xs
sm
md
lg

แสบสลับขั้ว ตอนที่ 17

เผยแพร่:

แสบสลับขั้ว ตอนที่ 17


เช้าวันต่อมาเกริกก้องอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ เพิ่งรู้เรื่องที่ปลาใหญ่จะแต่งงานจากหมอแม่น

“แต่งงาน...หน็อยแน่ะ แค่รอดชีวิตมาได้ มันก็เจ็บใจแค้นใจพออยู่แล้ว นี่ยังจะดันทะลึ่งแต่งงานได้ดีมีความสุขอีก...เยอะ...มันเยอะไป”
“แต่อันที่จริงเขาก็ทุกข์กันมามากแล้วนะจ๊ะ...น่าจะจบแล้วจ้ะ” หมอแม่นบอก
สายตาทุกคู่เบือนมามองหมอแม่นพร้อมๆ กัน หมอแม่นค่อยๆ หน้าเจื่อนลง
“มีใครเขาขอความเห็นจากป้ามั๊ย” ปกรณ์ถาม
“ยังไม่มีจ้ะ” หมอแม่นบอก
“งั้นก็ฟังเฉยๆ”
“ไอ้ใหญ่”
“ครับ...ท่าน”
“พายัยป้านี่ออกไปได้แล้ว”
“ไปธรรมดาหรือว่าไปลับครับ” ใหญ่ถาม
“ธรรมดา...อีกไม่กี่ปีแกก็ไปลับของแกเอง”
“ไป...ป้า”
“พูดจาเป็นปริศนา” หมอแม่นบ่นขณะเดินตามใหญ่ออกไป
“คุณก้องจะให้เก็บพวกมันในวันแต่งงานใช่มั๊ยครับ” ปกรณ์ถาม
“เก็บมัน...มันก็ตาย ไม่รับรู้อะไร สู้เก็บคนที่มันรักไม่ได้ สะใจกว่า”
“เข้าใจแล้วครับ”
ปกรณ์ยิ้มเย็น ขณะที่เกริกก้องมีสีหน้าเย็นชาแฝงด้วยความโหดเหี้ยม

ทางด้านหมอแม่นเมื่อกลับเข้าชุมชน หมอแม่นค่อยๆ ลัดเลาะจากบริเวณท้ายซอยเข้ามา หมอแม่นมองซ้ายมองขวาอย่างระวังแล้วรีบเดินมาไขกุญแจที่ประตู
“ไปไหนมา หมอแม่น”
มอมถาม หมอแม่นสะดุ้งเฮือก กุญแจหลุดจากมือทันที มอมกับป๋องเดินเข้ามา
“ว่าไงครับ...คุณยายหมอแม่น ไปไหนมา” ป๋องถามย้ำ
“แล้วมันธุระอะไรของพวกแก”
“เวลานี้ เราสองคนรับหน้าที่เป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยของชุมชนพัฒนาสู่สุขาวดีนี่” มอมบอก
“แกก็รักษาของแกไปซิ มาวุ่นวายอะไรกับฉันด้วยล่ะ”
มอมพยักหน้าให้สัญญาณป๋อง
“มันสืบเนื่องมาจากข้อ 1.และโยงมาถึงข้อ 2.นั่นคือคุณยายหมอแม่นทำตัวน่าสงสัย ที่ย่องเข้ามาทางด้านหลัง ทแทนที่จะเข้าด้านหน้าตามปกติซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสงสัย”
“ไอ้มอม ไอ้ป๋อง มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนบ้างที่ห้ามประชาชนเข้าบ้านทางท้ายซอย แล้วบังคับให้เข้าทางด้านหน้าอย่างเดียว”
“ฉบับไหน คุณมอม” ป๋องให้มอมตอบ
“ต่อไปมันอาจจะมีสักฉบับใดฉบับหนึ่ง...คุณยายหมอแม่นสงสัยใช่มั๊ยว่าทำไมถึงได้ถูกเราสองคนคอยจับผิด...นั่นเป็นเพราะว่า คุณยายหมอแม่นเป็นแกนนำพวกที่ต้องการจะให้ขายชุมชน”
“แล้วไง”
“ไม่มีอะไร”
“มีซิวะ...ไอ้ป๋อง” มอมขัดแล้วหันมาทางหมอแม่น “ณ วันนี้หมอแม่นคือผู้ต้องสงสัย 1 ในห้าอันดับที่จะนำความเดือดร้อนมาสู่ชุมชน เพราะฉะนั้นเราจะจับตาดูหมอแม่นตลอดวลา นี่...จะบอกให้รู้ล่วงหน้าแฟร์ๆ ไว้เลย ...ป๋อง กลับ”
ป๋องกับมอมหันกลับกลับไป
“โอ๊ย...กลัว...กลัวจนตัวสั่น”
มอมกับป๋องหันกลับมา หมอแม่นหัวเราะเยาะแล้วเดินเข้าบ้านไป
“แกกลัวเราจนสติเสียเลย คุณมอม ลีโอ”
“ก็เพราะเราคงย่าเกรงขามจริง”
มอมกับป๋องเดินออกไปอย่างภาคภูมิใจ

อีกด้านหนึ่งขณะนั้นเซียนมาหาน้ำเพชรที่ร้านทองกิมฮวย กิมฮวยพาน้ำเพชรเดินเข้ามาในห้องรับแขก น้ำเพชรมีหน้าตาบึ้งตึง
“คุณอาเซียน อาน้ำมาแล้ว...ดูหน้าตาอีซิ ปลาบปลื้มอิ่มเอิบที่ล้อมาหาแต่เช้า”
“ครับ...ท่าทางเหมือนปลาบปลื้มอิ่มเอิบมากจริงๆ ด้วยครับ”
น้ำเพชรถลึงตาใส่เซียน ขณะที่กิมฮวยหัวเราะรื่น
“คุยกันให้สนุกนะ อาหม่าม้าไม่ขัดคอแล้ว” กิมฮวยเดินออกไป
“คุณน้ำเพชร...”
“เมื่อวานยัยอีกาโทรมาหาน้ำ”
“อีกาตัวไหนครับ”
“คุณปลาใหญ่ไม่ใช่คนตลก กรุณาอย่าฝืนทำตลกเลอะเทอะแบบไอ้เซียนเลยค่ะ เพราะมุกมันแป้กไม่มีชิ้นดี”
เซียนกระแอมเล็กน้อย
“คือ ผมเห็นว่าายเซียนดเขา...”
“กรุณาอย่าออกนอกเรื่อง ยัยอีการิก้านั่นโทรมาเยาะเย้ยน้ำ...มันบอกว่าคุณปลาใหญ่ชอบมัน”
“ไม่เป็นความจริง ก็อย่างที่บอก เขาต้องการให้ผมร่วมมือ...”
“อีกครั้งเดียวเท่านั้น” น้ำเพชรขัด
“อะไรหรือครับ”
“น้ำจะให้โอกาสคุณปลาใหญ่อีกครั้งเดียว ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้อีก...แหลก”
“ถ้าคุณน้ำไม่ไว้ใจผม...ผมขอท้าให้เราแต่งงานกันในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้” น้ำเพชรชะงัก
“คุณปลาใหญ่”
“แต่งพร้อมๆ กับคู่นายเซียน สายพิณเลย คุณน้ำจะกล้ารับคำท้ามั้ยล่ะครับ”

น้ำเพชรเม้มปาก มองเหมือนไปทางอื่นเหมือนยังไม่หายโกรธ
สองเดือนต่อมา น้ำเพชรแต่งงานกับเซียนพร้อมกับคู่ปลาใหญ่และสายพิณ งานแต่งงานของทั้งสี่คนจัดขึ้นที่บริเวณลานกว้างของชุมชนพัฒนาสู่สุขาวดี

ขณะที่บรรดาแขกที่มาร่วมงานพาเหรดกันเข้ามารดน้ำสังข์และอวยพรให้บ่าวสาวทั้งสองคู่ เขียว เบ๊ ใหญ่ปลอมตัวปะปนเข้ามาร่วมงานกับชาวบ้าน
หลังจากรดน้ำสังข์เสร็จแล้ว เจ้าบ่าวทั้งคู่จูงเจ้าสาวมาที่ไมโครโฟนซึ่งมอมรับหน้าที่เป็นพิธีกร
“พี่น้องครับ...หยุดรับประทานอาหารสักครู่แล้วฟังทางนี้...”
“ใครให้ไอ้มอมเป็นพิธีกร” ลุงป่องกระซิบถามป๋อง
“มันตั้งตัวของมันเองครับ มันว่าเป็นความฝันของมัน”
ชาวบ้านยังคงคุยกันจ้อกแจ้กจอแจ
“เฮ้ย...พวกลูกอีช่างคุย”
ทุกคนเงียบกริบ หันมามองมอม
“เห็นมั้ย...มันเกิดมาเพื่องานนี้จริงๆ” ป๋องกระซิบกับลุงป่อง
“เจ้าของงานเขาจะมีการพูดอวยชัยให้พรกัน ยังจะไม่ฟังอีก ประเดี๋ยวพ่อ...”
“ใจเย็น ไอ้มอม” ครรชิตกระซิบเตือน
“ไม่ยงไม่เย็นมันแล้ว ไอ้คัน”
บนเวทีเริ่มดึงตัวมอมเข้าด้านหลัง แล้วครรชิตรีบเข้าทำหน้าที่แทน ยังไม่ทันที่ใครจะพูดอะไรต่อ ก็มีเสียงดังบึ้มขึ้นจากมุมหนึ่ง ชาวบ้านทั้งหลายเกิดอาการชุลมุนวุ่นวายจนโกลาหล เขียว เบ๊คอยจังหวะเล็งปืนไปที่น้ำเพชรกับสายพิณบนเวทีแต่เซียนหันไปเห็นพอดีจึงตะโกนเรียกปลาใหญ่
“ปลาใหญ่”
ปลาใหญ่กันมามอง จังหวะนั้นเขียวกับเบ๊ยิงปืนมาที่สองสาวพอดี เซียนกับปลาใหญ่เข้าขวางกระสุนพุ่งเข้าหาสองหนุ่มจนล้มลง เกิดความชุลมุนวุ่นวายไปทั่ว เขียว เบ๊ ใหญ่จึงใช้ช่วงเวลานี้หลบหนีออกไป

ปลาใหญ่กับเซียนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ระหว่างนั้นเขียว เบ๊ ใหญ่กลับมาที่เซฟเฮ้าส์ ปรกร์จึงพาสมุนทั้งสามเข้ามาพบกับเกริกก้อง
“ว่าไง เรียบร้อยมั๊ย”
“พวกผมเล็งยิงไปที่นังเจ้าสาวสองคนนั่น”
“แต่ไอ้เซียนกับไอ้ปลาใหญ่ดันมาขวางไว้”
“ก็เลยได้ลูกกระสุนไปเป็นรางวัลครับ”
เขียว ใหญ่ เบ๊ พร้อมใจกันหัวเราะสะใจ เกริกก้องกับปกรณ์มองอย่างเย็ชาจนทั้งสามค่อยๆ หุบปาก หน้าเจื่อนกันไป
“ฉันสั่งให้ยิงผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชายเว้ย”
“แต่ผู้ชายมันเข้ามาขวางนี่ครับ”
เกรกก้องขบกราม ปกรณ์ถลิงตาใส่สมุนทั้งสามให้เงียบ
“ตายหรือเปล่า” เกริกก้องถามออกมาหลังจากระงับอารมณ์ได้แล้ว
“รอดยากครับ”

ส่วนที่โรงพยาบาล หน้าห้องผ่าตัดเซียน น้ำเพชรกับครรชิตรออยู่หน้าห้องผ้าตัดด้วยความร้อนใจจนกระทั่งหมอออกมา น้ำเพชรกับครรชิตจึงรีบลุกเข้าไปถามด้วยความร้อนใจ
“คุณปลาใหญ่เป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ”
“โชคดีที่กระสุนไม่โดนที่สำคัญครับ”
น้ำเพชรกับครรชิตถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
อีกด้านหนึ่งที่หน้าห้องผ่าตัดปลาใหญ่ สายพิณ ลุงป่อง ป๋อง มอมก็กำลังรุมล้อมถามอาการเซียนจากหมอเหมือนกัน
“คนไข้คงต้องอยู่ไอซียู เพื่อสังเกตอาการสักวันสองวัน แต่ก็ไม่น่าจะมีอะไรต้องเป็นห่วงครับ”
สายพิณน้ำตาไหลพรากด้วยความดีใจ
“ขอบคุณมากค่ะ คุณหมอ...ขอบคุณมาก...”
“ไม่เป็นไรครับ”
หมอเดินออกไป พยาบาลเข็นเตียงหลาใหญ่ออกมา สีหน้าปลาใหญ่ดูสงบเหมือนคนนอนหลับ

เมื่อทุกคนกลับจากโรงพยาบาล ชาวบ้านรีบเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง รวมทั้งหมอแม่นซึ่งลึกๆ แล้วก็เป็นห่วงทั้งสองคนเหมือนกัน
“คุณปลาใหญ่กับไอ้เซียนเป็นยังไงบ้าง”
ยายปิ่นถาม
“ปลอดภัยทั้งสองคนครับ”

ชาวบ้านเฮลั่น สายพิณกับน้ำเพชรน้ำตาไหลด้วยความปิติตื้นตัน
ด้านปกรณ์โทร.เช็คอาการของปลาใหญ่กับเซียนแล้วหันมาหาเกริกก้อง

“ว่าไง...เขาจะเอาศพพวกมันไปไว้ที่วัดไหน ฉันจะได้ส่งพวงหรีดไปสมน้ำหน้า”
“อยู่โรงพยาบาลครับ...”
“ห้องดับจิต” ใหญ่ เขียว เบ๊พยักเพยิดกัน
“ห้องไอซียู” ปกรณ์บอก
“ห้องไอซียู หมายความว่า...”
“ครับ พวกมันยังไม่ตาย”
เกริกก้องหน้าเครียด เขียว ใหญ่ เบ๊ค่อยๆ เลี่ยงออกไป

กลางดึกคืนนั้นภายในห้องไอซียู ขณะที่เซียนกับปลาใหญ่นอนหลับสนิท แต่เหมือนมีใครคนหนึ่งเดินช้าๆ มาที่เตียงเซียน โดยมีเมฆหมอกกระจายบางๆ เปลือกตาเซียนขยับเล็กน้อย ใครคนนั้นมาหยุดที่ข้างเตียงเซียน เซียนขยับตัวลืมตาขึ้นมองแล้วชะงักเมื่อเห็นเอ็กซ์ยืนอยู่ข้างเตียง ท่ามกลางเมฆหมอกทำให้ดูน่ากลัว เซียนอ้าปากจะร้องแต่ไม่มีเสียง
“เออ...ข้าเอง...ข้ามาดี” เอ๊กซ์บอก เซียนพยายามอ้าปากจะพูดแต่ก็ไม่มีเสียงออกมา “คราวก่อนๆ ข้าก็มาดี ข้ามาอวยพรให้เอ็งเอาชนะไอ้ก่องก๊องให้ได้ มันเป็นคนเลว...”เซียนยังคงเบิกตากว้าง “ไม่ต้องพูด...ข้าพูดเอง” เซียนทำปากพะงาบๆ “ธัมมะย่อมชนะอธรรม”
ร่างเอ็กซ์ค่อยๆ เลือนหายไป เซียนสะดุ้งตกใจตื่นแล้วหันมามองปลาใหญ่ ปลาใหญ่กำลังมองมาพอดี

สองวันต่อมาเซียนกับปลาใหญ่ย้ายออกจากห้องไอซียูมาอยู่ห้องพิเศษ สายพิณมาเฝ้าปลาใหญ่ที่ห้อง ขณะที่ปลาใหญ่นอนหลับอยู่สายพิณลุกไปเข้าห้องน้ำ จังหวะนั้นประตูห้องเปิดเซียนเดินเข้ามา
“ปลาใหญ่...ปลาใหญ่ เฮ้ยหลับเรอะ” สายพิณกำลังล้างหน้าอยู่ในห้องน้ำถึงกับชะงัก “เฮ้ย...ไอ้ปลาใหญ่”
ปลาใหญ่ตื่นขึ้นมารีบชะโงกมองไปที่เตียงคนฝ้า “ไม่ม่ ข้าไม่โง่หรอกน่า ดูเรียบร้อยแล้ว...วู่ ได้เป็นตัวเองซะที สวมบทบาทเป็นเอ็งนี่อึดอัดพิลึก” เซียนบอกแล้วดัดเสียงเคร่งขรึม “ผมคือปลาใหญ่...ผมเป็นคนเก่ง...ผมไอคิวสูงปรี๊ดปรอทแตก” ปลาใหญ่หันไปเจอสายพิณถึงกับกลืนน้ำลาย พยายามจะส่งสายตาเตือนเซียน แต่เซียนยังไม่รู้ตัว “นี่พอคุณน้ำเพชรกลับไปบ้าน เลยออกมาหาเอ็ง...นี่สายพิณไม่อยู่เรอะ”
“อยู่”
เซียนสะดุ้งเฮือก หันกลับไปมอง สายพิณชี้หน้าเซียน
“ทุเรศที่สุด ทั้งสองคนนั่นแหละ”
สายพิณเปิดประตูเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
“สายพิณ อย่าเพิ่งไป” ปลาใหญ่ร้องเรียก
“ไปแล้ว” เซียนบอก
“เออ เห็นแล้ว นายมันทำลายชีวิตฉันหมดทุกอย่าง แล้วก็ทำลายชีวิตตัวเองด้วย พอสายพิณรู้เดี๋ยวทุกคนก็ต้องรู้”
เซียนสะดุ้งเฮือก ลุกขึ้นทันที
“คุณน้ำเพชร”
“นายมันโง่”
เซียนทรุดลงอย่างหมดแรง
“เอาไงดีว่ะ”
“ไม่รู้”

สายพิณเดินมากดลิฟท์ ลิฟท์ขึ้นมาหยุดพอดี ประตูลิฟท์เปิดออกกลุ่มครรชิตคุยเฮฮากันออกมา
“อ้าว...หนูสายพิณ”
“คุณคัน...พวกเราทุกคนโดนหลอก”
ทุกคนมองหน้ากันอย่างงงงัน
กลุ่มครรชิตรีบมาที่ห้องปลาใหญ่ แต่ละคนมีสีหน้าแววตาตื่นเต้นดีใจ
“คุณปลาใหญ่”
“ไอ้เซียน”
“คุณปลาใหญ่”
“ไอ้เซียน”
“คุณ...”
“พอได้แล้วครับ”
ปลาใหญ่บอก ครรชิตรีบเดินมาที่เตียง
“ผมสังหรณ์ใจแล้วว่า...คุณปลาใหญ่จะเปลี่ยนร่างกับนายเซียนตอนเข้าห้องผ่าตัดหรือไม่ก้อยู่ห้องไปซียู”
เซียนกับปลาใหญ่ส่ายหน้า
“อ้าว...” ลุงป่อง มอม ป๋อง ชายสี่ร้องออกมาพร้อมกัน ครรชิตนิ่งคิดแล้วชะงัก
“หมายความว่า...”
“ใช่...ก็ตั้งแต่ตอนถูกพวกไอ้ก่อนก๊อนรุมนั่นแหละ” เซียนบอก
“แล้วทำไมไม่บอกความจริงวะ ปล่อยให้ทุกคนเข้าใจผิดอยู่ได้” ลุงป่องต่อว่า
“ถ้าบอกฉันก็ไม่ได้แต่งงานกับคุณน้ำเพชร แล้วปลาใหญ่ก็ไม่ได้แต่งกับสายพิณน่ะซิ”
“เห็นแก่ตัวนี่หว่า...” มอมต่อว่า
“นี่ใครเป็นคนต้นคิดว่ะ” ป๋องถาม
“ไม่ใช่อย่างที่ทุกคนเข้าใจ...” ปลาใหญ่บอก
“ก็แล้วมันเป็นยังไง” ชายสี่ถาม ปลาใหญ่หลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน
“เอาไว้ค่อยเล่าทีหลังก็ได้ คุณปลาใหญ่เพิ่งออกจากไอซียูได้สองวันเอง”
ครรชิตบอก มอม ลุงป่อง ป๋อง ชายสี่หันไปทางเซียน
“ไอ้เซียน”
“เอาไว้ฟังปลาใหญ่เล่าดีกว่า จะได้ฟังดูดีหน่อย...สหาย ช่วยกันแบกข้ากลับไปห้องหน่อยซิว่ะ” ทุกคนมองเซียนอย่างเย็นชา “เออ...ไปเองก็ไอ้”

เซียนลุกเดินไป 2-3 ก้าวก็ทรุดลง กลุ่มลุงป่องรีบเข้าไปประคอง
สายพิณเดินแกมวิ่งมาที่ร้านทองกิมฮวยเพื่อหาน้ำเพชร

“อ้าว...ไอ้พิณ มาหาใคร” พิชิตถาม
“มาหาน้ำเพชร...อาซ้อ น้ำเพชรอยู่หรือเปล่า” สายพิณถามกิมฮวย
“อยู่ข้างใน อีกลับมาอาบน้ำอาบท่า”
น้ำเพชรเดินออกมาจากข้างใน หน้าตาแจ่มใสเมื่ออาบน้ำเสร็จ
“สายพิณ...” น้ำเพชรมองสายพิณอย่างแปลกใจ สายพิณดึงน้ำเพชรเข้าไปคุยกันข้างใน
“อาพิณอีเป็นอะไรของอี” เติมศักดิ์มองตามอย่างแปลกใจ

พอเข้ามาในห้องรับแขกสายพิณปล่อยแขนน้ำเพชร แล้วกอดอกสีหน้าเคร่งเครียด
“เป็นอะไรฮึ...อยู่ดีๆ ก็ลากฉันมายืนหน้าหงิก”
“เราถูกหลอก ทุกคนถูกหลอกหมด”
“ใครหลอก...หลอกเรื่องอะไร”
“ไอ้พี่เซียนกับไอ้ปลาใหญ่”
“นี่ แกจะเรียกนายเซียนยังไงก็แล้วแต่แก ห้ามลามปามมาถึงคุณปลาใหญ่ของฉัน”
“ทั้งๆ ที่มันสมคบกันหลอกให้เราแต่งงานด้วยงั้นเรอะ”
“หมายความว่ายังไง...”
“ไอ้สองคนนั่น วิญญาณมันกลับเข้าร่างเดิมตั้งนานแล้ว”
“อะไรน่ะ”
“ฉันได้ยินกับหูเมื่อกี้นี่เอง ไอ้พี่เซียนมันนึกว่าฉันไม่อยู่”
น้ำเพชรกำมือแน่นด้วยความโกรธ
“ไอ้เซียน ไอ้คุณปลาใหญ่...ตาย” มือน้ำเพชรสั่นเทา “ไป...สายพิณ ไปฝังสองคนนั่นกลางโรงพยาบาลเลย”
“ฉันจะฝังไอ้พี่เซียน แกฝังไอ้คุณปลาใหญ่”
สองสาวพยักหน้าหนักแน่นแล้วออกไป

ขณะที่น้ำเพชรกับสายพิณมาที่โรงพยาบาล ครรชิตกับกลุ่มของลุงป่องก็พาปลาใหญ่กับเซียนออกจากโรงพยาบาล ทั้งหมดช่วยกันพยุ่งเซียนกับปลาใหญ่ขึ้นรถ
“พวกเอ็งกลับแกซี่ละกัน ไป...คุณคัน”
ลุงป่องบอกกับมอม ป๋อง ชายสี่
“เดี๋ยว...จะให้ตามไปที่ไหน” มอมถาม
“ไปบ้านผม”ปลาใหญ่บอก
“บ้านไหน” ป๋องถาม
“บ้านที่สุขุมวิท”
“แล้วมันอยู่ส่วนไหนของสุขุมวิทวะ” ป๋องถามต่อ
“ฉันรู้จัก...ไปเถอะคุณคัน” ชายสี่บอก
“รีบไปเถอะคุณคัน เดี๋ยวมฤตยูน้ำเพชรมา...ทีนี้จะตายยกครอกเลย” เซียนบอก
ครรชิตขับรถออกไป กลุ่มของมอมเรียกแท็กซี่ตามไป

ขณะนั้นน้ำเพชรขับรถมาโรงพยาบาลด้วยสีหน้าเคร่งเครียด สายพิณนั่งคู่คอยกดโทรศัพท์แต่ไม่มีคนรับ
“ไม่มีใครรับสักคน”
“ลุงป่องล่ะ”
“โอ๊ย...ไม่รับทั้งครอกเลย”
“ลองโทรไปเช็คที่โรงพยาบาลซิ”
“ทำไม”
“ฉันสังหรณ์ใจว่าจะพากันเผ่นไปหมด”
“โรงพยาบาลเบอร์อะไร”
“โทรถาม1133ซิ”
สายพิณกดโทรศัพท์

ทางด้านปลาใหญ่กับเซียนเมื่อมาถึงบ้านปลาใหญ่ ครรชิตกับลุงป่องช่วยประคองทั้งคู่เข้าบ้าน โดยมีมอม ป๋อง ชายสี่เดินตามเข้ามา ทั้งสามมองความโอ่อ่าของบ้านปลาใหญ่อย่างตื่นเต้น สมทรงกับสมศรีรีบออกมา
“นั่นอะไรกันน่ะ” สมทรงถาม
“นั่งก่อนซิ” ปลาใหญ่บอกกับครรชิตและลุงป่อง
“ฉันถามว่ายกโขยงกันมาทำไม” สมทรงถามต่อ
“พวกนี้เป็นแขกของฉัน” ปลาใหญ่บอก
“นายเซียน” สมศรีเรียก เซียนยกมือ
“ฉันอยู่นี่”
“หาน้ำท่ามาเลี้ยงเพื่อนฉันหน่อย” ปลาใหญ่สั่ง
“อย่า...ให้คุณคันไปเอามาดีกว่า ยัยสองคนนี่ไว้ใจไม่ได้ อันที่จริงคนบ้านนายไว้ใจไม่ได้ซักคน” เซียนบอก
“จริงของแก...นายป๋อง ตามฉันมา”
ครรชิตพาลุงป่องเดินไป สมทรงพยักหน้ากับสมศรีแล้วพากันเดินไป

สมทรงกับสมศรีเดินออกมาอีกมุมหนึ่งเพื่อปรึกษากัน
“เอาไงดี”
“โทรบอกคุณก้อง” สมทรงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเกริกก้อง “คุณก้องคะ...เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ”
เกริกก้องรับโทรศัพท์จากสมทรงแล้วขมกรามแน่น นัยน์ตาเป็นประกายกร้าว
“คอยดูพวกมันไว้” เกริกก้องวางหูจากสมทรงแล้วกดโทรศัพท์หาจันทร์ทิพย์ “จันทร์ กลับไปบ้านก่อน ไอ้ปลาใหญ่มันยกโขยงเพื่อนชั้นต่ำของมันไปที่นั่น...เดี๋ยวฉันจะตามไปกับกรณ์
เกริกก้องปิดโทรศัพท์สีหน้าเคร่งเครียด

กลุ่มของปลาใหญ่ยังอยู่ที่ห้องนั่งเล่น มอมกับป๋องแจกน้ำผลไม้กับขนมทุกคน
“เอ้า...กินซะเป็นบุญปาก” มอมบอก
“คุณปลาใหญ่ ผมอยากรู้เรื่องเต็มทีแล้ว” ครรชิตบอก
“ผมอยากเก็บไว้เล่าพร้อมๆ กับสายพิณแล้วก็น้ำเพชรด้วย แต่ต้องเอาไว้ให้เขาใจเย็นลงก่อน”
“เล่าก่อนก็ได้ เดี๋ยวพวกผมเอาไปเล่าให้สองคนนั่นฟังต่อ” ลุงป่องบอก
“ลุงป่องได้ใส่ไข่เข้าไปอีกน่ะซิ” เซียนบอก
“ถ้าอยากฟังจริงๆ ไปเล่าในห้องทำงานผมดีกว่า” ปลาใหญ่บอก

“ห้องไหนล่ะครับ...” ลุงป่องงวยงง
แสบสลับขั้ว ตอนที่ 17 (ต่อ)

ครรชิตนำทุกคนมาที่ห้องทำงานปลาใหญ่

“เชิญนั่ง...” ปลาใหญ่บอกเมื่อเข้ามาในห้องทำงาน ทุกคนทรุดตัวลงนั่ง ปลาใหญ่ถอนหายใจ สีหน้าเหมือนทบทวนความทรงจำ “วันนั้น...ผมกับเซียนถูกซ้อมปางตาย...”
ปลาใหญ่เริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด ทุกคนฟังอย่างตื่นเต้น เซียนตบเข่าฉาด
“สะใจเป็นบ้า ไอ้พวกนั้นตาเหลือกวิ่งหางจุกตูดกันหนีไปเลย เสียดายนิดเดียวที่ไม่ทันแหกอกแลบลิ้นปลิ้นตาหลอก”
“จะทำตามแผนนั้นได้ยังไงในเมื่อนายยังไม่ได้ตายจริง” ปลาใหญ่บอก
“ต่อเลยไอ้เซียน กำลังมัน” ลุงป่องบอก
“ไอ้เซียนมันใส่ไข่ตอนไหนก็ตัดเลยนะครับคุณปลาใหญ่ ไม่ต้องไปเกรงใจมัน” ครรชิตบอก ปลาใหญ่ยิ้มแล้วเล่าต่อ
“หลังจากพวกมันขับรถหนีไป ทีนี้ก็มาถึงตอนสำคัญ...”

ปลาใหญ่เริ่มเล่าต่อ...เหตุการณ์วันนั้นหลังจากใหญ่ เขียว เบ๊หนีไปแล้ว วิญญาณเซียนกับปลาใหญ่มองตามรถที่แล่นลับไป แล้วเบือนหน้าไปมองร่างตัวเองที่นอนอยู่ วิญญาณทั้งคู่มองเพ่งพิศครู่หนึ่ง ขณะนั้นหมอกจางๆ เริ่มปรากฎลอยอ้อยอิ่งเข้าปกคลุม เซียนส่ายหน้า พูดขึ้นในที่สุด
“ดูไม่จืดเลย ทั้งสองร่าง”
“ฉันให้นายเลือก...อยากจะเข้าร่างไหนก็ตามใจ ไม่ต้องกลัวฉันแย่ง” ปลาใหญ่บอก
เซียนเดินเข้าไปใกล้ร่างที่นอนอยู่แล้วทรุดตัวลงมอง
“เลอะทั้งคู่ เฮ้อ...เหม็นอีกต่างหาก”
ปลาใหญ่ทรุดตัวลงกอดเข่ามอง ขณะที่เซียนมองร่างทั้งสองสลับกัน ทันใดนั้นมีเสียงประสวดอภิธรรม ดังแว่วเข้ามา ปลาใหญ่กับเซียนชะงักมองหน้ากัน แล้วสะดุ้งเมื่อเห็นยมทูตนุ่งโจงกระเบนสีแดงปรากฎอยู่ตรงหน้า ท่ามกลางไอหมอกจางๆ ดูน่ากลัวและน่าเกรงขาม ปลาใหญ่ก้มกราบ เซียนกลืนน้ำลายก้มกราบเช่นกัน
“นายคงต้องรีบเลือกแล้วละ” ปลาใหญ่บอก
“กดดันน่าดูเลยนะท่าน” เซียนบ่น ปลาใหญ่ลุกเดินมาทรุดตัวลงข้างๆ ร่างตัวเอง เซียนหันมามองแว่บหนึ่ง “ถึงเวลาที่เราต้องกลับเข้าร่างใครร่างมันเสียที”
“แน่ใจนะ” ปลาใหญ่ถาม เซียนถอนหายใจ
“นายก็คือนาย...ฉันก็คือฉัน ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปสักกี่ร่าง ก็ไม่มีวันเปลี่ยนจิตวิญญาณของเราได้ ไม่ว่าฉันจะเป็นปลาใหญ่ยังไง...แต่งตัวดี...มีเงินใช้ร่ำรวยขนาดไหน ฉันก็ยังเป็นไอ้เซียนผู้ต่ำต้อยวันยังค่ำ”
“นายไม่ได้ต่ำต้อย ไม่ว่าจะจนหรือรวย ทุกคนต่างก็มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีของตัวเอง แล้วนายก็ควรจะภูมิใจด้วย...นายมีความรักที่มั่นคง ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปกับสิ่งแวดล้อมภายนอก ถ้าฉันเป็นน้ำเพชร ฉันจะภาคภูมิใจมากๆ ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความขดแย้ง การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น...การทรยศหลอกลวงอย่างทุกวันนี้ ความรักแท้อย่างนั้นหาไม่ได้ง่ายๆ นักหรอก”
เซียนอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วยื่นมือมา
“ขอบใจมาก ปลาใหญ่ ฉันเองก็หวังว่านายคงจะได้พบความรักแบบนั้นเหมือนกัน...เพื่อนอย่างนายก็หาไม่ได้ง่ายๆ...ฉันขอโทษ ที่ทำให้นายต้องเดือดร้อน” ปลาใหญ่ยื่นมือไปให้เซียนจับ “จะว่าไปอย่างน้อย เราก็ได้มีประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เหมือนใคร แล้วใครก็คงจะเหมือนได้ยาก”
ร่างยมทูตไหววูบ ปลาใหญ่หันไปมองแว่บหนึ่ง
“ไม่ได้พูดเพราะเห็นท่านพญายมนะ”
“ไม่ใช่...ฉันได้บทเรียนมามากพอแล้ว เป็นบทเรียนที่มีค่าที่สุดด้วย” เซียนยกมือข้างหนึ่งขึ้น “ฉันพรากชีวิตช่วงหนึ่งของนายไป...เพราะฉะนั้นถ้ามีโอกาส ฉันจะร่วมมือกับนายทุกอย่าง เพื่อให้นายได้ชีวิตเดิมกลับคืนมา”
เซียนลุกขึ้นแล้วกระโดดเข้าร่างตัวเอง ยมทูตค่อยๆ เลือนหายไป ปลาใหญ่ลุกขึ้น เข้าไปในร่างตัวเอง

“หลังจากนั้นไอ้สามคนนั่นก็ขับรถกลับมา...เราก็เลยแอบขึ้นรถ ขับหนีมาอย่างที่รู้นั่นแหละ” ปลาใหญ่บอก
“แล้วทำไมไม่บอกความจริงตั้งแต่แรก“ ชายสี่ถาม
“ก็พวกมันจะหลอกแต่งกับคุณน้ำเพชรกับสายพิณน่ะซิ” มอมบอก
“เราทำเพื่อให้ทั้งสองคนได้สมหวัง” เซียนบอก
“ใครอยู่ข้างใน...ออกมาให้หมด” เสียงเกริกก้องดังขึ้น ทุกคนหันมาสบตากัน

ทุกคนก้าวออกจากห้องมาเผชิญหน้ากับกลุ่มเกริกก้อง
“เฮลโหลว...คุณอาก่องก๊อง...คุณอาจั่น...จั๊น...ไอ้ก่อน...ก๊อน...” เซียนดัดเสียง
“พอทีไอ้บ้า...ไอ้ปลาใหญ่”
“ผมอยู่นี่ครับ อาก้องคงยังไม่ทราบว่าเราสองคนกลับเข้าร่างของตัวเองเรียบร้อยแล้ว”
“ซึ่งต้องขอขอบใจคุณอาก่อง...ก๊อง ที่ส่งไอ้ก่อน...ก๊อน พาสมุนไปถล่มเรา เราก็เลยออกมาเข้าร่างตัวเองได้ ขอบใจนะ ก่อน...ก๊อน” เซียนบอก
“ไอ้บ้า” ปกรณ์ด่าออกมา
“ไสหัวพวกแกออกไปจากบ้านฉันให้หมด” จันทร์ทิพย์บอกอย่างโมโห
“ผมเป็นคนเดียวเท่านั้นที่จะให้ใครอยู่หรือออกไปจากบ้านหลังนี้ได้” ปลาใหญ่บอก
“แต่ไอ้กุ๊ยพวกนี้...”เกริกก้องชี้หน้ากราด
“เขาเป็นเพื่อนของผม” ปลาใหญ่พูดต่อทันที
“ชัดเว่อร์เลย”
“คุณครรชิต”
“ครับ”
“ดูสารรูปตัวเองซิ”
“ครับ” ครรชิตก้มดูตัวเอง “ดูแล้วครับ”
“สารรูปน่ะวัดไม่ได้หรอกครับว่าใครเป็นยังไง” ลุงป่องบอก
“ไอ้อดิศักดิ์ศรี”
“ขอบคุณที่จำได้” ลุงป่องโค้ง
“และนี่คือลีโอนาร์โด” มอมบอก
“และสุดท้าย...รูเบิร์ต”

สีหน้าพวกเกริกก้องแทบจะเส้นเลือดโป่งขึ้นมา
กลุ่มของปลาใหญ่เดินกลับมาที่รถ ระหว่างนั้นชายสี่สอดส่ายสายตารมองหารัญญาตลอดเวลา
 
“เอารถของฉันไป...ขับดีๆ นะนายเซียน” ครรชิตบอก
“โอเค...แต่บางทีเราขับดี แต่คนอื่นขับไม่ได้”
“มันก็ชนกันโครมน่ะซิครับ”
มอมตบไหล่ชายสี่
“ไอ้ชาย...มองหาแมลงวันเรอะ”
“เปล่า”
“ไปได้แล้ว”
“เซียน...ฝากดูสายพิณด้วยล่ะ” ปลาใหญ่บอกเซียน
“ไม่รับฝากเว้ย ของๆ ใคร...ใครก็ดูกันเอง ไปล่ะ”
กลุ่มเซียนขึ้นรถขับออกไป โดยยื่นมือออกมาโบกสนุกสนาน ปลาใหญ่กับครรชิตโบกมือตอบ
“ผมดีใจที่กลับมาคราวนี้ คุณปลาใหญ่โบกมือบ๊ายบายเป็นแล้ว”
“แต่ก่อน ผมแย่ถึงขนาดนั้นเลยเรอะ”
ทั้งสองเดินคุยกันกลับเข้าบ้าน

เซียนเดินคุยกับลุงป่องมาถึงหน้าบ้าน
“ขอบใจนะลุงป่องที่อุตส่าห์เดินมาส่ง”
“ใครบอกข้าเดินมาส่งเอ็ง ข้าจะไปบ้านแล้วบ้านข้าก็ต้องผ่านบ้านเอ็ง”
“อ้าว เรอะ”
“เออ...ไปละ”
เซียนเปิดประตูเดินเข้าบ้าน

พอเข้ามาในบ้านเซียนสะดุ้งเฮือก แล้วหันหลังกลับจะเดินออกไป น้ำเพชรมองเซียนเขม็ง
“จะไปไหนล่ะคะ คุณปลาใหญ่” เซียนค่อยๆ หันกลับมา ยิ้มแห้งๆ “ว่าไงคะ จะไปไหน ไอ้คุณปลาใหญ่”
น้ำเพชรเดินมาดึงหูเซียน แล้วพูดเสียงเข้มตรงไอ้คุณปลาใหญ่
“ไป...ไปส้วม เอ๊ย...สุขาครับ”
“ไม่ต้องไป ปล่อยให้มันราดตรงนี้แหละ”
“แต่มันเหม็นนะครับ”
“ไม่ต้องพูดมาก...นั่งลง”
“ครับ...นั่งแล้วครับ คุณน้ำเพชรพูดดีๆ ไม่ต้องตวาดก็ได้”
น้ำเพชรจิ้มหน้าผากเซียนจนเซียนหน้าหงาย
“นี่แน่ะ...พูดดีๆ คนอย่างนายน่ะไม่เหมาะกับคำพูดดีๆ หรืออะไรดีๆ ซักอย่าง เพราะนายมันเลว เลวที่สุด เลวจนหาที่ดีไม่ได้เลย”
“แต่ผมหล่อนะครับ”
“โธ่เอ๊ย...ไอ้ยักษ์”
“แล้วผมก็ใจเดียวรักเดียวด้วย” น้ำเพชรเริ่มมือสั่น
“ใจเดียวรักเดียว นี่แน่ะ”
น้ำเพชรกระโจนเข้าชกเซียน เซียนหลบทำให้เสียหลัก น้ำเพชรจึงเสียหลักไปด้วย เซียนโอบน้ำเพชรไว้ด้วยสัญชาตญาณปกป้อง ทั้งคู่จึงล้มลงไปด้วยกันโดยน้ำเพชรอยู่บนอกเซียน สีหน้าของทั้งคู่ตกใจ...เซียนค่อยๆ ยื่นหน้าจะจูบน้ำเพชรแต่น้ำเพชรรู้สึกตัวจึงรีบลุกขึ้นแล้วกระแทกตัวนั่งลงบนท้องเซียนอย่างแรง
“โอ๊ย...”
เซียนกุมท้องร้องลั่น
“สมน้ำหน้า คนคิดไม่ดี คิดทุเรศ มันก็ต้องโดนแบบนี้”
เซียนลุกขึ้นนั่ง
“ไม่เป็นไร โดนภรรยาซ้อมนิดซ้อมหน่อยทนได้”
“อะไรนะ ไอ้เซียน แกว่าใครเป็นภรรยาใคร” น้ำเพชรโวยลั่น
“ก็ใครล่ะที่แต่งงานกับผม”
“นั่นเป็นเพราะฉันไม่คิดว่า นายจะสมคบคิดกับไอ้คุณปลาใหญ่มาหลอกลวงฉันกับสายพิณน่ะซิ”
“นั่นเป็นเพราะผมรักคุณ และปลาใหญ่ก็รักสายพิณ”
“แต่ฉันเกลียดนาย เดี๋ยวนี้ยังเกลียดบรมเกลียด เกลียดยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือน”
น้ำเพชรสะบัดหน้าเดินไป
“คุณน้ำครับ เราแต่งงานกันแล้วนะครับ”
“เชิญนายไปแต่งไปอยู่กินกับไอ้คุณปลาใหญ่เถอะ”
น้ำเพชรเดินออกไปแล้วปิดประตูโครม

น้ำเพชรก้าวออกมาขณะที่สายพิณนั่งกอดอกรออยู่บนมอเตอร์ไซค์ น้ำเพชรกับสายพิณแตะมือกัน แล้วสายพิณเดินเข้าไปในบ้านเซียนขณะที่น้ำเพชรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาปลาใหญ่ พอปลาใหญ่รับสายน้ำเพชรพยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติ
“ค่ะ...คุณปลาใหญ่...นี่น้ำเอง”

“ตกลง ผมจะไปพบคุณ”
ปลาใหญ่วางโทรศัพท์ลง
“คุณปลาใหญ่ไม่ควรรับปากมือพิฆาตหุ้มทองนะครับ ดีไม่ดีอาจจะเจอหมัดสั่งตายสายสะดือด้วย” ครรชิตบอก
“น้ำเพชรเป็นคนมีเหตุผล ส่วนสายพิณน่ะเขาเชื่อฟังนายเซียนอยู่แล้ว”

ขณะนั้นสายพิณอยู่กับเซียน สายพิณมีสีหน้าแววตาถมึงทึง
“พิณจะให้โอกาสไอ้พี่เซียนพูดอีกที”
“คืองี้...พี่น่ะหวังดีอยากให้พิณได้ดีมีความสุข ถึงได้ทำอย่างนั้น”
“แต่พิณเรียกว่าโกหกหลอกลวง”
“คุณปลาใหญ่เขาเป็นคนดี”
“พิณรำคาญคนดี...”
“เขาร่ำรวย”
“พิณไม่ใช่คนเห็นแก่เงิน”
“พี่อยากให้พิณสบาย...” เสียงเซียนเริ่มอ่อยลง
“แล้วพิณลำบากตรงไหน”
“งั้นคุณปลาใหญ่เขารักพิณ เอ้า...”
“พิณเกลียดเขา ยิ่งสุมหัวกันหลอกพิณแบบนี้ พิณยิ่งเกลียดใหญ่”
“เขายอมสละชีวิตเพื่อนพิณนะ เขารักพิณมากขนาดนั้น”
“เหมือนกับที่พี่เซียนรักและยอมเสียสละชีวิตเพื่อน้ำเพชรใช่ไหม” เซียนนิ่งอึ้ง สายพิณน้ำตาคลอ “หากไม่รักก็บอกตรงๆ ไม่ต้องหลอกลวงกันก็ได้...เพราะมันเจ็บ...” สายพิณน้ำตาไหลพราก “เจ็บที่จับได้ว่า คนที่เรารักวางแผนเสือกไสไล่ส่ง ยัดเยียดเราให้คนอื่น”
สายพิณหันหลังกลับ แบบสุดจะกลั้นความโศกเศร้าเจ็บปวด
“สายพิณ...”
“จบกันเสียที”
สายพิณเปิดประตูออกไป เซียนจะตามแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ ทรุดตัวลงนั่งฟุบหน้ากับฝ่ามือ
สายพิณเดินเช็ดน้ำตากลับมาหาน้ำเพชรที่รออยู่หน้าบ้าน น้ำเพชรส่งผ้าเช็ดหน้าให้โดยไม่พูดอะไร
 
สายพิณเช็ดน้ำตาแล้วขึ้นขี่มอเตอร์ไซค์ขับออกไปโดยมีน้ำเพชรซ้อนท้าย
ส่วนที่บ้านปลาใหญ่ขณะนั้นเกริกก้อง ปกรณ์ จันทร์ทิพย์ยืนอยู่ที่ระเบียงบ้านมองปลาใหญ่กับครรชิตที่ขับรถขับออกไป

“มันจะไปไหน” จันทร์ทิพย์ถามอย่างแปลกใจ
“ก็คงไปหาเพื่อนสลัมมันนั่นแหละ”
“ถ้ามันพยายามจะเอาบริษัทคืนล่ะคะ”
“จันทร์ก็...คุณก้องอยู่ทั้งคน แล้วยังมีพี่เป็นมือขวา ต่อให้พ่อไอ้ปลาใหญ่ฟื้นขึ้นมาก็ไม่มีวันเอาคืนได้”
ปกรณ์บอก เกริกก้องมีสีหน้าเหี้ยมเกรียม

ปลาใหญ่กับครรชิตมาที่บ้านลุงป่อง ทั้งคู่หอบผลไม้และของกินเข้ามาเต็มมือ
“ผมซื้อของโปรดมาให้ลุงป่องหลายอย่างเลยครับ”
ปลาใหญ่บอก ประตูบ้านเปิดออกจากนั้นสายพิณก็ก้าวออกมาปลาใหญ่กับครรชิตถึงกับชะงัก
“ว่าแล้ว...สังหรณ์ใจอยู่แล้ว” ครรชิตบอกออกมา
“คุณปลาใหญ่” ลุงป่องมองหน้าปลาใหญ่
“ไม่เป็นไรครับ ยังไงผมก็ต้องคุยกับสายพิณอยู่ดี”
“แล้วหลบหน้าฉันทำไม” สายพิณถามเสียงห้วน
“เพราะผมอยากให้คุณใจเย็นลงก่อน”
“ลุงคัน...ลุงป่อง พิณขอคุยกับปลาใหญ่ตามลำพังหน่อยค่ะ”
“ทำไมล่ะหนู...อยู่กันหลายๆ คนอุ่นใจดีนะ”
“คุณครรชิต”
“ครับ”
ลุงป่องยังนั่งเฉย
“ลุงป่อง”
“โชคดีนะ คุณปลาใหญ่”
ครรชิตกับลุงป่องเดินออกไป สายพิณหันมาจ้องหน้าปลาใหญ่

ครรชิตกับลุงป่องถึงกับสะดุ้งเมื่อออกมาเจอน้ำเพชรนั่งอยู่หน้าบ้าน
“เฮ้ย”
“หนูน้ำ...หนูเป็นคนนัดคุณปลาใหญ่นี่...แล้วทำไมสายพิณ...”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ...เดี๋ยวน้ำต้องพูดกับคุณปลาใหญ่แน่”
“เราเป็นพวกเดียวกันนะ...อย่าลืม”
“ศัตรูหลอกลวงกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่พวกเดียวกันหลอกกันนี่ซิคะ มันเจ็บเสียยิ่งกว่าเจ็บ”
ครรชิตกับลุงป่องทำตาปริบๆ

ภายใยบ้านสายพิณเดินช้าๆ ไปรอบตัวปลาใหย่
“เคยได้ยินมั้ยที่เขาพูดกันว่า บุญคุณต้องทดแทนความแค้นต้องชำระ”
“เคย...แต่ผมไม่ได้ถือเป็นอารมณ์”
“อ๋อ...ก็นายเป็นคนวางแผนทั้งหมดนี่ หรือว่าจะโทษไอ้พี่เซียน”
“ไม่ ผมเป็นลูกผู้ชายพอ กล้าทำก็กล้ารับ”
“เฮอะ...ลูกผู้ชาย ลูกผู้ชายเขาเขาสุ่มหัวกันหลอกผู้หญิงแบบนี้เนี่ยนะ”
“สายพิณ...นายเซียนเขาไม่ได้รักคุณ”
“และฉันก็ไม่ได้รักนายเหมือนกัน” ปลาใหญ่อึ้งไป “เพราะฉะนั้นงานแต่งงานของเราเป็นโมฆะ”
ปลาใหญ่นิ่งไปครู่หนึ่ง
“ถ้ามันเป็นความประสงค์ของคุณ ผมก็คงขัดไม่ได้” สายพิณเป็นฝ่ายอึ้งบ้าง “ผมยอมรับว่ารักคุณ...แต่ถ้าคุณไม่ต้องการความรักของผม”
“ฉันไม่ต
กำลังโหลดความคิดเห็น...