xs
sm
md
lg

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ตอนที่ 9

เผยแพร่:

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ตอนที่ 9


ตะวันวาดเตะบอลกับเพื่อนๆอยู่ในโรงเรียน บอลหลุดออกไปนอกสนาม ตะวันวาดวิ่งมาจะเก็บบอล แต่น้อยหน่าเข้ามาเก็บลูกบอลไว้ เธอมองหน้าเขาแล้วเตะลูกบอลเปรี้ยง ลูกบอลลอยไปตกในสระน้ำของโรงเรียน ตะวันวาดอ้าปากหวอ เพื่อนๆก็อึ้งไปตามกัน

“ทำอะไรของเธอน่ะ”
น้อยหน่าผลักอกตะวันวาด
“นายยังไม่เลิกใช่มั้ย”
ตะวันวาดงงๆ
“เลิกอะไร”
“ก็พยายามจะให้พ่อฉันเป็นแฟนกับแม่นายน่ะ ฉันรู้นะเรื่องที่นายนัดให้พวกเขาไปกินข้าวกันน่ะ”
ตะวันวาดหน้าเสีย
“ก็...ถ้าเขาไม่คิดอะไรกัน เขาก็เป็นเพื่อนกัน ไปกินข้าวกันก็ไม่แปลกนี่ แต่ถ้าเขาชอบกันก็อีกเรื่อง ฉันไม่ได้บังคับอะไรซักหน่อย”
“ไม่ต้องมายุ่งกับพ่อของฉัน ถ้าอยากหาแฟนใหม่ให้แม่นายล่ะก็ ไปหาคนอื่น”
น้อยหน่าสะบัดหน้าเดินหนีไป ตะวันวาดจะเดินตามไป เพื่อนรีบดึงเสื้อไว้
“ไปเก็บบอลมาเลยไอ้ตะวัน”
“เออๆๆ”
ตะวันวาดไปหยิบไม้พยายามเขี่ยบอล เพื่อนๆคอยลุ้น น้อยหน่าที่เดินหน้าบูดมา พีทรีบตามมาประกบ
“น้อยหน่า เสาร์นี้ว่างมั้ย”
“มีอะไรเหรอพีท”
“เราตอบคำถามรายการวิทยุได้ตั๋วหนังมาสองใบ ไปดูกันมั้ย”
น้อยหน่าเงียบไป หันไปมองตะวันวาดเห็นเขามองมาพอดี
“ไปดิ”
“เยส”
พีทดีใจยิ้มเริงร่า เดินไปกับน้อยหน่า ตะวันวาดมองตามทั้งสองไปจนทำบอลหลุดมือตกน้ำอีกครั้งเพื่อนที่มองๆอยู่พูดขึ้น
“สงสัยไอ้พีทชวนน้อยหน่าไปดูหนังแหงๆ”
ตะวันวาดหันไปถาม
“รู้ได้ไงวะ”
“มุขหากินของมัน...ตอบคำถามรายการวิทยุได้ตั๋วหนังมาสองใบ ไปดูหนังกันมั้ยครับ...มันใช้มุขนี้ประจำแหละ”
เพื่อนอีกคนพูดต่อ
“แล้วรายการวิทยุของมันเนี่ย แจกแต่ตั๋วหนังรอบดึก เสร็จแล้วมันก็จะขับรถไปส่งแล้วก็ถือโอกาสจุ๊บๆ แล้วก็มาคุยอวดเขาไปทั่ว”
ตะวันวาดหน้าตื่น
“จริงเหรอวะ”
“ของแบบนี้คนที่รู้ว่าจริงไม่จริงก็มีมันกับผู้หญิงเท่านั้นแหละ”
ตะวันวาดหน้าเครียดทีนที


ค่ำนั้น...ปราบ นับดาว น้อยหน่า นั่งกินข้าวอยู่ด้วยกัน น้อยหน่าขออนุญาตไปดูหนัง ปราบมองลูกสาวอย่างแปลกใจ
“จะไปดูหนังกับเพื่อนพ่อไม่ว่า แต่ทำไมต้องไปดูรอบดึกขนาดนั้น”
“ก็รายการเขาให้ตั๋วหนังมาแบบนี้นี่คะ”
“พีทเป็นใคร พ่อไม่รู้จัก”
“เขาอยู่คนละห้องกับหน่า ในคลาสมีตั้งร้อยกว่าคน พ่อจะรู้จักหมดได้ไง”
“พ่อไม่ให้...”
ปราบจะปฏิเสธแต่นับดาวเตะหน้าแข้งเขาเต็มแรง ปราบหันขวับมองหน้า นับดาวทำหน้าเฉยแอบมองเขาส่งข้อความทางสายตา ปราบลังเลนิดหนึ่ง แล้วยอมเชื่อนับดาว
“ก็ได้...งั้นเดี๋ยวพ่อไปรับตอนหนังเลิกนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ พีทเขามีรถ เขาอาสาจะมาส่งหน่าที่บ้าน”
“แต่...”
นับดาวขยับขา ปราบรีบยกขาหลบ
“เอางั้นก็ได้ แต่ต้องเปิดมือถือไว้นะ พ่อจะโทรเข้าไปตอนหนังจบ”
“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
น้อยหน่ายิ้มให้ปราบ แล้วลุกจากโต๊ะ เดินเข้าห้องไป ปราบมองตามลูกสาวไป ก่อนจะหันมาพูดกับนับดาว
“ไอ้พีทมันเป็นใคร ทำไมผมต้องไว้ใจมัน หา...ไหนคุณพูดมาดิ๊”
“ไอ้พีทเป็นใครก็ช่างเถอะ แต่ที่คุณต้องไว้ใจน่ะคือลูกสาวคุณ”
“น้อยหน่ายังเป็นเด็ก จะไปรู้เรื่องอะไร ถ้าเกิดว่า...”
“น้อยหน่าโตแล้วค่ะ คุณต้องปล่อยให้เขาดูแลตัวเองบ้าง อย่างน้อยที่สุดคุณก็ต้องให้เขาเชื่ออย่างนั้น เขาจะได้มีความมั่นใจในตัวเอง”
“หมายความว่า...”
“ก็ถ้าคุณจะแอบตามไปดูโดยไม่ให้เขารู้ตัวล่ะก็ ฉันก็ไม่ว่า”
ปราบฟังแล้วยิ้มออก


ที่หน้าโรงภาพยนตร์มัลติเพล็กซ์ พีทกับน้อยหน่าเดินถือน้ำกับถังป๊อบคอร์นมาด้วยกัน น้อยหน่าหยิบมือถือออกมา
“เราโทรบอกพ่อก่อนนะว่าจะเข้าโรงแล้ว”
“เดี๋ยวออกมาค่อยโทรก็ได้ รีบเข้าเหอะ จะได้ดูหนังตัวอย่างด้วย”
น้อยหน่าเก็บมือถือ เดินผ่านที่เก็บตั๋วเข้าไปในโรงภาพยนตร์ ปราบกับนับดาวโผล่ออกมาจากที่ซ่อน
“คุณเห็นหน้ามันมั้ย ยัยหน่าไว้ใจมันเข้าไปได้ยังไง หน้าตามันอย่างกะหมาจิ้งจอก”
“ใจเย็นน่า อย่าเพิ่งรีบตัดสินคนจากภายนอกสิ”
ปราบกับนับดาวรีบเดินตามเข้าไป


น้อยหน่ากับพีทนั่งดูหนังด้วยกัน คนในโรงมีไม่เยอะนัก ปราบกับนับดาวจึงย่องเข้ามานั่งด้านหลังทั้งสองได้ พีทวางถังป๊อบคอร์นไว้ระหว่างเขากับน้อยหน่า น้อยหน่าดูหนังตลอด แต่พีทกลับคอยสังเกตน้อยหน่า พอเห็นเธอล้วงป๊อบคอร์นกิน ก็แกล้งยื่นมือจกลงไปด้วย ถือโอกาสจับมือ น้อยหน่าหันมามองพีท
“ขอโทษครับ”
น้อยหน่ายิ้ม ไม่ว่าอะไร ดูหนังต่อ พีทยิ้มได้ใจ ปราบอยู่ข้างหลัง ชะโงกหน้าดู เห็นเหตุการณ์ ปราบลุกขึ้นจะตบกบาลพีท นับดาวรีบดึงลงนั่งแล้วกระซิบ
“จะทำอะไร”
ปราบกระซิบตอบ
“จะตบกะโหลกมันน่ะดิ มันหลอกจับมือน้อยหน่า”
“เฉยไว้ก่อนได้มั้ย”
ปราบฮึดฮัด...พีทดูหนังไปสักพัก มือก็เริ่มเลื้อย ค่อยๆอ้อมไปแตะที่เบาะหลังของน้อยหน่า ปราบเม้มปาก หน้าตาเอาเรื่อง เกิดจินตนาการในใจ เขาล้วงกระเป๋าหยิบไฟแช็คขึ้นมา ปรับระดับไฟจนสุด จ้องไปที่มือพีท พอพีทเอื้อมมือโอบน้อยหน่า เขาก็จุดไฟเผามือเด็กหนุ่ม พีทร้องลั่น ดึงมือกลับมา ปราบขยุ้มผมพีทกระชากลงมาหน้าหงาย จ่อไฟแช็คที่หน้าพีทแล้วตะคอกลั่น
“เลิกยุ่งกับลูกสาวฉัน ไม่งั้นขนตาแกหงิกแน่ เข้าใจมั้ยไอ้กาจั๊วะ”

ปราบเม้มปาก หน้าตาเอาเรื่อง ล้วงกระเป๋าหยิบไฟแช็คขึ้นมา ปรับระดับไฟจนสุด จ้องไปที่มือพีท นับดาวมาจับมือไว้กระซิบบอก
“บอกให้อยู่เฉยๆ”
ปราบกระซิบตอบ
“แต่ว่ามัน...”
นับดาวดึงไฟแช็คจากมือปราบไปเก็บไว้ พีทโอบไหล่น้อยหน่า ปราบตาถลน แต่ก่อนที่ปราบจะทำอะไร น้อยหน่าก็ดึงไหล่หลบ ปัดมือออกหันมามองพีทหน้าดุๆ พีทจ๋อย รีบดึงมือกลับ
“เอ่อ เมื่อยมือน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”
น้อยหน่าจ้องหน้า
“อย่าทำอีกนะ”
“อื้อ ไม่มีอะไรจริงๆ”
น้อยหน่าดูหนังต่อ ปราบยิ้มแป้น ยกนิ้วโป้งให้ลูกสาวกระซิบกับตัวเอง
“เยี่ยมมากลูกพ่อ ต้องอย่างงี้สิ”
นับดาวคืนไฟแช็คให้
“เห็นมั้ย หัดไว้ใจลูกสาวตัวเองซะมั่ง”
ปราบพยักหน้า ยอมรับว่านับดาวเป็นฝ่ายถูก

เมื่อออกจากโรงหนัง น้อยหน่ากับพีทเดินออกมาจากตัวห้างเข้าสู่ที่จอดรถ น้อยหน่าจะโทรหาปราบ พีทรีบบอก
“ในนี้สัญญาณไม่ค่อยดี ผมเคยโทรแล้ว คุยไม่รู้เรื่องเลย รอออกไปแล้วค่อยโทรดีกว่าครับ”
น้อยหน่าพยักหน้า พีทพาน้อยหน่าเดินไปขึ้นรถของเขาที่จอดอยู่ด้านหนึ่ง ปราบกับนับดาวตามออกมา แอบมองตามไป
“ขึ้นรถเร็ว เดี๋ยวไม่ทัน”
นับดาวกับปราบมาที่รถที่จอดในซอง แต่มีรถคันอื่นจอดขวางอยู่ ปราบเข้าไปเข็นรถที่จอดขวางปรากฏว่ารถที่จอดขวางเข้าเกียร์ไว้
“เฮ้ย จอดรถประสาอะไรวะ”
“เดี๋ยวฉันไปเรียกยามให้”
ปราบพยักหน้า ขณะชะเง้อดูพีทกับน้อยหน่า ทั้งสองขึ้นไปบนรถแล้ว พีทติดเครื่อง แล้วขับรถออกมา ปราบรีบก้มหลบ มองตามไปด้วยความร้อนใจ นับดาวตามยามมา ยามลากที่ลากรถมาด้วยท่าทางเย็นใจ ปราบรีบวิ่งไปดึงมา
“เร็วๆหน่อยครับ ลูกสาวผมอยู่ในอันตราย”
ยามตกใจ
“หา ลูกสาวพี่อยู่ในอันตรายเหรอครับ ครับๆๆ”
ยามรีบช่วยปราบจัดการยึดที่ลากรถกับรถที่จอดขวาง นับดาวมองปราบขำๆ
“เป็นเอามากจริงๆ”


ริมถนน เยื้องๆหน้าห้าง มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งจอดซุ่มอยู่ คนขับสวมหมวกกันน็อคไม่เห็นหน้า คนขับจับตามองไปที่ประตูทางออกจากที่จอดรถของห้าง รถของพีทวิ่งออกมา เลี้ยวออกวิ่งไปตามถนนใหญ่ คนขับมอเตอร์ไซค์สตาร์ทเครื่อง ขับตามไปทันที
โปรดติดตามตอนต่อไป
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ตอนที่ 9


พีทจอดรถเข้าข้างทาง น้อยหน่าถามขึ้นอย่างสงสัย
“จอดรถทำไม”
“สงสัยรถเสีย เป็นอะไรไม่รู้”
น้อยหน่ามองพีท เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“เดี๋ยวเราโทรตามพ่อมาช่วยดูให้”
“อือ เอาดิ เผื่อพ่อเธอจะช่วยได้”
น้อยหน่าโทรออกแต่ไม่มีสัญญาณ พีทแอบยิ้มเจ้าเล่ห์
“ตรงนี้ไม่มีสัญญาณน่ะ”
“เหรอ ว้า แย่จัง”
พีทเอื้อมมือโอบตัว น้อยหน่ากระเถิบหนี
“เธอจะทำอะไรน่ะ”
“เราจะล็อคประตูรถให้ จอดที่เปลี่ยวๆแบบนี้มันอันตรายนะ ไม่เคยอ่านข่าวเหรอ”
พีทกดปุ่มล็อคประตูฝั่งน้อยหน่า น้อยหน่าเกร็งตัวถอยหนี ใบหน้าเขาอยู่ใกล้เธอมาก
“น้อยหน่า...เธอรู้ตัวมั้ยว่าเธอสวยน่ารักมาก...เราชอบเธอ”
“ขอบใจ”
พีทยื่นหน้ามาจะจูบ น้อยหน่าผลักออกไปอย่างแรง
“ไปไกลๆเลยไป เลิกคิดได้เลย ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น”
พีทมองน้อยหน่าอย่างประสงค์ร้าย!

ปราบขับรถออกมา ถึงถนนใหญ่ก็จอดรถ
“หายไปไหนแล้วเนี่ย”
“น่าไปทางที่ไปไร่นั่นแหละ”
“แต่มันไปได้สองทาง”
“งั้นลองไปทางที่เปลี่ยวกว่าแล้วกัน”
ปราบเลี้ยวเข้าถนนใหญ่ ไปคนละทางกับพีท

พีทยังอยู่อยู่ในรถกับน้อยหน่า
“รถเสียจริงรึเปล่า ให้ฉันลองขับดูดิ๊” น้อยหน้าบอกอย่างไม่สบายใจ
“บอกเสียก็เสียสิ”
น้อยหน่ามองหน้า
“พีท ฉันไว้ใจนายนะ อย่าทำแบบนี้น่า”
“ก็ได้ แต่เธอต้องให้ฉันจูบก่อน”
น้อยหน่าตะลึง
“อะไรนะ”
“แค่ขอจูบนิดเดียวเองจะตกใจทำไม หรือว่า...ตะวันวาดมันยังไม่เคยจูบเธอ”
น้อยหน่าไม่พอใจ
“เขาไม่ทำอะไรทุเรศๆแบบเธอหรอก...ขับไปส่งฉันที่บ้านเดี๋ยวนี้”
พีทไม่สน
“ไม่...จนกว่าเธอจะให้ฉันจูบ ถ้าไม่งั้น ก็เชิญลงจากรถเดินกลับบ้านเอง กว่าจะมีสัญญาณมือ
ถือก็อีก 3 กิโลเอง เดินเล่นๆซักชั่วโมงถึง แต่ก่อนหน้านั้นฉันไม่รับประกันนะว่า เธอจะเจอพวกแก๊งค์เด็กนรกหรือเปล่า เคยได้ยินใช่มั้ย พวกลูกคนใหญ่คนโตขับรถตู้ตระเวนหาเหยื่อ พวกเด็กผู้หญิงที่เดินคนเดียว มันจะจอดรถประกบแล้วฉุดขึ้นรถหายไปทั้งคืน พอเช้ามาก็เป็นศพไปแล้ว...ถ้าไม่กลัวก็ลงไปดิ”
น้อยหน่ามองพีทอย่างเกลียดชัง
“เธอเลวมาก”
พีทยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ
“ว่าไงล่ะ จะให้ฉันจูบมั้ย”
น้อยหน่าถอนใจ
“เธอหลับตาก่อน”
พีทยิ้ม หลับตา ยื่นปากเข้ามา น้อยหน่ากำหมัด ง้างแล้วต่อยตู้ม พีทร้องลั่น
“โอ๊ย”
น้อยหน่าจะเปิดประตูหนี แต่เปิดไม่ออก ประตูโดนล็อคจากฝั่งพีท
“เปิดไม่ออกหรอก กล้าต่อยหน้าฉัน เธอโดนจัดหนักแน่น้อยหน่า”
น้อยหน่าชกอีก พีทกำหมัดน้อยหน่า จับแขนบิด น้อยหน่าร้องลั่น
“ปล่อยนะ ปล่อย”
“เสร็จฉันล่ะ”
พีทยื่นหน้ามาจะจูบ ทันใดนั้นมีเสียงตึง รถสะเทือนไปทั้งคัน พีทหันไป เห็นมอเตอร์ไซค์มาชนท้าย
“อะไรวะ”
พีทรีบลงจากรถ ชี้หน้าด่าคนขับมอเตอร์ไส่ซึ่งใส่หมวกกันน็อค
“ขับรถยังไงของแกวะ”
น้อยหน่าถือโอกาสนั้นรีบลงจากรถ
“ช่วยด้วยค่ะๆ”
พีทหันไปหาน้อยหน่า
“กลับขึ้นรถไป...”
พีทยังพูดไม่จบ คนขับมอเตอร์ไซค์ก็ต่อยหน้าพีทโครม พีทร่วงลงไปกอง คนขับมอเตอร์ไซน์รีบบอกน้อยหน่า
“ขึ้นรถเร็ว”
น้อยหน่าลังเลวูบหนึ่ง ก่อนจะวิ่งกลับไปที่รถพีท ดึงกุญแจรถออกวิ่งมาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ พีทลุกขึ้นมาได้
“เฮ้ย หยุดนะ เดี๋ยวก่อนเอากุญแจรถฉันมา”
พีทวิ่งตามมา น้อยหน่าตะโกนตอบ
“เรื่องอะไรอยากได้ก็ไปเก็บเอาเอง”
น้อยหน่าโยนกุญแจรถเข้าป่าข้างทาง
“บ้าเอ๊ย ทำงี้ได้ไงวะ”
พีทจะวิ่งเข้าไปพงหญ้าข้างทางหากุญแจ รถมอเตอร์ไซลค์จอด น้อยหน่าตะโกนมาดังลั่น
“ระวังงูกัดนะพีท”
พีทชะงักไม่กล้าเข้าไป น้อยหน่าหัวเราะเยาะเย้ย มอเตอร์ไซค์ขับออกไป


น้อยหน่าชี้บอกทาง คนขับขับมอเตอร์ไซค์มาส่งที่หน้าบ้านปราบ น้อยหน่าลงจากรถ
“ขอบใจนะตะวันวาด”
ตะวันวาดเป็นคนขับมอเตอร์ไซน์ชะงัก ถอดหมวกกันน็อคออก
“รู้ได้ไงว่าเป็นฉัน”
“ก็ใครจะเป็นห่วงฉันขนาดขับมอเตอร์ไซค์ตามประกบรถนายพีทแบบนี้ล่ะ ก็มีแต่นายคนเดียว”
“ฉลาดซะทุกเรื่องนะเธอนี่”
“แต่ก็ไง่ที่หลงไปไว้ใจนายพีท...ฉันเห็นนายตั้งแต่ตอนขับออกมาจากห้างแล้ว...ขอบใจมากนะ”
ตะวันวาดยิ้มเขินๆ แล้วโดยไม่รู้ตัว น้อยหน่าก็จุ๊บที่แก้ม ตะวันวาดตะลึงลาน น้อยหน่ารีบวิ่งเข้าบ้านไป ตะวันวาดจับแก้มตัวเองยิ้มๆ


ถนนเปลี่ยวและมืดมาก...ปราบขับรถมา สองคนช่วยกันมองตามริมถนน
“เห็นอะไรผิดปกติบ้างมั้ยครับ”
นับดาวเพ่งมอง
“ไม่มีเลยค่ะ เราอาจจะมาผิดทาง หรือไม่ก็นายพีทก็พาน้อยหน่าไปส่งที่บ้านอย่างเรียบร้อย”
ปราบเงียบไป ระหว่างนั้นก็เกิดเสียงปัง รถเป๋ ปราบรีบประคองรถเข้าไหล่ทาง หยุดรถ ลงจากรถไปดู
“ยางแตก”
“มียางอะไหล่มั้ย”
“มี”
ปราบเปิดท้ายรถ จะหยิบยางอะไหล่ ทันใดนั้นมือถือดังขึ้น ปราบเห็นเบอร์โทรเข้าก็รีบรับสาย
“น้อยหน่าอยู่ไหนลูก...เหรอ ปลอดภัยดีใช่ไหม...พ่อเหรอ...เอ่อ ออกมาทำธุระกับคุณดาวนิดหน่อยจ้ะ กำลังจะกลับจ้ะ...ได้จ้ะ”
ปราบวางสาย หันมาบอกนับดาว
“น้อยหน่าอยู่บ้านแล้ว ปลอดภัยดี แต่เขาบอกมีอะไรจะเล่าให้ผมฟัง”
“โล่งอกไป คุณรีบเปลี่ยนยางเถอะ แถวนี้เปลี่ยวๆดูไม่น่าไว้วางใจยังไงก็ไม่รู้”
“นี่ จะบอกว่าผมไม่น่าไว้ใจใช่มั้ย”
“เปล่า อย่ามาหาเรื่องกันสิ ถนนมันเปลี่ยวจริงๆนี่นา รีบๆเปลี่ยนยางเถอะ”
ปราบหัวเราะ หยิบยางมาเปลี่ยน รถตู้คันหนึ่งวิ่งมาแต่ไกล ในรถตู้เป็นแก๊งค์เด็กนรก
“เฮ้ย...เห็นยัยนั่นมั้ย สวยชะมัดเลยว่ะ”
“เป๊กกูเลย เตรียมพร้อมโว้ยพวกเรา ได้เหยื่อแล้วโว้ย”
วัยรุ่นจอดรถเอี๊ยด ประตูเปิด พวกเด็กนรกในรถรวมทั้งหมด 5 คนกรูลงมา วัยรุ่นสองคนเข้าไปหาปราบ ไม่พูดพล่ามทำเพลง ถือไม้เบสบอลหวดใส่ทันที ปราบไม่ทันตั้งตัว โดนรุมฟาดลงไปกอง ขณะที่อีกสามคนเข้าไปล็อคตัวนับดาว นับดาวถีบเท้าดิ้น แต่สู้แรงพวกมันไม่ได้ โดนอุ้มขึ้นรถ
“ปล่อยฉันนะ ปล่อย...ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
“ได้แล้ว ไปโว๊ย”
วัยรุ่นที่เป็นคนขับรีบวิ่งขึ้นรถ สตาร์ทเครื่อง วัยรุ่นอีกคน ง้างเท้าจะเตะปราบก่อนอำลา ปราบจับข้อเท้ามันทัน กระชากอย่างแรง มันร้องลั่น หงายหลังหัวกระแทกพื้นน็อคไป เพื่อนของมันตกใจ
“เอาไงดีวะ”
วัยรุนที่เป็นคนขับรีบบอก
“ช่างมันเหอะ ปิดประตูเร็ว”
วัยรุ่นจะปิดประตูรถ ปราบยื่นไม้เบสบอลแหย่ไว้ก่อน จิกหัวมันออกมายกเข่าสวนออกไปกระแทกหน้า วัยรุ่นคนนั้นน็อค กลิ้งลงมาสลบเหมือด วัยรุ่นอีก 3 คนเลยกรูลงมาพร้อมอาวุธครบมือ รุมฟาด ปราบจัดการไปได้อีก 1 แต่เขาก็โดนฟาดจังๆเหมือนกัน ปราบจัดการกับวัยรุ่นได้อีกคน เหลืออีกคนตัวต่อตัว แต่ปราบบาดเจ็บง่อนแง่น วัยรุ่นคนสุดท้ายเงื้อไม้จะฟาด แต่นับดาวย่องมา หยิบประแจไขน็อตล้อฟาดเปรี้ยงซะก่อน มันล้มลงกับพื้น ปราบล้มลง นับดาวรีบคุกเข่าเข้ามาดู
“คุณปราบ คุณเป็นอะไรมั้ยอ่ะ”
“ยังไหวครับ คุณดาวปลอดภัยดีนะ”
“ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ...คุณปราบ...”
นับดาวจับหน้าปราบที่โดนทำร้ายดูด้วยความเป็นห่วง ปราบยิ้ม
“ระวัง...”


โปรดติตตามตอนต่อไป
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ตอนที่ 9


ปราบยื่นมือออกไป เหมือนจะกอดนับดาว แต่ความจริง มีวัยรุ่นคนหนึ่งยังไม่สลบ ย่องมา เงื้อไม้เบสบอลจะฟาดนับดาว ปราบจึงยื่นมือออกไปกันไม้เบสบอลที่ฟาดลงมา แล้วเตะขาไอ้นรกคนนั้นจนมันเสียหลักล้มลง
“ยันขาออกไปเต็มแรงเลยครับ”
นับดาวยกขา วัยรุ่นคนยนั้นก้มมอง เจอส้นเข็มของนับดาว จ่อหน้ามัน
“อย่า...”
นับดาวยันลูกหลังเปรี้ยง มันโดนส้นเข็มกระแทกกลางหน้า หงายหลังเงียบกริบใบหน้าของปราบกับนับดาวอยู่แทบชิดติดกัน แขนสองข้างของปราบยังกอดนับดาวไว้
“โดนมั้ยคะ”
“เป๊ะเลยครับ คุณดาวเก่งมากครับ”
ปราบกับนับดาวมองตากัน
“ขอบคุณมากนะคะ”
ปราบยิ้มให้
“เจ็บมั้ยคะ”
“คงไม่เจ็บเลยนะโดนซะขนาดนี้”
นับดาวถลึงตาที่เขากวน
“แต่ยังไงก็ขอบคุณนะ เพิ่งเห็นว่าส้นสูงคุณมีประโยชน์ก็วันนี้เอง”
หญิงสาวมองชายหนุ่มที่ไม่ยอมคลายกอดสักที สองคนมองตากัน


วันใหม่...น้อยหน่าเดินเข้ามาในโรงเรียน พวกนักเรียนหลายคนมองมาที่เธอ ด้วยสายตาชื่นชม ตะวันวาดเข้ามาหา ถือหนังสือพิมพ์เข้ามาโชว์น้อยหน่า
“เห็นหนังสือพิมพ์เช้านี้รึยัง”
ตะวันวาดชี้ไปที่หนังสือพิมพ์ มีรูปปราบกำลังให้พยาบาลทำแผลที่โรงพยาบาล มีพาดหัวย่อยว่า "แก๊งค์นรกโดนพลเมืองดีสอยร่วงทั้งแก๊งค์"
“เห็นแล้ว”
“อาปราบเท่ระเบิดเลย”
“แน่น้อน พ่อฉันเก่งที่สุด”
น้อยหน่าหันไปเห็นพีทนั่งอยู่คนเดียว พอพีทเห็นหน้าน้อยหน่าก็หลบหน้าทันที ลุกจะเดินหนี น้อยหน่าเดินตามไป
“เดี๋ยวก่อน นายพีท”
“ว่าไงเหรอน้อยหน่า”
“ฉันเล่าเรื่องเมื่อคืนให้พ่อฟังแล้ว”
พีทหน้าซีดทันที
“คือว่า...ฉันอธิบายได้นะ...แบบว่า...”
พีทหมดฟอร์ม ยกมือไหว้น้อยหน่า
“น้อยหน่า...ฉันขอโทษ เธอช่วยไปบอกพ่อเธออย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันผิดไปแล้ว ฉันจะไม่ทำ
อะไรอย่างนี้อีก”
“ความจริงพ่อฉันโกรธมาก จะมาหาเธอวันนี้ด้วยซ้ำ”
พีทหน้าแหย
“แต่เอาเหอะ ฉันกลัวเธอจะโดนพ่อฉันฆ่าเหมือนกัน...ฉันจะบอกพ่อว่าเธอสำนึกผิดแล้ว รับปากว่าจะไม่ทำอีก แต่ถ้ารู้ว่าเธอทำแบบนี้กับเด็กคนอื่นอีก รับรองเธอเจ็บตัวอย่างไอ้พวกนี้แน่ๆ เผลอๆจะหนักกว่าอีก
น้อยหน่าชี้รูปแก๊งค์นรกในหนังสือพิมพ์เป็นรูป แก๊งค์นรกนอนปางตายบนพื้นถนน ข้างๆรูปปราบทำแผล พีทพยักหน้าถี่
“ได้ๆๆ ฉันรับปาก ไม่ทำอีกแล้ว ฉันไปก่อนนะ สวัสดีครับ”
พีทเผลอยกมือไหว้น้อยหน่า แล้วรีบเดินออกไป น้อยหน่ากับตะวันวาดมองตามไป หัวเราะกัน


ปราบซึ่งมีผ้าพันแผลที่แขน แต่ไม่ได้เข้าเฝือก กำลังจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ ป้ายวงเดินเข้ามา
“คุณปราบคะ มีคนมาหาค่ะ...ผู้หญิง ซ้วยสวย”
ปราบชะงัก
“ใครครับ”
“เขาบอกเขาชื่อเอมี่ค่ะ เป็นเพื่อนคุณนับดาว”
ปราบนิ่งไปอย่างแปลกใจ


นับดาวเดินเข้ามาในคลินิกปราบสัตวแพทย์ ขณะที่แก้วทำงานอยู่หันมาเห็น
“สวัสดีค่ะพี่ดาว”
“หวัดดีจ้ะแก้ว คุณปราบให้พี่มาเอายาของเฉาก๊วยน่ะ”
“พี่ปราบยังไม่หายเหรอคะ”
“ยังฟกช้ำดำเขียวอยู่เลย”
แก้วจัดยาให้
“งวดนี้ยาหมดเร็วจัง เฉาก๊วยแย่ลงรึเปล่าคะ”
“พี่ดูไม่ออกหรอก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันป่วย”
“เฉาก๊วยมันม้าขี้โรคน่ะค่ะ ดีที่อยู่ในมือพี่ปราบ เลยยังแข็งแรงอยู่...แต่เห็นหลังๆนี่พี่ปราบเริ่ม
ออกอาการหนักใจเหมือนกัน”
นับดาวใจหาย
“เฉาก๊วยจะเป็นอะไรเหรอ”
“แก้วไม่รู้เหมือนกันค่ะ ต้องไปถามพี่ปราบค่ะ” แก้วบอกอบ่างไม่สบายใจ


ปราบเดินออกมา เอมี่ที่รออยู่ยิ้มแย้ม
“สวัสดีค่ะ คุณปราบใช่มั้ยคะ ฉันเอมี่เพื่อนนับดาวค่ะ”
“สวัสดีครับ คุณนับดาวไม่อยู่ เข้าไปทำธุระในเมืองน่ะครับ”
“ว้า เสียดายจัง”
“คุณเอมี่รอสักครู่ก็ได้ครับ เดี๋ยวเขาก็กลับมา”
“เอางั้นก็ได้ค่ะ...ปกติดาวเขาพักที่ไหนเหรอคะ”
“ที่นี่แหละครับ”
“อ๋อ แล้วคุณปราบล่ะคะ”
“ผมก็พักอยู่นี่เหมือนกัน นี่บ้านผมครับ”
“อ๋อ ค่ะ”
เอมี่ยิ้มให้ ปราบยิ้มตอบตามมารยาท เขาดูนาฬิกาข้อมือ
“ผมขอตัวก่อนนะครับ เชิญคุณตามสบาย”
ปราบเดินสวนกับป้ายวงที่เอากาแฟมาเสิร์ฟ
“ป้าฝากดูแลคุณเขาด้วยนะครับ”
“ค่ะ”
ป้ายวงวางแก้วน้ำและกาแฟให้เอมี่
“ขอบคุณค่ะป้า อุ๊ย...กาแฟหอมจัง แหม เอมี่อิจฉานับดาวจังได้มาอยู่แถวนี้ อากาศก็สดชื่น วิวก็สวย แถมในบ้านก็มีแต่คนดี อย่างคุณปราบ หรืออย่างป้าเนี่ย ก็ดูเป็นคนใจดี๊ใจดี”
ป้ายวงยิ้มแก้มปริ
“ค่ะคนที่นี่ก็เป็นอย่างงี้ทั้งนั้นแหละค่ะ”
“ท่าทางป้าจะสนิทกับนับดาวนะคะ”
“สนิทซีคะ คุณดาวเขาน่ารัก มีเสน่ห์ เหมือนคุณเลย”
“ขอบคุณค่ะ งั้นเอมี่ถามอะไรหน่อยสิคะ”
“เชิญถามได้เลยค่ะ” ป้ายวงยิ้มแย้ม พร้อมที่จะตอบทุกอย่าง


เอมี่ยืนอยู่นอกบ้าน มองออกไปที่ทุ่งหญ้าโล่งกว้าง ปราบจูงเฉาก๊วยฝึกเดินตีวง ดูเท่และมีเสน่ห์ คำพูดของป้ายวงดังในความคิดของเธอ
‘…คุณดาวกับคุณปราบน่ะเหรอคะ ทะเลาะกันประจำแหละค่ะ จะตีกันตายตั้งหลายครั้ง แต่ยังไงไม่รู้ ทะเลาะกันเสร็จก็ดีกัน ออกไปนั่งเล่นคุยกัน ดูดาวกัน เสร็จแล้วแป๊บๆก็ทะเลาะกันอีกแล้ว’
‘ถึงขั้นลงไม้ลงมือกันไหมคะ’
‘ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ อย่างมากคุณปราบก็อุ้มคุณดาวไปโยนใส่เล้าหมูแค่นั้นเอง...แต่จะว่าไปก็แปลกนะคะ ปกติคุณปราบเขาไม่ใช่คนแบบนั้น เขาออกจะสุภาพ แต่กับคุณดาวน่ะ ดูเขาจะใจร้ายกว่าปกติ’
‘อุ๊ย จริงเหรอคะ แต่ปกติยัยดาวเขาไม่ใช่คนยอมคนนี่คะ’
‘ถึงว่าสิคะ ถ้าเป็นป้าโดนแบบนั้น ป้าไม่อยู่แล้วล่ะค่ะ...ป้าว่าจริงๆแล้วคุณดาวเขาก็ชอบนะคะ’
เอมี่กระซิบ
‘ชอบอะไรคะ’
ป้ายวงกระซิบตอบ
‘ชอบคุณปราบน่ะสิคะ’
เอมี่มองปราบอย่างมีแผนการบางอย่าง



ค่ำนั้น...นับดาวกลับเข้ามาที่บ้าน ถือถุงยามาด้วย
“คุณปราบ ฉันเอายามาให้แล้วนะ”
ไม่มีเสียงตอบ สักพักป้ายวงก็เดินออกมา
“คุณปราบอยู่ไหนคะป้า”
“ไม่อยู่หรอกค่ะ อ้าว เขาไปหาคุณดาวไม่ใช่เหรอคะ”
“หาดาวที่ไหนคะ ดาวไม่เห็นรู้เรื่องเลย”
“เขาไปกับคุณเอมี่น่ะค่ะ”
นับดาวชะงัก
“เอมี่”
“ค่ะ เพื่อนคุณไงคะ”
“ยัยเอมี่มาที่นี่เหรอคะ”
“ค่ะ มาได้สักพักก็ชวนคุณปราบออกไป บอกจะออกไปหาคุณน่ะค่ะ”
นับดาวขมวดคิ้ว
“ยัยเอมี่ต้องมีแผนอะไรแน่ๆ”
ขณะเดียวกันนั้น มือถือนับดาวดังขึ้น เธอดูชื่อ ขึ้นชื่อเอมี่ นับดาวรับสาย
“จะเอายังไงเอมี่”
“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ แค่โทรมาทักทาย เสียดาย อุตส่าห์มาหาแต่ไม่เจอเพื่อน ฉันกลัวหลงทางน่ะก็เลยชวนคุณปราบมาด้วย ตอนนี้ฉันอยู่กับคุณปราบที่ปั๊มน้ำมันก่อนทางแยก กำลังจะเข้าไปซื้อน้ำให้เขากิน ว่าจะใส่ยาปลุกนิ้งหน่องลงไปด้วย”
นับดาวอึ้งไป
“ใส่ยาปลุก...เธอจะทำอะไรของเธอ”
“พอดีหิวน่ะ อยากจะหาผู้ชายล่ำๆหม่ำซักคน...อุ๊ยๆๆ แค่นี้ก่อนนะ หายหน้าไปนาน เดี๋ยวไก่ตื่น
เอมี่วางสาย”
“ดะๆ เดี๋ยว เอมี่...ยัยเอมี่...”
นับดาวรีบกดโทรหาปราบ
“อย่าเพิ่งกินน้ำยัยนั่นนะคุณปราบ”
เสียงมือถือปราบดังใกล้ๆตัว นับดาวหันไปเห็นมือถือของเขาวางอยู่
“เฮ้อ ตาบ๊องเอ๊ย”
นับดาวรีบวิ่งออกไปจากบ้าน ขับรถออกไปอย่างแรงอย่างร้อนใจ
 
โปรดติดตามตอนต่อไป
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ตอนที่ 9


เอมี่เดินมาขึ้นรถของเธอ ปราบนั่งข้างๆ เอมี่ส่งขวดน้ำใส่หลอดมาให้
“น้ำค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
ปราบรับมา แต่ยังไม่ได้กิน
“ดีนะคะเนี่ยที่คุณปราบใจดีนั่งมาเป็นเพื่อนด้วย ไม่งั้นเอมี่ไม่กล้าขับไปไหนมาไหนคนเดียวแบบนี้หรอกค่ะ เอมี่ขี้กลัวน่ะค่ะ”
เอมี่จับมือ ปราบค่อยๆดึงมือกลับ
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ผมไม่ได้ช่วยอะไรมาก”
“มือคุณปราบอุ่นดีจังเลยค่ะ แต่ขาเอมี่สิคะเย้นเย็น เย็นจนหนาวเลย จับดูสิคะ”
เอมี่จับมือเขามาวางบนขาอ่อนเธอ ชายหนุ่มสะดุ้ง รีบดึงมือกลับ เอมี่มองแบบไม่พอใจ
“ก็ไม่เย็นเท่าไหร่นี่ครับ แหะๆ...คุณดาวเขานัดคุณเอมี่ในเมืองไม่ใช่เหรอครับ รีบไปเถอะครับ เดี๋ยวเขาจะรอนาน”
“ท่าทางจะไม่นานหรอกค่ะ”
เอมี่มองออกไปนอกปั๊ม ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ ปราบไม่มีอะไรทำเลยกินน้ำที่เอมี่เอามาให้ เอมี่แอบชำเลืองมองยิ้มเล็กน้อย แล้วสตาร์ทเครื่อง
“เราไปกันเถอะค่ะ”
“ครับ”
เอมี่กำลังจะถอยรถออก นับดาวขับรถมาจอดจ่อขวางข้างหน้า เปิดประตูลงมาจากรถ เอมี่ลงจากรถ หัวเราะเสียงใส
“มาเร็วกว่าที่คิดนะยัยดาว”
นับดาวไม่สนใจมองมาที่ปราบที่กำลังลงจากรถ
“อ้าว พวกคุณนัดเจอกันที่นี่เองเหรอครับ”
นับดาวดูขวดน้ำในมือปราบ
“โห กินเข้าไปตั้งเยอะ”
ปราบงง นับดาวเข้ามาบีบปากเอานิ้วแหย่เข้าไป
“อ้วกออกมา”
“เฮ้ย ทำอะไรของคุณ”
ปราบสะบัดหน้าหลบ เอมี่รีบเสนอ
“เอางี้ละกันดาว เดี๋ยวเราไปหาข้าวกินในเมืองนะ เธอขับนำไปเลย เดี๋ยวฉันกับคุณปราบจะ
ตามไป”
“ไม่...” นับดาวหันไปหาปราบ “คุณปราบ มาขึ้นรถฉันดีกว่าค่ะ เราขับไปที่ร้านแล้วให้ยัยเอมี่ตัวแสบ เอ๊ย เอมี่แสนหวานขับตามเราไปละกัน”
“ยังไงก็ได้ครับ แล้วแต่พวกคุณ”
“งั้นคุณมาขึ้นรถเอมี่ดีกว่าค่ะ”
เอมี่จับแขนปราบจะพามาที่รถเธอ นับดาวจับแขนอีกข้างของเขากระชากกลับไป
“ไม่ ไปรถฉันดีกว่า”
“ผมว่าคุณเอมี่เขาเป็นแขกของเรา ให้ผมนั่งไปกับคุณเอมี่...เฮ้ย...”
นับดาวเปิดประตู กระชากเขาเข้ามาผลักเข้าไปนั่ง หัวปราบโขกขอบประตูรถดังโป๊ก เขาร้องลั่น นับดาวไม่สนใจ ปิดประตู
“ขับตามมาละกันนะจ๊ะ”
“ขับช้าๆนะจ๊ะ ขับเร็วเดี๋ยวเอมี่ตามไม่ทัน”
“ได้สิจ๊ะ” นับดาวยิ้มเยาะ


รถนับดาวกับรถเอมี่แข่งกันมาบนถนนหลวง นับดาวเหยียบมิด เอมี่ก็ตามจี้ นับดาวมองกระจกหลัง เห็นเอมี่ตามมา ก็หักเลี้ยวกะทันหันที่สี่แยก เอมี่เลี้ยวตามติด ปราบตกใจหน้าตื่น
“เฮ้ยๆๆ ช้าๆก็ได้คุณดาว คุณจะรีบไปไหน”
“คุณอยู่เฉยๆเลย กินน้ำเข้าไปเยอะๆ มันจะได้เจือจางฤทธิ์ยา ถ้าเกิดยาออกฤทธิ์ตอนนี้ล่ะก็ฉันซวยแน่ๆ...บอกให้กินน้ำเข้าไปเยอะๆไง”
ปราบงงๆ
“อะไรของคุณเนี่ย ก็ได้ๆ กำลังหิวน้ำอยู่ ปราบยกขวดน้ำซดอั้กๆๆ”
นับดาวนึกได้
“เดี๋ยวๆๆๆ นั่นน้ำจากไหนน่ะ”
“ก็ที่คุณเอมี่ให้มาไงครับ”
ปราบยกกินอีก หมดขวดพอดี นับดาวถอนใจ
“เวรกรรมแล้วไง”
นับดาวมองเอมี่ที่กระจกหลัง พยายามเร่งเครื่องสลัดหนี แต่เอมี่ตามจี้ติด ข้างหน้าเป็นสี่แยก ขึ้นไฟเหลือง นับดาวเหยียบขับผ่าแยกออกไป เอมี่จะตามแต่ไม่ทัน รถจากทางแยกพุ่งออกมาแล้ว เอมี่เหยียบเบรกเอี๊ยด ยังยิ้มกระหยิ่ม
“เชอะ...ยัยนับดาวเหลาเหย่ ทีตอนฉันอ่อยคุณจ๊อบ ไม่เห็นแกเป็นเดือดเป็นร้อนขนาดนี้ แค่นี้
ฉันก็รู้สิ่งที่ฉันอยากรู้แล้วล่ะย่ะ”
เอมี่หัวเราะชอบใจ


นับดาวขับรถไป มองปราบไป
“รู้สึกเป็นไงบ้าง”
“ร้อน...”
ปราบปลดกระดุมเสื้อ มองนับดาว หญิงสาวใจไม่ดี
“นี่ จะทำอะไรอ่ะ”
ชายหนุ่มไม่ตอบมองขาอ่อนหญิงสาว นับดาวรู้ตัว ปราบยิ้มให้
“สงสัยยาออกฤทธิ์แล้วสิเนี่ย”
ปราบมองนับดาว แลบลิ้นเลียริมฝีปาก
“อาาาาา”
นับดาวกลืนน้ำลายเอื๊อก มองไปเห็นโรงแรมม่านรูดอยู่ข้างหน้า เธอเลี้ยวขวับเข้าไปทันที
“คุณเลี้ยวเข้ามาทำไมเนี่ย”
นับดาวไม่ตอบ แถมกระเถิบตัวให้ห่างจากเขา เลี้ยวรถเข้ามาจอด เธอรีบลงจากรถ ปราบตามลงมาทันที เด็กวิ่งมารูดม่านปิดให้ เด็กมองปราบแว่บหนึ่ง นับดาวเปิดประตูห้อง จับปราบรุนหลังผลักเข้าไปในห้องปราบงงๆ
“อะไรของคุณคุณดาว”
“คุณเข้าไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ให้ฤทธิ์ยามันหมด เสร็จแล้วค่อยออกมา ฉันจะรออยู่ในรถ”
ปราบชะงักมองหญิงสาวอย่างไม่เข้าใจ
“ฤทธิ์ยาอะไร ผมไม่เข้าใจ”
นับดาวไม่ฟังเสียง
“ถ้ายังไม่เสร็จไม่ต้องออกมา”
นับดาวผลักปราบเข้าไป ปิดประตู ปราบเปิดประตู โผล่หน้าออกมา
“ผมว่าคุณเข้าใจอะไรผิดอะไรสักอย่างแล้วล่ะ”
“อย่าโอ้เอ้สิ เข้าไปเดี๋ยวนี้”
นับดาวผลักปราบเข้าไป ดันประตู แต่สู้แรงเขาไม่ได้ ปราบเปิดออกมา กระชากเธอเข้าไป
“จะทำอะไร อย่านะ”
“เข้ามาซะดีๆ”
ปราบปิดประตูปัง


ป้ายวงล้างจานอยู่ มือถือดังขึ้น ป้ายวงรับสาย
“ว่าไง...หา...อะไรนะ คุณปราบเนี่ยนะ แกจำผิดคนรึเปล่า ตาเถร...เออๆๆ ก็เรื่องของเขาแต่ก็ขอบใจนะที่โทรมาบอก”
ป้ายวงวางสาย หน้าซีด
“คุณพระคุณเจ้า ฟังแล้วยวงใจสั่นไปหมดแล้วเนี่ย”
น้อยหน่าอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ถามขึ้น
“มีอะไรเหรอคะยายยวง”
ป้ายวงสะดุ้ง หันขวับมา
“คุณน้อยหน่า...คือ...คือว่า...เอ่อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”
“เมื่อกี้หนูได้ยินยายพูดชื่อพ่อหนูด้วยนี่”
“เอ่อ คือหลานยายมันทำงานอยู่ที่ม่านรูดน่ะค่ะ มันโทรมาบอกว่า...บอกว่า...เห็นคุณปราบเข้าไปในม่านรูดกับ...”
น้อยหน่าอึ้ง
“แม่ตะวันวาดเหรอคะ”
“ไม่ใช่ค่ะ”
“ยัยเพชรสี”
“ก็ไม่ใช่อีกค่ะ”
“งั้นก็...”
“คุณนับดาว”
น้อยหน่าหน้าตาเอาเรื่องขึ้นมาทันที


ในห้องของโรงแรมม่านรูด...ปราบยืนเท้าสะเอว ท่าทางเคืองๆ นับดาวยืนอยู่ใกล้ๆ มองเขาอย่างระแวดระวัง
“เชื่อผมเถอะ คุณน่ะโดนเขาอำแล้ว ผมกินน้ำเปล่า ไม่มียาเยออะไรหรอก”
“แต่ตอนอยู่ในรถ คุณบอกร้อน แล้วก็มองฉันแปลกๆ มองขาอ่อนฉันด้วย”
“ก็สงสัยว่าทำไมคุณไม่เปิดแอร์ ไอ้ที่มองน่ะมองแอร์ แอร์เสียรึไง หรือว่าลืม”
นับดาวนึกออก
“อุ๊ย...ใช่ ฉันมัวแต่เครียดเรื่องคุณเลยลืมเปิดแอร์”
“สงสัยอะไรอีกไหมล่ะ”
“เอ่อ...คุณไม่มีอาการอะไรทำนองนั้นจริงๆเหรอ”
ปราบกางมือให้ดูพร้อมหมุนตัว
“เอ้า ดูซะ ผมมีอาการอะไรอย่างที่คุณสงสัยไหม หรือผมต้อง…”
ปราบทำท่าจะถอดเข็มขัด นับดาวรีบห้าม
“ไม่ต้องย่ะ เชื่อก็เชื่อ...งั้นก็กลับบ้านกันเถอะ”
“กลับสิ หรือคุณอยากอยู่ต่อก็ได้นะ ผมไม่รังเกียจ”
“อยู่ไปคนเดียวเถอะ”
“เฮ้อ หมดเ
กำลังโหลดความคิดเห็น...