xs
xsm
sm
md
lg

โลกยังผวากับไวรัสตัวร้าย

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์



เชื้อโรคไวรัสโคโรนา ยังคงแสดงศักยภาพและแสนยานุภาพในการระบาดไปกว่า 68 ประเทศทั่วโลก ดินแดนที่เป็นเกาะดังเช่นสาธารณรัฐโดมินิกันก็ยังไม่เว้น มีคนติดเชื้อแล้ว ทำให้เห็นว่า ไม่มีขอบเขตจำกัด ไม่ว่าสภาพแวดล้อมภูมิอากาศจะเป็นอย่างไร

ในยุโรปตะวันออก เริ่มจากออสเตรียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บัดนี้สาธารณรัฐเช็กได้มีผู้ป่วยติดเชื้อ จากนี้ไปประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนั้นน่าจะเลี่ยงไม่พ้นเช่นกัน และจะเป็นการทดสอบขีดความสามารถทุกด้านของแต่ละประเทศว่าอยู่ระดับใด

มีสัญญาณและแนวโน้มดีขึ้นในประเทศจีน ซึ่งแหล่งกำเนิดของการเริ่มระบาดอยู่ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย เมื่ออัตราการติดเชื้อและเสียชีวิตเริ่มชะลอตัวลง ขณะที่ทางการจีนใช้มาตรการเข้มทุกทางเพื่อควบคุมการระบาดให้สำเร็จจนได้

การที่จีนได้ตกเป็นจำเลยของประชาคมโลก และถูกถากถางโดยนักการเมืองสหรัฐฯ ทำให้วงการวิทยาศาสตร์ต้องเร่งทดลองและผลิตวัคซีนทั้งการป้องกันและรักษา รวมทั้งการฉีดพ่นแอลกอฮอล์ล้างเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอู่ฮั่น

ภาพที่ปรากฏทำให้เห็นการระดมบุคลากรพร้อมเครื่องมือต่างๆ โดรน ยานยนต์ ใช้เครื่องพ่นแอลกอฮอล์ขนาดใหญ่ ฆ่าเชื้อในช่วงเช้าและเย็นบนพื้นถนน ตัวอาคาร ต้นไม้ โดยไม่เป็นภัยต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยงเพื่อให้ได้ผลอย่างเต็มที่

หลายเมืองใหญ่ของจีนยังอยู่ในสภาวะถูกปิดตาย กิจกรรม ธุรกรรม การค้าต่างๆ ภายในเมือง แม้แต่เมืองเซี่ยงไฮ้ ก็ยังมีจำกัด สะท้อนให้เห็นความเสียหายอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจ ยังประเมินไม่ได้ว่าจะไปสิ้นสุดด้วยตัวเลขที่ล้านๆ หยวน

ตัวเลขที่ทำให้จีนมั่นใจคือการรักษาผู้ป่วยให้หายซึ่งอยู่เกือบครึ่งของจำนวนรวม การระบาดนอกพื้นที่อู่ฮั่นและหูเป่ยก็ไม่ใช่ลักษณะการก้าวกระโดดอีกต่อไป

ที่น่าห่วงคือการระบาดนอกประเทศจีน รวมทั้งเพื่อนบ้าน เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและไต้หวัน ในทวีปอื่นๆ ก็มียุโรป ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาวะเศรษฐกิจ จนเริ่มมีเสียงเตือนแล้วว่าถ้าสภาวะยืดเยื้อ อาจนำไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจถดถอยได้

การติดเชื้ออย่างรวดเร็วในเกาหลีใต้เพียงในเวลาไม่ถึง 1 เดือนตัวเลขผู้ติดเชื้อได้สูงกว่า 4 พันรายช่วงวันจันทร์ เพราะคุณป้ามหาภัยมีกิจกรรมสัญจรไปหลายพื้นที่ ป่วยแล้วไม่ยอมรับการตรวจไวรัสในเบื้องต้น ทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายเต็มที่

ทางการเกาหลีใต้ซึ่งต้องรับศึกหนักโดยตลอดทนไม่ได้อีกต่อไป สั่งดำเนินคดีพวกแกนนำหลักของกลุ่มศาสนาซึ่งชุมนุมโดยมีป้ามหาภัยเข้าร่วม

ประชาคมโลกก็เฝ้าดูการระบาดของไวรัสโคโรนาในภูมิภาคอื่น เมื่อมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วดังเช่นในอิหร่าน มีผู้เสียชีวิตในอัตราสูงถึงกว่า 7% ขณะที่ผู้ติดเชื้อมีเกือบ 1,000 คนช่วงต้นสัปดาห์ ผู้ตายส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุวัยกว่า 70 ปี

เหยื่อไวรัสมีทั้งนักการเมืองและนักบวช แต่ก็เป็นที่เข้าใจว่าอัตราการเสียชีวิตสูงเป็นเพราะอิหร่านถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐฯ ผู้นำโลกตะวันตกและประเทศอื่นๆ ที่ทำตามสหรัฐฯ ซึ่งใช้ความเป็นชาติมหาอำนาจบังคับกดดันประเทศอื่นๆ ให้ต้องจำยอม

การคว่ำบาตรทำให้เกิดการหยุดชะงักในด้านการพัฒนา การจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ทันสมัย รวมทั้งการปรับปรุงระบบสาธารณสุข โดยรวม ทำให้อิหร่านขาดศักยภาพในการรับมือกับการระบาดของไวรัสโคโรนา

ถ้าจะมองว่าความพร้อมด้านเครื่องมือ อุปกรณ์ บุคลากรไม่ได้เป็นตัววัดเสมอไปก็น่าจะถูกเช่นกัน หลายประเทศพัฒนาแล้วเช่น ญี่ปุ่น อิตาลี ยุโรปหลายประเทศรวมทั้งสหรัฐอเมริกาก็ไม่สามารถป้องกัน ควบคุมหรือสกัดการระบาดได้ผลรวดเร็ว

ที่สำคัญ สหรัฐอเมริกากำลังถูกทดสอบความพร้อมในการสู้ศึกไวรัสโคโรนาเช่นเดียวกัน เพราะการระบาดแม้จำนวนผู้ติดเชื้อจะอยู่ในช่วงต่ำกว่า 100 ราย และกำลังเผชิญกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่ มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 14,000 ราย

ผู้ป่วยด้วยไวรัสมีอยู่ในภาคตะวันออก เช่น รัฐแมสซาชูเซตส์ เมืองนิวยอร์ก ภาคกลาง เช่น อิลลินอยส์ วิสคอนซิน ภาคใต้มีรัฐแอริโซนา ฟลอริดา และภาคตะวันตกมีแคลิฟอร์เนีย โอเรกอน และวอชิงตัน ผู้ป่วยติดเชื้อบางรายก็ไม่ได้ไปคลุกคลีกับใคร

สหรัฐฯ ได้กำหนดมาตรการห้ามผู้ที่เดินทางจากจีน เกาหลีใต้ อิตาลี และอิหร่านเดินทางเข้าประเทศ แต่ก็มีความสับสนเรื่องให้ประชาชนในมาตรการป้องกันอื่นๆ เช่น ควรสวมหน้ากากอนามัยหรือไม่ และประเด็นนี้ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่

เจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ได้แนะว่าผู้ไม่ป่วยไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยเว้นแต่จะป้องกันเมื่อเข้าไปในกลุ่มคนแออัด ขณะเดียวกันคนอเมริกันก็พยายามหาซื้อหน้ากากอนามัยที่อยู่ในสภาวะขาดแคลน ผู้คนในเมืองใหญ่เริ่มรู้สึกตระหนก

ผลกระทบต่อประเทศซึ่งมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ ทำให้คาดการณ์ได้ยากว่าจะทำให้เกิดการชะลอตัวรุนแรงหรือไม่ กิจกรรมหลายอย่างถูกยกเลิก เช่น เจนีวา มอเตอร์โชว์ การแข่งขันกีฬา เพื่อลดระดับความเสี่ยง

ไวรัสโคโรนาจึงเป็นมหันตภัยต่อความปลอดภัยในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้างกว่าวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2008 ซึ่ง นี่เพียงประมาณ 1 เดือน ทำให้พวกเศรษฐีรวยหุ้นแทบหมดเนื้อหมดตัว

มาตรการอื่นๆ ไม่มีความสำคัญเท่ากับความสำเร็จในการผลิตวัคซีนป้องกันและยารักษาที่ได้ผลแท้จริง และยังต้องพร้อมรับในกรณีที่เชื้อโรคกลายพันธุ์ทำให้ยาที่มีอยู่ขาดประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้นไวรัสโคโรนาจึงมีอิทธิพลต่อชีวิตคนทั้งโลก

ไม่ติดเชื้อง่ายดายก็จริง ผลที่เกิดจากการระบาดยังสร้างความน่ากลัวสุดๆ
กำลังโหลดความคิดเห็น...