xs
xsm
sm
md
lg

ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 25-26

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 25

เรื่องราวในวันนั้นเมื่อครั้งอดีต...เจ๊อึ่งกำลังสอยเสื้อชุดนักร้องอยู่ในห้องเสื้อผ้า มีแก้วตานั่งอยู่ข้างๆ เจ๊อึ่งทำท่าไม่สนใจ แก้วตาร้องไห้

“เจ๊อึ่งจะช่วยฉันได้ไหม”
“ทำไมฉันจะต้องช่วย”
“ฉันรู้ ว่าฉันทำให้เจ๊เสียใจ ที่เจ๊ไม่ได้เป็นนักร้องก็เพราะบริษัทเลือกฉัน”
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันถึงต้องมาเย็บผ้าอยู่นี่ไง”
“เจ๊รักพี่ชาตรี...ฉันก็รู้”
“แต่พี่ชาตรีเขาไม่รักฉันนี่ เขารักเธอ เธอแย่งของฉันไปหมดทุกอย่าง”
แก้วตาซับน้ำตา
“แล้วถ้าไม่มีฉันล่ะ...”
“หมายความว่ายังไง”
“ฉันตัดสินใจแล้วว่า ฉันจะไม่เป็นตัวถ่วงอนาคตของพี่ชาตรี ฉันแค่อยากให้เจ๊ช่วยฉัน ช่วยทำให้พี่ชาตรีเขาตัดใจจากฉันให้ได้”
เจ๊อึ่งไม่เข้าใจแก้วตา
“ก็ไหนเมื่อวันก่อนเธอยังบอกฉันอยู่เลยว่า เธอกำลังท้อง กำลังจะมีลูกกับพี่ชาตรี”
“ฉันโกหก...ฉันไม่ได้ท้อง...ฉันคงเป็นนักร้องไม่ได้แล้ว”
“เธอพูดอะไรฉันไม่เข้าใจ”
“ฉันจะกลับบ้านนอกไปแต่งงานกับคนที่เขารอฉันอยู่ ฉันไม่รักพี่ชาตรีอีกแล้ว”
แก้วตาร้องไห้ซบลงกับอก เจ๊อึ่งได้แต่อึ้งตะลึงไป ในใจก็คิดสะใจว่า แก้วตาจะได้พ้นทางไปเสียที

เจ๊อึ่งหน้าเศร้าสลด
“ตอนนี้เจ๊รู้แล้วว่า แก้วตาทำทุกอย่างเพื่อพี่ชาตรีจริงๆ...”
ทัศนีย์ชักมั่นใจ
“ในเมื่อแก้วตาไม่ได้กลับไปแต่งงานกับผู้ชายคนใหม่ที่บ้านนอก กุ้งนางก็ต้องเป็นลูกของครูชาตรี...”
กบยิ้มยินดี
“ถ้ากุ้งนางรู้เรื่องนี้คงจะดีใจมากเลยนะคะ”
ชะเอมหนักใจ
“แต่ตอนนี้ไอ้กุ้งมันหนีกระเจิดกระเจิงไปไหนแล้วก็ไม่รู้”
ทัศนีย์หันไปบอกเจ๊อึ่ง
“ฉันคิดว่า เจ๊อึ่งควรจะบอกเรื่องนี้ให้ทุกคนรู้ก่อน โดยเฉพาะกับครูชาตรี”
เจ๊อึ่งถอนใจ
“จริงของพี่ตู่ ตลอดเวลายี่สิบปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยมีความสุขจริงๆ เลยสักวัน”


เจ๊อึ้งยกมือไหว้ขอโทษครูชาตรี
“อึ่งต้องขอโทษพี่ด้วย ที่ทำให้เป็นเรื่องราวใหญ่โตอย่างนี้”
“เรื่องมันผ่านไปแล้ว อึ่งเองก็ไม่รู้ความจริงทั้งหมด”
นทีทองถอนใจ
“พวกเราต่างก็รู้เรื่องราวคนละส่วน มีแต่แก้วตาเท่านั้นที่รู้ทั้งหมด”
ครูชาตรีเสียใจ
“แก้วเขาไม่น่าตัดสินใจอย่างนี้เลย พี่พูดไปก็ด้วยอารมณ์เท่านั้น”
เจ๊อึ่งมองครูชาตรี
“แก้วตามันรักพี่อย่างจริงใจ ยอมสละทุกอย่างก็เพื่อพี่คนเดียว”
“พี่ก็รักแก้วตาเพียงคนเดียว ไม่เคยรักใครอีกเลย”
เจ๊อึ่งหน้าเศร้า
“วิญญาณของแก้วตาจะได้มีความสุขที่ได้เห็น พ่อกับลูกได้พบ ได้เข้าใจกัน”
ครูชาตรีมองเจ๊อึ่งด้วยความซาบซึ้งใจ
“ขอบใจคุณมากนะอึ่ง ขอบใจจริงๆ...”
“อึ่งขอทำดีกับแก้วตาบ้าง แค่สักครั้งก็ยังดี”
เจ๊อึ่งน้ำตาคลอด้วยความตื้นตันและสุขใจ ครูชาตรีจับไหล่ปลอบโยน ทั้งสองยิ้มให้กัน

จิรายุยืนเครียดเพราะเป็นห่วงกุ้งนางอยู่ที่มุมหนึ่ง ก้านเดินเข้ามาหา
“คุณจิ”
จิรายุถอนใจ
“ตอนนี้ กุ้งจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”
“อย่ากังวลไปเลยครับคุณจิ กุ้งกำลังเสียใจ แต่คงไม่เป็นอะไรหรอกครับ”
“ตอนนี้กุ้งนางอาจจะกลับไปที่ห้องพักแล้วก็ได้ ฉันจะตามไปดู”
จิรายุจะออกกไป ก้านขวางไว้
“กุ้งไม่กลับไปที่หอพักหรอกคุณจิ”
“ก้านจะรู้ได้ยังไง”
“ก็กุ้งบอกกับพวกเราว่า ถ้าครั้งนี้ พ่อยังไม่ยอมรับว่าเป็นลูกอีก กุ้งก็คงจะกลับบ้านซะที”
“ถ้างั้นฉันก็จะไปกุ้งนางกลับมา”
“คุณจิ...”
“ก้านจะห้ามฉันทำไม หรือก้านคิดว่า ตอนนี้เป็นโอกาสของก้านแล้ว ที่แย่งกุ้งนางคืนไปจากฉัน”
“คุณจิดูถูกผมเกินไปแล้ว ผมรักกุ้งก็จริง แต่ผมทำใจได้แล้ว ในเมื่อกุ้งรักคุณจิผมก็ดีใจที่เห็นกุ้งมีความสุข...แต่คุณจิล่ะครับ รักกุ้งมันรึเปล่า หรือว่าจะหลอกเล่น ให้มันกุ้งมันเสียใจช้ำใจเหมือนแม่แก้วตา”
จิรายุถอนใจ

รถสองแถววิ่งไปตามถนนยามเย็น...กุ้งนางนั่งมองเหม่อคนเดียวมองไปสองข้างทางด้วยสีหน้าครุ่นคิด หญิงสาวหันกลับมาดูสร้อยข้อมือกับเนื้อเพลงที่เป็นกระดาษลายมือของครูชาตรี สักครู่รถสองแถวแล่นมาจอดหน้าบ้าน กุ้งนางเดินไปจ่ายเงินกับคนขับ รถสองแถวแล่นออกไป กุ้งนางยืนมองบ้าน แล้วเดินเข้าบ้านไป

ยายอุ่นกำลังจัดเก็บข้าวของอยู่บนบ้าน กุ้งนางเดินขึ้นบ้านมา
“ยาย...”
“กุ้งนาง”
กุ้งนางโผเข้าไปกอดยายน้ำตาไหลออกมา
“กุ้งกลับมาแล้วจ้ะยาย กุ้งจะกลับมาอยู่กับยายแล้วจ้ะ”
ยายอุ่นปลอบใจ
“กุ้ง...เป็นอะไรลูก บอกยายมา”
กุ้งนางร้องไห้
“ยาย... พ่อเขาไม่ยอมรับว่ากุ้งเป็นลูกจ้ะ”
“กุ้ง เอ๊ย...จะมาเศร้า ร้องไห้ไปก็ไม่มีประโยชน์นะลูก”
กุ้งนางลุกขึ้นนั่ง
“กุ้งก็ไม่อยากเป็นแบบนี้หรอกจ้ะยาย แต่ว่าทำไมพ่อถึงไม่ยอมรับแม่ ไม่ยอมรับว่ากุ้งเป็นลูก ทำไมพ่อถึงใจร้ายอย่างนี้ล่ะจ๊ะ”
“ก็ช่างเขาเถอะ ตอนนี้แม่เอ็งก็ไม่ตายไปแล้ว กุ้งก็เลิกคิดมาก กลับมาอยู่กับยาย อยู่กันสองคนอย่างนี้ ไม่ต้องง้อใครนะกุ้ง”
“จ้ะ ยาย”
สองยายหลานกอดกันร้องไห้

สุดนภาเดินเลือกซื้อสินค้าอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ต เสียงโทรศัพท์เข้าหญิงสาวกดรับสาย
“ฮัลโหล...ว่าไง”
“คุณฟ้าคะ มีข่าวใหญ่จากสยามซองค่ะ”
“เรื่องอะไรเป๊กกี้”
“นักสืบที่เราจ้างไปตามข่าวสยามซอง รายงานมาว่า กุ้งนางมันแฉว่านทีทองเป็นพ่อมันค่ะ”
สุดนภาอึ้ง
“ว่าไงนะ”
“คุณฟ้ารีบเข้าออฟฟิศมาดูคลิปเองดีกว่าค่ะ คราวนี้เป็นข่าวใหญ่ข่าวดังแน่ค่ะ”
สุดนภาฟังเสียงปลายสายครู่หนึ่ง แล้วยิ้มพอใจ
“มันไม่ใช่แค่ข่าวใหญ่ มันเป็นข่าวดีมากด้วย เป๊กกี้โอนเงินรางวัลไปให้ นักสืบนั่นด้วย...แค่นี้นะ เดี๋ยวเจอกัน”
สุดนภากดวางสาย รู้สึกสะใจ
“นังกุ้งนาง ที่แท้แกมันก็มีประวัติเน่าๆ ให้ขุดคุ้ยเหมือนกัน ฮึ...ยังไม่ทันเกิด ก็จะดับซะแล้วนะ นังกุ้งนาง”

สุดนภานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เข้ามา...”
เป๊กกี้เปิดประตูเดินเข้ามา พร้อมกับวางเอกสารข่าวที่เพิ่งเขียนเสร็จลงบนโต๊ะ
“เรียบร้อยแล้วค่ะ ข่าวกุ้งนางกับนทีทอง คุณฟ้าลองอ่านดูนะคะ”
สุดนภารับมาอ่านผ่านๆ
“นี่เป็นภาพประกอบค่ะ มีรูปที่กุ้งกราบเท้านทีทองด้วยนะคะ ส่วนรายการข่าวบันเทิงทีวี เป๊กกี้จะส่งก้อปปี้คลิปส่งไปทุกรายการเลยค่ะ”
สุดนภารับรูปมาดูยิ้มพอใจ
“ดี...ดูสิ มันฉาวโฉ่ขนาดไหน ที่นทีทองนักร้องระดับตำนาน ทำผู้หญิงท้องแล้วทิ้ง”
“ก็คงขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับล่ะค่ะคุณฟ้า เพราะเรื่องนี้เป็นความลับของซุปเปอร์สตาร์ที่ปิดมานานยี่สิบปีแล้วนะคะ...และที่สำคัญ ลูกที่พ่อไม่ยอมรับ ก็คือกุ้งนาง ที่เป็นนักร้องดาวรุ่งของวงการลูกทุ่งซะอีก”
สุดนภาหัวเราะสะใจ
“คราวนี้มันก็คงเป็นดาวร่วงทั้งพ่อทั้งลูกแน่ อยากรู้นักเชียวว่าสยามซองมันจะยังอยู่ได้ไหม”

สุดนภาหน้าตาอาฆาต อยากเห็นความพินาศของจิรายุ

รุ่งเช้า...กุ้งนางกับยายอุ่นกำลังเดินกลับเข้าบ้านหลังจากใส่บาตรเรียบร้อยแล้ว

“ยายดีใจนะ ที่วันนี้กุ้งมาใส่บาตรให้แม่เขา แก้วมันอยู่บนสวรรค์คงรับรู้เรื่องราวทุกอย่างแล้ว”
กุ้งนางยิ้มเศร้า
“จ้ะยาย”
“แล้วนี่คิดจะทำอะไรต่อล่ะกุ้ง”
“กุ้งไม่คิดอะไรแล้ว กุ้งจะไม่ทิ้งยายไปไหนอีกแล้วจ้ะ”
“อยู่บ้านนอกนี่น่ะดี ไม่มีคนหน้าซื่อใจคด หลอกลวง”
“จ้ะยาย”
กุ้งนางเดินคู่ไปกับยายอุ่น

หนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ หน้าหนึ่งลงพาดหัวข่าวเรื่องนทีทองกับกุ้งนาง เป็นพาดหัวข่าวไม่ดีทั้งสิ้น
“ซุปเปอร์สตาร์นทีทอง ไข่แล้วทิ้ง”
“ยี่สิบปีที่รอคอย กุ้งนางอ้อนวอนนทีทองยอมรับเป็นพ่อ”
“ความลับซุปเปอร์สตาร์ นทีทอง นักร้องใจดำทิ้งเมียทิ้งลูกเข้าวงการ”
“กุ้งนางอยากดัง อ้างซุปเปอร์สตาร์นทีทองเป็นพ่อ”
จิรายุอ่านข่าว แล้วทิ้งหนังสือลงบนโต๊ะอย่างหัวเสีย ทัศนีย์นั่งหน้าเครียดอยู่ด้วย จิรายุโมโห
“ข่าวมันรั่วออกไปได้ยังไง! กันครับพี่ตู่”
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ก็คงมีคนเห็นเหตุการณ์เมื่อวาน แต่ข่าวมั่วมากเลยนะคะคุณจิ”
“เฮ้อ ทีนี้จะทำยังไงดีล่ะครับ”
“เราจัดแถลงข่าวดีไหมคะ ว่าจริงๆ แล้ว กุ้งนางน่ะ ไม่ใช่ลูกของนทีทอง แต่เป็นลูกของครูชาตรี”
“ก็ต้องออกมายืนยันทั้งสามคน ไม่งั้นก็คงไม่มีใครเชื่อหรอกครับ”
“แต่ถ้าสยามซองเงียบๆ เฉยๆ ต้องแย่แน่เลยค่ะคุณจิ เล่นข่าวกันแรงซะขนาดนี้ นทีทองที่ไม่เคยมีข่าวฉาวก็ดันมาฉาวเอาตอนแก่ กุ้งนางก็ด้วย กำลังอยู่ในช่วงโปรโมทเพลงพอดี โอ๊ย! พี่อยากจะบ้าตาย”
“งั้นก็เราก็จะจัดแถลงข่าวกัน พี่ตู่รีบส่งจดหมายเชิญนักข่าวไปแลยนะครับ บอกว่าพรุ่งนี้ สยามซองจะแถลงข่าวเรื่องนทีทองกับกุ้งนาง”
“แต่กุ้งนาง...”
“เรื่องกุ้งนางผมจะจัดการเองครับ”
ทัศนีย์มองอย่างกังวล ก่อนจะเดินออกไป จิรายุเครียดมาก
“เธอต้องกลับมานะกุ้งนาง”

กบนั่งหน้าเครียดอยู่ ชะเอมกับด้วงเดินเข้ามาด้วยกัน กบหันไปถาม
“พี่ก้านล่ะ พี่ด้วง”
“ไอ้ก้านมันไปกับคุณจิรายุ”
ชะเอมแปลกใจ
“มีอะไรเหรอ กบ ทำไมทำหน้าตาตื่นยังงี้ล่ะ”
“พี่ด้วงกับชะเอมยังไม่เห็นข่าวที่ลงเรื่องพี่นทีทองกับกุ้งนางเหรอ”
ด้วงงงๆ
“ข่าวอะไรกบ”
กบยื่นหนังสือพิมพ์ให้ด้วงดู ด้วงเห็นข่าวแล้วตกใจเครียดไปด้วย ชะเอมหน้าตื่น
“ทำไมเป็นหยั่งงี้ไปได้”
“ไม่รู้ว่าข่าวรั่วออกไปได้ยังไง น่าสงสารกุ้งนะ”
“กุ้งนางน่ะ ไม่เท่าไหร่หรอก พี่เป็นห่วงพี่นทีน่ะสิ ที่ต้องมาเดือดร้อนไปด้วย”
ทั้งสามอยากคิดแก้ปัญหาแต่ก็คิดไม่ตก

รถจิรายุแล่นเข้ามาจอดข้างทาง ก้านเปิดประตูด้านหน้า ลงมาเปิดประตูหลังให้ ครูชาตรีลงมามองไปที่บ้านยายอุ่นด้านใน จิรายุลงมาจากด้านคนขับ
“ทีนี่น่ะเหรอบ้านแก้วตา”
ก้านหันมาบอก
“ต้องเดินเข้าไปน่ะครับ รถเข้าไปไม่ได้”
ครูชาตรีถอนใจ
“ฉันน่าจะได้มาที่นี่ตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว...”
จิรายุร้อนใจ
“ไปกันเถอะครับครู”
“ไปสิ”
ก้านเดินนำ ครูชาตรีกับจิรายุไป

กุ้งนางกับยายอุ่นกำลังจัดผักผลไม้ที่เก็บมาจากสวนเพื่อนำไปขายที่ตลาดตอนบ่าย ยายอุ่นเห็นคนเดินเข้ามา
“นั่นใครมาน่ะ กุ้งดูซิ”
กุ้งนางหันไปมอง แล้วตกใจ ก้านเดินนำครูชาตรีกับจิรายุเข้ามาไกลๆ ยายอุ่นสงสัย
“มีอะไรกุ้ง”
“พี่ก้านพาคนมาจากกรุงเทพ”
“แล้วกุ้งจะตกใจอะไร”
“เขาคงมาตามกุ้งกลับไป”
“กุ้งก็ไม่ต้องไป อยู่กับยายนี่แหละ”
“แต่กุ้งไม่อยากเจอใครทั้งนั้น”
“งั้นเอ็งก็หลบไปก่อน”
“จ้ะยาย”
กุ้งนางหลบออกไป ยายอุ่นมองไปที่ทางเดินอย่างพร้อมจะเอาเรื่องกับทุกคนที่จะมาพากุ้งนางไป

ก้าน พาจิรายุกับครูชาตรี เข้ามาที่แคร่หน้าบ้าน ก้านยกมือไหว้ยายอุ่น
“หวัดดีจ๊ะยาย”
“ไอ้ก้าน เอ็งพาใครมาบ้านข้า”
“อ๋อ นี่คุณจิรายุเจ้าของค่ายเพลงสยามซองที่ฉัน ชะเอม แล้วก็กุ้งไปทำงาน
ด้วยน่ะจ้ะยาย”
จิรายุยกมือไหว้
“สวัสดีครับ”
ยายอุ่นมองจิรายุหัวจรดเท้า ก่อนจะหันไปมองครูชาตรี
“แล้วนี่ ใครอีกล่ะ”
“ครูชาตรีจ้ะยาย ครูชาตรีเป็น...”
จิรายุรีบตัดบท
“ครูชาตรีเป็นนักแต่งเพลงน่ะครับคุณยาย ครูเคยแต่งเพลงให้แม่ของกุ้งด้วยนะครับ”
“แก้วตาลูกฉัน มันเป็นแค่ชาวนาชาวสวน จะมาแต่งเพลงให้มันทำไม”
ยายอุ่นจ้องหน้าอย่างไม่พอใจ ครูชาตรีถอนใจ ก่อนจะเดินเข้าไปหายายอุ่น ก้มลงกราบแทบตัก
“จะมากราบฉันทำไม”
“ผมเป็นพ่อกุ้งนางครับ”

กุ้งนางยืนอยู่ที่นาหลังบ้านยายอุ่น มีแต่ความเศร้า ว้าวุ่นใจ น้ำตาไหลออกมา ก้านเข้ามาหา
“กุ้ง...”
กุ้งนางปาดน้ำตาทิ้ง ก่อนจะหันกลับมา
“พี่ก้านพาครูชาตรีกับคุณจิมาทำไม”
“ก็จะมาตามกุ้งกลับไป...”
กุ้งนางตัดบท ไม่พอใจ
“จะมาตามกุ้งกลับไปทำไมอีก ตามไปให้เจอพ่อที่ไม่ยอมรับกุ้งรึไง”
“เรื่องมันไม่ได้เป็นอย่างที่กุ้งคิดนะ พี่นทีทองไม่ใช่พ่อของกุ้ง”
“ก็ใช่น่ะสิ เขาไม่ยอมรับ เขาก็ไม่ใช่พ่อกุ้ง กุ้งเป็นลูกไม่มีพ่อ เป็นลูกใครก็ไม่รู้”
“กุ้ง...พ่อที่กุ้งตามหา พ่อที่แม่แก้วตารักตลอดมา ก็คือ ครูชาตรี”
กุ้งนางอึ้ง ตะลึงไป พูดอะไรไม่ออก
“พี่ก้าน...” กุ้งนางน้ำตาไหลออกมาอีก “พี่ก้านคิดว่า แค่กุ้งอยากจะมีพ่อ แล้วใครจะมาเป็นพ่อกุ้งก็ได้ใช่ไหม”
“พี่ไม่ได้คิดยังงั้น พี่อยากให้กุ้งตั้งสติ สงบใจ ฟังพี่ให้ดีก่อนนะ...”
กุ้งนางนิ่งพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาอีก
“ครูชาตรีเป็นคนให้สร้อยเส้นนั้นกับแม่แก้ว ครูกับแม่แก้วรักกัน ครูเป็นคน
ที่สัญญาว่าจะมาขอแม่แก้ว แต่ครูมีปัญหาเรื่องงานซะก่อน แม่แก้วก็เลยหนีครูมา เพราะไม่อยากเป็นคนทำลายอนาคตของครู”
“แล้วทำไมมีรูปพี่นทีทองกับแม่”
“รูปนั่นน่ะ ครูเป็นคนถ่ายเอง ลายมือข้างหลังก็เป็นลายมือครูชาตรี คนในภาพคือคนที่ครูรักที่สุด”
กุ้งนางอึ้งไป สีหน้าและแววตาไม่อยากจะเชื่อที่ก้านพูด แต่ก็ลังเลใจ...
“ครูชาตรีเป็นนักแต่งเพลง ส่วนพี่นทีทองน่ะเป็นแค่นักร้อง...กุ้งคิดดูสิว่าใครจะเป็นคนที่แต่งเพลงนั้นให้แม่แก้ว...”
กุ้งนางคิด และเริ่มเข้าใจแล้วว่า ครูชาตรีเป็นพ่อที่แท้จริง แต่ก็ยังสับสนใจ
“เชื่อพี่เถอะนะ เรื่องนี้เจ๊อึ่งรู้ทั้งหมด แม่แก้วเป็นคนขอให้เจ๊ไปบอกครูชาตรีเองว่าจะกลับมาแต่งงานกับผู้ชายคนอื่นที่บ้านนี่ ครูชาตรีเสียใจมาก แล้วครูก็ไม่เคยรักใครอีกเลย นอกจากแม่แก้วตาของกุ้ง”

กุ้งนางนิ่งอึ้ง น้ำตาไหลออกมาด้วยความปิติ

ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 25 (ต่อ)

ครูชาตรีหน้าเศร้าสลด

“ผมขอโทษนะครับ ที่เคยทำให้แม่กับแก้วเสียใจ”
ยายอุ่นถอนใจ
“ฉันไม่ได้ผูกใจคิดแค้นอะไรหรอก ช่างมันเถอะ ตอนนี้ก็รู้แล้วว่า ครูก็รักแก้ว ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายจิตใจอะไรมัน”
“ผมไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าแก้วตากำลังจะมีลูก”
“แก้วมันก็รักครู แต่ทิฐิมันก็แรง มันกลับมาบ้าน ก็ไม่ยอมพูดสักคำ ว่ามันท้องกับใคร ไม่ยอมบอกแม่ว่า ใครเป็นพ่อกุ้งนาง...”
กุ้งนางเข้ามากับก้าน จิรายุหันมาบอก
“กุ้งนางมาแล้วครับครู...”
กุ้งนางน้ำตาไหลอออกมา ค่อยๆเดินไปหาครูชาตรี แล้วมองหน้า ครูชาตรีเสียงสั่นเครือ
“กุ้งลูกพ่อ...”
กุ้งนางชะงักอยู่พักหนึ่งก่อนจะเข้าไปกราบแทบเท้า ครูชาตรีประคองขึ้นมา กุ้งนางโผเข้าไปกอดพ่อแล้วร้องไห้ออกมา
“พ่อจ๋า...กุ้งนางขอโทษ”
“ไม่เป็นไรลูก พ่อดีใจจริงที่รู้ว่ากุ้งเป็นลูกของพ่อ”
“กุ้งนางเข้าใจหมดทุกอย่างแล้ว กุ้งก็ดีใจที่พ่อเป็นพ่อของกุ้ง”
ครูชาตรีร้องไห้
“พ่อขอบใจกุ้งมากนะ ขอบใจจริงๆ...ที่กุ้งตามหาพ่อ กุ้งทำให้พ่อได้รู้ว่าแม่ของกุ้ง รักพ่อตลอดมาเหมือนกัน”
ทุกคนก็พลอยซาบซึ้งใจไปกับครูชาตรีและกุ้งนางด้วย

ครูชาตรี กุ้งนาง ยายอุ่นนั่งอยู่ในบ้าน ครูชาตรียกมือพนมมองรูปแก้วตาที่อยู่บนหิ้งบูชา
“พี่ขออโหสิกรรมด้วยนะแก้ว”
ยายอุ่นพูดเรียบๆ
“แก้วมันคงมีความสุขที่รู้ว่าครูยังรักมัน”
“แม่กับกุ้งนางก็ย้ายไปอยู่กับผมที่กรุงเทพดีกว่านะครับ”
“ข้ามันแก่แล้ว ขออยู่ที่นี่ตายที่นี่ดีกว่านะครู”
ครูชาตรีหันไปหากุ้งนาง
“กุ้งล่ะลูก”
“กุ้งจะอยู่กับยายจ้ะ”
“แล้วเรื่องงานเพลงล่ะ”
“กุ้งไม่อยากจะกลับไปร้องเพลงอีกแล้ว”
“ถ้ากุ้งไม่กลับไป สยามซองก็คงจะเสียหายมากนะลูก”
กุ้งนางคิดหนัก ถอนใจยาว นึกสงสารจิรายุขึ้นมา

กุ้งนางยืนอยู่ริมทุ่งนา จิรายุเข้ามาหา
“กุ้งนาง”
“คุณจิ...”
กุ้งนางจะเดินหนีไป จิรายุดึงมือไว้ยิ้มให้หญิงสาว
“จะหนีฉันไปไหนอีกล่ะ”
“ฉันเปล่า”
จิรายุดึงตัวกุ้งนางมากอดไว้
“งั้นก็กอดไว้อย่างนี้นะ”
“ปล่อยค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็น”
“ไม่มีใครมาหรอก พวกเขาบอกให้ฉันมาหากุ้งเองแหละ”
“เอ่อ กุ้ง...กุ้งขอโทษที่ทำให้บริษัทคุณเสียหาย”
“ไม่เป็นไรหรอก ยังไงเรื่องของกุ้ง ก็สำคัญสำหรับฉันทุกเรื่อง ฉันก็ต้องขอโทษกุ้งเหมือนกัน ที่ปล่อยให้ธุรกิจครอบงำจิตใจ จนละเลยความรักที่ฉันมีต่อกุ้ง”
กุ้งนางอึ้งมองหน้าจิรายุ
“คุณจิ...”
“ฉันรักกุ้ง”
“แล้วคุณฟ้าล่ะคะ”
“ฟ้าทำไม เขาไม่เกี่ยว”
กุ้งนางอึกอักไม่รู้จะพูดยังไง
“ถ้ายังงั้น...คุณจิไป...คุณฟ้าเอาคลิปภาพของเธอกับคุณจิที่บ้านมาให้กุ้งดูแล้ว”
จิรายุอึ้งไป
“แล้วกุ้งคิดว่าฉันเป็นคนเลวอย่างนั้นรึเปล่าล่ะ”
“ก็ภาพในคลิปนั่นมัน...”
“ทั้งหมดเป็นแผนการของฟ้า เขาวางยาฉัน ถ้าฉันหนักแน่นกว่านี้ ใจแข็งไม่สงสารเขาก็คงไม่เป็นแบบนี้...กุ้ง...เชื่อฉันนะ”
“กุ้ง...”
จิรายุจ้องหน้า
“มองหน้าฉันสิ”
กุ้งนางจ้องนิ่ง
“ฉันรักกุ้ง...เชื่อมั่นในตัวฉันนะ ฉันไม่มีวันทำให้กุ้งเสียใจ”
“...ค่ะ”
“กุ้งยังไม่บอกฉันเลยว่า กุ้งรักฉันไหม”
กุ้งนางอึกอัก
“กุ้ง...”
จิรายุไม่ปล่อยให้เธอพูดดึงมาจูบทันที กุ้งนางนิ่งอึ้งตะลึงงัน
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ฉันรู้ ว่ากุ้งก็รักฉันเหมือนกัน”
“คุณจิคิดเองทุกอย่าง”
กุ้งนางยิ้มอายๆ

ทั้งหมดนั่งที่แคร่หน้าบ้าน รอว่าเมื่อไหร่จิรายุจะคุยกับกุ้งนางเสร็จ ยายอุ่นร้อนใจ
“ชาตรี...เรานี่ก็เป็นพ่อยังไง ปล่อยให้ลูกสาวไปคุยกับผู้ชายสองต่อสองแบบนี้”
ก้านตัดใจไม่คิดอะไรเรื่องกุ้ง
“ไม่เป็นไรหรอกยาย...คุณจิ...เขารักกุ้งนางน่ะยาย”
ยายอุ่นแปลกใจ
“อ้าว แล้วเอ็งล่ะไอ้ก้าน ยายรู้นะ เอ็งรักไอ้กุ้ง รักมันมานานแล้ว”
“แต่กุ้งมันไม่รักฉันจะยาย กุ้งรักคุณจิรายุ...”
ครูชาตรียิ้มให้ก้าน
“ตัดใจได้ก็ดีแล้วละนะก้าน ไปเริ่มต้นกับคนใหม่ที่รักเราดีกว่า”
“ครับครู”
ยายอุ่นถอนใจ
“เฮ้อ... แล้วมันชีวิตกุ้งจะซ้ำรอยแม่มันไหมล่ะ”
“ผมรับรองครับแม่...คุณจิรายุไม่มีวันทำให้กุ้งเสียใจหรอกครับ”
ยายอุ่นอดเป็นห่วงไม่ได้

จิรายุมองหน้ากุ้งนาง ที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยความรักเต็มเปี่ยม
“ฉันว่า ความรักไม่ใช่การที่เราอยู่กับใคร แล้วทำให้เรามีความสุข แต่ควรจะเป็นเราจะทำยังไงให้คนที่อยู่กับเรามีความสุขมากกว่า...”
กุ้งนางสบตานิ่งฟัง
“กุ้งมีความสุขไหมที่อยู่กับฉันอย่างนี้”
“ค่ะ”
“ถ้ายังงั้น ต่อไปนี้ ฉันจะไม่บังคับใจกุ้งแล้ว กุ้งอยากอยู่ที่นี่ ไม่อยากกลับไปร้องเพลงแล้วใช่ไหม”
กุ้งนางยิ้ม
“จริงๆ กุ้งรักการร้องเพลง มีคนฟังหรือไม่มี กุ้งก็ยังชอบร้องเพลง แต่กุ้งไม่ชอบที่ต้องแก่งแย่งชิงดี ต้องแข่งขัน ถึงเอาชนะใคร”
“ฉันเข้าใจแล้ว ถ้างั้นฉันก็ไม่เหมาะกับโลกธุรกิจเหมือนกัน ฉันอยากอยู่เงียบๆสงบๆ ไม่ต้องคอยวางแผนต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับใคร”
“คุณจิหมายความว่ายังไง”
“ฉันจะขออยู่ที่นี่กับกุ้ง”
“อะไรนะ”
“ฉันจะแต่งงานกับกุ้ง ปิดบริษัทสยามซองซะ แล้วก็จะอยู่ที่นี่กับกุ้งตลอดไป”
กุ้งนางตกใจ
“คุณทำยังงั้นไม่ได้นะคะ”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ จริงๆ ฉันก็ฝันว่าอยากเป็นแค่นักแต่งเพลงที่อยู่เงียบๆที่ไหนสักแห่ง ไม่ต้องวุ่นวายกับใครในโลกธุรกิจเหมือนกุ้งให้ฉันอยู่ด้วยนะ”
“แต่คุณจะทิ้งคนอีกเป็นร้อยคนที่สยามมาเฉยๆ ยังงี้ไม่ได้นะคะ พวกเขาจะลำบาก”
“ก็ให้พ่อทำไป”
“กุ้ง...กุ้งให้คุณทำแบบนี้ไม่ได้ กุ้งไม่มีวันทำลายอนาคตคุณ”
“ถ้างั้นเราก็กลับไปด้วยกันก่อน ตอนนี้ที่สยามซองกำลังมีปัญหาใหญ่”
“เรื่องกุ้งใช่ไหมคะ”
จิรายุนิ่งไม่ตอบ กุ้งนางกังวลใจ

วันต่อมา...สุดนภานั่งยิ้มพอใจ ที่ได้เห็นข่าวเสียๆ หายๆ ของสยามซองผ่านทางรายการทีวี
“คุณผู้ชมครับ ข่าวที่ขึ้นหน้าหนึ่งสองสามวันมานี้ ก็คงไม่พ้นเรื่องนักร้องดังนทีทอง แอบซุกลูกเมีย มานานยี่สิบปี”
พิธีกรหญิงพูดต่อ
“ค่ะ แฉกันสนั่นเมือง แต่เจ้าตัวยังไม่ออกมาแก้ข่าวเลยนะ”
“ครับ ประชาชนแฟนเพลงนทีทอง กับกุ้งนาง ก็อยากทราบกันนะครับว่าเรื่องจริงมันเป็นยังไง”
“ค่ะ คนนึงก็อ้างว่าเป็นลูก...ส่วนอีกคนก็ไม่ยอมรับ ก็โอละพ่อสิคะ จริงไหมคะ”
“แต่ข่าววงในยังบอกมาอีกนะครับ ว่ากุ้งนางนักร้องสาวดาวรุ่งสยามซองน่ะงัดเอาหลักฐานต่างๆ นานา มาแอบอ้างว่า เป็นลูกของนทีทองนักร้องซุปเปอร์สตาร์นิรันดร์กาลของวงการลูกทุ่งไทย”
“ก็คงเพราะอยากดังมั้งคะ”
“อ๊ะ! อันนี้ก็ไม่แน่นะครับ”
สุดนภายิ้มร้ายสะใจ พิธีกรหญิงถาม
“แล้วฝั่งนทีทองว่าไงคะ”
“ก็ปฏิเสธเสียงแข็งเลยสิครับ...คน ไม่ใช่พ่ออย่ามาขี้ตู่กันง่ายๆ ได้ไงเฮ้อ แต่เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งยี่สิบปีแล้วนะครับ...”
“ค่ะ ถ้าไม่ยอมรับซะอย่าง ใครจะทำอะไรได้ จริงไหมคะ”
“จริงครับ ก็อยู่ที่ว่าสองคนนี้ใครเป็นคนโกหก”
“แต่จะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก งานนี้ก็มีแต่เสียกับเสียนะคะ”
“ก็ฉาวโฉ่กันไป กุ้งนางดาวรุ่งจะเป็นดาวร่วงรึเปล่า หรือนทีทองดาวดังจะกลายเป็นดาวดับ ก็อยู่ที่ประชาชนละครับ”

นทีทองกลุ้มใจ ซองจูนั่งดูรายการทีวีอยู่เช่นกัน
“ข่าวมันหลุดออกไปได้ยังไงกันครับพี่”
“ก็คงจะมีนักข่าวอยู่แถวๆ ที่เกิดเรื่องวันนั้น”
“แต่ข่าวมันเจาะลึก รายละเอียดทุกคำพูด เหมือนกับมีคนในสยามซองให้ข่าวเลยนะครับ”
“ใครจะให้ความเสียๆ หายๆ แบบบนี้ล่ะซองจู”
“ก็คนที่ไม่หวังดีกับพี่ ไม่หวังดีกับสยามซอง”
“ความลับไม่มีในโลกหรอกซองจู”
“แต่ความจริงมันมีครับ ยังไงความจริงก็คือความจริง พี่ไม่ใช่พ่อของกุ้งนาง”
“แล้วใครจะเชื่อล่ะว่าครูชาตรีเป็นพ่อ แก้ข่าวไปก็เท่ากับว่า เอาครูชาตรีมาเป็นแพะรับบาปไป”
“งั้นพี่ก็แย่อยู่คนเดียวสิครับ แฟนเพลงของพี่จะว่ายังไง ชื่อเสียงที่พี่สร้างสมมาเสียหายหมดกันพอดี”
“พีไม่สนใจเรื่องชื่อเสียงอะไรอีกแล้วล่ะซองจู” นทีทองมองหน้าซองจูแววตาจริงจัง “บางทีพี่ควรจะบอกความจริงให้ทุกคนรู้ซะที”
ซองจูตกใจ
“อย่านะครับพี่”
“ซองจูกลัวรึเปล่า”
“ผม...ผมไม่กลัว ผมมันก็แค่คนธรรมดา ผมรักและก็เป็นห่วงพี่มากกว่า”
นทีทองยิ้มเศร้า
“ขอบใจนะ ที่อยู่ข้างพี่เสมอมา”

นทีทองหน้าเศร้า แต่แววตาเครียดหนัก ว่าจะต้องเผชิญกับอะไรต่อไป ถ้าพูดความจริงออกไป

เช้าวันใหม่...ทัศนีย์ปิดประตูห้องประชุม แล้วรีบมานั่งที่เก้าอี้โต๊ะประชุมรวมกับ จิรายุ ครูชาตรี นทีทอง ซองจู ที่นั่งรออยู่แล้ว

“ขอโทษนะคะที่มาช้า ประชาสัมพันธ์เชิญนักข่าวเรียบร้อยแล้วนะคะคุณจิ”
“ขอบคุณครับพี่ตู่...เอาล่ะครับ มากันครบแล้ว ก็เข้าเรื่องกันเลยนะครับ...คือผมจะจัดแถลงข่าว ว่าเรื่องจริงเป็นยังไง”
นทีทองแปลกใจ
“จะบอกนักข่าวกับประชาชนว่า ผมไม่ใช่พ่อกุ้งนางน่ะเหรอครับ”
“ครับพี่นที”
“แล้วจะบอกว่าพี่ชาตรีเป็นพ่อกุ้งนาง”
ครูชาตรีพยักหน้า
“ใช่...พี่จะสารภาพความจริงกับสื่อเอง”
นทีทองถอนใจ
“คงไม่มีใครเชื่อหรอกพี่ ข่าวมันไม่ดัง ไม่ฉาว ไม่น่าสนใจ สู้เล่นข่าวซุปเปอร์สตาร์นทีทองเป็นพ่อกุ้งนางไม่ได้หรอกพี่”
ทัศนีย์ขัดขึ้น
“แต่ถ้าเราไม่แถลงข่าวอะไรเลย สยามซองก็ต้องพังแน่นะคะคราวนี้”
นทีทองแย้ง
“ผมไม่ได้บอกว่าจะไม่แถลงข่าวนี่ครับพี่ตู่ แต่ข่าวที่จะแถลงวันนี้ มันต้องดัง ต้องฉาวกว่าข่าวที่ว่าผมเป็นพ่อกุ้งนาง เรื่องทุกอย่างมันถึงยุติลงได้”
ครูชาตรีตกใจเพราะรู้ว่านทีทองเป็นเกย์
“ไม่ได้นะนที จะพูดเรื่องนั้นไม่ได้”
“ทำไมล่ะครับพี่ ผมก็อึดอัดมานานแล้ว”
“แต่ชื่อเสียงของนทีที่สร้างสมมายี่สิบปี มันจะป่นปี้ก็เพราะเรื่องนี้นะ”
นทีทองหน้าตามุ่งมั่น
“ผมพอแล้วล่ะครับพี่...ชื่อเสียง เงินทองมันก็แค่ของนอกกาย ผมมี ผมได้มาเยอะแล้ว ผมอยากอยู่อย่างมีความสุข ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป”
จิรายุงงๆ
“นี่ครูกับพี่นทีทอง พูดเรื่องอะไรกันครับเนี่ย”
ทัศนีย์ก็ไม่เข้าใจ
“นั่นน่ะสิคะ ยังมีความลับอะไรกันอีกเหรอคะ”
นทีทองถอนใจ

กุ้งนาง ก้าน กบ ชะเอมนั่งรอด้วงอยู่ในห้องซ้อม สักครู่ด้วงเข้ามา ท่าทางตื่นเต้น ก้านถามทันที
“เป็นไงพี่ด้วง พี่นทีทองมาพบคุณจิทำไม”
“พี่ตู่ไม่ได้บอกอะไร ตอนนี้ก็เข้าห้องประชุมกันไปหมดแล้ว”
ชะเอมถอนใจ
“เฮ้อ...พี่ด้วงคิดว่าคุณจิจะทำยังไง”
ด้วงส่ายหน้า
“ไม่รู้ แต่ถ้าหาทางออกไม่ได้ ชีวิตการเป็นนักร้องของพี่ก็ต้องพังไปด้วย โธ่โถ...อุตส่าห์บากบั่นมาจากบ้านนอกแทบเป็นแทบตาย กว่าจะได้ทำตามฝัน”
ก้านปราม
“จะพูดอะไรนึกถึงใจกุ้งนางบ้างสิพี่ด้วง”
กุ้งนางรู้สึกผิด
“กุ้งนางขอโทษนะ ที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อนไปด้วย”
กบปลอบ
“อย่าพูดอย่างนั้นสิ กุ้งไม่ผิดหรอก”
ชะเอมแค้นๆ
“ใช่...ถ้าจะมีคนผิด ก็ไอ้คนชั่วที่ปล่อยข่าวนั่นแหละ อย่าให้แม่รู้นะว่าเป็นใคร”
“แต่ถ้าวันนั้นกุ้งไม่ทำยังงั้น ก็คงไม่มีข่าวเสียหายกับพี่นทีทองยังงี้”
“กบคิดว่าคุณจิคงจะจัดแถลงข่าวนะ กบเห็นพี่ตู่สั่งให้ประชาสัมพันธ์ให้เชิญนักข่าวมาตอนบ่ายวันนี้”
ก้านหนักใจ
“แล้วจะแถลงว่าอะไร พูดไปก็มีเสียกับเสีย”
ด้วงเห็นด้วย
“จริงของไอ้ก้าน เสียทั้งครูชาตรี ทั้งพี่นที...จะบอกว่า ไอ้กุ้งเป็นลูกครูชาตรี ครูก็ต้องเสียคนเอาตอนแก่นี่แหละ พี่ว่าก็มั่วๆ ว่ากุ้งนางเป็นลูกพี่นทีไปเลยก็แล้วกัน ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว”
ชะเอมไม่เห็นด้วยอย่างแรง
“บ้าสิพี่ด้วง ปากดีนักนะ แค่นี้พี่นทีก็ซวยเต็มทีแล้ว จะให้ซวยซ้ำซวยซ้อนอีกเหรอ”
“โอ๊ย แล้วน้องชะเอมละจ๊ะ แหม ปากก็ดีเหมือนกันนะ คำก็ซวย สองคำก็ซวย”
ก้านปรามทั้งสองคน
“พอแล้ว พี่ด้วง ชะเอม ทะเลาะกันอยู่ได้ แค่นี้ก็ยังปวดหัวไม่พออีกรึไง”
สุดท้ายทุกคนก็คิดไม่ออก ได้แต่หวังว่าในห้องประชุมจะหาทางออกได้

ในห้องประชุม...จิรายุหน้าอึ้งพูดไม่ออกเมื่อรู้ว่านทีเป็นเกย์ ทัศนีย์ก็อึ้งไปเหมือนกัน นทีทองมองครูชาตรีอย่างแปลกใจ
“เรื่องของผม...พี่ชาตรีรู้มานานแล้วล่ะเหรอครับ”
“นานแล้ว อย่าลืมสิ นทีก็เหมือนน้องชายพี่”
“ขอบคุณนะพี่ ที่พี่ไม่บอกใคร”
“เมื่อยี่สิบปีก่อน ถ้าประชาชนรู้ คงยอมรับไม่ได้”
ทัศนีย์ขัดขึ้น
“ทุกวันนี้ ก็ยังยอมรับกันไม่ค่อยได้เหมือนกันล่ะค่ะครู”
จิรายุแย้งอย่างหนักใจ
“พี่นที... ผมไม่เห็นด้วยนะครับ ที่พี่จะทำแบบนี้”
“ทำไมล่ะคุณจิ ผมก็แค่พูดความจริง”
“แต่ผมไม่อยากให้พี่เอาชื่อเสียงมาแลกกับ... เฮ้อ มันต้องมีวิธีอื่นสิครับ”
ซองจูที่นั่งฟังอยู่นานพูดขึ้น
“วิธีนี้แหละครับคุณจิรายุ ผมกับพี่นทีปรึกษากันมาแล้ว” ซองจูหันไปมองนทีทอง “ไม่ว่าอะไร
จะเกิดขึ้น ผมจะก็ไม่ทิ้งพี่นะครับ พี่นที”
นทีทองยิ้มปลื้มใจ
“ขอบใจมากซองจู”
จิรายุหันไปหาครูชาตรี
“ครูครับ...”
ครูชาตรีน้ำเสียงจริงจัง
“อย่าห้ามเลยครับคุณจิ ผมกับนทีอยู่ในวงการนี้มานานเกินไปแล้ว ถ้าถึงเวลา
ที่จะออกไป ก็คงไม่เป็นไร”
“แถลงข่าวเสร็จ ผมจะประกาศลาออกจากวงการ สยามซองก็จะไม่เสียหายอะไร”
จิรายหนักใจ
“แต่ผมไม่ต้องการอย่างนั้น...”
ครูชาตรี นทีทอง ซองจูแปลกใจ
“คนอย่างผม ไม่ยอมทิ้งเพื่อน เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองเด็ดขาด ครูกับพี่นทีทำเงินให้สยามซองมาตลอด เงินที่พ่อส่งเสียผมเรียนจนจบเมืองนอกมาส่วนนึงก็มาจากเงินที่ครูกับพี่นทีสร้างให้สยามซอง ถ้าวันนี้ ผมไม่ดูแลพี่นทีกับครู ก็ถือว่าเนรคุณแล้วล่ะครับ”
ชาตรีกับนทีทองซึ้งน้ำใจจิรายุ

ทัศนีย์เปิดประตูห้องซ้อมเข้ามา ทุกคนที่รออยู่กรูเข้าไปหา กุ้งนางถามอย่างร้อนใจ
“พี่ตู่คะ ตกลงว่ายังไงกันคะ”
“กุ้งนาง หนูรีบไปแต่งตัวด่วนเลยนะ แล้วไปเจอกันที่ห้องประชุมบ่ายโมงตรง”
กุ้งนางสงสัยไม่หาย
“จะแถลงข่าวว่ายังไงคะ”
“ยังไม่ต้องถามอะไรตอนนี้ เอาเป็นว่าไปรู้พร้อมกันเลยนะ...พี่ต้องรีบไปทำอะไรอีกเยอะ ไปก่อนนะ”
ทัศนีย์เดินออกไป ทุกคนทำหน้างงๆ ชะเอมบ่น
“อะไรของพี่ตู่เนี่ย ให้ไปรู้พร้อมกัน ฉันละงง”
ด้วงรีบบอก
“อย่าเพิ่งงงเลยนะน้องชะเอม รีบพากุ้งไปแต่งตัวกันก่อนเถอะ”
ทุกคนก็พากุ้งไปแต่งตัว

สุดนภาเดินมาคุยกับเป๊กกี้ มาถึงหน้าห้องทำงาน
“ทางสยามซองกำลังจะจัดแถลงข่าวเรื่องนทีทองกับกุ้งนางค่ะคุณฟ้า”
“ก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน ไม่แถลง มันก็บ้าแล้วล่ะ”
“แต่จะแถลงว่ายังไงน่ะสิคะคุณฟ้า”
สุดนภาหยุดเดิน
“แล้วเธอคิดว่ายังไงล่ะ”
“ก็ไม่ทราบหรอกค่ะ แต่ว่าสยามซองคงมีทางออกแล้ว ไม่งั้นจะกล้าแถลงข่าวเหรอคะ”
“ถ่ายทอดสดรึเปล่า”
“ค่ะ บ่ายโมงครึ่ง ช่อง 8 ค่ะ”
“งั้นก็ไปดูด้วยกัน ว่ามันจะโกหกประชาชนว่ายังไง”
“ค่ะ คุณฟ้า”
“ฉันว่ามันพูดอะไร มันก็หมดอนาคตอยู่ดีแหละ ทั้งนทีทอง แล้วก็นังกุ้งนาง จริงไหม เป๊กกี้”
“จริงค่ะ”

สุดนภายิ้มเยาะ ก่อนเปิดประตูเข้าห้องไป เป๊กกี้ตามเข้าไป

ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 26

ในห้องประชุม...กุ้งนางแต่งตัวเสร็จนั่งรออยู่พร้อมกับจิรายุ ครูชาตรี นทีทอง จิรายุหันไปถามกุ้งนาง

“พร้อมแล้วใช่มั้ยกุ้งนาง”
“ค่ะ”
“ถ้านักข่าวถามอะไรก็ตอบไปตามความจริง”
“แต่ว่า...”
ครูชาตรีปลอบ
“ไม่เป็นไรหรอกลูก เราพูดความจริงแล้ว ใครจะไม่เชื่อก็ไม่สำคัญ”
“ค่ะพ่อ...พี่นทีคะ” กุ้งนางยกมือไว้ “กุ้งขอโทษนะคะ ที่ทำให้พี่นทีต้องเสียชื่อเสียงอย่างนี้”
“ที่กุ้งทำอย่างนั้น ก็เพราะเข้าใจผิดว่าพี่คือพ่อของกุ้ง พี่ไม่ถือสาอะไรหรอก”
ซองจูเปิดประตูเข้ามา
“นักข่าวมากันพร้อมแล้ว เชิญทุกคนที่ห้องแถลงข่าวครับ”
ทุกคนอึ้ง กุ้งนางหันไปมองจิรายุ ชายหนุ่มยิ้มให้กำลังใจกุ้งนาง จิรายุหันไปบอกทุกคน
“ไปเถอะครับ เราไปช่วยแก้ปัญหาด้วยกัน”
จิรายุเดินนำออกไป

ในห้องแถลงข่าว นักข่าวมารอการแถลงข่าวอยู่จำนวนมาก ด้านหน้าเป็นโต๊ะยาวสำหรับนั่งแถลงข่าวได้ 4 คน จิรายุเดินนำกุ้งนาง นทีทอง และครูชาตรี ซองจูเข้าไปยืนกับทัศนีย์ที่ข้างๆ โต๊ะแถลงข่าวก่อนจะเข้ามานั่ง นักข่าวฮือฮา ถ่ายรูปพรึ่บพรั่บ
“สวัสดีครับพี่ๆ เพื่อนๆ สื่อมวลชนทุกท่าน... ผมจิรายุ ในนามของสยามซอง ขอเปิดการแถลงข่าวเรื่องคุณนทีทองและคุณกุ้งนางอย่างเป็นทางการครับ แต่ก่อนที่จะได้สอบถามรายละเอียดต่างๆ ผมอยากจะเรียนให้ทุกท่านทราบก่อนว่า การที่สยามซองประสบความสำเร็จมาจนทุกวันนี้ได้ ก็ด้วยคุณภาพของศิลปิน และการที่ศิลปินของสยามซองเป็นคนดี ประพฤติดีอยู่ในกรอบของสังคมไทย ก็ทำให้แฟนเพลงถึงให้ความรักและการสนับสนุนอย่างดีตลอดมา ในเมื่อมีข่าวที่ไม่ดีออกมาอย่างนี้ สยามซองจึงจำเป็นต้องเปิด แถลงข่าวให้กับสื่อมวลและประชาชน ได้ทราบว่าความจริงคืออะไร ผมขอเรียนเชิญครูชาตรีครับ”
นักข่าวฮือฮา งงว่า ครูชาตรีมาเกี่ยวอะไรด้วย
“สวัสดีครับทุกท่าน”
นักข่าวคนหนึ่งถามขึ้นทันที
“เรื่องนี้ครูชาตรีมาเกี่ยวอะไรด้วยครับ”
“เกี่ยวโดยตรงเลยล่ะครับทุกท่าน คือผมอยากจะเรียนให้ทุกคนทราบว่า เหตุผลที่นทีทองไม่ยอมรับว่ากุ้งนางเป็นลูก ก็เพราะว่ากุ้งนางไม่ใช่ลูกของนทีทอง...แต่กุ้งนางคือลูกสาวของผมเอง”
นักข่าวฮือฮา ไม่เชื่อว่าเป็นความจริง

สุดนภานั่งดูโทรทัศน์อยู่กับเป๊กกี้อยู่ในห้องทำงานมองภาพการแถลงข่าว
“แถลงอย่างนี้ ประชาชนคงยอมรับไม่ได้หรอกค่ะ มันเหมือนกับว่า ครูชาตรี
ออกมารับเป็นพ่อ แทนนทีทองมากกว่านะคะ”
“เพื่อให้คำตอบกระจ่างชัดมากขึ้น ผมจะรีบตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอให้เร็วที่สุด แล้วก็เอาผลออกมายืนยันกับทุกคน”
นักข่าวอีกคนแย้งขึ้น
“งั้นก็รอผลการตรวจดีเอ็นเอ ก่อนดีไหมครับ”
นทีทองหันมองนักข่าวแล้วพูดขึ้น
“คงไม่ต้องหรอกครับ พวกพี่ๆ น้องๆ นักข่าวทุกคน ผมอยู่ตรงนี้แล้ว อยากจะ
ถามอะไรก็ถามมาได้เลย ผมจะตอบตามความจริงทุกอย่าง”
นักข่าวนักข่าวคนหนึ่งถามนทีทอง
“งั้นคำถามที่ทุกคนอยากได้ยินจากปากพี่นทีทอง ก็คือ เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว พี่เคยทำผู้หญิงท้อง แล้วทิ้ง...จริงไหมครับ”
“ผมกับแก้วตาเป็นเพื่อนนักร้องรุ่นเดียวกัน...”
สุดนภาหน้าตาสะใจ
“โกหกหน้าด้านๆ ยังงี้ จะรอดเหรอเป๊กกี้”
“พูดยังงี้ นักข่าวคงสาวไส้ออกมาจนหมดแน่ค่ะคุณฟ้า”
สุดนภายิ่งยิ้มสะใจมากขึ้นไปอีก

นักข่าวถามต่อ
“พี่นทีพูดยังงี้ ก็แปลว่า แก้วตาก็ท้องกับพี่ แต่พี่ไม่ยอมรับ เพราะตอนนั้นพี่
กำลังเริ่มมีชื่อเสียงใช่ไหมคะ”
“ไม่ใช่ครับ ผมไม่ได้มีความสัมพันธ์กับแก้วอย่างนั้น...”
“ถ้ายังงั้นทำไม แก้วตาถึงได้หนีไปบ้านนอก จนช้ำใจจนตาย เหลือแค่ลูกสาว คือกุ้งนาง นักร้องสาวดาวรุ่งคนนี้ล่ะครับ”
นทีทองชะงัก
“ผมจะอธิบายยังไงดี...”
“ก็ยอมรับมาสิครับ ให้ประชาชนเขาตัดสินใจเองก็แล้วกันนะครับ”
“ผมคงยอมรับไม่ได้ มันไม่มีทางเป็นไปได้...”
“พี่นทีทองปฏิเสธ เพราะกลัวความนิยมจะตกใช่ไหมคะ”
นทีทองพูดนิ่งๆน้ำเสียงจริงจัง
“ผมไม่กลัว...”
“ถ้างั้นจะดึงเอาครูชาตรีมาเป็นแพะรับบาปทำไมล่ะครับ”
นทีทองชักฉุน
“ที่ผมออกมาพูดในวันนี้ ไม่ใช่เพราะว่าต้องการสร้างเรื่อง โยนลูกให้ครูชาตรี ผมไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะตกต่ำ ตลอดเวลาผมสำนึกบุญคุณของแฟนเพลงเสมอมา”
“งั้นก็พูดความจริงกับประชาชนสิครับ”
“ได้ครับ ผมจะพูดความจริง...”
นักข่าวนิ่งเงียบรอฟัง นทีทองหน้าเครียดถอนใจยาว
“ผมจะขอตอบคำถาม ที่หลายคนถามผมมาตลอดหลายปี คือเรื่องการแต่งงาน การมีครอบครัว...การที่ผมไม่เคยมีข่าวชู้สาวกับผู้หญิงคนไหนเลยสักครั้ง ก็เพราะผม...ผม...”
นทีทองหันไปมองซองจู ซองจูพยักหน้าให้กำลังใจ นทีทองตัดสินใจ
“ก็เพราะผมเป็นเกย์...”
นักข่าวฮือฮา ถ่ายรูปกันพรึ่บพรั่บ กุ้งนางถึงกับอึ้งตะลึงไป นทีทองลุกขึ้นยืน
“ซองจู เชิญมาตรงนี้หน่อย…”
ซองจูเดินเข้ามายืนข้างๆ นทีทอง นักข่าวฮือฮา ถ่ายรูปกันพรึ่บพรั่บ

ก้าน กบ ด้วง ชะเอม กำลังดูการถ่ายทอดสดแถลงข่าวจากทีวีในห้องซ้อม ด้วงตะลึงงัน
“พี่...พี่นทีทอง...เป็นเกย์ โอ๊ย ด้วงอยากจะบ้า ข้าหูฝาดรึเปล่าวะไอ้ก้าน”
ก้านอึ้งไปเหมือนกัน
“ไม่หรอกพี่”
“แล้วเรียกคุณซองจูมายังงี้ก็...โอ๊ย ข้าไม่อยากจะคิดแล้ว”
ชะเอมนึกออก
“มิน่า... ฉันตะหงิดๆ ว่าทำไมพี่นทีถึงจุ๊กจิ๊กจุ๋งจิ๋งกับซองจูนัก”
กบปราม
“พี่ชะเอมพอถอะ ฟังพี่นทีต่อดีกว่า ดูซิ นักข่าวนิ่งอึ้ง เงียบกันไปหมดเลย”
ด้วงถอนใจ
“เรื่องมันกลับตาลปัตร ไปยังงี้ พี่นักข่าวคงไปไม่ถูกแล้วมั้ง”

ทั้งหมดหันไปมองทีวีต่อ

ในห้องแถลงข่าวนทีทองกำลังเปิดอกเปิดใจ

“ทุกวันนี้ ผมมีครอบครัวแล้ว ผมมีคนที่ผมรักเขา และเขาก็รักผม...เขาคนนั้นก็คือ ผู้จัดการส่วนตัวของผม-คุณซองจู...”
นักข่าวคนหนึ่งถามขึ้น
“นี่หมายความว่า...ผมจะใช้คำว่ายังไงดี...คู่รักก็แล้วกัน...พี่นทีทองกับซองจูเป็นคู่รักกัน เป็นแฟนกัน อยู่กินกันแบบสามีภรรยาใช่ไหมครับ”
นทีทองยอมรับ
“ครับ…ก็…จะเรียกยังไงความหมายก็คงเหมือนกัน เราอยู่ด้วยกันมาหลายปีแล้ว ทุกวันนี้ เขาคือครอบครัวที่ดีที่สุดของผม”
“สรุปก็คือ พี่นทีทองเป็นเกย์ แล้วก็ปิดบังประชาชนมานานถึงยี่สิบปีแล้ว”
“ครับ”
“แล้ววันนี้จะมาเปิดเผยตัวตนทำไมล่ะครับ”
“ก็เพื่อพิสูจน์ว่า ผมไม่ได้โกหกเรื่องกุ้งนาง มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด กุ้งนางเป็นลูกของครูชาตรี และตอนนี้พ่อลูกเขาก็พบกันแล้ว”
“แล้วพี่ไม่กลัวว่าความนิยมจะตก ประชาชนจะไม่ยอมรับเหรอคะ”
“ผมไม่กลัวอะไรอีกแล้ว ถ้าการเป็นเกย์ เป็นผู้ชายที่รักผู้ชายด้วยกัน จะทำให้ประชาชนไม่ยอมรับผลงานของผม ผมก็ยินดีน้อมรับคำตัดสินของประชาชน และก็จะไม่ลืมเลยว่า ประชาชนทุกคนให้การสนับสนุนผมตลอดมา”
นักข่าวฮือฮา ถ่ายรูปกันอีกครั้ง

สุดนภามองการแถลงข่าวอย่างอึ้งๆ
“มันเป็นยังงี้ได้ยังไง! เป๊กกี้”
“นทีทองเป็นเกย์ มันบ้ามากเลยนะคะคุณฟ้า ปิดมาได้ยังไงตั้งยี่สิบปีทำไมไม่มีใครแฉเนี่ย”
“โอ๊ย นังกุ้งนางมันมีอะไรดีนะ ทุกคนถึงออกมาปกป้องมันกันนัก”
สุดนภาหงุดหงิดที่ผลของแถลงข่าวไม่เป็นอย่างที่คิด

กุ้งนางร้องไห้ซาบซึ้งกับความเสียสละของนทีทองและซองจู ทุกคนในสตูก็เห็นใจนทีทองกับซองจูนักข่าวหันมาถามกุ้งนาง
“แล้วตอนนี้ น้องกุ้งนางมีอะไรจะบอกกับแฟนเพลงบ้างมั้ยครับ”
“ค่ะ...ก่อนหน้านี้ กุ้งนางเคยเข้าใจผิดมาตลอด ว่าพี่นทีเป็นพ่อของกุ้ง วันนี้กุ้งได้รู้แล้วว่า พี่นทีเป็นเพื่อนสนิทของแม่ และพ่อที่แท้จริงของกุ้งก็คือครูชาตรี กุ้งนางดีใจที่ได้เจอพ่อ และดีใจที่ได้เป็นลูกของพ่อ ที่ผ่านมากุ้งเคยรักและเคารพพี่นทีเหมือนพ่อ กุ้งนางก็จะรักและเคารพพี่นทีเสมือนพ่อคนที่สองของกุ้งตลอดไปค่ะ”
ทุกคนในสตูดิโอปรบมือซาบซึ้ง ครูชาตรีกับกุ้งนางลุกขึ้นกอดกัน และกุ้งนางก็ไม่ลืมที่จะกอดนทีทอง
พ่อคนที่สองของเธอ นักข่าวขอให้ซองจูถ่ายภาพคู่กับนทีทอง บรรยากาศซาบซึ้งใจ...จิรายุ ยืนมองบรรยากาศอย่างโล่งอกสบายใจ ทัศนีย์เดินมาหาจิรายุ
“จบกันซะทีนะคะคุณจิ เรื่องวุ่นวายปวดหัว”
“ผมก็หวังว่าจะเป็นยังงั้นนะครับพี่ตู่”
“ดูจากบรรยากาศแล้วท่าทีของนักข่าว ก็คงจะจบด้วยดีค่ะ อย่างน้อยก็มีเรื่องซุปเปอร์สตาร์นทีทองไปขายต่อได้อีกหลายวัน”
จิรายุหันไปมองกุ้งนางอยากจะเดินไปกอดให้กำลังใจ แต่ก็ทำไม่ได้ กุ้งนางหันมายิ้มทั้งน้ำตาด้วยความซึ้งใจในสิ่งที่จิรายุและทุกคนทำเพื่อเธอ

สุดนภากดรีโมทปิดทีวี
“มันไม่จบง่ายๆ ยังงี้แน่ นังกุ้งนาง...แกจะแย่งทุกอย่างไปจากฉัน แล้วแกจะมาลอยหน้าลอยตามีความสุขน่ะ ไม่มีทาง...เป๊กกี้”
“คะ”
“ฉันมีเรื่องสำคัญจะให้เธอทำ”
“อะไรอีกละคะ คุณฟ้า”
“ฉันอยากจะกำจัดนังกุ้งนางออกไปให้พ้นทางฉันซะที”
เป็กกี้ตกใจ ส่วนสุดนภามีแผนการชั่วร้ายบ้างอย่าง

ค่ำนั้น กุ้งนางกำลังยืนมองดวงจันทร์อย่างมีความสุข ก้านที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เปิดประตูออกมาสูดอากาศที่ระเบียงเห็นกุ้งนางก็เอ่ยทัก
“อ้าว กุ้ง...” ก้านเดินเข้าไปหา “ยังไม่ง่วงเหมือนกันเหรอ”
“จ้ะพี่ก้าน กุ้งยังตื่นเต้นน่ะ...ไม่กล้าหลับ กลัวตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นแค่ฝันไปน่ะ”
“แต่ความฝันของกุ้งนางก็เป็นความจริงแล้วนะ หลังจากวันนี้กุ้งจะเอาไงต่อ”
“ไม่รู้สิ ใจหนึ่งก็อยากไปอยู่กับยาย แต่อีกใจก็ยังห่วงงาน”
ก้านยิ้มทะเล้น
“ห่วงงานหรือห่วงคุณจิกันแน่”
กุ้งนางเขิน
“พี่ก้านอย่าพูดยังงี้สิ...”
“อืม...เนอะ! ไม่พูดดีกว่า เดี๋ยวคนบางคนจะเขินจนอยู่ไม่ติด”
“กุ้งห่วงพี่ก้าน แล้วก็ทุกคนด้วยนะ เพลงในอัลบั้มที่เราทำด้วยกันก็ยังไม่เสร็จ”
“งั้นก็อยู่กรุงเทพ ทำงานเพลงด้วยกันไปก่อน เรื่องอื่นค่อยๆ คิดไปก็แล้วกัน”
“จ้ะ”
ก้านยิ้มกับกุ้งนาง แล้วเหม่อมองไป กุ้งนางตัดสินใจถามเรื่องกบ
“พี่ก้าน...”
“ว่าไง”
“พี่ก้านรู้รึเปล่า ว่ากบเขาคิดยังไงกับพี่”
ก้านนิ่งอึ้งไปนิดนึง
“ตอนแรกก็ไม่รู้ แต่ว่าตอนนี้พี่รู้แล้ว”
“กบเป็นคนดี น่ารัก พี่ก้านน่าจะ...”
ก้านตัดบท
“เรื่องความรัก กุ้งจะมาบังคับใจพี่ไม่ได้หรอก ก็เหมือนใจกุ้ง ที่พี่บังคับไม่ได้เหมือนกัน”
“ที่กุ้งพูด ก็เพราะกุ้งอยากพี่ก้านกับกบมีความสุข”
“ถ้าพี่จะรักกบ พี่ต้องรักเขาคนเดียว” ก้านมองหน้ากุ้งนาง “ในใจพี่ต้องไม่มีคนอื่นกุ้งเข้าใจพี่นะ”
“จ้ะ”

ทั้งสองยืนมองพระจันทร์ไปด้วยกัน

ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 26 (ต่อ)

เช้าวันใหม่ที่กองถ่ายทำมิวสิควิดีโอกบร้องเพลง โดยมีก้านยืนนิ่งอยู่เป็นพระเอกในฝัน ทั้งสองหันหลังให้กัน กบหน้าเศร้า ก้านก็หน้าเศร้าตามเพลง จิรายุ และทัศนีย์นั่งดูมอนิเตอร์อยู่กับผู้กำกับ กบกับก้านร้องจนจบเพลง

จิรายุ ทัศนีย์ ผู้กำกับอธิบายให้กบกับก้านรู้ว่างานจะต้องออกมายังไง...
“เพลงนี้ก็โอเคนะ กบอินกับเพลงมาก อารมณ์ ความรู้สึกดีแล้ว ก้านก็ดี แต่พี่ว่าอารมณ์มันส่งให้กบได้มากกว่านี้นะ”
“น้องผู้กำกับคะ พี่ตู่อยากให้เน้นเนื้อเรื่องในมิวสิคให้เศร้าขึ้นไป คนดูจะได้สะเทือนใจมากๆค่ะ”
ผู้กำกับรับคำ
“ได้ครับพี่ตู่... ตอนนี้พักกันก่อนนะ เดี๋ยวมาถ่ายเพลงของก้านกันต่อ”
กบยกมือไหว้ผู้กำกับ
“ขอบคุณค่ะพี่”
ก้านไหว้ด้วย
“ขอบคุณนะครับ”
ผู้กำกับเดินออกไป จิรายุหันมาหาก้าน
“ฉันขอคุยด้วยหน่อย”
“ได้ครับ”
ทัศนีย์หันไปบอกกบ
“เอ้อ...กบจ๊ะ เราไปเปลี่ยนชุด เติมหน้าเติมปากกันดีกว่า เดี๋ยวจะได้กลับมาถ่ายเพลงต่อไป”
“ค่ะ พี่ตู่”
กบหันมองหน้าก้านอย่างเป็นห่วง ทัศนีย์ดึงตัวกบให้ตามออกไป ก้านหันมามอง เห็นจิรายุมีสีหน้ากังวล
“คุณจิรายุมีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ”
“ฉันอยากจะขอบใจก้าน เรื่องกุ้งนาง”
“กุ้งมันรักคุณจิ ผมก็ต้องตัดใจ”
จิรายุยิ้มอย่างซึ้งในน้ำใจ
“งั้นฉันขอถามอีกเรื่องนึง อย่าหาว่าฉันไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของก้านเลยนะ แต่เรื่องระหว่างก้านกับกบ”
“ผมรู้ครับว่า กบคิดยังไงกับผม”
“แล้วก้านล่ะ คิดยังไงกับกบ”
ก้านมองจิรายุนิ่งไม่ตอบ...
”ฉันว่าก้านบอกกบไปตรงๆ ดีกว่า ถ้าไม่รักเขา ก็บอกไป กบเขาจะได้ไม่เสียเวลา...ก้านปล่อยให้เขามีหวังอย่างนี้นานไปเท่าไหร่ เขาก็จะเสียใจมากขึ้นเท่านั้น”
ก้านคิดหนัก ถอนใจ
“ฉันอยากคุยด้วยเท่านี้แหละ คิดดูให้ดีนะ”
จิรายุยิ้มหวังดีให้กำลังใจ แล้วเดินออกไป ก้านตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำยังไง

ทุกคนอยู่ในชุดสวยหล่อ ที่ถ่ายมิวสิควิดีโอ เขียดกำลังดูแลกบให้เปลี่ยนชุดใหม่ ด้วงกับชะเอมตั้งใจดูรายการข่าวในทีวี พิธีกรกำลังดำเนินรายการ
“มาถึงข่าวที่น่ายินดีเรื่องนึงเลยทีเดียวสำหรับวงการลูกทุ่ง เมื่อวานนี้ บริษัทสยามซองแถลงข่าวว่า กุ้งนางนักร้องลูกทุ่งดาวรุ่งชื่อดัง แท้จริงแล้วคือ ลูกสาวของครูชาตรี ครูเพลงชื่อดังที่พลัดพรากกันไปนาน ซึ่งตอนนี้กุ้งนางก็ได้ชื่อว่า เป็นนักร้องยอดกตัญญูคนหนึ่งของวงการไปแล้ว”
ชะอมกดรีโมทปิดทีวี
“ดีจังเลย...กุ้งนางมีแต่ข่าวด้านบวก เนอะพี่เขียดเนอะ”
เขียดยิ้มรับ
“จ้ะ”
ด้วงแปลกใจ
“แล้วนี่ เจ๊อึ่งไปไหน ทำไมไม่มาดูแลพวกเราล่ะเขียด”
เขียดหน้าเศร้า
“เจ๊ขอลาคุณจิรายุกลับมหาสารคาม”
ชะเอมตกใจ
“เจ๊อึ่งถึงกับลาออกเลยเหรอพี่เขียด”
“เปล่า”
ด้วงต่อว่าเขียด
“เอ๊ะ นังเขียดนี่พูดก็พูดให้จบสิ คนอื่นเขาตกใจกันหมด”
“เจ๊อึ่งอยากจะไปวิปัสสนา สักเดือนนึง ให้ใจสงบก่อน แล้วก็จะกลับมาทำงานใหม่น่ะจ้ะพี่ด้วง”
ชะเอมถอนใจ
“เฮ้อ โล่งอกไปที”
กบเสียงเศร้า
“น่าสงสารเจ๊อึ่งนะ ไม่สมหวังทั้งเรื่องงานเพลง เรื่องความรัก”
ด้วงหันมาบอก
“โอ๊ย กบอย่าคิดเยอะไปเลย ชีวิตคนเราก็แบบนี้แหละ มีคนสมหวัง ก็ต้องมี
คนผิดหวัง เหมือนพี่ไง”
ชะเอมถลึงตาใส่
“อะไร พี่ด้วงพูดอะไร ให้มันน้อยๆ หน่อย โอเคป่ะ”
“ไม่โอเค...ชะเอม น้องอย่าคิดนะว่าจะทำร้ายจิตใจพี่ได้ตลอดเวลา คิดเรอะ ว่าจะใช้ความสาวความสวยที่มีอยู่น้อยนิด มาหลอกล่อหลอกล่อพี่ด้วงเล่นเหมือนที่ผ่านๆ มา”
“ฉันหลอกล่ออะไรพี่ด้วง”
“ก็มาทำก้อร่อก้อติก ว่ารักว่าหลงพี่ไง”
“พี่ด้วง พูดดีๆ นะ ฉันเป็นผู้หญิงฉันเสียหายนะ”
“ชะเอมเอ๊ย คนอย่างพี่ด้วงน่ะ ตอนนี้พัฒนาแล้วเว้ยเฮ้ย หล่อขึ้น แถมยังเป็นนักร้องที่ดังไม่น้อย ต่อไปผู้หญิงที่ไหนๆ ก็จะเข้ามารักมาหลงพี่ อย่างน้องชะเอมน่ะ ไม่มีความหมายกับพี่ด้วงอีกต่อไปแล้ว”
ชะเอมปี๊ดทันที
“พี่ด้วง... พี่ไม่นึกถึงยามที่ทุกข์ยากมาด้วยกัน พี่ด้วงทิ้งฉัน...”
“ไม่ได้ทิ้ง เราไม่เคยเป็นอะไรกัน แล้วพี่ด้วงก็ไม่เคยสนใจไยดีน้องชะเอมมาก่อน”
“ไอ้พี่ด้วง...”
ชะเอมร้องไห้วิ่งหนีออกไป ด้วงและทุกคนตกใจ เขียดหันมาดุด้วง
“พี่ด้วง ทำไมถึงพูดจาทำร้ายจิตใจชะเอมมันยังงี้ โอ๊ย นี่แค่เริ่มดัง ก็จะลืมตีนแล้วเหรอ ไอ้วัว...”
ด้วงจ๋อยไป
“พี่ล้อเล่น พี่ไม่ได้ตั้งใจ”
กบต่อว่า
“ล้อเล่นแบบนี้ผู้หญิงเขาเสียใจนะ”
ด้วงไม่แน่ใจ
“แล้วกบว่า น้องชะเอมเขารักพี่จริงๆ เหรอ”
“ตอนแรกๆ ก็คงล้อเล่น แต่ตอนเนี้ย ฉันว่าพี่ชะเอมคงเอาจริงแล้วล่ะ”
“น้องชะเอมรักพี่”
กบกับเขียดพยักหน้า
“ใช่”

ด้วงทั้งตกใจ ทั้งดีใจ

ที่ห้องประชุมเวลานั้น ทัศนีย์กำลังเปิดเทปที่อัดรายการบันเทิงต่างๆ ไว้ ให้ จิรายุ ครูชาตรี นทีทองและกุ้งนางดู

“ยอดเยี่ยมเลยใช่มั้ยคะคุณจิ ตอนแรกพี่ก็เป็นห่วงเรื่องกระแสด้านลบนะคะ แต่ตอนนี้ตีกลับ กลายเป็นด้านบวกไปเลย”
ทุกคนยิ้มพอใจ ทีมงานยิ้มชื่นชม
“น่าปลื้มใจแทนกุ้งนางนะครับคุณจิ คนทำดี ก็ต้องได้ดี”
จิรายุยิ้ม
“เรามาลุยงานกันต่อดีกว่านะครับ...”
ทีมงานยิ้มแย้ม
“ตอนนี้แฟนเพลงทุกคน กำลังรอดูคอนเสิร์ตของกุ้งนาง เพลงของกบ ก้าน ด้วง ชะเอม ที่ปล่อยออกไปก็ติดชาร์ตทุกเพลง”
“ผมวางแผนไว้ให้มีคอนเสิร์ตใหญ่ของนักร้องทุกคนในค่ายสยามซองแล้วนี่”
“ครับ ตอนนี้จะเริ่มขายบัตร วันที่ 10 มีเวลาอีกประมาณเดือนครึ่ง”
ทัศนีย์ตื่นเต้น
“การแสดงในคอนเสิร์ตฮอลล์ โอ้โห คงจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของลูกทุ่งให้ดูอินเตอร์ขึ้นเยอะเลยนะคะคุณจิ”
“ครับพี่ตู่ ผมตั้งใจไว้อย่างงั้น”
ทีมงานหันมาบอก
“วันนี้ถ่ายมิวสิควิดีโอ ของก้านกับกบเสร็จแล้ว ผมจะให้รีบตัด แล้วส่งโปรโมทตามรายการทีวี ต้นอาทิตย์หน้าเลย”
ทัศนีย์ยิ้มปลื้ม
“กบก้าน คู่นี้ก็น่ารัก ร้องเพลงเพราะ แถมยังสวยหล่อ สมกันที่สุด...คู่นี้ มาจับคู่กันยังงี้ ดังระเบิดเถิดเทิงแน่นอนค่ะ เชื่อพี่ตู่สิ”
จิรายุยิ้มรับ
“ครับ”
จิรายุมั่นใจ

ชะเอมวิ่งมาสะอื้นเป็นนางเอกอยู่ตรงมุมหนึ่งของบริษัท ก้านกำลังจะไปห้องแต่ตัวมาเจอชะเอมร้องไห้อยู่ ก็มองอย่างแปลกใจ
“ชะเอม เป็นอะไร ใครทำอะไร ร้องไห้ทำไม”
“ฮือๆ ไอ้ก้าน”
“ข้าไปทำอะไรเอ็ง”
“ไม่ใช่เอ็ง… แต่เป็นไอ้พี่ด้วง ไอ้อ้วน เตี้ย ต่ำนั่นตะหาก”
“พี่ด้วงทำอะไรชะเอม”
ทันใดนั้นเสียงด้วงตะโกนเรียก
“ชะเอม น้องชะเอม”
ชะเอมได้ยินยิ่งร้องไห้โฮออกมา ก้านหน้าตาตื่น ด้วงเดินแกมวิ่งเข้ามา กบ ตามมา ด้วงงงๆ ไม่รู้จะปลอบจะขอโทษยังไง
“น้องชะเอม”
“ตามมาทำไม ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน”
ด้วงทำเป็นดุ
“โอ้โห เดี๋ยวนี้เยอะจังเลยนะเราน่ะ”
“เออ ฉันเยอะ...ฮือๆ ต่อไปนี้ ฉันจะไม่เยอะกับพี่ก็ได้...ฮือๆ ฉันเหนื่อย ฉันท้อ กับการที่ต้องวิ่งตามพี่แล้ว”
“น้องชะเอมมาวิ่งตามพี่ตอนไหนเหรอ”
ชะเอมค้อน
“ไม่ตลก...ฮือๆ จำไว้นะ ไอ้พี่ด้วง ต่อไปนี้ฉันจะไม่ขอมองผู้ชายหล่อที่หน้าตา อีกแล้ว แต่จะหันไปมองผู้ชายหล่อที่หัวใจ...อย่างพวก ฟลุ๊ค ซีควิน อะไร แบบนั้นดีกว่า เพราะคนพวกนั้นน่ะ ถึงแม้จะไม่หล่อเท่าพี่ด้วง แต่เขาคงจะรักฉันจริง”
ว่าแล้วชะเอมก็ยังไม่ทิ้งคราบนางเอก วิ่งบีบน้ำตาวิ่งหนีด้วงไปอีกครั้ง
ด้วงหน้าเหวอ
“เอ๊า! น้องชะเอมนี่ ไหนบอกว่าจะไม่เยอะ ยังไม่ทันได้อ้าปากอธิบายอะไรเลย ก็วิ่งหนีไปอีกแระ”
กบพูดขึ้น
“พี่ชะเอมเขาตัดใจตอนนี้ก็ดีแล้วล่ะ อย่าให้เขาเจ็บทีหลังเลย”
ด้วงค้อน
“กบพูดไม่เข้าหูพี่เลยนะเนี่ย”
“ก็พี่ด้วงไม่เคยคิดจะรัก จะชอบพี่ชะเอมเลยไม่ใช่เหรอ ทั้งๆ ที่พี่ชะเอมเขาอุตส่าห์โน้มใจลงมาหาพี่แล้ว”
“โน้มใจเลยเหรอ”
“จ้ะ แต่พี่ด้วงมาเชิดใส่พี่ชะเอมยังงี้ เขาก็ต้องช้ำใจ”
“แล้วใครว่า พี่ด้วงไม่รัก ไม่ชอบน้องชะเอมล่ะ”
ก้านงงๆ
“อ้าว แล้วชะเอมมันจะมาโวยวายทำไม”
“ก็ข้ารักข้าชอบน้องชะเอม แต่ข้าไม่กล้าเอ่ยปากบอกต่างหาก บอกตรงๆ ข้าเขินว่ะไอ้ก้าน”
ก้านกับกบอึ้ง แต่ก็ดีใจ
“โอ๊ย ชอบก็บอกเขาไป กล้าๆ หน่อย ผลจะเป็นยังไงก็ช่าง อย่างน้อยพี่ก็ได้ บอกความรู้สึกของพี่ให้คนที่เรารักรู้ อย่างฉันไง ยังกล้าบอกเลยว่า รักกุ้ง...”
ก้านชะงักไป หันไปมองกบที่ยืนหน้าเศร้าหลบตาไป ก้านสงสารกบ หันมาพูดกับด้วงต่อ
“พี่ด้วง...บางครั้งคนที่เรารัก เขาก็ไม่มีเวลามานั่งรอคำสารภาพจากเราตลอดไปหรอก เราต้องรีบบอกเขา ก่อนที่เราจะเสียคนดีๆ ให้คนอื่นไป”
ด้วงฟังก้านแล้วคิดได้ มีกำลังใจมากขึ้น
“ไอ้ก้าน เอ็งเหมือนพระมาโปรดพี่ ข้าสอนเอ็งมามาก แต่มันเหมือนผงเข้าตาตัวเอง มันต้องให้คนอื่นช่วยเป่าให้ ขอบใจเอ็งมากนะก้าน”
ด้วงจะออกไป กบรีบถาม
“พี่ด้วงจะไปไหน”
“พี่ด้วงขอไปทำตามหัวของพี่ก่อนนะ น้องชะเอม ชะเอมจ๋า รอพี่ด้วงด้วย!”
ด้วงวิ่งไปออก ก้านกับกบ ยืนเก้อกันอยู่สองคน

ชะเอมมานั่งร้องให้สะอึกสะอื้นอยู่กับกุ้งนางที่สวนหย่อม
“ตกลงพี่ชะเอมรักพี่ด้วงเขาจริงเหรอ”
“ก็เออสิ”
“ก็ไหนบ้าคนหล่อหน้าดีนักไง”
“คนหล่อ หน้าตาดีมันจะสนคนอย่างพี่กุ้ง สู้รักคนหน้าเราหน้าตาดีกว่าไม่ได้ ยังไงเราก็เหนือกว่า”
“เนี่ยนะ เหนือกว่า มานั่งร้องไห้ฮือๆ อยู่เนี่ย”
ชะเอมหันมาเห็นกุ้งนางก็ยิ่งร้องโฮโผเข้ากอด ไม่ทิ้งภาพนางเอกผู้น่าสงสาร
“กุ้งนาง พี่...พี่เสียใจ พี่ปวดใจเหลือเกิน...ขนาดไอ้พี่ด้วงมันหน้าตาเลวแล้ว มันยังทำให้พี่ช้ำใจอีก”
กุ้งนางยิ่งห่วง
“พี่ชะเอมจ๋า พี่เป็นอะไร! หยุดร้องแล้วค่อยๆ คุยกันนะ”
“ไอ้พี่ด้วงมันไม่รักพี่ มันหักหาญน้ำใจของพี่ มันคิดว่ามันหล่อเลือกได้ ฮือๆๆ”
ชะเอมร้องไห้ปิ่มจะขาดใจ กุ้งนางคอยปลอบ ด้วงเข้ามา
“น้องชะเอม...”
ด้วงยังไม่ทันได้อ้าปากพูดต่อ กุ้งนางก็ลากแขนด้วงออกไป
“พี่ด้วง! พี่ด้วงใจร้ายมากรู้มั้ย รู้ว่าพี่ชะเอมเขารัก ก็ยังทำร้ายหัวใจเขาอีก แล้วนี่ตามมาทำไม มาให้เขาเห็นหน้า มาซ้ำเติมเขาอีกใช่มั้ย กุ้งว่า ตอนนี้พี่ด้วงอยู่ห่างๆ พี่ชะเอมไปก่อนดีกว่า”
“โว่ว!ๆๆๆ ว๊าก! ไอ้กุ้งนาง! ขอโทษเถอะ ให้พี่ได้อ้าปากพูดบ้างนะ”
“อ่ะ พูดมาสิ”
“ที่พี่ด้วงมาเนี่ย ไม่ได้มาซ้ำเติมน้องชะอมนะ แต่พี่ด้วงจะมาบอกว่า น้องชะเอมจ๋า พี่ด้วงรักน้องชะเอมจ้ะ”
ชะเอมหูผึ่งหยุดร้องไห้ทันที
“พี่ด้วง...”
“พี่รักน้องมาตั้งแต่แรกพบ แต่น้องชอบล้อเล่นกับพี่ เหมือนหมาหยอกไก่”
“ใครเป็นหมา...”
“พี่ด้วงเป็นก็ได้จ้ะ ฟังพี่นะ พี่ด้วงตามมา ก็เพราะจะมาสารภาพความในใจกับน้อง”
ชะเอมทำเล่นตัว
“ก็พูดมาสิ”
“พี่ด้วงรักน้องชะเอมจ้ะ...ชะเอมจะว่ายังไงจ๊ะ”
“ก็...โอเคอ่ะ ชะเอมก็รักพี่ด้วงจ้ะ โถ พ่อยอดสมองอิ่มของชะเอม”

ว่าแล้วทั้งสองก็มองตาซึ้งวิ่งเข้ามากอดกัน กุ้งนางยิ้มมีความสุข

 
โปรดติดตาม ราชินีลูกทุ่ง ตอนต่อไป
แก้วกลางดง ตอนที่ 25 จบบริบูรณ์
แก้วกลางดง ตอนที่ 25 จบบริบูรณ์
เช้าวันใหม่ ทรงเผ่านั่งเลือกรูปดอกไม้อยู่ เมียวดีเข้ามามอง “นายถ่ายเองทั้งหมดเหรอ” “ใช่...จากที่ต่างๆในโลก รูปนี้เป็นดอกไม้ในทะเลทราย ส่วนรูปนี้ก็จากป่าดงดิบ กลางทวีปแอฟริกา สวยมั้ย” “สวย...แต่มันไม่ได้กลิ่น สู้ของจริงไม่ได้” “ก็จริง แต่ถ้ามีคนคิดแบบเธอทั้งหมด คงไม่มีใครมางานแสดงภาพของฉัน แล้วก็ซื้อรูปพวกนี้” “จะมีคนมาซื้อเหรอนาย ทำไมเขาไม่ไปดูด้วยตัวเองล่ะ” “ต้องมีซิ เธอรู้มั้ย บางที ภาพถ่ายมันก็บอกความรู้สึกได้เยอะแยะนะโดยที่ไม่ต้องไปดูจริง ๆ ก็ได้” “เอาอีกแล้ว คนในเมืองนี้คิดแปลก ๆ ชอบใช้โน้นใช้นี่มาแทน แต่คนที่อยู่ตรงหน้า กับไม่ยอมพูด” ทรงเผ่าวางมือมองหน้าเมียวดีเนิ่นนาน
กำลังโหลดความคิดเห็น...