การแย่งชิงทรัพยากรของจักรวรรดิคนป่าแห่งยุโรปยังคงดำเนินอยู่ แม้เขาเหล่านั้นจะไปอยู่ที่โลกใหม่ที่เรียกกันว่าสหรัฐอเมริกา
โลกเก่าคือกลุ่มจักรวรรดิยุโรปที่เคยไล่ล่าอาณานิคม การแสวงหาความมั่งคั่งและพลังอำนาจ
โลกรับรู้เป็นอย่างดีว่าประเทศเวเนซุเอลา มีกรรมที่พิเศษคือดันมีทรัพยากรน้ำมันมากบนโลกใบนี้
การแย่งชิงทรัพยากร ของเหล่าจักรวรรดิในยุโรป หลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม ยังคงดำเนินการแย่งชิงแผ่อิทธิพลเข้าไปในยังทวีปละตินอเมริกา
ในช่วงเวลานั้นสำหรับรัฐสยามเองอยู่ในช่วงในหลวงรัชกาลที่ 3 จักรวรรดิชาวยุโรปเริ่มถูกท้าทายจากจักรวรรดิอเมริกา(ชาวโลกใหม่)
นั้นก็คือในเวลาเดียวกันในปี 1823 เจมส์ มอนโร ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาในสมัยนั้นได้ประกาศยุทธศาสตร์ เพื่อไม่ให้ชาติยุโรปเข้ามามีอิทธิในละตินอเมริกา เปรียบเสมือน "อ่างเลี้ยงลูกเป็ดของสหรัฐอเมริกา"
นับจากนี้ไปไม่ให้อำนาจอิทธิพลของชาติยุโรป ทั้งฝรั่งเศส อังกฤษ สเปน เยอรมัน เข้าไปมีอิทธิพลตักตวงผลประโยชน์จากหมู่ประเทศอาณานิคมเก่าในละติน
จึงเรียกกันว่า "หลักการมอนโร" หรือ "The Monroe Doctrine"
หลักการนี้สหรัฐอเมริกาได้ยึดมั่นเป็นหลักยุทธศาสตร์อิทธิพลความมั่งคั่งของสหรัฐในละตินอเมริกา
เหตุการณ์ที่ประเทศเวเนซุเอลา เริ่มถอยห่างจากอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาในช่วงสองสามทศวรรษที่ผ่านมา ประธานาธิบดีมาดูโร เริ่มคบหารัสเซียและจีนและเลือกในเส้นทางของเวเนซุเอลา
โลกเปลี่ยนไปมากแล้ว ดุลอำนาจของโลกก็เปลี่ยนไป แต่เราได้เห็นการปล้นทรัพยากร การบุกจับประธานาธิบดีเวเนสุเอลา ไปขังในมหานครนิวยอร์ค เรื่องมันจะจบลงอย่างไร?
ลูกเป็ดในอ่างน้ำละตินอเมริกา ที่จักรวรรดิอเมริกาคิดว่าตัวเองเป็นนักเลงโตคุมชะตากรรมมีอำนาจเรือปืนที่เหนือเขา...มันจะจบลงง่ายๆหรือ?
หรือว่าสงครามใหญ่ของโลกเริ่มต้นขึ้นแล้วในมหาสมุทรแอตแลนติก
ยุทธิยง ลิ้มเลิศวาทึ


