xs
xsm
sm
md
lg

ทีจีอ่วมปี62ขาดทุน1.2หมื่นล้าน ไวรัสฉุดผู้โดยสารวูบ-ลุ้นQ3ดีขึ้น

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน 360-"การบินไทย" บักโกรก ปี 62 ขาดทุนสุทธิกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท เหตุรายได้ทรุด 7.7% ขณะที่ปี 63 ยังต้องเผชิญมรสุมลูกใหญ่ จากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และสารพัดปัญหารุมเร้า "สุเมธ"เผยหลังไวรัสระบาด ลดเที่ยวบินลง 20% ทำผู้โดยสารหาย 30-40% เตรียมเดินหน้าเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ลุยศูนย์ซ่อมอู่ตะเภา เร่งทำแผนจัดหาเครื่องบินเพิ่ม หวังไตรมาส 3 สถานการณ์คลี่คลาย

นายณัฐพงศ์ สมิตอำไพพิศาล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการเงินและการบัญชี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือTHAI แจ้งผลการดำเนินงานปี 2562 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า บริษัทมีผลขาดทุน 12,042.41 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิต่อหุ้น 5.52 บาท เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 11,625.17 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิต่อหุ้น 5.33 บาท หรือขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.58% สืบเนื่องจากรายได้รวมลดลง 7.7% เหลืออยู่ที่ 184,046 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 196,470 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 5.8% ประกอบด้วย ค่าน้ำมันเครื่องบิน 54,675 ล้านบาท คิดเป็น 27.8% ของค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด ลดลงจากปีก่อน 9.0% จากราคาน้ำมันเครื่องบินเฉลี่ยต่ำกว่าปีก่อน 8.2% ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไม่รวมน้ำมัน 137,550 ล้านบาท ลดลง 4.6% และค่าใช้จ่ายต้นทุนทางการเงิน 4,245 ล้านบาท ลดลง 2.0%

นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบินไทยได้รับผลกระทบทางลบหลายประการ ทั้งจากผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ภัยธรรมชาติ การแข็งค่าของเงินบาทที่แข็งค่าที่สุดในรอบ 6 ปี การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง มีการหยุดบินในบางเส้นทางจากเหตุการณ์ปิดน่านฟ้าของปากีสถาน การประท้วงในฮ่องกง และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงปลายปี 2562 ประกอบกับมีการรับรู้ค่าชดเชยตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เพิ่มขึ้นจาก 300 วันเป็น 400 วัน รวมทั้งปัจจัยภายใน คือ ปัญหาความล่าช้าของการซ่อมเครื่องยนต์ของบริษัทผู้ผลิต ทำให้ส่งผลกระทบต่อการทำรายได้

ทั้งนี้ ในปี 2563 บริษัทจะเร่งเพิ่มรายได้ ทั้งการบริหารจัดการร่วมกับไทยสมายล์ การเจาะกลุ่มลูกค้าแบบ Personalized การมุ่งเน้นการสร้างรายได้เสริม และรายได้จากการขาย Preferred Seat ซึ่งเริ่มเมื่อก.ค.2562 จากรายได้หลักแสนบาทถึงธ.ค.2562 มีรายได้เพิ่มเป็น 30-40 ล้านบาท คาดว่าเมื่อทำเต็มรูปแบบ รายได้จะเป็น 60-70 ล้านบาท/ปี และเพิ่มรายได้ในธุรกิจที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับการบิน เช่น ฝ่ายครัวการบิน รวมถึงใช้ Data Analytic ในการวิเคราะห์ตลาดเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มการขายทาง Online มากขึ้น

สำหรับโครงการ MRO ศูนย์ซ่อมอู่ตะเภา ซึ่งแอร์บัสยังยืนยันในการร่วมทุนภายในวันที่ 6 มี.ค.2563 และจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเอกสารและประเมินข้อเสนอของคณะกรรมการคัดเลือก ส่วนการจัดหาเครื่องบิน จะปรับปรุงแผนเสร็จในเดือนมี.ค.2563 จากนั้นจะนำเสนอบอร์ด และจะสรุปแผนเสนอกระทรวงคมนาคม และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ขณะเดียวกัน จะเร่งดำเนินการขายเครื่องบินที่ปลดระวางแล้ว โดยในปี 2562 มีการโอนกรรมสิทธิ์เครื่องบินให้แก่ผู้ซื้อรวม 6 ลำ ได้แก่ เครื่องบินแบบแอร์บัส A330-300 จำนวน 5 ลำ และเครื่องบินแบบโบอิ้ง B747-400 จำนวน 1 ลำ

นายสุเมธกล่าวว่า ทางด้านการรับมือกับผลกระทบจากโควิด-19 ตั้งแต่ปลายปี 2562 ได้มีการออกมาตรการ5 ระดับเพื่อรองรับสถานการณ์ ครอบคลุมการปฎิบัติ รายได้ ค่าใช้จ่าย มีตัวชี้วัด และปรับลดมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยที่ผ่านมาได้มีการปรับลดเที่ยวบินไปแล้ว กว่า 10% เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสาร และประเมินจากยอดจองตั๋วที่เข้ามา คาดว่ามี.ค.-พ.ค.2563 เที่ยวบินจะลดประมาณ 20% ผู้โดยสารในเอเชีย ลดลง 30-40% โดยภาพรวมยังไม่มีการหยุดบิน แต่เป็นการลดเที่ยวบิน ลดขนาดเครื่องบิน ส่วนยุโรป ลดลงประมาณ 5%

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โควิด-19 มีสัญญาณดี เช่น การเปิดเมืองอู่ฮั่น และจีนมีการผลิตวัคซีนรักษาออกมา และหากมีวัคซีนป้องกัน จะคลี่คลาย คาดว่าน่าจะดีขึ้นในไตรมาส3 โดยเชื่อว่าในไทยยังควบคุมได้ดี แต่ต้องดูมาตรการของทุกประเทศด้วย ที่จะสร้างความมั่นใจให้คนกลับมาเดินทาง ซึ่งการบินไทยจะเดินหน้ามาตรการต่างๆ ทั้งการปรับปรุงประสิทธิภาพ มาตรการด้านการตลาด พัฒนาฝูงบิน เส้นทางบินต่อไป เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอด


กำลังโหลดความคิดเห็น