้ ไม่รู้ว่าคุณชอบอะไร โทรเข้ามือถือคุณก็ไม่ได้เปิด ก็เลยซื้อมันทุกอย่างเลย มันต้องมีสักอย่างที่คุณชอบบ้างแหละ”
“ขอบคุณค่ะ ให้ฉันช่วยนะ”
“ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง”
มาวินหิ้วของไปที่โต๊ะอาหาร
“สงสัยต้องติดโทรศัพท์บ้านซะแล้วจะได้ถามคุณได้”
งามเนตรหันมามองกระเป๋าถือของตัวเองที่โต๊ะโซฟา เดินเข้ามาหยิบโทรศัพท์แล้วเปิดเครื่องดู
เห็นมีข้อความสายเข้าจากเอกภพ นิดา โจ้ หลายสาย แล้วก็มีภาพแมสเสจเข้ามา งามเนตรมองดูแล้วกดเปิดอ่านข้อความ
‘คุณภพขอให้ช่วยจัดการเรื่องหย่าให้เร็วที่สุด นึกว่าเห็นแก่หลานที่กำลังจะเกิดด้วย’
งามเนตรอ่านข้อความน้ำตาไหลพราก เป็นลมฟุบไป มาวินตกใจรีบเข้าไปดู

งามเนตรนอนให้มอตรวจอยู่ที่เตียงในคลินิก ครู่หนึ่งหมอออกมาหามาวินที่นั่งรออยู่
“หมอครับ เนตรเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
“มันอาการปกติของคนที่ตั้งครรภ์น่ะครับ”
“ตั้งครรภ์เหรอครับ”
“ช่วงนี้ต้องให้คุณแม่ระมัดระวังนิดนะครับ จะเดินทางไปไหนมาไหนระวังอย่าให้สมบุกสมบันมากนัก”
มาวินนิ่งอึ้งไป เพราะคิดไม่ถึงว่างามเนตรกำลังท้อง
“เดี๋ยวหมอจะจัดยาบำรุงให้นะครับ หมอหยิบใบสั่งยาเดินออกไปนอกห้อง”
มาวินเดินไปที่ม่านเปิดม่านออก เห็นงามเนตรนั่งนิ่งอยู่ที่เตียง
“เนตร... คุณรู้ใช่มั๊ยว่าตัวเองกำลังท้อง”
“ค่ะ”
มาวินยิ่งอึ้งหนักไปอีก ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงออกมาจากบ้าน
“ทำไมคุณถึงไม่บอกคุณภพไปว่าคุณก็ท้องเหมือนกัน”
“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ”
“ไม่จำเป็นเหรอเนตร ลูกต้องมีพ่อนะเนตร แล้วใครจะดูแลคุณกับลูก”

“เนตรจัดการชีวิตของตัวเองได้ค่ะ แต่มะเฟืองต้องมีคนคอยดูแล”

น้องเมีย ตอนที่ 23 (ต่อ)
 

“คุณทำแบบนี้ไม่ถูกนะครับ คุณภพเขาควรจะต้องรับผิดชอบ”

มาวินหยิบมือถือขึ้นมาจะโทรหาเอกภพ งามเนตรเห็นรีบจับมือเขาห้ามไว้
“อย่านะคะเนตรขอร้อง คุณภพควรจะรับผิดชอบมะเฟืองมากกว่า แล้วอีกอย่างเนตรก็ตัดสินใจแล้วด้วยค่ะ”
มาวินพูดไม่ออก ได้แต่มองอย่างสงสาร

มาวินกดโทรศัพท์ มือถือกันตาดัง ครู่หนึ่งเธอรับสาย
“สวัสดีค่ะ”
“คุณกันตา ผมมาวินนะครับ”
กันตาแปลกใจ
“อ๋อค่ะ...มีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ”
“ผมมีเรื่องสำคัญอยากคุยกับคุณ”
กันตางง

กันตานั่งรออยู่ที่ร้านกาแฟ มาวินเดินเข้ามาหา
“สวัดดีครับ”
“สวัดดีค่ะ เชิญนั่งค่ะ”
มาวินนั่งลง
“คุณคงแปลกใจสินะครับ ที่อยู่ๆผมก็โทรหาคุณ”
“ตกใจมากกว่าค่ะ เรื่องสำคัญของคุณมันเป็นเรื่องสำคัญของฉันด้วยหรือเปล่าล่ะคะ”
“ถ้าคุณสนิทกับคุณภพผมว่า มันน่าจะสำคัญกับคุณนะ”
กันตาอยากรู้เรื่อง
“คุณคงทราบเรื่องที่คุณภพกับเนตร ทะเลาะกันแล้วนะครับ”
“ฉันทราบค่ะ”
“แล้วตอนนี้คุณภพกับมะเฟืองเป็นไงบ้างครับ”
“ฉันรู้แต่เรื่องของคุณภพที่โดนคุณเนตรทิ้งไป เขาน่าสงสารมากนะคะ ส่วนมะเฟืองฉันไม่อยากรับรู้หรอกค่ะ เด็กใจแตกแบบนั้นทำได้ทุกอย่างแหละค่ะแม้กระทั่งเรื่องท้อง”
มาวินคิดตามที่กันตาพูด
“ดูคุณไม่เชื่อว่ามะเฟืองท้องใช่ไหมครับ”
“ฉันก็แค่สงสัยตามสัญชาตญาณน่ะค่ะ”
“แล้วถ้าผมจะบอกคุณว่า คุณเนตรท้อง คุณจะเชื่อผมไหม”
กันตาตกใจ
“นี่คุณไม่ได้ล้อฉันเล่นใช่ไหมคะ”
“เนตรท้องจริงๆครับ ผมเพิ่งทราบเมื่อคืนหลังจากที่เนตรตัดสินใจออกจากบ้านคุณภพมา”
“แล้วทำไมคุณถึงมาบอกฉันคะ”
“เพราะผมอยากคุยกับคนที่มีความรู้สึกเดียวกันกับผม”
กันตางง
“คุณทำให้ฉันงงนะคะเนี่ย”
“ผมรู้ว่าคุณชอบคุณภพ ผมเองก็ชอบเนตร แบบนี้ผมคงพูดได้ใช่ไหมครับว่า คุณกับผมเหมือนกัน ผมคิดว่าคุณภพคงไม่ทราบว่าเนตรท้อง ส่วนเนตรเองก็ไม่ต้องการให้คุณภพรู้ว่าตัวเองท้อง ผมเข้าใจว่าเนตรเสียสละเพื่อน้อง แต่ผมก็อดรู้สึกไม่ได้ว่ามันไม่ถูกต้อง”
“คุณต้องการให้ฉันทำอะไร”
“คุณภพเชื่อว่ามะเฟืองท้องเลยต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าเขารู้ว่าเนตรก็ท้องเขาจะทำยังไง”
“โอเค ฉันจะไปหาคำตอบมาให้แล้วกันนะคะ ฉันเองยังไม่อยากจะเชื่อที่มะเฟืองท้องเลย”
มาวินยิ้มออกเมื่อกันตาบอกอย่างนั้น

ฉลามนั่งมองห่อยาบ้า คิดหาทางปล่อยของ ลูกน้องฉลามที่ไปสอดแนมข้างนอกมา กลับเข้ามารายงาน
“พี่หลาม ถ้าพวกเราปล่อยของเองฉันว่าถ้าจะยากว่ะพี่”
“ทำไมวะ”
“ทั้งตำรวจ ทั้งลูกน้องเสี่ยมันตามหาตัวพี่ให้ควั่กเลย”
ฉลามเจ็บใจ
“...แม่งเอ๊ย...ทำไงดีวะ”
ลูกน้องอีกคนคิดได้
“พวกเราทำไม่ได้ เราก็ต้องใช้คนอื่นทำแล้วมั๊งพี่”
“ใครวะ”
“ใครที่พี่ข่มมันได้บ้างล่ะ”
ฉลามคิดถึงมะเฟืองขึ้นมายิ้มๆมีแผน

หน้าบ้านมีคนขับมอไซด์มาด้อมๆมองๆ ชมกวาดสนามหญ้าอยู่มองเห็นก็เดินเข้าไปถาม
“มาหาใคร”
“คนชื่อวิภาอยู่ที่นี่ไหม”
ชมพยักหน้า
“อยู่...มีอะไรเหรอ”
คนขับส่งจดหมายให้
“ฝากให้วิภาด้วย”
ชมรับมาถือไว้

ชมเดินมายื่นจดหมายให้วิภา ที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่
“มีคนฝากมาให้”
“ใคร”
“ไม่รู้ ไม่ได้ถาม”
“ปากก็มี คราวหน้าคราวหลังก็หัดถามไว้สิยะ หัดพูดเยอะๆจะได้พูดชัดๆ อย่ามัวแต่เห่าแต่หอนเข้าใจไหม”
วิภาดึงกระดาษจดหมายมา ชมทำเสียงทำหน้าขู่เหมือนหมาบ้า
“โฮ่งๆๆๆ”
วิภาตกใจ
“อีบ้า...จะไปไหนก็ไปเลยนะ...”
ชมเดินสะบัดออกเพราะหมั่นไส้ วิภาแกะจดหมายออกอ่านพอเห็นข้อความถึงกับช็อค
‘ถ้าพรุ่งนี้ไม่เอาเงินมาใช้หนี้ มึงเตรียมตัวตายได้เลย’
วิภาหน้าซีดกลัว มะเฟืองเดินมาหา
“แม่...”
วิภาสะดุ้งเฮือก
“ตกใจหมด”
“ทำไมต้องตกใจหน้าซีดแบบนี้ด้วย เป็นอะไรแม่”
มะเฟืองเหลือบเห็นจดหมายในมือแม่ คว้ามาดูวิภาจะดึงกลับแต่ไม่ทัน
“นี่มันอะไรกันแม่ หนี้อะไรที่ไหนอีก”
วิภาหน้าเจื่อนๆ
“ก็ หนี้เก่านั่นแหละ”
“หมายความว่าไงแม่ ฉันเคยให้เงินแม่ไปหลายครั้งแล้วทำไมหนี้มันไม่หมดสักทีล่ะ”
“คือ...แม่เอาเงินไปต่อทุนหมดน่ะ กะว่าได้คืนมาจะเอาไปใช้...แต่...มันหมดตูดซะก่อน”
มะเฟืองส่งจดหมายคืน
“งั้นก็เรื่องของแม่แล้วกัน ฉันช่วยแม่แล้วนี่”
“เฮ้ย..มะเฟืองแกจะทิ้งฉันไม่ได้นะ แกไม่เห็นเหรอว่ามันขู่จะฆ่าแม่น่ะ”
“แม่จะให้ฉันช่วยยังไงล่ะ ตังค์ก็ไม่มีสักบาท ฉันไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหนให้แม่หรอกนะ”
มะเฟืองกลุ้มใจ วิภาพยายามหาทางออก
“แกก็ไปขอคุณภพสิ...ขอเป็นค่าเลี้ยงดูไง”
มะเฟืองยังไม่ทันได้ตอบอะไร เสียงมือถือดังขึ้นมะเฟืองกดรับ
“ออกมาหาฉันหน่อย” ฉลามพูดทันที
มะเฟืองตกใจที่เป็นฉลาม
“...ไม่ไป”
ฉลามขู่
“ถ้ามึงไม่ออกมาหากู กูจะตามรังควานจนมึงอยู่ไม่เป็นสุขเลย อยากลองของก็เอาซิ”
มะเฟืองเครียดทันที

วันรุ่งขึ้น...มะเฟืองมาหาฉลามที่ห้อง
“มีธุระอะไรว่ามา ฉันไม่มีเวลาว่างมากนักหรอกนะ”
ฉลามจับคางมะเฟืองแหย่ๆ
“เดี๋ยวนี้ทำไมชอบทำตัวห่างเหินกับพี่หลามนักล่ะจ๊ะ”
มะเฟืองปัดมือฉลามออก
“พูดธุระมาดีกว่า”
ฉลามมองมะเฟืองกวนๆ
“ก็ได้ๆ คืองี้ ฉันจะไปอยู่ที่อื่นสักพัก คงอีกนานกว่าจะกลับมา”
“ก็ดีแล้ว”
“แต่ฉันมีเรื่องอยากให้เธอช่วย เอาของไปให้คนรู้จักของฉันให้หน่อย”
มะเฟืองแปลกใจ
“เอ้า...ก็ใช้ไอ้พวกลูกน้องแกสิ มาใช้ฉันทำไมล่ะ”
“คือพวกฉันกับพวกมันไม่ถูกกัน แต่ฉันไม่อยากมีเรื่องกับพวกมันอีก ไหนๆก็จะไปจากที่นี่แล้วเลยไม่อยากสร้างศัตรู”
“เออ..ก็คิดได้นี่”
ฉลามยื่นกระเป๋าส่งให้
“ส่งให้ถึงมือคนรับนะเพราะมันสำคัญกับกูมาก ถ้าแค่นี้มึงทำให้กูไม่ได้กูจะตามคิดบัญชีมึงทบต้นทบดอกแน่ อีมะเฟือง”
“เออ...ๆ” มะเฟืองไม่พอใจ

กันตานั่งคุยกับเอกภพอยู่ที่สระน้ำในบ้าน...
“คุณเนตรติดต่อมาบ้างไหมคะ”
“ไม่เลยครับ”
“คุณเนตรเธอใจแข็งมากนะคะ ที่ตัดใจไม่ติดต่อกับคุณได้”
“เนตรคงโกรธผมมาก มากจนไม่ให้อภัยผมแล้ว”
เอกภพเศร้าใจ กันตามองแล้วพูดความในใจของตัวเอง
“ฉันเคยแอบอิจฉาคุณเนตรที่มีสามีที่น่ารักแบบคุณ จนบางครั้งยังเคยคิดว่าถ้าคุณสองคนเลิกกันก็คงดีฉันจะได้มีโอกาสใกล้ชิดคุณมากขึ้นกว่าเดิม จนวันนี้ฉันตั้งใจมาที่บ้านคุณโดยไม่ลังเล เพราะอะไรรู้ไหมคะ”
“อะไรเหรอครับ”
“เพราะฉันไม่ต้องลำบากใจที่ต้องทำร้ายคนดีๆอย่างคุณเนตรน่ะสิคะ คุณจะไม่ลองเปิดใจเผื่อฉันบ้างเหรอคะ”
“อย่าเสียเวลากับคนอย่างผมเลยครับ อย่างที่ผมเล่าให้คุณฟังเมื่อวันก่อนภาระหนักของผมคือ ผมต้องดูแลมะเฟืองกับลูก”
“ทั้งๆที่คุณไม่ได้รักเขางั้นเหรอคะ”
“แต่ผมทำให้มะเฟืองต้องท้องผมต้องรับผิดชอบ”
“แบบนี้คุณก็ต้องรับผิดชอบคุณ...เนตร...ด้วยไหม”
เอกภพงงกับคำพูดกันตา
“คุณหมายถึงอะไรเหรอครับ”
กันตาเปลี่ยนเรื่อง
“เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ ฉันก็พูดไปงั้นๆเอง”
กันตาแก้เก้อทำมองหามะเฟือง
“ฉันมาตั้งนานแล้วยังไม่เห็นมะเฟืองเลย”
เอกภพไม่อยากพูดถึง
“คงไปข้างนอกมั๊งครับ”
เอกภพดูนิ่งๆไป กันตาขยับเข้าไปใกล้จับมือเอกภพ
“ฉันเป็นห่วงคุณนะคะ ไม่อยากเห็นคุณเครียดแบบนี้เลย ถ้ามีอะไรที่ฉันพอจะช่วยคุณได้บ้างบอกนะคะ ฉันยินดีช่วยคุณค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
กันตายิ้มให้เอกภพ

มะเฟืองเดินออกมาจากห้องฉลามพร้อมกระเป๋า พลางบ่นอย่างอารมณ์เสีย
“เมื่อไหร่จะไปพ้นๆไอ้พวกนี้สักทีนะ สาธุขอให้มันไปแล้วไปลับ ไม่ต้องกลับมาเจอะมาเจอกันอีกเลย”
เสียงมือถือดังขึ้น มะเฟืองรับ
“ฮัลโหล”
“แกอยู่ไหนนังมะเฟือง รีบกลับมาบ้านเลยนะตอนนี้มีอีนังชะนีหน้าขาวที่ไหนก็ไม่รู้มาหาคุณภพ ดูสนิทสนมกลมเกลียวแทบจะนอนคุยกันอยู่แล้ว แกรีบมาแล้วกัน”
มะเฟืองโมโหขึ้นมาทันที

งามเนตรนั่งอยู่ที่โต๊ะ อาหารซึมๆ มาวินจัดแจงอาหารเสร็จยกมาวางที่โต๊ะ
“ทานอาหารกันดีกว่านะ จะได้ทานยาบำรุงตามที่หมอสั่ง”
งามเนตรยิ้มนิดๆ แต่สีหน้ายังดูไม่ค่อยดีเหมือนๆเวียนๆหัว
“ยังเวียนหัวอยู่เหรอครับ”
“ยังเวียนนิดหน่อยค่ะ”
“แข็งใจนิดนะครับ จะได้มีอะไรรองท้องก่อนทานยา”
มาวินตักอาหารใส่จานให้ งามเนตรกำลังจะตัดอาหารทาน แต่มีอาการพะอืดพะอมเพราะได้กลิ่นอาหารประกอบกับเวียนหัว เธอรีบลุกพรวดไปอ้วกที่ห้องน้ำทันที มาวินลุกตามไป
“เนตร...ไหวไหมครับ”
งามเนตรอ้วกแล้วดีขึ้นเดินกลับมา มาวินประคองมานั่งที่โซฟาใกล้ๆก่อน
“นั่งพักก่อนดีกว่านะครับ ท่าทางคุณจะแพ้มากนะครับ”
“คงเป็นเพราะฉันนั่งรถกลับมาจากโรงพยาบาล เลยยังเวียนหัวอยู่มั๊งคะ อีกสักพักก็คงดีขึ้น”
มาวินมองงามเนตรอย่างเป็นห่วง
“จนขนาดนี้แล้ว คุณยังคิดจะไปหย่าอยู่อีกเหรอเนตร”
“มันคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว สำหรับทุกคนที่ฉันพอจะทำได้”
“เพื่ออะไรครับ ทั้งๆที่คุณก็ท้องเหมือนกันนะ”
“เพื่อมะเฟืองจะได้มีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม”
“แล้วตัวคุณล่ะเนตร”
“ส่วนฉัน” งามเนตรเอามือลูบที่ท้องเบาๆ อย่างปลอบใจตัวเอง “ก็จะอยู่กับลูกที่เป็นเหมือนตัวแทนของคุณภพ”
มาวินมองเนตรอย่างสงสาร ที่ต้องเป็นฝ่ายยอมเจ็บแบบนี้ มาวินจับมืองามเนตรบอกสิ่งที่คิดอยู่ในใจ
“ผมจะดูแลคุณกับลูกเอง ให้โอกาสผมได้ไหมเนตร ผมรักคุณนะเนตร”
“ฉันรักคุณภพมากเกินกว่าที่จะรักใครได้อีกแล้วล่ะค่ะ อย่าเสียเวลากับฉันเลยค่ะ”
“ผมยอมเสียเวลาสำหรับคุณนะเนตร ถ้าคุณอยากจะช่วยน้องสาวของคุณให้สมหวัง คุณคงต้องทำให้คุณภพหมดหวังในตัวคุณก่อน เขาถึงจะยอมไปจากคุณ”
งามเนตรอึ้งๆ เพราะถึงทางแยกที่ต้องตัดสินใจแล้ว

มะเฟืองกลับมาเจอกันตาที่กำลังคุยกับเอกภพ
“คุณภพคะ มะเฟืองกลับมาแล้วค่ะ”
มะเฟืองรีบเข้ามานั่งข้างเอกภพ แล้วคล้องแขนเอกภพไว้แสดงความเป็นเจ้าของแขวะกันตา
“คุณนี่แปลกจังเลยนะคะ ชอบแอบมาหาผัวคนอื่นตอนที่เมียไม่อยู่บ้าน”
กันตายิ้มยั่วๆ
“ไม่แปลกหรอกค่ะ คุณเองก็ชอบทำอยู่บ่อยๆไม่ใช่เหรอคะ”
มะเฟืองปรี๊ดลุกขึ้นไม่พอใจ
“นี่แกด่าฉันเหรอ”
กันตายิ้มขำๆ

“ฉันไม่ได้พูดอะไรที่มันหยาบคายเลยนะคะ คุณภพก็ได้ยิน”

“คุณภพ...ดูสิคะนังนี่...เอ่อ...เขาหาเรื่องมะเฟืองก่อน มะเฟืองไม่ยอมนะคะ”

มะเฟืองยืนเต้นเร่าๆไม่ยอมๆ เอกภพไม่อยากรับรู้ กันตายิ้มขำๆสังเกตที่ท้องมะเฟืองแล้วพูดขึ้นมา
“คุณมะเฟืองนี่แข็งแรงจังเลยนะคะ ดูไม่เหมือนคนท้องสักนิดเดียว ปกติฉันเห็นคนท้องมักจะไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง จะเวียนหัวแล้วที่สำคัญก็จะอ้วกบ่อยๆด้วย คุณมะเฟืองท้องจริงๆเหรอคะ”
มะเฟืองร้อนตัว รีบทำท่าทางอ่อนลง ทำทีว่าคลื่นไส้จะอ้วก
“เอ่อ...มะเฟืองขอไปห้องน้ำก่อนนะคะ”
มะเฟืองรีบออกไป กันตามองตามยิ้มขำๆหมั่นไส้
“ต้องขอโทษคุณภพด้วยนะคะ ที่พูดจาแรงๆกับภรรยาของคุณ”
“ภรรยาของผมคือเนตรคนเดียวเท่านั้นครับ”
“ถ้าเปลี่ยนจากมะเฟืองท้องเป็นคุณเนตรท้อง คุณภพจะดีใจไหม”
“ผมรักเนตรมาก ถ้าผมมีลูกกับคนที่ผมรักมันคงจะดีกว่านี้”
เอกภพพูดถึงงามเนตรด้วยแววตาแห่งรัก กันตารู้สึกอึ้งๆไป

วิภาเดินวนไปวนมาอยู่ในห้อง มะเฟืองถือกระเป๋าของฉลามเดนหงุดหงิดเข้ามาในห้อง วิภารีบเข้าไปหาทันที
“แกเจอนังหน้าขาวนั่นแล้วใช่ไหม”
“เจอแล้วก็ด่ากับมันมาแล้วด้วย อีนังนี่มันมาคอยจ้องจับผิดฉันหาว่าฉันดูไม่เหมือนคนท้อง คนท้องมันต้องอ้วกตลอดเวลาหรือไงแม่”
“ก็แล้วแต่บางคน แต่เอ็งก็แกล้งโอ้กอ้ากเวลามีคนอยู่ก็แล้วกัน มันจะได้ไม่มีใครสงสัย”
“โอย...น่ารำคาญที่สุดเลย เมื่อไหร่มันจะท้องๆไปสักทีนะจะได้ไม่ต้องมาแกล้งทำแบบนี้”
วิภาเดินเข้ามาใกล้มะเฟืองยิ้มๆ
“ง่ายนิดเดียว แกก็นอนกับผัวนังเนตรให้ได้สิ...นี่แกพอจะมีเงินให้ฉันหรือยัง”
“เอาอีกแร๊ะ วกกลับมาเรื่องเงินอีกแร๊ะ แม่ไม่เคยจะช่วยอะไรฉันเลยนะ ดีแต่คอยไถเงินใช้หนี้กับไปบ่อนทุกวันๆ”
วิภาอารมณ์เสีย
“อย่าด่าได้ไหม ฉันเองก็ไม่อยากทำให้แกเดือดร้อนหรอกนะ ถ้ามีที่ไปฉันจะไม่รบกวนแกเลยนังมะเฟือง”
“แม่ก็พูดแบบนี้ทุกที”
วิภาตีหน้าเศร้า
“คราวก่อนฉันยังช่วยแกเรื่องท้องเลย เสี่ยงแค่ไหนฉันก็ทำให้แกได้ แค่ขอเงินแค่นี้แกจะใจจืดใจดำไม่ช่วยฉันเลยเหรอ”
มะเฟืองมองวิภาที่ทำหน้าสลดก็ใจอ่อน
“อ่ะ...อ่ะ...ไม่ต้องตีหน้าเศร้าหรอกแม่ ช่วยก็ช่วยแต่ขอเวลาแป๊ปนะแม่ พรุ่งนี้เช้าฉันนัดนังเนตรไปเซ็นใบหย่าที่อำเภอ ถ้าผ่านพรุ่งนี้ไปได้ฉันจะหาเงินก้อนโตให้แม่ใช้หนี้ให้หมดเลย”
วิภาหันมามองมะเฟืองดีใจ
“พรุ่งนี้ก็ยังทัน...”
มะเฟืองนึกขึ้นได้
“ตายล่ะฉันลืมเลยไปว่าต้องเอาของไปให้เขาน่ะ”
“ของอะไรล่ะ ฉันเอาไปให้ก็ได้นะ ฉันจะไปหาเพื่อนด้วย ไหนล่ะ” วิภามองกระเป๋าข้างๆมะเฟือง “ของนี่เหรอ ฉันเอาไปให้เองก็ได้”
“ต้องส่งให้ถึงมือนะแม่”
“รู้น่า เอาค่ารถมาเดี๋ยวจัดการให้”
“ค่ารถนะไม่ใช่เอาไปเล่นไพ่หมดล่ะ”
วิภาคว้าเงินมะเฟืองเฟืองแล้วถือกระเป๋าเดินออกไป

เอกภพเดินมาตามทางจะเข้าห้อง มะเฟืองเข้ามาขวางไว้
“มีธุระอะไรเหรอ”
“ต้องมีธุระเท่านั้นเหรอคะ มะเฟืองถึงจะคุยกับคุณได้”
เอกภพไม่สนใจที่มะเฟืองเหน็บ
“ถ้าคุณไม่มีอะไรผมก็ขอตัวแล้วกัน”
เอกภพจะเดินไปมะเฟืองดักไว้
“เดี๋ยวสิคะ...มะเฟืองจะมาบอกคุณว่าพี่เนตรต้องการเซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ เพราะต้องการเริ่มชีวิตใหม่กับคุณมาวิน”
เอกภพไม่เชื่อ
“ไม่จริง”
มะเฟืองยื่นโทรศัพท์ให้เอกภพดูข้อความในเมสเสจ
“งั้นก็อ่านเอาเองแล้วกันนะคะว่าจริงหรือเปล่า”
เอกภพอ่านข้อความในแมสเสจ
‘เจอกันพรุ่งนี้ที่อำเภอ’
เอกภพอึ้งไป มะเฟืองสะใจ
“พี่เนตรคงอยากจบกับคุณเร็วๆ เพื่อที่จะได้ไปกับคนใหม่ได้อย่างสะดวกใจ มั๊งคะ”
เอกภพใจหายวาบไปอย่างไม่รู้ตัว

เอกภพเดินเข้ามาในห้อง มองภายในห้องอ้างว้างดูเงียบเหงา นึกถึงช่วงเวลาดีๆที่เขาเคยอยู่กับงามเนตร แล้วหันไปหยิบรูปภาพแต่งงานที่หัวเตียงขึ้นมาดู
“เราต้องจบกันจริงๆใช่ไหมเนตร...”
เอกภพกอดรูปภาพไว้แนบอก ล้มตัวลงนอนบนเตียงน้ำตาไหลเสียใจและเสียดายที่ไม่สามารถรั้งงามเนตรไว้ได้

งามเนตรนั่งมองมือถือที่ยังมีข้อความที่เพิ่งส่งไป
‘ฝากบอกคุณภพพรุ่งนี้เช้าเจอกันที่หน้าอำเภอ’
เธอน้ำตาคลอ เมื่อคิดถึงช่วงเวลาดีๆที่ได้อยู่ร่วมกันมาเช่นกัน
“ฉัน...ขอโทษ...”
งามเนตรเจ็บช้ำกับสิ่งที่ตัดสินใจลงไปเป็นอย่างมาก

ค่ำคืนนั้น...วิภานั่งรอคนที่จะมาเอากระเป๋า อยู่เพิกพักริมถนนอยู่นานมาก
“เมื่อไหร่จะมาสักทีวะ ป่านนี้ขาไพ่วายหมดแล้ว ไม่มาสักทีเดี๋ยวแม่ก็วางทิ้งซะหรอก”
วิภาบ่น มีชายฉกรรจ์เดินมามองๆ
“มองหน้าแบบนี้มาเอากระเป๋าใช่ไหม”
“...ใช่...”
“ใช่ก็ดีแล้ว เอาไปเลย กว่าจะมาได้ฉันนั่งรอจนยุงจะหามอยู่แล้ว เอ้า...เอาไป”
ทันใดนั้นตำรวจก็กรูกันเข้ามาหา
“หยุดนะนี่เจ้าหน้าตำรวจ”
ชายฉกรรจ์หันไปเห็นปล่อยมือจากกระเป๋าแล้วรีบเผ่นหนีมีตำรวจวิ่งไล่ตามไป ขณะที่วิภายืนมองงงๆด้วยความตกใจ ตำรวจอีกสองคนก็ตรงเข้ามา จับวิภาใส่กุญแจมือ
“มาจับฉันทำไมเนี่ย...ปล่อยนะ”
ตำรวจอีกคนยึดของกลางที่เป็นกระเป๋าไว้ เปิดออกดูเห็นว่าข้างในเป็นยาบ้ามัดใหญ่
“หมวดครับ...ยาบ้าอัดมาแน่นกระเป๋าเชียวครับ”
วิภาช็อคด้วยความตกใจ
“..ไม่จริง...ไม่จริ๊งงงงง”

ฉลามมารอรับเงิน ขณะที่เดินเลี้ยวผ่านมุมตึก ฉลามถูกไม้หน้าสามฟาดเข้าอย่างจังที่ด้านหลังจนเซล้มไปที่พื้น เมื่อหันมามองเห็นเป็นพวกนักเลงแกงค์ค้ายา
“เฮ้ยอะไรวะ”
นักเลงทั้งสองคนเข้ามารุมอัดฉลามจนหมอบอยู่ที่มุมตึก
“มึงกล้าหักหลังพวกกูเหรอ”
“หักหลังอะไร กูไม่รู้เรื่อง”
“มึงไม่รู้ได้ไง มึงนัดส่งยาให้กูแต่มึงเอาตำรวจมาซุ่มจับกูมันหมายความว่าไง ที่สำคัญมึงยังกล้าเอาชื่อเสี่ยมาปล่อยของทั้งที่มึงขโมยของของเสี่ยมา แบบนี้มึงมีแต่ตายกับตายเท่านั้นแหละ กูจะช่วยสงเคราะห์ให้มึงเองแล้วกัน”
นักเลงอีกคนเล็งปืนมา ฉลามพุ่งเข้าใส่หันปากกระบอกปืนไปทางนักเลงที่ยืนอยู่ เสียงปืนดังขึ้น เปรี้ยง!!!
นักเลงร่วงลงพื้น ฉลามจับมือคนที่ถือปืนไว้แล้วดึงมากระแทกกับเข้าเพื่อให้ปืนที่ถืออยู่ร่วงลงพื้น ฉลามต่อยนักเลงเซไปอาศัยความเร็วคว้าปืนที่พื้นขึ้นมาจ่อ นักเลงที่พลาดท่าอยู่ที่พื้นจะหยิบปืนอีกกระบอกข้างหลังแต่ไม่ทัน ฉลามเหนี่ยวไกยิงทันที
“มึงหักหลังเสี่ย...มึงไม่รอดแน่”
ฉลามยิงใส่อีกนัด นักเลงฟุบลงไป
“อีมะเฟืองกูไม่น่าไว้ใจมึงเลย...อีทรยศ..กูจะพลิกแผ่นดินตามหามึงเจอ มึงตาย...”
ฉลามโกรธแค้นที่แผนพังหมดสิ้นทุกอย่าง

เช้าวันใหม่ เอกภพมาถึงหน้าที่ว่าการอำเภอ มะเฟืองเดินตามมา พลางบ่น
“แม่นะแม่อยู่ๆก็มาหายไปวันนี้ จะให้เซ็นเป็นพยานสักหน่อยไปไหนก็ไม่รู้”
เอกภพหยุดอยู่ด้านหน้า มะเฟืองรีบเข้ามาควงแขนเอกภพเมื่อเห็นงามเนตรเดินมา มะเฟืองมองเหยียดๆ เอกภพแกะมือมะเฟืองที่ควงอยู่ออกจะเดินไปหา แต่ต้องชะงักไปเมื่อเห็นมาวินเดินตามมา
“สวัสดีครับคุณภพคุณ มะเฟือง”
มะเฟืองแอบกัด
“โธ่พี่เนตรอุตส่าห์ทำปกปิดที่อยู่ไม่บอกใครๆ ไอ้เราก็คิดว่าไปตกระกำลำบากอยู่ที่ไหนที่แท้ก็แอบไปพึ่งเจ้านายเก่านี่เอง วัวเคยค้าม้าเคยขี่ก็แบบนี้แหละนะ”
งามเนตรเสียใจที่มะเฟืองพูดแบบนี้ เอกภพฟังแล้วช้ำใจ มาวินฟังแล้วกลัวทุกคนจะเข้าใจผิด
“มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดนะครับ คุณมะเฟือง คุณเอกภพ”
“ไม่เป็นไรคะคุณมาวิน” งามเนตรปราม
เอกภพรีบพูดตัดบทอย่างช้ำใจ
“ไปกันรึยังครับ”
“ใช่คะ รีบๆไปจัดการเซ็นให้เรียบร้อยเถอะค่ะ มะเฟืองเวียนหัว อยากจะอ้วกตลอดเวลาเลย”
มะเฟืองแกล้งทำเป็นคลื่นไส้

ตอนที่ 24
งามเนตรกับเอกภพนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงหน้าเจ้าหน้าที่
“อ่านทำความเข้าใจก่อนนะครับ แล้วเซ็นตรงช่องด้านล่างนี่”
เจ้าหน้าที่ยื่นให้ทั้งสองคนรับมา ต่างคนต่างลังเล งามเนตรมองดูใบหย่าน้ำตาคลอ เอกภพก็เช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่มองดูทั้งสองคนที่ลังเลอยู่
“มีหลายคู่ที่มาถึงที่นี่แล้วเปลี่ยนใจไม่หย่า คนสองคน ผ่านวันที่ดีและร้ายมาด้วยกัน มันย่อมมีความรัก ความผูกพันกันเป็นธรรมดา คิดทบทวนดีๆนะครับ”
มะเฟืองตาขวางใส่เจ้าหน้าที่
“คนเขาตัดสินใจแล้วจะมาพูดให้เขวทำไมเนี่ย”
เอกภพทำใจไม่ได้วางปากกาลง
“ผมไม่พร้อม”
แล้วเอกภพก็เดินออกไป มาวินกับงามเนตรรีบตามไป มะเฟืองอารมณ์เสียหันมาลงที่เจ้าหน้าที่ ผลักเอกสารที่กองอยู่ใส่
“โธ่เว้ย....ถ้าอยากจะเทศน์นักไปบวชเป็นพระเลยไป...”
มะเฟืองโมโหรีบตามไปอีกคน

เอกภพเดินออกไปเกือบถึงรถที่จอด มาวินเดินตามเอกภพไป มะเฟืองรีบเรียกงามเนตรที่อยู่รั้งท้าย
“เดี๋ยว ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”
งามเนตรหยุด มะเฟืองเดินมาหยุดข้างๆ
“แกอย่าคิดว่าฉันจะยอมให้แกมาบีบน้ำตา เพื่อทำให้คุณภพเลือกแกนะ”
“พี่ไม่เคยคิดจะทำแบบนั้นเลยนะมะเฟือง”
“รึว่าแกเกิดเสียดายผัวขึ้นมาก็เลยจะทำมารยาใส่ให้คุณภพเห็นใจใช่ไหม”
งามเนตรพูดทั้งน้ำตา
“ที่พี่มาวันนี้ก็เพื่อจบทุกอย่างจริงๆ”
“จบเหรอ แล้วตอนนี้มันจบไหม เห็นไหมคุณภพเขาไม่ยอมเซ็นและออกไป แล้วฉันล่ะ ฉันจะอยู่ยังไงแกอย่าลืมนะ ฉันมีลูกกับคุณเอกภพแกอาจเป็นเมียก็จริงแต่แกไม่ได้มีโซ่คล้องใจเหมือนฉันลูกฉันที่เกิดมาคงรับไม่ได้หรอกว่าแม่มันเป็นน้องเมีย ถ้าพี่จะช่วยฉัน พี่ก็ช่วยพูดอะไรก็ได้ให้เขาตัดใจจากพี่สักทีพี่ทำได้ไหมล่ะ...พ่อไม่น่าไว้ใจคนอย่างแกให้ดูแลฉันเลย สุดท้ายแกก็ไม่ได้ทำตามที่พ่อบอกเลยสักนิดอีพี่ใจดำอีคนเห็นแก่ตัว...ฉันเกลียดแก”
มะเฟืองตบหน้างามเนตร
“มะเฟือง...พี่ไม่เคยผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อ....พี่...”
มะเฟืองหันมามองหน้างามเนตร ระหว่างนั้นเธอเห็นฉลามยกปืนเล็งมาที่มะเฟือง
“มะเฟืองระวัง...”
งามเนตรเข้าไปกอดมะเฟืองเสียงปืนดังขึ้น งามเนตรหันด้านตัวเองรับกระสุนแทน มะเฟืองกอดร่างที่ร่วงลง
“พี่รักเธอนะมะเฟือง...”

มะเฟืองช็อคอยู่ภายใต้อ้อมกอดของพี่สาวที่แสนอบอุ่น....

น้องเมีย ตอนที่ 24
 

งามเนตรกับมะเฟืองถูกเข็นเข้ามาที่ห้องผ่าตัด เอกภพกับมาวินวิ่งตามมาด้วย
“ญาติรอด้านนอกนะคะ”
งานเนตรถูกเข็นเข้าไปในห้อง มาวินกับเอกภพจำต้องรออยู่ด้านนอก เอกภพเครียดแทบจะบ้าตาย
“นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย ทำไมถึงมีคนร้ายมายิงเนตรกับมะเฟือง ทำไม”
“คนยิงน่าจะมีปัญหากับมะเฟืองมากกว่า แต่เนตรต้องมารับเคราะห์ไปด้วย โธ่...เนตร ผมขอให้คุณปลอดภัยนะเนตร คุณกับ...”
มาวินนึกได้ไม่ควรพูดเรื่องลูก เลยหันมามองเอกภพ
“เรื่องทั้งหมดมันเกิดจากคุณคนเดียว ไม่งั้นวันนี้เนตรกับมะเฟือง ก็ไม่ต้องมาที่นี่และเกิดเรื่องบ้าๆแบบนี้ขึ้น ความจริงคนที่น่าจะโดนยิงมันน่าจะเป็นคุณมากกว่า”
มาวินผลักเอกภพไปติดกำแพง แล้วเดินออกไป เอกภพทรุดลงตรงนั้นเครียดกับสิ่งที่เกิดขึ้น

โจ้กำลังนั่งทานอาหารอยู่กับนิดาที่ร้าน โทรศัพท์ดัง นิดารับสาย
“วันนี้วันหยุดนะคะบอส”
“ตอนนี้เนตรกับมะเฟืองอยู่โรงพยาบาลนะ”
นิดาตกใจ
“เกิดอะไรขึ้นคะบอส”
“ทั้งสองคนโดนยิง”
“เนตรโดนยิง เอ่อ...แล้ว...แล้ว..นี่คุณภพรู้หรือยังคะ”
“คุณภพอยู่ด้วยกันที่โรงพยาบาลนี่แหละ ตอนนี้เนตรกำลังผ่าตัดอยู่คุณรีบมาแล้วกันนะเพราะผมไม่ไว้ใจตัวเองกลัวว่าจะฆ่าสามีเนตรตายซะก่อน”
“บอสใจเย็นๆนะคะ นิดาไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
นิดาบอกกับโจ้อย่างตกใจ
“เนตรกับมะเฟืองโดนยิง...ทำไงดีล่ะ”
“เรารีบไปกันดีกว่า”
“เราต้องบอกใครอีกไหม แม่คุณภพล่ะ”
“ตอนนี้ไปก่อนเถอะ ระหว่างทางค่อยบอกแล้วกัน”
โจ้กับนิดารีบออกไป

มือปืนเข้ามาพบเสี่ยที่ห้องลับในเลาจน์
“จัดการไอ้ฉลามเรียบร้อยไหม”
“ไอ้ฉลามมันหนีไปได้ครับ แต่มันก็บาดเจ็บหนักน่ะครับเพราะมันโดนยิง”
เสี่ยโมโห
“ตีงูต้องตีให้ตาย ถ้าหลังมันหักมันกลับมาแน่ ทำไมเรื่องแค่นี้ถึงไม่สำเร็จ”
สมุนรายงานต่อ ขณะที่บัวมาแอบฟัง
“ไอ้ฉลามมันมาดักยิงผู้หญิงที่หน้าอำเภอน่ะสิเสี่ย มันยิงผู้หญิงไปก่อนแล้ว คนเริ่มแห่มาผมเลยต้องรีบเผ่น แต่ผมว่ามันไปไหนได้ไม่ไกลหรอกเพราะมันคงไม่กล้าไปโรงพยาบาลแน่ อย่างเก่งก็กระเสือกกระสนกลับรังมัน”
“ตามหารังมันให้เจอ ฉันจะไปจัดการมันด้วยมือฉันเอง มึงกล้าเหยียบดวงใจกู กูนี่แหละจะเหยียบใจมึงเอง”
เสี่ยโกรธจัด บัวอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน

เอกภพนั่งนิ่ง ใจแทบสลายไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น ขณะเดียวกันภัสสรกับทุกคนที่รู้เรื่องวิ่งเข้ามาหา
“ตาภพ...”
เอกภพโผกอดแม่อย่างเสียใจ
“คุณแม่...เนตร...”
“มันเกิดอะไรขึ้น”
“เนตรโดนยิงครับแม่”
“แล้วมะเฟืองล่ะ”
“มะเฟืองก็โดนยิงเหมือนกันครับ”
ภัสสรจะเป็นลม
“คุณพระช่วย...แล้วเด็กในท้องมะเฟืองล่ะลูก”
เอกภพนิ่งงันไปชั่วขณะ มาวินอึ้งไปอยากบอกเหลือเกินว่างามเนตรก็ท้องเหมือนกัน แต่ไม่มีจังหวะที่จะพูด นิดาเข้ามาถามมาวินถึงอาการงามเนตร
“บอสคะ...เนตรไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม”
“ผมก็หวังว่าอย่างนั้นเหมือนกัน”
ทุกคนต่างพากันเป็นห่วงทั้งงามเนตรและมะเฟืองในห้องผ่าตัด

ลูกน้องสามคน กระวนกระวายรอฉลาม อยู่ในห้องเช่า
“เมื่อไหร่จะมาสักที บอกไปแป๊ปเดียว”
“นั่นดิพี่ เดี๋ยวพวกเสี่ยมันแห่กันมาก็จบกันพอดี” อีกคนกังวล
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ลูกน้องทั้งสามดีใจคิดว่าฉลาม
“พี่ฉลาม”
ลูกน้องรีบเปิดประตูรับแต่ก็ต้องช็อค เพราะมือปืนกับเสี่ยเข้ามาในบ้าน

หมอออกมาจากห้องผ่าตัด ทั้งหมดรีบกรูเข้าไปหา เอกภพถามด้วยความเป็นห่วง
“เนตรกับน้องเป็นไงบ้างครับ”
“ทั้งสองปลอดภัยพ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่...สำหรับคนน้องอาจจะต้องเตรียมใจเผื่อไว้นะครับเพราะกระสุนโดนเข้าจุดสำคัญ หมอผ่าเอากระสุนที่ฝังออกให้แล้วแต่คนเจ็บอาจจะไม่ปกติเหมือนเดิมนะครับ”
เอกภพตกใจ
“หมายความว่าไงครับ”
“คนเจ็บมีโอกาสเป็นอัมพาต ไม่สามารถบังคับประสาทช่วงล่างได้ครับ”
“แต่เขากำลังท้องนะครับ แล้วลูกของผมล่ะ”
หมองงๆ
“คนเจ็บไม่มีลูกนะครับ คุณสับสนจำผิดคนหรือเปล่า”
เอกภพและทุกคนอึ้ง
“มะเฟืองไม่ได้ท้องงั้นเหรอ”
ภัสสรรีบถาม
“แล้วคนพี่ล่ะคะหมอ”
“คนเจ็บอีกคน โชคดีที่กระสุนเฉียดเด็กไปไม่โดนจุดเสี่ยง”
ทุกคนอึ้ง มองหน้ากันด้วยความงุนงง เอกภพแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“ตอนนี้เด็กปลอดภัยดีครับ แต่หมอต้องคอยเช็คเรื่อยๆว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อนอะไรหรือไม่ ช่วงนี้เป็นช่วงตั้งครรภ์อ่อนๆ หมอยังไม่ไว้ใจครับ”
เอกภพตกใจ
“เนตรท้องเหรอครับ”
“ใช่ครับ”
เอกภพอึ้ง ทุกคนที่ได้ยินอึ้งไปตามๆกัน มาวินได้ยินก็ดีใจที่งามเนตรและลูกปลอดภัย

เอกภพเสียใจมากเดินมาหยุดนิ่งที่มุมหนึ่ง
“ทำไมคุณไม่บอกผมเรื่องลูก...ทำไม”
เอกภพนึกน้อยใจที่ตัวเองไม่รู้อะไรเลย ก้มหน้านิ่งเจ็บปวดใจ มาวินเดินมาหา
“จริงๆคุณน่าจะเป็นคนแรกที่รู้ว่าเนตรท้องนะครับ แต่คุณกลับมารู้พร้อมๆกับคนอื่น คุณควรจะรู้ตัวเองได้แล้วนะครับ ว่าเนตรไม่คิดที่จะฝากชีวิตไว้กับคุณแล้ว”
เอกภพอึ้งๆ
“คงเป็นเพราะคนรอบข้างเนตรมากกว่า ที่ทำให้เนตรไม่ไว้ใจในตัวผม”
มาวินมองเอกภพ
“คุณเคยมองตัวคุณเองบ้างไหมว่าคุณดีกับเนตรพอแล้วรึยัง ถ้าคุณทำให้เนตรเห็นทำให้เนตรเชื่อในตัวคุณได้ เนตรก็ไม่มีทางที่จะฟังคนอื่นหรอก มันอยู่ที่ตัวคุณคนเดียว...คุณภพ”
มาวินเดินจากไป เอกภพนิ่งไปอย่างเครียดๆ

ภัสสรนั่งดมยาดม ขณะที่ชมคอยพัดให้
“ทำไมเนตรไม่บอกแม่” ภัสสรพึมพำอย่างเสียใจ
“นั่นสิคะ ชมได้แต่เห็นคุณเนตรดูซูบๆไปแต่ก็ไม่เคยคิดว่าคุณเนตรจะท้อง”
นิดาหันมองชม
“ขนาดนิดาเพื่อนสนิทยังไม่ทราบเลยค่ะ”
ภัสสรถอนใจ
“ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องมาเกิดขึ้นกับเนตรและลูกด้วยก็ไม่รู้”
“ต้นเหตุน่าจะมาจากคุณมะเฟืองนั่นแหละค่ะ” มะเฟืองออกความเห็น
“ข้อนี้เห็นด้วย” นิดาพยักหน้ารับ
โจ้คิดๆ
“แล้วทำไมมะเฟือง ต้องโกหกทุกคนว่าตัวเองท้องด้วยล่ะครับ....งงอ่ะ”
ชมรีบบอก
“ก็เพราะต้องการจับผู้ชายน่ะสิคะ...คุณเองก็ระวังตัวนะคะ...”
“นี่แม่หน้าแบน เธอจะมาทำหน้างอใส่ฉันทำไมเนี่ย” นิดาถาม
“ไม่ได้ทำหน้างอนะ มันงอของมันเองตะหาก”
“ชม” ภัสสรปรามๆ
ชมสะบัดหน้าใส่นิดา หันมาดูแลภัสสรต่อ

ฉลามกระเสือกกระสนกลับมาที่ห้องเช่า ในสภาพที่เจ็บหนัก
“เปิดประตูเร็ว” ฉลามเคาะประตูเรียก
สักพักลูกน้องค่อยๆแง้มประตูออกมา หน้าลูกน้องมีแผลแตกเพราะโดนซ้อมมาหน้าตื่นๆ เหงื่อแตกพยายามจะบอกอะไรฉลาม
“เอ่อ...อ...”
ฉลามไม่ทันได้สังเกตด่าซะก่อน
“เปิดประตูซิวะจะรอให้พ่อมึงแห่มาเจอรึไง เดี๋ยวก็ได้โดนฆ่ากันยกแกงค์หรอกมึง”
ฉลามพรวดเข้ามาทั้งที่ยังเจ็บปิดประตูลงหันมาเห็น ลูกน้องโดนมือปืนเอาปืนจี้อยู่ข้างหลัง ส่วนแกงค์ฉลามที่เหลืออีกสองคนโดนซ้อมจนกระอักเลือดกองอยู่ที่พื้นไม่ได้สติ ฉลามหันไปเห็นเสี่ยนั่งรออยู่หน้าเหี้ยม
“เสี่ย...” ฉลามตกใจมาก

ตำรวจมาสอบปากคำที่โรงพยาบาลที่หน้าห้องคนไข้ แต่ไม่มีใครสามารถให้ปากคำได้ โจ้อธิบายกับตำรวจ
“พอดีพวกผมไม่ทราบจริงๆว่าเหตุการณ์เป็นยังไง คนที่ทราบดีก็ยังไม่ฟื้นเลยครับ คุณตำรวจจะอยู่รอพร้อมๆกับพวกผมก็ได้นะครับ”
ตำรวจงงๆ เอาไงดี เอกภพเดินเข้ามาพอดี โจ้หันไปเห็นบอกตำรวจ”
“โอ๊ะ...นั่นครับอีกหนึ่งในผู้ที่อยู่ใกล้ๆเหตุการณ์”
“สวัสดีครับ...คุณอยู่ในที่เกิดเหตุใช่ไหมครับ”
“ใช่ครับ ผมเป็นสามีของคนที่ถูกยิงครับ”
“สามีของ...”
“ของคุณเนตรคนพี่ครับ และมะเฟืองเป็นน้องสาวเนตรครับ”
“แล้วคุณเห็นหน้าคนร้าย ที่ยิงคุณผู้หญิงทั้งสองคนไหมครับ”
“เห็นไม่ค่อยถนัดครับ พอดีผมเข้ามาตอนมันหนีไปแล้ว”
“งั้นทางเราขอข้อมูลของคนที่ถูกยิง 2 คนนี่หน่อยนะครับ เพื่อหาหลักฐานจับตัวคนร้าย เชิญทางนี้หน่อยครับ”
ตำรวจไปนั่งคุยกับเอกภพอยู่ครู่ใหญ่ จึงสรุป
“จากการหาหลักฐานของทางเจ้าหน้าที่มาก่อนและข้อมูลของคุณ คนที่ยิงน่าจะเป็นนายฉลามคนที่เคยยิงคุณมะเฟืองมาก่อน ซึ่งทางเราตามตัวอยู่ตลอดแต่น่าจะมีแบ็คหนุนหลังที่ดี จึงรอดไปได้ทุกครั้ง”
“ฉลามเหรอครับ”
“ผมว่า คดีนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับการหักหลังกันเรื่องค้ายาด้วยนะ เพราะว่านายฉลามก็ถูกพวกมันกันเองดักยิงด้วยเหมือนกัน”
เอกภพตกใจว่ามะเฟืองเกี่ยวข้องยังไง
“แล้วมะเฟืองเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องค้ายาเหรอครับ”
“คือก่อนหน้านี้ทางเราจับผู้ต้องหาหญิงได้หนึ่งรายชื่อวิภา แม่ของคุณมะเฟืองโดนจับพร้อมของกลางยาบ้า เจ้าตัวรับสารภาพว่าทำเองไม่เกี่ยวกับใคร แต่ทางเจ้าหน้าที่คิดว่ามันน่าจะเกี่ยวพันกันกับเหตุการณ์นี้นะครับ”
เอกภพตกใจ
“แล้วตอนนี้น้าวิภาอยู่ไหนครับ”
“ฝากขังอยู่ที่ศาลห้ามประกันห้ามเยี่ยม น่ะครับ เกรงจะมีผลต่อรูปคดี ตอนนี้ตำรวจกำลังตามจับนายฉลามอยู่ครับ”
เอกภพฟังแล้วหดหู่ใจ

ฉลามถูกโยนลงพื้นสภาพยับเยินกว่าเดิม ฉลามคว่ำหน้าอยู่ เสี่ยเดินเข้าเตะเสยหน้าฉลามหงายขึ้นมา แล้วเหยียบที่แผลฉลามที่โดนยิงมาที่ไหล่เกือบๆอกซ้าย
“อ๊ากกกก...”
“เจ็บใช่ไหม เวลาที่มีคนมาเหยียบย่ำหัวใจ กูเคยบอกแล้วว่าบัวเป็นเด็กกูอย่าแตะ แต่มึงไม่เชื่อกู”
เสี่ยชักปืนออกมาเล็งที่ฉลาม
“แล้วของกูมึงกล้าเอาไปปล่อยเองเหรอ ตอนนี้ของกูโดนตำรวจยึดไปหมดแล้ว มูลค่าเท่าไหร่มึงรู้ไหม ....กูขอเอาชีวิตมึงแลกกับสิ่งที่มึงย่ำยีบัวและที่มึงหักหลังกู”
ฉลามคิดว่าตายแน่ๆ ยกมือไหว้ขอชีวิตเสี่ย
“อย่ายิงฉันเลย ฉันกราบขอร้องล่ะ ไว้ชีวิตพวกเราด้วย”
“มันสายไปแล้ว”
เสี่ยจะยิง ฉลามเทคตัวลุกขึ้นพุ่งเข้าชนเสี่ยแย่งปืนกันชุลมุน ลูกน้องฉลามเห็นพยายามขัดขืนจะช่วยลูกพี่ เสียงปืนดังขึ้นทุกคนหยุดหันมองเสี่ยที่ค่อยๆร่วงลงพื้น ฉลามรีบหันมาขู่ลูกน้องเสี่ย
“ทิ้งปืนปล่อยลูกน้องกู ไม่งั้นเสี่ยหัวกระจุยแน่”
สมุนเสี่ยทำตาม ลูกน้องฉลามรีบคว้าปืนที่โจรวางมาถือไว้ ฉลามถอยหลังออกพร้อมกับยิงสมุนเสี่ย เสี่ยหลบคว้าปืนฉลามยิงใส่เสี่ยอีกนัดตายคาที่ ฉลามและลูกน้องกำลังหนีออกไป หันมาเจอตำรวจล้อมบ้าน
“หยุดวางอาวุธ”
ฉลามหันซ้ายหันขวาไม่ยอมวางปืน
“กูไม่วาง...”
ฉลาม ยิงใส่ตำรวจ ตำรวจยิงสวน ฉลามทรุดลงแน่นิ่งตาเหลือก หันมองทางลูกน้องที่โดนยิงตาย ฉลามตาค้างสิ้นใจคาที่

มะเฟืองนอนยังไม่ได้สติอยู่ที่เตียงคนไข้ เธอฝันร้ายถึงเหตุการณ์ที่ ฉลามยิงแล้วงามเนตรเข้ามารับกระสุนแทน พร้อมทั้งบอกเธอ...
“พี่รักเธอนะมะเฟือง...”
มะเฟืองสะดุ้งตื่นเหงื่อแตก
“ไม่จริง...ไม่จริง...”
มะเฟืองพยายามมองรอบๆห้อง เห็นว่าเป็นโรงพยาบาล ตัวเองนอนให้น้ำเกลืออยู่และก็รู้สึกเจ็บเหลือเกิน...พยาบาลเข้ามาเปลี่ยนน้ำเกลือหันมาถาม
“เป็นไงบ้างคะ เจ็บแผลไหม”
มะเฟืองงงพูดช้าๆเหนื่อยๆ
“ฉันถูกยิง...”
“ค่ะ...ตอนนี้หมอผ่าตัดเรียบร้อยแล้วค่ะ”
มะเฟืองนึกถึงภาพที่งามเนตรถูกยิง
“พี่ฉัน....พี่สาวฉันก็ถูกยิงใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ ตอนนี้พี่สาวคุณปลอดภัยแล้วพักอยู่ห้องข้างๆนี่เองค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ตอนนี้คุณพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ”

มะเฟืองคิดประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

เช้าวันใหม่...เอกภพนอนฟุบอยู่ที่เตียง จับมืองามเนตรไว้ตลอดเวลา งามเนตรลืมตาขึ้นมาเห็นคนที่นอนข้างๆคือเอกภพเนตรน้ำไหล ไม่คิดว่าจะมีวันที่ตัวเองและเอกภพจะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้อีก

“คุณภพ”
พยาบาลเข้ามาเห็น
“คนไข้ฟื้นแล้ว”
เอกภพสะดุ้งตื่น
“ขอวัดไข้ตอนเช้าหน่อยนะคะ”
งามเนตรมองพยาบาลยิ้มๆ พยาบาลเข้ามาเช็คอาการ
“เดี๋ยวสักครู่จะเอายาก่อนอาหารมาให้นะคะ...เดี๋ยวดิฉันจะแจ้งคุณหมอนะคะว่าคนไข้ฟื้นแล้ว”
พยาบาลออกไป เอกภพดีใจเข้ามากอดงามเนตร
“เนตรคุณปลอดภัยแล้วนะครับ...ทำไมคุณถึงไม่ยอมบอกผมว่าคุณท้อง”
“...คือ...ฉัน...”
“ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาผมคงไม่มีโอกาสได้รู้ว่าคุณกำลังท้องใช่ไหมเนตร คุณตั้งใจจะปิดผมไปตลอดเลยหรือไง...โชคดีที่ลูกของเราไม่เป็นอะไร ไม่งั้นผมคงไม่ให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิตแน่”
“เขาเป็นลูกของเนตรคนเดียวเท่านั้นค่ะ”
เอกภพคิดไม่ถึงว่าเธอจะพูดแบบนี้
“เนตร...คุณจะไม่ให้โอกาสผมเลยเหรอครับ ผมยอมรับความผิดทุกอย่างที่ผมทำไป คุณจะให้ผมทำยังไงผมก็ยอม ผมขออย่างเดียว...ขอให้คุณกับลูกอยู่กับผมแค่นั้นผมจะไม่ปล่อยให้คุณไปจากผมอีกแล้ว”
“คุณจะทำแบบนั้นได้ยังไง คุณอย่าลืมสิคะว่าคุณต้องดูแลมะเฟืองกับลูก”
“ผมจะดูแลมะเฟือง แต่ลูกของมะเฟืองผมคงไม่ต้องดูแลแล้วล่ะครับ”
“เกิดอะไรขึ้นกับลูกของมะเฟืองคะ”
“เนตร...มะเฟืองไม่ได้ท้อง มะเฟืองโกหกทุกคนว่าท้อง ทั้งหมดเป็นเรื่องที่มะเฟืองกับน้าวิภาจัดฉากขึ้นมา”
“แล้วตอนนี้มะเฟืองอยู่ที่อยู่ไหนคะ”
“มะเฟืองพักรักษาตัวอยู่ห้องข้างๆคุณนี่แหละครับ”
“มะเฟือง...มะเฟืองเป็นยังไงคะ มะเฟืองเป็นยังไงบ้าง”
“มะเฟืองก็ถูกยิงเหมือนกับคุณตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ แต่คุณหมอบอกว่า...อาจจะไม่สามารถเดินเองได้เพราะมะเฟืองโดนยิงตรงจุดสำคัญ”
งามเนตรร้องไห้อย่างเสียใจ
“ฉันจะไปหามะเฟือง...โอ๊ย...”
งามเนตรพยายามลุกแต่ลุกไม่ได้เจ็บแผล เอกภพเข้ามาจับให้นอนลงที่เตียงเหมือนเดิม
“อย่าเพิ่งไปตอนนี้เลยนะครับ...คุณเพิ่งผ่าตัดมา”
“ปล่อยฉัน...” งามเนตรปัดมือเอกภพออก “ฉันจะไปหามะเฟือง...ฉันจะไปหาน้องฉัน...”
พยาบาลถือถาดยาเข้ามาเห็นงามเนตรอาละวาดอยู่ รีบเข้ามาจับตัวไว้ เอกภพยืนมองเนตรด้วยความสงสารปล่อยให้พยาบาลปลอบ
“ใจเย็นๆนะคะ...”
งามเนตรร้องไห้ร้องหามะเฟือง

เอกภพเดินออกมา ขณะที่งามเนตรยังคร่ำครวญ
“มะเฟืองจะต้องหายใช่ไหมคะ...”
“คุณหมอช่วยเต็มที่แล้วค่ะ คุณต้องทำใจนะคะ โอกาสที่คนเจ็บจะกลับมาปกติเหมือนเดิมคงไม่มีค่ะ”
เอกภพปิดประตูลง ทรุดตัวลงนั่งที่น่าประตูเอกภพรู้ว่า ว่างามเนตรเสียใจมาก เขาหันมองไปทางในห้อง ได้ยินเสียงงามเนตรในห้องร้องไห้เจ็บปวดเสียใจ
“ทำไมต้องเป็นมะเฟืองด้วย...”

มะเฟืองพยายามขยับตัวที่จะลุก พยาบาลเอายามาให้เข้ามาเห็นพอดี
“คุณยังลุกไม่ได้นะคะ คุณต้องให้คนช่วยเพราะขาคุณไม่ปกติ”
มะเฟืองไม่สนใจฟัง พยายามบังคับขาให้ขยับแต่ขยับไม่ได้
“ทำไมขาฉันไม่มีความรู้สึกอะไรเลยล่ะ”
“คุณโดนยิงใกล้ไขสันหลังมาก ทำให้ระบบประสาทช่วงล่างไม่ทำงาน”
“ระบบประสาทช่วงล่างไม่ทำงาน นี่ฉันจะเดินไม่ได้เหรอ” มะเฟืองช็อค “ไม่จริง...ไม่จริง...”
“ตอนนี้คุณควรทำตามที่หมอสั่งก่อนนะคะ อย่าเพิ่งออกแรงนะคะ”
พยาบาลจัดการประคองมะเฟืองที่ยังอยู่ในอาการช้อคอึ้งเงียบไป พยาบาลจับขามะเฟืองขึ้นมาบนที่นอนในท่าปกติ เอาผ้าห่มให้
“อาการแบบนี้ต้องใจเย็นๆค่ะ ต้องใช้เวลาปรับตัวสักพักนะคะ”
มะเฟืองนั่งนิ่งอึ้งกับคำพูดที่พยาบาลบอก มะเฟืองนึกถึงพ่อที่หกล้มช่วยเหลือตัวเองไม่ได้....
ในอดีต...พ่อหันหลังให้ไม่หันมามอง
“พ่อ หูหนวกรึไง บอกให้เอาเงินมา”
มะเฟืองเข้าไปคว้าแขนพ่อ ปรากฏว่าพ่อกำลังยกแก้วชาร้อนขึ้นจิบ แรงกระชากทำให้แก้วหลุดมือ ชาร้อนหกรดขาพ่อ
“โอ๊ย ร้อนๆๆ”
ด้วยความตกใจพ่อดิ้นจนรถเข็นพลิกคว่ำ งามเนตรวิ่งเข้ามาหาพ่อที่กองอยู่ที่พื้น รถเข็นคว่ำอยู่ข้างๆมะเฟือง
“ทำบ้าอะไรของเธอน่ะ”
”ฉันเปล่านะ พ่อทำตัวเองต่างหากล่ะ ฉันไม่รู้เรื่อง” มะเฟืองโวยวาย

มะเฟืองคิดแล้ว พยายามจะขยับขาแต่ก็ไม่เป็นผล
“...นี่ฉันเป็นง่อย ..งั้นเหรอ..ไม่จริงอ่ะ...ไม่จริ๊งงงงงงงงงงง ออกไป ออกไป”
มะเฟืองโยนเขวี้ยงของไล่พยาบาลออกไป มะเฟืองกรีดร้องรับไม่ได้เหมือนคนเป็นบ้า
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ทำไม”
เอกภพเข้ามาเห็นมะเฟืองร้องไห้ที่รับสภาพตัวองไม่ได้
“คุณภพ.....ฉันเดินไม่ได้..มันไม่จริงใช่ไหมคะ..คุณต้องช่วยมะเฟืองนะอย่าทิ้งมะเฟืองนะ...อย่าทิ้งมะเฟืองกับลูกนะคะ”
“พอเถอะมะเฟือง ผมไม่อยากได้ยินเรื่องลูกอีก”
เอกภพไม่อยากที่จะพูด
“เป็นเพราะมะเฟืองกลายเป็นคนพิการแบบนี้ใช่ไหม คุณเลยจะทิ้งมะเฟืองกับลูก ใช่สิ...มะเฟืองเป็นแบบนี้คุณคงไม่อยากรับมะเฟืองเป็นเมียคุณสินะ”
เอกภพตัดสินใจพูดออกไป
“แค่ร่างกายคุณพิการผมยังรับได้ แต่อย่าทำให้ใจคุณต้องพิการไปด้วยเลย คุณโกหกเรื่องท้องกับผมทำไม”
มะเฟืองอึ้งไป ไม่คิดว่าเอกภพจะรู้เรื่องที่มะเฟืองหลอกลวง”
“มะเฟืองไม่ได้โกหก มะเฟืองท้องจริงๆ เด็กในท้องเป็นลูกคุณ เป็นเลือดเนื้อของคุณนะคะคุณภพ”
“หยุดโกหกสักทีมะเฟือง ทุกคนเขารู้เรื่องที่คุณกับน้าวิภาแต่งเรื่องท้องบ้าๆนี่หมดแล้ว อย่าลืม นี่มันโรงพยาบาล หมอรายงานผลแล้วว่าคุณไม่ได้ตั้งท้องเลย”
มะเฟืองช็อคอึ้งทำไรไม่ถูก
“มะเฟืองขอโทษ...ที่มะเฟืองทำไปเพราะมะเฟืองรักคุณจริงๆ มะเฟืองอยากอยู่กับคุณ”
“คุณไม่เคยรักใครนอกจากรักตัวเองหรอกมะเฟือง ถ้าคุณรักผมคุณจะไม่ทำแบบนี้กับผม สิ่งที่คุณทำมันไม่ใช่ความรักแต่มันเป็นการเอาชนะ การเอาชนะหัวใจคนอื่นรวมทั้งเนตรพี่สาวของคุณเอง เนตรเขาเสียสละให้คุณแค่ไหนคุณรู้บ้างไหม เสียสละตัวเองและ...”
พูดไม่ทันจบ มะเฟืองขัดขึ้น
“อะไรก็เนตรๆๆ เนตรดีทุกอย่าง...ฉันมันเลว นี่ไงคนเลวอย่างฉันก็เป็นแบบนี้แล้วไง” มะเฟืองทุบขาตัวเอง “ในเมื่อคุณก็ไม่อยากอยู่กับฉันอยู่แล้ว ก็ไปสิ ไปหามันสิ ไปอยู่กันให้มีความสุขเลยไป...ออกไป...”
เอกภพไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว เมื่อเห็นว่าเปลี่ยนความคิดของมะเฟืองไม่ได้เอกภพจึงตัดใจเดินออกมา ดาวเข้ามาเยี่ยมสวนกับเอกภพที่หุนหันออกไปดาวมองงงๆ
“อะไรวะจะทักทายเพื่อนเมียสักนิดก็ไม่มี”
มะเฟืองร้องไห้โฮ
“คุณเอกภพเขาไปแล้ว เขาไปจากฉันแล้ว...ฉันพิการ...แกเห็นไหม...ฉันเดินต่อไปไม่ได้อีกแล้ว...” มะเฟืองร้องไห้ทุบขาตัวเองที่ไม่มีความรู้สึกใดๆอย่างบ้าคลั่ง “ฉันเดินไม่ได้..อีกแล้ว”
ดาวตกใจกับสิ่งที่มะเฟืองบอก โผเข้ากอดด้วยความสงสาร
“นี่แกจะเดินไม่ได้อีกต่อไปเหรอ...มะเฟือง”
ทั้งคู่ร้องไห้อย่างเสียใจ

เอกภพเดินเข้ามาในบ้านด้วยความรู้สึกเสียใจ ที่ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดมะเฟืองได้ ภัสสรเดินมาคุยด้วย
“หนูเนตรฟื้นรึยังลูก”
“เนตรฟื้นแล้วครับแม่”
ภัสสรดีใจ
“แม่สวดมนต์ ขอให้พระคุ้มครองหนูเนตร คนดีอย่างหนูเนตรไม่น่าจะต้องมาเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้เลย แต่แม่เชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายก็ต้องปกปักรักษาหนูเนตรและลูกในท้องนะ แล้วใครอยู่เป็นเพื่อนหนูเนตรล่ะลูก”
“นิดามาอยู่เป็นเพื่อนครับ เนตรเขาไม่อยากเห็นหน้าผม ผมเลยต้องออกมาเพราะไม่อยากทำให้เนตรไม่สบายใจไปมากกว่านี้”
เอกภพเอนตัวซบกับไหล่แม่เพื่อหาที่พักพิง ภัสสรสงสารลูกเอามือลูบหัวด้วยความเข้าใจ ภัสสรนึกถึงมะเฟืองขึ้นมา
“แล้วอาการของมะเฟืองตอนนี้เป็นไงบ้าง ลูกได้ไปเยี่ยมบ้างไหม”
“ไปครับ ตอนนี้มะเฟืองรู้แล้วว่าตัวเองเดินไม่ได้”
“โถ...แบบนี้ไม่อาละวาดแย่เหรอลูก คนเคยทำอะไรต่ออะไรได้เองต้องมาอยู่นิ่งๆ เวรกรรมแท้ๆเลยที่ต้องมาเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้”
เอกภพรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวร้าย ที่เข้ามาทำลายชีวิตของงามเนตรและมะเฟือง
“บางทีเวรกรรมที่คุณแม่พูดถึง มันอาจจะเป็นตัวผมเองก็ได้นะครับ ที่เป็นต้นเหตุทำให้เนตรกับมะเฟืองต้องมาเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้ ทั้งๆที่ผมพยายามจะทำทุกอย่างตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับพ่อเนตร”
เอกภพคิดถึงคำที่พ่อเคยขอร้องเอกภพไว้ ในวันที่ขอแต่งงาน วันชัยหันไปพูดกับเอกภพด้วยน้ำเสียงวิงวอนขอร้อง
“ช่วยลูกสาวผมด้วยนะครับ...ใช้ความรักของคุณฉุดเนตรขึ้นมาจากความทุกข์โศก ทำให้เนตรเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก อย่างที่ผมเองก็ทำไม่ได้”
เอกภพกุมมือวันชัย พลางให้สัญญาอย่างหนักแน่
“ครับ ผมสัญญา...บางทีการแต่งงานครั้งนี้อาจจะทำเราทุกคนหลีกหนีจากเรื่องยุ่งๆได้”
“ผมก็หวังเช่นนั้นเหมือนกัน ถ้าลูกอยากเห็นพ่อมีความสุข แต่งงานกับคุณเอกภพนะลูก เพราะมันเป็นความสุขเดียวที่พ่ออยากเห็น”
“ค่ะพ่อ”
งามเนตรโผกอดพ่อทั้งน้ำตา สองพ่อลูกกอดกันร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งใจ

เอกภพน้ำตาตกกับคำสัญญาที่ให้ไว้กับวันชัย
“แค่ทำให้เนตรมีความสุขตามที่สัญญากับคุณพ่อเนตรไว้...ผมยังทำให้ไม่ได้เลย...ผมเสียใจจังเลยครับคุณแม่”
ภัสสรลูบหัวปลอบเอกภพ
“...ถ้าเสียใจเพราะทำทุกอย่างแล้วเขาปฏิเสธเราก็ต้องยอมรับ แต่ถ้าเสียใจเพราะแค่คิดเท่านั้น...แม่ว่ามันไม่มีประโยชน์หรอกลูก แม่เชื่อว่าสักวันหนูเนตรจะต้องมองเห็นความรักที่ลูกมีต่อเธอ เชื่อแม่สิ”
เอกภพคิดคำพูดของแม่ แล้วรู้สึกว่าตัวเองควรจะทำเพื่อตัวเองอีกสักครั้ง
“ขอบคุณครับแม่ที่ให้กำลังใจและเตือนสติผม...”
เอกภพกอดแม่ด้วยความอบอุ่นเหมือนเคย

ตำรวจมาหามะเฟืองขณะที่ดาวอยู่ด้วย เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง
“ฉลามตายแล้ว!!” ดาวร้องอย่างตกใจ
“ครับ...นายฉลามเสียชีวิตแล้วครับ”
มะเฟืองกับดาวอึ้งไป
“ผู้ตายโดนยิงคาดว่าน่าจะเกิดจากปัญหาขัดแย้งกันในเรื่องยาเสพติด ที่เรามาสอบปากคำคุณเพิ่มเติมก็เรื่องคดีของคุณวิภาน่ะครับ”
มะเฟืองตกใจ
“แม่...แม่ฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย”
“แม่คุณน่าจะมีส่วนเข้าไปพัวพันยาเสพติดด้วย”
มะเฟืองไม่เชื่อ
“ไม่จริง...แม่ฉันจะเข้าไปเกี่ยวได้ยังไงไม่จริง”
“คือแม่คุณถูกจับในขณะที่กำลังส่งยาไอซ์ให้ลูกค้า ตำรวจเข้ารวบตัวพร้อมของกลางคือกระเป๋าที่บรรจุยาไอซ์ไว้ภายในเต็มกระเป๋า”
มะเฟืองช็อค คิดไม่ถึงว่าตัวเองเป็นคนทำให้แม่ต้องโดนจับ
“แม่...”
“แล้วตอนนี้น้าวิภาอยู่ที่ไหน” วิภาถามร้อนใจ
“ตอนนี้ถูกขังกันไว้เป็นพยานห้ามเยี่ยมห้ามประกัน”
“แล้วต้องขังอีกนานมั๊ย”
“คงต้องใช้เวลาสักพัก จนกว่าทางตำรวจจะขยายผล และจับพวกที่เกี่ยวข้องได้ทั้ง
หมด ผมขอตัวก่อนนะครับ ขอบคุณมากครับ”
ตำรวจออกไป มะเฟืองเสียใจทำแม่เข้าคุก
“ทำไมเรื่องร้ายๆมันถึงต้องมาตกที่คนพิการแบบฉันด้วย..ทำไม....ฉันอยากตาย...ฮื่อๆ....ฉันอยากตาย”
มะเฟืองทุบตีขาตัวเองที่เดินไม่ได้ ดาวเข้ามาจับมือมะเฟืองไว้ พูดเตือนสติ
“เลิกทำอะไรบ้าๆแบบนี้ได้แล้วนะแก ฉันเข้าใจแกนะที่แกต้องมาเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้ แต่แกทุบตีขาตัวเองแบบนี้เห็นแล้วมันน่าสมเพชมากกว่า”
มะเฟืองสะอึกเมื่อดาวพูดอย่างนั้น
“ยิ่งแกอยู่ในสภาพแบบนี้ แกควรจะทำตัวให้มันดีกว่าที่เคยทำนะ ไม่มีใครที่จะทนอยู่กับคนพิการแล้วเจ้าอารมณ์อย่างแกไปได้ตลอดหรอกนะ”
มะเฟืองโกรธไล่ดาว
“ไม่อยากอยู่ก็ไม่ต้องอยู่ อกไปเลยนะแก ไม่ใช่เพื่อนฉันอีกต่อไปอีดาว ออกไป๊”
“ ไม่ต้องไล่หรอก ยังไงฉันก็ไปจากแกอยู่ดีฉันจะต้องกลับไปอยู่กับแม่ที่ใต้
เราคงไม่ได้เจอกันอีกนานเลยล่ะ มะเฟืองฉันรักแกนะ...ฉันไม่อยากให้แกเป็นแบบนี้เลย”
“ไปกันให้หมดเลย ไปจากชีวิตฉันให้หมด ออกไป ออกไป๊”
ดาวน้ำตาไหลสงสารมะเฟือง แต่ตัดใจออกไปจากห้อง
“ลาก่อนนะเพื่อน”
มะเฟืองนิ่งงันน้ำตาไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว มะเฟืองอยู่เพียงลำพังภายในห้องจมกับความคิดของตัวเอง

นิดาพางามเนตรมาดูมะเฟืองในห้อง งามเนตรเห็นน้องนอนหลับอยู่คนเดียวหันหลังอยู่ เธอเดินเข้าไปมองขาน้องที่ตอนนี้คงใช้การไม่ได้อย่างเห็นใจ
“จากนี้ไปเธอจะไม่เจออะไรที่ร้ายๆอีกแล้วนะมะเฟือง”
มะเนตรจับผมน้องเบาๆลูบหัวด้วยความรัก
“ พี่จะอยู่เคียงข้างคอยดูแลเธอเองนะมะเฟือง”
นิดาน้ำตาซึม งามเนตรเดินออกไป มะเฟืองลืมตาขึ้นอย่างรับรู้สิ่งที่เธอพูด เวลานี้เธอไม่เหลือใครอีกแล้ว มะเฟืองนอนเคว้งคว้างอยู่บนเตียงคนไข้เดียวดาย

เช้าวันใหม่...งามเนตรเข้ามาทำกายภาพบำบัด มีพยาบาลช่วยดูแล พยาบาลอีกคนพามะเฟืองเข้ามาทำกายภาพ
“มะเฟือง...” งามเนตรยิ้มดีใจ
มะเฟืองหันไปบอกพยาบาล
“คุณพยาบาล พาฉันออกไปที ฉันไม่อยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้”
“มะเฟืองเดี๋ยวก่อน พี่อยากเจอเธอนะ พี่อยากคุยกับเธอ ขอฉันคุยกับน้องหน่อยนะคะ”
พยาบาลเดินออกไป
“มีอะไรต้องคุยกันอีก เห็นสภาพฉันไหมว่าฉันเป็นยังไง เป็นคนพิการที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ยังไงหละ และไอ้ขาคู่นี้ของฉันมันก็เดินไม่ได้อีกต่อไปแล้ว”
งามเนตรสลดใจ
“แกไม่ควรช่วยฉันเลย แกควรจะปล่อยให้ฉันตายๆ ไปซะเลยยังดีกว่าให้ฉันมาตายทั้งเป็นอยู่แบบนี้”

“มะเฟืองจะต้องอยู่ อยู่เพื่อมีชีวิตที่สดใสอีกครั้งนะ มะเฟืองยังมีพี่ที่จะคอยอยู่เคียงข้างเธอ เราจะเริ่มกันใหม่นะ พี่จะหาบ้านสักหลังเราจะไปอยู่ด้วยกันสองพี่น้องนะ มะเฟือง”

น้องเมีย ตอนที่ 24 (ต่อ)

ฉลามเห็นว่าคนที่โดนยิงไม่ใช่มะเฟืองก็โมโหมาก
“โธ่เว้ย..!”
มะเฟืองตกใจเขย่าตัวงามเนตร
“พี่เนตร”
“มะเฟืองหนีไป...”
ฉลามเดินเข้ามาหาด้วยความโกรธ
“อีมะเฟืองมึงหักหลังกู”
มะเฟืองหันมาเห็นฉลามที่ถือปืนก็ตกใจมาก
“ไอ้ฉลาม...”
งามเนตรพยายามดันตัวเองเพื่อปกป้องมะเฟือง
“มะเฟืองหนีไปซิ...ไป”
ฉลามยกปืนเล็งมาที่มะเฟืองอีกครั้ง งามเนตรลุกขึ้นมาขวางทางไว้ แล้วผลักมะเฟืองให้ออกไป
“ไปซิ...มะเฟืองไป...”
มะเฟืองกลัวลนลาน ฉลามจะเข้ามายิงมะเฟือง งามเนตรพยายามเข้ามาเอาตัวบังไว้
“อย่านะอย่าทำอะไรน้องฉันนะ”
ฉลามเห็นงามเนตรขวางทาง
“ได้งั้นมึงตายก่อน”
เสียงปืนดังขึ้น....ปัง
มะเฟืองหันกลับไปมอง เห็นว่าฉลามถูกยิงจากมือปืนลึกลับที่ขี่มอเตอร์ไซด์มา
“ไอ้ฉลาม...”
ฉลามล้มลง มะเฟืองยันตัวเองขึ้นประคองงามเนตรที่เริ่มทนบาดแผลไม่ไหว
“พี่เนตร...”
งามเนตรเจ็บกับบาดแผล มะเฟืองจะเข้าพยุง ฉลามที่โดนยิงยังฮึดขึ้นมาเหนี่ยวไกปืน
“อีมะเฟืองมึงตาย”
กระสุนพุ่งตรงมาที่กลางหลัง ขณะมะเฟืองกำลังหันหลังอยู่ทำเอามะเฟืองทรุดลง ฉลามสะใจ
“นังงูพิษ”
ฉลามจะยิงมะเฟืองอีกนัดแต่มอเตอร์ไซด์วิ่งกลับมาจะยิงฉลามซ้ำ ฉลามยิงสวนแล้วรีบหลบออกไป เอกภพกับมาวินวิ่งเข้ามาเห็นทั้งงามเนตรและมะเฟืองโดนยิง ทั้งสองคนวิ่งเข้ามา รุมอยู่ที่งามเนตร มะเฟืองซึ่งอยู่ในสภาพไม่มีใครสนใจนอนหายใจโรยรินแล้วฟุบลงไป

งามเนตรกับมะเฟืองถูกเข็นเข้ามาที่ห้องผ่าตัด เอกภพกับมาวินวิ่งตามมาด้วย
“ญาติรอด้านนอกนะคะ”
งานเนตรถูกเข็นเข้าไปในห้อง มาวินกับเอกภพจำต้องรออยู่ด้านนอก เอกภพเครียดแทบจะบ้าตาย
“นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย ทำไมถึงมีคนร้ายมายิงเนตรกับมะเฟือง ทำไม”
“คนยิงน่าจะมีปัญหากับมะเฟืองมากกว่า แต่เนตรต้องมารับเคราะห์ไปด้วย โธ่...เนตร ผมขอให้คุณปลอดภัยนะเนตร คุณกับ...”
มาวินนึกได้ไม่ควรพูดเรื่องลูก เลยหันมามองเอกภพ
“เรื่องทั้งหมดมันเกิดจากคุณคนเดียว ไม่งั้นวันนี้เนตรกับมะเฟือง ก็ไม่ต้องมาที่นี่และเกิดเรื่องบ้าๆแบบนี้ขึ้น ความจริงคนที่น่าจะโดนยิงมันน่าจะเป็นคุณมากกว่า”
มาวินผลักเอกภพไปติดกำแพง แล้วเดินออกไป เอกภพทรุดลงตรงนั้นเครียดกับสิ่งที่เกิดขึ้น

โจ้กำลังนั่งทานอาหารอยู่กับนิดาที่ร้าน โทรศัพท์ดัง นิดารับสาย
“วันนี้วันหยุดนะคะบอส”
“ตอนนี้เนตรกับมะเฟืองอยู่โรงพยาบาลนะ”
นิดาตกใจ
“เกิดอะไรขึ้นคะบอส”
“ทั้งสองคนโดนยิง”
“เนตรโดนยิง เอ่อ...แล้ว...แล้ว..นี่คุณภพรู้หรือยังคะ”
“คุณภพอยู่ด้วยกันที่โรงพยาบาลนี่แหละ ตอนนี้เนตรกำลังผ่าตัดอยู่คุณรีบมาแล้วกันนะเพราะผมไม่ไว้ใจตัวเองกลัวว่าจะฆ่าสามีเนตรตายซะก่อน”
“บอสใจเย็นๆนะคะ นิดาไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
นิดาบอกกับโจ้อย่างตกใจ
“เนตรกับมะเฟืองโดนยิง...ทำไงดีล่ะ”
“เรารีบไปกันดีกว่า”
“เราต้องบอกใครอีกไหม แม่คุณภพล่ะ”
“ตอนนี้ไปก่อนเถอะ ระหว่างทางค่อยบอกแล้วกัน”
โจ้กับนิดารีบออกไป

มือปืนเข้ามาพบเสี่ยที่ห้องลับในเลาจน์
“จัดการไอ้ฉลามเรียบร้อยไหม”
“ไอ้ฉลามมันหนีไปได้ครับ แต่มันก็บาดเจ็บหนักน่ะครับเพราะมันโดนยิง”
เสี่ยโมโห
“ตีงูต้องตีให้ตาย ถ้าหลังมันหักมันกลับมาแน่ ทำไมเรื่องแค่นี้ถึงไม่สำเร็จ”
สมุนรายงานต่อ ขณะที่บัวมาแอบฟัง
“ไอ้ฉลามมันมาดักยิงผู้หญิงที่หน้าอำเภอน่ะสิเสี่ย มันยิงผู้หญิงไปก่อนแล้ว คนเริ่มแห่มาผมเลยต้องรีบเผ่น แต่ผมว่ามันไปไหนได้ไม่ไกลหรอกเพราะมันคงไม่กล้าไปโรงพยาบาลแน่ อย่างเก่งก็กระเสือกกระสนกลับรังมัน”
“ตามหารังมันให้เจอ ฉันจะไปจัดการมันด้วยมือฉันเอง มึงกล้าเหยียบดวงใจกู กูนี่แหละจะเหยียบใจมึงเอง”
เสี่ยโกรธจัด บัวอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน

เอกภพนั่งนิ่ง ใจแทบสลายไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น ขณะเดียวกันภัสสรกับทุกคนที่รู้เรื่องวิ่งเข้ามาหา
“ตาภพ...”
เอกภพโผกอดแม่อย่างเสียใจ
“คุณแม่...เนตร...”
“มันเกิดอะไรขึ้น”
“เนตรโดนยิงครับแม่”
“แล้วมะเฟืองล่ะ”
“มะเฟืองก็โดนยิงเหมือนกันครับ”
ภัสสรจะเป็นลม
“คุณพระช่วย...แล้วเด็กในท้องมะเฟืองล่ะลูก”
เอกภพนิ่งงันไปชั่วขณะ มาวินอึ้งไปอยากบอกเหลือเกินว่างามเนตรก็ท้องเหมือนกัน แต่ไม่มีจังหวะที่จะพูด นิดาเข้ามาถามมาวินถึงอาการงามเนตร
“บอสคะ...เนตรไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม”
“ผมก็หวังว่าอย่างนั้นเหมือนกัน”
ทุกคนต่างพากันเป็นห่วงทั้งงามเนตรและมะเฟืองในห้องผ่าตัด

ลูกน้องสามคน กระวนกระวายรอฉลาม อยู่ในห้องเช่า
“เมื่อไหร่จะมาสักที บอกไปแป๊ปเดียว”
“นั่นดิพี่ เดี๋ยวพวกเสี่ยมันแห่กันมาก็จบกันพอดี” อีกคนกังวล
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ลูกน้องทั้งสามดีใจคิดว่าฉลาม
“พี่ฉลาม”
ลูกน้องรีบเปิดประตูรับแต่ก็ต้องช็อค เพราะมือปืนกับเสี่ยเข้ามาในบ้าน

หมอออกมาจากห้องผ่าตัด ทั้งหมดรีบกรูเข้าไปหา เอกภพถามด้วยความเป็นห่วง
“เนตรกับน้องเป็นไงบ้างครับ”
“ทั้งสองปลอดภัยพ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่...สำหรับคนน้องอาจจะต้องเตรียมใจเผื่อไว้นะครับเพราะกระสุนโดนเข้าจุดสำคัญ หมอผ่าเอากระสุนที่ฝังออกให้แล้วแต่คนเจ็บอาจจะไม่ปกติเหมือนเดิมนะครับ”
เอกภพตกใจ
“หมายความว่าไงครับ”
“คนเจ็บมีโอกาสเป็นอัมพาต ไม่สามารถบังคับประสาทช่วงล่างได้ครับ”
“แต่เขากำลังท้องนะครับ แล้วลูกของผมล่ะ”
หมองงๆ
“คนเจ็บไม่มีลูกนะครับ คุณสับสนจำผิดคนหรือเปล่า”
เอกภพและทุกคนอึ้ง
“มะเฟืองไม่ได้ท้องงั้นเหรอ”
ภัสสรรีบถาม
“แล้วคนพี่ล่ะคะหมอ”
“คนเจ็บอีกคน โชคดีที่กระสุนเฉียดเด็กไปไม่โดนจุดเสี่ยง”

ทุกคนอึ้ง มองหน้ากันด้วยความงุนงง เอกภพแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

“ตอนนี้เด็กปลอดภัยดีครับ แต่หมอต้องคอยเช็คเรื่อยๆว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อนอะไรหรือไม่ ช่วงนี้เป็นช่วงตั้งครรภ์อ่อนๆ หมอยังไม่ไว้ใจครับ”
 

เอกภพตกใจ
“เนตรท้องเหรอครับ”
“ใช่ครับ”
เอกภพอึ้ง ทุกคนที่ได้ยินอึ้งไปตามๆกัน มาวินได้ยินก็ดีใจที่งามเนตรและลูกปลอดภัย

เอกภพเสียใจมากเดินมาหยุดนิ่งที่มุมหนึ่ง
“ทำไมคุณไม่บอกผมเรื่องลูก...ทำไม”
เอกภพนึกน้อยใจที่ตัวเองไม่รู้อะไรเลย ก้มหน้านิ่งเจ็บปวดใจ มาวินเดินมาหา
“จริงๆคุณน่าจะเป็นคนแรกที่รู้ว่าเนตรท้องนะครับ แต่คุณกลับมารู้พร้อมๆกับคนอื่น คุณควรจะรู้ตัวเองได้แล้วนะครับ ว่าเนตรไม่คิดที่จะฝากชีวิตไว้กับคุณแล้ว”
เอกภพอึ้งๆ
“คงเป็นเพราะคนรอบข้างเนตรมากกว่า ที่ทำให้เนตรไม่ไว้ใจในตัวผม”
มาวินมองเอกภพ
“คุณเคยมองตัวคุณเองบ้างไหมว่าคุณดีกับเนตรพอแล้วรึยัง ถ้าคุณทำให้เนตรเห็นทำให้เนตรเชื่อในตัวคุณได้ เนตรก็ไม่มีทางที่จะฟังคนอื่นหรอก มันอยู่ที่ตัวคุณคนเดียว...คุณภพ”
มาวินเดินจากไป เอกภพนิ่งไปอย่างเครียดๆ

ภัสสรนั่งดมยาดม ขณะที่ชมคอยพัดให้
“ทำไมเนตรไม่บอกแม่” ภัสสรพึมพำอย่างเสียใจ
“นั่นสิคะ ชมได้แต่เห็นคุณเนตรดูซูบๆไปแต่ก็ไม่เคยคิดว่าคุณเนตรจะท้อง”
นิดาหันมองชม
“ขนาดนิดาเพื่อนสนิทยังไม่ทราบเลยค่ะ”
ภัสสรถอนใจ
“ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องมาเกิดขึ้นกับเนตรและลูกด้วยก็ไม่รู้”
“ต้นเหตุน่าจะมาจากคุณมะเฟืองนั่นแหละค่ะ” มะเฟืองออกความเห็น
“ข้อนี้เห็นด้วย” นิดาพยักหน้ารับ
โจ้คิดๆ
“แล้วทำไมมะเฟือง ต้องโกหกทุกคนว่าตัวเองท้องด้วยล่ะครับ....งงอ่ะ”
ชมรีบบอก
“ก็เพราะต้องการจับผู้ชายน่ะสิคะ...คุณเองก็ระวังตัวนะคะ...”
“นี่แม่หน้าแบน เธอจะมาทำหน้างอใส่ฉันทำไมเนี่ย” นิดาถาม
“ไม่ได้ทำหน้างอนะ มันงอของมันเองตะหาก”
“ชม” ภัสสรปรามๆ
ชมสะบัดหน้าใส่นิดา หันมาดูแลภัสสรต่อ

ฉลามกระเสือกกระสนกลับมาที่ห้องเช่า ในสภาพที่เจ็บหนัก
“เปิดประตูเร็ว” ฉลามเคาะประตูเรียก
สักพักลูกน้องค่อยๆแง้มประตูออกมา หน้าลูกน้องมีแผลแตกเพราะโดนซ้อมมาหน้าตื่นๆ เหงื่อแตกพยายามจะบอกอะไรฉลาม
“เอ่อ...อ...”
ฉลามไม่ทันได้สังเกตด่าซะก่อน
“เปิดประตูซิวะจะรอให้พ่อมึงแห่มาเจอรึไง เดี๋ยวก็ได้โดนฆ่ากันยกแกงค์หรอกมึง”
ฉลามพรวดเข้ามาทั้งที่ยังเจ็บปิดประตูลงหันมาเห็น ลูกน้องโดนมือปืนเอาปืนจี้อยู่ข้างหลัง ส่วนแกงค์ฉลามที่เหลืออีกสองคนโดนซ้อมจนกระอักเลือดกองอยู่ที่พื้นไม่ได้สติ ฉลามหันไปเห็นเสี่ยนั่งรออยู่หน้าเหี้ยม
“เสี่ย...” ฉลามตกใจมาก

ตำรวจมาสอบปากคำที่โรงพยาบาลที่หน้าห้องคนไข้ แต่ไม่มีใครสามารถให้ปากคำได้ โจ้อธิบายกับตำรวจ
“พอดีพวกผมไม่ทราบจริงๆว่าเหตุการณ์เป็นยังไง คนที่ทราบดีก็ยังไม่ฟื้นเลยครับ คุณตำรวจจะอยู่รอพร้อมๆกับพวกผมก็ได้นะครับ”
ตำรวจงงๆ เอาไงดี เอกภพเดินเข้ามาพอดี โจ้หันไปเห็นบอกตำรวจ”
“โอ๊ะ...นั่นครับอีกหนึ่งในผู้ที่อยู่ใกล้ๆเหตุการณ์”
“สวัสดีครับ...คุณอยู่ในที่เกิดเหตุใช่ไหมครับ”
“ใช่ครับ ผมเป็นสามีของคนที่ถูกยิงครับ”
“สามีของ...”
“ของคุณเนตรคนพี่ครับ และมะเฟืองเป็นน้องสาวเนตรครับ”
“แล้วคุณเห็นหน้าคนร้าย ที่ยิงคุณผู้หญิงทั้งสองคนไหมครับ”
“เห็นไม่ค่อยถนัดครับ พอดีผมเข้ามาตอนมันหนีไปแล้ว”
“งั้นทางเราขอข้อมูลของคนที่ถูกยิง 2 คนนี่หน่อยนะครับ เพื่อหาหลักฐานจับตัวคนร้าย เชิญทางนี้หน่อยครับ”
ตำรวจไปนั่งคุยกับเอกภพอยู่ครู่ใหญ่ จึงสรุป
“จากการหาหลักฐานของทางเจ้าหน้าที่มาก่อนและข้อมูลของคุณ คนที่ยิงน่าจะเป็นนายฉลามคนที่เคยยิงคุณมะเฟืองมาก่อน ซึ่งทางเราตามตัวอยู่ตลอดแต่น่าจะมีแบ็คหนุนหลังที่ดี จึงรอดไปได้ทุกครั้ง”
“ฉลามเหรอครับ”
“ผมว่า คดีนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับการหักหลังกันเรื่องค้ายาด้วยนะ เพราะว่านายฉลามก็ถูกพวกมันกันเองดักยิงด้วยเหมือนกัน”
เอกภพตกใจว่ามะเฟืองเกี่ยวข้องยังไง
“แล้วมะเฟืองเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องค้ายาเหรอครับ”
“คือก่อนหน้านี้ทางเราจับผู้ต้องหาหญิงได้หนึ่งรายชื่อวิภา แม่ของคุณมะเฟืองโดนจับพร้อมของกลางยาบ้า เจ้าตัวรับสารภาพว่าทำเองไม่เกี่ยวกับใคร แต่ทางเจ้าหน้าที่คิดว่ามันน่าจะเกี่ยวพันกันกับเหตุการณ์นี้นะครับ”
เอกภพตกใจ
“แล้วตอนนี้น้าวิภาอยู่ไหนครับ”
“ฝากขังอยู่ที่ศาลห้ามประกันห้ามเยี่ยม น่ะครับ เกรงจะมีผลต่อรูปคดี ตอนนี้ตำรวจกำลังตามจับนายฉลามอยู่ครับ”
เอกภพฟังแล้วหดหู่ใจ

ฉลามถูกโยนลงพื้นสภาพยับเยินกว่าเดิม ฉลามคว่ำหน้าอยู่ เสี่ยเดินเข้าเตะเสยหน้าฉลามหงายขึ้นมา แล้วเหยียบที่แผลฉลามที่โดนยิงมาที่ไหล่เกือบๆอกซ้าย
“อ๊ากกกก...”
“เจ็บใช่ไหม เวลาที่มีคนมาเหยียบย่ำหัวใจ กูเคยบอกแล้วว่าบัวเป็นเด็กกูอย่าแตะ แต่มึงไม่เชื่อกู”
เสี่ยชักปืนออกมาเล็งที่ฉลาม
“แล้วของกูมึงกล้าเอาไปปล่อยเองเหรอ ตอนนี้ของกูโดนตำรวจยึดไปหมดแล้ว มูลค่าเท่าไหร่มึงรู้ไหม ....กูขอเอาชีวิตมึงแลกกับสิ่งที่มึงย่ำยีบัวและที่มึงหักหลังกู”
ฉลามคิดว่าตายแน่ๆ ยกมือไหว้ขอชีวิตเสี่ย
“อย่ายิงฉันเลย ฉันกราบขอร้องล่ะ ไว้ชีวิตพวกเราด้วย”
“มันสายไปแล้ว”
เสี่ยจะยิง ฉลามเทคตัวลุกขึ้นพุ่งเข้าชนเสี่ยแย่งปืนกันชุลมุน ลูกน้องฉลามเห็นพยายามขัดขืนจะช่วยลูกพี่ เสียงปืนดังขึ้นทุกคนหยุดหันมองเสี่ยที่ค่อยๆร่วงลงพื้น ฉลามรีบหันมาขู่ลูกน้องเสี่ย
“ทิ้งปืนปล่อยลูกน้องกู ไม่งั้นเสี่ยหัวกระจุยแน่”
สมุนเสี่ยทำตาม ลูกน้องฉลามรีบคว้าปืนที่โจรวางมาถือไว้ ฉลามถอยหลังออกพร้อมกับยิงสมุนเสี่ย เสี่ยหลบคว้าปืนฉลามยิงใส่เสี่ยอีกนัดตายคาที่ ฉลามและลูกน้องกำลังหนีออกไป หันมาเจอตำรวจล้อมบ้าน
“หยุดวางอาวุธ”
ฉลามหันซ้ายหันขวาไม่ยอมวางปืน
“กูไม่วาง...”
ฉลาม ยิงใส่ตำรวจ ตำรวจยิงสวน ฉลามทรุดลงแน่นิ่งตาเหลือก หันมองทางลูกน้องที่โดนยิงตาย ฉลามตาค้างสิ้นใจคาที่

มะเฟืองนอนยังไม่ได้สติอยู่ที่เตียงคนไข้ เธอฝันร้ายถึงเหตุการณ์ที่ ฉลามยิงแล้วงามเนตรเข้ามารับกระสุนแทน พร้อมทั้งบอกเธอ...
“พี่รักเธอนะมะเฟือง...”
มะเฟืองสะดุ้งตื่นเหงื่อแตก
“ไม่จริง...ไม่จริง...”
มะเฟืองพยายามมองรอบๆห้อง เห็นว่าเป็นโรงพยาบาล ตัวเองนอนให้น้ำเกลืออยู่และก็รู้สึกเจ็บเหลือเกิน...พยาบาลเข้ามาเปลี่ยนน้ำเกลือหันมาถาม
“เป็นไงบ้างคะ เจ็บแผลไหม”
มะเฟืองงงพูดช้าๆเหนื่อยๆ
“ฉันถูกยิง...”
“ค่ะ...ตอนนี้หมอผ่าตัดเรียบร้อยแล้วค่ะ”
มะเฟืองนึกถึงภาพที่งามเนตรถูกยิง
“พี่ฉัน....พี่สาวฉันก็ถูกยิงใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ ตอนนี้พี่สาวคุณปลอดภัยแล้วพักอยู่ห้องข้างๆนี่เองค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ตอนนี้คุณพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ”

มะเฟืองคิดประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

กำลังโหลดความคิดเห็น...