รองศาสตราจารย์ ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
สาขาวิชาสถิติศาสตร์ สาขาวิชาพลเมืองวิทยาการข้อมูล
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
ผมติดตามอ่าน Facebook ของ ตุ๊หล่าง แก่นคำกล้า พิลาน้อย นักผสมพันธุ์ข้าว ปราชญ์ชาวบ้านมานาน เพราะสนใจเรื่องข้าวของไทย พันธุ์ข้าวของไทยที่แสนจะหลากหลายมหัศจรรย์ แต่ในวันที่แสนวุ่นวายด้วยการฉกฉวยผลประโยชน์ทางการเมือง สร้างข่าวปั่น แสร้งทำตนเป็นเหยื่อ เพื่อกลบข่าวค้ายาเสพติดและฟอกเงิน 20,000 ล้านของพรรคการเมืองตนเองนั้น คุณตุ๊หล่าง แก่นคำกล้า พิลาน้อย ได้มาคอมเมนต์สอนธรรมะอันสุดจะประทับใจและอยากจะแบ่งปันธรรมะกับเพื่อน ๆ พี่น้องชาวไทยครับ
ตุ๊หล่าง แก่นคำกล้า พิลาน้อย คอมเมนต์ว่า
-----------------
หมอชีวก...ก็เป็นลูกโสเภณี..ที่ถูกทิ้ง..เมื่อรู้ภูมิกำเนิดจากการล้อเลียนของเพื่อนๆ ท่านก็ดั้นด้นไปเรียนวิชาแพทย์ จนกลับมามีชื่อเสียง ไม่ปรากฏข้อมูลว่าท่านไปกล่าวโทษพระเจ้าพิมพิสารว่ากดขี่จนตนเองต้อยต่ำ.....
คนเรา ภูมิกำเนิด ไม่สำคัญมากเท่าจิตใจตนครับ
แต่ผมก็ยังเชื่อว่า ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต คนเรายังมีโอกาสสำนึกรู้ตน ทำสิ่งที่ดีงามถูกต้อง ได้ครับ....หวังว่านะครับ...
-----------------
ผมอ่านแล้วทำให้เกิดความสงสัยอยากรู้จักหมอชีวกโกมารภัจจ์เพิ่มมากขึ้น และอยากรู้ว่าในสมัยพุทธกาล โสเภณีเคยบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์หรือไม่ มีเด็กที่เกิดในซ่องคนไหนบ้างในสมัยพุทธกาลที่สำเร็จเป็นพระอรหันต์ แล้วอยากขอแบ่งปันทุกคนเป็นธรรมทานและวิทยาทาน ผมได้ไปศึกษาแล้วได้ข้อสรุปดังนี้ครับ
ทำงานในซ่อง เกิดมาในซ่อง ไม่จำเป็นต้องชั่ว
ไม่จำเป็นต้องล้มเจ้า ไม่จำเป็นต้องเนรคุณแผ่นดิน เป็นคนดีของสังคมได้
โสเภณี (Sex worker) ก็บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้ ลูกโสเภณี (Sex worker) ก็บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้ เป็นพระโสดาบันได้
อยู่ที่จะเลือกเป็นคนดีคนเลว ธรรมะไม่มีอุปสรรคในการปฏิบัติด้วยชาตกำเนิด
“น โหติ พฺราหฺมโณ ชจฺจา น โหติ พฺราหฺมโณ ชจฺจา”
บุคคลไม่เป็นพราหมณ์เพราะชาติกำเนิด แต่เป็นเพราะการกระทำ
หนึ่ง ชีวกโกมารภัจจ์ บรมครูแพทย์ แพทย์ประจำพระองค์ของพระพุทธเจ้า พระโสดาบัน
ชีวกโกมารภัจจ์ แพทย์ประจำพระองค์ของพระพุทธเจ้าก็เป็นลูกโสเภณี เกิดมาในซ่อง แม่ทิ้งไว้ในกองขยะ จนมีคนเก็บไปเลี้ยง แม้ถูกล้อจากเพื่อน แต่ก็มีความประพฤติดี ขวนขวายหาความรู้ ใฝ่ดี มีสัมมาทิฐิ ปฎิบัติจนสำเร็จบรรลุเป็นพระโสดาบัน
ชีวก แปลว่า ขีวิต โกมารภัจจ์ แปลว่า พระกุมาร (พระอภัยกุมาร) นำมาเลี้ยง หรือสรุปได้ว่ามีชีวิตรอดได้เพราะพระกุมาร (พระอภัยกุมาร) นำมาเลี้ยง
พระอภัยกุมาร เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร ราชาแห่ง แคว้นมคธ และมีมารดาเป็นโสเภณีที่พระเจ้าพิมพิสารโปรด นางอภัยมาตาเป็นโสเภณี มีลูกกับพระเจ้าพิมพิสารชื่อพระอภัยกุมาร ต่อมาได้ออกบวชเป็นภิกษุณีในพระพุทธศาสนาเป็นพระอภัยมาตาเถรีและบรรลุสำเร็จเป็นอรหันต์
หมอชีวกโกมารภัจจ์ เป็นลูกหญิงงามเมือง(โสเภณี) เมื่อนางตลอดลูกแล้วได้นำมาทิ้งไว้ที่กองขยะ ชีวกโกมารภัจจ์ จึงเป็นลูกที่พ่อแม่ทิ้ง ที่แม้ต้องทิ้งเพราะต้องทำงานหาเลี้ยงชีพเป็นโสเภณีต่อมีความจำเป็น พอดีพระอภัยกุมาร ผ่านมาพบจึงเก็บไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม
รูปปั้นของชีวกโกมารภัจจ์ที่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) มีหินบดยาวางบูชาไว้ข้างหน้า

สอง ห้าโสเภณีที่บรรลุธรรมสำเร็จเป็นพระอรหันต์ตั้งแต่สมัยพุทธกาล
กราบไหว้พระอรหันต์ที่เคยเป็นโสเภณีได้ครับ ท่านสะอาดบริสุทธิ์เป็นอย่างยิ่ง
2.1 พระอัมพปาลีเถรี (นางอัมพปาลี): เป็นหญิงงามเมืองที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองเวสาลี และเป็นคนแรกที่สร้างวัด (อัมพปาลีวัน) ถวายแด่พระพุทธเจ้า ท่านบรรลุธรรมหลังจากได้ฟังธรรมจากลูกชายของท่าน (พระวิมลโกณฑัญญะ) และได้พิจารณาถึงความเสื่อมของสังขารตนเองจนบรรลุอรหันตผล
2.2 พระอัฑฒกาสีเถรี: เดิมเป็นหญิงงามเมืองที่มีค่าตัวสูงมาก (เท่ากับกึ่งหนึ่งของภาษีที่จัดเก็บในเมืองกาสี จึงเป็นที่มาของชื่อ "อัฑฒกาสี") ท่านมีความลำบากในการเดินทางไปอุปสมบทกับพระพุทธเจ้าเนื่องจากเกรงอันตรายระหว่างทาง พระพุทธเจ้าจึงทรงอนุญาตให้อุปสมบทผ่านทูต (อนุญาตให้บวชได้โดยไม่ต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าพระองค์) ซึ่งเป็นกรณีพิเศษเพียงครั้งเดียวในพุทธศาสนา
2.3 พระวิมลาเถรี: เป็นบุตรีของโสเภณีในเมืองเวสาลี และดำเนินรอยตามอาชีพมารดา ท่านเคยพยายามไปยั่วยวนพระโมคคัลลานะแต่ถูกพระเถระทรมานด้วยฤทธิ์และเทศนาจนเกิดความสลดใจและเลื่อมใส จนออกบวชและบรรลุพระอรหันต์
2.4 พระอภัยมาตาเถรี: อดีตหญิงงามเมืองที่เคยมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าพิมพิสารและมีโอรสคือพระอภัยราขกุมาร ภายหลังเห็นความไม่เที่ยงของสังขารจึงออกบวชและบรรลุธรรม
พระอภัยมาตาเถรีกับพระเจ้าพิมพิสาร มีโอรสคือพระอภัยราขกุมาร พระอภัยราชกุมารได้ไปเห็นทารกถูกทิ้งในกองขยะ ทารกนั้นเป็นลูกของ Sex worker หรือโสเภณี ไม่รู้หรอกว่าบิดาเป็นใคร กระทั่งมารดาผู้ให้กำเนิดเป็นใคร ทารกนั้นก็ไม่ทราบ ทารกนั้นคือ ชีวกโกมารภัจจ์ บรมครูแพทย์ แพทย์ประจำพระองค์พระพุทธเจ้า ผู้ปฏิบัติจนบรรลุโสดาบัน
ดังนั้นชีวกโกมารภัจจ์ มีพ่อบุญธรรม คือ พระอภัยกุมาร มีย่าบุญธรรมคือ พระอภัยมาตาเถรี ผู้เป็นโสเภณีมาก่อน แต่ภายหลังสำเร็จเป็นอรหันต์
2.5 พระปทุมวดีเถรี: เป็นอีกหนึ่งสตรีที่มีความงามเป็นเลิศจนต้องกลายเป็นหญิงงามเมืองประจำเมืองอุชเชนี ภายหลังได้ฟังธรรมและออกบวชจนบรรลุอรหัตผล
“น ชจฺจา วสโล โหติ น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ กมฺมุนา วสโล โหติ กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ
บุคคลไม่ได้เป็นคนเลวเพราะชาติ ไม่ได้เป็นผู้ประเสริฐเพราะชาติกำเนิด แต่เป็นคนเลวทรามเพราะกรรม เป็นผู้ประเสริฐก็เพราะกรรมเท่านั้น”
ขอทุกท่านจงเจริญในธรรม ขอประชาชนชาวไทย จงมีตาสว่าง เห็นธรรมกันโดยถ้วนหน้า มาร่วมกันสวดมนต์พาหุงมหากา ให้เป็นมงคลกับประเทศไทยในภาวะสงครามไทย-กัมพูชากันเถิดครับ
พาหุงสะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะสิทธินิจจัง ฯ
ปางเมื่อพระองค์ปะระมะพุทธ ธะวิสุทธศาสดา
ตรัสรู้ อะนุตตะระสะมา ธิ ณ โพธิบัลลังก์
ขุนมารสหัสสพหุพา- หุวิชาวิชิตขลัง
ขี่คีรีเมขละประทัง คชะเหี้ยมกระเหิมหาญ
แสร้งเสกสะราวุธะประดิษฐ์ กละคิดจะรอนราน
รุมพลพหลพยุหะปาน พระสมุททะนองมา
หวังเพื่อผจญวะระมุนิน ทะสุชินนะราชา
พระปราบพหลพยุหะมา- ระมะเลืองมะลายสูญ
ด้วยเดชะองค์พระทศพล สุวิมลละไพบูลย์
ทานาทิธรรมะวิธิกูล ชนะน้อมมะโนตาม
ด้วยเดชะสัจจะวจนา และนะมามิองค์สาม
ขอจงนิกรพละสยาม ชยะสิทธิทุกวาร
ถึงแม้จะมีอริวิเศษ พละเดชชะเทียมมาร
ขอไทยผจญพิชิตตะผลาญ อริแม้นมุนินทร.
สาขาวิชาสถิติศาสตร์ สาขาวิชาพลเมืองวิทยาการข้อมูล
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
ผมติดตามอ่าน Facebook ของ ตุ๊หล่าง แก่นคำกล้า พิลาน้อย นักผสมพันธุ์ข้าว ปราชญ์ชาวบ้านมานาน เพราะสนใจเรื่องข้าวของไทย พันธุ์ข้าวของไทยที่แสนจะหลากหลายมหัศจรรย์ แต่ในวันที่แสนวุ่นวายด้วยการฉกฉวยผลประโยชน์ทางการเมือง สร้างข่าวปั่น แสร้งทำตนเป็นเหยื่อ เพื่อกลบข่าวค้ายาเสพติดและฟอกเงิน 20,000 ล้านของพรรคการเมืองตนเองนั้น คุณตุ๊หล่าง แก่นคำกล้า พิลาน้อย ได้มาคอมเมนต์สอนธรรมะอันสุดจะประทับใจและอยากจะแบ่งปันธรรมะกับเพื่อน ๆ พี่น้องชาวไทยครับ
ตุ๊หล่าง แก่นคำกล้า พิลาน้อย คอมเมนต์ว่า
-----------------
หมอชีวก...ก็เป็นลูกโสเภณี..ที่ถูกทิ้ง..เมื่อรู้ภูมิกำเนิดจากการล้อเลียนของเพื่อนๆ ท่านก็ดั้นด้นไปเรียนวิชาแพทย์ จนกลับมามีชื่อเสียง ไม่ปรากฏข้อมูลว่าท่านไปกล่าวโทษพระเจ้าพิมพิสารว่ากดขี่จนตนเองต้อยต่ำ.....
คนเรา ภูมิกำเนิด ไม่สำคัญมากเท่าจิตใจตนครับ
แต่ผมก็ยังเชื่อว่า ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต คนเรายังมีโอกาสสำนึกรู้ตน ทำสิ่งที่ดีงามถูกต้อง ได้ครับ....หวังว่านะครับ...
-----------------
ผมอ่านแล้วทำให้เกิดความสงสัยอยากรู้จักหมอชีวกโกมารภัจจ์เพิ่มมากขึ้น และอยากรู้ว่าในสมัยพุทธกาล โสเภณีเคยบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์หรือไม่ มีเด็กที่เกิดในซ่องคนไหนบ้างในสมัยพุทธกาลที่สำเร็จเป็นพระอรหันต์ แล้วอยากขอแบ่งปันทุกคนเป็นธรรมทานและวิทยาทาน ผมได้ไปศึกษาแล้วได้ข้อสรุปดังนี้ครับ
ทำงานในซ่อง เกิดมาในซ่อง ไม่จำเป็นต้องชั่ว
ไม่จำเป็นต้องล้มเจ้า ไม่จำเป็นต้องเนรคุณแผ่นดิน เป็นคนดีของสังคมได้
โสเภณี (Sex worker) ก็บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้ ลูกโสเภณี (Sex worker) ก็บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้ เป็นพระโสดาบันได้
อยู่ที่จะเลือกเป็นคนดีคนเลว ธรรมะไม่มีอุปสรรคในการปฏิบัติด้วยชาตกำเนิด
“น โหติ พฺราหฺมโณ ชจฺจา น โหติ พฺราหฺมโณ ชจฺจา”
บุคคลไม่เป็นพราหมณ์เพราะชาติกำเนิด แต่เป็นเพราะการกระทำ
หนึ่ง ชีวกโกมารภัจจ์ บรมครูแพทย์ แพทย์ประจำพระองค์ของพระพุทธเจ้า พระโสดาบัน
ชีวกโกมารภัจจ์ แพทย์ประจำพระองค์ของพระพุทธเจ้าก็เป็นลูกโสเภณี เกิดมาในซ่อง แม่ทิ้งไว้ในกองขยะ จนมีคนเก็บไปเลี้ยง แม้ถูกล้อจากเพื่อน แต่ก็มีความประพฤติดี ขวนขวายหาความรู้ ใฝ่ดี มีสัมมาทิฐิ ปฎิบัติจนสำเร็จบรรลุเป็นพระโสดาบัน
ชีวก แปลว่า ขีวิต โกมารภัจจ์ แปลว่า พระกุมาร (พระอภัยกุมาร) นำมาเลี้ยง หรือสรุปได้ว่ามีชีวิตรอดได้เพราะพระกุมาร (พระอภัยกุมาร) นำมาเลี้ยง
พระอภัยกุมาร เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร ราชาแห่ง แคว้นมคธ และมีมารดาเป็นโสเภณีที่พระเจ้าพิมพิสารโปรด นางอภัยมาตาเป็นโสเภณี มีลูกกับพระเจ้าพิมพิสารชื่อพระอภัยกุมาร ต่อมาได้ออกบวชเป็นภิกษุณีในพระพุทธศาสนาเป็นพระอภัยมาตาเถรีและบรรลุสำเร็จเป็นอรหันต์
หมอชีวกโกมารภัจจ์ เป็นลูกหญิงงามเมือง(โสเภณี) เมื่อนางตลอดลูกแล้วได้นำมาทิ้งไว้ที่กองขยะ ชีวกโกมารภัจจ์ จึงเป็นลูกที่พ่อแม่ทิ้ง ที่แม้ต้องทิ้งเพราะต้องทำงานหาเลี้ยงชีพเป็นโสเภณีต่อมีความจำเป็น พอดีพระอภัยกุมาร ผ่านมาพบจึงเก็บไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม
รูปปั้นของชีวกโกมารภัจจ์ที่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) มีหินบดยาวางบูชาไว้ข้างหน้า
สอง ห้าโสเภณีที่บรรลุธรรมสำเร็จเป็นพระอรหันต์ตั้งแต่สมัยพุทธกาล
กราบไหว้พระอรหันต์ที่เคยเป็นโสเภณีได้ครับ ท่านสะอาดบริสุทธิ์เป็นอย่างยิ่ง
2.1 พระอัมพปาลีเถรี (นางอัมพปาลี): เป็นหญิงงามเมืองที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองเวสาลี และเป็นคนแรกที่สร้างวัด (อัมพปาลีวัน) ถวายแด่พระพุทธเจ้า ท่านบรรลุธรรมหลังจากได้ฟังธรรมจากลูกชายของท่าน (พระวิมลโกณฑัญญะ) และได้พิจารณาถึงความเสื่อมของสังขารตนเองจนบรรลุอรหันตผล
2.2 พระอัฑฒกาสีเถรี: เดิมเป็นหญิงงามเมืองที่มีค่าตัวสูงมาก (เท่ากับกึ่งหนึ่งของภาษีที่จัดเก็บในเมืองกาสี จึงเป็นที่มาของชื่อ "อัฑฒกาสี") ท่านมีความลำบากในการเดินทางไปอุปสมบทกับพระพุทธเจ้าเนื่องจากเกรงอันตรายระหว่างทาง พระพุทธเจ้าจึงทรงอนุญาตให้อุปสมบทผ่านทูต (อนุญาตให้บวชได้โดยไม่ต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าพระองค์) ซึ่งเป็นกรณีพิเศษเพียงครั้งเดียวในพุทธศาสนา
2.3 พระวิมลาเถรี: เป็นบุตรีของโสเภณีในเมืองเวสาลี และดำเนินรอยตามอาชีพมารดา ท่านเคยพยายามไปยั่วยวนพระโมคคัลลานะแต่ถูกพระเถระทรมานด้วยฤทธิ์และเทศนาจนเกิดความสลดใจและเลื่อมใส จนออกบวชและบรรลุพระอรหันต์
2.4 พระอภัยมาตาเถรี: อดีตหญิงงามเมืองที่เคยมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าพิมพิสารและมีโอรสคือพระอภัยราขกุมาร ภายหลังเห็นความไม่เที่ยงของสังขารจึงออกบวชและบรรลุธรรม
พระอภัยมาตาเถรีกับพระเจ้าพิมพิสาร มีโอรสคือพระอภัยราขกุมาร พระอภัยราชกุมารได้ไปเห็นทารกถูกทิ้งในกองขยะ ทารกนั้นเป็นลูกของ Sex worker หรือโสเภณี ไม่รู้หรอกว่าบิดาเป็นใคร กระทั่งมารดาผู้ให้กำเนิดเป็นใคร ทารกนั้นก็ไม่ทราบ ทารกนั้นคือ ชีวกโกมารภัจจ์ บรมครูแพทย์ แพทย์ประจำพระองค์พระพุทธเจ้า ผู้ปฏิบัติจนบรรลุโสดาบัน
ดังนั้นชีวกโกมารภัจจ์ มีพ่อบุญธรรม คือ พระอภัยกุมาร มีย่าบุญธรรมคือ พระอภัยมาตาเถรี ผู้เป็นโสเภณีมาก่อน แต่ภายหลังสำเร็จเป็นอรหันต์
2.5 พระปทุมวดีเถรี: เป็นอีกหนึ่งสตรีที่มีความงามเป็นเลิศจนต้องกลายเป็นหญิงงามเมืองประจำเมืองอุชเชนี ภายหลังได้ฟังธรรมและออกบวชจนบรรลุอรหัตผล
“น ชจฺจา วสโล โหติ น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ กมฺมุนา วสโล โหติ กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ
บุคคลไม่ได้เป็นคนเลวเพราะชาติ ไม่ได้เป็นผู้ประเสริฐเพราะชาติกำเนิด แต่เป็นคนเลวทรามเพราะกรรม เป็นผู้ประเสริฐก็เพราะกรรมเท่านั้น”
ขอทุกท่านจงเจริญในธรรม ขอประชาชนชาวไทย จงมีตาสว่าง เห็นธรรมกันโดยถ้วนหน้า มาร่วมกันสวดมนต์พาหุงมหากา ให้เป็นมงคลกับประเทศไทยในภาวะสงครามไทย-กัมพูชากันเถิดครับ
พาหุงสะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะสิทธินิจจัง ฯ
ปางเมื่อพระองค์ปะระมะพุทธ ธะวิสุทธศาสดา
ตรัสรู้ อะนุตตะระสะมา ธิ ณ โพธิบัลลังก์
ขุนมารสหัสสพหุพา- หุวิชาวิชิตขลัง
ขี่คีรีเมขละประทัง คชะเหี้ยมกระเหิมหาญ
แสร้งเสกสะราวุธะประดิษฐ์ กละคิดจะรอนราน
รุมพลพหลพยุหะปาน พระสมุททะนองมา
หวังเพื่อผจญวะระมุนิน ทะสุชินนะราชา
พระปราบพหลพยุหะมา- ระมะเลืองมะลายสูญ
ด้วยเดชะองค์พระทศพล สุวิมลละไพบูลย์
ทานาทิธรรมะวิธิกูล ชนะน้อมมะโนตาม
ด้วยเดชะสัจจะวจนา และนะมามิองค์สาม
ขอจงนิกรพละสยาม ชยะสิทธิทุกวาร
ถึงแม้จะมีอริวิเศษ พละเดชชะเทียมมาร
ขอไทยผจญพิชิตตะผลาญ อริแม้นมุนินทร.



