xs
xsm
sm
md
lg

แม่ยายที่รัก ตอนที่ 2

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


แม่ยายที่รัก  ตอนที่ 2

ติรการัวเคาะประตูห้องคอนโดฯของมัทรี พลางร้องเรียกเสียงดังลั่น

"ยายมัท ยายมัท"
เงียบ ไม่เสียงตอบรับของมัทรี จนติรกาเริ่มร้อนใจหันไปหาพุทรา
"เคาะเรียกตั้งนานแล้ว ทำไมไม่เปิดประตู”
"น้องมัทไม่อยู่ห้องรึเปล่าครับ" ธงฉานพูดสอดขึ้น
ติรกาหยิบมือถือโทรหามัทรีทันที เพียงครู่เดียว...เสียงมือถือของมัทรีก็ดังขึ้น เสียงเล็ดลอดออกมายังห้องห้องพัก
"เสียงมือถือน้องมัทดังมาจากในห้อง" ธงฉานบอก
ธงฉานลองขยับลูกบิดประตูแต่ล็อคอยู่ ธงฉานหันมาหาติรกากับพุทราแล้วยิ้มมุมปาก ธงฉานเดินไปยืนพิงกำแพงแล้วก้มหน้านิ่งไป ติรกากับพุทราเดินตามธงฉานไปอย่างแปลกใจ ธงฉานค่อย ๆ เงยหน้า ทำท่าเก็กหล่อเหมือนใช้สมองเฉลียวฉลาดมาก
"มือถืออยู่ในห้อง แถมประตูล็อคจากด้านใน แสดงว่าน้องมัทอยู่ในห้องแน่ๆ"
ติรกากับพุทราอึ้งในความฉลาดน้อยของธงฉาน
"เอ่อ... ถ้าไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย" พุทราพูดขึ้น
พุทรากับติรกาส่ายหน้ากันอย่างเซ็งๆแล้วหันกลับไปที่ประตูห้องพักของมัทรีอีกครั้ง ธงฉานยังคงพล่ามต่อไปโดยไม่สนใจว่าพุทรากับติรกาไม่ได้อยู่ฟังแล้ว
"คุณอาไม่ต้องห่วงนะครับ ธงฉานคนนี้จะจัดการพังประตูห้องเข้าไปเอง"
ธงฉานวิ่งปรู๊ดถอยหลังไปหลับตาทำสมาธิรวบรวมพลังตั้งท่าพังประตู จังหวะนั้นพุทราบิดลูกบิดประตูจะเปิดเข้าไปพอดี
"ย๊ากก!”
ติรกากับพุทราตกใจหันไปมองทางธงฉาน ที่กำลังหลับหูหลับตาวิ่งพุ่งเข้ามา ติรการีบหลบ ส่วนพุทราตกใจรีบบิดลูกบิดเปิดประตูห้องมัทรีทันที ธงฉานวิ่งพุ่งเข้ามาอย่างแรงเต็มร้อย แต่ประตูถูกเปิดไว้แล้ว เลยทำให้ธงฉานพุ่งเลยไปชนโต๊ะอาหาร หน้าคะมำล้มลง เสียงดังโครม!!
"อ๊า!”
ธงฉานล้มไปกองอยู่กับพื้น เห็นข้าวของตกกระจายไปทั่ว ติรกากับพุทรารีบตามเข้ามาในห้องแล้วช่วยกันดึงตัวธงฉานขึ้นมา
"ทำอะไรของเธอธงฉาน จะพังประตูห้องยายมัททำไม ประตูบานนึงแพงนะ"
"ไหนจะข้าวของที่ชนไปเมื่อกี้อีก"
"เดี๋ยวพุทราเช็คให้ค่ะว่ามีอะไรพังบ้าง" พุทราพูดกับติรกา
พุทรากับติรกามองไปรอบ ๆ ห้องนั่งเล่นที่อยู่ในสภาพเละเทะ เพราะผลจากการที่มัทรีวางยานอนหลับวันรบแล้วพาร่างอันหนักอึ้งของวันรบเข้าห้องนอน ติรกากับพุทราอึ้งกับสภาพห้องที่เห็น
"ทำไมสภาพห้องเป็นแบบนี้"
ธงฉานนึกได้รีบบอก
"ขโมย! อ๊าย"
“แล้วเรา..”
พุทราจะคุยกับติรกาแต่คุยไม่รู้เรื่องเพราะธงฉานแหกปากตลอดเวลา
“ยัยมัท” ติรการ้องเรียก
“น้องมัท! น้องมัท” ธงฉานเรียกตาม
พุทราสุดทนกับธงฉาน จึงควักนกหวีดมาเป่าใส่หน้าธงฉานทันที ปรี๊ดด!
“เงียบก่อนได้ไหม คุณติจะใช้ความคิด”
ธงฉานมองติรกาแล้วรีบเอามือปิดปาก ติรกามองรอบๆห้องอย่างใช้ความคิด
“ไปดูให้ทั่วว่ายัยมัทอยู่ไหน”
พุทราเดินไปเปิดประตูห้องหนึ่งมองเข้าไปในห้องนอน พุทราเปิดไฟกวาดสายตาไปทั่ว ในห้องไม่มีใครอยู่
“ไม่อยู่ในห้องค่ะ แต่เมื่อกี้เรายังได้ยินเสียงมือถือน้องมัทนี่คะ”
ติรการีบหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหามัทรีอีกครั้ง เสียงมือถือของมัทรีดังขึ้น
"มือถือน้องมัท"
ติรการีบจุ๊ปากให้ธงฉานเงียบ
"แต่...”
พุทราใช้มือเสยใต้คางธงฉานให้ปิดปากทันที ธงฉานไม่ทันระวังเลยกัดลิ้นตัวเองไป
"โอ๊ย!”
ธงฉานทำท่าจะร้องอีก คราวนี้ติรกาเป็นคนคว้าหมอนมาปิดปากธงฉานเอง
"เสียงดังอยู่ได้..."
แล้วติรกาก็หันมาพูดเบาๆกับพุทรา
"มือถือยายมัทดังมาจากทางไหน"
เสียงมือถือมัทรียังดังอยู่ ทั้งสามคนช่วยกันหาที่มาของเสียงมือถือ แต่ทุกคนดันได้ยินที่มาของเสียงกันคนละทิศคนละทาง ติรกาเอาหูแนบผนังห้องแล้วค่อยเดินไล่ผนังห้องไป พุทราเอี้ยวหูซ้ายที หูขวาทีเพราะได้ยินเสียงดังมาจากรอบๆทิศ ธงฉานก้มลงคลานดูตามใต้โต๊ะ ใต้เก้าอี้ ใต้โซฟา
ทุกคนค่อยๆเดินไปทางห้องนอนของวันรบ ทันทีที่ทุกคนเดินมาถึงหน้าน้องนอนวันรบ เสียงมือถือมัทรีก็เงียบไป ทั้งสามคนมองหน้ากันนิ่งๆแล้วพยักหน้าให้กัน ติรกาค่อยๆเอื้อมไปจับลูกบิดประตู

ลูกบิดประตูขยับตามแรงบิดจากด้านนอก ประตูห้องค่อยๆถูกเปิดเข้ามา ติรกา พุทราและธงฉานค่อยๆยื่นหน้าเข้ามามองในห้องวันรบ
เท้าของวันรบโผล่มาจากปลายผ้าห่ม เท้าของมัทรีที่ก่ายทับอยู่บนขาของวันรบ ตัวมัทรีสวมเสื้อเชิ้ตตัวเดียวของวันรบนอนคว่ำทับตัววันรบอยู่ ส่วนวันรบสวมเสื้อคลุมอาบน้ำที่หลุดลุ่ย เปลือยท่อนบน นอนแผ่อ่าซ่า
ทั้งติรกา พุทราและธงฉานที่ได้เห็นสภาพดังกล่าวถึงกับอ้าปากค้างเพราะคิดไม่ถึง
เสียงติรกากรี๊ดดังลั่น สนั่นหวั่นไหวไปทั้งคอนโด จนพุทรากับธงฉานอุดหูตัวเองอยู่จนสิ้นสุดเสียงกรี๊ดของติรกา
มัทรีและวันรบยังหลับอยู่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ติรกาพุ่งเข้าไปดึงตัวมัทรีให้ออกมาจากตัววันรบ เมื่อติรกาเห็นวันรบนอนเปลือยท่อนบนก็ยิ่งกรี๊ด พุทราเอามือปิดหน้าไม่กล้ามอง
"ยายมัท ยายมัท”
มัทรียังหลับอยู่ ติรกาเขย่าตัวปลุกมัทรีให้ตื่น
"ตื่นมาคุยกับแม่เดี๋ยวนี้นะยายมัท ตื่นสิ"
มัทรีสะลึมสะลือแต่ยังไม่ยอมตื่น ธงฉานมองไปเห็นแก้วน้ำที่ตกอยู่ข้าง ๆ เตียงก็หยิบขึ้นมา แล้วมองที่แก้วน้ำกับ มัทรี และวันรบ ธงฉานคิดและพูดกับติรกา
"ยานอนหลับ! น้องมัทหลับสนิทแบบนี้ เพราะโดนไอ้วันรบวางยานอนหลับแน่ๆครับ"
ติรกาปล่อยมือจากร่างของมัทรี พุทรารีบเข้าไปรับตัวของมัทรีไว้ไม่ให้ล้มไปกองกับพื้น ติรกาพุ่งเข้าไปเอาเรื่องวันรบแทนทันที
“ไอ้วันรบ แกตื่นเดี๋ยวนี้นะ ตื่น"
ติรกาทั้งเขย่า ทั้งทุบ ทั้งตีแต่วันรบก็ได้แค่สะลึมสะลือไม่ยอมตื่นเช่นกัน
"ไม่ตื่นใช่มั้ย"
ติรกายิ่งโมโหเหวี่ยงร่างวันรบทิ้งลงไปบนเตียงอีกครั้งแล้ววิ่งออกจากห้องวันรบไป พุทรารีบหันมาปลุกมัทรีกับวันรบ
"คุณมัท คุณรบ ตื่นค่ะ งานเข้าแล้วนะคะ"
ธงฉานจะเข้ามาปลุกมัทรีแต่พุทราเป่านกหวีดใส่หน้าห้ามทันที !!
“อย่าโดนตัวคุณมัท ไปปลุกคุณรบโน่น”
ธงฉานมองวันรบที่เปลือยท่อนบนแล้วทำหน้าเบ้ไม่อยากยุ่งด้วย เสียงติรกาดังเข้ามาในห้องอีกครั้ง
"ทุกคนถอยไป"
พุทรากับธงฉานหันไปมองทางติรกาที่เดินเข้ามาพร้อมกาละมังที่ใส่น้ำมาสาดใส่วันรบและมัทรี วันรบกับมัทรี สะดุ้งได้สติรู้ตัวแต่ยังมึนๆงงๆอยู่ ธงฉานทำตาลุกวาวที่ได้เห็นมัทรีในเสื้อผ้าเปียกปอน
"ปรี๊ดด”
“โอ้ย จะเป่าอะไรนักหนา” ธงฉานทำหน้าลำคาญ
พุทรารีบเอามือขึ้นดันหน้าธงฉานให้หันไปอีกด้าน
"ห้ามมอง"
วันรบกับมัทรีเห็นติรกาก็ตกใจ
"คุณแม่ / แม่"
วันรบหันมามองมัทรีที่อยู่บนเตียงตัวเอง แถมยังใส่เสื้อเชิ้ตก็ตกใจ ผงะถอยห่างจากมัทรี
"มัท" วันรบเรียกเบาๆ
วันรบก้มมองตัวเองเห็นว่ามีเพียงเสื่อคลุมหลวมๆคลุมกายอยู่ก็ยิ่งตกใจ แล้วร้องขึ้น
"เฮ้ย"
วันรบตกใจสะดุ้งพรวดหนีลงมาจากเตียง
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น"
มัทรียังไม่ทันได้พูดอะไร ติรกาก็ใช้กาละมังฟาดใส่วันรบทันที
"ไอ้ชั่ว”
"โอ๊ย"
ติรกาใช้กาละมังฟาดใส่วันรบอีก
"พูดออกมาได้ยังไงว่าเกิดอะไรขึ้น"
"ก็ผมไม่รู้จริงๆครับ"
"เห็นอยู่จะๆแบบนี้ยังจะโกหกอีก ตายซะเถอะ"
ติรกายิ่งโมโหฟาดใส่วันรบแบบไม่ยั้งมือ วันรบร้องลั่นที่โดนฟาดจึงรีบหาจังหวะหนีออกไปนอกห้อง

วันรบในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำหนีออกมาที่ห้องนั่งเล่น ติรกาตามออกมาอย่างโกรธแค้น
"จะหนีฉันไปไหน"
วันรบวิ่งหนีไปรอบห้อง ติรกาวิ่งตาม มัทรีตามออกมาแล้วห้ามติรกา
"แม่คะ อย่าทำอะไรรบนะคะ”
พุทรากับธงฉานตามมัทรีออกมา พุทราหยิบชุดคลุมอาบน้ำอีกตัวติดมือมาด้วย
"สวมเสื้อก่อนค่ะคุณมัท"
"อย่า” ธงฉานเสียดายร้องไม่อยากให้มัทรีใส่
พุทรากับมัทรีหันขวับไปมองธงฉานว่าจะห้ามทำไม ? ธงฉานรู้สึกตัวทันที
“อย่าช้าเลยครับ..รีบใส่เลย ใส่สิครับ”
มัทรีรับเสื้อคลุมมาสวมแล้วรีบไปรั้งตัวติรกา
"แสนรู้จริง ๆ” ธงฉานบ่นอย่างเซ็งๆ
พุทราเป่านกหวีดใส่หน้าธงฉานอีก
“รู้นะว่าคิดอะไร อย่าฝัน”
มัทรีเข้าไปกอดติรกา
“แม่อย่าทำอะไรรบเลยค่ะ"
"ปล่อยแม่นะยายมัท"
ติรกาหันไปพูดกับพุทรา
"จับตัวไอ้วันรบไว้"
พุทรากางแขนตั้งท่าจะกันตัววันรบ
"อย่านะพี่พุทรา"
พุทราตกใจรีบหุบแขนทันที วันรบเลยได้จังหวะวิ่งหนีออกไปนอกห้องพัก
"ตามไปจับมันสิธงฉาน" ติรกาสั่ง

วันรบหนีด้วยการกระโดดพุ่งตัวออกมาจากห้องโดยใส่ชุดคลุมอาบน้ำอยู่ ธงฉานกระโดดตัวลอย พุ่งไปหาวันรบ แต่โดดไม่ไกลพอเลยวืดล้มไปกองกับพื้น มือธงฉานคว้าชายเสื้อคลุมของวันรบไว้พอดี ชายเสื้อของวันรบถูกดึงลงมา กลายเป็นเหมือนวันรบโดนถอดเสื้อคลุม ไม่เหลืออะไรติดตัว วันรบตกใจร้องลั่น
มัทรี พุทราและติรกากรี๊ดลั่นพร้อมเอามือปิดตา วันรบใส่กางเกงบ็อกเซอร์ยืนอยู่หน้าห้องพัก ทุกคนถอนหายใจโล่งอก
มัทรีหลุดปากพูดเบาๆ
“ลืมไปว่ารบใส่กางเกงอยู่"
พุทราเหมือนได้ยินที่มัทรีพูดจึงหันกลับมามอง แต่มัทรีทำเนียนเหมือนไม่ได้พูดอะไร
"คราวนี้แกเสร็จแน่"
ติรกาง้างกาละมังขึ้นจะขว้างใส่วันรบ มัทรีรีบวิ่งไปขวางหน้าวันรบไว้
"แม่ห้ามทำอะไรรบนะคะ”
ติรกายั้งมือไว้ทัน
"มันทำกับลูกแบบนี้ ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ"
"ผมทำอะไร" วันรบย้อนถาม
ติรกากรี๊ดที่วันรบยังไม่ยอมรับผิด ติรกาเผลอตัวพูดขึ้น
“แกมันเลวเหมือนรชานนท์...เลวมาก”
ธงฉานชี้หน้าวันรบอย่างโกรธแค้น เพราะลึกๆแล้วอิจฉาที่วันรบปล้ำมัทรี
"ใช่... คนอย่างแกนอกจากหน้าตาเลวแล้ว จิตใจยังเลวอีก แกทำแบบนี้ได้ยังไง ฉันไม่เคยคิดเลยว่าแกจะใช้แผนวางยานอนหลับเพื่อปล้ำน้องมัทของฉัน"
วันรบอึ้งไป
"วางยา ปล้ำ"
วันรบมองมัทรีอย่างแปลกใจ เพราะรู้ตัวแล้วว่าคนที่โดนวางยานอนหลับคือตัวเอง
"ผมไม่ได้...”
วันรบกำลังจะปฏิเสธแต่มัทรีพูดดักไว้
"รบคะ ไม่ต้องพูดอะไรหรอกค่ะ"
มัทรีมองวันรบด้วยสายตาสำนึกผิดแววตาอ้อนวอนวันรบไม่ให้บอกความจริงกับติรกา
"ไม่ว่าจะพูดอะไร แม่ก็ไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ"
วันรบมองมองมัทรีอย่างไม่เข้าใจ
"มัทขอโทษนะคะ"
มัทรีพูดเบาๆกับวันรบ วันรบถอนใจยอมไม่พูดอะไรเพื่อมัทรี วันรบพูดกับติรกา
"ผมไม่มีอะไรจะแก้ตัว ที่ผมทำไปเพราะผมรักมัท"
ติรกาได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งโมโหปรี่เข้าไปตบหน้าวันรบฉาดใหญ่ ทุกคนอึ้งไปที่เห็นวันรบโดนตบ
"ไอ้ผู้ชายเห็นแก่ตัว เอาแต่ได้แบบนี้เหรอที่เรียกว่ารัก”
"ผมยอมรับผิดทุกอย่างครับ ผมจะแต่งงานกับมัทรี"
ติรกาจะเข้าไปเอาเรื่องวันรบอีก แต่พุทรากับมัทรีเข้าขวางไว้
"ฉันไม่มีวันยอมให้ลูกสาวฉันแต่งงานกับแก"
"ใจเย็นๆก่อนค่ะคุณ พุทราว่าไว้ค่อยเคลียร์ดีกว่าค่ะ"
"ไม่ได้ ขืนปล่อยไปแล้วมีคนรู้ว่าลูกสาวฉันเสียทีให้ผู้ชายเลว ๆ อย่างมัน ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"
ธงฉานยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ
"เอ่อ... เอาหน้าไปไว้ไหนก็ไม่ทันแล้วครับ ตอนนี้คนอื่นคงรู้กันหมดแล้ว"
บริเวณทางเดิน เพื่อนห้องใกล้เคียงในคอนโดโผล่ออกมาจากห้องของตัวเองแล้วมองมาที่กลุ่มของติรกาเป็นตาเดียว ติรกาอึ้งไปที่คนในคอนโดรู้เรื่องกันหมดแล้ว ผู้คนซุบซิบกันแล้วพลางส่ายหน้าเอือมๆ
"เด็กมันรักกัน จะไปห้ามทำไม" ผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น และผู้หญิงอีกคนก็เข้ามาสำทับ
"แม่ยายไม่ยอมให้แต่งงานแบบนี้ เดี๋ยวผู้หญิงก็ต้องท้องไม่มีพ่อ"
ติรกาได้ยินคำว่า “ท้องไม่มีพ่อ”ก็นึกถึงเรื่องของตัวเองในอดีต คำว่า “ท้องไม่มีพ่อ” ดังก้องหูติรกา จนติรกาเริ่มเครียดสติแตก เอามือปิดหูตัวเอง
"ไม่จริง มันต้องไม่เป็นแบบนั้น ไม่จริง ไม่"
พุทรา มัทรี วันรบและธงฉานอึ้งไปกับอาการของติรกา เสียงคนพูด “ท้องไม่มีพ่อ” ดังขึ้นเรื่อยๆ จนติรกาทนไม่ไหวกรี๊ดลั่นแล้วช็อกเป็นลมล้มไป
"แม่" มัทรีร้องเรียก
วันรบ มัทรีและพุทรารีบเข้าไปประคองร่างที่หมดสติของติรกาไว้ ธงฉานได้แต่ยืนอึ้งกับอาการของติรกา

บริเวณระเบียงบ้านพชร รชานนท์ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากวันรบก็ตกใจเป็นห่วงติรกามาก รชานนท์ทำท่าจะลุกไป
“ป๋าจะไปไหน” วันรบถาม
“ฉันจะไปหากระแต” รชานนท์บอก
“ไม่ต้องไปหรอกป๋า มัทพาแม่เขากลับบ้านไปแล้ว”
"แน่ใจนะว่าเขาไม่เป็นไร” รชานนท์ยังแอบกังวล
“ทำไมต้องห่วงขนาดนั้น” นลินีถามขึ้น
“เขาสุขภาพไม่ค่อยดี เครียดมากจะเป็นลมบ่อยๆ” รชานนท์บอก
“รู้ลึก...รู้จนผมสงสัยว่าป๋ากับว่าที่แม่ยายผมรู้จักกันได้ยังไง” วันรบถามขึ้น
พชรกับนลินีหันกลับไปมองที่รชานนท์ว่าจะตอบว่าอย่างไร แต่รชานนท์เลี่ยงที่จะตอบ
“ฉันง่วง”
รชานนท์ทำท่าจะลุกเข้าห้องไป แต่วันรบไม่ยอมมาขวางทางไว้
“ป๋าไปทำอะไรให้ว่าที่แม่ยายผมเขาถึงเกลียดป๋าเข้าไส้ เจอหน้าวันแรกก็ไล่ยิง แล้ววันนี้เขาก็ด่าว่าผมเลวเหมือนป๋า”
รชานนท์พูดอย่างมั่นใจ
"ฉันไม่เคยทำอะไรให้กระแตเสียใจ”
"ป๋า...ก่อนหน้านี้เขาแค่เหม็นหน้าผมแต่ตอนนี้เขาเข้าขั้นเกลียดมาก และมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เขารู้ว่าป๋าเป็นเพื่อนร่วมงานผม คนเราคงไม่เกลียดหน้ากันโดยไม่มีเหตุผลหรอกป๋า ป๋าต้องเคลียร์เรื่องนี้กับแม่ยายผมให้รู้เรื่องนะ ก่อนที่ผมจะแย่ไปด้วย”
วันรบพูดแล้วเดินออกไปอย่างหงุดหงิด รชานนท์เองก็หงุดหงิดไม่แพ้กัน

รชานนท์คิดถึงเรื่องราวระหว่างตัวเองกับติรกาอยู่ในห้องนอน สีหน้าครุ่นคิดและนึกถึงที่วันรบบอกให้เขาคุยกับติรกาให้รู้เรื่องว่าโกรธกันเรื่องอะไร รชานนท์คิดหาทางไปปรับความเข้าใจกับติรกา
“กระแต... พรุ่งนี้ผมต้องรู้ให้ได้ ว่าคุณโกรธผมเรื่องอะไร”

มัทรีนั่งซึมอยู่ในห้องของเตือนใจ เตือนใจเข้ามาแต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร ติรกาก็เดินตามเข้ามาด้วยท่าทางเอาเรื่อง
“พรุ่งนี้แม่จะพาแกไปตรวจที่โรงพยาบาล เผื่อจะติดโรคมาจากไอ้วันรบ"
มัทรีเริ่มอึกอัก
“มัทไม่ไป ไปก็ความแตกน่ะสิ”
“อะไรแตกนะ”
“ก็เรื่องที่มัทกับรบมีอะไรกัน ถ้าไปตรวจคนก็รู้กันทั่วสิคะ”
เตือนใจรีบปรามมัทรี
"ยายมัทพูดอะไร... รักษาความรู้สึกแม่เค้าหน่อยลูก"
"ไม่ต้องไปเตือนหรอกค่ะ ตั้งแต่คบกับไอ้วันรบ ยายมัทก็ไม่เคยรักษาความรู้สึกของหนูแล้ว"
"แล้วแม่เคยสนใจความรู้สึกของมัทเหรอคะ"
"ฉันต้องสนด้วยเหรอว่าแกจะรู้สึกยังไงกับผู้ชายแย่ๆ แบบนั้น"
มัทรีมองติรกาอย่างผิดหวังเสียใจ
"ถึงวันรบจะแย่ในสายตาแม่ แต่เขาจะเป็นผู้ชายคนเดียวที่มัทจะแต่งงานด้วย”
“ผู้ชายเจ้าเล่ห์แบบนั้น มัทยังเห็นมันดีอีกเหรอ”
“รบอาจจะไม่ดีที่สุด แต่เขาไม่เคยบังคับมัท ไม่เคยเอาตัวเองเป็นใหญ่เหมือนที่แม่ทำกับมัท”
ติรกาสุดทนตบหน้ามัทรีฉาดหนึ่ง เพี๊ยะ!
เตือนใจตกใจ
“ยัยติ”
มัทรีค่อยๆหันกลับมามองหน้าติรกาอย่างไม่คาดคิดว่าจะโดนติรกาทำแบบนี้ มัทรีถึงกับน้ำตาคลอ
"แม่ตบมัท"
ติรกามองมัทรีด้วยแววตาโกรธและแข็งกร้าวเช่นกัน
"ฉันจะทำมากกว่านี้ ถ้าแกยังไม่เลิกกับมัน"
มัทรีทั้งโกรธทั้งเสียใจ วิ่งหนีออกจากห้องติรกาไปทันที เตือนใจเตือนติรกา
"ไม่เห็นต้องทำขนาดนั้นเลย"
ติรกานิ่งไม่พูดอะไร เตือนใจส่ายหน้าแล้วรีบตามมัทรีไปอย่างเป็นห่วง
"ยายมัท รอยายก่อนลูก"
ติรกาเห็นทุกคนออกไปก็เปลี่ยนจากแววตาดุกร้าวร้าวเป็นเศร้าเสียใจรู้สึกผิด ติรกามองมือของตัวเองข้างที่ตบหน้ามัทรีแล้วร้องไห้เสียใจที่ทำรุนแรงแบบนั้น

มัทรีร้องไห้สะอื้นอยู่กับเตือนใจในห้องนอน เตือนใจลูบหัวปลอบมัทรี
"แม่เค้ายังโกรธอยู่น่ะลูก”
"ทำไมแม่ไม่สนใจความรู้สึกของมัทบ้าง"
มัทรียังสะอึกสะอื้นอยู่ เตือนใจส่งทิชชู่มัทรี
“มัท..เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แม่เขารับไม่ได้หรอกนะ...มัทเคยหยุดคิดไหมว่าแม่เขาจะเสียใจแค่ไหน ที่รู้ว่าลูกที่เขารักถูกย่ำยีจากผู้ชายที่เขาไม่เคยไว้ใจเลย มันยิ่งตอกย้ำว่าเขาปกป้องลูกไม่ได้ ตอนนี้ที่มัทร้องไห้ แม่เขาก็ร้องไห้อยู่เหมือนกัน”
มัทรีอึ้งนิ่งไปเพราะรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแผนหลอกติรกา แต่ก็รู้ตัวว่าทำเกินไปเช่นกัน
"มัท...มัท" มัทรีพูดด้วยเสียงสะอื้นไห้
"มัทไม่น่าวู่วามแบบนี้นะลูก วิธีมัดมือชกแบบนี้บังคับแม่เขาไม่ได้หรอก ยิ่งทำให้แม่เขาเกลียดตารบมากขึ้น อีกอย่างถึงมันจะเป็นแผนที่เราสร้างขึ้น แต่ถ้าแม่เราไม่รู้ความจริง แม่เค้าก็เสียใจอยู่ดี"
มัทรีอึ้งเหวอไปที่เตือนใจรู้เรื่องแผนการนี้
"ยายรู้เรื่องนี้ รบบอกยายเหรอ"
เตือนใจยิ้ม
"ยายไม่ได้รู้อะไรเลย ยายแค่รู้จักหลานของยายดี วันรบเป็นคนที่หนูเลือกแล้วเพราะฉะนั้น ไม่มีวันที่คนที่หนูรักจะทำเรื่องเสื่อมเสียแบบนั้นแน่ๆ”
มัทรียิ้มทั้งน้ำตาแล้วโผเข้ากอดยาย
"ขอบคุณนะคะยาย ขอบคุณที่เข้าใจรบกับมัท”
เตือนใจกอดให้กำลังใจมัทรี

เช้าวันใหม่ มัทรีลงมาจากข้างบน ลงมาที่โต๊ะอาหาร ติรกา เตือนใจ พุทราอยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว
“มาทานข้าวสิยัยมัท” เตือนใจเรียก
มัทรีเดินเข้ามานั่งข้างเตือนใจ ติรกานั่งเงียบ พุทรามองซ้ายมองขวาขยับตัวอย่างอึดอัดเพราะรู้สึกว่าบรรยากาศมาคุ
“คุณติคะวันนี้จะไปดูที่ดินที่ติดต่อไว้ไหมคะ” พุทราถามขึ้นเพื่อจะผ่อนคลายบรรยากาศที่ไม่สู้ดี
“ที่ดินอะไรเหรอคะแม่” มัทรีพยายามง้อติรกา แต่ติรกาได้แต่กินข้าวไปเงียบๆ ไม่ยอมตอบ
พุทราห็นท่าไม่ดีจึงทำหน้าที่ช่วยตอบให้
“ที่ดินสำหรับสร้างโรงงานใหม่ค่ะ”
“แม่จะขยายโรงงานเหรอคะ..งั้นมัทจะช่วยออกแบบให้นะ”
ติรกาไม่ตอบเงียบไปทำเอามัทรีเงียบหน้าเสีย บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบสนิทจนพุทราพยายามจะเปลี่ยนบรรยากาศ
“เงียบจังเลยนะคะ แหะๆ” พุทราหน้าจ๋อยจนต้องเงียบไป
เตือนใจมองมัทรีที่หน้าจ๋อยไป จึงเลื่อนแก้วน้ำส้มให้
“ยายคั้นให้สด ๆ เลยนะ”
“ขอบคุณค่ะ”
“สวัสดีครับทุกคน” เสียงธงฉานดังเข้ามา พร้อมๆหมุนตัวเข้ามาอย่างเท่ห์หยุดตรงหน้ามัทรี ธงฉานยื่นช่อดอกไม้ให้มัทรี
“สำหรับน้องมัทของพี่ธงฉานครับ”
ฟิ้ว! ...ธงฉานรู้สึกว่ามีอะไรพุ่งผ่านหน้าไปปักกับกำแพง ธงฉานหันมองเห็นมีดปักอยู่
“น้องมัทของใคร”
“น้องมัทของคุณอาไงครับ น่ารักจริงๆ น้องมัทของคุณอาติเนี่ย เอ่อ..ดอกไม้ช่อนี้เพื่อต้อนรับน้องมัทกลับมาอยู่ที่ราชบุรีอย่างถาวร”
มัทรีรับดอกไม้ด้วยสีหน้าเซ็งๆ ธงฉานเข้ามานั่งข้างมัทรีแบบไม่ขออนุญาตใคร
“วันนี้ธงฉานไม่ได้มาคนเดียวนะครับผม”
“สวัสดีครับ คุณติ”
สมภพก้าวเข้ามาพร้อมกับดอกกุหลาบในมือ

“คุณสมภพ สวัสดีค่ะ”
“ดอกไม้ครับ”
สมภพมอบดอกไม้ให้กับติรกา ติรการับตามมารยาทแต่หน้าตานิ่งเฉย ไม่บอกความรู้สึกใด ขณะที่สมภพพร้อมจะเปิดเผยความรู้สึกมาก
“วันนี้คุณอาสมภพปลีกเวลาจากธุรกิจร้อยล้านมาเยี่ยมเยียนคุณอาติเพราะมีเรื่องสำคัญน่ะครับผม”
“เรื่องสำคัญ” เตือนใจพูดขึ้น
มัทรีหยิบน้ำส้มมาดื่มอย่างเซ็งๆ
“เรื่องของหนูมัทกับธงฉานน่ะครับ”
มัทรีตกใจพ่นน้ำส้มใส่หน้าธงฉานเต็มๆ
“ยัยมัท” เตือนใจร้องขึ้น
“ขอโทษค่ะ มัทสำลักก็เลย”
ธงฉานลูบน้ำส้มบนใบหน้าขึ้นมาชิม
“ไม่เป็นไรครับ ถ้าเป็นน้องมัทพี่ไม่รังเกียจ หวานดีครับ”
พุทราทำหน้าอี๋มาก
“ที่ว่าเรื่องยัยมัทกับธงฉาน คุณหมายความว่า...”
“ผมอยากขออนุญาตให้ธงฉานได้มีโอกาสคบใกล้ชิดหนูมัทรีเพื่อเรียนรู้นิสัยใจคอ”
ธงฉานถึงกับทำท่าเขิน
“ในอนาคต ธงฉานอยากจะแต่งงานกับ...”
“มัทไม่ยอม”
ทุกคนหันมองตามเสียง มัทรีชะงัก วันรบก้าวเข้ามายืนเคียงข้างมัทรี
“ผมไม่ยอมให้มัทแต่งงานกับคนอื่นเด็ดขาด มัทเป็นคนรักของผม”

หน้าโรงงานโอ่งแม่เตือน รชานนท์กุมขมับเครียดๆและเริ่มโวยวาย
"โธ่เว้ย ! แล้วแบบนี้จะเข้าไปยังไง"
รชานนท์ยืนแอบอยู่มุมหนึ่งแล้วมองไปทางหน้าโรงงานโอ่งแม่เตือน เห็นยาม2คนเฝ้าอยู่หน้าประตูโรงงานอยู่ หน้าประตูหน้าโรงงาน มีประกาศแปะทั่วประตูทางเข้าโรงงาน ข้อความในใบประกาศ
“บุคคลอันตราย ถ้าเจอ...จัดหนัก ! อย่าให้รอด !” พร้อมมีรูปถ่ายของรชานนท์บนใบประกาศ
"ขนาดนี้เลยเหรอ..ต้องเคลียร์ให้รู้เรื่อง”
รชานนท์มองไปรอบๆ เพื่อหาวิธีเข้าไปในโรงงาน เห็นรถขนดินแล่นออกมาตามด้วยรถขนโอ่งที่แล่นออกไป ขณะเดียวกันรถเปล่าที่ขนโอ่งอีกคันกำลังแล่นมาที่โรงงาน

รชานนท์ยิ้มคิดแผนบางอย่างได้

อ่านต่อหน้า 2




แม่ยายที่รัก  ตอนที่ 2 (ต่อ)

บนโต๊ะอาหารเวลานั้น ติรกาออกอาการโกรธจัด

"กล้าดียังไงมาเหยียบบ้านฉัน"
"ผมจะมาคุยกับคุณอาครับ"
"อย่ามาเรียกฉันว่าอา ฉันไม่เคยนับญาติกับแก"
เตือนใจแกล้งพูดลอยๆ
"ไม่ใช่ญาติแต่เป็นว่าที่ลูกเขย"
ติรกาหันไปหาเตือนใจทันที
"ไม่มีวันค่ะ ยังไงหนูก็ไม่รับมันเป็นลูกเขยหนูเด็ดขาด"
พุทราเห็นติรกาเริ่มเครียดมากก็หยิบพัดมาพัดให้ติรกาทันที
"ใจเย็น ๆ ค่ะคุณ... เดี๋ยวจะช็อกไปอีก"
"ขอโอกาสให้ผมบ้างสิครับ"
วันรบจะเข้าไปหาติรกา แต่สมภพเดินมาขวางไว้
"ผมว่าคุณกลับไปเถอะ รั้นแบบนี้มีแต่ทำให้ทุกอย่างแย่ลง"
ธงฉานพยักหน้าเห็นด้วย
"จริงครับ ธงฉานเห็นด้วย”
"ผมไม่กลับ... จนกว่าคุณติรกาจะยอมให้โอกาสผม ผมจะทำให้ทุกคนเห็นว่าผมรักมัทแค่ไหน"
มัทรีช่วยขอร้องอ้อนวอนติรกา
"นะคะแม่... ให้โอกาสรบนะคะ"
"ได้ ฉันจะให้โอกาสแก"
ทุกคนอึ้งไป โดยเฉพาะธงฉานหน้าเสียกว่าใคร วันรบกับมัทรียิ้มมีความหวัง
"ฉันจะให้โอกาสแกสิบวัน ถ้าแกมีปัญญาหาเงินได้สิบล้าน"
"สิบล้าน" ทุกคนพูดขึ้นพร้อมกัน
"เงินสดสิบล้านบาทเป็นค่าสินสอด ถ้าหาได้ ฉันจะยอมให้ยายมัทแต่งงานกับแก"

รถเปล่าขนโอ่งกำลังจะแล่นเข้าโรงงาน รชานนท์ซ่อนอยู่หลังรถ โดยมีผ้าที่ใช้รองโอ่งเพื่อลากขนย้ายโอ่งได้ง่ายขึ้น ทับอยู่บนตัว รชานนท์พยายามจะงอตัวเนียนใต้กองผ้ามากที่สุด รปภ.แจ่มเป่านกหวีดโบกให้หยุดรถ รถจอดกึก!ทันที รชานนท์ตกใจ
“มีขนอะไรกลับเข้ามาไหม” รปภ.แจ่มถามคนขับ
“รถเปล่าพี่แจ่ม มีแต่กองผ้าลากโอ่งน่ะ”
รปภ.แจ่มปีนขึ้นมาดู ผ้าคลุมตัวรชานนท์ไม่หมดเผยขาโผล่ให้เห็น รชานนท์พยายามขยับขาเข้าซ่อนให้เนียน
“อะไรแวบ ๆ วะ”
รปภ.แจ่มจะเข้าไปเปิดกองผ้า รชานนท์ลุ้น คิดหาทางจะเอาไงดี รปภ.แจ่มกำลังจะเปิดผ้าแต่คนขับพูดขึ้นพอดี
“พี่แจ่ม! เสร็จยัง..ผมปวดท้อง ข้าศึกจะพังประตูอยู่แล้ว”
รปภ.แจ่มเห็นสภาพคนขับที่นั่งตัวบิดอั้นหนัก ก็เลยรีบบอก
“เออ งั้นก็เข้าไปเลย อย่ามาราดตรงนี้เหม็นตาย”
รปภ.แจ่มลงจากรถ รชานนท์ถอนใจโล่งอก
ภายในโรงงานรถแล่นเข้ามาจอด รชานนท์ลงจากรถ คนขับเดินมาหา รชานนท์หยิบแบงค์พันส่งให้คนขับ
“ขอบใจมาก”
คนขับมองเงินในมือแล้วยิ้ม รชานนท์รีบวิ่งไปทางบ้านติรกาทันที

รชานนท์เดินเข้ามาในบ้านติรกาจะก็ต้องแต่ชะงักที่ได้ยินเสียงติรกาเสียงดังลอดออกมา
"สิบล้านก็สิบล้าน ถ้าหาไม่ได้ก็ไม่ต้องแต่ง"
"แม่จงใจแกล้งรบชัดๆ"
"ไม่เป็นไรมัท ผมจะหาเงินสิบล้านมาให้ได้" วันรบบอก
พุทรากับเตือนใจหันไปเห็นรชานนท์อยู่ที่ประตูก็สะดุ้งเฮือกตกใจร้องลั่น ติรกากับมัทรีหันมาทางเตือนใจ
"อะไรอีกคะแม่"
"แม่กับเลขาคุณตกใจผม" รชานนท์พูดขึ้น
ติรกาเห็นรชานนท์ถึงกับอึ้งไปทันทีเพราะคิดไม่ถึง
"ป๋านนท์... มาทำไมเนี่ย" วันรบถาม
"ฉันมีธุระจะคุยกับกระแต" รชานนท์บอก
"คุณเป็นใคร แล้วกระแตนี่ใคร"สมภพถาม
มัทรี วันรบ รชานนท์ เตือนใจและพุทราพร้อมใจกันชี้ไปที่ติรกา
"คุณชื่อกระแตเหรอ" สมภพถาม
ติรกาไม่ตอบกลับวิ่งหนีกลับเข้าไปในห้องทำงานทันที รชานนท์ร้องเรียก
"เดี๋ยวกระแต"
รชานนท์จะตามไป แต่สมภพยืนขวางไว้
"ท่าทางคุณติรกาไม่อยากคุยกับคุณ"
รชานนท์หันไปหาพวกมัทรี
"คนนี้แฟนใหม่กระแตเหรอ"
ทุกคนส่ายหน้าพร้อมกัน ยกเว้นธงฉานที่พยักหน้างึ่กๆอยู่คนเดียว สมภพอึ้งจ๋อยไปจนต้องหลีกทาง รชานนท์เดินไปเคาะประตูห้องทำงานติรกาทันที
"กระแต ออกมาคุยกับผมก่อน"
ไม่มีเสียงของติรกาตอบกลับมา รชานนท์เคาะประตูเรียกอีก
"เราโต ๆ กันแล้วนะ... ออกมาคุยกันดี ๆ เถอะ"
ประตูห้องทำงานของติรกาถูกเปิดออก ทุกคนอึ้งที่ติรกายอมทำตามที่รชานนท์พูด
"เป็นไปได้ไง" พุทราพูดอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
รชานนท์ยิ้มแล้วเข้าไปในห้องทำงานติรกา ทั้งหมดชะโงกหน้ามองตามไป แต่จู่ๆ รชานนท์ก็เดินถอยหลังออกมาจากห้องทำงานติรกา ติรกาเดินออกมาพร้อมถือปืนลูกซอง ทุกคนเห็นปืนก็ตกใจ หลบไปตามมุมต่างๆ
ติรกาเล็งปืนไปทางรชานนท์แล้วสั่ง
“ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้"
รชานนท์ยังไม่ยอมออกไปแถมจ้องตาติรกาไม่กระพริบ
"ผมไม่ไป จนกว่าจะได้คุยกับคุณ"
"ฉันไม่มีอะไรจะคุย ออกไปซะ"
รชานนท์ยังไม่ยอม
"ป๋า พอเถอะ" วันรบบอก
"กลับไปก่อนนะคะป๋า" มัทรีขอร้องอีกคน
รชานนท์ไม่สนใจ ยังคงจ้องตาติรกาอยู่
"ไปเถอะคุณ ถ้าคุณติรกายิงขึ้นมาจริง ๆ จะยุ่ง" พุทราบอก
รชานนท์หันมาทางพุทรากับเตือนใจ
"กระแตไม่ยิงผมหรอก ผมรู้จักเธอดี ถ้าเธอจะยิงผมจริงๆ เธอยิงไปนาน...”
รชานนท์ยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงกระสุนก็ดัง ปัง ! ทุกคนสะดุ้งตกใจร้องลั่น ติรกาที่มองไปทางรชานนท์ เห็นรชานนท์ยืนนิ่งอยู่ สักพักมีเลือดไหลจากไหล่ซ้าย รชานนท์ร้องด้วยความเจ็บแขนมากจนเริ่มเซล้มลง
“โอ๊ย..”
"ป๋า"
วันรบวิ่งเข้าไปประคองรชานนท์ที่ยังไม่หมดสติ เขาส่งสายตาไปมองติรกาอย่างอึ้ง ๆ ที่ยิงเขาได้ รชานนท์เลือดไหลมากขึ้นเรื่อย ๆ ติรกาเริ่มอึ้งและช็อกหน้ามืดล้มไป
"แม่”
มัทรีวิ่งเข้าไปประคองร่างติรกาที่หมดสติไปเช่นกับรชานนท์

รถของโรงงานโอ่งแม่เตือนวิ่งมาตามถนนที่มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาล
“ป๋า! ได้ยินผมมั้ย”
“แม่คะ ได้ยินมัทมั้ยคะ”
รชานนท์ที่ได้สติ ลืมตาตื่นแต่ยังเห็นภาพรอบด้านอย่างเบลอๆ รชานนท์นั่งอยู่เบาะหน้า ส่วนเบาะด้านหลังมัทรีกับพุทราช่วยกันประคองร่างติรกาไว้ รชานนท์มองไปรอบๆเห็นติรกาที่หมดสติอยู่เบาะหลัง
รชานนท์เรียกติรกาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“กระแต…”
“ทนหน่อยนะป๋า ใกล้ถึงโรงพยาบาลแล้ว”
รชานนท์ก้มลงมองตัวเอง เห็นเลือดไหลเต็มแขนซ้ายของตัวเอง รชานนท์ค่อยๆหน้ามืดหมดสติไปอีกครั้ง
“ป๋า ป๋า”

ทั้งรชานนท์และติรกานอนหมดสติอยู่บนเตียงรถเข็น บุรุษพยาบาลรีบเข็นทั้ง 2 เตียงไปในยังห้องฉุกเฉิน วันรบ มัทรี
เตือนใจและพุทราวิ่งตามไปด้วย พยาบาลรีบกันวันรบกับมัทรีไว้ไม่ให้เข้าไปในห้องฉุกเฉิน
“ญาติรอด้านนอกนะคะ”
มัทรีกับวันรบไม่ยอมจะเข้าไปในห้องฉุกเฉินให้ได้ จนเตือนใจกับพุทราต้องเข้าไปช่วยดึงตัวไว้
“อย่าเข้าไปกวนหมอทำงานเลยลูก” เตือนใจบอก
“ทั้งสองคนอยู่กับหมอแล้ว ยังไงก็ปลอดภัยค่ะ... ถ้าจะห่วง ห่วงเรื่องคุณรชานนท์จะแจ้งความเอาเรื่องคุณติรกาดีกว่าค่ะ” พุทราว่า
มัทรีกับเตือนใจหันมาหาวันรบอย่างหวั่นใจ
“รบคะ ป๋าจะเอาเรื่องแม่มั้ย”
“ติรกาไม่ได้ตั้งใจจะยิงคุณนนท์จริงๆ หรอก ปืนมันคงลั่น” เตือนใจว่า
พุทรานึกได้
“รีบสั่งให้ลุงหมายลบเทปจากกล้องวงจรปิดดีกว่า จะได้ไม่มีหลักฐาน”
พุทรารีบโทรศัพท์หาสมหมายทันที มัทรียังคงเครียดอยู่
“รบต้องช่วยพูดกับป๋านะคะ บอกป๋านะว่าแม่เค้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”
“ไม่ต้องห่วงนะมัท ผมจะคุยกับป๋าให้ แต่ผมขอโทรหาพี่ระกับพี่นีก่อนนะ ว่าถึงไหนแล้ว”

วันรบปลีกตัวออกไปมุมหนึ่งของโรงพยาบาล ขณะที่พุทราพามัทรีและเตือนใจเดินมาที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน ทุกคนมองหน้ากันอย่างเครียดๆ
“น้องมัท” เสียงธงฉานดังขึ้น
ทุกคนลุกจากเก้าอี้แล้วหันไปมองธงฉานอย่างอึ้งๆ
“พี่ธงมาแล้วจ้ะน้องมัทจ๋า”
มัทรีไม่แสดงอาการยินดีใดๆที่เห็นธงฉานกับสมภพ เตือนใจรีบหันหน้าหนีไปอีกทางแล้วทำหน้าเบ้ แล้วบ่นลอยๆขึ้น
“ใครเชิญให้ตามมาเนี่ย”
พุทราได้ยินที่เตือนใจบ่นก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ บอกว่า
“สองคนนี้เป็นพวกเชิญตัวเองค่ะ”
เตือนใจมองหน้าพุทราชักสีหน้าอย่างเซ็งๆ
“คุณหมอเค้าว่ายังไงบ้าง” สมภพถาม
“คุณอาติไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ย”
ธงฉานแกล้งทำท่าทางเป็นห่วงติรกาสุด ๆ แล้วเดินไปชะเง้อที่น้าประตูห้องฉุกเฉิน พลางหันมาทางมัทรี
“น้องมัทไม่ต้องห่วงนะครับ พี่ธงรู้จักคุณหมอที่นี่ พี่ธงจะเข้าไปบอกให้เค้ารักษาคุณแม่ของน้องมัทให้ดีที่สุด”
ทันใดนั้น... พยาบาลในห้องฉุกเฉินก็เปิดประตูออกมาพอดี ประตูตีเข้ากลางหน้าธงฉานอย่างจัง
“โอ๊ย”
พยาบาลตกใจ
“ขอโทษค่ะคุณ เป็นอะไรมั้ยคะ”
ธงฉานเจ็บหน้าผากมากแต่ทำฟอร์มส่ายหน้า
“สบายมากครับ”
มัทรี เตือนใจและพุทราขำธงฉานแต่พยายามเก็บอาการไว้ พยาบาลเห็นธงฉานไม่เป็นอะไรก็เดินไปหามัทรี
“ญาติช่วยช่วยกรอกประวัติคนไข้ด้วยนะคะ”
พยาบาลส่งเอกสารให้มัทรี 2 ชุด
“พุทราจัดการของคุณติรกาเองค่ะ”
พุทรารับเอกสารหนึ่งชุดจากมัทรีมากรอกทันที
“ยายมัท ตามตารบให้มากรอกประวัติคุณนนท์ก่อน” เตือนใจบอก
“ไม่เห็นต้องสนใจของผู้ชายคนนั้นเลย” สมภพว่า
“ใช่ครับ! ให้คุณหมอรักษาส่ง ๆ ไปก็ได้”
ธงฉานดึงเอกสารมาจากมือมัทรีแล้วเหวี่ยงเอกสารทิ้งไปทันที เอกสารที่หมุนลอยไปในอากาศ วันรบเดินเข้ามาในแล้วยกมือขึ้นรับเอกสารไว้อย่างหล่อสุด ๆ
“ไร้น้ำใจแบบนี้... ผู้หญิงถึงไม่เคยมอง”
เตือนใจกับพุทราพยักหน้าเห็นด้วยสุดๆ
“รบกรอกประวัติของป๋าก่อนเถอะค่ะ” มัทรีบอกวันรบ
“ให้พี่นีจัดการดีกว่าครับ ใกล้จะมาถึงกันแล้ว” วันรบบอก

นลินีกับพชรวิ่งเข้ามาที่หน้าเคาน์เตอร์โรงพยาบาลเพื่อถามหารชานนท์อย่างเป็นห่วง แต่วันรบกับมัทรีเดินเข้ามาก่อน
“วันรบ.. รชานนท์อยู่ไหน แล้วเกิดอะไรขึ้น ทำไมเค้าถึงยิงนนท์” นลินีถามขึ้นทันที
นลินีเห็นมัทรียืนอยู่ใกล้ ๆ ก็ตรงเข้าไปหาทันที
“แม่น้องเกลียดอะไรนนท์นักหนา ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้ พูดกันดี ๆ ไม่ได้เหรอ”
“มัทเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ยังไงมัทของโทษแทนคุณแม่ด้วยนะคะ”
“ของพรรค์นี้...แค่ขอโทษได้เหรอ”
“พี่นีใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ กรอกประวัติของป๋าให้พยาบาลก่อนดีกว่า” วันรบบอก
วันรบส่งเอกสารให้นลินี นลินีรับเอกสารมาแล้วส่งให้พชรไปจัดการกรอกทันที
“จะใจเย็นได้ไงรบ ถึงขั้นจะฆ่าจะแกงกันแบบนี้”
นลินีหันกลับมาหามัทรีอีกครั้ง
“ยังไงพี่ต้องเอาเรื่องคุณแม่ของน้องมัท พี่จะแจ้งความกับตำรวจ”
มัทรีสีหน้าไม่ค่อยดี หันไปทางวันรบเป็นเชิงหาทางแก้ปัญหา

นลินีเดินนำพชรมายังบริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน มัทรีเดินสีหน้าไม่ค่อยดีตามมากับวันรบ ผ่านผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังร้องไห้โฮ
“คุณต้องไม่เป็นอะไรนะ คุณต้องไม่เป็นอะไร” ว่าแล้วก็เป็นลมล้มพับไป
“ใจเย็นๆ นะคะแม่ คุณพยาบาลคะ ช่วยด้วยค่ะ”
พยาบาลที่อยู่ไม่ห่างรีบเข้ามาช่วยประคองหญิงคนที่เป็นลมออกไปพยาบาลทันที
กลุ่มของนลินีมองตามไปด้วยรู้สึกหดหู่ นลินีใจไม่ดี
มัทรียกมือไหว้ขอโทษนลินี
“พี่นีอย่าเอาเรื่องคุณแม่เลยนะคะ มัทขอโทษแทนคุณแม่ด้วย”
“ปล่อยให้เค้าเอาเรื่องคุณติรกาไปเลยมัทรี” สมภพสอดขึ้น
เตือนใจกับพุทราได้ยินที่สมภพพูดถึงกับอึ้งและเหวอกันๆไป
เตือนใจกับพุทราร้อง“อ้าว” ขึ้นพร้อมกัน
“ทางเราจะได้แจ้งความกลับ..ข้อหาบุกรุก” สมภพพูดต่อ
“จริงด้วย น้องมัทจ๋าเอาเรื่องผู้ชายคนนั้นให้ถึงที่สุดเลยนะ ข้อหาบุกรุกเข้ามาในบ้านของเรา” ธงฉานบอก
ทุกคนที่ได้ยินธงฉานพูดคำว่าบ้านของเรา ก็ชะงักแล้วหันมามองธงฉานอย่างไม่พอใจ
เตือนใจกับพุทรารีบเข้ามาสมทบกับมัทรีทันที แล้วพูดขึ้นพร้อมกันทั้งสามคน
“บ้านของใคร”
“อุ๊ย! บ้านของน้องมัทครับ”
“ก็เอาสิ จะได้เห็นกันว่าบุกรุกกับทำเกินกว่าเหตุ ความผิดใครมันร้ายแรงกว่ากัน แล้วถ้าน้องชายฉันเป็นอะไรไปนะ ฉันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด” นลินีว่า
ทันใดนั้นหมอเปิดประตูห้องฉุกเฉินออกมา
“ญาติคุณนนท่านไหนคะ”
“ฉันเป็นพี่สาวค่ะ น้องชายฉันปลอดภัยแล้วใช่ไหมคะหมอ”
สีหน้าของหมอหนักใจ
“ผมเสียใจด้วยนะครับ”
ทุกคนตกใจ ผงะไปตามๆกัน
“หมอ..อย่าบอกนะคะว่า”
“น้องชายของคุณเสียชีวิตแล้วครับ”
“ไม่จริง” นลินีร้องลั่น
นลินีรีบวิ่งเข้าไปข้างในทันที วันรบ พชร มัทรี เตือนใจ พุทรารีบตามเข้าไป สมภพกับธงฉานยืนยิ้มพอใจ

ในห้องฉุกเฉิน ที่เตียงหลังที่หนึ่ง ร่างที่นอนถูกห่อคลุมศีรษะไว้ นลินีวิ่งเข้าไป
“ไม่จริง..นนท์ต้องไม่ตาย น้องฉันต้องไม่ตาย” นลินีร้องไห้สะอึกสะอื้น พชรพยายามเข้าจับไหล่ปลอบโยน
“ตื่นสินนท์..ตื่น”
วันรบ มัทรี เตือนใจ พุทรายืนมองนลินีด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ
เตียงหลังที่สอง ติรกาเริ่มขยับรู้สึกตัวตื่น เพราะได้ยินเสียงร้องไห้ของนลินี
“นนท์จะตายไม่ได้นะ นนท์” เสียงนลินียังคงพูดประโยคนั้นอยู่ซ้ำซาก
ติรกาอี้งที่เห็นพชร นลินีกอดร่างไร้ชีวิตที่นอนอยู่บนเตียง แต่ที่อึ้งกว่าคือเห็นมัทรี วันรบ เตือนใจ ยืนอยู่ด้วย ติรการ้องเรียก
“ยัยมัท”
มัทรีหันไปหาติรกา
“แม่.”
มัทรีหันมาหาตริกาด้วยน้ำตานองหน้า
“แกร้องไห้ทำไม” ตริกาถาม
“แม่..ป๋านนท์เขา”
ติรกามองทางเตียงหลังที่หนึ่ง แล้วว่า
“แกอย่าบอกนะว่าที่นอนอยู่นั่น”
มัทรีพยักหน้ารับ
“ป๋านนท์ตายแล้วค่ะแม่”
“ไม่จริง..แกหลอกแม่ใช่ไหม”
ตริกาเห็นมัทรีไม่ตอบจึงมองไปที่เตือนใจ
“แม่คะ”
เตือนใจเบือนหน้า
“ไม่จริง..นนท์ต้องไม่ตาย”
ติรกาลุกพรวดเข้าไปยืนอีกด้านของเตียง มองร่างบนเตียงอย่างไม่อยากเชื่อ

สมภพกับธงฉานยืนรออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน
“ทำไมเราต้องเสียเวลากับเรื่องศพไอ้หน้าหล่อนั่นด้วยล่ะคุณอา”
“ฉันกำลังรอคุณติออกมาต่างหาก ส่วนแกควรแสดงน้ำใจต่อหน้าหนูมัทสักหน่อย เขาจะได้รู้สึกเหม็นหน้าแกน้อยลงมั่ง โง่ไม่บันยะบันยังจริงๆ”
“นี่ถ้าไม่เห็นแก่โรงงาน ที่ดิน กิจการน่ะผมไม่มาเสียเวลาแบบนี้หรอก รอให้อยู่ในกำมือก่อนเถอะ จะฟาด ๆๆ ให้พี่ฉานคะ พี่ฉานขาวันละสามเวลาเล้ย”
“แกถามแม่เขาเถอะว่าจะยอมหรือเปล่า”
“ผมมีอาเจ้าเสน่ห์อยู่ทั้งคน คุณติน่ะลูกไก่ในกำมืออาไม่ใช่เหรอครับ”
สมภพยิ้มรับอย่างมั่นใจมาก
ติรกาเสียงดังพลางเขย่าศพ
“คุณจะตายไม่ได้นะ ฉันไม่ยอมให้คุณตาย ได้ยินไหม ฉันไม่ยอมให้คุณตาย ตื่นขึ้นมาสินนท์ ตื่น”
พุทรากระซิบคุยกับเตือนใจ
“คุณติฟั่นเฟือนหรือเปล่าคะ เดี๋ยวจะฆ่าเขา เดี๋ยวไม่อยากให้ตาย”
“ที่พูดถึงน่ะลูกฉัน”
“อุ้ย..ที่นี่ที่หนายคะเนี่ย” พุทราทำเอ๋อใส่ตัวเองทันที
เตือนใจค้อนใส่
“ฉันบอกให้ตื่นไง”
รชานนท์ค่อยๆก้าวลุกจากเตียงหลังที่สาม เข้ามายืนด้านหลังที่ทุกคนมองไม่เห็น ที่แท้... เตียงหลังแรก ผู้ตายชื่อนนทศักดิ์
“คร้าบ ผมตื่นแล้วครับ” เสียงรชานนท์ดังขึ้นที่ด้านหลัง
ทุกคนชะงักหันมองตามเสียง รชานนท์มีผ้าพันแผลที่ต้นแขนยืนยิ้มอยู่
ทุกคน “เฮ้ย” ด้วยความตกใจขึ้นพร้อมกัน
พชรกระโดดเข้ากอดวันรบด้วยความตกใจ
“ผี ผีไอ้นนท์”
รชานนท์ข้าไปจับแขนพชร
“พี่ระ”
“ไอ้นนท์ ไปที่ชอบๆ อย่ามาหลอกกันเลย”
พชรโวยวาย แต่วันรบ มัทรี ติรกาและนลินียืนอึ้งอยู่ด้วยคาดคิดไม่ถึง
“เฮ้ย พี่ระ ผมยังไม่ตาย” รชานนท์พูดขึ้น
พชรยังคงโวยวายไม่ยอมเชื่ออยู่ดี จนรชานนท์โมโหต้องลากพชรมาใกล้ที่เตียงนนทศักดิ์
“ดูซะ พี่ระ”
รชานนท์เปิดผ้าคลุมศพ แล้วจับพชรให้ก้มลงไปดูที่หน้าศพ
“ว๊าก! เมียจ๋าช่วยด้วย”
พชรเด้งตัวขึ้นมาโผจะไปกอดมัทรี วันรบรีบดึงมัทรีหลบ
“คุณระ” นลินีเรียก
“อุ๊ย เมียอยู่นี่”
พชรเข้ากอดนลินีแก้เก้อ นลินีผลักพชรให้พ้นทางแล้วเข้ากอดรชานนท์
“นนท์ยังไม่ตาย”
รชานนท์กอดตอบนลินี
“ถ้าผมตายต้องมีคนเสียใจตั้งหลายคน ผมไม่ยอมตายง่าย ๆหรอก”
รชานนท์หันมองติรกาอย่างจงใจสื่อความหมาย
“นนท์.” ติรกาเรียกรชานนท์เบาๆ
รชานนท์ยิ้ม คิดว่าติรกาจะซึ้งใส
“กระแต”
นลินีกับพชรได้ยินชื่อกระแตก็หันไปจ้องมองติรกาด้วยความตกใจ ติรกาค่อยๆ ก้าวเข้าไปหารชานนท์เหมือนเคลิ้มๆ รชานนท์คลายมือจากนลินีก้าวเข้าหาติรกาเหมือนกัน
“ผมดีใจที่คุณไม่อยากให้ผมตาย”
ติรกายิ้ม
“ฉันไม่อยากให้คุณตายด้วยลูกปืน...เพราะคุณต้องตายด้วยมือฉัน”
ติรกาพุ่งเข้าบีบคอรชานนท์
“จอมโกหก โกหกว่าตายใช่ไหม งั้นก็ตายซะเถอะ”
รชานนท์ตาเหลือก นลินี วันรบ พชร มัทรี เตือนใจ และพุทรารีบเข้าช่วยกันแยกติรกาออกมา แต่ติรกาแรงโมโหเยอะกว่าไม่ยอมปล่อยรชานนท์
“ปล่อยน้องฉันนะ”
“อย่าทำป๋าค่ะแม่”
“พี่ระช่วยแกะหน่อยเร็ว” วันรบบอก
“โอ้ย! ทำไมมือเหนียวอย่างนี้วะ ปล่อยสิคุณ” พชรบอก

พยาบาลและหมอที่อยู่ใกล้ๆ พยายามเข้ามาช่วย จนภายในห้องฉุกเฉินโกลาหลกันไปหมด

อ่านต่อหน้า 3 เวลา 22.30




แม่ยายที่รัก  ตอนที่ 2 (ต่อ)

ธงฉานยืนไม่ติด เดินไปมาที่หน้าประตูห้องฉุกเฉิน และตัดสินใจจะเปิดเข้าไปแต่..ประตูห้องฉุกเฉินถูกผลักออกมากระแทกเข้าหน้าธงฉานเต็มๆ ธงฉานผงะหงายล้มลงไปแต่ยังไม่ทันจะได้ตั้งสติพูดอะไร

รชานนท์ก็ถอยหลังออกมาเหยียบธงฉานเข้ากลางลำตัวเต็มขา พร้อมกับติรกาที่ยังบีบคอรชานนท์ไม่เลิก กลุ่มของนลินีกับมัทรีตามออกมา
“ปล่อยนะยัยติ เดี๋ยวเขาก็ตายหรอก” เตือนใจบอก
“คนเลวอยู่ไปก็รกโลก ตายก็สมควรแล้ว”
นลินีอารมณ์ขึ้นเข้าไปผลักติรกา ติรกาไม่ทันตั้งตัวปล่อยมือจากรชานนท์เซออกไป ธงฉานคิดว่ารอดจากที่นอนหงายจะพลิกตัวเพื่อลุกขึ้น แต่นลินีที่อารมณ์ขึ้นกลับเหยียบธงฉานซ้ำ จนธงฉานต้องนอนแดดิ้น
“จะมากไปแล้วนะ ยัยไหน้ำปลาปีศาจ”
“เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ”
“เธอเป็นผู้หญิงใจดำ บ้าพลังสมกับฉายาที่ตารบตั้งให้จริงๆ ยัยไหน้ำปลาปีศาจ”
ทุกคนหันไปมองวันรบเป็นตาเดียว วันรบยิ้มเจื่อนๆ
“เค้าพูดตอนเมา เค้าไม่ได้ตั้งใจ” วันรบบอก
นลินีชักเท้าจากตัวธงฉานมองติรกาอย่างสะใจ ธงฉานสบโอกาสจะคลานออกจากตำแหน่งอย่างช้าๆ ติรกาแค้น กระแทกเท้าเข้าที่ก้นธงฉาน ธงฉานตาเหลือก ร้องไม่ออก
“ไอ้วันรบ แกกล้าว่าฉันเหรอ”
มัทรีรีบรั้งตัวติรกาไว้
“อย่าค่ะแม่ คุณยาย พี่พุทราช่วยมัทที”
เตือนใจกับพุทรา มัทรีช่วยกันดึงร่างติรกาออกไป
“ไอ้วันรบ! ฉันจะไม่ยกลูกสาวฉันให้แกเด็ดขาด”
วันรบ รชานนท์ พชร นลินีได้แต่ยืนอึ้งๆไปตามๆกัน
สมภพยืนมองเหตุการณ์รู้สึกไม่ชอบมาพากล ธงฉานส่งเสียงอ่อนระโหยมาก
“ใครก็ได้...สนใจเค้าที”
-ทุกคนหันมองธงฉานที่นอนหน้าเขียว หนีบขากุมเป้าอยู่กับพื้น นลินีเห็นสภาพของธงฉานก็หันไปถามวันรบ
“ใครน่ะ”
“คนรู้จักของแม่มัทครับ” วันรบพูดพลางแสดงความมีน้ำใจจะย่อลงมาช่วยประคองขึ้น
“ฉันเป็นแฟน” ธงฉานเสียงดังฟังชัด
วันรบหมั่นไส้ จึงทิ้งเข่าลงที่ก้นธงฉานแบบทิ้งน้ำหนักเต็มๆ ธงฉานถึงกับร้อง “โอ๊ก!ไ ด้วยความเจ็บ
“เฮ้ย!” เสียงสมภพดังขึ้นจะเอาเรื่อง
แต่รชานนท์กับพชรขยับมายืนด้านหลังวันรบ สมภพเห็นคนมากกว่าจึงนิ่งไป
“โทษที ว่าจะช่วยสักหน่อย แต่คงไม่ต้องแล้ว ไปกันเถอะป๋า”
วันรบเดินออกไปเลย รชานนท์ พชร นลินีรีบเดินตามไป
“คู๊ณอา... ฉานน้อยเป็นหมันแล้ว”
สมภพมองธงฉานอย่างสมเพช

สมภพประคองธงฉานเดินเข้ามาในห้องรับแขกภายในบ้าน แล้วทิ้งธงฉานลงนั่งโซฟา
“ไอ้หน้าหล่อนั่นต้องเป็นแฟนเก่าคุณอาติแน่ๆ..แล้วถ้าใช่จริงๆ หนังหน้าระดับคุณอาเทียบไม่ติดฝุ่นแน่”
“มันเทียบฉันไม่ได้ใช่ไหม”
“คุณอานี่แหล่ะครับที่เทียบเขาไม่ได้ หน้าเขาหล่อขั้นเทพ แต่คุณอา...”
สมภพยืดตัวนิด ๆ คิดว่าหลานจะชม
“ขี้เหร่ขั้นเทพเลยครับ” ธงฉานพูดต่อ
“ไอ้ธงฉาน ฉันอาแกนะ”
“นี่ผมก็พูดแบบซอฟท์ ๆ ที่สุดแล้วนะครับ ถ้าไอ้หน้าหล่อเป็นแฟนเก่าจริงๆ อาลำบากแน่”
“ฉันจะไม่มีวันปล่อยผู้หญิงที่ดีพร้อมอย่างติรกาไปแน่ๆ”
ทรงสุดาในชุดแต่งตัวเรียบร้อยกำลังจะเข้ามา ชะงักเท้าทันทีที่ได้ยิน
“แล้วคุณทรงสุดากับลูกล่ะครับ”
“แกรู้ไหมว่ารถญี่ปุ่นกับยุโรปมันต่างกันตรงไหน”
“คุณภาพมั้งครับ แต่ที่จริงผมว่ามันก็ขับได้ไม่ต่างกันตรงไหน”
“แต่ค่าความภูมิใจมันไม่เท่ากัน เวลาแกไปตามร้านอาหารเห็นไหมว่าเด็กรับรถพอเห็นโลโก้เบนซ์ก็โค้งหัวทิ่มดิน แต่ถ้าเป็นแบบเบสิคใครๆก็ขับได้ นอกจากไม่โค้งมันจะดูถูกซ้ำซะอีก เป็นแกจะเลือกขับอะไร”
“เบนซ์สิครับ ผมจะไม่ยอมพลาดแบบคุณอาหรอกครับ เอาคนรับใช้ในบ้านเป็นเมีย แถมพลาดให้มีลูกอีก รู้ถึงไหนอายถึงนั่น โง๊..โง่นะครับ”
“ธงฉาน..นี่แกนับถือฉันใช่ไหม”
“นับถือสิครับ อาคือญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ของผม ไม่นับถืออาจะให้ผมนับถือหมาที่ไหน”
สมภพหยิบหมอนใกล้มือปาใส่ธงฉาน ธงฉานก้มหลบได้ทัน หมอนลอยผ่านธงฉานไปชนกับเด็กรับใช้ที่เอาของว่างมาเสิร์ฟ
“ว้าย!”
เด็กรับใช้เซไปตามแรงกระแทกของหมอนแล้วไปชนถาดน้ำเปล่าที่ทรงสุดาถือตามมาจนน้ำเปล่ากระฉอกใส่ทรงสุดา เสื้อสีขาวของทรงสุดาเปียกไปทั้งตัว ธงฉานตาโตทันที
“อะไหล่ญี่ปุ่นมันแจ่มแบบนี้นี่เอง”
เด็กรับใช้เห็นว่าทรงสุดาเปียกไปทั้งตัวจึงรีบขอโทษ
“หนูขอโทษค่ะ คุณผู้หญิง”
สมภพชะงักไปที่ได้ยินเด็กรับใช้เรียกทรงสุดาว่า “คุณผู้หญิง” ทรงสุดาเองก็หน้าเสียไปเช่นกัน สมภพกระชากตัวเด็กรับใช้มาแล้วตวาดใส่
“ฉันสั่งกี่ทีแล้วไม่ให้เรียก...คุณผู้หญิง”
“หนูลืมค่ะ”
สมภพเหวี่ยงเด็กรับใช้ล้มไปกองกับพื้น เด็กรับใช้รีบลุกและเดินออกไป สมภพหันมาชี้หน้าด่าทรงสุดาต่อทันที
“เธอปล่อยให้มันเรียกคุณผู้หญิงคิดจะประกาศให้คนอื่นรู้หรือไงว่าเป็นเมียฉัน”
“เปล่านะคะ สุดาไม่เคยคิด”
เสียงเด็กร้องไห้ดังแว่วมา ทุกคนมองตามเสียง สมภพชี้นิ้วสั่งทรงสุดา
“ไปดูลูก”
ทรงสุดารีบเดินออกไปแต่ยังไม่ทันพ้นประตู ก็ได้ยินเสียงธงฉานถามแทรกขึ้นมา
“แล้วถ้าคุณอาจีบคุณอาติสำเร็จ คุณทรงสุดาจะยอมหรือครับ”
“ถ้ายอมไม่ได้ก็ต้องออกไปจากบ้านฉัน”
ทรงสุดาได้ยินถึงกับเครียดและเสียใจ

พชร รชานนท์ วันรบและนลินีนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารภายในบ้านของพชรในเย็นวันเดียวกัน รชานนท์จะตักข้าวเข้าปากแต่นลินีจับมือรชานนท์ยั้งไว้
“ผมคนเจ็บนะครับพี่นี”
“ยัยไหน้ำปลาปีศาจนั่นคือยัยกระแตที่ทำแกเจ็บเมื่อยี่สิบปีที่แล้วใช่ไหม”
พชรยื่นหน้าไปหารชานนท์ด้วยความอยากรู้มาก
“เมียจ๋า อย่าไปข่มขู่น้องแบบนั้น แฟนเก่าแกใช่มะ”
“จริงเหรอป๋าไ วันรบถามบ้าง
รชานนท์มองทุกสายตาที่จต้องมาคาดคั้น
“ผมคนเจ็บนะ ... ต้องตอบใช่ไหม”
ทุกคนตอบ “ใช่” ขึ้นพร้อมกัน
“ใช่ก็ใช่”
ทุกคนร้อง “เฮ้ย” ขึ้นพร้อมกันอีก จากนั้นแต่ละคนก็รุมยิงคำถามใส่รชานนท์ทันที
“บ้าหรือเปล่า ยัยโหดนั่นน่ะนะ ที่ทำแกอกหักไม่หายน่ะ” นลินีถาม
“ป๋าไปทำอะไรว่าที่แม่ยายผม เขาถึงได้เกลียดป๋าขนาดนั้น” วันรบอยากรู้
“แก่ยังหุ่นขนาดนี้ สาวๆ คงฟิตปึ๋งดึ๋งดั๋งเลยใช่ป่ะ”พชรว่า
นลินี วันรบ รชานนท์หันไปหาพชร พชรเหวอที่หลุดปากกลายเป็นจำเลยทางสายตาทุกคน จนต้องเปลี่ยนเป็นเข้มเบี่ยงความสนใจ
“ตอบมานะไอ้นนท์ว่าระหว่างแกกับว่าที่แม่ยายไอ้รบน่ะ”
“มันเกิดอะไรขึ้น” นลินี วันรบและพชรพูดขึ้นพร้อมกัน
ทุกคนหันมาหารชานนท์อีกครั้ง รชานนท์เหมือนจะตอบแต่กลับหาวใส่ แถมบิดขี้เกียจอีกต่างหาก
“ฮะ...ฮ้าววว ...พรุ่งนี้ต้องไปคุยงานแต่เช้า ผมไปนอนก่อนนะ ง่วง”
รชานนท์เดินออกไปเลย
“นนท์ เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องนะ” นลินีพูดตามหลัง
“เมียจ๋า ตามไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าเจ้านนท์ไม่อยากบอก ง้างปากมันได้มันยังไม่บอกเลย”
วันรบเริ่มหนักใจ
“คดีระหว่างผมกับว่าที่แม่ยายก็หนักแล้ว นี่ยังมีคดีของป๋ากับว่าที่แม่ยายผมอีก..ไม่รู้ว่ามัทจะเป็นยังไงบ้าง”

ค่ำคืนนั้น ติรกานอนพักอยู่บนเตียง มีพุทรานั่งอยู่ข้าง ๆ มัทรีกับเตือนใจยืนอยู่มุมหนึ่งในห้องนอนของติรกา
“ห้ามแกกลับไปกรุงเทพฯ อีก”
“แต่มัทต้องไปทำงาน”
“ก็โทรไปลาออกคืนนี้เลย”
พุทราเป่านกหวีดแย้งทันที
“ตามกฎต้องบอกล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันค่ะ”
“พุทรา
ติรกาเสียงเข้ม พุทรารีบเอามือปิดปากตัวเองทันที
“มัทเซ็นสัญญาทำงานกับบริษัทป๋าไปแล้ว 5 ปี ถ้าจะฉีกสัญญา…แม่คงต้องจ่ายเงินให้เค้าหลายล้าน”
ติรกาชะงักไป เตือนใจเห็นอาการลูกสาวก็ได้ทีก็รีบแกล้งพูดยั่วติรกา
“นี่เราต้องเอาเงินที่เราหาอย่างยากลำบากไปให้เค้าใช้ฟรี ๆ ตั้งหลายล้านเลยเหรอ เกลียดก็เกลียด ถ้ายอมจ่ายนี่มันแพ้เขาชัด ๆ เลยนะ เขาคงมองว่าเราโง่ซ้ำซ้อนนะ ว่าไหมลูก”
“โอ้ว... อย่าบิ๊วให้เครียดค่ะคุณเตือนใจ เดี๋ยวช็อกอีก” พุทราว่า
ติรกากรี๊ดลั่นห้องแค้นใจที่ทำอะไรไม่ได้

หลังกลับเข้าห้องค่ำคืนนั้น รชานนท์นั่งเศร้าอยู่ที่ระเบียง เสียงเพลงจากวิทยุที่กำลังเปิดเพลง “ครั้งหนึ่ง..เราเคยรักกัน” ของดา เอนโดรฟินผ่านหูรชานนท์เข้ามา รชานนท์หยิบรูปเล็ก ๆ เก่าๆ ที่ถ่ายคู่กันสมัยก่อนขึ้นมาดู แล้วพึมพำกับตัวเอง
“ทำไมคุณทำกับผมแบบนี้...ติ”

ติรกายังคงพูดเสียงดังอยู่ในห้องนอน
“อย่าคิดว่าแค่นี้จะทำให้แม่ยอมแพ้นะยายมัท”
มัทรีส่ายหน้ากับความดื้อรั้นของติรกา
“มันไม่ใช่เรื่องแพ้ชนะค่ะแม่ หนูกับรบเรารักกัน และหนูจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ หนูจะแต่งงานกับรบคนเดียวเท่านั้น”
มัทรีพูดจบก็ออกไปจากห้องติรกาทันที
“เด็กสองคนรักกันมันรักกัน แกจะไปแยกเค้าได้ยังไง” เตือนใจถามติรกา
ติรกานิ่งคิดนิดหนึ่ง
“จริงสิ... สองคนนั้น “รัก” กัน”
พุทรากับเตือนใจมองหน้ากันอย่างงงๆ ที่จู่ๆติรกาก็ยอมรับในความรักของมัทรีกับวันรบ ติรกาเปลี่ยนสีหน้าจากเครียด ๆ เป็นยิ้มอย่างผู้ชนะ ตริกาหันไปหาเตือนใจ
“ถ้า “รัก” กัน ก็ต้องทำให้ “เลิกรัก” กัน... หนูจะทำให้ยายมัทเลิกรักวันรบให้ได้”
เตือนใจตั้งใจพูดเตือนสติ แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด
"มันจะง่ายขนาดนั้นเหรอคะคุณติ” พุทราถามขึ้น
“ความระแวงเป็นบ่อเกิดของความพินาศเสมอ ฮึ.ฮึ”
เตือนใจกับพุทรามองติรกาที่หัวเราะอย่างร้ายกาจและเริ่มเกิดความรู้สึกกลัว

พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า ณ สวนผึ้ง ราชบุรี บรรยากาศสดชื่น แจ่มใสกับมวลหมู่แมกไม้ตามธรรมชาติ บริเวณฟร้อนท์ต้อนรับ รชานนท์ วันรบและพชรยืนคุยอยู่กับคุณแก้วและสามีอยู่ แก้วมองรชานนท์ด้วยแววตาหวานซึ้งมีประกาย
“คุณนนท์เจ็บแบบนี้ยังขยันมาทำงานอีก ขยันจริง ๆ เลย” คุณแก้วพูดขึ้นในวงสนทนา
“งานนี้ผมเป็นหัวหน้าโปรเจ็ค พลาดไม่ได้หรอกครับ”
“แล้วน้องมัทล่ะคะ ไม่มาด้วยเหรอ” ฝ่ายสามีถามบ้าง
“มัทติดธุระครับ...เราไปดูห้องตัวอย่างที่ตกแต่งใหม่เลยดีมั้ยครับ” วันรบบอก
แก้วกับสามีพยักหน้าตกลงแล้วเดินนำไป พชรได้ทีรีบกระซิบคุยกับรชานนท์และวันรบ พชรพูดกระซิบ“ผัวเมียคู่นี้ไหวมั้ยวะ ภรรเมียมองไอ้นนท์ตาเยิ้ม ส่วนสาละมีถามหาน้องมัทด้วยแววตาอยากครอบครอง”
“แล้วพี่ครอบครองใครดี” วันรบถามพชร
พชรยิ้มหวานก่อนตอบ
“น้องไก่ พนักงานต้อนรับ แจ่มมาก”
“เดี๋ยวผมบอกพี่นีให้ครับ” รชานนท์บอก
“ขอบคุณมาก เย้ย! ไอ้น้องเขยทรยศ”
รชานนท์กับวันรบขำในอาการกลัวเมียของพชร
“ขำอะไรกันอยู่คะ”
เสียงมัทรีดังขึ้น ทั้งสามคนหันมาเห็นมัทรีก็รู้สึกแปลกใจ วันรบรีบเดินเข้าไปหามัทรี
“ว่าที่แม่ยายผมยอมให้คุณมาทำงานกับผมได้ยังไงเนี่ย”
“มัทอ้างไปว่าติดสัญญาทำงานค่ะ ถ้าไม่มาต้องโดนปรับเงิน”
“แล้วแม่เราอยู่ไหน” รชานนท์ถาม
มัทรีชี้ไปทางหนึ่ง ทุกคนหันไปมอง

บริเวณมุมหนึ่งของรีสอร์ต ติรกาใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูมัทรีไว้ไม่ให้คลาดสายตา ส่วนพุทรายืนกางร่มบังแดดให้ติรกา
“เราจะไม่ตามไปเหรอคะ” พุทราถามติรกา
“ตามไปสิ... แต่ต้องรอให้ถึงเวลาก่อน”
ติรกายิ้มเยาะอย่างจอมวางแผน

พวกรชานนท์พาคุณแก้วและสามีเดินชมห้องพักที่ตกแต่งใหม่
“สวยมากครับ... ดูอบอุ่น” ฝ่ายสามีบอก
“เราอยากให้แขกที่มาพักรู้สึกเหมือนที่นี่เป็นบ้านหลังที่สอง ที่สำคัญที่นี่มีสิ่งที่พิเศษที่ไม่เหมือนใครด้วยค่ะ” มัทรีพูด
“ห้องพิเศษใช่ไหมคะ”
รชานนท์ วันรบ มัทรีและพชรมองหน้ากันยิ้มๆ
“ค่ะ..เชิญทางนี้ค่ะ”

มัทรีพาทุกคนเดินมาที่หน้าห้องๆหนึ่งแล้วเปิดประตูห้องเข้าไป ห้องนอนทารกที่ถูกตกแต่งอย่างน่ารักและดูอบอุ่น คุณแก้วกับสามีเห็นบรรยากาศในห้องก็มองตาค้างยิ้มอย่างพอใจสุดๆ
“แต่งได้น่ารักมาก เป็นห้องนอนของลูกอย่างที่ฉันฝันไว้เลย” คุณแก้วบอก
คุณแก้วกับสามีเดินตรงเข้าไปหามัทรี
“คุณมัทเก่งมากเลยนะคะ รู้ใจคนเป็นแม่อย่างฉันมาก”
“ไม่ใช่ฝีมือมัทหรอกค่ะ... คนนั้นต่างหาก”
มัทรีชี้ไปทางวันรบที่ยืนยิ้มภูมิใจใจการตกแต่งของตัวเอง
“ฝีมือคุณรบเหรอ ไม่น่าเชื่อ หนุ่ม ๆ อย่างคุณรบไม่น่าจะถนัดเรื่องห้องเด็กทารก”
“จริง ๆ ก็ไม่ถนัดหรอกครับ”
วันรบพูดแล้วหันไปมองมัทรีที่ยืนอยู่ใกล้แล้วยิ้มให้
“ผมไม่ได้ตกแต่งห้องนี้จากความรู้...แต่ผมตกแต่งห้องนี้จากความรัก”
“ยังไงครับ”
วันรบยิ้มแล้วบอก
“แค่คิดว่าสักวันผมจะมีครอบครัวกับคนที่ผมรัก กับลูกสาวที่น่ารักสักคน ภาพของห้องนี้มันก็ชัดขึ้นมาในนี้” วันรบชี้ที่หัวใจ
มัทรียิ้มเขิน ๆ เพราะรู้ว่าวันรบหมายถึงตัวเอง รชานนท์กับพชรแอบกระซิบกัน
“ถ้าเป็นละคร ฉันต้องคิดว่าไอ้รบเป็นพระเอกแน่ๆ” พชรบอก
“ฮื้อ ! ถ้าเป็นละคร ผมเนี่ยพระเอก ส่วนไอ้รบพระรอง” รชานนท์คุยบ้าง
“แล้วฉันล่ะ”
รชานนท์ยิ้มกวน ๆแล้วตอบพชร
“พระลอตามไก่”
พชรทำหน้าบูดขึ้นทันที

มุมสวยภายในรีสอร์ท จู่ ๆคุณแก้วก็สะอื้นเสียงดัง จนทุกคนหันไปมองและตกใจ
“คุณแก้วเป็นอะไรคะไ มัทรีถาม
“แก้วปลาบปลื้มแทนคุณมัทรีน่ะค่ะ ที่ได้ผู้ชายแสนดีอย่างคุณวันรบเป็นแฟน”
วันรบมองหน้ากับรชานนท์ พชร แล้วเหลือบมองสามีคุณแก้วอย่างหวั่น ๆว่าจะเคือง
คุณแก้วจับมือมัทรีมาแนบแก้ม
“แก้วยินดีด้วยนะคะ ยินดีด้วยจริงๆ โฮๆๆ”
ขณะที่คนอื่นๆ หน้าตาตื่น แต่สามีคุณแก้วกลับเฉย
จู่ๆ คุณแก้วก็หันมาจับมือวันรบ
“คุณรบ”
“ครับ”
“สัญญากับแก้วนะคะ ว่าจะดูแลคุณมัทเป็นอย่างดี อย่าให้แก้วผิดหวัง”
“หะ..”
คุณแก้วเสียงแข็ง
“สัญญาสิคะ”
วันรบตกใจรับ
“ครับ”
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ ฮือๆๆ”
พชร รชานนท์ วันรบหันไปหาสามีคุณแก้ว
“ช่วงท้อง..ฮอร์โมนจะแปรปรวนนิดนึง ค่อนไปทางมากด้วยครับ”
คุณแก้วดึงมือมัทรีกับวันรบมาจับกันไว้ แล้วสะอื้น
“แก้วเชื่อนะคะว่าคุณสองคนจะต้องมีครอบครัวที่น่ารัก และคุณรบก็จะเป็นพ่อที่ดีของลูก”
คุณแก้วยิ่งสะอื้นซึ้งใจในความรักของทั้งสองคน มัทรีกับวันรบได้แต่มองหน้ากันจะขำก็ขำไม่ได้เพราะเกรงใจ
“มีความสุขมากเหรอคะพี่รบ” เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้น
แพรวยืนอยู่ที่มุมหนึ่งและกำลังเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางเอาเรื่อง ทุกคนกำลังงงกับเรื่องตรงหน้า มัทรีหันไปมองวันรบแล้วกำลังจะถาม แต่วันรบยกมือขึ้นห้าม
“มัทอย่าถามว่าใครนะ เพราะผมไม่รู้จักเค้า”
“ว่าแล้วว่าพี่รบต้องพูดแบบนี้”
แพรวพูดแล้วเดินตรงเข้าไปหามัทรีทันที
“เธอใช่มั้ยแฟนพี่รบ”
“ใช่... แล้วเธอเป็นใคร” มัทรีถาม
“แฟนของพี่รบเหมือนกัน”
วันรบอึ้งถึงกับเหวอไปทันที
“ชะตาขาดแล้วไอ้รบ” รชานนท์และพชรพูดขึ้นพร้อมกัน
ติรกากับพุทราเดินเข้ามาที่ห้องพักแล้วตีหน้าซื่อแบบเนียนๆ
“มัท... แม่จะกลับไปโรงงานก่อนนะลูก”
ติรกาเห็นท่าทางของทุกคนก็แกล้งทำเป็นตกใจ
“มีอะไรรึเปล่า ทำไมทำหน้าเหมือนมีคนงานเข้าเลย”

วันรบส่ายหน้าปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่บริเวณล็อบบี้ โดยมีมัทรี ติรกา พุทรา และแพรว ยืนล้อมวันรบด้วยหน้าตาเอาเรื่อง
“ไม่จริง ผมไม่เคยไปไหนกับผู้หญิงคนนี้”
“ผู้หญิงคนนี้..พี่รบ..แพรวมาทีหลัง..แพรวเข้าใจได้..แต่พี่อย่าทำเหมือนแพรวไม่มีตัวตนแบบนี้ แพรวไม่คิดเลยว่าพี่ได้แพรวแล้วจะเขี่ยแพรวทิ้งแบบนี้”
ทุกคนหันไปมองวันรบ วันรบ โอบมัทรีมาใกล้ตัว
“ไปกันใหญ่แล้ว น้องครับ น้องพูดแบบนี้แฟนพี่จะไม่สบายใจ”
“เป็นลูกผู้ชายหน่อยวันรบ กล้าทำก็กล้ารับว่าแกนอกใจยัยมัท” ติรกาพูดขึ้น
“ไม่จริงนะครับคุณแม่ ผมไม่เคยนอกใจมัท” วันรบยืนยัน

บริเวณมุมหนึ่งไกลออกมามา รชานนท์กำลังกระซิบกระซาบกับพชร
“ตั้งแต่คบกับน้องมัท ไอ้รบมันก็เลิกเที่ยว เลิกเต๊าะหญิงไปตั้งนานแล้วนี่” พชรตั้งข้อสังเกต
“นั่นสิพี่ มาประกาศตัวแบบนี้ผมว่ามันแปลกๆ นะ”

วันรบพยายามหันไปทางมัทรี เจรจาด้วยเหตุด้วยผล
“มัท..ผมไม่รู้จักน้องเขาจริง ๆนะ”
“พี่รบชอบทานข้าวแกงกระหรี่ที่พารากอน ชอบดูหนังที่อาร์ซีเอ ซื้อหนังสือที่เอกมัย ดื่มกาแฟแถวพระรามเก้าทุกเช้าก่อนไปทำงาน” แพรวพูดทุกรายละเอียดของวันรบได้อย่างถูกต้องจนมัทรีกับวันรบเหวอไป วันรบยังคงส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเดียว
ราชานนท์เดินเข้ามากลางวงแล้วโพล่งขึ้น
“ข้อมูลพวกนั้น เปิดเฟสบุ๊คไอ้รบดูก็รู้แล้ว”
“รูปก็มีให้ดูเยอะแล้ว เวลาไปไหนไอ้รบมันก็เช็คอินรายงานตัวกับน้องมัททั้งวัน ใครสวมรอยก็ได้ง่ายๆ น้องชื่ออะไร” พชรถาม
“แพรวค่ะ”
“โอเค..พี่แอดน้องแล้วนะ รับแอดสิ” รชานนท์เริ่มรุก
“รับทำไมคะ”
รชานนท์ยิ้มพิฆาตทันที
“รับเถอะครับ”
แพรวเคลิ้มกดมือถือทันที
“รับแล้วค่ะ”
รชานนท์กดๆ แล้วยิ้ม
“ทีนี้บอกความจริงมาว่าน้องเป็นใครมาใส่ร้ายไอ้รบทำไม ไม่งั้นพี่จะโพสต์กระดานข้อความของน้องว่าน้องกับไอ้รบเป็นกิ๊กกัน”
“อ้าว ป๋า” วันรบอ้าปากค้าง
แพรวตกใจทันทีร้องบอก
“อย่านะพี่”
“กลัวแฟนตัวจริงเห็นใช่ไหม ว่าไงจะพูดความจริงได้หรือยัง” รชานนท์คาดคั้น
ทุกคนหันมาที่แพรว แพรวทำอ้ำอึ้งอึกอักเหลือบไปมองทางติรกา มัทรีแอบเห็นท่าทางของแพรวและเริ่มเอะใจ
“แม่ฉันจ้างเธอมาเท่าไหร่” มัทรีถาม
แพรว ติรกาและพุทราอึ้งไปทันที
“อะไรกันยายมัท แม่ไปจ้างอะไรเค้า”
มัทรีหันไปหาติรกาแต่ยังนิ่งไม่พูดอะไร
“หลักฐานตัวเป็นๆ ขนาดนี้ แกยังจะเชื่อไอ้กะล่อนวันรบอีกเหรอ” ติรกาถาม
แพรวยังอ้ำอึ้งอยู่
“ถ้าเธอพูดความจริง ฉันจ่ายให้อีกเท่านึงที่แม่ฉันจ่าย”
แพรวตาลุกวาวที่จะได้เงิน
“เท่านึง”
“ผมให้สองเท่า” วันรบบอก
แพรวยิ่งอึ้งไปอีก เมื่อเสียงรชานนท์กับพชรประกาศให้
“สามเท่า”
แพรวไม่ลังเลอีกต่อไปแล้วและรับบอก
“ฉันโดนจ้างมาสามพันบาท สามเท่าก็เก้าพัน ถ้ารวมค่ารถกับค่าเสียเวลา ฉันขอเป็นหมื่นนึง”
มัทรี วันรบ รชานนท์และพชรพยักหน้าพร้อมกัน
“ตกลง” ทั้งสี่คนพูดขึ้นพร้อมกัน
“แม่คุณจ้างฉันมา บอกให้ฉันทำให้คุณเลิกกับแฟนให้ได้”
มัทรีหันไปมองติรกาอย่างผิดหวัง

มัทรีเดินไปส่งติรกาที่รถตู้ โดยมีพุทรายืนกางร่มให้สองแม่ลูก
“ทำไมแม่ต้องทำขนาดนี้ แม่เกลียดอะไรรบนักหนา”
“เพราะมันเป็นผู้ชายเลวๆที่จะทำให้แกเสียใจ”
“มัทเลือกที่จะรักรบ ถ้ามัทจะต้องเสียใจก็ให้มัทเผชิญกับมันเถอะค่ะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มัทก็พร้อมจะยอมรับผลของมัน”
มัทรีเดินออกไปทันที ติรกาโมโหทันที
“ทำไมโชคถึงเข้าข้างไอ้ผู้ชายเฮงซวยพวกนั้น คราวหน้าอย่าให้พังอีกนะพุทรา”
“จะมีคราวหน้าอีกเหรอคะคุณ”
“ช่! แต่ครั้งนี้เธอต้องลงมือเอง”
“คุณหมายความว่ายังไงคะ”
พุทราคิดไม่ถึงว่า ติรกาจะให้ไปจีบวันรบ
“คุณจะให้พุทราไป....เอ่อ... ไป...จะดีหรือคะคุณติ พุทรายังซิง ยังไม่เคย”
พุทราหน้าเคลิ้ม จนน้ำลายไหลยืด ติรกาหันไปพบเข้าถึงกับตกใจเล็กน้อย
“พุทรา น้ำลายยืดแล้ว คิดอะไรเนี่ย”
พุทรารีบปาดน้ำลาย
“พุทรา กำลังเศร้าน่ะค่ะที่ต้องมอบความบริสุทธิ์ให้คุณวันรบ”
“หะ”
“แต่ถ้าคุณติสั่ง”
“ไปสืบประวัติไอ้วันรบมาอย่างละเอียด”
พุทราจากที่ยิ้มร่าอยู่ก็หุบยิ้มในทันที
“แค่เนี้ย”
“ก็ใช่น่ะสิ ยิ้มเพ้ออยู่ได้ ฉันต้องการรู้ว่ามันมีจุดอ่อนอะไรที่ฉันจะจัดการกับมันได้”
“โหย...เซ็งเลย”
“ตัดสองร้อย โทษฐานบ่น”
“โหย! ไม่ยุติธรรมเลย”
“ตัดอีกสองร้อย ที่โวยวาย”
พุทราง้างปากจะโวยอีก แต่ติรกาชี้หน้า
“พูดอีกคำคราวนี้หนึ่งพัน”
พุทรายกมือตบปากตัวเองทันที
“รีบไปจัดการ ถ้าช้าฉันจะตัดห้าพัน”
“โอ้ย! ไปเดี๋ยวนี้เลยค่า ใจเย็นๆนะคะ คุณติ”

พุทรารีบวิ่งไปทันที ติรกามีความหวังอีกครั้งที่จะกำจัดวันรบออกไปจากชีวิตมัทรี

อ่านต่อหน้า 4




แม่ยายที่รัก  ตอนที่ 2 (ต่อ)

ในเวลาต่อมา มัทรีนั่งหน้าเครียดอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยว พร้อมกับวันรบ รชานนท์ และพชร

“อย่าเครียดนะนางฟ้าของผม”
“รบคะ... ถ้าแม่ยังโหดร้ายกับรบแบบนี้ รบจะเบื่อมัทแล้วทิ้งมัทไปมั้ย?”
วับรบกุมมือมัทรีขึ้นมา
“ต่อให้ผมจะโดนเกลียดมากกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า ผมก็จะไม่ไปไหน... ผมจะทำทุกอย่างให้แม่คุณยอมรับ ยอมให้ผมเป็นผู้ชายที่อยู่เคียงข้างมัทไปตลอดชีวิต”
มัทรีกับวันรบมองสบตาซึ้ง จนพชรโพล่งขึ้น
“อ๊วก”
วันรบกับมัทรีหันตามเสียงเห็นพชรที่กำลังคีบก๋วยเตี๋ยวมองมาอย่างเลี่ยนมาก
“เลี่ยนให้มันน้อยๆ หน่อยไอ้รบ ก๋วยเตี๋ยวฉันจืดหมดแล้ว “
“มัทขอโทษนะคะที่ทำให้พวกพี่พลอยยุ่งไปด้วย”
“มัทอย่าคิดมากสิ เพื่อมัทแล้ว..ผม” วันรบพูด
“หยุดหวานเวอร์ได้แล้วไอ้รบ เกรงใจคนนอกอย่างฉันกับไอ้นนท์บ้าง” พชรว่า
“มัทว่า...กินก๋วยเตี๋ยวเถอะค่ะ เดี๋ยวเส้นอืดหมด”
แล้วทุกคนก็จัดการกับปรุงก๋วยเตี๋ยวของตัวเอง ระหว่างปรุง มัทรีกับรชานนท์จัดลำดับการปรุงเครื่องปรุงเหมือนกันเลยทำให้เอื้อมมือไปชนกันอยู่หลายรอบ จนวันรบกับพชรมองทั้งสองคนอย่างแปลกใจ
พชรและวันรบทานก๋วยเตี๋ยวจวนจะหมดชามแล้ว แต่รชานนท์กับมัทรีกำลังคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวอยู่ ส่วนชามก๋วยเตี๋ยวของรชานนท์กับมัทรี เส้นอืด น้ำเหลือไม่เยอะ ส่วนลูกชิ้นหมดเกลี้ยงไปแล้ว
“สองคนนี้ กินเหมือนกันเลย ลูกชิ้นก่อน เส้นทีหลัง” พชรว่า
“จริงด้วย... ผมว่าจะบอกมัทหลายทีแล้วว่ามัทชอบกินเหมือนป๋า “ วันรบบอก
“กลัวคนแย่งลูกชิ้นเหรอ” พชรโพล่งขึ้น
รชานนท์กับมัทรีส่ายหน้าแล้วพูดพร้อมกัน
“เปล่า แค่ไม่ชอบกินน้ำซุป แต่ก็ไม่ชอบกินแห้ง” มัทรีกับรชานนท์พูดขึ้นพร้อมกัน
รชานนท์กับมัทรีมองหน้ากันอึ้ง ๆ ที่พูดเหมือนกัน
“โว้ ! ขนาดเหตุผลยังเหมือนกันเลย” พชรว่า
วันรบนึกอะไรอีกอย่างได้
“ไม่ใช่แค่ก๋วยเตี๋ยว มัทแพ้นมวัวเหมือนป๋าด้วย”
“จริงเหรอ เราเหมือนกันขนาดนั้นเลย” รชานนท์พูดด้วยความแปลกใจ
“แม่บอกว่ามัทแพ้นมวัวเหมือนพ่อค่ะ”
พชรชี้ไปที่รชานนท์
“ไอ้นี่ก็แพ้เหมือนพ่อเหมือนกัน”
รชานนท์กับมัทรีมองหน้ากันอย่างประหลาดใจ
“ยังมีอีกครับ เวลาเครียด..ยังใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วเหมือนกันอีก” วันรบบอกอีกข้อ
หลังวันรบพูดจบ รชานนท์กับมัทรีก็เผลอยกนิ้วโป้งขึ้นมาคลึงที่หว่างคิ้วตัวเองทันที
“แบบนี้เหรอ” รชานนท์กับมัทรีพูดพร้อมกันอีก
รชานนท์กับมัทรีเห็นท่าทางที่เหมือนกันสุด ๆ ก็ตกใจ ลดมือจากคิ้วตัวเองทั้งคู่
“เฮ้ย เหมือนกันไปป่ะ! ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อนคงนึกว่าเป็นพ่อลูกกันนะเนี่ย” พชรว่า
รชานนท์กับมัทรีส่ายหน้าขำๆเพราะไม่มีทางเป็นไปได้
“พุดบ้าๆน่ะพี่ระ” รชานนท์ว่า
มัทรีนึกบางอย่างได้ รีบล้วงหยิบเอกสารบางอย่างในกระเป๋า มัทรีส่งเอกสารให้พชร
“สำเนาบัตรของมัทค่ะ พี่ระจะได้เอาไปทำสัญญาจ้างทำงาน”
“ไม่ต้องทำสัญญาจริงๆ ก็ได้นะมัท ผมว่าแม่คุณคงไม่ขอดูหรอก” วันรบบอก
“กันไว้ดีกว่าแก้นะไอ้รบ” รชานนท์ว่า
“ยังไม่มีวี่แววจะได้แต่งงาน ถ้าขืนไม่ได้ทำงานด้วยกันอีก คงไม่มีทางได้อยู่ใกล้กันแน่” พชรพูดแล้วรับสำเนาบัตรมาจากมัทรี
สำเนาบัตรประชาชนของน.ส. มัทรี หาญการไกล/ เกิดวันที่6 มีนาคม 2532 / ที่อยู่ ราชบุรี
“วันเกิดน้องมัทคล้าย ๆ วันเกิดแกเลยวะไอ้นนท์ น้องมัทวันที่ หกเดือนสาม ส่วนของแกวันที่ สามเดือนหก ใช่มั้ย” พชรตั้งข้อสังเกตอีก
รชานนท์เอาสำเนาบัตรประชาชนของมัทรีมาดูอย่างอึ้ง ๆ
“มัทเกิดปี32” รชานนท์ว่า
“ปี 32 ปีเดียวกับผม” วันรบบอก
รชานนท์นั่งนิ่งปิดทบทวนอะไรบางอย่าง แล้วอยู่ ๆ รชานนท์ก็ลุกออกไปจากโต๊ะอาหารทันที
“เฮ้ย จะไปไหนของแกวะไอ้นนท์ไ
รชานนท์ไม่ตอบคำถามพชร ลุกเดินออกไปอย่างรวดเร็วจนวันรบ มัทรีและพชรแปลกใจ
“ป๋า จะไปไหน” วันรบตะโกนถาม
“ฉันจะไปหากระแต”

เตือนใจพยายามจะขึ้นไปขี่สกายแล็บที่จอดอยู่ที่หน้าบ้าน แต่โดนพุทรารั้งตัวเอาไว้
“ปล่อยฉันนะ! ปล่อย ฉันจะออกไปจ่ายตลาด”
“ให้รปภ.แจ่มเอารถเบนซ์พาไปสิคะ คราวที่แล้วก็ชนยับไปคันนึงแล้ว ขืนคุณเตือนขับคันนี้ไป อารมณ์บูดของคุณติรการะเบิดแน่ ๆ ค่ะ” พุทราบอก
พุทราออกแรงดึงจนเตือนใจเสียหลัก พลัดเซออกจากสกายแล็บ
“เหวอ” เตือนใจกับพุทราร้องขึ้นพร้อมกัน
เตือนใจล้มทับพุทราไปเต็ม ๆ รปภ.แจ่มรีบเข้าไปประคองเตือนใจให้ลุกขึ้น
“เป็นอะไรมั้ยครับคุณ”
เตือนใจส่ายหน้าแล้วปัดเสื้อผ้าตัวเองแล้วกับพุทราว่า
“คอยดูนะ...ฉันจะฟ้องยายมัทว่าเธอขัดใจฉัน ทำให้ฉันล้ม”
พุทราหน้าเสียคิดว่า งานนี้โดนดุแน่ ๆ เตือนใจหยิบมือถือมากำลังจะกดโทรออก แต่อยู่ ๆ มัทรีก็โทรเข้ามาพอดี เตือนใจรีบรับสายมัทรี
“นั่นไง ! เหมือนหลานรู้ใจ โทรมาเองเลย”
“ยายมัท โทรมาพอดีเลยลูก ยายมีเรื่องจะบอก...หา ว่าไงนะลูกรชานนท์กำลังมาหาแม่เราที่นี่”
เตือนใจ พุทราและรปภ.แจ่มมองหน้ากัน เตือนใจวางสายมัทรีไปสีหน้าเริ่มกังวล
“ยัยติกำลังอารมณ์บูด แล้วรชานนท์ก็กำลังจะมาหา”
“ตายๆ งานนี้มีตายกันไปข้างนึงแน่ๆ” พุทราว่า
เตือนใจอาศัยจังหวะที่พุทราเผลอจะกระโดดขึ้นไปสกายแล็บ พุทรารู้ทันรีบคว้าตัวเตือนใจไว้
“ว้าย! คุณเตือนหนีไปไม่ได้นะคะ ต้องอยู่ช่วยกันก่อน”
พุทรารีบลากเตือนใจออกไปทันที
“ไม่เอา ฉันไม่ไป ฉันไม่อยากโดนลูกหลง”
พุทราไม่ฟังเตือนใจบ่นแล้วออกแรงฉุดกระชากลากเตือนใจไปจนได้

วันรบกับมัทรีนั่งอยู่บนรถอีแต๋นที่มัทรีเป็นคนขับ หน้าวันรบกับมัทรีสั่นสะเทือนไปหมด สีหน้ามัทรีดูมุ่งมั่นในขณะที่วันรบหวาดเสียว
“มัทครับ ผมว่ามัทใจเย็นๆ ก่อนไหมครับ”
“เย็นไม่ไหวหรอกค่ะ รบ เราต้องรีบไปให้ทันห้ามศึกแม่กับป๋านนท์ ขืนไปไม่ทันป๋านนท์ตายแน่”
“แต่ผมกลัวว่าเราจะไม่รอดไปถึงบ้านมัท..ถ้ามัทยัง...เหวอ”
มัทรีกำลังขับรถอีแต๋นตะลุยท้องนา โดยข้ามคันนา ข้ามทุกอย่างที่ขวางหน้า
“มัท...นั่น ควาย ระวัง”
มัทรีขับรถหลบชาวบ้านที่กำลังใช้ควายไถนา มัทรีจะขับปีนคันนาตะลุยไป
“มัท..ผมว่าไม่ได้หรอก..ไม่”
เสียงดังตึง! รถอีแต๋นคาบนขอบคันนา วันรบกระโดดลงจากรถมาดูเห็นล้อลอยนิด ๆ
“นั่นไง”
“เป็นยังไงบ้างคะรบ”
“ติดแหง็ก ไปไม่ได้แล้วครับมัท”
มัทรียังคงร้อนใจ
“ไม่ได้นะคะรบ เราต้องรีบไป คราวนี้แม่ยิงป๋าไม่พลาดแน่”
“รถอีแต๋นนะครับมัท ไม่ใช่จักรยาน เราดันหรือยกไม่ไหวหรอก”
มัทรีร้อนใจมองไปรอบๆ แล้วสายตาไปหยุดที่ควายซึ่งเล็มหญ้าอยู่กลางทุ่ง
“มัทมีทางแล้วค่ะรบ”
วันรบมองตามสายตามัทรีไปตกใจ
“มัท...ไม่นะ”
มัทรียิ้ม ขณะที่วันรบหน้าตาสยองกับสิ่งที่มัทรีคิดมาก
มัทรีควบควายโดยมีวันรบซ้อนหลังด้วยสีหน้าหวาดเสียว
“ช้าหน่อยครับ มัท...ผมเสียว”
“อดทนหน่อยนะคะรบ เพื่อป๋านนท์”
มัทรียิ่งควบควาย วันรบหน้าเสียกอดมัทรีแน่น

รชานนท์กำลังเดินตรงเข้ามาที่หน้าโรงงาน พุทรา เตือนใจ รปภ.แจ่ม วิ่งกรูกันมาขวางทาง
ไว้
พุทราเป่านกหวีดปรี๊ดขึ้นทันที
“ห้ามเข้าค่ะ”
“ผมมาพบกระแต”
“ฉันว่าคุณกลับไปก่อนดีกว่า” เตือนใจบอก
“ผมไม่กลับจนกว่าจะคุยกับกระแตให้รู้เรื่อง”
รชานนท์มองซ้ายมองขวาจะเดินเข้าไปตามหาติรกา แต่โดนทั้งสามคนขวางไว้
“ตอนนี้คุณติอารมณ์ไม่ดีสุด ๆ ไว้คุยวันอื่นเถอะค่ะ” พุทราแนะนำ
“อย่าเพิ่งทำให้อารมณ์ยายติระเบิดเลยนะคุณนนท์ เดี๋ยวได้ตายกันหมด” เตือนใจบอก
รปภ.แจ่ม เป่านกหวีดปรี๊ดใส่รชานนท์แต่ดันหันไปเข้าหูพุทราที่ยืนอยู่ในวิถีพอดี พุทราไม่ยอมแพ้เป่าใส่รปภ.แจ่มบ้าง จนกลายเป็นศึกนกหวีด รชานนท์ฉวยโอกาสย่องเข้าไปในโรงงานทันที
“เดี๋ยวคุณ”
เตือนใจจะห้ามก็ไม่ทัน หันมาหาพุทรากับรปภ.แจ่มแล้วเอาสองมือดันนกหวีดของทั้งคู่ผลุบเข้าไปในปาก รปภ.แจ่มกับพุทราสำลัก
“คุณเตือน มันอันตรายนะคะ”
“แต่ถ้าเธอไม่รีบตามไป เราตายแน่”
พุทรารีบวิ่งตามเข้าไป รปภ.แจ่มจะตาม
“แจ่มเฝ้าหน้าประตูนี่ ถ้าได้ยินเสียงปืนรีบโทรเรียกรถพยาบาลนะ”
“ครับผม”
เตือนใจรีบวิ่งตามเข้าไป รปภ.แจ่มมองตามอย่างหนักใจ
“บ้านบึ้มแน่วันนี้ ทำไงดีว้า ใครก็ได้มาช่วยที”
ไม่ทันขาดคำ เสียงควบก็ดังกรับ..กรับเข้ามา รปภ.แจ่มหันไปเห็นมัทรีกำลังควบควายเข้ามาโดยมีวันรบซ้อนหลัง
“เฮ้ย”
มัทรีควบควายมาจอดตรงหน้ารปภ.แจ่ม เอี๊ยด! มัทรีกับวันรบรีบลงจากหลังควาย
“เขาอยู่ไหนกัน” มัทรีถาม
“ข้างในครับ คุณมัทรีบเข้าไปเถอะครับ ผมกลัว”
วันรบยื่นกระดาษให้รปภ.แจ่ม
“ช่วยเอาไปคืนเจ้าของด้วยนะครับ”
รปภ.แจ่มรับกระดาษที่อยู่มา ยังไม่ทันจะตอบรับ วันรบกับมัทรีก็วิ่งเข้าไปข้างในแล้ว
รปภ.แจ่มหันมองหน้าควาย
“อย่าบอกนะฉันต้องขี่แกกลับไปคืนน่ะ”
ควายทำหน้ามึน ๆ ใส่รปภ.แจ่ม

รชานนท์วิ่งเข้ามาในโรงงาน พุทราตามเข้ามากางแขนขวางทางไว้
“ให้ผมเข้าไปเถอะครับ”
เตือนใจเดินเข้ามายืนอยู่ด้านหลังของพุทรา
“เรายอมให้คุณเข้าไปพบติรกาไม่ได้”
“มันเป็นเรื่องสำคัญ”
เตือนใจกับพุทราพูดขึ้นพร้อมกัน
“ยังไงก็ไม่ได้”
รชานนท์มองอย่างลำบากใจ
“พวกคุณบังคับให้ผมต้องทำนะครับ”
พุทรากับเตือนใจกำลังมองว่า รชานนท์ว่าจะทำอะไร รชานนท์ค่อยๆหันมาเผยรอยยิ้มพิฆาต ประกายจากรอยยิ้มสาดเข้าใส่ ลมพัดผ่านวูบที่หน้าพุทรากับเตือนใจจนจังงัง ทั้งคู่เคลิบเคลิ้มเหมือนโดนสะกด รชานนท์ขยับเข้ามาใกล้มองทั้งคู่แล้วยิ้มนิด ๆ ขยิบตาให้หนึ่งที เตือนใจกับพุทราเข่าอ่อนทรุดลงนั่งกอดกันทั้งคู่
“ขออนุญาตนะครับ”
รชานนท์เดินผ่านเข้าไปโดยที่เตือนใจกับพุทรายังเหม่อ วันรบกับมัทรีวิ่งเข้ามาก็ชะงักที่เห็นเตือนใจกับพุทราในสภาพเหม่อๆ จนมัทรีต้องเข้าไปเขย่าตัว
“คุณยาย! พี่พุทรา!”
เตือนใจกับพุทราสะดุ้งได้สติ เตือนใจมองไปรอบๆ
“ยัยมัท...แล้วคุณนนท์ล่ะ”
“เกิดอะไรขึ้นคะ”
“จำได้ว่าพี่กับคุณเตือนมาห้ามคุณนนท์ แล้วคุณนนท์ก็ยิ้ม”
“อาการแบบนี้เจอรอยยิ้มพิฆาตของป๋านนท์ชัวร์” วันรบว่า
“แบบนี้ป๋านนท์ก็..”
“เราอาจจะมาช้าไป..”
มัทรีรีบเข้าไปด้านใน เตือนใจกับวันรบเดินตาม ทิ้งพุทราให้ยืนยิ้มค้างอยู่จนพุทรารู้สึกตัวเห็นตัวเองโดนทิ้งไว้คนเดียวจึงรีบวิ่งตามเข้าไป

ภายในโรงงานโอ่ง ติรกานั่งปั้นโอ่งระบายความแค้นอยู่ สภาพดินที่ติรกาปั้นนั้น รูปทรงบูดๆเบี้ยวๆพิกล
“รชานนท์ คนเลว! ฉันเกลียดๆๆอย่าให้เจอนะ ถ้าเจอฉันจะ...”
“กระแต” เสียงรชานนท์ดังขึ้นพอดี
ติรกาชะงักลุกขึ้นหันมาเห็นรชานนท์ยืนอยู่ที่ทางเข้าโรงงาน
“ผู้ชายสับปลับ จะมาโกหกอะไรอีก”
“ใครกันแน่ที่โกหก”
ติรกาชักสีหน้า รชานนท์เดินเข้าหาติรกาอย่างไม่เกรงกลัว วันรบ มัทรี เตือนใจเข้ามาก็ชะงักหยุดฟังการสนทนา พุทราวิ่งตามเข้ามาทีหลังเบรกอยู่ด้านหลังสุด
“คุณด่าผมว่าเลว ชั่ว โกหกผมไม่ว่า แต่คุณหลอกผม ผมรับไม่ได้ ผมผิดหวังจริง ๆ ที่เคยรักผู้หญิงหลายใจอย่างคุณ”
ทุกคนที่ยืนฟังได้แต่ตะลึง พุทรามองติรกาด้วยอาการเสียวสยอง
“สงครามกำเนิดแล้ว”
“ว่าฉันว่าอะไรนะ” ติรกาย้อนถาม
“ผู้หญิงหลายใจ”
ติรกาโมโหกรี๊ดลั่น คว้าดินปั้นใกล้มือขว้างใส่รชานนท์ทันที
“ไอ้คนเลว”
ติรกาคว้าดินปาๆๆ ใส่รชานนท์
“แกโกหกฉัน ทิ้งฉัน ยังมีหน้ามาใส่ร้ายฉันอีก เลวๆๆ”
รชานนท์จะโต้ตอบ แต่ดินที่ปามาทำให้ต้องหลบจนไม่มีจังหวะตอบโต้ รชานนท์เห็นว่าต้องกู้สถานการณ์ จึงรีบฉวยคว้าเอาอุปกรณ์ในโรงงานที่วางอยู่ข้างๆขึ้นบังเป็นโล่ห์ป้องกันตัว พลางตะโกนตอบโต้
“คุณต่างหากที่โกหก!คุณสวมเขาให้ผม”
ติรกาชะงัก ทุกคนรอบข้างตะลึงกับคำพูดของรชานนท์ พุทราหันมาหาเตือนใจ“สวมเขา..เขาใช้กับคนที่เป็นสามีภรรยากันไม่ใช่เหรอคะ”
มัทรีมองติรกากับรชานนท์
“แม่..นี่แม่กับป๋านนท์”
วันรบอึ้งพูดไม่ออกแต่ไม่ทันที่ใครจะพูดอะไรต่อ ติรกาก็กรี๊ดขึ้นมา
“ไอ้บ้า ไอ้ทุเรศ ฉันจะฆ่าแก”
“ผมจะไม่ยอมตายด้วยฝีมือผู้หญิงหลายใจอย่างคุณ”
ติรกาตาแทบลุกเป็นไฟโดยความโกรธหยิบเอาก้อนดินขึ้นมาเพื่อเตรียมขว้างอีกครั้ง รชานนท์ไม่ได้กลัวแต่ฮึดด้วยความโกรธเหมือนกัน รชานนท์หยิบอุปกรณ์ขึ้นเตรียมตีก้อนดินตอบโต้ ทั้งสองคนมองหน้ากัน ราวกับศึกชี้ชะตาด้วยดินก้อนนี้ พุทราลืมตัว หึกเฮิมตามและเริ่มบรรยายประหนึ่งนักพากย์กีฬา
“ศึกครั้งนี้ใครจะอยู่หรือใครจะไปตัดสินกันด้วยดินก้อนนี้”
ติรกายืดตัวง้างมือเขวี้ยงดินใส่รชานนท์
“คุณติยืดตัวขว้างดินออกไปอย่างสวยงาม ก้อนดินพุ่งเข้าหาคุณนนท์ด้วยความเร็ว คุณนนท์จะหลบได้หรือไม่”
ชานนท์ง้างไม้รับตีโต้
“นั่นคุณนนท์ไม่หลบ แต่...แต่ ไม่น่าเชื่อนั่นเขากำลังจะ...”
รชานนท์ตีก้อนดินผัวะ! ก้อนดินลอยละลิ่วออกไป
“โฮมรัน! เยสๆๆ เป็นการตีลูกที่ยอดเยี่ยมมาก”
รชานนท์โค้งรับคำชม
“ทั้งหล่อทั้งเก่งสุดยอดจริงๆ โดนใจมาก กรี๊ด!”
ทุกคนหันมองพุทราที่เผลอตัวเป่านกหวีดเชียร์รชานนท์
“พอแล้ว” ทุกคนพูดขึ้นพร้อมกันใส่พุทรา
พุทราได้สติเห็นทุกสายตากำลังมองมาที่ตัวเอง พุทราชะงักที่สบตากับติรกาที่สีหน้าเรียบๆจ้องมา
“สองพัน!และเดือนนี้ไม่มีเบี้ยเลี้ยง”
พุทราถึงกับหน้าเสีย
“คุณติ”
“กระแต..คุณท้องกับพี่หมอทั้งที่เรายังไม่เลิกกันใช่ไหม”
ติรกาหันมองรชานนท์ด้วยแววตาเสียใจ ติรกาน้ำตาจะร่วงและตัดสินใจเดินหนี รชานนท์ยังคงเดินตามติดไม่ยอมแพ้
“เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องนะกระแต กระแต”
“คุณยายคะ นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมแม่กับป๋านนท์”
“แล้วยายจะเล่าให้ฟัง” เตือนใจบอกมัทรี
เตือนใจตามรชานนท์ไป วันรบ มัทรี พุทราตามไปอย่างห่างๆ

บริเวณมุมหนึ่งของโรงงาน รชานนท์ตามติรกามาทันพอดี
“ยี่สิบปีที่ผ่านมา.. ผมถามตัวเองมาตลอดว่าทำอะไรไม่ดี ทำไมคุณถึงทิ้งผมไปแต่งงานกับพี่หมอ” รชานนท์น้ำเสียงเศร้า
วันรบหันมาหาเตือนใจ
“พี่หมอนี่ใครครับ คุณยาย”
“พี่หมอก็คือหมอนพ สามีของคุณติ พ่อของคุณมัทรีไงคะ” พุทราชิงตอบอย่างรู้ดี
“คุณนอกใจผม คุณท้องมัทรีตั้งแต่ผมยังไม่ได้ไปเรียนต่อเมืองนอก”
ติรกาชะงักด้วยความโกรธ หันมาพูดตอบโต้
“ฉันไม่เคยนอกใจคุณ”
กลุ่มเตือนใจยืนอึ้ง
“แบบนี้คุณติกับคุณนนท์เคยกิ๊กกันแน่นอนแล้ว” พุทรารีบสรุป
วันรบกับมัทรีมองหน้ากันและยิ่งประหลาดใจหนักขึ้น
“ถ้าไม่เคยแล้วคุณไปท้องกับเค้าได้ยังไง”
“มันไม่ใช่”
“ไม่ใช่อะไร มัทรีนี่ไงที่เป็นลูกของคุณกับพี่หมอ เป็นหลักฐานที่ฟ้องความจริง”
ติรกาจะแย้งด้วยความจริง
“ยัยมัทน่ะเป็น..”
“ยัยติ” เตือนใจชิงขัดจังหวะขึ้นทัน
ติรกาชะงักหันมองเตือนใจ เตือนใจส่งสายตาให้ติรการู้สึกตัวว่ามัทรีอยู่ในทีนี่ด้วย
“เราจบกันไปแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก”
ติรกาตัดสินใจเดินหนี รชานนท์ยังตะโกนไล่หลังติรกาไป
“ผู้หญิงขี้ขลาด”
ทุกคนอึ้งไป
“พอแล้วป๋า” วันรบเตือน
ติรกาหันกลับมาหารชานนท์ด้วยแววตาโกรธแค้น
“ดีแต่หนีความจริง ไม่กล้ายอมรับความผิดที่ตัวเองทำไว้”
ติรกากำมือตัวเองแน่นโกรธมาก แต่พยายามจะระงับอารมณ์ตัวเองไว้ให้ได้ รชานนท์เดินเข้าไปใกล้ตัวติรกา
“ไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้... ไม่คิดจริง ๆว่า 20 ปีที่ผ่านมา ผมมองคุณผิดมาตลอด”
รชานนท์พูดยังไม่ทันจบ ติรกาตบหน้ารชานนท์ทันที ติรกามองรชานนท์อย่างผิดหวัง
“ฉันผิดเอง... ผิดที่ไม่เลือกพี่หมอตั้งแต่แรก ผิดที่เลือกคบคนอย่างคุณ”
รชานนท์มองหน้าติรกาทั้งช็อกทั้งผิดหวังในตัวติรกา
“พุทรา! พาผู้ชายคนนี้ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้” ติรกาออกคำสั่ง
พุทรากำลังจะเดินเข้ามาหารชานนท์
“ไม่ต้อง!”
รชานนท์พูดกับวันรบ
“แกอยากพิสูจน์ตัวกับคนบ้านนี้ก็ตามใจ แต่ฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่ และฉันจะไม่ทนเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้อีกเด็ดขาด”
รชานนท์หันกลับมามองติรกาอย่างดูถูกและโกรธแค้น แล้วเดินออกไปจากโรงงานทันที ติรกามองตามรชานนท์ไปทั้งโกรธทั้งเกลียดทั้งเสียใจในสิ่งที่รชานนท์พูดเช่นกัน
“ยัยติ”
เตือนใจกับมัทรีเดินเข้าไปหาติรกา แต่ติรกายกมือขึ้นห้ามไม่ให้ใครมายุ่งกับตัวเองแล้วกลับเดินหนีไป

ติรกายืนน้ำตาร่วงร้องไห้เงียบๆอยู่ในสวน เตือนใจเดินเข้ามามือแตะที่ไหล่ติรกาอย่างปลอบโยน
“ทำไมมันเป็นแบบนี้คะแม่..ต้องเป็นหนูไม่ใช่เหรอที่เป็นฝ่ายด่าเขาให้สะใจ แล้วทำไมหนูกลายเป็นคนผิด เป็นผู้หญิงหลายใจ..ทั้งที่หนู...หนูรักเขาคนเดียว"
“แม่เข้าใจ”
ติรกาทนไม่ไหวสวมกอดเตือนใจร้องไห้ เตือนใจกอดติรกาปลอบด้วยความสงสาร มัทรีซึ่งยืนแอบมองอยู่ไกลๆ ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างติรกากับรชานนท์

เย็นวันเดียวกัน พชรกับวันรบจ้องตากันอย่างจริงจังอยู่ภายในบ้านของพชร
“แกแน่ใจนะว่าข้อมูลแกไม่ผิด”
“ชัวร์ ไม่มั่วนิ่ม”
พชรยื่นกระดาษจดเบอร์คืนวันรบ
“แต่ฉันว่าแกมั่ว เบอร์มือถือน้องตาล FHMมันต้องมีสิบตัวสิวะ นี่แค่เก้าตัวจะโทรติดได้ยังไง มือถือนะเว้ย ไม่ใช่เบอร์บ้าน”
วันรบรับมาดู
“จริงด้วย ผมคงจดผิด เดี๋ยวจดให้ใหม่แต่พี่ต้องเล่าเรื่องป๋านนท์กับว่าที่แม่ยายผมมาก่อน”
“ฉันรู้แค่ว่าเมื่อยี่สิบปีก่อน ไอ้นนท์มันโดนผู้หญิงที่ชื่อกระแตทิ้ง มันอกหักอาการหนักเลย อยู่เมืองไทยไม่ไหวต้องหนีไปเรียนต่อเมืองนอก” พชรบอก
“หนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่างป๋าเนี่ยนะ โดนผู้หญิงทิ้ง” วันรบน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ
นลินีเดินเข้ามาพร้อมจานผลไม้วางตึง! แล้วอารมณ์ขึ้นฉับพลัน
“จริงๆ ไม่รู้ว่าแม่ไหน้ำปลาปีศาจนั่นตาถั่วหรือไงไปเลือกแต่งงานกับไอ้แว่นหน้าจืดที่เป็นรุ่นพี่ เจ้านนท์นะไปอยู่ที่โน่นก็ไม่เป็นอันเรียน ตรอมใจอยู่เป็นปี พี่บินไปเยี่ยมเห็นสภาพแล้วแค้นมากที่เจ้านนท์โดนผู้หญิงเลวๆ แบบนั้นหลอก”
“เมียจ๋าฟังจากที่ไอ้รบเล่า ผมว่าไอ้นนท์ก็ยังอาลัยอาวรณ์คนรักเก่าอยู่นา อย่าไปพูดให้มันสะเทือนใจเข้าล่ะ”
“แล้วป๋าไม่ได้เล่าให้ฟังเหรอครับว่าสาเหตุที่เลิกกันเพราะอะไรน่ะครับ” วันรบซัก
“จะมีอะไร ก็ทางโน้นหน้าที่การงานดีกว่า รวยกว่าน่ะสิ ไม่งั้นจะทิ้งผู้ชายหล่อลากเลือดอย่างน้องชายพี่ได้ยังไง” นลินีพูดด้วยน้ำเสียงเดือดดาล
“ณ จุดนี้ขอให้เมียจ๋าใช้คำว่าหล่อลากเลือดชมเจ้านนท์คนเดียวนะ ไม่ต้องชมผมแบบนั้น ฟังแล้วสยอง” พชรบอก
“คุณน่ะหล่อลากดิน แต่ถ้าหักหลังฉันแบบแฟนเก่าเจ้านนท์ คุณได้หล่อลากไส้แน่”
นลินีข่มขู่จริงจังจนพชรขนหัวลุก บังเอิญนลินีเห็นกระดาษเบอร์โทรหยิบมาดู พชรจะคว้าแต่ไม่ทันนลินีอ่านข้อความบนกระดาษและหันไปมองหน้าพชร
“น้องตาล.. น้องตาลนี่ใคร”
“ตาลไหน” พชรพูดเสียงสูงมาก
“นี่ของคุณใช่ไหม” นลินีพูดพลางส่งสายตาเหี้ยม
“ไม่ใช่ของผ๊ม! ของไอ้รบมัน” พชรแก้ตัวพัลวันแล้วขยิบตาให้วันรบ
“ใช่ครับ ของผมเอง”
“แล้วไป เราน่ะมีแฟนแล้วนะรบ อย่าคิดนอกใจเด็ดขาด”
“ไม่ชอบว่าที่แม่ยายไอ้รบแต่หวงแทนลูกสาวเขาเหรอ” พชรหยอก
“ฉันเห็นใจลูกผู้หญิงด้วยกันต่างหาก การโดนทรยศมันไม่สนุกหรอกนะ”
“ทรยศ...ใช่..เรื่องนี้ด้วยครับที่ผมรู้สึกเหมือนว่าทั้งป๋านนท์กับว่าที่แม่ยายผมพูดเหมือนต่างคนต่างโดนโกหก ทรยศ หักหลัง”
“แม่นั่นคงหาเรื่องกลบเกลื่อนน่ะสิ น้องชายพี่น่ะรักใครรักจริง”
วันรบมองไปด้านบนบ้านขณะเอ่ยออกมา

“แล้วก็คงจะรักนานด้วย”

อ่านต่อตอนที่ 3 พรุ่งนี้ เวลา 9.00 น.



ปางเสน่หา ตอนที่ 1
ปางเสน่หา ตอนที่ 1
ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงัดที่บริเวณทาวน์เฮ้าส์ร้างแห่งนั้น มีรถคันหนึ่งติดฟิล์มสีดำจอดอยู่ ภายในรถมีร้อยตำรวจเอกเตชิตและจ่าธงซึ่งปลอมตัวอยู่ในชุดเสื้อผ้าเซอร์ๆ พากันจดจ่อนั่งรอด้วยสีหน้ามาดหมายและแน่วแน่ มุมหนึ่งไม่ไกลกันนัก มีตำรวจ 2 คนซุ่มรอเตรียมพร้อม เตชิตและธงยังคงมองเขม้นไปบริเวณทางเข้าจนกระทั่งมีรถเก๋งคันหนึ่งติดฟิล์มดำมืดเช่นกันขับเข้ามาเตชิตและธงขยับตัวเตรียมพร้อม รถคันนั้นแล่นเข้ามาจอดตรงหน้ารถเตชิตประตูด้านข้างคนขับเปิดออกชายฉกรรจ์คนหนึ่งก้าวลงมา พร้อมๆ กับชายอีกคนก้าวลงมาจากประตูหลัง ในมือมีกระเป๋าใส่ยาบ้า เตชิตและธง เปิดประตูรถลงมาเช่นกัน ทั้ง 2 ฝ่ายเผชิญหน้า โดยธงถือกระเป๋าเอกสารใส่เงินแทน ภายในรถ เจียงนั่งอยู่ด้านหลังเขม้นมองภาพข้างหน้าส่วนคนขับเตรียมพร้อม หากมีอะไรผิดปกติ
กำลังโหลดความคิดเห็น...