xs
xsm
sm
md
lg

กู้สู้ “โควิด”

เผยแพร่:   โดย: สุนันท์ ศรีจันทรา



สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะเปิดเผยตัวเลข ยอดหนี้สาธารณะล่าสุดสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 มีจำนวนทั้งสิ้น 7.02 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 41.44% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพี ขณะเพดานการก่อหนี้สาธารณะกำหนดไว้ไม่เกิน 60% ของจีดีพี จึงเหลือเพดานที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสามารถก่อหนี้เพิ่มเติมได้อีกจำนวนมาก

การแถลงยอดหนี้สาธารณะล่าสุด เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์การที่รัฐบาลจะกู้เงิน เพื่อนำมาเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

แม้มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสจะมีความจำเป็น และทุกประเทศในโลกต่างเร่งอัดฉีดเงินพยุงระบบเศรษฐกิจ แต่การกู้เงิน ก่อภาระหนี้เพิ่มเติม ควรจะเป็นทางเลือกสุดท้าย ถ้าไม่สามารถเจียดงบประมาณส่วนอื่นมาใช้ได้

เศรษฐกิจทั้งระบบกำลังระส่ำระสาย จีดีพีปีนี้ถูกหั่นยับเยิน โดยธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่า อาจติดลบ 5.3% เป็นอัตราเติบโตต่ำสุดในรอบ 10 ปี ขณะที่ภาคธุรกิจเกิดภาวะล้มหายตายจาก ธุรกิจเอสเอ็มอีทยอยเลิกกิจการ แม้แต่ธุรกิจขนาดใหญ่ยังต้องประกาศหยุดกิจการชั่วคราว

มาตรการลดวันทำงานโดยไม่จ่ายเงิน ถูกนำมาใช้แทบทั้งระบบ เพื่อความอยู่รอดขององค์กรธุรกิจ

ห้างสรรพสินค้า ถูกคำสั่งปิดชั่วคราว โรงแรมขนาดเล็กขนาดใหญ่ ประกาศปิดตัว ทั้งในประเทศและสาขาในต่างประเทศ ร้านอาหารชื่อดัง ร้านอาหารแผงลอยข้างถนนยกธงขาว เพราะทนแบกภาระต้นทุนไม่ไหว ต้องเลิกค้าขายไปชั่วคราว

จำนวนคนว่างงานพุ่งขึ้น แม้แต่อาชีพขับรถจักยานยนต์รับจ้าง ขับแท็กซี่ยังต้องหนีตายหาอาชีพใหม่ คนทำงานรายได้ประจำ ต้องถูกออกจากงาน ขาดรายได้ ขณะที่มีภาระรายจ่ายมากมาย ทั้งผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าเช่าบ้าน และค่ากินค่าอยู่ประจำวัน

มาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 โดยเปิดให้ประชาชนที่รับผลกระทบลงทะเบียน เพื่อรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลรายละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ปรากฏว่า ภายในไม่กี่วัน มีผู้ลงทะเบียนกว่า 21 ล้านคน จนรัฐบาลต้องขยายจำนวนผู้ที่จะได้รับการเยียวยาจาก 3 ล้านคน เพิ่มเป็น 9 ล้านคน ซึ่งต้องใช้เงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 1.35 แสนล้านบาท

วิกฤตไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศไทยที่เศรษฐกิจอ่อนแออยู่แล้ว จนยอมรับกันว่า วิกฤตครั้งนี้ร้ายแรงกว่าวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 เพราะผลกระทบกระจายไปทุกหย่อมหญ้า

แม้แต่ธุรกิจขนาดใหญ่ของบรรดาเจ้าสัวยังไม่รอด

ไม่อาจคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสจะยาวนานเท่าใด รู้กันแต่ว่า ถ้าวิกฤตไวรัสยืดเยื้อ เศรษฐกิจทั้งโลกจะล่มสลาย ประชาชนทุกประเทศจะเดือดร้อน ใช้ชีวิตอย่างลำบาก หรือถึงขั้นอดอยากกัน

ประเทศไทย ยังไม่วิกฤตจนถึงขั้นประชาชนต้องอดอยาก แต่เริ่มมีปัญหาเงินฝืดเคือง ไม่พอใช้จ่ายกันแล้ว และสถานการณ์การดำรงชีพจะย่ำแย่มากขึ้น หากกิจการทยอยปิดตัวกันต่อไป

การกระตุ้นเศรษฐกิจและการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นมาตรการเร่งด่วนและจำเป็น และไม่น่าจะมีใครคัดค้าน เพราะประชาชนนับล้านคนกำลังเดือดร้อน และรอความช่วยเหลือ เพื่อประคับประคองตัวให้รอด

เงินที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ เยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ งบทางการแพทย์เพื่อสู้ภัยไวรัส รวมทั้งเงินที่จะใช้อัดฉีดสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้และพยุงตลาดหุ้น ต้องใช้จำนวนมหาศาล แต่รัฐบาลจะจัดสรรมาจากไหน

การกู้เงินเป็นเรื่องง่าย เพราะเพดานการก่อหนี้ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ยังเปิดกว้าง สามารถกู้ได้อีกหลายล้านล้านบาท แต่เนื่องจากในช่วงรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ตลอดระยะเวลาเกือบ 6 ปี ก่อหนี้เพิ่มมาแล้วประมาณ 2 ล้านล้านบาท

จึงมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ หลีกเลี่ยงการก่อหนี้ใหม่ ไม่กู้เพิ่ม โดยเจียดงบจากกระทรวงต่างๆ รวมทั้งปันส่วนงบกลางมาใช้สู้กับไวรัสโควิด-19 ไปก่อน

งบที่ไม่มีความจำเป็น โครงการลงทุนที่ไม่สำคัญชะลอไว้ก่อน และรวบรวมเงินทุกส่วนมาใช้ในวาระเร่งด่วน ช่วยดับทุกข์ประชาชนที่กำลังเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าจากไวรัสโควิด-19

แม้ว่าเพดานการก่อหนี้จะเปิดกว้าง เศรษฐกิจที่ถดถอย จีดีพีที่ติดลบ จะทำให้เพดานหนี้สาธารณะต่อจีดีพีแคบลง เพราะรัฐบาลก่อหนี้เพิ่มทุกปี เพื่อชดเชยเงินงบประมาณที่ขาดดุล ขณะที่มูลค่าจีดีพีลดน้อยลง สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี จึงเพิ่มขึ้นโดยปริยายอยู่แล้ว

ปีหน้า สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะพุ่งอย่างรวดเร็ว และถ้ามุ่งแต่การกู้เงินมาใช้ต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 เพดานการก่อหนี้อาจจะขยับเข้าไปในจุดเสี่ยงมากขึ้น

เมื่อวิกฤตไวรัสผ่านพ้นไป ประเทศไทยอาจต้องเตรียมรับมือกับวิกฤตหนี้สาธารณะ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟุบอีกยาวนาน

รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์กำลังเจอศึกหนักรอบด้าน จะอยู่หรือไปยังไม่รู้

แต่ประชาชนเจอมรสุมหนักหน่วงกว่า เพราะไม่รู้ว่า จะเอาตัวรอดจากวิกฤตโควิด-19 ได้อย่างไร และหวังความช่วยเหลือจากลุงตู่ได้ขนาดไหน
กำลังโหลดความคิดเห็น...