ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -ทั้งกรณีของช้างป่า “สีดอหูพับ” เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ป่าสังเวยปมขัดแย้งคนกับช้าง และกรณีฮิปโปแคระดาวเด่น “หมูเด้ง” ซึ่งกำลังถูกตั้งคำถามถึงคุณภาพชีวิตและสิทธิของสัตว์ในสวนสัตว์ โดยนักอนุรักษ์คนดังอย่าง “ทราย สก๊อต”กำลังปลุกกระแสให้สังคมไทยหันมองประเด็น “สวัสดิภาพสัตว์”
อีกทั้งหลังการเผยข้อเท็จจริงเบื้องลึกยิ่งทำให้เกิดข้อถกเถียงต่างๆ นานา นำสู่การเรียกร้องการคุ้มครองสัตว์ป่ามีมนุษยธรรม ตลอดจนการจัดการคุณภาพชีวิตสัตว์ป่าในธุรกิจสวนสัตว์
ช้างป่า “หูพับ” ตัวใหญ่ล้มดัง
รื้อแนวทางคุ้มครองสัตว์ป่า
ภาพความล้มเหลวเชิงโครงสร้างทั้งระบบในการจัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าที่มีมาอย่างยาวนาน สะท้อนผ่านการสูญเสียช้างป่า “สีดอหูพับ” ระหว่างปฏิบัติการเคลื่อนย้ายของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จากพื้นที่ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย ตามคำสั่งของศาลปกครองขอนแก่น เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นับเป็นการจัดการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างที่ปลายเหตุ สะท้อนระบบการตัดสินใจของรัฐจนนำสู่โศกนาฎกรรมครั้งนี้
(ข่าวที่เกี่ยวข้อง : โศกนาฏกรรม “สีดอหูพับ” สังเวยข้อพิพาท “คนกับช้าง”)
นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ปัญหาคนกับช้างในเขตพื้นที่ระหว่าง จ.ขอนเเก่น กับ จ.เลย มีมาระยะหนึ่งเเล้ว ที่ชัดเจนก็ตั้งเเต่ปี 2565 จนถึงปี 2557 พบช้างป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย เดินข้ามเขตมาหากินถึงในพื้นที่ป่าสงวนเเห่งชาติป่าดงลาน ของ อ.สีชมพู เเละในเขตป่าอนุรักษ์เเละบริเวณชายขอบของ อ.เวียงเก่า เเละอ.ภูเวียง จ.ขอนเเก่น แต่ที่ผ่านมากรมอุทยานฯ ใช้วิธีผลักดันมาตลอด จนกระทั่งมีราษฎรกลุ่มหนึ่งไปร้องศาลปกครองฯ ให้เคลื่อนย้ายช้าง นำสู่มาตรการการเคลื่อนย้ายช้างป่า ซึ่งยืนยันว่าเป็นหนทางสุดท้ายที่กรมอุทยานฯ จะดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม การล้มของช้างป่า “สีดอหูพับ” ได้ปลุกกระแสสังคมไทยต่อประเด็นการคุ้มครองสัตว์ป่ามีมนุษยธรรม โดยมีการพุ่งเป้าไปที่บทบาทของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีตั้งข้อสงสัยถึงโครงสร้างกฎหมายที่ใช้กำกับการคุ้มครองสัตว์ป่าไทย ตลอดจนการเคลื่อนไหวของเครือข่ายองค์กรสวัสดิภาพสัตว์และประชาชนเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ช้างป่าที่จากไปเพราะการจัดการผิดพลาดของรัฐ
หนึ่งในแนวร่วมการเคลื่อนไหวเรื่องช้างป่า นายสิรณัฐ สก๊อต หรือ ทราย สก๊อต นักอนุรักษ์ทางทะเล ระบุถึงกรณีการเสียชีวิตของช้างป่า “สีดอหูพับ” ผลการชันสูตรระบุว่าเกิดจากการ สำลักอาหารร่วมกับภาวะเครียดรุนแรงจนกล้ามเนื้อสลาย (Capture Myopathy) ไม่เพียงเป็นเพียงอุบัติเหตุทางเทคนิค ยังสะท้อนไปถึงกระบวนการเคลื่อนย้ายและมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ แรงกดดันของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการภายใต้ข้อจำกัดและคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ซึ่งสะท้อนคำถามใหญ่ต่อระบบกฎหมาย การบริหารจัดการ และทิศทางการอนุรักษ์สัตว์ป่าไทยในปัจจุบัน
“ประเทศไทยไม่ใช่พื้นที่ของมนุษย์ฝ่ายเดียว สัตว์ป่าเหล่านี้ก็เป็นสัตว์ชาติไทยเช่นกัน มนุษย์ต้องมีความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจชีวิตอื่นที่อยู่ร่วมโลกเดียวกัน” ทราย สก๊อต นักอนุรักษ์ทางทะเล กล่าว
นอกจากนี้ มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งมองว่ากฎหมายฉบับนี้อาจเปิดช่องให้เกิดการค้าสัตว์ป่าและซากสัตว์ป่าได้มากกว่าการคุ้มครองอย่างแท้จริง โดย พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม อาทิ ใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกสัตว์ป่าสงวน ฉบับละ 50,000 บาท (หรือตัวละ 10,000 บาท) ครอบคลุมช้าง พะยูน โลมา และวาฬ, ใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ฉบับละ 10,000 บาท, ใบอนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครอง ฉบับละ 50,000 บาท หรือ หนังสืออนุญาตทำกิจกรรมในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ฉบับละ 100,000 บาท เป็นต้น
ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกฎหมายฉบับก่อนหน้า นำสู่คำถามถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายที่แท้จริงเพื่อควบคุมเพื่อคุ้มครองหรือจัดระเบียบเพื่อค้าขาย
ขณะเดียวกัน ภาคีด้านสิทธิสัตว์และผู้เชี่ยวชาญด้านช้าง เสนอให้มีการทบทวนแนวทางคุ้มครองสัตว์ป่าและการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จากกรณีการสูญเสีย “สีดอหูพับ” ไม่ควรจบลงเพียงความโศกเศร้า แต่ควรนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีข้อเสนอสำคัญ ได้แก่ การผลักดันแก้ไขพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ให้ครอบคลุมถึงสัตว์ป่า รวมถึงการเรียกร้องให้กระบวนการพิจารณาคำสั่งเคลื่อนย้ายช้างที่เหลือเป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรม
นอกจากนี้ ยังเกิดการเคลื่อนไหวของ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียน กรณี ช้างป่าพังสีดอหูพับ ตายระหว่างปฏิบัติการเคลื่อนย้าย และขอให้ตรวจสอบการประกอบการรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศและร้านกาแฟ ในเขตพื้นที่ปฏิรูปที่ดินที่ซ้อนทับป่าสงวนแห่งชาติและอุทยานแห่งชาติในเขตอำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น
โดยเรียกร้องไปยังกรมอุทยานฯ ให้เพิ่มมาตรการดูแลควบคุมช้างป่า ต้องจัดการให้ช้างอยู่ร่วมกับคนได้อย่างปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้ง การจัดงบสรรประมาณลงไปเพื่อติดตั้งเสียงตามสายให้กับคนในหมู่บ้านได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน และติดตั้งถึงสัญญาณแจ้งเตือนและไฟโซล่าเซลล์ส่องสว่างในจุดเสี่ยง โดยแต่ละหมู่บ้านต้องมีชุดปฏิบัติการโดยการบินโดรนสำรวจสถานการณ์ช้างป่าที่อยู่ใกล้ชุมชน
และเรียกร้องให้ กรมป่าไม้ และ สปก. ร่วมกันตรวจสอบการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่า โดยพิจารณาว่าตรงไหนที่ควรนำมาจัดสรรให้เป็นที่อยู่ของช้างป่า ก็ควรนำพื้นที่เหล่านั้นกลับคืนมา ต้องการให้ระบบนิเวศทั้งสองฝั่งอยู่ด้วยกันได้ โดยไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ซึ่งสิ่งที่ทำได้คือการกระตุ้นให้ทุกฝ่ายทุกภาคส่วนเห็นอกเห็นใจสัตว์ป่า ในเมื่อเป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่า
“วันนี้อยากประกาศให้พี่น้องประชาชนรู้ว่า ป่าดงลาน ในพื้นที่อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น เป็นป่าเก่าแก่ที่ช้างป่าจำนวนมากอาศัยหากินอยู่ กรมป่าไม้ และ สปก.จะต้องช่วยกันพูดคุยกับเจ้าของรีสอร์ทต่างๆ ให้พวกเขาเข้าใจว่าจะต้องอยู่ร่วมกับช้างให้ได้ อย่ากลั่นแกล้งช้าง” ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา กล่าว
ขณะที่ นายปรีชา ลิ้มถวิล รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบเกษตตรกรจำนวน 6 รายที่ไปร้องศาลให้ย้ายช้างป่านั้น บางรายมีการซื้อขาย - เปลี่ยนมือ ซึ่งจะต้องคืนสิทธิ์เเละยึดคืนกลับมา ขณะที่บางรายเเม้จะอ้างว่าทำเกษตรเชิงท่องเที่ยวแบบวิสาหกิจชุมชน เเต่การเอาที่ ส.ป.ก. ไปสร้างที่พักบริการนักท่องเที่ยวถือว่าผิดเงื่อนไข จำเป็นต้องรื้อในส่วนที่เป็นอาคารที่พักสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว
การจัดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าต้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านในพื้นที่พิพาทที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเห็นอกเห็นใจ ควบคู่กับการดำเนินการอย่างมีมนุษยธรรมในการจัดการสัตว์ป่า
เขาเขียว สยบดรามา
“หมูเด้ง” อยู่ดี กินดี
ประเด็นสิทธิและคุณภาพชีวิตสัตว์ป่าในธุรกิจสวนสัตว์เข้ามาอยู่ในกระแสสนใจของคนไทย หลังจากการเคลื่อนไหวของ “ทราย สก๊อต”นักอนุรักษ์ทางทะเลคนดัง กับโพสต์ในแอปพลิเคชั่น X เกี่ยวกับ “หมูเด้ง” ฮิปโปแคระขวัญใจคนไทย โดยเนื้อหาแสดงความกังวลต่อสวัสดิภาพสัตว์ป่าภายในสวนสัตว์ ความว่า
“วันก่อนเห็นภาพสภาพกรง ที่อยู่สระของ moodeng เศร้าจริงๆ สภาพแบบนี้ แม้ว่าเขาได้สร้างรายได้เยอะ สุดท้ายแล้วน้องเขาเป็นแค่ธุรกิจ ในสายตามนุษย์รอบข้าง เรื่องคุณภาพและสิทธิของชีวิตสัตว์ที่อยู่ในกรงก็สำคัญเท่าๆ กับสัตว์ป่าอนุรักษ์นะครับ สองอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องต่างกันนะครับในมุมมองทราย”นักอนุรักษ์ทางทะเล ระบุ
(ข่าวที่เกี่ยวข้อง : “ทราย สก็อต” เศร้าสภาพเป็นอยู่ “หมูเด้ง” ลั่นสัตว์ไม่ควรเป็นแค่ธุรกิจ)
โดยต้องการสื่อสารว่า “หมูเด้ง” ฮิปโปแคระผู้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศสร้างรายได้ให้แก่สวนสัตว์เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ควรมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่เหมาะสมกับมูลค่าที่ “หมูเด้ง” ได้สร้างขึ้นเช่นกัน โดยยืนว่าไม่มีเจตนาวิจารณ์ผู้ดูสัตว์แต่อย่างใด
ต้องไม่ลืมว่า “หมูเด้ง” เป็นดาราสาวดาวเด่นแห่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ในช่วงปี 2567 สร้างปรากฎการณ์จารึกไว้หน้าประวัติศาสตร์สวนสัตว์เมืองไทยโด่งดังไปทั่วโลก และปลุกกระแสท่องเที่ยวสวนสัตว์ให้ฟื้นคืน ในช่วงพีคๆ มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมถึงเดือนละ 300,000 คน
แม้ปัจจุบันกระแส “หมูเด้ง” ฮิปโปแคระจะแผ่วลง แต่ก็ยังมีผู้เดินทางไปเที่ยวชมสวนสัตว์เปิดเขาเขียวอย่างเนืองแน่น โดยตัวเลขผู้เข้าชมสวนสัตว์เปิดเขาเขียว 6 เดือนล่าสุด ระหว่างเดือนสิงหาคม 2568 - มกราคม 2569 เฉลี่ยผู้เข้าชมเดือนละ 109,344 คน
อย่างไรก็ตาม นายณรงวิทย์ ชดช้อยผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ออกมาชี้แจงว่าภาพที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียน่าจะเป็นมูลสัตว์ที่ขับถ่ายระหว่างวัน ซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติของฮิปโปที่มักถ่ายในน้ำหรือบนบกเพื่อแสดงอาณาเขต ขณะที่เจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์มีการทำความสะอาดพื้นที่ทุกเช้าอย่างสม่ำเสมอตามมาตรฐานของ World Association of Zoos and Aquariums (WAZA)
ด้านการจัดสภาพแวดล้อม ฮิปโปแคระเป็นสัตว์ที่ต้องการความชุ่มชื้นสูง พื้นที่ที่มีดิน โคลน และพืชน้ำจึงเป็นการออกแบบตามหลักชีววิทยา เพื่อให้สัตว์สามารถแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติและช่วยดูแลสุขภาพผิวหนัง ไม่ได้เกิดจากการดูแลไม่ทั่วถึง โดยเน้นย้ำว่าสวนสัตว์ให้ความสำคัญสูงสุดกับ “สุขภาพและความสุขของสัตว์” และยึดมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ระดับสากลเป็นหลัก
ขณะที่ นายอรรถพล หนุนดีเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์สวนสัตว์เปิดเขาเขียว อธิบายว่าน้ำในบ่อฮิปโปที่เป็นสีเขียวนั้นโดยปกติแล้ว ในช่วงเช้าจะมีการเปลี่ยนน้ำเป็นประจำ แต่พอฮิปโปลงเล่นน้ำ และในช่วงบ่ายๆ มีแสงแดด จึงทำให้เป็นน้ำสีเขียว แต่เช้าอีกวันหนึ่งมาก็เป็นน้ำที่ใสปกติ ซึ่งมีการถ่ายน้ำเป็นประจำ ถ้านักท่องเที่ยวมาในช่วงเช้าก็จะพบว่าน้ำใสเป็นปกติ แต่ถ้ามาเที่ยวในช่วงบ่ายนั้นน้ำก็จะเริ่มมีสีเขียวเป็นธรรมชาติของฮิปโป
โดยทางคณะทำงานของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ชี้แจงแบบครบจบสยบข้อกังวลต่อสวัสดิภาพสัตว์ป่าภายในสวนสัตว์ที่นักอนุรักษ์คนดังตั้งคำถาม
นอกจากนี้ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว มีแผนพัฒนาระยะยาว สวนสัตว์เตรียมดำเนินโครงการฮิปโปวิลเลจซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ออกแบบเพื่อรองรับฮิปโปแคระ 6 ตัวและฮิปโปธรรมดาอีก 7 ตัวในขนาดกรงที่ใหญ่กว่า มีพื้นที่อยู่อาศัยกว้างขวางเหมาะสมกับระบบนิเวศ โดยการออกแบบโครงการได้รับการอนุมัติทางสถาปัตยกรรมและพร้อมที่จะเริ่มดำเนินการในอนาคตอันใกล้ โดยมีการวางแผนก่อสร้างแบบเป็นขั้นตอน เพื่อลดผลกระทบด้านเสียงและกิจกรรมที่อาจทำให้สัตว์ตกใจ และมุ่งพัฒนาพื้นที่จัดแสดงให้ทันสมัยสวยงามและสอดคล้องกับหลักสวัสดิภาพสัตว์ พร้อมเปิดรับข้อเสนอแนะจากประชาชนผ่านช่องทางสื่อสารของสวนสัตว์ เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการดูแลสัตว์อย่างยั่งยืน
และทั้งกรณีของ “หูพับ” และ “หมูเด้ง” กำลังปลุกกระแสสังคมให้สนใจประเด็นสวัสดิภาพสัตว์ป่า การจัดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า ต้องเป็นธรรมกับคน และมีมนุษยธรรมกับช้าง รวมทั้ง การจัดการคุณภาพและสัตว์ป่าในสวนสัตว์ ตลอดจนการดำเนินกิจการเพื่อสร้างรายได้อย่างเหมาะสม.


