xs
sm
md
lg

น้องเมีย ตอนที่ 23 - 24

เผยแพร่:

น้องเมีย ตอนที่ 23


เช้าวันใหม่...งามเนตรเข้าไปหาเอกภพที่ฟุบอยู่ที่โต๊ะทำงาน เธอเอาผ้าคลุมไหล่บางๆของตัวเองคลุมให้เขา

“ลาก่อนนะคะคุณภพ”
งามเนตรมองดูเอกภพ เพื่อจดจำใบหน้าครั้งสุดท้ายก่อนตัดใจออกไปทั้งน้ำตา


ภัสสรนั่งน้ำตาซึม มองดูงามเนตรที่กำลังก้มลงกราบเท้า
“เนตรลานะคะคุณแม่”
ภัสสรพยายามกลั้นน้ำตา
“จ้ะ ..โทรมาหาแม่บ้างนะลูก”
“ค่ะ”
ชมนั่งปาดน้ำตาเศร้าใจ งามเนตรหันมายกมือไหว้ลา
“พี่ชมเนตรลานะคะ”
“คุณเนตรของชม”
ชมโผเข้าไปกอดงามเนตร
“รักษาเนื้อรักษาตัวนะคะ มีอะไรก็เรียกใช้ชมได้นะคะ”
“ขอบคุณค่ะ เนตรฝากดูแลคุณแม่กับคุณภพด้วยนะคะพี่ชม”
“ค่ะ”
งามเนตรเดินออกไป ชมเดินตามไปส่ง ภัสสรมองตามอย่างเสียใจและสงสารงามเนตรมาก


เอกภพตื่นขึ้นมาเห็นผ้าที่คลุมตัวอยู่หยิบมา มองผ้าในมือ จำได้ว่าเป็นของงามเนตร
“เนตร...”
เอกภพยิ้มดีใจรีบออกไป พบภัสสรที่หน้าห้อง ภัสสรหน้าเศร้ามาก
“มีอะไรเหรอครับ”
“หนูเนตรออกไปจากบ้านนี้แล้วนะ”
เอกภพตกใจ
“เนตรไปไหนครับแม่”
“เขาไม่ได้บอกแม่หรอก”
“ไปนานหรือยังครับ”
“เพิ่งไป”
เอกภพวิ่งตามไปทันที


รถแท็กซี่แล่นออกไป ชมโบกมือลางามเนตร เอกภพวิ่งมาถึงหน้าบ้านเห็นแท็กซี่วิ่งไปแล้ว เขาตะโกนลั่น
“เนตร...เนตร รอผมก่อน”
เอกภพวิ่งตามแท็กซี่ไป มะเฟืองยืนมองดูการจากลา ด้วยความสะใจ


งามเนตรหันมองเห็นเอกภพวิ่งตาม เธอตัดใจหันกลับมา กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้ด้วยความเสียใจที่ต้องทิ้งความรักของตัวเอง เอกภพวิ่งตามอยู่ด้านหลังรถแท็กซี่เริ่มห่างออกไปทุกที งามเนตรปล่อยโฮร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ
เอกภพมองตามรถแท็กซี่ไปจนลับตา เขาทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง เสียใจที่ประคองความรักต่อไปไม่ไหว
ทางด้านงามเนตรลงรถแท็กซี่ที่หน้าร้านนิดา ยกกระเป๋าเดินมาที่หน้าประตู เธอจะเดินเข้าไปหานิดา แต่ได้ยินเสียงโจ้จึงชะงักฟัง
“ไม่รู้เนตรจะเป็นไงบ้างเนอะ”
“ที่รู้ๆเพื่อนภพของผมท่าทางจะแฮปปี้น่าดูเลย”
“อิจฉาอ่ะนิดาอยากแฮปปี้แบบนั้นบ้างจัง”
“พูดจริงอ่ะ...”
นิดาเขิน งามเนตรกำลังจะเข้าไปแต่ต้องชะงักอีกครั้งเมื่อได้ยินที่โจ้พูด
“จริงๆแล้วตอนนี้เพื่อนผมกับเพื่อนคุณ ก็คืนดีกันแล้วเราสองคนไม่ต้องลำบากใจกับการโกหกไอ้ภพว่า ไม่รู้ไม่เห็นเรื่องของคุณเนตรอีกแล้ว”
งามเนตรได้ฟังที่โจ้พูด รู้สึกเกรงใจที่ทำให้เพื่อนๆเดือดร้อน
“ช่วงที่ต้องโกหกคุณภพเนี่ยมันเป็นอะไรที่นิดาลำบากใจมากเลยอ่ะ เนตรก็เพื่อนรัก ส่วนคุณภพก็เพื่อนกันมันอึดอัดเน๊าะ...ว่าไหม”
งามเนตรไม่อยากรบกวนเพื่อน จึงหันหลังออกไปโดยที่นิดากับโจ้ไม่รู้
“อืม...ก็จริง แต่พอคิดๆดูนะ การที่เพื่อนมาพึ่งพาเราผมว่ามันก็ดีอย่างนะ”
นิดาแปลกใจ
“ดียังไงเหรอ”
“ก็แสดงว่า เราคือเพื่อนแท้ไง”
นิดาคิดตามที่โจ้พูด แล้วเริ่มเห็นด้วย


งามเนตรนั่งรอมาวินอยู่ที่ร้านกาแฟ ไม่นานนักเขามาถึงร้าน
“ขอโทษทีนะครับ ที่ปล่อยให้คุณรอนานเลย”
“เนตรต่างหากล่ะคะที่ต้องขอโทษ ที่ต้องรบกวนคุณวันนี้”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ สำหรับคุณผมยินดีเสมอ”
“ขอบคุณนะคะ ฉันไม่รู้จะพึ่งใครจริงๆ”
งามเนตรหน้าเศร้า มาวินยิ้ม
“ผมดีใจนะที่คุณคิดถึงผม ตอนที่คุณเดือดร้อน ว่าแต่คุณมีเรื่องอะไรให้ผมช่วยเหรอครับ”
งามเนตรอ้ำอึ้ง แต่ก็ตัดสินใจพูด
“ฉันอยากไปจากที่นี่ คุณพอจะช่วยฉันได้ไหม”
มาวินอึ้ง เมื่อเห็นสีหน้างามเนตรดูจริงจัง


เอกภพพยายามกดโทรศัพท์หาเนตรหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่ติด เพราะงามเนตรปิดเครื่อง เขาทรุดตัวลงนั่งเศร้าอย่างเครียดใจ ไม่รู้จะไปตามเธอที่ไหน แล้วเขาก็นึกถึงนิดาขึ้นมา จะกดโทรหานิดา แต่เปลี่ยนใจไม่โทร ตัดสินใจไปหาทันที


มาวินพางามเนตรมาที่บ้านรับรองหลังหนึ่งของเขา
“บ้านนี้ถูกปิดไว้เฉยๆ ผมเองก็อยู่แต่คอนโดไม่ค่อยได้มีเวลามาดูแลบ้านสักเท่าไหร่ หวังว่าคุณคงอยู่ได้นะครับ”
“เนตรอยู่ได้ค่ะ แต่เนตรคงรบกวนคุณไม่นานหรอกค่ะ”
มาวินสงสัย
“เกิดอะไรขึ้นกับคุณเหรอครับเนตร”
งามเนตรเงียบ
“ถ้าคุณไม่อยากพูดถึงก็ไม่เป็นไรครับ ผมแค่แปลกใจว่าทำไมคนที่เข้มแข็งอย่างคุณถึงได้ตัดสินใจเดินหนีออกมาแบบนี้ ทั้งที่คุณเองก็รักคุณเอกภพมาก เรื่องมันร้ายแรงมากเหรอครับ”
งามเนตรก้มหน้าลง น้ำตาตก
“...มะเฟืองท้อง…”
มาวินอึ้งไปกับคำตอบของงามเนตรที่พูดมาทั้งน้ำตา
“เนตรไม่รู้จะทำยังไง รู้แค่ต้องออกมาจากบ้านนั้น ไปที่ไหนก็ได้ ที่ๆจะไม่ต้องเจอพวกเขา”
มาวินเห็นใจ
“แต่คุณไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมคุณถึงต้องออกมาล่ะครับ คนที่ผิดน่าจะเป็นน้องสาวคุณกับแฟนคุณมากกว่า”
“เรื่องนี้ไม่มีใครผิดหรอกค่ะ ถ้าจะมีคนผิดคงเป็นเนตรมากว่า ที่รู้ทุกอย่างช้าเกินไปจนแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว”
งามเนตรเงียบไป มาวินเป็นห่วง เห็นว่าเธอดูเหนื่อยๆเลยไม่อยากที่จะเซ้าซี้ถาม
“อยากให้ผมบอกนิดาไหม”
“อย่าเลยค่ะ เนตรไม่อยากให้เพื่อนๆเดือดร้อนไปมากกว่านี้อีก”
งามเนตรเศร้าๆ มาวินจึงไม่ซักอะไรอีก


เอกภพขับรถมาจอดที่หน้าร้านแล้วเดินเข้าไป ในร้าน โจ้กับนิดากำลังนั่งทานอาหารกันอยู่
“เอ้า..ไอ้ภพ...ลมอะไรหอบมาวะเนี่ย”
เอกภพมองไปทั่วๆ
“เนตรล่ะ...”
“ฮั่นแน่เล่นมุขอีกแร๊ะ มาถามหาเนตร ไม่ต้องมาอำกันเลย ฉันสองคนรู้แล้วว่าแกกับคุณเนตรคืนดีกันแล้วนะ”
“ใช่...หามุขใหม่ดีกว่าค่ะ”
นิดากับโจ้ขำกันสองคน เอกภพเครียด
“เนตรอยู่ไหน เนตรมาที่นี่ใช่ไหม”
โจ้กับนิดามองหน้ากันงงๆ
“เนตรไม่ได้มาที่นี่นะ”
เอกภพไม่เชื่อยังคงมองหา
“เนตรไม่ได้มาจริงๆค่ะ เมื่อกี๊นี้เรายังคุยถึงเรื่องคุณกับเนตรอยู่เลย นี่มันเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” นิดาสงสัย
“เนตรออกจากบ้านไปเมื่อเช้านี้ครับ”
นิดากับโจ้ตกใจ เอกภพลงนั่งอย่างคนหมดหวัง
“ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอคะ”
เอกภพก้มหน้าเศร้า
“ผมกับเนตรไม่ได้ทะเลาะกันหรอกครับ แต่เรื่องมันมาจาก...มะเฟืองท้อง”
โจ้กับนิดาร้องลั่น
“ท้องงงง...”
โจ้มานั่งข้างๆ
“แล้วงี้แกจะทำยังไงวะ “
“ฉันอยากคุยกับเนตร ฉันอยากเล่าอยากอธิบายให้เนตรเข้าใจ”
นิดาตึงๆนิดๆเข้าข้างเพื่อน
“ถ้าเป็นนิดา นิดาก็ไม่อยู่รอทำความเข้าใจหรอกค่ะคุณภพ”
เอกภพนิ่งไป โจ้สงสารรีบบอก
“คือ เราสองคนอยากช่วยแกนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปตามหาคุณเนตรที่ไหนเหมือนกัน ว่าแต่แกพอจะนึกออกบ้างไหมว่าคุณเนตร สนิทกับใครอีกไหมจะได้ช่วยกันโทรถามให้”
เอกภพพยายามคิด แล้วส่ายหน้า
“เดี๋ยวนิดาจะลองโทรถามเพื่อนๆที่ทำงานให้นะคะ”
นิดาแยกไปโทรศัพท์ โจ้มองดูเอกภพที่เอาแต่เครียด
“เอาน่าเดี๋ยวฉันช่วยตามหา”
โจ้เข้าไปตบบ่าให้กำลังใจเอกภพ


เอกภพนั่งเครียดอยู่หลังร้าน โจ้กับนิดายืนมองดูจากในร้าน ครู่หนึ่งกันตามาถึง
“คุณภพล่ะ”
“นั่งเครียดอยู่นั่นไง ดูท่าทางเหมือนเด็กมีปัญหาไม่มีผิด” โจ้บอก
กันตาหันไปมอง
“ขอตัวเดี๋ยวนะ”
“เชิญเลย ตามสบายปลอบๆมันด้วยแล้วกัน”
กันตาเดินเข้าไปหาเอกภพที่นั่งเศร้าอยู่
“มานั่งหลบมุมอยู่นี่เอง”
“คุณกันตา”
กันตาเดินมานั่งด้วย
“โจ้โทรไปหาฉัน แต่ฉันไม่ทราบหรอกนะคะว่าคุณเนตรอยู่ที่ไหนน่ะ ที่ฉันมาที่นี่เพราะเป็นห่วงคุณ”
“ขอบคุณครับ”
“โจ้เล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว แต่ฉันไม่อยากจะเชื่อว่ามะเฟืองจะท้อง”
เอกภพแปลกใจ
“ทำไมคุณคิดแบบนั้นล่ะครับ เพราะผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ผมมั่นใจว่าไม่มีทางที่มะเฟืองจะท้อง คุณเข้าใจที่ผมพูดใช่ไหม”
“ผู้หญิงที่ต้องการจะจับผู้ชายสักคนให้อยู่หมัด ร้อยทั้งร้อยก็จะเอาเรื่องลูกในท้องมาอ้างทั้งนั้นแหละค่ะ ฉันคิดว่ามะเฟืองก็คงทำแบบเดียวกัน”
“แต่หมอยืนยันจากผลการตรวจมาว่ามะเฟืองท้องจริงๆ ทุกคนเลยไม่เชื่อไม่ได้ ผมงงมากว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง”

กันตาอึ้งไปไม่อยากเชื่อว่าเรื่องจริง เอกภพเครียด
มาวินมองดูงามเนตรที่นั่งซึมอยู่ที่โต๊ะ
 

“ป่านนี้คุณภพคงตามหาตัวคุณวุ่นไปหมดแล้ว”
“คงไม่หรอกค่ะ ฉันคิดว่าเขาเข้าใจสิ่งที่ฉันทำนะคะ”
“บางครั้งผู้ชายก็ไม่เข้าใจความเงียบของผู้หญิงหรอกนะครับ การพูดคุยกันเคลียร์กันให้เข้าใจมันไม่ดีกว่าเหรอครับ ผมอยากให้คุณคิดดีๆ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินแก้อย่างที่คุณบอก”
“ฉันตัดสินใจแล้วค่ะ ฉันจะเลิกกับคุณภพ มันเป็นทางเดียวที่ฉันต้องทำ”
มาวินมองงามเนตรอย่างแปลกใจ
“ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณต้องเลือก สิ่งที่คุณต้องเจ็บปวดด้วย ทำไมไม่เลือกให้ตัวเองสมหวังมีความสุขคุณมีสิทธิ์เลือกนะเนตร”
งามเนตรมองมาวินเศร้าๆ
“ฉันเลือกไม่ทำร้ายใครดีกว่า เพราะทั้งสองคนเป็นคนที่ฉันรัก ฉันทำร้ายเขาไม่ได้ค่ะ”
มาวินถอนใจพอจะเข้าใจสิ่งที่เธอทำ
“ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจยังไง ผมจะอยู่ข้างคุณเสมอนะเนตร”
งามเนตรมองมาวินอย่างขอบคุณในความหวังดี


ฉลามเดินเข้ามาหน้าห้องลับที่มีลูกน้องเสี่ยยืนรออยู่
“เฮ้ยเสี่ยจัดของไว้ให้อั๊วหรือเปล่าวะ”
“เสี่ยไม่ได้สั่งไว้”
“เฮ้ย... ได้ไงวะข้าอุตส่าห์มาแล้วนะอย่าให้เสียเที่ยวสิ” ฉลามไม่พอใจ
“งั้นก็รอก่อนเสี่ยกำลังมา”
ลูกน้องสี่ยเดินไปสั่งงานอื่น ฉลามนั่งรออยู่แถวนั้น ลูกน้องเสี่ยอีกกลุ่มช่วยกันขนลังที่บรรจุมัดยาบ้าเข้าไปเก็บในห้องไม่ไกลจากฉลามนัก ฉลามแอบเข้าไปยังห้องด้วยความสงสัย เขาเข้าไปที่ลังที่ลูกน้องเพิ่งเอามาวาง มองซ้ายขวาก่อนที่จะแอบเปิดลังไม้ออกดูปรากฏว่าเห็นเป็นมัดยาบ้าเป็นก้อนๆบรรจุอยู่เต็มหีบ
“โห...นี่มันขุมทองชัดๆเลยนี่หว่า”
ฉลามมองซ้ายขวาไม่มีใคร
“ขอแบ่งไปบ้างแล้วกันนะเสี่ย”
บัวเดินผ่านมา เห็นฉลามที่กำลังแอบเอายาบ้ายัดใส่เสื้อแจ๊คเก๊ตอยู่ด้วยความตกใจ
“ไอ้ฉลาม...”
บัวไปโดนประตู ทำให้เกิดเสียงดัง ฉลามหันมา
“อีบัว”
บัวตกใจรีบถอยหนี ฉลามยั๊วะที่บัวมาแอบดู รีบวิ่งตามออกไปทันที


บัววิ่งหนีฉลามมาถึงทางตันหลังคลับ ฉลามไล่ต้อนบัวมาจนทัน
“อย่าเข้ามานะ”
ฉลามไม่ฟังเข้ามาถึงตัวบัวเอามือขย้ำที่คอบัวติดกำแพง บัวพยายามดิ้น ฉลามขู่
“แส่นักนะมึง”
“ปล่อยฉัน...ปล่อย...”
“ปล่อยให้มึงคาบข่าวไปบอกเสี่ยนะเหรอ ไม่มีทาง”
ฉลามดึงมีดออกมาจะจัดการ บัวกลัวถีบฉลามจนเซไปมีดหลุดมือออกไป ระหว่างที่ฉลามเสียหลักบัวหยิบไม้ที่อยู่แถวนั้นฟาดไปที่ฉลามจนฟุบลงไป
บัวมองสะใจที่เห็นฉลามร่วงกองอยู่กับพื้น บัวเข้ามาใกล้ๆเอาเท้าเขี่ยที่ขาฉลามดูเห็นนิ่งไป บัวโล่งใจ
“ไอ้ชั่ว...เพราะพวกแกทำให้ชีวิตฉันต้องเป็นแบบนี้ ฉันจะทำลายชีวิตพวกแกงบ้าง...ฉันจะบอกเสี่ยจัดการพวกแกให้หมดทุกคนเลย”
บัวทิ้งไม้ลงด้วยความโมโห หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทรหาเสี่ย ระหว่างนั้นฉลามค่อยลุกขึ้นมามองบัวด้วยความแค้น ฉลามคว้าโทรศัพท์จากมือ บัวหันมาตกใจหน้าซีด
“แก...”
ฉลามขว้างโทรศัพท์บัวทิ้งไป จิกหัวบัวแล้วขู่หน้าเหี้ยม
“ชอบให้กูลงมือใช่ไหม ได้กูจะจัดให้”
ฉลามตบหน้าบัว แล้วต่อยเข้าที่ท้องบัวจนฟุบไป ฉลามอุ้มบัวไปที่ห้องเก็บของในคลับ


ฉลามโยนบัวลงที่โซฟาเก่าๆ บัวพยายามจะลุกหนีแต่จุกเกินกว่าจะก้าวออกไปได้ ฉลามเข้ามาคร่อมตบหน้า
“ช่วยด้วย...ช่วยด้วย”
ฉลามชกเข้าที่ท้องน้อยจนบัวจุกไป ฉลามหันเห็นเชือกหยิบมามัดมือบัวติดกับโซฟา บัวพยายามขัดขืนแต่ไม่สำเร็จ
“เรียกให้ตายไอ้เสี่ยหน้าโง่นั่นก็ไม่ได้ยินหรอก...เดี๋ยวผัวคนนี้จะช่วยสงเคราะห์ให้เองนะ”
ฉลามมัดเสร็จหน้าหื่นเข้าหา บัวกลัวสุดชีวิต
“อย่า...อย่านะ...”
ฉลามกระชากเสื้อบัวออกแล้วเหวี่ยงไป แล้วโถมตัวทับลงที่บัวอย่างหื่นจัด


เอกภพนั่งมองดูรูปแต่งงานด้วยความเศร้า มะเฟืองขนกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองเข้ามาในห้องก็มองอย่างหมั่นไส้
“เอาเก็บลงกล่องเลยไหมคะ เดี๋ยวมะเฟืองจัดการให้”
เอกภพชะงักหันมามอง เห็นว่ามะเฟืองหอบกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามาในห้องไม่พอใจ
“คุณเข้ามาทำไม”
มะเฟืองยิ้มๆเดินเข้ามาหา
“ก็มะเฟืองเป็นเมียคุณ ก็ต้องเข้ามาอยู่ที่ห้องนี้กับคุณสิคะ ขืนอยู่คนล่ะห้อง คนอื่นจะว่าคุณได้นะคะว่าไม่ให้เกียรติเมียตัวเอง”
เอกภพโกรธ ตอบด้วยสีหน้านิ่ง
“เอาของของคุณออกไปซะ ห้องนี้เป็นห้องของเนตร คุณไม่มีสิทธิ์”
“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ในเมื่อมะเฟืองก็เป็นเมียของคุณเหมือนกัน ที่ไหนๆในบ้านหลังนี้มะเฟืองก็ต้องมีสิทธิ์เหมือนที่พี่เนตรมี”
มะเฟืองเดินเอาเสื้อผ้ามาแขวนในตู้เสื้อผ้าไม่สนใจ เอกภพไม่พอใจ เดินเข้าไปดึงเสื้อผ้าทั้งหมดมาใส่กระเป๋าแล้วยกออกไปวางที่หน้าห้อง มะเฟืองอ้าปากค้างดูเอกภพทำด้วยความโกรธ
“ห้องนี้เป็นห้องของผมกับเนตรเท่านั้น เชิญ”
มะเฟืองเจ็บใจที่เอกภพขับไล่ตัวเอง แกล้งบีบน้ำตา
“มะเฟืองคิดอยู่แล้วว่าคุณต้องทำกับมะเฟืองแบบนี้ คุณจะทำดีกับมะเฟืองบ้างไม่ได้เลยหรือไงคะ ทุกที่ในบ้านนี้เป็นของพี่เนตรทั้งหมดแล้วฉันกับลูกล่ะ ถ้าคุณไม่เห็นแก่ฉันก็เห็นแก่ลูกที่กำลังจะเกิดมาบ้างสิคะ”
มะเฟืองบีบน้ำตาขอร้องเอกภพ เอกภพหันหน้าไปทางอื่นแล้วบอกกับมะเฟืองด้วยน้ำเสียงที่นิ่งๆไม่สนใจใดๆ
“คุณจะอยู่ที่ไหนๆในบ้านนี้ก็ได้เชิญตามสบาย แต่ยกเว้นห้องนี้ ที่นี่เป็นของเนตรไม่ใช่ของคุณ”
เอกภพหันหลังเดินไปอีกมุมไม่สนใจมะเฟืองที่กำลังยืนบีบน้ำตา มะเฟืองเจ็บใจ


มะเฟืองอารมณ์เสียเข้าห้องมาปิดประตูปัง ขนเสื้อผ้ากลับมาโยนโครมที่กลางห้อง
“โธ่เว้ยยย”
วิภาจออกมาจากห้องน้ำ เห็นเสื้อผ้ามะเฟืองกระจายกลางห้อง
“เอ้าอะไรกันนังมะเฟือง ไหนว่าจะย้ายไปอยู่ห้องผัว แล้วทำไมเอาข้าวของมาโยนทิ้งแบบนี้วะ มันเกิดอะไรขึ้นวะ”
“จะอะไรล่ะแม่ ก็โดนไล่แห่ออกมานี่ไง”
“เฮ้ย...นี่ถึงขนาดไล่กันแบบนี้เลยเหรอวะ แบบนี้มันจะเกินไปหน่อยมั๊ง เดี๋ยวฉันจะไปคุยกับผัวแกเอง”
วิภาจะเดินออก มะเฟืองดึงไว้
“ไม่ต้องเลยแม่”
“ทำไมวะ”
“ขนาดฉันเอาเรื่องลูกมาอ้างเค้ายังไล่ฉันออกมาแบบนี้เลย ถ้าแม่ไปพูดกับเขามีหวังคงได้โดนเฉดหัวออกจากบ้านทั้งฉันทั้งแม่เนี่ยแหละ ฉันทั้งตีหน้าเศร้าก็แล้ว บีบน้ำตาก็แล้ว คุณภพเขาก็ไม่ยอมให้ฉันเข้าไปอยู่ในห้องกับเขา เขาบอกฉันว่าอะไรรู้ไหมแม่...”
มะเฟืองแค้น วิภามองหน้าอยากรู้
“มันว่าไงล่ะ”
“เขาบอกฉันว่าห้องนั้นมันเป็นที่ของอีนังเนตรฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปเหยียบ ขนาดตัวมันไม่ได้อยู่ที่นี่คุณภพก็ยังเก็บที่นั่นไว้ให้มันอีก แล้วฉันล่ะแม่ เขาไม่เคยคิดถึงฉันเลย”
“ฉันว่าแกควรต้องรีบจัดการบางอย่างแล้วล่ะ”
“จัดการอะไรล่ะแม่”
“ตราบใดที่อีนังเนตรมันยังนอนกกนอนกอดทะเบียนสมรสอยู่ แบบนี้แกก็จะไม่มีสิทธิ์ใดๆในบ้านหลังนี้เลย แกควรจะรีบทำให้มันยอมเซ็นใบหย่าเร็วๆเพื่อที่จะได้ครอบครองทุกอย่างที่เคยเป็นของมัน”
มะเฟืองยิ้มร้ายกับความคิดของวิภา



บัวพยุงร่างที่สะบักสะบอมเดินมาที่หน้าคลับแล้วฟุบลงไป เสี่ยที่เพิ่งมาถึงเดินเข้ามาเห็นบัวตกใจรีบเข้ามาดู
“บัวว่าเกิดอะไรขึ้น...บอกเสี่ยสิใครทำร้ายเธอ”
“ฉันไปเห็นไอ้ฉลามมันขโมยของเสี่ย มันเห็นฉัน มันเลยข่มขืนและจะฆ่าฉัน”
บัวสลบไปในอ้อมกอดเสี่ย
“ไอ้ฉลามมึงหยามกูใช่ไหม”
เสี่ยโกรธที่ฉลามหักหน้า หันไปบอกลูกน้อง
“ส่งคนออกจัดการไอ้ฉลาม เอาของคืนมาแล้วฆ่ามันทิ้งซะ”
เสี่ยเสี่ยหันมองดูบัวอย่างสงสาร


ภัสสรนั่งอยู่ที่ห้องรับแขก เอกภพเดินเข้ามาหา
“คุณแม่ครับ”
“ว่าไงลูก”
“ผมจะย้ายมะเฟืองกับน้าวิภา ออกไปอยู่บ้านริมน้ำของคุณแม่นะครับ”
ภัสสรแปลกใจ
“ทำไมล่ะลูก”
“ผมรักบ้านหลังนี้เพราะบ้านหลังนี้มีคนที่ผมรัก 2 คน คือ คุณแม่ และก็เนตร คือบ้านของเนตร...ผมไม่อยากทำให้คุณแม่ต้องเสียใจ กับเนตรไว้มาก มากจนผมรู้สึกว่า ผมไม่ควรอยู่ในที่นี่”
“ถ้าลูกจะรับผิดชอบสิ่งที่ลูกทำพลาดไปด้วยวิธีนี้ แม่ก็ยอม ถึงแม่จะไม่ชอบมะเฟืองแต่แม่ก็คิดว่าลูกได้รับผิดชอบสิ่งที่ลูกทำดีแล้ว”
มะเฟืองเดินผ่านมาเห็นแม่ลูกคุยกัน เลยรีบเข้าไปเพื่อแอบฟัง เอกภพเข้ามากราบภัสสรที่ตัก
“แม่ครับผมขอโทษนะครับที่ทำให้แม่ไม่สบายใจ ผมจะพามะเฟืองกับแม่เขาย้ายไปอยู่บ้านริมน้ำให้เร็วที่สุด ผมจะพยายามยอมรับความจริงให้ได้ครับแม่”
มะเฟืองได้ยินเจ็บใจ เอกภพนั่งเศร้า ภัสสรสงสารลูก
“ดีแล้วล่ะลูก เมื่อมีโอกาสเป็นพ่อคนก็ควรทำหน้าที่ให้ดีที่สุด นะลูกนะเรื่องย้ายไปอยู่ที่บ้านริมน้ำนั่นถ้าเป็นความต้องการของลูกแม่ก็คงไม่ขัดอะไร”
เอกภพน้ำตาไหล
“ขอบคุณครับแม่”
มะเฟืองแอบฟังโกรธจัด เธอเดินออกมาด้วยความหงุดหงิด
“เรื่องอะไรฉันจะต้องไปจากบ้านนี้ด้วย บ้านนี้มันต้องเป็นของฉันสิ”
มะเฟืองหยิบมือถือขึ้นมากดแมสเสจพิมพ์ข้อความ ลงไป
‘คุณภพขอให้ช่วยจัดการเรื่องหย่าให้เร็วที่สุด นึกว่าเห็นแก่หลานที่กำลังจะเกิดด้วย’
มะเฟืองกดส่งข้อความออกไป



งามเนตรเช็ดทำความสะอาดอยู่ที่ห้องรับแขก มาวินที่ซื้อของมาให้ทักทาย
“ไงครับนอนหลับสบายไหม”
“แปลกที่น่ะค่ะก็เลยไม่ค่อยหลับสักเท่าไหร่”
“ผมซื้ออาหารมาให้ ไม่รู้ว่าคุณชอบอะไร โทรเข้ามือถือคุณก็ไม่ได้เปิด ก็เลยซื้อมันทุกอย่างเลย มันต้องมีสักอย่างที่คุณชอบบ้างแหละ”
“ขอบคุณค่ะ ให้ฉันช่วยนะ”
“ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง”
มาวินหิ้วของไปที่โต๊ะอาหาร
“สงสัยต้องติดโทรศัพท์บ้านซะแล้วจะได้ถามคุณได้”
งามเนตรหันมามองกระเป๋าถือของตัวเองที่โต๊ะโซฟา เดินเข้ามาหยิบโทรศัพท์แล้วเปิดเครื่องดู
เห็นมีข้อความสายเข้าจากเอกภพ นิดา โจ้ หลายสาย แล้วก็มีภาพแมสเสจเข้ามา งามเนตรมองดูแล้วกดเปิดอ่านข้อความ
‘คุณภพขอให้ช่วยจัดการเรื่องหย่าให้เร็วที่สุด นึกว่าเห็นแก่หลานที่กำลังจะเกิดด้วย’
งามเนตรอ่านข้อความน้ำตาไหลพราก เป็นลมฟุบไป มาวินตกใจรีบเข้าไปดู


งามเนตรนอนให้มอตรวจอยู่ที่เตียงในคลินิก ครู่หนึ่งหมอออกมาหามาวินที่นั่งรออยู่
“หมอครับ เนตรเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
“มันอาการปกติของคนที่ตั้งครรภ์น่ะครับ”
“ตั้งครรภ์เหรอครับ”
“ช่วงนี้ต้องให้คุณแม่ระมัดระวังนิดนะครับ จะเดินทางไปไหนมาไหนระวังอย่าให้สมบุกสมบันมากนัก”
มาวินนิ่งอึ้งไป เพราะคิดไม่ถึงว่างามเนตรกำลังท้อง
“เดี๋ยวหมอจะจัดยาบำรุงให้นะครับ หมอหยิบใบสั่งยาเดินออกไปนอกห้อง”
มาวินเดินไปที่ม่านเปิดม่านออก เห็นงามเนตรนั่งนิ่งอยู่ที่เตียง
“เนตร... คุณรู้ใช่มั๊ยว่าตัวเองกำลังท้อง”
“ค่ะ”
มาวินยิ่งอึ้งหนักไปอีก ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงออกมาจากบ้าน
“ทำไมคุณถึงไม่บอกคุณภพไปว่าคุณก็ท้องเหมือนกัน”
“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ”
“ไม่จำเป็นเหรอเนตร ลูกต้องมีพ่อนะเนตร แล้วใครจะดูแลคุณกับลูก”

“เนตรจัดการชีวิตของตัวเองได้ค่ะ แต่มะเฟืองต้องมีคนคอยดูแล”
น้องเมีย ตอนที่ 23 (ต่อ)
 

“คุณทำแบบนี้ไม่ถูกนะครับ คุณภพเขาควรจะต้องรับผิดชอบ”

มาวินหยิบมือถือขึ้นมาจะโทรหาเอกภพ งามเนตรเห็นรีบจับมือเขาห้ามไว้
“อย่านะคะเนตรขอร้อง คุณภพควรจะรับผิดชอบมะเฟืองมากกว่า แล้วอีกอย่างเนตรก็ตัดสินใจแล้วด้วยค่ะ”
มาวินพูดไม่ออก ได้แต่มองอย่างสงสาร


มาวินกดโทรศัพท์ มือถือกันตาดัง ครู่หนึ่งเธอรับสาย
“สวัสดีค่ะ”
“คุณกันตา ผมมาวินนะครับ”
กันตาแปลกใจ
“อ๋อค่ะ...มีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ”
“ผมมีเรื่องสำคัญอยากคุยกับคุณ”
กันตางง


กันตานั่งรออยู่ที่ร้านกาแฟ มาวินเดินเข้ามาหา
“สวัดดีครับ”
“สวัดดีค่ะ เชิญนั่งค่ะ”
มาวินนั่งลง
“คุณคงแปลกใจสินะครับ ที่อยู่ๆผมก็โทรหาคุณ”
“ตกใจมากกว่าค่ะ เรื่องสำคัญของคุณมันเป็นเรื่องสำคัญของฉันด้วยหรือเปล่าล่ะคะ”
“ถ้าคุณสนิทกับคุณภพผมว่า มันน่าจะสำคัญกับคุณนะ”
กันตาอยากรู้เรื่อง
“คุณคงทราบเรื่องที่คุณภพกับเนตร ทะเลาะกันแล้วนะครับ”
“ฉันทราบค่ะ”
“แล้วตอนนี้คุณภพกับมะเฟืองเป็นไงบ้างครับ”
“ฉันรู้แต่เรื่องของคุณภพที่โดนคุณเนตรทิ้งไป เขาน่าสงสารมากนะคะ ส่วนมะเฟืองฉันไม่อยากรับรู้หรอกค่ะ เด็กใจแตกแบบนั้นทำได้ทุกอย่างแหละค่ะแม้กระทั่งเรื่องท้อง”
มาวินคิดตามที่กันตาพูด
“ดูคุณไม่เชื่อว่ามะเฟืองท้องใช่ไหมครับ”
“ฉันก็แค่สงสัยตามสัญชาตญาณน่ะค่ะ”
“แล้วถ้าผมจะบอกคุณว่า คุณเนตรท้อง คุณจะเชื่อผมไหม”
กันตาตกใจ
“นี่คุณไม่ได้ล้อฉันเล่นใช่ไหมคะ”
“เนตรท้องจริงๆครับ ผมเพิ่งทราบเมื่อคืนหลังจากที่เนตรตัดสินใจออกจากบ้านคุณภพมา”
“แล้วทำไมคุณถึงมาบอกฉันคะ”
“เพราะผมอยากคุยกับคนที่มีความรู้สึกเดียวกันกับผม”
กันตางง
“คุณทำให้ฉันงงนะคะเนี่ย”
“ผมรู้ว่าคุณชอบคุณภพ ผมเองก็ชอบเนตร แบบนี้ผมคงพูดได้ใช่ไหมครับว่า คุณกับผมเหมือนกัน ผมคิดว่าคุณภพคงไม่ทราบว่าเนตรท้อง ส่วนเนตรเองก็ไม่ต้องการให้คุณภพรู้ว่าตัวเองท้อง ผมเข้าใจว่าเนตรเสียสละเพื่อน้อง แต่ผมก็อดรู้สึกไม่ได้ว่ามันไม่ถูกต้อง”
“คุณต้องการให้ฉันทำอะไร”
“คุณภพเชื่อว่ามะเฟืองท้องเลยต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าเขารู้ว่าเนตรก็ท้องเขาจะทำยังไง”
“โอเค ฉันจะไปหาคำตอบมาให้แล้วกันนะคะ ฉันเองยังไม่อยากจะเชื่อที่มะเฟืองท้องเลย”
มาวินยิ้มออกเมื่อกันตาบอกอย่างนั้น


ฉลามนั่งมองห่อยาบ้า คิดหาทางปล่อยของ ลูกน้องฉลามที่ไปสอดแนมข้างนอกมา กลับเข้ามารายงาน
“พี่หลาม ถ้าพวกเราปล่อยของเองฉันว่าถ้าจะยากว่ะพี่”
“ทำไมวะ”
“ทั้งตำรวจ ทั้งลูกน้องเสี่ยมันตามหาตัวพี่ให้ควั่กเลย”
ฉลามเจ็บใจ
“...แม่งเอ๊ย...ทำไงดีวะ”
ลูกน้องอีกคนคิดได้
“พวกเราทำไม่ได้ เราก็ต้องใช้คนอื่นทำแล้วมั๊งพี่”
“ใครวะ”
“ใครที่พี่ข่มมันได้บ้างล่ะ”
ฉลามคิดถึงมะเฟืองขึ้นมายิ้มๆมีแผน



หน้าบ้านมีคนขับมอไซด์มาด้อมๆมองๆ ชมกวาดสนามหญ้าอยู่มองเห็นก็เดินเข้าไปถาม
“มาหาใคร”
“คนชื่อวิภาอยู่ที่นี่ไหม”
ชมพยักหน้า
“อยู่...มีอะไรเหรอ”
คนขับส่งจดหมายให้
“ฝากให้วิภาด้วย”
ชมรับมาถือไว้


ชมเดินมายื่นจดหมายให้วิภา ที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่
“มีคนฝากมาให้”
“ใคร”
“ไม่รู้ ไม่ได้ถาม”
“ปากก็มี คราวหน้าคราวหลังก็หัดถามไว้สิยะ หัดพูดเยอะๆจะได้พูดชัดๆ อย่ามัวแต่เห่าแต่หอนเข้าใจไหม”
วิภาดึงกระดาษจดหมายมา ชมทำเสียงทำหน้าขู่เหมือนหมาบ้า
“โฮ่งๆๆๆ”
วิภาตกใจ
“อีบ้า...จะไปไหนก็ไปเลยนะ...”
ชมเดินสะบัดออกเพราะหมั่นไส้ วิภาแกะจดหมายออกอ่านพอเห็นข้อความถึงกับช็อค
‘ถ้าพรุ่งนี้ไม่เอาเงินมาใช้หนี้ มึงเตรียมตัวตายได้เลย’
วิภาหน้าซีดกลัว มะเฟืองเดินมาหา
“แม่...”
วิภาสะดุ้งเฮือก
“ตกใจหมด”
“ทำไมต้องตกใจหน้าซีดแบบนี้ด้วย เป็นอะไรแม่”
มะเฟืองเหลือบเห็นจดหมายในมือแม่ คว้ามาดูวิภาจะดึงกลับแต่ไม่ทัน
“นี่มันอะไรกันแม่ หนี้อะไรที่ไหนอีก”
วิภาหน้าเจื่อนๆ
“ก็ หนี้เก่านั่นแหละ”
“หมายความว่าไงแม่ ฉันเคยให้เงินแม่ไปหลายครั้งแล้วทำไมหนี้มันไม่หมดสักทีล่ะ”
“คือ...แม่เอาเงินไปต่อทุนหมดน่ะ กะว่าได้คืนมาจะเอาไปใช้...แต่...มันหมดตูดซะก่อน”
มะเฟืองส่งจดหมายคืน
“งั้นก็เรื่องของแม่แล้วกัน ฉันช่วยแม่แล้วนี่”
“เฮ้ย..มะเฟืองแกจะทิ้งฉันไม่ได้นะ แกไม่เห็นเหรอว่ามันขู่จะฆ่าแม่น่ะ”
“แม่จะให้ฉันช่วยยังไงล่ะ ตังค์ก็ไม่มีสักบาท ฉันไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหนให้แม่หรอกนะ”
มะเฟืองกลุ้มใจ วิภาพยายามหาทางออก
“แกก็ไปขอคุณภพสิ...ขอเป็นค่าเลี้ยงดูไง”
มะเฟืองยังไม่ทันได้ตอบอะไร เสียงมือถือดังขึ้นมะเฟืองกดรับ
“ออกมาหาฉันหน่อย” ฉลามพูดทันที
มะเฟืองตกใจที่เป็นฉลาม
“...ไม่ไป”
ฉลามขู่
“ถ้ามึงไม่ออกมาหากู กูจะตามรังควานจนมึงอยู่ไม่เป็นสุขเลย อยากลองของก็เอาซิ”
มะเฟืองเครียดทันที


วันรุ่งขึ้น...มะเฟืองมาหาฉลามที่ห้อง
“มีธุระอะไรว่ามา ฉันไม่มีเวลาว่างมากนักหรอกนะ”
ฉลามจับคางมะเฟืองแหย่ๆ
“เดี๋ยวนี้ทำไมชอบทำตัวห่างเหินกับพี่หลามนักล่ะจ๊ะ”
มะเฟืองปัดมือฉลามออก
“พูดธุระมาดีกว่า”
ฉลามมองมะเฟืองกวนๆ
“ก็ได้ๆ คืองี้ ฉันจะไปอยู่ที่อื่นสักพัก คงอีกนานกว่าจะกลับมา”
“ก็ดีแล้ว”
“แต่ฉันมีเรื่องอยากให้เธอช่วย เอาของไปให้คนรู้จักของฉันให้หน่อย”
มะเฟืองแปลกใจ
“เอ้า...ก็ใช้ไอ้พวกลูกน้องแกสิ มาใช้ฉันทำไมล่ะ”
“คือพวกฉันกับพวกมันไม่ถูกกัน แต่ฉันไม่อยากมีเรื่องกับพวกมันอีก ไหนๆก็จะไปจากที่นี่แล้วเลยไม่อยากสร้างศัตรู”
“เออ..ก็คิดได้นี่”
ฉลามยื่นกระเป๋าส่งให้
“ส่งให้ถึงมือคนรับนะเพราะมันสำคัญกับกูมาก ถ้าแค่นี้มึงทำให้กูไม่ได้กูจะตามคิดบัญชีมึงทบต้นทบดอกแน่ อีมะเฟือง”
“เออ...ๆ” มะเฟืองไม่พอใจ



กันตานั่งคุยกับเอกภพอยู่ที่สระน้ำในบ้าน...
“คุณเนตรติดต่อมาบ้างไหมคะ”
“ไม่เลยครับ”
“คุณเนตรเธอใจแข็งมากนะคะ ที่ตัดใจไม่ติดต่อกับคุณได้”
“เนตรคงโกรธผมมาก มากจนไม่ให้อภัยผมแล้ว”
เอกภพเศร้าใจ กันตามองแล้วพูดความในใจของตัวเอง
“ฉันเคยแอบอิจฉาคุณเนตรที่มีสามีที่น่ารักแบบคุณ จนบางครั้งยังเคยคิดว่าถ้าคุณสองคนเลิกกันก็คงดีฉันจะได้มีโอกาสใกล้ชิดคุณมากขึ้นกว่าเดิม จนวันนี้ฉันตั้งใจมาที่บ้านคุณโดยไม่ลังเล เพราะอะไรรู้ไหมคะ”
“อะไรเหรอครับ”
“เพราะฉันไม่ต้องลำบากใจที่ต้องทำร้ายคนดีๆอย่างคุณเนตรน่ะสิคะ คุณจะไม่ลองเปิดใจเผื่อฉันบ้างเหรอคะ”
“อย่าเสียเวลากับคนอย่างผมเลยครับ อย่างที่ผมเล่าให้คุณฟังเมื่อวันก่อนภาระหนักของผมคือ ผมต้องดูแลมะเฟืองกับลูก”
“ทั้งๆที่คุณไม่ได้รักเขางั้นเหรอคะ”
“แต่ผมทำให้มะเฟืองต้องท้องผมต้องรับผิดชอบ”
“แบบนี้คุณก็ต้องรับผิดชอบคุณ...เนตร...ด้วยไหม”
เอกภพงงกับคำพูดกันตา
“คุณหมายถึงอะไรเหรอครับ”
กันตาเปลี่ยนเรื่อง
“เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ ฉันก็พูดไปงั้นๆเอง”
กันตาแก้เก้อทำมองหามะเฟือง
“ฉันมาตั้งนานแล้วยังไม่เห็นมะเฟืองเลย”
เอกภพไม่อยากพูดถึง
“คงไปข้างนอกมั๊งครับ”
เอกภพดูนิ่งๆไป กันตาขยับเข้าไปใกล้จับมือเอกภพ
“ฉันเป็นห่วงคุณนะคะ ไม่อยากเห็นคุณเครียดแบบนี้เลย ถ้ามีอะไรที่ฉันพอจะช่วยคุณได้บ้างบอกนะคะ ฉันยินดีช่วยคุณค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
กันตายิ้มให้เอกภพ


มะเฟืองเดินออกมาจากห้องฉลามพร้อมกระเป๋า พลางบ่นอย่างอารมณ์เสีย
“เมื่อไหร่จะไปพ้นๆไอ้พวกนี้สักทีนะ สาธุขอให้มันไปแล้วไปลับ ไม่ต้องกลับมาเจอะมาเจอกันอีกเลย”
เสียงมือถือดังขึ้น มะเฟืองรับ
“ฮัลโหล”
“แกอยู่ไหนนังมะเฟือง รีบกลับมาบ้านเลยนะตอนนี้มีอีนังชะนีหน้าขาวที่ไหนก็ไม่รู้มาหาคุณภพ ดูสนิทสนมกลมเกลียวแทบจะนอนคุยกันอยู่แล้ว แกรีบมาแล้วกัน”
มะเฟืองโมโหขึ้นมาทันที


งามเนตรนั่งอยู่ที่โต๊ะ อาหารซึมๆ มาวินจัดแจงอาหารเสร็จยกมาวางที่โต๊ะ
“ทานอาหารกันดีกว่านะ จะได้ทานยาบำรุงตามที่หมอสั่ง”
งามเนตรยิ้มนิดๆ แต่สีหน้ายังดูไม่ค่อยดีเหมือนๆเวียนๆหัว
“ยังเวียนหัวอยู่เหรอครับ”
“ยังเวียนนิดหน่อยค่ะ”
“แข็งใจนิดนะครับ จะได้มีอะไรรองท้องก่อนทานยา”
มาวินตักอาหารใส่จานให้ งามเนตรกำลังจะตัดอาหารทาน แต่มีอาการพะอืดพะอมเพราะได้กลิ่นอาหารประกอบกับเวียนหัว เธอรีบลุกพรวดไปอ้วกที่ห้องน้ำทันที มาวินลุกตามไป
“เนตร...ไหวไหมครับ”
งามเนตรอ้วกแล้วดีขึ้นเดินกลับมา มาวินประคองมานั่งที่โซฟาใกล้ๆก่อน
“นั่งพักก่อนดีกว่านะครับ ท่าทางคุณจะแพ้มากนะครับ”
“คงเป็นเพราะฉันนั่งรถกลับมาจากโรงพยาบาล เลยยังเวียนหัวอยู่มั๊งคะ อีกสักพักก็คงดีขึ้น”
มาวินมองงามเนตรอย่างเป็นห่วง
“จนขนาดนี้แล้ว คุณยังคิดจะไปหย่าอยู่อีกเหรอเนตร”
“มันคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว สำหรับทุกคนที่ฉันพอจะทำได้”
“เพื่ออะไรครับ ทั้งๆที่คุณก็ท้องเหมือนกันนะ”
“เพื่อมะเฟืองจะได้มีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม”
“แล้วตัวคุณล่ะเนตร”
“ส่วนฉัน” งามเนตรเอามือลูบที่ท้องเบาๆ อย่างปลอบใจตัวเอง “ก็จะอยู่กับลูกที่เป็นเหมือนตัวแทนของคุณภพ”
มาวินมองเนตรอย่างสงสาร ที่ต้องเป็นฝ่ายยอมเจ็บแบบนี้ มาวินจับมืองามเนตรบอกสิ่งที่คิดอยู่ในใจ
“ผมจะดูแลคุณกับลูกเอง ให้โอกาสผมได้ไหมเนตร ผมรักคุณนะเนตร”
“ฉันรักคุณภพมากเกินกว่าที่จะรักใครได้อีกแล้วล่ะค่ะ อย่าเสียเวลากับฉันเลยค่ะ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...