xs
xsm
sm
md
lg

แม่ยายที่รัก ตอนที่ 10

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


แม่ยายที่รัก ตอนที่ 10 
บนเกาะ มัทรีเดินนำรชานนท์เข้ามาที่ช่องหิน รชานนท์เห็นว่า รอบๆบริเวณช่องหินค่อนข้างมืด
“มัทรออยู่นี่นะอย่าไปไหน พ่อจะไปหาฟืนมาให้”
รชานนท์เดินออกไป มัทรีนั่งมองฝนที่เริ่มตกหนักด้วยสีหน้าเครียด
“แม่ มัทขอโทษ แม่ขา”

บริเวณบ้านพักริมทะเล ติรกาที่นั่งมองฟ้าอย่างใจจดจ่อ เสียงฟ้าร้องดังจนติรกาสะดุ้งด้วยความตกใจ ติรกาสีหน้าเครียด
“มัทต้องไม่เป็นอะไรนะลูก”
วันรบมองติรกาและรู้สึกผิดกับที่เกิดขึ้น

ฟ้ามืดแล้ว บนเกาะก็เช่นเดียวกับบนฝั่งที่ฝนยังตกอยู่ มัทรีที่เผลอนั่งหลับอยู่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงฟ้าร้องที่ดังโครมครืน มัทรีมองไปรอบๆ เห็นกองไฟติดอยู่แต่ไม่เห็นรชานนท์ มัทรีตกใจผุดลุกขึ้นอย่างร้อนรนร้องเรียก
“ป๋า ป๋า ป๋า”
รชานนท์ถือมะพร้าวเข้ามา
“มัท”
มัทรีเห็นรชานนท์มาเดินตรงเข้าไปต่อว่าทันที
“ป๋าหายไปไหนมา มัทตกใจแทบแย่”
“พ่อก่อไฟเสร็จ กลัวมัทหิวเลยออกไปหาอะไรมาให้มัทกินน่ะลูก”
“แล้วทำไมไม่ปลุกมัท ถ้าป๋าเป็นอะไรไปจะทำยังไง”
รชานนท์ยิ้มจนมัทรีสงสัย
“ป๋ายิ้มอะไร”
“พ่อดีใจที่มัทห่วงพ่อน่ะสิ”
มัทรีกลัวเสียฟอร์มจึงรีบเปลี่ยนท่าทีทันที
“มัทห่วงตัวเองต่างหาก ถ้าคุณเป็นอะไรไป มัทก็ต้องอยู่คนเดียวน่ะสิ เพราะคุณทำให้มัทต้องมาติดเกาะแบบนี้”
รชานนท์ยอมอ่อนให้
“พ่อขอโทษนะ พ่อได้มะพร้าวมาสองลูก พ่อเปิดให้แล้ว มัทกินก่อนสิ หิวแล้วใช่ไหม”
มัทรียังวางฟอร์มเหมือนเดิม
“มัทไม่หิว”
เสียงท้องของมัทรีร้องดังมาก รชานนท์ยิ้มเก็บอาการแล้วพูด
“ไม่หิวก็ต้องกินสักหน่อย กว่าจะมีใครมาช่วยเราได้คงนาน ฝนมันก็แรงซะด้วย”
มัทรียังวางฟอร์มไม่ยอมกิน เดินออกไปนั่งห่าง ๆ ที่มุมหนึ่ง รชานนท์มองอย่างขำ ๆ แล้วเดินไปวางมะพร้าวทั้งสองลูกที่ข้างๆตัวมัทรี มัทรีเหลือบมอง เสียงท้องของมัทรีร้องดังขึ้นอีกจนมัทรีเริ่มไม่ไหว เหลือบมองรชานนท์ที่นั่งมองไปทางอื่น
“แล้วป๋าไม่กินเหรอ”
“ถ้ามัทไม่กิน พ่อก็ไม่กิน”
“อ๋อ..ถ้ามัทกิน ป๋าจะกินใช่ไหม”
“จ๊ะ”
มัทรีได้ทีทำเนียนทันที
“ถ้างั้นมัทกินก็ได้ ป๋าจะได้กินด้วย”
รชานนท์ยิ้มรู้ทันว่ามัทรีวางฟอร์มเอาเป็นข้ออ้าง
“ก็ดีจ๊ะ เพราะพ่อหิวมาก”
คืนนั้น … มัทรียืนอยู่ที่ระเบียงห้องนอนตัวเองด้วยสีหน้าหงุดหงิดขัดใจ เตือนใจเข้ามายืนอยู่ข้างๆ แล้วพูดเบาๆ ยาน ๆเหมือนเสียงผีหลอกมัทรีว่
“มัทรี...”
มัทรีตกใจหันมาเห็นเป็นเตือนใจ
“คุณยาย มัทใจหายหมดเลย คิดว่า..”
เตือนใจยังทำเสียงเย็นๆ ใส่
“เป็นผีเหรอจ๊ะ”
มัทรีกอดเตือนใจ
“คุณยาย...อย่าเล่นแบบนี้สิคะ”
“เรานี่ขี้กลัวตั้งแต่เด็กจนโตเลยนะ”
“มัทกลัวทีไรก็เดือดร้อนคุณยายทุกที ต้องมีมัทเกาะติดเอวคุณยายเสมอ ดีนะคะที่มัทมีทั้งคุณแม่...คุณยาย”
“พ่อนพไม่น่าอายุสั้นนะ เสียไปตั้งแต่มัทยังเล็ก”
“มัทไม่เคยได้เอามะลิไปไหว้พ่อเหมือนคนอื่นเขา ไม่เคยได้จูงมือพ่อ มัทไม่มีพ่อ”
“แต่ตอนนี้มัทก็มีพ่อนนท์แล้วนะ”
“เขาไม่ใช่พ่อของมัท” มัทรียังดื้ออยู่
“ยายถามหน่อย มัทโกรธที่พ่อนนท์ทิ้งมัทไปใช่ไหม”
“แม่ต้องเสียใจ มัทต้องกลายเป็นเด็กไม่มีพ่อพราะเขา”
“แล้ว..ถ้าเกิดว่าแม่เขาความจำไม่ได้เสื่อม แต่เขายอมรับว่าเขารักพ่อนนท์จริงๆ มัทจะทำยังไง”
“เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะยาย แม่ไม่มีทางอภัยให้เขา”
“ก็ไม่แน่”
มัทรีมองเตือนใจอย่างสังเกต
“ยายพูดแปลก ๆ เหมือนว่าแม่”
“ยายแค่ลองพูดให้คิดหลายๆ ด้าน หมอก็บอกอยู่ว่าแม่เขาเลือกจะจำว่าแต่งงานกับพ่อนนท์ แสดงว่าลึก ๆ แม่เขารักพ่อนนท์มาก คนรักกันก็ต้องให้อภัยกันได้ จริงไหม”
มัทรีคิดตามแล้วตัดสินใจบอกเตือนใจว่า
“ก็ให้แม่จำได้และยืนยันอย่างนั้นซะก่อน มัทถึงจะคิดดูอีกทีค่ะ”
มัทรียังคงมุ่งมั่นที่จะบอกติรกาให้ได้ เตือนใจเหลือบมองที่ระเบียงอีกด้านเห็นวันรบยืนมองด้วยสีหน้าหนักใจ

เช้าวันใหม่ ติรกาออกมาจากห้อง มัทรีรีบเข้ามาประกบทันที
“แม่คะ วันนี้มัทจะพาแม่ไปเที่ยวเกาะใกล้ๆ ไปด้วยกันนะคะ”
“แต่แม่รู้สึกเพลียๆ นะ”
“แม่นอนบนเรือสิคะ มัทขับเรือเอง ไว้ใจมัทได้ค่า”
“อืม..งั้นเดี๋ยวแม่ทำแซนวิชไปด้วยดีไหม”
“เดี๋ยวมัททำให้เองค่ะ เดี๋ยวคุณแม่ไปนอนรอที่สปีดโบ๊ทที่ท่าเรือเลยนะคะ มัทจะรีบตามไป”
“จ๊ะ แล้วใครไปบ้างล่ะลูก” ติรกาจะถามต่อ แต่มัทรีเดินออกไปแล้ว รชานนท์ออกมาจากห้อง เห็นติรกายังยืนอยู่
“ยังไม่ลงไปเหรอครับ กระแต”
“นนท์คะ ยัยมัทชวนไปเที่ยวเกาะใกล้ ๆนี่ ไปด้วยกันไหมคะ”
“ปเล่นน้ำที่เกาะก็ดีนะ แล้วจะไปตอนไหนจ๊ะ”
“ยัยมัทให้ไปรอที่เรือตอนนี้เลยค่ะ เดี๋ยวกระแตจะไปถามคุณแม่ที่ชายหาดว่าท่านจะไปด้วยไหม”
“งั้นเดี๋ยวผมเอาเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนไปไว้ที่เรือก่อนแล้วคุณรีบตามไปนะ”
“ค่ะ”
รชานนท์จะเข้าห้องแต่ไม่วายหันกลับมาหอมแก้มติรกาฟอดใหญ่ ติรกาหันมอง
“ชื่นใจ”
ติรกายิ้มอย่างปลื้มในตัวรชานนท์

ภายในห้องครัว มัทรีทำแซนวิชอย่างรีบร้อนเพราะเห็นติรกากำลังเดินไปทางชายหาด
บริเวณท่าเรือ รชานนท์หอบกระเป๋าใบเล็ก กับเอาผ้าขนหนูคลุมหัวไว้แล้วเดินไปที่สปีดโบ๊ท รชานนท์ปีนลงไปที่เรือแต่ก้าวพลาดจนเท้าเสียหลัก รชานนท์ล้มลงหัวกระแทกขอบเรือจนมึนสลบไป

วันรบเดินเข้ามายืนด้านหลังมัทรีที่กำลังวุ่นกับการทำแซนวิส
“มัททำอะไรครับ”
มัทรีสะดุ้งทันที
“ก็...แซนวิชน่ะค่ะ”
“วันนี้คุณยายจะเผาอาหารทะเลตอนกลางวันไม่ใช่เหรอ”
“มัท..มัทหิวก็เลยทำกินรองท้อง”
“รองท้อง แล้วทำไมต้องใส่ตะกร้าด้วยล่ะ ทำยังกับจะไปปิคนิก”
“ก็แค่สร้างบรรยากาศ แพ็กเกจมันช่วยได้”
“งั้นผมกินด้วยนะ”
วันรบทำท่าจะหยิบแซนวิส
มัทรีรีบดึงกล่องออกทันที
“ไม่ได้นะคะ”
“ทำไมถึงกินไม่ได้ล่ะ หรือว่ามัททำให้ใคร”
“ก็ทำเผื่อคุณยาย คุณแม่ พี่พุทราไงคะ”
มัทรีรีบเอากล่องใส่ตะกร้า จะคว้าเดินออกไป
“มัทจะไปไหน”
“มัทจะไปหาคุณยายค่ะ”
มัทรีรีบเดินออกไป วันรบรีบตามประกบทันที

มัทรีจะเดินไปที่ท่าเรือ วันรบตาม
“มัท คุณยายอยู่ที่ชายหาด” วันรบบอก
มัทรีเห็นว่า วันรบไม่เลิกตามแน่ จึงตัดสินใจวิ่ง
“มัท” วันรบร้องตาม
“พี่รบจะขวางมัทไม่ได้”
มัทรีรีบวิ่งไปที่ท่าเรือ วันรบวิ่งตามจนคว้ามือมัทรีไว้ได้
“มัทจะไปไหน”
“มัทจะบอกความจริงกับแม่”
มัทรีตัดสินใจเอานิ้วจิ้มที่ตาวันรบเพื่อถ่วงเวลา
“ขอโทษนะคะพี่รบ”
วันรบเจ็บตาใช้มือกุมไว้แน่น มัทรีรีบวิ่งไปที่เรือสปีดโบ๊ท วันรบพยายามจะมอง เห็นลางๆว่า มัทรีกำลังวิ่งไปที่เรือ วันรบพยายามจะตามไป แต่ตาก็ไม่เปอื้ออำนวย มัทรีกระโดดลงมาที่เรือ เห็นร่างรชานนท์มีผ้าขนหนูคลุมปิดหัวอยู่จะเข้าไปดู
“มัท”
มัทรีตัดสินใจรีบไปสตาร์ทเรือแล้วขับออกไปทันที วันรบวิ่งมาถึง เรือของมัทรีก็แล่นออกไปแล้ว
“มัท”
วันรบยืนมองอย่างทำอะไรไม่ได้
เตือนใจวิ่งมาด้วยความตกใจ
“ตารบ เกิดอะไรขึ้น”
“มัทพาคุณแม่ยายไปไหนไม่รู้ครับ”
“มัทพาใครไปไหนนะ” ติรกาเดินเข้ามาพอดี
วันรบเห็นติรกาก็ตกใจ
“คุณแม่ยาย...แล้วมัทไปกับใคร”

มัทรีทำฟอร์มหยิบมะพร้าวขึ้นมาเหมือนไม่สนใจแต่พอเปิดได้ก็ดื่มน้ำมะพร้าวอั๊ก ๆ ๆ ๆ และควักเนื้อมะพร้าวขึ้นมากินด้วยความหิวโหย รชานนท์มองขำ ๆ มัทรีเงยหน้าขึ้นมาเห็นรชานนท์กำลังมองอยู่ มัทรีถึงกับเขินแต่ก็ยังทำฟอร์ม
“เอ้า...มัทกินแล้วไง”
มัทรีเอามะพร้าวอีกลูกมาวางคืนให้รชานนท์ รชานนท์รับมากิน มัทรีมองรชานนท์แล้วชะงัก เห็นขมับของรชานนท์มีคราบเลือดไหลลงมาจากขมับยาวมาถึงลำคอ มัทรีตกใจ
“ป๋า ทำไมมีเลือด”
รชานนท์เอามือแตะที่ศีรษะ
“อ้อ..ตอนล้ม มันไปโขกโดนหิน”
มัทรีพูดเสียงดัง
“อย่าเอามือแตะ มือป๋าไม่สะอาด”
มัทรีลืมความโกรธเข้ามาแตะดูที่แผล
“เลือดออกตั้งเยอะ”
“พ่อไม่เป็นไร”
“แผลขนาดนี้ยังไม่เป็นอะไรอีกเหรอคะ”
มัทรีตัดสินใจฉีกแขนเสื้อทั้งสองข้างออก มัทรีใช้ข้างหนึ่งออกไปรองน้ำฝนด้านนอกให้หมาดๆ แล้วเอามาเช็ดแผลทำความสะอาด เสร็จแล้วใช้อีกข้างพันปิดแผลให้ที่ศีรษะของรชานนท์ มัทรีมองอย่างพอใจในผลงาน
“จะได้กันแผลสกปรกด้วย”
“ขอบใจนะลูก”
“ก็ป๋าช่วยมัท ถือว่าเราไม่ติดค้างกัน”
มัทรีกลับมาทำมึนตึงใส่รชานนท์แล้วเดินกลับไปนั่งที่มุมตัวเอง รชานนท์ยิ้มๆ แตะผ้าที่พันอยู่บนศีรษะ

มัทรีนั่งทอดน้ำตาคลอ มองน้ำฝนที่ยังหลั่งไหลอยู่ด้านนอก รชานนท์นั่งมองมัทรีอย่างสังเกต เห็นมัทรีแอบปาดน้ำตา
“คิดถึงแม่เหรอ”
“ป่านนี้แม่คงเป็นห่วงมัทแย่แล้ว คุณยายบอกว่าเวลามัทไม่ได้อยู่บ้าน แม่จะไม่หลับจนกว่ามัทจะกลับหรือว่าได้ยินเสียงรถของมัท ถ้าแม่รู้ว่ามัทก่อเรื่อง แม่ต้องโกรธมัทแน่ๆ”
“ไม่มีใครโกรธมัทหรอกเพราะทุกคนรักมัท..พ่อก็รักมัทนะลูก”
คำพูดของรชานนท์แทงใจดำมัทรีจนเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที
“ถ้ารัก..คงไม่ปล่อยให้มัทต้องเป็นลูกไม่มีพ่อ...ไม่ปล่อยให้แม่ต้องเสียใจ คุณไม่รู้หรอกว่าเด็กที่ไม่มีพ่อเหมือนคนอื่นเค้ามันเจ็บปวดแค่ไหน ให้มัทคิดว่าพ่อตายจากมัทไปยังไม่เสียใจเท่าที่รู้ว่ามัทโดนพ่อตัวเองทอดทิ้ง”
“พ่อไม่เคยทิ้งมัท มัทเข้าใจผิดนะลูก”
“ป๋าจะบอกว่าที่แม่เล่าให้มัทฟังเป็นเรื่องโกหกงั้นเหรอ”
“พ่อไม่ได้ว่าอย่างนั้น มัทบอกพ่อได้ไหมว่าแม่เขาเล่าว่ายังไง”
มัทรีคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจเล่า
“พอแม่รู้ตัวว่ามีมัทก็ไปหาพ่อ แม่บอกคุณปู่ว่ามีมัท คุณปู่บอกว่าจะบอกให้พ่อติดต่อมา แต่พ่อก็ไม่เคยติดต่อมาเลย ทิ้งให้แม่เลี้ยงมัทคนเดียว”
“แม่เขาไปเจอคุณปู่ด้วยเหรอ พ่อไม่รู้เรื่องนี้เลยนะ”
“ตอนนี้ ป๋าจะพูดอะไรก็พูดได้”
“มัทรู้ไหมว่าจากตรงนี้ถึงปลายทางที่ดวงจันทร์ ทางมันไกลแค่ไหน”
“มัทจะไปรู้ได้ยังไง”
“พ่อก็ไม่รู้หรอกว่ามันไกลแค่ไหน แต่พ่อรู้แค่ว่าปลายทางของพ่อคือการได้แต่งงานกับแม่ของหนู แต่คุณปู่อยากให้พ่อไปเรียนต่อ พ่อก็คิดจะพาแม่ของหนูไปด้วย แต่คุณปู่ให้พ่อเดินทางกระทันหันด้วยเหตุผลว่าที่มหาวิทยาลัยทางโน้นให้พ่อไปรายงานตัวด่วน”
“แล้วแม่ล่ะ พ่อไม่คิดถึงแม่เหรอว่าแม่จะทำยังไงที่มีมัท”
“พ่อไม่รู้จริงๆว่ามีหนู พ่อยอมไปเพราะคุณปู่บอกว่าจะออกทุนให้แม่ตามพ่อไป พ่อเฝ้ารอ..แต่แม่หนูก็ไม่มา สองเดือนที่พ่อรอแต่ได้รับข่าวจากคุณปู่ว่าแม่ของหนูแต่งงานกับหมอนพไปแล้ว พ่อเสียใจมากจนไม่มีกระจิตกระใจจะเรียนหรือทำอะไรได้อีก ถ้าไม่ได้ป้านีมาดูแล พ่อคงเร่ร่อนอยู่ที่โน่นไม่ได้กลับมาเมืองไทย”
มัทรีฟังแล้วถึงกับอึ้งไป
“มัทอาจจะไม่เชื่อ แต่พ่อเสียใจเสมอที่รู้ว่าพ่อไม่เคยได้ดูแลแม่ ดูแลลูก ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ พ่อจะไม่ยอมเสียโอกาสที่จะได้ดูแลแม่กับมัท”
มัทรีเห็นสีหน้าเสียใจของรชานนท์ มัทรีเริ่มสับสน ได้แต่มองเหม่อมองออกไปด้านนอก รชานนท์มองมัทรีเงียบๆ รู้สึกถึงความผิดของตัวเองที่ทะลักเข้ามาเต็มหัวใจ

ฟ้ามืดสนิทแล้ว วันรบกับติรกานั่งเครียดไม่แพ้กัน วันรบใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจเข้าไปนั่งคุกเข่าข้างติรกา ติรกามองวันรบอย่างไม่เข้าใจว่า วันรบจะมาไม้ไหน
“คุณแม่ยายครับ ที่มัททำแบบนี้มันเป็นความผิดของผมเอง ถ้าผมยอมให้มัททำอย่างที่เขาต้องการ มัทก็คงไม่ขับเรือออกไปแบบนี้ ผมขอโทษครับ” วันรบยกมือไหว้ติรกา
ติรกาเห็นสีหน้ารู้สึกผิดของวันรบก็รู้สึกได้ทันทีว่า วันรบไม่ได้แสแสร้ง
“นายขัดใจยัยมัทเรื่องอะไร”
วันรบมองติรกาอย่างตัดสินใจ
“เรื่องอาการป่วยของคุณแม่ยายน่ะครับ ผมห้ามมัทไม่ให้บอกความจริงเพราะ...”
“เพราะอะไร”
“เพราะผมกลัวว่าถ้าคุณแม่ยายรู้ความจริงแล้วทุกอย่างจะไม่เป็นเหมือนเดิม ผมกลัวทั้งที่ผมรู้ว่า สักวันคุณแม่ยายก็ต้องรู้ความจริงทุกอย่างอยู่ดี ถ้ามัทกลับมาคราวนี้ แล้วเขาอยากจะบอกอะไรก็ตามผมก็จะไม่ขวางอีกต่อไป”
“แล้วนายไม่กลัวเหรอว่าทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม”
“กลัวครับ...แต่ผมเชื่อว่าความรักที่ผมมีต่อมัทจะทำให้คุณแม่ยายเข้าใจ”
“แล้วถ้าฉันไม่เข้าใจล่ะ”
“ผมก็จะไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมจะอดทนเพื่อความรักของผม ผมอยากดูแลคนที่ผมรักและคนๆนั้นคือมัทเพียงคนเดียว”
ติรกามองวันรบอย่างพินิจ
“ฉันจะคอยดู”
“ขอบคุณครับ”
ติรกากับวันรบหันมองไปในทะเลด้วยความหวัง อยากให้ฝนหยุดตกโดยเร็ว

ฟ้ามืดสนิทแล้ว มัทรีนั่งหาวโยที่สายตายังมองฝ่าความมืดออกไปข้างนอก
“มัท..ถ้าง่วงก็นอนเถอะลูก เดี๋ยวพ่อนั่งเฝ้าเองนะ”
มัทรีทำเป็นไม่ได้ยินมองไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ รชานนท์ร้องเพลงกล่อมเบาๆ
“ดึกแล้วหนา หลับเถิดหนอ พ่อจะร้อง เพลงกล่อม กล่อมเบาเบา เจ้าตัวน้อย ค่อยค่อยนอน ฝันดีทำตาพริ้ม ง่วงนอนแล้วอย่างนี้นอนเถอะหนา เจ้าตัวดี จะให้พ่อร้อง ทั้งคืนหรือไร”
มัทรีฟัง ๆ เริ่มสัปหงกจนจนทนไม่ไหวลงไปนอนกับพื้นอย่างยอมแพ้ มัทรีนอนขดตัวใช้แขนตัวเองต่างหมอน รชานนท์มองแล้วตัดสินใจลุกไปนั่งข้างๆ แล้วจับให้มัทรีนอนบนตักอย่างเบามือ รชานนท์ลูบหัวมัทรีอย่างอ่อนโยน
“พ่อจะสอน เจ้าเอาไหม ให้นับดาว อยู่บนฟ้า สุกสดใส คือแสงดาว พ่อจะสอน เจ้าเอาไหม ให้นับดาว หนึ่งและสอง หนึ่งและสอง สามสี่...แปดสิบสอง แปดสิบสาม แปดสิบสี่ ..”
มัทรีหลับตายิ้มอย่างมีความสุข แล้วมัทรีค่อยๆลืมตา น้ำตาคลออย่างปลาบปลื้ม รชานนท์ยังร้องเพลงกล่อมต่อไป
“พ่อจะสอน เจ้าเอาไหม ให้นับดาวอยู่บนฟ้า สุกสดใส คือแสงดาวพ่อจะสอน เจ้าเอาไหม ให้นับดาว หนึ่งและสอง หนึ่งและสอง สามสี่ พ่อจะสอน เจ้าเอาไหม ให้นับดาวอยู่บนฟ้า สุกสดใส คือแสงดาว พ่อจะสอน เจ้าเอาไหม ให้นับดาว”
รชานนท์ค่อยๆเอามือเปิดผมที่สยายปิดหน้าตาของมัทรีอยู่แล้วเอามือวางมือบนศีรษะมัทรี ลูบอย่างเอ็นดูด้วยความรักรชานนท์สีหน้ายิ้มละมุนอย่างมีความสุข
“แปดหมื่นสอง แปดหมื่นสาม...แปดหมื่นสี่”
ขณะที่สายใยของพ่อกับลูกกำลังจะเชื่อมหากัน ที่บริเวณช่องหินด้านบนมีงูตัวหนึ่งกำลังเลื้อยผ่านเข้ามา

เช้าวันใหม่ ที่บ้านพักริมทะเล ติรกาผล็อยหลับอยู่ที่เก้าอี้ แต่วันรบมองผ่านออกไปด้านนอกอย่างใจจดใจจ่อ ฝนขาดเม็ดแล้ว วันรบลุกขึ้น พุทรากับเตือนใจรีบเข้ามา
“ฝนหยุดแล้วค่ะ” พุทราพูดขึ้น
ติรกาสะดุ้งตื่นทันที วันรบหันมาพูดกับทุกคน
“ผมจะไปรับมัทเดี๋ยวนี้”
วันรบรีบเดินออกไปทันที
“ฉันไปด้วย” ติรกาพูดขึ้นแล้วหันไปบอกกับพุทรา
“พุทราดูแลคุณแม่ด้วยนะ” -
“ยัยติ แม่ไปด้วย” เตือนใจร้องบอก
“คุณแม่เตรียมของอร่อยไว้ให้ยัยมัทดีกว่าคะ ยัยมัทกลับมาคงหิวมาก”
ติรการีบวิ่งตามวันรบไป
“ขอให้หลานฉันปลอดภัยด้วยเถอะ” เตือนใจพูดขึ้น

เวลาต่อมา วันรบขับเรือมาจอดที่หน้าเกาะแล้วกระโดดลงทันที วันรบหันมารับมือติรกา ติรกากระโดดลงมาลุยทะเลขึ้นไปบนเกาะ ติรกามองหามัทรีและรชานนท์ด้วยความเป็นห่วง
“สองคนนั้นหายไปไหน”
วันรบสังเกตไปรอบๆ พบช่องหินด้านบน
“ข้างบนมีช่องหินอยู่ เขาอาจไปหลบฝนตรงนั้นก็ได้ครับ”

บริเวณช่องหินด้านบน รชานนท์นั่งหลับโดยมีมัทรีนอนหนุนตักอยู่
“ยัยมัท,มัทครับ” เสียงร้องเรียกของติรกาและวันรบดังขึ้น รชานนท์กับมัทรีได้ยินเสียงก็ค่อยๆ รู้สึกตัว ติรกากับวันรบเข้ามาจนถึงช่องหิน ติรกาเห็นรชานนท์กับมัทรีปลอดภัยก็ดีใจมาก ติรกากับมัทรีโผเข้ากอดกันแน่น
“ยัยมัท”
“แม่”
“ลูกเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เรือมันลอยกลับไป แม่ไม่เห็นลูก แม่ใจหายหมดเลย”
“มัทไม่เป็นไรค่ะแม่ แต่ป๋า...”
มัทรีหันไปมองรชานนท์ ติรกากับวันรบหันมองตามไป
“ป๋า...หัวไปโดนอะไรมา”
“ลมมันแรงมาก มันพัดกิ่งไม้มาทางมัท แต่ป๋าเขามาบังมัทไว้ค่ะ”
ติรกาขยับเข้าไปหารชานนท์ แตะที่แผลอย่างเจ็บปวดแทน
“นนท์...เจ็บมากไหม”
รชานนท์ยิ้ม
“ไม่เป็นไรหรอกกระแต เพื่อลูกผมทนได้”
ติรกากอดรชานนท์ มัทรีมองติรกากับรชานนท์อย่างสับสน แต่มัทรีก็ตัดสินใจ
“แม่คะ มัทมีเรื่องจะบอกแม่”
“มัท” เสียงวันรบร้องขึ้นตกใจ มัทรีเข้าใจว่า วันรบจะปรามเรื่องที่มัทรีจะพูด
“พี่รบอย่าขวางมัทเลยค่ะ”
“พี่ไม่คิดจะขวางมัทนะ แต่รอให้เรากลับไปที่ฝั่งก่อนได้ไหม มัทไม่เห็นใจผมก็น่าจะเห็นใจป๋าบ้าง”
“คนที่มัทจะเห็นใจมีเพียงคนเดียวคือแม่ของมัท มัทจะไม่ยอมให้แม่เสียใจ ถ้าแม่จำทุกอย่างได้แล้วรู้ว่าถูกหลอก ถูกสวมรอย แม่จะต้องเป็นทุกข์ไปตลอดชีวิต มัทยอมไม่ได้ค่ะ”
“ มัท แม่ว่า” ติรกาพยายามจะปรามอีกคน
มัทรีดึงติรกาให้มาใกล้กับตัวเอง มัทรีกับติรกายืนหันหน้าออกไปหาวันรบกับรชานนท์
“แม่คะ..ความจริงคือ”
สายตาของวันรบกับรชานนท์เห็นงูอยู่ด้านหลังมัทรี วันรบกับรชานนท์พูดขึ้น
“มัท อย่าขยับนะ”
“ไม่ อย่าคิดจะห้ามมัทซะให้ยาก”
“กระแต พาลูกออกมา” รชานนท์ร้องบอกติรกา
ติรกามองตามสายตารชานนท์กับวันรบเห็นงูที่กำลังเลื้อยอยู่ก็ตกใจ รีบตั้งสติบอก
“ยัยมัท ออกไปกับแม่ ช้าๆ นะ”
“แม่...ทำไมแม่ไม่ฟังมัท พวกเขากำลังหลอกแม่นะ”
“มัท...ออกไปกับแม่” ติรกาย้ำเสียงหนักแน่น
“ไม่! จนกว่าแม่จะฟังมัท”
วันรบค่อยๆ ขยับเข้ามาจับมือมัทรี
“มัท..ไปจากที่นี่ ผมขอร้อง”
มัทรีสะบัดกลับหลังหันอย่างงอน
“ไม่”
พอมัทรีหันกลับมาเงยหน้าเห็นงูอยู่ด้านบนก็ตกใจกรี๊ดลั่น งูพุ่งตัวเข้าหามัทรี วันรบตัดสินใจกระโดดพุ่งเข้าชาร์ทมัทรีให้พ้นวิถี งูฉกเข้าที่ต้นแขนของวันรบเต็ม ๆ
“โอ้ย”
“พี่รบ” มัทรีร้องขึ้น
งูเลื้อยหนีไปแล้ว รชานนท์ ติรกา รีบเข้าไปดูวันรบ
“พี่รบ...อย่าเป็นอะไรนะ พี่รบ แม่คะ..ป๋า..ช่วยพี่รบด้วย”
ติรกาเห็นแผลถูกงูกัดก็ตัดสินใจก้มดูดเอาพิษงูออก
“นนท์คะ หาอะไรมารัดแขนด้วยค่ะ”
รชานนท์เอาเศษเสื้อที่เหลือของมัทรีมามัดเหนือต้นแขนวันรบไว้
“ไอ้รบ ไหวมั้ย” รชานนท์ถาม
“ไหวครับพี่” วันรบตอบแต่ตาปรือมาก
“ต้องรีบพาเจ้ารบเข้าฝั่งให้เร็วที่สุด”
รชานนท์ประคองวันรบ ติรกาเข้าช่วย มัทรีรีบตามไปลงเรือทันที

อ่านต่อหน้าที่ 2




แม่ยายที่รัก ตอนที่ 10 (ต่อ)
เตือนใจคุยโทรศัพท์อยู่ในบ้านพักชายทะเลด้วยสีหน้าตกใจ พุทรามองตามอย่างอยากรู้อยากเห็น
“แล้วตอนนี้ตารบเป็นยังไงบ้าง ได้ๆ แม่จะให้พุทราจัดการให้เดี๋ยวนี้”
เตือนใจวางสาย พุทรายิงคำถามทันที
“เจอคุณมัทแล้วใช่ไหมคะ แล้วคุณมัทกับคุณนนท์เป็นยังไงบ้าง แล้วคุณรบเป็นอะไรเหรอคะ ว่ายังไงคะคุณเตือน”
“แม่พุทรา หล่อนเว้นช่องว่างให้ฉันพูดหน่อยได้ไหม รัวขนาดนี้ฉันตอบไม่ทัน”
“ก็พุทราใจร้อนนี่คะ”
“ตอนนี้เจอตานนท์กับยัยมัทแล้ว แต่ตารบโดนงูกัด หล่อนรีบโทรเรียกรถพยาบาลมารอที่ท่าเรือเดี๋ยวนี้” เตือนใจสั่ง

เวลาต่อมา... ติรกา รชานนท์ มัทรี เตือนใจ และพุทรารออยู่หน้าห้องฉุกเฉินอย่างกระวนกระวาย ทันทีที่หมอเปิดประตูออกมา ทุกคนขยับเข้าหาหมอทันที
“คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ”
มัทรีเข้ากอดเตือนใจด้วยความโล่งใจ ติรกากอดรชานนท์ด้วยความดีใจ พุทราจะเข้ากอดรชานนท์ด้วย แต่เตือนใจที่อยู่ใกล้เอานิ้วดันหน้าพุทราไว้ เตือนใจชักสีหน้าขู่สุดฤทธิ์ พุทราชะงักหน้าจ๋อยไปด้วยความเสียดาย

บนเตียงคนไข้ ในเวลากลางวัน วันรบเริ่มรู้สึกตัว เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นมัทรี ติรกา รชานนท์ เตือนใจ พุทราล้อมเตียงมองอย่างห่วงใย
“พี่รบตื่นแล้ว พี่รบไม่เป็นไรแล้วนะคะ”
“มัทล่ะ มัทเป็นอะไรหรือเปล่า”
มัทรีจับมือวันรบ
“มัทไม่เป็นอะไรค่ะ มัทขอโทษนะคะที่ทำให้พี่รบต้องเจ็บตัว”
“แค่มัทไม่เป็นอะไร ผมก็ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว” วันรบยิ้มนิดๆ
วันรบมองไปทางรชานนท์กับติรกา
“ป๋าเป็นไงมั่ง”
“ก่อนห่วงคนอื่น เอาตัวเองให้รอดก่อนไหมไอ้รบ ฉันหัวแข็งไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอกน่า”
“ขอบใจนะวันรบ ที่ช่วยปกป้องยัยมัท” ติรกาว่า
“ผมบอกคุณแม่ยายแล้วนี่ครับ ว่าผมจะดูแลคนที่ผมรักให้ดีที่สุด”
ติรกายิ้มรับ เตือนใจมองติรการู้สึกว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป ติรกาเห็นสายตาเตือนใจก็ยิ้มให้แล้วเดินออกไป เตือนใจเดินตามไป

ติรกาเดินเข้ามาที่สวนภายในโรงพยาบาล เตือนใจเดินตามมา ติรกาหยุดนิ่ง
“แม่กำลังสงสัยใช่ไหมคะว่าทำไมหนูถึงดีกับวันรบนัก”
“นั่นสิ แม่รู้ว่าแกยอมให้ยัยมัทหมั้นกับตารบเพราะเห็นแก่ความสุขยัยมัท แต่ลึก ๆ ติก็ยังระแวงตารบไม่ใช่เหรอลูก”
“เมื่อก่อนหนูต่อต้านปิดหูปิดตาไม่เคยมองหรือคุยกับวันรบจริงจัง แต่หนูก็ยังไม่เชื่อคิดว่า วันรบคงเก่งแต่ปากหวานไปวันๆ แต่วันนี้หนูเห็นแล้วว่าวันรบรักยัยมัทมาก”
“มากจนตายแทนกันได้ใช่ไหม”
“ค่ะ”
“ติจะอนุญาตให้เขาแต่งงานกันอย่างเต็มใจแล้วใช่ไหม”
“เรายังมีเวลาดูความประพฤติว่าที่ลูกเขยอีกตั้งเดือนนึง ถึงตอนนั้นหนูก็คงตัดสินใจได้ล่ะค่ะแม่ หนูจะไปซื้อของกินให้แก๊งค์เฝ้าไข้ คุณแม่จะกลับขึ้นไปก่อนก็ได้นะคะ”
“จ๊ะ.. เจ้าประคู้ณ ทุกอย่างกำลังดีแล้ว ขอให้ดีตลอดไปเถอะ เพี้ยง” เตือนใจมองตามติรกาไป

ติรกาซื้อขนมเสร็จแล้วเดินกลับเข้ามายังบริเวณทางเดินตรงเข้าตึกโรงพยาบาล รชานนท์เดินเข้ามาหา
“กระแต”
“นนท์..ลงมาทำไมล่ะคะ”
“ผม..คิดถึงน่ะ”
“กระแตลงมาซื้อขนมให้น่ะค่ะ หิวไหม คุณยังไม่ได้ทานอะไรเลยนี่คะ”
ติรกาหยิบขนมปังขึ้นมาบิยื่นให้
รชานนท์จับมือติรกาดึงเข้ามาแล้วใช้ปากกินขนมปังจากมือติรกา รชานนท์งับเลยมาที่นิ้วติรกาเล็กน้อยอย่างไม่ได้ตั้งใจ ติรกาหน้าแดงจนรชานนท์มองแปลกใจ
“ทำไมกระแตหน้าแดงล่ะ ไม่สบายเหรอครับ”
ติรการีบเก็บอาการแล้วดึงมือออกอย่างเขินๆ
“เปล่าค่ะ”
ติรกาเห็นผ้าที่พันศีรษะของรชานนท์เริ่มลุ่ย
“จริงสิ ทำไมคุณถึงพันผ้าล่ะคะ”
“อ๋อ..ก็มัน”
ติรกาไม่รอคำตอบเพ่งมองที่ผ้าเห็นรอยคราบเลือด
“เลือด..คุณหัวแตกเหรอ”
“ก็อุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะ”
“งั้นไปเลยค่ะ”
“ไปไหน”
“ไปหาหมอสิคะ”
ติรกาดึงมือรชานนท์ออกไปทันที

ภายในห้องฉุกเฉิน รชานนท์นั่งให้พยาบาลปิดแผลที่ศีรษะให้ ติรกาดูแลควบคุมอย่างใกล้ชิด
“รบกวนทำความสะอาดสักสองครั้งนะคะ กลัวแผลจะติดเชื้อน่ะค่ะ ทิ้งไว้ทั้งคืน”
รชานนท์ยิ้ม พยาบาลทำแผลเสร็จก็เดินออกไป ติรกาเห็นรชานนท์ส่งสายตาแปลกๆก็สงสัย รชานนท์จับมือติรกา
“ผมดีใจน่ะครับ ที่ภรรยาดูแลอย่างใกล้ชิด”
ติรกาอึ้งไปเล็กน้อยแล้วยิ้มปลื้ม ติรกาจับแก้มรชานนท์อย่างอ่อนโยน
“ขอบคุณนะคะที่คุณดูแลลูก”
“ก็ผมรักลูกของผมนี่ครับ...แล้วก็รักเมียของผมด้วย
รชานนท์จับมือของติรกามาจูบเบาๆ ติรกายิ้มปลื้ม รชานนท์ยิ้มอย่างมีความสุขไม่ต่างกัน

ในห้องพักคนไข้ วันรบหลับอยู่คนเดียวในห้อง มัทรีเข้ามานั่งข้างวันรบแล้วพูดเบาๆ
“มัทขอโทษนะคะ”
วันรบพูดทั้งๆ ที่ไม่ยังหลับตา
“ผมก็ขอโทษมัทเหมือนกัน”
วันรบลืมตาขึ้น
“มัททำให้พี่รบต้องเจ็บ”
วันรบจับมือมัทรีมากุมไว้
“ผมดีใจนะที่มัทไม่เป็นอะไร รู้ไหมว่าผมห่วงมัทมาก”
“มัทขอโทษ”
“ถ้ามัทอยากจะบอกความจริงกับคุณแม่ ผมก็จะไม่ขวางมัทอีกแล้วนะ”
“มัทบอกแน่แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ไว้หลังเราแต่งงานก่อนดีกว่า”
วันรบแปลกใจ
“ทำไมล่ะครับ”
“ก็ถ้าเกิดแม่จำได้แล้วไม่ยอมให้มัทแต่งงานกับผู้ชายแสนดีอย่างพี่รบ มัทก็ต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งน่ะสิคะ เพื่อเรามัทจะสู้จนตัวตาย”
วันรบหยอกด้วยการดึงจมูกมัทรีเบาๆ
“เบรกหน่อย เบรก...แค่รู้ว่ามัทรักผม ผมก็จะสู้เพื่อบ้านเมือง แม้เลือดหยดสุดท้าย”
มัทรีดึงจมูกวันรบบ้าง
“เบรกหน่อยค่าเบรกหน่อย”
“ผิดแล้ว ผิดๆ ถ้ามัทจะเบรกผมต้องแบบนี้”
วันรบรั้งศีรษะให้มัทรีเข้ามาใกล้ วันรบใช้จมูกตัวเองชนกับจมูกของมัทรีเบาๆ สายตาประสานกันในระยะประชิด
วันรบเหมือนมีแรงดึงดูดจะเข้าใกล้ มัทรีก็เหมือนจะเคลิ้ม แต่วันรบเอามือตัวเองขึ้นปิดปากมัทรีไว้ จูบโดยมีมือวันรบคั่น วันรบผละออกจากมัทรีอย่างยากเย็น
“ผมว่า..มัทห่างหน่อยดีกว่า เดี๋ยวเกิดพ่อตาแม่ยายเข้ามาเห็น ผมอาจจะโดน...”
วันรบทำนิ้วปาดคอ
มัทรียิ้มแล้วหอมแก้มวันรบ
“รางวัลค่ะ”
วันรบยิ้มหายใจเข้าออกลึก ๆ
“ที่โซฟาเลยมัท ผมขอร้อง”
มัทรีขำแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาแต่โดยดี วันรบยิ้มดีใจ

เช้าวันใหม่หนึ่งอาทิตย์ต่อมา กระถินนั่งกลุ้มใจ หน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์ ภายในห้องนั่งเล่นบ้านวันทนีย์ ข้างๆตัวของกระถินมีดีวีดีหลายแผ่นวางอยู่ใกล้ ๆ
“แผนนี้จะได้ผลมั้ยเนี่ย... แต่ถ้าไม่ทำก็ชวดพี่รบ แต่ถ้าแผนแตก ตายสถานเดียว”
กระถินตัดสินใจเด็ดขาด
“เอาวะ! ท่องไว้กระถิน ด้านได้อายอด ด้านหมดอดได้พี่รบ”
กระถินพูดจบแล้วหยิบแผ่นดีวีดีละครเรื่อง “อุ้มรัก” มาใส่ในเครื่องเล่น กดรีโมท แผ่นเริ่มเล่นแล้ว หยิบสมุดกับปากกาขึ้นมาเตรียมจดจดรายละเอียดบางอย่างลงสมุดโน้ตอย่างตั้งใจ

วันทนีย์กำลังทำกับข้าวอยู่ในห้องครัว กระถินเข้ามาพอดี แต่พอได้กลิ่นอาหารก็เกิดอาการพะอืดพะอมแต่กระถินพยายามเก็บอาการไว้
“เป็นไรนังกระถิน”
“เหม็นเปรี้ยวตัวเองล่ะสิ ฉันรู้นะว่าเมื่อคืนพี่กระถินไม่ยอมอาบน้ำ” อาไทบอก
“ไอ้อาไท” กระถินร้องขึ้นแล้วมองหน้าวันทนีย์
“ไม่จริงนะจ๊ะแม่ กระถินอาบน้ำทุกคืน”
กระถินยิ้มทำฝืนยกกับข้าวใส่ถาดแล้วจะยกออกไป แต่ทนไม่ไหวรีบวางถาดลงแล้ววิ่งไปที่หน้าต่างอาเจียนทันที
วันทนีย์กับอาไทมองกระถินอย่างอึ้งๆ งงๆ กับอาการของกระถิน กระถินแอบมองไปทางวันทนีย์แล้วแกล้งอาเจียนต่อ
กำนันเรืองเดินเข้ามา เห็นกระถินอาเจียนโอ้กอ้ากอยู่นานก็เข้าไปทักอย่างเป็นห่วง

“นังกระถิน เอ็งเป็นอะไร”
“ไม่รู้จ้ะ... อยู่ๆมันก็คลื่นไส้ขึ้นมา นี่ก็มึนหัวด้วย สงสัยจะนอนน้อย” กระถินบอก
“นอนน้อยมันทำให้อ้วกด้วยเหรอวะ” วันทนีย์พูดขึ้น
กระถินแกล้งยิ้มเจื่อนๆ ให้วันทนีย์ แล้วหันไปอาเจียนต่อ
“คนอะไรอ้วกได้อ้วกดี ยังกะแพ้ท้อง” วันทนีย์ว่า
วันทนีย์พูดแล้วก็นิ่งไป หันไปมองกับกำนันเรือง กับอาไทที่พูดขึ้นพร้อมกัน
“แพ้ท้อง”
วันทนีย์เข้าไปดึงแขนกระถินอย่างร้อนใจ
“กระถิน เอ็งท้องใช่มั้ย”
กระถินหลบสายตาวันทนีย์ แล้วแกล้งแสดงท่าทางเหมือนโดนจับได้ว่าโกหก
“เปล่าจ้ะแม่”
“แล้วเอ็งหลบตาข้าทำไม”
กระถินร้องไห้ด้วยอาการกลัวๆ พูดไม่ออก เพราะมัวแต่อาเจียน
“กระถิน.. กระถิน..” อ้วกก...
“จะบอกความจริง หรือจะให้ข้าลากเอ็งไปตรวจที่โรงพยาบาล”
กระถินแกล้งหลุดปาก
“ไม่!! กระถินไม่ตรวจ กระถินไม่อยากให้คนเอาไปเม้าท์ว่ากระถินท้องไม่มีพ่อ”
วันทนีย์กับกำนันเรือง อาไทได้ยินเต็มสองหูก็อึ้งไป กระถินแกล้งทำเป็นรู้ตัวว่าเผลอหลุดปากบอกความจริงก็ร้องไห้โฮทันที

บรรยากาศในร้านWedding Studio วันรบนั่งลุ้น ๆ อยู่ที่หน้าห้องลองชุดแต่งงาน โดยมีพชรกับนลินีนั่งอยู่ด้วย มุมใกล้นั้น มีหุ่นสวมชุดเจ้าสาวตั้งเรียงรายอยู่หลายตัว อีกทั้งบนราวก็ยังมีชุดเจ้าสาวมากมายแขวนอยู่ ไม่ห่างกันมากนัก ตู้โชว์มีการ์ดและของชำร่วยหลายรูปแบบวางอยู่

“แกนี่มันคนเหล็กจริงๆ งูกัดจังๆ ยังรอดมาได้” พชรพูดขึ้น
“คนดีน่ะพี่ระ ฟ้าต้องให้ผมรอดเพื่อมาแต่งงานกับคนที่ผมรักอยู่แล้ว ว่าแต่..ทำไมมัทลองชุดนานจัง”
“ชุดพวกนี้ไม่ได้ใส่กันง่ายๆ นะจ๊ะ มีซับในซับนอกเยอะอย่างมากๆ” นลินีว่า
พชรอมยิ้มแล้วว่า
“ไอ้รบเชื่อฉัน.. เลือกชุดที่ถอดง่ายๆ จะได้ไม่เสียเวลา”
นลินีบิดหูของพชรเต็มแรง พชรร้องจ๊ากลั่น...
นลินีพูดกับวันรบ
“จำไว้นะรบ ผู้หญิงให้ความสำคัญกับชุดแต่งงานมาก เพราะผู้หญิงทุกคนฝันที่จะมีงานแต่งงานแค่ครั้งเดียวในชีวิต และวันนั้นเค้าอยากจะเป็นคนที่สวยที่สุด..เพื่อเจ้าบ่าวของเค้า”
พนักงานในร้านเดินออกมาหาพวกวันรบที่นั่งอยู่
“เจ้าสาวพร้อมแล้วค่ะ” พนักงานคนหนึ่งพูดขึ้น

มัทรีในชุดเจ้าสาว เรียบหรู ดูดี ก้าวเดินมาด้วยรองเท้าส้นสูง วันรบถึงกับตะลึงในความงามของว่าที่เจ้าสาว มัทรีเดินมาหยุดตรงหน้าวันรบ นลินีทำมือให้มัทรีหมุนตัวโชว์ มัทรีจับชายกระโปรงขึ้นแล้วหมุนตัวช้า ๆ เพื่อให้วันรบเห็นชุด วันรบมองมัทรีในชุดเจ้าสาวอย่างตื่นเต้นและประทับใจจนพูดไม่ออก
“ชุดนี้เป็นยังไงคะ”
มัทรีเห็นวันรบเอาแต่ยืนเงียบก็หวั่นใจ
“ม่สวยเหรอคะ”
นลินีกับพชรพร้อมใจกันตบไหล่วันรบเรียกสติ
“อึ้งตะลึงอยู่ได้” พชรว่า
วันรบ ว่าที่เจ้าบ่าวถึงกับเขิน
“ก็...สวยจนพูดไม่ออก... มัทสวยจัง”
มัทรีเขินเช่นกัน
“จริงเหรอ... ไม่ดูอ้วนใช่มั้ย”
วันรบส่ายหน้ายิ้มอย่างประทับใจในความสวยของมัทรี
“เห็นแล้วอยากจัดงานแต่งพรุ่งนี้เลย”
วันรบเดินเข้าไปกุมมือมัทรี แต่นลินีเข้ามาตีมือวันรบดังเพี๊ยะ!
“ไม่ได้ หลานพี่ พี่หวง.. ไม่ยกให้ง่ายๆ หรอกนะ”
“อยากแต่ง.. ต้องสาบานตนก่อน แบบฝรั่งไง” พชรว่า
พชรให้วันรบยืนประจันหน้ากับมัทรี แล้วเก็กหน้าขรึม
“นายวันรบ แคล้วคลาดภัย ท่านสัญญาว่าจะรัก ดูแลและอยู่เคียงข้างนางสาวมัทรี หาญการไกล ทั้งยามสุขและยามทุกข์ตลอดไปหรือไม่”
วันรบยิ้มถือโอกาสเล่นด้วยกับพชร
“ผมสัญญา”
“ไม่สัญญาโว้ย”
เสียงของวันทนีย์ดังขึ้น ทุกคนอึ้งไปแล้วหันไปมอง วันทนีย์ยืนเท้าสะเอวท่าทางเอาเรื่อง
“แม่” วันรบร้องทัก

บริเวณมุมหนึ่งของร้าน อาไทมองไปยังวันทนีย์และกำนันเรืองที่ยืดกอดอกด้วยท่าทางเอาเรื่อง
“แกไม่มีสิทธิ์แต่งงานกับใคร”
“ผมกับมัทหมั้นกันแล้ว แม่จะห้ามผมได้ยังไง”
“เพราะแกต้องรับผิดชอบการกระทำของแก” กำนันเรืองบอก
“เข้ามานังกระถิน” วันทนีย์เรียก
กระถินเดินเข้ามาในชุดคลุมท้อง แถมท้องโตเหมือนคนใกล้คลอด เดินสะอึกสะอื้นเข้ามาในร้าน
“พี่รบ”
ทุกคนเห้นแล้วร้อง “เฮ้ย”
กระถินเห็นอาการตกใจของทุกคนก็ร้องไห้ปล่อยโฮทันที
กำนันเรืองกับวันทนีย์ส่ายหน้าเซ็งๆ อาไทเอามือตีหน้าผากตัวเองอย่างหน่ายๆ
“นังกระถิน”
วันทนีย์เดินเข้าไปล้วงใต้กระโปรงของกระถิน
“กรี๊ด! แม่จะทำอะไรจ๊ะ”
กระถินถอยหนีแล้วรวบกระโปรงไว้ไม่ให้วันทนีย์ล้วง
“ข้าทนไม่ได้โว้ย พ่อ อาไทจับตัวกระถินไว้”
กำนันเรืองเข้ามาล็อคตัวกระถินไว้ กระถินกรี๊ดลั่น
“อย่านะจ้ะแม่ อย่า”
กระถินร้องวี๊ดว้ายไม่ยอม แต่วันทนีย์ไม่สนใจล้วงไปใต้กระโปรงแล้วดึงหมอนใบใหญ่ออกมา
พชรกับนลินีพูดขึ้นพร้อมกัน
“หมอน”
กระถินกรี๊ดลั่นพร้อมกับเอามือปิดหน้าท้องแบนราบของตัวเองอย่างอายๆ
“อยู่ดี ๆ เอาหมอนมายัดซะท้องโตขนาดนี้ ใครจะเชื่อเอ็งวะ”
“แม่เล่นอะไร จะมาหลอกว่ากระถินท้องงั้นเหรอ”
“ไม่ได้หลอกโว้ย”
“ถ้าท้องจริง ๆ แล้วยัดหมอนมาแบบนี้ทำไมล่ะค่ะ” มัทรีถาม
“อย่ายุ่ง ข้าไม่ได้มาคุยกับเอ็ง”
วันทนีย์พูดกับวันรบต่อ
“เรื่องหมอน กระถินมันทำเกินไป แต่ข้ายืนยันว่านังกระถินมันท้องจริงๆ”
วันทนีย์พูดจบ กระถินก็แกล้งทำอาการคลื่นไส้แล้ววิ่งไปอาเจียนที่ถังขยะ
“เห็นมั้ย อาการแพ้ท้อง” กำนันเรืองบอก
มัทรีหันไปมองหน้าวันรบอย่างแปลกใจ วันรบส่ายหน้าปฏิเสธ
“เอ็งต้องยกเลิกการหมั้นกับมัทรี แต่งงานกับนังกระถินให้เร็วที่สุด เพื่อเป็นการรับผิดชอบ”
กระถินหยุดอาเจียนแล้วหันมายิ้มอย่างมีความหวัง
“ไม่ ผมไม่แต่งงานกับกระถิน”
“เอ็งเป็นลูกผู้ชาย ทำอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบ” กำนันเรืองบอก
“แต่ผมไม่ได้ทำ ผมไม่เคยมีอะไรกับกระถิน”
“นั่นสิแม่ พี่รบเขาไม่โง่ทิ้งพี่นางฟ้า มาคว้าพี่กระถินหรอก จริงไหมพ่อ” อาไทบอก
“เออ..ฟังดูมีเหตุผล”
“พ่อจ๋า..อาไทอย่านอกเรื่อง” วันทนีย์บอก
กระถินรีบวิ่งเข้ามาหาวันทนีย์ทันที
“เห็นมั้ยแม่ กระถินบอกแล้วว่าพี่รบต้องพูดแบบนี้”
“ไม่คลื่นไส้แพ้ท้องแล้วเหรอ” วันรบถาม
กระถินเอามือปิดปาก แล้วเริ่มแสดงอาการคลื่นไส้และอ้วกอีกครั้ง
“นังกระถินเล่าให้แม่ฟังหมดแล้วว่าเอ็งทำอะไรนังกระถินที่ไหน..ยังไง”
มัทรีหันขวับหาวันรบทันที
“ไม่จริง ผมไม่เคยทำ ไม่เคยอยู่กันสองต่อสองด้วยซ้ำ”
“เคยค่ะ” กระถินพูดแทรกขึ้น

อ่านต่อหน้าที่ 3




แม่ยายที่รัก ตอนที่ 10 (ต่อ)
กระถินเริ่มต้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต …
“เดือนก่อน..พี่รบกลับมาเที่ยวบ้าน อยู่ ๆพี่รบก็แอบสะกิดกระถิน”
เหตุเกิดที่บริเวณโต๊ะทานข้าวในบ้านของวันทนีย์ในเย็นวันหนึ่ง วันรบกับกำนันเรืองนั่งอยู่ฝั่งเดียวกัน ส่วนวันทนีย์กับกระถินนั่งฝั่งตรงข้าม... กระถินยิ้มอายๆแล้วเหลือบมองวันรบ วันรบกำลังก้มหน้าก้มตาใช้มือแกะเนื้อปลาทูอยู่ โดนไม่สนใจกระถินเลย
เท้าของกระถินสะกิดเท้าของผู้ชายคนหนึ่งอยู่
“ตอนแรกกระถินก็ไม่เข้าใจว่าพี่รบสะกิดกระถินทำไม”
เท้าผู้ชายขยับหนีเท้ากระถิน
“แต่กระถินเคยดูหนังดูละครมา ก็พอจะเข้าใจ”
กระถินขยับเท้าตามไปสะกิดเท้าผู้ชายคนนั้นต่อ
บนโต๊ะทานข้าว กระถินเขินอายมากกว่าเดิม วันรบเงยหน้าจากการแกะปลาทูแล้วเห็นอาการของกระถินก็แปลกใจ
“กระถินรู้ว่าความต้องการของพี่รบ มันผิดต่อพี่มัทรี”
กระถินสบตาวันรบแล้วยิ้มหวานให้พร้อมกับพยักหน้า วันรบมองกระถินงง ๆ
เท้าของกระถินยังสะกิดเท้าของผู้ชายอยู่ที่ใต้โต๊ะอยู่เหมือนเดิม
“แต่กระถินก็ไม่กล้าขัดใจพี่รบ”
วันรบไม่สนใจกลับเดินลุกออกจากโต๊ะอาหารไป กระถินมองตามวันรบแล้วก็อึ้งไป เมื่อกระถินหันกลับมาก็ต้องสะดุ้งตกใจเห็นหน้าอาไททำท่าขนลุกใส่
“พี่กระถินเขี่ยตีนฉันทำไมเนี่ย”
กระถินมองตามวันรบไปอย่างเซ็งๆ

คืนนั้น... จันทร์แจ่มฟ้า พระจันทร์เต็มดวง
ภายในห้องนอนของวันรบในบ้านวันทนีย์ที่สุพรรณบุรี วันรบกำลังนั่งพิมพ์ข้อความในมือถืออยู่
“ตกดึกคืนนั้น วันพระจันทร์เต็มดวง”
หน้าจอมือถือของวันรบส่งข้อความ “ไม่คิดมากนะนางฟ้าของผม เดี๋ยวผมโทรไป แล้วเราจะได้มองพระจันทร์ด้วยกัน”
วันรบเก็บมือถือใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วเดินไปส่องกระจกสำรวจหน้าผมของตัวเอง
“พี่รบเรียกให้กระถินไปหาที่ห้อง อ้างว่าหาของไม่เจอ ต้องให้กระถินไปช่วย”
วันรบเดินมาล็อคประตูห้องนอนแล้วปิดไฟในห้อง วันรบเดินไปที่หน้าต่าง มองซ้ายมองขวา แล้วค่อย ๆ ปีนหน้าต่างห้องนอนตัวเอง ออกไปนอกบ้าน
ครู่ต่อมา ประตูห้องนอนวันรบค่อย ๆเปิดออก กระถินแอบยื่นหน้าเข้ามามองในห้อง เมื่อเห็นว่าห้องมืดก็ยิ้มกริ่มเพราะคิดว่าวันรบนอนหลับไปแล้ว กระถินค่อย ๆ ย่องมาที่เตียงนอนแล้วกระโดดขึ้นไปบนเตียงทันที
“พอกระถินเข้าไปในห้อง...พี่รบก็เข้ามากอดจูบลูบคลำกระถินไม่ยั้ง” กระถินเล่าด้วยเสียงสะอื้น
กระถินหลับตาปี๋กอดหมอนข้าง แล้วกระหน่ำจูจุ๊บหมอนข้างทันทีเพราะเข้าใจว่าเป็นวันรบ
“จนในที่สุด คืนนั้นกระถินก็ตกเป็นของพี่รบอย่างไม่มีทางสู้”
หลังจากกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่ครู่หนึ่ง กระถินก็ชะงักเมื่อลืมตาดูก็เห็นว่าเป็นหมอนข้าง กระถินมองไปรอบๆห้องด้วยความเซ็งที่วันรบไม่อยู่

บริเวณมุมเดิมของ Wedding Studio กระถินยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น
“กระถินรักพี่รบ แต่ไม่คิดเลยว่าพี่รบจะรวบรัดกระถินแบบนี้”
วันทนีย์กับกำนันเรืองถึงกับส่ายหน้าระอากับการกระทำของวันรบ
“ไม่จริง เดือนที่แล้วที่พี่กลับบ้าน พี่ปีนออกจากห้องไปนอนคุยกับมัททั้งคืน จนหลับไปกลางสวนแล้วพี่จะไปกอดจูบลูบคลำกระถินได้ยังไง” วันรบแย้งขึ้น
“ฉันเห็นด้วยนะแม่ พุดเดิ้ลต่อขาอย่างพี่กระถินน่ากอดตรงไหน” อาไทบอก
กระถินได้ยินวันรบปฏิเสธก็ยิ่งร้องไห้ดังขึ้น
“พี่รบทำร้ายกระถินทางร่างกายไม่พอ พี่รบทำร้ายจิตใจกระถินด้วย”
กระถินหลับหูหลับตาร้องไห้แล้วจะโผเข้ากอดวันทนีย์ แต่ดันกอดผิดไปกอดนลินีแทนจนพชรต้องสะกิดกระถิน พอกระถินลืมตาเห็นว่าเป็นนลินีก็ตกใจรีบผละออกมาทันที
“นังกระถินแพ้ท้องหนักมาก ทั้งเหม็นอาหาร หน้ามืด เป็นลม อยากกินแต่ของเปรี้ยว” กำนันเรืองยืนยัน
“ของแปลกด้วยจ้ะพ่อกำนัน” กระถินพูดแทรกขึ้นทันที
“ใช่ นังกระถินอยากกินดอกไม้ คนบ้าอะไรกินดอกไม้ มีแต่คนท้องเท่านั้นแหละ” วันทนีย์ว่า
นลินีได้ยินเรื่องที่กระถินเล่าก็นิ่งคิดตามไป
“อาการเหมือนนางเอกในเรื่อง “อุ้มรัก” เลย เพิ่งดูใน Youtube มา”
กระถินถึงกับชะงักไปทันที แล้วกลบเกลื่อนด้วยการร้องไห้โฮขึ้นมาอีก วันรบเข้าไปจับมือมัทรี
“เชื่อผมนะมัท ผมไม่เคยทำอะไรกระถินจริงๆ”
กระถินไม่ยอมเข้าไปจับมือมัทรีบ้าง
“เชื่อกระถินนะคะพี่มัท กระถินท้องจริงๆ”
มัทรีมองกระถินสลับกับมองวันรบอย่างชั่งใจ วันรบกำลังจะพูด แต่มัทรีชักมือกลับแล้วยกมือขึ้นห้าม มัทรีหันไปหากระถิน
“พอแล้วค่ะรบ... กระถิน พี่เห็นใจกระถิน ถ้ากระถินท้องจริงๆพี่จะถอนหมั้นกับรบ”
“มัท” วันรบร้องขึ้น
วันทนีย์กับกำนันเรืองถึงกับเฮลั่น กระถินยิ้มทั้งน้ำตา
“แต่..พี่ก็รักวันรบมากเหมือนกัน... ดังนั้นพี่คงต้องขอให้กระถินไปตรวจที่โรงพยาบาล ให้หมอยืนยันว่ากระถินท้องจริงๆ”
กระถินอึ้งช็อกที่ได้ยินมัทรีพูดเช่นนั้น เพราะตัวเองไม่ได้ท้องจริงๆ
“มะ...ไม่ ! กระถินไม่ตรวจ... กระถินกลัวหมอ” กระถินรีบแถทันที
“ถ้าไม่มีผลตรวจจากหมอ พี่ก็ไม่ถอนหมั้นกับรบ”
กระถินนิ่งไปไม่รู้จะทำยังไงดี วันทนีย์เข้ามาจับมือกระถิน ก่อนจะหันไปพูดกับมัทรี
“ไม่ต้องกลัวนังกระถิน ข้าพาเอ็งไปโรงพยาบาลเอง ส่วนเอ็งเตรียมถอดแหวนหมั้นได้เลย”
วันทนีย์พูดจบก็ลากตัวกระถินออกไปทันที

พยาบาลสาวสวยจากแผนกสูติฯส่งขวดพลาสติก ให้กระถิน หน้าขวดมีฉลากเขียนชื่อ “น.ส.กระถิน ยิ้มนำพา” ติดอยู่ เพื่อให้กระถินเก็บตัวอย่างปัสสาวะ
“เริ่มปัสสาวะไปเล็กน้อยแล้วค่อยเริ่มเก็บนะคะ”
กระถินรับขวดพลาสติกมาด้วยอาการจ๋อย ๆ
“เป็นอะไรของเอ็ง” วันทนีย์ถาม
“ไม่ตรวจไม่ได้เหรอ”
ทุกคนที่มายังโรงพยาบาลพร้อมใจกันตอบ จนกระถินสะดุ้งเฮือก
“ไม่ได้”
“ชักช้าทำไม ถ้าอยากแต่งงานกับลูกข้า ก็เข้าไปเอาฉี่มาตรวจได้แล้ว”
วันทนีย์ไม่สนใจดันตัวกระถินให้เดินไปที่ห้องน้ำทันที

ในห้องน้ำซึ่งใช้งานได้เพียงห้องเดียว ห้องอื่นๆมีป้ายแขวนว่าเสีย กระถินยืนอยู่ที่อ่างล้างมืออย่างกลุ้มใจ ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรดี
“ทำยังไงล่ะทีนี้... จะเอาฉี่คนท้องที่ไหนไปตรวจ”

บริเวณทางเดินหน้าห้องตรวจ แผนกสูติฯ ในเวลาต่อมา วันรบกับพชรเดินเข้ามาอย่างเครียด ๆ วันทนีย์กับกำนันเรืองนั่งยิ้มอย่างสบายใจ อาไทนั่งนวดขาให้กำนันเรืองอย่างประจบเอาใจ มัทรีนั่งนิ่งเงียบไม่แสดงอาการใดๆอยู่กับนลินี
“ไอ้รบ.. ถามจริง.. แกกับกระถินยังไงกันวะ” พชรกระซิบถามเพราะอยากรู้
“ผมไม่เคยมีอะไรกับกระถิน” วันรบบอกน้ำเสียงจริงจัง
“ถ้ามั่นใจแล้วแกเครียดทำไม”
“ผมกลัวว่ากระถินจะทำทุกทาง เพื่อให้ผลตรวจออกมาว่าท้องน่ะสิ”
ติรกากับรชานนท์เดินเข้ามาอย่างร้อนใจ
“ยายมัท”
“แม่”
“นี่มันอะไรวะไอ้รบ แกทำกระถินท้องจริงๆเหรอ” รชานนท์ถาม
“ไม่จริงป๋า”
“จริง! ข้ายืนยันว่านังกระถินท้องจริงๆ” วันทนีย์บอก
“รอผลตรวจก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวได้รู้แน่ว่าจริงหรือไม่จริง “ ติรกาว่า
วันรบกลุ้มใจแล้วหันไปมองมัทรี มัทรีสบตาวันรบครู่เดียวก็หลบตาไป


เป็นจังหวะเดียวกับผู้หญิงอุ้มท้องเข้ามาในห้องน้ำอย่างรีบๆ ด้วยอาการปวดฉี่ กระถินยืนลังเลอยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำ แต่ยังไม่ยอมเข้าไป
“จะเข้ามั้ยคะ” ผู้หญิงท้องถามกระถิน
“เข้าก่อนก็ได้ค่ะ”
กระถินหลบทางให้ผู้หญิงท้องเดินไป ในจังหวะที่ผู้หญิงท้องเดินผ่านกระถินก็นึกบางอย่างได้แล้วพึมพำกับตัวเอง
“ผู้หญิงท้อง”
กระถินวิ่งไปล็อคประตูทางเข้าห้องน้ำ แล้ววิ่งกลับมาที่ห้องน้ำที่ผู้หญิงท้องกำลังจะปิดประตูห้องน้ำ
“คุณคะ”
ผู้หญิงท้องหันมามองกระถินอย่างแปลกใจ
“คะ”
กระถินยืนขวางไว้แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์เข้าใส่ผู้หญิงท้อง แล้วหัวเราะฮึๆ จนผู้หญิงท้องเอะใจ
“คุณจะทำอะไร ถ้าจะไม่เข้าห้องน้ำก็ออกไปนะ”
กระถินดันตัวผู้หญิงท้องให้ลงนั่งที่โถส้วม ประตูห้องน้ำถูกปิดดังปัง ตามมาด้วยเสียงกรี๊ดของผู้หญิงท้อง
“คุณจะทำอะไร ช่วยด้วย”
สักครู่เสียงผู้หญิงก็เงียบไป ตามมาด้วยเสียงปึงปั้งๆ
“อยู่เฉย ๆสิ อยู่เฉยๆ” กระถินบอก
เสียงปึงปั้งยังดังอยู่ จนห้องน้ำข้าง ๆ สั่นสะเทือนตามแรงต่อสู้ของกระถินกับผู้หญิงในห้องน้ำ ป้าย “เสีย” ที่แขวนหน้าห้องน้ำอื่น ๆ ตกลงมาที่พื้น

กระถินนั่งยิ้มแฉ่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าห้องตรวจ วันทนีย์ กำนันเรืองและติรกานั่งเรียงกันอยู่ ส่วนที่เหลือยืนอยู่ใกล้ๆ หมอเปิดประตูออกมาจากห้องตรวจ
“ผลเป็นยังไงบ้างครับหมอ” วันรบถามขึ้น
“ญาติคนไข้เข้าฟังผลในห้องดีมั้ยครับ”
“ไม่ได้” ทุกคนพร้อมเพรียงกันตอบ เล่นเอาหมออึ้งไป
“แต่เรื่องของคนไข้ถือเป็นความลับนะครับ”
“คุณหมอเชื่อเถอะค่ะ เรื่องนี้เป็นความลับไม่ได้” ติรกาบอก
“ใช่ค่ะ... กระถินยอมเผยความลับส่วนตัวให้ทุกคนได้รู้ค่ะ”
“อย่าเสียเวลาน่ะหมอ บอกมาเลย ให้รู้กันไปว่านังกระถินมันท้องกับลูกชายข้าจริง ๆ” วันทนีย์รบเร้า
หมอพยักหน้าตกลงแล้วเปิดแฟ้มดูผลตรวจ ทุกคนรอลุ้นผลตรวจจากหมอ หมอเงยหน้าขึ้นมองหน้ากระถินนิ่ง ๆ วันรบมองหน้ามัทรีให้ความมั่นใจ หมอยิ้ม
“ดีใจด้วยครับ คุณกระถินตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าๆแล้วครับ”
กระถิน วันทนีย์และกำนันเรืองเฮลั่นโรงพยาบาล ส่วนพวกวันรบถึงกับอึ้งและเหวอไป
พชรพูดกับกับรชานนท์ทันที
“เฮ้ย! ทำไมพลิกล็อกแบบนี้วะ”
“ผู้ชายดีๆจะมีแต่ในนิยายจริงๆเหรอเนี่ย” นลินีว่า
“เป็นไปไม่ได้ หมอดูผลผิดรึเปล่าครับ”
“ไม่ผิดหรอกครับ... ภรรยาคุณท้องจริง ๆ คุณอาจจะยังไม่พร้อมมีลูก แต่ตอนนี้คุณต้องพร้อมแล้วนะครับ ว่าที่คุณพ่อมือใหม่”
มัทรีมองวันรบอย่างผิดหวัง วันทนีย์เห็นอาการของมัทรีแล้วยิ่งสะใจ
“ข้าได้ลูกชายคืน ได้สะใภ้คนโปรด แถมยังได้หลานอีก โชค3ชั้นจริงโว้ย”
วันทนีย์กับกำนันเรืองหัวเราะลั่น
มัทรีจะเดินออกไป แต่วันรบรั้งตัวมัทรีไว้ มัทรีสะบัดมือวันรบออก
“พอได้แล้ว... มัทไม่อยากได้ยินคำแก้ตัวอะไรอีกแล้ว”
“แต่ผมไม่ได้ทำจริง ๆ ถ้ากระถินท้องก็ไม่ได้ท้องกับผม”
วันรบยังพูดไม่ทันจบ มัทรีก็ตบหน้าวันรบ
“ไม่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำก็แย่พอแล้ว นี่รบยังดูถูกกระถินอีกเหรอ”
วันรบอยู่ในอาการอึ้งที่โดนมัทรีตบหน้า
“มัทผิดหวังในตัวพี่รบมากนะคะ”
ติรกาเข้ามาหามัทรี
“ยายมัท..แม่ว่าให้ค่อยๆพูดกันก่อนดีกว่านะลูก”
“มัทไม่มีอะไรจะคุยแล้วค่ะแม่ ในเมื่อกระถินท้องจริงๆ มัทจะถอนหมั้นกับรบ”
ทุกคนอึ้งที่ได้ยินประโยคนั้น กระถินแอบยิ้มอย่างพอใจ
กระถินดีใจมากจนนอกหน้าอย่างลืมตัว
“คุณมัทถอนหมั้นกับพี่รบแล้ว พี่รบต้องแต่งงานกับกระถินนะจ๊ะแม่จ๋า”
“แน่นอน ผู้หญิงดีๆอย่างเอ็งแม่ไม่ปล่อยให้เจ้ารบพลาดไปแน่ๆ”
ทุกคนหันมามองมัทรีที่กำลังหน้าเสียกับเหตุการณ์ดังกล่าว
“ขอทางหน่อยค่ะ ขอทางหน่อย”
เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ทุกคนชะงักหันไปทางต้นเสียง หญิงท้องเดินพา รปภ. 2 คนเดินเข้าเข้ามา
“นั่นไง.. มันยืนอยู่ตรงนั้นไง” ผู้หญิงท้องชี้บอกรปภ. และเดินมายังกลุ่มที่กระถินยืนอยู่ แล้วหันไปสั่งรปภ.ของโรงพยาบาล
“ไปจับมันเลย นังผู้หญิงโรคจิต จับมันไปเลยค่ะ นังผู้หญิงโรคจิต ขโมยฉิ้งฉ่องของฉันไป”
-“ว่าไงนะ” ทุกคนอึ้งและเหวอไปทันที
“ผู้หญิงคนนี้กักขัง หน่วงเหนี่ยว ข่มขู่ ไม่ยอมให้ฉันทำธุระส่วนตัว จนฉันราด แล้วเค้าก็เก็บฉิ้งฉ่องฉันกรอกใส่ขวด”
ทุกคนหันไปมองที่กระถินทันทีแล้วร้องขึ้นพร้อมกัน
“กระถิน”
กระถินเห็นท่าไม่ดีจะวิ่งหนี แต่รปภ.เข้าไปจับตัวไว้ได้ทัน กระถินร้องลั่น
“ปล่อยกระถินนะ ปล่อย”
มัทรีได้ยินดังนันก็ชักสีหน้าโมโห ถามกระถินทันที
“ที่ผู้หญิงคนนี้พูดเป็นความจริงหรือเปล่า กระถินโกหกว่าพี่รบทำให้กระถินท้อง โกหกใช่ไหม”
กระถินเข้าตาจนต้องยอมรับ
“ใช่ ก็กระถินรักพี่รบ กระถินอยากแต่งงานกับพี่รบ”
วันทนีย์ก็รู้สึกโกรธเช่นกัน
“นังกระถิน เอ็ง”
ทันใดนั้น มัทรีต่อยหน้ากระถิน ผัวะ! วันทนีย์สะดุ้ง ทุกคนร้อง “เฮ้ย” ด้วยความตกใจคาดไม่ถึง
แรงต่อยแบบจัดเต็มของมัทรี ทำให้กระถินเลือดกำเดาไหล กระถินเอามือแตะเห็นเลือดยิ่งตกใจ
“เลือด เธอต่อยหน้าฉัน”
“ นี่มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ โทษฐานที่เธอใส่ร้ายพี่รบ ทำให้คนที่ฉันรักต้องกลายเป็นคนเลวในสายตาคนอื่น เธอทำได้ยังไงกระถิน ไหนเธอบอกว่ารักพี่รบ แล้วเธอทำกับคนที่เธอรักแบบนี้เหรอ จำไว้นะกระถิน ทำร้ายฉันฉันไม่ว่า แต่ถ้าเธอทำร้ายพี่รบอีก ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่”
วันทนีย์มองมัทรีอย่างประทับใจกระถินได้แต่มองมัทรีอย่างกลัวๆแล้วรับคำ
“จ๊ะ”
อาไทปรบมือขึ้นแล้วพูดขึ้น
“สุดยอด..พี่นางฟ้า แบบนี้เขาเรียกว่าคนรักจริง แบบนี้ถึงจะสมเป็นสะใภ้พ่อกำนันจริงไหมจ๊ะ”
“จริงของอาไทมันใช่ไหมจ๊ะ แม่จ๋า” กำนันเรืองถามวันทนีย์
วันทนีย์มองมัทรีอย่างยิ้มๆ กำนันเรืองหันไป กระซิบกับอาไท
“แม่จ๋า..แม่จ๋า สงสัยจะปลื้มว่าที่ลูกใภ้ซะแล้ว”
กระถินรู้ตัวเองว่ากลายเป็นหมาหัวเน่าก็รีบเข้าไปยกมือไหว้วันทนีย์
“แม่จ๋า กระถินขอโทษ แม่จ๋า...กระถินไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะจ๊ะ”
“เลิกตอแหลได้แล้ว วางแผนมาดิบดีจะบอกว่าไม่ตั้งใจได้ยังไง ต่อไปนี้เอ็งมาอย่ามาเรียกข้าว่าแม่ ข้าไม่นับญาติกับคนโกหกตอแหลอย่างเอ็ง”
วันทนีย์โกรธไม่ยอมรับคำขอโทษจากกระถิน วันทนีย์รีบเดินออกไป กระถินรีบตามไป ทุกคนรีบเดินตามไปเพราะกลัวมีเรื่อง

กระถินตามวันทนีย์มาถึงหน้าโรงพยาบาล กระถินฉุดวันทนีย์ไว้แล้วพยายามอ้อนวอน
“กระถินขอโทษ กระถินรักพี่รบ กระถินทนไม่ได้ที่พี่รบจะแต่งงาน”
กำนันเรือง อาไท และแก๊งค์ติรกาตามมายืนมองอย่างกังวล
“ถ้าเอ็งรักไอ้รบจริง เอ็งไม่ทำแบบนี้หรอก เอ็งทำให้ไอ้รบกลายเป็นคนไม่ดี ไม่มีความรับผิดชอบ” วันทนีย์บอก
กระถินหันมาขอความเห็นใจจากกำนันเรือง
“พ่อกำนันจ๋า”
“ความสุขของครอบครัวสำคัญสุด ถ้าเมียข้าโกรธเอ็ง ข้าก็โกรธด้วย” กำนันเรืองบอก
กระถินหันมาหาอาไท อาไทถึงกับสะดุ้งแล้วพูดขึ้น
“อาเห็นใจพี่นะ แต่อายืนอยู่ข้างความถูกต้องจ๊ะ”
กระถินยืนหน้าจ๋อยที่ไม่มีใครเข้าข้าง
“กระถินทำไปเพราะกระถินรักพี่รบจริงๆนะคะ โฮๆ”
กระถินร้องไห้โฮหนักขึ้น
ติรกามองกระถินที่โดนทุกคนมองด้วยสายตาประฌามแล้วพูดขึ้น
“คุณวันทนีย์คะ ในเมื่อความจริงก็เปิดเผย กระถินก็ยอมรับผิดแล้ว อภัยให้แกเถอะค่ะ”
ทุกคนหันมามองติรกาอย่างแปลกใจ
“ฉันเห็นว่ากระถินยังเด็ก ทำอะไรวู่วามไม่ทันคิดเพราะไม่อยากเสียคนที่ตัวเองรัก เด็กทำผิดก็ให้อภัยเด็กเถอะนะคะ”
กระถินอึ้งไปที่อยู่ ๆ ติรกาหันมาเข้าข้างตัวเอง
“แต่ต่อไปข้าจะไว้ใจมันได้ยังไง” วันทนีย์พูดขึ้น
“กระถินก็อยู่กับคุณมานาน ผิดครั้งเดียวคุณจะไล่กระถินออกจากบ้าน คุณทำได้ลงคอเหรอคะ” ติรกาถาม
วันทนีย์มองกระถินที่ร้องไห้คร่ำครวญ
“พ่อจ๋า..กลับบ้าน”
“แล้วพี่กระถินล่ะจ๊ะแม่จ๋า” อาไทถาม
“มันไม่อยากกลับก็ช่างมัน”
กระถินตาโตดีใจจะเข้าหาวันทนีย์ แต่วันทนีย์ชิงเดินหนีออกไปก่อน กำนันเรืองกับอาไทเดินตามไป
“เขาให้โอกาสแล้วก็รีบตามไปสิ” ติรกาบอก
กระถินร้องไห้โฮด้วยความตื้นตันแล้วโผเข้ากอดติรกา
“ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณที่อภัยให้กระถิน”
ติรกายิ้มให้อย่างจริงใจ
“ไม่เป็นไร....แต่ถ้าต่อไปเธอพยายามจะทำลายความรักระหว่างมัทรีกับวันรบอีก อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอด”
กระถินได้ยินถึงกับอึ้งเหวอไป ติรกาหันไปยิ้มสวยๆให้กับทุกคน

กลางวันในเวลาต่อมา ภายในร้านเสื้อผ้าหรูในตัวเมืองราชบุรี แคชเชียร์ส่งบัตรเครดิตคืนให้วริษราที่รออยู่หน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน พนักงานขายถือถุงกระดาษใส่เสื้อผ้าที่วริษราซื้อรออยู่
“บัตรไม่ผ่าน ขอเปลี่ยนเป็นเงินสดได้มั้ยคะ”
“ไอ้เสี่ยบ้า ไหนบอกจะเคลียร์บัตรให้” วริษราบ่นคนเดียวอย่างหงุดหงิด
วริษราเปิดกระเป๋าเงินที่เหลือแบงก์พันใบเดียวอย่างหงุดหงิด
“ทั้งหมดสองพันห้าร้อยบาทค่ะ” แคชเชียร์พูดทวนราคา
“ทำไมเสียมารยาทกับลูกค้าแบบนี้ ไม่ซ้งไม่ซื้อแล้ว น่ารำคาญ”
วริษราแกล้งทำเป็นอารมณ์เสีย เดินสะบัดออกจากร้านหน้าตาเฉย พนักงานขายและแคชเชียร์หันหน้ามามองกันอย่างงง ๆ

บริเวณลานจอดรถของโรงพยาบาลในเวลาเย็น วันรบเดินนำมาที่รถ มัทรีเดินตามมาเงียบๆ
“ไม่โกรธที่มัทไม่เชื่อใจพี่รบเหรอคะ”
วันรบยิ้มแล้วตอบ
“ไม่ ถ้ามัทไม่รักผมมาก..คุณก็คงไม่โกรธผมขนาดนั้นหรอก”
“มัทขอโทษที่ไม่เชื่อพี่รบตั้งแต่แรก”
“ไม่เป็นไรครับ ก็ผลตรวจออกมาแบบนั้น”
มัทรีก้มหน้าจ๋อยๆ รู้สึกผิดที่ไม่เชื่อใจวันรบ วันรบเชยคางมัทรีขึ้น
“มัทจำไว้นะ... ผมไม่มีวันทำให้มัทเสียใจ”
มัทรียิ้มทั้งน้ำตาแล้วโผเข้ากอดวันรบ
“มัทขอโทษ...แต่มัทโกรธคิดว่าพี่รบโกหกมัท มัทคงทนไม่ได้ถ้าคนที่รักมัทโกหก สัญญากับมัทนะคะว่าพี่รบจะไม่โกหกมัทไม่ว่ายังไงก็ตาม”
“สัญญาครับ แต่มัทต้องสัญญาว่าต่อไปมัทจะหนักแน่น เชื่อใจผม ตกลงไหม”
“ต่อไปมัทจะเข้มแข็ง จะไม่หวั่นไหว จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายความรักของเราเด็ดขาด”
“แต่ที่สำคัญที่สุด มัทต้องไม่ทำกับผมเหมือนที่ทำกับกระถินนะ”
มัทรียิ้มทะเล้น
“ก็ไม่แน่ ถ้าความประพฤติไม่ดี โดนแน่”
วันรบยกสามนิ้วแบบลูกเสือบอกมัทรีว่า
“นายวันรบ แคล้วคลาดภัยสัญญาว่าจะเป็นคนรักที่ดีของมัทรีคนเดียวครับผม”
มัทรียิ้มขำ วันรบกอดมัทรีอย่างมีความสุข
“แล้วพี่รบจะไม่โทรไปคุยกับคุณแม่ของพี่รบหน่อยเหรอคะ ท่านอาจจะรู้สึกเสียหน้าเพราะเรื่องกระถิน พี่รบน่าจะง้อคุณแม่หน่อยนะคะ”
วันรบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะเปิดเครื่องกด แต่ก็ชะงักไว้ คิดๆแล้วเปลี่ยนใจ
“โทรศัพท์ผมแบตฯหมดน่ะ ผมขอใช้โทรศัพท์มัทแล้วกันนะ”
วันรบเก็บโทรศัพท์ตัวเองลงในกระเป๋า

คืนนั้น วริษราพยายามกดโทรศัพท์หาวันรบ แต่สายถูกตัดเข้าระบบอัตโนมัติทุกครั้ง
“หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”
วริษราวางสายอย่างหงุดหงิด
“พี่รบไม่เปิดมือถือ จะหนีริษใช่ไหม”
วริษราโมโห มองกระเป๋าเงินกับเงินแค่พันบาทที่วางอยู่บนเตียงอย่างหัวเสีย วริษรามองโทรศัพท์อย่างใช้ความคิด ก่อนตัดสินใจกดสายโทรหาเจ๊กุ๊ก
“มีลูกไก่หลงแถวราชบุรีให้ริซซี่มั่งมั้ยเจ๊กุ๊ก”
เมื่อได้รับคำตอบจากปลายสาย วริษราถึงกับยิ้มกริ่ม


ธงฉานเดินคุยโทรศัพท์มาด้วยท่าทางตื่นเต้นมากภายในโรงแรมหรูจังหวัดราชบุรีในเวลากลางคืน
“แน่ใจนะว่ารายนี้ ปิ๊งๆ เป๊กๆ จัดเต็มนะเจ๊กุ๊ก”
“อุ๊ย... รับประกันความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 30 ปีค่า” เจ๊กุ๊กพูดขำๆมาทางสาย
ธงฉานเหน็บทันที
“เคลมกันยันแก่เลยนะเจ๊”
ธงฉานวางสาย เดินมาหยุดที่หน้าห้องพักห้องหนึ่งในโรงแรม
ธงฉานเคาะประตูเรียก
“กุ๊กๆ กู๋ ลูกไก่มาอยู่ในกำมือแล้วคร้าบ”
ประตูเปิดห้องออก วริษราก้าวเข้ามายืนอยู่ในชุดนุ่งสั้น เซ็กซี่ส่งสายตายั่วยวนธงฉาน ธงฉานอึ้งมองวริษราตาโต หัวจรดเท้า วริษรายิ้มสวยต้อนรับลูกค้า
“ริซซี่ค่ะ”
“ไม่เอา ไม่เป๊กอ่ะ”
วริษราถึงกับชะงักแต่ไม่ยอมแพ้
“ ริซซี่ไม่เป๊ก แต่บริการถึงใจนะคะ”
สรรพคุณของวริษราทำให้ธงฉานสนใจอย่างตาโต
ติดตามอ่านแม่ยายที่รัก ตอนที่ 10 (ต่อ) พรุ่งนี้




แม่ยายที่รัก ตอนที่ 10 (ต่อ)
ภายในห้องพักในโรงแรม เสียงเพลงและจังหวะดนตรีเร้าใจดังขึ้นยั่วยวน วริษราเต้นยั่วธงฉานสุดชีวิต ธงฉานนั่งมองด้วยสีหน้าเฉยเมย วริษรายังไม่ยอมแพ้เดินเข้าประชิดเต้นตรงหน้าธงฉาน ทว่าธงฉานก็ยังเฉย จนวริษราชักฉุนยิ่งเต้นด้วยลีลาหนักขึ้นอย่างเอาตาย
“ไม่คึกให้มันรู้ไป” วริษราบ่นกับตัวเองระหว่างที่เต้นอยู่
วริษราหันมาเห็นธงฉานนั่งแคะจมูกอย่างเซ็งๆ

วริษราที่ใช้กำลังหักโหมกับการเต้นยั่วยวนถึงกับนั่งหมดแรงอยู่ที่เตียง
“อ้าว..ไม่เต้นแล้วเหรอ”
“ริซซี่เต้นจนเอวจะหัก ไม่ถูกใจคุณเลยเหรอ”
ธงฉานพยักหน้ารับ
“ไม่ไหวๆ งั้นคืนนี้ผมแคนเซิลก็แล้วกัน”
ธงฉานจะเดินออกไปแต่วริษรารีบคว้ามือธงฉานไว้
“เดี๋ยวสิคะ ถ้าที่ริซซี่จัดให้ไม่ถูกใจ คุณก็บอกสิคะว่าอยากได้แบบไหน ริซซี่ทำให้ได้”
“ได้หมดเลย”
“ทุกอย่างค่ะ”
ธงฉานสายตาเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที

วริษราร้องลั่น เนื้อกระตุก
“โอ้ย เจ็บค่ะ เจ็บ พอแล้ว คุณธง”
“เรียกผมว่าท่านเจ้าคุณ” ธงฉานเสียงเข้ม
“หะ”
สีหน้าธงฉานหื่นมาก
“เรียกสิ”
“ท่านเจ้าคุณเจ้าขา”
ธงฉานหัวเราะเสียงดังก้องไปทั้งห้องด้วยความสะใจ
“ดีมาก นังทาสริซซี่ เอ็งต้องตามใจข้า”
ธงฉานหยิบไม้หนีบขึ้นมาอีกอันหนึ่งแล้วมองไล่ไปตามเนื้อตัวของวริษรา ธงฉานยื่นหน้าเข้าไปใกล้วริษราแล้วเอาไม้หนีบ หนีบลงที่แขน วริษราร้องลั่น
“โอ้ย ไม่เอาแล้ว ท่านเจ้าคุณเจ้าขา ริซซี่เจ็บเจ้าค่ะ”
วริษรากำลังจะลุกขึ้น ธงฉานไม่พอใจ
“ไหนบอกจะทำให้ข้าทุกอย่างไง แค่หนีบนิดหน่อยเอง”
“นิดหน่อยบ้าอะไร”
วริษราโดนไม้หนีบ หนีบตามเนื้อตัวเต็มไปหมด
“เต็มตัวขนาดนี้”
“ก็เห็นแล้วมันซี้ด มันชอบอ่ะ จะทำไม่ทำ ไม่ทำจะได้แคนเซิล” ธงฉานทำท่าจะยกเลิก
วริษราพูดกับตัวเอง แล้วคว้าแขนของธงฉานไว้
“แคนเซิลก็อดตังค์สิ … ก็ได้ค่ะ ริซซี่ยอมก็ได้ แต่ขออีกแค่สองสามตัวได้ไหม”
ธงฉานหันมายิ้มแล้วบอก
“ได้สิจ๊ะ ข้ามีไซส์สำหรับไฮไลท์ไว้สามตัวพอดี”
ธงฉานหยิบไม้หนีบตัวใหญ่ยักษ์ออกมาสามตัว
“พร้อมหรือยังจ๊ะ”
วริษรามองไม้หนีบ เห็นว่าถ้ายอมถึงตายแน่ วริษราเริ่มคิดหาทางเอาตัวรอด
“เร็วสิจ๊ะ ข้าจะไม่ไหวแล้วนะ เนื้อแดงๆ เป็นรอย โอ้ย ขนลุกซู่” ธงฉายเร่งเร้า
“ถ้าท่านเจ้าคุณชอบทางนี้จริงๆ ริซซี่ก็จะจัดให้”
ธงฉานมองอย่างสนใจว่า วริษราจะจัดอะไรให้ วริษราคว้าเชือกมาแล้วฟาดๆๆ ลงที่ธงฉานอย่างเต็มแรง
“โอ้ยๆ ๆ” ธงฉานร้องลั่น
“ชอบใช่ไหม ชอบๆๆ” วริษราฟาดด้วยความแค้น ธงฉานเจ็บจนต้องคลานหนี วริษราเสียงดังขย่มขวัญ
“จะไปไหน”
“พอเถอะจ๊ะ เจ็บแล้ว” ธงฉานร้อง
“เห็นแล้วมันซี้ดไม่ใช่เหรอ ซี้ด ๆๆ” วริษราพูดแล้วฟาดๆๆ ใส่ธงฉานอีก
“ปล่อยผมเถอะ”
“เรียกฉันว่าท่านผู้หญิงเดี๋ยวนี้” วริษราย้อนรอย ย้อนคำของธงฉาน
“หะ”
“ไม่เรียกใช่ไหม” วริษราฟาดๆๆ ไปที่ธงฉานอีก
“โอ้ย ท่านผู้หญิง กระผมยอมแล้วขอรับ พอเถอะขอรับ”
“ข้าบอกแล้วว่าจะจัดให้ จัดเต็ม”
ธงฉานกลัวสุดขีด โคมไฟหัวเตียง สะท้อนเห็นเงาของวริษราฟาดเชือดลงบนร่างของธงฉานอย่างเมามันส์ด้วยความแค้นจัด

เช้าวันรุ่งขึ้น วริษราเดินเชิดๆ ออกมาจากโรงแรมที่พัก โดยมีธงฉานเดินนำหน้าด้วยสภาพย่ำแย่ เนื้อตัวเป็นรอยเชือก ขาเดินโขยกเขยกเสียศูนย์ วริษราหันมายิ้มหวานให้ธงฉานแล้วบอก
“ถ้าติดใจ ริซซี่ยินดีบริการนะคะ”
ธงฉานสะดุ้ง วริษราเดินเชิดๆ จากไป ทันทีที่หันหลัง วริษราก็บ่นพึมพำกับตัวเอง
“ไอ้โรคจิต เล่นกับใครไม่เล่น”
ขณะที่ธงฉานเดินไปที่รถ พยายามจะยกขาขึ้นรถอย่างยากเย็น
“อูย...”


ยามเช้าในเวลาต่อมา ภายในบ้านสมภพ สมภพปัดเอกสารทวงหนี้จนกระจายไปเต็มพื้น ทรงสุดาถือแก้วกาแฟเข้ามาเจอพอดี
“จะทวงกันทำไมนักหนาวะ ไม่มีจ่ายเว้ย”
“ใจ๋เย็นนะเจ้า ค่อยๆ กึ๊ดนะเจ้า” ทรงสุดาตรงเข้ามาจับไหล่จะบีบนวดอย่างเอาใจ
สมภพสะบัดด้วยความรำคาญ
“โว้ย อย่ามาเซ้าซี้ น่ารำคาญ แล้วนี่น้องเธอทำอะไรอยู่”
“นั่งสมาธิเจ้า”
“จะไม่มีที่ซุกหัวนอนยังจะมีอารมณ์นั่งสมาธิอีกเหรอ ไปเรียกรุจีมาเดี๋ยวนี้ ฉันมีงานจะให้ทำ”
“ยะอันหยังเจ้า”
“จะยะการยะงาน ยะบ้ายะบอก็ไม่ต้องรู้ ไปตามมา”
ทรงสุดาถึงกับหน้าจ๋อยไปทันทีแล้วรีบเดินออกไป
“เจ้า...”
ธงฉานเดินโขยกเขยกเข้ามาพอดี เข้ามานั่งลงอย่างยากลำบาก
“หายหัวไปไหนมาทั้งคืน เที่ยวผู้หญิงอีกล่ะสิ สะบักสะบอมขนาดนี้”
“ผ่อนคลายน่ะอา แต่หนักไปหน่อย แล้วนี่แม่ลูกเจ้าของคลังสมบัติของเรากลับมาหรือยังล่ะอา”
สมภพสีหน้าเครียดคิดแล้วหยิบมือถือมากดโทรออก
“ไอ้แจ่ม ติรกากลับมาหรือยัง”
สมภพฟังรปภ. แจ่มแล้วยิ้มอย่างพอใจ

ภายในบ้านติรกา รชานนท์จูงมือติรกาลงมาจากชั้นบน เตือนใจกับพุทราอยู่รอที่โต๊ะอาหารอยู่แล้ว
“จูงมือกันมาทานข้าวเช้าเย็น ไม่เบื่อบ้างเหรอค้าคุณนนท์” พุทราถามขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“ถ้าผมเบื่อที่จะจูงหัวใจตัวเอง แล้วผมจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไงล่ะครับ” รชานนท์พูดแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มให้ติรกา
เตือนใจกับพุทราร้อง “ฮิ้ว” ขึ้นพร้อมกัน
ติรกาหยิกรชานนท์
“เลี่ยนให้น้อยๆ หน่อย อายคนอื่นเขา”
“ผมรักเมียผม บอกให้คนอื่นรู้ไม่ใช่เรื่องผิดสักหน่อย จริงไหม”
ติรกายิ้มแล้วมองไปทางอื่นอย่างเขินๆ ยิ่งเห็นเตือนใจยิ้มแซวยิ่งเขิน พุทรากระซิบกับเตือนใจ
“ไอ้การหนีไปเที่ยวนี่ช่วยได้เยอะเลยนะคะคุณเตือน ตั้งแต่กลับมาพุทรายังไม่เห็นคุณติหยุดยิ้มเลยนะคะ”
“ก็ลูกฉันมีความสุข มีปัญหาหรือไง”
“เอ้า..ชวนคุยดีๆ เหวี่ยงใส่พุทราทำไมคะเนี่ย”
แล้วจู่ๆ เสียงบุคคลที่ไม่พึงปรารถนาก็เข้ามาในจังหวะต๊อนยอน ต๊ะ ต่อนยอน...รุจียิ้มกว้าง
“ สวัสดีเจ้า”
เตือนใจกับพุทรามองหน้ากันแล้วพูดขึ้นพร้อมกัน
“มันมาอีกแล้ว”
“คุณนนท์ ทุกคนปิ๊กมาแล้ว รุจีดีใจ๋ที่จะได้ปรนนิบัติคนที่รุจีฮักอีกครั้ง”
“ยัยต่อนยอนนี่ยิงเข้าเป้าตลอดจริงๆ” พุทราว่า
รุจีเข้ามาจับมือรชานนท์จะดึงไปนั่งที่เก้าอี้
“เช้านี้ รุจีต้มโจ๊กมาเจ้า คุณนนท์ลองชิมนะเจ้า”
รชานนท์หันมองติรกา ติรกาหน้ายังนิ่ง รชานนท์หวั่นใจ ติรกาคว้าหมับแขนรชานนท์ข้างที่รุจีจับอยู่
“นนท์คะ”
ทุกคนสะดุ้งเพราะไม่แน่ใจว่าติรกาจะทำอะไร
“ยัยต๊อนยอน..ตายแน่” เตือนใจพูดขึ้น
แต่ทุกคนก็ต้องแปลกใจยิ่งขึ้น เพราะติรกายิ้มสวยและดึงรชานนท์ไปนั่งแทน
“รีบมานั่งสิคะ รุจีเขาจะได้ปรนนิบัติสะดวกหน่อย”
“รุจีจ๊ะ เทโจ๊กมาสิจ๊ะ”
รุจีเหวอไป แต่ก็จำต้องไปเทโจ๊กให้ จะเอาไปวางหน้ารชานนท์แต่ติรการับชามโจ๊กมาแล้วก็จัดแจงป้อนให้รชานนท์ ติรกาตักโจ๊กขึ้นเป่าแล้วยื่นช้อนป้อนให้รชานนท์
“ค่อย ๆ ทานนะคะมันร้อน”
รชานนท์ถึงกับงงๆ แต่ก็รับการป้อนจากติรกา รุจีสะเทือนใจ
“รุจีจ๊ะ แล้วโจ๊กของฉันล่ะ ก็รุจีบอกว่าจะปรนนิบัติคุณนนท์กับฉันไม่ใช่เหรอจ๊ะ”
“อ๋อ..ค่ะ”
รุจีลนลานไปเอาโจ๊กมาให้ติรกา ติรกายิ้ม
“ขอบใจนะจ๊ะ ช่วยเอากาแฟให้คุณนนท์แล้วก็น้ำเย็นของฉันนะจ๊ะ”
“ค่ะ”
รุจีวิ่งวุ่นทำตามที่ติรกาสั่ง เตือนใจกับพุทรายืนมองอย่างอึ้ง ๆ
“อื้อหือ...ลูกสาวยังร้ายขนาดนี้แล้วแม่จะร้ายขนาดไหน”
“ก็ขนาดไล่เธอออกไม่จ่ายล่วงหน้าให้ล่ะย่ะ”
“แหม...แม่คุณติต้องเป็นผู้หญิงที่สวยงาม จิตใจดีมากๆ”
“ไม่ทันแล้วย่ะ”
พุทราหน้าจ๋อยไปทันที เตือนใจมองติรกาแล้วแอบยกนิ้วให้ ติรกายิ้มรับอย่างพอใจ

วันรบขับรถเข้ามาที่หน้ารีสอร์ตคุณแก้วในช่วงกลางวัน วันรบลงจากรถและเดินเข้าไปภายในรีสอร์ต วริษราในมือถือซองเอกสารการสมัครงานยืนแอบมองวันรบอยู่
“ถ้าคิดว่าจะหนีริษได้ พี่รบคิดผิด”
ขณะนั้น สมภพกับธงฉานเดินเข้ามาที่หน้ารีสอร์ตพอดี
“อาจะมาพักรีสอร์ตคนอื่นทำไม รีสอร์ตเราก็มีบ้าหรือเปล่าเนี่ย”
“โธ่ ไอ้โง่ รีสอร์ทเนี่ยมันคู่แข่งเราพวกไอ้รชานนท์ มันออกแบบ ฉันก็ต้องมาดูลาดเลาหน่อย”
“แน่ใจนะอาว่าดูเฉยๆ”
สมภพกับธงฉาน เดินมองบรรยากาศและการตกแต่งในรีสอร์ตจนเข้ามาถึงโซนต้อนรับแขก ธงฉานเอากล้องโทรศัพท์ถ่ายรูปไปรอบ ๆ
“รีสอร์ตนี้ตกแต่งสวยทันสมัยกว่ารีสอร์ตเราอีกนะอา”
“ไม่ต้องชื่นชม ใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปไปเราจะต้องตกแต่งให้เหมือนเปี๊ยบโดยไม่ต้องเสียเงินค่าออกแบบสักบาท ฮึๆ”
“โห.. ลอกกันหน้าด้านๆ ไม่มีความละอาย”
สมภพใช้ศอกถองใส่ธงฉานให้หยุดพูด ด้วยความไม่พอใจ วริษราเดินเข้ามายื่นเอกสารให้พนักงาน
“เรียบร้อยแล้วค่ะ แล้วจะทราบผลการสมัครงานเมื่อไหร่คะ”
ธงฉานหันมาเห็นวริษรา ต่างคนต่างมองหน้ากันอย่างตกใจ
“คุณ..”
“ริซซี่”
วันรบเดินมาถึงมุมหนึ่งและทันได้ยินธงฉานเรียกวริษราว่า “ริซซี่” พอดี วริษราอึ้งด้วยความตกใจ กลัวธงฉานจะเผยความลับงานไซด์ไลน์ของตนจึงเดินหนีไปทันที
“เดี๋ยวก่อนสิริซซี่ ริซซี่จะรีบไปไหน”
ธงฉานมองตามอย่างเหลียวหลัง จนสมภพเอะใจ
“รู้จักผู้หญิงคนนี้เหรอ “
ธงฉานยังไม่ทันตอบแต่เห็นวันรบเดินมาดึงแขนวริษราไปทางหนึ่ง สมภพหันไปเห็นเข้าพอดี จึงสะกิดธงฉานให้เดินตามกันไป

บริเวณสวนสวยของรีสอร์ตคุณแก้ว วันรบดึงแขนวริษรามาคุยกันตามลำพัง
“ริษเจ็บนะคะพี่รบ”
วันรบปล่อยมือจากวริษรา ก่อนหันมาถาม
“ยังไม่เลิกทำงานกับเจ๊กุ๊กอีกเหรอ”
วริษราถึงกับตกใจแต่แอ๊บทำเนียน
“พี่รบพูดเรื่องอะไร”
“พี่ได้ยินนายธงฉานเรียกริษว่า “ริซซี่” ...ชื่อที่ริษใช้กับเจ๊กุ๊ก”
สมภพ ธงฉาน แอบฟังวันรบกับวริษราอยู่ที่มุมหนึ่ง
“ริษไม่ได้ทำแล้วนะคะ”
วันรบนิ่งมองวริษราอย่างจับผิด วริษราบีบน้ำตา ออดอ้อนทันที
“แล้วริษมาทำอะไรที่นี่”
“ริษอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ก็เลยอยากหางานสุจริตทำน่ะค่ะ”
“แน่ใจนะว่าเรื่องงาน”
“ริษพูดอะไรพี่รบก็คงไม่เชื่อ เพราะในสายตาพี่รบไม่เคยมีริษเลย”
“ถ้าพี่ไม่ห่วง ก็คงไม่สนใจแบบนี้”
“ริษจะดีใจมากกว่า ถ้าพี่รบมองริษมากเกินกว่าน้องสาว”
สมภพกับธงฉานเมื่อได้ยินความลับของวริษรากับวันรบก็หันมายิ้มให้กันทันที

สมภพกับธงฉานเดินคุยกับมาด้วยความดีใจ
“ที่แท้... ยายเด็กไซด์ไลน์นั่น ก็เป็นกิ๊กเก่าไอ้วันรบ” สมภพพูดขึ้น
“ท่าทางจะหลงไอ้รบมาก” ธงฉานเห็นคล้อย
“ฉันจะใช้แม่ริซซี่ล้มงานแต่งงานระหว่างมัทรีกับไอ้วันรบ”
“งานนี้น้องมัทต้องโกรธจนไม่เผาผีไอ้รบแน่”
“พูดถึงก็มาพอดี ตายยากจริงๆ”
มัทรีเดินเข้ามองหาใครบางคนอยู่พอดี สมภพกับธงฉานรีบปรี่เข้าไปหาทันที ธงฉานรีบโบกมือให้
“น้องมัทมองหาพี่ธงอยู่เหรอ ยู้ฮู...พี่ธงอยู่นี่”
“มุขแป็ก! ไม่ขำค่ะ เห็นพี่รบมั้ยคะ”
“เห็นไปทางนี้”
ธงฉานกับสมภพชี้บอกทางมัทรีไปคนละทาง
“สรุปทางไหนคะ”
“เดินตรงไปเรื่อย ๆ ทางนี้เลยครับ เดี๋ยวก็เจอ” สมภพบอก
“ขอบคุณค่ะ” มัทรีเดินไปหาวันรบทันที
“เสร็จแน่ไอ้รบ” ธงฉานว่า
ทั้งสมภพกับธงฉานยิ้มอย่างสะใจ

วันรบตกใจ เมื่อจู่ๆ วริษราก็โผเข้ามากอดเขาทั้งตัว
“เมื่อไหร่พี่รบจะเข้าใจความรู้สึกของริษบ้าง”
“ปล่อยพี่เถอะริษ ใครมาเห็นเข้ามันไม่ดี”
“กลัวคุณมัทเห็นใช่มั้ยคะ ริษไม่สน... ริษไม่แคร์... ริษเจอพี่รบก่อน พี่รบต้องเป็นของริษคนเดียว”
“อย่าทำแบบนี้สิริษ”
มัทรีเดินมาตามทางที่สมภพบอกเพื่อตามหาวันรบ ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าจะเจอ
“พี่รบคะ “ มัทรีร้องเรียก

วันรบพยายามแกะมือวริษราออกเพราะกลัวคนมาเห็นเข้า
“สิ่งที่ริษเป็นมันคือความหลง ไม่ใช่ความรัก ถ้าริษโตกว่านี้คงจะเข้าใจ”
“ริษไม่เข้าใจ ริษรักพี่รบคนเดียว ริษรักพี่รบ”
มัทรีเดินเข้ามาใกล้มุมที่วันรบกับวริษราคุยกัน
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น ร้องลั่นรีสอร์ต
“กรี๊ด......... คุณรบคุณนนท์อยู่ที่ไหน ช่วยแก้วด้วย”
วันรบอาศัยจังหวะนั้น รีบผละออกจากวริษราทันที
“เสียงคุณแก้ว”
มัทรีวิ่งไปตามเสียงคุณแก้วไปด้วยความตกใจ วันรบกับวริษรารีบไปหาคุณแก้วอีกทางทำให้คลาดกันกับมัทรีไปอย่างเฉียดฉิว

คุณแก้วร้องลั่นด้วยความปวดท้องใกล้คลอด โดยมีพชรและรชานนท์ช่วยกันประคอง
“โอย... ปวดท้อง แก้วไม่ไหวแล้ว คุณนนท์อยู่ที่ไหน”
“ผมอยู่นี่แล้วครับคุณแก้ว” รชานนท์บอก
“คุณแก้วหายใจช้า ๆ ลึก ๆ ไว้นะครับ”
คุณแก้วหายใจลึกๆ ช้าๆตามที่พชรบอก
“แล้วคุณรบมารึยัง คุณรบ”
วันรบกับมัทรีวิ่งเข้ามาคนละทาง เหตุการณ์ฉุกละหุกจนไม่ทันได้ถามไถ่กัน
“มาแล้วครับ มีเรื่องอะไรกัน”
“ท่าทางคุณแก้วจะคลอดน้องนะคะพี่รบ”
“คุณรบกับคุณนนท์อย่าทิ้งแก้วนะคะ ต้องอยู่ข้าง ๆ แก้ว เป็นกำลังใจให้แก้วด้วย โอย”
“จะคลอดลูกทั้งที ทำไมไม่เรียกหาสามีตัวเองวะ” พชรแอบบ่นท่ามกลางเสียงโอดโอย
“กรี๊ด ไม่ไหวแล้ว”
“รีบพาคุณแก้วส่งโรงพยาบาลเร็วค่ะ” มัทรีบอก
วันรบ รชานนท์ พชร ช่วยกันประคองคุณแก้วไปขึ้นรถอย่างเร่งรีบ เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายมาก เพราะคุณแก้วไม่ยอมปล่อยมือจากรชานนท์และวันรบ วริษรามองตามทั้งหมดไปอย่างงงๆ สมภพกับธงฉานเจ็บใจที่มัทรีไม่ทันได้เห็นวันรบกับวริษราอยู่ด้วยกัน
มุมหนึ่งในรีสอร์ตคุณแก้ว วริษราเดินมาตามทางอย่างเซ็งๆอย่างหงุดหงิด
“จะมาเจ็บท้องอะไรตอนนี้ ! คนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม” วริษราบ่นขึ้นอย่างหัวเสีย
“ริซซี่” เสียงธงฉานเรียกขึ้น
วริษราชะงักไปแล้วหันกลับไปมองเห็นธงฉานยืนมองจ้องมองอยู่ วริษราถึงกับเหวอไปแล้วก่อนจะเหลือบมองไป
รอบ ๆว่ามีคนอยู่แถวนั้นรึเปล่า บริเวณนั้นมีเพียงพนักงานของรีสอร์ตอยู่สองสามคน วริษรารีบพูดปัดทันที
“ฉันชื่อวริษรา”
“ชื่อริซซี่เก็บไว้ใช้ตอนทำงานพิเศษสินะ” เสียงสมภพดังขึ้นอีกคน
“คุณพูดอะไรฉันไม่รู้เรื่อง”
“ผมยังมีรูปถ่ายของเราอยู่เลยนะ รูปคืนนั้นน่ะ”
ธงฉานหยิบมือถือขึ้นมาแล้วจะเปิดรูปให้วริษราดู
“อย่านะ”
วริษรารีบเข้าไปแย่งมือถือมาจากธงฉาน แต่สมภพแย่งมาไว้ได้ก่อน
“ถ้าไม่อยากให้ใครเห็นรูป บอกมาว่าเธอรู้จักวันรบได้ยังไง”
วริษรานิ่งไป ไม่รู้จะตอบหรือไม่ตอบคำถามของสมภพดี

มัทรี วันรบ รชานนท์และพชรยืนลุ้น ๆ อยู่หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ในเวลาต่อมา สามีของคุณแก้ววิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ในมือถือทั้งกล้องถ่ายรูปและกล้องวีดีโอ
“เมียผมคลอดรึยัง”
“คือว่า...”
สามีของคุณแก้วถามต่อโดยไม่สนใจว่ารชานนท์จะพูดอะไร รัวถี่ยิบแบบไม่มีช่องไฟ
“ลูกผมเป็นไงบ้าง แฝดชายหรือแฝดหญิง หรือได้แฝดทั้งชายทั้งหญิง แล้วใครคลอดก่อน คลอดห่างกันกี่นาที คุณได้เข้าไปดูตอนแก้วคลอดรึเปล่า ได้ถ่ายวีดีโอไว้มั้ย แล้วลูกผมอยู่ไหน”
พชรถึงกับร้อง “โว้ย” ขึ้นทันที
สามีของคุณแก้วตกใจที่พชรโวยลั่นเลยเงียบไปทันที
“ถามเป็นพรืดขนาดนี้จะตอบยังไงล่ะครับ”
สามีกำลังจะอ้าปากถาม แต่ทุกคนห้ามไว้
“ฟัง” ทุกคนพูดขึ้น
สามีคุณแก้วอ้าปากค้างแล้วพยักหน้ายอมรับฟังแต่โดยดี
“ลูกชายและลูกสาวของคุณปลอดภัยดี” มัทรีพูดขึ้น
“เยส คลอดทีเดียวได้ทั้งหญิงทั้งชายเลย เยสๆๆ”
“ยังไม่จบ” ทุกคนบอก
สามีอ้าปากค้างไปอีกแล้วพยักหน้ารอฟังต่อ
“ลูกปลอดภัยและแม่ก็ปลอดภัยครับ เพราะคุณแก้วยังไม่คลอด” วันรบบอก
“แค่เจ็บท้องใกล้คลอดเฉยๆ” พชรบอก
“ไว้เจ็บท้องถี่ๆ ทุกครึ่งชั่วโมง คุณค่อยพาคุณแก้วมาโรงพยาบาลอีกรอบ ตอนนี้พาว่าที่คุณแม่กลับบ้านได้ครับ” รชานนท์บอก
สามีของคุณแก้วพยักหน้าแบบงงๆเหวอๆ

จบตอนที่ 10

ติดตามอ่านตอนต่อไป พรุ่งนี้



กำลังโหลดความคิดเห็น...