xs
xsm
sm
md
lg

สองโครงการอันตราย : เหตุทำให้รัฐบาลอวสาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: สามารถ มังสัง


เศรษฐา ทวีสิน
เป็นเวลาเกือบปีที่รัฐบาลซึ่งพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้ง โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ได้บริหารประเทศแต่ยังไม่มีผลงานใดๆ จากนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ก่อนเลือกตั้ง โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ และสังคม ทั้งนี้อนุมานจากเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

1. ในด้านเศรษฐกิจ การลงทุนเพิ่มขึ้นน้อย เมื่อเทียบกับการเลิกกิจการจึงทำให้ปัญหาว่างงานเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อแรงงานที่จบการศึกษาออกมา และแรงงานที่ถูกเลิกจ้างจากการเลิกกิจการไม่มีงานรองรับเพียงพอ

2. ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนเทขายและนักลงทุนหน้าใหม่ไม่เข้ามาซื้อ เป็นเพราะไม่มีปัจจัยบวกที่จะเป็นมูลเหตุจูงใจให้เข้ามาลงทุน

3. ราคาสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตเพิ่มสูงขึ้น อันเนื่องมาจากน้ำมันลดลง จึงทำให้ไม่มีมูลเหตุจูงใจให้มีผู้เข้ามาลงทุน และขณะเดียวกัน การเทขายเพื่อหนีการขาดทุนก็เพิ่มขึ้นด้วย

4. นโยบายทางด้านเศรษฐกิจที่พรรคเพื่อไทยประกาศไว้ตอนหาเสียงเช่น การปรับลดราคาน้ำมัน การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน และอัตราการจ้างวุฒิปริญญาตรีเริ่มที่ 25,000 บาท เป็นต้น ยังดำเนินการไม่ได้

5. โครงการแจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต ประชุมกันแล้วประชุมกันอีก จนบัดนี้ยังแจงไม่ได้และมีแนวโน้มว่าทำไม่ได้หรือทำได้ก็เสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง ทั้งนี้อนุมานจากกระแสคัดค้านและเสียงที่ออกมาต่อต้านของบรรดาผู้รู้ทั้งหลาย

6. ในขณะที่โครงการแจกเงินยังไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย รัฐบาลชุดนี้ได้เสนอโครงการให้ต่างชาติเช่าอสังหาริมทรัพย์ 90-99 ปี และโครงการนี้ก็มีกระแสต่อต้านในทำนองเดียวกับโครงการแจกเงิน

อะไรคือเหตุให้โครงการแจกเงินเกิดกระแสต่อต้าน จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่?

เกี่ยวกับประเด็นคำถามข้างต้น ตอบได้ไม่ยากเพียงแค่ย้อนไปดูภูมิหลังของนายเศรษฐา ทวีสิน และคนในครอบครัวชินวัตรบางคน ก็จะพบเงื่อนงำที่ทำให้เกิดข้อกังขาอันเป็นที่มาของกระแสต่อต้าน

เงื่อนงำที่ว่านี้ก็คือ ก่อนที่นายเศรษฐา ทวีสิน เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สร้างบ้าน สร้างคอนโดฯ ขาย ถึงแม้ว่าในขณะนี้ในทางนิตินัยมิได้เป็นเจ้าของธุรกิจนี้แล้ว แต่ในทางพฤตินัยคงจะยังได้ผลประโยชน์ในทางอ้อมผ่านทางผู้ที่ได้รับการโอนหุ้นไป

ดังนั้น ถ้าโครงการให้ต่างชาติเช่าอสังหาริมทรัพย์ 90-99 ปีเกิดขึ้นได้ ธุรกิจที่นายกฯ เศรษฐา เคยเป็นเจ้าของ รวมไปถึงธุรกิจประเภทเดียวกับที่คนสกุลชินวัตรเป็นเจ้าของ ก็จะได้ประโยชน์จากโครงการนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าไม่เรียกว่า ผลประโยชน์ทับซ้อนแล้วจะเรียกว่าอะไร

ส่วนโครงการแจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต ถึงแม้ว่าไม่มีหลักฐานเป็นรูปธรรมที่พิสูจน์ได้ว่า นายกฯ เศรษฐา และคนในสกุลชินวัตรมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเงินดิจิทัลหรือไม่ แต่ถ้ามองจากรูปแบบของโครงการที่เริ่มจากการกู้เงินสดแล้วปรับเปลี่ยนเป็นเงินดิจิทัล ก็ทำให้เกิดข้อกังขาว่าค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการเปลี่ยนเป็นเงินดิจิทัล เป็นเงินเท่าใด และใครได้ประโยชน์จากการดำเนินการในส่วนนี้ ทั้งทำให้เกิดคำถามต่อไปว่า ทำไมต้องปรับเปลี่ยน ทำไมไม่แจกเป็นเงินสด และแจกโดยใช้แอปที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทำไว้แล้ว ทำไมต้องทำแอปใหม่

ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้นแล้ว ถ้าทั้งสองโครงการข้างต้นยังคงดำเนินต่อไป เชื่อได้ว่ากระแสคัดค้านคงจะรุนแรงขึ้นถึงกับออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาล วงจรทางการเมืองแบบเดิมๆ อาจจะกลับมาใหม่อีกครั้งได้


กำลังโหลดความคิดเห็น