xs
xsm
sm
md
lg

น้องเมีย ตอนที่ 19 - 20

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


น้องเมีย ตอนที่ 19

นิดาเครียดฟุบหน้าอยู่ที่โต๊ะในร้านดอกไม้ โจ้เข้ามาในร้านมองดูดอกไม้มาหยุดที่ดอกไม้ที่เป็นที่คาดผมของนิดา โจ้ก้มดมกลิ่น นิดาเงยหน้าขึ้นมาเห็นโจ้ต่างคนต่างตกใจ

“อัยย่ะ...”
โจ้ตั้งสติ
“เอ่อ...ผม...ผมมาหาซื้อดอกไม้น่ะครับ”
“อ๋อค่ะ...ฉันขายดอกไม้อยู่ที่นี่ค่ะ”
โจ้เขิน
“บังเอิญจังเลยนะครับ ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณ”
“เหมือนกันค่ะ”
“เอ...แต่ผมจำได้ว่าคุณทำงานที่บริษัทเดียวกับคุณเนตรไม่ใช่เหรอครับ”
“ใช่ค่ะ แต่วันนี้อยากจะลางานซะแล้วสิซ..กลุ้มใจน่ะค่ะ”
นิดาดูกังวล โจ้เป็นห่วง
“ไม่สบายใจเหรอครับ”
นิดามองโจ้
“ค่ะ...”
“ไม่สบายใจเรื่องอะไร ระบายกับผมก็ได้นะครับ เผื่อคุณจะได้สบายใจขึ้น ผมยินดีครับ”
นิดาเขินๆ
“จะดีเหรอคะ เกรงใจ”
“อย่าเกรงเลยครับ”
“คืองี้ค่ะ ตอนนี้เนตรเขาโกรธฉันที่ไม่ยอมบอกว่าบริษัทที่เนตรไปทำงานน่ะเป็นของคุณมาวินเจ้านายเก่าที่เนตรเขาลาออกไปน่ะค่ะ”
โจ้คิดๆวิเคราะห์
“แต่ถ้าเป็นผมก็โกรธนะครับ”
“ก็นี่ไงคะ ที่นิดาต้องปิดเพราะอยากให้เนตรมีงานทำก็เท่านั้นเอง” นิดานึกขึ้นได้ “จริงสิคุณเป็นเพื่อนคุณภพนี่นา ฉันขอร้องนะคะอย่าเล่าเรื่องนี้ให้คุณภพฟังนะคะไม่งั้นจะเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติแน่”
นิดาจับมือโจ้มาขอร้อง
“นะคะ...คุณโจ้รับปากนะคะ”
“ครับ...”
โจ้เขิน นิดามองยิ้มเขินๆเช่นกัน

งามเนตรเก็บของที่โต๊ะจะลาออก มาวินเดินเข้ามาจับแฟ้มที่เธอจะเก็บลงกล่อง งามเนตรเงยหน้ามอง
“คุณมาวิน”
“คุณจะลาออกไม่ได้นะ”
“ทำไมจะไม่ได้คะ ฉันจะลาออก”
“ผมไม่อนุมัติ”
งามเนตรมองหน้ามาวิน
“บริษัทนี้เป็นของคุณ แล้วทำไมต้องให้นิดามาโกหกฉันด้วย”
“ผมขอโทษ ถ้าคุณจะโกรธก็ควรโกรธผม นิดาไม่เกี่ยวเพราะเขาหวังดีอยากช่วยคุณ ผมเป็นคนขอร้องให้นิดาช่วยพูดให้คุณมาสมัครทำงานที่นี่เอง”
“เพราะอะไรคะ”
งามเนตรจ้องหน้าเขาด้วยความยากรู้

มะเฟืองลงรถแท็กชี่ที่หน้าบริษัท กดมือถือหาแต่งามเนตรไม่รับสายมะเฟืองหันบอกแท็กซี่
“รอแป๊บนะ ฉันเข้าไปธุระแป๊บ”
มะเฟืองเดินเข้ามาบ่นๆ
“จะมีโทรศัพท์ไว้ทำไมวะโทรไปก็ไม่รับ แค่จะถามที่อยู่นังกันตาแค่เนี๊ยดูสิต้องให้เดินลงมา”
มะเฟืองเดินเข้าไปเกือบถึงโต๊ะ เห็นมาวินอยู่กับงามเนตรก็ตกใจรีบแอบดูยิ้มสะใจ
“อยู่กับชู้ซะด้วย เสร็จฉันล่ะนังเนตร”
มะเฟืองกดโทรศัพท์หาเอกภพ
“ฮัลโหล”
“เมียคุณกำลังสวมเขาให้คุณอยู่ มาที่บริษัทเมียคุณก็จะเห็นเอง”
“ฮัลโหล เดี๋ยวสิ”
มะเฟืองวางสายยิ้มร้าย

งามเนตรพยายามสงบใจ ฟังเรื่องที่มาวินเล่า
“ที่ผมทำไปทั้งหมดเพราะต้องการให้เนตรมีความสุขจริงๆ ที่ผมทำพลาดไปก็เพราะ...น้องสาวคุณนั่นแหละ”
งามเนตรอึ้งๆไป
“มะเฟืองมาเกี่ยวอะไรด้วยคะ”
“ก็น้องสาวคุณเล่าให้ผมฟังว่าคุณโดนคุณภพซ้อมเป็นประจำ เพราะเขาไม่ได้รักคุณ”
งามเนตรฟังอึ้งๆตกใจ
“จะเป็นไปได้ยังไง”
“ก็ผมเจอคุณกับแฟนคุณทีไรก็เห็นมีเรื่องกันตลอดๆ ผมก็เลยคิดตัดสินใจจะทำบางอย่างเพื่อให้คุณพ้นจากเขาให้ได้ แต่ผมมารู้ทีหลังว่าตัวเองโดนเด็กหลอกใช้ ผมรู้สึกผิดมากที่ทำให้คุณลำบากใจกับหลายๆเรื่อง เลยอยากไถ่โทษแค่นั้นเอง จริงๆแล้วบริษัทนี้ผมแค่เป็นหุ้นส่วนกับเพื่อนๆเท่านั้นเองไม่ได้มาลงงานเต็มตัว”
เอกภพมาเห็นมาวินจับมืองามเนตรขอร้อง
“ทำงานที่นี่ต่อเถอะนะครับ ถือว่าเป็นความหวังดีจากเพื่อนคนหนึ่ง”
งามเนตรมองหน้ามาวิน เอกภพโกรธจัดตรงเข้าไปต่อยมาวิน จนถลาไป
“หวังดีนักใช่ไหม”
งามเนตรตกใจ
“คุณภพ...นี่มันอะไรกันคะ”
“ออกไปกับผม...”
“คุณภพ เดี๋ยวสิคะ...คุณภพ”
เอกภพลากงามเนตรออกไปข้างนอกบริษัทด้วยความโมโห มะเฟืองแอบดูสะใจสุดๆ

เอกภพลากงามเนตรออกมาที่ลานจอดรถ งามเนตรแกะมือเขาออก
“คุณภพ...ทำไมคุณทำแบบนี้ล่ะคะนี่มันที่ทำงานของเนตรนะคะ”
“ทำไมผมจะทำไม่ได้ ผมเป็นสามีคุณนะเนตร”
“แต่มันไม่ควรนะคะ”
มะเฟืองเข้ามาใส่ไฟทันที
“ต้องรอให้ไอ้หัวหน้านั่นมันทำอะไรต่อมิอะไรเหมือนคราวที่แล้วก่อนงั้นสิ ถึงจะเห็นว่าควรน่ะ”
งามเนตรเห็นมะเฟือง เข้าใจได้ทันทีว่าเป็นฝีมือของน้องสาวแน่ๆ
“มะเฟือง...นี่เป็นฝีมือเธอใช่ไหม เธอต้องการอะไรกันแน่”
“ก็แค่ต้องการให้คุณภพได้มาเห็นว่าถูกเมียสวมเขากับตา ตัวเองน่ะสิ”
งามเนตรหันบอกเอกภพ
“ไม่จริงนะคะ เนตรไม่ได้ทำอย่างที่มะเฟืองว่า”
เอกภพพยายามข่มความเสียใจ
“แล้วไอ้ที่จับไม้จับมือกันมันคืออะไรเนตร...”
เอกภพเสียใจ มะเฟืองได้ช่องใส่ต่ออีก
“ก็เรียกว่า...มีชู้ไงล่ะคะคุณภพ”
งามเนตรหันไปดุมะเฟือง
“พอได้แล้วมะเฟือง”
เอกภพเห็นงามเนตรตวาดมะเฟืองก็อึ้งๆ
“ผมเสียใจที่หลงเชื่อใจคุณมาตลอด มะเฟืองพยายามบอกผมหลายต่อหลายครั้ง แต่ผมไม่เคยเชื่อจนวันนี้ผมได้มาเห็นกับตา คุณต้องการความรักมากใช่ไหมเนตรถึงต้องทำแบบนี้ ผมให้คุณไม่พอหรือไง”
งามเนตรเสียใจที่โดนเอกภพดูถูก เธอตบหน้าเขาทั้งน้ำตา เอกภพเจ็บปวดไม่คิดว่างามเนตรจะกล้าทำ เขาเดินออกไปขึ้นรถ มะเฟืองตามไป
“คุณภพรอมะเฟืองด้วยค่ะ คุณภพ”
มะเฟืองหันมองสมน้ำหน้างามเนตรแล้ววิ่งออกไป เอกภพขับรถออกไปทิ้งงามเนตรร้องไห้ทรุดลงกับพื้นทั้งน้ำตา

งามเนตรมาหานิดาทีร้านดอกไม้ เธอกอดเพื่อนร้องไห้อยู่ที่โต๊ะในร้าน มาวินที่มาด้วยกันมองดูเป็นห่วง
“คุณภพไม่เคยพูดจาดูถูกฉันแบบนี้เลย ทำไมคุณภพทำกับฉันแบบนี้”
“เวลาคนเรามันโมโห ถ้าไม่มีสติมันก็ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่หรอกนะเนตร คุณภพคงพูดเพราะโมโหนั่นแหละ อย่าคิดมากเลย”
มาวินมองดูงามเนตรอย่างสงสาร
“คงเป็นเพราะผมอีกแล้วสินะ”
มาวินถอนใจเศร้าๆ นิดาปลอบ
“เราบริสุทธิ์ใจซะอย่างต่อให้คนทั้งโลกกล่าวหาก็ทำอะไรเราไม่ได้หรอก ถ้าวันนี้เธออยากร้องไห้ก็ร้องไป วันหลังจะได้จำได้ว่าเสียน้ำตาไปกับเรื่องอะไร จะได้ไม่ร้องอีก”
งามเนตรกอดนิดาแน่นเสียใจ
“เนตรฉันรู้ว่าเธอเสียใจนะ แต่บางทีเธอสองคนควรจะหนักแน่นกว่านี้นะ ลองหาโอกาสคุยกันนะอย่าหันหลังให้กันแบบนี้มันไม่ดีหรอกนะเนตร”
งามเนตรคิดสิ่งที่นิดาพูด มาวินมองสงสาร

ค่ำนั้น...เอกภพเครียดกับการทะเลาะกับงามเนตร คิดถึงตอนที่เธอตบ
“ผมเสียใจที่หลงเชื่อใจคุณมาตลอด มะเฟืองพยายามบอกผมหลายต่อหลายครั้ง แต่ผมไม่เคยเชื่อจนวันนี้ผมได้มาเห็นกับตา คุณต้องการความรักมากใช่ไหมเนตรถึงต้องทำแบบนี้ ผมให้คุณไม่พอหรือไง”
เอกภพจับหน้าที่ถูกตบ เสียใจนั่งฟุบหน้าอยู่หน้าโต๊ะทำงานในห้อง...มะเฟืองเอาเบียร์เย็นๆมาให้อย่างเอาใจ
“มะเฟืองเอาเบียร์เย็นๆมาให้คุณค่ะ ดื่มซักหน่อยนะคะช่วยคลายเครียดได้ เดี๋ยวมะเฟืองรินให้นะคะ”
มะเฟืองรินเบียร์ใส่แก้ว แล้วเริ่มใส่ไฟต่อ
“ป่านนี้คุณมาวินนั่น คงกำลังปลอบใจพี่เนตรอยู่”
เอกภพได้ยินที่มะเฟืองพูดคิดตาม มะเฟืองส่งแก้วเบียร์ให้ เขารับมาดื่มอักๆเข้าไป
“มะเฟืองสงสารคุณจัง มะเฟืองพยายามบอกกับคุณแต่คุณก็ไม่เชื่อใครๆก็มองมะเฟืองร้าย เพราะมะเฟืองเป็นคนตรงแรง แต่จริงๆผู้หญิงหงิมๆอย่างพี่เนตรน่ะ มีแผนการตลอด”
มะเฟืองรินเบียร์เพิ่มให้ เอกภพเริ่มเคลิ้ม
“มะเฟืองรักคุณจริงๆ ผู้หญิงอย่างมะเฟืองจำเป็นด้วยเหรอที่ต้องยุ่งกับผัวพี่ สิ่งที่ทำมะเฟืองก็รู้สึกผิด แต่มะเฟืองทำไปเพราะรักคุณจริงๆ”
เอกภพมองมะเฟือง
“มะเฟืองอาจจะไม่ใช่คนที่คุณรัก แต่มะเฟืองจะเป็นคนทีรักคุณตลอดไปค่ะ”

มะเฟืองพูดจนเขาเคลิ้ม เธอเริ่มเอามือโอบคอและโน้มตัวเข้าจูบเขา งามเนตรเห็นแสงไฟที่ห้องทำงานเปิดอยู่ตัดสินใจจะเข้าไปคุยกับเอกภพ ทันทีที่เธอโผล่หน้าตรงประตูที่แง้มอยู่เธอต้อง ช็อค นิ่งกับภาพที่เห็นตรงหน้า เอกภพกับมะเฟืองกำลังจูบกันดูดดื่ม งามเนตรปิดปากร้องไห้ ไม่ส่งเสียงให้สองคนนั้นได้ยิน

มะเฟืองกอดเอกภพแนบแน่น พร้อมกับปลดกระดุมเสื้อ...

“มะเฟืองรักคุณนะคะ”
งามเนตรที่มองอยู่ น้ำตาไหลหันหลังเดินออกไป มะเฟืองเหลือบมองสะใจที่ในที่สุดพี่สาวก็เห็นภาพนี้ เธอค่อยๆปลดเสื้อตัวเองออก แต่เอกภพผละออกมา
“ผมขอโทษนะมะเฟือง”
เอกภพหันหลังให้ มะเฟืองแสร้งมารยา
“มะเฟืองเข้าใจและรู้ดีว่าเป็นได้แค่เงาของพี่เนตรเท่านั้นแต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มะเฟืองจะรอวันที่คุณเห็นความรักที่มะเฟืองมีต่อคุณ”
“ขอบคุณที่คุณเข้าใจผม”
“มะเฟืองเข้าใจคุณเสมอแหละค่ะ มะเฟืองไปนะคะ”
เอกภพยืนเหม่อ ขณะที่มะเฟืองขัดใจไม่น้อย แต่ก็ยอมออกจากห้องไป

เอกภพเดินออกมาจากห้องทำงาน เดินมาหยุดที่หน้าห้องนอนละล้าละลังที่จะเข้าห้อง
ในที่สุดก็ตัดสินใจไม่เข้าไป ยืนพิงประตูด้วยความเศร้า
ในห้อง...งามเนตรลุกขึ้นยืนอยากจะออกไป แต่ก็ตัดใจยืนพิงประตูอยู่ที่เดิมแล้วร้องไห้ ต่างคนต่างหันหลังให้กันมีเพียงประตูที่กั้นไว้ ต่างคนต่างเศร้า
เอกภพเดินเศร้าผ่านห้องมะเฟือง กลับเข้าไปในห้องทำงาน มะเฟืองแอบมอง
“แค่โกรธกันมันยังน้อยไป มันต้องเกลียดกันสิ ถึงจะสนุก”
มะเฟืองยิ้มอย่างมีแผน

เช้าวันใหม่...งามเนตรแต่งตัวออกจากห้องมาพบภัสสรที่มองอย่างแปลกใจ
“วันนี้มีงานเช้าเหรอจ๊ะ”
หญิงสาวหน้าเศร้า เพราะร้องไห้มาทั้งคืน
“ค่ะ...คุณแม่ เนตรขอตัวก่อนนะคะ”
“อ้าวแล้วไม่รอตาภพเหรอจ๊ะลูก”
“ไม่เป็นไรค่ะ เนตรไปเองดีกว่า”
งามเนตรกำลังจะออกจากบ้าน เอกภพแต่งตัวพร้อมไปทำงานลงมาพอดี มะเฟืองตามมาด้วย
“อาหารเช้าพร้อมแล้วค่ะ เชิญค่ะ” ชมบอกทุกคน
งามเนตรกลั้นน้ำตาแล้วรีบหลบสายตาเดินออกไป เอกภพจะเรียก มะเฟืองพูดขึ้นก่อน
“ไปเถอะค่ะ คุณภพ”
มะเฟืองดึงเอกภพไป ภัสสรเห็นความผิดปกติของลูกชาย กับลูกสะใภ้จึงชะงักมอง
“คุณผู้หญิงคะ...แล้วคุณเนตรเธอไม่ทานอาหารเช้าก่อนเหรอคะ” ชมถาม
“เห็นว่ารีบไปทำงานนะ”
“อ๋อ...เหรอคะ งั้นเชิญคุณผู้หญิงที่โต๊ะอาหารเลยดีกว่าค่ะ เดี๋ยวข้าวต้มจะเย็นชืดซะหมด”
ภัสสรพยักหน้ารับ
“แล้วนี่บัวหายไปไหนล่ะ”
“เห็นเมื่อวานมันไม่ค่อยสบาย ชมก็เลยให้มันพักน่ะค่ะ ชมคนเดียวเอาอยู่สบายมากค่ะ”
“จ้า...”
ภัสสรยิ้มๆ เดินไปที่โต๊ะอาหาร

ภัสสรซึ่งทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว มองเอกภพที่กินแบบเขี่ยไปมาอย่างกังวล
“ไม่อร่อยหรือไงตาภพ แม่เห็นเขี่ยไปเขี่ยมาอยู่นานแล้ว”
“เอ่อ...อร่อยครับ”
มะเฟืองหันไปเอาใจ
“อร่อยก็ทานเยอะๆนะคะ จะได้มีแรงไปทำงาน”
ภัสสรมองมะเฟืองไม่ชอบใจสักเท่าไหร่ เอกภพวางช้อนลง
“อิ่มแล้วเหรอคะคุณภพ” ชมถาม
“ครับ เก็บได้เลยครับ” เอกภพหันไปบอกภัสสร
“ผมไปทำงานก่อนนะครับ”
ชมเก็บชามไป เอกภพลุกขึ้น จะหยิบเอกสารที่ถือลงมา มะเฟืองรีบหยิบก่อน
“เดี๋ยวมะเฟืองถือไปรอที่รถนะคะ”
เอกภพมองมะเฟือง บอกเรียบๆ
“ขอบคุณครับ”
มะเฟืองเดินยิ้มออกไป เอกภพจะเดินไปภัสสรเรียกไว้
“เดี๋ยวลูก”
“มีอะไรเหรอครับ”
ภัสสรมองหน้าเอกภพ
“ลูกกับหนูเนตรมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า”
เอกภพอ้ำอึ้ง ภัสสรพูดด้วยความเป็นห่วง
“สามีภรรยามีปัญหาอะไรก็ต้องคุยกัน หันหลังให้กันแบบนี้มันไม่ดีนะลูก”
เอกภพอึ้งๆมองหน้าแม่
“คุณแม่ทราบเหรอครับ”
“แม่น่ะอาบน้ำร้อนมาก่อนนะ ลิ้นกับฟันอยู่ด้วยกันมันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา”
ภัสสรจับบ่าเอกภพทั้งสองข้างแล้ว
“ไฟกับไฟมันอยู่ด้วยกันไม่รอดหรอกนะลูก ถ้าคนนึงเป็นไฟอีกคนก็ต้องเป็นน้ำ ถ้ารักที่จะอยู่ครองคู่กันก็ต้องลดทิฐิลงอย่าไปแบกมันไว้...เข้าใจที่แม่พูดนะ”
ภัสสรตบบ่าเอกภพแล้วยิ้มให้ก่อนที่จะเดินออกไป เอกภพยืนนิ่งคิดทบทวน

กันตาเข้ามาในออฟฟิศเดินตรงมาหาโจ้ที่โต๊ะ
“ไฮ๊...ดาลิ๊งค์”
โจ้เงยหน้ามอง เห็นกันตาแล้วมองค้อน
“นี่แม่คุณเคยบอกหลายครั้งแล้วว่าไม่ชอบให้เรียกแบบนี้”
“ทำไมล่ะ”
“ก็ฉันจะเก็บคำๆนี้ไว้ให้สุดที่รักฉัน เรียกคนเดียวนะสิจ๊ะ”
กันตาขำ
“โอยยยย...กว่าแกจะมีสุดที่รัก ฉันว่าสุดที่รักแกคงพูดไม่ได้แล้วล่ะ”
“ทำไมวะ”
“แค่อ้าปากฟันปลอมคงร่วงลงมาแล้วล่ะ”
กันตาหัวเราะขำ โจ้หมั่นไส้แกล้งทำไม่พอใจเก็บของบนโต๊ะจะเดินออก
“เฮ้ย...จะไปไหนล่ะ...ฉันล้อเล่นนิดเดียวเอง โกรธเหรอ” กันตารีบดึงแขน
“เปล่า” โจ้ทำหน้านิ่งแกล้งโกรธ
กันตาหน้าจ๋อยรู้สึกผิด
“ฉันขอโทษ อย่าไปเลยนะขอโทษๆๆๆ”
โจ้หน้านิ่งแกล้งๆ
“ฉันต้องไป”
กันตาอึ้ง ไม่คิดว่าโจ้จะโกรธ โจ้เหล่มองกันตาขำๆแล้วเปลี่ยนอารมณ์ เฮฮาตามเดิม
“ฉันต้องไป...เพราะฉันนัดหญิง ดาลิ๊งค์ ตัวจริงของฉันเอาไว้น่ะเซ่ ไปนะจ๊ะแม่ดาลิ๊งค์ตัวปลอม”
กันตาเสียฟอรม์ที่โดนแกล้ง
“ไอ้บ้านี่ แกล้งฉันตกใจหมดเลย”
“แต่ที่พูดไปเรื่องจริงนะ ฉันนัดหญิงทานข้าวไว้”
“ใครล่ะ...อยากรู้”
โจ้เขินๆ
“ก็...เขาเป็นเพื่อนสนิทของคุณเนตรไง ชื่อนิดา น่ารั๊กอ่ะ แค่สบตาก็คลิ๊กกันแล้ว”
“จริงดิ...แล้วแกไปเจอเขาได้ไงวะ ถ้าโดยลักษณะงานแล้วไม่น่าจะโคจรมาบรรจบกันได้นะ”
โจ้เพ้อๆ
“มันคงเป็นเพราะพรหมลิขิตมั๊ง ช่วงนี้ต้องรีบทำคะแนนหน่อย”
“ทำไมต้องรีบด้วยวะ โปรโมชั่นแกสั้นมากเหรอ”
“ไม่ใช่...คือว่าตอนนี้นิดาเขากำลังต้องการที่ปรึกษาอย่างฉันไว้เคียงข้างเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับคุณเนตรน่ะ”
กันตาอยากรู้เรื่องงามเนตร
“ปัญหาเรื่องอะไรเหรอ”
โจ้รู้ว่าเผลอไป แต่ก็ตัดสินใจเล่า
“เรื่องมันมีอยู่ว่า เนตรเขาโกรธนิดาที่แนะนำให้ไปสมัครทำงานใหม่ที่บริษัทของนายมาวิน น่ะสิ”
“แล้วไงล่ะ”
“ก็พอคุณเนตรรู้เข้าก็โกรธเพื่อนไง ถึงขั้นขอลาออกเลยนะ”
กันตาตกใจ
“แล้วคุณภพรู้ไหม”
“อืม...ไม่แน่ใจนะเพราะฉันยังไม่ได้ไปอัพข่าวเลย”
กันตานิ่งไปอย่างครุ่นคิด

นิดาสอนลิลลี่ ลูกจ้างในร้านปักดอกไม้ อธิบายอย่างตั้งใจ
“ดูวิธีการปักแจกันนะ เธอต้องไล่จากเซ็นเตอร์ตรงกลางมาก่อนแล้วไล่ความสูงลดหลั่นกันมาแบบนี้เข้าใจไหม พอเวลาฉันไปทำงานเพื่อมีลูกค้ามาสั่งจะได้ทำได้”
งามเนตรเข้ามาหานิดาที่ร้าน ลิลลี่หันมาเห็น
“คุณคะเพื่อนคุณมาค่ะ”
นิดาอายคิดว่าเป็นโจ้มาหา แกล้งหันไปช้าๆทำตาหวานสุดฤทธิ์
“ไม่คิดว่าคุณจะมาเร็วขนาดนี้”
นิดามองเต็มตาเห็นว่าคนที่ยืนอยู่คืองามเนตร
“อ้าวเนตร”
งามเนตรโผเข้ามากอดนิดาแล้วร้องไห้
“เนตร...เดี๋ยวเธอเป็นอะไร...เกิดอะไรขึ้นเหรอ” นิดางง
งามเนตรเอาแต่ร้องไห้ นิดาทำอะไรไม่ถูก
“เนตรใจเย็นนะ...เล่าให้ฉันฟังสิว่ามันเกิดอะไร”
นิดาประคองงามเนตรไปนั่งที่โซฟา
“เรื่องมันเป็นยังไงเล่าให้ฉันฟังได้ไหม...”
งามเนตรร้องไห้ เสียงมือถือนิดาดังขึ้น เธอเดินไปรับที่เคาท์เตอร์
“ฮัลโหล”
มาวินที่โทรมา ถามอย่างร้อนใจ
“คุณเนตรไปหาคุณหรือเปล่านิดา วันนี้เขาไม่มาทำงาน”
นิดากระซิบ
“ใช่ค่ะ เนตรเพิ่งมาถึงตะกี๊นี้เอง เอาแต่ร้องไห้ท่าเดียว นิดายังไม่ได้คุยกับเนตรเลยค่ะ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ต้องเป็นเพราะเรื่องเมื่อวานแน่ๆเลย งั้นเอางี้เดี๋ยวผมไปหาที่ร้านคุณแล้วกัน”
“เอ่อ...”
มาวินวางสายก่อนที่จะได้พูดอะไร นิดาเซ็ง

“แล้ววันนี้ฉันจะได้ไปทำงานไหมล่ะเนี่ย”

น้องเมีย ตอนที่ 19 (ต่อ)

เสียงมือถือของโจ้ที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้น โจ้มองเห็นเบอร์นิดารีบรับ

“หวัดดีจ้า...นี่เค้ากำลังเตรียมตัวออกไปหาตัวเองเดี๋ยวนี้แหละ”
กันตามองดูโจ้แอบหมั่นไส้ นิดาแอบมาคุยโทรศัพท์อยู่มุมหนึ่ง
“เอ่อ....เค้าขอเลื่อนนัดไปก่อนนะ”
“อ้าว...ทำไมล่ะ”
”เรื่องมันยาวน่ะ”
“งั้นเอาสั้นๆก็ได้”
“คือตอนนี้เนตรมาหาที่ร้าน ร้องห่มร้องไห้มาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
โจ้ตกใจ
“จริงดิ”
“ก็จริงน่ะสิ แล้วตอนนี้คุณมาวินก็กำลังจะมานิดาเกรงว่าจะไม่มีเวลาได้คุยกับคุณโจ้ นิดาต้องขอโทษจริงๆนะคะ”
“งั้นไม่เป็นไรหรอกครับ เอ่อ...คุณนิดาอยากให้ผมบอกภพไหมครับ”
“นิดาว่าอย่าบอกเลยค่ะ นิดาว่าเรื่องที่เนตรเสียใจร้องไห้น่าจะมาจากคุณภพน่ะค่ะ จริงๆแล้วเรื่องมันเกิดมาตั้งแต่เมื่อเย็นวานแล้วล่ะค่ะ เอาไว้ฉันเล่าให้คุณฟังวันหลังดีกว่านะคะ เดี๋ยวฉันขอไปดูเนตรก่อนนะคะ”
“ครับ...ฝากดูคุณเนตรด้วยนะครับ”
โจ้วางสายลงอย่างเครียดๆ กันตาซัก
“เกิดอะไรขึ้นกับคุณเนตรเหรอโจ้”
“ไม่รู้เหมือนกัน คุณนิดาบอกว่าคุณเนตรร้องไห้มาหาที่ร้าน แต่ยังไม่รู้รายละเอียด นี่เจ้านายเนตรก็จะมาหาที่ร้านอีกคน”
“คุณเนตร...คุณมาวิน”
“มากันทั้งสองคนแบบ นี้ฉันเลยไม่ได้ไปหาที่รักดาลิ๊งของฉันเลยดูสิ”
โจ้เซ็ง กันตานิ่งไปอย่างมีแผน

ฉลามนั่งเปิดดูคลิปของบัวที่ถ่ายไว้ กับลูกน้อง
“อีนังนี่มันสวยดีนะเนี่ย”
“ฉันว่าอัดลงแผ่นทำหนังโป๊ขายเลยดีกว่าไหมพี่ สวยๆแจ่มๆแบบนี้ได้ราคาดีแน่ๆ” ลูกน้องเสนอ
ฉลามหันมองหน้าลูกน้องตาขวาง
“ใครให้มึงออกความคิดเห็นวะ”
“เอ๊า..!! ก็เห็นนั่งพูดนอนพูดอยู่นั่นแหละ”
“กูพูดเพราะว่าคิดถึงหรอกโว้ย...คนอะไรแซ่บเป็นบ้า”
ลูกน้องพากันหัวเราะ ฉลามรำคาญหันมาไล่
“มึงสองตัวจะไปไหนก็ไป รำคาญตา”
ลูกน้องลุกออกไป ฉลามหันไปหยิบโทรศัพท์โทรหามะเฟือง ครู่หนึ่งมะเฟืองรับสาย
“โทรมาทำไม”
“คิดถึงโทรหาเมียไม่ได้เหรอไง”
“หยุดพล่ามสักที แกต้องการอะไรว่ามาเลยดีกว่า”
“กูอยากได้อีสาวใช้คนนั้นอีกสักที”
“ไม่ใช่เรื่องของฉัน”
“ถ้ามึงไม่ส่งมันมามึงก็ต้องมาหากูแทน”
มะเฟืองเซ็ง เจ็บใจที่หนีฉลามไม่พ้นสักที
“ทำยังไงก็ได้ให้มันมาหากู ถ้าไม่ได้กูจะตามไปรังควานมึงที่บ้านแทน”
มะเฟืองเจ็บใจ คิดหาทางเพื่อเอาตัวรอด ขณะที่ฉลามนอนดูคลิปอย่างสบายใจ

เสียงกริ่งที่หน้าบ้านดัง ชมวิ่งออกมาดูแต่ไม่เห็นใคร
“เอ๊า...เสียงกริ่งดังแต่ทำไมไม่มีคนล่ะ...คงไม่ได้หมายความว่า...ผ..ผ..ผีหลอกตอนกลางวันนะ”
ชมกลัวๆหันมองไปมองมา เห็นซองจดหมายเสียบที่ประตู จึงดึงมาดู
“จดหมายใครกัน....ถึง..บัว จากเพื่อนรัก”
ชมมองซองงงๆ
“อีบัวมันมีเพื่อนด้วยเหรอ”
ชมแปลกใจ แต่ก็ถือซองเดินเข้าไปในบ้าน

ชมส่งซองจดหมายให้บัว
“จดหมายของแก”
บัวแปลกใจ
“ของฉันเหรอน้า”
“ก็เออสิ หน้าซองมันเขียนชื่อเอ็งอยู่นั่นไง”
บัวมองซองจดหมายงงๆแล้วเปิดอออกดู เห็นรูปตัวเองตอนโดนรุมโทรมตกใจ ช็อคกับข้อความ
‘ออกมาเจอตามที่อยู่นี้’
บัวนิ่งไป ชมมองสงสัย
“เป็นอะไรไปวะนังบัว หน้าซีดเชียว”
“ไม่มีอะไร”
ชมมองบัวแปลกๆ บัวหันหน้าหลบ
“เพื่อนที่ไหนเหรอวะนังบัว”
“ก็...เพื่อนที่โรงเรียนบ้านนอกน่ะ มันมากรุงเทพอยากเจอ”
บัวโกหก ชมฟังไม่อยากจะเชื่อ ด้านนอกมะเฟืองแอบดูอยู่

ลูกน้องผลักบัวเข้าไปในห้องของโรงแรม ฉลามนอนรออยู่ที่เตียง บัวกลัวๆ
“มาเร็วจังเลยนะจ๊ะ”
“ไหนล่ะภาพถ่ายน่ะ อยู่ไหน”
“อยู่กับพี่นี่แหละ พี่ดูทุกคืนก่อนนอนเลยด้วยนะ”
ฉลามโชว์รูปถ่ายในมือหลายๆรูป บัวเข้าไปจะแย่งภาพถ่าย
“เอามานี่นะ”
บัวเข้าไปยื้อ ฉลามล๊อคตัวบัวไว้ในอ้อมกอด
“ยื้อกับพี่มันไม่ง่ายนะน้องสาว”
ฉลามจะก้มลงจูบบัวบัวเอามือดันหน้าฉลามออกไป แล้วผลักฉลามเซ บัวจะวิ่งออก ลูกสมุนดักไว้
“อย่าเข้ามานะ”
ทั้งหมดไม่มีใครฟัง บัวหันทางนี้ทีทางโน้นที เพราะทุกคนมุ่งเข้ามาหาเธอ
“ของฟรีไม่มีในโลก” ฉลามยื่นรูปให้บัวดู “อยากได้เดี๋ยวฉันให้ แต่เธอต้องให้สิ่งที่ฉันอยากได้ก่อน”
ฉลามเข้ามารวบตัวบัวไปที่เตียง บัวร้องกรี๊ด
“ออกไปก่อน รอบนี้เดี๋ยวกูจัดเองไป”
ฉลามหน้าหื่นหันมาที่บัวก้มลงซุกไซร้อย่างบ้าคลั่ง เมื่อลูกน้องพากันออกไป
“ปล่อยฉัน...ปล่อย...ไอ้บ้า”
บัวน้ำตาไหล ฉลามไม่สนใจ

เอกภพ กับกันตานั่งทานอาหารด้วยกันที่ร้านอาหารหรู
“คุณภพเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”กันตาถามเมื่อเห็นเอกภพซึมๆ
เอกภพฝืนยิ้มนิดๆแล้วนิ่งไป
“ถ้าเห็นกันตาเป็นเพื่อนก็ปรึกษาได้นะ”
เอกภพถอนใจ ตัดสินใจพูด
“เนตรยังไม่เลิกติดต่อกับนายมาวินนั่นเลย”
กันตาแสร้งทำตกใจ
“ตายจริง...แล้วคุณรู้ได้ยังไงคะ”
“ผมไปเจอเขาอยู่ด้วยกันกับตาเมื่อวานนี้ แล้วผมก็ชกไอ้หมอนั่นไปด้วย”
“แสดงว่ามีเรื่องกันงั้นเหรอคะ โธ่...แล้วคุณเนตรล่ะคะ นี่คุณสองคนได้คุยกันหรือยังคะ”
“คุยไปก็คงไม่มีประโยชน์มั๊งครับ”
กันตาสงสัย
“ทำไมล่ะคะ”
“ทั้งๆที่เนตรรู้ว่าผมไม่พอใจ แต่วันนี้ก็ยังไปทำงานที่บริษัทไอ้หมอนั่นอีก”
กันตามองออกว่าเอกภพน้อยใจงามเนตร จึงเริ่มเข้าแผน
“คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ คุณเนตรไม่ได้ไปทำงานหรอกค่ะ แต่ไปหาเพื่อนที่ชื่อนิดาต่างหาก ฉันคิดว่าคุณเนตรก็คงเศร้า และก็เสียใจไม่ต่างจากคุณหรอกค่ะ”
เอกภพแปลกใจ
“ทำไมคุณรู้ว่าเนตรอยู่ที่นั่นล่ะครับ”
“โจ้บอกน่ะค่ะ ถ้าคุณอยากคุยกับคุณเนตรก็ไปหาสิคะ สองคนจะได้เข้าใจกันสักที”
เอกภพคิดๆ กันตาเห็นท่าทีเอกภพอ่อนลงก็ยิ้มอย่างพอใจ

นิดานั่งอยู่กับลิลลี่ในร้าน ครู่หนึ่งมีพนักงานนำอาหารกล่องมาส่ง
“อาหารที่สั่งได้แล้วครับ”
“ขอบใจ”
“อันนี้กาแฟพี่ครับ”
ลิลลี่หยิบเงินส่งให้ พนักงานกลับออกไป
“นั่นอะไร” นิดาหันไปถาม
ลูกน้องชูให้ดู
“ทเว้นตี้โฟ คอฟฟี่ ตื่นดีมีแรง เต็มที่ 24 ชั่วโมง หนูซื้อมาให้แฟนน่ะค่ะ ขอเอาไปให้ก่อนนะคะ”
ลิลลี่เดินออกไป สวนกับมาวินที่เข้ามาอย่างร้อนใจ
“ตกลงเนตรได้เล่าไหมว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น”
“ตั้งแต่นิดาบอกบอส เนตรเอาแต่นั่งซึมไม่พูดไม่จา นิดาเลยไม่กล้าเซ้าซี้ น่ะค่ะ”
มาวินมองดูงามเนตรที่นั่งซึมอยู่มุมหนึ่งหลังร้าน อย่างเป็นห่วง

มาวินเดินเข้าไปหางามเนตร
“เกิดอะไรขึ้นกับคุณเหรอครับเนตร”
งามเนตรรีบเช็ดน้ำตา
“ไม่มีอะไร”
“การเก็บอะไรทุกอย่างไว้คนเดียวไม่ใช่การแก้ปัญหาหรอกนะครับเนตร ตอนนี้คุณไม่ใช่ตัวคนเดียวมีคนรักอยู่ทั้งคนทำไมไม่บอกกับเขาล่ะครับ”
งามเนตรน้ำตาร่วงที่มาวินพูดจี้จุด
“ถ้ามันเป็นเรื่องของคนที่ฉันรักล่ะฉันต้องทำยังไง”
“คุณมีปัญหากับสามีคุณใช่ไหม”
เนตรก้มหน้าร้องไห้นิ่งๆ
“เกิดอะไรขึ้นเหรอเนตร”
งามเนตรทั้งเสียใจ ทั้งสับสน
“เมื่อคืนฉันเห็นคุณภพกับ..มะเฟือง..เขาสองคน...”
งามเนตรร้องไห้เสียใจพูดไม่ออก มาวินอึ้ง นิดาเดินเข้ามาได้ยินก็พลอยตกใจไปด้วย
“คุณน่าจะรู้มาตั้งนานแล้วนะครับ สามีคุณมีอะไรกับน้องสาวคุณมานานแล้วครับ”
งามเนตรไม่อยากเชื่อ
“...ไม่จริง...คุณรู้ได้ยังไงกัน”
“มะเฟืองเป็นคนบอกผมเอง”
“มีแต่ฉันคนเดียวที่ไม่รู้อะไรเลย...”
เนตรฟุบหน้าลงร้องไห้ มาวินเข้ามาโอบกอดปลอบ เอกภพกับกันตามาถึง เห็นเข้าพอดี กันตาแกล้งตกใจรู้สึกผิด
“ฉันไม่ควรพาคุณมาที่นี่เลย กลับกันเถอะค่ะคุณภพ”
เอกภพกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ เสียใจที่เห็นงามเนตรกอดกับผู้ชายคนอื่น เขาตัดใจจะกลับ กันตาเลยแกล้งเรียกเพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเอกภพมา
“คุณภพเดี๋ยวสิคะ คุณภพรอตาด้วย”
งามเนตรกับมาวินหันไปมอง เห็นแค่รถขับออกไปแล้ว

เอกภพขับรถอย่างเร็ว กันตาแสร้งทำเป็นห่วง
“ใจเย็นนะคะภพ อย่าใช้อารมณ์ คุณควรฟังคุณเนตรดูก่อนนะคะ”
เอกภพเครียดเลี้ยวรถจอดข้างทาง ฟุบหน้ากับพวงมาลัยรถด้วยความเสียใจ
“เนตรเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ทำไมเนตรต้องทำกับผมแบบนี้ด้วย ผมเหมือนเป็นไอ้โง่ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเกี่ยวกับเมียตัวเองเลย”
“ทุกคนมีสิทธิ์เปลี่ยนได้ทั้งนั้น ไม่ใช่แค่คุณเนตรหรอกค่ะ”
กันตายิ้มอย่างมีความหวัง

บัวเดินกลับมาที่บ้านในสภาพทรุดโทรม มะเฟืองนั่งอยู่ที่สระน้ำทักทายเหมือนที่เคยโดนบัวทัก
“ ไปรับแขกมาเหรอ สงสัยจะแขกเยอะล่ะสิถึงได้โทรมกลับมาแบบนี้”
บัวหันขวับมามอง มะเฟืองขำๆ
“โถ...ดูสิ แม้กระทั่งแรงจะด่ากลับยังไม่มีเลยอ่ะ....เอ๊ะ...เอาไปทำอะไรหมดนะ...คงจะเอาไปทำอย่างว่าจนหมดล่ะสินะ...โสโครก”
มะเฟืองหัวเราะร่าเดินออกไป บัวแค้นใจมองตามด่าไม่ออก

งามเนตรกลับเข้ามาในห้องนอน ลงนั่งที่โต๊ะกระจกด้วยความรู้สึกเจ็บช้ำ เธอนั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจ เอกภพเดินเข้ามาในห้อง งามเนตรเงยหน้ามาเห็นเอกภพจึงลุกหนี เอกภพรีบเข้ามาคว้าตัวเธอไว้
”รังเกียจผมมากนักเหรอ ถึงต้องเดินหนีแบบนี้”
“นี่คุณดื่มเหล้ามาใช่ไหม”
“ใช่...เพราะวันนี้ผมดีใจที่ได้เห็นว่าเมียตัวเองกกกอดอยู่กับชายชู้ไง”
“คุณภพ คุณกำลังดูถูกฉันนะคะ”
“ผมดูถูกคุณตรงไหนเนตร ผมเห็นกับตาตัวเองมากี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว แล้วที่ๆผมไม่เห็นล่ะ คุณทำอะไรลงไปคุณคิดถึงใจผมบ้างไหม...คิดบ้างไหม”
งามเนตรเสียใจที่เอกภพดูถูก เถียงด้วยความน้อยใจ
“ทีคุณมีอะไรกับมะเฟืองล่ะ คุณเคยคิดบ้างไหมว่าฉันจะรู้สึกยังไง”
เอกภพเจ็บที่ใจ มองหน้างามเนตรอย่างไม่คิดว่าเธอจะกล้าพูดแบบนี้

“คุณก็เลยต้องทำเหมือนที่ผมทำอย่างงั้นใช่ไหม ถึงได้ยอมให้มันโอบกอดขนาดนั้นได้ ขนาดอยู่ที่ร้านเพื่อนยังขนาดนี้ ถ้าอยู่ในโรงแรมคงจะไม่แค่กอดหรอกใช่ไหม...ผมถามว่าใช่ไหม”

งามเนตรโกรธ ตบเอกภพอย่างจัง

“หยุดนะ...พอได้แล้ว...ฉันขอร้อง”
งามเนตรร้องไห้ ไม่อยากทะเลาะกับสามี เอกภพเจ็บใจยิ่งพูดจาแรงขึ้นด้วยความรู้สึกเสียใจทั้งหมดที่มี
“คุณเดือนร้อนแทนมันนักใช่ไหม ผมพูดถึงมันไม่ได้ใช่ไหม”
งามเนตรไม่อยากเถียงกับเอกภพ จึงตัดบทด้วยการยอมรับ
“ใช่”
เอกภพนิ่งไป งามเนตรคิดว่าเขาจะหยุดหาเรื่องแต่ไม่ใช่เลย เพราะมันยิ่งทำให้เอกภพโมโหมากขึ้น เขาจับเธอเหวี่ยงลงบนเตียงด้วยความโมโห แล้วกดข้อมือเธอไว้ทั้งสองข้าง
“คุณภพปล่อยนะ ฉันเจ็บ”
“ผมจะทำให้คุณเจ็บบ้าง...คุณจะได้รู้ ว่าการที่เมียไปมีชู้มันเจ็บปวดแค่ไหน”
เอกภพจับแขนเนตรไว้แน่น โน้มตัวทับเอาหน้าซุกไซร้
“ปล่อยนะคุณภพ...ปล่อย”
งามเนตรพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่ก็สู้แรงของเอกภพไม่ไหว เขาใช้กำลังปล้ำจนเธออ่อนแรงลง

เช้าวันใหม่...งามเนตรนอนน้ำตาไหล หันหลังให้เอกภพที่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป เอกภพคิดว่าเธอหลับจึงลุกออกไปที่ห้องทำงาน นั่งจมกับความรู้สึกของตัวเองที่ใช้กำลังกับคนที่เขารัก
“ผมขอโทษนะเนตร... ผมรักคุณ...”
เอกภพจมอยู่กับตัวเองภายในห้อง สับสนกับสิ่งที่ทำลงไป

เอกภพเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนแต่ไม่เห็นงามเนตรแล้ว เขาเห็นตู้เสื้อผ้าเปิดอยู่ เห็นว่าเสื้อผ้าหายไปก็ตกใจมาก รีบออกห้อง พบภัสสรพอดี
“คุณแม่ครับเห็นเนตรไหมครับ”
“เห็นจ้ะ”
มะเฟืองเปิดประตูออกมาพอดี เห็นเอกภพกับภัสสรคุยกันแอบฟัง
“เมื่อเช้าเนตรเข้ามาลาแม่ในห้อง แม่ยังงอยู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นยังไม่ทันได้ถามอะไร หนูเนตรก็รีบออกไปซะแล้ว นี่แม่ก็ตั้งใจว่าจะมาถามลูกนี่แหละ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“แล้วเนตรบอกหรือเปล่าครับว่าจะไปไหน”
“ไม่ได้บอกหรอกจ้ะ”
มะเฟืองทำทีว่าเพิ่งออกมาจากห้อง ทำไม่รู้เรื่อง
“มีอะไรกันเหรอคะ”
ภัสสรหันมาบอก
“พี่สาวเรา เขาไปไหนเรารู้ไหม”
มะเฟืองทำงง
“ไม่รู้หรอกค่ะ พี่เนตรไม่ค่อยบอกอะไรมะเฟืองอยู่แล้ว”
ภัสสรหันมาที่เอกภพ
“ลูกน่าจะรู้นะ...ว่าทำไมเนตรเขาถึงไป”
เอกภพนิ่งไป

เอกภพรีบออกมาที่รถ มะเฟืองวิ่งตามออกมา
“คุณภพรอมะเฟืองด้วยค่ะ มะเฟืองไปด้วย”
“ผมจะออกไปตามหาเนตร”
“มะเฟืองจะไปช่วยคุณตามหาพี่เนตรค่ะ”
เอกภพมองหน้ามะเฟืองอย่างรำคาญ
“อย่ามองมะเฟืองแบบนี้สิคะ มะเฟืองรู้ว่าคุณรำคาญมะเฟืองแต่มะเฟืองเป็นห่วงพี่เนตรจริงๆนะคะ มะเฟืองรู้จักพี่เนตรดี ที่พี่เนตรหนีไปแบบนี้ต้องเป็นเพราะมีเรื่องเสียใจสุดๆเกิดขึ้นแน่”
มะเฟืองลอบมองอาการเอกภพที่ดูเศร้าทันที
“คุณทะเลาะกันใช่ไหมคะ...ทะเลาะกันเรื่องอะไรเหรอคะ เรื่องมะเฟืองหรือเปล่าคะ”
เอกภพนิ่งไป
“ถ้ามะเฟืองเป็นสาเหตุทำให้คุณสองคนทะเลาะกัน มะเฟืองช่วยคุณอธิบายเรื่องราวทั้งหมดได้นะคะ มะเฟืองรู้ว่าคุณรักพี่เนตรมาก มะเฟืองอยากช่วยคุณค่ะ”
เอกภพไม่คิดว่ามะเฟืองจะดีขนาดนี้
“ขอบคุณมากนะมะเฟือง”
“งั้นไปกันเถอะค่ะ”
เอกภพรีบอ้อมไปด้านคนขับ มะเฟืองยิ้มร้ายก่อนเดินขึ้นรถ

โจ้ขับรถมาจอดที่หน้าร้านดอกไม้ นิดารีบวิ่งมาหา
“คุณโจ้มาเช้าจังเลย นิดายังจัดดอกไม้ให้เด็กในร้านไม่เสร็จเลยค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้”
“งั้นเข้าไปในร้านก่อนนะคะ”
นิดากับโจ้ จะเข้าไปในร้าน รถแท็กซี่มาจอดหน้าร้าน งามเนตรหิ้วกระเป๋าเดินทางลงมา
“จะไปไหนเหรอเนตร” นิดาแปลกใจ
“ฉันขอมาอยู่กับเธอสักพักนะนิดา ฉันไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนจริงๆ”
“ได้สิจ๊ะ...มาอยู่ได้เลย น้ำไฟไม่คิดไม่ต้องจ่ายล่วงหน้าแค่มีเสื้อผ้ามาก็พอ”
นิดากะให้งามเนตรขำ แต่เธอยังคงเศร้า
“ฮากริบเลย” นิดายิ้มแหยๆ
โจ้มองอย่างเป็นห่วง
“แล้วไอ้ภพมันรู้หรือเปล่าว่าคุณเนตรมาที่นี่”
“ไม่รู้หรอกค่ะ เนตรไม่ได้บอก”
งามเนตรหลบสายตา นิดาสะกิดโจ้กระซิบเบาๆ
“คงทะเลาะกันมาน่ะ”
งามเนตรตัดสินใจบอกโจ้
“อย่าบอกคุณภพนะคะว่าฉันอยู่ที่นี่ ฉันขอร้องนะคะคุณโจ้”
โจ้พูดอะไรไม่ออก ได้แต่พยักหน้ารับ

นิดาหันไปสั่งลิลลี่ ที่ทำงานอยู่ใกล้ๆ
“เอากระเป๋าคุณเนตรไปเก็บที่ห้องฉันทีนะ”
“ได้ค่ะ”
ลิลลี่นำกระเป๋างามเนตรเข้าไป นิดาหันมาบอก
“เดี๋ยวเธอพักให้สบายใจไปก่อนนะ วันนี้ฉันต้องเข้าออฟฟิศไปสรุปงานให้บอสก่อนแล้วจะรีบกลับมาหานะ มีอะไรก็เรียกใช้ลิลลี่ได้เลยนะ”
โจ้มองดูหน้าร้านเห็นเอกภพ
“ไม่ทันแล้ว”
“ทันสิ...นี่ยังเช้าอยู่เลย”
“ไม่ได่หมายถึงคุณ ผมหมายถึงไอ้ภพมันมาโน่นแล้ว”
นิดารีบดันให้งามเนตรเข้าไปหลังร้าน
“เธอเข้าไปหลังร้านก่อนนะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
งามเนตรผลุบเข้าไปหลังร้าน ขณะที่เอกภพเข้ามาหน้าร้าน
“อ้าวคุณภพมาแต่เช้าเลย มาซื้อดอกไม้เหรอคะ” นิดายิ้มแย้มทักทาย
“เนตรมาที่นี่ไหม”
“ไม่ได้มานะคะ...มีอะไรเหรอคะ”
โจ้เดินมาร่วมวงด้วย
“นั่นสิมีอะไรวะ”
เอกภพเห็นโจ้ก็แปลกใจ
“นายมาอยู่นี่ได้ไง”
“อ๋อ...มารับแฟนไปทำงานน่ะ”
โจ้ยักคิ้วส่งสายตาให้นิดาที่เขินๆ มะเฟืองเปิดประตูตามเข้ามา
“คุณภพคะ พี่เนตรอยู่นี่ไหมคะ”
“ไม่อยู่ครับ” เอกภพหันไปบอก
“แล้วพี่เนตรจะไปไหนนะ” มะเฟืองแกล้งเครียด
เอกภพหันมาถามนิดา
“เนตรไม่ได้มาที่นี่แน่นะครับ”
“...แน่..สิคะ ไม่มา...ไม่มาค่ะ”
โจ้เห็นท่าทางเอกภพไม่เชื่อจึงรีบพูด
“คุณเนตรไม่ได้มาหรอก เพราะฉันมาเฝ้านิดาตั้งแต่เช้าถ้ามาฉันก็ต้องเห็นสิวะ”
เอกภพเห็นโจ้ยืนยันก็เลยเชื่อ
“ถ้าเกิดเนตรมาหาคุณช่วยโทบอกผมด้วยนะครับ”
“ได้ค่ะ”
มะเฟืองคล้องแขนเอกภพ
“ไปกันเถอะค่ะ”
เอกภพหันไปบอกนิดา
“ผมไปนะครับ”
“ค่ะ...”
“เดี๋ยวเจอกันที่บริษัทนะ” โจ้บอก
เอกภพพยักหน้า มะเฟืองเดินคล้องแขนเอกภพออกไป งามเนตรแอบดูอยู่เห็นมะเฟืองกับเอกภพแล้วเศร้า

เอกภพเครียด ไม่รู้ว่าจะไปตามหางามเนตรที่ไหน
“คุณอยู่ไหนนะเนตร”
มะเฟืองแกล้งคิดๆ
“ฉันว่าพี่เนตรต้องไปหาไอ้หมอนั่นที่บริษัทแน่ๆเลย เราไปที่บริษัทพี่เนตรกันดีกว่าค่ะ เผื่อว่าจะอยู่ที่นั่น”
“ไปครับ” เอกภพเห็นด้วย

มาวินนั่งเซ็นเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงาน เอกภพกับมะเฟืองเข้ามาในห้อง
“ผมมาตามเนตร”
เอกภพบอกเสียงเข้ม มาวินมองเอกภพกวนๆ
“มาตามที่นี่น่ะเหรอครับ แล้วเจอไหมล่ะครับ”
“เนตรอยู่ไหน”
มาวินขำๆ
“คุณเป็นสามียังไง ไม่รู้ว่าภรรยาไปไหน”
เอกภพโมโห มะเฟืองถามแทน
“คุณเอาพี่เนตรไปซ่อนไว้ไหน บอกมานะ”
มาวินยิ้มเยาะ
“ช่างเป็นคำถามที่ดูใส่ร้ายจริงๆเลยนะครับ”
เอกภพพยายามใจเย็น
“ผมไม่ได้มาหาเรื่อง ผมแค่อยากรู้ว่าเนตรมาที่นี่หรือเปล่า”
“ผมก็บอกอยู่นี่ไง ว่าคุณเนตรไม่ได้มาที่นี่ คุณสองคนเลิกทำร้ายเนตรได้แล้วล่ะ”
“หมายความว่าไง” เอกภพถามไม่พอใจ
“นั่นสิ ใครกันแน่ที่ทำร้ายพี่เนตร” มะเฟืองโต้
“ผมจะบอกอะไรให้นะ..เนตรเขารู้ เขาเห็นเรื่องคุณสองคนหมดแล้ว คุณเป็นคนทำพังด้วยมือคุณเอง แล้วที่คุณเห็นเมื่อวานน่ะ คุณเนตรเขาเสียใจที่รู้เรื่องคุณมีอะไรกับน้องตัวเอง ผมแค่ทำหน้าที่เพื่อนให้กำลังใจเท่านั้น”
เอกภพหน้าชาไป มาวินมองไม่พอใจ
“คุณไม่รู้เลยเหรอว่าเขารักคุณแค่ไหน แค่เขารู้ว่าที่นี่เป็นบริษัทของผม เขาก็ยื่นจดหมายลาออกทันทีเพราะกลัวว่าคุณจะคิดมาก”
มาวินยื่นเอกสารลาออกวางลงตรงหน้าเอกภพ
“ดูซะให้เต็มตา...คุณไม่เคยใส่ใจเนตรเลย เนี่ยเหรอสามีที่เนตรรักนักรักหนา ต่อไปนี่ผมจะเอาชนะใจเนตร ผมจะเป็นคนดูแลเนตรเอง ไม่ใช่คุณอีกต่อไป สำหรับคุณมันเป็นได้แค่ในนามเท่านั้นและอย่ามายุ่งกับเนตรอีก คราวนี้ ผมเอาจริง”
มาวินลุกออกไป เอกภพได้แต่นั่งนิ่งคิดที่มาวินพูดมาต้นเหตุเป็นเพราะเขาคนเดียว มะเฟืองแอบสะใจ

เอกภพขับรถเครียดๆ มะเฟืองทำทีปลอบใจ
“อย่าเอาคำพูดของคนแบบนั้นมาคิดเลยนะคะ คุณไม่ได้ผิดสักหน่อย”
“ที่เขาพูดมันก็ถูก ผมไม่เคยใส่ใจเนตรเลยจริงๆ”
“ไม่จริงหรอกค่ะ ถ้าคุณไม่ใส่ใจพี่เนตรคุณก็คงบอกเรื่องของเราให้พี่เนตรรู้ไปนานแล้ว แต่นี่คุณเก็บไว้แสดงว่าคุณแคร์พี่เนตรต่างหาก”
“ผมมันคงเห็นแก่ตัวเกินไป”
มะเฟืองเอียงซบไหล่เอกภพ
“พี่เนตรต่างหากที่ผิด คบชู้มาก่อนคุณซะอีก ไม่งั้นวันนั้นคุณคงไม่รังแกมะเฟืองหรอก มะเฟืองรู้ว่าคุณมีอะไรกับมะเฟืองเพราะแค้นพี่เนตร มะเฟืองถึงไม่โกรธคุณมะเฟืองเห็นใจคุณนะคะ”
เอกภพลูบหัวมะเฟืองอย่างสงสาร
“ผมขอโทษนะ”
มะเฟืองยิ้มมีความสุข เสียงมือถือมะเฟืองดังขึ้นขัดจังหวะ มะเฟืองหงุดหงิดรับสาย
“ฮัลโหล”
“มะเฟืองช่วยแม่ด้วย แม่จำเป็นต้องใช้เงิน คราวนี้แม่ขอแค่ 30,000 พอ”
มะเฟืองตกใจ แอบพูดเสียงเบาๆ
“ตั้งสามหมื่นฉันจะหาที่ไหนล่ะ”
“ไม่รู้ว่ะ แต่ฉันเดือดร้อนจริงๆช่วยแม่ทีนะ”
“อือๆๆๆ”มะเฟืองหงุดหงิดวางสายลง
เอกภพหันมามอง มะเฟืองยิ้มกลบเกลื่อน
“เอ่อ..คือเพื่อนโทรมาตามน่ะค่ะ มะเฟืองลืมไปว่านัดเพื่อนไว้ มัวแต่เป็นห่วงพี่เนตรเลยออกมากับคุณ ลืมสนิทเลย”
“งั้นเดี๋ยวผมไปส่งให้ก็ได้นะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวมะเฟืองไปแท็กซี่เองได้ค่ะ ส่งให้มะเฟืองลงข้างหน้านี่ก็ได้ค่ะ”
“งั้นก็ได้ครับ”
เอกภพหักรถหลบจอดขางทาง มะเฟืองลงจากรถ

มะเฟืองมาหาฉลามที่นอนแผ่หลาอยู่ในห้อง
“พี่หลาม” มะเฟือมาเขย่าตัว
“ฮื่อ...อะไร”
“ลุกมาคุยกับฉันก่อนสิ”
มะเฟืองดึงฉลามขึ้นมานั่ง
“อะไรมะเฟือง...วันนี้พี่ไม่มีแรงนะ ไม่เอาได้ป่ะ”
“ฉันไม่ได้มาเรื่องนั้น....”
ฉลามมองหน้ามะเฟือง
“พี่หลามมีเงินให้ฉันยืมไหม สักสามหมื่นเดี๋ยวฉันหามาคืนให้”
“โหสามหมื่น...นี่มาปล้นกันหรือเปล่าวะมะเฟือง”

“โธ่...ก็ฉันเดือดร้อนนี่นา”

น้องเมีย ตอนที่ 20

“ไม่มีหรอกเงินตั้งเยอะแยะ”

เสียงมือถือฉลามดัง ฉลามรับสาย
“ฮัลโหลใครวะ”
“ฉันเอง เสี่ยใช้”
ฉลามรีบพูดเพราะ
“คร้าบเสี่ยมีอะไรให้ผมรับใช้เหรอครับ”
“พาเด็กเมื่อวันก่อนมาให้ฉันที ฉันคิดถึง”
“โห...ยากหน่อยนะครับ เพราะมันเป็นเด็กทำงานบ้านไม่ใช่พวกไซด์ไลน์น่ะครับ”
“ฉันจ่ายไม่อั้น”
“จ่ายไม่อั้นแบบนี้ค่อยน่าสน เดี๋ยวผมจะจัดการให้แล้วกันนะครับที่เก่าเวลาเดิม”
ฉลามวางสาย มะเฟืองอยากรู้เรื่อง
“อะไรเหรอที่ว่าจ่ายไม่อั้นน่ะ”
“เสี่ยคนเดิมมันอยากได้อีนังนั่นอีกซักรอบ ช่วยจัดการให้ทีสิ”
“ไม่รู้จะหลอกให้มันออกมายังไง ก็เพราะคราวที่แล้วแกก็หลอกมาล่อไปแล้ว”
“มันจะยากอะไรวะ รายนี้จ่ายไม่อันนะโว้ย แล้วอีกอย่างบอกวันนั้นใช้แค่ภาพถ่าย แต่นี่ยังมีคลิปที่ถ่ายไว้อีกนะให้มันดูร้อยทั้งร้อยยังไงมันต้องออกมา เชื่อฉันสิ”
มะเฟืองนิ่งคิดว่าจะหลอกบัวออกมายังไงดี

มะเฟืองกลับเข้าบ้านมาเดินผ่านห้องภัสสร เห็นชมกับบัวทำความสะอาดห้องอยู่ จึงเดินเข้าไปหา
“พี่ชม คุณนายเรียก”
“อ้อเหรอ...ขอบใจนะ...เอ็งทำไปก่อนนะเดี๋ยวน้ามา”
ชมเดินออกไป มะเฟืองเข้าไปหาบัว
“ออกไป ฉันไม่อยากคุยกับแก”
“ที่เข้ามาก็เพราะมีเรื่องจะบอกแกนั่นแหละ แต่ถ้าไม่อยากรู้งั้นฉันไม่บอกก็ได้”
บัวนิ่งไป มะเฟืองเดินเข้ามาพูดใกล้ๆ เน้นๆ
“ตอนเย็นนี้ไอ้พวกนั้น มันจะเอาคลิปแกไปขายท่าจะได้ราคาดี มันฝากมาบอกว่าถ้าแกอยากได้คลิปทั้งหมดคืนล่ะก็ให้ไปเจอมันที่โรงแรมเดิม แล้วก็ห้ามบอกใครหรือแจ้งตำรวจเด็ดขาดไม่งั้นแกตายแน่”
บัวโกรธมะเฟืองที่เป็นนกต่อ
“แกมันอีคนชั่ว ถ้าฉันได้คลิปพวกนั้นกลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะไม่ปล่อยแกแน่อีมะเฟือง”
บัวโมโหออกจากห้องไป มะเฟืองหันมาเห็นกล่องเครื่องเพชรบนโต๊ะเครื่องแป้งหยิบขึ้นมาดูแล้วยิ้มๆ
“ฉันก็ไม่ปล่อยแกเหมือนกัน อีบัว”

ภัสสรจิบน้ำชาอยู่ ชมเดินมาหา
“คุณผู้หญิงต้องการอะไรเหรอคะ”
ภัสสรงง
“มะเฟืองไปบอกว่าคุณผู้หญิงเรียกหาชม”
“เปล่านี่”
“ว๊า...อะไรกัน”
“แต่ไหนๆมาก็ดีแล้ว ถามอะไรหน่อยสิ หมู่นี้บัวเป็นอะไรทำไมดูเศร้าซึมผิดปกติได้ถามบัวหรือเปล่าว่าเป็นอะไร”
“นังบัวมันไม่บอกค่ะ ชมให้ทำงานมันก็ทำไม่พูดไม่จา”
มะเฟืองลงมาบอกกับชม
“บัวออกไปข้างนอกแล้วนี่”
“อ้าว...เมื่อกี๊ยังถูบ้านอยู่เลย”
“ก็พอพี่ลงไป บัวก็ตามลงไปเห็นรีบๆไม่รู้ว่าไปไหน”
ชมกับภัสสรมองหน้ากันงงๆ มะเฟืองยิ้มๆ

บัวเข้ามาในห้องของโรงแรม พบพวกฉลามรออยู่แล้ว
“เอาคลิปมาให้ฉัน” บัวบอกด้วยน้ำเสียงโกรธๆ
ฉลามกวนๆ
“อะไรกัน เข้ามาถึงก็ทวงเลยเหรอยังไม่ได้ออกแรงเลย จะให้ไปง่ายๆได้ไงล่ะจ๊ะที่รัก”
ฉลามเดินมาวนๆรอบตัวบัว แล้วโชว์คลิปในมือถือให้ดู
“ให้ดูเฉยๆ...แต่พี่ยังไม่ให้นะจ๊ะ”
“แกจะเอาอะไร”
“พี่ไม่เอาหรอก แต่น้องบัวลอยก็ต้องแลกเหมือนเดิม”
บัวถอยหลังจะหนี เพราะกลัวแต่ลูกน้องดักไว้
“ไม่ต้องกลัว เคยมาแล้วจะกลัวทำไมล่ะ”
บัวถูกจับไว้ฉลามเข้ามาใกล้ เอายาไอซ์ยัดใส่ปาก
“กลืนเข้าไป”
บัวไม่ยอมเปิดปาก ฉลามบีบแก้มบัวเอายายัดเข้าไปแล้วเอาน้ำใส่ปากบัว
“กูบอกให้กลืน...”
ฉลามบังคับเสียงโหด บัวจำใจกลืน
“แค่นี้ ทำเป็นเรื่องมาก”
ไม่นานนักยาออกฤทธิ์ บัวตาลอยๆ ลูกน้องพาไปที่เตียง เสี่ยเข้ามาพอดี เห็นบัวก็ยิ้มพอใจ
“นอนรอเสี่ยอยู่แล้วครับ เชิญ”
เสี่ยส่งเงินให้ฉลาม
”ขอบคุณครับเสี่ย ขอให้มีความสุขนะครับ”
ฉลามออกไป เสี่ยมองบัวยิ้มเข้ามาหาบัวที่อยู่ในอาการลอยๆ....

มะเฟืองเดินออกมาจากโรงรับจำนำ มองดูเงินในมือแล้วยิ้มอย่างพอใจ
“ถ้ารู้ว่าราคาดีแบบนี้ขโมยซะตั้งนานแล้ว”
มะเฟืองเก็บเงินใส่กระเป๋า ฉลามขี่มอเตอร์ไซด์มาถึง
“มัวทำอะไรอยู่” มะเฟืองมองไม่พอใจ
“ก็คุมอีตัวดีอยู่น่ะสิ”
“ทำไมต้องคุมด้วย”
“ก็ฤทธิ์มันเยอะน่ะสิ ถ้าเกิดมันไปอาละวาดใส่เสี่ยเข้า มีหวังฉันโดนเล่นยกแกงค์แน่”
“ป่านนี้มันคงสิ้นฤทธิ์แล้วล่ะ...อ่ะนี่”
มะเฟืองส่งตั๋วรับจำนำให้ ฉลามมองงงๆ
“อะไร...ตั๋วจำนำ เอามาให้ทำไม”
“เอาไปใส่กระเป๋าอีบัวให้ที”
“เอาไปใส่ทำไมวะ”
“เออน่า...ไม่ต้องถามหรอกฉันให้ใส่ก็ใส่ไปเถอะน่า...ถ้าสำเร็จมีส่วนแบ่งให้”
เมื่อมะเฟืองบอกอย่างนั้น ฉลามสนใจทันที

บัวนอนขดตัวอยู่ในผ้าห่มร้องไห้ เสี่ยออกมาจากห้องน้ำคว้าเสื้อใส่เดินยิ้มเข้ามาหา ลูบผมบัวอย่างเอ็นดู แต่บัวปัดมือเสี่ยออกไป
“อย่าทำแบบนี้ซิจ๊ะ ไม่น่ารักเลย”
“อย่ามายุ่งกับฉันนะ”
เสี่ยยิ้มชอบใจ
“มันยุ่งไปซะแล้วสิทำไงได้”
เสี่ยจะก้มลงหอม บัวลุกขึ้น หลบขยับหนีเอาผ้าห่มห่อตัวอยู่
“อย่าเข้ามานะ”
เสี่ยยิ้มๆ
“ไม่เอาน่าอย่าทำท่าทางรังเกียจฉันแบบนี้สิ เราน่าจะคุ้นเคยกันได้แล้วนะ”
บัวร้องไห้
“ทำไมพวกแกต้องทำกับฉันแบบนี้ พวกแกหลอกฉันมาทำไม”
“ฉันมันก็แค่ใช้เงินซื้อความสุขใครที่ให้ความสุขฉันได้ฉันก็ยอมจ่ายไม่อั้น ฉันไม่รู้หรอกว่าก่อนหน้านี้หนูโดนหลอกมายังไง แต่ถ้าหนูไม่อยากจะโดนหลอกอีกมาอยู่กับฉันไหม ฉันจะเลี้ยงดูหนูอย่างดี”
เสี่ยหยิบนามบัตรส่งให้ บัวไม่รับเสี่ยหยิบกระเป๋าถือบัวขึ้นมาแล้วเอานามบัตรใส่ลงไป
“ฉันจะรอคำตอบหนูนะ”
เสี่ยเดินออกไป บัวก้มหน้าร้องไห้หมดอาลัยตายยากกับชีวิต

ภัสสรถามหาเครื่องเพชร ซึ่งวางไว้ที่โต๊ะเครื่องแป้งกับชม
“ชม...ชมเอาเครื่องเพชรที่ฉันวางไว้ตรงนี้ไปเก็บที่ไหนหรือเปล่า”
“เอ่อ...เปล่านี่คะ...ทำไมเหรอคะ”
“อ้าว...แล้วมันหายไปไหนล่ะ”
“คุณผู้หญิงเอาไปเก็บในตู้แล้วลืมหรือเปล่าคะ” ชมพยายามช่วยคิด
“ฉันไม่ได้ความจำเสื่อมขนาดนั้นนะ และฉันก็ไปดูในตู้มาแล้วมันไม่มี”
“หรือว่าจะมีโจรแอบเข้ามาหยิบไปคะ คุณผู้หญิง”
“จะบ้าเหรอโจรที่ไหน จะโผล่มากลางวันที่คนอยู่บ้านแบบนี้ล่ะ”
มะเฟืองเดินเข้ามาถาม
“มีอะไรกันเหรอ”
ชมหันไปเล่า
“สร้อยเพชรของคุณผู้หญิงที่วางอยู่ที่โต๊ะหายไปน่ะสิะ คุณเห็นบ้างไหม”
มะเฟืองแสร้งคิด
“ตอนที่ฉันเข้ามา ฉันจำได้ว่าเห็นบัวเช็ดถูอยู่แถวนี้นะ แต่พอหันมาอีกทีก็เห็นบัวรีบร้อนออกไปซะแล้วท่าทางมีพิรุธยังไงก็ไม่รู้”
ภัสสรกับชมมองหน้ากันอย่างสงสัยบัว มะเฟืองแอบยิ้ม

บัวเปิดประตูออกมาจากห้อง พบฉลามกับพวกดักรออยู่ ฉลามเดินเข้ามาหาบัวกลัวถอยหลังหนี
“ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำอะไรหรอกน่า”
บัวมองไม่ไว้ใจ ฉลามหยิบเงินออกมา
“ฉันแค่จะเอาเงินที่เสี่ยฝากไว้มาให้เธอเท่านั้นเอง”
ฉลามส่งเงินให้ บัวไม่รับ
“อย่าเล่นตัวนักเลย เสียของรักของหวงไปแล้วก็เอาให้มันคุ้มค่าหน่อยสิจ๊ะ”
ฉลามคว้ากระเป๋าบัวมา แล้วเอาเงินห้าพันยัดในกะเป๋าบัว แอบเอาตั๋วจำนำใส่ไปด้วย
“ฉันอยากได้ไอ้คลิปบ้าๆพวกนั้น เอามาให้ฉันสิ”
ฉลามยิ้มๆ หยิบซิมโทรศัพท์ในกางเกงส่งให้
“อ่ะเอาไป...”
บัวรีบคว้ามา
“ฉันจะรู้ได้ไงว่ามันมีภาพหรือเปล่า”
ฉลามมองกวนๆ
“คนอย่างไอ้ฉลามไม่เคยโกหกใครอยู่แล้ว ไว้มีโทรศัพท์แล้วค่อยดูก็ได้เผื่อจะได้คิดถึงกันบ้าง”
ฉลามหัวเราะชอบใจ บัวได้แต่เดินหนีอย่างเจ็บใจ

เอกภพนั่งดื่มเหล้าอยู่คนเดียวในผับ กันตาเดินเข้ามามองหา เมื่อเห็นเอกภพจึงเดินไปนั่งด้วย
“คุณภพ...ทำไมแอบมาอยู่ที่นี่คนเดียวล่ะคะ”
เอกภพซึ่งเริ่มเมา เงยหน้ามอง
“คุณกันตามาได้ไงครับเนี่ย”
“โจ้บอกว่าคุณกลุ้มใจเรื่องที่บ้าน ฉันก็เลยเดาเอาว่าคุณต้องอยู่ที่นี่แน่ แล้วก็อยู่จริงๆด้วย”

เอกภพยิ้มๆ

“ถ้าผมตามหาเนตรเจอ เหมือนที่คุณตามหาผมเจอก็คงจะดีนะครับ”

“ถ้าคุณใส่ใจเขา คุณก็หาเขาเจอ...เหมือนที่ฉันเจอคุณนี่แหละ คุณทะเลาะกันอีกแล้วเหรอคะ”
เอกภพพยักหน้า กันตาทำทีรู้สึกผิด
“วันนั้นถ้าฉันไม่พาคุณไปที่ร้านนั่น คุณคงไม่ทะเลาะกันแบบนี้แน่ ฉันขอโทษจริงๆนะคะภพ”
“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกครับ”
“แล้วเรื่องอะไรล่ะคะ”
เอกภพก้มหน้า รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำไป
“เนตรรู้เรื่องมะเฟืองกับผมหมดแล้ว”
กันตาแสร้งตกใจ
“คุณบอกคุณเนตรเหรอคะ”
“เนตรรู้จากคนอื่นน่ะครับ เมื่อคืนเราสองคนเลยทะเลาะกัน ผมรู้ว่าผมผิด แต่เนตรก็ไม่น่าไปอยู่กับไอ้หมอนั่น”
“ชีวิตคู่มันก็เป็นแบบนี้ คน 2 คนแต่งงานก็ใช่ว่าจะจบอย่างสวยงามเสมอไป ดูอย่างฉันสิยังไม่ทันได้เริ่มก็จบลงซะแล้ว...จะว่าไป เราสองคนนี่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันเลยนะคะ”
“คุณทนความผิดหวังแบบนี้ได้ยังไง”
“ฉันว่าบางทีการที่เรายอมผิดหวังกับเรื่องบางเรื่อง มันอาจจะทำให้เรามีโอกาสได้เจอกับอะไรที่เราต้องการจริงๆก็ได้นะคะ”
“แล้วคุณได้เจอสิ่งที่คุณต้องการหรือยังครับ”
“ฉันกำลังเจออยู่ตรงหน้านี่ไงคะ”
กันตามองสบตา เอกภพหน้าร้อนผ่าวกับคำพูดของกันตา
“คุณกันตาชอบพูดเล่นอยู่เรื่อยเลยนะครับ” เอกภพยิ้มๆ พูดแก้เก้อ
“ฉันไม่ได้พูดเล่นนะคะ”
เอกภพอึ้งๆทำตัวไม่ถูก กันตาเข้าไปกอด
“ฉันรักคุณค่ะ”
เอกภพอึ้ง คิดไม่ถึงว่ากันตาจะพูดแบบนี้

นิดาเดินมาหางามเนตรที่นั่งเหม่ออยู่
“อ่ะ แฮ่ม”
งามเนตรหันมามอง นิดายิ้มหวานให้
“มีอะไรเหรอ”
“ถามจริง...เธอจะไม่กลับบ้าน และไม่รับโทรศัพท์จากคุณภพแบบนี้อีกนานมั้ย”
งามเนตรกังวล
“เธอไม่สะดวกให้ฉันอยู่ด้วยเหรอนิดา”
“ไม่ใช่อย่างนั้น คือที่ฉันถามเพราะว่าฉันเป็นห่วง ถ้าเธอไม่พูดไม่คุยไม่บอกเขาว่าเธอต้องการอะไร ยังไง ฉันคิดว่าคุณภพเองก็คงไม่มีทางรู้หรอก”
“ฉันไม่อยากตกอยู่ในสภาพแบบนี้เลย ถ้าเธอเป็นฉันเธอจะทำยังไง ถ้ารู้ว่าคนที่ตัวเองรักไปมีอะไรกับน้องสาวของตัวเอง”
“ของแบบนี้มันตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอกนะเนตร เธอจะโทษคุณภพคนเดียวก็ไม่ถูก ต้องโทษที่น้องสาวเธอด้วย เรามันก็ผิดพลาดกันได้ทุกคนแหละ ทำไมเธอไม่ลองจับเข่าคุยกันดูล่ะ จะได้ไม่ต้องมานั่นคิดเองเออเองแบบนี้เสียสุขภาพจิตเปล่าๆนะเนตร”
งามเนตรคิดตามที่นิดาพูด

บัวกลับบ้านด้วยความเศร้า เมื่อเข้ามาในบ้านก็พบชมยืนรออยู่
“ไปไหนมาถึงได้กลับมาเอาป่านนี้ รู้ไหมว่าเขารอแกกันอยู่น่ะ” ชมรีบถาม
“รอฉัน รอทำไม”
“ไปหาคุณผู้หญิงเดี๋ยวนี้เลย เร็วๆ”
ชมลากบัวเข้าไป บัวงงว่าเรื่องอะไร

ภัสสรเดินมาที่สระน้ำ พบชมกับบัวพอดี
“บัวเห็นเครื่องเพชรที่ฉันวางไว้ที่โต๊ะไหม”
“เห็นค่ะ”
ภัสสรยิ้มออก
“เธอเอาไปเก็บไปเก็บให้ฉันใช่ไหม”
“เปล่านี่คะ”
ภัสสรอึ้งหน้าหุบยิ้ม มะเฟืองเดินเข้ามา
“อย่างมันคงไม่เอาไปเก็บหรอก มันคงจะเอาไปขายหรือไม่ก็เอาไปจำนำแล้วต่างหาก” “แกพูดเรื่องอะไร” บัวงงๆ
ชมหันมาเล่า
“สร้อยเพชรคุณผู้หญิงหายไป”
มะเฟืองรีบพูด
“ยอมรับมาเถอะนังบัว ว่าแกเป็นคนขโมยไป”
ภัสสรกับชมมองมาที่บัว
“บัวไม่ได้เอาไปนะคะ”
“อีคนโกหก” มะเฟืองหันไปฟ้อง “นังนี่แหละที่เอาสร้อยคุณไปน่ะ”
บัวหันไปบอกภัสสร
“บัวไม่เคยคิดที่จะขโมยของใครเพราะรู้ว่ามันผิด มันไม่ดี บัวไม่ได้เอาไปจริงๆนะคะ แต่อีคนที่พูดอยู่น่ะน่าสงสัยกว่าบัวเยอะ เพราะสันดานมันชอบลักเล็กขโมยน้อยเวลาที่เจ้าของเขาเผลอ”
มะเฟืองชี้หน้าด่าบัว
“แกด่าฉันเหรออีบัว”
“เอาล่ะๆอย่าทะเลาะกันเลย ไม่เห็นก็ไม่เห็น ถือว่าฉันทำหายเองก็แล้วกัน ชมลองไปหาห้องอื่นๆดูทีนะเผื่อจะเจอ”
“แต่ชมก็ค้นจนทั่วบ้านแล้วนะคะก็ไม่มี”
“ทำไมแกไม่ค้นที่ตัวหลานแกดูล่ะ” มะเฟืองรีบบอก
บัวเกลียดมะเฟืองมาก จ้องหน้าท้าทาย
“ก็เอาสิ น้าชมมาค้นได้เลยนะ หมามันจะได้หยุดเห่าซักที”
ชมเดินเข้ามาเปิดกระเป๋าบัว มีตั๋วจำนำสร้อยเพชรอยู่ในกระเป๋าชมหยิบมาดูเห็นรายละเอียดในใบรับจำนำถึงกับหน้าซีด ชมมองบัวอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าบัวทำ
“ นังบัว”
ชมยื่นใบรับจำนำมาให้ดู บัวตกใจอึ้ง
“มันมาอยู่ในกระเป๋าฉันได้ยังไง มันไม่ใช่ของฉันนะน้า...ไม่ใช่นะคะคุณผู้หญิง”
มะเฟืองคว้าใบรับจำนำมาอ่านชื่อ
“นางสาว สายบัว ของที่จำนำ สร้อยเพชร นี่ไม่ใช่ชื่อแกเหรออีบัว”
ภัสสรมองบัวโกรธๆ
“บัวตามฉันมา”
ภัสสรเดินไป ชมรีบดันบัวให้เดินตามไป บัวแค้นจัด รู้ว่าเป็นฝีมือของมะเฟืองแน่

ภัสสรมานั่งที่โซฟา บัวตามมานั่งลงที่พื้น พร้อมชม
“ทำไมต้องทำแบบนี้”
ชมทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ
“แกเป็นหลานฉันซะเปล่า ไม่น่าทำแบบนี้เลย”
“ฉันไม่ได้เอาไปจริงๆ ต้องมีใครเอามาใส่ในกระเป๋า ต้องเป็นฝีมืออีมะเฟืองแน่ๆ”
บัวหันไปมองทางมะเฟืองที่อยู่ข้างนอกอย่างแค้นจัด ชมมองหลานสาวอย่างไม่ค่อยเชื่อ
“ แล้วเงินในกระเป๋านี่ล่ะ เขาแกล้งแกด้วยหรือเปล่า แกเอาเงินมาจากไหนตั้งเยอะแยะ เงินเดือนก็ยังไม่ออก”
บัวอึ้งบอกไม่ได้ว่าเป็นค่าตัวที่ไปนอนกับเสี่ย บัวอึกอักดูมีพิรุธ ชมผิดหวังมาก
“แกบอกมาสิ...ถ้าไม่ได้ขโมยของเขาไป แล้วแกเอาเงินมาจากไหน...ตอบมาสิ”
บัวตอบไม่ได้เพราะเป็นเงินที่ฉลามให้มา บัวยกมือไหว้สาบาน
“ฉันสาบานได้ฉันไม่ได้เอาไปจริงๆฉันโดนใส่ร้าย ฉันไม่รู้ว่ามันมาอยู่ในกระเป๋าฉันได้ยังไง”
มะเฟืองเดินเข้ามา
“ใครจะเอาไปใส่กระเป๋าแกได้ ในเมื่อแกมาจากข้างนอก”
บัวนึกขึ้นได้ ว่าฉลามเป็นคนนำเงินมายัดใส่กระเป๋าเงิน และฉลามก็เป็นพวกเดียวกับมะเฟือง
“อีมะเฟือง” บัวหันขวับไปมอง
“ฉันสงสัยมาหลายวันแล้วว่าทำไมแกชอบออกไปข้างนอกบ่อยๆ ที่แท้ก็เป็นขโมยนี่เอง นี่แกคงจะแอบเอาของคุณนาย ไปขายมาหลายครั้งแล้วสิท่า”
ภัสสรกับชมมองที่บัว
“บัวเธอทำแบบนั้นจริงเหรอ” ภัสสรมองบัวอย่างเสียใจ
“บัวเปล่านะคะ...น้า..น้าต้องเชื่อฉันนะ”
บัวเขย่าแขนชม มะเฟืองยิ้มเยาะ
“หลักฐานคาตาแบบนี้ยังจะกล้าปฏิเสธอีก ฉันไม่ได้มีหลักฐานแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวนะ หลักฐานไอ้เรื่องอย่างว่า ฉันก็มี อยากให้ฉันแฉใช่ไหมล่ะ”
บัวโกรธจัดโผเข้าไปตบมะเฟือง
“อย่าอยู่เลยมึงอีมะเฟือง”
บัวเข้าถึงตัวมะเฟืองตบตีกัน ชมพยายามห้าม ภัสสรมองดูอย่างตกใจ
“อีมะเฟืองกูจะฆ่ามึง”
“ปล่อยนะอีบัว”
ภัสสรโมโห
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
ทั้งสองคนชะงัก
“มะเฟืองเธอออกไปได้แล้ว”
มะเฟืองเดินออกไป ภัสสรหันมองบัว
“ส่วนเธอ ฉันคงให้เธออยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้วล่ะบัว เธอเก็บข้าวของของเธอ แล้วก็ออกไปจากที่นี่ซะ ฉันไม่ชอบคนโกหก”
ภัสสรเดินออกไป บัวมองตามอย่างเสียใจ
“คุณผู้หญิงคะ...บัวไม่ได้ทำจริงๆนะคะ ขอร้องอย่าให้บัวออกไปจากที่นี่เลยนะคะ… นะคะคุณผู้หญิง”
“พอได้แล้วนังบัว แกทำผิดเห็นๆ คุณผู้หญิงไม่จับแกส่งตำรวจก็บุญเท่าไหร่แล้ว ไปเก็บข้าวของของแกได้แล้ว”
ชมโกรธบัวมาก ขณะที่บัวเสียใจมาก

งามเนตรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเปิดเครื่อง เธอเห็นข้อความที่ติดต่อเข้ามาเป็นเบอร์โทรเอกภพหลายข้อความ เธอตัดสินใจโทรหา เอกภพนั้นเมาฟุบอยู่ที่โต๊ะในผับ กันตาเห็นไฟจากโทรศัพท์เอกภพจึงหยิบมาดู เมื่อเห็นเบอร์งามเนตร จึงกดตัดสาย
“คุณคงไม่อยากจะคุยกับฉันสินะ”
งามเนตรเศร้าไป

บัวเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ชมเดินเข้ามา
“เชื่อฉันนะน้า ฉันไม่ได้ขโมยจริงๆบอกคุณผู้หญิงอย่าให้ฉันออกไปเลยนะ ฉันโดนมันแกล้งจริงๆน้าต้องเชื่อฉันนะ” บัวร้องไห้อย่างเสียใจ
“จะให้ข้าเชื่อได้ยังไง หลักฐานมันฟ้องขนาดนั้นน่ะ อีบัว นะ อีบัว คุณหญิงเขาให้อภัยแกที่แกทำเรื่องทำราวกี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว แต่แกเคยไม่สำนึก...ริเป็นขโมยอีก”
“ถึงยังไงฉันก็ยืนยันว่าฉันไม่ได้ทำ”
“เอาเถอะจะทำหรือไม่ได้ทำ ตอนนี้แกก็ถูกไล่ออกล่ะ เผื่อแกกลับบ้านนอกไปแล้วกลับตัวกลับใจดีขึ้น ฉันจะค่อยๆพูดกับคุณผู้หญิงให้แกกลับมา”
“ฉันขอโทษนะที่ทำให้น้าเดือดร้อน สักวันนึงฉันเชื่อว่าทุกคนจะต้องรู้ว่าฉันไม่ได้เป็นขโมย แต่เป็นนังมะเฟืองที่มันทำเรื่องเลวนี้ ยังไงฉันไม่อยู่ที่นี่ น้าต้องระวังตัวดีๆนะ นังมะเฟืองมันไม่ใช่คนดีนะน้า ฉันจะต้องแก้แค้นมันให้ได้”
บัวประกาศอย่างแค้นใจ

บัวจำใจออกไปจากบ้าน ชมเดินมาส่งร้องไห้กอดลาก่อนกลับเข้าไปในบ้าน เมื่อบัวเดินออกมา มะเฟืองยืนขวางอยู่

น้องเมีย ตอนที่ 20 (จบตอน)
 

“โถ...โถ...โถ...จะสมเพชหรือสมน้ำหน้าดีล่ะ คราวหลังอย่าสะเออะ
มาเอาชนะคนอย่างฉัน นี่แค่โดนไล่ออกจากบ้านมันยังน้อยไป ทีแรกกะจะให้ถูกส่งไปขายซ่องที่มาเลย์ด้วยด้วยซ้ำ”

บัวเจ็บใจเมื่อรู้ว่าทุกอย่างเป็นแผนมะเฟืองทั้งหมด ด่ากลับอย่างอาฆาต
“กูจะเอาชีวิตกูคืนจากมึงแน่อีมะเฟือง”
บัวหยิบมีดพกที่อยู่ในกระเป๋าเข้ามาแทงมะเฟือง
“อย่าอยู่เลยมึง”
บัวแทงมีดเฉียดโดนที่แขนนิดหน่อย มะเฟืองโกรธ
“มึงจะฆ่ากูเหรออีบัว”
มะเฟืองกระชากบัวมาตบจนถลาลงไปที่พื้น มะเฟืองชี้หน้าด่าบัว พร้อมเอาเท้ากดเหยียบที่มือบัวแล้วขยี้ บัวร้องด้วยความเจ็บปวด
“คนต่ำอย่างแก ก็ต้องไปอยู่ในที่ต่ำๆ นะถูกแล้วอย่าสะเออะมาเทียบกับกู”
มะเฟืองเดินเชิดสะใจกลับบ้านเข้าไป บัวเจ็บใจร้องไห้ด้วยความแค้น

เอกภพเมากลับมาบ้าน กำลังจะเข้าห้อง มะเฟืองเห็นเข้ารีบเข้ามาประคองเข้าไปในห้องนอน
“เดินดีๆนะคะ”
เอกภพเมาเซจะล้ม มะเฟืองรีบโอบไว้
“ระวังค่ะ...”
เอกภพหันหน้ามามอง เห็นว่าคนที่ประคองเป็นงามเนตร
“คุณ...คุณกลับมาหาผมแล้วใช่ไหม”
เอกภพดีใจกอดงามเนตรที่เห็นด้วยความรัก มะเฟืองงงๆที่เอกภพกอด
“อย่าทิ้งผมไปแบบนี้อีกนะครับ ผมขอโทษผมรักคุณนะเนตร”
เอกภพจูบงามเนตรด้วยความรัก แต่เมื่อผละออกมามองอีกครั้ง คราวนี้กลับกลายเป็นหน้าของมะเฟือง
“มะเฟือง...คุณเข้ามาในห้องนี้ทำไม”
มะเฟืองน้อยใจ
“ทำไมล่ะคะ ก็เมื่อกี้คุณเป็นคนดึงมะเฟืองเข้าไปกอด แล้วยังบอกคิดถึงอยู่เลย มะเฟืองก็คิดถึงคุณนะคะ คุณภพ”
มะเฟืองเข้าไปกอด เอกภพยืนนิ่ง
“ออกไปซะ ที่นี่เป็นที่ของเนตรไม่ใช่ที่ของคุณ”
มะเฟืองละอ้อมกอด มองหน้าเอกภพที่นิ่งงันอย่างน้อยใจ
“มะเฟืองรู้คะว่าที่นี่เป็นที่ของพี่เนตร แต่พี่เนตรเป็นคนทิ้ง มันไป เพราะอะไรคุณก็น่าจะรู้ดีนะคะ อย่าหลอกตัวเองสิคะคุณภพ”
มะเฟืองเดินออกไปจากห้อง เอกภพเสียใจมาก

บัวนั่งเศร้าเสียใจอยู่ป้ายรถเมล์อย่างอ้างว้าง เธอมองหารถไม่รู้จะไปทางไหนดี ระหว่างนั้นมีแกงค์วิ่งราวมากระชากกระเป๋าสะพายบัวไป
“ว๊ายยย..!!.. ช่วยด้วย....ช่วยด้วย...”
บัวตะโกนขอให้คนช่วย แต่แถวนั้นไม่มีใครเลย บัววิ่งตามโจรไป
“เอากระเป๋าฉันคืนมานะ หยุดนะ”
ระหว่างที่โจรวิ่งหนีก็ควักเอาเงินในกระเป๋าออก แล้วโยนกระเป๋าทิ้งข้างทาง บัววิ่งตามมาเห็นโจรวิ่งลับตาไปแล้วหยุดหอบ มองเห็นกระเป๋าตัวเองรีบเข้าไปหยิบมาเปิด
“เงินฉัน...ไอ้บ้าเอ๋ย....แล้วฉันจะทำยังไงล่ะ”
บัวเศร้า เมื่อเงินหายไปทั้งหมด เธอเขย่ากระเป๋าดูมีเศษเหรียญไม่กี่เหรียญร่วงลงมา พร้อมนามบัตรเสี่ย บัวมองก้มลงเก็บเหรียญที่พื้น
“มีแต่เหรียญ...ไอ้พวกบ้าไม่รู้จักทำมาหากิน...คอยดูนะถ้าฉันเจอแกเมื่อไหร่ฉันจะลากคอเข้าตารางให้หมดเลย....ไอ้บ้า...ทำไมฉันซวยแบบนี้วะ...”
บัวมองเห็นนามบัตรที่พื้น หยิบขึ้นมาดูอย่างคิดหนักว่าจะทำยังไง และมื่อเห็นตู้โทรศัพท์อยู่ใกล้ๆก็ตัดสินใจ
“เอาวะไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่หว่า”
บัวตัดสินใจเดินไปโทรศัพท์กดเบอร์ตามนามบัตร ไม่นานนักเสี่ยรับสาย
“ฮัลโหล”
บัวกลัวๆ
“...เอ่อ..คือ...”
“นั่นใคร...”
“ฉันเองค่ะ..ที่เสี่ยให้นามบัตรฉันไว้..เอ่อ...”
เสี่ยจำได้
“อ๋อ..หนูนั่นเอง ว่าไง..มีคำตอบให้เสี่ยชื่นใจหรือเปล่า”
บัวลังเล
“..คือ..ฉันโดนไล่ออกจากบ้าน... ฉันไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน..ช่วยฉันด้วยนะคะ”
เสี่ยฟังแล้วยิ้มๆ
“เอาล่ะงั้นบอกมาว่าตอนนี้หนูอยู่ที่ไหน เดี๋ยวฉันจะให้คนไปรับ”
บัวบอกสถานที่ก่อนวางสายลง แล้วออกจากตู้โทรศัพท์ หันหลังพิงยืนเศร้าปลงกับชีวิตของตัวเอง

เช้าวันใหม่...ภัสสรเคาะห้องเรียกเอกภพ ครู่หนึ่งเขาเดินออกมา
“มีอะไรเหรอครับแม่”
“ ตกลงหนูเนตรไปอยู่ที่ไหน แล้วไปอยู่กับใครเหรอลูก”
“ผมยังไม่ทราบเลยครับคุณแม่...”
ภัสสรตกใจ
“ตายจริง ไม่มีใครรู้เลยเหรอ แล้วเพื่อนๆเนตรเขาล่ะจ๊ะ”
“ผมถามเพื่อนๆเนตรดูแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรู้เลยครับ”
“ทำไมลูกไม่ลองโทรเข้ามือถือเนตรดูล่ะ”
“ผมโทรไปแล้วครับ แต่เนตรไม่ยอมรับสาย..แล้วก็ปิดเครื่องไปตั้งแต่เมื่อคืน”
“แม่ว่าลองถามมะเฟืองดูไหมว่า มีบ้านญาติที่ไหนอีกบ้างเผื่อจะตามหาเนตรเจอ”
เอกภพพยักหน้ารับอย่างมีความหวัง

งามเนตรจัดแต่งของในร้าน นิดาแต่งตัวพร้อมไปทำงานเดินบ่นออกมา
“นังลิลลี่...มาลางานอะไรวันนี้ก็ไม่รู้...จะทำไงล่ะทีนี้ เฮ้ออ...”
“มีอะไรเหรอ”
“ก็วันนี้ออร์เดอร์ลูกค้าเพียบเลยน่ะสิ...ฉันก็ลาคุณมาวินไม่ได้ซะด้วยเกรงใจบอส ต้องรีบไปสรุปงบให้เสร็จ”
“เธอไปทำงานเถอะ...เดี๋ยวฉันจัดการที่ร้านให้เอง”
“เธอทำไหวเหรอ”
“ไหวสิ สบายมาก”
“แน่นะ...”
งามเนตรพยักหน้ายิ้มๆ
“งั้นไม่เกรงใจนะ คุณได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้”
นิดาหันไปหันไปหยิบโน้ตออร์เดอร์ส่งให้
“นี่เป็นออร์เดอร์ของวันนี้จ้า”
มาวินเดินเข้ามาในร้าน
“หวัดดีครับสาวๆ”
นิดาหันไปยิ้ม
“บอสสวัสดีค่ะ...มารับนิดาไปทำงานเหรอคะ”
“แวะเอาซองขาวมาให้น่ะครับ”
“อุ่ยย์...แรงอ่ะบอส...ถึงกับไล่ออกเลยเหรอคะ”
มาวินขำๆ
“ล้อเล่นน่ะ....พอดีผมผ่านร้านโจ๊กอร่อยๆก็เลยซื้อมาฝากคุณเนตรน่ะครับ”
“ขอบคุณนะคะ”
“บอสคะ แล้วบอสจะเข้าออฟฟิศเลยหรือเปล่าคะนิดาจะได้ขอติดรถบอสไปด้วย” นิดาซัก
“วันนี้ผมคงไม่เข้าออฟฟิศล่ะนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวนิดารักษาการณ์แทนเองค่ะ เอ่อ...ถ้าบอสไม่รีบไปไหนอยู่เป็นเพื่อนเนตรก่อนสิคะ”
งามเนตรหันไปปรามนิดา แล้วบอกมาวิน
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
“ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะผมก็ไม่ได้มีธุระไปไหนเหมือนกัน หวังว่าคุณคงไม่รังเกียจเพื่อนคนนี้นะครับ”
มาวินยิ้มๆให้งามเนตร นิดาสรุปทันที
“งั้นนิดาไปก่อนนะคะบอส ไปล่ะเนตรฝากร้านด้วยนะ”
นิดาบอกแล้วออกไปจากร้านทันที

ภัสสรเดินเข้ามาที่โต๊ะอาหาร ขณะที่ชมจัดเตรียม
“ชม...บัวส่งข่าวมาบ้างไหม”
“ไม่เลยค่ะ มันคงกลับไปขี่ควายไถนาอยู่บ้านนอกนั่นแหละค่ะ”
“ฉันเองก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกนะชม ฉันเสียใจนะ”
“คุณผู้หญิงทำถูกแล้วล่ะค่ะ ทำผิดก็ต้องรับโทษ...เฮ้อ...นังบัวนะ นังบัว ไม่น่าเนรคุณ คุณผู้หญิงเลย”
เอกภพเดินมาได้ยินพอดี
“บัวทำอะไรเหรอครับ”
“เอ่อ....” ภัสสรไม่อยากจะพูด
มะเฟืองที่เดินตามมารีบพูด

“นังบัวมันขโมยสร้อยเพชรของคุณนายไปขาย น่ะสิคะ คุณนายก็เลยเฉดหัวมันออกไปจากบ้านไป”
“จริงเหรอครับคุณแม่” เอกภพแปลกใจ

“จ้ะ...ความจริงแม่ก็ไม่อยากจะ...”

“คุณนายทำถูกแล้วล่ะค่ะ ถ้าขืนปล่อยไว้มันคงพาพวกมายกเค้าทั้งบ้าน แล้วก็ฆ่าปาดคอคุณนายทิ้งแน่ๆ ค่ะ...อย่าไปสนใจคนต่ำๆแบบนั้นเลยค่ะคุณภพ”
ชมไม่พอใจเดินเชิ่ดออกไป มะเฟืองมองค้อนๆแล้วลงมานั่ง
“ทานอาหารกันดีกว่าค่ะ”
มะเฟืองลงมานั่งตั้งท่าจะทาน ภัสสรถามขึ้นก่อน
“มะเฟือง...เธอมีญาติพี่น้องที่ไหนอีกหรือเปล่าจ๊ะ”
“ทำไมเหรอคะ คุณนายจะรับเลี้ยงหรือไงคะ”
ภัสสรอึ้งๆไม่ค่อยอยากคุยด้วยสักเท่าไหร่ เอกภพจึงช่วยถาม
“คือคุณแม่หมายถึงบ้านญาติๆของเธอน่ะอยู่ที่อื่นมีไหม...เผื่อว่าเนตรจะไปอาศัยอยู่ที่นั่นน่ะ”
มะเฟืองหมั่นไส้
“เราไม่มีญาติที่ไหนหรอกค่ะ...นี่คุณกำลังตามหาพี่เนตรอยู่ใช่มั๊ยคะ”
เอกภพพยักหน้า มะเฟืองได้ทีใส่ไฟต่อ
“คุณหาพี่เนตรไม่เจอหรอกค่ะ พี่เนตรชอบทำแบบนี้บ่อยๆเพื่อเรียกร้องความสนใจ จริงๆแล้วพี่เนตรคงเตรียมการไว้แล้วว่าจะออกไปอยู่กับ...ใคร...”
เอกภพคิดหนักว่ามาวินแน่ๆ ภัสสรมองลูกชายอย่างสงสาร มะเฟืองกินข้าวต่อไม่สนใจ

เอกภพหยิบกุญแจรถที่โต๊ะในห้องรับแขกกำลังจะออกไป ภัสสรออกมาจากในบ้านเรียกเอกภพไว้
“ตาภพ....คุยกับแม่สักเดี๋ยวได้ไหมลูก”
“คุณแม่มีอะไรเหรอครับ”
ภัสสรดึงเอกภพมานั่งที่โซฟา
“ตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่...ระหว่างลูกกับหนูเนตรน่ะ คงไม่ใช่อาการงอนกันธรรมดาใช่มั๊ย... แม่อยากช่วย แต่ถ้าแม่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แม่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหนยังไง”
เอกภพเครียดๆ แต่ก็ตัดสินใจเล่า
“เป็นเพราะผมเองที่ทำผิดกับเนตร”
ภัสสรตกใจ
“ผิด...ผิดเรื่องอะไรเหรอลูก...”
เอกภพลำบากใจที่จะพูด
“ผม...ไปมีอะไรกับผู้หญิงคนหนึ่งเข้าครับ เนตรรู้เรื่องเข้า เราสองคนก็เลยมีปากเสียงกัน”
ภัสสรแทบไม่เชื่อว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้กับลูกชาย
“...แล้ว......ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”
เอกภพอึ้งไม่ตอบ
“ตาภพ...ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”
มะเฟืองที่แอบฟังอยู่ เดินออกมาทันที
“มะเฟืองเอง”
ภัสสรได้ยินอย่างนั้นก็ช็อค เป็นลมไป เอกภพตกใจมาก

ชมเอายาดมให้ภัสสรดม ไม่นานนักภัสสรค่อยๆลืมตาขึ้นมา เอกภพรีบขยับเข้ามาหา
“คุณแม่เป็นไงบ้างครับ”
ภัสสรพยายามฝืนนั่ง
“อืมม...ดีขึ้นแล้วล่ะ”
มะเฟืองทำทีเป็นห่วง
“มะเฟืองตกใจแทบแย่ ถ้าคุณนายเป็นอะไรไปมะเฟืองต้องกลายเป็นผู้ต้องหาที่ทำให้คุณนายช้อคแน่ๆเลยค่ะ”
เอกภพหันมอง มะเฟืองทำไม่รู้ไม่ชี้ ภัสสรมองค้อนๆ
“คุณแม่ให้ชมพาขึ้นห้อง ไปพักผ่อนก่อนดีกว่านะครับ”
เอกภพหันบอกชม
“ชมพาคุณแม่ไปห้องก่อนไป”
“ไม่ต้องหรอก แม่ไม่เป็นไรแล้ว...ชมไปเตรียมชาร้อนให้ฉันทีนะ”
“ได้ค่ะคุณผู้หญิง”
ชมออกไป ภัสสรหันมามองลูกชาย
“แม่อยากรู้เรื่องทั้งหมด เล่าให้แม่ฟังที”
เอกภพอึกอัก มะเฟืองแทรกขึ้นมา
“มะเฟืองเล่าเองก็ได้ค่ะ คือเราสองคนมีอะไรกัน...”
ภัสสรตัดบทด้วยท่าทางนิ่งดุๆ
“ฉันอยากฟังจากปากลูกชายฉัน ไม่ใช่เธอ...เธอออกไปได้แล้ว”
มะเฟืองเจ็บใจที่โดนเบรก
“ทำไมคะ จะใครเล่ามันก็เหมือนกันแหละค่ะ”
เอกภพหันไปบอก
“มะเฟืองออกไปก่อนเถอะ ผมขอร้อง”
มะเฟืองหงุดหงิดลุกออกไป พลางบ่นพึมพำ
“อีแก่นะอีแก่ คอยขัดดีนักสักวันจะส่งไปอยู่บ้านพักคนชราให้เข็ดเลย”
มะเฟืองเดินออกไปแล้วแอบมอง พยายามเงี่ยหูฟัง

ภัสสรพูดเสียงดุ แต่ใบหน้าเรียบนิ่ง
“แม่ไม่คิดเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับลูกของแม่”
เอกภพกราบลงที่ตักของแม่
“ผมขอโทษครับคุณแม่ ผมผิดเองครับ”
“แล้วลูกรักมะเฟืองหรือเปล่า”
“คนที่ผมรักคือเนตรคนเดียวเท่านั้นครับ”
ภัสสรแปลกใจ
“แล้วทำไม...ลูกถึงได้ไปมีอะไรกับมะเฟืองได้ล่ะ”
เอกภพลำบากใจที่จะเล่า
“คือผมเมาจนจำไม่ได้ว่าทำอะไรลงไปบ้าง รู้ตัวอีกทีก็เห็นมะเฟืองนอนอยู่ข้างๆ”
“...ถ้าแม่เป็นหนูเนตร แม่ก็คงรับเรื่องแบบนี้ไม่ไหวเหมือนกัน หนูเนตรคงเสียใจมาก”
“ผมไม่รู้ว่าเนตรรู้เรื่องนี้ได้ยังไง ทั้งที่เรื่องนี้มีแค่ผมกับมะเฟืองเท่านั้นที่รู้ และผมก็ขอร้องมะเฟืองไว้ให้ปิดเป็นความลับเพราะผมต้องการบอกกับเนตรเอง..ผมตั้งใจจะสารภาพกับเนตรเรื่องมะเฟือง แต่ยังไม่มีโอกาส เนตรมารู้เรื่องนี้ซะก่อน...”
ภัสสรมั่นใจว่าเป็นฝีมือมะเฟือง
“ความลับถ้าคนไม่อยากเปิดมันก็จะเป็นความลับตลอดไป เว้นแต่ว่ามีคนอยากเปิดความลับ”
“คุณแม่หมายถึง มะเฟืองเหรอครับ”
“แม่คิดว่าตัวปัญหาน่าจะมาจากมะเฟือง แม่ไม่ค่อยไว้ใจมะเฟืองเลย แม่ว่ามะเฟืองชอบลูกนะ และชอบเอามากๆด้วย แล้วยิ่งตอนนี้เนตรไม่อยู่บ้าน แม่คิดว่ามะเฟืองจะยิ่งตั้งตัวขึ้นมาแทนที่เนตรแน่ๆ แม่ว่าทางที่ดีให้มะเฟืองย้ายออกไปจากบ้านซะก่อนที่เราจะคุมไม่อยู่ดีกว่านะ”
“ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ เพราะเนตรรักน้องมาก”
ภัสสรตัดสินใจ
“อย่ามาพูดเลยว่าเพราะเนตรรักน้องมาก ลูกเลยไม่กล้าให้มะเฟืองออกไป หรือตัวลูกเอง ที่ไม่กล้าตัดขาดเด็กมะเฟืองกันแน่ ถ้าลูกอยากให้หนูเนตรกลับมาอยู่กันแบบผัวเมียเหมือนเดิม ลูกต้องไล่มะเฟืองออกไปถ้าลูกไม่ทำอย่าหาว่าแม่ใจดำนะ แม่จะบอกมะเฟืองเอง”
มะเฟืองได้ยินทั้งหมดยิ่งโกรธภัสสรมาก
“อีคุณนายคิดจะกำจัดฉันงั้นเหรอ…”
มะเฟืองแค้นมาก

เอกภพมาทำงานอย่างเซ็งๆ โจ้เห็นเข้าก็ตรงมาทัก
“อ้าวเฮ้ย...เพิ่งมาเหรอวะ”
“อืม”
“เป็นไรไปวะ...ได้คุยกับคุณเนตรหรือยัง”
“เนตรไม่รับโทรศัพท์เลย ฉันไม่รู้ว่าเนตรไปอยู่ที่ไหน”
“ก็อยู่กับนิ...”
โจ้เกือบหลุดปาก รีบหยุด
“อยู่กับใครเหรอ”
“อยู่กับญาติไง...ญาติน่ะ...มีมั้ย”
“เนตรไม่มีญาติที่ไหนหรอก ฉันตามหาทุกที่ที่เนตรรู้จักจนหมด แต่ก็ไม่มีวี่แววเนตรเลย ฉันเครียดและก็กลุ้มมากด้วย”
โจ้ได้แต่สงสารเพื่อน เอกภพเศร้าใจ

งามเนตรออกมาทานอาหารเที่ยงกับมาวินที่ร้านอาหารหรู นิดาตามมาร่วมวงด้วย ระหว่างที่นั่งคุยกันอยู่ กันตาเดินเข้ามาในร้านเพราะนัดกับเพื่อนไว้ เธอหันมาเจองามเนตรโดยบังเอิญจึงเข้าไปทัก
“คุณเนตร สวัดดีค่ะ”
งามเนตรตกใจที่พบกันตา แต่ก็ยิ้มให้
“สวัดดีค่ะ มาทานอาหารเหรอคะ”
“ค่ะพอดีนัดเพื่อนไว้ แต่ยังไม่มีใครมาเลย”
“งั้นเชิญนั่งด้วยกันก่อนสิครับ” นาวินชวน
“ขอบคุณค่ะ”
กันตาลงนั่ง แล้วถาม
“คุณเนตรหายโกรธกับคุณภพหรือยังคะ”
งามเนตรอึ้งไป
“คือฉันทราบ เพราะว่าคุณภพเล่าให้ฟังว่าคุณออกจากบ้านไป เขาตามหาคุณไม่เจอไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน คุณภพเป็นห่วงคุณมากรู้ไหมคะ”
นิดาเผลอตัวพูดไป
“อยู่กับนิดารับรองปลอดภัย ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอกค่ะ”
งามเนตรมองหน้า นิดานึกได้เอามือปิดปาก กันตาเข้าใจทันที
“นี่พวกคุณช่วยกันปิดคุณภพเหรอคะ ทำไมไม่บอกภพล่ะคะว่าคุณอยู่กับเพื่อนน่ะ เขาจะได้ไม่ห่วง”

“บางทีเขาอาจจะไม่ได้ห่วงฉันอย่างที่คุณคิดหรอก”

โปรดติดตาม "น้องเมีย" ตอนที่ 21 พรุ่งนี้ 9.00 น.
อุบัติเหตุ ตอนที่ 19
อุบัติเหตุ ตอนที่ 19
ในเวลาต่อมาทั้งหมดนอนแผ่หลาอยู่ที่บ้านเดชชาตินั่นเอง ต่างคนต่างหน้าดำมอมแมมเพราะเขม่าควันไฟไปตามๆ กัน นีรนุชถอนใจ “ดีนะที่ไฟไม่ไหม้บ้าน” “ก็เกือบไปล่ะ ถ้าเธออยู่เม้าท์นานกว่านี้อีกหน่อย แม่คุณเอ๊ย อย่าไปเป็นเลยแม่ครัว มีอย่างที่ไหน ทำอาหารอยู่ดันออกมาเม้าท์กับลูกค้า” เดชชาติส่ายหัว “แล้วนุชจะไปเป็นอะไรล่ะ จะกลับไปเป็นแม่บ้านก็ไม่เอาหรอก” พิมออกความเห็น “เอางี้ดีกว่านุช นุชมาช่วยป้าทำขนมไหมล่ะ เดี๋ยวป้าให้ค่าแรง แถมเปอร์เซ็นต์ยอดขายด้วยเอ้า” นีรนุชอึกอัก “จะดีเหรอคะป้า” “ดีสิ ป้าเหนื่อยแล้ว อยากมีคนช่วย ถ้านุชทำดี อีกหน่อยป้าจะยกให้ทั้งแผงเลย” นีรนุชยิ้มมีความหวัง ค่อยเห็นหนทางชีวิตที่ดีขึ้น
กำลังโหลดความคิดเห็น...