xs
xsm
sm
md
lg

รายงานพิเศษ : ว.วชิรเมธี ชูยุทธศาสตร์เชิงรุก ปั้นพระ "ยอดครู" รู้ทันโลก-แกร่งทางธรรม

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


วชิรเมธี เร่งเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุก ล่าสุดเปิดโรงเรียนเตรียมสามเณรหวังปั้น “ยอดคน” และ “พระธรรมทูตรุ่นใหม่” ให้เป็น “ยอดครู” เพื่อช่วยจรรโลง สังคม มีเป้าหมายว่า 10 ปี ประชาชนชาวไทยจะได้เห็นพระที่มีความรู้พร้อมทั้งทางโลกและทางธรรมอย่างเป็นรูปธรรม
ข้อกังขาในเรื่องการปฏิบัติย่อหย่อนจนถึงขั้นการประพฤติผิดตามบทบัญญัติในพระพุทธศาสนาของพระสงฆ์บางส่วนที่ตกเป็นข่าวสู่สังคมในยุคปัจจุบันจนเป็นที่ห่วงใยของพุทธศาสนานิกชนที่ต้องการคำตอบอยู่หลายประการ ขณะที่พระสงฆ์ส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบท่านก็ยังดำเนินการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี พระสงฆ์ซึ่งเป็นนักคิด นักเขียน นักพัฒนา ผู้มีภูมิรู้สูงถึงระดับเปรียญธรรม 9 ประโยค ได้ใช้การสื่อสารทั้งการเขียน การบรรยายกระตุ้น ความคิดและแนะวิถีปฏิบัติที่ดีแก่ผู้คนร่วมสมัย
ข้อเขียนทั้งบทความ และหนังสือเชิงธรรมที่ใช้นาม ปากกา “ว.วชิรเมธี” ที่เผยแพร่อย่างกว้างขวางเป็นที่ชื่นชอบและศรัทธาของสังคมอย่างกว้างขวาง
ขณะนี้แผนยุทธศาสตร์การสร้างกำลังพลผู้ใฝ่ธรรมพร้อมแล้วที่จะขับเคลื่อนเพื่อฟื้นฟูสังคมคุณธรรม

• ประยุกต์คำสอนเพื่อยกระดับคนร่วมสมัย
“วิมุตตยาลัย”ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นมาเมื่อหลายปีก่อน เพื่อเป็นสถาบันเพื่อเคลื่อนสันติภาพโลกและการเผยแพร่พระพุทธศาสนาเชิงรุก หรือ Apply Buddhism
“เพราะธรรมะถ้าไม่ประยุกต์มันตามโลกไม่ทัน เช่นสมมติพระสอนเรื่องการคอร์รัปชั่น เมื่อสองพันกว่าปีที่แล้วตัวอย่างที่มีในพระไตรปิฏก คือ นาย ก.ไปขโมยกล้วย นาย ข. 1 ผล นี่คือการละเมิดศีลข้อ 2 คืออทินนาทาน พระจะหยิบเอาเรื่องนี้มาอธิบายในยุคทุกวันนี้ ว่านาย ก. ไปขโมยกล้วย นาย ข. ฉะนั้นก็ผิดศีลข้อ 2 ก็จะเป็นตัวอย่างที่เร่อร่าล้าสมัยมาก ซึ่งคนรุ่นใหม่เขาคงไม่ฟังกัน”
แต่ถ้าเรานำเอาศีล 5 ข้อมาอธิบายเชิงประยุกต์ใหม่ในรูปแบบพระพุทธศาสนาเชิงประยุกต์ และอาตมาเชื่อว่าคนรุ่นใหม่จะฟังแล้วเข้าใจได้ง่ายคือ
ศีลข้อที่ 1 หมายถึงการไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกรูปแบบ เพราะเจตนารมณ์ของศีลข้อที่ 1 คือห้ามเบียด เบียนสิ่งมีชีวิตทั้งหมด
ศีลข้อที่ 2 หมายถึงการไม่ละเมิดกรรมสิทธิ์หรือลิขสิทธิ์ทางปัญญาทั้งหมดหรือการครอบครองในสิ่งที่ตัวเองไม่มีสิทธ์ที่จะครอบครองทั้งหมด
ศีลข้อที่ 3 คือการไม่ละเมิดจริยธรรมทางเพศและการละเมิดจริยธรรมของคู่ชีวิตทั้งหมด
ศีลข้อที่ 4 คือการไม่ละเมิดในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอันเป็นจริงหรือการมอมเมาประชาชนจากข้อมูลอันเป็นเท็จจัดอยู่ในศีลข้อที่ 4 ทั้งหมด
ศีลข้อที่ 5 คือการมอมเมาประชาชนด้วยสุรา ยาเสพติดทั้งหมดเลย
“นี่คือพระพุทธศาสนาฉบับประยุกต์ใหม่แล้ว เป็นคำอธิบายที่คนรุ่นนี้ฟังแล้วรู้เรื่อง ฉะนั้นถ้าเราไม่ประยุกต์เราจะไม่สามารถขับเคลื่อนพระพุทธศาสนาให้ตอบโจทย์คนร่วมยุคร่วมสมัยได้เลย”

• “วิมุตตยาลัย” พระพุทธศาสนาเชิงรุก
พระมหาวุฒิชัย (ว.วชิรเมธี) จัดตั้งสถาบันนี้ขึ้นเพื่อใช้ขับเคลื่อนสันติภาพโลกและการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เชิงธรรมประยุกต์(Apply Buddhism)โดยมีภารกิจที่สำคัญ 4 ประการคือ การศึกษา การเผยแผ่ การพัฒนาสังคม และการสร้างสันติภาพโลก
ภารกิจที่หนึ่งด้านการศึกษานั้น จะเน้นการส่งเสริมการศึกษาในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังได้มีการสร้างโรงเรียนเตรียมสามเณรขึ้นที่วัดครึ่งใต้ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เพื่อสร้างพระธรรมทูตรุ่นใหม่ที่มีความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมเป็นอย่างดี พร้อมทั้งมีศักยภาพในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอวดสายตาชาวโลกได้
โครงการด้านการศึกษานี้จะส่งเสริมให้ภิกษุสามเณรสามารถศึกษาได้ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นไปจนถึงระดับปริญญาเอก โดยจะเรียนทั้งทางโลกคือหลัก สูตรสามัญของกระทรวงศึกษาธิการ และหลักสูตรของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
ส่วนระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก ได้รับความร่วมมือจากสถาบันราชภัฏเชียงราย เพื่อรองรับพระภิกษุที่จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมสามเณรไปศึกษาต่อ ในระดับปริญญานี้จะได้รับปริญญาศึกษาศาสตร์บัณฑิต นั่นคือจบมาแล้วจะต้องเป็นครูที่มีคุณ ภาพของคนในสังคมต่อไป
“สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ท่านก็ทรงพอพระราชหฤทัยมากมีรับสั่งว่า โรงเรียนเตรียมแพทย์ เตรียม ทหาร เตรียมครู มีหมด ทำไมไม่มีใครทำโรงเรียนเตรียมพระดีๆให้กับสังคมไทย อยากจะให้พระอาจารย์ทำโรง-เรียนนี้ให้เป็นโรงเรียนเตรียมสามเณร แล้วพระองค์ท่านก็ทรงรับไว้ในพระราชูปถัมภ์ ทรงส่งปัจจัยไปถวายทุกภาคการศึกษา และสนับสนุนอาหารกลางวันให้กับภิกษุสามเณรอย่างต่อเนื่อง”
ภารกิจที่สองคือภารกิจด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ในทุกรูปแบบ ซึ่งมีทั้งการเผยแผ่ ด้วยการเทศน์ การสอน การเสวนา การปาฐกถา การบรรยาย การเขียนหนังสือ เป็นคอลัมนิสต์ การจัดรายการวิทยุ การทำเว็บไซต์ธรรมะ ทำรายการโทรทัศน์ การจัดหลักสูตรอบรม วิปัสนากรรมฐาน
ล่าสุดมีการสร้างวัดป่าชานเมือง ในพื้นที่ 80 ไร่ บริเวณคลอง 14 รังสิต จะมีการวางศิลาฤกษ์ในวันที่ 9 เดือน 9 ปีนี้
ภารกิจที่สามคือ งานด้านการพัฒนาสังคม เพื่อช่วยแก้ปัญหาเรื่องความยากจน การหลงผิด เช่น ทุกวันนี้สังคมไทยกำลังหลงผิดเอาวัตถุนิยมมาเป็นศาสดาองค์ใหม่แทนพระพุทธเจ้า
“การที่สังคมไทยหมิ่นเหม่ที่จะเกิดความรุนแรงหลายครั้งอาตมาก็นิมนต์พระสงฆ์ชั้นนำไปขอบิณฑบาตความรุนแรง หรือกรณีที่สังคมไทยมีทัศนคติที่มีความวิปริตผิดพลาด เช่นเรื่องการตัดเวรตัดกรรมซึ่งมันนอกรีตนอกรอยไม่ได้อยู่ในพระไตรปิฏก”
ปรากฏการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี ต้องทำงานเชิงรุกโดยไปออกรายการทีวีแสดงความคิดความเห็นที่ถูกต้องว่าพระพุทธเจ้าท่านว่าอย่างนี้ นะ ไม่ใช่ทำแบบนั้น เราต้องมีความมั่นคงเชื่อมั่นในคำสั่งสอนที่แท้จริงของพระพุทธองค์ นี่ก็คือส่วนงานพัฒนาสังคมที่เราต้องเร่งทำให้คนไทยได้รู้หลักจริงๆ
ภารกิจสุดท้ายคืองานสร้างสรรค์สันติภาพโลก โดยการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุก หรือที่เรียกกันว่าวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งทุกวันนี้พระอาจารย์ได้เดินสายบรรยายธรรมและนำการปฏิบัติธรรมทั้งในและต่างประเทศเพราะมีความเชื่อมั่นว่า สันติภาพสากลขึ้นอยู่กับสันติภาพส่วนบุคคลเป็นหลัก คือกล่าวอย่างหนึ่งว่าสันติภาพส่วนบุคคลคือสันติภาพสากลที่แท้จริง
“อาตมาไม่ค่อยเชื่อมั่นว่าสันติภาพเกิดขึ้นบนโต๊ะเจรจา เพราะนั่นไม่ใช่สันติภาพที่แท้จริง แต่เป็นเพียงการชะลอสงครามชั่วคราว โดยต่างฝ่ายต่างก็คุกคามซึ่งกันและกัน หรือบางทีก็กีดกันในเรื่องของการลงทุน การทำมาค้าขาย แม้ต่างฝ่ายต่างก็ลุกขึ้นมาประนีประนอมกัน เพื่อรอมชอมผลประโยชน์ แต่วันไหนที่ผลประโยชน์ขัดแย้งกันก็พร้อมที่จะปะทุเป็นสงครามได้ทุกเมื่อ ฉะนั้นสันติภาพที่แท้จริงมันเกิดขึ้นได้เพราะการเจริญวิปัสสนากรรมฐานเท่านั้น”

• ตั้งโรงเรียนเตรียมสามเณรผลิต “ยอดคน”
ด้วยแนวคิดการประยุกต์พระพุทธศาสนาให้ทันต่อโลกยุคดิจิตอล จะเกิดเป็นผลสัมฤทธิ์ต้องสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน
พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี อธิบายว่า การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุกต้องอาศัยบุคลากรที่เป็น “ยอดคน” คือพระที่เก่งทั้งทางโลกและทางธรรม เพื่อให้เราสามารถขับเคลื่อนการทำงานได้เป็นรูปธรรม ดังนั้นท่านจึงได้ริเริ่มสร้างโรงเรียนเตรียมสามเณรที่วัดครึ่งใต้ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ขึ้นมา เพื่อผลิตบุคคลากรที่จบมาแล้วสามารถทำงานเป็นพระธรรมทูตชั้นนำให้กับประเทศไทย ได้ ผู้ที่จะเข้ามาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ต้องบวชเพื่อเรียนอย่างเดียว เมื่อจบออกมาก็จะไปเป็นพระธรรมทูตที่ต้องทำงานให้กับคณะสงฆ์และชาวโลก
ลูกศิษย์ของที่นี่จะเป็นผู้ที่มีความรู้ทางธรรมและทางโลกดีเยี่ยม พร้อมกับมีความรู้ทางวิปัสสนากรรมฐานดีเยี่ยม นอกจากนี้พระของเราจะต้องสามารถเทศน์ได้อย่างน้อย 2 ภาษา ซึ่งปัจจุบันมีผู้เรียน 120 รูป ส่วนรุ่นต่อไปจะเปิดรับสมัครในปีการศึกษา 2553
“อาตมาตั้งเป้ารับสามเณรแค่ 120 รูปเพราะอยากให้โครงการนี้เป็นลักษณะ “จิ๋วแต่แจ๋ว” หรือ “เล็กแต่ลึก” และหวังว่าภายใน 10 ปีเราจะมีพระที่เป็นปัญญาชนคนรุ่นใหม่ก้าวสู่สังคมไทยและนำพระพุทธศาสนาที่แท้จริงออกเผยแพร่ให้ชาวโลกได้รู้ว่า พระพุทธศาสนาที่แท้จริงเป็นพระพุทธศาสนาที่ make sense
เราต้องยอมรับว่าทุกวันนี้พระพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงยาก บางครั้งเห็นแล้วส่ายหน้า เพราะมีพระที่เป็นสาวกของพระพุทธองค์ ทำทุกอย่างตรงข้ามกับที่พระพุทธเจ้าสอน เช่นพระพุทธเจ้าสอนให้พึ่งตัวเอง ก็หันมาพึ่งเทพ พระพุทธเจ้าสอนให้ใช้ปัญญากลับหันไปใช้ความงมงาย พระพุทธเจ้าสอนให้เป็นไทแก่ตัวก็กลับไปขึ้นกับกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ เมื่อพระไม่เป็นตัวของตัวเองพึ่งตัวเองก็ไม่ได้ นี่คือปัญหาที่มีคนถามว่าทำไมพระพุทธศาสนาจึง “สาละวันเตี้ยลง”
การแก้ปัญหานั้นเอาแต่วิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากจะทำให้ตัวเราเองดูดี แต่การลงมือแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการสร้างโรงเรียนพระชั้นนำขึ้นมา นั่นจะทำให้ปัญหาได้รับการแก้ไข”

• สนับสนุนเรียนชั้นสูงสุด
การเข้าโรงเรียนเตรียมสามเณรเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่า นั้นเพราะพระอาจารย์ ว.วชิรเมธีได้รับการสนับสนุนจาก ญาติโยมที่เลื่อมใสศรัทธาและมองเห็นความสำคัญของการศึกษาเข้ามาร่วมมือเพื่อช่วยงานสร้างพระธรรมทูตรุ่นใหม่ออกมาให้ความรู้แก่พุทธศาสนิกชนอย่างถูกต้อง
เนื่องจากโครงการนี้จะทำอย่างต่อเนื่อง จึงได้มีโครง การพ่อแม่บุญธรรม เพื่อชักชวนชาวพุทธทั่วประเทศให้ร่วมกันเป็นพ่อแม่บุญธรรมของสามเณรทั้ง 120 รูป ด้วยการถวายทุนการศึกษากับภิกษุสามเณรแล้วแต่ความสมัครใจ โดยอาจจะถวายเป็นรายเดือน เดือนละ 500 บาทต่อรูป หรือจะถวายรายสะดวกหรืออาจจะถวายทีเดียวเป็นก้อนตามกำลังศรัทธา โดยปัจจัยทั้งหมดจะนำไปเป็นทุนการศึกษาของภิกษุสามเณรตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเป็นต้นไป
หากผู้สนใจก็ติดต่อได้ที่สถาบันวิมุตตยาลัย โทร.02-422 9132 หรือ 087-0807779 087-0110737 โทรสาร 02-422 9128
อย่างไรก็ดีหากผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกหลานบวชเรียนในโรงเรียนเตรียมสามเณร ต้องพร้อมที่จะให้ลูกมาบวชเรียน และอยู่ในโครงการนี้ต่อเนื่อง 6 ปีคือตั้งแต่ ม.1-ม.6 และเรียนนักธรรมตรีถึงนักธรรมชั้นเอก ซึ่งเป็นหลักสูตรบังคับต้องเรียน จากนั้นหากเณรรูปใดต้องการเรียนในชั้นสูงต่อไปก็จะสามารถเรียนต่อในระดับปริญญา ตรีได้ทันที
“ตอนนี้เราได้เปิดเรียนถึงระดับปริญญาตรีถึงเอกแล้ว และมีญาติโยมได้มาให้ทุนการศึกษาในระดับปริญญาเอกไว้แล้ว 8 ทุน ซึ่งหากมีพระรูปใดมีกำลังปัญญาเรียนจะมีคนอุปถัมภ์เรื่องทุนการศึกษาทันที ซึ่งในอนาคตพระเณรที่อำเภอเชียงของและอำเภอใกล้เคียงสามารถเรียนได้ตั้งแต่ชั้น ม.1 ถึงปริญญาเอกได้โดยไม่ต้องเข้ากรุงเทพฯ โดยการศึกษาภาคบังคับใช้พระสอนการศึกษาในระดับมัธยมใช้ครูบาอาจารย์ทั่วไปสอน ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงรายรับผิดชอบ”
นอกจากนี้ยังมีเพิ่มเติม 3 หลักสูตรคือหลักสูตรสมบัติผู้ดีสำหรับภิกษุสามเณรหรือหลักสูตรพัฒนาบุคลิกภาพสำหรับพระภิกษุสามเณร เพื่อสร้างเสริมศรัทธาเบื้องต้น
หลักสูตรที่สองคือหลักสูตรยุวประพันธกร คือหลัก สูตรนักเขียนน้อย ที่เน้นฝึกเขียนเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาในรูปแบบของหนังสือธรรมะ ส่วนหลักสูตรที่สามคือหลักสูตรยุวธรรมทูตคือหลักสูตรพระธรรมทูตน้อย

• ใช้เครือข่าย-พระธรรมทูตร่วมทำงาน
แม้ความหวังที่จะผลิต “ยอดพระ” ออกสู่สังคมจะต้องใช้ระยะเวลานานถึง 10 ปีในระหว่างนี้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุกของพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยท่านหวังว่าเครือข่าย “อาสาสมัครธรรมะภาคี” หรือโพธิสัตวภาคี จะเป็นฐานรองรับชั้นเยี่ยมกับการผลิตพระชั้นยอดในอนาคต
พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี เล่าว่า ทุกวันนี้สถาบันวิมุตตาลัย เป็นแหล่งขับเคลื่อนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุก มีคนทำงานประจำแค่ 6 คน แต่จะใช้ทำงานเป็นเครือข่ายที่กว้างขวางและเชื่อมโยง โดยอาสาสมัครของเรามีตั้งแต่ เชื้อพระวงศ์ลงมา ถึงเศรษฐี ดารา ซุปเปอร์ สตาร์ เยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งคนเหล่านี้อุทิศตนมาช่วยงานของสถาบัน โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนแต่เขาเหล่านี้จะได้รู้จักคุณค่าของตัวเองมากยิ่งขึ้น
“อาตมาเห็นว่าเราได้สร้างพระอิฐพระปูนกันมามากแล้ว วันนี้ถึงเวลาที่เราจะมาสร้าง “พระพูดได้” บ้างเพราะอาตมามีความเชื่อมั่นว่าพระธรรมทูตเพียงหนึ่งองค์ที่มีความรู้ความสามารถทั้งทางโลกและทางธรรมอย่างดีเยี่ยมจะสามารถดำรงพระศาสนาได้นานนับพัน ปีเลยทีเดียว”

(จากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 106 กันยายน 2552 โดยพิมพ์ศุจี)




กำลังโหลดความคิดเห็น