xs
xsm
sm
md
lg

“หมีขาว”กับ“ผู้เฒ่าโจ”

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท


ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย โจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
เปิดฉากสัปดาห์นี้...คงต้องลองแวะไปแถวๆ แดนดินถิ่นหมีขาว อันสุดแสนจะหนาว สุดแสนจะยะเยือก อย่างประเทศคุณน้า “รัสเซีย” กันดูมั่ง ด้วยเหตุเพราะการผงาดขึ้นเป็น “ประมุขโลก” หรือเป็นว่าที่ประธานาธิบดีอเมริกันคนใหม่ แบบแทบจะเป็นทางการในอีกไม่ช้า-ไม่นานนับจากนี้ ของ “ผู้เฒ่าโจ” หรือ “โจ ไบเดน” ที่ไม่ว่าจะซึมๆเซาๆ หรือจะประหลาดวิตถารหรือไม่? ประการใด? ก็ตามที แต่ก็ดูจะก่อให้เกิดความ “ไม่สบายเนื้อ-ไม่สบายตัว” ต่อคุณน้ารัสเซียอยู่พอสมควร โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ “ทรัมป์บ้า” ผู้ซึ่งเคยถูกนักการเมือง พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามอย่างเดโมแครต กล่าวหามาโดยตลอด ประมาณว่า...ถือเป็น “นอนิมี” ของรัสเซีย เอาเลยถึงขั้นนั้น!!!

ยิ่งโดยคำพูด คำจา ในช่วงระหว่างการหาเสียง...ที่ “ผู้เฒ่าโจ” ท่านเห็นว่ามหาอำนาจรายใหม่ อย่างคุณพี่จีนนั้น เป็นเพียงแค่ “คู่แข่ง” ไม่ได้ถึงกับถือเป็น “ภัยคุกคาม” ต่ออเมริกาแต่อย่างใด แต่สำหรับคุณน้ารัสเซียนี่สิ!!! ไม่ว่าโดยทีท่า โดยลักษณะอาการ หรือแม้แต่โดย “ปฏิบัติการ” เมื่อแค่ช่วงไม่กี่วันมานี้ หรือก่อนหน้าที่ประธานาธิบดีอเมริกันรายใหม่จะเข้ามารับตำแหน่งหน้าที่อีกไม่ถึง 2 เดือนข้างหน้า ดูเหมือนว่า...คุณพ่ออเมริกาท่านชักเริ่มหันมา “ใส่” หรือเริ่มหันมาไล่บด ไล่บี้ หมีขาวรัสเซียอย่างค่อนเป็นระบบและเป็นกิจการ ชนิดอาจถือเป็นตัวสะท้อนนโยบายต่างประเทศ หรือเป็นวิเทโศบายใหม่ๆ ของคุณพ่ออเมริกาอย่างมี “นัยสำคัญ” มิใช่น้อย...

พูดง่ายๆ ว่า...ไม่ใช่แต่เฉพาะการคิดจะแต่งตั้งทีมงานด้านต่างประเทศ หรือรัฐมนตรีต่างประเทศ อย่าง “นายAntony Blinken” ที่ผู้อำนวยการโครงการ “RIAC” (Russia International Affairs Council) ของรัสเซีย อย่าง “นายIvan Timofeev” ถึงกับสรุปว่า...เป็นผู้ซึ่งไม่ได้มีทัศนคติใน “แง่บวก” ต่อผู้นำรัสเซียอย่างประธานาธิบดี “วลาดิมีร์ ปูติน” มากมายสักเท่าไหร่ แต่โดยกิริยาท่าทีของบรรดา “ทหารอเมริกัน” ในช่วงระหว่างนี้ ก็ชักส่งผลใน “แง่ลบ” ต่อประเทศรัสเซียหนักยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าตั้งแต่ช่วงวันพุธ (25 พ.ย.) ของสัปดาห์ที่ผ่านมา การรวมตัวของทหารอเมริกันกว่า 130 นาย จาก 30 หน่วยรบ รวมทั้งกองกำลัง “นาโต” เพื่อร่วมทำการ “ทดสอบขีปนาวุธ” หรือทำการทดลองยิงบ้องข้าวหลามยักษ์ ที่เรียกว่า “จรวดM-142” หรือ “HIMARS” รัศมีทำการประมาณ 250 ไมล์ หรือ 440 กิโลเมตร จากแถวๆ ประเทศโรมาเนียไปยังทะเลดำ ห่างจากแหลม “ไครเมีย” ที่คุณน้ารัสเซียท่านเพิ่งผนวกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในแนวป้องกันด้านความมั่นคงของประเทศทั้งประเทศ ชนิดเล่นเอาทหารรัสเซียแถวๆ นั้น เป็นอันต้อง “นอนสะดุ้งจนเรือนไหว” อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้...

และในช่วงระยะห่างกันแค่ไม่กี่ชั่วโมง...เรือพิฆาต “USS John S. McCain” (DDG-56) ที่ติดอาวุธเพียบ ไม่ว่าตั้งแต่จรวดโทมาฮอว์ค จรวดฮาร์พูน ฯลฯ แต่จู่ๆ...ก็ดันโผล่เข้าไปในอาณาเขตพื้นที่ที่ฝ่ายรัสเซียเขาถือเป็นน่านน้ำของตัวเอง คือแถวๆ อ่าว “Peter the Great” ใกล้ๆ เมืองท่าวลาดิวอสต็อกลึกเข้าไปถึง 2 กิโลเมตร ส่งผลให้คุณน้าหมีขาว ต้องรีบเข็นเอาเรือพิฆาต “Vinogradov” ออกมาสกัดกั้น ต้องออกแรงขู่ ว่าอาจต้องยิงกันไป-ยิงกันมาเอาเลยก็ไม่แน่!!! และแม้ถือเป็นโชคดีที่ยังไม่เกิดอะไรเปรี้ยงๆ ปร้างๆ ขึ้นมาซะก่อนกำหนดการ แต่ก็ได้กลายเป็นตัวสร้างปมประเด็นปัญหา ว่าบริเวณน่านน้ำที่เรือรบอเมริกันและเรือรบรัสเซียต้องเผชิญหน้าระหว่างกันและกันนั้น เป็น “น่านน้ำเสรี” (Territorial waters) หรือเป็น “น่านน้ำภายใน” (Internal waters) ของรัสเซีย ตามหลักเสรีภาพในท้องทะเล (The principle of mare liberum) หรือไม่? อย่างไร?...

เรียกว่า...แค่เจอกับ 2 เหตุการณ์ที่ว่านี้ ก็แทบไม่ต้องเสียเวลาวิเคราะห์ สังเคราะห์ กันอีกต่อไป ว่าวิเทโศบาย หรือนโยบายต่างประเทศอเมริกา ในยุค “ผู้เฒ่าโจ” จะออกมาในหน้าไหน แนวไหนกันแน่!!! เพราะไม่ว่าผู้เชี่ยวชาญชาวรัสเซีย อย่าง “Ivan Timofeev” ดังที่กล่าวไปแล้ว หรือ “Andrey Baklisky” แห่ง “Centre for Euro-Atlantic Security at Russia (MGIMO) University” ดูจะเห็นพ้องต้องกัน ว่ายังไงๆ...นับแต่นี้ รัสเซียคงไม่ถึงกับสบายเนื้อ-สบายตัวอยู่แล้วแน่ๆ นั่นยังไม่รวมไปถึงความพยายามเพิ่มจำนวนทหารอเมริกันในโปแลนด์และภูมิภาคบัลติค ความพยายามสร้างอุปสรรคขัดขวางโครงการท่อส่งแก๊ส “Nord Stream2” จากรัสเซียไปยังยุโรป ที่ยังไงๆ “ผู้เฒ่าโจ” คงต้องรับไม้ต่อและเดินหน้าต่อจาก “ทรัมป์บ้า” แม้จะเปลี่ยนเทคนิคบางอย่างไปบ้างก็ตาม ยิ่งรายของศาสตราจารย์ “Paul Robinson” แห่งมหาวิทยาลัยออตตาวา ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และการทหารรัสเซีย ถึงกับมองว่าแนวโน้มที่รัฐบาลอเมริกันยุคใหม่อาจถึงขั้นคิดจะ “Driving Russia further into China’ arms” หรือคิดจะกระชากรัสเซียให้หลุดไปจากอ้อมอกของจีน เอาเลยถึงขั้นนั้น...

ส่วนจะ “เป็ง-ปาย-ล่าย” หรือ “เป็ง-ปาย-ม่าย-ล่าย” หรือไม่ อย่างไรก็ตามที...คงต้องคอยจับตา คอยติดตามกันต่อไปเป็นระยะๆ โดยสิ่งที่อาจถือเป็น “ไฮไลต์” หรือเป็นสิ่งที่ควรจับตาต่อความเป็นไปของ “แนวรบ” ด้านนี้ ที่ค่อนข้างจะชัดเจน และมีความสำคัญระดับคอขาด-บาดตาย เอาเลยก็ว่าได้ คงหนีไม่พ้นไปจากความเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่กำลังถูกจุดระเบิดขึ้นมาในประเทศ “เบลารุส” อันอาจถือแนวพรมแดนสุดท้ายของรัสเซียนั่นเอง!!! คือมาถึงทุกวันนี้...แม้ว่าประธานาธิบดี “Lukashenko” ผู้ประคับประคอง “ยุทธศาสตร์ชาติ” ของเบลารุสมาเกือบ 30 ปีเข้าไปแล้ว ยาวว์ว์ว์ซะยิ่งกว่า “บิ๊กตู่” บ้านเราไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า จะสามารถกวาดคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งล่าสุดมาได้ถึง 80.1 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่เมื่อเจอกับ “ข้อหาเดียวกัน” กับที่ประธานาธิบดีอเมริกันอย่าง “ทรัมป์บ้า” กำลังกล่าวหาพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามอยู่ในขณะนี้ คือ “โกงเลือกตั้ง-ขโมยเลือกตั้ง” อะไรทำนองนั้นสิ่งเหล่านี้...เลยส่งผลให้นักการเมืองฝ่ายค้าน อย่าง “นางSvetlana Tikhanovskaya” ผู้ได้คะแนนเสียงแค่ 10.21 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แถมยังอาศัยช่องทางธรรมชาติ เผ่นไปตั้งหลักอยู่แถวๆ โปแลนด์ และลัตเวีย สามารถออกฤทธิ์ ออกเดช ได้ไม่น้อยไปกว่าคุณน้อง “รุ้ง” หรือคุณน้อง “เพนกวิน” บ้านเรา คือสามารถผงาดขึ้นเป็นผู้นำม็อบ ระดมผู้คนออกมาชุมนุมคราวละเป็นหมื่นๆ แสนๆ พร้อมยื่นคำขาดให้ “บิ๊กตู่...ออกไป” (ประทานโทษ) “Lukashenko...ออกไป” อย่างชนิดเป็นงาน-เป็นการยิ่งขึ้นเรื่อยๆ...

แต่ภายใต้การเคลื่อนไหวของ “คณะลาบแห่งเบลารุส” เหล่านี้นี่แหละ...ที่มือวางอันดับหนึ่งในด้านต่างประเทศของรัสเซีย คือ “นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ” ในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศ ท่านพร้อมที่จะออกมา “ฟันธง” แบบเต็มผืน เต็มด้าม เมื่อช่วงวันพฤหัสฯ (26 พ.ย.) ที่ผ่านมานี่เอง ขณะเดินทางไปเยือนเบลารุส ว่าถือเป็นการ...“เล่นเกมแบบไม่มีกฎและกติกา” ของบรรดาประเทศตะวันตกทั้งหลาย หรือ...“นี่คือวิธีการสกปรกแบบที่เคยเรียกว่า...การปฏิวัติสี” นั่นเอง!!! เพื่อหาทางแทรกแซงและกดดันรัสเซีย ชนิดลึกเข้ามาถึงเบลารุสพรมแดนสุดท้ายของรัสเซียไปแล้ว ด้วยเหตุนี้...แม้จะเบื่อๆ-อยากๆ ต่อ “บิ๊กตู่” (ประทานโทษ...อีกแล้ว) หรือต่อประธานาธิบดี “Lukashenko” ระดับไหนก็ตาม แต่โอกาสจะ “เปลี่ยนม้า...กลางลำธาร” มันคงไม่ถึงกับง่ายดายกันสักเท่าไหร่ ดังนั้น...ถ้าจะมองความเป็นไปของ “แนวรบด้านยุโรปตะวันออก” ที่มีความสำคัญไม่น้อยกว่าแนวรบด้านอื่นๆ ไม่ว่าตะวันออกกลาง หรือทะเลจีนใต้ก็ตามที การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเบลารุสนี่แหละ ที่อาจถือเป็น “จุดชี้ขาด” ว่าหมีขาวรัสเซีย จะรับมือกับวิเทโศบายใหม่ๆของ “ผู้เฒ่าโจ” กันในแบบไหน??? ในลักษณะไหน???


กำลังโหลดความคิดเห็น...