xs
sm
md
lg

แรงเงา ตอนที่ 4

เผยแพร่:

แรงเงา ตอนที่ 4

คืนเดียวกันนั้นวีกิจกับกริบนั่งดูภาพในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอยู่ในห้องวีกิจ มันเป็นภาพมุตตาที่ถ่ายที่ชายทะเล รูปแล้วรูปเล่า มีทั้งรูปกับอรพิม ทิพอาภา รูปกับประสิทธิ์ชัย รูปคู่กับวีกิจ

“แกแน่ใจนะว่าคลิปนั่นคือมุตตา”
“มันใช่อยู่แล้ว”
“ไม่น่าแปลกใจว่ะ ที่เธอเสร็จอาแกไปเรียบร้อย”
“ทำไมวะ”
“สวย ใส ซื่อเสียขนาดนี้ แถมนัยน์ตายังเศร้าซึ้งอีกต่างหาก”
“บริสุทธิ์”
“เฮ้ย อย่าเพิ่งแน่ใจ นั่นแค่ที่เขาแสดงให้แกเห็นที่ยังไม่เห็นอาจจะร้ายลึกก็ได้”
“แกไม่เคยไว้ใจผู้หญิงเลยเหรอวะกริบ”
“เพราะเคยไว้ใจไงถึงเจ็บมานักต่อนัก เฮ้ย เดี๋ยวนี้ให้ดูนางไม่ต้องดูแม่แล้วให้ดูมือถือ”
“ดูไปทำไมวะมือถือ”
“ถ้ามีหลายเครื่องหรือมีหลายซิม แสดงว่ารอบจัด เครื่องหนึ่งกับผัว เครื่องสองกับผัวกิ๊ก เครื่องสามกับผัวชู้ แล้วถ้ามีเครื่องสี่ เอ็งเอ๊ย...”
“ทำไม”
“ผัวทอมโว้ย” ทั้งสองหัวเราะร่า “เออ เห็นเอ็งหัวเราะได้ค่อยสบายใจหน่อย อย่าคิดมากเพื่อน”
“ขอบใจว่ะ”
“กลับแล้ว”
“เออ ไม่ส่งนะ ขี้เกียจ”
“ข้ารู้ ไอ้เลว”
กริบออกจากห้อง สร้อยคำเดินมาพอดี
“กลับแล้วเหรอจ๊ะ”
“ครับแม่”
สร้อยคำมองไปทางวีกิจ
“ตากิจเขาเป็นอะไรรึเปล่า วันนี้เห็นซึมๆ ไป”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ เพื่อนทำเรื่องนิดหน่อย ลาล่ะครับแม่”
“จ๊ะ”
กริบแยกไป สร้อยคำมองลูกชายอย่างเป็นห่วง ก่อนแยกไปส่งกริบ

วีกิจยังคงมองรูปมุตตาในคอมฯ นิ่งงัน มีแววเจ็บปวดที่ปกป้องเพื่อนไม่ได้ ไม่ใช่ความอกหัก รูปสุดท้ายเป็นรูปมุตตาเดี่ยวๆ ดูงดงาม บอบบาง และดวงตาที่เศร้าสร้อย
“ตา ทำไมนะทำไม”

เช้าวันต่อมาวีกิจเดินมาตามทางเดินในกระทรวงสีหน้าสงบแต่แววตาเศร้าหมอง วีกิจเอากระเป๋าเอกสารวางในลิ้นชักโต๊ะทำงานแล้วเดินไปยังตู้เอกสารสูงที่ใช้แบ่งห้องเป็นส่วนห้องทำงานจึงดูว่างเปล่า ประสิทธิ์ชัยเดินมากับปริม
“นี่ คุณวีกิจว่ายังไงบ้าง”
“เรื่องอะไรฮะ”
“ก็เรื่องเริงสวาทหาดสมุยน่ะซีคะ”
ประสิทธิ์ชัยหัวเราะ
“ชื่อยังกะหนังสือโป๊ ก็ไม่เห็นมันว่าไงนี่ฮะ”
“ต๊าย นี่เป็นแฟนกันประสาอะไร แฟนไประเริงร่านกับอาตัวเองก็ยังเฉยๆ เหรอ ต๊าย หรือถือคติสมบัติผลัดกันชม”
วีกิจนิ่งอึ้งยืนเงียบอยู่
“ไอ้กิจกับคุณตาเป็นเพื่อนกันแค่นั้นล่ะฮะ”
“เพื่อนอะไร ไปรับไปส่งกินข้าวดูหนังกันทุกบ่อย ต๊าย ฉันรู้แล้ว”
“แสนรู้จริงโว๊ย”
“ฉันไม่ใช่หมา ฉันรู้แล้วยายมุตตาทำเป็นควงกับคุณกิจเพื่อตบตาคนไม่ให้สงสัยนางกับ ผ.อ.”
วีกิจสะอึกอึ้ง
“จริงง่ะ”
“ที่จริงน่ะฉันเห็นยายมุตตาทำลับๆ ล่อๆ กลับกับผ.อ.ตั้งหลายหน แต่ฉันคิดว่าหล่อนกินคุณกิจอยู่ก็เลยไม่สงสัยว่าหล่อนจะหันมากินผ.อ. นี่แล้วที่ฉันเห็นผ.อ.กระชากยายมุตตาไปฟัดจนห้องกาแฟสะเทือนน่ะก็เรื่องจริงนะยะ แต่นังนกโลกสวยนั่น สะตอเบอแหลปกป้องกัน”
“อ้าว เฮ้ย พูดดีๆ คุณนกของผมไปเกี่ยวอะไรด้วย”
“ก็คิดดูซี ขนาดเห็นคลิปจะๆ ขนาดนั้น ยังบอกว่าไม่ใช่”
“ก็มันชัดที่ไหน ภาพเบลอจะตายเห็นแค่เป็นสาวผมยาว”
“อย่ามาทำเป็นองครักษ์พิทักษ์เมียน้อยอีกคนเลย ฉันรู้ว่าคุณน่ะเชื่อ คุณกิจก็ด้วย เฮ้อ น่าสงสารคุณกิจ โดนหลอกใช้จนกินหญ้าแทนข้าวแล้ว”
วีกิจก้าวออกมา ประสิทธิ์ชัยร้องเฮ้ย ปริมร้องแหก
“ไม่ต้องสงสารผมหรอกฮะ เรื่องนี้มีคนน่าสงสารกว่าผมอีกหลายคน”
ปริมระงับสติอารมณ์ได้ ทำเชิดกลบเกลื่อน
“สงสารทำไมคะ คนทำผิดก็ต้องโดนสังคมประณามอย่างงี้แหละ”
“คนเราทำผิดได้ทุกคน ตอนเราทำผิดเราก็อยากให้คนเห็นใจเข้าใจ อยากให้คนให้อภัย แต่ทำไมพอคนอื่นทำผิด ทำไมถึงอยากเหยียบย่ำกันนักล่ะครับ”

วีกิจพูดช้าชัด ปริมค้อนขวับ
มุตตามาทำงานตามปกติและพยายามทำตัวเป็นปกตินั่งทำงาน รัชนกเอาเก้าอี้มานั่งใกล้พูดให้กำลังใจตาแป๋ว

“นกรู้ค่ะว่าต้องไม่ใช่พี่ตา เป็นแค่คนหน้าคล้ายเท่านั้น”
อรพิมเซ็ง ทิพอาภาเชื่อ แจงจิตนิ่งฟัง
“อย่าพูดเรื่องนี้เลยค่ะ”
“แหม แต่คนเขาก็เชื่อไปตั้งครึ่งค่อนกองแล้วนะคะ พี่ตาน่าจะทำอะไรบ้างเพื่อบอกว่าเราบริสุทธิ์”
“ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเลยดีไหมล่ะ” อรพิมประชด
“ไม่หรอกค่ะ ใครอยากพูดอะไรก็พูดไป พี่อยู่ของพี่เฉยๆ ดีกว่า”
“โอเค ฉันจะเชื่อเธอ ตกลงแค่คนหน้าเหมือนเท่านั้นนะตา”
“คนหน้าคล้ายค่ะ”
“โธ่เอ๋ยตา ถ้าตาปฏิเสธมาตั้งแต่ทีแรกก็คงไม่ลือสะพัดไปทั้งกระทรวงแบบนี้หรอก”
อรพิมรู้แน่แก่ใจ แต่ก็ยังเห็นแก่เพื่อน ทิพอาภาเชื่อหมดใจ รัชนกตาวาววูบ
“ก็ตาตกใจ แล้วก็ไม่รู้จะพูดยังไง”
“ก็ดี ทำตัวปกติใครมันอยากพูดอะไรก็ให้พูดไป ถ้าเธอดีจริง ความดีก็คุ้มเธอเอง แต่...”
“แต่อะไร”
“ฉันพูดแค่นี้แหละ”
แจงจิตเคาะฆ้องใบจิ๋วบนโต๊ะดังผ่าง ทุกนางผวา
“อ้าว เห็นแก่ประชาชนผู้เสียภาษีหน่อยจ้ะ เลิกเม้าท์มอยได้แล้ว”

ช่วงพักกลางวัน มุตตา ทิพอาภา อรพิม เดินเข้าไปในโรงอาหาร ผู้คนโดยรอบมองมุตตาเป็นตาเดียวและเริ่มซุบซิบ บุ้ยบ้ายสะกิดกัน มุตตาตัวชาฝืนทำหน้าปกติก้าวเดินอย่างลำบาก ปริม ประสิทธิ์ชัย รัชนก เลือกซื้ออาหารอยู่ ปริมเหลือบมาดู
“อุ๊ย มียำเมียเบื่อด้วย”
“ค่า ยำมะเขือยาวค่ะ”
“แล้วยำเมียเผลอล่ะ มีไหมคะ ป้า”
“ไม่มีค่ะ เกิดมาจากไข่พ่อท้องแม่ก็ไม่เคยได้ยิน”
“ก็พอเมียเขาเผลอก็เลยไปยืมผัวเขามาใช้ไงคะ”
มุตตานิ่งอึ้ง
“ยังงั้นมันยำเมียน้อยแล้วล่ะค่ะ คุณขา”
“อุ๊ยจริงด้วยค่ะ ยำเมียน้อย ทำขายซีคะ พวกเมียน้อยแถวนี้จะได้รับประทานเป็นอาหารหลัก”
มุตตาตัวชา อรพิมก้าวมามองจานข้าวปริม
“แล้วเธอล่ะกินอะไร”
“มะระผัดไข่ ทำไม”
“อย่างเธอน่าจะกินยำมะระมากกว่า มีไหมป้า ยำมะระ”
“มันขมค่า หาคนกินเป็นยาก”
“มีซีป้า มะระยำเหมาะกับคนระยำ แถวๆ นี้” ปริมเต้นเร่าๆ
“ว้าย แกว่าใคร”
“สงสัยจะว่าคุณนะแหละ มะระยำ”
ประสิทธิ์ชัยบอก รัชนกกลั้นหัวเราะ ปริมตาวาวก้าวมาประจันหน้ามุตตา อรพิม
“เชอะ พวกพันธมิตรเมียน้อย”
รัชนกเข้าขวาง
“อย่าเลยค่ะ อย่ามีเรื่องกันเลย”
วีกิจก้าวมาทำท่าเหมือนไม่รู้ว่ากำลังมีเรื่อง
“อ้าว อยู่กันครบเลย สั่งอะไรหรือยังฮะ ถ้ายังไม่สั่งออกไปกินอะไรกันข้างนอกดีกว่า คราวนี้ผมเลี้ยง”
ปริมแทบปาจานข้าวในมือทิ้ง ประสิทธิ์ชัย รัชนกมองจานในมือตน
“ต๊าย ดีค่ะ กินแถวนี้มันมีมลพิษ” อรพิมบอก
“ไปฮะ คุณตา”
“ขอบคุณค่ะ คุณกิจ”
มุตตามองวีกิจอย่างซาบซึ้ง วีกิจยิ้มปลอบใจ วีกิจแตะแขนมุตตา อรพิม ทิพอาภาออกไป บรรดาคนซุบซิบเห็นท่าทีวีกิจเหมือนเดิมกับมุตตาก็ซุบซิบกัน เริ่มคิดว่าเป็นแค่คนหน้าคล้าย

นพนภาหิ้วถุงพะรุงพะรังเข้ามา แต้วกับยายแหวงกำลังจัดโต๊ะกินข้าว
“เอ้า มารับของหน่อยซียะ ฉันไม่ได้มีสี่หน้าแปดมือนะ”
“ค่ะ นั่นมันเจ้าแม่กาลีค่ะ”
“ถุงนี้ไม่ต้องแกะของบ้านโน้น ถุงนี้ของบ้านเรา อ้อ ยังไงก็ให้ลูกให้ผัวฉันกินก่อนนะ ไม่ใช่เอาไปงุบงิบกินกันหมด”
ยายแหวงรับถุงไป พลางเชิดใส่
“พิลึกจริง”
“อะไร แกว่าอะไรฉัน”
“ไม่ได้ว่าคุณผู้หญิงค่ะ แต่หนูกำลังจัดของเข้าตู้เห็นสลิปนี่”
แต้วส่งสลิปซุปเปอร์มาร์เก็ตให้
“ทำไม”
“ก็ของที่คุณผู้ชายซื้อมาจากชะอำน่ะซีคะ ทั้งหอยเสียบ หอยดอง หอยแห้งทำไมมันมีสลิปโลตัสสมุยด้วย”
นพนภาขมวดคิ้ว

สร้อยคำนั่งปอกผลไม้ลงแช่น้ำเกลืออยู่ที่โต๊ะสนาม นพนภาถือถุงเดินเข้ามา
“อะไรคะนั่น”
“แกงเผ็ดเป็ดย่างพุทราแดงค่ะ เห็นว่าแม่ค้าเป็นชาววังตกยาก”
“วังไหนล่ะคะ”
“วังไหนก็ไม่รู้ค่ะ แต่คงไม่ใช่วังที่หม่อมเอาดีดีทีใส่กาแฟให้ท่านชายกินหรอกค่ะ”
“แหม คุณนภา ศาลบอกว่าเขาไม่ได้ทำนะคะ”
“นี่ตากิจยังไม่กลับหรือคะ”
“ยังค่ะ”
“หรือว่าไปขลุกอยู่กับหนูมุตตา พี่สร้อยโชคดีนะคะที่มีว่าที่สะใภ้เรียบร้อยเป็นเบญจกัลยาณีเหมือนทะลุกระจกมาจากยุค ร.5 แบบนี้”
“โธ่ ตากิจกับหนูตาเป็นแค่เพื่อนค่ะไม่ได้เป็นแฟนกัน”
นพนภางง
“อ้าว แล้วทำไมภพถึงได้ยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่าหนูตาเป็นแฟนตากิจ”
“คุณภพก็ไม่รู้เหมือนกันมั้งคะ เห็นตากิจว่าหนูตามีแฟนแล้วเป็นหนุ่มใหญ่อะไรซักอย่าง”

“ตากิจนะตากิจ ทำยังไงปล่อยให้หลุดมือไปได้เลยเสร็จตาแก่ไปอีกคนแล้ว”
คืนนั้นขณะอยู่ในห้องนอน เจนภพกดรายชื่อในเมนูติดต่อของโทรศัพท์ ชื่อแจงจิต 1 ปรากฏขึ้น เจนภพถอนใจพิงพนักเตียง นพนภาใส่ชุดนอนนั่งเช็กหน้าตัวเองอยู่หน้ากระจกเงา
“ต๊าย หย่อนอีกแล้ว ต้องไปนัดจิ้มอีก” นพนภาอารมณ์เสีย “นี่ คุณ”
“อะไร”
“เรื่องยายมุตตาน่ะ มันยังไง” เจนภพสะดุ้งสุดตัว มือถือหลุดมือกระเด็นตก นพนภาลุกไปเก็บเอามาดู “อะไร จะโทรหายัยเลขาหน้าปลาแห้งนี่ทำไมอีก เอ๊ะ ยังไงกันนี่ หรือว่าร้อยก้นเอามันเป็นพวกแล้ว มันถึงหลบหน้าฉัน ไม่ยอมรายงานอะไรเลย”
“บ้าน่ะ”
“เมื่อกี้ฉันพูดอะไรอยู่ อ๋อ เรื่องยายมุตตาวันนี้ฉันไปคุยกับพี่สร้อย พี่สร้อยบอกว่า นายกิจกะยายมุตตาไม่ได้เป็นแฟนกัน”
“อ้าว ผมจะไปรู้ได้ยังไง ไม่ได้คอยตามก้นอยู่นี่ก็เห็นยังจี๋จ๋ากันจะตายเลิกกันแล้วหรือ”
“ไม่ใช่แค่เลิก นังเด็กนั่นยังมีผัว เอ๊ย มีแฟนไปแล้ว”
เจนภพกลืนน้ำลาย
“อ้อ เหรอ เพิ่งรู้นะนี่”
“เห็นว่าไปเสร็จไอ้แก่หัวงู หัวพญานาคที่ไหนก็ไม่รู้” เจนภพอึ้ง นพนภารื้อหาเครื่องนวดหน้าคว้าขึ้นมา “เฮอะ ไม่เห็นมันจะได้ผลจริงซักอย่าง”
นพนภากดปุ่มไฟชอร์ตพรึ่บ ควันขึ้นเป็นสาย นพนภาร้องลั่นด้วยความตกใจ

รถวีกิจแล่นมาตามถนนในเวลากลางคืน วีกิจขับรถไปอย่างช้าๆ มุตตานั่งนิ่งเงียบมองดูนอกหน้าต่าง
“คุณตา ทำไมนั่งเงียบเชียว”
มุตตามองวีกิจ วีกิจยิ้มนิดๆ ให้กำลังใจ แต่มุตตากลับยิ่งละอาย หลบตา
“ตากำลังคิดอะไรอยู่น่ะค่ะ”
“เรื่องอะไรฮะ”
“เอ้อ”
“ถ้าเป็นเรื่องข่าวลือ อย่าไปสนใจมันเลยฮะ คนที่นี่ชีวิตมันจืดชืดเป็นรูทีนก็เลยต้องหาเรื่องกอสซิป เรื่องไม่เป็นเรื่อง มาทำให้ชีวิตมันตื่นเต้นเป็นวันๆ อีกหน่อยเขาก็ลืมฮะ” มุตตาฝืนยิ้มวีกิจมอง “เพียงแต่ ต้องไม่มีเรื่องอะไรมาเติมเชื้อให้ไฟข่าวลือมันโหมกระพือขึ้นมาอีกก็พอ” มุตตาตัวชาเมื่อแน่ใจว่าวีกิจก็รู้และกำลังเตือนให้หยุด “ให้มันเป็นแค่ข่าวลือ เรื่องหนึ่งของกอง แค่นั้นก็พอ”
มุตตาเบือนหน้าไปมองนอกรถเพื่อซ่อนน้ำตา

รถวีกิจแล่นมาจอดที่ลานหน้าหอพัก วีกิจขยับตัวทำท่าจะลง มุตตาร้องห้าม
“ไม่ต้องลงไปส่งหรอกค่ะ ดึกมากแล้ว” วีกิจดูนาฬิกา
“จริงด้วยซีฮะ”
“คุณกิจคะ ขอบคุณค่ะ”
“เรื่องอะไรฮะ เรื่องเลี้ยงข้าววันนี้น่ะหรือ”
วีกิจแกล้งพูด มุตตายิ้มเศร้าๆ
“สำหรับทุกอย่างที่คุณทำให้ตา”
“เพื่อนก็มีไว้เพื่อการนี้ไม่ใช่หรือฮะ”
“ค่ะ ขอบคุณอีกครั้ง”
“โธ่ เพื่อนกันเขาไม่มาขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำอีกหรอกฮะ”
“สวัสดีค่ะ”
มุตตาเปิดประตูรถ
“ผมจะมารับคุณตา ตอนเจ็ดโมงนะฮะ”
มุตตาชะงัก แล้วตัดสินใจตอบออกมาว่า
“ไม่ต้องค่ะ อย่าลำบากเลยนะคะคุณกิจ”
“โธ่ ผมไม่ลำบากซักหน่อย”
“ตาพูดจริงๆ ค่ะ ตาไม่อยากรบกวนคุณอีกแล้ว” วีกิจอึ้งไป มุตตาวิงวอน
“ฮะ พรุ่งนี้ผมจะไม่มารับคุณตา แต่วันอื่นผมไม่รับปาก หวัดดีฮะ”
มุตตาลงจากรถ วีกิจโบกมือลา กลับรถออกไปมุตตามองตาม
“ผ.อ.หลอกใช้คุณ แต่ตาจะไม่ทำอีกแล้วค่ะ คุณกิจ”

วันต่อมา เนตรนภิศ รัชนก แจงจิต นั่งอยู่ในร้านขนมไฮโซแห่งหนึ่ง
“นี่ยังไงจ๊ะแม่นกรู้ เรื่องมุตตากับ ผ.อ.อย่าบอกนะว่าเธอก็เชื่อเรื่องคนหน้าคล้ายด้วย” แจงจิตถามรัชนก
“คุณแจงคะ ใครจะไปเชื่อ ใครที่ไหนมันจะหน้าคล้ายทีเดียวเป็นคู่คะ”
“แล้วที่เธอบอกคราวก่อน”
“นกก็โดนพี่ตาหลอกเหมือนกับทุกคนนั่นแหละค่ะ”
“ฉันก็เห็นเธอยังปกป้องมุตตาอยู่”
รัชนกยิ้มอ่อนๆ น้ำตาคลอ
“ก็นกสงสารพี่ตานี่คะ พี่ตาเป็นคนดีแต่ถูก ผ.อ.หลอกลวง พี่ตาพลาดไปแล้วแต่ถ้าเธอกลับตัวทัน ก็อาจจะไม่เกิดเรื่อง นี่ข่าวก็ยังไม่ไปถึงหูคุณนพนภา ถ้าพี่ตากับ ผ.อ.เลิกกัน ทุกอย่างก็คงเงียบไปเอง”
เนตรนภิศนั่งฟัง หน้าเปลี่ยนไป
“เรื่องอะไร”
“หือ ทำไมหรือคะ คุณนภิศ”
แจงจิตถาม เนตรนภิศได้สติ ยิ้มอ่อนหวาน
“ค่ะ เรื่องอะไรจะให้พี่นภารู้ ถ้ารู้เข้าล่ะก็รับรองกองคุณแจงจิตถล่มรับปี 2012 แน่”
“ค่ะ ดีจังที่คุณนภิศยังไม่บอกเรื่องนี้กับคุณนภา แต่ก็ไม่รู้ว่าอีอุบาทว์คนไหนมันเป็นคนถ่ายคลิปแล้วส่งมานะคะ”
เนตรนภิศกับรัชนกเกือบสะดุ้ง แต่ยิ้ม
“นั่นน่ะซีคะ”
“เฮ้อ งั้นดิฉันขอตัวกลับก่อนดีกว่าค่ะ”
แจงจิตล่ำลาแล้วลุกเดินออกไป เนตรนภิศมองรัชนก
“นี่ยังไง ที่เธอพูดเมื่อกี้ฉันเกือบเชื่อนะยะ” รัชนกเอียงคอยิ้มตาแป๋ว “แหม พอคลิปออกไปฉันคิดว่าจะเกิดเหตุสะเทือนเลื่อนลั่น ที่ไหนได้เงียบเป็นเป่าสาก ก็เพราะนายพี่ชายเธอน่ะแหละถ่ายมายังไง มีแต่ภาพเบลอๆ”
“คุณนภิศคิดอย่างงั้นหรือคะ”

“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันว่าให้นังพี่สาวฉันเริ่มระแคะระคายได้แล้วล่ะ ตอนนี้เสวยสุขอยู่บนวิมานนานไปแล้ว”
นพนภายืนอยู่ริมหน้าต่างกว้างมองเห็นท้องฟ้ามีเมฆลอยล่อง แล้วขยับตัวเดินสอดส่ายสายตาก้าวไปเผยให้เห็นว่าที่เธออยู่เป็นบ่อนพนันขนาดกลาง
 
ในห้องกว้างมีโต๊ะพนันหลากชนิดกระจายอยู่ตั้งแต่ป๊อกเด้งไปจนถึงแบกการ่า คนเล่นมีทั้งคนรวยและชนชั้นกลาง ทุกคนหน้าดำคร่ำเครียด นพนภามองไปยังโต๊ะหนึ่งตาวาวแล้วก้าวไป

ที่โต๊ะไพ่ มีชายวัย 40 ปีท่าทางผีพนันเข้าสิงกำลังเสียหมดหน้าตัก เจ้ามือกำลังรวบชิปดึงไป
“โธ่โว๊ย วันนี้ทำไมถึงซวยอย่างงี้วะ จะซวยกว่านี้อีกไหมนี่ เว๊ย เฮีย” สมศักดิ์หมุนเก้าอี้จะลุกจากโต๊ะเห็นนพนภายืนจ้องอยู่ สมศักดิ์ผงะตกเก้าอี้รีบตะกายลุก “คุณนภา”
“มาซุกหัวอยู่ที่นี่ คิดว่าหลบฉันพ้นหรือ”
“โธ่ คุณนภา ผมไม่ได้หลบหน้า ที่ผมมาอยู่นี่ก็เพื่อหาเงินไปให้คุณนภาน่ะแหละ”
“อุ๊ย เจริญแล้ว มาหาเงินในบ่อน ไงยะ แล้วได้พอกพูนขึ้นมากี่หมื่นกี่แสนแล้วล่ะ”
เริ่มมีบรรดาชาวบ่อนมองดู นักเลงคุมบ่อนก็ขยับมา แต่มาดของนพนภาทำให้ยังไม่กล้าทำอะไร สมศักดิ์อับอายจนโกรธ เสียงแข็ง
“ไม่ได้ มีแต่เสียยุบเสียยับ”
“ก็แปลว่า แกไม่มีเงินมาใช้หนี้ฉัน”
นพนภามีแววสมใจ สมศักดิ์ฮึดฮัด
“ก็มันไม่มีจะให้ทำยังไง”
“ทำยังไงหรือก็ง่ายๆ ก็แค่แกกับวงศาคณาญาติก็ขนของออกไปจากที่ได้แล้ว”
“ไม่ ไม่ไป”
“นี่แกจะลองดีกับฉันหรือ ฉันบอกไว้ก่อนนะใครคิดจะมาเอาเปรียบฉัน ฉันไม่มีวันปล่อยให้อยู่เป็นสุขหรอก”
นพนภาตาวาว สมศักดิ์อึ้ง นักเลงคุมบ่อนก้าวมา
“คุณนายครับ”
“ทำไม”
“คุณประพงส์ขอเชิญคุณด้านในครับ”

ที่ห้องรับรองหรูหราราวห้องสวีทโรงแรมห้าดาว นพนภาก้าวมา นักเลงคุมบ่อน 2 คนตามมา นพนภามีท่าทีระแวดระวัง ที่โต๊ะทำงานหรูเห็นเก้าอี้พนักสูงหมุนมา ชายวัย 35 ปีแต่งตัวหรูเนี้ยบหน้าตาดีลุกขึ้นยืน เห็นร่างสูงสง่าก้าวมายิ้มต้อนรับนพนภา นพนภายิ้มตอบ
“สวัสดีครับ คุณนพนภา ที่นี่ยินดีต้อนรับครับ”
“นี่คุณรู้จักฉันด้วยหรือคะ”
“ในแวดวงสังคมกรุงเทพฯ มีใครบ้างไม่รู้จักคุณนพนภา”
“ก็เหมือนกับในแวดวง เอ้อ นักเล่น ไม่มีใครไม่รู้จักคุณประพงส์”
“นี่ผมก็พยายามโลว์โปรไฟล์ที่สุดแล้วนะครับ เชิญนั่งก่อนครับ” ประพงส์พานพนภามานั่งลงที่ชุดรับแขกหลุยส์ “คุณนพนภาแวะมา มีอะไรให้ผมรับใช้”
“ดิฉันขอโทษนะคะที่เข้ามา เอ้อ เสียงดังนิดหน่อยในบ่อน เอ๊ย ในที่ของคุณ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ เรื่องหนี้เรื่องสินผมเข้าใจดี”
“ขอบคุณค่ะที่เข้าใจ” นพนภามองดูรอบๆ “ที่นี่ตกแต่งสวยจังนะคะ แต่ทำเลออกจะไกลไปหน่อย”
“คุณนพนภามีอะไรแนะนำผมไหมล่ะครับ”
“แหม เรื่องนี้คงต้องคุยกันยาวน่ะค่ะ”
“ไม่ว่ายังไงผมก็ยินดีที่ได้รู้จักคุณนพนภา ต่อไปเราอาจได้ทำธุรกิจร่วมกัน”
“ยินดีเช่นกันค่ะ ฉันเองก็มีเรื่องต้องอาศัยความชำนาญของคุณเหมือนกัน”
นพนภายื่นมือมาให้ประพงส์จับ ประพงส์จับอย่างสุภาพ ประพงส์ยิ้มแต่ดวงตานั้นเย็นนิ่งราวอสรพิษ

รัชนกนั่งพิมพ์งานอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่ง ปริมแต่งตัวฟู่ฟ่ายิ่งกว่าทุกวันเดินหน้าเข้มมานั่งลงที่โต๊ะนักรบ เลอลักษณ์ ฉกรรจ์นั่งคุยกันอยู่
“ต๊าย วันนี้เพื่อนสาวสวยมาก”
“หน้าวูบเหมือนยังกะคาบูกิ”
“ชื่อเทรนด์ใหม่จากเกาหลีเหรอ”
“อุ๊ยไม่ใช่ เป็นเทรนด์คลาสสิคจากญี่ปุ่น” นักรบ เลอลักษณ์ ฉกรรจ์กลั้นหัวเราะ “นี่ครีมตัวใหม่ที่ให้ฉันทดลองใช้น่ะ เห็นผลเกินคาด”
“อ๋อ ครีมน้ำแตกซ่าน”
“จริงนะฮะ ใช้แล้วผัวรักผัวหลง”
“หลงไปที่อื่น บ้านช่องไม่กลับหรือเปล่า”
สามนางหัวเราะกันอีก ปริมค้อนขวับทั้งที่ปกติคงด่าแล้ว
“ครีมนี่ ใช้ไปแค่วันเดียว เมื่อวานจู่ๆ คุณกิจก็ไปส่งฉันถึงบ้าน ทั้งๆ ที่บ้านอยู่คนละทิศคนละทาง ห่างกันตั้งโยชน์”
“อ้าว ก็เมื่อวานคุณกิจไปงานศพแถวนั้นไม่ใช่หรือยะ”
“หาเหตุมากกว่า”
“ถ้าเชื่อแบบนั้นแล้วมีความสุขก็ตามสบายเถอะค่ะ”
“คุณกิจคงตาสว่างแล้วว่าใครน่ะ มีคุณค่าจริงๆ”
ปริมอยู่ในภวังค์รัก รัชนกเหลือบมองแล้วยิ้มประหลาด ดวงตาแพรวพราว

ปริมประจงเติมหน้าอยู่หน้ากระจก ห้องส้วมเปิดออกรัชนกออกมา
“อุ๊ย พี่ปริม”
“อ้อ” ปริมเชิดใส่ รัชนกก้าวมาล้างมืออย่างขลาดๆ เหลือบมองดูปริม ลังเล แล้วตัดสินใจพูด
“พี่ปริมคะ”
“อะไร”
“นกอยากขอโทษพี่ปริม เรื่องที่นกโกหกวันนั้น เรื่องผ.อ.กับพี่ตา”
“ฮึ แล้วจะมาขอโทษอะไรฉันป่านนี้ยะ”
“ก็นกไม่สบายใจเลยค่ะที่โกหก”
“ต๊าย นางงามสามมงกุฎ”
“แต่ว่าพี่ปริมอย่าพูดไปนะคะ นกว่าเรื่องนี้คงจบลงด้วยดีน่ะค่ะ พี่ตากับผ.อ.เลิกยุ่งเกี่ยวกันแล้ว พี่ตาตาสว่างแล้ว”
รัชนกยิ้มแย้ม พูดดี ทำดี
“ฮึ”
“นี่พี่ตาก็ทำท่าว่าจะหันไปคบคุณกิจใหม่”
“อะไร นี่ก็ห่างกันเลิกไปไหนมาไหนด้วยกันแล้วไม่ใช่หรือ”
“ไม่รู้ซีคะ แต่พี่ตาบอกนกเองว่าเธอจะสานสัมพันธ์กับคุณกิจใหม่ คุณกิจเองก็คนรุ่นใหม่ไม่สนใจเรื่องที่แล้วไปแล้วค่ะ”

ปริมหน้าเย็นชาหมุนลิปสติกเก็บ รัชนกยิ้มตาแป๋ว
 
แรงเงา ตอนที่ 4 (ต่อ)

นพนภานั่งเอกเขนกบนโซฟากำลังพูดโทรศัพท์มือถือ นพนภาหน้าตาบูดบึ้งใส่อารมณ์

“อ้าว ก็แกไม่ใช้หนี้ฉันมาเกินสามเดือน ฉันก็ต้องยึดที่แกไว้ซียะ...ไม่ต้องมาอ้าง ถ้าที่แกมีราคาขนาดนั้น ทำไมถึงมากู้ถูกนักล่ะ ช่วยไม่ได้” นพนภากดปุ่มตัดการติดต่อ หน้ายิ้มละไม “ถ้ามันไม่ยอมออกจากที่ สงสัยต้องพึ่งคุณประพงส์แล้ว” แต้วกำลังปัดกวาดเช็ดถู ทำตาปริบๆ มองนพนภา “มองอะไรยะ”
“เปล่าค่ะ ดูละครค่ะ นังตัวร้ายมันเปลี่ยนอารมณ์เร็วเหลือเกินค่ะ”
“แล้วไป”
มีสัญญาณข้อความเข้า
“อะไรอีกล่ะ เม็ดเสท เม็ดแสดอะไรอีก”
นพนภากดปุ่มภาพในมือถือเป็นคลิปเบลอของเจนภพกับมุตตา นพนภาชะงักดวงตาเบิกกว้าง แต้วหยุดมือมองดู
“คุณผู้หญิงขา เป็นอะไรคะ”
นพนภาร้องวี๊ดออกมาสุดเสียง
ปริมลดโทรศัพท์ลง พลางแย้มยิ้มสมใจ

นาฬิกาในห้องโถงบอกเวลา 23.00 น. เจนภพหิ้วกระเป๋าเอกสารเข้ามาเงียบๆ ทันใดมีของปลิวหวือมา เจนภพร้องอุทานเบี่ยงตัวหลบของชิ้นนั้นลอยเลยไปกระทบฝาผนังด้านหลังแตกกระจาย เจนภพมองไปเห็นนพนภายืนเด่น
“นี่ เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีกล่ะ”
“เออ เป็นบ้า ฉันเป็นบ้าไปแล้ว”
“ทำไม เกิดอะไรขึ้น”
“อยากรู้เหรอว่าเกิดอะไรขึ้น งั้นดู ดูให้เต็มตา ต่อ ลูก”
เจนภพมองไปเห็นต่ออยู่หน้าทีวีจอยักษ์ มองเจนภพอย่างรังเกียจ ต้องนั่งเอนบนโซฟาเหมือนรอดู ต่อกดปุ่ม
ภาพบนจอทีวีกลายเป็นภาพคลิปเบลอๆ ของเจนภพและมุตตา เจนภพตกตะลึงพรึงเพริด นพนภาตาวาวก้าวมาใกล้
ภาพบนจอดำเนินไป ต่อเบือนหน้าหนีอย่างขยะแขยง ต้องทำท่าเจนโลกมองดูแต่แล้วก็ถอนใจเมินไป ที่หัวบันได ต้อมมองดูผ่านลูกกรงตาเหลือก ที่หลังไซด์บอร์ด แต้วกับยายแหวงชูคอดู
เจนภพคอแข็งสมองทำงานหนัก นพนภายิ้มเยาะ ภาพในคลิปจบลงเห็นหน้าเจนภพเป็นภาพฟรีซ
“ไงคะ ชัดไหม หรือว่าจะเพลย์วนอีกรอบ”
“ไอ้ต่อ พอได้แล้ว”
ต่อเชิดใส่
“ไหน คุณจะว่ายังไง”
เจนภพยักไหล่ เดินไปนั่งบนโซฟาดึงเน็คไท ต่อขยับหนี ต้องเอามือเท้าคางดูพ่อ
“โธ่เอ๋ย คิดว่าอะไร”
นพนภางงไปนิดหน่อยกับท่าทีเจนภพ เดินตามติด
“อะไร อีนังนี่มันเป็นใคร”
“โธ่คุณ ก็จะใครซะอีกล่ะ”
“ใคร อีหน้าด้านที่ไหนอีก”
“ก็ยายวิมาลาไง”
“อีแม่ชีคัพดีน่ะเหรอ แล้วทำไม ยังไง”
“เมื่อเดือนก่อน ยายวิมาลาติดต่อมาโอดครวญอยากเจอผม แต่ผมไม่ยอมไปเจอ จากนั้นก็โทรมาหาผมบอกว่าเดือดร้อน อยากขอเงินซักแสนนึง”
“มันจะเอาไปบวชอุบาสิกาแก้วเหรอ”
“ผมบอกไม่มี ยายวิมาลาก็ฟิวส์ขาดบอกจะเอาคลิปมาแฉผม ผมไม่สนใจจากนั้นก็มีคลิปนี่ไปโผล่ทุกคอมในกอง”
นพนภาเชื่อเกินครึ่ง โทสะลดลง
“แต่นี่มันคลิปแอบถ่ายนี่”
“ใช่ แปลว่ายายนี่วางแผนจะแบล็คเมล์ผมมาตั้งแต่แรกแล้ว”
“ต๊าย นังแม่ชีอุบาทว์ คราวนี้ต้องไม่ใช่แค่ตบ ต้องเอามันเข้าคุกให้เข็ด”
เจนภพทำทอดถอนใจ นพนภามองอย่างหมั่นไส้
“เรื่องมันจบไปตั้งนานแล้วช่างมันเถอะคุณ”
“สมน้ำหน้า หาเรื่องใส่ตัวเองดีนัก แหม อีแม่ชีเรยาสิบแปดมงกุฎ มันกล้าส่งคลิปมาเยาะเย้นฉัน ฉันจะทำยังไงกับมันดี”
เจนภพลอบยิ้ม ลุกขึ้นมาใกล้
“นภา ผมเข็ดแล้วกับผู้หญิงพวกนี้ ผมไม่ไปยุ่งกับใครอีกแล้วจริงๆ”
เจนภพโอบ นพนภาสะบัด
“ไม่ต้องมาถูกตัวฉัน ฉันขยะแขยง”
นพนภาเดินหนีขึ้นชั้นบน เจนภพรีบตาม ต่อกับต้องมองตาม
“ต๊าย แม่นี่หลอกง่ายจัง”
“อะไร” ต่อถามอย่างไม่เข้าใจ
“ถึงมันจะเบลอ แต่ก็เห็นว่านังคนนี้แค่คัพบีนะซี” ต่อตาวาวขยับตัว “นี่ แกอย่ามาทำเป็นผู้ช่วยนางเอกนักเลย ให้แม่สงบๆ บ้างเถอะ”
ต่ออึ้ง แต้วกับยายแหวงออกมาเก็บกวาดเศษแจกัน
“เวร นี่แจกันราชวงศ์ซ้องเชียวนะป้า”
“จะราชวงศ์ซ้องหรือซ่อง มันก็เศษขี้ดินเหมือนกันหมดแหละแก”
ต้องกลับเข้ามาในห้อง เสียงทะเลาะของพ่อแม่ยังดังแว่วเข้ามา ต้องปิดหูอย่างรำคาญแล้วเปิดเพลงดังลั่นห้องเดินไปหยิบกล่องใส่เม็ดยาที่ซ่อนไว้ซอกตู้ หยิบมาทาน แล้วเริ่มเต้นเมามัน
ส่วนที่ห้องต่อ ห้องค่อนข้างมืดต่อวิดพื้นอยู่ในห้อง เปลือยท่อนบน เสียงพ่อแม่ทะเลาะกันแว่วมา ต่อวิดพื้นจนเหงื่อโทรมร่าง จอคอมมีเสียงคนเข้ามาออนไลน์ ต่อไปนั่งหน้าคอมฯ เปิดหน้าจอเป็นหนุ่มหน้าตาดีเปลือยท่อนบนเช่นกัน กล้ามงามไม่แพ้กัน
“หวัดดีครับ แอนโนนิมัส”

ต่อค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมากับหนุ่มคนนั้นอย่างพึงใจ
วีกิจนอนบนเก้าอี้นอน ยกรีโมทปิดโทรทัศน์ สร้อยคำกับบัวหันมาจากหน้าต่าง

“สงบแล้ว”
“อะไรอีกล่ะฮะ”
“มีคนส่งคลิปนายภพกะนังอะไรอีกแล้วก็ไม่รู้มาให้ แม่นภาก็เลยร้องกรี๊ดๆ มาตั้งแต่หัวค่ำ”
“คลิปหรือฮะ”
“แกรู้เรื่องบ้างหรือเปล่าลูก”
“เรื่องบางเรื่องผมก็ไม่อยากรับรู้เลยฮะแม่”
วีกิจขรึมลง สร้อยคำรู้ว่ามีอะไร แต่ก็ตัดสินใจไม่ถาม

วันต่อมาที่ร้านเสริมสวยใต้ถุนหอพักเล็กๆ ไม่หรูหรา ขณะนี้ไม่มีลูกค้าอื่นนอกจากมุตตาที่นั่งอยู่หน้ากระจกเงา สาวใหญ่เจ้าของร้านกำลังไดร์ผมให้
“นี่ตัวใหม่ตั้งห้าพันแน่ะ ดี้ดี แหมผมหนูตรงดีจัง ลองทำหยิกบ้างดีไหมคะ”
เจ๊เจ้าของร้านลองทำผมด้านหน้ามุตตาให้หยิกหยักดูสองสามปอย ทำให้มุตตามีผมเรียบตรงครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหยักสลวย มุตตามองดูเงาตัวเองแล้วมีแววยอกแสยง
“ไงคะ หนู ชอบไหม”
มุตตาส่ายหน้า
“ไดร์ตรงเหมือนเคยเถอะค่ะ”
เจ๊เจ้าของร้านแอบค้อนนิดหนึ่ง แล้วกุลีกุจอรีดผมให้ตรง มุตตาพลิกนิตยสารบนตักดูภาพนางแบบในชุดแต่งงานหลากหลายแบบ มุตตาขมขื่น

เจนภพหน้าเคร่ง ยืนเท้าโต๊ะมองเขม็ง
“คุณใช่ไหม ที่ส่งคลิปบ้าๆ นั่นไปให้ภรรยาผม”
นักรบหน้าซีดเผือดยืนอยู่ตรงหน้า
“หนู เอ๊ย ผมเปล่าจริงนะฮะ ผ.อ.”
“ก็เบอร์มันขึ้นชัดเจนว่าเป็นเบอร์คุณ”
“มือถือหนู เอ๊ย ผมหายจริงๆ ฮ่ะ ตอนแรกหนูคิดว่าลืมไว้ที่ไหน แต่นี่แปลว่าต้องมีคนขโมยไป เพื่อใส่ความผมแน่ๆ เลยฮ่ะ”
นักรบเบะน้ำตาไหลพราก เจนภพถอนใจ

ปริม เลอลักษณ์ ฉกรรจ์ยืนรออยู่ นักรบผลักบังตาเดินโผเผออกมา
“ยังไงยะ”
“ผ.อ.เชื่อฉัน แต่ว่าต่อจากนี้ไป ผ.อ.คงมองฉันด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิม”
“อ๋อใช่ แต่ก่อนสายตาแค่อยากถีบ ตอนนี้เปลี่ยนเป็นอยากกระทืบ”
“อยากรู้นัก อีหอยคนไหนขโมยมือถือฉันไป หล่อนหรือเปล่า”
“บ้าซี” เลอลักษณ์บอก ขณะที่ปริมทำไม่รู้ไม่ชี้
“แหม ฉันคิดว่าพอได้คลิป เมีย ผ.อ.จะบุกมาตบนังเมียน้อยซะอีก อะไร๊ สงบเป็นทะเลก่อนสึนามิ”
นักรบ ฉกรรจ์ เลอลักษณ์มองปริมอย่างสงสัย ปริมรู้ตัวยิ้มแห้งๆ เปลี่ยนเรื่องพูด

คืนนั้น มุตตาลงจากรถตู้เดินเข้าซอยมา รถเจนภพจอดรออยู่เปิดไฟสว่างขึ้น มุตตาชะงัก เจนภพก้าวออกมา เหลียวซ้ายแลขวาแล้วมองมุตตาอย่างสุดรัก มุตตานิ่งอึ้ง ดวงตาโกรธขึ้งแง่งอน
“ตา สุดที่รักของผม”
ดวงตามุตตาอ่อนแสงลง

มุตตานั่งอยู่บนเตียงในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง เจนภพนั่งลงข้างๆ
“เห็นไหมตา พอเราทำเฉยๆ ซะ ไม่สนใจ ไม่ต่อความ ทุกอย่างมันก็เงียบไปเองตอนนี้ทุกคนก็เชื่อแล้วว่าเราสองคนไม่มีอะไรกัน”
“มันก็จริงไม่ใช่หรือคะ เราสองคนไม่มีอะไรกัน”
มุตตาขมขื่น เจนภพปลอบ
“ตา อย่าพูดอย่างนั้นซี ตาก็รู้ว่าตาคือทุกสิ่งทุกอย่างของผม” มุตตาส่ายหน้า “นี่ผมไม่รู้จริงๆ ว่าคลิปนั่นมันฝีมือของใคร หรือว่ามันต้องการอะไร แต่ถ้ามันคอยสะกดรอยตามเราอยู่ ยังไงเราก็ต้องระวังตัวให้มากกว่าเดิม”
“เราก็ไม่ต้องเจอกันอีกเลยซีคะ เราจะได้ไม่ต้องกลัวอะไร”
“โธ่ตา ผมทนไม่ได้หรอก ตาก็รู้ว่าตาเหมือนลมหายใจของผม” มุตตาก้มหน้า “ตอนนี้ผมว่าเรากลับมาเจอกันใหม่ได้แล้ว แค่เราต้องรอบคอบกว่าเดิมเท่านั้นนะจ๊ะตา”
เจนภพเริ่มคลอเคลีย มุตตาตัวแข็ง ไม่ยอมโอนอ่อน
“เราต้องเจอกันเพื่ออะไรคะ เพื่อหาความสุขตามประสา ผ.อ.หรือ”
“โธ่ ผมก็บอกแล้วว่า ตาทำให้ผมร้อนไปหมดทุกครั้งที่เข้าใกล้”
“ความรักของเราเป็นแค่ไฟที่แผดเผาหรือคะ”
มุตตาเพ้ออย่างขมขื่น เจนภพมีแววเซ็งนิดหนึ่ง
“ตา” เจนภพขยับตัวออก เอามือมุตตามาจูบ “ไม่ใช่หรอกจ้ะ ผมรักตา ผมแค่มีตาอยู่ใกล้ๆ ผมแค่นี้ ผมก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว” มุตตายิ้มออก เจนภพพูดคราวนี้มีความจริงอยู่บ้าง “ผมบอกแล้วว่าตาไม่ใช่มีค่าแค่เรื่องนั้น แต่ผมรักตาจริงๆ”
“ตาก็รักผ.อ.จริงๆ ตาถึงได้เจ็บปวดขนาดนี้ไงคะ”
“คนดีของผม คนดี ผมขอโทษ”เจนภพตระกองกอดมุตตา แล้วประคองมุตตาลง กอดเอาไว้อย่างหลวมๆ “ผมจะทำให้ตาเห็นว่าตาคือสิ่งมีค่าที่สุดของชีวิตผม แค่มีตาอยู่ในอ้อมกอดผมแค่นี้ผมก็เป็นสุขพอแล้ว”
“ผ.อ.”
มุตตาน้ำตาเอ่อปลาบปลื้มประโลมใจ เจนภพระงับเพลิงปรารถนาไว้อย่างสุดความสามารถ

ประพงส์นั่งอยู่บนโซฟารับแขกตรงข้ามนพนภา มีบอดี้การ์ดสองนายรอเฝ้าอยู่
“ขอบคุณ คุณประพงส์ด้วยนะคะที่ช่วยเป็นธุระ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีที่ได้ช่วยคุณนพนภา”
“ถ้าคุณประพงส์ไม่ช่วยก็มีสิทธิ์ยืดเยื้อแน่ค่ะ”
“เด็กของผม ไว้ใจได้ครับ”
ต้องเดินลงบันไดมาแต่งตัวโป๊ตามเคย ต้องเห็นประพงส์เข้าก็ชะงัก ประพงส์มองต้องมีแวววิบวับนิดหนึ่งแล้วเปลี่ยนเป็นสุภาพ นพนภาหันมาก็ยิ้มหวานกับลูก
“อ้าว ยายต้องหรือลูก มาไหว้คุณประพงส์ซิคะ นี่ยายต้องลูกสาวคนโตค่ะ นี่คุณประพงส์เพื่อนแม่”
ต้องเข้ามาไหว้ ประพงส์รับไหว้
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ ไม่คิดว่าคุณนภาจะมีลูกสาวโตขนาดนี้”
“เด็กสมัยนี้ โตเร็วค่ะ”
“เดี๋ยวผมมีธุระที่อื่นอีก ขอตัวนะครับ”
“ค่ะ เชิญเลยค่ะ”
นพนภาลุกขึ้นเดินไปส่งประพงส์ที่ประตูบ้าน ต้องมองตามแล้วนั่งลงบนโซฟา นพนภาเดินกลับมามองต้องอย่างหมั่นไส้
“เดี๋ยวนี้แม่คบกับพวกมาเฟียแล้วหรือคะ”
“ต๊าย แม่แสนรู้ รู้ไปหมด มาฟงมาเฟียอะไร เขาแค่มาช่วยฉันเรื่องไล่ที่...เอ๊ย ทวงหนี้”
“ก็คบคนถูกประเภทดีนี่คะ”
“แกไม่ต้องมาทำแขวะฉัน ฉันเป็นผู้ใหญ่จะเลือกคบใครก็เรื่องของฉัน แต่แกอีพวกเพื่อนที่ชวนกันเที่ยวน่ะ เลิกคบมันซะที”
“แม่ก็เลยโทรไปด่านังฟ้าหรือคะ”
“ไม่ใช่แค่นังฟ้า ฉันด่านังคุณหญิงนภัคคัคนางค์แม่ของมันด้วย”
“แม่ไม่ต้องบอกหรอกค่ะ นังฟ้าน่ะมันโทรมาตัดเป็นตัดตายกับหนูเรียบร้อยแล้ว”
“อุ๊ยดี อีพวกที่ชวนกันแต่งตัว ชวนกันแรดน่ะ เลิกคบมันให้หมด”
กำลังโหลดความคิดเห็น...