xs
xsm
sm
md
lg

สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 15

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 15


เปรมหยิบหินขึ้นมาอีก 3 ก้อน เล็งหัวทนายสมชาติกะว่าโดนแน่

“ไอ้เลว หยุดนะ”
เปรมโยนหินไป ไม่โดนซักก้อน
“พอเหอะ เปรม”
“อึ๋ย อะไรวะ”
เสี่ยปิยะพันธ์พยักหน้าให้ลูกน้อง 3-4 คนปาหินใส่ทนายสมชาติ
“คุณทนาย! หยุดนะๆ” ป้าอรวรรณร้องห้าม
“ไอ้เปรมมันหยุดแล้ว แต่ลูกน้องไอ้เปรมมันน่ะสิ ไม่หยุด”
พวกสมุนเปรมจะเขวี้ยงก้อนหินใส่ทนายสมชาติ
“พอๆ ชั้นบอกแล้ว คุณติณห์อยู่ไหน”
“อยู่ไหน”
“ถ้าชั้นบอกก็ปล่อยทนายสมชาติได้แล้ว”
“แก่แล้วเกรียนเหรอป้า”
“เกรียนอะไร ก็ชั้นบอกแล้วไงว่า คุณติณห์อยู่...”
อยู่ๆ ก็มีรถแล่นเข้ามาจอดในบริเวณนั้น เพ็ญนภามองไปและพบว่านั่นคือติณห์
“ติณห์”
ติณห์รีบลงจากรถ ตะโกนเรียกหาเพ็ญนภา
“เพนนี...เพนนีสุดที่รักของผม”
“คุณติณห์”
“ติณห์”
“เพนนี” ติณห์และเพ็ญนภาต่างวิ่งเข้าหากัน จนกระทั่งทั้งคู่โผกอดกัน ติณห์กอดเพ็ญนภาแล้วหมุนๆๆ “ผมกลับมาแล้ว ยอดรักของผม เราสองคนจะไม่พรากจากกันไปไหนอีก”
“แต่งงานกับเพนนีนะคะติณห์ นะคะ”
“แต่งงาน?”
“แต่งงาน”
“ค่ะ เรารักกันก็ควรแต่งงานกันให้เร็วที่สุด นะคะ”
ติณห์เหมือนกำลังคิดๆ ทุกคนรอฟัง เงียบสงัด ทันใดติณห์คุกเข่าลงต่อหน้าเพ็ญนภา
“วิลยูแมรี่มี”
“เยส”
ติณห์กับเพ็ญนภาโผกอดกันกลม เสี่ยปิยะพันธ์ยิ้มสมใจ
“ต้องไวไฟให้ได้อย่างนี้สิลูกสาวพ่อ”
ป้าอรวรรณกับทนายสมชาติคอตก
“จบกัน”

ที่บ้านสุพิชชา หมอวรวรรธแยกออกมาโทรศัพท์หาเนตรศิตางศุ์แต่ไม่มีคนรับสาย สักพักสุพิชชาเดินตามออกมา
“ตาหนูคะ คุณพ่อเรียกหา” สุพิชชาชะงักที่เห็นหมอวรวรรธง่วนกับการกดโทรศัพท์อยู่ “โทรหาใครคะ”
“โทรหา เอ่อ คุณพ่อเป็นยังไงบ้าง”
“คุณพ่อดีขึ้นทุกครั้งที่ตาหนูมาเยี่ยม แต่พอตาหนูหายไป อาการก็ทรุดลงอย่างเดิม ตาหนู พีชรู้ว่าสิ่งที่จะขอ มันมากเกินไป แต่คิดว่าทำเพื่ออาจารย์แพทย์ของตาหนูได้มั้ย รับปากคุณพ่อว่าจะ...”
“พีช อย่าพูดเรื่องโรงพยาบาลอีกเลย ผมขอร้อง”
“แต่ ทุกวันนี้คุณพ่อทรมานมากนะ”
“พีช ผมยินดีมาเยี่ยมอาจารย์บ่อยๆ ยินดีจะดูแลท่านทุกอย่าง จนลมหายใจสุดท้าย แต่อย่าบังคับให้ผมทำในสิ่งที่ไม่อยากทำเลยนะ”
สุพิชชาร้องไห้
“ตาหนู พีชขอร้อง” สุพิชชาบีบน้ำตา ร้องไห้ เว้าวอน “ตาหนู...พีชไหว้ล่ะ”
“พีช อย่าทำอย่างนี้”
“พ่อของพีชกำลังจะตายนะ พีชขอร้อง ช่วยให้พ่อมีความสุขครั้งสุดท้ายเถอะนะ ช่วยรับปากคุณพ่อ ว่าตาหนูจะดูแลบริหารโรงพยาบาลต่อจากคุณพ่อ คุณพ่อจะได้หมดห่วงและ และจากไปอย่างสงบ แล้วหลังจากนั้น พีชสาบานว่าพีชจะไม่บังคับให้ตาหนูรับตำแหน่งอะไรใดๆ ในโรงพยาบาล พีชขอแค่ทำเพื่อคุณพ่อนะคะ ตาหนู”
“พีชจะให้ผมโกหกอาจารย์เหรอ”
“นะคะ”
หมอวรวรรธลังเล ใจอ่อน
“ก็ได้ ผมจะทำเพื่ออาจารย์”
สุพิชชายิ้มที่หว่านล้อมสำเร็จ

ที่บ้านพักติณห์ ป้าอรวรรณเอายามาให้ทนายสมชาติที่กำลังหนาวสั่น
“โถๆ คุณทนาย ทานยาหน่อยนะคะ คุณตัวซีดมากเลย ให้อิชั้นพาไปหาหมอดีกว่านะคะ”
“สมชาติเอ๊ย ทั้งเอ็งทั้งพ่อเอ็งช่วยเหลือข้ามาตลอด ความจงรักภักดีมันส่งต่อกันทางสายเลือดจริงๆ ข้าจะไม่ลืมเลย” หลวงพิชัยภักดีบอก
“หืม กลิ่นอะไร เน่าๆ กลิ่นเหมือน”
กุมาริกามองหาที่มาของกลิ่น ป้าอรวรรณกำลังประคองทนายสมชาติ แต่อยู่ๆ ติณห์เดินพุ่งกลับเข้ามา
“ทนายสมชาติ”
“คุณติณห์ คุณทำอย่างนี้ไม่ได้นะ พวกมันหลอกคุณอยู่ แล้วคุณหนูอยู่ไหน คุณทำอะไรเธอหรือเปล่า” ป้าอรวรรณใส่เป็นชุด ติณห์ไม่สนใจป้าอรวรรณ
“โฉนดที่ดินผืนนี้ เก็บไว้ที่ไหน”
“หลานรักของชั้น” หลวงพิชัยภักดีโผกอด แต่ได้กลิ่นเหม็นเน่า “ หื้ม ทำไมเอ็งยังมีกลิ่นเหม็นเน่าอยู่ กลิ่นอาคมสกปรกหรือว่าเป็นกลิ่นตัวแกกันแน่”
“กลิ่นอาคมเน่า แสดงว่าพวกเจ๊จีจ้า ทำไม่สำเร็จ”
“ผมถามก็ตอบสิ” ติณห์ถามทนายสมชาติ
“อยู่ในตู้เซฟ ในห้องทำงานคุณติณห์นั่นแหละครับ คุณติณห์จะเอาโฉนดไปทำอะไรครับ”
ติณห์เดินไปทันที ไม่ตอบ

“เสน่ห์ยังไม่ถูกถอน แล้วมันจะเอาโฉนดไปทำอะไร”

 
ติณห์เข้ามาในห้องทำงาน เปิดตู้เซฟ หยิบโฉนดออกมา แต่พอออกมาห้องรับแขก ทนายสมชาติ ป้าอรวรรณ หลวงพิชัยภักดี กุมาริกายืนเรียงกันเป็นแผงขวางหน้าไว้
 
“คุณติณห์มีปัญหาอะไรให้ผมจัดการให้ดีกว่านะครับ”
ป้าอรวรรณคอยประคองสมชาติอยู่ด้วย
“คุณจะเอาไปให้พวกเสี่ยปิงใช่มั้ย พวกเราทุกคนปกป้องคุณอยู่คนเดียว คุณจะทำให้ทุกอย่างเสียเปล่าไม่ได้”
“ผมไม่จำเป็นต้องให้คนแก่ๆ อย่างป้ามาปกป้อง หลบไป ผมต้องเอาโฉนดนี้ไปขอเพนนีแต่งงาน”
“ห๊า” ทนายสมชาติ ป้าอรวรรณตกใจ
“แกว่าอะไรนะ”
“โฉนดที่ดินผืนนี้ จะทำให้ผมมีชีวิตที่สมบูรณ์ มีภรรยา มีลูก มีครอบครัว ผมไม่ต้องฉลองคริสมาสต์คนเดียวอีกแล้ว ไม่ต้องมาคอยฟังคนอื่นนินทาว่าร้ายตระกูลตัวเอง ไม่ต้องทะเลาะกับแม่เพราะเรื่องการสร้างรีสอร์ท ไม่ต้องทนเหนื่อย ไม่ต้องทนร้อน ที่สำคัญไม่ต้องปวดหัวเรื่องผีงี่เง่าไร้สาระ”
“อวดดี! แกอย่าหวังเลยว่าแกจะได้สุขสันต์ชื่นมื่นกับนังปากแดง” หลวงพิชัยภักดีบอกอย่างโมโห
“คุณติณห์จะขอคุณเพนนีแต่งงานด้วยโฉนดนี้ไม่ได้ มันขัดต่อเจตนารมณ์คุณหลวง” ทนายสมชาติบอก
“แกรนด์ปาตายไปแล้ว ที่ดินนี้เป็นของผม ผมจะยกให้เสี่ยปิง แลกกับเพนนี มันก็เรื่องของผม ไม่ใช่เรื่องขี้ข้าอย่างพวกแก”
ติณห์ฝ่าจะออกไป
“แล้วถ้าพวกมันรื้อเรือนไทยของข้า แล้วข้าจะอยู่ยังไง คิดบ้างหรือเปล่า ยังไงข้าก็ไม่ยอม” หลวงพิชัยภักดีสั่งทนายสมชาติ “ห้ามมันไว้”
ทนายสมชาติดึงไหล่ติณห์ไว้
“ผมให้คุณเอาไปไม่ได้”
“อย่ามาห้ามชั้น”
ติณห์หันกลับมาผลักทนายสมชาติออก ทนายสมชาติหน้าหงายไปกับพื้น
“คุณทนาย”
ติณห์ผละออกไปจากห้อง
“โกลเด้นท์ ออกโรงเอง”

ติณห์เดินจ้ำออกมาด้านนอกบ้าน แต่แล้วต้องชะงัก หยุดกึก ตัวค่อยๆ ทรุดลง แต่ติณห์ไม่ยอมแพ้
“แกรนด์ปาขัดขวางความรักผมไม่ได้หรอก” กุมาริกาโผล่มาขี่คอติณห์
“หยุดเดี๋ยวนี้”
ติณห์รู้สึกถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่ยอมหยุด
“ผมจะแต่งงานกับเพนนีให้ได้”
แต่อยู่ๆ ติณห์ถูกกระชากมือข้างที่ถือโฉนดไปด้านหลัง หลวงพิชัยภักดีดึงมือติณห์ข้างนั้นไว้ แต่ติณห์พยายามจะเดินฝ่าไปให้ได้ หลวงพิชัยภักดีพยายามจะแกะนิ้วของติณห์เพื่อเอาโฉนดออกมาให้ได้
“เอาที่ดินของข้าคืนมา” หลวงพิชัยภักดีพยายามแงะนิ้วติณห์
“ผืนดินที่กลบหน้าข้า เอ็งไม่มีสิทธิ์เอาไปให้ใครตามใจชอบ”
“แกรนด์ปาตายแล้วก็อยู่ส่วนคนตายไป จะมาหวงที่เพื่ออะไร”
หลวงพิชัยภักดีแงะนิ้วกลางออกมาได้หนึ่งนิ้ว
“หนอย! แกข้ารู้นะว่านี่มันด่าแรงมาก ไอ้หลานทรพี”
เพ็ญนภาวิ่งเข้ามาตามติณห์
“ติณห์” เพ็ญนภาเห็นติณห์ทำท่าแปลกๆ คนเดียว ไม่เห็นผี “คุณเป็นอะไร”
“ผี...แกรนด์ปา...กับผีโกลเด้นท์...จะขัดขวางความรักของเรา”
“ผี”
“แต่ผมไม่ยอม ความรักต้องเอาชนะทุกอย่าง...ออกไป”
ติณห์ฮึดสุดกำลังแล้วสะบัดเหวี่ยงสุดแรง อย่างบ้าคลั่ง จนหลวงพิชัยภักดีและกุมาริกากระเด็นออกไปคนละทิศละทาง กุมาริกาล้มกระแทกโอดโอย
“เพนนี”
ติณห์วิ่งไปกอดเพ็ญนภาเอาไว้
“เอาที่ดินข้าคืนมา”
หลวงพิชัยภักดีจะตามไปห้ามแต่กลับกระแทกกับกำแพงที่มองไม่เห็น สิ้นสุดเขตที่ดินของหลวงพิชัยภักดี หลวงพิชัยภักดีพยายามจะฝ่าไปให้ได้แต่ก็กระเด็นกลับมาทุกครั้ง
ติณห์เห็นบรรยากาศสงบลง
“สงบแล้ว ผีแกรนด์ปาคงออกจากเขตที่ดินของตัวเองไม่ได้”
“หรือไม่ก็ เข้ามาในเขตที่ดินริเวอร์มูนไม่ได้ เพราะที่นี่มีของดีคุ้มครองเอาไว้ทุกด้าน ป้องกันไม่ให้สัมพะเวสีเร่ร่อนที่ไหนหลงเข้ามา”
ติณห์กับเพ็ญนภาพากันวิ่งออกไป
“ไม่ อย่าเอาที่ดินข้าไป ไม่ๆ ที่ดินของข้า ทุกสิ่งทุกอย่างของข้า ต้องไม่เป็นอย่างนี้...เอ็งจะมัวเมาจนปล่อยให้ไอ้พวกคนพาลมาเหยียบย่ำทำตัวต่ำช้าบนผืนแผ่นดินที่กลบหน้าบรรพบุรุษของเอ็งไม่ได้”
“เขาไปแล้วอ่ะคุณตา”
“ไม่จริง ข้าไม่ยอม ข้าไม่ยอม ฮือๆ”
หลวงพิชัยภักดีเศร้า กุมาริกาเห็นใจ

หมอวรวรรธขี่มอเตอร์ไซค์กลับเข้ามาที่บริษัทซิกส์เซ้นส์ ก๊องได้ยินเสียงรถรีบวิ่งปรู๊ดมาแต่ไกลแล้วหน้าเหี่ยวเมื่อเห็นหมอวรวรรธ
“อ้าว นึกว่าตามคุณติณห์กลับมาได้ซะอีก”
ท่านเจ้าที่ตามมาปลอบ ให้ก๊องซบ
“โอ๋ๆ”
หมอวรวรรธมองไม่เห็นท่านเจ้าที่ เห็นแต่ก๊องยืนซบอากาศ
“ก๊อง เป็นอะไร”
“เซ็ง! เจ็บตัวอีกต่างหาก”
“คุณเนตรกลับบ้านไปหรือยัง”
“ยังจะมาถาม”
“ยัง...” ก๊องหันมองเจ้าที่ “เออยังจะมาถามอีก”
หมอวรวรรธจะเข้าบ้านไป แล้วชะงัก
“แล้วทำไมบริษัทเงียบๆ”
“เค้าไปกันหมดแล้ว” ท่านเจ้าที่บอก
“ถูก ก็ไม่มีใครอยู่น่ะสิ พี่เนตรไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่พวกพี่ๆ เค้าไปตามตัวพี่ติณห์กัน”
ก๊องสนับสนุนท่านเจ้าที่ โดยที่หมอวรวรรธไม่เห็นท่านเจ้าที่ ได้แต่งงๆ
“ตามตัวติณห์ หมายความว่าไง”
“ไม่ต้องมาทำงง เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพราะคุณ ถ้ากิ๊กคุณไม่มาก่อกวน ทำให้พี่เนตรเจ็บช้ำ ทำให้ทุกคนเผลอ พี่ติณห์ก็คงหนีไปไม่ได้ พี่ต้องรับผิดชอบ”
“เยี่ยมมากไอ้ก๊อง ไฮไฟว์...”
ก๊องหันไปไฮไฟว์กับท่านเจ้าที่ หมอวรวรรธมองๆ ไม่เข้าใจ
“คุณติณห์หนีไปได้เหรอ”

หมอวรวรรธรีบโดดขึ้นรถ แล้วขี่ออกไปทันที

 
ที่รีสอร์ทรีเวอร์มูน ติณห์กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเสี่ยปิยะพันธ์
 
“จริงๆ แล้ว ชั้นก็ไม่ได้อยากจะเรื่องมากอะไรหรอกนะ ก็แค่อยากทำให้มันถูกต้องตามประเพณี”
“ผมเข้าใจครับ และนี่ครับ สินสอดที่ผมเอามาขอสมสู่เพนนี”
“สินสอดอะไรชั้นไม่ได้สนใจหรอกพ่อติณห์”
เปรมเห็นทรัพย์สิน แล้วอยากได้
“ โหว เอามาๆ”
“พี่เปรม” เพ็ญนภาปราม
“เงินสดสามล้านบาท และโฉนดที่ดิน” ติณห์บอก เสี่ยปิยะพันธ์รีบคว้าเอาโฉนดมาดู พิจารณาโดยไม่สนใจเงินสดกองโตตรงหน้า
“ที่ดินจำนวน 15 ไร่ ริมแม่น้ำแคว ผืนที่ติดกับริเวอร์มูนรีสอร์ทของคุณพ่อ ผมขอยกให้คุณพ่อเป็นสินสอดครับ”
“ดี ที่ดินผืนนี้แหละที่พ่อต้องการ”
“พ่อถือโฉนดไว้ เดี๋ยวไอ้เปรมมันอาสาเอาพานสินสอดไปเก็บให้เอง” เปรมอุ้มพานไป
“คุณพ่ออนุญาตให้ผมแต่งงานกับเพนนีแล้วใช่มั้ยครับ”
“ไม่อนุญาต ก็โง่แล้วพ่อติณห์”
“ไชโย คุณเป็นเมียผมแล้วนะเพนนี” ติณห์จะหอมเพ็ญนภา
“ใจเย็นๆ ค่ะติณห์”
“อ้าว”
“พรุ่งนี้เราจะไปที่กรมที่ดินด้วยกัน จัดการเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินผืนนี้ ให้มาเป็นชื่อชั้น แต่เพียงผู้เดียวแล้วจากนั้น พวกเธอสองคนถึงจะจดทะเบียนสมรสกันได้”
“เพื่อเป็นการยืนยันว่าทั้งนายและเตี่ยจะไม่เปลี่ยนใจทีหลัง...” เปรมหยิบเอกสารออกมา “นี่ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน และนี่สัญญาจะยกเพนนีให้แต่งงาน...นายเซ็นตรงนี้ เตี่ยเซ็นตรงนี้ ใครเปลี่ยนใจทีหลังจะมีความผิดทางกฎหมาย และต้องเสียค่าชดเชยอย่างหนัก”
“ว่าไงติณห์”

ป้าอรวรรณและคนงานกำลังประคองทนายสมชาติจะเอาขึ้นซ้อนท้ายรถเครื่องคนงาน จะพาไปโรงพยาบาล เพราะทนายสมชาติจับไข้ตัวสั่นๆ
“นั่งดีๆ คุณทนาย” แต่ทนายสมชาติเอียงๆ จะล้มๆ
“ระวังๆ เกาะแน่นๆ สิ”
ทันใดนั้นรถพวกญาณินแล่นเข้ามา ญาณินรีบพรวดลงจากรถมาเป็นคนแรก ขณะที่คนอื่นซึ่งยัดๆ กันมาในรถ ลงมาด้วยท่าทางกระปลดกระเปลี้ย ขาเป็นตะคริว
“ป้าออ”
“คุณหนู...คุณหนู คุณติณห์เป็นบ้าหนักแล้วค่ะ หลงยัยเพนนีหัวปักหัวปำแถมยังเข้ามาเอาโฉนดที่ดินไปหาไอ้เสี่ยปิงด้วย”
“เราต้องรีบช่วยคุณติณห์นะพี่ณัฐ”
“ไอ้ติณห์มันก็เพื่อนพี่ พี่ไม่ทิ้งมันหรอก แต่ถึงพี่จะเป็นตำรวจแต่มากร่างกับเจ้าถิ่น ตำรวจก็อาจโดนอุ้มหายได้เหมือนกันนะ”
“แล้วเราจะทำยังไง จะช่วยคุณติณห์ยังไง”
“ทนายสมชาติเป็นอะไรไปคะป้า”
“ฮือๆๆ ฝีมือไอ้พวกเสี่ยปิงค่ะ ใจร้ายมาก มันจับคุณทนายแช่น้ำทั้งวันทั้งคืน แล้วไอ้เปรมมันก็ลากป้าเข้าไปในป่าอีกด้ววแล้วมันก็ผลักป้าล้ม แล้วมันก็...มันแค่หัวเราะเยาะแล้วจากไปมันเลวมาก”
“อ้าว” กรรัมภากับกรรณาร้องออกมาพร้อมกัน
“นินต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ป้ากับทนายสมชาติต้องมาเป็นสภาพนี้ นินขอโทษนะคะ”
ป้าอรวรรณกอดปลอบ ลูบหัวญาณิน
“โถๆ ไม่ใช่ความผิดคุณหนูหรอกค่ะ ป้ารู้ว่าคุณหนูทำดีที่สุดแล้ว ไม่ต้องเสียใจ ค่อยๆ คิดค่อยๆ หาทางช่วยคุณติณห์ใหม่ ป้าเชื่อว่าคุณหนูกับพรรคพวกต้องทำได้แน่ๆ นะคะ”
“ค่ะ”
“สบายใจแล้วนะคะ งั้นป้าขอยืมรถพาทนายไปหาหมอได้มั้ยคะ”

ขณะนั้นเปรมยื่นเอกสารให้ติณห์เซ็น
“ถ้ารักเพนนีจริง เซ็นซะ”
“ผมไม่เซ็น...”
“ห๊า”
“ไม่เซ็น. ก็โง่น่ะสิครับ ปากกาอยู่ไหนครับ เอามาเลย”
เปรมส่งปากกา ติณห์เซ็นเอกสารเรียบร้อย เสี่ยปิยพันธ์เซ็นเหมือนกัน
“ฮ่าๆ สำเร็จ” เสี่ยปิยะพันธ์กอดติณห์
“รอพรุ่งนี้เราก็จะเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้ว”
“ฮ่าๆ” เพ็ญนภากับเปรมหัวเราะ
“ฮ่าๆ ทองแผ่นเดียวกัน?” ติณห์ไม่เข้าใจแต่ก็หัวเราะตาม
“ไปบอกพวกคนงานทุกคน คืนนี้ ถ้ามีใครแปลกหน้าโผล่มาป้วนเปี้ยนแถวบ้านพักลูกสาวชั้น ยิงทิ้งให้หมด”เสี่ยปิยะพันธ์หันไปกำชับหัวหน้าคนงาน คนงานรีบออกไป เสี่ยปิยะพันธ์หันมาหาติณห์
“ชั้นจะไม่ยอมเสียโอกาสได้ที่ดินอีกเด็ดขาด..ไอ้ติณห์ แกรู้ใช่มั้ยว่าคนพวกนั้นมันคิดไม่ดีกับแก มีแต่พวกชั้นเท่านั้นที่รักและหวังดีกับแกจริงๆ”
“ผมรู้ครับ”
“ชั้นมั่นใจว่าพวกมันจะต้องหาทางมาเอาตัวแกกลับไปแน่ๆ”
“คุณพ่อไม่ต้องห่วง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมจะยืนอยู่ข้างคุณพ่อ ถ้าคนพวกนั้นจะเอาตัวผมไป ก็ต้องฆ่าผมซะก่อน”
“ดี เพนนี แกพาไอ้ติณห์ไปเข้าห้อง แล้วดูแลมันให้ดีเข้าใจมั้ย”
“ไปเถอะค่ะติณห์”
เพ็ญนภาลากติณห์ออกไป
“เดี๋ยว...” เปรมควักปืนออกมาส่งให้ติณห์ “อ้ะ”
“พี่เปรม จะบ้าเหรอ”
“เอาไว้ป้องกันตัวเอง ถ้าใครหน้าไหนคิดจะทำอะไรไม่ดี ไม่ว่าจะกับแกหรือกับเพนนี แกรู้ใช่มั้ยว่าใช้มันยังไง”
“ขอบคุณครับพี่เปรม”
ติณห์รับปืนมาพกเอาไว้ เพ็ญนภามองอย่างกังวล

อีกด้านหนึ่งที่รีสอร์ทของติณห์ สุคนธรสเดินแยกออกมาโทรคุยกับหลวงลุงสุวิทย์
“พูดช้าๆ สิคะหลวงลุง รสจดไม่ทัน หลวงลุงขา คาถาแก้เสน่ห์นะคะ ไม่ใช่สูตรครีมหมักผม จะได้ฟังทีเดียวจำได้เลย” สุคนธรสชะงักเพราะอีกด้านหนึ่ง ไตรรัตน์กำลังพูดโทรอยู่ ท่าทางเครียด เป็นกังวล สุคนธรสห่วงไตรรัตน์ “ได้ค่ะ ค่ะๆ โอ๊ย หลวงลุงพูดเร็ว รสจดแทบไม่ทันแล้ว เดี๋ยวรสโทรกลับไปใหม่นะคะ” สุคนธรสวางสาย เข้าไปหาไตรรัตน์ที่ยืนเครียดอยู่ “นอกจากจะชื่อไตวายแล้ว ยังทำหน้าตับเปื่อยอีก ใครโทรมาล่ะ แม่คาที่นางแบบสุดสวยอึ๋ม”
“ผมโทรกลับไปที่บ้านมา”
“อ้าว พ่อนายดีขึ้นยัง”
“คุณพ่ออาการทรงตัว แต่คุณแม่สิยังไม่กลับบ้านเลยตั้งแต่เมื่อวาน” ไตรรัตน์เครียดและเป็นกังวล “ต้องไปอยู่สำนักหมอสมคิดแน่ๆ”
สุคนธรสเห็นไตรรัตน์เครียดไม่หาย อยากปลอบ เห็นมือไตรรัตน์วางกับขอบระเบียง คิดจะจับมือปลอบ แต่ขัดๆเขินๆ แต่สุดท้ายก็เอามือวางบนมือไตรรัตน์ ไตรรัตน์หันมามองหน้าสุคนธรส
“ชั้นสัญญาว่าชั้นจะเปิดโปงไอ้หมอสมคิดให้ได้”
ไตรรัตน์จับมือสุคนธรสทั้งสองมือมากุมไว้
“ขอบใจนะคุณรส ผมโชคดีจริงๆ ที่มีคุณเป็น...”
“หือ?”
“เป็น ...เอ่อ...”
“เรารีบไปช่วยคุณติณห์เถอะ เสร็จแล้วจะได้รีบกลับไปจัดการหมอสมคิดกัน...ไป”

สุคนธรสแก้เก้อ รีบเดินหนี ไตรรัตน์ยิ้ม

 
หลวงพิชัยภักดีครวญคราง ตัดพ้อ โวยวายทันที
 
“ชั้นถูกใส่ร้ายว่าโกงแผ่นดิน เป็นผีร้ายฆ่านายสังข์ลูกน้องคนสนิท แล้วชั้นยังต้องกลายเป็นผีเร่ร่อน ไร้ที่ดินจะอยู่อีก มันมากไปแล้ว ชั้นรับไม่ไหวแล้ว”
กุมาริกาโผล่มาปลอบหลวงพิชัยภักดี
“โอ๋ๆ ไปอยู่กับหนูก็ได้นะคุณตา”
“ไม่เอา ชั้นจะอยู่ที่นี่”
กรรัมภา กรรณา เนตรศิตางศุ์ ญาณิน รับรู้ได้ว่าหลวงพิชัยภักดีอยู่ตรงนี้ เนตรศิตางศุ์พยายามไม่มอง ขณะที่กรรณาฟังหลวงพิชัยภักดีระบายอย่างเอือมระอา สุคนธรสเดินกึ่งวิ่งเข้ามา
“นี่ๆ ฉันโทรคุยกับหลวงลุงมา ตกลงว่าหลวงลุงจะมาช่วยทำพิธีไล่ของให้คุณติณห์ที่นี่ หลวงลุงบอกว่ามีทางเป็นไปได้ แต่พวกเราต้องช่วยกันด้วย เพราะคืนนี้เป็นคืนเดือนหงาย พวกเราจะมีพลังเต็มที่”
“แปลว่า ต้องทำพิธีในคืนนี้เท่านั้นน่ะสิ”
“ใช่ คืนนี้เท่านั้น”
“ดี งั้นพวกเธอไปช่วยรสเตรียมของสำหรับทำพิธี ส่วนพี่กับไอ้ไตรจะไปเอาตัวไอ้ติณห์ออกมาให้เอง” ญาณินบอก
“ใช่ เร็วๆเร็วที่สุด พวกเธอเท่านั้นที่จะช่วยชั้นและหลานชั้นได้” หลวงพิชัยภักดีบอก
“พวกเราทราบแล้วค่ะ เงียบๆ หน่อยได้มั้ยคะ” กรรณาบอก ไตรรัตน์กระซิบกับกรรัมภา
“คุณแก้ม คุณกรรณพูดกับใครอ่ะ”
หลวงพิชัยภักดีแว่บมาข้างไตรรัตน์
“พูดกับชั้น! พวกเธอต้องไปช่วยไอ้ติณห์ เอาที่ดินคืนมาและทำให้โลกประจักษ์ว่าข้าไม่ได้โกงชาติ ข้าเป็นคนดีที่ถูกใส่ร้าย ฮือๆ”
“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณตา เชื่อมือพวกเราเถอะค่ะ”
“ไปได้แล้วพวกเรา”
“ตกลง”
พวกสุคนธรสรีบแยกย้ายกันไป
“พี่ณัฐ ระวังตัวด้วยนะ” เนตรศิตางศุ์เตือนพี่ชาย
“เราก็เหมือนกัน”
เนตรศิตางศุ์รีบตามพวกสุคนธรสไป เหลือแต่ญาณินยังไม่ยอมไป
“คุณญาณินไม่ไปช่วยพวกสาวๆ ที่เหลือเหรอครับ” ไตรรัตน์ถามอย่างแปลกใจ
“นี่ไม่รู้จักญาณินอีกเหรอเนี่ย พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องไอ้ติณห์” ณัฐเดชบอก
“แต่ พวกมันมีอาวุธเพียบ ทั้งมีด ไม้ กระบอง ปืน ไม่รู้มีระเบิดด้วยหรือเปล่า แล้วพวกเราล่ะ มีอะไรเอ่ย...โบ๋เบ๋ๆ”
“ใครบอกว่าเราโบ๋เบ๋ เรามีอาวุธร้ายยิ่งกว่าพวกมันอีกล้านเท่า จริงมั้ยพี่ณัฐ”
“ก็ คงใช่...”
“อาวุธ อาราย” ไตรรัตน์ทำหน้าสงสัย

ติณห์เข้ามาในห้องพักแล้วตรงไปที่หน้าต่างทันที แล้วแง้มผ้าม่านมองออกไป ถือปืนพร้อม
“ติณห์คะ ยูโอเว่อร์เกินไปแล้วค่ะ”
“พวกมันอาจจะบุกมาเมื่อไหร่ก็ได้ คุณอย่าชะชะช่าใจไป”
“ชะล่าใจค่ะติณห์”
เพ็ญนภาดึงปืนในมือติณห์ เอาปืนใส่ไปในลิ้นชักหนึ่ง
“คุณก็เห็นแล้วว่าเตี่ยจัดคนมาเป็นสิบๆ คน แล้วมันจะมีอันตรายอะไรได้ คุณอย่านอยด์ไปกะพวกเขาเลยนะคะ เราได้อยู่กันสองต่อสองแบบทั้งที มาใช้เวลาของเรากันดีกว่า”
“คุณหมายถึงอะไร”
เพ็ญนภาเข้ามาประชิดตัว ยิ้มยั่วยวน

ณัฐเดช ไตรรัตน์ ญาณินเข้ามาหลบมุมอยู่ด้วยกันที่มุมด้านหนึ่งจะแอบลอบเข้าไปในริเวอร์มูน แต่พบว่ามีคนงานเดินเฝ้ายามกันเพียบ
“โอ้โห คนเยอะขนาดนี้ ในบ้านนั้นมีนายกรัฐมนตรีหรือไง”
“แล้วเราจะเข้าไป ได้ยังไง”
“เชื่อมือโกลเด้นท์สิ”
“โกลเด้นท์ หมาเหรอ”
คนงานสองคนที่กำลังเฝ้ายามอยู่ สักพักมีอะไรแว่บๆ ผ่านไป คนงานหันมองไปแต่ไม่เห็นอะไร แค่ต้นไม้ไหวๆ ไม่ได้เอะใจอะไร เฝ้ายามต่อไป โดยไม่รู้ว่ากุมาริกาโผล่แว่บมาที่ด้านหลังทั้งคู่แล้ว กุมาริกาเอาฝ่ามือทั้งสองถูๆ กัน แล้วก็เอานิ้วแหย่รักแร้คนงานคนหนึ่งเต็มแรง แล้วกุมาริกาก็หายแว่บไป
“เย้ย”
“เป็นไรวะ”
คนงานคิดว่าเพื่อนแกล้ง หันมาโวย
“แหย่รักแร้ชั้นทำไม”
“ใครแหย่รักแร้แก ไอ้บ้า ไอ้วิตถาร คนอย่างชั้นจะแหย่ ต้องแหย่อย่างอื่นเว้ย”
คนงานงงๆ ไม่ได้คิดอะไร ทั้งคู่เฝ้ายามต่อไป กุมาริกาโผล่แว่บมาอีก คราวนี้แหย่รูหูคนงานอีกคน
“โอ๊ย” คนงานหันมาเอาเรื่องเพื่อน “แกไชหูชั้นเหรอ”
“อะไร ชั้นไม่ใช่แมงกะชอนนะเว้ย อย่าหาเรื่องกันดีกว่า”
คนงานทั้งสอง เขม่นกัน แต่ไม่มีหลักฐาน เลยต่างคนต่างหันหน้าหนี เฝ้ายามต่อ แล้วอยู่ๆ กุมาริกาก็โผล่มาอีก และแหย่รักแร้คนงานทั้งสองคนพร้อมกัน
คนงานทั้งคู่สะดุ้งโหยง แค้นกันและกัน
“หนอย” คนงานทั้งคู่โดดเข้า จั๊กกะจี๋กันและกัน “นี่แน่ะๆ”
เสี่ยปิยะพันธ์เดินออกมาพบว่าพวกคนงานกำลังจับคู่จักกะจี๋ แหย่เอว แหย่หู แหย่รักแร้ กันเองเป็นคู่ๆ หลายคู่ มีทั้งมุมนี้ มุนนั้น นัวเนียกันไปกับพื้น บ้างบ้าจี้ หัวเราะดิ้นพราดๆๆ
“เฮ้ย! อะไรกันวะ หยุดๆ” เสี่ยปิยะพันธ์เข้าไปถีบคนงานคู่นึงให้แยกจากกัน “บอกให้หยุด”
พวกคนงานหยุด ผละออกจากกัน แต่ยังเขม่นๆ กัน
“เป็นบ้าอะไรกันวะถึงเล่นจั๊กกะจี๋กันเองเป็นเด็กๆ ไปได้”
พวกคนงานแต่ละคู่แย่งกันตอบ ทุกคู่ตอบเหมือนกันหมด คือถูกแยงรักแร้
“ไอ้นี่มันมาแหย่รักแร้ผมก่อนครับ”
“แกนั่นแหละแหย่หูชั้นก่อน”
“แกนั่นแหละ รักแร้ดูแลไม่ได้”
พวกคนงานคู่อื่นๆ ก็โทษกันไปมา แบบเดียวกัน เหมือนๆ กันทุกคู่
“พอๆ พวกเอ็งทุกคนถูกแหย่รักแร้ แหย่หู จี๋เอวหมดเลยเหรอ”

เสี่ยปิยะพันธ์สงสัย รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติแล้ว รีบผละจากตรงนั้นไปทันที
 
อ่านต่อหน้า 2

The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 15 (ต่อ)

ภายในห้องเพ็ญนภา ติณห์และเพ็ญนภาจ้องกันตาเป็นมัน เพ็ญนภาจับมือติณห์มาโอบเอวตน เพ็ญนภาใช้สายตามองช้อนขึ้นไปสบตาติณห์ อย่างเว้าวอนน่าเอ็นดู ติณห์หลงเสน่ห์ เคลิ้ม

“ติณห์จะทำอะไรเพนนีคะ” เพ็ญนภาจับมือติณห์อีกข้างมากอดตัวเอง “หญิงไทยควรจะรักนวลสงวนตัว ติณห์ทำอย่างนี้ เพนนีเสียหายรู้มั้ย ปล่อยเพนนีเถอะค่ะ”
“ไม่มีทาง ผมไม่ปล่อยคุณอีกแล้ว”
ติณห์เสยผมเพ็ญนภา พินิจความงามเพ็ญนภาอยู่ดีๆ ติณห์ก็มีอาการกระตุก เพ็ญนภางง
“ติณห์ทำอะไรคะ”
ติณห์เริ่มเต้นท่าขำๆออกมา เช่น ทำมือรูปหัวใจแล้วกระเด้งหน้าอก หมุนตัว ยกขายกมือเต้นดิสโก้ ติณห์มีหน้าตาตื่น ประหลาดที่อยู่ๆ เต้นโดยไม่สามารถบังคับตัวเองได้
“ท่าอะไรอ่ะติณห์ หยุดเต้นแล้วมาหาเพนนีเร็ว”
กุมาริกานั่งหัวเราะอยู่ พร้อมกับทำท่าทางบังคับติณห์ไปด้วย
“ฮิๆ คุณติณห์โชว์สเต็ปหน่อย”
“ผมไม่ได้เต้นนะ ตัวผมมันไปของมันเอง ผมบังคับไม่ได้”
“มาค่ะติณห์ พอได้แล้ว หยุดเต้นเถอะ” ติณห์ไม่หยุดเต้นคราวนี้เต้นแนวละติน กุมาริกาทำท่านำ ติณห์ทำตาม “ว้าย...อะไรเนี่ย”
“ผมไม่รู้ ผมเป็นอะไรเนี่ย”
ติณห์เข้าโอบหลังเพ็ญนภา แล้วจับเพ็ญนภาหมุนไปหมุนมาไม่ยอมหยุด
“ว๊าย ช่วยด้วย เพนนีเวียนหัว กรี๊ด!”
ติณห์พยายามหยุด แต่หยุดไม่ได้
“ช่วยผมด้วย ผมหยุดไม่ได้”
กุมาริกาออกลีลาสุดสวิง ติณห์ออกลีลาตามดึงเพ็ญนภาไปมา จับเพ็ญนภาเต้นลอดขาตัวเองแบบเต้นแทงโก้ โยกย้ายส่ายสะบัด อยู่ๆ เสี่ยปิยะพันธ์เปิดประตูพรวดเข้ามา เพราะเป็นห่วงติณห์และเพ็ญนภา
“เพนนี”
เสี่ยปิยะพันธ์เข้ามา เจอติณห์เหวี่ยงเพ็ญนภามาทางตนเองพอดี
“เฮ้ย”
“อุ๊บส์” กุมาริกายกมือปิดตาตัวเอง
เสี่ยปิยะพันธ์รับเพ็ญนภาทัน แต่เพ็ญนภาหัวหมุน มึนสุดๆ ยืนไม่ติด เสี่ยปิยะพันธ์ต้องคอยประคองไว้
“ผมเปล่าครับ”

เสี่ยปิยะพันธ์ประคองเพ็ญนภาออกมาจากห้อง เพ็ญนภาแทบอ้วก ติณห์ยืนแก้ตัวอยู่หน้าห้อง
“เล่นอะไรกันวะ ทำเอาลูกโลกหมุนจะอ้วกแบบนี้ ทำไมมันพิเรนทร์แบบนี้”
“เพนนีกลับมาก่อน เตี่ยผมเปล่าทำ”
“ไป...กลับไปนอนห้องเตี่ยก่อน แหม ถ้าไม่ใช่เรื่องที่ดินนะ ไอ้ติณห์ แกหัวกุดไปแล้ว”
“เบาๆ ค่ะเตี่ย จะอ้วก”
เพ็ญนภาเดินจะเลี้ยวเขาหาผนังตลอด เสี่ยปิยะพันธ์คอยประคอง
“โธ่เว้ย! อะไรกันวะ หรือว่าผีแกรนด์ปา” ติณห์ตะโกนคนเดียวหน้าประตูห้อง
“มา...ออกมาเลย อย่ามายุ่งกับชีวิตผม”
ติณห์โมโหปิดประตูปัง เข้าห้องไปคนเดียว

ติณห์เดินโวยวายเข้าไปกลางห้อง
“มาเลย แกรนด์ปา มาเจอกันตัวๆ เลย” ทันใดมีเสียงเคาะประตู ติณห์หันขวับ “เพนนี เพนนีจ๋า My Sweetheart”
ติณห์รีบวิ่งไปเปิดประตู คนที่ยืนอยู่กลับกลายเป็นญาณิน
“แก มาอีกแล้ว คราวนี้ไม่รอด”
พูดไม่ทันจบ ณัฐเดช ไตรรัตน์ ออกมาจากด้านข้าง ล็อคแขนคนละข้าง ญาณินยกสร้อยเขี้ยวเสือไฟขึ้นมาคล้องคอติณห์ทันที
“ไม่”
ติณห์หมดแรง ล้มกองกับพื้น
“ขอบใจนะ โกลเด้นท์” กุมาริกาโผล่มา
“ไม่เป็นไรจ้ะ เออ พวกเจ๊รีบพาคุณติณห์ออกไปนะ เดี๋ยวหนูจะไปเคลียร์พื้นที่ก่อน”
“จ้า” กุมาริกาหายแว่บ
“พวกคุณคุยกับใคร อะไรคือโกลเด้นท์เบบี้” ไตรรัตน์ถามอย่างแปลกใจ
“หยุดถามและพาไอ้ติณห์ออกไปก่อนที่พวกมันจะมา” ณัฐเดชบอก
“ตัวใหญ่ขนาดนี้จะแบกไปยังไง ชั้นไม่แบกหรอกนะ” ณัฐเดชไม่ฟัง ควักปืนออกมาแล้วพุ่งออกไปเป็นทัพหน้า ญาณินตามไป “อ้าวเฮ้ย...”

ณัฐเดชกับญาณินโผล่ออกมาดูลาดเลา ทุกอย่างเงียบ ลูกน้องเสี่ยปิยะพันธ์วิ่งผ่านหน้าทั้งคู่ไป เอะอะโวยวาย
“ช่วยด้วย! ผีหลอก ผีหลอก”
ทุกอย่างปลอดโปร่ง ณัฐเดชให้สัญญาณญาณินรีบวิ่งออกไปจากตัวบ้านพัก ทั้งคู่วิ่งออกมาซักระยะหันกลับไปแล้วกวักมือเรียก
“เร็ว! ไอ้ไตร ชักช้าอยู่ได้”
ไตรรัตน์แบกติณห์อยู่บนหลังตัวเอง วิ่งขาแปออกมาจากบ้านเพราะความหนักของติณห์
“ช่วยก็ไม่ช่วย ยังจะมาเร่งอีก”
“เร็ว”
“เปลี่ยนมาให้ชั้นถือปืนแล้วแกมาแบกไอ้ฝรั่งนี่บ้างมั้ยวะ”
ทั้งหมดวิ่งต่อ จนไตรรัตน์ที่เหงื่อแตกแบกติณห์มาจนชนหลังณัฐเดช
“อ้าว หยุดไมวะ ถือปืนยังช้ากว่าชั้นอีก”
ไตรรัตน์เงยหน้าขึ้นมาแล้วต้องผงะเพราะเปรมถือปืนจ่อณัฐเดชและญาณินอยู่
“เสียใจด้วยนะ พวกแกเสร็จไอ้เปรมมันแล้ว”
เสี่ยปิยะพันธ์เข้า เพ็ญนภา มาจากอีกทาง เพ็ญนภายังเดินเป๋อยู่นิดหน่อย
“คิดเหรอว่าชั้นจะให้พวกแกเอาตัวว่าที่ลูกเขยชั้นไปง่ายๆ”
“พวกคุณทำไม่ถูกต้อง ทำเสน่ห์เพื่อสูบเอาทุกสิ่งทุกอย่างของคุณติณห์ไป ไม่ละอายแก่ใจบ้างหรือไง ทำตัวไม่ต่างจากขโมย”
“แกนั่นล่ะขโมย” เพ็ญนภาชี้ญาณินแต่ผิดทาง “ขโมยติณห์ของชั้นไป”
เสี่ยปิยะพันธ์หันนิ้วเพ็ญนภาให้ชี้ถูกจุด
“โอ้ว น้องสาวไอ้เปรม ตบมันเลยดีมั้ย พี่อยากถ่ายคลิปเป็นที่ระลึก” เปรมบอก
“เอาตัวติณห์คืนมาเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่คืน พี่เปรม ยิงมันเลย”
เสี่ยปิยะพันธ์ถามณัฐเดชอย่างกวนๆ
“ผู้กองณัฐเดช การยิงผู้บุกรุก ในที่ดินของเราเองถือเป็นการป้องกันตัว ไม่มีความผิดใช่มั้ย”

“อ้าว ไม่ผิดเหรอเตี่ย งั้นก็สนุกน่ะสิ ใครคนแรกดี” เปรมเล็งปืนไปที่ณัฐเดช “ขอคนในเครื่องแบบก่อนแล้วกัน...หนึ่ง...สอง...”

อยู่ๆ มีเสียงคำรามออกมาจากความมืด ทุกคนหันไปมอง มอเตอร์ไซค์แล่นพุ่งเข้ามาจากความมืดนั้นอย่างรวดเร็ว โฉบเฉี่ยว จนเปรมกับเสี่ยปิยะพันธ์เกือบถูกชน ต้องรีบโดดหลบคนละทิศละทาง ปืนกระเด็นหล่นหมด พอมอเตอร์ไซค์นั้นหยุด เห็นว่าคือหมอวรวรรธนั่นเอง

“พระเอกขี่ม้าขาวมาแว้ว หนีเร็ว”
ติณห์ฟื้นขึ้นมายังยืนงง ไม่มีเรี่ยวแรง เพ็ญนภาจะเข้าไปคว้าตัวติณห์
“ติณห์ขา มาหายัวร์แองเจิ้ลการ์เดี้ยนเร็ว...”
แต่ญาณินเข้ามาผลักเพ็ญนภาหงายท้อง แล้วคว้าตัวติณห์
“เทวดาผู้พิทักษ์รักษาคุณ คือชั้นต่างหาก ไป”
ญาณินกระชากติณห์ไป เพ็ญนภาจะลุกตามแต่ลุกไม่ได้ เพราะมึนไม่หายได้แต่ร้องโวยวายว่าลุกไม่ขึ้น ญาณินประคองติณห์ไปซ้อนรถขอหมอวรวรรธแล้วพากันออกไป ไตรรัตน์กับณัฐเดชรีบพากันออกไป
เปรมยันตัวได้จะไปคว้าปืนที่หล่นอยู่แต่คว้าไม่ได้ปืนเคลื่อนที่หนี เปรมจะคว้าอีก คว้าไม่ได้ ปืนกระดื๊บหนี
กุมาริกาเตะปืนทุกครั้งที่เปรมจะจับ
“อะไรวะเนี่ย เฮ้ย” ในที่สุดเปรมคว้าปืนมาได้ มองไปเห็นท้ายรถมอเตอร์ไซค์ไวๆ “ย๊าก!”
เปรมยิงไล่ตามไป แบบซี้ซั้ว กราดยิงไว้ก่อนมอเตอร์ไซค์แล่นหายไปเพ็ญนภาตะโกนเรียก
“ติณห์ ติณห์ เตี่ยๆ ติณห์หนีไปแล้ว ทำยังไงดีๆ”
“หนอย ที่ดินจะต้องเป็นของชั้น ตามไป”

เพ็ญนภารีบร้อนวิ่งกลับมาท่าทางตื่นกลัว ตกใจ แล้วลนลานไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเบอร์หมอผีสมคิด ทันทีที่มีคนรับสายเพ็ญนภาก็พูดกรอกไป
“พวกมันเอาตัวติณห์ไปแล้ว ช่วยด้วย ช่วยชั้นด้วย จะให้แลกกับอะไรชั้นก็ยอมทุกอย่าง แต่ติณห์ต้องเป็นของชั้น ของชั้นคนเดียว”
หมอผีสมคิดที่รับสายอยู่ แววตากร้าวขึ้นมาทันที
“มันผู้ใด คิดจะลองอาคมกับข้า มันผู้นั้นต้องพินาศ”
หมอผีสมคิดเดินแหวกพวกสาวกที่กำลังกราบไหว้บูชาอยู่ออกไปทันที พวกสาวกก้มกราบตามไปตลอดทางที่เดินผ่าน

ที่ราบกว้างบนเนินในป่า เงาสะท้อนของพระจันทร์ในอ่างน้ำมนต์เห็นสายสิญจน์พันรอบปากอ่าง โยงไปที่ คนธรสที่กำลังสวดปลุกเสกน้ำมนต์อยู่ และโยงไปจบที่เครื่องไอแพดที่มีหน้าหลวงลุงสุวิทย์กำลังสวดปลุกเสกอยู่เช่นกัน
เนตรศิตางศุ์ กรรณา กรรัมภากำลังชะเง้อรอญาณินอยู่
“เที่ยงคืนแล้ว ทำไมยังไม่มาอีก” กรรณาบ่นแล้วเห็นกรรัมภากำลังเติมหน้าอยู่
“เพื่อนจะเป็นจะตายยังมีอารมณ์โบ๊ะหน้าอีกเหรอ แต่โบ๊ะไปก็ดี ผีที่ไหนมาเห็นหน้าแกจะได้ไม่ตกใจ”
“อ้าว เดี๋ยวแม่ฟากด้วยกระเป๋าชาแนลหรอก ชั้นเชื่อใจเพื่อนหรอกยะว่าเพื่อนต้องทำสำเร็จ จะกระวนกระวายให้จิตว้าวุ่นไปทำไม ไม่มีประโยชน์ต่อพิธี”
“มีคนกำลังมา ได้ยินเสียงรถมั้ย”
เสียงรถใกล้เข้ามา แล้วอยู่ๆ มอเตอร์ไซค์ของหมอวรรธก็ขี่พุ่งเข้ามาจากด้านหนึ่งมีติณห์และญาณิน ซ้อนประกบท้ายมาด้วย เนตรศิตางศุ์อึ้งเมื่อเห็นหมอวรวรรธ
“หมอวรรธ...”
หมอวรวรรธขี่มาจอดตรงหน้าเนตรศิตางศุ์
“กำลังรอผมอยู่ใช่มั้ยครับ”
เนตรศิตางศุ์จะเดินหนีหมอวรวรรธ แต่สุคนธรสคว้าแขนเอาไว้
“เรื่องส่วนตัวไว้ทีหลัง”
“เอาตัวคุณติณห์ไปเร็ว”
ญาณินบอก ทุกคนเข้าไปเอาตัวติณห์ที่อ่อนแรง พาไปที่บริเวณพิธีแต่แล้วอยู่ๆ ญาณินที่ระโหยหน้าซีดสุดๆ ลงมาจากมอไซค์แล้ว เดินโผเผไป 2-3 ก้าว ก็หมดแรงล้มไปกับพื้น
“เจ๊จีจ้า”
กรรณา กรรัมภารีบเข้าไปดู ทิ้งหมอวรวรรธกับเนตรศิตางศุ์จับตัวติณห์ไว้ กรรณากับกรรัมภาพบว่าญาณินถูกยิงเข้าที่หัวไหล่เลือดไหล
“เจ๊จีจ้าถูกยิง”
แต่อยู่ๆ สุคนธรสกลับร้องออกมา
“ทุกคน แย่แล้ว”
“มีอะไรแย่กว่านี้อีก”
กรรัมภาต้องผงะ เมื่อมองตามสุคนธรสไปบนฟ้า เมฆและอากาศแปรปรวนรุนแรง มีเงาดำๆ ของพวกอีกาบินโฉบไปโฉบมากลางอากาศ เสียงร้องแหลมน่ากลัว ทุกคนหน้าซีด

หมอผีสมคิดกำลังบริกรรมคาถา ตรงหน้าคือโกศเก็บวิญญาณเรียงราย
“สัตว์เลี้ยงของข้า ภูติผีจากอเวจี จงอย่าปรานีต่อศัตรู ฉีกเนื้อและกัดกินพวกมันให้จมกองเลือด แล้วข้าจะปลดปล่อยพวกเจ้าเป็นอิสระ...ไป”
เหล่าวิญญาณพวกนั้นพวยพุ่งออกไปไม่หยุด พร้อมส่งเสียงแหลมน่ากลัวตลอด หมอผีสมคิดมีสีหน้าเหี้ยมมาก

ช่วงเวลาเดียวกันนั้น เสี่ยปิยะพันธ์ เปรมเดินถีบประตูถือปืนออกมาจากบ้านพักของติณห์ ตะโกนสั่งการพวกลูกน้องที่รอเต็มหน้าบ้าน
“พวกมันไม่อยู่ที่นี่ ไป...ไปตามหาให้เจอ ไป”
“ถ้าเจอพวกมันแล้ว ก็ฆ่าพวกมันซะ ใครทำได้ เตี่ยมีรางวัลให้...ไป” พวกลูกน้องเฮรับ
“คำสั่งไอ้เปรมมันถูกใจเตี่ยใช่มั้ยล่ะ ไปเว้ยพวกเรา”
เปรมเดินถือปืนออกไปด้วย แต่ณัฐเดชกับไตรรัตน์เดินเข้ามาขวาง
“พวกคุณจะไปไหนไม่ได้”

ทั้งหมดประจันหน้ากัน

 
บริเวณประกอบพิธีของห้าสาว พวกผีสัมภเวสีมากันมากขึ้นเรื่อยๆ ปะปนอยู่กับอีกา มาจากทั่วทิศ ไม่มีท่าว่าจะหยุด ทุกคนหน้าซีด
 
“ไม่มีเวลาแล้ว เราต้องทำพิธีเดี๋ยวนี้”
“แต่เจ๊บาดเจ็บอยู่นะ”
“ชั้นไหว” ญาณินพยายามจะลุก แต่ยังเจ็บบาดแผล
“อย่าฝืนเลย ถ้าแกฝืน แกนั่นแหละจะไม่รอดนะ” กรรัมภาบอก
“ชั้นบอกว่าไหวก็ไหวสิ ไป”
ญาณินฮึดลุกขึ้นมาจะไปที่พิธี ทุกคนประคองไป

หน้าบ้านพักติณห์ เปรมทำท่าจะขยับปืนแต่เสี่ยปิยะพันธ์ยกมือห้ามไว้
“กลับบ้านพักไปดีกว่าเสี่ย อย่าให้เรื่องบานปลายไปกว่านี้เลย” ณัฐเดชบอก
“เรื่องบานปลาย หึ เรื่องอะไรวะที่จะบาน”
“กักขัง หน่วงเหนี่ยวและบังคับขืนใจให้ไอ้ติณห์เซ็นยกที่ดินให้ และจากเรื่องพวกนี้ ตำรวจอาจสืบสาวไปสู่เรื่องผิดกฎหมายอื่นๆ ของเสี่ยก็ได้” ไตรรัตน์บอก
“พูดดีๆ นะ ใครบังคับขืนใจใคร ไอ้ติณห์มันเต็มใจเอาที่ดินของมันมาเป็นสินสอดสู่ขอลูกสาวชั้นเอง”
“ก็เพราะลูกสาวเสี่ยทำเสน่ห์ใส่ไอ้ติณห์น่ะสิ หรือเสี่ยจะปฏิเสธ”
“ทำเสน่ห์อะไร ไหนล่ะหลักฐาน แน่จริงก็พิสูจน์มาสิว่าเจ้าติณห์โดนทำเสน่ห์ พิสูจน์ให้ได้ว่าลูกสาวชั้นเป็นคนทำ อย่ามากล่าวหากันลอยๆ แล้วถ้ามีหลักฐานเมื่อไหร่ มาจับชั้นได้เลย ชั้นจะรอ”
“หลักฐานเหรอ ได้สิ”
เปรมสุดทนควักปืน เล็งไตรรัตน์ไว้
“อ๊าย! หุบปาก หนวกหู ไอ้เปรมมันไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วยแล้ว เข้าใจมั้ย”
เปรมทำท่าจะยิงไตรรัตน์ แต่แล้วอยู่ๆ เปรมก็หันปืนมาทางเสี่ยปิยะพันธ์ราวกับถูกผลัก
“เฮ้ย หันมาทางเตี่ยทำไม”
หลวงพิชัยภักดีจับมือเปรมเอาไว้
“ไอ้โง่ จะกร่างก็ควรกร่างให้มันถูกที่ถูกคนถูกเวลาหน่อยสิวะ”
“หันไปทางอื่นสิวะ”
เปรมพยายามดึงมือกลับ แต่ดึงไม่ได้เหมือนมีใครจับล็อกไว้
“ไอ้เปรมมันก็ไม่รู้ อะไรวะเนี่ย”
เสี่ยปิยะพันธ์ก้าวหลบไปทางไหน เปรมก็หมุนปืนตามไปทุกทาง กุมาริกาโผล่มาขี่หลังเสี่ยปิยะพันธ์
“หนีอย่างนี้ก็ไม่สนุกน่ะสิ หยุด”
เสี่ยปิยะพันธ์หนักมากจนขยับเขยื้อนไม่ได้ เหมือนถูกตรึงเท้าไว้
“เฮ้ย อะไรวะเนี่ย ฮึ่บๆ”
หลวงพิชัยภักดีบังคับให้เปรมยิง นัดแรกกระสุนลงพื้นใกล้ๆ เสี่ยปิยะพันธุ์
“แก ไอ้ลูกอกตัญญู แกจะฆ่าพ่อบังเกิดเกล้าเหรอ” เสี่ยปิยะพันธ์ตะโกนเรียกลูกน้อง
“พวกแกมาช่วยชั้นที”
พวกลูกน้องจะไปช่วยเสี่ยปิยะพันธ์ แต่เปรมหันปืนมาขวับ พวกลูกน้องผวา ไม่กล้าเข้า ชุลมุนกันไปมา
“คุณตำรวจไปช่วยสาวๆ ซิ เร็ว”
ณัฐเดชกับไตรรัตน์มองอาการของเปรม แปลกใจ แต่พอเข้าใจได้ ป้าอรวรรณวิ่งกลับมาพอดี ตกใจกับสิ่งที่เห็น
“เกิดอะไรขึ้นคะคุณณัฐ แล้วคุณญาณินอยู่ไหนคะ”
“คิดว่าทางนี้ เรามีคน...เอ่อ มีอะไรสักอย่างรับช่วงต่อแล้ว เรารีบไปช่วยพวกสาวๆ เถอะป้าออ ไป”
ไตรรัตน์ ป้าอรวรรณ ณัฐเดช รีบออกไป

พวกผีห่ายังลอยวนเวียน เริ่มโฉบเข้ามาใกล้บริเวณประกอบพิธีมากขึ้น ติณห์ถูกจับให้นั่งอยู่บริเวณพิธียังอ่อนแรง เพราะห้อยเขี้ยวเสือไฟเอาไว้ พวกห้าสาวยืนล้อมรอบติณห์ โดยมีหมอวรวรรธยืนถือไอแพดที่หน้าจอเป็นหลวงลุงสุวิทย์อยู่ด้วย โดยถือในท่าที่เหมือนถือรูปคนตาย
“อย่าถือท่านี้ ข้ายังไม่ตาย”
เสียงหลวงลุงสุวิย์บอก หมอวรวรรธรีบเปลี่ยนท่า
“เริ่มเลยเถอะหลวงลุง เดี๋ยวไม่ทันการ” สุคนธรสพูดไม่ทันจบ ผีห่าตนนึงก็พุ่งโฉบมา สุคนธรสหลบได้หวุดหวิด แต่เสื้อถึงกับขาด “ว้าย! เริ่มเดี๋ยวนี้”
หลวงลุงสุวิทย์เริ่มสวด พวกห้าสาวตั้งจิต ยืนตระหง่านรับแสงจันทร์อย่างเต็มที่
“ตั้งจิตให้มั่น รับพลังจากดวงจันทร์ พลังแห่งญาณพิเศษทั้งห้า ที่หลอมรวมเป็นหนึ่ง จะสามารถขับไล่อำนาจชั่วร้ายที่ปกคลุมคุณติณห์ไปได้”
เกิดรัศมีสีเดียวกับแสงจันทร์ปกคลุมทั้งห้าสาวไว้ เซ้นส์ของทั้งห้าสาวทำงานอย่างรุนแรง ภาพผีห่า เสียงหวีดแหลม และกลิ่นเน่าซากศพถาโถมเข้าหาห้าสาวอย่างรุนแรง จนทั้งห้าต้องตั้งสติให้มั่นยิ่งขึ้น พวกผีห่าที่แห่แหนกันพุ่งโฉบจะมาเล่นงานพวกห้าสาว แต่ก็ต้องผงะ เข้าทำอะไรไม่ได้ ราวกับมีบาเรียปกป้องเอาไว้ พวกผีห่าได้แต่วนเวียน ส่งเสียงน่าสยดสยองรอบๆ
หมอวรวรรธนึกกลัวเพราะอยู่นอกวงบาเรีย เขยิบเข้าไปชิดๆ เนตรศิตางศุ์อีก โดยไม่รู้ตัวว่ารอดคมเขี้ยวผีห่าไปฉิวเฉียด พลังของห้าสาวแผ่ขยายเป็นสายไปที่ติณห์ ติณห์นั่งอ่อนแรง ไร้พิษสง เขี้ยวเสือไฟที่ห้อยอยู่เปล่งประกายตอบรับพลังของห้าสาว
ญาณินหน้าซีดมาก แต่ยังฝืนยืนเอาไว้ได้ เลือกหยดลงพื้นติ๋งๆ เห็นว่าพวกผีห่ามาวนเวียนรอบญาณินมากกว่าคนอื่นๆ จ้องรอจะตะครุบทันทีถ้าพลาดท่าขึ้นมา แต่แล้วติณห์ที่สงบๆ เหมือนจะสิ้นฤทธิ์ก็กลับมีอาการเกร็ง เพราะเกิดการต่อสู้ของภาวะภายใน เห็นเส้นเลือดที่มือ ที่คอ ขึ้นอย่างเด่นชัด ติณห์เงยหน้ามอง แววตากร้าวสีดำ น่าขนลุก
พวกห้าสาวแปลกใจ
“ทำไม ทำไมยังลุกขึ้นมาได้ เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน”

ติณห์ยันตัวเองยืนขึ้นมา แล้วเงยหน้าขึ้นฟ้า แหกปากลั่น

หมอผีสมคิดกำลังบริกรรมคาถา ทำพิธีเร่งพลังชั่วร้ายในติณห์
 
“คิดจะสลายอาคมของข้า ไม่ง่ายหรอกนังหนู”
หมอผีสมคิดหยิบมัดเทียนมาเป่าคาถา แล้วเอาเทียนนั้นจุ่มลงไปในอ่างน้ำตรงหน้า น้ำปุดๆๆ และเกิดควันสีดำและเสียงร้องโหยหวนของกาน่าขนลุก
ติณห์ยืนเกร็งไปทั้งตัวกำลังต่อต้านกับเสียงบทสวดที่ได้ยิน พอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีกลับมีดวงตาดำขลับแบบอีกา
“แฮ่!”
“ว้าย!” เนตรศิตางศุ์ร้องอย่างตกใจ สุคนธรสปรามเสียงดัง
“เนตร อย่าเสียสติ ตั้งจิตให้มั่น อย่ายอมแพ้”
ติณห์พยายามจะเข้าทำร้ายพวกสาวๆ พลังของสาวๆ คนละสี เป็นสีรุ้งห้าแถบ เข้ามารวมตัวกับแสงสีเหลืองผ้าจีวรของหลวงลุงสุวิทย์ กลายเป็นรัศมีสีขาวสว่าง พุ่งเป็นเส้นเชือกไปมัดขาแขนติณห์ ญาณินที่ยืนถัดจากสุคนธรส เลือดหยดลงพื้นติ๋งๆๆ ท่าทางสะลึมสะลือ ยืนโงนเงน ใกล้สิ้นสติ
“ตั้งสติไว้เจ๊” สุคนธรสบอก ญาณินมีสติขึ้นมา พยายามฮึดสู้
ห้าสาวพยายามตั้งมั่น ไตรรัตน์กับณัฐเดชและป้าอรวรรณวิ่งตามมาถึง ตกใจกับภาพที่เห็น พยายามจะเข้าไป แต่ถูกพวกผีห่าพุ่งเข้าปะทะ แต่ทั้งหมดมองไม่เห็น รู้สึกถึงลมแรงที่ปะทะ กรีด จนเสื้อผ้าถูกกรีดขาดเป็นริ้วๆ
“เฮ้ย อะไรวะเนี่ย”
“เย้ย บาดเลือดซิบๆ เลยวะ” ณัฐเดชเอาแผลเป็นรอยกรีดให้ดู
“ว๊าย!นี่มันผีหรือเปล่าคะ ป้ากลัว ว๊าย...ว๊าย” ป้าอรวรรณร้องอย่างตกใจ
ติณห์คลุ้มคลั่ง เดี๋ยวคำราม เดี๋ยวสงบ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ตาเดี๋ยวปกติ เดี๋ยวดำ
“ช่วยด้วย แกต้องตาย ญาณิน ช่วยผมด้วย ชั้นจะฆ่าแก”
“คุณหนู ห้ามทำอะไรคุณหนูนะ ผีก็ผีวะ ตายเป็นตาย” ป้าอรวรรณรีบวิ่งนำสองหนุ่มเข้าไปหาญาณิน ประคองญาณินที่จะหมดแรงแล้ว “คุณหนูเลือดไหล คุณหนูป้ามาแล้วค่ะ...”
“ตอนนี้แหละ พี่ณัฐ น้ำมนต์”
ณัฐเดชกับไตรรัตน์ฝ่ากระแสลมไปอุ้มอ่างน้ำมนต์มา แล้วสะบัดไปรอบๆ ไล่พวกผีห่า แล้วสะบัดใส่ติณห์ทันที ติณห์คำรามด้วยความแสบร้อน ยิ่งโดนน้ำมนต์ ติณห์ก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้น เห็นภาพเงาดำของวิญญาณร้ายที่ซ้อนอยู่ในร่างติณห์จะหลุดออกมาแต่ก็กลับเข้าไปใหม่ ไม่ยอมออก
“อย่าหยุด”
ณัฐเดชกับไตรรัตน์พรมน้ำมนต์ต่อไป
“ญาณิน ผมเจ็บ ปล่อยชั้น ไม่อย่างงั้นมันตาย” ติณห์บีบคอตัวเองแน่น แววตาเหี้ยม แต่สักพัก แววตาติณห์กลับมาเป็นติณห์คนเดิม
“ช่วยผมด้วย”
สุคนธรสเตือนทุกคน
“อย่าหลงกลมัน ตั้งสติไว้”
ทุกคนพยายามตั้งจิตมั่น ติณห์บีบคอตัวเองหน้าตาคล้ำ หายใจไม่ออก แทบสิ้นลม
“อีกนิดเดียว อดทนไว้”
“คุณติณห์จะตายซะก่อนนะสิ” เนตรศิตางศุ์บอก
“เชื่อชั้นเถอะ” สุคนธรสบอก แต่แล้วอยู่ๆ ญาณินนั่นเองที่เป็นฝ่ายทรุดลงไป เพราะเสียเลือดมาก
“คุณหนู”
ติณห์ที่กำลังเสียทีกลับมีแรงขึ้นมาอีกครั้ง ยิ้มชั่วร้าย เลิกบีบคอตัวเอง พยายามต่อต้านอำนาจของห้าสาว จะลุกยืนขึ้นมาให้ได้
“เจ๊! อีกนิดเดียว อดทนหน่อย ลุกขึ้นมา” สุคนธรสร้องบอก
“พอเถอะ เดี๋ยวคุณญาณินก็ตายพอดี” ป้าอรวรรณบอกแต่สุคนธรสไม่สนใจ
“ลุกขึ้นมา”
ญาณินที่แทบไม่มีแรง พยายามลุกยืนอย่างทุลักทุเล ป้าอรวรรณคอยพยุงช่วยเต็มกำลัง อยู่ๆ ไอแพดในมือหมอวรวรรธส่งเสียง
“แย่แล้ว แบตฯไอแพดเหลืออีกแค่สิบเปอร์เซ็นต์”
“โอ๊ย บอกแล้วว่าอย่าเอาแต่เล่นเกม” กรรณาด่ากรรัมภา
“ถือข้าดีๆ เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา ข้ามึนหัว” หลวงลุงสุวิทย์ด่าหมอวรวรรธ
อยู่ๆ แสงจันทร์ก็ค่อยๆ หายไป ทุกคนเงยหน้ามองพบว่ามีเมฆลอยมาบังดวงจันทร์เอาไว้
“ให้มันได้ยังงี้เซ่”
สุคนธรสบ่นอย่างหัวเสีย ยิ่งเมฆบังพระจันทร์มากขึ้น ติณห์ก็แข็งแรงมากขึ้น ติณห์หน้าตาดุจผีร้าย แยกเขี้ยว จ้องญาณินเป็นเป้าหมาย ติณห์จะพุ่งเข้าหา แต่อยู่ๆ ทั้งณัฐเดชและไตรรัตน์ก็เข้ามาล็อคติณห์เสียก่อน แล้วจับติณห์กดลงพื้น พวกห้าสาวสวดต่อ
ติณห์คลุ้มคลั่ง เงาดำคลุ้มคลั่งซ้อนอยู่ แต่ไม่ยอมออกจากร่างติณห์ไปง่ายๆ
“น้ำมนต์”
หมอวรวรรธเห็นน้ำมนต์วางไว้ใกล้ๆ ตัวเอง
“ขออภัยนะครับหลวงลุง” หมอวรวรรธวางไอแพดลง แล้วหยิบน้ำมนต์ไป มีเสียงบ่นๆ ของหลวงลุงสุวิทย์ดังมา
ติณห์ดิ้นพล่าน พวกสาวยังสวดประสานกับหลวงลุงสุวิทย์ หมอวรวรรธจะเข้ามาพรมน้ำมนต์
“กรอกปากเลย” สุคนธรสบอก
“กรอกปาก”
“เออ กรอกสิ”
หมอวรวรรธราดน้ำมนต์ใส่ติณห์ เทกรอกเข้าปาก ติณห์กรีดร้องคลุ้มคลั่ง ผลักและถีบณัฐเดชกับไตรรัตน์กระเด็นไปหมด หมอวรวรรธที่จะเข้าไปจับติณห์ก็ถูกผลักกระเด็น สุคนธรส เนตรศิตางศุ์ กรรณา กรรัมภา ถูกลูกหลงกันไปหมด เสียหลัก ล้มไปหมด
เมฆกำลังบังพระจันทร์จะมิด ไอแพดหลวงลุงกระพริบถี่ๆ แบตจะหมด เสียงสวดของหลวงลุงสุวิทย์เริ่มขาดๆ หายๆ สุคนธรสเผชิญหน้าติณห์ สุคนธรสหยิบมีดหมอในย่ามออกมาชี้ไปที่ติณห์แล้วพนมมือ
“ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จงดลบันดาลให้พวกภูติ ผี ปีศาจ อำนาจมืดสิ่งใด ที่อยู่ในร่างชายคนนี้ จงร้อนรนหมกไหม้ดั่งถูกไฟทุกขุมนรกแผดเผาและจงย้อนกลับไปยังผู้ที่ส่งมันมาด้วยเถอะ...จงไป”
ทันใดติณห์หมดสติ ร่วงกับพื้น ราวเปลวเทียนที่ถูกเป่าดับวืบ ญาณินเห็นติณห์สิ้นสติก็โล่งอกและสิ้นสติตามไปอีกคน
“คุณหนูอย่าเป็นอะไรไปนะคุณหนู”
ไอแพดส่งเสียงเตือนถี่ แล้วดับไป

หมอผีสมคิดยังบริกรรมคาถาอยู่ แต่แล้วอ่างน้ำก็ระเบิดตู้ม หมอผีสมคิดผงะเนื้อตัวเปื้อนน้ำและเศษซากขนกาเต็มตัว หมอผีสมคิดเสียท่ามีเลือดไหลออกมาจากจมูก แววตาตะลึงที่พ่ายแพ้แล้วกลายเป็นแค้นกร้าวเจ็บใจมาก
“อ๊าก!”
ที่รีสอร์ทริเวอร์มูน เพ็ญนภากำลังกระวนกระวายชะเง้อรอพ่อและพี่อยู่ที่หน้าบ้าน
“ถ้าพวกมันถอนเสน่ห์จากติณห์สำเร็จ ติณห์จะต้องเกลียดชั้น แล้วชั้นจะอยู่ยังไง ไม่ๆ”

อยู่ๆ เพ็ญนภาผงะเฮือก เหมือนมีอะไรบางอย่างเข้าไปในร่างแล้วเพ็ญนภาก็ฟุบล้มลงไปนอนหมดสติกับพื้นทันที เพ็ญนภานอนคว่ำคาพื้น แต่ตาเหลือก ค้าง
 
อ่านต่อหน้า 3

The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 15 (ต่อ)

บริเวณประกอบพิธีของพวกห้าสาว พวกผู้ชายไปดูแลติณห์

“ไอ้ติณห์ไม่ได้สติเลยคุณรส”
“คุณหนูก็เหมือนกันค่ะ”
“พาคุณติณห์กับยัยนินกลับไปที่บ้านพัก ที่นั่นมียันต์ปกป้องพื้นที่เอาไว้แล้ว ผีนรกพวกนี้จะเข้ามาไม่ได้...ไป”
ไตรรัตน์ ณัฐเดชช่วยกันประคองติณห์ หมอวรวรรธจะช่วยแต่ไม่มีที่ว่างให้ ขณะที่พวกผู้หญิงดูแลร่างญาณิน
อยู่
“เจ๊จีจ้า ตื่นสิ เจ๊...”
“ว้าย!” เนตรศิตางศุ์ร้องอย่างตกใจ
“อะไรยัยเนตร”
กรรัมภาถาม เนตรศิตางศุ์ชี้ไปอีกทางหนึ่งด้วยแววตาตระหนก เพราะจากสายตาของเนตรศิตางศุ์เธอเห็นว่า
จิตของญาณินกำลังถูกพวกผีห่ากำลังรุมทำร้าย กระชากลากไปอีกด้านหนึ่งและจะจับลอยตัวขึ้นไป ญาณินพยายามตะเกียกตะกายสู้ แต่ก็อ่อนแรงมาก
“จิตเจ๊จีจ้ากำลังโดนพวกมันลากไป”
สุคนธรสรีบพุ่งไปทิศทางนั้นเพื่อจะช่วยเหลือญาณิน พวกผีห่ารุมจู่โจมสุคนธรส เข้ามาเกาะเอวเกาะหลังกัดลงไปตามคอ แขน ขา เนตรศิตางศุ์ กรรณา กรรัมภาตกใจเป็นห่วงเพื่อน
“ยัยรส”
แต่อยู่ๆ พวกผีห่าก็กระเด็นออกมาเพราะโดนกระสุนปืน หลวงพิชัยภักดีถือปืนยุคโบราณ ยิงพวกผีไม่ยั้ง
“ออกไป ออกไปจากที่ชั้นเดี๋ยวนี้ ไอ้พวกผีนรก”
กุมาริกากระโดดเข้ามาข้างหลวงพิชัยภักดี
“ปล่อยเจ๊จีจ้าญาณินเดี๋ยวนี้ อ๊าก!”
กุมาริกากระโดดเข้าไป โดยมีมือเป็นค้อนอันใหญ่ ไล่ฟาดพวกผีห่าที่รุมญาณินอยู่ จนกระจัดกระจายหมดไป
จิตของญาณินทรุดกองอยู่ตรงนั้น อ่อนแรง
“เจ๊จีจ้า กลับมาเร็ว กลับมา”
เนตรศิตางศุ์เรียกหลวงพิชัยภักดีกับกุมาริการีบเข้าไปดูจิตญาณิน
“ทำใจดีๆ ไว้แม่หนูญาณิน พวกชั้นมาช่วยแล้ว ทุกอย่างปลอดภัย เธอรีบกลับเข้าร่างเถอะ”
“ใช่ ตอนนี้เลยเจ๊ ไม่งั้นจะไม่ได้กลับเข้าร่างอีกนะ รวบรวมสติเร็วเจ๊”
จิตของญาณินลืมตาปรือ มองไปที่ร่างของตัวเอง แต่หมดแรงที่จะทำอะไร แล้วอยู่ๆ จิตญาณินก็สลายหายไปต่อหน้าต่อตา พวกสาวๆ ทั้งหมดอึ้ง โดยเฉพาะป้าอรวรรณร้องไห้ไม่ยอมหยุด

เสี่ยปิยะพันธ์กับเปรมเดินฉุนกลับมาที่บ้าน
“โธ่เว้ย อีกนิดเดียวที่ดินผืนนั้นก็จะเป็นของชั้นอยู่แล้ว อีนังผู้หญิงพวกนั้นมันเลี้ยงผีหรือเล่นของอะไรวะ ขนาดอาคมหมอผียังเอาไม่อยู่”
“ถ้าเตี่ยยอมให้ไอ้เปรมมันจัดการตามวิธีของไอ้เปรมมัน เตี่ยก็ไม่ต้องหงุดหงิดแบบนี้หรอก”
“คดีเก่ายังเคลียร์ไม่จบ อย่าหาเรื่อง ยังไงซะ โฉนดที่ดินของไอ้ติณห์ก็อยู่ในมือชั้น เหลือก็แค่ลายเซ็นของมัน...หึ ไม่ยากหรอก”
“เตี่ย”
เสี่ยปิยะพันธ์กับเปรมเห็นเพ็ญนภานอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น
“เพนนี” เสี่ยปิยะพันธ์รีบเข้าไปดูอาการเพ็ญนภา
“ตายแล้วใช่มั้ยเตี่ย”
“ไอ้ปากเสีย แช่งน้องตัวเองได้ไงวะ ยังหายใจอยู่ เพนนี ตื่น เพนนี”
เพ็ญนภาค่อยๆ ได้สติขึ้นมา
“เตี่ย”
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมแกมาหมดสติตรงนี้ ใครทำอะไรแก”
เพ็ญนภามึนๆเบลอๆ ลุกนั่ง มองมือเสี่ยปิยะพันธ์ที่จับตัวเองแล้วยิ้มพึงใจ ก่อนจะชะม้อยตามองเสี่ยปิยะพันธ์ที มองเปรมที สายตาชม้อย ทอดสะพานสุดฤทธิ์
“มองอะไรวะ ผีเข้าเหรอ”
เพ็ญนภายิ้ม ทำปากส่งจุ๊บให้เปรมที ให้เสี่ยปิยะพันธ์ที เสี่ยปิยะพันธ์กับเปรมงงปนสยอง เพ็ญนภาปลดเสื้อออก โชว์หัวไหล่ขาวๆ ทำท่ายั่วยวน
“ชอบม้ะ ชอบม้า รูปร่างหน้าตายังเงี้ย ถามหน่อยเถอะเพ่ ชอบมะ ชอบม้า”
“อี๋...ท่าทางมันยังกับโดนของเลยเตี่ย”
“หรือของที่แกทำไอ้ติณห์ มันจะย้อนกลับมาหาแก” เสี่ยปิยะพันธ์เข้าจับตัวเขย่า เรียกสติ
“เพนนี มีสติหน่อย” แต่เพ็ญนภากลับยิ้มยั่วยวน จะกอด จูบเสี่ยปิยะพันธ์ให้ได้
“ไอ้เปรม มาช่วยชั้นจับน้องแกทีเว้ย”
“ไม่เอา ไอ้เปรมมันรับไม่ได้ รับไม่ได้” เปรมวิ่งหนีเข้าบ้านไป
เสี่ยปิยะพันธ์จำต้องเอามือดันหัวเพ็ญนภาเอาไว้ห่างๆ ไม่ให้เพ็ญนภาจูบ
“ใครก็ได้ มาช่วยที เอ้ย...ไม่ได้เดี๋ยวเพนนีมันออกอาการกับคนอื่นล่ะก็ยุ่งเลย ไม่ต้องมาแล้ว ไปๆ”

วันต่อมาที่บ้านเสี่ยจำเริญ อาม่ายืนรอเจ๊หญิงอยู่หน้าบ้าน เสาวภาเดินผ่านมาพอดี
“ยืนทำอะไรอาม่า”
“อาสมหญิงหายไปไหนก็ไม่รู้ อาเสาวภาลื้อออกไปตามหาอีสิ ไปๆ”
“อาม่า อีไม่ใช่เด็กๆ แล้ว เดี๋ยวอีก็กลับมาเอง”
“บ๊ะ! ลื้อนี่มันใจจืดใจดำ”
“นี่ถ้าอั๊วหายไปบ้าง อาม่าจะร้อนใจสักครึ่งนึงของที่เป็นอยู่มั้ยเนี่ย”
อาม่าชะงัก เพราะเห็นเจ๊หญิงเดินเข้ามาพอดี
“อาสมหญิง”
เจ๊หญิงในชุดสาวกหมอผีสมคิดเดินเข้ามาในบ้าน ท่าทีสำรวม เป็นผู้มีบุญ โดยมีสาวกหญิงจากสำนักสมคิดติดตามมาสองคนซ้ายขวา คอยโปรยดอกไม้ให้ตามพื้น
“ลื้อหายไปไหนมาทั้งคืน”

เจ๊หญิงเดินผ่านอาม่าไป ไม่สนใจ ไม่แยแส อาม่ากับเสาวภางง รีบตาม

อาม่ากับเสาวภาตามมาที่ห้องนอนของเสี่ยจำเริญ แล้วก็ต้องแปลกใจเพราะเจ๊หญิงและสาวกทั้งสองกำลังเตรียมทำพิธีบางอย่าง ใช้ผ้าสีดำที่มีลายยันต์คลุมตัวเสี่ยจำเริญเอาไว้แทนผ้าห่มและที่หัวเตียงมีรูปหมอผีสมคิดขนาดกรอบรูปขนาดใหญ่วางอยู่

“ทำบ้าอะไรของอี”
“ปากเสีย นี่ต้องเป็นพิธีกรรมจากหมอสมคิดแน่ๆ” อาม่ายกมือไหว้
เจ๊หญิงหยิบกอขนอีกาที่ดูคล้ายๆ พัด เอาขึ้นมาจรดหน้าผาก แล้วท่องคาถาบางอย่าง ก่อนจะเอาขนอีกานั้นไล้จากหัวจรดปลายเท้าของเสี่ยจำเริญ หัวจรดเท้า หัวจรดเท้า หัวจรดเท้า
“อะไร จะทำอะไรอั๊ว”
“ผีร้ายออกไป ออกไป ออกไป”
“ออกไป๊ ออกไป”
เจ๊หญิงเอาขนอีกานั้นสะบัดไล่ผีไปรอบๆ เตียง พร้อมตะโกนขับไล่ผีร้าย พวกสาวกหญิงร้องรับเป็นทอดๆ ทั้งหมดเดินวนรอบเตียง
“ผีอะไรไม่มี แล้วทำไมแต่งตัวแบบนี้ ขำดีนะ ฮ่าๆ” เสี่ยจำเริญหัวเราะ
“อาเฮียไม่ต้องกลัวนะ พวกผีร้ายที่ตามอาฆาตอาเฮียและครอบครัวเราอยู่ จะทำอะไรเราไม่ได้อีก เพราะท่านอาจารย์สมคิดจะช่วยคุ้มครองเราจากภยันตรายทั้งปวง” เจ๊หญิงบอก
“พอ พอ หยุดเลย ฮ่าๆ ความดีสิคุ้มครองเราไม่ใช่แบบนี้ ฮ่าๆ”
“อาเฮียจะกลับมาแข็งแรง ครอบครัวเราจะอบอุ่นอีกครั้งนึง พนมมือ ตั้งจิตคิดถึงท่านอาจารย์เอาไว้ แล้วว่าตามชั้นนะ” เจ๊หญิงเริมสวด “โอ๊...เย”
เหล่าสาวกหญิงสั่นกระดิ่งรับ ให้ความรู้สึกสงบ สวยงาม
“โอ๊.... เย”
“โอ๊....เย”
“โอ๊ เย โอ๊ โอ๊ เย ผีร้าย ภัยอันตราย จงดับสลาย สมคิดคุ้มครอง”
“โอ๊ เย โอ๊ โอ๊ เย ผีร้าย ภัยอันตราย จงดับสลาย สมคิดคุ้มครอง”
“พอ หัวเราะจนท้องแข็งแล้ว ฮ่าๆ”
เสี่ยจำเริญหัวเราะ ขณะที่อาม่าทึ่ง ยกมือไหว้
“โอ๊ เย โอ๊ โอ๊ เย ผีร้าย ภัยอันตราย จงดับสลาย สมคิดคุ้มครอง”
พวกเจ๊หญิงสวดวนเวียนไปรอบๆ ห้อง เสาวภาเบ้ปาก แหวะ รับไม่ได้
“พนมมือสิ” อาม่าบอกกับเสาวภา
“บ้ากันไปหมดทั้งบ้านแล้ว” เสาวภาบอกแล้วเดินออกไป

ที่บ้านพักติณห์ หมอวรวรรธกำลังดูอาการของญาณินที่นอนอยู่ ทำแผลที่โดนยิงเสร็จแล้ว
“กระสุนไม่ได้ฝัง คุณนินแค่เสียเลือดมาก เลยหมดสติไป ไม่นานก็คงฟื้น”
“ฟื้น หมอแน่ใจได้ยังไง จิตของยัยเจ๊หายไปต่อหน้าต่อตาพวกเรา กลับเข้าร่างหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วหมอแน่ใจได้ไงว่าจะฟื้น”
“ใจเย็นๆ อย่าวีนผมสิครับ ผมก็วิเคราะห์ไปตามอาการที่เห็น ผมไม่ได้มีเซ้นส์อะไรแบบพวกคุณนะ”
ณัฐเดชเข้ามาปลอบเนตรศิตางศุ์ และกันหมอวรวรรธออกจากน้องสาว
“เสร็จหน้าที่หมอแล้ว ออกไปข้างนอกไป”
หลวงพิชัยภักดีมองสภาพญาณินแล้วทนไม่ได้ ผละไปโวยกับติณห์ที่นอนไม่ได้สติอยู่ไม่ไกลกัน
“ไอ้หลานเวร ข้าบอกแล้วว่านังปากแดงมันชั่ว ทีนี้เชื่อข้าหรือยัง แล้วดูสิ ทำให้แม่หนูญาณินต้องมาเดือดร้อนไปด้วย ถ้าหนูญาณินหลับไม่ตื่น แกต้องชดใช้”
“เจ๊จีจ้าฟื้นสิ เจ๊จีจ้า พี่รสหนูไม่เห็นจิตของเจ๊จีจ้าเลย”
“เนตร แกช่วยดูดีๆ อีกทีได้มั้ย”
“เนตรดูดีแล้ว ดูตลอดเวลา ทั้งในบ้าน นอกบ้าน ที่ไหนๆ ก็ไม่เห็นมีเลย”
“หยุด ทุกคนอย่าดราม่า จิตของยัยเจ๊อาจกลับเข้าร่างไปแล้วก็ได้ ยัยเจ๊เป็นคนดี เก่ง และก็เข้มแข็งมาก ยัยเจ๊ต้องไม่เป็นอะไรแน่” กรรณาบอก
“ป้าก็หวังว่าเป็นอย่างนั้น” ป้าอรวรรณนั่งเฝ้าญาณินตลอดเวลา
ทุกคนนิ่ง ไม่มีใครกล้ามั่นใจ

เสี่ยปิยะพันธ์มองสภาพเพ็ญนภาที่ถูกจับมัดติดกับเตียงเอาไว้ ท่าทางคลุ้งคลั่ง แต่อ่อนแรงลงบ้างแล้ว สักพัก เปรมเดินกลับเข้ามา
“ไอ้เปรมมันโทรถามหมอสมคิดแล้ว หมอบอกว่าเพนนีถูกของย้อนเข้าตัว แต่ไม่มีอะไรน่าห่วง ให้เอาสร้อยพระที่ขลังๆ คล้องคอไว้ สักพักจะดีขึ้น”
“สุดหล่อ มาเล่นไรหนุกๆ กันม้า จุ๊กกรู๊”
“งั้นเอาของเตี่ยไปใส่เลย” เสี่ยปิยะพันธ์ถอดพระออกมาแล้วรีบคล้องให้เพ็ญนภา
“เตี่ย เตี่ยจะเอาไงต่อ อย่าบอกนะว่าจะอยู่เฉยๆ เราต้องเล่นพวกมันคืนนะเตี่ย ให้ไอ้เปรมมันออกโรงเถอะ”
เสี่ยปิยะพันธ์กำลังคล้องพระให้เพ็ญนภาอยู่ รำคาญเปรม
“แกอยู่เฉยๆ ได้มั้ย”
“ตะเอ๊ง คันอ่ะ คันๆเกาหลังให้หน่อย”
“โว้ย ไม่ไหวแล้ว”
“เพนนี เตี่ยจะล้างแค้นให้เอง”
เพ็ญนภาส่งสายตาปริบๆ ให้

"คันหู ไม่รู้เป็นอะไร เอาสำลีมาปั่น ก็ไม่หาย"

ที่รีสอร์ทของติณห์ ไตรรัตน์และสุคนธรสกำลังจะขึ้นรถกลับกรุงเทพโดยมีเนตรศิตางศุ์มาส่ง

“ทั้งคู่น่าจะปลอดภัยแล้วล่ะ แต่ยังไงก็ฝากดูแลด้วยนะเนตร”
“จ้ะ รีบกลับเถอะ ขับรถดีๆ นะคะ” เนตรศิตางศุ์หันมาบอกไตรรัตน์
“จ้ะ แล้วเจอกัน”
เนตรศิตางศุ์หันมากระซิบกับสุคนธรส
“รีบกลับไปช่วยแม่ว่าที่สามีให้ได้นะ”
“โอ้โห เนตร เดี๋ยวนี้ร้ายนะยะ”
เนตรศิตางศุ์หัวเราะ
หมอวรวรรธแอบดูทั้งหมดอยู่อีกมุมหนึ่ง จนกระทั่งรถไตรรัตน์และสุคนธรสแล่นออกไป เนตรศิตางศุ์กำลังยืนโบกมือลาเพื่อน หมอวรวรรธรีบออกจากที่แอบจะเข้าไปคุยกับเนตรศิตางศุ์ แต่ณัฐเดชโผล่พรวดเข้ามาขวางหมอวรวรรธ หมอวรวรรธหน้าเสีย
“อย่าแม้แต่จะคิด” ณัฐเดชชี้หน้าหมอวรวรรธ
“พี่ณัฐครับ ผม...”
“หยุด ชั้นจะให้แกกลับไปอย่างเงียบๆ แบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะชั้นถือว่าเมื่อคืนแกช่วยเพื่อนชั้นไว้ และแกก็ช่วยญาณินจากแผลที่ถูกยิง”
“แต่...”
“แต่ถ้าแกยังพูดต่อแม้แต่อีกคำเดียว แกรู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
หมอวรวรรธคอตก ไม่ได้แม้แต่จะอธิบายความในใจ หมอวรวรรธหันหลังเดินกลับอย่างหมดเรี่ยวแรง...

รถของเคธี่แล่นปรู๊ดมาจอดที่หน้าบ้านเสี่ยจำเริญ เคธี่ก้าวลงจากรถพร้อมคุยบลูทูธ
“มัม สต็อปๆ เคธี่รู้แล้วว่ามัมเป็นหนี้มากมายมหาศาล แล้วเคธี่ต้องหาเงินมาช่วยมัม รู้แล้วๆ นี่ก็กำลังหาเงินอยู่ หาได้เมื่อไหร่ จะโทรไปหาเอง ไม่ต้องโทรมาอีก”
เคธี่กดตัดสาย อารมณ์เสีย กำลังจะกดกริ่ง แต่พอมองเข้าไปก็ชะงักเมื่อเห็นเจ๊หญิงกับสาวกสองคน กำลังทำพิธีอะไรบางอย่าง มีโต๊ะพิธีที่ตั้งเครื่องรางรูปอีกา เจ๊หญิงกำลังโปรยขนอีกาไปรอบๆ โต๊ะพิธี สลับกับการยกมือไหว้ในท่าแบบอีกาสยายปีก คือ พอพนมมือ จรดหน้าผากเสร็จก็กรีดกรายสองมือออกไปข้างๆ ราวกับเป็นปีกนก ทำซ้ำๆ
อาม่าพนมมือศรัทธาไปด้วยอยู่ห่างๆ และไหว้ในท่าอีกาสยายปีกไปด้วย
“เจ๊หญิงทำอะไร”
แต่อยู่ๆ เสาวภาโผล่มาตรงหน้าเคธี่
“มาหาใคร”
“ว้าย”
“เธออีกแล้วเหรอ อาไตรไม่อยู่ กลับไป”
“เดี๋ยวค่ะๆ เจ๊หญิงแกทำอะไรอยู่อ่ะคะอี๊”
“อีจะแปลงร่างเป็นหงส์ดำมั่งเหอะ ไม่รู้ไปเคารพศรัทธาอะไรหมอสมคิดมาก บอกให้ทำพิธีกรรมประหลาดยังไงก็ทำตาม อีเพี้ยนไปแล้ว”
เคธี่มองไปที่เจ๊หญิง ตาวาว คิดแผนอะไรขึ้นมาได้

ที่บ้านพักติณห์ ขณะนั้นติณห์ค่อยๆ ได้สติ ลืมตาขึ้นมา มองไปรอบๆ มีอาการมึนหัว แล้วก็มองไปเห็นญาณินที่ยังนอนสลบอยู่ไม่ไกลกัน กำลังจะลุกไปหา แต่อยู่ๆ กุมาริกาโผล่แว่บมาตรงหน้า
“คุณติณห์ตื่นแล้ว”
“เฮ้ย หนู จะร้องเสียงดังทำไม เบาๆ” อยู่ๆ ติณห์ก็หน้าคะมำ “โอ๊ย”
ติณห์เห็นแต่กุมาริกา แต่ไม่เห็นหลวงพิชัยภักดีจึงแปลกใจว่ามีใครตบหัว หลวงพิชัยภักดียืนอยู่ด้านหลัง เพิ่งตบหัวติณห์ไป
“ไอ้หลานตัวดี รู้บ้างมั้ยว่าแกก่อปัญหาอะไรไว้ พูดแล้วก็แค้น ขออีกสัก...”
ป้าอรวรรณถือกะละมังผ้าขนหนูจะมาเช็ดตัวให้ญาณินเข้ามาเสียก่อน ป้าอรวรรณไม่เห็นผีสักตัว
“คุณติณห์” ป้าอรวรรณรีบวิ่งมาปกป้องญาณิน
“เป็นอะไร”
“เขากลัวแกจะไปทำร้ายหนูญาณินอีกน่ะสิ” หลวงพิชัยภักดีบอกแต่ติณห์ไม่ได้ยิน
“ตอบมา ว่าหายหรือยัง ตอบมาให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้นอย่าหวังเลยว่าป้าจะยอมให้เข้าใกล้คุณหนูของป้าอีก” ติณห์งง ตั้งตัวไม่ทัน “ไม่ต้องมาทำซื่อ ไม่มีใครหลงกลคุณแล้ว จะตอบไม่ตอบ ห๊า”
“หยุดพูดเถอะป้า ผมปวดหัว”
“โดนด่าแค่นี้ทำเป็นบอบบาง ด่าอีกเลย ด่าอีก” หลวงพิชัยภักดีบอกแต่ไม่มีใครได้ยิน
“คุณนั่นแหละคะทำทุกคนปวดหัว โฉนดก็เอาไปให้เค้า แล้วสรุปงานตกแต่งรีสอร์ท ยังจะให้ทำมั้ยคะ เงินจะได้หรือเปล่า จะเอาไงก็ว่ามา”
“ใช่...”
ติณห์ เครียดมากขึ้น ปวดหัว
“พอได้แล้ว หยุดพูด”
“คุณตา คุณติณห์เขาเป็นปกติหรือยัง” กุมาริกาถามอย่างสงสัย
“ข้าว่าหายแล้วนะ เจอพิธีขนาดนั้น อาคมมันยังอยู่ได้ก็ให้มันรู้ไป”
“ป้าไม่ต้องการให้คุณหนูของป้าเจ็บช้ำเพราะคุณอีก ป้าจะพาคุณหนูนินกลับกรุงเทพ ส่วนคุณก็ไม่ต้องมายุ่งกับคุณหนูของป้า จะกลับไปรักกับคุณเพนนีก็ไป”
ติณห์เครียด ปวดหัว กรรัมภาถือถาดข้าวต้มเข้ามาให้ กรรณาถือมายื่นให้ป้าอรวรรณด้วย
“ข้าวต้มปลามาแล้ว อันนี้ของเจ๊จีจ้าค่ะป้าออ”
กรรัมภาถือถาดข้าวต้มไปยื่นตรงหน้าติณห์
“คุณติณห์ทานเลยมั้ยคะ กำลังร้อนๆ”
ติณห์เงยหน้ามองถาดข้าวต้ม หน้าตาเครียด

เนตรศิตางศุ์ยืนมองวิวอย่างเหม่อลอย ณัฐเดชเดินเข้ามา
“เนตร บางทีการอยู่คนเดียวเงียบๆ ก็ทำให้เราสงบขึ้น มีสติขึ้น แล้วก็เกิดปัญญาด้วยจริงไหม คิดอะไรได้อย่างละเอียด”
“สอนเป็นพระเลยนะพี่ณัฐ เนตรไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย”
“จริงอ่ะ” ณัฐเดชขยี้หัวเนตรศิตางศุ์เบาๆ
“ดีแล้ว พี่มีน้องสาวคนเดียว พี่ดูแลของพี่มาตั้งแต่เด็กๆ พี่ไม่ยอมให้ใครมายุ่มย่ามน้องพี่หรอก”
ณัฐเดชบอกแล้วนึกถึงอดีต ซึ่งตอนนั้นเนตรศิตางศุ์อายุราว 6-7 ปี เดินร้องไห้ตัวเปียกเข้ามาหาณัฐเดชวัยเด็ก อายุประมาณ 10-12ปี ณัฐเดชตกใจที่เห็นเนตรศิตางศุ์รีบเข้าไปกอดและถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้น
วัยรุ่นอายุ 16-18ปี 3-4 คน มีลูกโป่งใส่น้ำหลายลูก คอยไล่ขว้างเด็กๆ ที่ตัวเล็กกว่า ทั้งหมดหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งคนอื่น หนึ่งในวัยรุ่นหันมาเห็นอะไรบางอย่างและสะกิดเพื่อนให้ดูตาม เนตรศิตางศุ์และณัฐเดชยืนอยู่ ณัฐเดชมีสี

หน้าเอาเรื่อง หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นเห็นอย่างนั้นก็ปาลูกโป่งใส่น้ำอัดหาณัฐเดช ณัฐเดชคว้าท่อนไม้ที่เหน็บกับกางเกงด้านหลังออกมาตีใส่ลูกโป่งแตกน้ำกระจายแล้ววิ่งถือไม้เข้าใส่กลุ่มวัยรุ่น กลุ่มวัยรุ่นแตกกระเจิง

เนตรศิตางศุ์มีสีหน้าภูมิใจที่มีณัฐเดชคอยดูแลปกป้อง
 
เนตรศิตางศุ์ ยิ้มหัวเราะกับณัฐเดช เมื่อนึกถึงวันเก่าๆ ทั้งคู่หัวเราะกัน ณัฐเดชชี้ให้ดูแผลเป็นจากการลุยกลุ่มวัยรุ่นวันนั้น แต่แล้วอยู่ๆ มีเสียงเพล้งๆ ดังมา ณัฐเดชและเนตรศิตางศุ์อึ้ง หันมองตามทิศทางของเสียง
กรรัมภายืนอึ้งในมือว่างเปล่า เพราะถาดและชามข้าวต้มหกกระจายทั่วพื้นไปหมด ติณห์ยืนตรงหน้ากรรัมภาท่าทางคลุ้งคลั่งขึ้นมา
“เพนนี เพนนีอยู่ไหน ไปพาเพนนีมา”
กรรณา ป้าอรวรรณ ตะลึงหมด
“ไอ้ติณห์ เอ็งเป็นอะไรของเอ็ง”
“คุณติณห์ ตั้งสติดีๆ พวกเราจะช่วยคุณนะ”
“มาใกล้ผม พวกคุณจับตัวผมมาทำไม พรากผมจากเพนนีทำไม คิดจะทำอะไร หรือว่า จะล้างสมองผม...ไอ้พวกชั่ว คิดจะรวมหัวกันปอกลอกผมใช่มั้ย ออกไปจากบ้านผม ไป”
“อ้าว ไหนว่าพี่สุคนธรสทำพิธีถอนเสน่ห์สำเร็จแล้วไง” กุมาริกาถามหลวงพิชัยภักดี
“เออ ทำไมเรื่องมันกลับตาลปัตรวะ”
ณัฐเดชวิ่งเข้ามา โดยมีเนตรศิตางศุ์ตามหลัง
“เกิดอะไรขึ้น ไอ้ติณห์”
“ชั้นจะไปหาเพนนี”
ว่าแล้วติณห์ก็วิ่งพรวด ชนณัฐเดชที่ไม่ทันตั้งตัวกระเด็น ออกจากบ้านไปทันที ทุกคนได้แต่อึ้ง เหวอ ไม่เข้าใจ
“นี่มันอะไรกัน”
“ทำไมเป็นแบบนี้ หรือว่าพิธีถอนเสน่ห์ จะไม่สำเร็จ”
“เป็นอย่างนี้ ตลอด ตลอด ตลอด”
ทุกคนอึ้ง เครียด
“ไม่ยอม ข้าไม่ยอม”
หลวงพิชัยภักดีโวยวาย

ขณะนั้นเพ็ญนภากำลังลากกระเป๋าเดินทางออกมาจะเอาไปที่รถ เสี่ยปิยะพันธ์ตามมาห้ามดึงเพ็ญนภาไว้ เปรมตามออกมา
“เพนนีหยุดได้แล้ว พอหายดีแล้วก็จะไปเลยเหรอบอกเตี่ยมาจะไปไหน”
เพ็ญนภากระชากกระเป๋าคืนมา
“เอาคืนมา เตี่ยทนอยู่ได้ก็ทนไป แต่เพนนีอยู่ไม่ได้ เพนนีทนให้ติณห์มองด้วยสายตารังเกียจชิงชังไม่ได้ เพนนีจะหนีไป”
“แล้วแกจะหนีไปถึงเมื่อไหร่”
“ไม่รู้ ไว้ค่อยคิด แล้วเพนนีจะส่งข่าวมาแล้วกันนะเตี่ย”
“มุขไหนวะ ยัยเพนนี”
เพ็ญนภาโยนกระเป๋าขึ้นรถแล้วรีบขึ้นไปสตาร์ทรถ แต่พอเพ็ญนภาจะออกรถ อยู่ๆ ติณห์ก็วิ่งเข้ามาขวางหน้ารถเอาไว้ ไม่ให้ไป
“เพนนี”
เพ็ญนภานิ่ง ตกใจ
“ติณห์”
เปรมควักปืนออกมาเล็งไปที่ติณห์อย่างอัตโนมัติทันที ติณห์จ้องหน้าเพ็ญนภาเขม็ง แล้วอยู่ๆ ติณห์ก็ทรุดลงตรงหน้ารถ คุกเข่าต่อหน้าเพ็ญนภา
“เพนนี ผมรักคุณ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรู้สึกผมไปได้ ได้โปรด แต่งงานกับผมนะ พลีส”
ทุกคนงง อึ้ง

ไตรรัตน์กับสุคนธรสลงจากรถที่บ้าน ไตรรัตน์เห็นเจ๊หญิงกำลังบรีฟคนงาน 2-3 คนเดินเข้าไปหา ในขณะที่สุคนธรส ฟุดฟิดจมูกได้กลิ่นเน่าแปลกๆ
“กลิ่นอะไรเน่าๆ”
แต่สุคนธรสไม่สนใจ ตามไตรรัตน์ไป
“ม้าครับ”
“ฮ้า อาตี๋” เจ๊หญิงดีใจ เข้ามากอดลูก ไม่แยแสสุคนธรสเลย
“ม้าหายดีแล้วเหรอ”
“ม้าไม่ได้ป่วยอะไรสักหน่อย ลูกมาเหนื่อยๆ ไปพักในบ้านก่อนนะ เอ้า เริ่มงานวันนี้เลยนะ” เจ๊หญิงหันไปบอกคนงาน
“แม่เอาช่างมา”
“อาจารย์สมคิดท่านแนะนำมา ว่าที่ครอบครัวเรามีปัญหานั่นนี่มาตลอด เพราะศาลพระภูมิเก่าท่านไม่ดูแล...อาจารย์สมคิดเลยเสนอตัวจะช่วย ท่านจะมาดูแลครอบครัวเราแทนพระภูมิเอง ม้าก็เลยจะเอาศาลพระภูมิออก”
“บ้านที่ไม่มีศาลพระภูมิ ก็เท่ากับไม่มีอะไรปกป้องดูแลคนในบ้านจากสิ่งชั่วร้ายไว้เลยนะคะ” สุคนธรสบอก
“รู้อะไรก็ไม่ต้องออกความเห็นได้มั้ย ม้าจะสร้างรูปปั้นอาจารย์สมคิดมาแทนที่ตรงนี้เลย นี่ๆ” เจ๊หญิงไปหยิบภาพขนาดเท่าตัวจริงของหมอผีสมคิดมาอวด
“แม่มีแบบแล้ว ท่านจะยืนในท่านี้ หันหน้าไปทางทิศตะวันตก เป็นไง หล่อเนอะ”
“เจ๊หญิง”
“ไม่ต้องอวดรู้อวดฉลาด ถึงเธอจะเคยได้เสียกับลูกชั้นแล้ว แต่ก็ใช่ว่าเธอจะมีสิทธิมีเสียงในบ้านนี้ได้นะ...ได้กันครั้งสองครั้ง ชั้นไม่นับเป็นสะใภ้หรอก ผู้หญิงที่จะมาเป็นสะใภ้ชั้น ต้องรู้อะไรดีอะไรชั่ว ใครควรเคารพนับถือ ไม่ใช่พวกขวางโลกอย่างเธอ อ้าว หนูเคธี่จ๊ะ ออกมาเร็ว...”
“เฮ้ ธไรซ์”
เคธี่เดินเข้ามาในชุดสาวกหมอผีสมคิดแบบเดียวกับเจ๊หญิง
“เคธี่”
ทั้งไตรรัตน์และสุคนธรสอึ้ง ไม่อยากเชื่อสายตาว่าจะเห็นเคธี่ในชุดแบบนี้ เจ๊หญิงมองเคธี่อย่างชื่นชม
“คนนี้แหละ เหมาะสมกับลูกที่สุด”
ไตรรัตน์อึ้งๆ สุคนธรสได้แต่เซ็ง แต่แล้วมือถือก็ดัง สุคนธรสเห็นเป็นเบอร์จากกรรัมภา ตัดใจเดินแยกออกไปรับสายอีกด้านหนึ่งทันที

สุคนธรสคุยโทรศัพท์กับเพื่อนอย่างตกใจ
“เป็นไปไม่ได้”
“กรรัมภากำลังพูดสายอยู่ พูดด้วยสปีกเกอร์
“ตอนนี้คุณติณห์วิ่งหนีเตลิดไปหายัยเพนนีเรียบร้อยโรงเรียนฝรั่งแล้ว”
“แกทำอะไรผิดพลาดไปในพิธีหรือเปล่ายัยรส” กรรณาถาม
“ไม่ผิด ทุกอย่างปกติ พวกแกก็เห็นเหมือนที่ชั้นเห็น แล้วมันจะเป็นแบบนี้ได้ยังไง”
“รส เป็นไปได้มั้ย ที่คุณติณห์ถูกเสน่ห์นานเกินไป นานจนความรู้สึกรักหลงได้ถูกฝังลึกเข้าไปในจิตใต้สำนึก จนกลายเป็นจริง...กลายเป็นรักจริงๆ ขึ้นมา” ณัฐเดชถาม
“รสก็ไม่รู้ ไม่น่าเป็นไปได้ ไม่น่าเชื่อ” สุคนธรสทำหน้างงๆ

ติณห์ยังอยู่ที่รีสอร์ทริเวอร์มูน และยังคงคุกเข่าที่เดิม เพ็ญนภานั่งในรถ ตั้งตัวไม่ทัน ไม่อยากเชื่อ เสี่ยปิยะพันธ์กับเปรมรอดูท่าที
“ไหนว่า นังพวกนั้นถอนเสน่ห์ให้ไอ้ติณห์แล้วไงเตี่ย”
“ชั้นจะไปรู้มั้ย”
“เพนนี ผมรักคุณ ผมอยากแต่งงานกับคุณ คุณอย่าทิ้งผมไปไหนเลยนะ ผมขอร้อง ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนที่คนชั่วพวกนั้นมาลักตัวผมไป แต่ผมกลับมาแล้ว ผมยอมตายดีกว่าถ้าไม่ได้อยู่กับคุณ”
“ติณห์ นี่พูดจริงเหรอ”
เพ็ญนภากำลังจะใจอ่อนจะลงจากรถ แต่อยู่ๆเ ปรมเข้ามาขวาง ผลักเพ็ญนภาให้กลับเข้าไปในรถเขยิบไปนั่งข้างคนขับแล้วเปรมก็โดดขึ้นนั่งที่คนขับเอง

“พี่เปรม จะทำบ้าอะไร” เพ็ญนภาถามอย่างตกใจ
 
อ่านต่อ หน้า 4

The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 15 (ต่อ)

“ไอ้เปรมมันจะพิสูจน์ให้แกเห็น ว่ามันพูดจริงหรือเล่นน่ะสิ แกบอกว่ายอมตายเพื่อเพนนีได้ใช่มั้ย” เปรมตะโกนถามติณห์
“ใช่”
“ดี งั้นถ้าแกรักเพนนีจริง คุกเข่าไว้นะไอ้ติณห์”
เปรมสตาร์ทรถ พร้อมพุ่งเข้าใส่
“พี่จะทำบ้าอะไร อย่านะ”
“ไอ้เปรม แกอย่าหาเรื่องให้ตัวเองได้มั้ย ลงมา”
เสี่ยปิยะพันธ์ร้องบอกแต่เปรมไม่ยอมหยุด
“รักมากใช่มั้ย”
เปรมออกรถเข้าใส่ติณห์ ติณห์อึ้ง

อีกด้านหนึ่งทันใดนั้นญาณินลืมตาโพลง
“คุณติณห์”
ป้าอรวรรณที่นั่งสวดมนต์ให้ญาณินอยู่ รีบออกมา
“คุณหนูฟื้นแล้ว คุณหนูของป้า คุณพระคุณเจ้าช่วยคุณหนูแล้ว”
“ป้าออ คุณติณห์ล่ะ คุณติณห์อยู่ไหน” ญาณินถามหาติณห์อย่างเป็นห่วง
“คุณติณห์ ไม่อยู่หรอกค่ะ”
“เค้าไปไหน”

ติณห์ยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมทำใจสู้ ไม่ยอมลุก เปรมเหยียบคันเร่งสุดๆ เป็นจังหวะวัดใจ ติณห์ก็ไม่ลุก เปรมก็ไม่เบรก จนกระทั่งเปรมเห็นว่าติณห์ไม่ลุกแน่ ตัดสินใจเหยียบเบรกแต่ช้าไป รถไม่ชะลอกำลังจะพุ่งชนติณห์แน่ๆ แต่แล้วเสี่ยปิยะพันธ์ก็วิ่งมากระชากติณห์หลบไปได้ก่อนอย่างหวุดหวิด แล้วรถก็ไถลไปจอดไกล...ติณห์ปลอดภัยดี เพ็ญนภารีบลงจากรถมา
“ติณห์”
เพ็ญนภาวิ่งกระโจนเข้ากอดกับติณห์
“เพนนี ผมรักคุณ ให้ผมตายก็ยอม”
“ค่ะ เพนนีเชื่อแล้ว”
ติณห์กับเพ็ญนภากอดกันกลม เนตรศิตางศุ์ กรรณา กรรัมภา ณัฐเดชที่เข้ามาเพื่อมาตามติณห์ แต่กลับเห็นภาพติณห์กอดกับเพ็ญนภากลมดิ๊ก ทั้งหมดยืนอึ้ง หมดหวัง ติณห์จูบกับเพ็ญนภาทุกคนตะลึง

ส่วนที่บ้านจำเริญ เคธี่กำลังเดินมาตามทางเดิน แต่อยู่ๆ ไตรรัตน์มาดักพบดึงตัวมาคุยด้วย
“คุณมาทำอะไรในบ้านผม”
“ธไรซ์...ถ้าอยากคุยกับเคธี่สองต่อสอง บอกกันดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องทำลับๆ ล่อๆ เลย”
“ตอบคำถามผม ทำอะไรแม่ผม ทำไมต้องแต่งตัวแบบนี้ อย่าบอกนะว่าคุณศรัทธาหมอสมคิดจริงๆ ผมไม่เชื่อ”
“ทำไมล่ะ ถ้าเคธี่เกิดจะเลื่อมใสหมอสมคิดจริงๆ แปลกเหรอ”
“แปลกตรงที่ พอคุณนับถือปุ๊บ ก็เข้ามาอยู่ในบ้านผมปั๊บนี่ไง”
“เคธี่ก็มีปัญหาส่วนตัวที่แก้ไม่ตกเหมือนกัน แล้วพอดีคุณแม่ของธไรซ์เมตตา ท่านช่วยแนะคำสอน แนะวิธีการทำบุญ วิธีการปฏิบัติ แล้วเคธี่ก็รู้สึกดีมาก ท่านก็เลยชวนเคธี่มาพักที่บ้าน”

สุคนธรสเดินเข้ามาพอดี
“พักที่นี่”
“ค่ะ คุณแม่ของธไรซ์อนุญาตให้เคธี่ค้างที่นี่เพื่อปฏิบัติธรรมได้” เคธี่เหลือบไปเห็นสุคนธรสยืนอยู่ “อุ๊ย คุณรส...เอ่อ อ่า คือไม่นะ ไม่ได้มีอะไรอย่างที่คุณคิดนะคะ เคธี่มาอยู่เพื่อปฏิบัติธรรมเท่านั้นจริงๆ”
“ชั้นก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนี่คะ”
สุคนธรสเดินกลับออกไป ไตรรัตน์รีบตามไป เคธี่ยิ้มร้ายๆ อย่างสมใจ

สุคนธรสเดินออกมานอกบ้าน ไตรรัตน์รีบวิ่งมา
“เดี๋ยวคุณรส คุณโกรธผมเหรอ”
“คิดว่าเรื่องของนายสำคัญมากนักหรือไง ตอนนี้เรื่องเดียวที่ชั้นสนใจคือเรื่องหมอสมคิดกับเจ๊หญิงเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องของนายกับแฟนเก่าเลย”
“จริงอ่ะ”
“ชั้นจะบอกให้นะ ตั้งแต่มาถึงแล้ว ชั้นได้กลิ่นเหม็นเน่าแปลกๆ ไม่ใช่กลิ่นปกติของบ้านนาย ชั้นไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่พอเห็นอาการคลั่งหมอสมคิดของแม่นาย กับยัย...เอาเป็น ชั้นมั่นใจว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่”
“คุณต้องช่วยผมนะคุณรส”
“ชั้นรับปากนายไว้ ไม่ผิดคำพูดหรอกน่ะ”
“ขอบคุณนะ แล้วพอเสร็จจากเรื่องนี้ ผมจะพูดกับป๊ากับม้า เรื่องงานแต่งงานของเรา”
“หา”
“ผมยังไม่ลืมนะที่เราเคยได้เสียกัน และผมจะต้องรับผิดชอบด้วยการแต่งงานยกย่องคุณเป็นภรรยาให้ได้”
“ไอ้บ้า”
สุคนธรสเดินหนี ไตรรัตน์ยิ้ม

ญาณินเดินจ้ำจะไปที่ริเวอร์มูน ยังเดินเป๋ไปมาโดยมีป้าอรวรรณตามมาติดๆ
“คุณหนู อย่าเดินเร็วค่ะ เดี๋ยวเป็นลม”
ทันใดนั้นพวกเนตรศิตางศุ์ กรรณา กรรัมภา ณัฐเดชก็เดินสวนกลับมา พอเห็นญาณินก็พยายามห้าม ไม่ให้เข้าไปเพราะไม่อยากให้เห็นภาพบาดตา
“เฮ้ย ยัยเจ๊ แกมา มาได้ไง มาทำไม”
“คุณติณห์ล่ะ อยู่ไหน”
“เอ่อ ชั้นว่า...แกยังไม่แข็งแรง กลับไปก่อนเถอะดีกว่านะๆ แล้วเดี๋ยวชั้นจะอธิบายทุกอย่างให้ฟัง” เพื่อนๆ จะพากลับ แต่ญาณินไม่ยอมไป
“อะไร มีเรื่องอะไรกับคุณติณห์”
ทันใดนั้นเสียงเพ็ญนภาดังแทรกเข้ามา
“ญาณิน” ญาณินหันไปเห็นเพ็ญนภาเดินควงติณห์เข้ามา
“มานี่ก็ดีแล้ว เพราะติณห์มีเรื่องอยากจะพูดกับเธอ ไปสิติณห์”
ติณห์เดินเข้าไปต่อหน้าญาณิน ขรึม เยือกเย็น มาดใหม่
“ลาก่อน ญาณิน เราจบกัน พวกคุณเลิกทำงาน กลับกรุงเทพไปได้แล้ว ผมเลิกจ้างพวกคุณ”

“คุณติณห์ ทำไม ยัยรสไล่ของออกไปแล้ว เขี้ยวเสือไฟก็ยังห้อยคอคุณอยู่ แล้วทำไมเป็นอย่างนี้ คุณต้องตาสว่างได้แล้วสิคุณติณห์”

“ขณะนี้ผมเป็นตัวของตัวเองจริงๆ ผมรักเพนนีด้วยหัวใจของผม มันเป็นความรักที่สะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากสิ่งชั่วร้ายใดๆ อย่างที่พวกคุณเข้าใจ ผมขอบอกเลิกสัญญาและพร้อมจ่ายค่าเสียหาย ป้าออ บอกทนายสมชาติจัดการตามที่ผมสั่งด้วย ขอบคุณ”
ติณห์ยิ้มเย็น เชิดหยิ่ง ญาณินยืนมึน

“คุณติณห์ คุณทำกับคุณหนู กับพวกเราทุกคนที่เอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเพื่อช่วยชีวิตคุณได้ยังไง” ป้าอรวรรณต่อว่าติณห์
“แกกลับไปดีกว่า ติณห์ ไม่อย่างนั้น เพื่อนก็เพื่อนเถอะ” ณัฐเดชบอก เพ็ญนภาก้าวมายืนตรงหน้าญาณิน มองเหยียด
“สมน้ำหน้า ไปเถอะค่ะติณห์”
เพ็ญนภาควงติณห์เดินออกไป ญาณินอึ้ง

เมื่อกลับมาบ้านพักป้าอรวรรณกวาดข้าวของของตัวเองกับญาณินใส่กระเป๋าเตรียมกลับกรุงเทพ หลวงพิชัยภักดียืนโกรธโดยมีกุมาริกาลูบหลังลูบไหล่
“ถึงคราวอวสานแล้วหรือนี่ ตระกูลชั้น ที่ดินชั้น”
“ใจเย็นๆ นะคุณตา เราต้องหาทางแก้ไขได้สิ”
ญาณินนั่งเงียบ เยือกเย็น เนตรศิตางศุ์ กรรณา ณัฐเดช ต่างซึมขรึม กรรัมภาเดินกลับเข้ามาจากการคุยโทรศัพท์
“ยัยรสบอกว่า หลวงลุงก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร รู้แต่ว่าเรื่องไสย มันไม่มีคำอธิบายเป็นวิทยาศาสตร์ อะไรก็เป็นไปได้”
“หรือจะเป็นอย่างพี่ณัฐว่า คุณติณห์ถูกของนานเกินไป จนมันฝังรากลึกและกลายเป็นความจริงขึ้นมา”
“หรือไม่ คุณติณห์ก็รักเพนนีจริงๆ”
“ยัยน้องหนู”
เนตรศิตางศุ์รีบปิดปากที่เผลอพูดผิดจังหวะ ไม่แคร์ความรู้สึกญาณิน มือถือของกรรัมภาดังขึ้นกรรัมภามองเบอร์แล้วตกใจ
“หมอรุทธ์”
เนตรศิตางศุ์กับกรรณาหันมองกรรัมภาทันที

กรรัมภาเดินแยกมากดรับสายที่ระเบียงด้านนอก
“สวัสดีค่ะหมอรุทธ์”
“หมอรุทธ์กำลังพูดโทรศัพท์อยู่ที่คลินิก กำลังเก็บของเตรียมกลับบ้าน
“คืนนี้...คุณแก้มอยากให้ผมส่งรถไปรับมั้ยครับ”
“รับ ไปไหนคะ”
“อ้าว อย่าบอกนะครับว่าคุณแก้มลืมซะแล้ว ปาร์ตี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการทำศัลยกรรมกับผม คุณแก้มเป็นคนแนะนำให้ผมจัดเองนะครับ”
เนตรศิตางศุ์กับกรรณาเดินตามออกมา
“ปาร์ตี้” กรรัมภาทบทวน แล้วก็นึกได้ ตาโต “ อ๋อ ปาร์ตี้ แหมๆ แก้มแค่อำเล่นแค่นั้นเองค่ะ แก้มไม่ลืมหรอกค่ะ จำได้แม่นเลย เนี่ย กำลัง ทำผมอยู่” กรรัมภาสยายผมตัวเอง “เตรียมตัวไปปาร์ตี้ตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ แล้วคืนนี้เจอกันค่า” กรรัมภารีบวางสาย หันหาเพื่อน
“ชั้นลืม”
“ปาร์ตี้ของหมอรุทธ์คืนนี้เหรอ?”
เนตรศิตางศุ์รีบเข้ามาถาม

หมอรุทธ์วางสาย ยิ้มกรุ่มกริ่มที่จะได้เจอกรรัมภา แต่พอหันจะเดินออกไป ลาภยืนขวางอยู่
“คุณหมอครับ ผมว่า เราไปเช่าห้องโรงแรมจัดปาร์ตี้จะดีกว่านะครับ สะดวก ไม่ต้องมาตระเตรียมงานเองให้วุ่นวาย”
“นายก็จ้างคนมาช่วยสิ ชั้นให้นายทำเองคนเดียวที่ไหน”
“แต่ ผมว่า ผู้หญิงที่ชื่อกรรัมภา ไม่น่าไว้ใจ คุณหมอน่าจะอยู่ห่างๆ เธอเอาไว้ จะได้ไม่เกิดเรื่องแบบ คุณ...”
“ไอ้ลาภ! คุณแก้มคือคนพิเศษ คือเหตุผลที่ชั้นจัดงานนี้ และแล้วชั้นก็จะจัดงานที่บ้าน ถ้าแกไม่อยากตกงาน ไปเตรียมงานให้พร้อม โทรคอนเฟิร์มแขกทุกคนตามที่ชั้นสั่ง เข้าใจมั้ย”
หมอรุทธ์เดินออกไป ลาภได้แต่ทำหน้าเซ็ง กังวล

ที่รีสอร์ทติณห์ ญาณินกำลังลาเนตรศิตางศุ์ กรรณา กรรัมภาที่รถ
“พวกแกไม่ต้องห่วงชั้นหรอก รีบไปให้ทันปาร์ตี้เถอะ บริษัทของเราจะได้ไม่ต้องเสียงานทีเดียวสองงานซ้อน”
ณัฐเดชเดินเข้ามาพร้อมทั้งวางโทรศัพท์มือถือ
“เข้าใจแล้ว เออ สาวๆ กลับไปกันก่อนนะ พี่ต้องทำธุระต่ออีกนิดนึงอ่ะ”
“อ้าว ทำไม งานอะไรคะพี่ณัฐ”
“เอาน่า ไปก่อนนะ มีอะไรโทรเข้ามามือถือพี่นะ แล้วรีบกลับบ้านล่ะเนตร ยัยกรรณ ยัยแก้ม ฝากดูแลเนตรด้วยนะ” ณัฐเดชพูดเสร็จก็วิ่งหายไป
“อะไรของพี่ณัฐ ปล่อยให้เราขับรถกลับเองซะอย่างงั้น ไม่ปลื้มละ”
“พูดอยู่ได้ รีบไปเถอะ คุณนาย”
“โกลเด้นท์ ดูแลเจ๊จีจ้าด้วยนะ”
“หนูไม่ชอบชื่อนี้นะ เรียกชื่อเต็มๆ สิ โกลเด้นท์เบบี้”
กรรัมภาขับรถออกไป ญาณินยืนมองรอจนรถลับสายตาไป ญาณินจะหันกลับแต่แล้วอยู่ๆ หลวงพิชัยภักดีก็พุ่งพรวดเข้ามาตรงหน้า
“แย่แล้ว แม่หนูญาณิน ตามชั้นมาทางนี้”
ญาณินแปลกใจ

ทั้งหมดเดินมาอยู่บนเรือนไทยและพบว่าเรือนไทยถูกรื้อค้นอย่างมาก ข้าวของกระจัดกระจาย
“เกิดอะไรขึ้นที่นี่”
“มีคนบุกรุกเรือนข้าน่ะสิ แล้วไม่ใช่แค่ที่นี่นะมาดูนี่อีก” หลวงพิชัยภักดีพาออกไปด้านหลังเรือน มีร่องรอยคนมาขุดเจาะเต็มไปหมด
“มีคนมาขุดกันเอิกเกริกขนาดนี้ คุณหลวงไม่รู้เรื่องเลยเหรอคะ”
“นั่นแหละที่ข้าแปลกใจ ปกติใครขึ้นเรือนข้า ข้าจะต้องรับรู้ได้ทุกครั้ง แต่ทำไมครั้งนี้ ไม่เอะใจเลยแม้แต่นิดเดียว”
“เว้นแต่ว่า มันจะมีอาคม บังตาคุณตาเอาไว้ ไม่ให้มาเห็น”
“อาคม หรือมันจะเกี่ยวกับที่หนูเคยเห็น วิญญาณชายแก่ ไม่ใส่เสื้อ นุ่งโจงกะเบนที่นี่เมื่อวันก่อน”
“หวาย วิญญาณชายแก่ไม่ใส่เสื้อ นุ่งโจงกะเบน น่ากัวจังเลย กลัวๆ”
“คุณตา คุณตาก็วิญญาณเหมือนกันนะ จะไปกลัวทำไม มันต้องเป็นไอ้พวกที่อยากได้ทองคำของคุณหลวงแน่ๆ”
“ฮ้า จริงด้วย พวกมันต้องคิดจะมาขุดหาทองของข้า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นฝีมือใคร ไอ้พวกที่อยากได้ที่ดินข้าจนตัวสั่นนั่นแหละ”
อยู่ๆ มีเสียงย่ำเท้าบนใบไม้กิ่งไม้แห้ง
“มีคนมา”
ญาณินหันขวับ ท่าไม่ดี อยู่ๆ ก็แว่บไป หลวงพิชัยภักดีกับกุมาริกาแว่บตาม
ร่างของญาณินที่นอนหลับตาอยู่บนม้ายาวบนเรือนลืมตาขึ้น ญาณินรีบลุก วิ่งไปโผล่หน้าต่างดูที่หลังเรือน
“ใคร ใครอยู่ตรงนั้น”
กำนันพงษ์เดินโผล่เข้ามาพร้อมสน

“ชั้นเอง กำนันพงษ์เอง ไม่ใช่โจร”

กำนันพงษ์ทำเป็นเดินตรวจดูรอบๆ บนเรือนไทยด้วยหน้าซื่อตาใส

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่ครับ ทำไมเรือนคุณหลวงถึงได้เละเทะยังงี้”
“ใครก็ไม่ทราบ แอบเข้ามารื้อเรือนไทยค่ะ”
“อาจเป็นพวกคนงานมาหาของเก่า เดี๋ยวผมอาสาแจ้งความให้เอง คุณญาณินจะได้ไม่ต้องวุ่นวายเป็นธุระ...เอ้อ แล้วนี่คุณติณห์อยู่ไหนครับ ทราบเรื่องนี้หรือยัง”
“คงยังไม่ทราบหรอกค่ะ เขาอยู่กับครอบครัวแฟนของเขา”
“ครอบครัวแฟน หมายความว่าไงครับ”

เสี่ยปิยะพันธ์ยื่นเอกสารสัญญาโอนกรรมสิทธิ์มาตรงหน้าติณห์
“เอ้า เซ็นโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินของแกมาให้ชั้นซะ แล้วชั้นจะนับแกเป็นหนึ่งในครอบครัวของชั้น”
“ไม่มีปัญหาเลยครับเตี่ย”
“อย่าเรียกชั้นว่าเตี่ย จนกว่าแกจะเซ็น”
ติณห์กำลังจรดปากกาลงไป แต่กำนันพงษ์เดินพรวดพราดบุกเข้ามา
“คุณติณห์! คุณทำอย่างนี้ไม่ได้”
“กำนันพงษ์ มาทำไม”
“เสี่ยทำยังงี้ได้ไง ข้ามหน้าข้ามตา ไม่เห็นหัวผมเลย นี่มันไม่ใช่ที่เราตกลงกัน”
“เรื่องที่เราตกลงกัน หึๆ กำนันยังกล้าพูดอีกเหรอ...มันนานแค่ไหนแล้วที่ชั้นปล่อยให้กำนันจัดการ แล้วมันเป็นไง เกิดอะไรขึ้นมาบ้างมั้ย กำนันกลับไปดีกว่า พวกเราไม่มีอะไรต้องรบกวนกำนันอีกต่อไป”
“อ๋อ นี่พอเสี่ยให้ลูกสาวใช้มนต์ดำของต่ำสกปรกมาทำเสน่ห์ไอ้โง่นี่สำเร็จ ได้มันมาเป็นควายให้สนตะพายได้ตามใจ แล้วเสี่ยจะมาทำเลวกับผมเหรอ”
“เลวกับคนเลว ไม่เรียกว่าผิดหรอกเว้ย กลับไปดีกว่ากำนัน ก่อนที่...”
เปรมจะเข้าไปเล่นงานกำนันพงษ์ ติณห์รั้งเปรมไว้จะลุยเอง
“ไม่ต้องถึงมือพี่เปรมหรอกครับ” ติณห์กระชากคอเสื้อกำนันพงษ์จับกระแทกข้างฝา
“ถ้ากำนันยังไม่หยุดจาบจ้วงเตี่ยปิงอีก อย่าหาว่าผมไม่เตือน”
“ว้าย ติณห์ แมนมากค่ะ”
“คุณติณห์ ตอนที่คุณเริ่มสร้างรีสอร์ทใหม่ๆ อยากรู้มั้ยว่าทำไมผู้รับเหมากี่รายๆ ที่จ้างมาถึงถูกผีหลอกจนพากันเผ่นแน่บไปหมด”
“เพราะผีคุณหลวงอาละวาดน่ะสิ ไอ้ติณห์ จับมันโยนออกไป”
“ไม่ใช่ผีคุณตาของคุณ แต่เป็นผีที่เสี่ยปิงว่าจ้างหมอผีให้นำเข้ามา เพราะเค้าต้องการให้คุณกลัว จนยอมขายที่ดินให้กับเค้า”
“ผีอะไรวะ ชั้นไม่รู้เรื่องพวกหมอผีอะไรซักหน่อย เพ้อเจ้อแล้วกำนัน”
ติณห์อึ้ง ปล่อยกำนันพงษ์
“แล้วไง เตี่ยปิงจะปลุกผีหรือทำอะไรมากกว่านั้น ผมก็ยังรักและเคารพเตี่ยปิง เพราะเตี่ยปิงคือฟาเธ่ออินลอว์ของผม”
“ฮ้า ถูกต้อง”
“บ้าไปแล้ว ที่คุณเป็นอย่างนี้ เพราะถูกยัยเพนนีทำเสน่ห์ คุณรู้ตัวหรือเปล่า”
“อันนี้ก็ถูก”
“ไม่ว่าเตี่ยปิงหรือพี่เปรมจะเคยทำอะไรมา ผมก็ไม่แคร์ เพราะผมรักเพนนีและนี่คือ My Family ครอบครัวของผม”
“ฮ่าๆ แกได้ยินแล้วใช่มั้ยไอ้กำนัน”
“กำนันมีอะไรอยากจะแฉอีกมั้ย แฉมาเลย ยิ่งได้รู้ผมก็ยิ่งรักว่าที่ครอบครัวของผมมากขึ้น แฉสิ ถ้ากำนันเค้าไม่แฉ พี่เปรมรีบแฉมาเลย”
“พวกเราก็แค่เคยวางแผนจะฆ่าคนงาน แต่เตี่ยกลัวยุ่งยาก เลยใช้กำลังข่มขู่พวกผู้รับเหมาแทนไม่ใช่ผี แต่สุดท้ายแผนที่ได้ผลสุดคือส่งยัยเพนนีมาเป็นนกต่อล่อแกให้ติดกับ”
“เยส...คูล...ทุกคนทำขนาดนี้ ผมดีใจมากที่จะได้มาเป็นครอบครัวเดียวกัน”
“ได้สารภาพความชั่วให้เจ้าตัวรับรู้ แล้วมันยังชื่นชมอีก เฮ้ย มันมีความสุขสุดยอดจริงๆ”
กำนันพงษ์เอ๋อไปเลย

สนยืนรอกำนันพงษ์อยู่ด้านนอก กำนันพงษ์เดินฉุนออกมา กำหมัดแน่น ท่ามกลางต้นไม้ใบหญ้าที่ไหวเพราะแรงลม พลางมีเสียงหวีดแหลมเหมือนเสียงภูตผี
“หน้าตาบึ้งตึงขนาดนี้ แสดงว่าพวกมันหักหลังเราใช่ไหมกำนัน”
“ไอ้เสี่ยปิง อย่าคิดว่าคนอย่างกำนันพงษ์จะยอมให้เสี่ยกระจอกๆ มาหักหลังได้ง่ายๆ แล้วแกจะต้องเสียใจที่ทำให้กำนันพงษ์โกรธ ไอ้เสี่ยปิง”
กำนันพงษ์หน้าเหี้ยม แค้นจัด

รถกระบะรับจ้างจอดรออยู่หน้าเรือนพักญาณิน ญาณินยกกระเป๋าออกมาใส่ที่ด้านนอกบ้านพักยืนมองตัวบ้านอีกครั้ง ญาณินพยายามสงบนิ่ง ไม่ออกอาการเศร้า ป้าอรวรรณยกกระเป๋าตามมาขนขึ้นรถไป
“คุณหนู ป้าบอกแล้วไงว่าไม่ต้องยก ป้าทำเอง คุณหนูยังเจ็บอยู่นะคะ ไปขึ้นรถเลยค่ะ เดี๋ยวป้าขนของเอง”
อยู่ๆ กระเป๋าใส่เสื้อผ้าเคลื่อนที่เองจะกลับไปที่บ้านพัก ญาณินรู้ทันทีว่าฝีมือใคร
“โกลเด้นท์ คุณหลวง...”
กุมาริกาและหลวงพิชัยภักดีปรากฏกายขึ้น ว่าเป็นคนเลื่อนกระเป๋าเอง
“คุณหลวงสั่ง”
“อ้าว ก็ ข้าไม่อยากให้พวกเอ็งไป หลานข้าถูกเสน่ห์ ที่ดินข้าถูกขุดรื้อเละเทะ แล้วหนูยังจะทิ้งไปได้ลงคออีกเหรอ หนูจะปล่อยให้ฉันถูกประณามไปตลอดกาลว่าเป็นคนโกงชาติเหรอ หนูต้องรักความยุติธรรมสิ เปลี่ยนใจเถอะนะ หนูเคยรับปากฉันว่าจะช่วย ผิดคำพูดกับผี ตกนรกนะ เอางี้ เดี๋ยวฉันเพิ่มทองแท่งให้อีกเท่าตัว เอาไปเลยยี่สิบแท่ง แต่อย่าไปเลยนะ”
“โกลเด้นท์ขึ้นรถ”
ญาณินตัดใจ เดินขึ้นรถไป
“เดี๋ยวก่อน เดี๋ยว...”
กุมาริกามาสะกิดหลังหลวงพิชัยภักดี
“คุณตา หนูไปล่ะน้า” กุมาริกาทำตาแดงจะร้องไห้
“ไม่เอา อย่าไปเลย” หลวงพิชัยภักดีคุกเข่า “อยู่กับฉันเถอะนะ”
“ถ้าเจ้านายไม่อนุญาต หนูอยู่ไม่ได้ คุณตา ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะ รู้มั้ย อย่าดื้อ อย่าซน เป็นผีที่ดีของลูกหลานนะคะ”
“อื้อ”
หลวงพิชัยภักดีกับกุมาริกากอดกัน

ขณะนั้นติณห์เดินนำทุกคนมาที่บ้านพัก
 
“เซ็นใบโอนโฉนดที่ดินที่ไหนๆ ก็เหมือนกัน ทำไมจะต้องกลับมาเซ็นที่บ้านแกให้มันยุ่งยากด้วย” เปรมถามอย่างไม่เข้าใจ
“เอาน่า จะที่ไหนก็ช่าง ขอแค่เซ็นมาก็พอแล้ว เอ้า ไอ้ติณห์ลูกรัก” เสี่ยปิยะพันธ์เข้ามาโอบติณห์
“อย่าเสียเวลาเลย รีบไปเซ็นเอกสารโอนที่ดินให้เสร็จ จากนั้นเราจะได้ฉลองการเป็นครอบครัวเดียวกันซะที”
“นี่ค่ะปากกา” เพ็ญนภาส่งปากกาให้
“ขอบคุณครับ ผมจะเซ็นล่ะนะ”
ทุกคนลุ้น
“เอ๊ะ หรือจะไม่เซ็น เซ็นดีกว่า เอ ไม่เซ็นดีกว่า อ่ะ เซ็น ไม่เซ็น เซ็น ไม่เซ็น ไม่เซ็น”
“อะไรของแกเนี่ย”
“คือว่า ความจริง คือผมจะไม่โอนที่ดินให้เสี่ยน่ะครับ”
“ติณห์ล้อเล่นใช่มั้ย เพราะถ้าติณห์ไม่เซ็น เตี่ยก็ไม่อนุญาตให้เราแต่งงานกันนะ”
ติณห์หยิบโทรมือถือที่อัดเสียงได้ออกมา กดเพลย์เป็นเสียงเปรมตอนที่สารภาพทุกอย่างออกมา เสี่ยปิยะพันธ์ เปรม เพ็ญนภาอึ้ง
“เสียงคำสารภาพ ทั้งเรื่องทำเสน่ห์ และเรื่องข่มขู่ผู้รับเหมา ถึงจะไม่หนักแน่นพอจะเอาผิดพวกเสี่ยได้ แต่ถ้ามีอะไรผิดปกติในระหว่างที่ผมก่อสร้างรีสอร์ทอีก คิดว่าตำรวจก็น่าจะรู้ว่าใครคือผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง”
“นี่แก แกไม่ได้ถูกเสน่ห์ยัยเพนนีเหรอ”
“acting ครับ acting ผมแสดงได้แนบเนียน ดูกันไม่ออกเลยใช่มั้ยครับ”
“ติณห์หลอกเพนนีเหรอ ทำแบบนี้ได้ยังไง”
“ก็เหมือนที่คุณหลอกผมนั่นแหละเพนนี ผมคิดผิดจริงๆ ที่มารู้จักกับผู้หญิงอย่างคุณ ผมหวังว่าต่อไป เราจะต่างคนต่างอยู่ ไม่ระรานกันนะครับ”
“แต่ยังไงโฉนดที่ดินของแกก็อยู่กับชั้น”
ติณห์หยิบโฉนดออกมาโชว์
“คิดว่าผมแกล้งทำเป็นโดนเสน่ห์เพื่อหลอกพวกคุณเล่นสนุกๆ งั้นเหรอครับ”
“แก ไอ้ชาติชั่ว แกอย่าอยู่เลย”
อยู่ๆ ณัฐเดชเปิดประตูออกมาจากในบ้าน
“สวัสดีครับทุกคน” ณัฐเดชเดินมาประกบติณห์
“มีปัญหาอะไรกัน แจ้งตำรวจมั้ยครับ ข้อหาบุกรุก ขู่กรรโชกผู้อื่น แจ้งมั้ยครับ ถ้าไม่แจ้ง งั้นก็ขอความสงบให้เพื่อนผมหน่อยนะครับ กลับไปได้แล้ว เดี๋ยว คุณเปรม คดีเก่าคุณยังไม่หมดอายุความนะ ถ้าคิดจะทำอะไร คิดให้ดีๆ”
“ขอบคุณทุกคนนะครับที่มาส่งผมถึงบ้าน”
“ไม่ เพนนีไม่ยอม คุณทำกับเพนนีอย่างนี้ไม่ได้”
เปรมดึงเพ็ญนภาเอาไว้แล้วลากออกไปจากบ้าน
“ไอ้เปรมมันไม่หยุดแค่นี้แน่ ไปยัยเพนนี”
เสี่ยปิยะพันธ์ยืนตัวสั่นเพราะความโมโห
“ไอ้ติณห์ มึง” ติณห์ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโชว์ปรามเสี่ยปิยะพันธ์
“โว๊ย!”
เสี่ยปิยะพันธ์ถอยหลังกลับไป

คืนนั้นภายในงานปาร์ตี้บ้านหมอรุทธ์ที่พัทยา นางแบบพริตตี้ 4-5 คนที่ยืนเรียงเหมือนหุ่นในตู้กระจก แต่ละคนถือป้ายบ่งบอกว่าเคยทำศัลยกรรมส่วนไหนในร่างกายมาแล้ว พวกสาวๆ เซเล็บต่างๆ เดินมองชื่มชน และใครอยากลองสัมผัส ก็สัมผัสได้ เช่น พริตตี้คนนี้เสริมจมูกมา แขกในงานก็สามารถจับๆ จมูกของเธอได้ แองเจโล มาริโอ้กำลังเดินเหล่สาวๆ ไล่ไปทีละป้ายๆ
“คนนี้เสริมจมูก”
“นี้เสริมแล้วเหรอ”
“คิดดูว่าเสริมแล้วยังได้แค่นี้”
แองเจโลเดินดูต่อไปเรื่อยๆ
“ก่อนเสริมคงหายใจลำบากน่าดู ฮ่าๆ” ทั้งคู่เดินต่อมาที่นางแบบอีกคน “คนนี้เหลาคาง”
“โอ้โห แหลมขนาดนี้ วันหลังยืมไปสับหมูที่บ้านหน่อยนะคะ ฮ่าๆ คนนี้เสริมอะไร”
“เออ ไม่เห็นบอก”
นางแบบคนนั้น มองทั้งคู่หน้านิ่งๆ อมยิ้มนิดๆ
“น้องทำศัลยกรรมอะไรคะ”
นางแบบหน้านิ่ง
“อีดอ้า”
“อะไรนะคะ ไม่เข้าใจ”
“โอออกอ่ะ”
“อะไร จะให้โอน้อยออก ไม่เอา”
“พวกพี่ถามว่าน้องทำ” แองเจโลนิ่งสักครู่ แล้วคิดได้ “ อ้อ...เก็ทละ”
“อะไรวะ”
แองเจโลจี๋เอวน้องนางแบบหน้านิ่ง น้องนางแบบตัวบิดไปมาด้วยความจักกะจี๋ แต่หน้ายังคงนิ่งเหมือนเดิม ไม่มีอาการหัวเราหรือยิ้มอะไรเลย
“ฮ่าๆ ฉีกโบท็อกซ์มา หน้าตึง ขยับหน้าไม่ได้ ฮ่าๆ”
ทั้งคู่เดินชมนิทรรศการนางแบบต่อ
“น้องคนนี้เสริม” อ่านป้ายว่า “หน้าอก” แองเจโล่แอ็กติ้งตุ๊ดทันที
“โอ้ว ซาร่า ไม่จริง ทำไมมันดูธรรมชาติได้ขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อ”
“จอร์ชก็ไม่เชื่อ งั้นเราคงต้องพิสูจน์ดูสินะ แหม ซาร่า นี่จอร์ชไม่ค่อยอยากจะจับหรอกนะ จำใจนะเนี่ย” มาริโอ้ทำท่าจะจับ ลูกข่างเข้ามาแทรก
“จับของเจ๊แทนมั้ย” ทั้งคู่ชะงัก
“ให้เกียรติหญิงสาวหน่อยสิจ๊ะ”
แฝดทั้งคู่กระเจิง หนีไป แต่แล้วแองเจโลก็เบรกไม่ทันชนมาริโอ้ที่ยืนค้างตะลึงงันอยู่ เพราะเห็นเนตรศิตางศุ์กับกรรัมภาเดินสวยสง่าคู่กันเข้ามาในงาน
“นั่น น้องเนตรเหรอวะ”
“เพื่อนน้องเนตรก็สวย มีระดับ”
เนตรศิตางศุ์กับกรรัมภาเดินแหวกออกเผยให้เห็นกรรณาที่เดินตามหลังมาตรงกลาง กรรณาแต่งตัวสวย ทำผม แต่งหน้า สวยมากๆ
“โอ้ นางฟ้า”

มาริโอ้เลือดไหลออกจากจมูก พวกเนตรศิตางศุ์ กรรัมภา กรรณาเดินไปที่มุมค็อกเทล ลาภอยู่อีกมุมหนึ่ง มองสามสาวตาไม่กระพริบ
 
จบตอนที่ 15
 
อ่านต่อตอนที่ 16 เวลา 17.00น.
แสบสลับขั้ว ตอนที่ 15
แสบสลับขั้ว ตอนที่ 15
วันต่อมารัญญานั่งกินกาแฟอยู่มุมหนึ่ง สีหน้าแววตาครุ่นคิด ชายสี่เดินเข้ามาด้วยหน้าตาซีดเซียวตาลึกโหล รัญญามองอย่างแปลกใจ “นั่งซิ” “ขอบคุณครับ” “ไม่สบายเหรอ หน้าตาแย่มากเลยนะ” “ผมถูกผีหลอก” “ผีที่ไหน” “ผีไอ้เอ็กซ์” รัญญาเบิกตากว้าง รัญญานำเรื่องนี้ไปบอกเกริกก้อง เกริกก้องจึงนัดเจอกับปกรณ์ ใหญ่ เขียว เบ๊ เกริกก้องหันกลับมามองทุกคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ฉันก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่ยัยรันยืนยันหนักแน่นว่าไอ้ชายสี่ มันไม่หลอกแน่” “ผมคิดว่าอาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้ครับ” “สมมุติว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ แล้วจะมีวิธีแก้ยังไง” “ผมสะกดวิญญาณมันเอาไว้เรียบร้อยแล้วครับ” “สะกดแล้วทำไมมันทะลึ่งออกมาได้ล่ะ” “อาจจะมีอะไรผิดพลาด”
กำลังโหลดความคิดเห็น...