xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

อวสานเว็บหนัง – ซีรีส์เถื่อน? ผู้ชมยุคดิจิทัล ดูผ่าน Netflix – VIU

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ต้องยอมรับว่า แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งวิดีโอยอดฮิตในเมืองไทย ตั้งแต่ Netflix (เน็ตฟลิกซ์), VIU (วิว), WE TV (วี ทีวี), LINE TV (ไลน์ ทีวี), AIS PLAY (เอไอเอส เพย์) ฯลฯ เต็มไปด้วยคอนเทนต์ต่างๆ ให้เลือกชม ทั้ง ซีรีส์ ภาพยนตร์ แอนิเมชัน สารคดี วาไรตี้ ละครรีรัน ฯลฯ ทำให้พฤติกรรมผู้ชมในยุคสมัยนี้เริ่มเปลี่ยนแปลงไป

แค่มีสมาร์ทโฟนแล้วโหลดแอปพลิเคชั่น “สตรีมมิ่งวิดีโอ” เหล่านี้ สามารถเลือกรับชมสิ่งที่สนใจได้ทันที โดยเฉพาะซีรีส์ต่างประเทศยอดนิยม แค่ปลายนิ้วสัมผัสสามารถรับชมได้สะดวกรวดเร็วแถมถูกกฎหมาย จนกลายมาเป็น “ตัวเลือกสำคัญ” ในการดูหนังดูซีรีส์ แทนที่การรับชมออนไลน์ผ่าน “เว็บเถื่อน” หรือเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์อย่างที่เคยเป็นมาในอดีต

อีกทั้ง ข้อจำกัดต่างๆ การเข้าถึงคอนเทนต์หนัง - ซีรีส์ออนไลน์ในเว็บเถื่อน ไม่ใช่คลิกปุ๊บดูได้เลย มีการบังคับให้ดูโฆษณาก่อความรำคาญ บางทีเซิร์ฟเวอร์เสียดูไม่ได้ แถมยังแอบฝังโค้ดขุดบิทคอยน์ไว้ที่หน้าเว็บไซต์ เมื่อคลิ๊กดูปุ๊บโค๊ดจะทำงาน ทำให้ CPU คอมฯ อาจจะพังไม่รู้ตัว หรือ เดชะบุญแค่คอมฯ อืด ยังไม่รวมถึง ไวรัส สปายแวร์ ฯลฯ

ขณะที่แพลตฟอร์มสตรีมมิงวิดีโอ อย่าง Netflix, VIU, WE TV, LINE TV, AIS PLAY ฯลฯ สำหรับรับชมคอนเทนต์ไทยเทศทั้ง ซีรีส์ ภาพยนตร์ แอนิเมชัน ตอบโจทย์คนยุคดิจิทัล “ง่าย” และ “สะดวก”

ในส่วนสตรีมมิงวิดีโอแบบฟรีอาจมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ต่างจากที่เสียค่าสมาชิกที่มีคอนเทนต์ให้เลือกชมกันแบบละลานตาตามอัธยาศัย ซึ่งหลายๆ แพลตฟอร์มสามารถโหลดเก็บไว้ดูแบบออฟไลน์อีกด้วย ไม่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลาต่างจากดูออนไลน์เว็บเถื่อน ส่วนราคาค่าสมาชิกอยู่ที่หลักสิบหลักร้อย มีทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และหลายๆ และยังสามารถหารเฉลี่ยค่าบริการรายเดือน รับชมพร้อมกันได้หลายเครื่องหลายคนในเวลาเดียวกัน

แถมการแข่งขันของสตรีมมิงวิดีโอยักษ์ใหญ่ที่สูงขึ้นนั้น โดยเฉพาะการเปิดตัวของ Disney+ (ดิสนีย์ พลัส) ในเมืองไทยเร็วๆ นี้ สะเทือนผู้ครองตลาดสตรีมมิ่ง Netflix (เน็ตฟลิกซ์) อย่างแน่นอน ที่น่าจับตา เป็นโอกาสขนี่ย์องผู้ชม นอกจากมีตัวเลือกในการดูหนังดูซีรีส์ต่างๆ มากขึ้นแล้ว ในส่วนของค่าบริการรายเดือนย่อมมีการห้ำหั่นราคาดึงดูดสมาชิก

ข้อมูล Global Digital 2019 โดย We Are Social และ Hootsuite เปิดเผยว่า หนึ่งในกิจกรรมหลักที่คนไทยใช้เวลาไปบนออนไลน์ คือ ดู Online Streaming หรือ Video On Demand โดยเฉลี่ย 3 ชั่วโมง 44 นาทีต่อวัน

ปัจจุบันมีคนไทยกว่า 57 ล้านคน สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้แล้ว โดย 55% ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นประจำ รวมทั้ง มีผู้ใช้สมาร์ทโฟนในไทยจำนวน 47 ล้านคน ขณะที่การสตรีมมิงวิดีโอสามารถเลือกรับชมได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านทางหน้าจอของสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต แล็ปท็อป เพียงแค่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต รับชมได้อย่างสะดวกสบาย

กล่าวคือ คนไทยรู้จักสตรีมมิงวิดีโอกันมากขึ้น และตอบรับการสมาชิกมากขึ้นเช่นเดียวกัน

ผลสำรวจเรื่อง “ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกรับชมออนไลน์คอนเทนท์ของผู้บริโภค Gen-Y ในเขตกรุงเทพมหานคร” ผลงานวิจัยของ นายพงศ์เทพ แสงจันทร์ สาขาวิชาการตลาดยุคดิจิทัล วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้สำรวจประชาชนในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 400 คน พบว่าพฤติกรรมการใช้งานสื่อออนไลน์ อันดับ 1 เพื่อความบันเทิงมากที่สุด 91.75% อันดับ 2 เพื่อ ติดตามข่าวสารสินค้า ผลิตภัณฑ์ และบริการต่างๆ 54.25%

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่รับชมรายการประเภท “ซีรีส์” ผ่านทางสื่อออนไลน์มากที่สุด คิดเป็น 33.25% โดยในแต่ละครั้งจะใช้สื่อออนไลน์ติดต่อกันเฉลี่ย 3 - 4 ชั่วโมงต่อวัน เป็นสัดส่วนสูงสุด 30.50% และส่วนใหญ่นิยมรับชมออนไลน์คอนเทนท์ “ช่วงก่อนนอน” มากที่สุด คิดเป็น 44 % รองลงมา คือ “ช่วงเย็น” คิดเป็น 29.25 %

ส่วนอุปกรณ์ในการเข้าถึงสื่อออนไลน์ของกลุ่มตัวอย่าง 98% ใช้งานผ่านโทรศัทพ์สมาร์ทโฟน รวมทั้ง พบว่ามีการใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์/แล็ปท็อป คิดเป็น 41.00%

สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยจำนวนมาก “ติดซีรีส์” นิยมใช้สื่อออนไลน์เพื่อความบันเทิงรับชมคอนเทนท์ต่างๆ โดยเทคะแนนให้การรับชมซีรีส์มาเป็นอันดับ 1 จนทำให้เกิดอาการ “ติดซีรีส์งอมแงม” เผลอตัวดูตอนต่อไปเรื่อยๆ โดยทำร้ายร่างกายตัวเองโดยไม่รู้ตัว
“ติดซีรีส์” มีอาการ “เสพติด” เหมือนติดยา เรียกว่าพฤติกรรม “Binge-Watching” หรือการกระหน่ำดูซีรีส์แบบไม่พักหลายตอนติดต่อกัน หรือดูจบซีซั่นในรวดเดียว ใช้เวลาดูซีรีส์แบบข้ามวันข้ามคืน 

งานวิจัยจาก University of Michigan ทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรม Binge - watching และคุณภาพในการนอนหลับ ผ่านการทำแบบสอบถามของกลุ่มตัวอย่างกว่า 400 คน พบว่า กระบวนการที่ทำให้เสพติดการดูซีรีส์แบบหยุดไม่ได้นั้น เป็นขั้นตอนการทำงานของ “สมอง” ที่มีความสัมพันธ์กับ “สารเคมี” และ “ฮอร์โมน” ทำให้เกิดความรู้สึกอิ่มเอมใจ ตื่นเต้น สงสัยใคร่รู้ เป็นต้น โดยเฉพาะการจบตอนด้วยการหักมุมของซีรีส์แต่ละเรื่อง ยิ่งทำให้ผู้ชมเกิดความสงสัย รวมทั้ง เกิดภาวะเครียดฉับพลัน ส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน Corticotropin - Releasing Hormone หรือ CRH ออกมาในปริมาณมากกว่าปกติ ซึ่งทำให้ตื่นตัวจากความเครียด ไม่รู้สึกง่วง ขัดขวางการนอนหลับ

พฤติกรรม Binge - watching ทำให้เกิดอาการเสพสุขจากการดูซีรีส์ คล้ายๆ การใช้สารเสพติดยา ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข เซลล์ประสาทสมองรับรู้ถึงความสุข นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้หยุดดูตอนต่อไปไม่ได้

ทั้งนี้ Netflix คือ ผู้ครองตลาดสตรีมมิ่งเบอร์ 1 ของโลก รวมทั้ง เป็นที่นิยมสูงสุดในเมืองไทย ให้บริการกว่า 190 ประเทศทั่วโลก จำนวนสมาชิกกว่า 151 ล้านคน ตลอดเวลาที่ผ่านมา Netflix สร้างฐานสมาชิกและการขยายตลาดทั่วโลก

ในฝั่งตะวันตกเกิดสงครามสตรีมมิ่ง ระหว่าง Netflix, Apple TV, Disney+ และ Amazon เรียกว่า เป็นการแข่งขันที่หนักหน่วง และผู้บริโภคมีตัวเลือกที่มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีสตรีมมิ่งที่กำลังจะเกิดตัวในปี 2029 อย่าง HBO Max, Peacock ซึ่งน่าจับตาไม่น้อย

ล่าสุด Netflix ได้ปรับกลยุทธ์โดยเร่งสร้างคอนเทนต์ถูกจริตคนท้องถิ่นถูกใจคนทั่วโลก Think Local for Global ครอบคลุมแต่ละประเภท เช่น ซีรีส์, ภาพยนตร์, วาไรตี้, แอนิเมชัน ฯลฯ โดยมีคอนเทนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ และเข้าถึงผู้ชมจากทั่วโลกเข้าถึงได้ง่าย สร้าง Original Content ของ Netflix คอนเทนต์สะท้อนถึงตัวตน วัฒนธรรม และแรงบันดาลใจที่แตกต่างกันไปของแต่ละประเทศ บนพื้นฐานให้ผู้ชมจากทั่วทุกมุมโลกสามารถสัมผัสได้ง่าย เรียกว่า Universal Resonance

รวมทั้ง สตรีมมิ่งยอดฮิตในเมืองไทยที่น่าจับตามองไม่แพ้กัน คือ VIU แพลตฟอร์มที่เน้นคอนเทนต์ซีรีส์เกาหลีซับไทยแบบถูกลิขสิทธิ์ รวมทั้ง คอนเทนต์จากญี่ปุ่น ฮ่องกง และอินโดนีเซีย นอกจากนี้ ร่วมกับผู้ผลิตคอนเทนต์ของไทยทั้ง เวิร์คพ้อยท์ เจเอสแอล จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ และครัวดอทโค ผลิตคอนเทนส์ เช่น รายการวาไรตี้ ละครเอ็กซ์คลูซีพ เตรียมเปิดตัว Viu Original ตั้งเป้าคอนเทนต์ใหม่กว่า 80 เรื่อง

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไมได้ว่า เว็บหนัง - ซีรีส์ออนไลน์ ละเมิดลิขสิทธิ์ยังมีดาษดื่นในโลกออนไลน์ โกยกำไรอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ย้อนกลับไป ช่วงเดือน พ.ย. 2562 เป็นข่าวครึกโครมกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จับกุมเครือข่ายเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์รายใหญ่ของประเทศไทย

เว็บไซต์ movie2free ที่มีการกระทำในลักษณะเป็นเครือข่าย ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ซับซ้อนยากต่อการติดตามให้ถึงตัว โดยได้จัดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายไว้ที่ต่างประเทศ และมีเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายบังหลอกไว้ 2 ชั้น เพื่อป้องกันการแกะรอยของเจ้าหน้าที่

โดยเว็บไซต์ movie2free จะมีรายได้ค่าโฆษณาจากเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ติดป้ายแบนเนอร์ในหน้าเว็บไซต์ และที่โฆษณาพนันออนไลน์แบบเป็นคลิปวิดีโอเล่นก่อนเข้าชมภาพยนตร์ รวมประมาณ 25 เว็บไซต์ รวมรายได้ประมาณ 5 ล้านบาทต่อเดือน

ผลการสอบสวนในครั้งนั้นพบว่า movie2free มีการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2557 โดยช่วงต้นปี 2562 มีผู้เข้าชมประมาณ 800,000 - 900,000 IP Address ต่อวัน ยอดวิววันละประมาณ 10 ล้านวิว นับเป็นเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์หนังออนไลน์อันดับหนึ่งของไทย และอันดับต้นๆ ของโลก

อย่างไรก็ตาม แม้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งวิดีโอต่างๆ ที่เต็มไปด้วยคอนเทนต์ ซีรีส์ ภาพยนตร์ แอนิเมชัน สารคดี วาไรตี้ ฯลฯ ทำให้พฤติกรรมผู้รับชมเปลี่ยนไปจากเดิม มีผู้ใช้งานสตรีมมิ่งวิดีโอเป็นจำนวนมาก และจำนวนไม่น้อยตอบรับเป็นสมาชิกเสียค่าบริการรายเดือน จนเกิดปรากฎการณ์ถ่ายโอนผู้ชมที่เคยดูในเว็บเถื่อน ให้หันมาดูหนังดูซีรีส์ผ่านแพลตฟอร์มถูกกฎหมาย แต่ก็ยังมีเว็บไซต์หนัง-ซีรีส์ออนไลน์แบบละเมิดลิขสิทธิ์อยู่อีกเป็นจำนวนมาก

อาจยังไม่ใช่เร็วๆ นี้ แต่ขยับเข้ามาอีกนิด สำหรับจุดจบของบรรดา “เว็บหนัง - ซีรีส์เถื่อน”


กำลังโหลดความคิดเห็น...