xs
sm
md
lg

สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 21 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:

The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 21


กำนันพงษ์พยายามแบกทองวิ่งหนีมาตามป่าอย่างทุลักทุเล ติณห์วิ่งตามมาห่างๆ ข้างหลัง
“หยุดนะกำนันพงษ์ อย่าหนีนะ”
กำนันพงษ์ยกปืนในมือหันไปยิงใส่ติณห์ปังๆ ติณห์วิ่งหลบกระสุนที่ปลิวว่อนแต่ก็ไม่หยุดวิ่งไล่ตาม
“ไสหัวมึงไปให้พ้นนะ จะตามกูมาทำไม อ๊าก” กำนันพงษ์ยิงกราดอย่างคลั่ง จนกระสุนหมด
กำนันพงษ์เขวี้ยงปืนทิ้ง สองมือจับถุงทองบนบ่าวิ่งหนีสุดกำลังแต่น้ำหนักทอง ทำให้ไปได้ช้าและล้มลง ติณห์ก็วิ่งตามมาทัน
“แกจะหนีไปไหน”
กำนันพงษ์เงยหน้าหันมา โดยถือหุ่นฟางที่ใส่ผมติณห์ไว้อยู่ในมือและถือมีดหมอไว้ข้างนึง แทงมีดลงไปท้องหุ่นฟาง
“อ๊าก”
ติณห์กุมท้องทรุดลงร้องอย่างเจ็บปวด
“ลืมแล้วหรือไอ้ติณห์ กูยังมีหุ่นมึงอยู่ วันนี้มึงต้องตายไปอยู่กับตามึง”

ที่เรือนไทยเหล่าตำรวจพาพวกสมุนกำนันพงษ์ลงเรือนไทยไป ทุกคนเป็นห่วงวิญญาณหลวงพิชัยภักดี ญาณินและกุมาริกาที่กำลังดิ้นเจ็บปวด
“ทำไงดีคุณรส จะช่วยเขายังไง จะปล่อยให้เขาตายแบบนี้เหรอ”
“ใช่ๆ มันต้องมีทางแก้สิพี่”
ไตรรัตน์ลุกพรวดขึ้นจะตามติณห์ไป
“ผมตามไปช่วยคุณติณห์ดีกว่า”
“ไม่ต้องตามไป” สุคนธรสร้องห้าม
“ทำไม”
“ตอนนี้เราได้แต่รอเวลา”
“ชั้น ชั้นจะไม่หวายแล้ว อ๊อก”
หลวงพิชัยภักดีร้องบอกขณะที่ หนุ่มๆ งง
“เจ๊ ทนหน่อยนะ อีกแป๊บทุกอย่างจะดีขึ้น”
“คุณหลวง โกลเด้นท์เบบี้ ทนอีกหน่อยนะ”
ทันใดนั้นด้ายแดงที่รัดวิญญาณทั้งสามอยู่เริ่มคลายตัวออก จิตญาณิน หลวงพิชัยภักดี กุมาริกาเริ่มหายใจออกปวดน้อยลง
“เป็นไปได้ยังไง”

ติณห์ยังคงดิ้นทุรนทุราย กำนันพงษ์หัวเราะสะใจ
“ฮ่าๆ มันทรมานมากใช่ไหมไอ้ติณห์” กำนันพงษ์ทิ่มลิ่มลงไปบนหุ่นอย่างสะใจ แต่คราวนี้ติณห์กลับดิ้นน้อยลง กำนันพงษ์เอะใจ “อะไรวะ ทำไมมันไม่เป็นอะไร”
กำนันพงษ์เริ่มสวดคาถาอีกแล้วทิ่มลิ่มพรวดลงบนตำแหน่งหัวใจหุ่นฟางนั้นแต่กลับไม่มีผลอะไรกับติณห์

ที่เรือนไทย ด้ายแดงที่รัดวิญญาณทั้งสามอยู่คลายตัวเองและจางหายไปในที่สุด
“โอย นึกว่าตายรอบสองซะแล้ว”
“คุณตา” กุมาริกาวิ่งไปกอดหลวงพิชัยภักดีอย่างดีใจ
สี่สาวกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
“เจ๊ รีบไปเข้าร่างเร็ว”
“ชั้นไปก่อนนะ เดี๋ยวเจอกัน” จิตญาณินหายวืบไป
สี่สาวหันมาหาหลวงพิชัยภักดีและกุมาริกาแต่ไม่พบเพราะหายไปแล้ว ไม่มีใครเห็นนอกจากเนตรศิตางศุ์
“ทั้งคุณหลวงกับโกลเด้นท์เบบี้โอเคแล้วค่ะ” เนตรศิตางศุ์บอก
“ใช่ ทั้งคู่ฝากบอกทุกคนว่าขอบคุณมาก” กรรณาบอก
“มันเกิดอะไรขึ้นคุณรส” ไตรรัตน์ถามอย่างแปลกใจ
“นั่นสิ ทำไมอาคมของกำนันพงษ์มันหมดไปล่ะ”
“พวกเราคิดว่ากำนันพงษ์มันต้องระวังตัวอยู่แล้ว เราจึงวางแผนสองชั้น โดยหลอกเอาผ้าถุงปลอมที่เพิ่งซื้อมาไปซ้อนที่ซุ้มทางขึ้นเรือนไทย แต่เอาผ้าถุงใช้แล้วของป้าออไปใส่เหนือทางลงด้านหลังเรือนไทย”
“เพราะเวลาหนี กำนันพงษ์คงไม่ระวังตัว จึงลอดผ้าถุงทำให้อาคมค่อยๆ เสื่อม”
“แล้วอาคมของมันก็จะย้อนกลับเข้าตัวเอง”
“รับกรรมที่ตัวเองก่อไว้”

ร่างญาณินซึ่งนอนอยู่ที่เตียงลืมตาขึ้นเมื่อจิตกลับเข้าร่าง แล้วผุดลุกขึ้นนั่งในทันที ญาณินรู้สึกปวดแปลบที่แขน เพราะมีสายน้ำเกลือเสียบอยู่
“อุ้ย”
ป้าอรวรรณกับทนายสมชาติที่อยู่เฝ้าร่างญาณิน พากันดีใจ
“คุณณินฟื้นแล้ว”
“คุณหนูของป้า เป็นยังไงบ้างคะ”
ป้าอรวรรณโผกอดญาณินอย่างดีใจมาก
“อย่าเพิ่งลุกนะคะ คุณหนูไม่ได้ทานอะไรมาสองวันแล้ว เดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งไป”
“หนูไหวค่ะป้า หนูต้องรีบไปช่วยคุณติณห์”
“คุณติณห์เป็นอะไรครับ”
“ตามกำนันพงษ์ไปค่ะ”

ญาณินเอาสายน้ำเกลือ สายวิตามินอาหารบำรุงร่างกายออกแล้วรีบวิ่งออกไป
 
ภายในห้องทำพิธีบ้านกำนันพงษ์ เมื่อคาถาอาคมของกำนันพงษ์เริ่มเสื่อมลง ยันต์แดงที่ผ้าดำปิดหม้อกักวิญญาณก็ค่อยๆ เสื่อมความขลังลงเช่นกัน ลายยันต์สีแดงที่ผ้าค่อยๆ เลือนลงช้าๆ ทำให้วิญญานที่ถูกกักขังอยู่ในหม้อถูกปลดปล่อยออกมาอย่างช้าๆ เห็นเป็นควันดำทะยอยลอยขึ้นมาจากหม้อแต่ละใบ พร้อมเสียงวีดร้องอย่างอาฆาตแค้นของภูติผีปีศาจที่ถูกกักขังอย่างทรมานมานานแรมปี

ติณห์ยันตัวลุกขึ้นยืน จ้องกำนันพงษ์ตาไม่กระพริบ
“อาคมแกไม่มีอีกแล้ว”
“ไม่จริง ไม่มีทาง กูไม่เชื่อ”
กำนันพงษ์มีสีหน้าวิตกเริ่มหวาดระแวง เอาลิ่มแทงไปที่หุ่นฟางไม่ยั้ง แต่ติณห์ยังคงนิ่ง ไม่ปรากฏอาการใดๆ
ติณห์ฉวยจังหวะเหมาะ รวบรวมแรงเท่าที่จะพอมีเหลือกระโจนเข้าไปหวังจะเข้าเล่นงานกำนันพงษ์ แต่ด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนล้า คว้าได้แค่ถุงใส่ทองของกำนันพงษ์ ทองร่วงกระจายเต็มพื้น
“ทอง ทองกู”
กำนันพงษ์เสียหลักล้มลงกลิ้งไปทั้งคู่ แต่มือยังกำถุงใส่ทองไว้แน่น ด้วยความโมโหกำนันพงษ์หันมาเหวี่ยงหมัดใส่ติณห์เต็มแรงจนติณห์ร่วงลงไปนอน กำนันพงษ์ไม่สนใจติณห์รีบเก็บทองที่กระจายอยู่เต็มพื้นใส่ถุง ติณห์คลานเข้าไปล็อคขากำนันพงษ์เอาไว้ กำนันพงษ์สะบัดออก ถีบติณห์หงายหลังไป แล้วหันไปเก็บทองต่อ
ติณห์ลุกขึ้นพุ่งเข้าไปหากำนันพงษ์อีกครั้งเหวี่ยงหมัดเข้าปลายคางกำนันพงษ์ทั้งคู่แลกหมัดใส่กันอย่างไม่ลดราวาศอก
ขณะนั้นญาณินวิ่งลัดเลาะมาตามทางด้วยความร้อนใจ ไม่สนอันตรายใดๆ ที่จะเกิดขึ้น สายตาสอดส่ายมองหาติณห์และกำนันพงษ์ ญาณินตะโกนเรียกหาติณห์เป็นระยะๆ
ญาณินวิ่งเข้ามาที่มุมป่าเห็นติณห์และกำนันพงษ์อยู่ลิบๆ จึงรีบวิ่งเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต ติณห์ที่อ่อนล้าจากอาคมที่โดนกำนันพงษ์เล่นงานยังไม่ทันหายดีร่างกายเริ่มหมดกำลังเสียหลักล้มลง กำนันพงษ์ได้จังหวะขึ้นคร่อมร่างติณห์
“คิดจะมาสู้กะกูเหรอ ไอ้ติณห์ ฮ่าๆ”
กำนันพงษ์หัวเราะอย่างบ้าคลั่งพร้อมสาดหมัดเข้าใส่ติณห์ไม่รามือ ญาณินค่อยๆ ย่องเข้ามาทางด้านหลังกำนันพงษ์ ก้มลงไปหยิบท่อนไม้ขนาดเหมาะมือและฟาดลงไปเต็มแรงที่หัวกำนันพงษ์จนทั้งสองหยุดนิ่ง ติณห์ผลักกำนันพงษ์ออกแล้วตะเกียกตะกายแยกตัวออกมา ญาณินเข้าไปประคองติณห์ด้วยความเป็นห่วง
กำนันพงษ์ยกมือกุมไปที่หัวของเหลวสีแดงค่อยๆ ไหลออกมา กำนันพงษ์นิ่งไปชั่วอึดใจ จะลุกหนี ติณห์ผละออกมาจากญาณิน กระชากคอเสื้อไว้ กำนันพงษ์หันมาเหวี่ยงหมัดต่อยติณห์ ติณห์หลบได้ ญาณินร้องห้ามแต่ไม่เป็นผล
“คุณติณห์ อย่าค่ะ”
ติณห์สวนด้วยหมัดเต็มหน้ากำนันพงษ์จนล้มกระแทกพื้น ติณห์จะเข้าไปซ้ำแต่ญาณินรั้งเอาไว้ กำนันพงษ์ค่อยๆ ลุกขึ้นเปลี่ยนใจหันไปเก็บทองต่อแล้วจะหนี หันมาเจอติณห์ ติณห์เหวี่ยงทองแท่งที่ถือในมือเข้าเต็มหน้ากำนันพงษ์อย่างสุดแค้น
“ย้าก”
ทองแท่งกระทบหน้ากำนันพงษ์ กำนันพงษ์ร่วง ถุงทองร่วงจากมือ ฟุบหน้ากับพื้นเลือดไหลออกจากปาก
ติณห์ยืนกำหมัดหอบมอง
“พอเถอะกำนัน แกแพ้แล้ว”
“ฮ่ะๆ ใครว่าฉันแพ้”
กำนันพงษ์เก็บมีดหมอขึ้นมาจากพื้นจะฟันติณห์ แต่แล้วก็มีเงาดำของวิญญาณตายโหงที่หลุดมาจากหม้อกักวิญญาณของกำนันพงษ์พุ่งเข้าใส่ตัวกำนันพงษ์
“ฮะ อย่า อย่า”
ร่างกำนันพงษ์ถูกพาลอยไปชนกับต้นไม้ต้นหนึ่ง ถูกตรึงไว้บนนั้นพร้อมกับมีเงาดำจำนวนมากพุ่งรุมเข้าใส่พร้อมเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บแค้นของวิญญาณ ร่างกำนันพงษ์ดิ้นทุรนทุรายตาเหลือกโปนมีเลือดไหลออกจากปากจากจมูกอย่างน่าสยดสยอง ญาณินที่วิ่งตามมาหาติณห์หยุดเงยหน้ามองภาพนั้นอย่างตกใจ
“ญาณิน”
“วิญญาณภูติผีที่ไอ้กำนันเคยไปกักขังทรมานไว้ เค้ามาเอาคืนมัน” ญาณินตัดสินใจทำตามทางของพวกเธอ
“หยุดเถอะท่านทั้งหลาย” วิญญาณทุกตัวเหมือนไม่สนใจญาณิน เงยหน้าพูดไปเงาดำของวิญญาณที่กำลังพุ่งเข้าใส่กำนันพงษ์ไม่หยุด “อย่าก่อกรรมทำเข็ญอีกเลย พวกท่านกำลังจะได้ไปเกิดอยู่แล้วอย่าสร้างบาปอีก อโหสิกรรมให้หมอผีโง่คนนี้เสียเถอะ ชั้นขอเถอะ”
ญาณินพูดพลางพนมมือขึ้นสวดแผ่เมตตา เหล่าวิญญาณภูติผีต่างพากันหยุด หันมามองปรากฏเห็นกระแสสีดำขุ่นมัวของเหล่าวิญญาณ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีที่ผ่องใสขึ้น จากการสวดของญาณิน ทั้งหมดจึงยอมถอย ร่างของกำนันพงษ์ร่วงจากที่ถูกตรึงบนต้นไม้ลงมานอนกองอยู่ที่โคนต้นไม้ ทั้งคู่เดินเข้าไปหาแล้วส่ายหน้ามองร่างกำนันพงษ์ที่นอนกระอักเลือดดิ้นกระตุกทุรนทุราย
“คุณยังจะช่วยหมอผีนี่อีกเหรอครับ คนชั่วแบบนี้ น่าจะปล่อยให้มันรับกรรมที่มันเป็นคนก่อขึ้นมา” ติณห์บอก

“ชั้นปล่อยให้เค้ามีสภาพทรมานอยู่อย่างนี้ไม่ได้หรอก เค้าต้องได้รับกรรมแน่ แต่ตอนนี้ ชั้นจะต้องทำให้เค้าสงบลงเสียก่อน”
 
ญาณินสวดมนต์แผ่ส่วนกุศลแล้วแตะมือกำนันพงษ์ กระแสของญาณินผ่านเข้าร่างกำนันพงษ์ให้พอบรรเทาอาการของย้อนเข้าตัวเอง วิญญาณหลวงพิชัยภักดี กุมาริกาปรากฏขึ้น นั่งลงพนมมือฟังสวดอย่างอโหสิให้ ร่างของกำนันพงษ์ค่อยสงบลงจากอาการสั่นเทาทุรนทุราย แต่ดวงตากลับมองอย่างเหม่อลอยอย่างคนที่เสียสติไปแล้ว
 
“เจ็บนิดๆ นะ เจ็บนิดๆ นะ เจ็บเหมือนมดกัดนิดเดียว แสบเล็กๆ นะ แสบเล็กๆ นะ อีกสักแป๊บก็หายไป เจ็บจี๊ดๆ นะ เจ็บจี๊ดๆ นะ แบบอาลัยอยู่เหมือนกัน แต่เล็กๆ นะ แบบแป๊บๆ นะ เจ็บนิดๆ ไม่ถึงตาย”
กำนันพงษ์ร้องเพลงอย่างเลื่อนลอย ญาณินลืมตาขึ้น ยื่นมือไปจับกำนันพงษ์อย่างเมตตาพร้อมกับพูด
“กำนันต้องบวช เพราะทำกับคนอื่นเอาไว้มาก ของถึงกลับเข้าตัวแบบนี้บวชเสีย เพื่อสร้างบุญกุศลล้างบาปให้กับทุกวิญญาณที่ไปกักขังไปรังแกเค้าให้ทุกข์ทรมานแสนสาหัส ถ้ากำนันขืนไม่บวชก็มีแต่จะรับกรรมแสนสาหัสสถานเดียว”
ที่ตากำนันพงษ์มีน้ำตาไหลออกมา ญาณินและติณห์มองไปที่ร่างกำนันพงษ์อย่างเวทนา

วันรุ่งขึ้นเมื่อเนตรศิตางศ์ กรรณา กรรัมภา สุคนธรส หมอวรวรรธและก๊องเดินทางกลับถึงบริษัทซิกส์เซ้นส์
กรรณา กรรัมภา ก๊องรีบวิ่งแย่งกันเข้ามาในบ้านจะแย่งกันเข้าห้องน้ำ
“ชั้นเข้าก่อน อั้นมาตั้งแต่กาญจนบุรี”
“ไม่เอา เดี๋ยวแกแอบแต่งหน้านานอีก ชั้นเข้าก่อน”
“ผมก่อนล่ะกัน”
“เสียสละให้ผู้หญิงเลยไอ้ก๊อง”
ทั้งสามวิ่งหายเข้าไปในบ้าน หมอวรวรรธเปิดประตูให้ เนตรศิตางสุ์และสุคนธรสตามเข้ามา ทั้งสามมองตามกรรณา กรรัมภา ก๊องอย่างขำๆ
“ชั้นขอไปเก็บของก่อนนะ แล้วจะขอนอนสัก3วัน”
หมอวรวรรธยิ้มรับ สุคนธรสเข้าไปในบ้าน
“หมอเหนื่อยไหมคะ เดี๋ยวเนตรไปปั้นน้ำอะไรอร่อยๆ มาให้ดื่มแก้เหนื่อยดีกว่า”
โทรศัพท์ของหมอวรวรรธดัง หมอวรวรรธหยิบขึ้นมามองหน้าจอ ไม่สบายใจแว่บหนึ่งเพราะสุพิชชาโทรมา
“พิช”
เนตรศิตางศุ์พยักหน้าบอกให้รับสายเถอะ หมอวรวรรธจึงกดรับ
“ฮัลโหล”
สุพิชชาคุยโทรศัพท์อยู่ที่บ้านร้องไห้สะอึกสะอื้น
“หมอคะ คุณพ่อ คุณพ่อสิ้นแล้วค่ะ”
“ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” หมอวรวรรธตกใจ
“เมื่อตะกี้ค่ะ หมอที่โรงพยาบาลโทรมาบอก”
“ผมเสียใจเรื่องคุณพ่อด้วยนะพิช”
“ขอบคุณค่ะ หมอคะ หมอมาหาพิชหน่อยได้ไหมคะ พีชไม่เหลือใครแล้ว พีชอยากมีเพื่อน”
หมอวรวรรธมองเนตรศิตางศุ์ชั่งใจว่าแคร์ใครมากกว่า สุพิชชายิ่งร้องไห้เรียกคะแนนความสงสารจากหมอวรวรรธ
“พิชตอนนี้ผมไม่สะดวก ผมทำธุระอยู่ไปหาคุณไม่ได้ เอาไว้ผมจะไปงานสวดศพพ่อคุณที่วัดพรุ่งนี้นะครับ แค่นี้นะครับ สู้ๆ นะครับ พิชเก่งอยู่แล้ว”
“อะไรนะ”
สุพิชชาผงะ มองโทรศัพท์ ไม่เชื่อหู

หมอวรวรรธปิดโทรศัพท์นิ่งซึมไป กรรณา กรรัมภา ก๊องยืนแอบฟังเนตรศิตางศุ์กับหมอวรวรรธคุยกัน สุคนธรสออกมาจากหลังบ้านแล้วกำลังจะเดินเข้าไปอย่างไม่รู้อีโหน่อีโหน่ กรรณาดึงคอเสื้อสุคนธรสห้ามไว้ไม่ให้เข้าไป
“หมอน่าจะไปอยู่เป็นเพื่อนคุณพีชนะคะสงสารเธอ ในขณะที่เธอต้องการใครซักคนที่สุด บางทีหมอจะได้รู้ใจตัวเอง”
“ถ้าผมไปในเวลาแบบนี้ เค้าต้องตีความว่าผมคือคนพิเศษของเค้า ผมอาจจะใจร้ายนะเนตร แต่ผมอยากให้ปัญหานี้มันจบซะที”
“แต่หมอจะทิ้งเธอไว้ในวันที่เธอไม่มีใครเลยเหรอคะ”
“ผมจะไปในงานศพที่วัดไง ผมเป็นลูกศิษย์คุณพ่อเค้า ผมก็จะไปพร้อมๆ กับเพื่อนๆ ที่เป็นลูกศิษย์เหมือนกันทุกคนแต่ไม่ใช่ไปอยู่กะเค้าตามลำพังที่บ้านตอนนี้”
สุคนธรสทนไม่ได้เดินเข้าไปเลย
“ไปเถอะหมอ อย่าให้เนตรมันกลายเป็นคนใจแคบในสายตาคนอื่นเลย”
กรรณา กรรัมภา ก๊องตามสุคนธรสออกมา
“หมอไปเหอะ พ่อคุณพีชไม่ได้ตายบ่อยๆ ด้วย”
“หลังจากนี้ยัยนั่นคงไม่มีข้ออ้างอะไรมาตื๊อหมอแล้วล่ะ ไปเถอะเดี๋ยวเขาจะหาว่าหมอไม่แมนแบบปาร์คจุนจี”
“ปาร์คจุนจีเกี่ยวอะไร”
“เกี่ยว เพราะเป็นแฟนชั้น จบป่ะ”

หมอวรวรรธลังเล
 
หมอวรวรรธออกมาจากในบ้านกำลังไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง กรรณาตามออกมา
 
“หมอ เดี๋ยว”
หมอวรวรรธหยุดหันไปหากรรณา
“ครับ”
“จริงๆ ชั้นก็ไม่ค่อยอยากให้เพื่อนชั้นมีแฟนหรอกนะ เพราะชั้นรู้ว่าผู้ชายส่วนใหญ่ค่อนข้างจะเฮงซวย แต่ถ้ามันเป็นความสุขของเพื่อน ชั้นก็ยอมอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ”
“คุณกรรณจะบอกอะไรผม”
“ชั้นจะเตือนว่า ถ้าหมอยังปล่อยให้ยัยลูกพีชเน่าโทรมาหาหรือมาจิกหมอไปเข้าเฝ้านางเมื่อไหร่ก็ได้เมื่อนางว้อนท์หมอก็อย่ามาพูดว่ารักเพื่อนชั้น เพราะชั้นจะฝังไว้ในหัวสมองว่าหมอสตอเบอรี่ งี่เง่าสมองหมาปัญญาควาย พอสบโอกาสเมื่อไหร่ชั้นจะกำจัดหมอไปจากชีวิตของเพื่อนชั้น โอเคปะ”
พูดจบกรรณาเดินกลับเข้าบ้าน หมอวรวรรธไม่สบายใจเลย
ที่บ้านพักติณห์ตอนนี้มีรูปหลวงพิชัยภักดีแขวนเด่นเป็นสง่าเรียบร้อยแล้ว ติณห์ ทนายสมชาติยืนมองหีบใส่ทองแท่งจำนวนมาก
“โอ้ เกิดมาไม่เคยเห็นทองเยอะขนาดนี้เลย รวมแล้วกี่บาทครับ”
“ไม่ต่ำกว่าร้อยล้านครับ”
“ร้อยล้าน มาคุณทนายช่วยกันยกขึ้นรถกันเถอะจะได้เอาไปฝากแบงค์”
“เดี๋ยวแบงค์เขาจะต้องคิดว่าคุณติณห์ปล้นร้านทองมาแน่ๆ เลย ฮ่าๆ”
ทั้งคู่หัวเราะกันร่วน ทนายสมชาติกับติณห์ช่วยกันยกหีบแต่ยกไม่ขึ้น หนักมาก สองหนุ่มหุ่นล่ำมองหน้ากันเหรอหรา ตั้งหลักใหม่ออกแรงมากขึ้น
“อึ๋บ”
แต่ก็ยังยกไม่ขึ้น
“ทำไมหนักจัง”
“เมื่อตะกี้คนงานยังยกมาจากเรือนไทยได้อยู่เลย”
“ถ้าคนอื่นยกได้ผมก็ต้องยกได้ ลองใหม่”
ทนายสมชาติกับติณห์ช่วยกันยกขึ้นใหม่ หีบลอยขึ้นจากพื้นนิดหนึ่งแล้ว
“คุณตาออกแรงอีกเซ่” กุมาริกาบอก หีบวางบนพื้น กุมาริกานั่งบนหีบเล่นไอแพด หลวงพิชัยภักดีวางสองมือไว้บนหลังกุมาริกาออกแรงกดหีบเอาไว้ไม่ให้ติณห์กับทนายสมชาติยกขึ้น
“คุณตาอยากให้เขาเอาทองไปให้คนชื่อ “แบงค์” หรือไงคะ”
“ไม่มีวัน ทองข้าใครอย่าแตะ อึ๋บ”
“อึ๋บ”
ติณห์กับทนายสมชาติออกแรงยกกันจนหน้าเขียว ตอนนี้หลวงพิชัยภักดีนั่งขี่หีบมีกุมาริกาซ้อนแบบขี่ม้า
“ทองข้า ใครอย่าแตะ”
ขณะนั้นญาณินกับป้าอรวรรณเดินกลับมาจากไปใส่บาตรพอดี
“ทำอะไรกันคะ”
“ผมกับทนายสมชาติจะเอาทองไปฝากแบงค์ แต่ยกเท่าไหร่ก็ยกไม่ขึ้น”
ญาณินหันไปเห็นกุมาริกานอนคร่อมหีบทอง ญาณินแปลกใจกุมาริการีบบอก
“คุณตา เขาไม่ยอมให้คุณติณห์เอาทองไปฝากคนชื่อแบงค์”
ติณห์มองตามสายตาของญาณิน
“มีอะไรหรือเปล่า”
“บอกมันไปเลยว่าชั้นจะยกทองให้เธอ 10 แท่ง” หลวงพิชัยภักดีบอก
“คุณตา บอกเจ๊ให้บอกคุณติณห์ว่าจะคุณตาจะยกทองให้พี่ณิน 10 แท่ง”
“ณินไม่เอาค่ะ”
“เอาอะไรครับ” ติณห์ถามอย่างแปลกใจเพราะไม่ได้ยินสิ่งที่หลวงพิชัยภักดีกับกุมาริกาคุยกับญาณิน
“แต่ชั้นให้เธอ” หลวงพิชัยภักดีบอกญาณิน
“เป็นผีต้องไม่คืนคำ เจ๊ต้องเอา”
“ขอตัวก่อนนะคะ”
ญาณินเดินออกไปเลย
“คุณหนู” ป้าอรวรรณรีบตามออกไป
“แม่หนูญาณินกลับมาเอาทองไปเดี๋ยวนี้” หลวงพิชัยภักดีตะโกนเรียก
ติณห์ ทนายสมชาติงง
ญาณินเข้ามาในห้องอึดอัดที่จะต้องเอาทองจากหลวงพิชัยภักดี ป้าอรวรรณตามเข้ามา
“คุณหนู คุณหนูเป็นอะไรไปคะ”
“ณินไม่อยากได้ทองของคุณหลวงแล้วค่ะ แท่งเดียวก็ไม่เอามันไม่ใช่ของๆ เรา”
“แต่มันเป็นค่าจ้างที่คุณหลวงกับคุณหนูตกลงกันไว้”
“ณินได้สิ่งตอบแทนที่มีค่ามากกว่าทองแล้ว ณินไม่ต้องการอะไรแล้วค่ะ”
ป้าอรวรรณยิ้ม เข้าใจว่าญาณินหมายถึงติณห์ แต่แซว
“ฮิ้วๆ”
“ป้าออ”
สองสาวต่างวัยหยอกกันอย่างสุขใจ
 
อ่านต่อหน้า 2 เวลา 12.00น.
The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 21 (ต่อ)


ที่บ้านพักติณห์ หลวงพิชัยภักดีตะโกนใส่หูติณห์

“ให้ทองหนูณิน 10 แท่งสิเว้ย ไอ้โง่”
ติณห์ไม่ได้ยิน เขากับทนายสมชาติช่วยกันนำทองแท่งในหีบที่จะยกแบ่งไปใส่หีบอื่น
“เหลือทองอยู่แค่นี้ ยกไม่ไหวก็ให้มันรู้ไป คุณทนาย”
ทนายสมชาติถลกแขนเสื้อ เอากระป๋องแป้งเทใส่มือเยอะมาก แล้วถูมือไปมาเหมือนนักยกน้ำหนัก
“สู้ๆ”
ทนายสมชาติจับหูหีบกำลังจะยกขึ้น หลวงพิชัยภักดีกระโดดไปกดหีบเอาไว้
“อย่า”
ทนายสมชาติเกือบจะยกขึ้น หลวงพิชัยภักดีหันไปเห็นกุมาริกานั่งเล่นไอแพดอยู่ก็บ่นไม่พอใจ
“นังหนู มัวแต่เล่นอะไรอยู่ มาช่วยกันคิดหาทางบอกหลานชั้นให้รู้เรื่องสิ”
“นี่ไง หนูกำลังช่วย หนูจะพิมพ์ข้อความจากเครื่องไอแพดส่งไปบอกที่มือถือคุณติณห์”
“เออ ดีๆ พิมพ์เลย”
“แต่หนูส่งไม่เป็น”
“อ้าว”
“โธ่โว้ย แล้วงี้เราจะบอกหลานชั้นได้ยังไง ว่าให้เอาทองแบ่งให้แม่หนูญาณิน 10 แท่ง”
จู่ๆ เสียงกำนันพงษ์ก็ดังขึ้น
“คุณหลวงไม่ต้องการให้พวกคุณเอาทองไปที่อื่น”
ทุกคนหันขวับไปมองกำนันพงษ์
“กำนันพงษ์”
“ระวังทองครับ”
ทนายสมชาติกระโดดขวางทองเอาไว้ กำนันพงษ์เอ๋อๆ หน้าเบลอๆ แต่งตัวโทรมเหมือนคนสติไม่ดี แต่สายตาของกำนันพงษ์จ้องหลวงพิชัยภักดีไม่วางตา
“เอ็งมองเห็นข้าเรอะ” หลวงพิชัยภักดีถาม
“ข้ารู้ ข้าเห็น ข้าได้ยิน เพราะข้าเป็นกำนันพงษ์ผู้ยิ่งหย่าย”
“สวรรค์ส่งคนมาช่วยเราแล้ว เย้ๆ”
กำนันพงษ์ดีใจด้วย
“เย้ๆ”
ทุกคนมองอาการกำนันพงษ์เหวอๆ
“จะดีเหรอคุณหลวง อย่าลืมสิว่ากำนันพงษ์ทำอะไรเราไว้บ้าง” กุมาริกาบอก
“ข้าว่ามันหมดฤทธิ์แล้วแหละ อีกอย่างข้าก็อโหสิกรรมให้มัน กรรมจะได้สิ้นสุดลงที่เราไม่ต้องจองเวรกันต่อไปถึงลูกหลานอีกแล้ว ตอนนี้ใครก็ตามที่ช่วยให้ข้าสื่อสารกับไอ้ติณห์ได้ข้ารักทั้งนั้น ไอ้กำนันพงษ์แกบอกไอ้ติณห์สิว่า ต้องให้ทองแม่หนูญาณิน 10 แท่ง”
“คุณหลวงบอกว่าให้เอาทองให้ญาณิน 10 แท่ง” ติณห์ ทนายสมชาติมองหน้ากันไม่แน่ใจ “ไม่เชื่อเหรอ ไม่เชื่อก็อย่าเชื่อ ไปกินเกลือที่บ้านตาแป๊ะ ไปนอนเปาะแปะให้ตาแป๊ะเล่นนม”
“ถ้ามันไม่เชื่อ เรียกไอ้ติณห์ว่าไอ้พ่อหัวเถิก”
“คุณหลวงสั่งให้เรียกว่าไอ้พ่อหัวเถิก”
“มายก๊อด”
“ฉายาคุณติณห์เหรอครับ” ทนายสมชาติถาม ติณห์ไม่ตอบคำถามสมชาติ เลี่ยงไปอย่างอื่น
“โอเคๆ ผมเชื่อแล้วว่าแกรนด์ปาอยู่ที่นี่”
“คุณหลวงจ้างญาณิน ให้ญาณินยอมอยู่ที่นี่ทำงานให้คุณหลวง เมื่อสำเร็จจะให้ทอง 10 แท่งเป็นค่าตอบแทน”
ติณห์กับทนายสมชาติอึ้ง
“เริ่ด”
กำนันพงษ์นึกขึ้นได้
“ทำงาน ใช่ เป็นกำนันต้องไปเยี่ยมชาวบ้าน เอาใจพวกมัน มันจะได้เลือกเราสมัยหน้าอีก”

กำนันพงษ์รีบร้อนออกไป หลวงพิชัยภักดีมองตามกำนันพงษ์อย่างสงสาร
 
เย็นวันเดียวกันนั้นเมื่อณัฐเดชชะลอจะจอดรถหน้าบ้านก็เจอหมอวรวรรธนั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์คอยอยู่หน้าประตู หมอวรวรรธดีใจแต่ณัฐเดชแปลกใจ
 
ณัฐเดชชักปืนออกมาเช็คกระสุน
“แกมีธุระอะไรก็รีบว่ามา ชั้นเหนื่อยอยากพัก”
“ผมกับคุณเนตรรักกันครับ” หมอวรวรรธบอกอย่างไม่กลัว ณัฐเดชเริ่มไม่ไว้ใจ
“หา แก หมายความว่า บอกมาว่ากี่เดือนแล้ว” ณัฐเดชตบกระสุนเข้าที่ กำลังเล็งที่หมอวรวรรธ หมอวรวรรธสะดุ้งลุกพรวด
“ใจเย็นๆ ครับพี่ณัฐ ไม่ใช่อย่างนั้นครับพี่ เก็บปืนก่อนนะพี่เดี๋ยวผีผลัก”
ณัฐเดชยอมเก็บปืน
“งั้นปัญหาของแกคืออะไร”
“คือ ผมอยากจะบอกว่าผมรักคุณเนตร ผมไม่ได้คิดอะไรกับพีช นอกจากเห็นเป็นเพื่อนแต่ตอนนี้พ่อพีชตายพีชอยากให้ผมไปอยู่เป็นเพื่อนเขา แต่ผมไม่อยากไป”
“พ่อพิชตายแล้ว” ณัฐเดชนึกเป็นห่วงสุพิชชา หมอวรวรรธสังเกตเห็นสีหน้าของณัฐเดช
“พี่รักพีชใช่ไหม”

ณัฐเดชปั้นหน้าเป็นปกติ
“ชั้นอนุญาตให้แกมายุ่งเรื่องของชั้นตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ถ้าพี่รักพีช พี่ลองให้โอกาสตัวเองกับพีชดูอีกครั้งไหม”
“นี่แกเห็นชั้นเป็นอะไร ที่จะต้องคอยรับผู้หญิงที่แกไม่เอาแล้ว ไอ้...”
ณัฐเดชชก หมอวรวรรธหลบ ณัฐเดชวืดเซล้ม หมอวรวรรธเข้าไปคุกเข่าตรงหน้า
“พี่รักเขาหรือเปล่า นี่คือประเด็นนะครับ ถ้าพี่รักพีช เรื่องอื่นก็ไม่สำคัญนะครับพี่”
ณัฐเดชอึ้ง

สุพิชชาใส่ชุดดำหน้าตาเศร้าหมอง กำลังเดินไปมาโทรศัพท์บอกญาติเรื่องพ่อเสีย
“ตั้งศพเจ็ดวันค่ะ ค่ะ วันนี้รดน้ำไปแล้วค่ะ แล้วพบกันที่วัดนะคะ”
สุพิชชาวางสาย เลขาเข้ามา
“คุณพีชคะ มีแขกมาขอพบค่ะ”
“หมอตาหนู ทำไมคุณเพิ่งมา” สุพิชชาลุกขึ้น หันไปทางประตูอย่างดีใจ ณัฐเดชใส่ชุดดำเข้ามาสุพิชชาหุบยิ้ม ผิดหวัง “พี่ณัฐ”
เลขาออกไป
“พี่เสียใจด้วยนะพีช”
“พี่ณัฐรู้ได้ไงคะ”
“หมอตาหนู บอกพี่”
“หมอตาหนู”
สุพิชชาโกรธจนเซจะเป็นลม ณัฐเดชปราดเข้าไปประคอง
“พิช นั่งก่อน” ณัฐเดชประคองสุพิชชานั่งบนเก้าอี้ สุพิชชาร้องไห้สะอึกสะอื้นโกรธที่หมอวรวรรธไม่มา ณัฐเดชมองสุพิชชาด้วยความสงสาร “พีชใจเย็นๆ พีชมีปัญหาอะไร บอกได้ทุกอย่างนะจ๊ะ”
ณัฐเดชยื่นมือไปกุมมือสุพิชชา สุพิชชาสะบัดมือ โมโห น้อยใจ พาลไปหมด
“พี่ณัฐคงอยากสมน้ำหน้าพีช ที่พีชเคยทิ้งพี่ไปหาหมอตาหนูแต่ตอนนี้เขากลับไม่สนใจพีช”
“พี่ไม่เคยคิดแบบนั้น”
“พี่ณัฐกับน้องสาวรวมหัวกันแกล้งพิช”
“อะไรนะ”
“พี่ณัฐคิดยังไงที่ยอมยกน้องสาวให้หมอตาหนู พี่คิดเอาน้องตัวเองมาแลกกะพีชเลยเหรอคะ”
ณัฐเดชพยายามไม่ถือสา
“พิช พิชกำลังเสียใจ พิชคงเครียด”
“ใช่สิ พิชเสียใจ พิชเครียด เพราะพวกผู้ชายแบบพี่ไง พิชไม่ใช่ลูกเทนนิสนะคะที่จะผลัดกันตีไปตีมา ระหว่างผู้ชายสองคนน่ะ”

ณัฐเดชอึ้ง
 
ที่บริษัทซิกส์เซ้นส์ เนตรศิตางศุ์กำลังนั่งทำงานซึมๆ อยู่ลำพัง จู่ๆ ก็มีผีโผล่ขึ้นมาข้างตัว
 
“วันนี้คุณเห็นผีแล้วหรือยัง”
“ว้าย”
เนตรศิตางศุ์ร้องออกมาด้วยความตกใจ หมอวรวรรธรีบถอดหน้ากากผีออก
“ผมเองคุณเนตร”
“หมอ” เนตรศิตางศุ์ตีหมอวรวรรธแก้เขิน “ห้ามแกล้งอย่างงี้อีกนะ เนตรกลัวผี”
“ขอโทษค่ะ ล้อเล่นนะ”
เนตรศิตางศุ์รู้สึกตัว กลับมาขรึมเหมือนเดิม
“คุณพีชเป็นยังไงบ้างคะ”
“ไม่รู้สิ ผมว่าจะไปสวดพรุ่งนี้ กับเพื่อนๆ หมอด้วยกัน”
“ทำไมล่ะคะ ไม่กล้าเจอเค้าสองต่อสองตอนร้องไห้หาพ่อเหรอหรือว่าคุณกลัวใจตัวเอง”
“คุณเนตร ป่านนี้แล้วยังไม่ไว้ใจผมอีกเหรอ”
“ค่ะ จะว่าอย่างนั้นก็ได้เนตรยอมรับว่าเนตรกลัวความผิดหวัง”
“ไม่ต้องกลัวหรอกเนตร” เนตรศิตางศุ์กับหมอวรวรรธหันไปเห็นณัฐเดชยืนอยู่ก็แปลกใจ ณัฐเดชเดินเข้าไปจับมือเนตรศิตางศุ์ “เพราะพิชไม่น่ารักเหมือนน้องสาวพี่ ถ้าใครรักหรือเลือกพิชแทนเนตรก็บ้าแล้ว จริงมั้ยไอ้หมอ”
“จริงที่สุดเลยครับ”
เนตรศิตางศุ์เริ่มยิ้มออก ณัฐเดชมองหน้ากับหมอวรวรรธ ส่งผ่านสายตาว่าห้ามทำให้น้องฉันเสียใจ

คืนนั้นติณห์นั่งซึมอยู่หน้าบ้าน ทนายสมชาติเดินเข้ามาหา
“ที่ญาณินทำดีกับผม เพื่อทองใช่ไหมครับ”
“ทำไมคุณติณห์คิดอย่างนั้นล่ะครับ”
“เพนนีรักผมเพราะอยากได้ที่ ญาณินทำดีกับผมเพราะทอง ถ้าผมไม่มีอะไรคงจะไม่มีใครสนใจคนอย่างผมหรอก”
“คุณญาณินเสี่ยงชีวิตช่วยคุณไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยคุณหลวงจนเกือบจะเป็นวิญญาณเรร่อนคุณเอง คุณติณห์ คุณก็ช่วยคุณญาณินโดยไม่เสียดายแม้กระทั่งชีวิตตัวเอง อย่าว่าแต่ทองคำ 10 แท่งเลยครับ 1000แท่งยังเทียบไม่ได้กับความจริงใจที่คุณสองคนมีให้กันเลย” ติณห์ใบหน้าเรียบเฉย คิดทบทวน “ผมเข้านอนก่อนนะครับ”
ทนายสมชาติเดินกลับเข้าบ้าน
กลางดึกคืนนั้นที่นาฬิกาเข็มบอกเวลาตี 1 กรรณาเดินออกมาจากห้องนอนจะไปเอาน้ำเห็นก๊องนอนหลับหน้าทีวี กรรณาส่ายหน้าเดินมาปิดทีวี แล้วหางตาหันไปเห็นสุคนธรสนั่งคนเดียวในกลาสเฮ้าส์ สุคนธรสนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวกรรณาเดินเข้ามาหา สุคนธรสรีบปาดน้ำตา ไม่อยากให้เพื่อนเห็น
“แกนี่มันแข็งนอกอ่อนในนะยัยรส แกรักนายไตวายมากใช่ไหม” สุคนธรสพยักหน้ายอมรับ “แล้วปฏิเสธคำขอแต่งงานเขาทำไม”
“วันที่สู้กับไอ้หมอสมคิด แค่หมอสมคิดทำภาพลวงตาว่าเป็นยัยเคธี่ นายไตรถึงกับวางมีด ยอมตาย แล้วแกคิดว่าชั้นควรจะแต่งงานกับเขาเรอะ”
“ก็ไม่ควร”
“ลึกๆ แล้วใจเขายังรักยัยเคธี่อยู่ตลอด”
“ถ้าแต่งแล้วไม่ได้เป็นที่หนึ่งจะแต่งหาพระแสงอะไรวะ”

สุคนธรสพยักหน้า แล้วจู่ๆ ก็ร้องไห้โฮออกมาดังลั่น กรรณาเข้าไปกอดปลอบสุคนธรส
 
วันต่อมาติณห์ยืนอยู่หน้ารูปหลวงพิชัยภักดี
 
“แกรนด์ปาครับ ตอนนี้ผมสบายใจแล้ว คนไม่ดีทั้งหลายแพ้ไปหมดแล้ว ผมสัญญาผมจะทำที่นี่ให้ดี ไม่ให้แกรนด์ปาผิดหวัง ผมขอโทษด้วยที่เคยเข้าใจแกรนด์ปาผิด ผมรู้จริงๆ ในใจลึกๆ ของผม ผมเชื่อว่าแกรนด์ปาของผมเป็นคนดี ไม่โกงชาติโกงแผ่นดิน”
หลวงพิชัยภักดียืนข้างๆ ติณห์ หลวงพิชัยภักดีเบะหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นแต่ติณห์ไม่เห็น
“ตารอฟังคำนี้จากเอ็งมานานเหลือเกินหลานเอ้ย”
“ผมจะเขียนหนังสือเล่าประวัติที่แท้จริงของแกรนด์ปา เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของแกรนด์ปาและตระกูลเราให้กลับคืนมา”
“คุณอยากให้ชั้นช่วยเรียบเรียงเป็นภาษาไทยให้มั้ย”
ญาณินถาม ติณห์หันไปมองเห็นญาณินเดินเข้ามา
“คุณเรียกแพงไหม ผมอาจมีเงินไม่มากพอ”
“ชั้นไม่ได้ทำเพื่อเงิน หรือทอง”
“แล้วทำเพื่ออะไร”
“เพื่อคุณหลวง”
“เพราะแกรนด์ปาจ้างคุณด้วยทอง คุณจึงยอมทำเพื่อท่าน”
ญาณินไม่พอใจจึงพูดประชด
“ใช่ค่ะ ชั้นมันเป็นคนไม่จริงใจ ใครให้ทำอะไรก็ทำ ถ้ามีสิ่งตอบแทนมากพอ”
“ไอ้บ้าติณห์ ไม่รู้เลยหรือไงวะ ผู้หญิงพูดแบบนี้ แสดงว่าผู้หญิงกำลังประชด ง้อสิวะง้อ” หลวงพิชัยภักดีบอก
“ที่ผมจ้างคุณไป ก็คงจะมากพอ คุณถึงยังทำอยู่”
“คุณจะคิดยังไงก็เรื่องของคุณ”
ญาณินจะเดินไป
“ปากไม่ตรงกับใจกันเล้ย ต้องเหนื่อยเราอีกแล้ว”
หลวงพิชัยภักดียกมือสองข้างขึ้นกระพือๆ ประตูบ้านปิดปัง ญาณินออกจากบ้านไม่ได้
“คุณหลวง หนูขี้เกียจคุยกับคนไม่มีเหตุผลแล้วค่ะ เปิดประตูด้วยค่ะ”
“คุณ” ญาณินหันมา คิดว่าติณห์จะง้อ “ประตูอีกด้านก็มีนะ” ติณห์ชี้ไปที่ประตูอีกบานที่เปิดอยู่
“รู้แล้ว” ญาณินรีบเดินฉุนจะออกประตู หลวงพิชัยภักดีกระพืออีก ประตูปิดปัง “คุณหลวงเปิด ไม่เปิดเหรอ ได้”
ญาณินจะออกทางหน้าต่าง หลวงพิชัยภักดีปิดอีก ปัง ปัง ปัง ระหว่างนั้นติณห์ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาและญาณิน แล้วตัดสินใจ
“ผมไม่มีอะไรจะให้คุณแล้ว คุณถึงไม่อยากอยู่กับผมหรือไง”
“ชั้นไม่อยากอยู่กับคนที่มองชั้นในแง่ร้าย” ญาณินตะโกนตอบ
“หรือว่าไม่จริง คุณทำดีกับผม ห่วงใยผมจนผมรักคุณก็เพราะทองแค่ 10 แท่ง”
“ถ้าคุณคิดอย่างงั้นก็แล้วแต่คุณเถอะค่ะ คนบ้าบอขี้ดูถูกน้ำใจคนอื่น ชั้นไม่มีอะไรจะต้องพูดอีกแล้ว”
ญาณินหาทางออก ติณห์พุ่งไปกอดจากด้านหลัง
“คุณต้องพูดออกมาเดี๋ยวนี้ว่าคุณเกลียดผม ผมจะได้ตัดใจจากคุณได้สักที”
ญาณินดิ้นอยู่ในอ้อมกอดของติณห์
“ไม่”
“คุณต้องพูด”
“ไม่”
“ทำไม”
“เพราะชั้นไม่อยากโกหก คุณจะมองว่าชั้นไม่จริงใจเห็นแก่เงินไม่ได้หวังดีกับคุณก็เรื่องของคุณ แต่อย่าให้ชั้นพูดโกหกว่าชั้นไม่รักคุณ”

ญาณินบอกทั้งน้ำตา และทันทีที่พูดจบติณห์ก็โน้มหน้าจูบปากญาณินทันที ญาณินตาโตแล้วค่อยๆ หลับตาพริ้มเคลิ้มไปกับสัมผัสของติณห์ มือญาณินโอบกอดติณห์ หลวงพิชัยภักดียืนมองฉากรักของติณห์กับญาณิน หัวเราะคิกคักชอบใจ
“ไอ้ติณห์ก็หล่อ หนูณินก็สวย เราต้องเกิดมาหน้าตาดีแน่ๆ”
“ผมรักคุณ”
ติณห์จะจูบญาณินต่อ ทันใดนั้นประตูเปิดผ่างป้าอรวรรณยืนอยู่เห็นภาพโรแมนติกของติณห์กับญาณินก็รีบปิดตา
“ว้าย”
ติณห์กับญาณินกระเด้งออกจากกัน ทำหน้าไม่ถูกกันเลยทีเดียว หลวงพิชัยภักดีถึงกับเซ็ง
“มีมารผจญจนได้ เฮ้อ”

“คุณหนู ผู้หญิงเรา ต้องรักนวลสงวนตัว อย่าชิงสุกก่อนห่ามสิคะ”
 
อ่านต่อ หน้า 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...