xs
xsm
sm
md
lg

เคาะ4โมเดลโรงไฟฟ้าชุมชน บูมศก.7หมื่นล้าน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการรายวัน360-"กพช." คลอด 4 โมเดลโรงไฟฟ้าชุมชน 700 เมกะวัตต์ บูมลงทุนระยะ 3 ปี 7 หมื่นล้านบาท จูงใจรับซื้อFiT 2.90- 5.37บาทต่อหน่วย มอบ กกพ. วางเกณฑ์ คาดเปิดรับข้อเสนอเริ่มได้ มี.ค.-เม.ย.63 กฟผ.รับเลยควิกวิน 3 แห่ง เปิดชุมชนถือหุ้น 10-40% พร้อมให้ศึกษาโครงสร้างค่าไฟรองรับระบบรถอีวีและรถไฟฟ้าสาธารณะ หวังกดค่าโดยสาร ตั้งเป้าเสร็จใน 2 เดือน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาน นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่า กพช.ได้เห็นชอบโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นสัญญาประเภท Non-Firm ที่สามารถใช้ระบบกักเก็บพลังงานร่วมด้วยได้ ห้ามใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลช่วยในการผลิตไฟฟ้า ยกเว้นช่วงเริ่มต้นเดินเครื่อง โดยในปี 2563-65 จะมีการเปิดรับซื้อไฟฟ้า 700 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งคาดว่าจะเกิดการลงทุนประมาณ 70,000 ล้านบาท โดยมอบให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ไปออกหลักเกณฑ์การรับซื้อและให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นเจ้าภาพในการดำเนินงาน พร้อมตั้งคณะกรรมการบริหารรับซื้อไฟที่มีนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธานในการกำกับดูแล

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าเป็นรูปแบบไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ (VSPP) คาดว่าจะเปิดรับซื้อไฟได้ประมาณมี.ค.-เม.ย.2563 โดยกำหนดให้จ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) แบ่งออกเป็น 2 โครงการ 1.Quick win เป็นโครงการที่ให้จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบภายในปี 2563 ซึ่งเปิดโอกาสให้โรงไฟฟ้าที่ก่อสร้างแล้วเสร็จหรือใกล้จะแล้วเสร็จ เข้ามาร่วมโครงการ ซึ่งเบื้องต้นจะเป็นโรงไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน 3 แห่งใน 2 พื้นที่ คือ อำเภอแม่แจ่ม และทับสะแก และที่เหลือจะเป็นของเอกชนอื่นๆ และ2.โครงการทั่วไปจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ในปี 2564 เป็นต้นไป

สำหรับรูปแบบร่วมทุน ประกอบด้วย 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มผู้เสนอโครงการ (ภาคเอกชนอาจร่วมกับองค์กรของรัฐ) สัดส่วนประมาณ 60-90% และ 2.กลุ่มวิสาหกิจชุมชน (มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 200 ครัวเรือน) สัดส่วนประมาณ 10-40% (เป็นหุ้นบุริมสิทธิไม่น้อยกว่า 10% และเปิดโอกาสให้ซื้อหุ้นเพิ่มได้อีกรวมแล้วไม่เกิน 40%) มีส่วนแบ่งจากรายได้ที่เกิดจากการจำหน่ายไฟฟ้าที่ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นให้กับกองทุนหมู่บ้านที่อยู่ใน “พื้นที่พัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่น” ของโรงไฟฟ้านั้นๆ โดยมีอัตราส่วนแบ่งรายได้ คือ สำหรับโรงไฟฟ้าประเภทเชื้อเพลิงชีวมวล ก๊าซชีวภาพ (น้ำเสีย/ของเสีย) และก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน) ไม่ต่ำกว่า 25 สตางค์ต่อหน่วย และสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Hybrid ไม่ต่ำกว่า 50 สตางค์ต่อหน่วย

ส่วนพื้นที่พัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่น ครอบคลุมหมู่บ้านโดยรอบโรงไฟฟ้าที่อยู่ในรัศมีจากศูนย์กลางโรงไฟฟ้า ดังนี้ 1.ระยะ 5 กิโลเมตร สำหรับโรงไฟฟ้าขนาดเกิน 5,000 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี 2.ระยะ 3 กิโลเมตร สำหรับโรงไฟฟ้าขนาดเกิน 100 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี แต่ไม่เกิน 5,000 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี 3.ระยะ1 กิโลเมตร สำหรับโรงไฟฟ้าขนาดไม่เกิน 100 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ในกรณีที่มีการทับซ้อนกันของเขตพื้นที่ ให้คำนึงถึงประโยชน์ต่อการพัฒนา “พื้นที่พัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่น” เป็นสำคัญ และชุมชนยังคงได้รับผลประโยชน์ตามระเบียบกองทุนพัฒนาไฟฟ้าตามปกติ

"ผู้เสนอโครงการต้องมีแผนการจัดหาเชื้อเพลิง โดยมีสัญญารับซื้อเชื้อเพลิงในราคาประกันกับวิสาหกิจชุมชน ในรูปแบบเกษตรพันธะสัญญา (Contract farming) ซึ่งในสัญญาจะต้องมีการระบุข้อมูลปริมาณการรับซื้อเชื้อเพลิง ระยะเวลาการรับซื้อเชื้อเพลิง คุณสมบัติของเชื้อเพลิงและราคารับซื้อเชื้อเพลิงไว้ในสัญญาด้วย"นายสนธิรัตน์กล่าว

สำหรับรูปแบบ โรงไฟฟ้ามี 4 โมเดลได้แก่ 1.ชีวมวล 2.ชีวภาพ(น้ำเสีย-ของเสีย) 3.ชีวภาพ (พืชพลังงาน และ4.Hybrid คือ 1+2+3 รวมกับพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งราคารับซื้อไฟฟ้ารูปแบบ FiT พลังงานแสงอาทิตย์ 2.90 บาทต่อหน่วย ชีวมวลที่กำลังผลิตติดตั้งน้อยกว่าหรือเท่ากับ 3 MW 4.8482 บาทต่อหน่วย ชีวมวลกำลังผลิตติดตั้งมากกว่า 3 MW 4.2636 บาท ก๊าซชีวภาพ (น้ำเสีย/ของเสีย) 3.76 บาทต่อหน่วยก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน 100%) 5.3725 บาทต่อหน่วย ก๊าซชีวภาพพืชพลังงานผสมน้ำเสีย/ของเสีย 4.7269 บาทต่อหน่วย รวมทั้งกำหนด Fit พรีเมี่ยมให้กับพื้นที่พิเศษที่อยู่ในจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 4 อำเภอ ของจังหวัดสงขลา เพิ่มอีก 0.50 บาทต่อหน่วยในทุกชนิดเชื้อเพลิง

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กพช. ยังได้มอบหมายให้ กกพ. ศึกษาอัตราค่าไฟฟ้า และการจัดการระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่เหมาะสมสำหรับสถานีอัดประจุไฟฟ้าของยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และทำโครงสร้างค่าไฟฟ้าเฉพาะในส่วนของไฟฟ้าระบบขนส่งสาธารณะออกมาจากโครงสร้างค่าไฟปกติที่อิงกับภาคอุตสาหกรรมที่จะเอื้อต่อการนำมาลดค่าโดยสารรถสาธารณะ และยังเห็นชอบการขยายระยะเวลารับซื้อขายไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ไปยังมาเลเซียผ่านระบบส่งไฟฟ้าของไทย เดิม 100 เมกะวัตต์เป็น 300 เมกะวัตต์ จากเดิมที่กำหนดการซื้อขายวันที่ 1 ม.ค.2561-31 ธ.ค.2562 โดยขยายเวลาออกไป

นอกจากนี้ กพช. ยังรับทราบการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) แบบราคา Spot กฟผ.นำร่องและให้เตรียมพร้อมการเป็น Shipper รายใหม่โดยนำเข้ารูปแบบ spot ไม่เกิน 200,000 ตันต่อปี และให้ยกเลิกมติ กพช. เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2560 ในส่วนที่จะให้ กฟผ. นำเข้าแอลเอ็นจีไม่เกิน 1.5 ล้านตันต่อปี


กำลังโหลดความคิดเห็น...