xs
xsm
sm
md
lg

มะกันเชื่อมั่นไทย “สมคิด”สั่งปั้นเที่ยวท้องถิ่น “อุตตม”ถก ธปท.ขยายพักหนี้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ทูตสหรัฐฯชมไทยยังมีศักยภาพ น่าลงทุน ยันร่วมมือสร้างเศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง "สมคิด"ย้ำ “อีอีซี” จะเป็นศูนย์กลางของวิทยาการด้านต่างๆในภูมิภาค หวังสหรัฐฯเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดี พร้อมสั่ง “ก.คลัง” ทำแผนพัฒนาท่องเที่ยวชุมชน หวังใช้ต่อยอด

วานนี้ (2 ก.ค.) นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสเข้ารับหน้าที่ ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลาหารือประมาณ 45 นาที

เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ กล่าวภายหลังการเข้าพบนายสมคิดว่า ได้พูดคุยกันถึงแนวการทำงานร่วมกันระหว่างสหรัฐฯกับไทย ในการเสริมสร้างเศรษฐกิจของไทยให้มีความเข้มแข็ง และส่งเสริมให้นักลงทุนของสหรัฐฯ เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น

“ประเทศไทยยังมีความน่าลงทุน มีศักยภาพ และเหมาะสมอย่างมากสำหรับการที่บริษัทของสหรัฐฯเข้ามาประกอบกิจการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นซัพพลายเชน (Supply Chain)ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” นายไมเคิล ระบุ

“สมคิด” ชูศูนย์กลาง CLMVT

ด้านนายสมคิด เปิดเผยว่า ได้ขอให้สหรัฐฯโฟกัสประเทศไทยเป็นพิเศษ เพราะเราเชื่อว่าในขณะนี้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของ CLMVT (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา, เวียดนาม และไทย) ซึ่งเป็นเมนแลนด์ของอาเซียน และในปีหน้าทางโครงการอีอีซีทั้งหลายจะเริ่มสมบูรณ์ เราสามารถที่จะเชื่อมโยงกับประเทศอีกหลายประเทศในบริเวณใกล้เคียง ในขณะเดียวกันตลาดเงินตลาดทุนของเราก็มีความแข็งแรงอย่างยิ่ง

“ผมอยากให้เขาให้ความสนใจเป็นพิเศษ และบอกเขาอีกว่า อุตสาหกรรมที่เขาสนใจไม่ว่าจะเป็นอิเลกทรอนิกส์ หรือดิจิทัล สิ่งเหล่านี้เราให้ความสำคัญอยู่แล้ว รวมไปถึงอุตสาหกรรมใหม่ๆ ทางด้านบริการ, การศึกษา สถาบันวิจัย เพราะเราเชื่อว่าจะเป็นศูนย์กลางของวิทยาการในภูมิภาคนี้ เรื่องของตลาดเงินตลาดทุน เราก็เชื่อว่าเราไม่แพ้สิงคโปร์" นายสมคิด กล่าว

ขณะที่ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ที่ 10 ก.ค. เวลา 10.30 น. จะมีการประชุม ครม.เศรษฐกิจ โดยจะพิจารณา 2 เรื่องคือ 1. ติดตามภาวะเศรษฐกิจ และ 2. พิจารณาเรื่องของเอสเอ็มอี ซึ่งถือเป็นการประชุมเพื่อพิจารณาดูแลฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังโควิด-19 คลี่คลาย และติดตามภาวะเศรษฐกิจทั่วไป

สั่ง “เที่ยวด้วยกัน” มุ่งช่วยท้องถิ่น

จากนั้น นายสมคิด ได้ไปเป็นประธานการประชุมหารือมาตรการเศรษฐกิจ ที่กระทรวงการคลัง ก่อนเปิดเผยถึงชุดมาตรการการท่องเที่ยว “เราไปเที่ยวด้วยกัน” ว่า แพคเกจดังกล่าวยังมีหลายจุดที่ไม่ครอบคลุมส่วนท้องถิ่นและชุมชน จึงได้มอบหมายให้กรมสรรพากร และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เร่งหามาตรการทางภาษีเพื่อกระตุ้นการบริโภค โดยการดึงดูดให้คนรวยที่มีกำลังในการจับจ่ายให้ออกมาใช้จ่ายกันมากๆ เนื่องจากในเวลานี้คนที่อยู่ข้างล่างมีความลำบาก และหากคนรวยออกมาใช้จ่ายจะช่วยเสริมกันได้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางเพื่อมาเสริมกับมาตรการท่องเที่ยวที่รัฐบาลได้อนุมัติไปเมื่อก่อนนี้

นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ สศค. กลับไปพิจารณาเพื่อหาแนวทางหาแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวระดับท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมานั้นพบว่ายังคงมีโรงงานอีกหลายแห่งต้องปิดกิจการลง และมีแรงงานค่อนข้างมากที่ต้องเดินทางกลับสู่ท้องถิ่นของตน ดังนั้น จึงจะต้องหาวิธีว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวชุมชนหรือท่องเที่ยวท้องถิ่นให้เพิ่มมากขึ้นให้ได้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจ้างงานในพื้นที่

“ผมยังได้กำชับสภาพัฒฯที่มีบทบาทหลักในการพิจารณาโครงการใช้เงินกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจวงเงิน 4 แสนล้านบาท ได้เตรียมเสนอโครงการที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ท้องถิ่น และสอดคล้องกับการจ้างงานของประชาชนเข้าสู่ เพื่อรองรับแรงงานที่เดินทางกลับภูมิลำเนาด้วย” นายสมคิด กล่าว

“อุตตม” ปั้นจ้างงานใหม่ 4 แสนคน

ด้าน นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ออกโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS9 เพื่อสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อซอฟต์โลนของ ธปท. ได้มากขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับ สศค. และ บสย. โดยคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์นี้จะมีข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการจ้างงานนั้น กระทรวงการคลังจะเน้นการจ้างงานในชุมชนให้ได้มากมากที่สุด ทั้งนี้ ส่วนแรกที่จะดำเนินการจะเป็นการสนับสนุนให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เข้าไปช่วยพัฒนาผู้ประกอบการ เช่น พัฒนาร้านอาหารการสร้างอาชีพ การเกษตร รวมถึงให้มีการจ้างชาวบ้านลงพื้นที่ เพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูลสำหรับการดำเนินในโครงการต่างๆ ของภาครัฐ โดยเบื้องต้น คาดว่าจะทำให้มีการจ้างงานใหม่ 4 แสนคน

ส่วนกรณีภาคเอกชนได้เสนอให้สถาบันการเงินขยายเวลาการพักชำระหนี้ไป 2 ปี จากเดิมพักชำระหนี้ 6 เดือนนั้น นายอุตตม กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะต้องหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก่อน แต่จะขยายออกไปอีกเท่าใดนั้น คงยังไม่สามารถสรุปได้ได้ตอนนี้


กำลังโหลดความคิดเห็น...