xs
xsm
sm
md
lg

ม็อบทวงแค้นสาดสีถล่มสตช.-25พ.ย.นัดบุกสนง.ทรัพย์สินฯ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน360 - เผยยอดผู้บาดเจ็บม็อบ 17 พ.ย. ล่าสุด 55 ราย มี 6 คนถูกยิง ถูกแก๊สน้ำตา 32 ราย "บิ๊กตู่" ยันยังไม่ใช้กฎหมายพิเศษ หลังเกิดเหตุม็อบชนม็อบ แต่ให้เข้มข้นบังคับใช้กม.มากขึ้น ใครผิดว่าตามผิด ยอมรับกระทบความเชื่อมั่นลงทุนในไทย 'เพนกวิน' ฟุ้งเราชนะมาหลายก้าวแล้ว เตือนม็อบอย่าหลงกลใช้ความรุนแรง ขณะที่ม็อบปิดแยกราชประสงค์ตามนัด เตรียมแว่นตากันน้ำ และน้ำเกลือ รับมือตร.สลายการชุมนุม ก่อนเคลื่อนขบวนบุก สาดสีป้าย สตช. ประกาศบิ๊กเซอร์ไพรส์ นัดชุมนุมใหญ่ หน้าสำนักงานทรัพย์สินฯ 25 พ.ย. นี้ ปักหลักยาว 10 วัน

ศูนย์เอราวัณ รายงานยอดผู้บาดเจ็บจากการชุมนุมของคณะราษฎร ที่มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ชุมนุมอีกฝ่าย บริเวณหน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 17พ.ย.ที่ผ่านมา มียอดผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 55 คน เป็น ผู้ได้รับบาดเจ็บจากแก๊สน้ำตา 32 คน , ถูกยิง 6 คน , มีอาการป่วยขณะชุมนุม 4 คน และบาดเจ็บอื่นๆ 13 คน ขณะนี้ กระจายรักษาตัวตามโรงพยาบาลต่างๆ ประกอบด้วย รพ.วชิรพยาบาล 37 คน, รพ.พระมงกุฎเกล้า 5 คน , รพ.พระรามเก้า 4 คน , รพ.ราชวิถี 4 คน , รพ.รามาฯ 1 คน , รพ.เพชรเวช 1 คน , รพ.กลาง 1 คน , รพ.เลิดสิน 1 คน และ รพ.มิชชั่น 1 คน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวว่า ได้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมจากสื่อต่างๆ และการรายงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ที่ผ่านมาก็ได้หารือกัน เพื่อหาแนวทางที่ปลอดภัยให้กับทุกกลุ่มทุกฝ่าย และให้ความเป็นธรรมในเรื่องของสิทธิการชุมนุม ก็ขอให้ทำถูกต้องตามกฏหมาย ทั้งเรื่องการขออนุญาต และจะต้องไม่มีการใช้ความรุนแรง

"ท่านก็เห็นแล้ว สถานการณ์ที่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ก็ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด ทั้งนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะพิจารณาเองในการดำเนินการ ส่วนเรื่องในสภา ก็เป็นเรื่องของสภา ผมเป็นฝ่ายบริหาร ซึ่งรัฐบาลนี้มีหน้าที่ในการสนับสนุนการแก้ไขรธน. ส่วนจะแก้อย่างไรก็ไปว่ากันมา ไม่ใช่ว่านายกฯ จะไปสั่งใครได้ทั้งหมด เป็นเรื่องกลไกของรัฐสภา ฝ่ายนิติบัญญัติ" นายกฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่เท่าที่ดูสถานการณ์ น่าจะทวีความรุนแรงขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็นั่นน่ะสิ ทุกคนก็เห็นอยู่ ฉะนั้นความเข้มข้นและเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายก็ต้องมีมากขึ้น ตนได้ประกาศไปแล้วว่า ต้องไม่มีการใช้ความรุนแรงใส่กัน แต่วันนี้มีประจักษ์พยานชัดเจน มีรูปถ่ายทุกอย่างเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ ก็ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเขาพยายามที่จะทำด้วยความนุ่มนวล ละมุนละม่อม แต่ก็มีการใช้กำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนได้รับบาดเจ็บหลายนาย ก็ขอให้เข้าใจว่าสถานการณ์จำเป็น ต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งอาจจะทำไม่ได้ในระหว่างที่มีการชุมนุมที่มีคนจำนวนมาก แต่กฎหมายสามารถตามได้ทุกคนที่กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

เมื่อถามว่า จำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษอีกหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่มีไม่จำเป็น เมื่อถามว่าจะทำอย่างไร ขณะนี้ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ นายกฯ กล่าวว่า ก็ไปถามเขาสิ ถ้าอ้างสิทธิ์ในการชุมนุมที่ถูกต้อง และเป็นไปตามกฎหมายมันคืออะไร จะไปละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้อื่นหรือไม่ ต้องไปดูกฎหมายลูกด้วย มีการเขียนไว้ 2-3 วรรค ในมาตราที่อ้างกันไว้ในตามรธน.

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ความเชื่อมั่น ต่อไปใครจะไปจะมา หรือใครจะกล้าเข้ามาลงทุน ถ้ายังมีการใช้ความรุนแรงเป็นอยู่แบบนี้ ความเชื่อมั่นของเราในสายตาต่างประเทศก็ลดลง ในเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ คนที่ได้รับผลกระทบมีมากกว่า เราต้องพึ่งพาอาศัยการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งต่างประเทศเขาต้องดูความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในทรัพย์สินของเขาที่จะมาลงทุนในประเทศไทยด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ในการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ นายกฯ ถึงกับร้อง อ้าว พร้อมกล่าวว่าก็นี่ไงทำงานมาให้ถึงวันนี้ การที่จะบริหารราชการแผ่นดินมันต้องใช้กฎหมาย กฎระเบียบ และรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ใครจะทำอะไรก็ได้ในแผ่นดินนี้ มันไม่ใช่

เมื่อถามว่า อาจมีการยกระดับการชุมนุม เพื่อเพิ่มแรงกดดันไปที่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ ให้ลาออกจากตำแหน่ง ตามข้อเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นข้อเรียกร้องกี่ข้อ ก็ต้องไปดู สื่อต้องหารายละเอียดบ้างว่า แต่ละข้อเรียกร้องทำได้หรือไม่ได้ หรือทำแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ทำแล้วกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะว่าอย่างไร ถ้าสื่อไม่ศึกษาตรงนี้แล้วมาถามตนอย่างเดียว บางครั้งก็ตอบไม่ถูก เพราะตนก็ต้องพิจารณาจากหลายมิติ และหลายประเด็น ตนไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใคร




'เพนกวิน'ฟุ้งเราชนะมาหลายก้าวแล้ว

นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มคณะราษฎร63 ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตอนนี้ ศักดินากำลังหาทางทำอย่างไรก็ได้เพื่อป้ายสีพวกเรา ว่าเป็นม็อบรุนแรงป่าเถื่อน การที่พวกเขาทำร้ายเราเมื่อวานก็เพื่อยั่วยุให้เราโกรธ และล่อลวงให้เราใช้ความรุนแรง และจะเป็นข้ออ้างให้ทหารทำรัฐประหาร เราจะต้องระวังไม่หลงกลติดกับดักศักดินา

ดังนั้น ชุมนุมวันนี้ ขอให้ทุกคนยึดมั่นในหลักการ ไม่ใช้ความรุนแรงเพื่อไม่ให้มันใส่ร้ายเราได้สำเร็จ

อย่าลืมนะครับ การต่อสู้ของเราเป็นการต่อสู้ทางการเมือง ไม่ใช่การทหาร สงครามครั้งนี้สู้กันด้วยความคิด ไม่ใช่กำลัง เราชนะมาหลายก้าวแล้ว ช่วยกันรักษาชัยชนะที่สะสมมาได้ และช่วงชิงชัยชนะครั้งต่อไปด้วยกันครับ

หมายเหตุ: บอกใบ้ให้ว่า การใช้สีพ่นใส่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ถือเป็นความรุนแรง เป็นการใช้ศิลปะเข้าสู้ และไม่ได้ทำให้ใครเจ็บใครตาย แต่อย่างใด




ขออาสาสมัครฝ่ายดับแก๊สน้ำตา

นายอานนท์ นำภา แกนนำม็อบคณะราษฎร 63 โพสต์ทวิตเตอร์ ระบุข้อความเกี่ยวกับการชุมนุนมในช่วงเย็นวันที่ 18 พ.ย.ที่บริเวณแยกราชประสงค์ ว่า อาจมีใช้แก๊สน้ำตาอีก ตำรวจส่วนที่ใช้แก๊ส ถูกเรียกรวมพลที่ราชประสงค์ ขอให้เตรียมอุปกรณ์ป้องกันให้พร้อม ... ม็อบที่ฮ่องกง เขาจัดการกับกระป๋องแก๊สน้ำตาที่ตำรวจยิงมายังไงครับ ผมว่าเมื่อวานเรายังดับตอนมันตกถึงพื้นได้ไม่ทัน แก๊ซมันเลยฟุ้ง ... ต้องการกำลังหน่วยนี้ ที่ไม่ใช่การ์ด เพราะการ์ดมีงานหนักมากอยู่แล้ว ถ้าเรามีฝ่ายดับแก๊ส จะดีมาก"

เวลา 15.30 น. ผู้ชุมนุมเริ่มไปรวมตัวกันที่แยกราชประสงค์ จนมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และลงมาอยู่บนพื้นผิวจราจร จนต้องปิดถนนบริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ในที่สุด

ขณะที่พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสงสิ่ง ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ในฐานะเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะได้อ่านประกาศคำสั่งเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ เรื่องให้ยกเลิกการชุมนุมสาธารณะต่อผู้ชุมนุม โดยระบุว่า การชุมนุมครั้งนี้ไม่มีการขออนุญาตล่วงหน้า ดังนั้นขอให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมในเวลา 16.15 น. ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจ โห่ร้อง และตะโกนกลับไปว่า "ขี้ข้าเผด็จการ"

ต่อมา น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง พร้อมด้วย นายภานุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม เดินทางมาสมทบท่ามกลางการคุมกันเข้ม ของการ์ดผู้ชุมนุม โดยน.ส.ปนัสยา กล่าวว่า ตนเตรียมขึ้นเวทีปราศรัยแน่นอน แต่ยังไม่ทราบว่าแกนนำคนอื่นๆ จะทยอยมาสมทบและขึ้นเวทีตรงจุดใดบ้าง เนื่องจากวันนี้มีหลายเวที แต่ไฮไลต์ น่าจะอยู่ที่ สตช.

ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการขนอุปกรณ์น้ำดื่ม แว่นตากันน้ำ และน้ำเกลือ จำนวน 1 คันรถ มาเตรียมพร้อมหากเจ้าหน้าที่จะเข้ามาสลายการชุมนุม

ส่วนบริเวณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการเตรียมพร้อมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุม ที่อาจจะบุกเข้าไปในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสั่งปิดประตูทางเข้าออก วางแนวแบริเออร์หลังประตูทางเข้า จัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ไว้ 6 กองร้อย พร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าไปเตรียมพร้อมไว้ และมีรายงานว่า ตำรวจควบคุมฝูงชนได้นำเครื่อง Long Range Acoustic Device หรือ แอลแรด(LRAD) มาติดตั้งบนรถฉีดน้ำแรงดันสูง(จีโน่) ที่จอดอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เวลาประมาณ 18.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมทยอยเดินเท้ามายังบริเวณด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยมวลชนได้ใช้สีสเปรย์ฉีดพ่นข้อความต่างๆ บนกำแพงรั่วสตช. ผิวถนน พร้อมตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างหยาบคาย ยั่วยุ ใช้เลเซอร์ยิงรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ภายใน สตช.ที่ปิดไฟทั่วบริเวณ

เมื่อเดินทางมาถึงแกนนำผู้ชุมนุมคณะราษฎร ได้แจกจ่ายถุงพลาสติกที่บรรจุสี ให้มวลชนขว้างปาใส่ป้าย และบริเวณภายใน สตช. หลังจากนั้นแกนนำได้ประกาศยุติการชุมนุม ก่อนจะประกาศบิ๊กเซอร์ไพรส์ นัดชุมนุมในวันที่ 25 พ.ย. ที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยจะมีการปักหลักยาวต่อเนื่อง 10 วัน โดยไม่มีการพัก




ไทยภักดี จี้คณะราษฎรศรัทธาปชช.เห็นต่าง

ที่บริเวณแยกเกียกกายเวลา 09.00 น. มวลชนเสื้อเหลือง ได้ปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณสี่แยกเกียกกาย โดยมีการนำรถขยายเสียงฟังการประชุมรัฐสภา โดยยังไม่ปรากฏแกนนำ อย่าง ไรก็ตามจากการสอบถามผู้ร่วมชุมนุมให้ข้อมูลว่าในวันนี้มีการปักหลักให้กำลังใจในการทำหน้าที่ของส.ส.และส.ว.ในรัฐสภาในวาระการพิจารณาลงมติรับ หรือไม่รับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง 7 ฉบับ และเรียกร้องให้ส.ส. มาแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนจะดีกว่า

ขณะที่ "กลุ่มไทยภักดี" ออกแถลงการณ์ เรื่อง "เรียกร้องม็อบคณะราษฎร" ดังนี้ จากเหตุการณ์การชุมนุม เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา กลุ่มไทยภักดี ได้ดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนของกฏหมาย รวมทั้งการขออนุญาตและพื้นที่อนุญาตให้ชุมนุม ขั้นตอนนัดหมายท่านประธานวุฒิสภาเพื่อยื่นหนังสือ และนัดหมายท่านอัยการสูงสุดเพื่อใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49

ในทางตรงกันข้าม ม็อบคณะราษฎรนอกจากไม่ได้ขออนุญาตแล้ว ยังเป็นการชุมนุมยั่วยุ เพื่อให้เกิดความรุนแรง และทุกอย่างมีการเตรียมการมาอย่างดี อาทิเช่น การใช้ถ้อยคำ"มึง" กับสถาบันที่เคารพศรัทธาของประชาชน มีการจัดเตรียมบอลลูน เพื่อติดแผ่นป้ายด่าสถาบันฯ ซาเล้งเครื่องเสียงเพื่อเคลื่อนตัวสะดวก ระเบิดควัน หรือแม้แต่การใช้อาวุธปืน

โดยเฉพาะมีความพยายามฝ่าแนวที่ทางเจ้าหน้าที่กั้นไว้ ทั้งๆที่ถ้าเป็นข้อเรียกร้องเรื่องรัฐธรรมนูญ ไม่เห็นความจำเป็นใดๆที่จะต้องพยายามฝ่าแนวของเจ้าหน้าที่ ในทางปฏิบัติ ถ้ามีความบริสุทธ์ใจ ที่จะเรียกร้องเรื่องรัฐธรรมนูญ ก็สามารถปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฏหมายเหมือนที่กลุ่มไทยภักดีกระทำ

นอกจากนี้ ยังพบว่าม็อบคณะราษฎร ยังมีการยั่วยุ ทำร้ายประชาชนใส่เสื้อเหลือง ใช้อาวุธปืนยิง ใช้ระเบิดควัน ทำให้เกิดความสงสัยว่า ม็อบคณะราษฎร์ มีเจตนาต้องการให้สิ่งใดกันแน่ แต่ก็พยายามประกาศว่าฝ่ายตนเองชุมนุมอย่างสงบ ทั้งๆที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง

สิ่งที่หลายฝ่ายมีความกังวลใจ นั่นคือข้อเรียกร้อง ที่จะนำไปสู่การล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ นับวันจะมีแรงต้านจากประชาชนมากขึ้น แทนที่ม็อบคณะราษฎร์จะตระหนัก กลับยิ่งยกระดับการยั่วยุ หวังไปสู่การเกิดจลาจล การวินาศกรรม และจบด้วยสงครามประชาชน เพื่อนำไปสู่การล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่

ในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกัน กลุ่มไทยภักดีจึงขอเรียกร้องม็อบคณะราษฎร ได้โปรดเคารพความศรัทธาของประชาชนผู้เห็นต่าง และขอให้วิเคราะห์ปัญหาให้ถูกจุดว่า สิ่งใดกันแน่ ที่ประเทศไทยควรปฏิรูป เพื่อนำไปสู่ความอยู่ดีกินดี ความผาสุกของประชาชน และที่สำคัญที่สุด โปรดหยุดยั่วยุในสิ่งที่จะทำให้เกิดความรุนแรง และใช้แนวสันติจริงๆ ในการต่อสู้


กำลังโหลดความคิดเห็น...