xs
xsm
sm
md
lg

แม่ยายที่รัก ตอนที่ 13

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


แม่ยายที่รัก ตอนที่ 13 

ภายในบ้านพักของพชรที่เพชรบุรีเวลานั้น นลินีเดินเอายาแก้ปวดและน้ำเปล่ามาส่งให้รชานนท์

“นี่จ้ะยาแก้ปวด”
“อบคุณครับพี่นี”
“ตามหาจนทั่ว ทุกที่ที่คิดว่าจะไปแล้วก็ไม่เจอ นี่ไอ้สมภพมันพาติรกาไปไหนเนี่ย”
“ถึงเจอตอนนี้ก็ไม่ฟังอะไรหรอก ตำตาขนาดนั้น ยิ่งยัยรุจีย้ำเข้าไปอีกตานนท์ได้เป็นหม้ายแน่”
รชานนท์รับยาแก้ปวดมากินแล้วนั่งพิงโซฟาไปอย่างเครียดๆ รชานนท์ใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วตัวเอง
“ต้นตอเรื่องนี้คือรุจี สาวหน้าซื่อใจคด” พชรพูดขึ้น
“ผมไม่เข้าใจเลยว่ารุจีพูดแบบนั้นทำไม แล้วก็เอาแต่ร้องไห้ ขอโทษผมบอกว่าจำเป็น ผมถามว่าจำเป็นอะไรก็ไม่ตอบ”
“ถ้าร้องไห้ก็แสดงว่ารู้สึกผิด...แล้วยังบอกว่าจำเป็นอีก แล้วจำเป็นเรื่องอะไร” นลินีตั้งข้อสังเกต
ทั้งสามคนมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ
“เอ่อ... มองหน้ากันแล้วจะรู้คำตอบมั้ย” พชรว่า
“ไม่รู้จะถามยังไง นั่นก็หายไปอีกคน ป่านนี้คงหนีเข้าวัดไปแล้ว”
นลินีนึกได้ขึ้นมาทันที
“งั้นพี่รู้แล้วว่าจะทำยังไง”

เช้าวันใหม่ ชาวบ้านสองสามคนนุ่งขาวห่มขาวก้มลงกราบพระประธานในอุโบสถอย่างสงบนิ่ง เสียงร้องไห้ “ฮือๆ” ดังขึ้น ชาวบ้านที่ก้มกราบพระประธานชะงักอึ้งไปแล้วหันไปมองทางต้นเสียง เห็นรุจีนั่งพนมมือแล้วร้องไห้อย่างสะอึกสะอื้น
“ข้าเจ้าบ่อู้จะชดใช้บาปกรรมที่ลูกยะกับคุณนนท์และคุณติรกาครั้งนี้ได้ยังไง แต่ถ้าลูกบ่ยะจะอี้ ปี้ดากับหนูต้นก็คง...ฮือๆๆ”
ผู้ชายคนหนึ่งส่งผ้าเช็ดหน้าให้รุจี รุจีรับมาแล้วสั่งน้ำมูกดังพรืด!! รุจีพับผ้าเช็ดหน้าแล้วส่งคืนให้เจ้าของ
“ขอบคุณเจ้า”
รุจีหันไปมองเจ้าของผ้าเช็ดหน้าแล้วอึ้งเหวอไป รชานนท์ยืนอยู่กับพระภิกษุรูปหนึ่ง
“คุณนนท์ หลวงพ่อ”
รุจีรีบพนมมือไหว้หลวงพ่อรูปนั้นทันที
“โยมเองรึ ที่มีเรื่องมีราว อาตมาก็นึกว่าใครที่ไหน แล้วไปมีเรื่องอะไรกับโยมท่านนี้ล่ะ”
รุจีหันไปมองหน้ารชานนท์แล้วนิ่งไปพูดไม่ออก
“หลวงพ่อท่านถาม ควรจะต้องตอบนะ” รชานนท์ว่า
“บ่มีเจ้า หลวงพ่อ บ่มีจริงๆเจ้า” รุจีจำใจโกหก
“อยู่ต่อหน้าพระ ห้ามโกหก” รชานนท์บอก
รุจีน้ำตาคลอส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก
“คำโกหกไม่ได้ทำร้ายเฉพาะคนฟัง แต่มันทำร้ายคนที่พูดด้วย” หลวงพ่อพูดให้ข้อคิด
รุจีได้ฟังก็ยิ่งร้องไห้มากขึ้น
“ค่ะหลวงพ่อ... ดิฉันยอมอู้ความจริงแล้วเจ้า”
รุจีร้องไห้แล้วก้มลงกราบหลวงพ่อทั้งน้ำตา รชานนท์โล่งใจและดีใจที่จะได้รู้ความจริงจากรุจี

บริเวณมุมหนึ่งของวัด รุจีส่งรูปถ่ายของทรงสุดากับลูกชายให้รชานนท์ดู
“ปี้สาวของรุจีกับลูกชายเปิ้นเจ้า ทั้งสองคนโดนพ่อเลี้ยงจรัลจับตัวไป เพราะสามีของพี่ดาไปติดเงินพวกเค้า รุจีเลยต้องช่วยหาเงินไปใช้หนี้เจ้า”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม ผมเลิกกับกระแตแล้วคุณจะได้เงินไปใช้หนี้ได้ยังไง”
“เงินของคุณติรกาไงเจ้า ถ้าไม่มีคุณนนท์... สามีของปี้ดาก็จะได้เงินจากคุณติ”
รุจีอึกอักพูดไม่ออกแล้วตัดสินใจหยิบรูปอีกใบส่งให้รชานนท์ดู
“นี่คือสามีของพี่ดาเจ้า”
รชานนท์รับมาดูแล้วอึ้งช็อกไปเพราะเห็นรูปสมภพถ่ายกับทรงสุดาและลูกชาย
“แล้วกระแตรู้เรื่องนี้รึเปล่า”

บริเวณริมถนน หน้าธนาคารแห่งหนึ่งในเวลาต่อมา ติรกายืนจ้องหน้าสมภพอย่างไม่พอใจ
“คุณหลอกฉันแบบนี้ได้ยังไง”
สมภพหลบตาติรกาพูดอะไรไม่ออก ธงฉานยื่นหน้ามาแก้ตัวแทน
“คุณอาไม่ได้หลอกนะครับ แค่ไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดเฉยๆ”
สมภพตีปากของธงฉานทันที
“เงียบไปเลยไอ้หลานพาซวย”
“คุณนั่นแหละพาฉันซวย ต่อไปนี้ฉันจะกล้าไปสู้หน้าใครได้ ตั้งใจไปคุยกับสินเชื่อธนาคารเพื่อไปขอกู้เงินให้คุณ แต่ดันโดนเค้าเหวี่ยงกลับเพราะคุณติดแบล็คลิสต์..เป็นหนี้เค้าเป็นร้อย ๆ ล้านแล้วไม่เคยใช้แม้แต่บาทเดียว”
สมภพก้มหน้าสลด ส่วนธงฉานส่ายหน้าพยายามบอกติรกาว่าตนไม่เกี่ยว
“นั่นเป็นสาเหตุที่ผมถึงต้องไปพึ่งหนี้นอกระบบไงครับ”
“แล้วทำไมไม่บอกฉันก่อน”
ติรกาส่ายหน้าอย่างเอือมๆแล้วจะเดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม แต่สมภพรีบตามมารั้งไว้
“ผมขอโทษจริง ๆ ครับคุณติ”
ทันใดนั้นมีรถกะบะคันหนึ่งขับพุ่งเข้ามาอย่างตั้งใจจะชนพวกติรกา งสามคนตกใจหลับตาปี๋แล้วร้องลั่น
เสียงเบรกรถดังเอี๊ยด! รถหยุดไห่างจากพวกติรกาไม่ถึง 5 เซนติเมตร ติรกา สมภพและธงฉานลืมตาขึ้นแล้วเห็นว่ารถไม่ชนตัวเองก็โล่งใจ ติรกาได้สติเดินไปเอาเรื่องคนขับรถทันที ติรกาโวยวายลั่น
“ขับรถประสาอะไร ไม่ดูเลยหรือไงว่าคนกำลังจะข้ามถนน... ว้าย!”
สมุนของพ่อเลี้ยงจรัญ 2 คนเดินลงมาจากรถพร้อมชักปืนออกมาขู่ สมภพกับธงฉานเห็นสมุนของพ่อเลี้ยงก็จำได้ทันที
“พวกแก”
สมภพยกมือสองข้างเหมือนยอมแพ้ ส่วนธงฉานหลบหลังสมภพทันที สมุนคนหนึ่งพูดขึ้น
“หาเงินมาใช้หนี้ได้รึยัง”
“พรุ่งนี้วันสุดท้ายแล้วนะ ถ้าหาเงินมาใช้ไม่ทัน รับรองว่าแกโดนแบบนี้แน่” สมุนคนที่สองขู่ซ้ำ
สมุนทั้งสองคนเล็งปืนไปทางสมภพกับธงฉานแล้วทำท่าจะลั่นกระสุน สมภพกับธงฉานร้อง “อ๊าก!!” แล้วหลับหูหลับตาวิ่งหนีทันที แต่ดันวิ่งชนกันเองจนลงไปกองอยู่กับพื้น “โอ๊ย”
สมุนคนแรกพูดต่อ
“ฮ่าๆๆ ไอ้โง่ ดูไม่ออกหรือไงว่าข้าใช้ปืนปลอม “
สมุนทั้งสองคนใช้ปืนฉีดน้ำฉีดใส่สมภพกับธงฉานทันที
“วันนี้ปืนฉีดน้ำ พรุ่งนี้ปืนจริงนะเว้ย” สมุนคนที่สองขู่ซ้ำ
สมุนทั้งสองคนกลับขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที ติรกามองเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วว่า
“ถึงกับขู่ฆ่ากันเลยเหรอ”

ภายในรีสอร์ตที่ติรกาค้างเมื่อคืน ติรกาเข้ามาที่หน้าห้อง
“ติรกา คุณช่วยผมด้วยนะ”
ติรกาสีหน้าหนักใจ
“ฉันไม่รู้จะช่วยคุณยังไงจริงๆ”
“ผมยืมเงินคุณก่อนได้ไหม”
“เงินฉันเป็นเงินหมุนเวียน ถ้าให้คุณยืม โรงงานฉันก็ไม่ไหวเหมือนกัน ขอโทษจริง ๆ นะคะสมภพ ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
ติรกาเดินเข้าห้องและปิดประตูทันที สมภพเดินออกมาหาธงฉานที่รออยู่ ธงฉานถามขึ้น
“เป็นไงบ้างอา คุณติจะช่วยไหม”
“ไม่”
“อย่างนี้อาทรงสุดากับตาต้นก็ตายแน่สิอา เราสองคนด้วยนะ ผมยังไม่อยากตาย”
“แกจะไม่ตายหรอกธงฉาน เมื่อขอร้องกันดีๆ แล้วไม่ให้ ฉันก็จะบังคับให้ติรกาเอาเงินมากองแทบเท้าฉัน”
“อาจะทำยังไง”
สมภพยิ้มร้ายขึ้นมาทันทีอย่างมีแผนการ

ธงฉานเดินเข้ามาที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในเวลากลางวัน ธงฉานเหลียวซ้ายแลขวามองไปที่หน้าร้าน เห็นเด็กขายยาปลุกเซ็กส์นั่งอยู่ -ธงฉานเดินเข้าไปนั่งประกบทันที
“ของที่ให้หาได้ไหม”
เด็กเลื่อนซองยาให้
“ได้ครับ เลิฟเลิฟเม็ดเดียวเสียวทั้งคืนครับพี่”
ธงฉานพูดพลางมองคะลึงในสรรพคุณแล้วถาม
“ขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วถ้ากับผู้หญิงมีอายุหน่อย”
“เลยหกสิบไหมครับพี่”
“ก็..เย้ย..ระดับอาฉันน่ะไม่นิยมถุงกาแฟหรอกเว้ย แค่เฉียด ๆ สี่สิบเอง”
“ไม่อันตรายพี่ แต่อาพี่จะไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืนเท่านั้นเอง”
ธงฉานยื่นซองเงินให้
“เท่าที่ตกลงกันไว้”
เด็กหยิบซองมาเปิดนับเงินดู
“ครบครับพี่ ถ้าสนใจตัวไหนก็บอกผมได้นะพี่”
เด็กเดินลุกไป ธงฉานหยิบมือถือขึ้นมากดโทรออก
“ได้ของมาแล้วครับอา ฟิตหน่อยนะอา เพราะคืนนี้คุณติคงต้องให้อาจัดหนักแน่ ผมจะเข้าไปเดี๋ยวนี้”
ธงฉานลุกออกไป รับพอธงฉานลุกขึ้น ที่โต๊ะถัดไป ผู้หญิงใส่หมวกนั่งหันหลังให้ธงฉาน ผู้หญิงคนนั้นดันหมวกขึ้นเล็กน้อย ที่แท้คือ พุทราที่ยกกาแฟเย็นมาจะดูดกาแฟปื้ด ๆ ด้วยสีหน้าเอาเรื่องมาก

รชานนท์กำลังแจกงานให้กับวันรบและมัทรีที่บ้านพักของพชร รชานนท์ยื่นเอกสารให้
“นี่เป็นข้อมูลที่พี่ระส่งมาให้เกี่ยวกับรีสอร์ทที่ภูเก็ต อีกสองอาทิตย์เราจะต้องพรีเซ้นต์กับลูกค้า ไอ้รบแกรับผิดชอบเกี่ยวกับส่วนของตัวล็อบบี้กับห้องจัดเลี้ยง ส่วนมัทรับผิดชอบเรื่องห้องพักนะ”
“ผมกำลังจะแต่งงานนะป๋า ใช้งานขนาดนี้ถึงวันแต่งผมก็โทรมตาย หมดแรงพอดี”
“ดี..ลูกฉันจะได้ไม่เหนื่อย จริงไหมมัท”
วันรบกับรชานนท์หันไปมองที่มัทรีซึ่งเงียบไป
“คะ...เอ่อ..ค่ะ งั้นมัทจะเอาไอเดียจะมาขายกับพ่ออาทิตย์หน้านะคะ”
“มัทเป็นอะไรหรือเปล่าลูก หรือว่าเครียดเรื่องพ่อกับแม่”
“ค่ะ..ใช่ค่ะ”
“ผมไม่ยอมนะ ป๋าทำให้ว่าที่ภรรยาผมเป็นทุกข์ ต้องชดใช้ด้วยการแถมเงินก้นถุงให้ผมเลย”
“ฝันไปเถอะแก” รชานนท์พูดกับวันรบและหันมาบอกมัทรี
“ไม่ต้องห่วงนะมัท พ่อกับแม่จะต้องปรับความเข้าใจกันได้แน่”
มือถือรชานนท์ดังขึ้น รชานนท์มองเห็นว่าเป็นพุทราจึงรีบกดรับ และพูดด้วยเสียงตกใจ
“ว่าไงพุทรา อะไรนะ ได้ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
“มีอะไรเหรอคะพ่อ”
“แม่กำลังมีอันตราย”
รชานนท์รีบออกไป โดยมีมัทรีกับวันรบเดินตามไปติดๆ

ขณะที่รชานนท์ วันรบและมัทรีเดินออกมากำลังจะไปขึ้นรถ วริษราเดินเข้ามาพอดี
“พี่รบคะ”
วันรบชะงัก รชานนท์กับมัทรีหันมอง วริษราก้าวเข้ามาด้วยท่าทางอิดโรย หน้าซีด วันรบลำบากใจขึ้นมาทันที
“มีอะไรเหรอริษ”
“ริษ..ไม่ค่อยสบาย พี่รบช่วยไปส่งริษหน่อยได้ไหมคะ”
วันรบมองมัทรีกับรชานนท์อย่างลำบากใจ
“พี่”
รชานนท์ไม่รอวันรบเดินไปขึ้นรถทันที มัทรีเดินตาม วันรบตะโกนบอก
“รอผมด้วยป๋า พี่มีธุระน่ะริษ ขอโทษทีนะ”
วันรบเดินไปที่รถ วริษราก้าวตามอย่างเร็วแล้วแกล้งสะดุดล้ม
“โอ้ย”
วันรบหันกลับไปเห็นวริษราลงไปกองที่พื้น วันรบตกใจรีบเข้าไปประคองวริษรา
“ริษ เป็นยังไงบ้าง”
มัทรีกับรชานนท์นั่งรออยู่ในรถ
“ยังไงเนี่ยไอ้รบ”
“ออกรถเถอะค่ะพ่อ”
“แต่เจ้ารบ”
“เชื่อมัทนะคะพ่อ ออกรถเถอะค่ะ”
รชานนท์เริ่มสงสัยถึงสัมพันธภาพของวันรบกับมัทรี
“แม่กำลังรอเราอยู่นะคะ”
รชานนท์ตัดสินใจออกรถไปทันที วันรบร้องตาม
“เดี๋ยวสิ ป๋า ป๋า”
วันรบประคองวริษราให้ลุกขึ้น วริษราแอบยิ้มอย่างสะใจสุด ๆ

วันรบประคองวริษราเข้ามาส่งในห้องพักของวริษรา
“ถ้าริษไม่เป็นอะไรแล้ว พี่ไปก่อนนะ”
“เดี๋ยวสิคะพี่รบ ดื่มน้ำสักแก้วแล้วค่อยไปนะคะ”
“พี่รีบจริงๆ นะริษ”
“พี่รบรังเกียจริษใช่ไหมคะ ริษมันไม่มีค่า ลูกของริษมันก็ไม่มีค่า ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ทำไม ทำไม” วริษราพูดแล้วทำเป็นตีท้องตัวเอง
วันรบตกใจรีบเข้ามาห้าม
“หยุดนะริษ หยุด อย่าทำแบบนี้ นั่นลูกริษนะ”
“แต่มันทำให้พี่รบรังเกียจริษ แม้แต่น้ำแก้วเดียวพี่รบยังไม่ยอมรับ”
“ก็ได้ ๆ แค่แก้วเดียวนะ”
วริษราดีใจ
“ค่ะ รอแป๊บเดียวนะคะ”
วริษราเดินไปที่มุมครัวเปิดตู้เย็นเทน้ำส้มใส่แก้วแล้วเปิดตู้ยาที่อยู่หลังตู้เย็น หยิบขวดยาเล็กๆ ออกมา วริษยาใส่ยาลงไปหนึ่งเม็ดแล้วคนให้ละลาย วริษรายื่นแก้วน้ำส้มมาให้วันรบ วันรบหยิบมาดื่มพรวดเดียวหมด วันรบจะลุก แต่วริษราดึงไว้
“พี่รบค่ะ...ช่วยริษหายาหน่อยสิคะ มันหายไปไหนถุงนึงก็ไม่รู้ค่ะ”
“ยาอะไร”
“ยาบำรุงน่ะค่ะ ริษจำได้ว่าหมอให้มาด้วย แต่มันหายไปไหนไม่รู้”
วันรบลุกขึ้นช่วยหาถุงยา วันรบเดินหาตามหัวนอน ตามชั้น ตามพื้น วันรบเดิน ๆ แล้วรู้สึกมึน ตาเริ่มเบลอ ๆ วันรบสะบัดหน้า วริษราสังเกตเห็นอาการ
“พี่รบ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ มึนนิดหน่อย เดี๋ยวพี่ดูที่ใต้เตียงให้นะ”
วันรบก้มลงไปดูใต้เตียงแล้วนิ่งไป วริษราเห็นวันรบนิ่งก็ยื่นหน้าไปมองเห็นวันรบหลับไปทั้งๆ ที่ยังก้มอยู่
“พี่รบคะ..พี่รบ”
วริษราดันตัววันรบให้นอนหงาย วันรบหลับนิ่ง วริษรายิ้มสะใจ
“ฝันดีนะคะพี่รบ ฉันจะทำให้แกพล่านจนทนไม่ได้เลย นังมัทรี”

ในเวลาเย็น รชานนท์ขับรถ พลางเหลือบมองมัทรีที่นั่งหน้าเครียด มองตรงไปข้างหน้าอย่างนิ่งเงียบ
“มัท...ลูกกับมีปัญหาอะไรหรือเปล่าลูก”
“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรแค่ตาสว่างเท่านั้นเอง”
“ตาสว่าง...พ่อว่ามีนะ ถ้ามัทมีปัญหาอะไรปรึกษาพ่อได้นะลูกนะ”
“มัทไม่ได้มีปัญหากับพี่รบค่ะพ่อ มัทกำลังห่วงแม่ ไม่อยากคิดเรื่องอื่น พ่อเหยียบให้เร็วกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ”
รชานนท์ไม่อยากเซ้าซี้มัทรี
“จ๊ะ”
รชานนท์ไม่ถามได้แต่เหลือบมองมัทรีด้วยความเป็นห่วง


ติรกาเปิดประตูห้องพักออกมาก็ต้องแปลกใจที่เห็นมีโต๊ะอาหารวางจัดอยู่ในบริเวณสวนหน้าห้องพัก
“ทานข้าวกันหน่อยไหมครับ ผมสั่งให้เขาจัดมาให้คุณโดยเฉพาะ”
“ฉันว่า”
“ทานข้าวฉันท์เพื่อนครับ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ธงฉาน”
ธงฉานเดินเข้ามาพร้อมกับขวดน้ำส้มคั้น
“ผมไปเอาน้ำส้มมาให้คุณติน่ะครับ” ธงฉานพูด
“ผมอยากขอบคุณที่พยายามจะช่วยเหลือผมอย่างจริงใจ”
“แต่ฉันยังไม่ได้ช่วยอะไรคุณเลยนะคะ”
“แค่คุณมีใจอยากจะช่วย ผมก็ซาบซึ้งแล้ว อาหารอาจไม่หรูนักแต่สภาพการเงินผมก็ทำได้ดีที่สุดแค่นี้ล่ะครับ อย่าปฏิเสธผมเลยนะครับ”
“ก็ได้ค่ะ”
ติรกาลงนั่ง ธงฉานรินน้ำส้มให้กับติรกา
“น้ำครับ” ธงฉานบอก
ติรกาหยิบแก้วน้ำส้มขึ้นมาจิบ ธงฉานกับสมภพสบตากันอย่างพอใจ ติรกาทานอาหารได้เพียงครู่เดียวก็เริ่มมีอาการกระสับกระส่าย ธงฉานกับสมภพจับตามองลุ้นๆ
“ฉันว่ามันร้อน ๆ นะคะ”
“ร้อนเหรอครับ ก็ไม่นะ” สมภพว่า
“แต่ฉันร้อนจริงๆ นะ แล้วก็มึนๆ ด้วย”
สมภพกระซิบกับธงฉาน
“ยาแกมันออกฤทธิ์ไวขนาดนี้เลยเหรอวะ”
“ของเขาดีจริงๆ”
ไม่ทันขาดคำติรกาก็ฟุบลงกับโต๊ะทันที
“อ้าว คุณติ ยาแกมันต้องสลบด้วยเหรอ”
“ออฟชั่นเสริมมั้งอา จะได้ลากเข้าห้องง่าย ๆ ไง จัดเลยอา”
สมภพกับธงฉานช่วยกันพาติรกาเข้ามาในห้องพัก สมภพกับธงฉานวางร่างติรกาลงบนเตียง
“ออกไปแล้วปิดประตูให้ด้วย”
ธงฉานตบไหล่สมภพแล้วบอก
“โชคดีนะอา เพื่ออาทรงสุดากับตาต้น”
สมภพพยักหน้า ธงฉานเดินออกไป สมภพยืนมองติรกาที่หลับอยู่อย่างลำบากใจ
“ขอโทษนะติรกา แต่ผมจำเป็นต้องทำจริงๆ”

ธงฉานเดินออกมาจากห้องพร้อมกับดึงประตูปิด แล้วหัวเราะ
“ไม่หมดตัวแล้วเรา..หึหึ หึ ฮ่าๆๆ”
ทันทีที่หันหน้ากลับมาก็ต้องตกใจ

ภายในห้อง สมภพกำลังจะก้มโน้มตัวลงไปหาติรกา
“แอ๊กก!” เสียงธงฉานดังขึ้นที่หน้าห้อง
สมภพชะงักมองไปทางหน้าห้อง
“ไอ้ธงฉานส่งเสียงอะไรของมัน”
“เสียงแบบนี้มั้งคะ” เสียงติรกาดังขึ้น
“แบบไหนครับ” สมภพเผลอตอบแล้วนึกได้ หันมาเห็นติรกาลืมตาอยู่ก็ตกใจร้อง “เฮ้ย” ติรกยกขาแล้วยันสมภพอย่างสุดแรง
“โอ๊กก!”
ประตูห้องเปิดเข้ามา รชานนท์ เตือนใจ พุทราพุ่งเข้ามาในห้องทันที
“กระแตเป็นไงบ้าง”
ทุกคนชะงักที่เห็นว่าติรกากำลังเหวี่ยงสมภพมาทางรชานนท์ รชานนท์หลบ สมภพลงไปนอนกลิ้งกับพื้น สมภพเงยขึ้นมาเห็นทุกคน
“โอ้โหมากันครบเลย”
“ฉันไม่คิดเลยนะว่าคุณจะเลวได้ขนาดนี้”
“ผมต้องการเงิน มันจำเป็นจริงๆ”
“ยังมีหน้ามาขอความเห็นใจอีกเหรอ เลวไม่มีที่ติจริงๆ” เตือนใจพูดขึ้น
รชานนท์ไม่สนใจสมภพรีบเข้าไปหาติรกา
“กระแต คุณเป็นยังไงบ้าง”
ติรกาสีหน้าเย็นชาใส่รชานนท์เพราะ ยังโกรธอยู่ ติรกาปัดมือรชานนท์ออกทันที
“ไม่เป็นไร ดีที่พุทราโทรมาเตือนให้รู้ตัวก่อน”
มัทรีเดินเข้ากอดติรกา
“คุณแม่”
“มัทเป็นห่วงคุณแม่แทบแย่ กลับบ้านนะคะคุณแม่”
“จ๊ะ แต่แม่ต้องจัดการสมภพให้เรียบร้อยก่อน”
ทุกคนหันไปมองสมภพแต่สมภพหายตัวไปแล้ว
“เฮ้ย”
พุทราวิ่งออกไปแล้ววิ่งกลับเข้ามาในห้องอย่างหน้าตาตื่นรีบรายงาน
“ไอ้อ้วนธงฉานก็หายไปด้วยค่ะ”
“คิดว่าทำผิดแล้วจะลอยนวลเหรอ ไม่มีทาง”
ติรกาโกรธมากเดินตามออกไป ทุกคนเดินตาม

สมภพกับธงฉานเข้ามาที่หน้าบ้านในเวลาต่อมา
“เราจะรอดเหรออา”
“ไม่รู้ว่ะ กลับมาตั้งหลักก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน”
จังหวะเดียวกับเสียงกรี๊ด! ของรุจีดังขึ้นในบ้าน สมภพกับธงฉานรีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที แต่ก็ต้องเบรกตัวโก่งกระทันหัน เมื่อพื้นห้อง มีใบหูสี่หู และเลือดกระจายอยู่เป็นหย่อมๆ รุจียืนมองตัวสั่นมองดูอย่างหวาดกลัว
“ฮากลับมาหันกล่องนี่มันวางไว้ พอเฮาเปิดดูมันก็”
“อา..เลือดทั้งนั้นเลยแล้วนั่นก็หูนี่อา หูคน”
สมภพมองเห็นว่ามีจดหมายแนบมาด้วย สมภพรีบหยิบจดหมายที่เปื้อนเลือดขึ้นมาเปิดอ่าน
“ครั้งนี้ยังไม่ใช่ของจริง ถ้าอั๊วไม่ได้เงินภายในเที่ยงพรุ่งนี้ เมียกับลูกลื้อ หูกุดแน่”
สมภพถึงกับเครียดและคลั่งร้อง “โว้ย” ลั่นบ้าน
“แล้วเปิ้นได้ตังค์หรือยัง ตังค์ที่จะหื้อพวกมัน มันจะได้ปล่อยปี้ดาปิ๊กบ้าน”
“ได้ที่ไหนล่ะ เขาจะตามมาเหยียบอยู่นี่ พวกคุณอาติจับได้แล้วว่าเราไม่ซื่อกับเขา” ธงฉานบอก
“แล้วตีนี้จะยะอันหยังกันเล่า ปี้ดากับตาต้นไม่ต้องหูกุดเหรอเนี่ย เพราะเปิ้นแต้ๆ ปี้ดาไม่น่าเป็นเมียเปิ้นเลย ปี้ดาของรุจี ฮือๆๆ”
สมภพลุกขึ้นจะเดินไป
“อาจะไปไหนน่ะ”
“ฉันจะไปช่วยเมียกับลูกฉันออกมา”
“จะไปบ้านพ่อเลี้ยงเหรอ ถึงตายนะอา” ธงฉานเตือน
“ตายเป็นตาย ฉันจะไม่รออีกแล้ว”
สมภพออกไป รุจีเดินเร็วตาม
“เฮาไปโต้ย รอเฮาโต้ย” (ฉันไปด้วย รอฉันด้วย)
รุจีวิ่งตามสมภพไป ธงฉานมองตามแล้วคิด
“เอาวะ รอผมด้วยอา”
ธงฉานวิ่งตามไปอีกคน
สมภพวิ่งไปที่รถด้านคนขับ ธงฉานกับรุจีขึ้นมาที่นั่งด้านหลัง สมภพขับรถเลี้ยวออกจากบ้าน ขณะที่รถของรชานนท์ที่วิ่งเข้ามายังบ้านสมภพ ทันเห็นรถของสมภพเลี้ยวออกไปพอดี ภายในรถรชานนท์ พุทราพูดขึ้น
“พวกนั้นกำลังจะหนีค่ะคุณติ”
ติรกาพูดกับกับรชานนท์
“ตามไปอย่าให้คลาดสายตานะคะ”
“รับทราบครับผม
รชานนท์เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วจนทุกคนหลังติดเบาะ
“เหวอ”

สมภพขับรถมาจอดแอบอยู่แถวๆหน้าบ้านของพ่อเลี้ยงจรัล รชานนท์ขับรถตามมาจอดอยู่ห่างๆ ภายในรถรชานนท์ทุกคนมองอย่างสงสัย
“นี่มันมาบ้านใครเนี่ย” รชานนท์พูดขึ้น
“บ้านใครไม่รู้ แต่รู้ๆ ต้องไม่ให้หนีไปได้ พุทรา” ติรกาเสียงเข้ม
พุทราส่งปืนลูกซองให้
“ตามที่คุณติสั่งเลยค่า กระสุนเต็ม”
“ตาสมภพเป้ากระจุยแน่” เตือนใจว่า

บริเวณประตูหน้าบ้านพ่อเลี้ยงจรัลเปิดอยู่ มีคนหน้าตาท่าทางโหดเฝ้าอยู่หน้าประตูอยู่ ภายในรถ ธงฉานมองอย่างเข้าไปอย่างหวาดๆ
“เอาไงดีอ่ะอา แต่ละคนดูหน้าโหดๆ ทั้งนั้น พวกมันต้องมีปืนแน่”
“ฉันก็มี”
สมภพเปิดเก๊ะหน้ารถ หยิบปืนสั้นออกมา
“มีปืนกระบอกเดียว แม่หญิงหนึ่งป้อจายสองกับพวกนักเลงเป็นสิบจะไหวเหรอ” รุจีพูดขึ้น
“ไม่ไหวก็ต้องไหว” สมภพว่า
เสียงเคาะกระจกรถของสมภพดังขึ้น สมภพถาม
“ใครเคาะกระจก”
สมภพหันไปเห็นติรกายกปืนเล็งเข้ามา สมภพตกใจ
“เฮ้ย!”
“เปิดประตู” ติรกาสั่งเสียงเข้ม
สมภพรีบเปิดประตู แล้วยกนิ้วปิดปากเป็นเชิงให้ติรกาเบาเสียง “ชู่”
“ชู่ แช่อะไรคิดจะหนีใช่ไหม”
ธงฉานเปิดกระจกด้านหลังบอก
“เบาๆ หน่อยคุณอาติ เดี๋ยวลูกน้องพ่อเลี้ยงมันก็รู้ตัวพอดี”
รชานนท์ตามติรกาเข้ามา
“พ่อเลี้ยงจรัลที่ว่าเป็นเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบน่ะเหรอ”
รุจีโผล่หน้ามา
“ใช่เจ้า รุจีกับเปิ้นจะมาช่วยปี้ดากับตาต้นเจ้า”
ติรกาแปลกใจถามขึ้น
“รุจี ทำไมเธอ...”
เสียงเด็กร้อง กับเสียงกรี๊ดของทรงสุดาดังมาจากในบ้านพ่อเลี้ยงจรัล ทุกคนหันไปมอง ทรงสุดากับลูกชายโดนสมุนของพ่อเลี้ยงฉุดกระชากให้เดินตามไป
“ทรงสุดา... ต้น...”
สมภพจะวิ่งเข้าไปช่วยลูกเมียแต่รชานนท์รั้งไว้
“เดี๋ยว จะบุกเดี่ยวไม่กลัวตายหรือไง”
“ตายช่างมัน ฉันไม่อยากรอแล้ว”
รชานนท์มองสมภพที่ดูห่วงทรงสุดาจริง
“งั้นผมไปกับคุณด้วย”
“นนท์” ติรกาเรียก รชานนท์บอก
“คุณรอที่นี่นะกระแต ผมจะรีบออกมา” รชานนท์บอกติรกาแล้วหันไปพูดกับธงฉาน
“เอ้า ไอ้อ้วน ลงมาช่วยอาแกสิวะ”
ธงฉานหน้าเหวอยอมลงมาจากรถขาสั่นๆ รุจีตามลงมา
“รุจีรอที่นี่ มันอันตราย”
รุจีอยากจะขัด แต่สายตารชานนท์ทำให้รุจีไม่กล้าขัด

สมภพ รชานนท์ ธงฉานเข้าไปที่บ้านพ่อเลี้ยง ติรกามองรุจีด้วยสายตางง ๆ เตือนใจกับมัทรีกับพุทราเข้ามา ติรกาถามขึ้น
“นี่มันเรื่องอะไรกันรุจี ทำไมเธอถึงมากับสมภพได้”
รุจีละล้าละลังกำลังตัดสินใจจะตามเข้าไป
“ไว้เคลียร์ทีหลังนะเจ้า ตอนนี้เปิ้นรีบจริงๆ”
รุจีวิ่งตามกลุ่มสมภพไป
“มันยังไงกันนี่” เตือนใจสงสัย
“รุจีมากับคุณสมภพ เรื่องคุณนนท์นอกใจมันชักทะแม่งๆ แล้วนะคะเนี่ย” พุทราว่า
“แม่คะ ถ้ามันอันตรายอย่างที่พ่อบอก แล้วพ่อ..มัทเป็นห่วงพ่อค่ะ” มัทรีบอก
“มีปืนผาหน้าไม้หรือเปล่าก็ไม่รู้ พวกนั้นเข้าไปในนั้นแล้ว” เตือนใจพูดขึ้น
ติรกามองตามอย่างใช้ความคิด

คนเฝ้าประตูหน้าบ้านพ่อเลี้ยงจรัลกำลังหันไปมองสมุนทั้งสองคนที่ลากตัวทรงสุดากับลูกชายออกไป ธงฉานเดินเข้ามาสะกิดหลังคนเฝ้าประตู ทันทีที่คนเฝ้าประตูหันมา สมภพเอานิ้วจิ้มตาคนเฝ้าประตูทันที คนเฝ้าประตูร้องลั่นพร้อมเอามือกุมที่ตา รชานนท์ได้จังหวะต่อยเสยคางคนเฝ้าประตูอย่างจัง คนเฝ้าประตูล้มไปกองหมดสติสิ้นสภาพ
สียงลูกชายสมภพร้องไห้ดังลั่นมาจากทางหลังบ้าน
“ต้น”
สมภพกับรชานนท์และธงฉานรีบวิ่งไปทางหลังบ้านทันที รุจีที่วิ่งตามเข้ามา เหยียบลูกน้องพ่อเลี้ยงด้วยความแค้น
“ยะปี้เปิ้นเหรอไอ้พวกบ้า”

รุจีวิ่งตามเข้าไป

 อ่านต่อหน้าที่ 2




แม่ยายที่รัก ตอนที่ 13 (ต่อ)
ภายในห้องเก็บเอกสารสัญญาเงินกู้ หัวหน้าสมุนกำลังนั่งมวนยาเส้นอยู่ ที่ผนังห้องมีป้าย “ห้ามสูบบุหรี่” แขวนไว้ หัวหน้าสมุนกำลังจะจุดไฟสูบยาเส้น ไฟที่ยาเส้นจุดติดพอดีแต่หัวหน้าสมุนไม่ทันสังเกต มีเสียงดังขึ้น
“เฮ้ย! มีคนบุกรุก ตามไปจับตัวมันเร็ว”
หัวหน้าสมุนตกใจร้องก่อนจะวางมวนยาเส้นลงบนโต๊ะแล้วรีบออกไปทันที
“อะไรกันวะ”
ปลายมวนยาเส้นเริ่มเผาไหม้เพราะแรงลม มวนยาเส้นปลิวไปโดนเอกสารที่อยู่บนโต๊ะ เอกสารบนโต๊ะเริ่มไหม้ลามไป 4-5 แผ่นอย่างรวดเร็ว จากกองเอกสารบนโต๊ะลามไปที่ชั้นเก็บเอกสาร ที่มีข้อความ “สัญญากู้เงิน” แปะไว้

รชานนท์ และสมภพวิ่งมาที่หลังบ้านแล้วแอบอยู่ที่มุมหนึ่งเพื่อดูลาดเลา ทรงสุดากับลูกชายโดนสมุนสามบงัคับเอาน้ำดื่มกรอกปากอยู่
“กินเข้าไปอย่าเรื่องมาก”
ทรงสุดาเบือนหน้าหนีแล้วบ้วนน้ำใส่สมุน สมุนโพล่งขึ้น
“แก”
สมุนตบหน้าทรงสุดาไปฉาดใหญ่ ลูกชายตกใจร้องลั่น
“แม่”
สมภพเห็นแล้วโกรธแค้นมากวิ่งเข้าไปเอาเรื่องทันที
“พวกแกตาย”
สมุนได้ยินเสียงสมภพก็ตกใจหันไปดู สมภพวิ่งกระแทกสมุนคนหนึ่งกระเด็นออกไป สมภพไม่ทันระวังสมุนอีกคนเข้ามาต่อยสมภพจนล้มไป ปืนหลุดจากมือสมภพ รชานนท์รีบวิ่งเข้ามาเตะต่อยสมุนจนล้มไป ธงฉานเข้าร่วมตะลุมบอนด้วย แต่ไม่ค่อยได้เรื่องนัก เจอต่อยมึนลงไปกองกับพื้น รุจีตามเข้ามากระโดดขึ้นหลังลูกสมุนแล้วใช้มือจิกหัวลูกน้องดึงกระชากผม
“โอ้ยๆๆ”
สมุนอีกคนลุกขึ้นมาแล้วจะต่อยรชานนท์จากด้านหลัง แต่รชานนท์หมุนตัวหลบแล้วเตะสวนกลับไป สมุนทั้งสามคนจะลุกขึ้นมาสู้อีก แต่ติรกาออกมาจากที่ซ่อนยิงปืนเสียงดัง ปังๆ ๆ จนสมุนตกใจไม่กล้าขยับตัว สมุนจะชักปืน ติรกาเล็งปืนไปที่สมุนทั้งสองคนทันที
“ถ้าขยับแกตาย”
สมุนตกใจไม่กล้าขยับ
รชานนท์ตกใจที่เห็นติรกา
“ติรกา... คุณตามมาทำไม”
สมุนได้ยินรชานนท์เรียกชื่อติรกา
“ฉันอยู่เฉย ๆ ปล่อยให้คุณเป็นอันตรายไม่ได้หรอก”
รชานนท์ยิ้มดีใจ สมุนทั้งสองคนเห็นปืนก็ถอยกรูแล้ววิ่งหนีออกไปทันที
“ฉันจะฟ้องพ่อเลี้ยง”
ติรการีบเข้าไปดูรชานนท์กับสมภพ สมภพลุกขึ้นแล้ววิ่งสวนติรกาไปที่ทรงสุดากับลูกชายทันที
“ทรงสุดา...ต้น.. พ่อมาช่วยแล้ว”
สมภพเข้าไปกอดทรงสุดากับลูกชายไว้แน่น ติรกาได้ยินถึงกับอึ้งและเหวอไป
“พ่อ” ติรกาทวนคำของสมภพเบาๆ
สมภพผละออกจากทั้งสองคนแล้วยกมือขึ้นประคองหน้าทรงสุดา
“ผมมาช่วยคุณแล้วนะ คุณกับลูกปลอดภัยแล้ว”
สมภพจูบที่หน้าผากทรงสุดาแล้วกอดทรงสุดากับลูกชายอีกที ติรกายังยืนนิ่งอึ้งอยู่ก่อนจะหันไปหารชานนท์ แต่รชานนท์ยักไหล่แล้วชี้ไปที่สมภพ ทรงสุดาและต้น
“ได้ยินไม่ผิดหรอก ลูกจ๋า... เมียจ๋า.. ครอบครัวสุขสันต์”
“ปี้ดา”
รุจีกับทรงสุดาโผเข้ากอดกัน
“ปี้ปลอดภัยเน้อ”
“ขอบใจมากนะ ขอบใจ”
“แล้วรุจีกับเมียของสมภพ” ติรกาถามรชานนท์อีก
“เขาพี่น้องกันน่ะสิ”
ติรกาสับสนมึนงงพูดอะไรไม่ออก หันกลับไปมองสมภพที่ยังกอดกับทรงสุดาอยู่
“ไฟไหม้ๆ ช่วยกันดับไฟเร็ว” เสียงลูกสมุนพ่อเลี้ยงจรัลดังขึ้น
ทั้งหมดได้ยินก็อึ้งไป รชานนท์ตัดสินใจทันที
“ไปเร็ว รีบออกไปจากที่นี่กันก่อนเร็ว”
รชานนท์เข้าไปช่วยสมภพประคองทรงสุดากับลูกชาย รุจีเข้าประคองธงฉานแล้วพากันวิ่งหนีออกไป
เช้าวันใหม่ สมภพกับธงฉานนั่งหน้าซีดตัวสั่นอยู่ที่โซฟาภายในบ้านของติรกาท่ามกลางกลุ่มสมาชิกของบ้านติรกา รชานนท์กับติรกาถือลูกซองคนละกระบอก ถัดมาเป็นมัทรีกับพุทราถือที่ยิงหนังสติ๊กยืนเล็งมองอย่างเอาเรื่อง เตือนใจนั่งเป็นประธานมาดราวกับนางพญา ข้างๆมีไม้เบสบอลวางอยู่
“สรุปว่าที่ลูกฉันลำบากเพราะพวกแกขาดเงินใช่ไหม”
ธงฉานกับสมภพตอบไม่ถูก ไม่รู้จะไปทางไหน
“เอ่อ..คือ”
เตือนใจเอาไม้เบสบอลตีจนเสียงดัง ปัง!
“ตอบ”
ธงฉานรีบเอาตัวรอดทันที
“อาผมเลยครับ อาผมคนเดียวเลย อาบอกถ้าอยากได้เงินใช้หนี้ สบายไปอีกนานอาต้องแต่งงานกับคุณอาติ แล้วผมต้องแต่งงานกับน้องมัทให้ได้ครับ”
“ไม่มีสมอง...เตี้ย ...อ้วน...เลวที่สุด” รชานนท์พูดขึ้น
“อ้าวๆ”
รชานนท์ขึ้นลำปืนทันทีแล้วถาม
“ทำไม จะทำไม”
“ทำไมรู้ล่ะค้าบ ว่าผมไม่มีสมองจริงๆ”
“นอกจากไม่มีสมองยังไม่มีต่อมรู้ผิดชอบชั่วดีด้วยนะค้าเนี่ย มันน่า” พุทราพูดขึ้นแล้วดีดหินใส่
“โอ้ย” ธงฉานหลบเป็นพัลวัน
“รู้ไหม คนต่างจากสัตว์เดรัจฉานยังไง” เตือนใจถาม
“คนมีสมองรู้จักเรียนรู้ครับ” สมภพตอบ
“และรู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี เห็นไหมว่าทำให้ลูกเมียเดือดร้อนน่ะ” เตือนใจเสริม
สมภพมองทรงสุดาที่กอดตาต้นด้วยสายตารู้สึกผิดมาก
“ผมทำให้ภรรยาผมต้องเสียใจ ผมขอโทษนะ”
ทรงสุดารู้สึกปลื้มในตัวสมภพเป็นครั้งแรก รุจีเข้ามาตรงหน้าติรกา คุกเข่าพนมมือไหว้
“คุณติเจ้า รุจีกราบขอโทษที่รุจีเกือบทำให้คุณนนท์กับคุณติต้องแยกจากกัน รุจีจำเป็นต้องยะเพื่อช่วยปี้ดา”
รุจีมองรชานนท์
“รุจีฮักคุณนนท์ก็จริงแต่เป็นฮักที่น้องสาวมีต่อปี้ชายที่แสนดีและคุณนนท์บ่เคยฮักใครนอกจากคุณติเจ้า”
“ฉันเข้าใจ” ติรกาบอกแล้วมองสมภพแล้ววัดใจ
“คุณทรงสุดา คุณคงลำบากมากที่มีสามีเห็นแก่ตัวแบบนี้ ถ้าคุณต้องทนเพราะมีปัญหาเรื่องเงิน ฉันยินดีจะดูแลคุณเอง”
ทุกคนมองติรกาอย่างคิดไม่ถึง
“ฉันจะให้รุจีเข้ามาทำงานที่โรงงานของฉัน ฉันอนุญาตให้พาคุณทรงสุดากับตาต้นเข้ามาพักในโรงงานได้ ดูแลดีมีสวัสดิการ คุณทรงสุดาจะว่ายังไงคะ”
ทรงสุดาอึกอัก สมภพสียงหลงขึ้นมาทันที รีบเข้าโอบทรงสุดา
“ไม่ได้นะครับ ลูกเมียของผมต้องอยู่กับผมจะออกไปอยู่ที่อื่นไม่ได้”
“เป็นเมียเก็บกับเป็นอิสระ คุณทรงสุดาจะเลือกอะไรคะ”
สมภพหันมามองทรงสุดาที่ลังเลอยู่
“ฉันจะแต่งงานกับเธอประกาศให้คนรู้ทั้งราชบุรีเลยว่าเธอเป็นเมียฉัน ห้ามไปไหนนะทรงสุดา นะ นะ”
ทรงสุดาปลาบปลื้ม
“ค่ะ..ฉันจะอยู่กับคุณค่ะ”
“เย้ๆๆ ในที่สุด อาก็รู้จักคิดซะที” ธงฉานพูดขึ้น
ทุกคนหันมองธงฉานแล้วพูดขึ้นพร้อมกัน
“แกด้วย”
ธงฉานหน้าจ๋อยลงทันที
“คร้าบ”
“ผมมีเรื่องจะปรึกษาติรกาอีกเรื่อง เรื่องกิจการผมน่ะครับ” สมภพบอก
“ฉันกับคุณแม่ตัดสินใจจะซื้อหุ้นรีสอร์ตของคุณครึ่งหนึ่ง ร่วมกันบริหาร ส่วนบัญชีหนี้ก็กำไรสามสิบเปอร์เซ็นต์ก็ทยอยชำระหนี้ไป”
“นี่มันช่วยเขาใช้หนี้ชัดๆ เลยนะคะแม่ มันจะเป็นภาระของเรานะคะ” มัทรีบอก
“ก็สมภพเขาเป็นเพื่อนแม่”
ติรกาสบตากับรชานนท์
“เพื่อนเมียก็เป็นเพื่อนผมได้เหมือนกัน”
สมภพสำนึกติรกาและรชานนท์อย่างซึ้งใจ
“ขอบคุณครับ ไอ้ธงฉานรีสอร์ตเราไม่โดนยึดแล้วโว้ย!
สองอาหลานกอดกันกลม
“แต่มีข้อแม้นะ” เตือนใจพูดขึ้น ทุกคนหันมามองเตือนใจ เตือนใจยกไม้เบสบอลมาตีมืออย่างหมายมั่น
“ไอ้สองอาหลานนี่ต้องผ่านการสอนงานจากฉันก่อน”
สมภพกับธงฉานร้อง “หา” ขึ้นพร้อมกัน
“พุทราช่วยด้วยค่า จัดหนัก จัดแน่น จัดอ้วก”
“ดีเลยค่ะ เพราะโอ่งเตือนใจเป็นรูปเป็นร่างได้ก็เพราะคุณแม่สอนงานฉันนี่ล่ะค่ะ”
“ฉันจะเพิ่มคอร์สศีลธรรมให้อีกด้วยนะ” เตือนใจบอกพลางชักสีหน้าโหด
สมภพกับธงฉานเบียดเข้าหากันด้วยสีหน้าหวาดกลัวเตือนใจมาก

ภายในห้องพักของวริษรา วันรบพลิกตัวมาทางหน้าต่าง แสงแดดส่องตา วันรบค่อย ๆลืมตาอย่างงัวเงียจนปรับสายตาชัดเจนขึ้น วันรบมองไปรอบ ๆ แล้วเด้งตัวลุกขึ้นอย่างตกใจ
“เฮ้ย”
วันรบเอามือแตะที่ขมับคิด วันรบลุกขึ้นจะเดินออกไปนอกห้อง วริษราถือแก้วกาแฟมาพอดี
“ตื่นแล้วเหรอคะ ริษชงกาแฟให้พี่รบด้วยนะคะ”
วริษรายื่นแก้วกาแฟให้วันรบ วันรบมองด้วยความโกรธแล้วปัดแก้วกาแฟทิ้ง เพล้ง!
“อย่าทำให้พี่ต้องเกลียดริษไปมากกว่านี้เลย”
วริษราตกใจร้องเรียก
“ พี่รบ”
“กล้าใช้ยากับพี่มันมากไปแล้ว จำไว้เลยนะ พี่ไม่เคยรักริษ และไม่มีวันรัก” วันรบเสียงหนักแน่น
“พี่รบ”
วันรบไม่ต่อความเดินไปที่ประตูเปิดประตูทันที วริษราตามมาดึงตัววันรบไว้
“พี่รบ อย่าไป”
“อย่ามายุ่งกับพี่”
วันรบสะบัดวริษราจนเซไป วันรบเดินออกไปทันทีอย่างไม่ใส่ใจ วริษราชักสีหน้าร้าย
“พี่รบ พี่รบ ไปสิ ดูสิจะแก้ตัวกับนังมัทรียังไง”
วริษราลงนั่งกินผลไม้ด้วยสีหน้าสะใจ

รชานนท์ ติรกา มัทรีออกมายืนส่งแก๊งค์ของสมภพ รถของสมภพแล่นออกไปจากบ้านติรกาแล้ว เตือนใจพูดขึ้น
“ต่อไปนี้ไอ้พวกตัวป่วนคงเลิกวุ่นวายกับลูกสาว ลูกเขยแม่สักที”
“แต่แค่อบรมมันไม่หายแค้นนะคะคุณยาย คนพวกนี้มันต้องเจอหนักๆ” พุทราบอก
“เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรนะพุทรา ไม่งั้นชีวิตเราก็คงไม่สงบสุข มีหนี้กรรมทำร้ายกันไปเรื่อยๆ”
“งั้นเราก็หมดกรรมแล้วใช่ไหมครับคุณแม่” รชานนท์บอก
“ก็ดีนะคะ หมดกรรมจะได้หมดทุกข์เป็นอิสระ” ติรกาพูดขึ้น
มัทรีมองและคิดตามคำพูดติรกา วันรบเข้ามาพอดี
“ป๋า..มัท คุณแม่ ปลอดภัยนะครับ ขอโทษนะครับที่ผมไม่ได้ตามไปด้วย”
“แล้วเธอไปไหนมาล่ะ” ติรกาถามขึ้น
วันรบอึกอัก ทุกสายตามองมาที่วันรบ
“คือ..มัน”
มัทรีแทรกขึ้นมา
“พี่รบเขามีธุระด่วนน่ะค่ะ แม่ มัทหิวแล้ว...เราไปทานข้าวเช้ากันดีกว่า”
“จะกินอะไรดีล่ะเช้าดีๆ แบบนี้” เตือนใจถาม
“อะไรก็ได้ค่ะ ถ้าเป็นฝีมือยาย”
มัทรีกับวันรบพูดพร้อมกัน
“มัท( ผม) ฟาดเรียบ”
มัทรีกับวันรบชะงักไปทั้งคู่ มัทรีหันมองอย่างสะเทือนใจแต่วันรบยิ้มชอบใจ
“จะมีคู่รักคู่ไหนใจตรงกันเท่าเราน้า”
มัทรีฝืนยิ้มแล้วบอก
“มีสิคะ แต่เราอาจจะไม่รู้แค่นั้นเอง ไปทานข้าวกันเถอะค่ะ เดี๋ยวมัทจะคั้นน้ำส้มให้ ไปค่ะพี่รบ พ่อคะ”
มัทรีจูงมือรชานนท์กับวันรบเข้าไปในบ้าน ติรกา เตือนใจและพุทรามองตามมัทรี
“แม่คะ เรื่องยัยมัท”
“ตารบโกหกจริงๆ”
ติรกาโกรธ และจะเข้าไปหาวันรบ
“อย่า ยัยติ”
“ห้ามทำไมล่ะคะคุณยาย ให้คุณติจัดการเลยสิคะ”
“เรื่องของคนสองคนให้เขาจัดการกันเองไหม ยัยมัทยังฝืนยิ้มทั้งที่เจ็บปวดขนาดนั้น แม่ว่ายัยมัทคงตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้วล่ะ”
ติรกาหันมองไปทางมัทรีด้วยแววตาสงสารลูกจับใจ

ภายในห้องครัว วันรบหั่นส้มให้มัทรีหยิบส้มมาคั้น มัทรีเหลือบมองวันรบอย่างอาวรณ์
“มัทจ๊ะ เดี๋ยววันนี้เขาจะส่งรูปแต่งงานมาให้เราแล้วนะ ก็สิบภาพตามที่เราเลือกไว้แล้วก็อัลบั้มรวมด้วย”
“เหรอคะ ดีค่ะ มัทอยากเห็นรูป... พี่รบคะ...คืนนี้เราไปกรุงเทพฯกันไหมคะ”
“คืนนี้เหรอ ทำไมล่ะ”
“เอาเป็นว่าพี่รบมารับมัทสักห้าโมงนะคะ”
“มัทยังไม่บอกผมเลยว่าเราจะไปทำไม”
มัทรียิ้มฝืนอย่างสดใสที่สุดแล้วบอก
“ความลับค่ะ อย่าสายนะคะ”
“ครับ” วันรบยิ้มตามอย่างมีความสุข

พชรเดินเข้ามาในบ้านในเวลาเย็นพบว่าบนโต๊ะมีอาหารจัดวางอย่างดี
“โอ้โห วันนี้มันวันพิเศษอะไรเนี่ย”
“ก็วันตามสัญญาไงคะ” เสียงนลินีดังเข้ามา
พชรหันไปตามเสียงเห็นนลินีแต่งตัวเซ็กซี่ในสไตล์แม่เสือสาว
“ว้าว ว้าว ว้าว ว้าว แม่เสือสาว”
นลินีเดินเข้ามาผลักพชรลงเก้าอี้ แล้วขยับตัวขึ้นบนโซฟา นลินีเขี่ยอกพชร พชรมีอาการสยิวกิ้วสุดฤทธิ์
“วันนี้คุณเป็นอะไรเนี่ย”
“ก็ตอนนี้นนท์กับติรกาเขาปรับความเข้าใจกันได้แล้ว พวกอุปสรรคก็โดนเขี่ยออกไปหมดแล้ว ฉันก็เลยคิดว่าต้องให้รางวัลคุณไงจ๊ะคนเก่ง... ชอบไหมคะ”
“ที่สุดเลยจ๊ะ ถ้าเร้าใจขนาดนี้กลับถึงบ้านห้าโมงทุกวันเลยจ๊ะ”
นลินีจับเน็คไทด์ โน้มหน้าเข้าใกล้พชร พูดเสียงยั่วยวนสุดฤทธิ์
“ก็ดีค่ะ เพราะถ้าอยากได้ลูกคุณก็ต้องขยันหน่อย”
พชรถึงกับตาโตขึ้นทันที
“จริงเหรอจ๊ะ”
“ฉันไม่ได้คุมแล้ว ขึ้นอยู่กับฝีมือคุณแล้วนะ”
พชรคึกคักขึ้นมาทันที
“สู้เว้ย .....เมียจ๋า”
พชรรวบนลินีลงบนโซฟา
จังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น นลินีเด้งตัวขึ้นมา ผมยุ่งเหยิงนิด ๆ พชรตามขึ้นมาพร้อมด้วยรอยลิปสติกเต็มหน้า
“ใครวะ ขัดจังหวะจริง”
“เดี๋ยวฉันไปดูเองค่ะ”
นลินีลุกจากโซฟา พชรพูดไล่หลัง
“ถ้าเป็นไอ้นนท์หรือไอ้รบเตะโด่งมันไปเลยนะเมียจ๋าจุ๊บๆ”
นลินีหันมาส่งจูบ จุ๊บๆใส่พชรบ้าง ก่อนเดินออกไป

นลินีผละจากพชรเดินออกมาเปิดประตู และเจอวริษรายืนอยู่
“เธอมาหาใคร”
“มาหาพ่อของลูกสิคะ”
นลินีตกใจ คิดล่วงหน้าไปแล้วว่าเป็นฝีมือพชร
“พ่อของลูก ฮึ่ย”
พชรเดินตามนลินีออกมา
“ใครมาจ๊ะ เมียจ๋า”
พชรพูดแล้วเห็นวริษรายืนอยู่
“เธอ”
“รู้จักใช่ไหมแสดงว่าเป็นฝีมือคุณใช่ไหม” นลินียังไม่ได้ถามพชร เอาแต่กระหน่ำตีพชร ตีๆๆ
“เฮ้ยๆๆ เมียจ๋าตีผมทำไม”
“ก็ผู้หญิงคนนี้บอกว่ามาหาพ่อของลูก เขาจะมาหาใครถ้าไม่ใช่คุณ” นลินีเพิ่มจังหวะการตีและลงเข่าศอก
“ไม่ใช่ผมนะเมียจ๋า ไม่ใช่จริงๆ”
“ฉันมาหาพี่รบไม่ใช่สามีคุณ”
นลินีกับพชรถึงกับชะงัก พูดพร้อมกันว่า
“ว่าไงนะ”
“เธอมาหาวันรบ งั้นพ่อของเด็กในท้องก็...”
นลินีหันมองพชร สองคนสบตากันตกใจ นลินีดันพชรให้เดินห่างจากวริษรา
“มัทรีรู้เรื่องนี้หรือเปล่าคุณ”
พชรส่ายหน้า พชรกับนลินีหันมองวริษราที่ทำหน้าเจี๊ยมเจี้ยมใส่

เย็นวันนั้น วันรบไปรับมัทรีเข้ากรุงเทพฯ ตามนัดหมาย วันรบขับรถเข้ามาจอดที่ใต้สะพานพระราม 8 ค่ำคืนนั้นเป็นวันลอยกระทงพอดี มัทรีถือกระเป๋าลงจากรถ วันรบเดินตามลงมาทางด้านคนขับ มัทรีเดินมาหยุดที่ริมน้ำ เห็นคนถือกระทงมาลอยกันพอสมควร วันรบเข้ามายืนข้างๆ มัทรี
“วันนี้วันลอยกระทงนี่นะเห็นแล้วคิดถึงเมื่อห้าปีก่อนเลยนะมัท” วันรบพูดขึ้น
“ตอนที่ชมรมโฟโต้พารุ่นน้องมาลอยกระทงที่นี่น่ะเหรอคะ”
“ใช่...ผมรุ่นพี่ มัทรุ่นน้อง”
“มัทไม่เคยเห็นพี่รบที่ชมรมเลยนะคะ จู่ ๆ ทำไมวันนั้นถึงมา”
“ก็เพื่อนมันเรียกให้มา มันบอกว่ามีรุ่นน้องคนนึงน่ารักมาก ผมก็เลยมาแล้วก็เห็นว่ารุ่นน้องคนนั้นน่ารักจริงๆ” วันรบมองด้วยสายตากรุ้มกริ่มแล้วพูดต่อว่า
“แต่เขาหยิ่งมากเลยนะ ยิ้มให้ก็เชิดใส่”
“ก็..เพื่อนมัทบอกว่าพี่รบน่ะเจ้าชู้ มีแฟนเป็นสิบเลย มัทก็ต้องระวังไว้ก่อนสิคะ”
วันรบยิ้มลงนั่งแล้วมองไปทางแม่น้ำ มัทรีมองผ่านวันรบเห็นสก๊อยสาวสองคนที่กำลังลอยกระทงมองมาทางวันรบ ไม่ทันไรสก๊อยสาวก็เดินเข้ามาส่งสายตาให้กับวันรบ สก๊อยคนแรกบอก
“พี่คะ ถ้ายังไม่มีเพื่อนลอยกระทงลอยกับพวกหนูก็ได้นะคะ”
วันรบหันไปมองเห็นสาวสก๊อยขยิบตาให้สุดฤทธิ์
“ไม่เป็นไรจ๊ะ พี่มีแฟนมาลอยด้วยแล้ว ขอบคุณนะ” วันรบพูดแล้วพลางโอบมัทรีไว้
สก๊อยคนเดิมหันมามองมัทรีแล้วเบ้ปากใส่
“เอ๊าะๆ ไม่ชอบ โง่ว่ะ ไปหารายใหม่ดีกว่า”
สก๊อยคนแรกเชิดใส่แล้วลากสก๊อยอีกคนจากไป
“แล้วพี่รบก็ดึงมัทมาเป็นกันชนจากพวกสาวๆ ในชมรมแบบนี้เปี๊ยบ แล้วมัทก็...”
มัทรีตุ๊ยท้องวันรบ ปึ้ก! แต่ไม่แรงนัก
“ใครแฟนคุณ อย่ามาตู่นะ”
วันรบยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วบอก
“ก็พี่ขอยื่นใบสมัครตอนนี้เลยไงครับ...แล้วก็เป็นโชคดีของผมที่มัทยอมพิจารณาจนเรามีวันนี้...ผมรักมัทนะ”
พอมัทรีได้ยินคำนี้ก็สะเทือนใจ
“มัท..ก็รักพี่รบค่ะ วันนี้ครบรอบห้าปีของเรา”
มัทรีเปิดกระเป๋าหยิบกล่องเค้กเล็กๆ ออกมา มัทรีเปิดกล่องข้างในเป็นเค้กเล็กๆ ขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือ เป็นเค้กช็อกโกแลต บนเค้กมีบ้านเล็ก ๆ กับตุ๊กตาพ่อแม่ลูก
“เค้กช็อกโกแลตด้วย” วันรบบอก
“มัทอยากให้ของที่พี่รบชอบมากที่สุด”
“แต่เค้กไม่ใช่ของที่ผมชอบที่สุดนะเพราะที่ผมชอบที่สุดคือมัทต่างหาก นี่บ้านของเราใช่ไหมจ๊ะ”
มัทรีฝืนยิ้มให้วันรบ
“บ้านเล็กๆนี่เปิดได้ด้วยนะคะ ในบ้านมีของสำคัญ”
“น่าตื่นเต้นจัง”
วันรบรับเค้กไปถือไว้แล้วหยิบหลังคาบ้านบนเค้กออกเห็นเป็นกล่องแหวน วันรบมองมัทรีอย่างแปลกใจ วันรบเปิดกล่องแหวนดู แต่ข้างในกลับเป็นกล่องเปล่า
“มัทเซอร์ไพรส์ผมอีกใช่ไหม”
มัทรีนิ่งรวบรวมความกล้าทั้งหมดแล้วตัดสินใจถอดแหวนหมั้นที่นิ้วนางข้างซ้ายต่อหน้าวันรบ แล้วยื่นใส่มือวันรบทั้งน้ำตา
“แหวนหมั้นวงนี้ เป็นแหวนที่แม่ให้มัท แต่มัทอยากให้พี่รบเก็บมันไว้ให้คนที่จะอยู่กับพี่รบในอนาคต”
วันรบแปลกใจถามขึ้น
ไมัทหมายความว่าไง”
มัทรีเอาซองยาระบุชื่อ “วริษรา” ออกมา ใส่มือวันรบ วันรบหยิบซองยาขึ้นมาดูถึงกับชะงักไปทันทีพูดอะไรไม่ออก
“มัทเพิ่งรู้ว่าตลอดห้าปีที่เราคบกัน มัทไม่เคยรู้จักพี่รบเลย...พี่รบทำลายความเชื่อใจของมัท ด้วยการโกหกมัทตลอดเวลา วันนี้ทุกอย่างจบแล้ว ทั้งเรื่องของเราและเรื่องโกหกทั้งหมดของพี่รบ ...ลาก่อนค่ะ”
พลุในวันลอยกระทงถูกยิงขึ้นฟ้า พร้อมๆกับที่วันรบอึ้งไปนาน มัทรีหันหลังเดินจากไปทั้งน้ำตาด้วยความเสียใจมาก
“มัท...มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ มัท”
มัทรีทนไม่ไหววิ่งหนีไป วันรบวิ่งตาม
“มัท..เดี๋ยวก่อน”

มัทรีวิ่งไปท่ามกลางผู้คน วันรบวิ่งตามไปท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปมา
“มัท...ฟังผมก่อน มัทรี”
มัทรีตัดสินใจโบกรถแท๊กซี่ แล้วรีบขึ้นรถทันที
“ไปราชบุรีค่ะพี่ เร็วที่สุดเลยนะคะ”
“ราชบุรี แต่..” คนขับแท็กซี่ไม่แน่ใจ
“เท่าไหร่ฉันก็จ่ายค่ะ”
วันรบวิ่งมาถึงแท๊กซี่ พยายามทุบกระจก
“มัท...เราต้องคุยกันนะ มัท”
แท๊กซี่ลังเล มัทรีบอก
“ออกรถเลยค่ะพี่ ออกรถสิคะ”
แท๊กซี่รีบออกรถ วันรบวิ่งตามแท๊กซี่ แต่แท๊กซี่เร่งความเร็วจนวันรบตามไม่ทัน วันรบตัดสินใจวิ่งกลับไปที่รถ

ภายในบ้านมัทรีในเวลาต่อมาของคืนนั้น รชานนท์ออกมายืนที่หน้าบ้านด้วยสีหน้าเครียด มองอย่างรอคอยการกลับมาของมัทรี ติรกาตามออกมา
“กระแต..นี่ลูกออกไปไหนกับไอ้รบ ดึกแล้วยังไม่กลับมาอีก”
“คงไปเคลียร์กันน่ะค่ะ”
“เคลียร์! นี่มัทกับไอ้รบมีปัญหากันจริงๆ เรื่องอะไรล่ะกระแต”
แท๊กซี่แล่นรถเข้ามาจอดที่หน้ารั้วบ้าน มัทรีลงจากรถเดินเข้ามาในบ้าน รชานนท์กับติรการีบเดินเข้าไปหา
“พ่อ...แม่”
มัทรีโผเข้ามาติรการ้องไห้เหมือนจะขาดใจ รชานนท์ตกใจอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“มัท..ไอ้รบมันทำอะไรลูก บอกพ่อมาสิ”
รถของวันรบเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน วันรบรีบเข้ามาในบ้าน
“มัท..มัทต้องฟังผมนะ ผมอธิบายได้”
“ไม่ค่ะ มัทเจ็บพอแล้ว มัทไม่อยากฟังคำโกหกของพี่รบอีก”
“ผมไม่เคยนอกใจมัทเลยนะ”
มัทรีตบหน้าวันรบ เพี๊ยะ!
“พอได้แล้ว”
รชานนท์กับติรกาตะลึง วันรบอึ้งไม่แพ้กัน
“จนถึงตอนนี้ พี่รบก็ยังโกหกมัท”
“มัท..ผม”
“อย่าพูดอีกเลย ให้มัทได้เหลือความรู้สึกดีๆ ระหว่างเราบ้างนะคะ”
วันรบแทบจะคลั่ง
“มัท”
“ถ้าพี่รบไม่เลิก มัทจะหายตัวไป พี่จะไม่ได้เห็นหน้ามัทอีกเลย”
“มัท”
มัทรีเดินเข้าไปในบ้าน ติรการีบตามมัทรีเข้าไป คงเหลือแค่รชานนท์กับวันรบเท่านั้น รชานนท์กระชากคอเสื้อวันรบแล้วถามเสียงดัง
“ไอ้รบ..แกทำอะไรลูกสาวฉัน”
วันรบสีหน้าเครียดมาก

มัทรีร้องไห้อย่างระเบิดอารมณ์ด้วยความเสียใจอย่างสุดกลั้นอยู่ในห้องนอน ติรกาเดินเข้ามานั่งเคียงข้างมัทรี
แล้วกอดปลอบ
“แม่คะ..มัทเจ็บ”
ติรกานิ่งกอดลูกด้วยความสงสาร

บริเวณชั้นล่าง วันรบเล่าความจริงเรื่องวริษราให้รชานนท์ฟัง รชานนท์มองวันรบอย่างพิจารณา
“ที่แกเล่ามาทั้งหมดมันเป็นเรื่องจริงเหรอ”
“ถ้าผมทำผู้หญิงท้องจริงแล้วมันจะปิดได้นานแค่ไหน ป๋า..ผมพยายามแทบตายหาสินสอดสิบล้าน พิสูจน์ตัวเองเพื่อขอโอกาสจากคุณแม่ยายให้ได้หมั้นกับมัท ผมจะทำลายโอกาสตัวเองเพื่ออะไร”
“ถ้าเด็กคนนั้นเป็นญาติแก แกก็บอกยัยมัทไปสิ แกเล่นโกหกปิดบัง ลูกฉันก็ระแวง”
“ถึงผมจะเห็นริษเป็นน้องแต่ริษเขาคิดกับผมแบบคนรัก แล้วริษก็พยายามจะเข้ามาแทนที่มัท ผมโกหกมัทเพราะว่าผมไม่อยากให้มัทระแวงคิดมาก ผมพยายามบอกริษแล้วว่าผมรักมัทแต่เขาก็ไม่เลิก ผมกลุ้มใจมากเลยป๋า จะรุนแรงก็ไม่กล้า เขาก็ท้องด้วยกลัวจะคิดบ้าๆ”
“แล้วแน่ใจนะว่าเด็กในท้องไม่ใช่ของแก”
“สาบานให้ตายเลยป๋า ผมไม่เคยแตะต้องริษไม่เคยแม้แต่จะคิดด้วยซ้ำ ผมพยายามที่จะไม่ให้บัวช้ำน้ำขุ่นทั้งสองฝ่าย”
“แกก็เลยตายอยู่นี่ไง แกไม่น่าเริ่มต้นด้วยการโกหกเลย ถ้าแกบอกยัยมัทว่าวริษราตื้อแก ลูกฉันก็รับได้แถมยังจะช่วยแก้ปัญหาด้วยซ้ำ แต่แกทำเรื่องยาก...ให้มันยากขึ้นไปอีก ยัยมัทก็พูดอยู่เสมอว่าเกลียดการโกหก แต่แกดันทำเต็มๆ”
“ป๋าช่วยพูดให้ผมหน่อยสิ”
“เจ็บหนักขนาดนั้นฉันไม่มั่นใจว่ะ”
รชานนท์มองวันรบอย่างถอนใจว่างานนี้จะไม่ง่ายอย่างที่วันรบคิด
ติดตามอ่านแม่ยายที่รัก ตอนที่ 13 (ต่อ) พรุ่งนี้ 




แม่ยายที่รัก ตอนที่ 13 (ต่อ)
เช้าวันรุ่งขึ้น วันรบเดินเข้ามาในบ้านพชรก็ต้องชะงักที่เห็นวริษรานั่งรออยู่
“ริษ...ริษมาที่นี่ทำไม”
พชรกับนลินีเดินออกมาพอดี นลินียิงคำถามใส่วันรบทันที
“ตารบ ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงบอกว่ารบเป็นพ่อของเด็กในท้องแล้วหลานพี่ล่ะ ทำไมรบทำแบบนี้”
“ใจเย็น ๆ สิคุณ” พชรเตือน
“จะเย็นยังไงไหว มัทรีจะเสียใจแค่ไหนที่เจอเรื่องแบบนี้”
“ใจเย็น ๆ นะครับ” วันรบบอกแล้วหันมาหาวริษรา
“ริษ..อย่าให้พี่หมดความอดทนนะ”
“พี่รบสัญญาแล้วว่าจะดูแลริษ”
วันรบอารมณ์ขึ้นปรี๊ดทันที
“กลับไป! ไปให้พ้นหน้าพี่”
“พี่รบ”
นลินีได้ฟังที่วันรบพูดกับวริษราก็ได้ข้อสรุปแล้วหันไปหาพชร
“ตารบมาแรงนะคุณแสดงว่าตารบไม่ใช่พ่อเด็กแน่”
“อีแบบนี้ตั้งใจมาจับไอ้รบแน่”
“พี่ไม่ใช่สามีไม่ใช่พ่อของเด็ก ถ้ายังพูดไม่เข้าใจก็ไม่ต้องมาเจอกันอีก เดือดร้อนก็ไม่ต้องมา”
“ริษรักพี่รบนะคะ”
“แต่พี่ไม่รักริษแล้วริษก็ไม่มีสิทธิ์มาทำลายความรักของพี่”
นลินีตีมือกับพชรอย่างสะใจ วริษรามองพชรอย่างไม่พอใจ
“พี่รบสัญญาแล้วว่าจะดูแลริษ”
“แผ่นเสียงตกร่องหรือไงน้องพูดซ้ำอยู่ได้ วันรบเขามีคู่หมั้นแล้วน้องจะมาตื้อทำไม ใครทำท้องก็ไปร้องให้เขารับสิคะมายัดเยียดคนอื่นแบบนี้เขาเรียกหน้าอะไรนะคุณ” นลินีพูดขึ้น
“หน้า..ไม่อายน่ะเหรอจ๊ะ” พชรบอก
“อย่ายุ่ง” วริษราตวาดเสียงดัง
“หยุดนะอย่าก้าวร้าวที่นี่ กลับไปได้แล้ว”
“นี่พี่รบไล่ริษเหรอ”
วันรบหันไปพูดกับพชรและนลินี
“ผมไม่ไหวแล้วพี่ ช่วยพาเขาออกไปทีนะครับ”
พูดจบวันรบเดินเข้าห้องไปอย่างหัวเสีย
“พี่รบ เรายังพูดกันไม่รู้เรื่องนะ”
“น้อง..พี่ว่ากลับบ้านไปดีกว่านะ” พชรบอกวริษรา
“อย่ามายุ่ง”
“นี่ อย่ามาขึ้นเสียงกับผัวฉันนะ ไม่งั้นจะตบให้ลูกเล็ดเลย กลับเข้าป่าไปเลยนังชะนีไป ไป๊”
วริษราหันไปจะสู้แต่นลินีง้างมือรอด้วยท่าทางเอาจริงมาก
“ออกไป๊”
วริษราเห็นท่าว่าสู้ไม่ได้แน่ วริษราจึงรีบสะบัดหน้าออกไป
“นังนี่มันร้ายนะคะคุณ”
“อีแบบนี้ หลานมัทจะสู้ไหวหรือเปล่าเนี่ย”
นลินีมองพชรด้วยสีหน้าเครียด

มัทรีนั่งซึมพิงหน้าต่างด้านหนึ่ง มัทรีมองออกไปด้านนอกแล้วน้ำตาไหล ซึม เช่นเดียวกับวันรบที่นั่งพิงหน้าต่างอยู่อีกด้านด้วยสีหน้าเศร้า เจ็บปวดจนไม่รู้จะทำยังไงดี ต่างคนต่างฟุบหน้าลงที่ฝ่ามือ มัทรีร้องไห้เจ็บปวด แต่วันรบเครียดจนไม่รู้จะหาทางออกกับเรื่องนี้อย่างไร

ยามเช้าในเวลาต่อมา รชานนท์กับติรกาเดินมาที่หน้าห้องแล้วพูดขึ้น
“นนท์คะ ลูกจะยอมฟังเหรอ”
“ยังไงก็ต้องลอง ผมเชื่อว่าไอ้รบไม่ทรยศลูกเรา แล้วมัทก็รักไอ้รบมาก ผมไม่อยากให้ลูกกับไอ้รบเสียรู้ผู้หญิงคนนั้น หรือคุณคิดว่าไอ้รบไม่ซื่อ” รชานนท์มองติรกาเป็นเชิงขอความเห็น
“พูดยากค่ะ ฉันเชื่อว่าวันรบรักลูกเรา แต่เรื่องที่มัทเจอก็คงเลวร้าย ลูกถึงได้ตัดสินใจถอนหมั้นวันรบทั้งที่ต่อสู้กับฉันมาจะเป็นจะตาย”
“งั้นเชื่อความคิดผมสักครั้ง ช่วยให้มัทกับไอ้รบปรับความเข้าใจกัน”
“ค่ะ”
รชานนท์กับติรกากำลังจะเคาะประตูแต่ มัทรีเปิดประตูออกมาซะก่อน รชานนท์เห็นมัทรีแต่งตัวจะออกไปข้างนอก
“ลูกจะไปไหน”
“มัทเบื่อๆ ค่ะจะไปเดินเล่น”
“มัท..เรื่องไอ้รบ”
“มัท....ขอโทษนะคะพ่อ มัทอยากอยู่เงียบๆ ..คนเดียว”
มัทรีพูดตัดบท ติรกาจับมือรชานนท์แล้วดึงไว้เป็นเชิงบอกว่าอย่าตาม มัทรีเดินออกไป ติรกากับรชานนท์มองด้วยความเป็นห่วง

ทันทีที่มัทรีขับรถเลี้ยวออกจากบ้านและเหยียบด้วยความเร็ว จู่ๆ วริษราก็กระโดดออกมาขวางรถไว้ มัทรีรีบเหยียบเบรกเอี๊ยด! ทันที ร่างวริษราร่วงลงไปกับพื้น มัทรีตกใจรีบลงมาจากรถ เข้าไปประคองร่างวริษรา
“วริษรา ริษ”
บริเวณถนนหน้าบ้านติรกา มัทรีพยายามจะปลุกวริษรา
“ริษ..ริษ”
วริษราทำเป็นเพิ่งฟื้น
“พี่มัท”
“นี่เธอทำบ้าอะไร กระโดดมาขวางรถแบบนี้ได้ยังไง”
“ริษไม่อยากอยู่แล้ว ริษอยากตาย”
“นี่มีเรื่องอะไรต้องถึงกับฆ่าตัวตายเลยเหรอ”
“พี่รบ..พี่รบเขา”
“ทำไม พี่รบทำไม”
วริษราตีหน้าเศร้ามาก มัทรีมองวริษราอย่างรับฟัง

ในเวลาต่อมา ตอนกลางวัน พชรกับนลินีกำลังพาวันรบออกมาที่หน้าบ้านเพื่อจะไปขึ้นรถเพื่อไปพบมัทรีที่บ้านติรกา
“ถ้ามันเป็นอย่างที่รบว่า พี่ว่าพูดต่อหน้าหลานมัทให้มันรู้เรื่องกันไปเลย เราไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมต้องเจอเรื่องแบบนี้ ไปเลย พี่ช่วยพูดเอง” นลินีบอก
เสียงมัทรีดังขึ้นมาพอดี
“พูดที่นี่ก็ได้ค่ะ ป้านี”
มัทรีประคองวริษราเข้ามา ทุกคนหันไปมองอย่างตกใจคาดไม่ถึง
“มัท นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมริษถึงมากับมัท”
“พี่รบคะ ผู้หญิงคนนี้กระโดดขวางทางรถของมัทคิดจะฆ่าตัวตายค่ะ”
ทุกคนมองวริษรา
“ถ้าริษกับลูกจะไม่มีพี่รบ ริษตายซะดีกว่า”
วันรบได้ยินวริษราถึงกับโกรธทันที
“พอได้แล้ว เลิกโกหกทุกคน ถึงไม่มีมัทพี่ก็ไม่มีวันเลือกริษ ยิ่งริษคิดจะทำลายความรักของพี่ พี่ยิ่งเกลียดริษ”
วริษราทำเป็นสะอึกสะอื้นร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด
“แต่ริษรักพี่รบ รักพี่รบคนเดียว”
“มัทต้องเชื่อผมนะผมไม่เคยนอกใจมัท ริษท้องกับคนอื่นแล้วขอให้ผมรับเป็นพ่อเด็ก”
วริษราแหกปากเสียงดังขึ้นมาทำราวกับวันรบทำให้เสียใจมากมาย
“พี่รบ ทำไมพี่รบถึงได้ใจร้ายกับริษแบบนี้”
นลินีคันไม้คันมือมากจะโผเข้าไป พชรจึงต้องจับยื้อไว้
“ปล่อยฉันน่ะคุณ ขอยันยัยนี่ซะทีเถอะ เห็นมันสะตอแล้วฉันคันเท้า”
“คุณไปทำแบบนั้น วริษราก็จะยิ่งเรียกคะแนนสงสารจากหลานมัทนะ นิ่งไว้เถอะคุณ” พชรเตือน
นลินีพยายามข่มใจสุดชีวิต
“มัท..ผมช่วยเพราะเห็นว่าริษเป็นน้อง ผมไม่เคยรักริษ ผมรักคุณคนเดียวนะมัท”
วริษราทรุดตัวลงไปกอดเข่าวันรบประหนึ่งทาสรัก
“พี่รบอย่าทำแบบนี้ อย่าทิ้งริษกับลูก มัท..ช่วยริษด้วย”
วันรบสุดทนแกะมือวริษราผลักออกไปทันที
“เลิกบ้าซะทีริษ ถ้าไม่หยุดพี่จะไม่ทนอีกแล้วนะ”
วันรบหันหน้ามาทางมัทรีแล้วพูดต่อ
“มัท..ริษโกหกมัททุกเรื่อง”
“ผู้หญิงคนนี้บอกมัทว่าเขายอมเป็นเมียเก็บพี่รบจนท้อง ตอนนี้เขาอยากให้พี่รบรับผิดชอบเขากับลูก”
“แต่ผมไม่ได้”
“ตอนนี้มัทไม่รู้จริง ๆว่าใครพูดเรื่องจริงใครโกหก ที่มัทถอนหมั้นพี่รบเพราะมัทไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นมือที่สามของใคร”
“ระหว่างผมกับมัท ไม่เคยมีใครแทรกกลางระหว่างเราได้ วริษราต่างหากที่เป็นมือที่สาม”
“พี่รบ” วริษราร้องเรียกขึ้น
มัทรีหันมามมองตาขวางใส่วริษรา
“อยู่เงียบๆได้ไหมริษ พี่กับพี่รบเคลียร์กันอยู่”
วริษราเห็นสายตาเอาจริงของมัทรีจึงจำเป็นต้องเงียบ
“ผมพร้อมจะตอบทุกคำถามนะมัท”
“แต่มัทไม่มีอะไรจะถามเพราะตอนนี้มัทกับพี่รบ เราจบกันไปแล้ว”
“มัท”
มัทรีถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“มัทเหนื่อยค่ะ มัทไม่อยากเวียนว่ายในวัฎจักรชิงรักหักสวาทเราสามคนแบบนี้ มัทอยากมีความรักที่สบาย ๆ มีแค่เราสองคนที่เข้าใจและอยากอยู่ด้วยกัน”
“มันเป็นแบบนั้นมาตลอดและมันจะเป็นอย่างนั้นตลอดไป แค่มัทเชื่อใจผม”
“นั่นล่ะค่ะที่สำคัญ ถ้ามัทคิดจะเลือกใครมาเป็นผู้นำชีวิต เขาต้องทำให้มัทศรัทธาในตัวเขา อย่างไม่มีข้อสงสัย ที่ผ่านมา พี่รบโกหกว่าไม่รู้จักริษทั้งที่จริง ๆ แล้วพี่กับริษเป็นญาติกันตั้งแต่เด็ก พี่รบยอมลงชื่อรับเป็นพ่อของเด็กแต่ไม่ยอมบอกมัทปล่อยให้มัทรู้เอง พี่รบไปหาริษที่คอนโดกลางดึกและสุดท้ายพี่รบอยู่ที่ไหนคะตอนที่ครอบครัวมัทมีปัญหา”
“ริษตั้งใจวางยานอนหลับผม ผมขอโทษผมไม่รู้จริงๆ ว่าริษจะกล้าทำกับผมขนาดนี้”
มัทรี พชร นลินีหันไปมองวริษรา วริษราเข้าไปเกาะแขนมัทรีและพยายามอ้อนวอนให้เชื่อมาก
“ไม่จริงนะคะพี่มัท พี่รบโกหก พี่มัทเชื่อริษนะคะ”
“นางร้ายแท้ๆ นะเนี่ยคุณ” พชรพูดขึ้นแล้วเห็นนลินีจะโผเข้าหาวริษราอีกจึงรีบจับไว้
“ใจเย็นคุณ”
“ออกไปจากที่นี่ ไม่งั้นฉันตบลูกเล็ดแน่” นลินีพูดขึ้นอย่างสุดทน
วันรบกระชากวริษราแล้วผลักไปให้ไกลจากมัทรี
“ไปให้พ้น อย่ามาให้พี่เห็นหน้าอีก”
มัทรีเบื่อถึงขีดสุดจะเดินขึ้นรถแต่วันรบตามไปดึงไว้ วริษราเข้ากอดขาวันรบไว้ไม่ให้ไป
“พี่รบ อย่าทิ้งริษ พี่รบ”
มัทรีแกะมือวันรบ นลินีรีบเดินเข้าไปหามัทรี
“มัท ฟังป้าก่อนนะมัท”
“หลานมัท เรื่องนี้ลุงกับป้านีอธิบายได้นะ ยัยนี่มันแต่งเรื่องมาหลอกมัทนะ”
“จริงหรือไม่ ไม่สำคัญเท่า..พี่รบทำลายความไว้ใจที่มัทมีต่อพี่รบ”
วันรบถึงกับหน้าเสีย มัทรีมองหน้าวันรบ
“มัทขอให้ตัวมัทได้อยู่นิ่งๆ สักพักนะคะ อย่าให้ใครมากระโดดขวางรถมัทอีกนะคะ มัทไม่อยากเป็นฆาตกร” มัทรีขึ้นรถแล้วขับรถแล่นออกไป นลินีร้องเรียกตาม
“มัทรี มัท”
วันรบสะบัดจนหลุด วริษราเรียก
“พี่รบ”
วริษราเห็นไม่ได้การก็ทิ้งตัวลงกับพื้นทำแกล้งสลบไปเลย
วริษราตอนล้มลงกระแทกพื้นแต่หัวดันไปโขกกับหินแรงไปหน่อย ทำเอาวริษราสลบวูบไปจริงๆ
“อ้าว นี่อย่ามาสำออยแถวนี้ นี่” นลินีเข้าไปเขย่าตัววริษราแล้วบอกพชร
“คุณ ยัยนี่แน่นิ่งไปเลย”
พชรเดินเข้ามาดู)
“สงสัยสลบจริงนะคุณ เอาไงดี”
นลินีหงุดหงิดเล็กน้อยแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
“อุ้มเข้าไปในบ้านก่อนคุณ”
นลินีมองวันรบที่ยืนนิ่งอยู่แล้ว นลินีหยิบมือถือมากดออกทันที
“คุณจะโทรไปไหน”
“รายงานตานนท์..ฉันไม่ยอมให้เรื่องเป็นแบบนี้แน่” นลินีบอก

ในเวลาต่อมา ที่บ้านของติรกา รชานนท์ ติรกา เตือนใจ พุทรากำลังปรึกษากัน
“นี่ถึงขั้นถอนหมั้นกันเลยเหรอ ก็ไหนตานนท์บอกว่าตารบไม่ได้โกหกไง” เตือนใจถามขึ้น
“ผมเชื่อว่าไอ้รบไม่ได้โกหก แต่มัทรีไม่เชื่อนี่ครับ เมื่อกี้นี้พี่นีกับพี่ระก็โทรมาว่า มัทพาวริษราไปให้วันรบ แถมยังประกาศจบอย่างเด็ดขาดแล้วด้วย”
“แล้ววริษราไปกับยัยมัทได้ยังไง” ติรกาถามด้วยความสงสัย
“เห็นว่าวริษราจะกระโดดให้รถยัยมัทชนน่ะครับ เพราะว่าโดนไอ้รบไล่มา”
“อื้อหือ..ตามตำรานางร้ายเขาเรียกมารยาสาไถยนะคะเนี่ย ถ้าคุณรบไม่ใช่พ่อของเด็กจริงๆ ยัยวริษรานี่ก็นางร้ายตัวแม่เลยนะคะ แบบนี้คุณมัทแย่แน่ๆ” พุทราบอก
“โอ้ย แม่ไม่ยอม ถ้าตารบเลวจริงเลิกกันแม่ไม่ว่า แต่ถ้ายัยมัทกับตารบจะมาเลิกกันเพราะมือที่สามปั่นแบบนี้ไม่ได้” เตือนใจบอก
“พุทรา ปืน!” ติรกาสั่ง
พุทราส่งปืนให้ติรกาทำท่าจะไปแต่รชานนท์ดึงไว้
“กระแตจะไปไหน”
“จะไปสอบสวนแม่วริษราว่าจริงหรือเปล่า”
“ถ้าจริง” เตือนใจถามขึ้น
“วันรบไส้กระจุยแน่”
“แล้วถ้าไม่จริง” เตือนใจพูดหยั่งเชิง
“วันรบก็ไส้กระจุยอยู่ดี”
ทุกคนร้อง “อ้าว!” ขึ้น
“ก็หนูไม่ทำร้ายผู้หญิงแล้วยิ่งท้องด้วย จะโทษก็ต้องโทษวันรบที่ทำให้วริษรามาวุ่นวายกับยัยมัท ทำให้ยัยมัทเสียใจ พูดแล้วมันขึ้น...ตายซะเถอะ”
เตือนใจกับรชานนท์ต้องกอดติรกาดึงยื้อไว้ไม่ให้ไป
“เรื่องนี้แค่บ้านเราคงรับมือไม่ไหว มันต้องขอความช่วยเหลือจากทุกฝ่ายแล้วล่ะ” เตือนใจบอก
“ทุกฝ่าย...แม่หมายถึงใครเหรอคะ” ติรกาถาม
เตือนใจยิ้มเจ้าเล่ห์

วริษรายังไม่ฟื้น วันรบยืนมองสีหน้าเครียด นลินีกับพชรนั่งอยู่ที่โต๊ะ
“นี่คุณมาสลบไสลไม่ฟื้นแบบนี้ จะเนียนมาอยู่กับตารบเลยหรือเปล่าเนี่ย” นลินีพูดขึ้น
“ไอ้รบไม่ยอมหรอกหรือคุณยอม” พชรว่า
“ไม่มีทาง แต่ตอนนี้ฉันว่าตานนท์หรือติรกาต้องมาจัดการเรื่องนี้แล้วนะ ปล่อยไว้หลานมัทกับรบได้เลิกกันจริง ๆแน่”
“ตอนนี้หลานมัทฟังใครที่ไหนเห็นไอ้นนท์ว่าใครพูดก็เดินหนีเลย”
“ถ้ายัยนี่ยังมาปั่นมาป่วนอยู่แบบนี้ ตารบจะเอาเวลาไหนไปง้อหลานเราล่ะต้องแยกยัยนี่ออกไป”
“เออ..เอางี้มะ ผมจะเสียสละตัวเองให้น้องริษเกาะแทน ไอ้รบจะได้เป็นอิสระ”
นลินีดึงหูพชรทันที
“ที่พูดนี่คิดแล้วใช่ไหม”
“เมียจ๋า...สามีล้อเล่น เล่นเกาะไอ้รบเป็นตุ๊กแกแบบนี้ ต้องมือชั้นเซียนเท่านั้นแหสะถึงจะเอาอยู่”
“แล้วใครล่ะมือชั้นเซียนคนนั้น”
เสียงกริ่งดังขึ้นที่หน้าบ้านพชร นลินีพูดขึ้นก่อนเดินไปเปิดประตู
“คงไม่มีสาวอุ้มท้องมาโผล่หน้าบ้านอีกนะ”
นลินีเปิดประตู วันทนีย์กับกระถินก้าวเข้ามา นลินีกับพชรต่างตาโตมองกันไปมาแล้วพูดขึ้นพร้อมกัน
“มือชั้นเซียน”
วันทนีย์กับกระถินมองกันอย่างงงๆ ไม่รู้ว่านลินีหมายถึงอะไร พชรรีบไปลากวันรบมา วันรบถึงกับแปลกใจ
“แม่ มาได้ยังไง”
“ออกมานี่เดี๋ยวนี้”
วันทนีย์ลากวันรบออกไปกับกระถิน พชรกับนลินีจะตามไป แต่วันทนีย์ยกมือห้ามแล้วชี้ไปที่ห้องที่วริษรานอนอยู่
“เฝ้าไว้อย่าให้ตามมาได้”
พชรกับนลินีได้แต่หันมองวริษราที่ยังหลับอยู่ในห้อง

วันทนีย์กับกระถินลากวันรบออกมาเจอรชานนท์และติรกาที่รออยู่หน้าบ้านพชร วันรบหันไปมองวันทนีย์
“ป๋า คุณแม่ยาย นี่มันอะไรกันครับ”
ติรกาชักปืนขึ้นมา
“ฉันต่างหากที่ต้องถามว่านายทำบ้าอะไร ทำลูกฉันร้องไห้อยากตายใช่ไหม”
รชานนท์ต้องคว้าปืนติรกาให้หลบไปทางอื่น
“กระแต ระวังครับ เสียงดังเดี๋ยววริษรารู้ตัว”
“อ้าว! ไม่ได้กลัวผมตายเลยเหรอป๋า” วันรบบอก
รชานนท์กระชากคอเสื้อวันรบ
“ลูกฉันตาบวมร้องไห้จนทำอะไรไม่ได้ แกคิดว่าฉันยังจะห่วงแกอีกเหรอ ไอ้รบ”
“กระถินไม่ยอมนะพี่รบ เมียพี่รบถ้าไม่ใช่พี่มัทก็ต้องเป็นกระถินเท่านั้น” กระถินบอก
ทุกคนร้อง “เฮ้ย” พร้อมกันเพราะตกใจ
“ก็มันจริงนี่จ๊ะ กระถินยอมแพ้ความดีของพี่มัทถึงได้ยอมตัดใจ ถ้าจะมีหมาคาบพี่รบไปกิน กระถินไม่ยอม”
“นายคงไม่รู้ตัวว่ายัยมัทให้โอกาสนายครั้งแล้วครั้งเล่า หวังว่านายจะไม่โกหกแต่นายก็ทำให้ลูกฉันผิดหวัง และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร จำไว้ว่าโกหกก็คือโกหก” ติรกาน้ำเสียงเข้มจริงจัง
“ไม่คิดว่าจะแกจะซื่อบื้อขนาดนี้” กำนันเรืองใส่วันรบบ้าง
“ซื้อบื้อไม่พอแบบนี้ต้องเรียกโง่ น่าตีให้ตายนัก” วันทนีย์เสริม
“คุณแม่ยายครับ ผมรักมัทผมไม่อยากสูญเสียมัทไป ช่วยผมด้วยนะครับ”
“กลับเถอะค่ะนนท์” ติรกาบอก
วันรบเดินไปคุกเข่าตรงหน้าติรกา
“ผมสำนึกผิดแล้ว ผมจะไม่ทำให้มัทต้องเสียใจอีกให้โอกาสผมนะครับ”
“ถ้าฉันให้โอกาส นายต้องทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่างตกลงไหม” ติรกาว่า
“ครับ ผมจะทำตามทุกอย่าง”
“อย่าใจอ่อนให้คนที่สร้างปัญหาให้เรา” เตือนใจบอก
“ครับ ผมจะไม่ใจอ่อน”
“จะทำงานให้ฉันฟรี ๆ ไม่คิดเปอร์เซนต์” รชานนท์บอก
“ครับ ผมไม่คิดเปอร์เซนต์...หือ แล้วป๋าเกี่ยวอะไรด้วย”
“ไม่เกี่ยวหรอก แต่อยากข่มแกมั่ง หรือจะหือ” รชานนท์บอก
วันรบจำยอม
“ไม่หือครับ”
“กระแตจ๊ะ ผมอนุมัติให้ที่ประชุมช่วยไอ้รบคืนดีกับลูกเรา”
“แต่ตอนนี้มัทไม่ยอมฟังผมเลย” วันรบบอก
“ไม่มีแก่ใจฟังหรอกตราบใดแม่มือที่สามยังเกาะตารบแจเป็นตุ๊กแกขนาดนี้ ต้องกำจัดตุ๊กแกซะก่อน”
เตือนใจหันไปยิ้มกับวันทนีย์ วันทนีย์ยิ้ม วันรบไม่เข้าใจว่าจะจัดการกับวริษราอย่างไร

ในห้องนอนของวันรบ วริษราตื่นขึ้นในเวลากลางคืนเห็นวันรบที่นั่งอยู่ข้างเตียงกุมมือวริษราอยู่จนวริษรารู้สึกแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของวันรบ
“พี่รบ”
“ริษเป็นยังไงบ้าง”
“ริษ..ยังมึนๆ นิดหน่อยค่ะ”
“พี่ขอโทษนะริษ ที่พี่ทำให้ริษต้องเสียใจ ต่อไปนี้พี่จะให้ความสำคัญกับริษและลูกมากกว่านี้ ยกโทษให้พี่นะริษ”
“พี่รบ พี่จะดูแลริษกับลูกไม่ทิ้งไปไหนใช่ไหมคะ”
“จ๊ะ”
วริษราเข้าสวมกอดวันรบทันที สีหน้าหน้าวริษรายิ้มสะใจ
“ ริษดีใจที่สุดเลยค่ะ ริษรักพี่รบนะคะ”
“ต่อไปนี้ริษไม่ต้องไปทำงานแล้วนะ”
วริษรามองวันรบอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

เช้าวันใหม่ วันรบถือกระเป๋าพาวริษราเข้ามาที่บ้านกำนันเรือง วริษราถึงกับหน้าเสีย
“ทำไมต้องให้ริษมาอยู่ที่บ้านลุงกำนันด้วยจ๊ะ”
“ก็ที่นี่เป็นบ้านพี่ ถ้าริษจะอยู่กับพี่ก็ต้องเข้ากับครอบครัวพี่ให้ได้จริงไหมจ๊ะ”
“แต่...”
วริษรายังไม่ทันจะพูดอะไรต่อ เสียงวันทนีย์ก็ดังเข้ามา
“ไอ้หมา”
วันทนีย์รีบออกมาเข้ามากอดวันรบ
“แม่กำลังรอเอ็งอยู่เลย”
วันทนีย์หันมาหาวริษราแล้วลงดาบแรกทันที
“ว่าไงนังลิ้นจี่”
วริษรายกมือไหว้
“ป้าวันคะ หนูเปลี่ยนชื่อเป็นวริษราแล้วค่ะ เรียกหนูริษก็ได้ค่ะ”
วันทนีย์ยิ้มเฉือนแล้วบอก
“แหม ไม่ว่ายังไงเอ็งก็เป็นลิ้นจี่ของป้า ต้นไม้ในสวนจะไปโตที่ป่าคอนกรีต เปลี่ยนชื่อเริ่ดหรูขนาดไหน กำพืดมันก็อยู่สวนเหมือนเดิมล่ะจริงไหม”
วริษราถึงกับสะอึก วันรบเห็นว่าวันทนีย์ชักมันส์ปากจึงรีบห้ามด้วยการกระซิบเบาๆว่า
“แม่!แรงไปแล้ว”
“ก็มัน...”
วันรบรีบพูดแทรกขึ้นทันที
“ผมจะพาริษมาฝากน่ะครับแม่ ริษเขากำลังท้อง”
“ได้สิ ได้ ลูกหลานมาพึ่งพาข้าจะไม่ให้พึ่งพิงได้ยังไงถูกไหม”
“ผมอยากให้ริษเข้ากับครอบครัวเราได้ ริษก็ไม่ได้เจอกับพ่อแม่ตั้งหลายปี”
กำนันเรืองเดินออกมาพอดี
“ไม่ต้องห่วงไอ้หมา แฟนเอ็ง..พ่อกับแม่จะดูแลให้ ดีนะคนคุ้นเคยกันลูกๆ หลานๆ”
“งั้นผมไปนะครับพ่อ แม่”
วริษราหันมาจับมือวันรบ
“พี่รบจะไปไหน ไม่อยู่กับริษเหรอ”
“พี่ต้องไปดูงานที่ภูเก็ต ริษอยู่กับแม่พี่สักสองสามอาทิตย์นะแล้วพี่จะรีบกลับมาหา”
กระถินหมั่นไส้ทนไม่ได้ตรงเข้าจิกผมวริษราจนหน้าหงาย
“อย่าเซ้าซี้พี่รบสิจ๊ะ ลิ้นจี่” กระถินพูดด้วยน้ำเสียงแค้นมาก
“นังกระถิน” วันทนีย์เสียงดังปรามให้กระถินรู้สึกตัว
“โอ้ย ตายจริงลืมตัว อยากสนิทกับแฟนพี่รบเร็ว ๆน่ะจ๊ะ”
“ผมไปก่อนนะครับแม่”
วริษราจับแขนวันรบ ไม่อยากให้ไป
“แต่ว่า..”
วันทนีย์เข้ามาแกะมือวริษราออกจากแขนวันรบ
“ไอ้หมาต้องไปทำงานหาเงินมาเตรียมสำหรับเอ็งคลอดลูกนะ ลิ้นจี่ อย่างอแงงี่เง่า”
วันทนีย์ส่งสายตาโหดใส่วริษราแล้วเริ่มลดเสียงให้หวานขึ้น
“สิจ๊ะลูก”
“พี่ไปนะ”
“เดี๋ยวสิพี่รบ”
วริษราจะตามวันรบไป แต่กระถินกับอาไทรีบวิ่งมาขวางปิดทางวริษาไว้
“พวกแกมาขวางฉันทำไมเนี่ย”
“ก็แม่จ๋าอยากให้พี่ลิ้นจี่อยู่กับแม่จ๋าที่นี่..นี่จ๊ะ” อาไทบอก
“ใช่..เธอต้องอยู่ที่นี่” กระถินบอก
“หลบไป”
“ไม่หลบ”
วริษราพยายามจะดันแต่กระถินไม่ยอม วริษราตบผัวะ!เข้าที่หน้ากระถิน อีกฝ่ายสวนทันที เพี๊ยะ! จนสองคนตบกันชุลมุนตะลุมบอน วริษราสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย ฝ่ายกระถินกระโดดตบสุดตัวจนวริษราลงไปกองกับพื้น กระถินขึ้นคล่อม สติหลุด
“จะแย่งพี่รบจากพี่มัทเหรอ นังลิ้นจี่ นี่ๆๆ”
วันทนีย์ดูเพลินจนออกแนวเชียร์ จนอาไทต้องสะกิด
“ตี ๆๆ อย่างนั้น”
“แม่จ๋า ห้ามสิจ๊ะ อย่าเชียร์”
วันทนีย์รู้สึกตัว
“เออ จริง..นังกระถิน”
วันทนีย์ต้องเข้าไปลากกระถินออกมา วริษราลุกขึ้น
“นี่ให้ริษมาอยู่ที่นี่เพราะมัทรีใช่ไหมจ๊ะ”
“ไม่ใช่อย่างนั้น นังกระถิน ข้าเตือนแล้วใช่ไหมว่าไอ้หมามันรักใครเอ็งต้องรักด้วย อย่าลำเอียง ขอโทษนังลิ้นจี่ซะ”
กระถินจะไม่ยอมแต่เห็นสายตาวันทนีย์ที่จ้องนิ่งมาอย่างเอาเรื่อง
“ฉันขอโทษ หวงพี่รบมากไปหน่อย”
วันทนีย์สั่งกระถิน
“พานังลิ้นจี่ไปพัก ไป แล้วอย่าก่อเรื่องอีกนะ ไปพักเถอะ หลานแม่จะได้พักด้วยนะ”
วริษรามองวันทนีย์ที่ยิ้มแต่ปาก แต่สายตาคุกคามมากอย่างหวั่น ๆ

วันทนีย์ยืนอยู่ตรงดงกล้วยในเย็นวันนั้น มีกำนันเรืองกับอาไทนั่งยองๆ รอ กระถินรีบวิ่งเข้ามาพลางมองหลังอย่างระแวดระวัง
“นังกระถิน..ยัยลิ้นจี่เป็นยังไงบ้าง มันสงสัยเราไหม” วันทนีย์ถามขึ้น
“ไม่จ๊ะ กระถินจ๊ะจ๋าเป็นอย่างดี”
“โอ้ย! แม่จ๋าไม่ต้องห่วงหรอกจ๊ะ พี่กระถินเวลาสอพลอน่ะ แม่จ๋ายังเชื่อเลย” อาไทบอก
“อาไท” กระถินพูดพลางดึงหูอาไท
“นี่ฉันชมนะเนี่ย”
“เลิกอวยกันได้แล้ว ที่ข้าเรียกประชุมเพราะว่ามีภารกิจที่เราต้องทำอย่างเร่งด่วน เพื่อขยายครอบครัว” วันทนีย์บอก
“งั้นขึ้นห้องกันเลย” กำนันเรืองว่า
“ขึ้นห้องมันเกี่ยวอะไรด้วยพ่อจ๋า”
“เอ้าก็บอกว่าเร่งด่วน ข้าก็จะปั้นน้องให้ไอ้หมาน่ะสิ”
“พ่อจ๋าอ่ะ บ้า! ฉันไม่ได้บอกว่าจะปั้นน้ำให้เป็นตัว แต่จะขยายครอบครัวด้วยการทำให้หนูมัทรีแต่งงานกับไอ้รบให้ได้”
“รู้แล้วน่า พ่อล้อเล่น”
“ว่าแต่ว่าแม่จ๋าจะให้ยัยลิ้นจี่มาเป็นสะใภ้แม่จ๋าจริงๆรึ” อาไทถาม
“ไม่มีทางลูกสะใภ้ของข้าต้องเป็นหนูมัทคนเดียวเท่านั้น”
“งั้นแม่จ๋าจะให้พวกเราทำยังไง บอกมาเลยจ๊ะ” อาไทถามขึ้น
“ตอนนี้นังลิ้นจี่มันกำลังใช้เด็กในท้องเรียกคะแนนสงสาร”
“แม่อย่าบอกนะว่าจะทำร้ายเด็ก” กระถินว่า
“เรื่องบาปกรรม ข้าไม่ข้องแวะอยู่แล้ว แต่กรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมตามสนอง เราต้องต่อสู้เพื่อความถูกต้อง”
ทุกคนมองหน้าวันทนีย์ที่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

อ่านต่อหน้าที่ 4





แม่ยายที่รัก ตอนที่ 13 (ต่อ)
วริษรานั่งที่โต๊ะทานข้าวบ้านกำนันเรืองเวลากลางคืน
“ทานสินังลิ้นจี่ แล้วนี่เอ็งกับไอ้หมาไปคบกันตอนไหน ทำไมไอ้หมามันไม่เห็นบอกพ่อกับแม่เล” วันทนีย์ทำเป็นไม่รู้เรื่อง
“ก็ช่วงที่ฉันอยู่กรุงเทพฯน่ะจ๊ะ พี่รบคอยช่วยเหลือฉันบ่อยๆ เราก็เลยเห็นใจกันและกัน”
กระถินพูดกับอาไท
“สตอเบอรี่ได้อีก”
“พอกับพี่กระถินเลยเนอะ” อาไทหยอก แรกๆเล่นเอากระถินเคลิ้มไปเพราะคิดว่าเป็นคำชม แต่พอนึกได้
เออ... ไอ้อาไท” กระถินหยิกขาอาไทที่ใต้โต๊ะ
“ก็แปลกนะ ถ้าเห็นใจกันขนาดนั้น ทำไมไอ้หมามันถึงบอกข้าว่าจะแต่งงานกับหนูมัทไม่ใช่เอ็ง”
“พี่รบบอกว่าสงสารคุณมัทรีน่ะจ๊ะก็เลยจะขอเลิกกับริษไปแต่งงาน”
“ลิ้นจี่ก็เลยท้องจับพี่รบเหรอจ๊ะ” กระถินโพล่งขึ้นอย่างทนไม่ได้
กำนันเรืองทำเป็นปรามด้วยเสียงต่ำ
“เฮย...เรียกว่าเห็นแก่ตัวไม่มีศีลธรรม ไม่รู้จักคิดจิตอกุศล..จะดีกว่า”
“เหรอ” อาไทกับกระถินพูดขึ้นพร้อมกัน
วริษราทนไม่ไหววางช้อน
“ริษทานไม่ลงค่ะ ขอตัวไปพักก่อนนะคะ”
วริษราไม่รอให้ผู้ใหญ่บนโต๊ะอนุญาตก็ลุกออกไปเลย ทุกคนในโต๊ะมองจนแน่ใจว่าวริษราเข้าห้องไปแล้วก็ตีมือกันอย่างเมามันส์
“เก่งมากจ๊ะพ่อจ๋า”
“ว่าแต่เราจะหลอกด่ายัยลิ้นจี่นี่แล้วถ้าเกิดยัยลิ้นจี่ไม่พอใจล่ะจ๊ะ” กระถินถามขึ้น
“ข้าไม่ได้หวังผลแค่หลอกด่า แต่ถ้าคนมันอึดอัด มันต้องระบายแล้วตอนนั้นล่ะ...”
วริษราเดินไปเดินมาในห้องอย่างหงุดหงิด วริษราหยิบมือถือจะกดออก แต่เสียงมือถือวริษราดังแทรกเข้ามาซะก่อน วริษรามองเบอร์ที่ขึ้นบนเครื่องอย่างไม่คุ้นเคย
“ฮัลโหล..พี่ต้น พี่โทรมาทำไมเนี่ย รู้ได้ไงว่าฉันท้อง นังเปิ้ลล่ะสิ พี่ไม่ต้องมารับผิดชอบ ฉันหาพ่อของลูกได้แล้ว แค่นี้นะ”
วริษรากดวางสายวางมือถือที่หัวเตียง อาไทแอบมองไปที่มือถือที่วางอยู่ที่หัวเตียง


มัทรีเดินออกมาที่ระเบียง ทอดสายตามองไปที่ท้องฟ้าอย่างเศร้าซึมนึกถึงวันชื่นคืนสุขที่มัทรีกับมัทรียิ้มหวานๆ ให้กัน แต่เมื่อนึกถึงภาพที่วริษรากอดขาอ้อนวอนวันรบไม่ให้ตามมัทรีมาก็น้ำตาร่วง … แล้วเอ่ยชื่อของวันรบขึ้น
“พี่รบ”
“ครับ” เสียงตอบจากวันรบดังขึ้น
มัทรีตกใจหันซ้ายหันขวาแล้วมองลงไปข้างล่าง เห็นวันรบคุกเข่าอยู่
“มัทรี ผมรักคุณ”
มัทรีมองวันรบอย่างอึ้งๆ ทำตัวไม่ถูก
“ผมรักคุณคนเดียวนะมัทรี”
วันรบส่งสายตามองมัทรีด้วยสายตาอ้อนวอน ขณะที่รชานนท์กับติรกาแอบมองอย่างลุ้นๆว่า มัทรีจะตัดสินใจอย่างไร
“มัทไม่อยากฟังคำแก้ตัว”
“ผมไม่ได้มาแก้ตัว ผมมาขอโอกาสแก้ไขจากมัท”
“พี่รบกลับไปเถอะค่ะ”
“ผมไม่กลับ ผมจะอยู่ตรงนี้จนกว่ามัทจะยอมเชื่อผม ผมไม่เคยนอกใจมัทจริงๆ”
มัทรีลุกขึ้นแล้วเดินเข้าห้องปิดประตูระเบียง วันรบหน้าจ๋อยไปทันที รชานนท์กับติรกาเข้ามาหาวันรบ
“ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก ไอ้น้อง” รชานนท์ตบไหล่เป็นเชิงปลอบใจ
“คืนนี้กลับไปพักก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่แล้วกัน” ติรกาว่า
“ไม่ครับ ผมจะอยู่ตรงนี้จนกว่ามัทจะยอมฟังผม”
“ตรงนี้นะ” รชานนท์ถามย้ำ
“ครับ”
รชานนท์กับติรกามองหน้ากันแล้วหันไปมองวันรบที่สายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

คืนนั้น … เมื่อวริษรานอนหลับสนิท อาไทกับกระถินค่อยๆแง้มประตูห้องนอนออก อาไทสวมใส่เสื้อตัวใหญ่ กางเกงขายาวหลวมสำหรับใส่นอนเน่าๆ กระถินหันกลับมาเจอวันทนีย์ที่รออยู่ วันทนีย์พูดเสียงเบา
“เป็นไง”
“หลับแล้วจ๊ะแม่จ๋า”
“เอ็งสองคนรีบเข้าไปเอาโทรศัพท์นังลิ้นจี่ออกมา อย่าให้มันรู้ตัวเด็ดขาดนะ”
“จ๊ะ” กระถินกับอาไทพูดเสียงดังปกติอย่างลืมตัว
วันทนีย์รีบเอามือปิดปากกระถินกับอาไทแล้วจุ๊ปากให้เงียบ กระถินกับอาไทรีบปิดปากตัวเองแล้วหันไปเปิดประตูค่อยๆแฝงตัวเข้าไป อาไทคลานนำกระถินเข้ามาจะตรงไปที่หัวเตียง
วริษราพลิกตัวจนขายื่นเลยเตียงออกมา เท้าข้างที่ยื่นออกมากั้นตรงหน้าอาไท อาไทเบรก เอี๊ยด!จนหน้าทิ่มไปที่เท้าของวริษรา กระถินที่กำลังคลานเพลินๆ ชนเข้ากับก้นของอาไทอย่างจัง
“อุ๊บ!” อาไทตกใจจนไม่กล้าขยับ
กระถินเงยหน้าขึ้นมาเห็นก็ตกใจกลัววริษราจื่น แต่วริษรายังหลับนิ่ง กระถินถอนใจโล่งอก อาไทหน้าเสียเหลือบมองกระถินเพื่อขอความช่วยเหลือ
“ช่วยเหรอ” กระถินพูดเสียงเบาแล้วใช้มือจิกผมอาไทดึงออกมาทันที เล่นเอาอาไทหน้าหงายออกมา อาไทรีบเช็ดปากเช็ดหน้า พลางหันไปหากระถินแล้วถาม
“สาบานนะว่าเนี่ยช่วยไม่ได้โกรธอะไรกัน”
“ช่วยจริงๆ”
อาไทยังเช็ดหน้ากับปากไม่เลิก
“แหวะ..นี่ถ้าไม่เห็นแก่พี่รบนะ”
“พูดมากน่าหามือถือเร็วๆ” กระถินบอก
อาไทมองหาที่หัวเตียงแต่ไม่เห็น
“ไม่อยู่แล้วพี่...หายไปไหน”
อาไทกับกระถินช่วยกันมองหาแล้วเห็นว่ามือถืออยู่อีกฝั่งหนึ่งที่ชิดกับผนังซึ่งมีวริษรานอนคั่นกลางอยู่
“โน่นไง..แกปีนข้ามไปหยิบมาเร็ว” กระถินบอก
“อาเหรอ”
“เออ...”
อาไทจำต้องปีนขึ้นเตียงอย่างตัวเบาที่สุด อาไทกำลังจะเอื้อมมือข้ามตัววริษราไปหยิบโทรศัพท์ ทันใดนั้นวริษราเด้งตัวขึ้นมานั่ง พูดละเมอขึ้น
“นังกระถิน แกจะทำอะไร”
อาไทสะดุ้งเด้งหงายหลังลงไปกองกับพื้น กระถินยืนตัวแข็ง เห็นวริษราที่หลับตาชี้มาทางกระถิน อาไทโบกมือตรงหน้าวริษรา วริษราด่าทั้งๆ ที่หลับตา
“นังบ้า นังขี้เหร่ มายุ่งกับฉันอีกแกไม่ตายดี....แน่ “ พูดจบวริษราก็หงายหลังลงนอนบนเตียงเหมือนเดิม
กระถินยืนมองอย่างแค้นจะเข้าไปตบวริษรา แต่อาไทรีบกันไว้
“อย่าพี่ เดี๋ยวเสียงาน”
“เร็ว ๆ เลยไม่งั้น ฉันจะกระโดดตีศอกใส่หน้ามันเดี๋ยวเนี้ยะ”
อาไทขึ้นไปบนเตียง เอื้อมมือข้ามตัวเพื่อหยิบมือถือทันที อาไทหยิบโทรศัพท์ได้แล้วกำลังจะดึงตัวกลับมา วริษราก็ขยับมือขึ้นมากอดหมอนข้าง มือดันลอดเข้าเสื้อตัวโคร่งของอาไทด้วย อาไทยืนค้างเพราะถ้าขยับตัววริษราตื่นแน่ อาไทถึงกับหน้าเสีย หันคอมาพูดแบบไม่มีเสียงกับกระถิน
“พี่กระถิน ช่วยด้วย”
กระถินมองตามสายตาอาไทแล้วตกใจ
“ทำไงล่ะ”
“เอาออกสิ เอาออก” อาไทพูดแบบไม่มีเสียง
กระถินขยับเข้ามาจะจับมือวริษราออกแต่มือวริษราซุกใกล้หน้าวริษรามาก กระถินไม่กล้า
“เอาออกไม่ได้ มันกอดมือตัวเองไว้”
“แล้วทำไงล่ะพี่”
กระถินคิด ๆแล้วปิ๊งไอเดีย
“เอามันออกไม่ได้ เอาแกออกแทน”
อาไทตกใจคิดไม่ออกว่าจะเอาตัวเองออกอย่างไร กระถินจับปลายเสื้ออาไทด้านบนแล้วถอดเสื้ออาไทออกอย่างทุลักทุเล
“โอ้ย แทบตาย” อาไทบอก
“ได้มาไหม” กระถินถาม
อาไทโชว์มือถือ กระถินดีใจ
“รีบเอาไปให้แม่จ๋าเร็ว”
อาไทพลิกตัวจะลงจากเตียง แต่พอก้าวขาปรากฎว่าติด อาไทพยายามดึงว่าติดอะไร
“อืม..” วริษราเสียงพึมพำ
อาไทหันไปมองปรากฎว่าวริษราพลิกตัวมากอดปลายขากางเกงอาไทไว้อีก
“พี่กระถิน”
กระถินหันมา
“เฮ้ย”
“มันจะละเมออะไรนักหนาวะเนี่ย”
วริษรายิ่งดึงปลายขากางเกงเข้าไปกอดแน่นขึ้น
“อาไท”
อาไทเห็นสายตากระถิน
“อย่าบอกนะว่า.....”
กระถินพยักหน้า อาไทถึงกับหน้าเสียทันทีเพราะต้องถอดกางเกงออกเช่นเดียวกับเสื้อ

จุดนัดพบที่ดงกล้วยในเวลากลางคืน กระถินยื่นมือถือของวริษราให้วันทนีย์
“โทรศัพท์ของยัยลิ้นจี่จ๊ะแม่จ๋า”
วันทนีย์ส่งกระดาษกับปากกาให้กระถิน
“ดีมาก เอ็งรีบจดเบอร์โทรศัพท์ทั้งหมดที่โทรเข้าวันนี้ออกมาเลย ไอ้พ่อเด็กในท้องนังลิ้นจี่ที่ชื่อ..ชื่ออะไรนะอาไท
“พี่ต้นจ๊ะ” อาไทเสียงสั่นด้วยความหนาวเพราะทั้งเนื้อทั้งตัวเหลือแต่กางเกงในเพียงตัวเดียว
“เออ..นั่นแหล่ะ รีบจดเร็ว ๆ เข้า”
“แม่จ๋า ทำไมเราไม่ไปคุยบนบ้านล่ะจ๊ะ” อาไทถาม
“คุยในบ้าน ถ้านังลิ้นจี่มันตื่นมาได้ยินก็แผนแตกสิวะ เอ็งอย่าเรื่องมากได้ไหมเนี่ย”
“ฉันไม่ได้เรื่องมาก แต่ฉันหนาว”
“เร็วสิพี่กระถิน ฉันจะไม่ไหวแล้ว”
“ทนหน่อยน่าอาไท แล้วพี่จะบอกพี่รบให้ว่าอาไททุ่มเทเพื่อช่วยพี่รบ รับรองได้รางวัลใหญ่แน่”
วันทนีย์ส่งแบงค์พันให้อาไท
“อ่ะ หายหนาวไหม”
อาไทตาลุกวาวรีบรับแล้วบอก
“ ร้อนเลยจ๊ะ”
“อ้าว..แม่จ๋า” กระถินยังพูดไม่จบ วันทนีย์รู้ทันส่งแบงค์พันให้กระถิน
“ของเอ็งก็มี”
กระถินรีบรับมาแล้วบอก
“ขอบคุณจ๊ะ”
วันทนีย์มองขึ้นไปบนบ้านด้วยสายตามั่น
“คิดจะจับลูกชายคุณนายวันทนีย์ ไม่มีทางหรอกเว้ย”

ในเวลาเดียวกัน ทางบ้านของติรกา มัทรีเดินออกมาที่ระเบียงอีกครั้ง วันรบยังนั่งอยู่ที่พื้นหญ้าเหมือนเดิม มัทรีปวดใจที่ไม่อาจจะอภัยให้วันรบได้ ในขณะที่วันรบก็พยายามอ้อนวอนให้เห็นความจริงใจ
“พี่รบ..กลับไปเถอะค่ะ อย่าทำแบบนี้”
“ผมไม่กลับจนกว่ามัทจะยอมเชื่อว่าผมพูดความจริง”
มัทรีเหนื่อยที่จะพูดกับวันรบ ทำเป็นเดินเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูกระจก มัทรีหันมองนาฬิกาเป็นเวลาสามทุ่ม เวลาผ่านไปจนถึงตีหนึ่ง มัทรีคอยมาแอบมองวันรบอย่างเป็นห่วง วันรบยังนั่งอดทนรอคอย มือก็ตบยุงไปด้วย มัทรีตัดสินใจปิดไฟ วันรบมองอย่างจ๋อย ๆ แต่ก็ยังฮึดนั่งต่อไป มัทรียืนแอบมองด้วยสายตาเศร้าๆ

อีกมุมหนึ่งของบ้าน เตือนใจกับพุทรายืนมองวันรบอยู่เช่นกัน
“ฉันล่ะอยากจะเอาน้ำไปสาดตารบนัก เอาให้จับไข้ไม่สบายเลยยิ่งดี” เตือนใจพูดขึ้น
พุทรามองเตือนใจแล้วถาม
“นี่คุณยายคิดจะให้คุณรบเรียกร้องความเห็นใจแบบในหนังเหรอคะ”
“แล้วหล่อนว่ามันจะได้ผลไหมคะ”
เตือนใจกับพุทรายิ้มให้กันอย่างเจ้าเล่ห์
“หึๆๆ”

บริเวณชั้นล่าง ติรกากำลังจะหอบผ้าห่มมาเดินออกไปหาวันรบ แต่รชานนท์เดินเข้ามาดึงติรกาไว้
“กระแต คุณจะไปไหนไ
“อากาศมันเย็นน่ะค่ะ ฉันจะเอาผ้าห่มไปให้”
“ไม่ต้อง..ปล่อยให้ไอ้รบมันตากน้ำค้างไป”
“เดี๋ยววันรบจะไม่สบายน่ะสิคุณ ทั้งยุงทั้งน้ำค้าง”
ยังไม่ทันขาดคำติรกา เสียงน้ำก็สาดโครม!เข้าที่ตัววันรบจนเปียกปอนไปหมด
“เฮ้ย” รชานนท์ร้องขึ้น
รชานนท์กับติรกาวิ่งออกมาดูเห็นเตือนใจทยืนหน้าถมึงทึงอยู่ เตือนใจพูดเสียงดัง
“ทำหลานฉันร้องไห้จะเป็นจะตาย ยังกล้ามาเสนอหน้าอีกเหรอ”
มัทรีได้ยินเสียงก็เปิดประตูออกมาดูอย่างตกใจ
“คุณยายครับ ฟังผมก่อน”
“ฉันไม่ฟังไอ้ผู้ชายหลายใจ ฉันล่ะเกลียดนักออกไปจากบ้านฉัน ไป๊”
“สมบทบาทมากค่ะคุณยาย” พุทราบอก
“ยังไม่ออกไปอีก”
เตือนใจกระซิบกับพุทรา
“ทำไมยัยมัทยังไม่ลงมาอีกนะ เหนื่อย! หล่อนช่วยห้ามด้วยสิยะ”
“ต้องห้ามด้วยเหรอคะ”
“เออสิ”
“โอ้ย ใจเย็น ๆค่ะคุณยายเดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไป”
“ไม่ยงไม่เย็นมันแล้ว ขอเอาเลือดหัวออกสักทีเถอะ”
เตือนใจคว้ากระป๋องจะเข้าไปตีวันรบ
มัทรีตกใจเดินออกมาที่ระเบียง แต่เมื่อครั้นจะหันหลังกลับก็ชะงักเพราะรชานนท์กับติรกาวิ่งเข้ามาพอดี
“ใจเย็นครับคุณแม่”
“คุณแม่คะ อย่าถึงขั้นทำร้ายกันเลยนะคะคุณแม่” ติรกาว่า
เตือนใจตกใจที่กลายเป็นรชานนท์แต่ต้องเล่นให้สมบทบาทต่อไป
“ฉันจะฆ่ามัน ปล่อยฉัน แม่พุทรา” เตือนใจพูดแล้วทำท่าจะวูบไปซะอย่างนั้น
“อ้าว...ลมจะจับจริงซะงั้น” พุทราบอก แล้วรีบส่งเสียงดัง
“ว้ายคุณยาย คุณนนท์ขา พาคุณยายเข้าไปพักก่อนเถอะค่า”
เตือนใจจะเป็นลม พุทราจับแขนเตือนใจชักใยซะงั้น
“อย่าอาละวาดค่ะ คุณยาย ใจเย็น ๆ ค่ะ”
รชานนท์ ติรกา วันรบมองพุทราที่จับมือเตือนใจเหวี่ยงไปมา เตือนใจขยิบตาให้วันรบ วันรบเก็ททันที
“คุณยายครับ ผมขอโทษ ผมไม่ได้นอกใจมัทจริง ๆนะครับคุณยาย”
“แกไม่ใช่หลานฉัน แบกฉันเข้าไปเร็ว” เตือนใจพูดกับกับพุทรา
“คุณนนท์ คุณติช่วยพุทราหน่อยค่า พาคุณยายไปเร็วค่าก่อนคุณรบจะตาย”
“นั่งอยู่ได้แค่ตรงนั้น ห้ามเข้ามาในบ้านเด็ดขาด ไม่งั้นฉันฆ่าตายแน่”
เตือนใจพูดแล้วชี้ที่วันรบเป็นความหมายว่า ให้นั่งอยู่อย่างนั้นแหล่ะ อย่าไปไหน วันรบมองอย่างเข้าใจขยิบตารับ
“เห็นใจผมเถอะครับคุณยาย ผมจะไม่ไปไหนจนกว่ามัทจะยอมฟังผม”
เตือนใจแอบยกนิ้วโป้งให้วันรบ เพื่อบอกว่าแสดงบทบาทได้ดีมาก รชานนท์เข้าใจทันที ช่วยกันพาเตือนใจเข้าบ้าน ติรกายังงงแต่เดินตามเข้าไปในบ้าน วันรบเงยหน้ามองสบตากับมัทรี มัทรีเป็นห่วงแต่ยังทำเป็นไม่สนเดินเข้าไป
วันรบลงคุกเข่าต่อทั้งที่เนื้อตัวเปียกปอน

ภายในห้องรับแขก ติรกาอึ้งไปกับแผนการของเตือนใจ
“ช่วยวันรบเรียกคะแนนความเห็นใจ”
“ใช่สิ ฉันรอให้ยัยมัทลงมา พวกแกก็ดันมาขัดซะก่อน”
“คุณแม่จัดน้ำใส่วันรบเต็มๆ ขนาดนั้นจะล้มซะก่อนยัยมัทใจอ่อนสิคะ”
“กระแตจ๊ะ คุณแม่จัดตัวช่วยให้ไอ้รบต่างหาก โดนด่าก็ยังทนแถมอาจจะล้มเป็นไข้ไม่สบาย มารยาเรียกความเห็นใจ ผู้หญิงน่ะนะยิ่งรักด้วยแล้วใจแข็งไม่นานหรอกจ๊ะเดี๋ยวก็เปลี้ย วิ่งลงมา”
มัทรีวิ่งลงมาจริง ๆ
“นั่นไงมาจริง ๆ ด้วย” รชานนท์ว่า
“คุณยายขา คุณยายเป็นยังไงบ้าง”
“เป็นอะไร”
“อ้าวก็เมื่อกี้คุณยายจะเป็นลมไม่ใช่เหรอคะ”
เตือนใจนึกขึ้นได้ แล้วทำเป็นวูบทิ้งตัวใส่รชานนท์ทันที
“หะ..อ๋อ..เอิ๊กกก”
“คุณยายโกรธจนความดันขึ้นเลยนะคะเนี่ย อย่าเป็นอะไรนะคะคุณยาย โฮ..คุณยา” พุทราพูดแล้วร้องไห้ราวหนักราวกับเตือนใจจะสิ้นลมไปตรงหน้า
เตือนใจสะกิดกระซิบกับพุทรา
“เยอะไปแล้ว เยอะ”
“เนียนเนียนค่ะ” พุทราตอบเสียงเบา แล้วหันไปทำเสียงดังต่อ
“อย่าเป็นอะไรนะคะคุณยาย”
“คุณแม่ก็ทำเกินไปนะคะ ยัยมัทไม่ออกไปดูตารบหน่อยเหรอลูก” ติรกาทำหยอด
“แบบนี้ดีแล้วล่ะค่ะ”
“อ้าว” ทุกคนเหวอไป เตือนใจเด้งตัวขึ้นมา
มัทรีหันมาหาเตือนใจ เตือนใจทำเป็นทิ้งตัวลงไปอีก พุทราเข้ามารับแทบไม่ทัน
“พี่รบจะได้รู้ว่าเรื่องระหว่างเขากับมัทมันจบลงแล้ว”
มัทรีมองออกไปทางวันรบด้วยสายตานิ่ง
พุทราพูดเบาๆ กับเตือนใจ
“จะใจแข็งไปไหนเนี่ย”
คนอื่นๆแอบสบตากันอย่างหนักใจ

เช้าวันใหม่ที่บ้านกำนันเรือง วริษราตื่นนอนแล้วเดินออกมาที่ระเบียงอย่างแปลกใจที่เห็นบ้านเงียบ
“ไปไหนกันหมด”
“พี่กำนัน กระถินไปบอกฉันว่านังริษมันมาอยู่ที่นี่...จริง ๆเหรอจ๊ะ” เสียงแม่ของวริษราดังขึ้น
“จริง อยู่บนเรือนแน่ะ”
“ฉันต้องขอโทษนะพี่ที่ลูกฉันมาสร้างความเดือดร้อนให้ ฉันจะลากมันกลับบ้านเดี๋ยวนี้”
“ใจเย็นๆ มีอะไรค่อยๆพูดกันดีกว่านะ”
“แม่นะแม่ ยุ่งจริงๆ” วริษราว่า
วริษราเห็นท่าไม่ได้การตัดสินใจรีบวิ่งกลับไปที่ห้องหยิบกระเป๋าเงินออกมาแล้วหนีออกไปอีกทาง

ส่วนทางบ้านติรกา พุทราถือถาดน้ำเต้าหู้ร้อนเข้ามา เตือนใจหยิบส่งให้ติรกา ติรการับไปแล้วเกิดอาการเหม็น แล้ววางถ้วยลงแล้วรีบยกถังขยะมาอ้วก
“เป็นอะไรน่ะกระแต”
“มันคลื่นไส้น่ะค่ะ”
“ก็ไม่ได้นอนทั้งคืนนี่คะ ทานน้ำเต้าหู้ร้อนๆ สิคะ” พุทรายื่นแก้วเข้าไปใกล้ติรกา
“ไม่เอา..มันเหม็น”
เตือนใจรับแก้วมาดมดู
“เหม็น ก็ไม่นี่ ยัยติประจำเดือนมาหรือยังลูก”
“ยังเลยค่ะ “ ติรกาพูดแล้วก็นึกได้มองหน้าเตือนใจ รชานนท์เข้าใจทันทีรีบเข้าไปกอดติรกา
“นี่หมายความว่า...เยี่ยมมากเลยกระแต”
ติรกาเขิน
“จะใช่เหรอคะแม่”
เตือนใจหันไปพูดกับพุทรา
“แม่พุทรา ฉันจะมีหลานอีกแล้ว”
พุทราดีใจมากบอก
“คุณนนท์สุดยอดเลยค่ะ เปิดปุ๊บติดปั๊บ”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
“ถ้ายัยมัทรู้ต้องดีใจแน่ ๆ อยากได้น้องอยู่แล้วนี่” เตือนใจว่า
“เอ่อ..พุทราว่าเคลียร์ทีละเรื่องไหมคะ ไม่งั้นที่คุณรบนั่งมาทั้งคืนก็เหนื่อยฟรีนะคะ”
“รอให้เราเคลียร์เรื่องวันรบก่อนแล้วค่อยบอกยัยมัทนะคะ”
ทุกคนมองกันอย่างรับรู้

มัทรีนั่งหัวพิงกระจกประตูระเบียงจนหลับแล้วสะดุ้งตื่น มัทรีนึกได้รีบออกมาดูที่ระเบียงเห็นวันรบยังนั่งอยู่ที่เดิม ที่ด้านล่าง เตือนใจ รชานนท์ ติรกายังนั่งเฝ้าอยู่ พุทราค่อยๆ ยื่นหน้าออกมามองเห็นมัทรีชะเง้อมาจากระเบียง
พุทรารีบรายงานเตือนใจ
“คุณมัทออกมาแล้วค่ะ”
เตือนใจรีบเดินไปในมุมที่วันรบเห็น
เตือนใจพูดเสียงเบาๆ
“ตารบ..ตารบ”
วันรบเบลอนิด ๆเพราะยังไม่ได้นอนแถมมีไข้ขึ้นมองไปทางเตือนใจ เตือนใจทำท่าใบ้ชี้ที่วันรบว่าไม่สบายแล้วทำท่าล้มให้เห็นเป็นตัวอย่าง วันรบเพ่งมอง พอเตือนใจทำให้ดูครั้งที่สองก็เข้าใจทันที วันรบทำเป็นเงยหน้าพอเห็นมัทรีก็ทำยิ้มแบบฝืน ๆ แล้วโงนเงนล้มไปกองกับพื้นทันที มัทรีตกใจ
“พี่รบไ
มัทรีรีบวิ่งลงไปทันที

เตือนใจ รชานนท์และติรกาทำเป็นนั่งที่โซฟาเพลียๆ หลับๆ มัทรีวิ่งลงมาร้อง
“พี่รบ”
มัทรีวิ่งออกไปที่สวนเข้าไปประคองวันรบ แล้วเอามือแตะหน้าผาก
“พี่รบ พี่รบ ตัวร้อนจี๋เลย พี่รบคะ”
วันรบทำเป็นเบลอๆ
“เชื่อพี่นะพี่ไม่ได้นอกใจมัท ไม่ได้” วันรบนิ่งหลับไป
“พี่รบคะ พี่รบ” มัทรีพยายามจะหาทางแบกวันรบเข้าบ้านไป
“นั่นไง บอกแล้วว่าได้ผล” เตือนใจว่า
รชานนท์ ติรกาหันไปยกนิ้วให้เตือนใจ
“พ่อคะ แม่คะ ช่วยพี่รบด้วยค่ะ”
“ได้ ๆ” รชานนท์บอก
รชานนท์กับติรกาวิ่งออกไปช่วยมัทรีหิ้วปีกวันรบ เตือนใจจะตาม แต่ชะงัก เพราะมีอาการเบลอแล้ววูบ พุทราเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามารับตัวไว้
“คุณยายขา ไม่ต้องแกล้งเป็นลมแล้วค่ะ”
“ไม่ได้แกล้งย่ะ หน้ามืดจริงๆ”
“อ๋อ...วัยชรา”
เตือนใจดึงแก้มพุทราอย่างแรง
“หยาบคาย ประคองฉันนั่งก่อนสิ”
“ยาดมหน่อยไหมคะ”
“ได้ก็ดี...”
พุทรารีบไปเอายาดมมาให้เตือนใจ เตือนใจดมยาดมแบบเต็มสูบ เสียงมือถือของพุทราดังขึ้น พุทรากดรับ
“ค่ะคุณสมภพ...อะไรนะคะ” น้ำเสียงของพุทราตกใจ
เตือนใจหันไปมองพุทรอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรกัน
พ่อเลี้ยงจรัลบินด่วนกลับจากเมืองจีนและรีบมาดูที่ห้องเก็บเอกสารภายในบ้าน พ่อเลี้ยงจรัลถึงกับอึ้งไปที่เห็นห้องเก็บเอกสารเสียหายจากไฟไหม้ แฟ้มและสัญญาเงินกู้โดนไหม้จนกลายเป็นเศษขี้เถ้าจนหมด กลุ่มสมุนพ่อเลี้ยงมองด้วยสายตาหวาดหวั่น พ่อเลี้ยงจรัลยืนอยู่กลางห้องสีหน้าโกรธจัดแล้วพูดขึ้น
“หมดกัน เงินของฉัน หมดกัน”
พ่อเลี้ยงจรัลหันไปหาพวกสมุนแล้วชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง
“ไฟมันไหม้สัญญาพวกนี้ได้ยังไง”
ลูกน้องพ่อเลี้ยงมองหน้ากันเลิ่กลั่ก พ่อเลี้ยงจรัลจ้องมองด้วยแววตาเต็มไปด้วยความแค้น

ธงฉานเดินเข้ามาในบ้าน และตรงไปยังห้องรับแขกเจอกับสมภพที่กำลังลากกระเป๋าเดินทางจะออกไปอย่างรีบร้อน
“เฮ้ย อาครับอา อาจะลากกระเป๋าไปไหนเนี่ย”
“ไอ้พ่อเลี้ยงจรัลมันกลับมาจากเมืองจีนแล้วน่ะสิ ขืนอยู่มันเอาตายแน่ นี่ฉันให้รุจี พาทรงสุดากับตาต้นไปหลบแล้ว”
“อ้าว ไปกันหมดแล้วผมล่ะอา”
“จะรอมันมาฝากรอยเท้าบนหน้าแกก็อยู่ไป”
“เอ้า..เรื่องอะไรจะอยู่เล่า รอด้วยสิอา”
สมภพเดินออกไปที่ประตู ธงฉานกำลังจะตาม แต่ร่างสมภพถูกถีบกระเด็นกลับเข้ามาในบ้านอีก ธงฉานตกใจเข้าไปหาสมภพ
“อา”
ธงฉานหันมองที่ประตูเห็นพ่อเลี้ยงจรัลค่อยๆลดเท้าลงและยืนหน้าเหี้ยมอยู่
“พ่อเลี้ยงจรัล” พ่อเลี้ยงว่า
“ถั่วต้ม (ถูกต้อง) แกทำฉันแสบมาก”
“ค่อยคุยกันนะครับพ่อเลี้ยง”
“บ้านอั๊วไหม้ขนาดนั้น คุยกันไม่รู้เรื่องหรอกเว้ย แค้นต้องชำแหละ”
“ชำระ” ธงฉานกับสมภพโพล่งขึ้นพร้อมกัน
“อย่างอั๊วมันต้องชำแหละลูกเดียว พาอั๊วไปหาเตียดรากาเดี๋ยวนี้”
“พ่อเลี้ยงมันพูดถึงใครอ่ะอา เตี่ยๆ ใคร”
“เตียดรากา เตียด รากาคนที่ช่วยพวกลื้อบุกไปเผาบ้านอั๊วจนวอดน่ะ พูดภาษาไทยฟังไม่เข้าใจหรือไงวะ”
“ภาษาน่ะใช่ แต่สำเนียงน่ะ..สวดยอดดด”
พ่อเลี้ยงเบิ๊ดกบาลธงฉานทันที
“ล้อเลียนอั๊วเหรอไอ้อ้วน”
“พ่อเลี้ยงจะไปบ้านติรกาทำไมครับ”
พ่อเลี้ยงกำลังจะง้างปาก แต่ลูกสมุนพูดแทรกขึ้นทันที
“คิดจะยิงกราด พังบ้าน บี้มด ตบหมาแก้แค้นให้สะใจใช่ไหม เลวจริงๆ”
พ่อเลี้ยงฟาดหลังมือเข้าหน้าลูกน้อง ผัวะ!
“ปัญญาอ่อน ระดับอั๊วแล้วไม่ทำ...แค่นั้นหรอกเว้ย อั๊วต้องขยี้หัวใจเตียดรากาให้แหลกราญให้มันรู้ซะบ้างว่าพ่อเลี้ยงจรัลสวดยอดขนาดไหน”
ธงฉานกับสมภพมองพ่อเลี้ยงด้วยสีหน้าสยอง

วันรบอยู่บนเตียงภายในห้องนอนของมัทรี มัทรีหยิบอ่างน้ำกับผ้าผืนเล็กมาชุบน้ำบิดหมาดแล้วเช็ดหน้ากับคอให้วันรบ วันรบขยับเล็กน้อย
“อืม...มัท”
มัทรีเช็ดซ้ำอย่างเบามือ วันรบจับมือมัทรีไว้ แล้วเอามาแนบหน้าและจูบเบาๆ
“มัท..มัทหายโกรธผมแล้วใช่มั้ยค๊ะ”
รชานนท์มองวันรบแล้วเกิดอาการหวงลูกสาวทันที
“เฮ้ย เกินไป เกินไป เยอะไปแล้วจะอ้วก” รชานนท์พูดแล้วก็เข้าไปดึงมือมัทรีออกจากมือวันรบทันที
“คุณพ่อคะ พี่รบไม่สบายอยู่นะคะ”
“ไอ้รบมัน” รชานนท์เกือบหลุดปากเพราะความฉุน
วันรบแอบลืมตามองหวั่นๆว่าความจะแตก พยายามจะส่งซิกให้รชานนท์แต่รชานนท์ไม่มอง ติรกาเดินเข้ามาแล้วรีบพูดแทรกขึ้นทันที
“นนท์คะ”
รชานนท์ชะงัก ติรการีบเข้ามาข้างมัทรี
“ห่วงตารบว่าอาการจะเยอะไปกว่านี้ใช่ไหมคะ มัทจ๊ะ แม่ว่ามัทไปเอาข้าวต้มกับยามาให้วันรบดีกว่านะลูก”
“ค่ะแม่”
มัทรีมองอย่างสงสัยแต่ก็ยอมออกไป มัทรีปิดประตูไม่สนิทตัดสินใจแอบดูอยู่ด้านนอก รชานนท์เดินไปเบิ๊ดหัววันรบ
“โอ้ย ป๋า ผมกำลังอ้อนมัทอยู่จะทำเสียเรื่องทำไมเนี่ย”
“ก็เกรงใจกันบ้าง เฮ้ย แอ็คติ้งว่าป่วยฉันช่วย แต่เอาเปรียบลูกฉันฉันไม่ยอมเว้ย”
“นนท์คะ จะจุ๊กจิ๊กอะไรตอนนี้เดี๋ยวยัยมัทก็มาได้ยินพอดี”
“นั่นสิครับคุณแม่ ป๋าน่ะงี่เง่า เอ๊ย งอแง หวงลูกน่ะครับ”
“ป่วยให้มันเนียนหน่อยแล้วกัน ยัยมัทจับได้โดนงอนกันหมดแน่”
มัทรีโกรธทันทีที่ได้รู้ความจริง มัทรีกำลังจะเดินออกไปเจอพุทราวิ่งขึ้นมาพอดี
“คุณมัทจะไปไหนคะ”
มัทรีไม่ตอบแต่เดินไปหน้าตาเฉย พุทรามองตามอย่างงงๆ แล้วรีบเดินเข้าไปหาติรกา
“คุณติ คุณนนท์คะ คุณสมภพโทรมาเตือนว่าพ่อเลี้ยงจรัลกำลังจะมาที่นี่ค่ะ”
วันรบ รชานนท์ และติรกาหันมองพุทราด้วยความตกใจ

ติดตามอ่านแม่ยายที่รัก ตอนอวสาน พรุ่งนี้ 




กำลังโหลดความคิดเห็น...