xs
xsm
sm
md
lg

ม็อบ3นิ้วเหิมเกริมหนักล้อมขบวนเสด็จ-ยึดทำเนียบฯไล่นายกฯ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน360- ม็อบคณะราษฎรเหิมหนัก ล้อมขบวนเสด็จพระราชินี ชู 3 นิ้ว ตะโกนใส่ ขณะเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ก่อนบุกฝ่าแนวกั้นตำรวจ ยึดทำเนียบฯสำเร็จ ประกาศปิดล้อม ยกระดับ จนกว่านายกฯ จะลาออก 'ปิยบุตร' โผล่ที่หน้าทำเนียบฯชื่นชมม็อบ จี้"บิ๊กตู่"ลาออก สถานการณ์จะดีขึ้น "ช่อ" ดี๊ด๊าโพสต์คลิปพาทัวร์ม็อบ ขณะตำรวจนำตัว "ไผ่ ดาวดิน" ฝากขัง ถูกแจ้ง 12 ข้อหา

วานนี้ (14ต.ค.) การชุมนุมของกลุ่ม "คณะราษฎร" ได้เปลี่ยนแปลงการนัดหมายจากเวลา 14.00 น. มาเป็น 8.00 น. เพื่อช่วงชิงพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีมวลชนทยอยเข้รมาร่วมชุมนุม บริเวณถนนราชดำเนิน ด้านหน้าร้านแมคโดนัลฝั่งโรงเรียนสตรีวิทยา กระทั่งเวลาประมาณ 10.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมขยายพื้นที่ชุมนุม จนสามารถปิดสี่แยกคอกวัว

ขณะที่ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธะอิสระ และ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่นำประชาชนสวมเสื้อสีเหลือง มาเตรียมรอรับเสด็จ ที่บริเวณกองทัพภาคที่ 1 ซึ่งต่อมาได้ย้ายมารวมตัวกันที่บริเวณสะพานฆัมวานรังสรรค์ ซึ่งต่อมากลุ่มของ นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ และกลุ่มไทยภักดี นำโดยนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม โดยจุดนี้มีการตั้งเต็นท์ บริการอาหาร และเครื่องดื่มให้กับประชาชนที่เข้าร่วมการรับเสด็จ โดยไม่มีการปิดเส้นทางสัญจรแต่อย่างใด

ขณะที่กลุ่มของนายสุเททพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. พร้อมด้วย นายวิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายังลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ เพื่อร่วมกับประชาชนซึ่งสวมเสื้อสีเหลืองเพื่อเฝ้ารอรับเสด็จ พร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้นำมวลชนมาชนกับกลุ่มคณะราษฎร์ แต่มาเพื่อรอรับเสด็จเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาประมาณ 12.00 น.ได้มีการกระทบกระทั่ง ขว้างปาสิ่งของใส่กัน ระหว่างมวลชนกลุ่มคณะราษฎร กับกลุ่มที่มารอรับเสด็จ ซึ่งเหตุการณ์ก็ไม่ได้รุนแรง และเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาระงับเหตุ ทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปได้ ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้ขนย้ายกระถางต้นไม้ ที่บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อแสดงสัญลักษณ์ในการประกาศชัยชนะของการชุมนุม

ต่อมา เวลาประมาณ 14.30 น. นายอานนท์ นำภา พร้อมด้วย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำคณะราษฎร ได้ขึ้นรถปราศรัย นำมวลชนเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล พร้อมประกาศให้เก็บข้าวของไปด้วย เพื่อไปปักหลักพักค้างที่ทำเนียบรัฐบาล โดยระหว่างการเคลื่อนขบวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ตั้งแถวกันอยู่ตรงกลางระหว่างมวลชนสองฝ่าย ดูแลความเรียบร้อย เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่งกันอีก โดยฝ่ายเสื้อเหลืองตะโกน "หนักแผ่นดิน" ส่วนคณะราษฎร ชู 3 นิ้ว พร้อมตะโกน"ประยุทธ์ออกไป" ตอบโต้

ทั้งนี้ เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปถึงสะพานผ่านฟ้า เจอจุดสกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางตัวแทนจึงมีการเจรจาเพื่อขอเปิดทาง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอให้หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางถนนนครสวรรค์ แทนถนนราชดำเนิน แต่ผู้ชุมนุมไม่ยินยอม ทำใหเต้องใช้เวลาในการเจรจายังยืดเยื้อ ซึ่งในที่สุดเจ้าหน้าที่ยอมเปิดทาง โดยให้เลี่ยงไปใช้ ถนนนครสวรรค์ แทนถนนราชดำเนินนอกเพื่อไปยังทำเนียบรัฐบาล

ต่อมาม็อบเคลื่อนขบวนมาถึง บริเวณสะพานเทวกรรม แกนนำไปเจรจากับตำรวจควบคุมฝูงชน เพื่อขอให้เปิดทางเคลื่อนขบวนผ่านรั้วเหล็กที่กั้นไว้ แต่การเจรจาไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ผู้ชุมนุมได้พยายามผลักดันจนฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ได้สำเร็จ พร้อมตะโกนไล่ "ประยุทธ์ออกไป" ตลอดทาง ทั้งนี้จุดสกัดข้างหน้าต่อไปเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถบัส 4 คัน มากั้นปิดทางบริเวณสะพานลอยติดกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร แกนนำจึงต้องเจรจาขอผ่านทางอีกครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ ก็ยอมถอยร่นให้คราวละ 50 เมตร กระทั่งเวลาประมาณ 18.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถฝ่าด่านสุดท้ายที่สะพานชมัยมรุเชฐ ถึงด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 16.41 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลตั้งเปรียญ เนื่องในวันวิสาขบูชา พุทธศักราช 2563 ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง ซึ่งระหว่างที่เสด็จจากพระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิตผ่านถนนราชดำเนินไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวังนั้นประชาชนที่ใส่เสื้อเหลือง เฝ้ารอรับเสด็จ ต่างโบกธงพระปรมาภิไธย พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง ระหว่างที่รถพระที่นั่งเคลื่อนผ่าน เช่นเดียวกับในช่วงที่เสด็จกลับ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงแย้มพระสรวล และโบกพระหัตถ์ ทักทายพสกนิกรตลอดเส้นทา สร้างความปลาบปลื้มปิติให้แก่ปวงพสกนิกรอย่างหาที่สุดมิได้

ขณะที่ขบวนเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ เสด็จผ่านบริเวณถนนพิษณุโลก ข้างทำเนียบรัฐบาล ในช่วงที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎร และเจ้าหน้าที่ตำรวจเผชิญหน้ากันอยู่ ปรากฏว่า ขบวนรถของสมเด็จพระบรมราชินี ถูกล้อมด้วยฝูงชน ที่ตะโกนคำต่างๆ โดยที่พระองค์ทรงยิ้ม และโบกพระหัตถ์ให้ จนขบวนเสด็จผ่านสะพานชมัยมรุเชฐ ข้างทำเนียบรัฐบาล โดยมี พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตํารวจนครบาล เดินประกบอยู่ข้างๆ ขบวนเสด็จ

อนึ่ง ช่วงเย็นวานนี้ (14ต.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2563 ที่วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร และ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลราชกุมาร โดยเสด็จในการนี้ด้วย

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ได้ไปร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาเพื่อน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ภายใต้ชื่อกิจกรรม VALAYA จิตอาสา “ปณิธานความดี ทำดีเริ่มได้ที่ใจเรา” ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งหลังจากเสร็จภารกิจแล้ว นายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาล โดยแจ้ง ว. 5 ส่วนตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ายึดพื้นที่โดยรอบทำเนียบรัฐบาลแล้ว มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วน ได้พยายามจะเคลื่อนไปทางพระลานพระบรมรูปทรงม้า แต่ทางแกนนำได้ปรามให้กลับมาอยู่บริเวณรอบทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น ต่อมาเวลา 19:00 น. แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม ประกาศว่าจะปักหลักชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างน้อย 3 วัน หรือจนกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะลาออก โดยจะมีการยกระดับขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล ได้แจ้งต่อสื่อมวลชนว่า ในวันที่ 15 ต.ค.นี้ ทั้งเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชน ให้งดเข้าปฏิบัติงานในทำเนียบรัฐบาล




'ปิยบุตร' โผล่ที่หน้าทำเนียบฯชื่นชมม็อบ

ต่อมา ที่บริเวณหน้าทำเนียบฯ นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ได้ปรากฏตัวกลางม็อบคณะราษฎร พร้อมกล่าวว่า แกนนำที่เป็นนักเรียน นิสิตนักศึกษา เยาวชนคนหนุ่มสาว มีวุฒิภาวะเป็นอย่างมาก ซึ่งหลายคนคาดการณ์ ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.63 ว่าจะนำไปสู่ความรุนแรง แต่วันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่า เราได้วางแผนเป็นอย่างดี ในจุดใดที่เสี่ยง ก็หลีกเลี่ยง ทำให้การชุมนุมเป็นไปด้วยดี

นายปิยบุตร กล่าวด้วยว่า ขอฝากไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมด้วยความจริงใจว่า ท่านอยู่มา 6 ปีแล้ว ต้องยอมรับว่าท่านมาจากการยึดอำนาจ การที่จะสืบทอดอำนาจต่อ คงจะไม่ใช่ พอได้แล้ว ไม่รู้ว่าท่านจะอยู่ไปอีกนานเพื่ออะไร

"ผมไม่รู้ว่ามันจะจบอย่างไร แต่ถ้าท่านออกไปก่อน อย่างน้อยสถานการณ์ก็จะดีขึ้น ถ้านั่งขวางอยู่แบบนี้ มันจะเป็นการประจัญหน้า จึงขอให้เสียสละออกไปก่อน แล้วบรรยากาศจะดีขึ้นแน่นอน"

ขณะที่เพจคณะก้าวหน้า ได้โพสต์คลิป น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณเะก้าวหน้า พาทัวร์ที่ชุมนุมคณะราษฎรอย่างสนุกครึกครื้น บอกยังต้องการคนมาเติมอีก แบบเบิ้มๆ มาเลย แล้วจะรู้ว่าที่นี่มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด! ได้ข่าวว่าคืนนี้ อาจมี Big Surprise ด้วย




ตร.ขีดเส้นม็อบให้ยุติการชุมนุมเวลา 22.00 น.

ต่อมาเวลา 20.50 น. บรรยากาศตึงเครียดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มาอ่านประกาศให้เลิกการชุมนุม ในเวลา 22.00 น. เนื่องจากเป็นการชุมนุมที่ผิดกม. และขอให้เดินทางกลับ มิฉะนั้นเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุม จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า การชุมนุมดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประกาศห้ามชุมนุมในพื้นที่รัศมี 50 เมตรรอบทำเนียบรัฐบาล ตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ แต่ถูกผู้ชุมนุมตะโกนโห่ไล่




ตร.ฝากขัง"ไผ่ ดาวดิน" แจ้ง 12 ข้อหา

วานนี้ (14ต.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวระหว่างรอพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ นำตัว นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" เเกนนำกลุ่มคณะราษฎร มายื่นคำร้องฝากขังครั้งเเรกต่อศาล เป็นเวลา 12 วัน ตั้งเเต่ 14-25 ต.ค.ว่า ตนเเละทีมทนายความ จะยื่นคัดค้านการฝากขัง โดยใช้เหตุว่าคดีนี้เป็นการจับกุมโดยมิชอบ เเละคดีไม่มีเหตุที่จะฝากขัง เนื่องจากมองว่าเป็นการจับกุม เพื่อไม่ให้ไปร่วมชุมนุม เเต่ทั้งนี้ จะต้องดูรายละเอียดตามคำร้องฝากขังอีกครั้ง ส่วนหากศาลอนุญาตให้ฝากขัง ก็เตรียมยื่นประกันตัว โดยใช้ตำเเหน่งส.ส.ก้าวไกล โดยเมื่อถึงเวลา 14.11 น. พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ได้คุมตัวนายจตุภัทร์ ถึงศาล เเละนำตัวเข้าห้องเวรชี้ เพื่อขออำนาจศาลฝากขัง

ทั้งนี้ นายจตุภัทร์ ถูกแจ้งข้อกล่าวหา 12 ข้อหา 1. ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โทษจำคุกไม่ 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2. ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ชุมนุมทำกิจกรรม หรือมั่วสุมกันในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3. พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ มาตรา 34 (6) กระทำการ หรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไป ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ โทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท 4. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 385 ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

5. พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 114 ร่วมกันวาง ตั้ง ยื่น หรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร โทษปรับไม่เกิน 500 บาท 6. พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มาตรา 19 ร่วมกันตั้ง วาง หรือกองวัตถุใดๆ บนถนน โทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท 7. พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มาตรา 12 ร่วมกันขูด กระเทาะ ขีด เขียน พ่นสี หรือทำให้ปรากฏด้วยประการใดๆ ซึ่งข้อความ ภาพ หรือรูปรอยใดๆ บนถนน โทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท 8. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ร่วมกันใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 9. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ร่วมกันทําให้เสียทรัพย์ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท 10. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งเจ้าพนักงาน โทษจำคุกไม่เกิน 10 วัน ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

11. ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 วรรคท้าย เป็นหัวหน้า หรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เเละร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อเจ้าพนักงาน ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ และข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมแล้วนายจตุภัทร์ ถูกแจ้งทั้งหมด 12 ข้อหา

สำหรับผู้ต้องหาราย อื่นอีก 19 คนได้ถูกแยกไปผัดฟ้องฝากขัง ที่ศาลแขวงดุสิต ใน 10 ข้อหาเเรก เนื่องจากแต่ละข้อหามีอัตราโทษไม่เกิน 3 ปีส่วนผู้ต้องหาอีก 1 ราย ที่เป็นเยาวชน ยังไม่ถูกแจ้งข้อหาเนื่องจากต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.เยาวชนฯ ก่อนจะมีการแจ้งข้อหาได้

ต่อมาศาลไต่สวนคำร้องฝากขัง และคัดค้านฝากขังของผู้ต้องหา แล้วศาลอนุญาตให้ฝากขังได้

ส่วนที่ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องของปล่อยชั่วคราว โดยมีส.ส.พรรคก้าวไกล คนหนึ่งเป็นนายประกันนั้น ศาลอาญาพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของผู้ต้องหามีลักษณะเป็นการยุยงปลุกปั่น ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หากได้รับการปล่อยตัว ก็อาจจะไปก่อพฤติการณ์ในลักษณะเช่นเดียวกันอีก ประกอบกับพนักงานสอบสวนก็คัดค้านการประกันตัวด้วย จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัว ไผ่ ดาวดิน ไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

ด้าน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งเดินทางมาศาลในช่วงเย็น กล่าวว่า วันนี้ (15 ต.ค.) จะยื่นประกันตัวนายไผ่ ต่อศาลใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มหลักทรัพย์ หรือตำเเหน่ง ส.ส.หรือเงื่อนไงใดๆ ก็จะเพื่อให้นายไผ่ ออกมาได้ หลังจากนี้จะเดินทางไปดูน้องๆ อีก 19 คน ที่ศาลแขวงดุสิตต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น...