xs
xsm
sm
md
lg

โควิด...กับการบริหารอารมณ์-ความรู้สึก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท



ปิดฉากสัปดาห์นี้...ถ้าหากลองควานหาเรื่องที่ไม่ถึงกับ “หนัก” จนเกินไป ก็คงหนีไม่พ้นไปจากเรื่อง “กีฬาโอลิมปิก 2020” ณ กรุงโตเกียวนั่นแหละทั่น!!! ที่แม้ว่าอาจเป็นเรื่อง “หนักหัวกบาล” ของใครต่อใครอยู่ตามสมควร แต่สำหรับผู้ชมทางบ้านอาจพอได้ซู๊ดๆ ซ๊าดๆ ซี๊ดๆ ซ๊าดๆ กันไปตามสภาพ...

แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ...โดยสีสัน บรรยากาศ เท่าที่ดูจากการเปิดฉากประเดิมด้วย “ฟุตบอลหญิง” นัดแรก ระหว่างจีนกับบราซิล ก่อนหน้าพิธีเปิดอย่างเป็นทางการจะเริ่มต้นขึ้น คงต้องยอมรับว่า...หนักไปทาง “วังเอ๋ย-วังเวง...หง่างเหง่งย่ำค่ำระฆังขาน” หรือหนักไปทาง “รำพึงในป่าช้า” อยู่ตามสมควร คือถึงแม้จะได้ซู๊ดๆ ซ๊าดๆ ซี๊ดๆ ซ๊าดๆ กันไปเป็นระยะๆ แต่การเตะกันไปเตะกันมา โดยปราศจาก “คนดู” แม้แต่รายเดียวอยู่ภายในสนาม มีแต่เจ้าหน้าที่ โค้ช และนักกีฬา ฯลฯ อะไรประมาณนั้น กลับก่อให้เกิดความรู้สึกถึงความน่าสยดสยอง น่าขนลุก ขนพอง แทรกซ้อนเข้ามาในระหว่างดู ระหว่างชม อย่างมิอาจปฏิเสธได้เลย...

ดังนั้น...ถึงแม้เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะ “หนัก” จนเกินไป แต่อาจ “หนักหัวกบาล” ของใครต่อใครมิใช่น้อย โดยเฉพาะประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งกรุงโตเกียว อย่าง “นายโตชิโร มูโตะ” (Toshiro Muto) ที่เพิ่งออกมาแถลงข่าวแบบชนิดลิ้นพันกัน ขากรรไกรค้าง ไปเมื่อวันวานที่ผ่านมา (22 ก.ค.) หรือก่อนหน้าที่พิธีเปิดกีฬาโอลิมปิก 2020 จะเริ่มต้นอีกภายในแค่ไม่กี่ชั่วโมง ว่าการ “ยกเลิก” มหกรรมโอลิมปิกเที่ยวนี้...อาจเป็นไปได้กระทั่ง ณ วินาทีสุดท้าย!!! ภายใต้การปรึกษาหารือ ของคณะกรรมการ 5 ฝ่าย อันประกอบไปด้วยคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ “IOC” คณะกรรมการโอลิมปิกกรุงโตเกียว ไปจนถึงรัฐบาลญี่ปุ่น เทศบาลกรุงโตเกียว และคณะกรรมการพาราลิมปิกสากล...

คือเหตุที่ต้องขากรรไกรค้าง หรือลิ้นพันกัน...ก็น่าจะเป็นเพราะแค่ยังไม่ทันได้ลงแข่ง บรรดานักกีฬง กีฬา ไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติ ก็ดันตรวจพบ “เชื้อโควิด” แบบชนิดระนาวและระเนนระนาดกันไปพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นนักยิมนาสติกของคุณพ่ออเมริกา นักบาสเกตบอลของสาธารณรัฐเช็ก นักกรีฑาจากเกาะอังกฤษ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ฯลฯ ที่ต่างต้องส่งกลับประเทศต้นทางกันไปเป็นรายๆ หรือรวมๆ แล้ว...ขนาดยังไม่ทันได้เปิด ยังไม่ทันได้ลงแข่ง ก็พบนักกีฬา “ติดเชื้อ” ไปแล้ว ในหมู่บ้านนักกีฬาไม่ต่ำกว่า 71 ราย และด้วยเหตุที่การ “ติดเชื้อ-ไม่ติดเชื้อ” มันอาจหาหลักฐาน ข้อพิสูจน์ ไม่ถึงกับง่ายดายกันสักเท่าไหร่นัก แม้จะวางกฎ สร้างกฎ เอาไว้ประมาณว่า ใครที่ตรวจพบเชื้อโควิดก่อนลงแข่งขันประมาณ 6 ชั่วโมง ห้ามไม่ให้ลงสนามโดยเด็ดขาด!!! แต่ก็ยังไม่ถือเป็นหลักฐาน เป็นข้อพิสูจน์ ที่พอจะอุ่นใจ วางใจ มั่นอก-มั่นใจ ได้แบบเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ โดยเฉพาะสำหรับท่านเชื้อโควิดสายพันธุ์ “เดลตา” ที่เก่งกาจในการซ่อนรูป ซ่อนร่าง แปรรูป แปรร่าง หรือ “กลายพันธุ์” ได้อย่างชนิดน่ากลัวเอามากๆ...

ยิ่งถ้าหากหันไปเอียงหู เงี่ยหูฟัง บรรดาชาวญี่ปุ่น ยุ่นปี่ ทั้งหลาย ในฐานะที่ต้องรับหน้าเสื่อเป็น “เจ้าภาพ” ถ้าว่ากันตามผลสำรวจล่าสุดของหนังสือพิมพ์ “อาซาฮี ชิมบุน” ที่หมุนโทรศัพท์ไปสอบถามความคิดเห็นของชาวยุ่นประมาณ 1,444 คน เป็นอย่างน้อย ปรากฏว่าผู้คนประมาณ 2 ใน 3 หรือกว่า 68 เปอร์เซ็นต์ ต่างรู้สึกไม่มั่นใจ ไม่วางใจ ว่าบรรดาคณะกรรมการผู้จัดมหกรรมโอลิมปิกเที่ยวนี้ จะสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นไปโดย “ปลอดภัย” ได้อย่างที่คุยโม้ คุยโต ไว้ล่วงหน้า และมีจำนวนมากถึง 55 เปอร์เซ็นต์เอาเลยทีเดียว ที่ประกาศต่อต้าน คัดค้าน การจัดโอลิมปิกเที่ยวนี้แบบตรงไป-ตรงมา เรียกว่าถึงขนาดขณะ “วิ่งคบเพลิง” กันตามถนนหนทาง ยังมีชาวญี่ปุ่น ยุ่นปี่ บางราย ถึงกับวิ่งตามไป “ดับไฟ” ในคบเพลิงชนิดเล่นปวดหัวกบาลของคณะกรรมการจัดการแข่งขันกันไปมิใช่น้อย...

เมื่อเจอเข้ากับความเกรี้ยวกราด ความโกรธ กริ้ว ฉิวฉุน ความ “ไม่เห็นควรด้วย” ของบรรดาชาวญี่ปุ่น ยุ่นปี่ ในลักษณะเช่นนี้....ว่ากันว่า ถึงกับเล่นเอา “สปอนเซอร์หลัก” ของการถ่ายทอดสดมหกรรมโอลิมปิกกรุงโตเกียว อย่างบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ถึงกับต้องออกมาป่าวประกาศว่า...ไม่เอาแล้ว ไม่ถ่ายแล้ว ไม่คิดสนับสนุนโอลิมปิกคราวนี้ต่อไปอีกแล้ว!!! ด้วยเหตุเพราะกลัวว่าบรรดา “อารมณ์-ความรู้สึก” ในแง่ลบทั้งหลาย มันจะถูกระบาย ถูกถ่ายทอด ถ่ายเท มายังบรรดาสินค้าของบริษัท ชนิดไม่อาจโตแบบโตโยต้าได้อีกต่อไป โดยอาจมีสปอนเซอร์อีกหลายต่อหลายราย ที่คิดไม่ต่างไปจากโตโยต้า และอาจถอนออกไปอีกกันเป็นกระบิๆ เผลอๆ...อาจเกลี้ยงไปทั้งแข้ง ทั้งขา เอาเลยก็ไม่แน่!!!

แม้ว่าในประเทศญี่ปุ่นทุกวันนี้...การระดม “ฉีดวัคซีน” จะคืบหน้าไปได้พอสมควร คือสามารถไล่จิ้ม ไล่ทิ่ม ชาวญี่ปุ่น ยุ่นปี่ ไปได้แล้วถึงประมาณ 32 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งจำนวน “ผู้ติดเชื้อ” ในแต่ละวัน ก็ไม่ได้ถึงกับมากมายมหาศาล เหมือนอย่างบ้านเราสักเท่าไหร่นัก ถ้าดูจากสถิติตัวเลข เมื่อช่วงวันอังคาร (20 ก.ค.) ที่ผ่านมา ก็ตกประมาณ 1,387 คน น้อยกว่าบ้านเราเกือบประมาณ 10 เท่าเห็นจะได้ แต่ก็นั่นแหละ...ภายใต้การ “ติดเชื้อ-ไม่ติดเชื้อ” ของท่านเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่ ที่ออกจะหนักไปทาง “ไม่เข้าใคร-ออกใคร” การบริหาร-จัดการ ต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสตัวนี้ มันจึงไม่ได้อยู่แค่เฉพาะขีดความสามารถในการควบคุม ไม่ว่าจะคุมเข้ม-ไม่คุมเข้ม หรือไม่ อย่างไร ไม่ว่าจะปรับมุมมอง-ปรับทัศนคติ ในแบบไหนต่อแบบไหน แต่มันยังขึ้นอยู่กับขีดความสามารถในการสร้างความมั่นอก มั่นใจ เชื่อใจ ไว้วางใจ ต่อท่าทีและมาตรการต่างๆ ของผู้มีอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบ นั่นแหละเป็นหลัก...

พูดง่ายๆ ว่า...อาจต้อง “บริหารอารมณ์-ความรู้สึก” ของผู้คนควบคู่ไปด้วย อย่างมิอาจปฏิเสธได้ จะแค่คุมเข้ม-ไม่คุมเข้ม ล็อกดาวน์-ไม่ล็อกดาวน์ หรือหันมาเปลี่ยนทัศนะ มุมมอง หวังให้เชื้อโควิด กลายเป็นเชื้อไข้หวัดธรรมดาๆ แบบผู้ดีอังกฤษ ฯลฯ แต่ถ้าหากยังไม่อาจสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ ให้กับผู้คนภายในสังคมตัวเองขึ้นมาได้จริงๆ แล้วล่ะก็ ต่างก็มีสิทธิก่อให้เกิด “ปัญหา” หรือเกิดอาการ “หนักหัวกบาล” ใครต่อใครไปได้ด้วยกันทั้งนั้น และบรรดาปัญหาต่างๆ เหล่านี้ คงไม่หยุดอยู่ที่แค่การกีฬา หรือแม้แต่การสุขภาพแต่เพียงเท่านั้น แต่ยังสามารถลุกลามบานปลายไปสู่การเศรษฐกิจ การเมือง ไปจนถึงการวัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยมทางสังคม ฯลฯ เอาเลยก็เป็นได้...

อันนี้นี่แหละ...ที่อาจหยิบเอามาเป็นอุทาหรณ์สอนใจ สำหรับบ้านเราในช่วงนี้ได้บ้าง คือถ้าลองผู้คนดัน “ไม่เชื่อ” ซะอย่าง!!! อะไรที่ไม่ถึงกับลำบาก คงหนีไม่พ้นต้องลำบากจนได้ และอะไรที่ลำบากอยู่แล้ว มีแต่ยิ่งรากเลือด รากแตก รากแตน ยิ่งขึ้นไปใหญ่ ด้วยตัวเลขจำนวน “ผู้ติดเชื้อ” ระดับหลักพันในแต่ละวัน ติดเชื้อสะสมประมาณ 8 แสนคน และเด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึง ไปแล้วกว่าหมื่นห้าพันคน สำหรับประเทศญี่ปุ่น ยุ่นปี่นั้น อาจส่งผลให้ “มหกรรมโอลิมปิกโตเกียว 2020” อาจต้องลด-ละ-เลิก กันในวินาทีสุดท้าย อย่างที่ซีอีโอโอลิมปิกโตเกียวปรารภเอาไว้แล้วก็เป็นได้ แต่สำหรับการรับมือกับจำนวน “ผู้ติดเชื้อ” ที่พุ่งทะลุขึ้นไปถึงวันละเป็นหมื่นๆคนของบ้านเรา ติดเชื้อสะสมแค่ 4 แสนกว่าคน ตายไปแค่ 3 พันกว่าคนเท่านั้นเอง แต่ถ้ายังดันไม่สามารถสร้างความเชื่อ ความมั่นใจ ความไว้วางใจ ได้อย่างเป็นจริง-เป็นจังขึ้นมาแล้วล่ะก็ แทบไม่รู้ว่า...อะไรบ้างที่อาจต้องถูกลด-ละ-เลิก กันในตอนไหน เมื่อไหร่ หนัก-ไม่หนักกว่าการยกเลิกมหกรรมโอลิมปิก หรือไม่? อย่างไร? ยังคงต้องวอท เอเวอร์ วิลบี วิลบี ต่อไปอีกสักพักนั่นแหละทั่น...




กำลังโหลดความคิดเห็น...