xs
xsm
sm
md
lg

รอยไหม ตอนที่ 33

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ติดตามอ่านละครออนไลน์ได้ทาง www.manager.co.th ทุกเช้าเวลา 09.30น.

รอยไหม ตอนที่ 33

เจ้าหลวงเดินจิตใจหม่นหมอง ออกมาหาสล่าพันที่รออยู่
“ไอ้พัน...”
สล่าพันคุกเข่าลงเบื้องหลัง เจ้าหลวง
“ครับ”
“ข้าฝากเอ็งดูแลจัดงานส่งลูกข้าเป็นครั้งสุดท้าย หื้อสมเกียรติโตย”
“ครับ”
“แล้วเอ็งประกาศออกไปหื้อทุกคนฮับฮู้ ตั้งแต่บัดนี้ไป ใครไม่ว่าหน้าไหน ถ้ามันเล่นพิณเปี๊ยะอีก มันจำต้องอาญาแผ่นดิน”
สล่ายกมือไหว้รับสนองพระบัญชา ทั้งที่ใจสลาย เจ้าหลวงค่อยๆ เดินจากมา เจ็บปวดจากความสูญเสีย
ศิริวัฒนาอยู่ในความทุกข์ทรมาน กอดรูปถ่ายคู่กันของสองพี่น้อง
“เจ้าน้อยของอ้าย อ้ายยะหยังลงไป อ้าย บ่ ได้ตั้งใจ สุมาหื้ออ้ายโตย เจ้าน้อย...อ้าย บ่ ได้ตั้งใจ”
ศิริวัฒนาเสียใจรู้สึกผิดอย่างมหันต์

+ + + + + + + + + + + +

ไฟฐานเชิงตะกอนกำลังค่อยๆ ลุกโซน โชติช่วงขึ้นไหม้ฟืนเผาศพ
พิธีเผาศพศิริวงศ์จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ตุงงานศพ มากมาย ถูกปักขึ้นสูงเสียดฟ้า สีครามหม่น ผู้คนที่มาร่วมงานงร้องไห้ระงมอยู่ในความโศกศัลย์
บัวเงินเก็บความแค้นไว้มิดชิดภายใน เสียใจไม่น้อยต่อความคิดพลาดที่เกิดขึ้น ศิริวัฒนา น้ำตาไหล มณีรินเหมือนร้องไห้มาเจ็ดวัน เจ็ดคืน ร้องจนไม่มีอะไรจะร้อง ร้องจนไม่เหลือจิตวิญญาณ กองฟืนทรุดตัวลง และยิ่งทำให้ไฟลุกโซนขึ้นอีก
“พาเฮาไปโตย เจ้าน้อย อย่าทิ้งเฮาไว้คนเดียวจะอี้ พาเฮาไปโตย”
มณีรินดิ้นรนทั้งที่อ่อนแรงเต็มที มือไขว่คว้าจะไปหาคนรักเสียให้ได้ จนหมดสติไปกับอ้อมกอดของคำเที่ยง

หลายวันผ่านไป...
ดอกปีบในพานแก้ว ถูกวางไว้บนโต๊ะหัวเตียงใกล้ๆ กับปิ่นทองคำดอกกาสะลอง มณีริน ตาซ้ำเลื่อนลอย นอนนิ่งอยู่บนเตียง
“เจ้าริน....ลุกขึ้นกินอะไรเสียมั่งเต๊อะ ข้าวน้ำ บ่ ได้ถึงท้องมาหลายวันแล้ว เลิกทรมานตัวเองเสียทีเต๊อะเจ้าริน”
“ในเมื่อคนที่เฮาฮักจากเฮาไปแล้ว เฮาจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะหยัง พี่คำเที่ยง”
“ถ้าเจ้ารินมีอันเป็นไปอีกคน แล้วคนข้างหลังที่ฮักเจ้ารินล่ะ เจ้ารินต้องนึกถึงจิตใจเปิ้นหื้อนักๆ เน้อ ไหนจะพ่อเจ้า แม่เจ้าที่เชียงตุง ไหนจะเจ้าหลวง พระชายา ที่นี่แหม”
มณีรินค่อยๆหลับตาลง น้ำตาไหลลงข้างแก้ม
“พี่จะไปยกสำรับมาหื้อ เจ้ารินคอยพี่หน่อยเน้อ”
มณีรินนิ่งขยับลุกขึ้นนั่ง คำเที่ยงขยับลุกออกมา มือมณีรินเอื้อมไปหยิบปิ่นทองคำ คำเที่ยงเปิดประตูจะออกไป หันกลับมามอง แล้วกรีดร้องตกใจ
“เจ้าริน...อย่า”
มณีรินเงื้อมือสุดแขน กำปิ่นทองคำแน่น จะแทงตัวเองด้วยด้ามปิ่น คำเที่ยงพุ่งเข้ามา ยื้อห้ามได้ทัน
“จะไดยะจะอี้ เจ้าริน” คำเที่ยงร้องไห้ออกมา
มณีรินสะอื้นน้ำตาไหล
“เฮาอยากตาย พี่คำเที่ยง ปล่อยหื้อเฮาได้ตายสมใจเฮาเต๊อะ”
“มันเป็นบาปหนักเน้อเจ้าริน ตุ๊เจ้าเปิ้นสอนไว้”
“เฮายอมเป็นบาป เฮาจะตามเจ้าน้อยเปิ้นไป”
ทั้งสองร้องไห้จมอยู่กับความทุกข์

+ + + + + + + + + + + +

ในห้องเสวยที่เงียบเหงา พวกนางข้าหลวงที่อยู่รับใช้ต่างสงบเงียบเหมือนไม่มีตัวตน สล่าพันอยู่รับใช้อยู่มุมหนึ่ง เจ้าหลวงกับพระชายา เสวยไม่ลง
“คุ้มเจ้าหลวงใหญ่โตกว้างขวาง แต่คนในคุ้มมีแต่ความทุกข์ ทรัพย์สมบัติอะหยัง ก็ บ่ มีความหมาย”
“ทุกอย่างสายเกินไป ถ้าพ่อกับแม่ได้ฮับรู้เรื่องความทุกข์ของลูกเสียก่อนหน้านี้ พี่น้องก็คง บ่ ต้องมาล้างกันเองจะอี้”
พระชายาซับน้ำตา สล่าพันก้มหน้านิ่ง

+ + + + + + + + + + + +

มณีรินแต่งตัวไว้ทุกข์นั่งนิ่งเลื่อนลอยเหมือนเหลือแต่ซากไม่มีหัวใจ คำเที่ยงพาศิริวัฒนาเข้ามา
“เจ้าริน เจ้า...”
มณีรินไม่โต้ตอบ คำเที่ยงหันมามองศิริวัฒนา แล้วถอยออกไป ศิริวัฒนาเดินเข้ามาหามณีริน
“เจ้าริน...ยกโทษหื้ออ้ายเน้อ...อ้ายขอฮับผิดทั้งหมด อ้ายเสียใจนักขนาด ชาตินี้ ชาติหน้า หรือชาติไหนๆ อ้ายก็คง บ่ มีทางพ้นบาปนี้ไปได้ ถ้าเจ้าริน บ่ เปิดโอกาสหื้ออ้ายได้ไถ่บาป”
ศิริวัฒนาเอื้อมไปจับมือมณีรินมาคุมไว้
“แต่งงานกับอ้ายเน้อ เจ้าริน หื้อโอกาสอ้ายได้มอบความฮักจากหัวใจอ้ายต่อเจ้าริน...เจ้ารินจะได้ฮู้ว่าอ้ายก็ฮักเจ้าริน บ่ ได้น้อยไปกว่า เจ้าน้อยศิริวงศ์เปิ้นเลย”
มณีรินนิ่งเหมือนไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น ศิริวัฒนาดึงตัวมณีรินมากอดไว้ มณีรินน้ำตาร่วง
มณีรินยังจมอยู่ในอ้อมกอดศิริวัฒนา เพราะสิ้นเรี่ยวแรง ที่จะขัดขืน ทั้งที่ใจอยากจะผลักไส้เขาออกไป
“เฮาจะแต่งงานกับเจ้า...ได้อย่างใด ในเมื่อเฮาฮู้อยู่เต็มอกว่าเจ้า คือ...ฆาตกรเลือดเย็น พรากคนฮักของเฮาไป”
ศิริวัฒนาชะงัก ค่อยๆคลายกอดออก
“เจ้า บ่ ฮู้จักความฮัก ต่อหื้อชาตินี้ ชาติหน้า หรือชาติไหนๆ เฮาก็ฮักเจ้า บ่ ลงดอก เอาชีวิตของคนฮักเฮาคืนมา หรือ บ่ จะอั้น ถ้าจะสงเคราะห์ช่วยฆ่าเฮาหื้อตายตามเจ้าน้อยศิริวงศ์เปิ้นไปด้วยจะดีกว่านัก”
ศิริวัฒนาหูอื้อ ตาลาย ค่อยๆ ขยับออก มณีรินไม่มองหน้า ไม่มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ จมอยู่แต่ความทุกข์ของตัวเอง
ศิริวัฒนา เจ็บจนเกินเจ็บ การถูกปฏิเสธ ขับดันให้กลายเป็นความโกรธ เขาร้องตะโกนก้อง เหมือนต้องการให้ตะกอนที่ตกค้างในใจหลุดออกไป และความเด็ดเดี่ยวเข็มแข็งกลับคืนมาสู่ตน
หลังจากที่ศิริวัฒนาออกไป คำเที่ยงรีบเข้ามาหามณีรินอย่างห่วงใย
“เจ้าศิริวัฒนา เปิ้นคงสำนึกผิดจริง ๆ เจ้ารินเห็นใจเปิ้นเต๊อะ”
“บาปนั้นจะต้องอยู่ในใจเปิ้นไปชั่วกัปชั่วกัลป์”
“ยกโทษหื้อเปิ้นเต๊อะ เจ้าริน อาฆาตจองเวร บ่ ดี”
“เฮา บ่ ได้อาฆาตจองเวร แต่กรรมนั้นจะสนองเปิ้นเอง”
คำเที่ยงถอนใจ
“ความฮักของเปิ้น บ่ ใช่ความฮักมันเป็นแค่ความหลงเท่านั้น พี่คำเที่ยงอย่าบังคับจิตใจเฮาอีกต่อไปเลย เฮา...มณีริน บ่ มีวันยอมได้ชื่อว่าเป็นหญิงสองผัวดอก เฮาเกิดมาเพื่อมีหัวใจฮักและภักดีต่อเจ้าน้อยศิริวงศ์ผู้เดียว”
มณีรินบอกอย่างหนักแน่น

+ + + + + + + + + + + +

ค่ำนั้น ผีอีเม้ยปรากฏตัวต่อหน้าบัวเงิน พร้อมกับรายงานเรื่องที่ได้รับรู้มา
“กู บ่ เชื่อมึงดอกอีเม้ย มึงได้ยินมาผิด”
“บ่ ผิดดอกกะเจ้าหม่อม...เจ้าเปิ้นไปอ้อนวอนขอหื้อมันยอมแต่งงานกับเปิ้น”
บัวเงินโกรธ
“ง่าวนักขนาด อีแม่หญิงผ่านมือชายมาแล้ว มันจะคู่ควรเป็นพระชายาเป็นแม่เจ้าหื้อใครต่อใครกราบไหว้ได้จะได ความจริงปรากฏจะอี้ ยังจะฝังจิตฝังใจอยู่กับมันแหม สิ้นคิด เจ้าอ้ายสิ้นคิด”
เช้าวันใหม่...
บัวเงินมาเข้าเฝ้าพระชายา เพื่อกราบทูลเรื่องมณีริน
“ข้าหันเปิ้นแล้วก่อเวทนา เจ็บปวดหัวใจ บ่ ได้” พระชายาถอนใจ
“เจ้านางน้อยเปิ้นน่าสงสาร แต๊ๆ แม่เจ้า ข้าเจ้าไปเยี่ยมเปิ้นทุกวัน บ่ หันอาการจะดีขึ้น วันๆได้แต่นั่งซึมเศร้า บ้ อู้อะหยัง ข้าวปลาก็ บ่ กิน หัวอกของลูกแม่หญิงสูญเสียผัวฮัก ชีวิตก็เหมือนเรือ บ่ มีทิศทาง บ่ ฮู้จะมุ่งหน้าไปทางใด หัวใจฮัก ภักดีต่อเจ้าน้อยของเปิ้น น่าบูชานัก”
“ดังเป็นเวรกรรมที่ยะร่วมกันมา”
“ในเมื่อเปิ้น บ่ อย่างแต่งงานกับเจ้าอ้าย จะไดแม่เจ้า บ่ ส่งเปิ้นปิ๊กเชียงตุงบ้านเกิดเปิ้นไป ข้าเจ้าได้ยินเปิ้นเพ้อ ถึงพ่อเจ้าแม่เจ้าของเปิ้น บ่ ขาดปาก บางทีถ้าเปิ้นได้ปิ๊กเชียงตุง เปิ้นอาจจะลืมอดีตที่ขมขื่นได้บ้างนะเจ้า แม่เจ้า”บัวเงินยุยง
พระชายาหนักใจ
“บ่ ง่ายจะอั้นดอก บัวเงิน วันข้างหน้า ศิริวัฒนา จะต้องขึ้นเป็นเจ้าหลวงเชียงใหม่ แล้วผู้ใดจะเหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาเปิ้น นอกจากเจ้านางมณีริน”
บัวเงินปวดใจทนไม่ได้อีกต่อไป
“ข้าเจ้าก็เป็นเมียเปิ้น จะไดแม่เจ้า บ่ หันสมควรว่าตำแหน่งพระชายาเปิ้น ข้าเจ้าก็คู่ควารจะได้ฮับเหมือนกัน”
“การบ้าน การเมือง เป็นเฮื่องซับซ้อน แต่ก็ บ่ ยากเกินกว่าจะเข้าใจดอกบัวเงิน อีกอย่างนึง คนที่จะตัดสินใจเลือกพระชาย คือ ศิริวัฒนาเปิ้นเอง”
บัวเงินคอแห้งผาก เมื่อรู้ว่าจะต้องเป็นได้แค่หม่อมไปจนตายหรือไง

+ + + + + + + + + + + +

ศิริวัฒนามาอ้อนวอนให้ มณีรินยอมแต่งงานด้วย แต่มณีรินยังคงปฏิเสธ
“เจ้าบังคับจิตใจข้าเจ้า บ่ ได้ดอก” มณีรินพูดเรียบนิ่งหนักแน่น
ศิริวัฒนาโกรธ
“จะได บ่ ได้ เฮา...เจ้าศิริวัฒนา องค์รัชทายาทแห่งเวียงเชียงใหม่ คู่หมั้นแต่ละอ่อนของเจ้านางมณีริน ข้าขอออกคำสั่ง แต่วันนี้ไปหื้อเจ้านางหันแก่ความสัมพันธ์สองแผ่นดินหื้อจงนัก ชุดไว้ทุกข์หื้อคนตายนี้จงถอดออกได้แล้ว แล้วเร่งมือทอผ้าตุ๊มผืนนั้นหื้อแล้วในเร็ววัน บ่ เกินเดือนห้า พิธีแต่งงานของเฮาจะเลื่อนออกไปอีก บ่ ได้เด็ดขาด”
มณีรินค่อยๆ ยิ้มออกมาอย่างสมเพชและดูแคลน ศิริวัฒนาโกรธมากคว้าแขนมณีริน ฉุดดึงออกไปจากห้องทันที มณีรินทีอ่อนแรง ล้มลุกคลุกคลานออกไป คำเที่ยงที่ตื่นตระหนก ตามออกไป
ศิริวัฒนาฉุดดึงลากมณีรินออกมาจนถึงกี่ทอผ้า คำเที่ยงทำอะไรไม่ได้ นอกจากอกสั่น ขวัญแขวนตามมาด้วย เพื่อดูแลมณีริน
“ปิ๊กมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้แล้ว เจ้านางน้อย ผ้าตุ๊มผืนนี้แม่หญิงผู้เป็นเจ้าสาวจักต้องทอ เพื่อมอบให้เจ้าบ่าวผู้ที่จะต้องร่วมชีวิตไปโตยเท่านั้น”
คำเที่ยงเข้าประคองมณีรินที่ล้มอยู่กับพื้น
“ทอ...ทอเข้า...เฮาสั่งหื้อทอ”
ศิริวัฒนาฉุดดึงมณีรินขึ้นมาอีกครั้ง และบังคับให้นั่งลงบนกี่ มณีรินเซซังเหมือนไม่มีชีวิตจิตใจ คำเที่ยงสงสารจนน้ำตาร่วง ศิริวัฒนาจับกระสวยยัดใส่มือมณีริน
“ทอ”
ในที่สุดมณีรินขยับมือ สอดกระสวยพุ่งเส้นไหมช้าๆ ศิริวัฒนาสงบลง
“ชีวิตเฮาสองคนยังต้องเดินทางร่วมกันไปอีกเมิน เจ้ารินเปิดดวงตาและดวงใจของเจ้าริน หันผ่อหัวใจฮักจากคนที่ยังมีชีวิต มีลมหายใจ อยู่บ้างเต๊อะ จะไดจึงเฝ้าผูกมัดตัวเองไว้กับคนที่ตายจากไปแล้วจะอี้”
มณีรินก้มหน้าก้มตาทอผ้าช้าๆ ศิริวัฒนาค่อยๆ ถอยออกไป และเดินจากไปในที่สุด คำเที่ยงเช็ดน้ำตาและคลานเข้ามาหามณีรินอย่งห่วงใย
“เจ้าริน...”
“เฮาจะทอผ้าผืนนี้หื้อแล้ว ตามที่เปิ้นสั่ง แต่เมื่อทอแล้ว เปิ้นจะได้หันว่า บ่ มีอะหยังมาพรากความฮักของเฮากับเจ้าน้อยศิริวงศ์ เปิ้นได้ เพราะเมื่อผ้าผืนนี้แล้วสมบูรณ์เฮาจะใช้ผ้าผืนนี้ ผูกคอตายตามคนที่เฮาฮักไป”
คำเที่ยงตกใจจนตัวเย็นเฉียบ
“เจ้าริน”
มณีรินทอผ้าอย่างมีสมาธิ น้ำตาร่วงลงมาอาบรอยยิ้ม ค้นพบจุดหมายปลายทางที่น่าพึงพอใจ

+ + + + + + + + + + + +

ผีอีเม้ยมารายงานว่าบัวเงินว่า มณีรินลงมือทอผ้าต่อแล้ว
“หมายความว่า จะได อีเม้ยมันทอผ้าผืนนั้นต่อ เพราะมันเตรียมตัวจะแต่งงานกับผัวกู จะอั้นก๊ะ”
“บ่ ผิดดอกกะเจ้าหม่อม”
“อีสารเลว อีหญิงหลายผัว จะไดมัน บ่ โดดกองไฟตายตามผัวเก่ามันไปให้สิ้นเฮื่อง”
“ท้ายที่สุด แล้วมันก็คงอยากจะเป็นแม่เจ้า มันถึงกีดกันหม่อมทุกหนทาง”
บัวเงินแค้นจัด
“กูจะขอจองเวรกับมันทุกชาติไป มีกู ก่อต้อง บ่ มีอีมณีริน”
บัวเงินไปที่เรือนมณีรินทันที เห็นมณีรินก้มหน้าก้มตาทอผ้า บัวเงินเข้ามาหยุดยืนมองอยู่ครู่ใหญ่ แล้วจึงเดินเข้ามาหา
“จะไดน๊อ นับวันฝีมือก็ยิ่งแก่กล้า เจ้าบ่าวที่จะได้รับผ้าผืนนี้ในวันแต่งงานคงจะปลาบปลื้มใจนักขนาด เพราะผ้าตุ๊มนี้จกลายงาม ฝีมือชั้นครู แต่ก็ บ่ ฮู้เน้อว่าเจ้าสาวเปิ้นนึกถึงหน้าผู้ใด ตอนเปิ้นทอผ้าผืนนี้”
มณีรินไม่ได้หยุดทอผ้า การปรากฏตัวของบัวเงินไม่มีความหมายอะไร เหมือนไม่มีตัวตน
“ผัวเพิ่งตาย แต๊ๆ ควันเผาศพยัง บ่ ทันจางหมด ก็เตรียมตัวแต่งงานกับผู้ชายแหมคน ชาวบ้านชาวช่องเปิ้นฮ้องว่า จัญไร บ่ ฮู้ก่อ เจ้านางน้อย”
มณีรินยังเฉย
“อยู่กินกับเปิ้นไป ได้ชื่อว่าเป็นพระชายามีแต่คนกราบไหว้ แต่ บ่ เมินดอก เจ้าอ้ายเปิ้นจะต้องฮู้ว่า พระชายาของเปิ้นน่ารังเกียจ น่าขยะแขยงขนาดปานใด เฮาฮู้กับโตอยู่ บ่ ได้ยินก๊ะ”
มณีรินทอผ้าต่อไปอย่างไม่ใส่ใจ บัวเงินโกรธจัด คว้ามีดขึ้นมากำแน่น
“งานแต่งงานจะ บ่ มีวันเกิดขึ้นได้ดอก เพราะผ้าระยำผืนนี้จะ บ่ มีวันทอเสร็จ”
บัวเงินปราดเข้ามา เงื้อมือสุดแขนจะกรีดทำลายผ้าผืนนั้น คำเที่ยงวิ่งเข้ามา ยื้อคมมีดในมือบัวเงินได้ทัน
“หม่อมจะยะอะหยัง หยุดเดี๋ยวนี้เน้อ”
“อีขี้ข้า บ่ ใช่กงการอะหยังของมึง”
“หม่อม บ่ มีวันทำลายผ้าผืนนี้ได้ดอก ถ้าเฮื่องนี้ฮู้ไปถึงเจ้าศิริวัฒนาเปิ้น หม่อมคิดเอาเองก็แล้วกัน ว่าจะเกิดอะหยังขึ้นบ้าง”
คำเที่ยงสะบัด บิดมือบัวเงินอย่างแรง มีดหลุดจากมือบัวเงิน บัวเงินกัดฟันแค้น จ้องคำเที่ยงเขม็ง แล้วตบหน้าคำเที่ยงเต็มแรงฝ่ามือ
“ระวังตัวมึง ระวังนายมึง หื้อดีๆ มึงฮู้จักคนอย่างกูน้อยไปแล้ว อีขี้ข้า”
บัวเงินฝังแค้น ก่อนจะกลับออกไป คำเที่ยงสะบักสะบอม มณีรินไม่รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในโลกนี้ ทอผ้าต่อไป

+ + + + + + + + + + + +

ผีอีเม้ยคลานเข้ามาหา บัวเงินที่นั่งนิ่งคุ่มแค้น
“หม่อมกะเจ้า”
“มึงไปให้พ้นหน้ากู อีเม้ย มึงบ่เคยช่วยอะหยังกู หื้อสำเร็จสักอย่าง”
ผีอีเม้ยน้อยใจ ก้มหน้าสลด หน้าของมันแทบจมลงกับพื้น
“อีมณีริน มันตั้งหน้าตั้งตาทอผ้าผืนนั้น กูหันแล้วยิ่งปวดหัวใจ มันคงเร่งหื้อแล้วโวยๆ จะได้แต่งงานกับผัวกู...มึงเสียทีได้เป็นผีมีฤทธิ์ช่วยอะหยังกู บ่ ได้เลย ไสหัวไป กู บ่ อยากหันหน้ามึง อีผีอัปลักษณ์”
ผีอีเม้ยน้อยใจ ม้วนตัวเป็นก้อนมวลสารสีดำเทา แล้วหายไปในอากาศ เหลือทิ้งไว้แค่ขวดยาพิษที่เคยใช้กับเจ้าหลวง ขวดยาพิษกลิ้งตามพื้น เข้ามาหาบัวเงินช้าๆ บัวเงินเห็นขวดยาพิษเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมา
“อีเม้ย...มึงจะบอกอะหยังกู”
บัวเงินนิ่งคิดแล้วนึกรู้ว่า ผีอีเม้ยต้องการให้วางยามณีริน
หลายวันต่อมา...
เสียงฟืมกระแทกกี่ดังเป็นจังหวะ เนิบช้าสม่ำเสมอ มณีรินทอผ้า ดวงตาอิดโรยเลื่อนลอย แสงสว่างมีเพียงแสงจากตะเกียง คำเที่ยงนั่งเฝ้าอยู่ไม่ไกล ด้วยความเป็นห่วง ข้าวน้ำถูกวางไว้มุมหนึ่ง
“เจ้าริน...ดึกแล้วเน้อ...หยุดพักเสียบ้างเต๊อะ อย่าทรมานตัวเองจะอี้เลย”
“เฮาจะต้องทอหื้อแล้ว ทอหื้อแล้ว”
คำเที่ยงได้แต่ปลง กระสวยหล่นร่วงลงพื้น เพราะมือมณีรินอ่อนแรงเต็มที คำเที่ยงคลานเข้าไปเก็บกระสวย ขึ้นมาส่งให้ มณีรินทอผ้าต่อ พยายามเขม้นมองงานในมือ
ค่ำนั้น ศิริวัฒนาเมาคอตก เพ้อวนเวียนอยู่แต่กับบาปที่ได้ก่อลงไป ในห้องมีขวดเหล้าล้มระเนระนาด
“อ้าย บ่ ได้ตั้งใจ เจ้าน้อย...ยกโทษหื้ออ้ายโตย อ้าย บ่ ได้ตั้งใจ...จะหื้ออ้ายยะจะไดถึงจะไถ่โทษอ้ายได้เจ้าน้อย...น้องฮักของอ้าย”
ศิริวัฒนาคร่ำครวญไม่หยุดหย่อน

+ + + + + + + + + + + +

บัวเงิน ก้าวเข้ามา มีบริวารถือถาดอาหารตามมารับใช้
“เร่งวันเร่งคืน หื้อถึงวันแต่งงานโวยๆ จน บ่ ยอมหลับยอมนอนเชียวก๊ะ เจ้านางน้อย”
มณีริน เงยหน้าขึ้นมอง
“หยุดพักเอาแฮงเสียหน่อยเต๊อะ เจ้าอ้ายเปิ้นเป็นห่วง เจ้านางน้อยนักขนาด ส่ง หื้อเฮามาคอยดู แลป้อนข้างป้อนน้ำ...กินเสีย เฮาตั้งใจยะกับข้าว ลำๆมาหื้อ”
บริวารวางถาดอาหารลงให้บัวเงิน สายตามณีรินมองบัวเงินเบลอๆไหวๆ ไปมา คำเที่ยงออกมากับบริวาร
“หม่อมมายะหยัง แหม...”
“มึงนี่ท่าทางจะความจำสั้น มึงจำ บ่ ได้ก๊ะ แม่เจ้ามอบหมายหื้อกูเป็นพี่เลี้ยง คอยดูแลทุกข์สุขของนายมึง กูก็มายะหน้าที่นั้น ตามที่มีฮับสั่ง แม่เจ้าเปิ้นห่วงว่าผ้าผืนนี้จะทอ บ่ แล้วทันวันแต่งงาน เพราะนายมึง บ่ ยอมกินข้าว กินปลา กูยะกับข้าว ลำๆ มาหื้อนายมึงจะอี้ มึงต้องกราบตีน สำนึกบุญกูด้วยซ้ำ กินเสีย...เจ้านางน้อย”
“หม่อม อย่ามาบังคับจิตใจ เจ้าริน เปิ้นอีกคนนึงเลย เท่านี้เปิ้นก็เจ็บซ้ำพอแล้ว”
“จะกินหรือ บ่ กิน เจ้านางน้อย”
บัวเงินหยิบแก้วน้ำ ขึ้นมา
“ขอบใจเน้อ เอื้อย น้ำใจของเอื้อย เฮาจะ บ่ มีวันลืมดอก”มณีรินพูดเรียบนิ่ง
บัวเงินโกรธเหมือนถูกด่า กลับมากกว่า
“กูบอกหื้อกิน”
คำเที่ยงเข้าขวางไว้ เผชิญหน้าบัวเงิน
“พวกมึง ช่วยกันจับมันไว้”
บริวารบัวเงิน กรูกันเข้ามาจับคำเที่ยงแน่น คำเที่ยงดิ้นรน
“พวกมึงมาจับกูยะหยัง”
บัวเงินเดินตรงเข้าหามณีริน คว้าคอมณีรินไว้มือนึง มณีรินอ่อนแรงอยู่แล้ว หมดปัญญาดิ้นรนขัดขืน บัวเงินกรอกน้ำใส่ยาพิษเข้าปากมณีรินจนหมดแก้ว เข้าคอไปบ้างหกบ้างแต่ก็มากพอที่จะสมใจบัวเงิน
“ปล่อยกู...มึงยะหยังนายกู”คำเที่ยงตะโกนลั่น
บัวเงินผลักไสปล่อยตัวมณีริน
“เป็นจะไดพ่อง พอจะมีแฮงขึ้นมาก่อ เจ้านางน้อย”
มณีรินหายใจกระชั้น แล้วไอออกมา เลือดกระเซ็นออกมาใส่ผ้าที่ทออยู่
“เจ้าริน...เจ้าริน”
บัวเงินสาแก่ใจ มณีรินเริ่มเจ็บแสบเพราะพิษยา

+ + + + + + + + + + + +

 
(อ่านต่อห้นา 2 )











รอยไหม (ต่อ)

ศิริวัฒนาเมาค้าง เดินสะดุดขาตัวเองล้ม หัวทิ่มลงไปนอนกับพื้น หมดสภาพ สล่าพันรีบเข้ามาประคอง
“เจ้า ครับเจ้า”
“เจ้าน้อยก๊ะ”
“บ่ ใช่ครับเจ้า ผมเอง...พัน”
“อ้ายพัน ช่วยพยุงเฮาลุกขึ้นโตย”
สล่าพันหิ้วปีกพยุงขึ้น
“เจ้าจะไปไหนครับ”
“ตำหนักเจ้าริน”
“เจ้า เดิน บ่ไหวดอก ผมจะไปส่งเจ้าเน้อครับ”
“เฮา บ่ เคยนอนหลับเต็มตาสักคืน อ้ายพัน...เฮาหันเจ้าน้อยเปิ้นมานั่งร้องไห้อยู่ในห้อง เฮา ...ทุกคืน”
สล่าพันพูดไม่ออก รู้ดีว่ามันเป็นบาปกรรมที่ทำเอาไว้ ศิริวัฒนาออกเดินเซๆออกไป สล่าพันเดินตามไปคอยดูแล

+ + + + + + + + + + +

มณีริน ฟุบพับลงคากี่ทอผ้า เลือดไหลออกปาก บัวเงินยิ้มเยาะ
“จะได บ่ ทอต่อล่ะ เจ้านางน้อย ต้องเร่งมือเน้อ เดี๋ยวจะ บ่ ทันวันแต่งงาน”
ศิริวัฒนากับสล่าพัน มาถึงพอดีรีบพุ่งพรวด เข้ามา
“เจ้าริน...จะไดเป็นจะอี้...เจ้าริน”
ศิริวัฒนาประคองมณีรินขึ้น
“เปิ้นหักโหม บ่ ยอมหลับยอมนอน ข้าวปลาก็ บ่ ยอมกิน ก็เป็นจะอี้ละเจ้าอ้าย”บัวเงินรีบบอก
ศิริวัฒนาหันขวับมามองหน้าบัวเงิน
“มึงยะหยัง เจ้ารินกันแน่บัวเงิน”
“ข้าเจ้า บ่ ได้ยะหยัง เจ้านางน้อยเปิ้นเป็นแม่หญิงที่เจ้าอ้ายฮัก น้องก็ต้องฮักเหมือน น้องสาวของน้องเหมือนกัน น้องจะคิดฮ้ายต่อเปิ้นจะได”
“กู บ่ เชื่อมึงดอก อีบัวเงิน”
มณีรินสะดุ้งเฮือกขึ้นอย่างแฮง ศิริวัฒนากอดมณีรินไว้
“เจ้าน้อย...เจ้าน้อย โตอยู่ที่ใด มาฮับเฮาโตย เฮากำลังจะไปกาโตแล้ว เจ้าน้อย...”
“เจ้าริน...เจ้ารินได้ยินอ้ายก่อ อ้ายพัน...รีบไปตามหมอมา ไปโวยๆ”
สล่าพันรีบวิ่งออกไป มณีรินไขว่คว้าสุดแขน
“เจ้าน้อย...ปิ๊กมาฮับเฮาโตย”
มณีรินขาดใจสิ้นลมพับลง ศิริวัฒนา ตะโกนร้องสุดเสียงของความสูญเสีย
“เจ้าริน”
ศิริวัฒนากอดร่างไร้วิญญาณ ของมณีรินไว้แน่น

ในปัจุจบัน...
เรรินน้ำตาร่วง มือยังกำฟืมไว้ ศิริวัฒนา ยืนก้มหน้าเศร้า อยู่ที่ปลายอีกด้านของกี่ทอผ้า
“เรื่องน่าเศร้านี้ ไม่น่าเกิดขึ้นเลย”
“ผมเคยบอกคุณแล้ว ว่าถ้าคุณได้รู้เห็นความจริงทั้งหมด คุณอาจจะไม่อยากทอผ้าผืนนี้ต่อ คุณต้องเกลียดชังคนเห็นแก่ตัวอย่างผม”
“ทุกคนมีเหตุผลของตัวเองกันทั้งนั้น”
“และความทุกข์ของตัวเอง ก็มักจะสำคัญและยิ่งใหญ่กว่าความทุกข์ของคนอื่นเสมอ คนที่ก่อกรรมไว้อย่างผม ถึงต้องตกอยู่ในนรกที่ผมเป็นคนสร้างขึ้นมาเองกับมือ ผมเฝ้ารอให้คุณกลับมาปลดปล่อยพันธนาการนั้นด้วยการทอผ้าผืนนี้ให้เสร็จ”
“ฉันยินดี จะช่วยปลดปล่อยพันธนาการนั้นให้คุณค่ะ”
“ขอบคุณมาก...เจ้าริน ขอบคุณที่เข้าใจ”
ศิริวัฒนามมองเรรินอย่างติ้นตันใจ

+ + + + + + + + + + + +

สุริยวงศ์มาหาวันดารา และบอกความจริงว่า เรรินไม่ได้กลับกรุงเทพฯ แต่แอบเข้าไปในห้องทอผ้า
“แต๊ก๊ะสุริยะ”
“ครับปี้วัน ผมว่าผมหันกับตาว่าคุณรินเธอเข้าไปในห้องนั้นแต๊ๆ แต่พอผมตวยเข้าไปผมก่อ บ่ หันเธอ ห้องนั้นมันบ่ ได้มีตางออกตางไหน แล้วเธอจะหายไปได้จะไดครับปี้วัน”
“เรื่องเหลือเจื่อ เหนือความจริงมันเกิดขึ้นได้เสมอ สุริยะ”
“ปี้วัน...หมายความว่า…”
“บางอย่าง วิทยาศาสตร์ ก่อพิสูจน์ บ่ ได้ แต่มันก่อเกิดขึ้นแล้ว”
ทันใดนั้นเสียงหัวเราะในลำคอต่ำๆ ของผีอีเม้ยดังผ่านอากาศมา ทั้งคู่หันไปมอง ร่างผีอีเม้ยจางๆ อยู่มุมนึง ค่อย ๆ เลือนหายไปกับตา
ผีอีเม้ยรีบกลับมารายงานบัวเงินทันที
“กู บ่ นึกเลยว่า สุดท้ายแล้ว คนที่กูฮักก็ทรยศต่อกูจนได้”
“ป่านนี้มันอาจจะทอผ้าเสร็จแล้วนะกะเจ้าหม่อม”
“มันปิ๊กมา ปลดปล่อย วิญญาณผัวกู อีเม้ย...กู บ่ ยอมดอก เจ็ดสิบปีที่แล้วกูกำจัดมันได้ แล้วจะไดวันนี้กูจะยะจะอั้น บ่ ได้ ผัวกูจะต้องอยู่กับกูตลอดไป ผ้าระยำผืนนั้นมันต้อง บ่ มีวันทอเสร็จ”
ขณะเดียวกัน วงพระจันทร์ขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านบัวเงิน ธนินทร์ลงจากรถตามวงพระจันทร์เข้ามาบริเวณหน้าบ้าน
“คุณพาผมมาที่นี่ทำไม”
“คุณย่าต้องการพบคุณ”
“พบทำไม”
“ท่านคงนึกพิสวาสคุณ อยากได้คุณมาเป็นลูกหลานบุญธรรมมั้ง”
“บ้า”
“เอ๊า...สมบัติท่านไม่ใช่น้อยๆนะ เกิดเป็นยังงั้นขึ้นมาจริงๆ จะเอาไหมล่ะ”
“ให้มันจริง เหอะ”
“แล้วถ้ามันจริง คุณจะจ่ายค่านายหน้ากี่เปอร์เซ็นต์”
“ตกอับมากรึไง ถึงหิวอยู่ตลอดเวลา”
“ชีวิตมันคือการหากำไรไม่ใช่เหรอ”
วงพระจันทร์สะบัดหน้าเดินนำธนินทร์เข้าไป

+ + + + + + + + + + + +

เมื่อธนินทร์เข้าไปในบ้าน บัวเงินยกถ้วยชา เดินหลังงองุ้มเข้ามาเสิร์ฟให้ธนินทร์ด้วยตัวเอง
“แหม...คุณนี่มีบุญจัง ร้อยวันพันมีฉันไม่เคยเห็นคุณย่า จะดูแลเอาใจใครอย่างนี้มาก่อนเลยนะ จะบอกให้”วงพระจันทร์แซว
“คุณย่ามีธุระอะไรกับผมครับ”
“ดื่มชานั่นให้ ม่วนอก ม่วนใจเสียก่อน เดี๋ยวคุณก็รู้เอง ชานั่นหาดื่มยากนะ ไม่มีที่ไหนหรอก นอกจากที่นี่”
วงพระจันทร์สบตาธนินทร์ให้เชื่อฟัง เดี๋ยวดีเอง ธนินทร์ ยกถ้วยชาขึ้นจะจิบ แต่แล้วชะงัก เพราะเหมือนถ้วยมีกลิ่นเน่าๆติดอยู่ บัวเงินพูดขัดขึ้น...
“กลิ่นอย่างนั้นแหละแต่ดื่มแล้ว จะชุ่มคอ”
ธนินทร์กลั้นใจ ดื่มชา ทันทีที่ชาผ่านคอ ธนินทร์ชะงัก เหมือนมีบางอย่าง ไหลเข้าไปในตัวเอง กลิ่นเน่า ยิ่งเหม็นตลบชัดเจนเหมือนออกมาจากลมหายใจตัวเอง วงพระจันทร์แปลกใจ บัวเงินยิ้มสมหวัง ธนินทร์รู้สึกกระอักกระอ่วน เหมือนบางอย่างจะตีย้อนกลับขึ้นมาวิ่งพรวด ออกไปทันที
ธนินทร์วิ่งออกมาจะอ้วก แต่อ้วกไม่ออก ทั้งที่ในท้องกำลังปั่นป่วนอย่างหนัก โก่งคอเต็มที่ เขารู้สึกเหมือนมีบางอย่างพานคอ เอาสองนิ้วล้วงเข้าไปในคอ แล้วเหมือนเจอบางสิ่งบางอย่าง ดึงมันออกมา มันคือเส้นผมสีดำยาวๆ ธนินทร์ดึงเท่าไร ก็เหมือนเส้นผมนั้นยาวไม่รู้จบ รู้สิ้น
ยิ่งดึงผมก็เหมือนไม่ใช่แค่เส้นเดียว แต่หนักแน่นเป็นกระจุกมากขึ้น เหมือนผมบนหัวใครทั้งหัวไปอยู่ในตัวของเขา ธนินทร์ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อดึงมันออกมาจนสุดโคน ปรากฏว่าหัวผีอีเม้ยทั้งหัวหลุดออกมาจากปากธนินทร์
ผีอีเม้ยเสยะยิ้ม ธนินทร์ช็อค หัวผีอีเม้ยเผชิญหน้าจ่อติด ผีอีเม้ยสำแดงฤทธิ์ มุดกลับหายเข้าไปในปากธนินทร์ เส้นผมยาวๆ ของมัน ไหลตามเข้าไปจนหมด ธนินทร์ทรุดลง คุกเข่ากับพื้น วงพระจันทร์วิ่งตามออกมา
“คุณธนินทร์ เป็นอะไรของคุณ”
บัวเงินเดินตามออกมาอย่างใจเย็น
“ทุกอย่างเรียบร้อยก๊ะ”
ธนินทร์ค่อยๆบิดคอหันหน้ากลับมาหาหน้าผีอีเม้ย ซ้อนอยู่ทับหน้าธนินทร์
“เรียบร้อยกะเจ้าหม่อม”เสียงธนินทร์มีเสียงผีอีเม้ยซ้อนอยู่
วงพระจันทร์ ตกใจช็อค ร้องไม่ออก เพราะช็อคจริง
“มึงรีบไป”บัวเงินสั่งเสียงเฉียบ
ธนินทร์ลุกพรวดขึ้นวงพระจันทร์ ผงะถอยตกใจ
“คุณธนินทร์ คุณเป็นอะไร”
“ไปส่งเปิ้น”บัวเงินสั่ง
“คุณย่าคะ เมื่อกี่วงพระจันทร์เห็น...”
“กูสั่งหื้อมึงไปส่งเปิ้น”
“ส่งไปไหนล่ะคะ”
“มึงคอยฟังเปิ้น เปิ้นจะบอกมึงเอง ว่าไปที่ใด”
วงพระจันทร์ขับรถไปตามถนน มีธนินทร์คอยบอกทาง...
“เลี้ยวข้างหน้า กูบอกหื้อเลี้ยว”
“กำลังจะเลี้ยว อยู่นี่ไง”
ธนินทร์นั่งคอแข็ง วงพระจันทร์จะหงุดหงิดก็ไม่กล้า เพราะหวาดระแวง ธนินทร์ที่เหมือนไม่ใช่ธนินทร์คนเดิม
“เลี้ยว”
“ซ้ายหรือขวาล่ะ”
ธนินทร์ชี้มือ
“เลี้ยว กูบอกหื้อเลี้ยว”
“บอกล่วงหน้าได้ไหม บอกกะทันหันยังงี้ใครมันจะเลี้ยวทัน แล้วนี่จะไปไหนกันแน่ บอกมาก่อน”
“มึงขับไปอย่างเดียว บ่ ต้องปากมาก อีจ้าดว่อก”
วงพระจันทร์จอดรถอย่างกะทันหันใกล้ตลาดนัด
“มึงหูตึงก๊ะ อีง่าว กูบอกหื้อจอด”ธนินด่า
“ตำรวจจับแล้วใครจะรับผิดชอบ”วงพระจันทร์บ่น
“อีบ้า”
ธนินทร์ด่าเสร็จ เหมือนได้กลิ่นหอมของอาหารอันโอชะเปิดประตูรถ แล้วพรวดพราดวิ่งลงไปทันที วงพระจันทร์มองตามงงๆ
“แล้วนั่นจะไปไหน ธนินทร์...คุณธนินทร์ ไอ้บ้า”
ในตลาดนัด แม่ค้าขายไก่กำลัง โกย เครื่องในสดๆลงใส่แผง มีลูกค้ากำลังเสือกซื้อเนื้อไก่ ธนินทร์ก้าว เข้ามาหยุด ห่างๆ สูดกลิ่นหอมน่าน้ำลายไหล วงพระจันทร์ก้าวตามมาด้านหลังห่างๆ
“คุณธนินทร์ จะเอายังไงกันแน่ จะซื้ออะไร”
ธนินทร์ไม่สนใจ วงพระจันทร์ วิ่งตรงเข้ามาที่แผงขายไก่ คว้าพวงเครื่องในขึ้นมาเต็มมือเต็มไม้ ดมชื่นใจแล้วสวาปาม คำใหญ่ทันที อย่างเอร็ดอร่อยและหิวจัด แม่ค้า ลูกค้า ช็อคตะลึงตาค้าง ธนินทร์กัดกิน เครื่องในมูมมามกระเซ็นใส่ผู้คน ผู้คนรอบ ๆ กรีดร้องช็อคตกใจและวงแตกกระเจิงหนี วงพระจันทร์เห็นแต่ด้านหลังธนินทร์ ก้มหน้าก้มตากิน วงพระจันทร์ขยับเข้ามาหา
“คุณธนินทร์ คุณทำอะไรน่ะ”
ธนินทร์บิดคอ หน้า หันมาหา วงพระจันทร์ เครื่องในไก่ ห้อยเต็มปาก ตาขวาง ใบหน้านั้นเห็นเป็นหน้าผีอีเม้ย วงพระจันทร์ช็อคตาค้าง ร้องไม่ออก
+ + + + + + + + + + +
เรรินกระแทกฟืมครั้งสุดท้าย พาเส้นไ
หมเส้นสุดท้าย เข้าผืนผ้า
“เสร็จสมบูรณ์ เสียที เจ้าคะ ฉันทอผ้าตุ๊มผืนนี้เสร็จแล้ว”
เรรินมองหาศิริวัฒนา ทันใดนั้น ประตูถูกถีบเข้ามาอย่างแรง จนเรรินสะดุ้ง ธนินทร์ก้าวเข้ามาในห้อง
“ธนินทร์”
“มึงนึกว่ามึงจะหนีกูรอดรึ อีมณีริน”
เรรินตกใจ ตาค้าง
ขณะเดียวกันทางด้านสุริยวงศ์ ซึ่งงีบหลับอยู่ มีเสียงกระซิบเรียกเหมือนดังมาจากที่ไกลๆ
“เจ้าน้อย...เจ้าน้อย”
สุริยวงศ์กระสับ กระส่าย เหมือนเสียงนั้นเรียกตน ลืมตาตื่นขึ้นลุกขึ้นมองหารอบตัวไม่มีใคร สุริยวงศ์ทิ้งตัวลงนอนต่อ
“เจ้าน้อย”เสียงเรียกยังดังมาอีก
สุริยวงศ์ลุกพรวดขึ้นมองเห็น ร่างจางๆโปร่งแสงของ ศิริวัฒนายืนอยู่มุมนึง
“ไปช่วย เจ้ารินโตย”
“ท่านปู่”
สุริยวงศ์ขยับเข้าไปหา ร่างศิริวัฒนาค่อยๆ เลือนหายไปกับตา สุริยวงศ์งง งัน เหมือนอยู่ในความฝันมองไปที่รูปศิริวัฒนา เหมือนลมโชยพัดมาจากทางนึง หันไปก็เห็น ศิริวัฒนายืนอยู่อีกมุม
“รีบไปที่คุ้มเจ้าหลวง รีบไป”
ร่างศิริวัฒนาค่อยๆเลือนหายไป สุริยวงศ์ตะลึงตัวแข็ง ไม่ใช่ความฝัน แน่ ๆ

+ + + + + + + + + + + +

ธนินทร์ ก้าวเข้ามาจะถึงตัวเรริน
“กูตามหาตัวมึงมาเมินแล้ว นายกูรอมึงอยู่ มึงต้องไปกับกูเสียดีๆ”
เรรินลุกขึ้นหนีวนไปรอบ กี่ทอผ้า ข้าวของล้มกระจาย
“เรื่องระหว่างเรา มันจบแล้วธนินทร์ คุณไม่มีสิทธิ์มาบังคับฉันหรอก”
“มึงต้องไปกับกู”
ธนินทร์คว้าได้ตัวเรริน เรรินดิ้นรนขัดขืน ทุบตีธนินทร์ แต่ดูเหมือนจะต้านแรงธนินทร์ไม่อยู่ ธนินทร์ กระชากตัวเรริน เข้ามาอย่างแรงตบหน้าผั๊วะ แล้วลากตัวเรรินออกไปทางประตู
“ช่วยด้วย...ช่วยด้วย”เรรินตะโกนลั่น
บัวซอน เข้ามาตามหาเรริน ธนินทร์ลากตัวเรรินออกมา เรรินพยายามขัดขืน
“ช่วยด้วย...ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย”
บัวซอนหันไปเห็นรีบวิ่งเข้ามา
“คุณริน...คุณริน ปล่อยนะ คุณเป็นใคร จะทำอะไรคุณริน ปล่อย”
“บ่ ใจ่เรื่องของมึง อย่าเสือก”
บัวซอนเข้ารั้งเรรินไว้ ธนินทร์ตบบัวซอนด้วยหลังมือ บัวซอนลอยละลิ่ว ร่วงกระแทกกับพื้น เรรินตกใจเป็นห่วงบัวซอน
“บัวซอน ... บัวซอน”
ธนินทร์ลากตัวเรรินออกมา
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ธนินทร์ คุณจะพาฉันไปไหน”
“ไปลงนรกไง”เสียงผีอีเม้ยดังทับซ้อนเสียงธนินทร์
เรรินอึ้งตะลึง ธนินทร์เหวี่ยงเรริน กระเด็นไป
“ธนินทร์”
ธนินทร์โน้มตัวลงมาหา หน้าธนินมีหน้าผีอีเม้ย เลือนเข้ามาซ้อนทับเห็นชัด ๆ
“กู บ่ ได้ชื่อธนินทร์ กูชื่ออีเม้ย”
ผีอีเม้ยหัวเราะก้อง น้ำลายไหลยืด ยื่นหน้าเข้ามาจ่อติดหน้าเรริน เรรินกรีดร้องตกใจ หมดสติไปทันที

+ + + + + + + + + + + +

สุริยวงศ์ ก้าวพรวดเข้ามาในห้องทอผ้า แต่ก็ไม่พบใคร
“คุณริน...”
ในห้องเหมือนมีการต่อสู้กันเกิดขึ้น สุริยวงศ์รีบกลับออกไปทันที
ขณะเดียวกัน บัวซอนค่อยๆ คืนสติหายน็อคพอดี สุริยวงศ์เห็นบัวซอน วิ่งเข้ามาหา
“บัวซอน เป็นอะไร”
“คุณสุริยะช่วยด้วยเต๊อะเจ้า ผู้ชายคนนึงจับตัวคุณรินเปิ้นไป”
“ไปทางไหน”
บัวซอนชี้ไปทางประตูด้านหลังคุ้ม สุริยวงศ์ วิ่งออกไปที่ประตู มองซ้ายขวา อย่างไม่แน่ใจ ว่าจะไปทางไหนดี แต่พอจะวิ่งไปทางหนึ่งเขาก็ต้องชะงักหันกลับไปอีกทางเมื่อเห็น ปิ่นเรรินร่วงอยู่กับพื้น สุริยวงศ์วิ่งเข้ามา เก็บปิ่น แล้ววิ่งออกไปทางทิศนั้นทันที
ท้องฟ้าซึ่งเปิดแจ้งอยู่ดี ๆ กลับเหมือนมีเมฆดำทะมึน ก่อตัวและเคลื่อนเข้าบดบัง จนรอบๆตัวสลัวลงเหมือน พายุร้ายจะถล่มโลกนี้พินาศย่อยยับ ร่างเรรินถูกวางลงบนท้องเรือ
“เม้ยได้ตัวมันมาหื้อหม่อมแล้ว กะเจ้า”
เรรินค่อยๆลืมตาขึ้น แล้วต้องผงะลุกพรวดขึ้น ในความมืดสลัวนั้นสายตาของเธอเห็นร่างหนึ่ง ทะมึนดำทันใดนั้น แสงฟ้า แล่บ สาดเข้ามา หน้าบัวเงินจ้องมองมาอย่างอาฆาตชิงชัง
“มึงไปแล้ว บ่ ไปลับรนหาที่ ปิ๊กมาหื้อกูต้องล้างมึงแหม อีมณีริน”

(อ่านตอนอวสาน พรุ่งนี้)






กำลังโหลดความคิดเห็น...