xs
xsm
sm
md
lg

ภูผาแพรไหม ตอนที่ 4

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ภูผาแพรไหม ตอนที่ 4

พันทิญาขับรถมาจอดหน้าร้านกาแฟที่อยู่ติดวิวที่มองเห็นภูเขา ลูกน้องของแสงฉายขี่มอเตอร์ไซด์ตามมาจอดอยู่ห่างๆ พันทิญาลงจากรถมองลูกน้องแสงฉายแล้วยิ้มเยาะก่อนจะเดินเข้าร้านไป
ลูกน้องของแสงฉายตกใจ “คุณพัน!!!”

พันทิญาเดินเข้ามาในร้านกาแฟแล้วมองหาใครบางคนก่อนจะเห็นพิพัฒน์นั่งอยู่ที่มุมหนึ่ง พันทิญายิ้มแล้วเดินไปหา
“คุณพัฒน์คะ”
พิพัฒน์หันมาเห็นก็รีบลุกขึ้นขยับเก้าอี้ให้พันทิญา
“เชิญครับ”
พันทิญายิ้มหวาน “ขอบคุณค่ะ”
พันทิญายิ้มกับพิพัฒน์อย่างมีความสุข

แพรไหมยืนหน้าเครียดอยู่ที่หน้าประตูออฟฟิศภูผา เธอผลักประตูจะเดินเข้าไปแล้วก็เปลี่ยนใจปิดประตูแล้วเดินไปเดินมาอยู่หน้าออฟฟิศอย่างลังเล
แพรไหมผลักประตูเปิดแล้วจะเดินเข้าไปอีกครั้งแต่ความกลัวทำให้ต้องปิดประตูลงอีกครั้ง เธอถอนหายใจอย่างเครียดจัดก่อนจะเอื้อมมือไปผลักแต่ประตูกลับเปิดออกมาเองก่อนแล้วมีลูกน้องภูผาเดินออกมา
แพรไหมผวาด้วยความตกใจ “คุณภูผา”
“ไม่ใช่ครับ...ผมเห็นคุณเปิดๆปิดๆประตูแต่ไม่เข้ามาซะทีเลยจะออกมาถามว่าคุณต้องการให้บริษัทเรารับใช้อะไรรึเปล่าครับ” ลูกน้องของภูผาถาม
“เปล่าค่ะ...ฉันเอ้อ..ฉันมาหาคุณภูผา”

ภูผานั่งอ่านเอกสารอยู่ในห้อง สักพักก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เชิญครับ”
แพรไหมค่อยๆเปิดประตูออกมาอย่างหวาดกลัว ภูผาเงยหน้าขึ้นมาเห็นแพรไหมก็มองอย่างคิดไม่ถึง
“คุณแพรไหม!”
แพรไหมพูดด้วยความกลัว “ฉันจะมาขอโทษเรื่องคุณชัย”
ภูผาพูดอย่างโมโห “ยอมรับแล้วเหรอว่ารู้จักพี่ชัย”
“ค่ะ”
ภูผาเดินมาหาแพรไหม “กลัวผมไปฟ้องเจ้าแสงฉายแล้วคุณจะอดเป็นราชินีของเชียงทวายใช่มั้ยถึงมายอมรับ”
“คุณภูผาคะ...ฉันยอมรับนะคะว่าเคยลองคบคุณชัยแต่พอรู้ว่าเข้ากันไม่ได้เลยขอเป็นเพื่อนไม่ได้ทิ้งคุณชัยเพื่อไปหาเจ้าแสงฉายอย่างที่คุณเข้าใจ” แพรไหมอธิบาย
ภูผาตวาด “ลองคบเหรอ...ถ้าแค่ลองคบกันคุณคงไม่กล้ารับแหวนของพี่ชัยหรอก”
แพรไหมตกใจ “แหวน!!”
“อย่าบอกนะว่าจำไม่ได้ว่ารับแหวนเพชรวงละ 3 แสนที่พี่ชัยเอาเงินที่จะหุ้นกับผมซื้อตึกมาซื้อให้คุณ”
“ฉันจะเอาแหวนมาคืนให้..ฝากบอกคุณชัยด้วยนะคะว่าขอโทษสำหรับทุกอย่าง” แพรไหมพูด
แพรไหมจะออกจากห้อง แต่ภูผามาขวางไว้
“ผมไม่รับฝากคุณต้องไปกราบเท้าขอโทษพี่ชัยด้วยตัวคุณเอง”
แพรไหมมีท่าทางหวาดกลัวมาก “ฉันมีประชุมไปไม่ได้..ขอตัวนะคะ”
แพรไหมรีบวิ่งไปที่ประตูแล้วเปิดประตูวิ่งออกจากห้องไป
ภูผายิ่งโมโห “คุณแพร”
ภูผาวิ่งตามแพรไหมออกไปทันที

แพรไหมเปิดประตูแล้ววิ่งออกมาจากออฟฟิศ โดยมีภูผาวิ่งตามมา แพรไหมจะวิ่งไปที่รถแต่ภูผาเข้าไปจับไว้
“คุณต้องไปหาพี่ชัยกับผม” ภูผายืนยัน
“บอกแล้วไงคะว่ามีประชุม” แพรไหมพูด
“เป็นลูกเจ้าของร้านไม่ไปประชุมแม่คุณคงไม่ไล่ออกหรอก..ไปกับผมเดี๋ยวนี้”
“วันนี้ฉันยังไม่พร้อมขอฉันไปหาคุณชัยวันหลังนะคะ” แพรไหมต่อรอง
“พี่ชัยเพ้อถึงคุณทุกวันเค้าคิดถึงคุณมากต้องไปวันนี้”
“วันนี้ฉันไม่พร้อมเจอคุณชัยจริงๆอย่าบังคับฉันเลยค่ะ”
“เมื่อกี๊เรียกพูดดี ๆ ถ้าบังคับต้องแบบนี้”
ภูผาหยิบกุญแจรถมากดรีโมทเปิดล็อคก่อนจะดึงผ้าคล้องไหล่ตัวเองโยนทิ้งไปแล้วอุ้มแพรไหมขึ้น
“ว้าย..คุณภูผาปล่อยฉันนะ ปล่อย”
ภูผาไม่ฟังเสียง เขาอุ้มแพรไหมขึ้นรถทันที
“ถ้าลงมาผมจะเรียกลูกน้องทุกคนที่อยู่ในบริษัทมาช่วยจับคุณ”
แพรไหมมองภูผาอย่างกลัวๆ และไม่กล้าลงจากรถ ภูผาขึ้นรถขับออกไปด้วยความโมโห

พันทิญานั่งยิ้มหวานดื่มกาแฟกับพิพัฒน์อย่างมีความสุข
“พันมาดื่มกาแฟร้านนี้หลายครั้งแล้วแต่ไม่เคยรู้สึกสบายใจแล้วก็มีความสุขเท่าวันนี้เลย” พันทิญาพูด
พิพัฒน์ดีใจ “คุณกำลังทำให้ผมหลงตัวเองว่าคุณมีความสุขเพราะดื่มกาแฟกับผม”
พันทิญาจ้องพิพัฒน์แล้วยิ้มหวาน “คุณทำให้ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ”
“ผมดีใจนะครับที่ทำให้คุณมีความสุข”
พิพัฒน์กับพันทิญายิ้มให้กันอย่างมีความสุข
“เอ..พันมีเรื่องอะไรจะคุยกับคุณน้า..อ๋อ ใกล้วันเกิดน้าดาแล้วพันอยากซื้อกำไลให้น้าดาสักวงน่ะค่ะ”
“พิธออกแบบกำไลแบบใหม่ๆมาอีกหลายแบบเลย..ถ้าวันนี้คุณไม่ต้องรีบไปทำงานเข้าไปเลือกดูสิครับผมจะคิดราคาพิเศษให้”
พันทิญาตอบรับ “ค่ะ”
พันทิญากับพิพัฒน์ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข

ที่บ้านแสงฉาย แสงฉายพูดกับลูกน้องด้วยอารมณ์โกรธจัด
“จบถึงโรงเรียนองครักษ์เชียงทวายแต่ตามคุณแพรแค่นี้ก็ทำงานผิดพลาด..ฉันไล่แกออก”
ลูกน้องของแสงฉายหน้าเจื่อนไป
“ผมขอโทษนะครับที่เอาคนไร้ฝีมือมาทำงานให้เจ้า..ผมจะหาคนใหม่ที่เก่งกว่านี้มาให้นะครับ” ธนาบอก
“ไม่ต้อง..คุณแพรสลับรถกับคุณพันแสดงว่าเค้ารู้ว่าฉันส่งคนตาม..ขืนส่งไปแล้วเค้ารู้อีกคงเกลียดขี้หน้าฉันมากกว่าเดิม”
แสงมณีใส่ชุดสวยงามเดินเข้ามา โดยมีดวงใจเดินตาม
“มีใครกล้าเกลียดขี้หน้าเจ้าแสงฉายด้วยเหรอคะ” แสงมณีถาม
“เยอะแยะ..ต่อหน้าไม่แสดงออกก็ไปนินทาลับหลัง..น้องจะไปไหน” แสงฉายถามกลับ
“อีกสักพักจะออกไปงานแสดงภาพค่ะ..เสร็จจากงานแล้วจะเลยไปเยี่ยมคุณภูผา”
“เยี่ยมอะไรกันทุกวัน..ระวังนะให้ความสำคัญมากไปเค้าจะฉวยโอกาสหาประโยชน์จากน้อง”
“น้องไม่คิดว่าคุณภูผาจะเป็นคนแบบนั้นแต่น้องจะระวังตัวละกันนะคะ..น้องไปนะคะ”
แสงฉายพูดกับดวงใจ “ฝากดูแลแสงมณีด้วยนะครับ”
“ยาอม ยาดม ยาหม่องพร้อม..รับรองค่ะว่ายุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมค่ะ” ดวงใจบอก
ทุกคนหัวเราะขำดวงใจ

พิพิธแต่งตัวหล่อกำลังนั่งใช้ Mac book ออกแบบแหวนอย่างมีความสุขอยู่ท่ร้านเพชร พิพัฒน์เดินควงพันทิญาเข้ามาในร้าน พิพิธได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาจึงเงยหน้ามอง
“สวัสดีครับคุณพัน” พิพิธทัก
“สวัสดีค่ะ..ออกแบบอะไรอยู่คะ” พันทิญาถาม
“แหวนครับ...” พิพิธตอบ
พิพิธหัน mac book ให้พันทิญาดู
“สวยมาก..คุณพิธเก่งจังเลยค่ะ” พันทิญาชม
“ของมันแน่อยู่แล้วครับ..” พิพิธคุย
พิพัฒน์แซวน้อง “ถ่อมตัวบ้างก็ได้พิธ”
“ผมรู้ตัวดีว่าเก่งต้องถ่อมตัวทำไม”
“จะออกงานกับสาวแต่งตัวซะหล่อเชียวนะ” พิพัฒน์แซวต่อ
“สาวจะได้ยอมเป็นแฟนด้วยไง” พิพิธรีบบอก
พิพัฒน์กับพันทิญาหัวเราะขำพิพิธ
พิพัฒน์พูดกับพันทิญา “เลือกตามสบายเลยครับ..ชอบวงไหนบอกผมได้เลย”
“ค่ะ”
พันทิญาดูกำไลเพชรในตู้
พิพัฒน์พูดกับพิพิธ “คุณพันจะซื้อกำไลให้คุณน้าน่ะ”

เวลาผ่านไป พิพิธหยิบกำไลวงหนึ่งขึ้นมา
“วงนี้เลยครับ..เพิ่งมาใหม่เหมาะกับผู้ใหญ่แต่ดูไม่แก่ เพชรก็น้ำงามมาก”
พันทิญารับกำไลมาจากพิพิธ “สวยจัง...เท่าไหร่คะ”
“4 แสน...แต่เฮียคงลดให้คุณอยู่แล้วถามเถ้าแก่ใหญ่เลยครับว่าลดให้กี่เปอร์เซ็นต์” พิพิธบอก
พันทิญาหันไปมองพิพัฒน์
“สำหรับคุณผมลดให้ร้อยเปอร์เซ็นเลยครับ” พิพัฒน์พูด
พันทิญาดีใจ “คุณให้ฉันเหรอคะ”
พิพัฒน์พยักหน้า
พันทิญาแกล้งทำเป็นเกรงใจ “ขอบคุณมากนะคะ..แต่พันรับของแพงๆ อย่างนี้จากคุณฟรีๆไม่ได้หรอกค่ะ..คิดเงินเถอะ”
“ลดราคาร้อยเปอร์เซ็นผมคิดไม่ออกจริงๆครับว่าต้องคิดเงินคุณเท่าไหร่” พิพัฒน์บอก
“แต่พันเกรงใจคุณ”
“เพื่อความสบายใจของคุณ..ฝากบอกคุณน้าว่านี่เป็นของขวัญวันเกิดจากผมละกันครับ” พิพัฒน์เสนอ
พันทิญาแกล้งจำใจยอม “ก็ได้ค่ะ”
พันทิญามองกำไลอย่างชื่นชม ส่วนพิพิธมองพันทิญาอย่างไม่ไว้ใจแล้วมองพิพัฒน์อย่างหนักใจ

ภูผาขับรถด้วยความโมโหมาจอดติดไฟแดงอยู่ แพรไหมมองภูผาอย่างกลัวๆ ก่อนจะรีบปลดเบลท์แล้วจะลงจากรถ ภูผาได้ยินเสียงปลดเบลท์ก็จับแขนแพรไหมไว้อย่างรวดเร็ว
“ผมไม่ให้คุณหนีไปง่ายๆหรอกนะ”
ภูผาปลดเบลท์ตัวเองแล้วเอื้อมมือข้ามตัวแพรไหมเพื่อคาดเบลท์ให้เธอ ระหว่างที่เอื้อมตัวไปหน้าภูผา กับแพรไหมใกล้กันมากจนต่างคนต่างชะงักมองกันอย่างหวั่นไหว ภูผาได้สติรีบคาดเบลท์ให้แพรไหม
“ถ้าคุณปลดเข็มขัดอีกทีผมจะขับรถฝ่าไฟแดงออกไปเลย..กล้าเสี่ยงชีวิตลงไปตอนรถวิ่งก็ลองดู”
แพรไหมมองภูผาอย่างกลัวๆ

ภูผาขับรถมาจอดหน้าโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว แพรไหมมองโรงพยาบาลอย่างร้อนใจ เธอเปิดประตูรีบลงจากรถเพื่อจะวิ่งหนี แต่ภูผาลงจากรถแล้ววิ่งตามไปจับตัวไว้
“คุณภูผาคะฉันขอร้อง..ฉันยังไม่พร้อมเจอคุณชัยจริงๆขอฉันมาวันหลังเถอะนะคะ”
“วันนี้แหล่ะเคลียร์กันให้จบๆพี่ชัยจะได้เลิกเพ้อถึงคุณซะที” ภูผายืนยัน
ภูผาอุ้มแพรไหมไป
แพรไหมร้องลั่น “ว้าย”
ภูผาไม่ฟังเสียง เขาอุ้มแพรไหมเข้าไปในโรงพยาบาล

ภูผาอุ้มแพรไหมเดินเข้ามา คนในโรงพยาบาลมองภูผากับแพรไหมด้วยความตกใจ
แพรไหมดิ้น “ปล่อยฉันนะ”
ภูผาไม่สนใจยังคงอุ้มแพรไหมเดินไป
“ช่วยด้วยค่ะ..ผู้ชายคนนี้บังคับฉันมาที่นี่ช่วยฉันด้วย”
ทุกคนหันมามอง ภูผามองทุกคนด้วยความตกใจแล้วมองแพรไหมอย่างโมโห
ภูผาพูดกับทุกคน “เมียผมเองครับ”
แพรไหมมองภูผาอย่างตกใจ
ภูผาพูดต่อ “ไม่สบายมากแต่กลัวหมอเลยต้องบังคับมา”
ภูผาอุ้มแพรไหมเดินต่อทันที แพรไหมมองภูผาอย่างตกใจไม่คิดว่าจะกล้าโกหกทุกคนว่าเธอเป็นเมีย

ภูผาอุ้มแพรไหมมาถึงหน้าห้องพักของชัย แพรไหมมองประตูห้องชัยด้วยความตกใจก่อนจะนึกขึ้นได้
แพรไหมพูดออกมา “ขอโทษนะคะ”
แพรไหมกดแผลที่แขนภูผาเต็มแรง
ภูผาร้องลั่น “โอ้ย”
ภูผาเจ็บแผลจนต้องปล่อยแพรไหมลง แพรไหมวิ่งหนี ภูผาวิ่งตามจับมาได้อีกครั้ง
“คงทำความผิดกับพี่ชัยไว้เยอะสินะถึงไม่กล้าสู้หน้าจนต้องพยายามหนีตลอดเวลา..แต่โทษนะแค่หนีเก่งไม่พอต้องหนีให้เร็วกว่านี้ด้วย”
ภูผาลากแพรไหมไปที่ประตู เขาเปิดประตูแล้วพาแพรไหมเข้าห้อง




ภูผาลากแพรไหมเข้าม้าข้างเตียงซึ่งชัยนอนหันหลังอยู่บนเตียง
ภูผาเรียก “พี่ชัยครับ”
ชัยยังหลับเพราะไม่ได้ยินเสียง
“คุณชัยหลับอย่ารบกวนเค้าเลย..ปล่อยฉันกลับแล้วฉันค่อยมาวันหลังดีกว่า” แพรไหมบอก
“กว่าจะพามาถึงตรงนี้ได้ทั้งลากทั้งอุ้ม..รอคุณมาเองคงต้องรอชาติหน้า..” ภูผาเรียกชัยต่อ “พี่ชัยครับ..พี่ชัย”
ชัยค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือแล้วขยับตัว แพรไหมที่ยืนอยู่มองด้วยความตกใจ
“พี่ชัย...ดูสิครับว่าผมพาใครมาหา” ภูผาบอก
ชัยขยับตัวค่อยๆหันมา แพรไหมมองชัยที่กำลังจะหันมาด้วยความตกใจ ชัยหันมาจนเกือบจะเห็นหน้าแพรไหม แพรไหมได้สติรีบสะบัดมือจากภูผาแล้ววิ่งจะออกจากห้อง ภูผารีบวิ่งตามไปขวางประตูไว้
“บอกแล้วไงต้องเร็วกว่านี้” ภูผาพูด
แพรไหมมองภูผา แล้วหันไปมองชัยที่กำลังขยับตัวหันมาด้วยความตกใจ แพรไหมคิดแล้วตัดสินใจวิ่งเข้าห้องน้ำล็อกประตู
ภูผาตรงไปทุบประตูห้องน้ำ “คุณแพรเปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ..เปิด”
ชัยได้ยินชื่อแพรก็ยิ้มดีใจ
“ภู..ภูพาคุณแพรมาหาพี่เหรอ” ชัยถาม
“ครับ..”
ชัยยิ้มทั้งที่ยังสะลึมสะลือเพราะฤทธิ์ยาแต่เขาก็จะลุกจากเตียง ภูผารีบวิ่งมาจับชัย
“จะไปไหนครับ” ภูผาถาม
“หาคุณแพร” ชัยตอบ
“นอนเถอะครับ...ผมจะพาคุณแพรมาหาพี่ตรงนี้”
ภูผาวิ่งไปที่ห้องน้ำแล้วเคาะประตู
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะคุณแพร”
ในห้องน้ำ แพรไหมมองประตูห้องน้ำอย่างหวาดกลัว เธอมองไปรอบๆ เพื่อหาทางหนีแต่ก็ไม่มีทางออก
“เปิดเดี๋ยวนี้..” เสียงภูผายังดังอยู่ข้างนอก
แพรไหมมองประตูอย่างหวาดกลัว

พิพิธเก็บคอมพิวเตอร์เตรียมตัวออกไปงาน เขามองพิพัฒน์ที่นั่งอ่านเอกสารอย่างหนักใจแล้วตัดสินใจพูด
“เฮีย..ให้กำไลวงตั้ง 4 แสน...เฮียทุ่มกับคุณพันมากไปรึเปล่า”
พิพัฒน์เงยหน้ามองพิพิธ “ไม่มีคำว่ามากไปสำหรับความรัก”
“แต่เฮียเพิ่งคบคุณพันได้ไม่นาน...ยังไม่รู้จักกันดีพอไม่กลัวเหรอว่าเค้าจะหลอกเฮีย” พิพิธเตือน
“เฮ้ย...เค้าน่ะลูกเจ้าของโรงงานผ้าไหมระดับประเทศนะรวยกว่าเราไม่รู้กี่เท่าเค้าไม่หลอกเฮียหรอก”
“ของงี้ก็ไม่แน่...คนยิ่งรวยยิ่งงก”
“แต่เฮียมั่นใจว่าคุณพันเป็นคนดีเค้าไม่หลอกเฮียแน่นอน”
“ผมก็ไม่ยอมให้เค้าหลอกเฮียหรอกผมจะช่วยดูเค้าเอง..” พิพิธเก็บของจนเสร็จ “ผมไปก่อนนะเฮีย”
พิพัฒน์ดูนาฬิกา “อีกตั้งนานกว่างานจะเริ่มจะรีบไปทำไม”
“รอเจ้าแสงมณี..เดี๋ยวไปช้าจะไม่ได้เข้างานพร้อมกัน”
พูดจบพิพิธก็รีบออกไป พิพัฒน์มองตามแล้วยิ้มขำ

ที่งานแสดงภาพ ทีมงานกำลังเช็คไมค์ เช็คความเรียบร้อยในงาน ทวีปยืนอยู่ที่มุมหนึ่ง ลูกน้อง บ.ภูผานับสิบคนยืมล้อมวงฟังทวีปสั่งงานอยู่
“งานของเราคือรับผิดชอบชีวิตคนขอให้ทำหน้าที่อย่างเข้มงวดมีอะไรผิดปกติบอกผมทันที”
ลูกน้องทั้งหมดรับคำ “ครับผม”
ทวีปมองลูกน้องแล้วยิ้มพอใจ

แพรไหมยังยืนหน้าซีดอยู่ในห้องน้ำ
“ยังไงก็ไม่เปิดใช่มั้ย” เสียงภูผาตะโกนจากหน้าห้องน้ำ
แพรไหมเงียบไม่ตอบ
เสียงภูผาเงียบไป แพรไหมเอาหูแนบประตูได้ยินเสียงเหมือนคนเปิดประตูห้องออกไป
“เสียงเหมือนเปิดประตูออกจากห้องไปแล้ว” แพรไหมพูดกับตัวเอง
แพรไหมยิ้มดีใจเอื้อมมือไปจะเปิดประตูห้องน้ำแต่แล้วก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงภูผา
“ในนี้ครับ”

ภูผาพาพยาบาลเข้ามาที่หน้าห้องน้ำ
“เพื่อนผมเข้าไปนานมากแล้ว..เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตอบสงสัยเป็นลมอยู่ข้างใน” ภูผาบอก
พยาบาลไขกุญแจประตูห้องน้ำอย่างร้อนใจ ภูผามองพยาบาลที่ไขประตูอยู่แล้วก็นึกเย้ยแพรไหมอยู่ในใจ

แพรไหมได้ยินเสียงภูผาพูดกับพยาบาลและได้ยินเสียงไขประตูก็ตกใจมาก เธอเห็นล็อคที่ลูกบิดประตูเด้งขึ้นและประตูกำลังจะเปิดออก แพรไหมรีบเอาตัวไปดันประตูไว้
“อย่าเข้ามานะ” แพรไหมพูดออกไป
“เพื่อนคุณบอกว่าคุณเป็นลม..คุณเป็นอะไรรึเปล่าคะ” พยาบาลถาม
“ฉันไม่เป็นไร...” แพรไหมตอบ
“ไม่เป็นก็ออกมาสิ” ภูผาพูด
ภูผาผลักประตูอย่างแรง แพรไหมสู้แรงไม่ไหวจึงโดนประตูกระแทกจนเซไป “ว้าย”
ภูผาเปิดประตูเข้ามา โดยที่พยาบาลก็ยืนอยู่ด้วย
“เจ้าเล่ห์นัก..ออกมาคุยกับพี่ชัยได้แล้ว”
ภูผาเข้าไปลากแพรไหมออกจากห้องน้ำ พยาบาลมองภูผากับแพรไหมอย่างงงๆ

ภูผาลากแพรไหมมาที่ข้างเตียง แต่ชัยนอนหลับอยู่
ภูผาเรียก “พี่ชัยครับ..พี่ชัย”
แพรไหมมองอย่างร้อนใจ ชัยยังไม่ตื่น ภูผาจึงเรียกอีก
“พี่ชัยครับ”
ชัยขยับตัวสะลืมสะลือเหมือนจะลืมตา แพรไหมมองอย่างร้อนใจแล้วชัยก็หลับไปอีก
“พี่ชัยครับ” ภูผาเรียกอีก
พยาบาลที่ดูอยู่เดินเข้ามา
“คนไข้เพิ่งทานยาลดไข้ก่อนคุณมาแป๊บเดียวตอนนี้ยากำลังออกฤทธิ์เลยหลับลึก..ให้คนไข้พักเถอะอย่าเพิ่งรบกวนเลยค่ะ” พยาบาลบอก
“จริงค่ะจริง...” แพรไหมรีบพูดกับภูผา “ไว้ฉันมาใหม่นะ”
แพรไหมจะเดินไป แต่ภูผาคว้าแขนเธอไว้
“ไม่ต้องหัวหมอ...นั่งรอจนกว่าพี่ชัยจะตื่น” ภูผาสั่ง
แพรไหมหน้าซีด เธอมองภูผาอย่างหวาดกลัวและมองชัยที่กำลังหลับอย่างร้อนใจ

พันทิญาเดินยิ้มหน้าบานกลับมาที่ร้านแพรไหม เธอเห็นศุภลักษณ์กับแสงฉายกำลังคุยกันอยู่ พันทิญามองแสงฉายอย่างดีใจแล้วรีบเดินเข้าไปหา
“สวัสดีค่ะเจ้า...มาแต่เช้าเลยนะคะ”
“ผมคิดถึงอยากมาหาคุณแพร” แสงฉายบอกทันที
พันทิญาหน้าเจื่อน เธอมองแสงฉายอย่างเจ็บปวด
“ทำไมไปดื่มกาแฟกันนานจัง” ศุภลักษณ์มองหา “ยัยแพรล่ะ”
“อ้าว..ยังไม่กลับมาอีกเหรอคะ” พันทิญางง
“ยัง..น้องไปไหน” ศุภลักษณ์ถาม
“พันไม่ทราบค่ะ..ดื่มกาแฟเสร็จยัยแพรก็บอกว่าจะไปธุระแล้วก็แยกไปก่อน..แต่ไม่ได้บอกว่าไปไหน”
“หรือจะแอบไปเยี่ยมคุณภูผาที่โรงพยาบาลอีก” ศุภลักษณ์สงสัย
พันทิญาได้ที “คงอย่างนั้นล่ะค่ะ...” พันทิญาปรายตามองแสงฉายแล้วพูดเป็นนัย “ยัยแพรสนิทกับคุณภูผามากคงห่วงมากเลยต้องไปเยี่ยมทุกวัน”
ศุภลักษณ์มองแสงฉายด้วยความเกรงใจแล้วก็รีบบอก
“ยัยแพรคงไม่ได้สนิทสนมอะไรกับคุณภูผานักหรอก คงไปเยี่ยมเพราะเป็นหนี้บุญคุณกันเท่านั้นเอง”
“ผมเข้าใจคุณแพรครับเพราะแสงมณีก็รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณแล้วก็จะไปเยี่ยมคุณภูผาทุกวันเหมือนกัน” แสงฉายบอก
พันทิญามองแสงฉายอย่างหงุดหงิดที่ยุไม่ขึ้น
“พันขอไปทำงานก่อนนะคะ”
พันทิญาเดินไปด้วยความหงุดหงิด แสงฉายมองตามพันทิญาอย่างไม่ไว้ใจ

พันทิญาเดินเข้ามาในห้องทำงานอย่างหงุดหงิด เมื่อคิดถึงแพรไหมก็ยิ่งหงุดหงิด
“เข้าใจยัยแพรทุกอย่างเชอะ....แล้วยัยแพรแค่ไปฝากขอโทษไอ้ชัยทำไมไปนานงี้..” พันทิญาคิดแล้วก็ตกใจ “หรือจะกลัวความผิดเลยสารภาพความจริงกับไอ้ภูผาไปหมดแล้ว”
พันทิญาหยิบมือถือขึ้นมากดอย่างร้อนใจ

แพรไหมนั่งที่โซฟา เธอมองชัยที่ยังหลับอย่างร้อนใจ ภูผานั่งอยู่ข้าง ๆ คอยคุมไม่ให้เธอหนี สักพักเสียงมือถือของแพรไหมก็ดังขึ้น แพรไหมหยิบมือถือขึ้นมามองอย่างร้อนใจพอเห็นชื่อพันทิญาก็ตัดสายทิ้งแล้วปิดเครื่อง
ภูผาหมั่นไส้ “เจ้าสินะ...ไม่กล้ารับเพราะกลัวว่าถ้าพี่ชัยตื่นมาตอนคุณคุยกับเจ้า เจ้าจะรู้เรื่องพี่ชัยใช่มั้ย”
“ดูเหมือนเป็นผู้ใหญ่ที่มีเหตุผล..แต่จริงๆแล้วไม่มีเอาซะเลย” แพรไหมแขวะ
“ไม่มีเหตุผลเรื่องอะไร” ภูผาถาม
“ก็คิดเองเออเองว่าเจ้าโทรมา ว่าฉันไม่กล้ารับสายเพราะกลัวเจ้ารู้เรื่องคุณชัยทั้งที่ความจริงไม่ใช่...พี่พันโทรมาแต่ที่ไม่รับสายเพราะฉันไม่สะดวกคุย”
ภูผาหน้าแตกแต่แกล้งทำเสียงเข้มใส่ “คุณจะโกหกยังไงก็ได้เพราะยังไงผมก็ไม่รู้หรอกว่าใครโทรมา”
แพรไหมมองภูผาอย่างหนักใจแล้วจึงหว่านล้อม
“คุณภูผาคะ..พี่พันคงโทรมาตามฉันกลับไปทำงานตอนนี้คุณชัยก็หลับจะตื่นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ให้ฉันกลับไปก่อนแล้วฉันค่อยมาใหม่ดีกว่านะคะ”
“คุณจะไปจากที่นี่ได้ก็ต่อเมื่อคุณคุยแล้วก็กราบเท้าขอโทษพี่ชัยแล้ว”
แพรไหมหน้าเจื่อนมองภูผาด้วยความหนักใจ สักพักปรางแก้วเปิดประตูประคองบุญศรีที่ข้อพับแขนมีพลาสเตอร์แปะแขนเพราะเพิ่งไปเจาะเลือดตรวจร่างกายมา แพรไหมไหว้บุญศรี บุญศรีรับไหว้ แพรไหมหันไปยิ้มให้ปรางแก้ว ปรางแก้วยิ้มตอบ
“มาเยี่ยมชัยเหรอ” บุญศรีถาม
แพรไหมได้ที “คุณภูผาบังคับแพรมาค่ะ”
“ทำไมทำกับหนูแพรอย่างนี้ละลูก” บุญศรีถามลูกชาย
“ถ้าเค้ายอมมาดีๆผมก็ไม่ต้องบังคับ” ภูผาบอก
บุญศรีมองภูผาอย่างหนักใจ
แพรไหมรีบออกตัว “แพรรู้ค่ะว่าทำให้คุณชัยเสียใจแพรเต็มใจขอโทษ..แต่วันนี้แพรยังไม่พร้อมเจอคุณชัยจริงๆ..พร้อมเมื่อไหร่แพรค่อยมาหาคุณชัยได้มั้ยคะ”
บุญศรีตอบรับ “ได้จ้ะ”
“แม่” ภูผาไม่พอใจ
แพรไหมยกมือไหว้บุญศรี “ขอบคุณค่ะ”
แพรไหมมองภูผาอย่างหมั่นไส้แล้วเดินออกไป ภูผามองแพรไหมอย่างไม่พอใจ ส่วนบุญศรีกับปรางแก้วมองภูผาด้วยความหนักใจ

ภูผานั่งหน้างออยู่ที่โซฟา บุญศรีพยายามพูดกับภูผาอย่างอ่อนโยน
“แม่บอกว่าจะช่วยพูดให้คุณแพรคืนดีกับพี่ชัย เจอหน้าทำไมแม่ไม่พูดกับเค้า..แล้วยอมให้เค้ากลับบ้านโดยไม่ต้องกราบขอโทษพี่ชัยทำไม” ภูผาโวยวาย
“ตอนนั้นแม่พูดเพราะสงสารชัย แต่คิดอีกทีแม่ก็คิดได้ว่าไม่ควรให้ชัยอยู่กับหวังลมๆแล้งๆ ควรให้ชัยยอมรับความจริงว่าหนูแพรไม่ได้รักชัยแล้วมากกว่า” บุญศรีบอก
“แก้วเห็นด้วยกับคุณป้านะคะ..การยอมรับความจริงเป็นสิ่งที่จะเยียวยาพี่ชัยได้มากที่สุด” ปรางแก้วบอก
“แต่ยังไงคุณแพรก็ต้องกราบเท้าขอโทษพี่ชัย” ภูผายืนยัน
“คำขอโทษมันต้องมาจากใจ บังคับให้พูดคำขอโทษก็ไม่มีความหมายหรอก” บุญศรีพูด
ภูผาถอนหายใจอย่างหนักใจแล้วจึงเปลี่ยนเรื่อง
“ผลตรวจเป็นไงบ้างครับ”
“น้ำตาล ความดันยังสูงหมอให้ยามากินแล้วนัดตรวจอีกทีเดือนหน้า” บุญศรีบอก
ภูผาพูดกับปรางแก้ว “ขอบใจนะที่ช่วยพาแม่พี่ไปหาหมอ”
“แก้วทำงานที่นี่อยู่แล้ว ไม่ได้ลำบากอะไรเลยค่ะ” ปรางแก้วบอก
ภูผายิ้มให้ปรางแก้วอย่างขอบคุณแล้วพูดกับบุญศรี
“วันนี้ผมต้องไปคุ้มกันแขกที่งานแสดงภาพ..เสร็จงานแล้วผมจะรีบกลับมาเฝ้าพี่ชัยแล้วให้แม่กลับไปพักที่บ้านนะครับ”
บุญศรีรับคำ “จ้ะ”
ภูผายิ้มให้บุญศรีแล้วเดินออกจากห้องไป

อ่านต่อหน้าที่ 2


ภูผาแพรไหม ตอนที่ 4 (ต่อ)

พิพิธยืนอยู่หน้าห้องจัดงานแสดงภาพ องครักษ์ทั้ง 3 คนเดินนำเพื่อเคลียร์ทางให้แสงมณีกับดวงใจที่เดินมาด้วยกัน ส่วนยศกับเลิศเดินตามพร้อมกับมองรอบ ๆ งานอย่างระแวดระวัง
พิพิธวิ่งไปหาแสงมณีอย่างดีใจ องครักษ์ที่เดินนำหน้าเห็นก็รีบมากันทันที
แสงมณีรีบบอก “เพื่อนฉันเอง”
องครักษ์พูด “ขอโทษครับ”
องครักษ์หลีกทางให้ พิพิธรีบไปหาแสงมณี
“สวัสดีครับเจ้า” พิพิธไหว้ดวงใจอย่างนอบน้อม “สวัสดีครับคุณดวงใจ”
แสงมณีกับดวงใจยิ้มทักทายพิพิธ
“เอ๊ะ..อะไรติดหน้าคุณดวงใจแน่ะครับ” พิพิธทัก
“อะไรคะ..อะไร” ดวงใจตกใจ
“ความสวยครับ...แม่นมสวยเจ้าโตมาเลยสวยเหมือนแม่นม” พิพิธหยอด
แสงมณีหัวเราะลั่นขำมุกพิพิธ
ดวงใจตีแขนพิพิธอย่างมีจริต “แหม..คุณพิพิธเนี่ยปากหวานจริงเชียว”
“ผมไม่ได้เป็นคนปากหวานแต่เป็นคนปากกับใจตรงกันครับ” พิพิธยิงต่อ
แสงมณีมองพิพิธแล้วยิ้มขำ ส่วนดวงใจมองพิพิธก่อนจะยิ้มอย่างชื่นชม

คนในงานเดินดูภาพวาดที่จัดแสดงอยู่ องครักษ์ของแสงมณีเดินนำพิพิธกับแสงมณีเข้ามาในงาน ดวงใจ ยศ และเลิศเดินตามมา ทวีปที่ดูแลงานอยู่เห็นแสงมณีเดินมากับพิพิธก็คิดว่าเป็นแฟนกันจึงมองแสงมณีอย่างหมั่นไส้ แสงมณี พิพิธ ดวงใจและเหล่าองครักษ์เดินไปทางหนึ่ง ทวีปมองแสงมณีอย่างใช้ความคิดแล้วรีบเดินตามไป

ยศ เลิศ และองครักษ์คุ้มกันแสงมณีอย่างเข้มงวด แสงมณีเดินดูรูปอยู่กับพิพิธ ส่วนดวงใจเดินตามเพื่อมองพิพิธอย่างสังเกต ทวีปเดินมาแอบดูอยู่ที่มุมหนึ่งเพราะหวังว่าจะได้ความคืบหน้าของคดี แสงมณีเดินมาหยุดดูภาพสีน้ำที่เป็นรูปวิววิถีชีวิตชาวบ้านแล้วยิ้มอย่างมีความสุข
“ชอบเหรอครับ” พิพิธถาม
“ค่ะ..ฉันชอบธรรมชาติมองแล้วสบายใจ..ภาพนี้เค้าให้สีดีจังเลยนะคะอ่อนโยนดูแล้วอบอุ่นมีความสุข”
พิพิธยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วดูภาพ
“แต่ผมดูแล้วเหงาหรือเป็นเพราะ” พิพิธพรีเซ้น “ความโสดทำให้มองอะไรก็เหงาไปหมด”
“ถ้าคิดว่าเหงาเพราะโสดทำไมไม่มีแฟนละคะ” แสงมณีถาม
“ที่ผ่านมาผมยังไม่เจอคนที่ใช่น่ะครับ..” พิพิธยิ้มหวานเป็นนัย “แต่ตอนนี้คิดว่าเจอแล้วแต่ไม่รู้ผมจะมีวาสนารึเปล่าเพราะเธอสูงส่งเหลือเกิน”
ดวงใจเขินแทน “หวานม้ากก”
พิพิธพูดกับดวงใจ “ขอบคุณครับ”
แสงมณีหัวเราะลั่นแล้วจะเดินไปดูรูปอื่น
ทวีปได้ยินก็ยิ่งหมั่นไส้ “เจ้าอารมณ์อย่างนี้ยังมีคนมาจีบอีก”
แสงมณีจะเดินไปดูรูปอื่นแต่แล้วก็ชะงักเมื่อหันมาเห็นทวีป แสงมณีมองทวีปอย่างไม่พอใจแล้วเดินเข้าไปหา
“คุณสะกดรอยตามฉันเหรอ”
“ผมน่ะเหรอสะกดรอยตามเจ้า..” ทวีปทำท่าจับผิด “เจ้ามีอะไรให้ผมต้องตาม”
แสงมณีกลัวมีพิรุธเรื่องคดีจึงแกล้งหงุดหงิดเพื่อกลบเกลื่อน
“ฉันไม่รู้หรอกว่าคนที่คิดอะไรไม่เหมือนชาวบ้านอย่างคุณจะตามฉันเพราะอะไร”
“ผมคิดเหมือนชาวบ้านตลอดละคร้าบมีแต่เจ้านั่นแหล่ะที่ชอบคิดอะไรประหลาดๆ” ทวีปย้อน
“ไม่ต้องเปลี่ยนประเด็นเลยนะ..บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าตามเจ้าทำไม” ดวงใจถามย้ำ
ทวีปปฏิเสธ “ผมไม่ได้ตาม”
“แต่งานนี้เค้าเชิญแต่ศิลปินกับนักธุรกิจ ถ้าไม่ได้ตามตำรวจอย่างคุณจะมางานนี้ทำไม” ดวงใจถาม
“ผมรับจ็อบงานรักษาความปลอดภัยเลยถูกจ้างให้มาดูแลความปลอดภัยในงาน..เจ้านายป้ากำลังมีคนปองร้ายถ้าอยากให้ผมคุ้มกันก็ติดต่อมาได้เลยนะครับผมคิดราคาพิเศษ”
ทวีปเดินออกไป แสงมณีกับดวงใจมองตามทวีปอย่างหมั่นไส้
“ทำไมเค้าพูดจากวนประสาทเจ้าอย่างนี้..เจ้ามีเรื่องอะไรกับเค้าเหรอครับ” พิพิธงง
“นิดหน่อยค่ะ..อย่าสนใจเลย” แสงมณีบอก
ทีมงานของงานเดินมาหาแสงมณี
“เจ้าคะ..อีก 15 นาทีจะได้เวลาวาดรูปโชว์แล้วเชิญเจ้าหน้าเวทีค่ะ”
“ค่ะ...” แสงมณีคิด เธอมองทวีปแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ “คุณเสร็จฉันแน่”
แสงมณีมองไปทางทวีปแล้วยิ้มอย่างมีแผน

พันทิญากดโทรศัพท์หาแพรไหมอย่างร้อนใจแต่ก็ได้ยินแต่เสียงที่บอกว่าแพรไหมปิดเครื่อง
“หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”
พันทิญากดวางสายด้วยความร้อนใจ ทันใดนั้นแพรไหมก็เดินเข้ามาในร้าน พันทิญามองอย่างหงุดหงิดรีบเดินเข้าไปหา
พนักงานคนหนึ่งที่อยู่ใกล้แพรไหมมากกว่าเดินไปถึงตัวแพรไหมก่อน
“เจ้าแสงฉายมาหาคุณ..คุณศุบอกว่าถ้าคุณมาให้ไปพบที่ห้องรับแขกค่ะ” พนักงานบอกแพรไหม
“ยังไม่ต้องไป...คุยกับพี่ก่อนว่าทำไมไปนานนัก” พันทิญาพูดขึ้น
พันทิญามองแพรไหมอย่างหงุดหงิด แต่แพรไหมมองพันทิญาอย่างหนักใจ

เวลาผ่านไป พันทิญาพูดทวนคำของแพรไหมด้วยความตกใจ
“ไอ้..เอ้อ..คุณภูผาบังคับให้แพรไปหาคุณชัย”
“ค่ะ..เค้าจะให้แพรคุยกับคุณชัยแล้วก็กราบเท้าขอโทษคุณชัยให้ได้ โชคดีที่คุณชัยหลับไม่งั้นคุณภูผาคงรู้ความจริงไปแล้วว่าคนที่คบกับคุณชัยไม่ใช่แพรแต่เป็นพี่พัน” แพรไหมอธิบาย
พันทิญาร้อนใจ “คุณภูผาอยากให้แพรให้ขอโทษคุณชัยด้วยตัวเองเค้าต้องหาทางลากแพรไปหาคุณชัยอีกแน่..ต่อไปนี้แพรต้องหนีห้ามให้คุณภูผาเจอแพรอีกเด็ดขาด”
“เค้ารู้ว่าบ้านเราอยู่ไหน ร้านเราอยู่ไหน..แพรหนีเค้าไม่พ้นหรอกค่ะ”
พันทิญายิ่งร้อนใจ “แล้วจะทำยังไงดี”
“พี่พันควรไปขอโทษคุณชัยด้วยตัวเองแล้วเอาแหวนไปคืนเค้าด้วย” แพรไหมบอก
“คุณภูผารู้เรื่องแหวนที่คุณชัยซื้อให้พี่ด้วยเหรอ”
“ค่ะ..คุณภูผาโกรธมากต่อว่าใหญ่เลยว่า” แพรไหมพูดอย่างจับผิดพันทิญา “ถ้าแค่ลองคบแล้วรับแหวนคุณชัยทำไม”
พันทิญาชะงักมองแพรไหมอย่างกลัวจะถูกคาดคั้นความจริงจึงรีบแก้ตัว
“พี่ไม่ได้อยากได้หรอก..แต่คุณชัยบอกว่าถ้าไม่รับเค้าจะฆ่าตัวตายพี่เลยต้องจำใจรับไว้”
“พี่พันคะ..ยังไงคุณภูผาก็ต้องพาแพรไปหาคุณชัยจนได้ถึงเวลานั้นทุกคนก็ต้องรู้อยู่ดีว่าคนที่คบกับคุณชัยไม่ใช่แพร..เราไม่มีทางออกอื่นแล้วพี่พันจะเอาแหวนไปคืนคุณชัยแล้วก็ขอโทษเค้าเถอะนะคะเรื่องจะได้จบซะที” แพรไหมแนะนำ
พันทิญาครุ่นคิดด้วยความร้อนใจ

เฟรมเปล่าขนาดกลางพร้อมขาตั้งและอุปกรณ์วาดรูป อุปกรณ์สีน้ำตั้งอยู่บนเวทีในงาน แสงมณียืนอยู่บนเวที ทุกคนปรบมือให้ พิพิธกับดวงใจปรบมืออย่างออกนอกหน้า ยศ เลิศ องครักษ์ยืนรอบเวทีเพื่ออารักขา ทวีปยืนแถวเวทีแล้วกดวิทยุสั่งลูกน้อง
“เจ้าแสงมณีเพิ่งโดนลอบทำร้าย คนร้ายอาจจะตามมาเล่นงานในงานนี้อีกขอให้ทุกคนจับตาดูคนในงานให้ดี ใครมีพิรุธเข้าไปค้นตัวได้เลย” ทวีปสั่งลูกน้อง
ลูกน้องภูผาที่กระจายกำลังกันอยู่พยักหน้า
พิธีกรบนเวทีพูด “วันนี้เราได้รับเกียรติจากเจ้าแสงมณี ณ เชียงทวาย มาวาดรูปให้แขกในงานประมูลเพื่อนำเงินไปช่วยเด็กกำพร้า..เชิญเจ้าแสงมณีค่ะ”
ทวีปมองแสงมณีด้วยความหมั่นไส้ แสงมณีมองทวีปอย่างหมั่นไส้เช่นกันแล้วเธอก็กระซิบพิธีกร พิธีกรพยักหน้าแล้วพูดใส่ไมค์
“เพื่อความสนุกในการชมเจ้าแสงมณีเลยจะโชว์การวาดภาพสไตล์ใหม่ให้พวกเราดูแต่เจ้าต้องการผู้ช่วย”
พิพิธรีบยกมือ “ผมขึ้นไปช่วยเจ้าเองครับ”
“เสียใจด้วยค่ะ..เพราะเจ้าเลือกผู้ช่วยไว้แล้ว” พิธีกรชี้ไปที่ทวีป “ขอเชิญคุณขึ้นบนเวทีด้วยค่ะ”
ทวีปงง “ผม”
“ค่ะ..ขอเสียงปรบมือให้ผู้ช่วยพิเศษของเจ้าแสงมณีหน่อยค่ะ”
พิธีกรนำปรบมือ แขกในงานปรบมือตาม ทวีปมองทุกคนอย่างเกรงใจ แล้วมองแสงมณีอย่างไม่พอใจ ดวงใจกับพิพิธมองแสงมณีอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเลือกทวีป แสงมณีมองทวีปที่ทำท่าไม่อยากขึ้นแล้วพูดให้ทวีปรู้สึกผิด
“อย่าให้แขกรอนานสิคะ..เชิญค่ะ”
ทวีปมองแขกในงานที่ปรบมืออย่างเกรงใจแล้วเดินขึ้นเวทีไป แสงมณีมองทวีปแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์

ทวีปอยู่บนเวทีถามแสงมณีด้วยความหงุดหงิด
“คนที่เต็มใจช่วยคุณก็มี ทำไมต้องผม”
“เดี๋ยวก็รู้..” แสงมณียกเฟรมมาให้ทวีปถือ “ถือไว้”
ทวีปถือเฟรมตามที่แสงมณีบอก แสงมณีหยิบพูกันไปจุ่มสีแล้วสะบัดพูกันอย่างแรงจนสีกระเด็นใส่เฟรมแค่นิดเดียวแต่โดนเต็มหน้าทวีป
“เฮ้ย” ทวีปร้องลั่น
แสงมณีมองทวีปแล้วยิ้มขำ เธอสะบัดพู่กันอีกจนสีกระเด็นใส่หน้าทวีป แขกในงานหัวเราะขำทวีป
ทวีปไม่พอใจ “เจ้า”
ทวีปมองแขกในงานอย่างอายๆ แล้วเอาเฟรมขึ้นบังหน้า
แสงมณีพูดเสียงดัง “ถือดี ๆสิคะคุณผู้ช่วยเดี๋ยวรูปฉันไม่สวยก็ไม่มีใครประมูลหรอก”
แสงมณีจับมือทวีปให้เอาเฟรมออกจากหน้า แล้วสะบัดพูกันให้สีโดนหน้าทวีปอีก แขกในงานหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
ทวีปร้องลั่น “เฮ้ย”
แสงมณีมองทวีปแล้วยิ้มเยาะ ทวีปมองแสงมณีอย่างแค้นใจ
ที่ด้านล่างเวที ดวงใจพูดกับพิพิธด้วยความสะใจ
“งงตั้งหลายนาทีว่าคุณหญิงเรียกนายหมวดนั้นขึ้นไปทำไม..เรียกขึ้นไปแก้แค้นคุณหญิงนี่ฉลาดจริงๆ”
ดวงใจมองแสงมณีที่สะบัดสีใส่หน้าทวีปอย่างสะใจ

เวลาผ่านไป หน้าทวีปเต็มไปด้วยสี เฟรมที่ทวีปถือมีสีติดแค่นิดหน่อยแลดูไม่เป็นรูปเป็นร่าง แสงมณีมองทวีปอย่างสะใจ
แสงมณีพูดขึ้น “เสร็จแล้วค่ะ”
พิธีกรถลาเข้ามามองเฟรมรูปแล้วพูดอย่างตื่นเต้นโอเว่อร์
“สวย..บ่งบอกถึงพลังของสี ช่างเป็นงานศิลปะชั้นสูงจริงๆ”
“ต้องขอบคุณผู้ช่วย” แสงมณีพูด “ที่ถือเฟรมตรงจุดโฟกัสฉันถึงทำรูปนี้ออกมาได้ดี” แสงมณีพูดกับทวีป “ขอบคุณนะที่ขึ้นมาช่วย”
แสงมณีนำปรบมือให้ทวีป คนในงานปรบมือตาม ทวีปมองแสงมณีด้วยความแค้นใจ ส่วนแสงมณีมองทวีปแล้วยิ้มเยาะ ทวีปเดินลงเวทีไปอย่างแค้นใจ
พิธีกรพูดต่อ “เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราจะเริ่มประมูลภาพของเจ้าแสงมณีกันเลยนะคะ”
ทวีปเดินลงมาจากเวทีแล้วเจอภูผาที่ยืนมองเขาอย่างขำๆ
“ขำอะไร” ทวีปถาม
“ขำคนปากหมาโดนเอาคืน” ภูผาบอก
“ซ้ำเติมฉันเดี่ยวจะโดนกัดอีกคน”
“ไม่กลัวหรอกโว้ย...ชิน”
ภูผาหัวเราะขำทวีป
“มาทำไม..ฉันบอกแล้วไงว่างานเล็กๆ แค่นี้ฉันเอาอยู่” ทวีปบอก
“รู้...แต่นี่มันงานของบริษัทฉัน..ฉันจะปล่อยให้แกทำโดยไม่สนใจได้ยังไง”
“แต่แผลแกยังไม่หายดี ฉันอยากให้แกนั่งทำงานสบาย ๆอยู่ที่บริษัทมากกว่ามาเดินออกแรงแบบนี้”
“ไข้ก็ไม่มีแผลก็ไม่อักเสบ..ฉันไม่เป็นไรหรอก..มามะฉันจะพาไปล้างหน้าล้างตาเพื่อตอบแทนที่แกช่วยงานฉัน ไป”
ภูผาโอบไหล่ทวีปอย่างขำๆ ทวีปมองภูผาอย่างไม่พอใจแล้วจึงเดินออกไป




 
พนักงานนั่งอยู่ในร้านแพรไหม สักพักศุภลักษณ์เดินออกมาพร้อมกดโทรศัพท์อย่างหงุดหงิด
“ทำไมยัยแพรยังไม่เปิดเครื่องอีกนะ”
ศุภลักษณ์วางสายด้วยความหงุดหงิด
พนักงานได้ยินศุภลักษณ์บ่นถึงแพรไหมจึงรีบเข้ามาพูดอย่างประจบประแจง
“คุณศุโทรหาคุณแพรเหรอคะ”
ศุภลักษณ์ตอบรับ “อือ..”
“ไม่ต้องโทรแล้วละค่ะ..คุณแพรกลับมาสักพักแล้วแต่ไปคุยกับคุณพันอยู่ค่ะ”
ศุภลักษณ์เดินไปทางห้องพันทิญาอย่างไม่พอใจ

พันทิญานั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องทำงาน
“คิดไปก็ไม่มีทางอื่นหรอกค่ะ ไปขอโทษคุณชัยด้วยกันเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว” แพรไหมย้ำ
“ไม่จริง..มันต้องมีทางออกที่ดีกว่านี้ มันต้องมีทางออกที่ดีกว่าให้ทุกคนรู้ว่าคนที่เคยคบนายชัยคือพี่”
“แต่แพรกับพี่พันช่วยกันคิดตั้งครึ่งค่อนชั่วโมงแล้วนะคะ ไม่เห็นจะมีทางที่ดีกว่านี้เลย”
พันทิญาดุ “ก็นั่งเงียบๆ สิพี่จะได้คิดออก”
แพรไหมหน้าเจื่อนมองพันทิญาอย่างหนักใจ ทันใดนั้นประตูก็ถูกเปิดพรวดออก พันทิญาหันไปตวาดอย่างไม่พอใจ
“ทำไมไม่เคาะประตู”
พันทิญาชะงักเมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาคือศุภลักษณ์
“ขอโทษค่ะ..พันไม่ทราบว่าเป็นคุณแม่” พันทิญารีบบอก
“ทำไมปล่อยให้ยัยแพรมานั่งอยู่ที่นี่ไม่ได้บอกยัยแพรว่าเจ้ามารอ” ศุภลักษณ์ถาม
“บอกแล้วค่ะ แต่ยัยแพรไม่อยากคุยกับเจ้าเลยขอมานั่งห้องพัน” พันทิญารีบบอก
แพรไหมมองพันทิญาอย่างงงๆ พันทิญาส่งซิกให้แพรไหมเออออ
“ใช่ค่ะคุณแม่..แพรขอพี่พันมาอยู่ห้องนี้เองคุณแม่อย่าดุพี่พันเลยนะคะ” แพรไหมรับมุก
“แล้วลูกไปไหนมา ทำไมต้องปิดโทรศัพท์ด้วย” ศุภลักษณ์ถาม
“ทำธุระน่ะค่ะ..ส่วนโทรศัพท์คงแบตหมด”
“ทำธุระอะไร อย่าบอกนะว่าไปเยี่ยมคุณภูผามาอีก”
“คุณภูผาออกจากโรงพยาบาลแล้วค่ะ” แพรไหมบอก
“เจ้ายังไม่รู้เลยว่าคุณภูผาออกจากโรงพยาบาล..นี่แพรคุยกับคุณภูผาทุกวันเลยใช่มั้ยถึงรู้ว่าเค้าออกจากโรงพยาบาลแล้ว” ศุภลักษณ์ถาม
“ก็แค่ถามอาการเค้าน่ะค่ะ” แพรไหมบอก
“เจ้ามารอตั้งนานแล้ว..ไปคุยกับเจ้าเดี๋ยวนี้”
พูดจบศุภลักษณ์ก็ดึงแพรไหมออกไป พันทิญามองตามอย่างหงุดหงิด

องครักษ์เดินนำแสงมณี ดวงใจกับพิพิธที่ถือรูปที่มณีวาดบนเวทีมาด้วย ยศ เลิศ เดินปิดท้าย
แสงมณีพูดกับพิพิธ “ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยประมูลรูปของฉัน”
“ผมอยากได้รูปของเจ้าไปไว้ทีบ้านเพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลน่ะครับ” พิพิธบอก
แสงมณียิ้มขำพิพิธ
“ดวงใจละสะใจจริงจริ๊งที่คุณหญิงเอาตาหมวดนั่นขึ้นไปทำให้ขายหน้าบนเวทีได้..เจอฤทธิ์ดวงใจกับคุณหญิงเข้าไปคราวนี้คงไม่กล้ายุ่งกับพวกเราอีกแล้วละค่ะ” ดวงใจพูดอย่างสะใจ
แสงมณีกับดวงใจหัวเราะขำทวีปแล้วทุกคนก็ต้องตกใจเมื่อนักฆ่าจากเชียงทวายกระโดดมาขวางหน้า
ยศตะโกนสั่งทันที “คุ้มกันเจ้าแสงมณี”
องครักษ์ 3 คน และยศกับเลิศล้อมแสงมณี พิพิธ และดวงใจไว้ นักฆ่า 4 คนต่อสู้กับองครักษ์และยศกับเลิศ องครักษ์ 3 คนพลาดท่าถูกนักฆ่าจากเชียงทวายเอามีดแทงทำให้องครักษ์ทั้ง 3 คนทรุดลงเพราะพิษจากมีดแล้วสิ้นใจตายอย่างรวดเร็ว
แสงมณี พิพิธ ดวงใจ ยศ และเลิศมองอย่างตกใจ ยศเห็นท่าไม่ดีจึงมองทางหนีแล้วตะโกนบอกแสงมณี
“ทางนี้ครับเจ้า”
ยศวิ่งนำ ทุกคนจะตามแต่นักฆ่าทั้ง 4 มาขวางไว้ ยศกับเลิศช่วยกันต่อสู้กับนักฆ่าแล้วตะโกนบอกแสงมณี
“หนีไปครับ..หนีไป”
พิพิธจับมือแสงมณีวิ่งไปทางที่ยศบอก ดวงใจรีบวิ่งตาม นักฆ่าต่อสู้กับยศกับเลิศ ยศกับเลิศสู้ไม่ได้จึงล้มลง นักฆ่ารีบวิ่งตามแสงมณีไปทันที ยศกับเลิศรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งตามไป


แสงมณี พิพิธ และดวงใจวิ่งหนีมาถึงมุมหนึ่ง
ดวงใจตะโกนลั่น “ช่วยด้วย..ช่วยด้วย” ดวงใจเสียหลักล้มลง “ว้ายย”
แสงมณีตกใจ “ดวงใจ!!”
นักฆ่าวิ่งตามมา แสงมณีกับพิพิธมองนักฆ่าด้วยความตกใจ
พิพิธประคองดวงใจให้ลุกขึ้น “ไปเร็วครับ”
แสงมณีกับพิพิธพาดวงใจวิ่งไป แต่นักฆ่าวิ่งตามมาถึงตัว ยศกับเลิศวิ่งตามมา เลิศหยิบปืนออกมา
ยศพูดกับเลิศ “ระวังโดนเจ้า”
เลิศยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อขู่นักฆ่า นักฆ่าหาที่กำบังทันที แสงมณีกับพิพิธรีบพาดวงใจวิ่งหนีไป ยศกับเลิศจะวิ่งตามไปคุ้มกัน แต่นักฆ่าคนหนึ่งออกจากที่กำบังแล้วพุ่งเข้าปัดปืนของเลิศ
ยศชักปืนออกมา นักฆ่าอีกคนเตะปืนในมือยศจนกระเด็นไป นักฆ่าคนที่สามจะแทงเลิศ เลิศหลบทันแต่ก็โดนมีดเข้าที่แขนอย่างจัง
“โอ้ย” เลิศร้องครวญคราง
ยศจะเข้าไปช่วยเลิศ แต่นักฆ่าคนที่สี่เอามีดมาจ้วงแทงยศอย่างแรง ยศหลบทัน แต่นักฆ่าคนที่สองก็เอามีดมาแทงยศจากด้านหลัง ยศโดนมีดเข้าที่หลังไปเต็มๆ ยศกับเลิศเจ็บไปทั้งร่าง ปากเขียวทันตาเพราะพิษจากมีด
“ฆ่ามัน” นักฆ่าคนหนึ่งสั่ง
นักฆ่า 4 คนรุมเข้ามาหายศกับเลิศ ยศกับเลิศมองอย่างตกใจ
ยศพูดกับเลิศ “พวกเราตายไม่ได้..ตามไปคุ้มกันเจ้า”
ยศกับเลิศได้รับบาดเจ็บแต่ก็ต่อสู้กับนักฆ่าอย่างมีชั้นเชิงแล้ววิ่งฝ่าวงล้อมไปได้ นักฆ่าทั้ง 4 วิ่งตามไป

แสงมณีกับพิพิธพาดวงใจวิ่งมาอีกมุมซึ่งมีแจกันดอกไม้ใบใหญ่วางอยู่บนพื้น ดวงใจเหนื่อยหอบจนวิ่งต่อไม่ไหวจึงทรุดลงนั่งกับพื้น
“แข็งใจหน่อยนะดวงใจ” แสงมณีให้กำลังใจ
แสงมณีประคองดวงใจขึ้นแล้วจะพาวิ่งต่อ
ดวงใจหอบ “ดวงใจวิ่งไม่ไหวแล้ว คุณหญิงหนีไปเถอะค่ะ”
“ไม่ค่ะ..ถ้ารอดเราจะรอดด้วยกันถ้าตายเราก็จะตายด้วยกัน” แสงมณีบอก
“ถ้าดวงใจวิ่งไม่ไหวอย่างนี้เราได้ตายด้วยกันแน่ครับ..ผมว่าเราหาที่หลบก่อนดีกว่า” พิพิธเสนอ
พิพิธมองรอบตัว เขาเห็นห้องเก็บของจึงรีบวิ่งไปเปิดประตู
“ในนี้น่าจะปลอดภัยครับ”
แสงมณีพยักหน้าแล้วจะพาดวงใจวิ่งไปที่ห้องเก็บของ แต่ยศกับเลิศวิ่งเข้ามาเสียก่อน แสงมณีเห็นยศกับเลิศที่หน้าซีดปากเขียวเพราะยาพิษบนมีดก็ตกใจ
“พวกมันตามมาแล้ว ..หนีไปครับ” ยศบอก
ยังไม่ทันที่แสงมณีจะขยับตัว กลุ่มนักฆ่าก็วิ่งตามมาถึง ยศกับเลิศจะวิ่งเข้าไปต่อสู้กับนักฆ่า แต่ยาพิษทำให้ทั้งสองอ่อนแรงล้มลงและสลบไป
“ยศ เลิศ!!” แสงมณีตกใจ
แสงมณี พิพิธ และดวงใจจะวิ่งหนีแต่กลุ่มนักฆ่ามองอย่างไม่พอใจ แล้วปามีดใส่แสงมณีทันที ภูผากับทวีปผ่านมาเห็นพอดี ทั้งสองมองอย่างตกใจ ภูผาวิ่งไปที่แจกันดอกไม้ที่วางอยู่บนพื้นอย่างรวดเร็ว เขาใช้เท้างัดแจกันขึ้นจากพื้นแล้วเตะไปรับมีดที่พุ่งเข้าใส่แสงมณี มีดทั้ง 4 เล่มกระทบแจกันอย่างจังจนแจกันแตกกระจาย มีดร่วงลงพื้น
นักฆ่ามองอย่างตกใจแล้ววิ่งเข้าไปจะหยิบมีด ภูผากับทวีปพุ่งเข้าใส่กลุ่มนักฆ่าเพื่อไม่ให้หยิบมีดได้ ภูผา กับทวีปต่อสู้กับกลุ่มนักฆ่าด้วยลีลาการต่อสู้ที่เหนือชั้น แสงมณี ดวงใจ และพิพิธมองภูผากับทวีป
นักฆ่าคนที่หนึ่งโดนภูผาต่อยจนเซมาทางพิพิธ พิพิธมองนักฆ่าคนนั้นด้วยความโมโหแล้วก็ต่อยหน้านักฆ่าคนนั้นเต็มแรง
“จะฆ่าเจ้าแสงมณีเหรอ..ข้ามศพฉันไปก่อนเถอะ” พิพิธบอก
นักฆ่าคนที่หนึ่งเซไป พอตั้งหลักได้นักฆ่าคนนั้นก็วิ่งเข้าไปต่อยพิพิธหลายหมัด พิพิธร้องโอดโอยและร่วงไปกองกับพื้น นักฆ่าคนที่หนึ่งจะตามมาซ้ำ แต่ทวีปรีบวิ่งเข้ามากระโดดถีบนักฆ่าคนที่หนึ่งจนกระเด็นไป ภูผาชักปืนออกมากวาดไปทางกลุ่มนักฆ่า
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ” ภูผาเสียงดัง
กลุ่มนักฆ่ามองภูผาอย่างตกใจแล้วนักฆ่าคนที่สองก็หยิบระเบิดควันออกมาปาลงพื้นจนควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
แสงมณีตกใจ “ว้าย”
“คุณหญิงเป็นอะไร พวกมันจับตัวคุณหญิงเหรอคะ คุณหญิง”
ดวงใจพูดจบควันก็จางลงทำให้เห็นว่ากลุ่มนักฆ่าหนีแล้ว ทวีปกอดแสงมณีอยู่ แสงมณีตบหน้าทวีปที่กอดเธอด้วยความไม่พอใจ
“ปล่อยฉัน” แสงมณีสั่ง
ทวีปปล่อยตัวแสงมณี “โอ้ย”
ดวงใจปรี่เข้ามาตบหน้าทวีปอีกคน “คนฉวยโอกาส”
“โอ้ยยย...ผมไม่ได้ฉวยโอกาสแต่เจ้าเป็นเป้าของคนร้าย..ผมกลัวมันจับตัวเจ้าไปเลยจะจับไว้..แต่ตอนวิ่งมาผมสะดุดเศษแจกันเลยถลาไปกอด..ไม่ได้ตั้งใจ” ทวีปอธิบาย
“ผมไม่เชื่อหรอกว่าคุณไม่ได้ตั้งใจ..เจ้าแสงมณีสวยจะตายผู้ชายที่ไหนก็อยากกอดทั้งนั้น” พิพิธบอก
“แต่ไม่ใช่ผม...แล้วเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ใครมีอารมณ์คิดเรื่องแบบนี้ก็บ้าแล้ว” ทวีปกดวิทยุ “คนร้ายบุกทำร้ายเจ้าแสงมณีแล้วเพิ่งหนีออกไปกระจายกำลังตามหาให้ทั่ว..” ทวีปหันไปพูดกับภูผา “แกโทรเรียกรถพยาบาลมารับคนเจ็บแล้วพาเจ้ากับสาวกไปอยู่ในห้องคุ้มกัน..ฉันจะตามไปจับคนร้าย”
ภูผาพยักหน้า ทวีปวิ่งออกไป
แสงมณีกับดวงใจมองอย่างหวั่นใจเพราะกลัวจะจับคนร้ายได้ ส่วนพิพิธมองทวีปอย่างไม่พอใจ
ภูผาพูดกับทุกคน “เชิญไปที่ห้องคุ้มกันครับ”
แสงมณีมองภูผาอย่างอุ่นใจเพราะรู้สึกว่าอยู่ใกล้ภูผาแล้วปลอดภัย

แพรไหมนั่งหน้าบึ้งอยู่ในห้องรับแขกที่ร้าน โดยมีแสงฉายพูดคุยอยู่ด้วย
“ตอนเด็กๆท่านพ่อตั้งฉายาให้ผมว่าลูกเจี๊ยก เพราะผมซนเหมือนลิง..ชอบปีนต้นไม้แล้วร้องเจี๊ยกๆน่ะครับ..”
“ฉันฟังเรื่องเจ้ามาเป็นสิบๆนาทีแล้ว..คุยเรื่องอื่นกันซะทีได้มั้ยคะ” แพรไหมตัดบท
“ถ้าคุณคิดว่ารู้จักผมมากพอแล้วเราคุยเรื่องอื่นกันก็ได้ครับ..ตอนเด็กๆมีฉายารึเปล่า” แสงฉายย้อนถาม
“อยากรู้ก็ให้คนของเจ้าไปสืบสิคะ ถามฉันทำไม”
“คุณไม่อยากให้ผมทำความรู้จักคุณจากกระดาษข้อมูลที่ลูกน้องผมรายงาน..ผมก็ต้องถามคุณ”
“แต่ฉันไม่อยากตอบแล้วก็ไม่อยากฟังเรื่องของเจ้าด้วย..ฉันอยากไปทำงาน”
แสงฉายยิ้มหวาน “แต่ผมอยากคุยกับคุณ”
แพรไหมมองแสงฉายอย่างไม่พอใจ
ทันใดนั้นเสียงมือถือของแสงฉายดังขึ้น แสงฉายหยิบมาดูแล้วกดรับ
“ว่าไงจ๊ะน้องหญิง...” แสงฉายฟังแล้วก็ตกใจมาก “รอพี่ที่นั่นนะพี่จะไปรับเดี๋ยวนี้”
แสงฉายวางโทรศัพท์ด้วยความร้อนใจ
แพรไหมถามด้วยความเป็นห่วงแสงมณี “เจ้าแสงมณีเป็นอะไรเหรอคะ”
“ถูกคนร้ายตามฆ่าในงานแสดงภาพแต่ตอนนี้ปลอดภัย..ผมขอตัวไปรับมณีก่อนนะครับ”
แสงฉายออกจากห้องไปอย่างรีบร้อน แพรไหมนิ่งคิดแล้วรีบเดินออกจากห้องไป

ศุภลักษณ์นั่งทำงานอยู่ในห้อง สักพักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“เข้ามา”
แพรไหมเปิดประตูเข้ามาอย่างร้อนใจ
“อ้าวยัยแพร..ทำไมไม่อยู่คุยกับเจ้า”
“เจ้าไปแล้วค่ะ..เจ้าแสงมณีถูกคนร้ายตามฆ่า” แพรไหมบอก
ศุภลักษณ์ตกใจ แพรไหมพูดต่อ
“แต่ไม่เป็นอันตรายอะไร..เจ้ากำลังไปรับเจ้าแสงมณีค่ะ”
“ไปบอกยัยพันว่าเราจะไปเยี่ยมเจ้าแสงมณีกัน..เดี๋ยวแม่จะโทรบอกยัยดาให้เตรียมดอกไม้”
“ค่ะ” แพรไหมเดินออกจากห้องไป
ศุภลักษณ์รีบกดโทรศัพท์โทรหาวนิดาทันที
อ่านต่อหน้าที่ 3

ภูผาแพรไหม ตอนที่ 4 (ต่อ)

บุญศรีกับปรางแก้วนั่งปักผ้าอยู่ที่โซฟา บุญศรียื่นหน้าไปดูผ้าที่ปรางแก้วกำลังปัก
“ลายนี้ปักยากมากแต่ป้าสอนครั้งเดียวแก้วก็ทำเป็นแล้ว...แก้วนี่มีฝีมือเรื่องงานบ้านงานเรือนจริงๆ” บุญศรีชม
“ยังไม่ได้ครึ่งคุณป้าเลยค่ะ...ยังต้องฝึกอีกนาน” ปรางแก้วถ่อมตัว
บุญศรียิ้มให้ปรางแก้วอย่างอ่อนโยนแล้วบุญศรีกับปรางแก้วก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงชัยขยับตัว บุญศรี กับปรางแก้วเงยหน้ามองเห็นชัยค่อย ๆ ตื่นขึ้น
บุญศรีลุกไปหาชัย “ชัย”
“แม่...ก่อนหลับผมได้ยินเสียงภูบอกว่าคุณแพรมาเยี่ยม ภูกับคุณแพรมาจริงหรือเปล่าครับหรือว่าผมฝันไป” ชัยถาม
“มาจริงๆ จ้ะ..แต่ลูกหลับแม่เลยบอกให้คุณแพรกลับไปก่อน..ส่วนภูพอแม่กับแก้วมาเลยไปทำงานต่อ”
ชัยดีใจมาก “คุณแพรมาเยี่ยมผม แสดงว่าคุณแพรห่วงผม..ยังห่วงแสดงว่ายังรักถ้าผมง้อคุณแพรต้องคืนดีกับผมแน่ๆเลยครับแม่”
บุญศรีพยักหน้าเออออไปอย่างนั้นแล้วหันมองหน้าปรางแก้วอย่างหนักใจ ปรางแก้วกับบุญศรีมองชัยด้วยความสงสาร

ภูผาและลูกน้องหลายคนยืนคุ้มกันอยู่หน้าห้องคุ้มกัน สักพักดวงใจก็เปิดประตูออกมา
ภูผาเห็นก็ถาม “ออกมาทำไมครับ”
“ดูว่าเจ้าแสงฉายมารึยัง” ดวงใจตอบ
“ถ้าเจ้ามาผมจะเคาะประตูแล้วป้าค่อยมาเปิดนะครับ..ตอนนี้เพื่อความปลอดภัยป้าไปอยู่ในห้องก่อนนะครับ”
ดวงใจจะเดินเข้าไปแต่ทวีปเดินมาเสียก่อน
“ได้ตัวคนร้ายมั้ย” ภูผาถาม
“ไม่ได้..ไม่มีร่องรอย อาวุธมันก็เก็บไปด้วย..เลยไม่มีหลักฐานอะไรที่จะตามตัวมันได้นอกจากปากคำของคนที่อยู่ในเหตุการณ์” ทวีปรายงาน
ทวีปเดินเข้าไปในห้อง ดวงใจรีบตามเข้าไป ภูผาเดินตามเข้าไปด้วยอีกคน

บนโต๊ะที่ตั้งอยู่ในห้องคุ้มกันมีถังน้ำแข็งและผ้าเล็กๆหลายผืน พิพิธหน้าเขียวช้ำเพราะโดนต่อย แสงมณีจะเอาผ้าห่อน้ำแข็งประคบให้พิพิธแต่พิพิธห้ามไว้
“ไม่ต้องหรอกครับ..ผมทำเองได้”
“คุณเจ็บตัวเพราะฉัน..ให้ฉันได้ตอบแทนคุณบ้างเถอะนะคะ” แสงมณีบอก
แสงมณีเอาผ้าประคบให้ พิพิธยิ้มอย่างมีความสุขพร้อมกับมองแสงมณีตาหวานฉ่ำ ทวีป ดวงใจ และภูผาเดินเข้ามาในห้อง ทวีปมองแสงมณีด้วยความหมั่นไส้
“เอาชีวิตแทบไม่รอดยังมีอารมณ์เอาใจผู้ชาย” ทวีปพึมพำ
พิพิธกับแสงมณีหันมามองทุกคน
ดวงใจรีบบอก “คุณหมวดจับผู้ร้ายไม่ได้ค่ะ”
แสงมณีมองดวงใจด้วยความโล่งใจ
“องครักษ์ตาย 3 บาดเจ็บ 2 เจ้าคงรู้แล้วว่าคนร้ายไม่ได้ทำร้ายคนผิดแต่อยากฆ่าเจ้าจริงๆ..บอกผมมาว่าพวกมันเป็นใคร” ทวีปถาม
แสงมณีรู้สึกผิดที่มีคนตายแต่ก็ไม่กล้าบอก
“ฉันไม่รู้” แสงมณีพูด
ทวีปโมโห “เรื่องใหญ่โตจนมีคนตายยังไม่บอกอีกเหรอ”
ภูผาพูดกับแสงมณี “นักการเมือง นักธุรกิจที่ทำธุรกิจกับพี่ชายเจ้า ไม่มีใครที่น่าสงสัยเลยเหรอครับ”
แสงมณีจำใจตอบ “ไม่มีค่ะ”
“เจ้าไม่ให้ความร่วมมืออย่างนี้เห็นทีผมต้องเชิญเจ้าไปให้ปากคำที่โรงพัก” ทวีปบอก
ดวงใจรีบค้าน “การขึ้นโรงขึ้นศาลถือว่าเป็นเรื่องที่ทำให้เสื่อมเสีย ฉันให้คุณพาคุณหญิงไปไม่ได้
“ถ้าไม่ยอมผมคงต้องใช้กฎหมายบังคับ” ทวีปบอก
ทันใดนั้นเสียงแสงฉายก็ดังขึ้น “ไม่ต้องบังคับหรอก”
ทุกคนหันไปมองเห็นเจ้าแสงฉายเดินมา โดยมีธนาเดินตาม แสงมณีรีบวิ่งไปหาแสงฉายทันที
“พี่ชาย”
แสงฉายกอดแสงมณีเพื่อปลอบใจ
“พี่มาแล้วไม่ต้องกลัวนะ..” แสงฉายพูดกับทวีป “ไม่ต้องใช้กฎหมาย ไม่ต้องใช้ใครบังคับพวกผมทั้งนั้น..ถ้าคิดออกว่าคนที่อยากทำร้ายพวกผมเป็นใครผมจะติดต่อให้ปากคำกับผู้กำกับเอง”
ทวีปมองแสงฉายอย่างไม่พอใจ แสงฉายมองทวีปด้วยท่าทีไม่กลัวเกรง
แสงฉายพูดกับพิพิธ “ขอบคุณที่ช่วยพาน้องหญิงหนี..ผมขอพาน้องหญิงกลับบ้านก่อนนะครับ”
“ครับ” พิพิธตอบ
ทวีปมองแสงฉายอย่างไม่พอใจ ภูผาตบไหล่เป็นเชิงปลอบให้ทวีปใจเย็น

องครักษ์ 3 คนเดินนำหน้า แสงฉาย แสงมณี ดวงใจ เดินกลาง ส่วนธนาเดินปิดท้าย
ดวงใจพูดด้วยความแค้นใจ “ไอ้พวกกบฏสารเลว ลอบกัด..ก่อกบฏจนคุณหญิง คุณชายต้องหนีออกจากเชียงทวายยังไม่พอ ยังจะส่งคนตามมาฆ่าอีก”
“พวกมันระเริงอำนาจกันได้อีกไม่นานหรอก ทหารที่ภักดีกับผมกำลังรวบรวมกำลัง ..อีกไม่นานก็จะตั้งกองทัพได้ ถึงเวลานั้นผมจะฆ่าพวกมันให้หมดแล้วพวกเราก็จะกลับไปอยู่เชียงทวายอย่างมีความสุขเหมือนเดิม” แสงฉายบอก
เสียงมือถือธนาดังขึ้น ธนากดรับ
“เป็นไงบ้าง...”
ธนาวางสายแล้วบอกกับแสงฉาย
“คนของเราที่ไปดูอาการยศ เลิศ ที่โรงพยาบาลโทรมาบอกว่า ยศ เลิศ ปลอดภัยครับแต่พิษซึมเข้ากระแสเลือดอาการสาหัสต้องรักษาอีกเป็นเดือน”
“หาองครักษ์มือดีที่สุดของเชียงทวายมาอารักขาน้องหญิงให้เร็วที่สุด” แสงฉายสั่งการ
ธนารับคำสั่ง “ครับ”
แสงมณีคิด “น้องขอเลือกองครักษ์เองได้มั้ยคะ”
“น้องไม่รู้จักองครักษ์ที่เชียงทวายสักคนจะเลือกเองได้ยังไง” แสงฉายงง
“น้องไม่ได้จะเลือกองครักษ์จากเชียงทวายค่ะ..น้องจะเลือกคุณภูผามาเป็นองครักษ์”
แสงฉายแปลกใจ “คุณภูผา”
“วันนี้เป็นครั้งที่สองที่เค้าช่วยชีวิตน้อง..น้องเห็นฝีมือที่เค้าต่อสู้กับพวกนักฆ่าแล้วน้องเชื่อค่ะว่าเค้าจะดูแลน้องให้ปลอดภัยได้” แสงมณีบอก
“จริงค่ะ” ดวงใจช่วยยืนยัน “ดวงใจเห็นกับตาเลยนะคะว่าฝีมือการต่อสู้คุณภูผาเหนือกว่าพวกนักฆ่าจริงๆ”
“นะคะพี่ชาย..ให้คุณภูผาเป็นองครักษ์ของน้องนะคะ” แสงมณีอ้อนวอน
แสงฉายมองแสงมณีแล้วครุ่นคิด

ภูผากับทวีปเดินเข้ามาในห้องในออฟฟิศของภูผา ทวีปกระแทกตัวนั่งลงอย่างหงุดหงิด
“เฮ้อ..กว่าจะเคลียร์พื้นที่เสร็จ เพราะยัยเจ้าวัยทองนั่นคนเดียวที่ทำให้พวกเราต้องยุ่งยาก” ทวีปบ่น
“เจ้าแสงมณีเค้าก็คงไม่ได้อยากให้คนของเค้าตาย ไม่อยากโดนตามฆ่าอย่างนี้หรอกโว้ย” ภูผาบอก
“ไม่อยากโดนตามฆ่าแต่ก็ไม่ยอมบอกเบาะแสคนร้าย..แล้วพวกเราจะช่วยเค้าได้ยังไงวะ”
“เค้าอาจจะไม่รู้จริงๆ อย่างที่บอกก็ได้”
ทวีปมองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง “ฉันมั่นใจว่าเค้ารู้เพราะตอนงานคุณดิเรกฉันเห็นเจ้าแสงมณีเก็บมีดของคนร้ายไป”
ภูผาตกใจ “เก็บมีดคนร้าย”
“เออสิวะ..เรื่องนี้เป็นความลับของทางราชการถ้าแกไม่ใช่ตำรวจเก่าไม่ใช่เพื่อนสนิทฉัน ฉันไม่กล้าบอกแกหรอก”
ภูผานิ่งแล้วครุ่นคิด ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“เข้ามา” ภูผาบอก
ธนาเปิดประตูเดินเข้ามาแล้วแนะนำตัว
“ผมชื่อธนา..เป็นองครักษ์ของเจ้าแสงฉาย”
ทวีปดีใจ “เจ้ายอมแจ้งความแล้วใช่มั้ยเลยให้คุณมาหาผม”
“ผมมาหาคุณภูผา”
ทวีปรู้สึกเสียหน้าจึงหน้าเจื่อนไป
ธนาพูดกับภูผา “เจ้ามีธุระจะคุยกับคุณ อยากเชิญคุณทานข้าว”
ภูผากับทวีปมองธนาด้วยความแปลกใจ

ที่บ้านแสงฉาย ศุภลักษณ์ยื่นช่อดอกไม้ให้แสงมณี
แสงมณียกมือไหว้ “ขอบคุณคุณน้ากับทุกคนมากนะคะที่เป็นห่วง”
วนิดารีบเสนอหน้า “ตอนนี้เจ้าก็เหมือนคนในครอบครัวเรา..ไม่ห่วงคนในครอบครัวแล้วจะห่วงใครละคะ”
“เห็นเจ้าปลอดภัยน้าก็โล่งใจค่ะ” ศุภลักษณ์บอก
“ดวงใจกำลังตั้งโต๊ะ..เชิญทุกคนทานข้าวด้วยกันเลยนะครับ” แสงฉายพูด
“พวกเรามาปุบปับคนของเจ้าคงเตรียมอาหารไม่ทัน ไว้วันอื่นเถอะค่ะ” แพรไหมปัด
ศุภลักษณ์ พันทิญา และวนิดามองแพรไหมอย่างไม่พอใจ
“ดวงใจเก่งครับ..ทำอาหารเร็วเหมือนเนรมิตแค่จัดอาหารเพิ่มให้พวกคุณสบายมากครับ” แสงฉายบอก
พันทิญามองแพรไหมด้วยความอิจฉาแล้วแสร้งพูดดี
“เจ้าอุตส่าห์ให้เกียรติอย่าปฏิเสธน้ำใจของเจ้าเลยแพร”
แพรไหมหน้าบึ้งอย่างไม่พอใจ
พันทิญามองแสงฉายแล้วยิ้มหวานหวังให้แสงฉายยิ้มตอบอย่างชื่นชม แต่แสงฉายกลับมองแพรไหมแล้วยิ้มเอ็นดูโดยไม่มองพันทิญาสักนิด พันทิญามองแสงฉายด้วยความน้อยใจ ศุภลักษ์กับวนิดามองแพรไหมอย่างหนักใจ พิพิธมองแสงมณีแล้วยิ้มมีความสุข

ในห้องอาหารกับข้าวหรูหราจัดวางอยู่เต็มโต๊ะที่ทุกคนนั่งล้อมรอบ แสงฉายอยากให้แพรไหมตักกับข้าวให้จึงชี้ไปที่อาหารจานหนึ่ง
“ผมตักจานนั้นไม่ถึงรบกวนคุณแพรด้วยครับ”
แพรไหมรู้ว่าแสงฉายแกล้งก็มองแสงฉายอย่างไม่พอใจ เธอตักอาหารแล้วแกล้งทำหกใส่มือแสงฉาย
“อุ๊ย...ขอโทษค่ะ”
“ทำไมซุ่มซ่ามอย่างนี้ล่ะแพร” ศุภลักษณ์ว่า
“แพรไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย” แพรไหมบอก
“ไม่เป็นไรครับ...เดี๋ยวผมขอไปล้างมือก่อนเชิญทุกคนตามสบายนะครับ”
พูดจบแสงฉายก็จะลุกออกไป พอดีกับที่ธนาเดินเข้ามา
“คุณภูผาว่าไงบ้าง” แสงฉายถาม
แพรไหมชะงักเมื่อได้ยินชื่อภูผา
“ขอนัดพรุ่งนี้เที่ยงครับ” ธนาบอก
แสงมณีพูดกับทุกคน “พี่ชายจะจ้างคุณภูผามาเป็นองครักษ์ของมณีเลยนัดคุณภูผาทานข้าวน่ะค่ะ”
แสงฉายพูดกับแพรไหม “ไปด้วยกันนะครับ”
“ฉันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ให้ฉันไปด้วยทำไม” แพรไหมบอก
“คุณสนิทกับคุณภูผา เผื่อว่าคุณภูผาปฏิเสธคุณจะได้ช่วยผมพูดให้เค้าใจอ่อนไงครับ”
“คุณภูผาไม่ฟังฉันหรอกค่ะ...อย่าให้ฉันไปเลย”
“ไปเถอะแพรไปช่วยพูดกับคุณภูผาหน่อย” วนิดาส่งเสริม
“นั่นน่ะสิ..นี่ถ้าพี่สนิทกับคุณภูผาเหมือนแพรพี่คงไปด้วยแล้ว ไม่ให้ทุกคนมานั่งง้ออย่างนี้หรอก” พันทิญาเสริม
แสงมณีพูดอ้อน “ไปเถอะนะคะ..ไปช่วยกันพูดหลาย ๆคนคุณภูผาจะได้ยอมมาเป็นองครักษ์ของมณี”
แพรไหมมองแสงมณีด้วยความเกรงใจ




พิพัฒน์รออยู่ในบ้านอย่างร้อนใจ เขาเห็นพิพิธเดินหน้าเขียวเข้ามาก็รีบเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง
“ตอนโทรมาเล่า..บอกว่าเจ็บนิดหน่อย..” พิพัฒน์จับหน้าพิพิธ “เขียวตั้งหลายที่”
พิพิธยิ้มแหย “โดนหลายหมัดน่ะ..” พิพิธเจ็บแผล “อู้ยย”
“เฮียจะพาแกไปหาหมอ”
“แค่แผลฟกช้ำไม่กี่วันก็หายไม่ต้องไปหาหมอหรอกครับ”
“ไปเถอะ เผื่อช้ำในเลือดคั่งในสมองได้รักษาทัน”
พิพิธรีบบอก “ไม่ได้อาการหนักขนาดน้าน”
พิพัฒน์มองพิพิธอย่างหนักใจแล้วออกปากเตือน
“เจ้าแสงมณีโดนคนตามฆ่าอย่างนี้ ช่วงนี้แกควรอยู่ห่างเจ้าแสงมณีไว้จะได้ปลอดภัย”
พิพิธพูดจริงจังแต่ดูขำ “ผมไม่ห่าง..ผมจะติดตามเจ้าแสงมณีไปทุกที่ ถ้าเกิดอะไรขึ้นผมจะเอาชีวิตผมปกป้องเจ้าแสงมณี”
“ต่อยกับเด็กนักเรียนยังแพ้แกจะปกป้องเจ้าแสงมณีได้ยังไง” พิพัฒน์สวน
“ผมมีวิธีของผมน่า”
พิพิธยิ้มอย่างมีแผน พิพัฒน์มองพิพิธด้วยความสงสัย

ทวีปเดินเข้ามาในบ้าน ปรางแก้วถือซองเอกสารซองหนึ่งเดินเข้ามาหาเขาอย่างดีใจ
“พี่วีปคะ..”
“ปกติเวลานี้แก้วต้องขึ้นไปเฝ้าพระอินทร์แล้วนี่..ทำไมวันนี้ยังลืมตาตื่นอยู่บนโลกมนุษย์อยู่อีกละจ๊ะน้องรัก” ทวีปถาม
“แก้วมีข่าวดีจะบอกเลยรอพี่ค่ะ”
“ข่าวดี!!..ไอ้ภูมันขอแก้วแต่งงานแล้วเหรอ”
ปรางแก้วน้อยใจ “แค่รับเป็นแฟนยังไม่มีท่าทีเลย มีเหรอจะขอแต่งงาน”
“โอ๋ๆ..ไม่น้อยใจนะ..คนอย่างไอ้ภูมันแพ้ความดีแก้วดีกับมันอย่างนี้สักวันมันต้องใจอ่อน..ว่าแต่มีข่าวดีอะไรเหรอ”
“แก้วสอบผ่าน ได้เรียนต่อปริญญาโทแล้วค่ะ”
“น้องสาวพี่นี่สุดยอดจริงๆ...ไว้พี่จะพาไปฉลองนะ”
ปรางแก้วยิ้มให้ทวีปอย่างมีความสุข

ศุภลักษณ์ แพรไหม พันทิญา และวนิดาเดินเข้ามาในบ้านของศุภลักษณ์
“เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้วแยกย้ายกันไปพักผ่อนซะไป” ศุภลักษณ์บอก
ทุกคนรับคำ “ค่ะ”
ศุภลักษณ์เดินออกไป แพรไหมได้โอกาสพูดกับพันทิญาและวนิดาอย่างงอนๆ
“พี่พันกับคุณน้าก็รู้ว่าแพรไม่อยากไปไหนมาไหนกับเจ้าทำไมต้องยุให้แพรไปกับเจ้าพรุ่งนี้ด้วยละคะ”
“นี่เราโง่หรือเราไม่ฉลาดกันแน่” วนิดาว่า “อย่าลืมสิว่านายภูผาจ้องเล่นงานเราอยู่ เกิดเจอเจ้าแล้วนายภูผาพูดเรื่องเรากับนายชัย..แล้วเจ้าส่งคนสืบขึ้นมาแล้วสาวถึงตัวยัยพันจะทำยังไง”
พันทิญาพูดกับแพรไหม “เรายังคุยเรื่องไอ้ชัยกันไม่จบเลยนะ..ไปคุยกันต่อที่ห้องพี่” พันทิญาพูดกับวนิดา “พันอยากขอคำปรึกษาจากคุณน้าด้วย คุณน้าแวะห้องพันหน่อยนะคะ”
วนิดารับคำ “จ้ะ”

เวลาผ่านไป วนิดาพูดกับพันทิญา
“พันควรไปขอโทษนายชัยเองนะ”
พันทิญาหงุดหงิด “นี่คุณน้าเห็นด้วยกับยัยแพรเหรอคะ”
“น้าไม่ได้เห็นด้วยนักหรอกแต่มันไม่มีทางอื่นก็ต้องทำวิธีนี้” วนิดาบอก
“แต่แม่เค้าน้องเค้าเฝ้ากันเต็มห้อง พันไปทุกคนก็ต้องรู้สิคะว่าคนที่เคยคบกับคุณชัยเป็นพัน”
วนิดาจับแขนพันทิญาเพื่อปลอบใจ “ก็ไปตอนไม่มีคนอยู่สิจ๊ะ”
“คุณป้าบุญศรีเฝ้ากลางวัน คุณภูผาเฝ้ากลางคืน..มีคนอยู่กับคุณชัย 24 ชั่วโมง..ไม่มีช่วงที่ไม่มีคนอยู่เลยนะคะ” แพรไหมบอก
“ยัยแม่คงหลอกง่ายหลอกนายภูผา..ต้องมีคนไปหลอกให้คุณบุญศรีออกจากห้อง” วนิดาเสนอ
“พันเข้าไปไม่ได้อยู่แล้ว จะให้ยัยแพรเข้าไปเกิดคุณชัยตื่นอยู่เค้าก็ต้องรู้ความจริงอยู่ดี”
“น้าจะไปหลอกแม่นายชัยออกจากห้องเอง..” วนิดาพูดกับแพรไหม “พรุ่งนี้กินข้าวเสร็จแล้วโทรบอกด้วย..เดี๋ยวยัยพันไปหานายชัยแล้วเรายังอยู่กับนายภูผา นายภูผาจะจับได้ว่าคนที่เคยคบกับนายชัยคือยัยพัน”
แพรไหมยิ้มดีใจมาก “ค่ะ”
วนิดาหมั่นไส้ “เอางูออกจากคอได้ก็ยิ้มออกเลยนะ”
แพรไหมหน้าเจื่อนหุบยิ้มทันที


ชัยที่ดูสดชื่นขึ้นนั่งอยู่บนเตียงคนไข้ ภูผาเปิดฝาจานข้าวและกับข้าวตรงหน้าแล้วเลื่อนไปให้ชัย ภูผาตักข้าวจะป้อนให้ชัย
“ไม่ต้องป้อนแล้วล่ะ..พี่ค่อยยังชั่วมากแล้วกินเองไหว” ชัยบอก
ภูผายิ้มให้ชัยอย่างอ่อนโยนแล้วยื่นช้อนให้ ชัยรับช้อนมาแล้วมองภูผาอย่างขอบคุณ ปรางแก้วเปิดประตูแล้วเดินเข้ามาพร้อมกับบุญศรี
บุญศรีพูดอย่างดีใจ “วันนี้หน้าตาสดชื่น” บุญศรีเอามือแตะหน้าผากชัย “ตัวก็ไม่ร้อนหายแล้วละลูก”
“ผมเบื่อโรงพยาบาลจะแย่อยู่แล้ววันนี้หมอคงยอมให้ผมกลับบ้านซะที” ชัยบอก
“ทานข้าวได้..ดูมีเรี่ยวมีแรงแบบนี้หมอให้กลับแน่ค่ะ” ปรางแก้วรีบบอก
“ถ้าวันนี้หมอให้ชัยกลับบ้านแม่จะทำอาหารมือใหญ่เลี้ยงฉลองให้เอง”
“คุณนายบุญศรีทุ่มทุนสร้าง...ถ้าพี่ชัยออกจากโรงพยาบาลจริงๆ..ผมจะรีบเคลียร์งานรีบกลับบ้านไปทานอาหารมื้อใหญ่ของคุณนายบุญศรีให้ท้องแตกเลย” ภูผาพูดขำๆ
ทุกคนหัวเราะขำภูผา
“งั้นผมขอไปทำงานก่อนนะครับ..จะรีบไปเคลียร์งานรอกับข้าวแม่” ภูผาบอก
ภูผาเดินออกไป ชัยกับบุญศรีมองภูผาแล้วยิ้มขำ ปรางแก้วมองภูผาด้วยสายตาหวานหยดเพราะความรัก

ภูผาเดินยิ้มมาตามทางในโรงพยาบาลแล้วชะงักเหมือนคิดอะไรออกก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมากด
แพรไหมนอนดูข่าวเช้าอยู่บนเตียงในห้องของเธอ เสียงมือถือของแพรไหมดังขึ้น
แพรไหมหยิบมือถือมาดู “ใคร...” แพรไหมกดรับ”ทรศัพท์ “สวัสดีค่ะ”
ภูผาพูดเสียงเข้ม “สวัสดี”
แพรไหมจำเสียงได้ “คุณภูผา”
“ผมเอง...ผมจะโทรมาเตือนว่าวันนี้อย่าลืมมาหาพี่ชัย..ถ้าคุณไม่มาผมจะอุ้มคุณมาเหมือนที่เคยอุ้ม”
“คุณไม่มีโอกาสได้อุ้มฉันแล้วล่ะ...เพราะวันนี้ฉันไปหาคุณชัยแน่ๆ” แพรไหมพูด
“ขอให้ทำจริงอย่างปากพูดเถอะ..ผมจะได้ไม่ต้องออกแรง”
ภูผาวางสายด้วยท่าทีโมโห
แพรไหมมองโทรศัพท์อย่างหงุดหงิด
“พูดดีๆไม่เป็นเลยรึไง”

พันทิญายืนเคาะประตูหน้าห้องวนิดา วนิดาที่ยังอยู่ในชุดนอนเดินมาเปิดประตู
“พัน..มาหาน้าแต่เช้ามีอะไรรึเปล่าจ๊ะ”
“มีของขวัญที่จะทำให้คุณน้ายิ้มอย่างมีความสุขได้ทั้งวันเลยละค่ะ” พันทิญาบอก
วนิดางง “ของขวัญ”
พันทิญายื่นกล่องกำไลให้ วนิดาเปิดออกดูแล้วก็ยิ้มอย่างตื่นเต้น
“กำไลเพชร...เพชรเต็มวงอย่างนี้คงหลายแสนเลยใช่มั้ย” วนิดาถาม
“4 แสนค่ะ...แต่พันได้มาฟรี” พันทิญารีบบอก
วนิดาตกใจ “ฟรี!!”
“พันบอกคุณพัฒน์ว่าจะซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดคุณน้า..เค้าเลยฝากมาให้น่ะค่ะ”
“ว่าที่หลายเขยคนนี้สปอร์ตจริงๆ ..อย่างนี้ไม่รักไม่เชียร์ไม่ได้แล้ว”
“วันนี้คุณน้าโทรขอบคุณเค้าหน่อยนะคะ..คุณพัฒน์จะได้ไม่รู้ว่าพันโกหกว่าเป็นวันเกิดคุณน้าเพราะหวังของฟรีจากเค้า”
“จ้ะ...ขอบใจมากนะที่นึกถึงน้า”
วนิดาดึงพันทิญามากอดอย่างรักใคร่

ที่ห้องเรียนวิชาการต่อสู้คาโปเอร่า ครูกำลังโชว์ลีลาให้ลูกศิษย์ที่มีพิพิธซึ่งใส่ชุดกีฬาดู ทุกคนมองครูอย่างชื่นชม ครูทำท่าโชว์อีกสามสี่ท่า ลูกศิษย์อื่นมองครูอย่างชื่นชม แต่พิพิธเริ่มเบื่อ
“ครู....เลิกโชว์ได้แล้ว” พิพิธบอก
“ไม่โชว์แล้วจะรู้เหรอว่ามีท่าอะไรบ้าง” ครูถาม
“ให้ทำเลยจำแม่นกว่า สอนเลย..” พิพิธพูดกับลูกศิษย์คนอื่นๆ “มาๆ ยืนรวมกันตรงนี้”
ครูมองพิพิธที่เจ้ากี้เจ้าการอย่างงงๆ
พิพิธหันไปพูดกับครู “อ้าว..ยืนงงอะไรละครับสอนสิผมจะได้เป็นเร็วๆ”

แพรไหมแต่งตัวสวยงามเดินเข้ามาในห้องรับแขกที่บ้านของเธอแล้วเห็นแสงฉายกับแสงมณีนั่งคุยอยู่กับศุภลักษณ์ พันทิญา และวนิดา
แสงมณีเดินมาหาแพรไหมด้วยท่าทางร่าเริง “คุณแพรใส่ชุดนี้แล้วสวยจังเลยค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ” แพรไหมบอก
“แต่ผมว่าเหมือนขาดอะไรไปอย่าง..” แสงฉายมอง “ถ้าถือกระเป๋าที่ผมซื้อให้จะเข้ากันมาก”
“กระเป๋า” พันทิญารีบทัก “เจ้าซื้อกระเป๋าอะไรให้ทำไมแพรไม่เห็นบอกพี่เลย”
“ก็แค่กระเป๋า..ไม่เห็นน่าเล่าตรงไหนเลยนี่คะ”
ศุภลักษณ์ถามลูกสาว “กระเป๋าอยู่ที่ไหน”
“ในห้องค่ะ...อยู่ในถุงยังไม่ได้แกะ”
“ยังไม่ได้แกะ..นี่เราไม่สนใจของที่เจ้าซื้อให้เลยเหรอ”
แพรไหมเงียบไม่ตอบ
ศุภลักษณ์ตะโกนเรียก “สมใจ..สมใจ”
สมใจวิ่งเข้ามา “ขา”
“ไปหยิบถุงกระเป๋าในห้องคุณแพรมาทีซิ”
แพรไหมรีบบอก “แพรไม่อยากหิ้วใบนั้น”
“แต่คนซื้อให้อยากให้หิ้ว..แพรก็ตามใจหน่อยอย่าให้เจ้าเสียน้ำใจสิ” พันทิญาว่า
แพรไหมหน้าบึ้งไม่ตอบอะไร แสงมณีมองแพรไหมด้วยความสงสาร

เวลาผ่านไป แพรไหมหิ้วกระเป๋าใบหรูที่แสงฉายซื้อให้แล้วพูดประชดกับแสงฉาย
“พอใจรึยังคะ”
“ขอบคุณนะครับที่ตามใจผม..เชิญครับ”
แสงฉายผายมือให้ แพรไหมเดินหน้าหงิกออกไปจากบ้าน แสงฉายกับแสงมณีเดินตาม ศุภลักษณ์มองตามอย่างชื่นชมแล้วพูดกับพันทิญา
“แม่ไปทำงานก่อนนะ”
ศุภลักษณ์เดินออกไป พันทิญากับวนิดามองแพรไหมด้วยความหมั่นไส้
“กระเป๋ารุ่นนี้พันอยากได้มากเลยค่ะคุณน้า แต่เจ้าซื้อให้ยัยแพรแล้วคงไม่มีขายแล้วแน่ๆ เลยค่ะ”
“บอกคุณพัฒน์สิ...อ้อนหน่อยเดี๋ยวเค้าก็หาซื้อมาให้จนได้นั่นแหละ..ช่วงนี้กำลังหลงพันอยากได้อะไรก็คงยอมให้ทุกอย่าง”
พันทิญายิ้มอย่างมีแผน

แสงฉาย แสงมณี และแพรไหมนั่งอยู่ในห้องส่วนตัวของร้านอาหารหรู แพรไหมมองนาฬิกาอย่างร้อนใจแล้วพูดขึ้น
“ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
แพรไหมลุกขึ้นไปเปิดประตู ทำให้เห็นว่าธนากับองครักษ์อีก 3 คนยืนคุ้มกันอยู่หน้าห้อง

ภูผาเดินจะเข้าไปในร้านแล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นแพรไหมรีบเดินมาหา
“อ้าว..มาด้วยเหรอ” ภูผาทัก
แพรไหมยังไม่ทันตอบอะไร ภูผาก็พูดต่ออย่างหมั่นไส้
“ไม่น่าถาม...คุณเป็นว่าที่ราชินีของเจ้าแสงฉายเจ้าไปไหนคุณก็ต้องไปด้วยอยู่แล้ว”
“ฉันมีเรื่องจะตกลงกับคุณ” แพรไหมบอก
“ว่ามา”
“ทานข้าวเสร็จฉันจะเอาแหวนไปคืนแล้วกราบเท้าขอโทษคุณชัย..แต่มีข้อแม้ว่าระหว่างทานข้าวคุณห้ามพูดเรื่องคุณชัยให้เจ้าฟัง”
“นึกว่าอะไร..ที่แท้ก็กลัวความลับแตก....ผมจะยอมเชื่อแล้วทำตามข้อแม้คุณสักครั้งแต่ถ้าทานข้าวเสร็จแล้วคุณไม่ไปหาพี่ชัย..ผมจะบุกไปที่บ้านเจ้าแสงฉายแล้วบอกความจริงกับเจ้าให้หมดเลย”
ภูผามองแพรไหมอย่างหมั่นไส้แล้วเดินไป แพรไหมมองตามอย่างเซ็งๆ
อ่านต่อหน้าที่ 4

ภูผาแพรไหม ตอนที่ 4 (ต่อ)
ประตูห้องส่วนตัวเปิดอยู่ ธนาดูบริกรเอาอาหารชั้นดีหลายอย่างวางลงบนโต๊ะ แสงฉายกับแสงมณีนั่งอยู่ที่โต๊ะ บริกรวางอาหารเสร็จก็โค้งทำความเคารพแล้วเดินออกไป สักพักภูผาก็เดินเข้ามาแล้วตามด้วยแพรไหม แสงฉายชะงักเมื่อเห็นแพรไหมเดินเข้ามาพร้อมภูผาแต่ก็ทำทีไม่เห็น แสงมณีเห็นภูผาแล้วยิ้มดีใจที่ได้เจอ
“สวัสดีครับคุณภูผา..เชิญนั่งครับ” แสงฉายบอก
ภูผานั่งลง แพรไหมนั่งข้างๆ แสงฉาย
“เจ้านัดผมมาพบมีอะไรให้ผมรับใช้เหรอครับ” ภูผาถาม
“ไม่ต้องรีบร้อนหรอก..ทานไปคุยไปดีกว่าจะได้ไม่หิว..” แสงฉายบอก
แสงฉายตักกับข้าวให้แพรไหม “ทานนี่หน่อยนะครับ”
ภูผามองแพรไหมด้วยความหมั่นไส้และแค้นแทนชัย
“คุณภูผาคะ” แสงมณีเอ่ยขึ้น
ภูผาที่กำลังมองแพรไหมหันมามองแสงมณี
“เชิญค่ะ” แสงมณีพูดต่อ
“ครับ”
ภูผาตักอาหารแต่สายตายังมองแพรไหมอย่างไม่พอใจ แสงฉายลอบสังเกตสายตาภูผาแล้วก็ยิ้มเยาะ
“ผมอยากจ้างคุณมาเป็นองครักษ์คอยดูแลแสงมณี” แสงฉายพูด “เวลางานคือตอนแสงมณีออกนอกบ้าน”
“ขอบคุณนะครับที่ไว้ใจผม..แต่ผมคงรับงานที่ทำคนเดียวไม่ได้เพราะผมมีบริษัทมีลูกน้องต้องดูแล”
แสงมณีหน้าเจื่อนไปทันที
“ผมยินดีจ่ายในราคาเท่ากับจ้างคนทั้งบริษัทคุณ” แสงฉายบอก
“ทำงานคนเดียวแต่คิดราคาคนทั้งบริษัท..ผมทำไม่ได้หรอกครับเอาเปรียบเจ้าเกินไป”
แพรไหมกับแสงมณีมองภูผาด้วยความชื่นชม แต่แสงฉายลอบมองภูผาอย่างหมั่นไส้
แสงฉายพูดกับแพรไหม “ที่รัก...”
แพรไหมมองแสงฉายอย่างไม่พอใจ
“ช่วยพูดกับเพื่อนคุณให้หน่อยสิครับว่าให้รับงานนี้” แสงฉายบอก
แพรไหมมองแสงฉายอย่างไม่พอใจ แต่แสงฉายทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
“นะครับ” แสงฉายย้ำ
แพรไหมมองแสงฉายอย่างเซ็งๆ แล้วมองภูผาด้วยความเกรงใจ
“เอ้อ..คุณภูผาคะ เจ้าแสงมณีอยากได้คนมีฝีมือย่างคุณมาดูแลจริงๆ รับงานนี้เถอะนะคะ” แพรไหมขอร้อง
ภูผาตอบอย่างหมั่นไส้ “ไม่”
“ฉันให้คุณรับงานของบริษัทคุณได้ตามปกติ..และต้องหาคนที่ฝีมือเท่าคุณมาดูแลฉันในวันที่งานชนกัน..ฉันมีเงื่อนไขข้อเดียว..รับงานนี้เถอะนะคะ..ฉันขอร้อง นะคะ” แสงมณีอ้อนวอน
ภูผาตอบรับเพราะเกรงใจแสงมณี “ตกลงครับ”
แสงมณียิ้มด้วยความดีใจ

พิพัฒน์นั่งอยู่ในร้านเพชร พิพิธเดินเข้ามาในร้าน
“เมื่อเช้าเฮียลงมาแกออกจากบ้านไปแล้ว..ไปไหนมาแต่เช้า” พิพัฒน์ถามน้องชาย
“ผมไปเรียน คาโปเอร่า ศิลปะการต่อสู้ของบราซิลมา แข็งแกร่งอย่างมีลีลารับรองว่าถ้าเจ้าแสงมณีเห็นต้องพูดได้คำเดียวว่า เท่”
“ก่อนไปโชว์หญิงโชว์เฮียก่อนดีกว่า ได้รู้ว่าเท่จริงมั้ย”
“จัดเลย..จัด”
พิพิธเอาไอโฟนมาเปิดเพลงบราซิลเพื่อโชว์ท่าคาโปเอร่า แต่พอกระโดดแล้วเขาก็ล้มลง
“โอ้ยยยย” พิพิธร้อง
พิพัฒน์ประชด “โห..ท่าไรเนี่ยเท่จริงด้วย”
“ไม่ต้องเยาะเย้ยเลยเฮีย..เพิ่งไปเรียนแค่ครั้งเดียวได้แค่นี้ก็เรียกว่าเก่งแล้ว”
พิพัฒน์หัวเราะขำพิพิธ พิพิธมองพิพัฒน์อย่างไม่พอใจ

ธนากับองครักษ์อีก 3 คน ยืนคุ้มกันอยู่หน้าประตูห้องส่วนตัวในร้านอาหาร ประตูห้องถูกเปิดออกมาโดยภูผา
ภูผาพูดกับแสงฉายและแสงมณี “เชิญครับ”
แสงมณีตอบรับ “ขอบคุณค่ะ”
แสงมณีเดินออกจากห้อง ตามด้วยแสงฉาย และแพรไหม ส่วนภูผาเดินตามมาเป็นคนสุดท้าย
“ขอบคุณมากนะครับที่มาช่วยดูแลแสงมณี” แสงฉายบอก
“ยินดีครับ”
“คุณภูผา..คุณจะไปไหนต่อรึเปล่าคะหรือจะเข้าออฟฟิศ” แพรไหมถาม
“ถามอย่างนี้มีธุระอะไรกับผมรึเปล่าครับ” ภูผาถามกลับ
“ไม่มีค่ะ ไม่มี”
“แล้วจะอยากรู้ไปทำไมว่าผมจะไปไหน”
“เอ้อ..เอ้อ...อ๋อ..ถ้าคุณเข้าออฟฟิศจะได้ให้เจ้าตามไปเซ็นสัญญาว่าจ้างกับคุณไงคะ..เดี๋ยวจะลืมเพราะพรุ่งนี้ต้องเริ่มงานแล้ว”
“คุณนี่รอบครอบสมกับเป็นว่าที่ราชินีของเชียงทวายจริงๆ..เดี๋ยวผมตามไปที่ออฟฟิศคุณเลยจะได้เซ็นสัญญากัน” แสงฉายบอก
“ได้ครับ”
“แต่ฉันไปกับเจ้าไม่ได้นะคะ..พอดีต้องไปทำธุระให้คุณน้าน่ะค่ะ” แพรไหมรีบบอก
“งั้นเดี๋ยวผมแวะส่งคุณที่ร้านแล้วค่อยไปออฟฟิศคุณภูผา” แสงฉายเสนอ
“ขอบคุณค่ะ...ฉันขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
แพรไหมเดินออกไป ภูผามองตามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“หาเรื่องแยกกับเจ้า..คงจะไปหาพี่ชัยจริงๆ” ภูผาพูดกับตัวเอง

แก้วน้ำหวานวางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าวนิดาที่กำลังนั่งอ่านนิตยสารอยู่ในบ้าน พันทิญาเดินมากระแทกตัวลงนั่งอย่างหงุดหงิด
“กินกันเกือบสองชั้วโมงแล้ว..ยังกินกันไม่เสร็จอีก” พันทิญาบ่น
“เค้านัดคุยธุระ ไม่ได้ทานข้าวอย่างเดียวก็คงนานหน่อย..ใจเย็นๆนะจ๊ะ” วนิดาปลอบ
“แต่พันอยากไปคุยกับไอ้ชัยเร็วๆ..พันอยากไปหาคุณพัฒน์ จะได้อ้อนคุณพัฒน์ให้ซื้อกระเป๋าให้”
วนิดายื่นแก้วให้ “ดื่มน้ำให้อารมณ์ดีก่อน..เวลาไปคุยกับนายชัยจะได้ไม่ต้องหงุดหงิดทะเลาะกับมันให้เป็นเรื่องอีก..เชื่อน้านะจ๊ะ”
พันทิญารับน้ำมาดื่มด้วยความหงุดหงิด ทันใดนั้นเสียงมือถือของพันทิญาก็ดังขึ้น พันทิญารีบวางแก้วน้ำแล้วหยิบมือถือขึ้นมากดดูหน้าจอ
“ยัยแพร” พันทิญากดรับสาย “ว่าไง....งั้นแค่นี้นะ”
วนิดาถาม “ยัยแพรว่าไง”
“ทุกอย่างเป็นไปตามแผน..พวกเราไปโรงพยาบาลได้เลยค่ะ”
วนิดายิ้มดีใจ

ชัยนอนหลับอยู่บนเตียงในห้องพัก บุญศรีนั่งปักผ้าอยู่ที่โซฟา สักพักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น บุญศรีเงยหน้าไปมองเห็นวนิดาเปิดประตูเข้ามา บุญศรีมองวนิดาด้วยความแปลกใจ
วนิดายิ้มแย้มพร้อมกับไหว้อย่างนอบน้อม “สวัสดีค่ะคุณพี่”
บุญศรีงง “เอ้อ..สวัสดีค่ะ”
“ฉันชื่อวนิดาเป็นน้าของยัยแพร...ทราบว่ายัยแพรทำให้ลูกชายคุณพี่เสียใจจนคนในครอบครัวคุณพี่ต้องเดือดร้อนเลยจะมาคุยด้วยน่ะค่ะ”
“เชิญนั่งก่อนจ้ะ”
วนิดาแกล้งทำเป็นเกรงใจ “คนป่วยหลับอยู่คุยกันในนี้เกรงว่าเสียงจะรบกวนจนเค้าตื่น..เราไปคุยกันที่ร้านกาแฟข้างล่างดีกว่านะคะ”
บุญศรีรับคำ “จ้ะ”
วนิดามองบุญศรีอย่างเหยียดๆ ด้วยความดูถูกที่เห็นว่าบุญศรีหลอกง่ายเหลือเกิน

วนิดากับบุญศรีเดินมาที่หน้าลิฟท์ วนิดากดลิฟท์แล้วหันมายิ้มหวานให้บุญศรี บุญศรียิ้มตอบ วนิดามองหาพันทิญา เธอเห็นพันทิญาแอบอยู่มุมหนึ่ง พันทิญาพยักหน้าอย่างรู้กันกับวนิดา แล้วประตูลิฟท์ก็เปิดออก
วนิดาผายมือให้บุญศรี “เชิญค่ะคุณพี่”
วนิดาประคองบุญศรีเข้าลิฟท์อย่างนอบน้อม พันทิญาออกจากที่ซ่อน
“ได้แหวนคืน..หวังว่าแกจะเลิกยุ่งกับชีวิตฉันซะทีนะ” พันทิญาพูดกับตัวเอง


พันทิญาเดินมาจนถึงหน้าห้องชัย เธอจับลูกบิดประตูกำลังจะเปิดเข้าไปแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงปรางแก้วทักขึ้น
“มาเยี่ยมพี่ชัยเหรอคะ”
พันทิญาหันไปเห็นปรางแก้วถือถุงกล่องข้าวอยู่เพราะลงไปซื้อข้าวให้บุญศรี
พันทิญาตอบสั้นๆ “ค่ะ”
“เชิญค่ะ”
ปรางแก้วจะเปิดประตูแต่พันทิญาห้ามไว้
“มะ ไม่เป็นไรค่ะ..เดี๋ยวฉันค่อยมาใหม่วันหลังดีกว่า”
ปรางแก้วงง “ทำไมละคะ”
“ฉัน ฉันเป็นพี่สาวยัยแพรค่ะ..ตั้งใจจะมาขอโทษคุณชัยแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าคุณภูผาอยากให้ยัยแพรมาขอโทษเอง..ไว้ฉันให้ยัยแพรมาเองดีกว่า..ขอบคุณนะคะ”
พันทิญาเดินออกไป ปรางแก้วมองตามอย่างงงๆ

ปรางแก้วเดินเข้ามาในห้อง เธอเห็นถาดอาหารคนป่วยวางอยู่ ชัยที่นอนหลับอยู่ค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้น
“แก้ว...แม่ไปไหน” ชัยถาม
“ไม่ทราบค่ะ..แก้วลงไปซื้อข้าวขึ้นมาก็ไม่เจอคุณป้าแล้ว”
“เมื่อเช้าบ่นๆว่าอยากทานขนมคงลงไปซื้อ”
“พี่ชัยทานข้าวเลยนะคะ เดี๋ยวจะได้ทานยา”
ชัยพยักหน้าแล้วยิ้มอ่อนโยน ปรางแก้วปรับเตียงคนไข้ให้ตั้งขึ้น
“ดูแลเอาใจใส่ทุกคนดีขนาดนี้ถ้าไอ้ภูมองข้ามแก้วก็ถือว่ามันตาบอด” ชัยพูด
ปรางแก้วยิ้มเขิน ชัยมองปรางแก้วแล้วยิ้มอ่อนโยน
“เมื่อกี๊แก้วเจอพี่สาวคุณแพรด้วยนะคะ..บอกว่าจะมาเยี่ยมพี่ชัยแต่จู่ๆก็เปลี่ยนใจบอกจะให้คุณแพรมาเยี่ยมเอง”
“เค้าคงรู้ว่าต่อให้ใครมาเยี่ยมแทนไอ้ภูก็ต้องไปพาคุณแพรมาหาพี่จนได้เลยเปลี่ยนใจ”
“คงรักคุณแพรมากนะคะ..ตอนพี่ภูไปหาคุณแพรที่ร้านก็รับหน้าแทนแล้วยังจะมาเยี่ยมพี่แทนคุณแพรอีก”
“คุณแพรเป็นคนดีพี่สาวเค้าก็คงดีเหมือนคุณแพรนั่นแหล่ะ” ชัยบอก
ชัยยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อพูดถึงแพรไหม ปรางแก้วมองชัยด้วยความสงสาร

บุญศรีนั่งในร้านกาแฟอย่างเจียมตัวพร้อมกับฟังวนิดาพูดถึงแพรไหม
“พ่อยัยแพรเจ้าชู้มากค่ะ ยัยแพรได้เลือดพ่อมาเต็มๆ เลยเปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่น..ฉันต้องขอโทษคุณพี่กับครอบครัวด้วยนะคะ” วนิดาใส่เป็นชุด
บุญศรีพยักหน้าแล้วพูดอย่างเกรงใจ
“ช่วยบอกหนูแพรด้วยนะคะว่าถ้าไม่รักก็อย่ายุ่งกับชัยอีกเลยฉันทนเห็นชัยเสียใจไม่ไหว..ใจมันจะขาดให้ได้”
“ได้ค่ะ..ฉันจะให้ยัยแพรรีบมาขอโทษคุณชัยนะคะ..เราสองครอบครัวจะได้ไม่มีปัญหาคาใจกัน”
บุญศรีมองวนิดาอย่างชื่นชม ทันใดนั้นเสียงมือถือของวนิดาก็ดังขึ้น
“ว่าไงจ๊ะพัน...” วนิดาตกใจ “อะไรนะ..จ้ะๆ..” วนิดาวางสายแล้งพูดกับบุญศรี “ฉันมีธุระด่วนขอตัวค่ะ”
วนิดาเดินออกไปอย่างรีบร้อน ส่วนบุญศรีมองวนิดาด้วยความชื่นชม

ทวีปกำลังนั่งรายงานความคืบหน้าคดีแสงมณีอยู่ในห้องผู้กำกับ
“องครักษ์ของเจ้าแสงมณีตายเพราะยาพิษที่อยู่ในมีด..ทางกองพิสูจน์หลักฐานกำลังหาแหล่งที่มาของยาพิษชนิดนี้อยู่ ..ส่วนองครักษ์ที่บาดเจ็บอาการสาหัสยังให้ปากคำไม่ได้ครับ”
“แล้วที่ตามดูเจ้าแสงฉายกับเจ้าแสงมณี มีอะไรคืบหน้าบ้างมั้ย” ผู้กำกับถาม
“ยังไม่มีเลยครับ”
“รีบสืบให้ได้ว่าคนร้ายเป็นใคร..เพราะถ้าเจ้าแสงฉายถึงตัวคนร้ายก่อนพื้นที่เราคงต้องทำคดีฆาตกรรมเพิ่มขึ้น”
ทวีปรับคำสั่ง “ครับผม!”

พิพัฒน์เดินหนีอยู่ในร้านเพชร โดยมีพิพิธเดินตาม
“นะเฮีย” พิพิธตื้อ
พิพัฒน์มองพิพิธอย่างรำคาญแล้วขยับหนีไปอีก พิพิธขยับตาม
“นะเฮีย”
พิพัฒน์ใจอ่อน “ก็ได้”
พิพิธดีใจมาก “ไปเดี๋ยวนี้เลยนะ...เจ้าแสงมณีได้ซึ้งใจที่พวกเราห่วงเค้าจนยอมปิดร้าน”
“วันนี้เฮียนัดคุณพันไปเยี่ยมเจ้าแสงมณีกับแกเดี๋ยวจะไปไม่ทันนัด..พรุ่งนี้ละกัน”
พิพิธถอนหายใจอย่างเซ็งๆ

แสงมณีเดินยิ้มเข้ามาในบ้านอย่างมีความสุข ดวงใจที่รออยู่รีบเดินเข้ามาหา
“ยิ้มแฉ่งเข้ามาอย่างนี้แสดงว่าคุณภูผายอมเป็นองครักษ์ให้คุณหญิงใช่มั้ยคะ” ดวงใจถาม
แสงมณีทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างอารมณ์ดี
“ค่ะ..” แสงมณีนิ่งคิด “แต่ถ้าอยากเจอเค้าหญิงก็ต้อง” แสงมณีมองดวงใจ “ออกจากบ้าน”
“ถึงจะได้คนเก่งอย่างคุณภูผามาเป็นองครักษ์แต่คุณหญิงก็ไม่ควรประมาท...ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าออกจากบ้านเลยนะคะ” ดวงใจเตือน
แสงมณีพูดอย่างร่าเริง “หญิงจำเป็นต้องเจอคุณภูผานี่คะ..พรุ่งนี้หญิงไปเที่ยวปางช้างดีกว่า”
“ดวงใจไม่ให้ไป”
แสงมณีกอดดวงใจแล้วอ้อน “ให้หญิงไปเถอะนะคะ ดวงใจคนสวยของหญิง”
“ไม่ต้องอ้อน ไม่ต้องยอเพราะคราวนี้ดวงใจไม่ใจอ่อน”
แสงมณีมองดวงใจแล้วคิดก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์
“ไปหาพี่ชายกันค่ะ”
แสงมณีดึงดวงใจออกไป

แสงฉายยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่หน้าบ้าน
“ฝ่ายบัญชีบอกว่าคุณจ่ายค่ามัดจำมาแล้ว 50 ล้าน..ไม่เกิน 3 วันแร่จากเชียงทวายจะส่งถึงบริษัทคุณ แล้วคุณก็จ่ายเงินที่เหลือมาแล้วกัน..สวัสดีครับ”
แสงฉายวางโทรศัพท์ แล้วหันไปเห็นแสงมณีดึงดวงใจเดินมา
“ลากมาอย่างนี้แสดงว่าน้องหญิงอยากทำอะไรสักอย่างแต่ดวงใจไม่ยอมเลยจะให้พี่ช่วยพูดใช่มั้ย” แสงฉายรู้ทัน
แสงมณีพูดอย่างร่าเริง “ไม่ใช่ค่ะ”
แสงฉายมองแสงมณีด้วยความแปลกใจ
“หญิงอยากไปเที่ยวปางช้างแต่ไปคนเดียวไม่สนุกเลยอยากชวนพี่ชายกับคุณแพรไปด้วย”
“ชวนคุณชายไปด้วยดวงใจจะได้ห้ามไม่ได้..ทำไมคุณหญิงเจ้าเล่ห์อย่างนี้คะ” ดวงใจพูด
แสงมณีตีหน้าซื่อ “ไม่ได้เจ้าเล่ห์ค่ะ..หญิงอยากให้พี่ชายกับคุณแพรไปด้วยจริงจริ๊ง”
แสงฉายยิ้มขำ “ดีเหมือนกัน...พาไปเที่ยวเผื่อคุณแพรจะมีความสุขมากกว่ากินข้าวช้อปปิ้ง”
แสงมณีดีใจมาก “พี่ชายไป..” แสงมณีหันไปถามดวงใจ “อย่างนี้หญิงก็ออกจากบ้านได้แล้วใช่มั้ยคะ”
ดวงใจไม่ตอบแต่ค้อนแสงมณีอย่างงอนๆ แสงฉายกับแสงมณีมองดวงใจแล้วหัวเราะขำ

ประตูห้องทำงานของแพรไหมถูกเปิดออกอย่างแรง พันทิญาเดินหน้าหงิกเข้ามาด้วยความหงุดหงิด วนิดาเดินตามมาอย่างหงุดหงิดไม่แพ้กัน ส่วนแพรไหมเดินตามเข้ามาอย่างตื่นเต้นแล้วปิดประตู
“พี่พันคุยกับคุณชัยเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยคะ” แพรไหมถาม
“คุยกะผีอะไรล่ะ...ยังไม่ทันจะเข้าไปยัยปรางแก้วอะไรนั่นก็โผล่มาซะก่อน” พันทิญาว่า
“น้องสาวคุณทวีปน่ะค่ะ” แพรไหมบอก
“ทำไมไม่บอกว่านอกจากแม่มันยังมีคนอื่นเฝ้าด้วย” พันทิญาถาม
“คุณแก้วเป็นพยาบาลอยู่ที่นั่นไม่ได้เฝ้าคุณชัยค่ะ..คงแวะมาหา”
“ดีนะที่ไม่เข้ามาตอนพี่คุยกับไอ้ชัยไม่งั้นยัยปรางแก้วคงรู้ความจริงแล้วโพนทะนาให้แม่ไอ้ชัย คุณภูผารู้ไปแล้วว่าคนที่หลอกคุณชัยคือพี่ ไม่ใช่แพร”
“น้ากับพันอุตส่าห์วางแผนกันแทบตายแต่ทุกอย่างต้องพังเพราะเราคนเดียว..ทำไมเราถึงไม่เช็คให้ดีก่อนที่จะให้น้ากับพันไปหานายชัย หา!!” วนิดาตวาด
แพรไหมจ๋อย “แพรไม่ทราบจริงๆ ค่ะ ว่าคุณแก้วจะมาหาคุณชัยตอนพี่พันไปพอดี”
“เราทำให้พันไม่ได้คุยกับนายชัย จะรับผิดชอบยังไงบอกมา” วนิดาถาม
“แพรจะช่วยคิดหาวิธีให้พี่พันไปเจอคุณชัยตามลำพังเองค่ะ” แพรไหมบอก
พันทิญากับวนิดามองแพรไหมอย่างไม่พอใจ แพรไหมมองพันทิญากับวนิดาอย่างรู้สึกผิด แล้วเธอก็ครุ่นคิดวางแผนให้พันทิญาได้เจอกับชัย

ภูผากับทวีปนั่งกินข้าวด้วยกันในร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ทวีปพูดด้วยความตื่นเต้น “เจ้าแสงฉายจ้างแกให้เป็นองครักษ์ของเจ้าแสงมณี”
“ไม่ต้องตื่นเต้นเพราะฉันจะคุ้มกันเจ้าแสงมณีอย่างเดียว ไม่ช่วยสืบคดีให้แก” ภูผารีบออกตัว
“อ้าวไอ้ภู..แล้งน้ำใจอย่างนี้กินคนเดียวไปเลย เสียเวลาที่จะกินเป็นเพื่อน”
ทวีปลุกขึ้นจากเก้าอี้
ภูผาขำ “ฉันไม่กล้าแล้งน้ำใจกับแกหรอก..แต่ที่ฉันไม่ช่วยเพราะจะให้แกไปสืบเอง”
“แกจะให้ฉันไปเป็นองครักษ์ดูแลเจ้าแสงมณีด้วย”
ภูผาพยักหน้า
“ขอบใจมากไอ้เพื่อนรัก..ไม่เสียแรงจริงๆที่เป็นเพื่อนรักกัน” ทวีปนั่งลงตักกับข้าวให้ภูผาอย่างเอาใจ “กินเยอะๆเลยเพื่อน..มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง”
ภูผามองทวีปอย่างขำๆ

แพรไหมกับปรางแก้วนั่งดื่มกาแฟด้วยกันอยู่ในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง
“ขอโทษนะคะที่รบกวนเวลาของคุณ” แพรไหมบอก
“นัดดื่มกาแฟกับเพื่อนไม่เรียกรบกวนหรอกค่ะ”
แพรไหมมองปรางแก้วอย่างซึ้งใจ “ฉันทำคุณเสียใจแท้ๆแต่คุณกลับเชื่อมั่นในตัวฉันรับฉันเป็นเพื่อน..ผิดกับบางคนดีด้วยแค่ไหนก็ยังมองว่าฉันเป็นคนไม่ดี”
“พี่ภูดื้อค่ะลองอคติกับใครแล้วยากที่จะเปลี่ยนความคิด..แต่เวลาจะพิสูจน์ตัวคุณสักวันพี่ภูผาจะรู้ค่ะว่าเข้าใจคุณผิด”
แพรไหมยิ้มให้ปรางแก้วอย่างอ่อนโยนแล้วเอ่ยปาก
“ที่ฉันนัดคุณออกมาเพราะอยากขอความช่วยเหลือค่ะ..ฉันอยากขอโทษคุณชัยแต่อยากคุยกับคุณชัยตามลำพัง”
“อยากคุยกับพี่ชัยตามลำพังนี่เองคุณถึงไม่ยอมไปหาพี่ชัยซะที” ปรางแก้วนิ่งคิด “พรุ่งนี้เที่ยงฉันจะชวนคุณป้าลงไปทานข้าวที่ห้องอาหารของโรงพยาบาล..คุณมีเวลาชั่วโมงนึงพอมั้ยคะ”
แพรไหมยิ้มอย่างดีใจ
จบตอนที่ 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...