xs
xsm
sm
md
lg

ธปท.ย้ำไม่คิดแทรกแซงบาทเพื่อเอาเปรียบทางการค้า

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“แบงก์ชาติ” ย้ำชัดไม่มีนโยบายแทรกแซงค่าเงิน เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้า หลังไทยถูกจัดอยู่ใน Monitoring List เพราะเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ “อาคม”ไม่กังวล ชี้เป็นหน้าที่ ธปท.ดูแล

วานนี้ (17 ธ.ค.) นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายสื่อสารและความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึง กรณีที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (U.S.Treasury) จัดให้ประเทศไทยอยู่ใน Monitoring List จากการที่ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯว่า ธปท.ไม่มีนโยบายแทรกแซงค่าเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้าระหว่างประเทศแต่อย่างใด

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เผยแพร่รายงานการประเมินนโยบายเศรษฐกิจและอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้าสำคัญของสหรัฐฯ ฉบับล่าสุด เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.63 ซึ่งประเทศไทยถูกจัดอยู่ใน Monitoring List จากการที่ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ มากกว่า 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลมากกว่า 2% ของผลผลิตมวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งเป็นเกณฑ์และเงื่อนไขภายใต้กฎหมายภายในของสหรัฐฯ โดยในรอบนี้มีคู่ค้า 10 ประเทศที่จัดอยู่ใน Monitoring list ได้แก่ จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, เยอรมนี, อิตาลี, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ไต้หวัน, ไทย และอินเดีย

นายจันทวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ประเทศไทยถูกจัดอยู่ใน Monitoring list ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ไม่มีนัยสำคัญต่อธุรกิจที่มีการค้าการลงทุนกับสหรัฐฯ ซึ่งภาคธุรกิจไทยและสหรัฐฯ ยังคงดำเนินธุรกิจกันได้ตามปกติ และการประเมินดังกล่าวไม่กระทบต่อการดำเนินนโยบายของ ธปท.เพื่อดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินภายในประเทศ รวมถึงการดูแลเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นไปตามหน้าที่ของธนาคารกลางและความจำเป็นของสถานการณ์

“ตลอดช่วงที่ผ่านมา ธปท.ได้สื่อสารและทำความเข้าใจกับทางการสหรัฐฯ เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและแนวทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจการเงินของไทย รวมถึงสร้างความมั่นใจกับสหรัฐฯ ว่าไทยดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนแบบยืดหยุ่นและจะเข้าดูแลค่าเงินบาทเมื่อมีความจำเป็นเพื่อชะลอความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้รุนแรงเกินไปทั้งในด้านแข็งค่าและอ่อนค่า” นางจันทวรรณ กล่าว

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องดังกล่าว แต่ไม่มีความกังวล โดยการบริหารค่าเงินเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และขณะนี้สหรัฐฯ เองยังไม่มีมาตรการออกมาตอบโต้แต่อย่างใด เพียงแต่เป็นการจับตาดูอยู่ ซึ่ง ธปท. จะเป็นผู้พิจารณาในเรื่องนี้


กำลังโหลดความคิดเห็น...