xs
xsm
sm
md
lg

ต้มยำลำซิ่ง ตอนที่ 21 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ต้มยำลำซิ่ง ตอนที่  21 อวสาน

จี่หอยกับมะปรางมาส่ง ทูนอินทร์และอินทรที่รถ ทูนอินทร์นิ่งงัน อินทรหน้าสลด มะปรางปลอบจี่หอยที่ร้องไห้สะอื้น
 
“ไม่นึกเลยว่ายายรุ้ง เนื้อแท้มันจะเป็น วันทอง กากี ขนาดนี้ คุณทูนคะ ตัดใจ จากมันเถอะค่ะ นังคนนี้ไม่มีค่าพอที่คุณจะไปรักมันหรอก”
ทูนอินทร์ครุ่นคิดบางอย่าง มะปรางเจ็บใจ
“พี่รุ้งสั่งให้ปรางเลิกคบกับคุณทรด้วยนะคะ”
อินทรมองหน้า
“แล้วปรางว่ายังไงครับ”
“ก็รับคำไป แต่ไม่มีวันที่ปรางจะเลิกรักคุณหรอกค่ะ”
อินทรยิ้มปลื้ม โอบเธอไว้
“ดีใจจัง”
“อุ๊ย อย่ามาสวีทกันตอนนี้ ยายปราง รีบกลับไปทำงานกันก่อน เดี๋ยวจะโดน นังรุ้งมันจิกเอาอีก” จี่หอยหันไปกระซิบอินทร “คุณทร ดูแลคุณทูนด้วยนะ เงียบกริบเลย ท่าทางจะบาดเจ็บสาหัส”
“ครับ”
จี่หอยมะปรางแยกไป
“เป็นยังไงครับพี่ทูน”
“แหวนยังอยู่ใช่ไหม”
“อยู่ครับ”
“กลับไร่เราดีกว่า”
“พี่ทูน เป็นไรรึเปล่าครับ”
“ทำไมหรือ”
“พี่เงียบๆไป”
“ฉันสบายดี”
อินทรมองพี่ชายอย่างงงๆในท่าที ก่อนจะขึ้นรถแล้วขับออกไป

อิทธิและรุ้งระวีกำลังให้สัมภาษณ์ร่วมกันด้วยท่าทางสดชื่น นักข่าวรุมล้อมขอให้คนดูคิดว่ารุ้งระวีเป็นนางร้ายไปตลอดนะ
“เรากำหนดวันแต่งเรียบร้อยแล้ว วันศุกร์นี่ละครับ”
นักข่าวฮือฮา
“วันศุกร์นี้ ก็อีกสองวันนี่แล้วซีครับ”
“ใช่ครับ ที่ห้องซีเคร็ทการ์เด้น ริทซ์อาเวนิว เชิญนักข่าวและสื่อทุกท่าน ทุกสำนักนะครับ”
“ทำไมกะทันหันอย่างนี้คะ ยังไม่ได้แจกการ์ดเลยนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ สำหรับผม ความรักรอไม่ได้ จริงไหมจ๊ะรุ้ง”
“ค่ะ ที่จริงไม่ใช่เรื่องกะทันหันหรอกค่ะ เพราะคุณอิทจีบรุ้งมาตั้งแต่ที่แอลเอ แล้วเกือบปีแล้วนะคะ ก็เห็นสมควรว่าเราควรแต่งงานกันได้แล้ว”
ระหว่างรุ้งระวีพูด อิทธิพยักเพยิดกับนักข่าว แล้วแอบจุ๊บแก้มรุ้งระวี นักข่าวเฮ
“อุ๊ย คุณ อิทเนี่ย ทำอะไร รุ้งอายนะคะ”
อิทธิกอดรุ้งระวีแนบแน่น หัวเราะระริกกันทั้งคู่ นักข่าวถ่ายภาพกันสลอน จี่หอยกับมะปรางมองอย่างหมั่นไส้
“จะอ้วก ขอไปอ้วกลงชักโครกก่อน”
จี่หอยสะบัดไป มะปรางตาม

จี่หอยกับมะปรางเดินผ่านกลุ่มอาชาที่ยังจับกลุ่มกันอยู่กับนักข่าวกลุ่มเดิม จุ๊บแจงแยกออกมากับจวงใจร้องไห้สะอื้น
“แจงไม่ยอม คุณอิทเอานังรุ้งเป็นเมีย อนาคตเมียน้อยของจุ๊บแจงก็จบกัน ทำไงดีคะพี่จวง”
“ใจเย็นๆลูก เป็นเมียน้อยนายอิทธิไม่ได้ เราไปเป็นเมียน้อยเสี่ยอื่นยังได้นะลูก”
“แจงก็เป็นเมียน้อยถาวรน่ะซีคะ”
“เอาเถอะ คนเราเลือกเกิดไม่ได้นะลูก”
จุ๊บแจงร้องไห้หนักกว่าเดิม ส่วนอาชากับขวัญข้าวกำลังคุยกับนักข่าว
“ยังไงครับ รีบแต่งขนาดนี้ มีอะไรเบื้องลึกไหมครับ”
อาชาได้ทีรีบใส่ไฟ
“ลึกแน่ๆ แสดงว่ามันท้องจริง แล้วมันจะทำแท้ง แต่คุณอิทห้ามไว้”
นักข่าวงงๆ
“ห้ามไว้ทำไมคะ”
ขวัญข้าวเสริม
“คุณอิทเป็นพ่อพระไง จะรับเด็กไว้เป็นลูกเอง มันก็เลยยอม”
“อีกหกเดือนคอยดู คลอดแน่ๆ ถ้าไม่คลอดให้สมชายอัดพี่ได้เลย จะอัดล่างอัดบน เลือกเอา”
นักข่าวชายอึ้งไป มองไปที่แขนพบว่าอาชาที่หน้าตาขึงขังกำลังลูบขนแขนของตนอยู่

บ่ายนั้น ฟ้าใสดูข่าวกดรีโมทเปลี่ยนช่องไปมา จ๊ะจ๋ากำลังทำเล็บเท้าให้ ฟ้าใสกดดูข่าวบันเทิง เมื่อเห็น อิทธิกำลังให้สัมภาษณ์
“เรากำหนดวันแต่งเรียบร้อยแล้ว วันศุกร์นี่ละครับ ที่ห้องซีเคร็ทการ์เด้น ริทซ์อาเวนิว เชิญนักข่าวและสื่อทุกท่าน ทุกสำนัก”
“คุณอิทจีบรุ้งมาตั้งแต่ที่แอลเอ.แล้ว เกือบปีแล้วนะคะ ก็เห็นสมควรว่าเราควรแต่งงานกันได้แล้ว”
อิทธิพยักเพยิดกับนักข่าว แล้วแอบจุ๊บแก้มรุ้ง นักข่าวเฮ
“อุ๊ย คุณ อิทเนี่ย ทำอะไร รุ้งอายนะคะ”
อิทธิกอดรุ้งระวีแนบแน่น หัวเราะระริกกันทั้งคู่ ฟ้าใส นิ่งตะลึงไป ลุกพรวดจนอุปกรณ์ของจ๊ะจ๋าหล่นกระจาย
“นี่มันบ้าอะไรของมัน แกต่อเบอร์นายอิทธิให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย”
“ค่ะ ค่ะ”
จ๊ะจ๋ากดติดต่อทันที ฟ้าใสเดินกราดเกรี้ยวไปมา
“บ้าเอ๊ย นี่มันโกหกฉันชัดๆ ไม่ใช่แค่ปั้นนังรุ้งให้ดัง แต่จะเอาเป็นเมียด้วยทุเรศที่สุด เอ้า ต่อได้รึยัง”
จ๊ะจ๋าส่ายหน้า
“ไม่รับสายค่ะ”
ฟ้าใสคว้ามือถือมาฟังเสียง
“นี่ไม่ใช่ไม่รับสาย แต่นี่มันสายไม่ว่าง ไม่เปิดเครื่อง นังโง่”
ฟ้าใสโยนมือถือกลับให้จ๊ะจ๋า
“ฉันจะบุกไปหามันเดี๋ยวนี้ จะพูดกับมันให้รู้เรื่อง”
“จะมีประโยชน์อะไรละคะพี่ฟ้า ยังไงคุณอิทเขาก็ต้องเลือกพี่รุ้งเป็นอันดับแรก อยู่ดี”
ฟ้าใสชะงัก
“ไม่ต้องมาออกความเห็น นังบ้า”
ฟ้าใสสะอื้นไห้ แล้วกลับไปที่ห้องนอน ล้มตัวลงนอนร้องไห้โฮทุบหมอนไปมากรีดร้องตามลำพัง จ๊ะจ๋าตามมาดูอาการ
“ทำไม ทำไมมันทำกับฉันอย่างนี้ ฮือ”
จ๊ะจ๋าแยกมาจากห้องนอน กดมือถือ
“เสี่ยคะ พี่ฟ้าดูข่าวเรื่องนายอิทธิจะแต่งงานกับพี่รุ้งแล้ว อาละวาดใหญ่เลย ค่ะ ค่ะ ใช่ค่ะ”

เย็นนั้น เมธ หนาน คูน ฟังเรื่องทั้งหมดจากอินทร เมธถอนใจ
“นี่แสดงว่ายายรุ้งนิสัยไม่ได้ต่างจากยายฟ้าใสเลยนะ”
หนานเห็นใจเจ้านายมาก
“ทำไมนายทูนซวยขนาดนี้ เจอคนที่รัก กลายเป็นนางมารเสียทุกคน”
คูนหนักใจ
“แล้วนี่บาดเจ็บแค่ไหนไม่รู้ เดี๋ยวก็กินไม่ได้นอนไม่หลับอีกเป็นเดือนๆแน่ๆ”
ส้มป่อยเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ หน้าเศร้าๆอินทรหันไปถาม
“ส้ม พี่ทูนอยู่ไหน”
“ไปอยู่ที่เพิงน่ะค่ะ นายทร จริงเหรอคะที่พี่รุ้งเขาไม่รักนายทูน เขาจะไปแต่งงานกับคนอื่น”
อินทรถอนใจ
“จริงส้ม”
“ไม่อยากเชื่อเลยว่าพี่รุ้งจะเป็นคนแบบนี้”
ส้มป่อยเบะหน้าจะร้องไห้ อินทรลูบหัวเป็นเชิงปลอบ ขณะเดียวกันนั้นเสียงโหวดดังแว่วมา ส้มป่อยรู้ได้ทันที
“นายทูนเป่าโหวดอีกแล้ว เศร้าเคล้าน้ำตาแน่ๆเลย”
ทุกคนนิ่งฟังเพลงของทูน คือเพลง ต้มยำลำซิ่ง ด้วยลีลาคึกคัก สนุกสนาน เมธแปลกใจ
“เอ๊ะ ทำไมเล่นเพลงนี้”
หนานนิ่งฟัง
“ไม่เศร้าสักกะนิดนะครับ”
คูนแปลกใจ
“ผมว่าชักยังไงๆ นะครับ ไปดูใจหน่อยไหม”
ทุกคนเดินไปที่เพิงเห็นทูนอินทร์กำลังเป่าโหวดท่าทางครึ้มอกครึ้มใจ กล่องแหวนยังวางอยู่ พร้อมของว่างและเครื่องดื่มพร้อม หนานมองอย่างสงสัย
“หรือเสียใจซ้ำซากจนเพี้ยนไปแล้วครับ”
ทั้งสี่คนเข้ามาหาลงนั่งใกล้ๆ เมธปลอบอย่างเห็นใจ
“ทูน พี่เข้าใจนะว่าทูนเจ็บ แต่อย่ามาจมอยู่กับอดีตเลยนะ เหล้ามันก็ไม่ช่วยหรอก”
หนานช่วยปลอบอีกคน
“ถ้ามันเจ็บนักนะนาย อย่าไปเก็บของเก่าๆ ของยายตัวแสบให้รกบ้านเอาไปทิ้งให้หมดเลยนาย”
“ใช่ โดยเฉพาะแหวนวงนี้ อย่าไปเสียดายนาย เอาไปฝังดินไปเลย”
คูนทำท่าปากล่องแหวน ทูนอินทร์กระโดดเข้าแย่ง
“อย่าปานะโว้ย แหวนนี่ของต้นตระกูล”
คูนหน้าเหวอ
“อ้าว”
ทูนอินทร์เก็บกล่องแหวนไว้
“แล้วมันเรื่องอะไรกันครับ มาบอกผมเจ็บ เจิบ อะไรกัน”
เมธงงๆ
“อ้าว ไม่ได้เจ็บเรื่องที่ยายรุ้งมันทรยศแกหรอกเหรอ”
“เปล่า ไม่ได้เจ็บอะไรสักนิด อีกอย่าง รุ้งไม่ได้ทรยศผมสักหน่อย”
อินทรแปลกใจ
“อะไรนะครับพี่ ไม่ทรยศ ทั้งๆที่เขาตัดขาดพี่ขนาดนั้น”
ทูนอินทร์ยิ้ม
“นั่นมันละครบทหนึ่งโว้ย คนอย่างรุ้งนี่ เขาเรียกว่าเหนือเมฆ”
ทุกคนมองหน้ากันงงๆ
“ตอนที่ฉันเข้าไปบีบคอเขาน่ะ เขากระซิบบอกฉัน”
เหตุการณ์ในช่วงเวลานั้น ทูนอินทร์ถลาเข้ามาบีบคอ รุ้งแนบหน้าใกล้เขา
“อย่าบีบแรงซีเจ็บ”
เขาคลายมือจากรุ้ง มองงงๆ
“ดูในกล่องแหวนนะ เดี๋ยวฉันจะคืนให้ เอ้าบีบต่อซี”
ทูนอินทร์เขย่าต่อ คมกับเดชเข้ามากระชากร่างของเขาออกมาแล้วชกที่ท้อง

ทุกคนฟังอย่างสนเท่ห์ อินทรหน้าตื่น
“พี่รุ้งเล่นละครหลอกพวกเรา เพื่อหลอกนายอิทธิอีกที”
“ถูกต้อง”
เมธแปลกใจ
“แล้วให้ดูในกล่องแหวนทำไม”
ทูนอินทร์หยิบกล่องแหวนออกมาแล้วแกะออก ดึงกระดาษแข็งบุผ้ากำมะหมี่คลี่ออกมา
“นี่ครับ รุ้งเขียนข้อความไว้ในกล่องแหวน”
อินทรรับมาอ่าน เมธ หนาน คูน รุมดู
“แม่ถูกจับเป็นตัวประกัน ไปที่ร้าน อาน้ำอ้อย อำเภอวัดโบสถ์ ปราจีน ช่วยแม่รุ้งด้วย”
คูนตาโต
“โอ้โฮ คุณรุ้งนี่เก่งจริง ๆ”
“นี่แสดงว่าพี่รุ้งยังรักพี่ทูนเหมือนเดิม ดีใจด้วยพี่”
อินทรกอดพี่ชายไว้ ทุกคนดีใจ
“เราต้องหาทางช่วยแม่แสงหล้าก่อนเลยครับ”
เมธคิดนิดนึงก่อนจะบอก
“พี่จะติดต่อพี่เด่นชัยที่กองปราบ งานนี้ต้องจัดใหญ่กันหน่อย”
“งั้นช่วยติดต่อเดี๋ยวนี้เลยครับพี่”
เมธโทรทันที ทูนอินทร์มองแหวนในมือ แล้วยิ้มกับตัวเอง

สองวันต่อมา แขกมาร่วมงานคับคั่ง จี่หอยมะปรางหน้าตาไม่ยินดี ต้อนรับแขกอย่างซังกะตายกลุ่มจุ๊บแจงมาพร้อมกัน อาชามองหน้าจี่หอย
“เจ๊หอย ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ น้องรุ้งจะได้แต่งกับเสี่ยอิททั้งทีไม่ดีใจหรอกหรือ”
“ไม่ดีใจเลย เพราะเป็นห่วงพวกแก”
ขวัญข้าวงงๆ
“มาห่วงพวกฉันทำไม”
“อ้าว ยายรุ้งมันจะขึ้นเป็นเถ้าเกเนี้ยของบริษัทแล้วไง”
จวงใจไม่เข้าใจ
“ขึ้นเป็นเถ้าเกเนี้ยแล้วมันมาเกี่ยวอะไรกับพวกเราวะ”
จุ๊บแจงคิดได้
“คืออย่างนี้ค่ะ ถึงแจงจะค่อนข้างโง่ แต่แจงก็พอรู้นะคะ ว่าถ้ายายรุ้งขึ้นเป็นเถ้าเกเนี้ยแล้ว พวกเราจะไม่มีแผ่นดินจะอยู่ค่ะ”
อาชายังงงอยู่
“ยังไง”
จุ๊บแจงถอนใจ
“ยายรุ้งก็จะกำจัดพวกพี่ๆ ให้ออกจากบริษัท หรือถ้าพวกพี่หน้าด้านอยู่ต่อ ก็อยู่อย่างลำเค็ญเต็มที เพราะจะไม่มีเพลงใหม่ให้ร้อง ไม่มีคอนเสิร์ตให้ออก”
ขวัญข้าวตกใจเมื่อนึกได้
“ว้าย ลืมนึกไปเลย”
จุ๊บแจงสาธยายต่อ
“แล้วถึงให้ออกคอนเสิร์ต ก็คงไปจัดแถวที่ราบลุ่ม”
จวงใจไม่เข้าใจ
“ทำไมต้องที่ราบลุ่มละคะลูก”
“ที่น้ำท่วมขังไม่เลิกไงคะ นึกนะคะจัดแถวนั้น ไม่มีคนดูหรอกค่ะ นอกจากหมากับแมวที่ขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้าน คงหอนกันสนั่นเลยค่ะ”
จี่หอยหัวเราะ
“ยายแจง ฉันว่าหล่อนฉลาดขึ้นแล้วละ ไม่โง่แล้ว ดีใจด้วย ฮ่ะฮ่ะ”
จี่หอยและมะปรางแยกไป ขวัญข้าวร้อนใจ
“ไม่มีแผ่นดินจะอยู่แล้วเราจะทำยังไง”
อาชาหน้าเสีย
“นั่นซี”
จุ๊บแจงมองหน้าทั้งสอง
“อย่าหาว่าสอนเลยนะคะ ก็ควรทำดีกับยายรุ้งเสียแต่วันนี้ค่ะ ประจบสอพลอ เข้าไปนะคะ”
จวงใจเห็นด้วย
“เออ จริง ต้องสอพลอถึงจะอยู่รอด”
ขวัญข้าวยิ้มออกมาได้
“ต่อไปนี้ต้องเรียกคุณรุ้งแล้วนะ เรียก อี เรียก นัง อย่างแต่ก่อนไม่ได้แล้ว”
อาชาคล้อยตาม
“คุณรุ้ง วันนี้สวยจังนะครับ แบบนี้ใช่ไหม”
ขวัญข้าวพยักหน้า
“นั่นแหละ ต้องฝึก เจอหน้าต้องไหว้ด้วยนะ ไหว้งามๆเลย”
ทั้งสี่หัดไหว้และฝึกพูดขอโทษ จวงใจถึงขั้นถอนสายบัว
รุ้งระวีอยู่ในห้องแต่งตัวใส่ชุดเจ้าสาวฟูฟ่อง ช่างหน้าช่างผมกำลังช่วยกันแต่งอย่างงดงามอยู่หน้าโต๊ะกระจก มีกระจกบานสวิงอยู่ข้างๆ รุ้งระวีมองตัวเองอย่างกังวลเรื่องของแม่และทูนอินทร์
อิทธิในสูทเจ้าบ่าวหล่อเหลาเดินเข้ามา เธอรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มระรื่นทันที ช่างพากันออกไป
“ผมภูมิใจจริงๆ ที่มีเจ้าสาวสวยบาดตาบาดใจขนาดนี้”
“ขอบคุณค่ะ”
“ผมมีของขวัญมาให้น่ะ”
อิทธิส่งตั๋วเครื่องบินให้ รุ้งระวีรับมาหน้าเปลี่ยนทันทีเพราะผิดแผน เธอแน่ใจว่าวันนี้ทูนอินทร์ต้องมาช่วยเธอหลังพิธีแต่งแน่ๆ
“ไปไหนคะ”
“ยุโรปครับ แล่นเรือเลียบเมดิเตอร์เรเนียน สำหรับฮันนีมูนของเรา”
“ทำไมไม่บอกรุ้งก่อน แล้วนี่ เดินทางคืนนี้เหรอคะ”
“ใช่ครับ กะว่าจะให้เซอร์ไพรส์ไง ไม่ดีใจหรอกหรือ”
รุ้งระวีรีบเปลี่ยนหน้าเป็นยิ้มแย้ม
“ดีใจซีคะ แต่คุณชอบเซอร์ไพรส์แบบนี้ รุ้งไม่ทันตั้งตัว แล้ว จะเดินทางคืนนี้ ได้ยังไงในเมื่อรุ้งยังไม่ได้เจอแม่เลย”
“กลับมาก็ได้เจอ ไม่ต้องห่วงหรอก ผมจะดูแลแม่คุณอย่างดี”
อิทธิกอดแล้วจูบที่ไหล่เธอ รุ้งระวีมองตัวเองในกระจกเป็นกังวล แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น เธอก็ฉีกยิ้ม
“นะ ตกลงตามนี้”
“ได้ค่ะ” รุ้งระวีจำต้องตามสถานการณ์ไปก่อน

มะปรางต้อนรับแขกอยู่มุมหนึ่งของงาน อินทรในชุดนักข่าว ใส่วิกใส่แว่นพรางหน้า เข้ามาใกล้ๆ
“เออ มาจากหนังสือทีวีเอาท์ไซด์ อยากสัมภาษณ์น่ะครับ”
“คุณรุ้งกับคุณอิท วันนี้งดให้สัมภาษณ์ส่วนตัวนะคะ”
“ผมอยากสัมภาษณ์น้องมะปรางต่างหากละครับ”
มะปราง สงสัย
“ใครน่ะ”
อินทรเปิดแว่นพอเห็นรำไร ยิ้มร่า มะปรางตกใจ
“คุณทร มางานทำไมคะ อย่าบอกนะว่าพี่ทูนให้มาป่วนงาน”
“พี่ทูนให้มาจริงๆ ครับ แต่ไม่ได้ป่วนงาน ให้มาสังเกตการณ์”
“ยังมีเยื่อใยกันอีกเหรอคะ”
“เดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง แต่ว่าตอนนี้ผมอยากพบพี่รุ้ง ช่วยพาไปหน่อยได้ไหม”
มะปรางพยักหน้ารับ
 
อ่านต่อหน้า 2





ต้มยำลำซิ่ง ตอนที่ 21 อวสาน (ต่อ)

โจ้กับเบิร์ด และสมุนอีกห้าคน นั่งคุยกันอยู่หน้าโรงเรือนที่ขังแสงหล้า สารวัตรเด่น ลดกล้องลง เช่นเดียวกับกับทูนอินทร์และหมวดอีกสองนายที่ส่องกล้องเช่นกัน ทั้งหมดซ่อนตัวในป่า ห่างจากโกดังพอประมาณ ทูนอินทร์หันมาถาม
 
“นั่นเหรอครับเซฟเฮาส์พวกมัน”
“ครับ เราตามรอยมันมาสองวันแล้ว พวกมันไปซื้อของใช้ที่ร้านของชำที่คุณให้ที่อยู่เรามา แล้วก็เข้ามาในโกดังในป่านี่ละครับ”
หมวดที่ส่องกล้องอยู่หันมาบอก
“นายครับ ไอ้หัวหน้าออกมาแล้ว”
สารวัตรเด่นส่องกล้องทันที ทูนอินทร์ส่องตาม เห็นคำรณออกมา สั่งการกับพวกสมุน ทูนอินทร์รีบบอก
“นี่ละครับ นายคำรณ”
สารวัตรมองจากกล้องส่องทางไกล
“เจ้านี่เอง มีคดีติดตัวเป็นหางว่าวเลย”

รุ้งระวีกำลังครุ่นคิดแก้ไขสถานการณ์อยู่ลำพัง จี่หอยเดินเชิ่ดเข้ามา
“พี่หอย ช่วยรุ้งด้วย”
“ไม่ต้องพูด ฉันไม่ช่วยอะไรเธอทั้งนั้น ที่เข้ามานี่ เพราะฉันจะมาจ่ายเงินให้ช่างหน้าช่างผม หายหัวไปไหนแล้ว”
“พี่หอย อย่าเข้าใจผิดซีคะ ที่รุ้งทำไปทั้งหมด มันคือละครฉากนึง เพื่อหลอกนายอิทธิให้ตายใจค่ะ”
จี่หอยไม่เชื่อ
“อุ๊ย เจ้าแม่ละคร เล่นเนียนจริงนะ เดี๋ยวเล่นนางร้าย เรยา เดี๋ยวแป๊บๆเป็นนางดี อรุณประไพ ไม่ต้อง ฉันไม่เชื่อว่าหล่อนดี เรยานั่นแหละคือตัวจริงหล่อนร้ายสุดขั้ว ชั่วสุดเท้า”
รุ้งระวีสายตาวิงวอน
“พี่หอย ฟังก่อนซีคะ”
“ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพี่ ไม่นับญาติกันแล้ว และต่อไปเรียกฉันว่านายธงชาติ ชื่อจริงฉัน ไม่มีหอยอีกต่อไป”
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้น จี่หอยตวาดแว้ด
“เชิญ”
มะปรางพาอินทรเข้ามา
“ยายปราง มาก็ดีแล้ว ต่อไปนี้ไม่ต้องรับใช้แม่ เรยา เอ๊ยแม่รุ้งระวีอีกแล้ว ให้คุณอิทหาคนปรนนิบัติให้ใหม่ เอ๊ะ พาใครมาด้วย หล่อนี่”
อินทรถอดแว่น จี่หอยสะดุ้ง
“อกแตก คุณทรมาทำไม เดี๋ยวก็โดนพวกมันกระทืบ”
“มาช่วยพี่รุ้งน่ะซีครับ”
“หา มาช่วยทำไม มันเป็นนางร้ายไปแล้ว”
รุ้งระวีรีบเข้ามาหาอินทร
“ทร คุณทูนเป็นยังไงบ้าง”
“สารวัตรเด่นพาพี่ทูนบุกไปที่เซฟเฮาส์แล้วครับ”
จี่หอยกับมะปราง มองหน้ากันงงๆ
“ต้องช่วยแม่ออกมาให้ได้ในวันนี้นะ เพราะนายอิทธิบังคับให้พี่ไปฮันนีมูนกับมันที่ยุโรป เดินทางคืนนี้”
อินทรหนักใจ
“งั้นผมติดต่อพี่ทูนก่อน”
อินทรแยกไปโทรศัพท์ จี่หอยเข้ามาถามรุ้งระวีอย่างแปลกใจ
“เดี๋ยว ยายรุ้ง นี่มันเรื่องอะไร ช่วยแม่ คืออะไร คุณทูน ทำอะไร”
มะปรางสงสัย
“พี่รุ้งกับคุณทูนติดต่อกันเหรอคะ”
“ค่ะ พี่เล่นละครตบตาทุกคน แต่พี่กับคุณทูนรู้กันแล้ว บอกพี่หอยแล้วก็ไม่ฟังเลย”
มะปรางดีใจ
“พี่รุ้งคือพี่รุ้งคนเดิมของเรา”
จี่หอยจ้องหน้า
“ยายรุ้ง ตกลงไม่ใช่นางร้ายแล้วนะ”
“ยังเป็นนางเอกแสนดีอยู่ค่ะ”
จี่หอยร้องไห้โฮเข้ามากอดรุ้งระวี มะปรางเข้ามากอดบ้าง
“พี่หอยดีใจจังเลย”
“เรียกพี่หอยอย่างเดิมได้แล้วนะ”
“ได้เลย เดี๋ยวนี้ใครๆ เรียกหอยเชอร์รี่”
อินทรแอบมาพูดมือถืออยู่ที่มุมหนึ่ง
“พี่ทูนเหรอครับ มีเรื่องด่วน”
ทูนอินทร์กำลังพูดสาย โดยมีสารวัตรและลูกน้องยังเฝ้าดูอยู่
“อะไรนะ รุ้งจะเดินทางคืนนี้ ได้ ขอบใจที่รายงาน”
ทูนอินทร์เลิกสายหันมาทางสารวัตรที่กำลังเฝ้าดูกลุ่มแกงค์อยู่ไม่รู้จะบอกยังไงดี

หน้าห้องจัดเลี้ยง สาวๆอยู่ที่โต๊ะวางสมุดรายชื่อแขก แจกของชำร่วยให้แขกในงาน ดำรง ฟ้าใส และจ๊ะจ๋า มาด้วยกันมีสองสมุนร่างใหญ่ตามมาด้วย ฟ้าใสหน้าไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
“ป๋าให้ฟ้ามางานนังรุ้งทำไม”
“เขาเชิญมา คนในวงการด้วยกันก็ต้องมาแสดงความยินดี”
ทั้งสองลงรายชื่อในสมุด จ๊ะจ๋ามองไปรอบๆ หวังจะเจอมะปราง ดำรงและฟ้าใสแยกมาจากโต๊ะ
“มีปัญหาอะไรหรือ”
“เปล่าค่ะ ฟ้าถือว่านังรุ้งมันคือคู่แข่ง ก็เท่านั้น”
“อย่าถือว่าเป็นคู่แข่งเลยนะ เพราะตอนนี้เขาเป็นระดับเจ้าของกิจการแล้ว ไปแข่งกับเขาไม่ได้หรอก”
ฟ้าใสเจื่อนไป ดำรงยิ้มหยัน
“เข้างานเถอะ”
ดำรงพาฟ้าใสเข้างาน จ๊ะจ๋าตามแต่ยังมองหามะปรางอยู่ สองสมุนตามไป

ช่างภาพเข้ามาถ่ายภาพ ฟ้าใสโพสต์ท่าสวยทันที อิทธิที่กำลังคุยกับแขกหันมา รีบเข้าสวัสดี ดำรงรับไหว้แล้วจับมือกัน
“เป็นฝั่งเป็นฝาเสียทีนะ ยินดีด้วย”
“ขอบคุณครับเสี่ย”
ฟ้าใสเข้ามาสมทบ มองอิทธิอย่างดูแคลนเต็มที
“ยินดีด้วยนะคุณอิท แต่ยังแปลกใจอยู่เลย เพราะเจ้าสาวเขาสนิทอยู่กับคุณทูนไม่ใช่เหรอคะ อยู่ดี ๆ ทำไมมาแต่งกับคุณกะทันหัน”
“คุณฟ้าก็น่าจะรู้จักนายทูนดีนี่ครับ ภายนอกทำตัวหรูหราร่ำรวย แต่ ของจริงกลวง มีแต่เปลือก”
ดำรงแปลกใจ
“จริงเหรอ”
“จริงครับ รุ้งบอกผมเอง เงินที่จะโปรโมทค่ายเพลงตัวเองยังไม่มี แถมมาขอยืมเงินรุ้งเป็นล้านๆ รุ้งเห็นธาตุแท้ ก็เลยถอยออกมา”
“แสดงว่าเอารุ้งไปเป็นตัวต่อยอดเงินงั้นซี”
“ใช่แล้วครับ หวังจะขายรุ้งออกหน้า จะแย่งรุ้งไปจากผม”
“มันเลวมากเลยนะ ไอ้พวกที่ชอบขโมยศิลปินคนอื่นไปเข้าสังกัดตัว ไอ้พวกนี้มันต้องกำจัดให้หมดวงการจริงๆ”
อิทธิกับ ฟ้าใส อึ้งไป ทันใดนั้นเสียงฮือฮาดังมาจากประตูห้อง ช่างภาพกรูกันเข้าถ่ายภาพ ทั้งสามหันมอง รุ้งระวีเดินเข้ามาอย่างสวยสง่า ตามด้วยจี่หอยและมะปราง คนในงานฮือฮาในความงามของเธอ อิทธิเดินเข้าไปรับให้เธอควงแขนเข้ามาในงาน คนในงานปรบมือ ทั้งสองผ่านหน้าดำรงและฟ้าใส รุ้งระวีรีบไหว้ดำรง ฟ้าใสจะรับไหว้แต่รุ้งระวีเชิ่ดใส่เสียก่อน ฟ้าใสฮึดฮัดขัดใจ
บนเวที อาชา และขวัญข้าวรับหน้าที่พิธีกร
“บ่าว สาวมาแล้วนะครับ”
“แหม หล่อ สวยสมกันดีเหลือเกิน เชิญบ่าว สาวขึ้นมากล่าวเปิดงานบนเวทีเลยค่ะ”
อิทธิพารุ้งระวีขึ้นเวที ทุกคนปรบมือ จวงใจ จุ๊บแจง ดำรง ฟ้าใสปรบมือตาม
“ขอบคุณครับ ท่านผู้เกียรติทุกท่าน วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุดเลย ไม่ใช่แค่ผมชนะใจเจ้าสาวแสนสวยคนนี้ รุ้งระวี แต่ผมชนะในเกมชีวิตของผมด้วย” อิทธิประกาศก้อง “ผมคือราชันย์ครับ”
อิทธิชูมือสองข้าง คนในงานร้องเฮปรบมือสนั่น รุ้งระวียิ้มแต่สายตานั้นชิงชังเพราะรู้ความหมายแฝงนัยของเขา ผู้คนกำลังเฮกับสุนทรพจน์โอ้อวดตัวเองของอิทธิ จ๊ะจ๋าแยกมาเจอเข้ากับมะปรางและอินทรที่หลบมุมอยู่
“ปราง คุณทร”
“เป็นไงบ้างครับ เรื่องเสี่ยดำรง”
“เจ๊เฉลารายงานให้เสี่ยทราบแล้วค่ะ เสี่ยบอกว่าจะเรียกคุณทรเข้าไปคุยเรื่องข้อเสนอเร็วๆนี้”
มะปรางแปลกใจ
“แล้วเรื่องยายฟ้าใสล่ะ”
“เสี่ยให้ฉันเฝ้าดูพฤติกรรมอยู่”
อินทรยิ้มพอใจ
“งั้นจ๋าคงได้อิสระไม่นานนี้ละครับ ยินดีด้วย”
จ๊ะจ๋ายิ้มกว้าง
“รอให้ถึงวันนั้นเร็วๆค่ะ”
บนเวที รุ้งระวีกล่าวกับแขก
“วันนี้เป็นวันที่รุ้งยินดีที่สุดเช่นกันค่ะ ยินดีที่จะได้สิ้นสุดเรื่องในอดีตและเริ่มต้นใหม่กับอนาคตที่งดงามข้างหน้า...ขอดื่มให้กับความดีที่ค้ำจุ้นโลกใบนี้ค่ะ”
อิทธิยิ้มพึงใจ
“ครับ ขอดื่มให้เราด้วยนะรุ้ง”
“งั้น ขอดื่มให้บ่าวสาวเลยครับ”
อาชาเขย่าแชมเปญน้ำแตกซ่าน ทุกคนเฮ

ทูนอินทร์กำลังปรึกษากับสารวัตรอย่างเคร่งเครียด
“ถ้าเราบุกเข้าไปตอนนี้เลยละครับ”
“ยังไม่ได้ครับ อาวุธเรายังไม่พร้อม กำลังคนก็ไม่พอ แต่ผมเรียกกำลังเสริมมาแล้ว ไม่เกินชั่วโมง ทำไมใจร้อนนักล่ะคุณ”
“ผมต้องพาแม่แสงหล้ากลับเข้ากรุงเทพในคืนนี้ ก่อนที่เจ้า อิทธิมันจะพารุ้งออกต่างประเทศน่ะครับ”
“ไม่ต้องห่วงครับ ขอเวลาอีกแค่ชั่วโมงเดียว เราบุกแน่ๆ”
ทูนอินทร์พยักหน้ารับ สารวัตรเด่นกลับไปที่ลูกน้อง ทูนอินทร์กระวนกระวาย

รุ้งระวีและ อิทธิต้อนรับแขกอยู่กลางโถง จังหวะที่อยู่กันสองคน รุ้งระวีพูดขึ้น
“คุณอิทคะ”
“ว่าไงครับ”
“ยังไงรุ้งก็อยากพบแม่ก่อนเดินทาง คุณอิทพาแม่มาพบรุ้งนะคะ”
“ฮื้อ มันจะวุ่นวายไปเปล่าๆแม่คุณอยู่ที่ปราจีนนะ”
รุ้งระวีคิดทันที เพราะ อิทเริ่มเผยความจริง
“ปราจีนไม่ไกลนี่คะ ให้เดินทางมาตอนนี้เลย แม่จะได้มาแสดงความยินดีกับเรา”
“แล้วถ้าท่านไม่เห็นชอบด้วย”
“อะไรที่เป็นความสุขของรุ้ง ท่านต้องเห็นชอบด้วยอยู่แล้วค่ะ นะคะ แม่มาเห็นรุ้งแต่งงาน ต้องดีใจมาก ๆ แล้ว อีกอย่าง”
“อะไร”
“รุ้งกลัวนายคำรณ มันเป็นคนโหดเหี้ยมมากนะคะ มันอาจทำร้ายแม่รุ้งอีกก็ได้ รุ้งอยากให้แม่มาอยู่ในความดูแลของนายคม นายเดช คนของคุณ อิทมากกว่า”
“เอางั้นก็ได้ ผมจะให้แม่ลงมากรุงเทพฯเดี๋ยวนี้เลย”
“ขอบคุณค่ะคุณอิท รักคุณอิทจังเลย”
รุ้งระวีหอมแก้ม อิทธิซ้ายขวา คนเฮกันใหญ่ปรบมือ ถ่ายรูปกันพรึ่บพรั่บ
“เอาอีก เอาอีก”
อิทธิหอมแก้มรุ้งระวีบ้าง เป็นที่ชื่นมื่น
“พอก่อนครับ พอก่อน ขอเวลานอกแป๊บ”
อิทธิแยกออกมา พยักหน้ากับคมและเดช ทั้งสองรีบตาม อิทธิออกมาหามุมสงบไม่มีผู้คน หยิบมือถือมาคุย คมกับเดช ตามมา สงสัยท่าทีของนาย
คำรณกำลังคุยกับสมุน มือถือดังขึ้นจึงกดรับสาย สมุนทั้งหมดหันมาฟัง
“นายสั่งมาเลยครับ นายต้องการอะไร”
“แกจัดการฆ่าปิดปากนังแสงหล้าได้เลย เดี๋ยวนี้”
คมกับเดช มองหน้ากัน ตกใจ
“ผมรอคำสั่งนี้มานานแล้วครับนาย ได้ครับนาย จัดให้เดี๋ยวนี้”
“กำจัดศพมันให้สิ้นซาก เหมือนว่ามันไม่เคยมีตัวตนอยู่ในโลกนี้”
“ได้ครับ”
คำรณปิดมือถือ ยิ้มเหี้ยม ไม่พูดอะไรกับลูกน้อง กลับเข้าไปในโกดัง
คมแปลกใจรีบถาม
“นายครับ จะฆ่าเลยเหรอครับ”
“ต้องฆ่า นังแม่มันนี่แหละตัวแสบ ปล่อยมันไว้ มันเล่นงานเราแน่ๆทั้งเรื่องที่เราลักพาตัวมัน ซ้อมมัน รวมยังเรื่องที่ไอ้คำรณพยายามฆ่ามันด้วย อีกอย่างนังแม่อาจจะกล่อมรุ้งให้กลับไปคืนดีกับไอ้ทูน แล้วกลับมาเล่นงานเราด้วยก็ได้”
เดชหน้าเครียด
“แล้วถ้าคุณรุ้งรู้เข้าละครับ”
“รุ้งจะรู้เมื่อกลับจากฮันนีมูน ตอนนั้นเธอก็ไม่มีทางเลือกแล้ว”
“แล้วที่นายสัญญาว่าจะให้คุณรุ้งได้เจอแม่คืนนี้ละครับ”
“พวกแกอ้างให้ตรงกัน ว่านังแม่มันป่วย มาไม่ได้ ฉันจะรีบพารุ้งไปขึ้นเครื่องทำตามนี้”
อิทธิแยกไป คมกับเดช หน้าเสีย เดชร้อนใจ
“พี่ เอาไง สมรู้ร่วมคิดกันฆ่าคนนะ”
คมถอนใจอย่างหนักใจ
“ทำไงได้วะ ไม่มีทางเลือกนี่หว่า”
แสงหล้ากินข้าวอยู่อย่างอ่อนเพลียเต็มที คำรณเดินเข้ามา
“อิ่มแล้วหรือยัง”
“ยัง”
“พอ ไม่ต้องกินแล้ว”
คำรณปัดจานชามกระเด็น
“แกจะบ้าเหรอ แกจองล้างจองผลาญฉันมาทั้งชีวิตแล้ว แกต้องการอะไรอีก”
“ต้องการให้แกมีความสุขไง ไปกับฉัน”
คำรณกระชากแขนลุกขึ้น
“ไปไหน”
“ไปหาลูกสาวแกไง ตอนนี้นังรุ้งมันกำลังเข้าพิธีแต่งงานกับนายอิทธิ”
แสงหล้าตกใจ
“อะไรนะ รุ้งแต่งงานกับนายอิทธิ”
“ใช่ จัดพิธีใหญ่โต มันกำลังมีความสุขเชียวละ ข้าจะพาแกไปหามัน เพื่อแสดงความยินดีไง”
“แกพูดจริงนะ”
“จริงซีวะ ไป ไปกับข้า”
คำรณพาออกไปทางด้านหลังโกดัง พาเดินเข้าป่าไป
“ทำไมไม่พาฉันขึ้นรถ เดินเข้ามาในป่านี่ทำไม”
“เออน่า ทางรถอยู่ไม่ไกลหรอก รถจอดรอแกอยู่แล้ว”
คำรณให้แสงหล้าเดินนำเข้าป่าลึกขึ้นเรื่อยๆ

โจ้ เบิร์ด และสมุนห้านายกำลังนั่งกินอาหารกันอยู่หน้ากระท่อม สมุนคนหนึ่งแยกจากกลุ่มเข้ามาในราวป่า เพื่อฉี่ขณะกำลังยืนฉี่ตำรวจนอกเครื่องแบบพุ่งเข้ามาด้านหลังล็อคคอ เอาปืนจ่อที่ขมับ
ขณะเดียวกัน แสงหล้าเดินนำโดยมีคำรณตามติด
“นี่แกจะพาฉันไปไหนกันแน่ ไม่เห็นถนนเลย”
“เดินไปเรื่อยๆไม่ต้องพูดมาก”
แสงหล้าเห็นแววตาอำมหิตของคำรณแล้วเสียวสันหลังวูบ คำรณ ค่อยๆ ดึงมีดออกมาจากหลังกางเกง
ทางด้านโจ้กับเบิร์ด และสมุนที่เหลือหันขวับไปที่สมุนที่ถูกตำรวจล็อคคอ โจ้ตกใจ
“เฮ้ย ไอ้ต่าย”
“พี่ ช่วยผมด้วย”
ทุกคนหยิบปืน แต่แล้วตำรวจนอกเครื่องแบบห้านายกระโดดมาจากที่ซ่อน จ่อปืนสมุนทั้งหมด
“ทิ้งอาวุธ ยกมือทุกคน ตำรวจล้อมไว้หมดแล้ว”
ทุกคนตกใจทิ้งอาวุธ โจ้กับเบิร์ด ทิ้งตาม ตำรวจเข้าปลดอาวุธทุกคน สารวัตรเด่นวิ่งเข้ามาพร้อมทูนอินทร์ที่ถือปืนอยู่ด้วย
“เข้าโกดัง”
ตำรวจสองนาย เข้าพิงประตู คนนึงถีบเข้าไป อีกคนจ่อปืนบุกเข้าโกดังเป็นคนแรก อีกคนตามเป็นคนที่สอง ทูนอนทร์และสารวัตรตาม...สารวัตรและทูนจ่อปืนซ้ายขวา สองตำรวจวิ่งนำเข้าไปหลบอยู่หลังเก้าอี้
“มีใครอยู่ข้างใน ทิ้งอาวุธให้หมด ตำรวจล้อมไว้หมดแล้ว”
ไม่มีเสียงตอบ ตำรวจทั้งสองลุกขึ้น แล้ววิ่งไปดูทั่วห้อง
“ไม่มีคนครับท่าน”
ทูนอินทร์และสารวัตรตามมา เห็นที่โต๊ะมีจานชามและเศษอาหารกระจาย ทูนอินทร์เข้าใจได้ทันที
“ไอ้คำมันต้องพาแม่แสงหล้าหลบไปแน่ๆเลยครับ”
สารวัตรเด่นหันไปสั่งลูกน้อง
“หมวด กระจายกำลังเข้าไปป่า มันไปได้ไม่ไกลหรอก”
“ครับท่าน”
ทูนอินทร์และกลุ่มตำรวจกระจายกันลุยเข้าป่า
 
อ่านต่อหน้า 3





ต้มยำลำซิ่ง ตอนที่ 21 (ต่อ)

แสงหล้าเดินมาถึงลำธาร คำรณตามมาซ่อนมีดไว้ข้างหลัง
 
“นั่งพักตรงนี้ก่อน”
แสงหล้าตัวสั่นด้วยความกลัว
“แกบอกมาไอ้คำ แกจะพาฉันไปไหน แกไม่ได้พาฉันไปหารุ้งที่กรุงเทพฯหรอก ใช่ไหม”
แสงหล้าพูดพลางลงนั่ง แอบหยิบหินเก็บไว้ในมือ
“ไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นความต้องการของฉันอยู่แล้ว ที่แกไม่มีวันได้เจอลูกอีก”
แสงหล้าถอยทันที
“แม้แต่ศพของแก นังรุ้งมันก็ไม่มีวันได้เห็น เพราะนาย อิทธิสั่งให้จัดการศพของแกอย่างไร้ร่องรอย”
คำรณโชว์มีดในมือ แสงหล้าถอยลงไปถึงชายน้ำ คำรณทะยานเข้าใส่ แสงหล้ากรีดร้อง แล้ววิ่งลงไปในลำธาร
เสียงกรีดร้องดังแว่วมาทูนอินทร์ที่เดินลึกเข้ามาในป่าเพียงลำพัง หันไปทางเสียงแล้ววิ่งตรงไป คำรณเข้ารวบแสงหล้าล้มกันไปในลำธาร เธอเอาหินทุบไปที่หัว คำรณผงะไป แสงหล้าวิ่งไปข้ามไปอีกฝั่ง ที่แขนถูกแทงเลือดซึมออกมา คำรณเลือดซึมจากหัววิ่งตามมาจนถึงตัว แสงหล้าล้มลง คำรณนั่งคร่อมร่างไว้ แล้วเงื้อมีด
“ไปที่ชอบที่ชอบเถอะ”
แสงหล้าหลับตากรีดร้อง ทันใดนั้นเสียงปืนระเบิดขึ้น มีดในมือของคำลอยคว้าง
“อ๊าก”
คำรณผงะล้มไปถูกยิงที่มือเป็น แผลฉกรรจ์ ทูนอินทร์ที่เป็นคนยิงรีบข้ามลำธารมา คำรณพยายามจะถอยหนี ทูนอินทร์เตะเข้าที่ท้องอีกหนึ่งทีจนตัวงอ ทูนอินทร์รีบเข้าไปดูแสงหล้า
“แม่แสงครับ เป็นยังไงบ้าง”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“แม่บาดเจ็บนะครับ”
“แผลแค่ถาก ๆเท่านั้นเอง รุ้งล่ะ แม่อยากเจอรุ้ง”
“ครับแม่ ผมจะพาแม่ไปหารุ้งเดี๋ยวนี้”
แสงหล้าร้องไห้สะอื้น
“ขอบคุณค่ะคุณทูน”
“ไม่เป็นไรแล้วนะครับ แม่ปลอดภัยแล้ว”
ทูนอินทร์กอดไว้ แสงหล้าร้องไห้สะอื้นร่างสั่นเทา สารวัตรเด่นนำตำรวจวิ่งมา
“ไอ้คำรณ แกเจอกับฉันอีกแล้วนะ คราวนี้คงถูกขังลืมว่ะ จับมันไป”
ตำรวจเข้าใส่กุญแจมือคำรณ ที่ร้องครางอย่างเจ็บปวด

ใกล้ค่ำ งานเลี้ยงใกล้เลิกรา รุ้งระวีคุยกับแขกเหรื่อ ฟ้าใสเดินกรายเข้ามาหามองตาขวางเพราะดื่มไปไม่ใช่น้อย
“ยังไม่ได้แสดงความยินดีส่วนตัวเลยนะน้องรุ้ง”
รุ้งระวีรีบบอกแขก
“ขอตัวสักครู่นะคะ”
รุ้งระวีจะเดินแยกไป ฟ้าใสรีบตามยึดแขนไว้
“ไม่ต้องมาหลบหน้าฉัน นังหน้าด้าน”
“นี่เธอ มีมารยาทหน่อยนะ คนทั้งงานมองเราอยู่”
“อ้าว มียางอายเหมือนกันเหรอ นึกว่าหน้าด้านไม่กลัวคนนินทา”
“ฉันหน้าด้านยังไงไม่ทราบ”
“อ้าว ก็อยู่กินกับนายทูนอยู่ดีๆวันรุ่งขึ้น ยอมมาเป็นเมียนายอิทธิเข้าเสียแล้ว เขาลือกันแซ่ด ว่าหล่อนมันกากีตัวจริง”
รุ้งระวีโมโห
“ที่พูดเนี่ย อิจฉาใช่ไหม”
“อิจฉาอะไร”
“อิจฉาที่หล่อนคว้านาย อิทธิมาเป็นสามีไม่ได้ตามแผน”
ฟ้าใสอึ้งไป
“แกพูดอะไร ไปเอามาจากไหนว่าฉันกับนาย อิทธิ”
รุ้งระวีมองหยัน
“เรื่องที่เธอยอมเอาตัวเข้าแลก หลับนอนกับนายอิทธิเหมือนอีตัวข้างถนนน่ะ ฉันรู้หมดแล้ว”
“แกไปรู้มาจากไหน”
“แหม อย่าต้องให้บอกแหล่งข่าวเลยนะ”
จี่หอยเดินผ่านมา รุ้งระวีเรียกไว้
“พี่หอยคะ เชิญหน่อยค่ะ”
จี่หอยมองฟ้าใสหัวจรดเท้า
“มีอะไรให้พี่ช่วยคะ แต่ถ้าเรื่อง ต่ำๆ ช่วยไม่ได้นะ”
“คืออย่างนี้ค่ะ คุณฟ้าใสเขาอยากรู้ว่าใครปล่อยข่าวเรื่องที่เขานอนกับคุณอิท เพื่อหวังจะย้ายค่ายน่ะ”
ฟ้าใสตกใจ
“นังหอย แกรู้ด้วยเหรอ”
จี่หอยมองเหยียด
“แหม เรื่องคาวๆน่ะ มันปิดไม่มิดหรอกนะ เพราะกลิ่นมันโชย”
“แกรู้มาจากใคร”
“ก็ยายจ๊ะ เออ ไม่ใช่ซี คนปล่อยข่าวน่ะ น่าจะเป็นคนที่ร่วมเสพสุขกับเธอนั่นแหละ”
ฟ้าใสอึ้ง
“นายอิทธิ”
“ลองไปถามเขาดูนะ เพราะเรื่องของเธอ เขาเอามาเมาท์กันทั้งทวิต เฟซบุ๊ก ใช้ทั้ง ว้อท แอป”
ฟ้าใสสะบัดไปทันที รุ้งระวีแปลกใจ
“ทำไมไม่บอกไปละคะพี่หอย ว่ามาจากยายจ๊ะจ๋า”
“ไม่ได้ พี่จะยุให้มันตีกัน เอ คุณทร ยายจ๋า อยู่ไหนเนี่ย”
“ด้านนู้นค่ะ”
จี่หอยรีบตามไป

อินทรกับมะปรางและจ๋ากำลังคุยกับดำรงอยู่ สองสมุนอยู่เบื้องหลัง
“เรื่องต้องการจ๊ะจ๋าไปเข้าสังกัดน่ะ ฉันไม่มีปัญหา”
จ๊ะจ๋ากับอินทรและมะปรางยิ้มยินดี
“แต่ตอนนี้ยังอยากให้จ๋าช่วยสืบเรื่องฟ้าใสให้อีกหน่อย ฉันอยากได้หลักฐานมัดตัวแน่นกว่านี้”
“ได้ค่ะเสี่ย”
จี่หอยเดินเข้ามากระซิบ อินทรยิ้มออกมา
“ได้เรื่องแล้วครับเสี่ย ฟ้าใสกำลังไปหานายอิทธิที่ห้องแต่งตัวครับ”
ดำรงหน้าเครียดทันที

อิทธิโวยวายใส่ คม และเดช ที่กำลังต่อมือถือ
“อะไรวะ ทำไมติดต่อพวกมันไม่ได้”
คมแปลกใจ
“เครื่องเปิดนะครับ แต่ไม่มีใครรับสาย”
“นี่เกือบสามชั่วโมงแล้วนะ มันต้องรายงานมาซีวะว่ามันจัดการนังแสงรึยัง”
“ผมว่ามันกำลังกำจัดศพอยู่ละมังครับ” เดชคาดเดา
ทันใดนั้นฟ้าใสเปิดประตูผัวะเข้ามา
“ฟ้าใส”
“ไอ้ชั่ว”
ฟ้าใสตบหน้าอิทธิฉาดใหญ่
“เอ้ย เป็นบ้าอะไร”
“แกเอาเรื่องของเราไปเล่าให้ใครต่อใครฟังทำไม”
อิทธิงงๆ
“เรื่องอะไรวะ”
“เรื่องที่แกนอนกับฉันน่ะซี มันรู้กันไปทั่วแล้ว”
“ใครรู้”
“นังรุ้ง นังเจ๊หอย แล้วถ้าพวกมันรู้ ก็แสดงว่ามันรู้กันทั้งวงการ”
อิทธิตกใจ
“ฉันไม่เคยพูดให้ใครฟังทั้งนั้น”
ดำรงแอบมองอยู่นอกประตู ได้ยินได้เห็นเหตุการณ์ด้านในชัดเจน
“นึกว่าฉันโง่เหรอ แกหลอกให้ฉันนอนกับแก ทำเป็นสัญญาว่าจะพาฉันเข้าสังกัด ที่แท้ก็คว้านังรุ้งมาเป็นเมีย ให้มันเป็นเบอร์หนึ่งของบริษัท เห็นฉันเป็นตัวตลกงั้นเหรอ ไอ้เลว”
“อย่ามั่ว ฉันไม่ได้หลอกให้เธอนอนกับฉัน เธอเสนอตัวเอง”
ฟ้าใสจะเข้าตบตีอิทธิอีก คมกับเดชเข้ามาแยก ฟ้าใสกรี๊ดลั่น
“ปล่อย ปล่อยกูซีโว้ย”
“เฮ้ย เมาแล้วบ้าแบบนี้ ออกไปจากงานฉันเลย เออ รู้ไว้ก็ดี แกมันตัวตลกนึกเหรอว่าฉันพิศวาสแกถึงกับจะดึงแกมาเข้าสังกัด ในเมื่อฉันมีรุ้งอยู่แล้วทั้งสาว ทั้งสวย เสียงก็ดีกว่าแกหลายเท่า โธ่ นึกถึงสังขารตัวเองบ้าง นังแก่”
ฟ้าใสร้องไห้โฮ
“ไอ้บ้า ไอ้บัดซบ ในเมื่อไม่ต้องการฉัน แกปล่อยข่าวออกไปทำไม ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงป๋าดำรง แกตาย”
อิทธิชักฉุน
“บอกแล้วไง ฉันไม่ได้ปล่อยข่าว”
ดำรงก้าวเข้ามา พร้อมสมุนทั้งสอง อิทธิตะลึง
“เสี่ย”
ฟ้าใสช็อกเมื่อเห็นดำรง
“ป๋า”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องข่าว เพราะตอนนี้ฉันรู้หมดแล้ว เดี๋ยวนี้ เวลานี้ จากปากของจำเลยทั้งคู่”
ฟ้าใสรีบเข้ามากอดดำรง
“ป๋าขา ฟังก่อนนะคะ ฟ้าไม่ได้ตั้งใจ มันมาหาฟ้าที่ห้อง มอมเหล้าฟ้า แล้วมันก็ข่มขืนฟ้าด้วยค่ะ”
อิทธิตกใจ
“ไม่จริงนะครับเสี่ย นังนี่เสนอตัวให้ผมเอง”
“มันข่มขืนฟ้าจริงๆนะคะ”
“ถ้าข่มขืน แล้วทำไมถึงมีสติขอย้ายค่ายไปอยู่กับเขาล่ะ” ดำรงถามเสียงนิ่ง
ฟ้าใสเจื่อนไป คลายการกอดจากดำรง
“ว่าไง”
อิทธิยิ้ม ฟ้าใสอึกอัก
“คือว่า”
ขาดคำ ดำรงตบหน้าฟ้าใสฉาดใหญ่ ฟ้าใสร้องกรี๊ด ผมปรกหน้ากระเซิง
“ถ้าอยากย้ายค่าย ฉันไม่ว่าสักนิด ขอให้มาพูดกันดีๆ แต่ทำอย่างนี้มันคือทรยศกัน เพราะเธอนอกใจฉัน”
ดำรงเดินมาหา อิทธิเกร็ง ดำรงตบไหล่อิทธิ
“มันอยากไปอยู่ค่ายนาย นายรับไปเลย เพราะฉันไล่มันออกแล้ว”
ฟ้าใสหันมามองดำรงตกใจ อิทธิส่ายหน้า
“เสียใจครับ ผมไม่รับของเหลือเดน “
ดำรงมองหน้า
“แต่นายก็นอนกับมันนะ”
“เสี่ยครับ มันเสนอให้ ผมก็สนอง หวังว่าเสี่ยคงไม่ถือ”
“แต่อั้วถือว่ะ”
ดำรงพุ่งหมัดเข้าท้อง อิทธิเต็มๆแล้วชกสวนปลายคาง อิทธิล้มหงายไปกับพื้นทั้งตัว คมและเดชจะเข้าช่วย สมุนชักปืนออกมาขวาง
“เฮ้ย ช่วยให้เจ้าบ่าวมันรู้รสชาติการลอบเล่นชู้สักหน่อย ว่าโทษมันขนาดไหน”
สมุนสองเข้ามาเตะ อิทธิไม่เลี้ยง อิทธิร้องโหยหวน คมกับเดช ทำอะไรไม่ได้ กลัวลาน ฟ้าใสตัวสั่นเทา ดำรงมองฟ้าใสเหมือนสั่งลา แล้วออกจากห้อง
“ลาละ ฟ้าใสผู้ไร้สังกัด”
ดำรงเดินออกมา อินทร มะปราง จ๊ะจ๋า ยืนรออยู่มุมทางเดิน เสียงอิทธิครวญครางลั่นออกมา
“พอแล้ว กูเจ็บ โอ๊ย อย่า อย่า”
ดำรงเดินมาหยุดที่ทั้งสาม จังหวะนี้ฟ้าใสออกมามองที่หน้าห้อง ดำรงมองไปแล้ว
หันมาพูดกับจ๊ะจ๋า
“ทำดีมากจ๊ะจ๋า ที่รายงานเรื่องทั้งหมดให้ฉันฟัง”
ฟ้าใสอ้าปากค้างรู้ว่าจ๊ะจ๋านั่นเองเป็นคนปล่อยข่าว จ๊ะจ๋ามองอย่างไม่เกรงกลัว แล้วหันมายิ้มให้ดำรง
“ค่ะ”
“แล้วที่ดีมากอีกเรื่อง อยากจะลาออกเพื่อย้ายค่าย ก็บอกกล่าวกันเป็นกิจจะลักษณะแบบนี้ ถือว่าให้เกียรติทั้งฉันและเธอ พวกใช้เล่ห์อุบายเอาตัวเข้า แลกน่ะ มันไม่เจริญหรอก”
ฟ้าใสทั้งเจ็บทั้งแค้น ดำรงหันมาบอกกับอินทร
“ดูแลจ๋าด้วย แล้วทำให้ได้อย่างที่นายเคยพูด จะปั้นจ๋าให้เป็นนักร้องคุณภาพอีกคน”
“สัญญาครับ”
“เธอเป็นอิสระแล้วยายจ๋า”
จ๊ะจ๋าน้ำตารื้น อินทร มะปราง จ๊ะจ๋า ไหว้ดำรงพร้อมกัน ดำรงแยกไป สองสมุนออกมาจากห้อง ตามนายไป ทั้งสามจะแยก ฟ้าใสเดินเข้ามา
“นังจ๋า แกยังไปไหนไม่ได้”
ทั้งสามหันมา ฟ้าใสเดินเข้ามา
“อีทรยศ แกนี่เองที่เอาข่าวไปกระจาย”
“ค่ะ ฉันเอง”
“อีนี่”
ฟ้าใสยกมือขึ้นจะตบจ๊ะจ๋า แต่อย่างไม่มีใครคาดคิด จ๊ะจ๋าจับมือของฟ้าใสยึดไว้ แล้วตบกลับอย่างแรง ฟ้าใสเซไป
“แก แกกล้าตบฉันเหรอ”
“ค่ะ ให้ตบมากกว่านี้ก็ได้นะคะ จำไว้ ต่อไปนี้ฉันไม่ใช่คนใช้ที่แกจะมาย่ำยีฉัน ได้อีกแล้ว นังฟ้าต่ำ”
อินทรและมะปรางยิ้มสะใจ จ๊ะจ๋าสะบัดไป อินทรและมะปรางตาม
“ยายจ๋า ฉันภูมิใจในตัวแกจังเลย”
ฟ้าใสลูบหน้าตัวเอง แล้วร้องกรี๊ดออกมาลั่น

ค่ำนั้น รุ้งระวีมองผ่านกระจกห้องออกไป เห็นกรุงเทพฯยามค่ำคืน เธอกระวนกระวาย จี่หอยคอยปลอบ
“ทำไมคุณทูนยังไม่ติดต่อมา รุ้งเป็นห่วงจังเลย”
“ใจเย็นๆรุ้ง”
“แล้วถ้าช่วยแม่ออกมาไม่ได้ จะทำยังไงคะ”
“ต้องช่วยได้ซี”
“พี่หอย เป็นตายร้ายดียังไงรุ้งไม่ไปต่างประเทศกับนายอิทธินะคะ รุ้งกลัวมันบังคับรุ้ง”
“ไม่มีใครบังคับรุ้งได้หรอก ยังไงคุณทูนต้องมาช่วยเราทันแน่ๆ”
จี่หอยปลอบ

เสื้อสูทอิทธิมีเลือดเกรอะกรัง ที่หัวมีผ้าพันแผล เลือดซึม หน้าบวมเป่งไปข้างหนึ่ง คมกับ เดช ตามมา คมพยายามห้าม
“อย่ากลับเข้างานเลยครับนาย แขกเหรื่อเขาจะตกใจนะครับ”
“ไม่สนแล้วเว้ย ฉันจะไปพายายรุ้งออกไปที่สนามบินเดี๋ยวนี้”
เดชมองนาฬิกา
“ยังไม่ถึงเวลานะครับ เครื่องออกตั้งเที่ยงคืน”
“เออ รู้แล้ว ไม่ต้องมาพูด ทีอย่างนี้ทำมาพูดมาก เมื่อกี้ทำไมไม่ช่วยฉัน ปล่อยให้มันกระทืบฉันได้ไง”
เดชจ๋อยไป
“มันจ่อปืนมาที่เรานะครับ”
อิทธิเบื่อหน่ายมาก
“ไม่ได้ความ”

อิทธิเข้ามาในห้องจัดเลี้ยง ทุกคนหันมามองแล้วฮือฮาขึ้นพร้อมกัน เมื่อเห็นสภาพของเขา อิทธิเดินมาหารุ้งระวีที่ยืนมองงงๆ
“คุณอิทธิ เกิดอะไรขึ้นคะ”
“ผมเล่าให้ฟังทีหลัง รุ้งไปเปลี่ยนชุดเถอะ”
“ทำไมคะ งานยังไม่เลิกเลย”
“เปลี่ยนชุดเถอะน่า งานเลิกแล้ว” อิทธิหันไปสั่งลูกน้อง “คม เดี๋ยวแกประกาศเลิกงานไปเลย”
รุ้งระวีมองหน้า
“บอกมาก่อนว่ามีอะไร”
“เราจะไปสนามบินเดี๋ยวนี้”
“บินเที่ยงคืนนะคะ ออกจากที่นี่สามทุ่มก็ยังทัน”
“ไปเถอะน่า”
อิทธิกระชาก รุ้งระวีสะบัดออก แขกเริ่มมองมา
“ฉันไม่ไป”
“เอ๊ะ ทำไมพูดไม่รู้เรื่อง”
“จะบอกให้ก็ได้ ว่าฉันไม่ไปไหนกับนายทั้งนั้น ถ้านายไม่พาแม่มาพบฉันก่อน”
“กลับมาก็ได้แม่เจอเองละ”
“นายผิดสัญญา ทำอะไรแม่ฉัน บอกมานะ” รุ้งระวีเริ่มเสียงดัง “นายทำอะไรแม่ฉัน”
“จะเสียงดังไปทำไมวะ ตอนนี้ฉันยังไม่ทำอะไรหรอก แต่ถ้าไม่ทำตามที่ฉันสั่งฉันทำแน่ ไป”
อิทธิคว้ามือของรุ้งระวีพาออกจากห้อง รุ้งระวีตะโกนเรียก
“พี่หอย”
“คุณอิท อย่าบังคับรุ้งนะ”
จี่หอยจะตาม เดชเข้าขวาง
“อย่ายุ่ง อีเจ๊ เดี๋ยวโดนตอน”
อิทธิฉุดรุ้งระวีออกมา แขกเหรื่อมองตาม รุ้งระวีโวยวาย
“ปล่อยฉันนะ”
อิทธิชะงักไปเมื่อ ร่างของทูนอินทร์ก้าวเข้ามายืนตระหง่านกลางโถง
“คุณทูน”
รุ้งระวีสะบัดหลุดจากอิทธิ วิ่งเข้าไปกอดทูนอินทร์ ทุกคนออกมามุงดูอย่างงุนงง
“แกมาทำไม ไม่ได้รับเชิญ”
“มารับเจ้าสาวกลับบ้านฉันน่ะซี”
“รุ้งเป็นของฉัน”
“ตอนนี้แกเป็นเจ้าของใครหรืออะไรไม่ได้อีกแล้วละ เพราะแกต้องไป ชดใช้กรรมที่แกก่อไว้”
อิทธิหันไปสั่งลูกน้อง
“เฮ้ย เอามันออกไป”
คมกับเดชจะเข้ามาเล่นงาน ทูนอินทร์รีบบอก
“ดูข้างหลังนั่นก่อน”
คมกับเดช ชะงัก สารวัตรเด่นเดินนำมาพร้อมทีมตำรวจลูกน้องสี่นาย ประคองร่างของแสงหล้าที่แขนมีผ้าพันแผลพันไว้เดินเข้ามา อิทธิ คม เดช หน้าซีด รุ้งระวีมองแม่ อย่างไม่เชื่อสายตา
“แม่ ”
รุ้งระวีโผเข้ากอดแม่ทันที
“รุ้ง”
รุ้งระวีร้องไห้โฮ
“แม่แม่แสงหล้าของหนู”
“รุ้งลูกแม่”
“เราได้เจอกันแล้ว แม่มันทำอะไรแม่ เป็นแผลแบบนี้”
“แม่ไม่เป็นไรแล้วลูก”
ทูนอินทร์จ้องหน้าอิทธิ
“ตอบมาซีวะ ไอ้อิท แกทำอะไรแม่แสงหล้า”
อิทธิรีบปฏิเสธ
“ไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น”
สารวัตรเด่นเดินเข้ามาหา
“ขอเชิญไปสอบปากคำที่สน.ดีกว่าครับ”
อิทธิโวยวายลั่น
“สารวัตรครับ ผมจะไปฮันนีมูนคืนนี้”
“ระงับการเดินทางได้แล้วครับ คุณออกนอกประเทศไม่ได้ เพราะตอนนี้คุณมีคดีอาญาหลายคดี ลักพาตัวนางแสงหล้า ทำร้ายร่างกาย และวางแผน ฆาตกรรม และยังมีคดีฉ้อโกง ขโมยทรัพย์สินอีกต่างหาก”
คนในงานฮือฮากันใหญ่ อิทธิอึ้งไป แต่พยายามเถียง
“ขโมยทรัพย์สินอะไร”
ทูนอินทร์ยิ้มหยัน
“ก็งานเพลงของฉันไง เพลงต้มยำลำซิ่งของฉัน”
อิทธิมองเย้ย
“มีหลักฐานเหรอ”
ทูนอินทร์ยิ้มอย่างเหนือกว่า
“เฮ้อ ตอนนี้มีแล้วว่ะ เด็กที่ร้านเพิ่งส่งคลิปจากมือถือของแม่แสงหล้ามาให้ฉันสดๆ ร้อนๆ”
ทูนอินทร์หยิบมือถือขึ้นมา แล้วกดให้ดูภาพ จี่หอย อินทร มะปราง จ๊ะจ๋า เข้ามาดูพร้อมกัน ในจอเป็นภาพคำรณและเดช กำลังค้นของในห้องทำงานทูนอินทร์ เสียงพูดชัดเจนว่าเข้ามาขโมยของ คมกับเดช หน้าซีด เดชถามอย่างสงสัย
“เฮ้ย ไปถ่ายมาจากไหน”
ทูนอินทร์หันไปหาแสงหล้า
“แม่ครับ ช่วยเฉลยหน่อย”
“ฉันใช้มือถือถ่ายไว้เอง ตอนที่พวกแกเข้าไปขโมยของ”
“นี่แหละหลักฐานชั้นเยี่ยม ทั้งภาพและเสียง”
ทูนอินทร์มองหน้า อิทธิโวยวายลั่น
“สารวัตร อย่าไปเชื่อพวกมันนะครับ นังแสงหล้านี่ใส่ความผม ผมไม่รู้เรื่องการลักพาตัว ไอ้คนทำมันคือไอ้คำรณ ผัวเก่าของนังนี่ มันโยนความผิดมาให้ผม มันขู่เรียกเงินผมเป็นล้าน”
รุ้งระวีเดินเข้ามา แล้วตบหน้าอิทธิฉาดใหญ่
“นี่ยังน้อยไปสำหรับความเลวที่แกทำกับฉันกับแม่ และกับคุณทูน ไปตายในคุกได้แล้ว”
สารวัตรเด่นหันไปสั่งลูกน้อง
“จับตัวไป”
หมวดเข้ามาใส่กุญแจมือ ดึงออกไป อิทธิยังหันมาตะโกนพร้อมร้องไห้ไปด้วย
“นังรุ้ง นังเลว อีนังเนรคุณ ฉันเป็นคนสร้างแกมานะโว้ย สร้างให้แกโด่งดังแกทำกับคนมีพระคุณแบบนี้เหรอวะ”
อิทธิถูกลากออกไป กลุ่มตำรวจทะยอยออกไป ทุกคนมองตามอย่างสมเพชเวทนา รุ้งระวีหันมามองแม่ และทูนอินทร์
“คุณทูน ขอบคุณที่ช่วยแม่ออกมาได้”
ทูนอินทร์ยิ้มกว้าง
“มันเป็นหน้าที่ของพระเอกอยู่แล้วครับ”
รุ้งระวียิ้มทั้งน้ำตา ทุกคนหัวเราะตาม แสงหล้าโผกอดลูกสาว
“ลูกแม่ หมดทุกข์หมดโศกแล้วนะลูก”
“ค่ะแม่ แม่คะ นี่คือสิ่งที่หนูอยากทำมาตลอดทั้งชีวิตถ้าได้เจอแม่”

รุ้งระวีทรุดลงนั่งกับพื้น แล้วเธอก็ค่อยๆ บรรจงกราบแทบเท้าแม่ ด้วยท่วงท่าอันงดงาม ทุกคนฮือฮาถ่ายรูปกันวูบวาบ แสงหล้าร้องไห้สะอื้น ทูนอินทร์กับอินทร น้ำตาซึมมะปราง จี่หอย จ๊ะจ๋า ร้องไห้กอดกันด้วยความตื้นตัน แสงหล้าค่อยๆ ทรุดลงนั่ง จับมือรุ้งระวีไว้ประคองลุกนั่ง แล้วสองแม่ลูกกอดกันกลมด้วยความปลื้มปิติ ช่างภาพถ่ายรูปวุ่นวาย
 
อ่านต่อหน้า 4





ต้มยำลำซิ่ง ตอนที่ 21 อวสาน (ต่อ)

เช้าวันต่อมา ทูนอินทร์กับรุ้งระวี นั่งกินของเช้าอยู่ด้วยกัน แสงหล้าช่วยจัดอาหารให้
 
“แม่ครับ ไม่ต้องจัดให้ผมกับรุ้งหรอกครับ แม่ไม่ใช่แม่บ้านอย่างเดิมแล้วนะครับ”
แสงหล้ายิ้มให้
“ให้แม่ทำเถอะนะ คนเป็นแม่น่ะ จะมีอะไรมีความสุขเท่ากับได้ปรนนิบัติลูกๆล่ะ”
“งั้นแม่ต้องทานกับเราด้วย”
“จ๊ะ”
แสงหล้าลงนั่ง รุ้งระวีตักอาหารให้แม่ รินน้ำให้
“และความสุขของลูกๆก็คือได้ปรนนิบัติแม่ค่ะ”
สองแม่ลูกยิ้มให้กัน ทูนอินทร์ยิ้มปลื้มใจ
“แม่ครับ ผมกับรุ้งขอปรึกษา”
“จ๊ะ”
“เราจะแต่งงานกันครับ แม่อนุญาตรึเปล่า”
“อืมม์ ต้องถามรุ้งจ๊ะ พร้อมไหม”
รุ้งระวีเขินๆ
“แม่น่ะ หนูเขินนะ แต่ก็ พร้อมค่ะ”
“คนที่จะแต่งงานกัน ย่อมไม่มีความลับต่อกันใช่ไหมลูก”
ทั้งสองรับปากพร้อมกัน
“ครับ / ค่ะ”
“งั้นแม่ยังให้ลูกทั้งสองแต่งงานกันไม่ได้”
ทูนอินทร์อึ้งไป
“ทำไมครับ”
“เพราะยังมีความลับอีกเรื่องลูกยังปิดบังกันอยู่”
รุ้งระวีงงๆ
“เรื่องอะไรคะแม่”
แสงหล้าแกล้งทำหน้าหนักใจ
“มาทางนี้ทั้งคู่เลย”
แสงหล้าลุกนำไปที่ห้องนั่งเล่น ทูนอินทร์กับ รุ้งระวีมองหน้ากันชักกังวล ก่อนจะเดินตามไป แสงหล้านั่งที่โต๊ะหยิบรูปถ่ายมาวางไว้ พร้อมด้วยกล่องสมบัติของเธอ
“แม่ครับ มีความลับอะไรครับ”
“อยู่ในกล่องนี้แหละ”
แสงหล้าหยิบรูปที่สอดไว้ที่ผนังของกล่องออกมาเป็นรูปของแหม่มจ๋าถ่ายกับเธอ รุ้งระวีเห็นรูปตัวเอง รู้ทันทีว่าความลับที่ว่าคืออะไร ทูนอินทร์มองอย่างแปลกใจ
“เอ๊ะ รูปพวกนี้ ทำไมคราวที่แล้วผมเปิดกล่องแต่ไม่เห็น”
“เพราะมันสอดอยู่ในผนังกล่องนี่ไง”
ทูนอินทร์มองรูปใบนั้น
“นี่มันรูปยายแหม่มจ๋า แล้วแม่มีรูปยายแหม่มจ๋าได้ยังไงครับ”
“นี่แหละ คือความลับ เอ้า รุ้งเฉลยเสียที”
“คือว่า คือเออ ฉันคือ แหม่มจ๋าค่ะ”
“คุณคือ แหม่มจ๋า ยายแหม่มจ๋าตัวแสบ”
“ใช่ค่ะ ฉันคือคนที่เอาตุ๊กแกไปใส่กางเกงคุณ”
“แล้วทำไมไม่บอกความจริงผมแต่แรก”
“กลัวคุณโกรธน่ะซี”
“แล้วแม่แสงรู้ได้ยังไงครับว่าผมคือเด็กคนนั้น”
แสงหยิบรูปทูนอินทร์มา
“นี่ไงคะ แม่เห็นรูปที่คุณถ่ายสมัยเด็กพวกนี้ มีรูปแหม่มจ๋าด้วย แม่ก็เลยรู้ว่าคุณคือเด็กผู้ชายน่ารักคนนั้น แล้วถ้าสังเกตให้ดี นี่คะรูปแม่ ยืนเข้าแถวอยู่กับเขาด้วย” แสงหล้าหยิบรูปตัวเองอยู่ในกลุ่มให้ทูนอินทร์ดู “สวยไหม”
“โธ่ ผมไม่ทันสังเกตจริงๆ” ทูนอินทร์มองรุ้งระวีตาเขียว “รุ้ง คุณปิดบังผม”
“อย่าโกรธนะคะคุณทูน”
“โกรธ และต้องทำโทษ”
รุ้งระวีหวาดๆ
“อุ๊ย .ทำโทษยังไง”
ทูนอินทร์ยิ้ม
“ปล้ำ”
“ว้าย อย่านะ คุณทูน”
ทูนอินทร์จะกอดปล้ำ รุ้งระวีวี้ดว้ายวิ่งหนีไปรอบห้อง ทูนอินทร์คำราม
“แม่อย่าห้ามผมนะ”
“ไม่ห้ามจ๊ะ ตามสบาย”
“คุณทูน กลัวแล้วค่ะ”
รุ้งระวีวิ่งไปทั่วห้องร้องวี๊ดว้าย ทูนอินทร์ไล่ตาม แสงหล้าหัวเราะ พูดเปรยๆ
“เฮ้อ ไม่มีอะไรปิดบังกันแล้ว อนุญาตให้แต่งแล้วจ๊ะ”
ทูนอินทร์และรุ้งระวีหยุดวิ่งทันที
“อนุญาตแล้วนะครับ”
“จ๊ะ”
“ไชโย”
ทูนอินทร์กอดรุ้งระวี ยกตัวลอย

สองวันต่อมา รุ้งระวีนอนหนุนตักแม่ อยู่ที่เฉลียงบ้าน มองเห็นทิวทัศน์งดงามทั้งสองแต่งตัวสวยสะอาดพร้อมจะไปทำบุญที่วัด รุ้งระวีอ่านหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวฟ้าใสหน้าหนึ่ง มีภาพฟ้าใสใส่แว่นปิดบังตายืนอยู่กับตำรวจ รุ้งระวีลุกขึ้น เมื่อเห็นข่าว
“แม่คะ ข่าวนี่บอกว่ายายฟ้าใสโดนคดีกับเขาด้วย”
“เรื่องอะไรล่ะ”
“สมรู้ร่วมคิด ฆาตกรรมนางผกาค่ะ”
แสงหล้าตกใจ
“ตายจริง”
“นายคำรณสารภาพว่าฆ่าปิดปากนางผกาในคอนโดของยายฟ้าใส ร่วมมือกันฆ่าค่ะ น่ากลัวจริงๆ คนพวกนี้”
“อนาคตหมดกันเท่านี้ทั้งนายอิทธิ ทั้งแม่ฟ้าใส เฮ้อ ถ้าไม่ละโมภ ไม่อยากได้ ใคร่ดีในทางที่ผิด ชีวิตคงไม่ลงเอยแบบนี้ แล้วบริษัทนายอิทธิล่ะลูก ทำยังไงต่อ”
“ปิดไปแล้วค่ะ เห็นว่าจะขายเพื่อเอาเงินมาสู้คดี พวกนักร้องในค่ายตอนนี้ก็โดนลอยแพ แยกย้ายกันไปหมด”
แสงหล้าถอนใจ
“กรรมมันตามทันจริงๆนะ”
ส้มป่อยเข้ามาเสิร์ฟน้ำและของว่าง แต่งตัวเรียบร้อย และกิริยานุ่มนวลเป็นพิเศษ
“ทานน้ำกับของว่างค่ะ พี่รุ้ง คุณแม่แสง”
“หนูส้ม เรียกป้าแสงอย่างเดิมก็ได้”
“ไม่ได้ค่ะ ถือว่าไม่ให้เกียรติคุณแม่พี่รุ้ง”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า”
รุ้งระวีแปลกใจ
“เอ นี่หายไปไหนกันหมดล่ะ ไหนว่าจะไปทำบุญที่วัดไง”
“อ๋อ เขาเตรียมตัวกันอยู่ค่ะ”
ขาดคำส้มป่อยเสียงขบวนแห่ดังมาจากหน้าบ้าน ส้มป่อยรีบบอก
“มาแล้วค่ะ”
แสงหล้าและรุ้งระวีงง ทั้งสามรีบออกไปหน้าบ้าน

รุ้งระวีและแสงหล้าออกมาแล้วตกใจเพราะทูนอินทร์ และทุกคน แต่งตัวเข้าพิธีแห่ขันหมาก รำป้อ อยู่ที่หน้าบ้าน ที่ตั้งพิธี รุ้งระวีและแสงหล้าหัวเราะ ลงมาจากเรือน เมธเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายชาย ถือพานธูปเทียนแพ ทูนอินทร์แต่งตัวหล่อถือพานขันหมาก อินทรถือพานสินสอด หนาน คูน จี่หอย มะปราง ป้าแป๋ว รำกันเฉิบๆตรงมาหน้าบ้าน รุ้งระวีหันไปถามแม่อย่างงุนงง
“อะไรกันคะแม่ คุณทูนทำอะไร”
“เขาเรียกขบวนแห่ขันหมากจ๊ะ”
“ขบวนขันหมาก คืออะไรคะ”
“เขาจะมาขอหมั้นลูกไง”
รุ้งระวีตะลึงมองมาที่ทูนอินทร์
“เชิญคุณแม่แสงมานั่งที่ตรงนี้เลยครับ”
เมธพาแสงมานั่งที่เก้าอี้ ที่จัดไว้กับโต๊ะวางเครื่องขันหมาก ทูนอินทร์พารุ้งระวีมานั่งที่พื้น ที่ปูเสื่อไว้อย่างดี ทั้งสองลงกราบแม่
“แม่ครับ วันนี้ผมมาขอลูกสาวแม่แสงเป็นคู่ครองของผมนะครับแม่คงอนุญาต”
แสงหล้ายิ้มแย้ม
“จ๊ะ อนุญาตตั้งแต่วันแรกที่เห็นพ่อทูนแล้วละจ๊ะ”
ขบวนส่งเสียงเฮ จี่หอยหยิบกล่องแหวนให้ ทูนอินทร์รับมาบรรจงสวมแหวนให้รุ้งระวี
“ผมขอหมั้นรุ้งอีกครั้งนะครับ”
รุ้งระวียิ้มรับ
“ค่ะ”
แสงหล้ายิ้มพึงใจรีบบอกลูกสาว
“ป้อนขนมให้พี่เขาเลยลูก”
รุ้งระวีป้อนขนมให้ทูนอินทร์
“ป้อนขนมให้น้องเขาบ้าง”
ทูนอินทร์ป้อนให้รุ้งระวีเศษขนมเลอะแก้ม เขาจุ๊บข้างแก้มของเธอเป็นการเช็ดไปในตัว ทุกคนเฮ แล้วรำป้อกันทั้งงาน ทูนอินทร์เชิญรุ้งระวีมาร่วมรำ เมธเชิญแสงหล้ามารำด้วย บรรยากาศเปี่ยมสุข

หลายวันต่อมา โถงหน้างานมีโปสเตอร์ใหญ่ปิดอยู่ ชื่อว่า คอนเสิร์ต รุ้งกินน้ำ รูปรุ้งระวีกับทูนอินทร์อยู่กลางภาพ มีจ๊ะจ๋ากับอินทร อยู่มุมหนึ่ง บรรยากาศหน้างานครึกครื้น คนดูเข้ามาซื้อบัตรและของชำร่วยหน้างานอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ด้านหน้ามีจอทีวีที่ติดตั้งอยู่สามสี่เครื่อง แฟนเพลงมายืนดูอยู่ ทุกจอ เปิดมิวสิคเพลง ต้มยำลำซิ่ง ทูนอินทร์และรุ้งระวีร้องด้วยกันอย่างสนุกสนานครึกครื้น
เมธก้าวออกมาหน้าเวที คนดูเงียบเสียงลง กลุ่มหางเครื่องทยอยกันออกมาเตรียมพร้อม
“ปลื้มใจเหลือเกิน สำหรับการต้อนรับของแฟนเพลง ที่มีให้กับค่ายเพลงน้องใหม่อย่าง รุ้งกินน้ำ ของพวกเรา ตอนนี้เพลงแรกของเราประสบความสำเร็จอย่างที่เราไม่คาด ต้มยำลำซิ่ง ติดอันดับหนึ่งของทุกโพลเป็นสัปดาห์ที่สองแล้วครับ”
คนดูปรบมือลั่น
“ก่อนที่เราจะรับชมรับฟัง คู่ขวัญของเรา นายทูนกับน้องรุ้ง เรามาฟังศิลปินคู่ใหม่ของเราก่อนดีกว่า ขอแนะนำ น้องอินทรกับน้องจ๊ะจ๋า”
คนปรบมือ
อินทรและจ๊ะจ๋าออกมาร้องเพลงคู่กัน หางเครื่องออกมาเต้น ในกลุ่มหางเครื่องมะปรางและจี่หอยมาร่วมด้วย เป็นที่สนุกสนานเมื่อเพลงจบลงแม่ยกพ่อยก ให้พวงมาลัยทั้งอินทรและจ๊ะจ๋า มะปรางและจี่หอยช่วยรับพวงมาลัยมา อินทรหันไปถามจ๊ะจ๋า
“เป็นไงบ้างครับจ๋า”
“ปลื้มสุดๆเลยค่ะ ในชีวิตไม่คิดเลยว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ขอบคุณคุณทร ปราง พี่หอย เพื่อนๆ พี่ๆทุกคน ที่ช่วยให้จ๋ากล้าพอที่จะสู้อุปสรรคแล้วกล้าที่ก้าวมาข้างหน้าค่ะ ขอบคุณค่ะ”
ทุกคนปรบมือ จี่หอยทำท่านึกๆ
“เอ พี่ว่าพี่ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างนะ”
อินทรแปลกใจ
“อะไรครับพี่หอย”
“เสียงเหมือนคนเข็นครกน่ะ แถวไม่มีภูเขา เขาเข็นครกมาทำไม”
“ไม่ใช่มั้งคะ เข็นครกไม่น่าดังขนาดนี้” มะปรางแย้ง
“อ๋อ ผมรู้แล้ว”
อินทรกับจ๊ะจ๋าพูดพร้อมกัน
“เข็นตุ่มครับ/ ค่ะ”
ทันใดนั้นม่านด้านในเปิดออก ตุ่มตั้งอยู่ รุ้งระวีวิ่งออกมาในชุดสวยสมทบกับกลุ่มอินทร คนดูกรี๊ดปรบมือลั่น รุ้งระวียิ้มกับคนดูรอจนเสียงเงียบ
“มีใครเห็นคุณทูนบ้างไหมจ๊ะ จะออกคอนเสิร์ตแล้ว ไม่รู้หลบไปอยู่ไหน”
จี่หอยชี้ไปที่ตุ่ม
“พี่ว่าพี่รู้นะ แอบอยู่ในตุ่มไง”
ดนตรีขึ้นทันที รุ้งระวีร้องเพลง รักน้องต้องลงตุ่ม ขณะเดียวกันเสียงของทูนอินทร์ดังมาจากในตุ่ม อินทรกับจี่หอยช่วยกันดึงทูนอินทร์ออกมา คนกรี๊ดปรบมือกันสนั่น ทูนอินทร์ออกมาร้องหน้าเวที รุ้งระวี อินทร มะปราง จี่หอย จ๊ะจ๋า ช่วยเต้นเป็นหางเครื่อง จากนั้นก็เป็นเพลงเมดเลย์ รุ้งระวีร้อง จิ้มแจ่ว แอลเอ ทูนอินทร์และทุกคนช่วยเป็นหางเครื่อง รุ้งระวีร้องจนจบเพลง แม่ยก พ่อยกให้พวงมาลัย ทูนอินทร์ยิ้มแย้มกับรุ้งระวี
“รุ้ง เอ คืนนี้เห็นว่าเรามีศิลปินน้องใหม่จะมาแนะนำให้รู้จักด้วยไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ค่ะ แต่คงไม่ใช่น้องแล้วละมังคะ”
“ทำไมละครับ”
“ท่านเป็นคุณแม่เราน่ะซีคะ ขอต้อนรับ ศิลปินคนใหม่ของเรา คุณแม่แสงหล้าค่ะ”
ขาดคำเพลงขึ้น ร่างของแสงหล้าในชุดไทยสวยสง่าก้าวออกมาจากกลุ่มหางเครื่อง
“แม่ขอร้องเพลงนี้ให้กับลูกแม่ และคนดีของสังคมทุกคน”
แสงหล้าร้อง สะพานรุ้งอย่างไพเราะจับใจคนดูฟังเคลิ้มจนจบเพลง เสียงปรบมือกึกก้อง เสียงเพลง ต้มยำลำซิ่งขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ทุกคนร้องและเต้นร่วมกัน แสงหล้าร่วมร้องด้วย พลุถูกจุดขึ้นมาโปรยปรายเต็มเวที เมธวิ่งออกมา รุ้งระวีและทูนอินทร์มองหน้ากัน ก่อนจะสวมกอดกันแนบแน่นและหันมาโบกมือให้คนดูเป็นการอำลา สายรุ้งกระจายพราวพร่างไปทั้งเวที ทุกคนมีความสุขกันทั่วหน้า

จบบริบูรณ์




กำลังโหลดความคิดเห็น...