xs
xsm
sm
md
lg

รอยมาร ตอนที่ 4

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ติดตามอ่านละครออนไลน์ ได้ทาง www.manager.co.th ทุกเช้าเวลา 09.30 น.

รอยมาร ตอนที่ 4

ช่วงวันหยุด อาทิตย์มารับคุณหญิงรุจา เมธาวีและบังอรไปทำบุญ จากนั้นได้พาไปส่งที่บ้านสวน ยายจันทร์เดินมายืนรอรับคอยเปิดประตูให้คุณหญิงรุจา อาทิตย์เดินไปเปิดประตูให้เมธาวี...
“ยัยบุบบี้ของฉันล่ะ หาอะไรให้ทานรึยัง”คุณหญิงรุจาถามยายจันทร์อย่างเป็นห่วงสไบนาง
“ไม่ยอมทานค่ะ บอกว่าไปทานที่บ้านไทยมาแล้ว”
“นี่แอบไปเที่ยวบ้านไทยอีกแล้วเหรอ” บังอรแปลกใจ
“ค่ะคุณบังอร คุยโขมงว่าผูกมิตรเป็นเพื่อนกับเจ้าของบ้านซะด้วยค่ะ”
เมธาวีเบ้หน้าไม่เชื่อ “ราคาคุยน่ะสิ เศรษฐีที่ไหนจะมาคบยัยบีเป็นเพื่อน”
คุณหญิงรุจาถอนหายใจ
“แล้วนี่หายตัวไปไหน เรียกมาหาฉันสิ ไปทำขายขี้หน้าไว้รึเปล่าก็ไม่รู้”
“โดดน้ำคลองโครมๆ อยู่กับนังเบียบโน่นแน่ะค่ะ ห้ามก็ไม่ยอมฟัง”
อาทิตย์ยิ้มๆ “ยายจันทร์เอาของทำบุญลงจากรถด้วย บังอรไปกับฉัน”คุณหญิงรุจาถอนใจ ส่ายหน้า เดินนำไป
“เล่นสกปรกตั้งแต่เล็กจนโต เกเรก็เกเร ร้ายกาจ เอาแต่ใจก็เท่านั้น ไม่เห็นเอาไหนซักอย่าง”เมธาวีบ่นๆ

ยายจันทร์เดินไปเอาจานชามที่ใส่อาหารทำบุญลงจากรถ เหล่มองเมธาวีไม่ค่อยชอบใจนัก ที่มาว่าสไบนางแบบนี้ อาทิตย์ยิ้มๆ “ท่าทางคงซนน่าดู”
“ซน มันเหมาะสำหรับใช้กับเด็กๆ ยัยบีไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ เมก็ไม่รู้ว่าเค้าวางแนวชีวิตเค้ายังไง แต่คุณย่าหวังให้ดำเนินรอยตามเม”เมธาวีทำหน้าตาแอบดูถูก ว่าไม่มีทางทำได้หรอก
“คุณย่าท่านก็หวังไว้ถูกต้องแล้วนี่ครับ” -- “ค่ะ แต่ก็ขึ้นกับรากฐาน สันดานดิบของแต่ละคนด้วย” อาทิตย์ชะงักไปเล็กน้อยที่เมธาวีพูดแรงเกินไป
“ไปเดินเล่นกันเถอะค่ะ” เมธาวีเดินนำไป
อาทิตย์มองตามคุณหญิงรุจา ไปทางริมคลองเล็กน้อยพร้อมๆ กับเดินตามเมธาวีไป
ทางด้านสไบนางตั้งท่าโดดจากบันไดท่าน้ำ สไบนางโดดตัวลอยลงน้ำคลองตูม ระเบียบยิ้มแย้มแจ่มใส ขึ้นจากน้ำจะมากระโดดต่อ แต่เห็นคุณหญิงรุจาและบังอรเดินมา ระเบียบหุบยิ้ม หายคึกทันที นั่งพับเพียบเลย สไบนางขึ้นท่าน้ำตามมาติด
“ไอ้เบียบ ไม่โดดล่ะ ไหนว่าจะม้วนเกลียวสามรอบไงแก”
“อยากโดนไม้เรียวซัก 3 รอบมั้ยล่ะ”คุณหญิงรุจาพูดเสียงเข้ม
สไบนางเงยหน้ามองเลยไป “คุณย่า”

คุณหญิงรุจาจ้องเขม็งมาที่หลานสาว บังอรถอนใจออกมาที่เตือนแล้ว ไม่เคยฟังกันเลย
“จะเล่นน้ำย่าไม่ว่าหรอกนะ แต่ก็ให้มันเป็นผู้หญิงหน่อยได้มั้ย ทะโมนเป็นเด็กผู้ชายไปได้ เราโตเป็นสาวแล้วนะแม่บี”
“ถ้าให้บีใส่ทูพีซลงคลอง กลัวชาวบ้านจะแตกตื่นแย่สิคะคุณย่า”สไบนางพูดขำๆ
“แม่บังอรดูหลานรักเธอพูดจาสิ ยอกย้อนได้ทุกคำ”
บังอรยิ้มๆ “แล้ววันนี้แอบไปเที่ยวที่บ้านไทยนั่นทำไม ห้ามแล้วไม่ใช่เหรอคะ”
“ท่าจะหลายคดีแฮะ โดดน้ำหนีดีกว่า” สไบนางโดดน้ำโครมลงไปอีก
“ดูสิ พูดฟังที่ไหน”คุณหญิงรุจาเดินไปที่ท่าน้ำ “ยัยบี ขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”
สไบนางโผล่พรวดจากน้ำมาเกาะท่าแล้วทำมือเป็นกระพุ้งน้ำใส่ย่าเป็นที่สนุกสนาน ระเบียบกลัวโดนตีย่องวิ่งหนีกลับบ้านไป...คุณหญิงรุจา หลบน้ำ
“ยัยบุบบี้ ย่าเปียกหมดแล้ว”
บังอรหัวเราะขำ “คุณบี หยุดค่ะ คุณย่าเปียกหมดแล้วค่ะ”
สไบนางขำชอบใจ วักน้ำ ใส่บังอรอีกคน...เป็นที่สนุกสนานของเธอไป

+ + + + + + + + + + + +

เมธาวีและอาทิตย์เดินคุยตามสวนเลียบริมคลอง
“ผมชอบบรรยากาศที่นี่นะครับ ต้องหาโอกาสแวะมาบ่อยๆซะแล้ว”
“ก็มาสิคะ ยายจันทร์คงเต็มใจต้อนรับอาทิตย์อยู่แล้วล่ะ ยายแกปลื้มคนในเครื่องแบบ”
“เมพูดเหมือนเมจะไม่มาด้วยงั้นล่ะ”
“เราไม่ได้ตัวติดกันซะหน่อย เราคนละคนกันนะคะ อาทิตย์ก็ส่วนอาทิตย์ เมก็ส่วนเม เวลาของเมมีค่าค่ะ ไม่ชอบให้เสียไปเปล่าๆกับการมานั่งดูใบไม้สายลมเฉยๆ”
อาทิตย์ยิ้มๆกระเซ้า “งั้นเรามาเต้นไปชมนกชมไม้ไปดีมั้ยครับ จะได้ไม่ต้องอยู่เฉยๆ” - “ไม่เห็นจะตลกเลย”

อาทิตย์จ๋อยไป เมธาวีหยุดเดิน หันมาจ้องหน้า
“รู้ตัวมั้ย บางครั้งคุณชอบพูดเล่นจนคล้ายเด็กไปทุกทีแล้ว”
“แล้วมีใครอยากแก่เร็วมั่งล่ะครับ ผมคนนึงล่ะที่แอนตี้ความแก่ เลยต้องหาเรื่องหัวเราะสนุกไปวันๆ เมน่าจะหัดหัวเราะง่ายๆมั่งนะ สุขภาพจิตจะได้ดีขึ้น”
“เมสุขภาพจิตดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องหาเรื่องหัวเราะอะไรไร้สาระ”
เมธาวีเดินนำไปต่อ อาทิตย์เดินตาม
“หัวเราะไม่ใช่เรื่องไร้สาระซะหน่อย แต่เป็นวิธีคลายเครียดที่ดีที่สุด และง่ายที่สุดเลยรู้มั้ย”
“แต่มันก็ต้องมีขอบเขต หน้าที่ความรับผิดชอบในตำแหน่งงานระดับเรา ไม่ปล่อยให้ทำอะไรได้ตามสบายนักหรอก เมเป็นคนรักษาอิมเมจ”
“ผมว่าบางทีเมจริงจัง ระวังเรื่องวางตัวจนเกินไป ทุกอย่างต้องเป๊ะๆ จนจะเหมือนหุ่นยนต์แล้วรู้มั้ย”

เมธาวีของขึ้นทันที “ไม่ชอบหุ่นยนต์ แล้วมาเดินตามต้อยๆ ทำไมคะ”
อาทิตย์ฝืนยิ้มแหยๆให้ ขณะที่เมธาวีอารมณ์เสีย
“เลยไปอีกนิด ก็สุดเขตสวนเราแล้ว กลับกันเถอะค่ะ”
เมธาวีจะเดินนำกลับไป อาทิตย์ชะเง้อมองไป “นั่นบ้านใครเหรอครับ สวยมากเลยนะ”
เมธาวีมองตามไป “น่าจะเป็นสวนของเศรษฐีเทียนสมัยคุณปู่ คงเปลี่ยนเจ้าของมาหลายมือแล้วล่ะค่ะ...”เมธาวีมองไปที่ตัวบ้าน “บ้านเสร็จเร็วเหมือนกันนะ เมไม่ได้มาแป๊บเดียว”
“ไปดูใกล้ๆกันเอามั้ย” อาทิตย์ชวน
“จะดีเหรอคะ เค้าจะว่าเอาได้นะ”
“แค่ดูเฉยๆ จะเป็นอะไรไปล่ะเม ไปครับ”
อาทิตย์เดินนำไป เมธาวีถอนใจออกมา แต่ก็เดินตามไป ใจนึงก็อยากเห็นชัดๆ เหมือนกัน
ไม่นานนัก ทั้งสองมาหยุดยืนมองที่ตัวบ้านไทยประยุกต์...
“สวยจังเลยนะครับ คฤหาสน์ทรงไทยผสมตะวันตก...”
เมธาวีกลัวๆ “กลับกันเถอะอาทิตย์ เราเข้ามาในเขตบ้านเค้าแล้วนะ”
อาทิตย์หันมามองหน้าแหยๆของเมธาวี
“สงสัยยังกลับไม่ได้แล้วล่ะ” - “ทำไมล่ะ” --“มีคนเดินตรงมาหาเราแล้ว”

เมธาวีใจหายมองเลยไปด้านหลังอาทิตย์...เมธาวีเห็นอุปมา รูปหล่อ สูงใหญ่ แต่งตัวดี เดินตรงมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มต้อนรับ เมธาวีแหยๆ รู้สึกเสียหน้า
“เราควรทักเค้ามั้ย เรายืนอยู่ในเขตบ้านเค้า ด้วยสิ บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าเข้ามา”
เมธาวีอึดอัดใจรู้สึกเสียหน้าอย่างแรง
“เอาน่า...ปล่อยเป็นหน้าที่ผมเอง ลักษณะเราสองคนไม่ใช่ขโมย ขโจรซะหน่อย ลองมาไล่เราสิ ไม่รู้แล้วว่าใครเป็นใคร”
“ขอโทษค่ะผู้กอง ลืมไปว่าใหญ่คับซอย”เมธาวีแขวะ
อาทิตย์หันไปปั้นยิ้มแย้มให้อุปมา ที่เดินใกล้เข้ามาเกือบถึงตัว “สวัสดีครับ”
อุปมายิ้มแย้ม “สวัสดีครับ เพื่อนบ้านรายแรกของผม ยินดีต้อนรับครับ”อุปมายื่นมือไปเช็คแฮนด์ “ผมชื่อมาร์คครับ”

อาทิตย์เช็คแฮนด์ตอบ
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่ออาทิตย์ ร้อยตำรวจเอก อาทิตย์ สุริโย”อาทิตย์หันไปแนะนำเมธาวี “ส่วนนี่คุณเมธาวี อัคราช หลานเจ้าของสวนแถวนี้เหมือนกัน”
อุปมายิ้มเจ้าเสน่ห์ ตาหวานเชื่อม เลยไปที่เมธาวี “เพื่อนบ้านกันนี่เอง ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
อุปมาเลื่อนมือไปขอเช็คแฮนด์กับเมธาวีต่อ อุปมามองเมธาวีอย่างจับตา ด้วยสายตากรุ้มกริ่ม โปรยเสน่ห์ หล่อบาดใจขนาดนี้ทำให้เมธาวีแอบไม่กล้าสู้ตาไปเหมือนกัน แต่จำใจต้องยื่นมือออกไปรับเช็คแฮนด์ตามมารยาท เมธาวีแอบมองมือสะอาดสะอ้านของเขาที่จับมือตน ที่บีบกระชับสลับกับลูบโลมนิดๆ เมธาวีจ้องหน้าอุปมา ด่าด้วยสายตาประมาณเสียมารยาท ฉวยโอกาส รีบดึงมือกลับ อุปมาอมยิ้มพอใจ
“ถ้าไม่เป็นการรบกวนคุณสองคนจนเกินไป และคุณให้เกียรติเพื่อนบ้านใหม่อย่างผม ผมขอนำชมบ้านจะได้มั้ยครับ”
อาทิตย์อ้าปากจะพูดแต่เมธาวีพูดขัดซะก่อน “ขอบคุณในน้ำใจนะคะ แต่เรามีธุระต้องรีบกลับ”
อุปมายิ้มแย้ม “ไม่เป็นไรครับ โอกาสหน้ายังมี”อุปมาจงใจพูดหยั่งเชิงเพราะอยากรู้ “เอ๊ะ คุณสองคนใช่คู่รักที่มาฮันนีมูนรึเปล่าครับ”
เมธาวีหน้าชา ด้วยความอับอาย อาทิตย์รู้ใจเมธาวีดี รีบแก้ให้ “ไม่ใช่หรอกครับ เราเป็นเพื่อนกันครับ”

อุปมาอมยิ้มเล็กๆ ในที่สุดก็รู้ว่าแค่จีบๆกัน ยังไม่ใช่คนรัก เมธาวีหยิกแขนอาทิตย์เล็กน้อยแล้วตัดบท
“สวัสดีค่ะ ไปได้แล้วอาทิตย์ เดี๋ยวคุณย่าจะเป็นห่วง”
เมธาวีเดินนำกลับไปก่อน อาทิตย์ยิ้มให้อุปมา “แล้วเจอกันใหม่นะครับ”
อาทิตย์เดินตามเมธาวีไปติดๆ อุปมาจับตามองตามเมธาวีด้วยความรู้สึกถูกใจ เมธาวีอดไม่ได้ที่จะหันกลับมามองทางอุปมา แต่ชายหนุ่มจับตามองอยู่ ตาแวววาวเหมือนเหยี่ยวที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ...หล่อคมมีเสน่ห์ดึงดูดจนเมธาวีอดใจเต้นแรงไม่ได้ เมธาวีต้องรีบหลบสายตาเดินเร็วนำกลับไป อุปมามองตามยิ้มพอใจ หัสดินเดินมาตามเพื่อน
“มาร์ค ขนกระเป๋าขึ้นรถเสร็จแล้ว จะไปมั้ยพัทยาน่ะ”
“ฉันว่าสาวไทยนี่ น่ารักน่ากอดที่สุดในโลกเลยว่ะ”
อุปมายิ้มอารมณ์ดี เดินนำกลับเข้าบ้าน หัสดินมองตามเพื่อนงงๆ
“อารมณ์ไหนของมันวะ” หัสดินส่ายหน้าแล้วเดินตามเพื่อนกลับเข้าไป

+ + + + + + + + + + + +

(อ่านต่อหน้า 2)







รอยมาร (ต่อ)

ค่ำนั้นสไบนางเข้าไปขังตนเองอยู่ในห้องของบ้านกลางสวน เธอนั่งกอดอกเม้มปากอยู่มุมห้องนอนที่ปิดไฟมืด เสียงเคาะเรียกจากบังอรดังอยู่หน้าห้อง
“หนูบี เปิดประตูหน่อยสิจ๊ะ”
สไบนางอมยิ้มพอใจ เงียบกริบไม่ตอบคำ คุณหญิงรุจาอยู่กับบังอรหน้าห้อง เป็นห่วงแต่ก็แอบเคือง
“วิธีนี้ใช้ไม่ได้ผลหรอกนะยัยบุบบี้ ยังไงเราก็ต้องกลับบ้านพร้อมย่าคืนนี้”
บังอรเอะใจ “เงียบผิดสังเกตนะคะคุณ”
คุณหญิงรุจาเดินไปเคาะประตู “แม่บี ตอบย่ามาเดี๋ยวนี้นะ”
ไม่มีเสียงตอบจากสไบนาง
“จะไม่สบายรึเปล่าก็ไม่รู้นะคะ เล่นน้ำกลางแดดเปรี้ยงๆทั้งวันเลย”บังอรบอกอย่างห่วงใย
เมธาวีและอาทิตย์เดินเข้ามาตาม
“มีอะไรเหรอคะคุณย่า”
“จะมีอะไร น้องสาวเราไม่ยอมกลับบ้านน่ะสิ”
“อาจจะไม่สบายก็ได้นะคะ”บังอรแย้ง
“หัวแข็งยังงั้น ไม่ป่วยง่ายๆหรอก”เมธาวีประชด
“ใครจะกระหม่อมบาง ร้อนไม่ได้ หนาวไม่ได้เหมือนเธอล่ะยะ”สไบนางที่อยู่ในห้องพึมพำ แดกดัน
“เค้าไม่อยากกลับก็ไม่ต้องกลับ เรากลับกันเถอะค่ะคุณย่า เมเหนียวตัวจะแย่แล้ว อยากกลับไปอาบน้ำที่บ้าน”
“ย่าเป็นห่วงเหมือนกันนะ เผื่อจะป่วยจริงอย่างบังอรว่า”
อาทิตย์ใช้ความคิด
“ผมจะไปหาทางเข้าอื่นดูนะครับ”
อาทิตย์เดินเลี่ยงออกไป เมธาวีเหยียดปากเซ็งๆ
“เมไปรอที่รถแล้วกันนะคะ”
เมธาวีเดินอารมณ์เสีย หงุดหงิดนำออกไป

+ + + + + + + + + + + +

ในห้อง...สไบนางเอะใจ
“ทำไมเงียบไปล่ะเนี่ย”
สไบนางย่องๆ ไปแนบหูฟังที่ประตู แต่แล้วก็ได้ยินเสียงคนปีนมาทางหน้าต่างห้องนอน อาทิตย์ปีนบันไดไม้ไผ่โผล่หน้าขึ้นมา
“คุณอาทิตย์...”สไบนาง รีบเข้าไปดันๆ ไม่ให้ปีนเข้าห้อง“จะเข้ามาทำไม”
“คุณบีไม่ได้ป่วยนี่”
“ก็ไม่ได้ป่วยน่ะสิ ฉันแค่ประท้วงย่าเล่นๆ เท่านั้นเอง”
อาทิตย์ตั้งท่าจะตะโกนบอก
“คุณย่าครับ น้องบีไม่ได้...”
สไบนางต่อยหมัดอัดเข้าเต็มปากอาทิตย์...อาทิตย์ร้องด้วยความเจ็บ “โอ๊ย...”
“เข้าห้องได้รึยังอาทิตย์ เปิดประตูให้ย่าด้วย”เสียงคุณหญิงรุจิราตะโกนมา
สไบนางหันมองไปทางประตู อาทิตย์ฉวยโอกาสดีดตัวเข้าห้องนอนมา สไบนางเห็นท่าไม่ดี ผลักอาทิตย์ที่ยังตั้งหลักไม่ดี ล้มไปทางเตียง แล้วตัวเธอรีบปีนหน้าต่างจะหนีออกไป อาทิตย์ตกใจ
“จะทำอะไรน่ะ”
“ไม่ต้องมายุ่ง จุ้นไม่เข้าเรื่อง ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่แท้ๆเลย”
สไบนางปีนหน้าต่างออกไป อาทิตย์รีบวิ่งไปคว้าตัว
“ระวังตกนะครับ”
สไบนางรีบร้อนจะหนีอาทิตย์ เสียจังหวะ บันไดไม้ไผ่ล้ม สไบนางร่วงตกไปพร้อมกับบันได อาทิตย์ ตกใจมาก จะคว้าบันไดก็ไม่ทันท“คุณบี...” ได้ยินแต่เสียงร้องเสียง“โอ๊ย” หลงลอยมาพร้อมเสียงกระแทกอักใหญ่ อาทิตย์รีบปีนหน้าต่างตามออกไปช่วย ด้วยความตกใจปนห่วง อาทิตย์ปีนตัวบ้านลงมาอย่างคล่องแคล่ว เห็นสไบนางนอนนิ่งฟุบหน้าอยู่กับพื้นก็ตกใจ
“คุณบี เป็นยังไงมั่งครับ”
อาทิตย์ประคองสไบนางขึ้นมา พบว่าสไบนางสลบหมดสติ มีเลือดสีแดงไหลจากศีรษะมาอาบหน้า อาทิตย์ตกใจมาก “คุณบี”
คุณหญิงรุจารีบเดินเร็วตามมาดู มีบังอรคอยเดินตามประกบอย่างเป็นห่วง
“แม่บีเป็นอะไร”
บังอรเห็นเลือดของสไบนางก็หน้าตื่นตกใจ “ตายแล้ว นั่นเลือดที่คะคุณท่าน”
คุณหญิงรุจาตกใจมาก รีบเข้าไปดู “บี เป็นอะไรคะคุณอาทิตย์”
“น่าจะหัวแตกนะครับ แต่หมดสติแบบนี้ ไม่น่าวางใจ รีบพาไปโรงพยาบาลดีกว่าครับ”
คุณหญิงรุจาร้อนใจ ห่วงมาก
“เร็วๆ เลยค่ะ”
อาทิตย์รีบช้อนตัวสไบนางอุ้มขึ้นมา เมธาวีเดินเข้ามาหน้าหงิก “ซนจนได้เรื่อง สมน้ำหน้าแล้ว”
คุณหญิงรุจาหันไปดุ “แม่เม หลีกทางไป น้องเจ็บเห็นมั้ย” เมธาวีเหยียดปากมองสมเพช
“เมไม่ไปโรงพยาบาลด้วยนะคะ เมจะอาบน้ำรอที่บ้านก็แล้วกัน”
“ก็ไม่ได้มีใครขอร้องให้เธอไปนี่”คุณหญิงรุจาหันไปหาอาทิตย์ “รีบไปเถอะค่ะคุณอาทิตย์”
อาทิตย์อุ้มสไบนางเดินเร็วไปหน้าบ้าน คุณหญิงรุจากับบังอรตามติดไปด้วยความเป็นห่วง เมธาวีจิกตามองตามไปอย่างหมั่นไส้ปนไม่พอใจ

+ + + + + + + + + + + +

อาทิตย์นั่งอยู่เป็นเพื่อนคุณหญิงรุจาที่ล็อบบี้ของโรงพยาบาล อาทิตย์มองเลยไปด้านใน
“ออกมากันแล้วครับ”
รุจาหันไปมอง...เห็นบุรุษพยาบาลเข็นเก้าอี้เข็นให้สไบนางนั่งมา มีผ้าปิดแผลหัวแตกที่บริเวณศีรษะเล็กน้อย...บังอรเดินตามประกบมา สไบนางยิ้มดีใจ “คุณย่า”
สไบนางลงจากรถเข็น วิ่งไปหาคุณหญิงรุจาเลย บังอรตกใจ
“อ้าว คุณบี”บังอรหันไปบอกบุรุษพยาบาล “คงไม่ต้องใช้เก้าอี้เข็นแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณนะคะ”บังอรถอนใจส่ายหน้า
สไบนางวิ่งไปกอดย่าเอาไว้
“วิ่งมาได้ยังไง เดี๋ยวก็เลือดออกอีกหรอก”คุณหญิงรุจาเอ็ด
สไบนางทำหน้าอ้อนๆ “คุณย่าขา บีกราบขอโทษนะคะ”สไบนางกราบงามๆลงที่อกย่า
คุณหญิงรุจายิ้มบางๆ“ช่างมันเถอะลูก ย่าเองก็ผิดเหมือนกัน...”
คุณหญิงรุจาลูบหลังหลานสาว “ย่าก็รู้ว่าเรามันดื้อ เอาแต่ใจเหมือนพ่อ เอาล่ะต่อไปย่าจะไม่ห้ามไม่ว่าอะไรเราแล้ว”
“คุณย่า อย่าพูดยังงี้ก็แสดงว่ายังโกรธบีอยู่ บีรู้ตัวแล้วว่าผิด อย่าประชดสิคะ บีไม่ชอบ”
“เออแน่ะ ไอ้หลานคนนี้ ดุว่าห้าม ก็ไม่ชอบ ไม่ดุไม่ยุ่ง ก็ไม่ชอบใจอีก จะเอายังไงของมัน”
อาทิตย์และบังอรยิ้มๆเอ็นดู
“ก็เหมือนเดิมไงคะ...”สไบนางยิ้มแย้ม “เอาเลือดหัวออกมาให้คุณย่าดูซะบ้าง บีค่อยสบายใจขึ้นหน่อย”สไบนางยกมือขึ้นจับแผล
รุจารีบจับมือออก “ไปจับแผลทำไม ไม่เอาลูก”
อาทิตย์กระเซ้า “ดิ่งพสุธาสนุกมั้ยครับ”
สไบนางยิ้มค้าง หางตามองอาทิตย์
“คุณเป็นใครคะ”
“เดี๋ยวเถอะเจ้าบี พี่เค้าช่วยเราแท้ๆ ยังมาทำปากดีอีก”
“บีต้องเจ็บตัวเพราะเค้ามากกว่า กลับบ้านเถอะค่ะคุณย่า บีเล่นน้ำคลองไม่ได้แล้ว”
สไบนางจูงย่าลุกขึ้นแล้วควงแขนย่าและบังอร พาเดินนำออกไปก่อน อาทิตย์ยิ้มๆ ลุกเดินตามไป สไบนางหยุดเดิน ปล่อยแขนย่าและบังอร เดินกลับมาจ้องหน้าอาทิตย์
“คุณเป็นเพื่อนคนแรกของพี่เมที่ฉันยอมคุยด้วย นับว่าคุณมีเกียรติพอใช้นะ”
อาทิตย์อึ้งปนขำ สไบนางพูดต่อหน้าตาเฉย “ขอบใจนะที่ช่วยฉันเอาไว้”
สไบนางวิ่งไปคล้องแขนย่าและบังอรเดินพากันออกไป อาทิตย์ขำๆ ส่ายหน้า อารมณ์เอ็นดูสไบนาง

+ + + + + + + + + + + +

ค่ำนั้น...
อุปมา หัสดิน และเพื่อนๆ ผู้ชายอีก 2 คนนั่งคุยรอกันอยู่กับเพื่อนอีกคนอยู่ที่ล็อบบี้ของโรงแรม ไม่นานนักเพื่อนคนสุดท้ายที่นัดไว้ก็วิ่งมา...
“ครบแล้ว ไป หนุ่มโฉดตะลุยราตรี”หัสดินพูดขึ้น
ทุกคนเตรียมลุกจะเดินไปเที่ยวกันต่อ...หัสดินกอดคออุปมาจะพาเดินรวมกลุ่มกันออกไป ทันใดนั้น วิมาดาซึ่งมาทำงาน เดินออกมาจากลิฟท์มา เตรียมเดินทางกลับกรุงเทพ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่อุปมากำลังจะหันเดินไปกับเพื่อน วิมาดาเห็นอุปมาพอดี ตกใจปนดีใจ “มาร์ค...”
ทุกคนในกลุ่มหันมามอง อุปมาตกใจมาก ไม่คิดว่าจะมาพบกับอดีตคนรักเก่าที่นี่ วิมาดายิ้มดีใจ เดินปรี่เข้ามาหา
“กลับมาเมืองไทยเมื่อไหร่คะ”
“ทักคนผิดแล้วล่ะครับ”อุปมาหน้านิ่งปนเครียด ตัดบท “ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”
อุปมาเดินหนีไปอีกทางไม่ค่อยพอใจ วิมาดารู้สึกหน้าแตกละเอียด หัสดินปั้นยิ้มมารยาทให้
“สวัสดีครับ”
วิมาดาไม่ทันสนใจหัสดินรีบเดินตามอุปมาไปทันที
“ใครวะ”เพื่อนถามงงๆ
“กูก็ไม่รู้จักเหมือนกัน โจทก์เก่าแหงๆ”หัสดินมองตามไปอย่างสงสัย
อุปมาจะเดินเลี่ยงเข้าห้องน้ำ วิมาดาเข้ามาขวางประตู อุปมาจ้องหน้าแล้วหันเดินหนีกลับไป วิมาดาวิ่งตามไปกางแขนขวางหน้า
“ยังโกรธวิอยู่เหรอคะ”
อุปมาเบือนหน้าไปอีกทาง ไม่มองตา “คุณไม่ควรมาเจอผมอีก”
“ทำไมคะ ไม่ได้เป็นแฟนกันแล้วต้องเกลียดกัน เจอหน้ากันไม่ได้ตลอดชีวิตด้วยเหรอคะ”วิมาดาน้ำตาคลอๆ
อุปมาโกรธจัด “นี่คุณไม่รู้สึกผิดหรือละอายแก่ใจมั่งเลยเหรอะ”
อุปมาจะเดินหนี วิมาดาสวมกอดอุปมาเอาไว้เลย ร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้น
“ทำไมมาร์คไม่เชื่อวิ ให้โอกาสวิแก้ตัวบ้างสิคะ”
อุปมาลำบากใจ พยายามจะไม่ใจอ่อน ขณะเดียวกันนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือวิมาดาดังขัดขึ้นมาพอดี อุปมาได้สติ ดันวิมาดาออก “สามีคุณโทรมาตามแล้วล่ะ” วิมาดายกมือขึ้นปาดน้ำตาออก
“หวังว่าคงจะไม่ได้เจอกันอีก”
อุปมาเดินกลับเข้าห้องน้ำไปอย่างไม่ใยดี วิมาดารีบหยิบโทรศัพท์มากดรับ
“อยู่ล็อบบี้ กำลังจะออกไปแล้วค่ะ”
วิมาดากดตัดสาย หันมองตามอุปมาไปอย่างอาวัยอาวรณ์

(อ่านต่อวันพรุ่งนี้)




กำลังโหลดความคิดเห็น...