xs
xsm
sm
md
lg

โลกยังวุ่นกับวิกฤตสารพัด

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์



การระบาดระลอก 2 ของโรคโควิด-19 ซึ่งได้สร้างความกังวลในหลายประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและยุโรปได้เห็นเค้าลางของความจริงขึ้นแล้ว ตัวเลขการติดเชื้อเพิ่มขึ้นแม้จะอยู่ในอัตราไม่สูง ซึ่งทำให้เห็นความยากลำบากในการควบคุมเชื้อโรคนี้

เป็นการพิสูจน์ความสามารถของผู้นำแต่ละประเทศว่ามีฝีมือที่จะควบคุม และจัดการการระบาดนี้ได้สำเร็จหรือไม่ สภาวะเช่นนี้ใครจะคุยโม้โอ้อวดไม่ได้เพราะการระบาดลดลงไปก็เป็นเพียงชั่วคราว

หลายประเทศที่ปลดล็อกเพราะต้องการผ่อนคลายมาตรการคุมเข้ม หวังจะฟื้นฟูเศรษฐกิจก็เผชิญกับการระบาดรอบใหม่ในเวลาอันสั้น

ชาติมหาอำนาจในยุโรปและสหรัฐอเมริกาเป็นหลักฐานของความล้มเหลวในการสกัดกั้นการระบาด และฟ้องให้เห็นว่าระบบขีดความสามารถของด้านสาธารณสุขยังไม่พร้อม

องค์การอนามัยโลกก็อยู่เหมือนในสภาพตาบอดคลำช้าง ถูกมองว่าลองผิดลองถูกกับมาตรการต่างๆ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่หลายประเทศต้องเผชิญกับการระบาดพร้อมกัน ทั้งเป็นโรคใหม่ร้ายแรง ระบาดเร็วอัตราการตายสูงสำหรับสังคมที่มีประชากรสูงอายุมากดังเช่นในประเทศยุโรป
ในประเทศจีนซึ่งประสบความสำเร็จในการควบคุมการระบาดระยะแรกก็เบาใจอยู่ได้ไม่นาน เพราะเชื้อได้ปะทุขึ้นในปักกิ่ง เป็นแหล่งตลาดศูนย์การค้าส่งสินค้าผักผลไม้ เนื้อสัตว์ และอาหารทะเล ทำให้ทางการต้องรีบใช้มาตรการปิดล็อกเมืองบางส่วนซึ่งเป็นโซนตลาด ดูแล้วจะเอาอยู่หรือไม่ต้องรอดูผล

เริ่มมีข้อมูลจากฝ่ายจีนแล้วว่าเชื้อตัวใหม่แตกต่างไปจากการระบาดในประเทศจีนและมาจากยุโรป จะนำไปสู่สงครามน้ำลายรอบใหม่ระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศฝรั่งผิวขาวหรือไม่

หลายประเทศเห็นการระบาดเป็นกลุ่มเช่น ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และชมพูทวีป ก็สะท้อนให้เห็นความยากลำบากในการควบคุมเช่นเดียวกัน ดังนั้นความสำเร็จประการเดียวที่จะจัดการปัญหานี้ได้ก็คือวัคซีนและยารักษา ที่ได้ผลอย่างแท้จริง

ญี่ปุ่นก็เริ่มเห็นตัวเลขการติดเชื้อใหม่และก็ได้สร้างความกังวลให้กับประชาชนซึ่งกำลังหาทางรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยอย่างแรงเหมือนในประเทศอื่นๆโดยเฉพาะคู่ค้าสำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป

ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับเรื่องโควิด-19 อย่างรุนแรง ยอดผู้เสียชีวิตเกือบจะถึงครึ่งล้านคนทั่วโลกยังมีวิกฤตอื่นๆ นอกจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอย นั่นคือความบาดหมางระหว่างประเทศซึ่งยืดเยื้อเรื้อรัง และอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องในด้านอื่นๆอีกได้

ครั้งนี้จีนได้เป็นตัวเอกบนเวทีโลกซึ่งนอกเหนือจากความร้าวฉานอย่างแรงด้านความสัมพันธ์ทางการเมือง การค้า และสังคมกับสหรัฐอเมริกา แล้วยังมีปัญหาด้านชายแดนกับอินเดียเกี่ยวโยงกับแคว้นแคชเมียร์

มีการปะทะกันด้วยกำลังมาตลอดหลายสิบปี ล่าสุดมีการสู้รบในวงจำกัดระหว่างทหารของทั้งสองประเทศ มีรายงานจากรัฐบาลอินเดียว่าทหาร 20 นายเสียชีวิตแต่ไม่มีตัวเลขด้านทหารจีน

ผู้นำหน่วยทหารในพื้นที่ ได้พยายามเร่งหาทางเจรจาเพื่อลดความตึงเครียดระหว่างสองฝ่ายและหลีกเลี่ยงการปะทะรอบใหม่ซึ่งอาจจะขยายวงกว้าง ที่ผ่านมาผู้นำจีนและอินเดียก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดด้านการเมืองและการค้า ไม่มีท่าทีแข็งกร้าวด้านความสัมพันธ์แต่ประการใด

ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงไม่น่าจะลุกลามเว้นแต่มีประเทศอื่นเข้าไปแทรกแซงเพื่อตอกลิ่มให้สองประเทศต้องห่างเหินกันมากขึ้น
และบทบาทของอเมริกาก็จะต้องถูกจับตามองเช่นกัน ผู้นำทำเนียบขาว โดนัลด์ ทรัมป์ไม่อยากจะให้นายกรัฐมนตรีอินเดียไปผูกติดแนบแน่นกับผู้นำจีนมากเกินไป เป็นเรื่องของทั้งจีนและอินเดียจะต้องรักษาสภาวะที่เป็นอยู่ไม่ให้เลวร้าย

อีกสถานการณ์หนึ่งบนคาบสมุทรเกาหลีก็ทำให้เป็นจุดของความสนใจ และความกังวล ผู้นำเกาหลีเหนือได้สั่งให้ระเบิดอาคารใกล้ชายแดนซึ่งใช้เป็นที่เจรจาระหว่างสองเกาหลีในช่วงที่ผ่านมา หลังจากได้แสดงท่าทีตัดความสัมพันธ์และการเจรจาผ่านระบบการสื่อสารระหว่างผู้นำหน่วยทหารและระดับผู้นำประเทศ

ผู้นำเกาหลีเหนือแสดงอาการไม่พอใจอย่างมาก เมื่อคนเกาหลีเหนือซึ่งได้แปรพักตร์ไปอยู่เกาหลีใต้ได้ส่งลูกโป่งบรรจุข้อความโฆษณาชวนเชื่อปล่อยให้ลอยเข้าไปในพื้นที่เกาหลีเหนือ ซึ่งถูกมองว่าได้รับการรู้เห็นเป็นใจจากรัฐบาลเกาหลีใต้

ท่าทีล่าสุดคือการระเบิดอาคารเท่ากับว่าเกาหลีเหนือไม่ต้องการสื่อสารติดต่อเจรจาอีกต่อไป ทำให้ความพยายามที่ผ่านมาด้วยการประสานของผู้นำทำเนียบขาวเหมือนกับเป็นการสูญเปล่า

การที่เกาหลีเหนือมีท่าทีเช่นนี้คงได้รับไฟเขียวจากผู้นำจีนเพราะต้องการสร้างแรงกดดันกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้และญี่ปุ่นสร้างความไม่แน่นอนให้กับสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี เพราะการที่สหรัฐฯ พยายามไปมีบทบาทในทะเลจีนใต้เท่ากับว่าไม่ต้องการให้จีนเป็นเจ้าแห่งอำนาจในเอเชียนั่นเอง

ต้องรอดูอีกว่าผู้นำทำเนียบขาวจอมห้าวจะหาเรื่องตกปลาในบ่อน้ำขุ่นหรือไม่ เพื่อให้ความสนใจของประชาชนจากความล้มเหลวในการจัดการปัญหาโควิด-19 ในประเทศและการประท้วง รวมทั้งการจลาจลจึงได้สร้างความเสียหายอย่างมากมาย

ที่ผ่านมา ผู้นำทรัมป์พยายามสร้างกระแสใหม่ด้วยการประกาศปฏิรูปตำรวจไปให้โดนใจประชาชนและตำรวจ ในขณะที่ความขัดแย้งเรื่องการเหยียดผิวอย่างรุนแรงกลายเป็นวิกฤตของประเทศขนาดนี้

ยิ่งวันเลือกตั้งใกล้เข้ามาแล้วมีความจำเป็นจะต้องตีตื้นให้คะแนนฟื้นตัวเร็วที่สุด


กำลังโหลดความคิดเห็น...