xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:

ข่าวปนคน คนปนข่าว



** “บิ๊กตู่ – บิ๊กป้อม” เฉไฉปม คสช.ปล่อย “ปู” หนี เกี๊ยะเซียะ “แม้ว” เตรียมผสมพันธุ์ตั้งรัฐบาลสืบทอดอำนาจ พ่วงออปชั่นไม่เชือด “ลูกโอ๊ค” จากคดีกรุงไทย
ยังคงไม่สามารถหา “คำแก้ตัว” ดีๆได้ กับกรณีที่ “หนูปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่มาฟังคำพิพากษาศาลคดีปล่อยปะละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา และหลบหนีออกนอกประเทศไปได้ .. สำทับกับข่าวที่ว่า “บิ๊ก คสช.” มีการเจรจาเกี๊ยะเซียะกับ “ระบอบทักษิณ” เป็นที่เรียบร้อย .. มองกันยาวๆไปถึงการเลือกตั้งรอบหน้า ซึ่งแม้พรรคเพื่อไทย หรือพรรคนอมินี จะได้ ส.ส.เสียงข้างมาก แต่ด้วย “กับดัก คสช.” ทั้งรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูก กรรมการยุทธศาสตร์ ที่วางไว้อย่างแน่นหนา ก็รับสภาพว่าคงตั้งรัฐบาลเองไม่ได้ .. อิหรอบนี้ก็ขอแจม-ขอแชร์อยู่ในฝ่ายอำนาจไปด้วยละกัน แม้จะต้องอยู่ใต้ปีก “ขุนทหาร” ก็ตาม .. ดีลนี้นอกจากจะปล่อยให้ “น้องปู” ไปเสวยสุขต่างแดนแล้ว .. ก็ยังคลุมไปถึง “คดีกรุงไทย” ที่มี “โอ๊คอ๊าค”พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของ “ทักษิณ” มีเอี่ยวในข้อหาฉกรรจ์อย่าง “รับของโจร - ฟอกเงิน” .. “พ่อแม้ว” ก็เลยต้องยอมทุกอย่างเพื่อคุ้มกะลาหัว “ลูกรัก” เอาไว้ รวมทั้งผูกปิ่นโตเอาไว้หลังการเลือกตั้งรอบหน้าด้วย .. ส่วน คสช.ก็แฮปปี้เห็นแววปรองดองขึ้นมาทันตา ดูสิพอ “ยิ่งลักษณ์” หนีไปได้ “แกนนำแดง” หรือขาประจำอย่าง “เสี่ยไก่” วัฒนา เมืองสุข ไม่ยักจะมีใครออกมา ด่า คสช.เลย นี่ก็ต้องบันทึกไว้ว่าเป็นผลงานปรองดองชิ้นโบว์แดงของ คสช.ด้วยกระมัง
อธิบายไม่ได้ไม่เท่าไร ยังมานั่งตัดพ้อนู่นนี่ ทั้ง “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่บอกว่าเรื่องคนๆเดียว ทำให้ “ฝ่ายความมั่นคง” ต้องกลายเป็น “จำเลยสังคม” โดยไม่ค่อยมีใครไปตำหนิฝ่าย “ยิ่งลักษณ์” ที่ไม่มาฟังคำตัดสินตามนัดหมาย .. แถมยังมาบอกด้วยว่า “ฝ่ายความมั่นคง” ไม่สามารถตอบเรื่อง “เส้นทางหนี” ของ “ยิ่งลักษณ์” ได้ .. ทั้งที่การติดตามตัวผู้ต้องหาในคดีอื่นๆ ก็สามารถใช้ “กล้องวงจรปิด” ได้อย่างกรณี “ระเบิด รพ.พระมงกุฎ” ก็ยังมีการไล่ดูเส้นทางคนร้ายกันเป็นสัปดาห์ .. ขณะที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ก็บ่น "โดนผมตลอดเลย" แถมตอบแบบไม่สมกับตำแหน่งที่ได้รับ เมื่อถูกถามถึงกรณี “ยิ่งลักษณ์” หนี เทียบกับ “ธัมมชโย” ที่ยังหาตัวไม่เจอ .. “ท่านป้อม”ตอบสั้นๆง่ายๆว่า “ทำไงได้”รวมทั้งตัดจบเรื่องว่า “คดีนี้ไม่ต้องถามผมแล้ว” .. อ้าวเรื่องความมั่นคงไม่ให้ถามท่าน จะไปถามใคร อีกอย่างเส้นทางหนีที่รายงานข่าวตรงกันหมดก็ไปทาง “บูรพาทิศ” ชายแดนไทย-กัมพูชานู่น ถ้าท่านไม่ทราบแล้วใครที่ไหนจะทราบจ๊ะ .. จนตอนนี้คงทำอะไรไม่ถูกต้องใช้ “ไอโอซั่วๆ” ตามเดิม มาปล่อย “นิยาย” ผ่านสื่อในอารมณ์ว่า คสช.ทำเต็มที่แล้ว และเกือบที่จะได้ตัว “ยิ่งลักษณ์” แบบเฉียดฉิว .. ทั้งที่ก่อนหน้านั้นตามติดทุกฝีก้าว พอถึงไคลแม็กซ์กลับลืมขึ้นมาเฉยๆว่า ต้องเฝ้าไม่วางตา ประจานความห่วยของตัวเองไปอีก

** ภารกิจลุล่วง ป.ป.ช.ของ “วัชรพล สายตรงวงษ์สุวรรณ” ตัดตอน “พัชรวาท – สมชาย” พ้นบ่วงคดี 7 ตุลาฯ ประจานดีลฮั้ว “คสช.-ระบอบแม้ว”
เข็มขัดสั้น คาดไม่ถึง .. กับมติที่ประชุม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ยื่นอุทธรณ์เฉพาะ “บิ๊กเบื๊อก” พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. จำเลยที่ 4 ในคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย วันที่ 7 ต.ค.51 เพียงคนเดียว .. ส่วนจำเลยที่ 1-3 “ชายจืด” สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ “บิ๊กจิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ และ “บิ๊กป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. มีมติ “ไม่อุทธรณ์” .. โดยอ้างว่า “บิ๊กเบื๊อก” เป็น ผบ.เหตุการณ์ในช่วงเกิดเหตุ แต่ไม่สั่งระงับยับยั้งเหตุการณ์ในช่วงที่เกิดความรุนแรง จึงต้องรับผิดชอบ .. ทั้งที่หาก ป.ป.ช.ยอมรับตรรกะที่ว่า “มีการกระทำเกิดกว่าเหตุ – ไม่ระงับยับยั้งเหตุการณ์” จำเลยทั้งหมด และรวมไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายรายที่ไม่ได้เป็นจำเลยต้องร่วมรับผิดชอบอีกหลายคน .. แต่การที่ “บิ๊กเบื๊อก” ต้องซวยคนเดียว ก็คงต้องการลดกระแสความไม่พอใจหาก “ล้มมวย” ไม่ยื่นอุทธรณ์จำเลยทั้งหมด .. จึงมองได้ไม่ผิดว่า “ธง” ของ ป.ป.ช.ชุดที่มี “บิ๊กกุ้ย” พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ เป็นประธานนั้น ก็แค่ต้องการปลดเปลื้องความผิดให้กับ “บิ๊กป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นน้องชายของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ .. และเป็นเหตุผลที่จำเป็นต้องส่ง “บิ๊กกุ้ย” ซึ่งเป็น “สายตรงวงษ์สุวรรณ” มาคุมองค์กรปราบโกงแห่งนี้ .. ที่น่าสนใจอีกประการก็นอกเหนือจาก “บิ๊กป๊อด” ที่รอดพ้นความผิดแล้ว ยังมี “ชายจืด – บิ๊กจิ๋ว” ที่ได้อานิสงค์ไปด้วย .. โดยเฉพาะ “ชายจืด” ที่แม้เป็นเขย แต่ก็เป็นคนสำคัญในตระกูลชินวัตรคนหนึ่ง เป็นคนวงศ์สวัสดิ์ ที่ผูกเสี่ยวกับคนวงษ์สุวรรณ ร่วมเป็นจำเลยในคดีนี้ .. การที่ “สมชาย” ได้รับการตัดตอนความผิดไปด้วย จึงเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้ความสัมพันธ์ในลักษณะเกี๊ยะเซียะกันระหว่าง “รัฐบาลทหาร คสช.” กับ “ระบอบทักษิณ” อีกด้วย

** ถอดใจเอง หรือสะดุดตอ!! “บิ๊กตู่” เด้ง “ผอ.สำนักพุทธฯ” ทั้งที่กำลังคุ้ย “ขุมทรัพย์แสนล้าน” อย่างเมามัน
ไม่สะเด็ดน้ำซักกะอย่าง กับภารกิจของ “รัฐบาล คสช.” ท่าจะดีแต่ถืออำนาจเกวี่ยงไปเกวี่ยงมา .. มีอย่างที่ไหน พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่ตัวเองใช้อภินิหาร “มาตรา 44” ดึงข้ามห้วยแบบพิลักพิลั่นมาจาก ผบ.สำนักคดีภาษีอากร ในสังกัด “ดีเอสไอ” .. เผลอแผล่บเดียวก็เด้งให้ไปเป็นผู้ตรวจราชการ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซะงั้น .. ทั้งที่ตอนตั้งก็พิสดาร จากคนที่ไม่เคยสัมผัสตำแหน่ง ซี 9 หรือระดับรองอธิบดีมาก่อน แต่ก็พรวดเป็น ซี 10 แบบชั่วข้ามคืน ด้วยอิทธิฤทธิ์ของ ม.44 .. แต่ก็ต้องยอมรับว่า พอเข้ามารับตำแหน่ง ผอ.สำนักพุทธฯในช่วงที่เกิด “วิกฤตสงฆ์ไทย” ในช่วงล้อมวัดพระธรรมกาย ล่าตัว “ธัมมชโย” เลยเถิดไปถึง “โจรในคราบผ้าเหลือง” การทุจริตเงินทอนวัด ถือว่าทำงานเต็มที่ ต้องปรบมือให้ .. จน “ผู้ที่ได้ชื่อว่าสงฆ์” ประกาศ “คว่ำบาตร” ไม่ขอร่วมสังฆกรรมด้วย แสดงว่าไปเหยียบอะไรดีๆเข้าให้ .. รูปการณ์แบบนี้มี 2 อย่าง ไม่เจ้าตัวถอดใจเองกับการฟาดฟันกับ “มารศาสนา” อย่างโดดเดี่ยว ก็คงไปสะดุดตอเข้าอย่างจัง เคยบอกไปแล้ววัดทั่วประเทศมีเป็นแสนแห่ง ขี้หมูขี้หมามีวัดละล้าน รวมๆ “อาณาจักรสงฆ์ไทย” ก็ปาเข้าไปแสนล้านแล้ว .. แต่เห็นทาง “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกที่ย้ายเพราะ “ทำงานสำเร็จแล้ว” เลยย้ายมาช่วยงานด้านปฏิรูปศาสนา .. อมโบสถ์มาพูดก็ไม่มีใครเชื่อ.

** แก๊งโกงข้าวเน่ามีหนาว !! “บิ๊กตู่” สั่งเช็8คลังข้าวซ้ำ หลังมีข่าวนำข้าวอุตสาหกรรม-ข้าวอาหารสัตว์ มาปนข้าวดีแล้วขายให้คนไทยกิน
ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เมื่อ “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งการให้ตรวจ “คลังข้าวสาร” จำนวน 8 คลัง ที่มีข่าวไม่ค่อยดีว่า มีการนำ “ข้าวเสื่อม” คุณภาพอาหารสัตว์ไปปะปนกับ “ข้าวดี” แล้วไปขายให้คนกิน .. ซึ่งตรงตามข้อมูลของเอกชนรายหนึ่งที่ถูก กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ตัดสิทธิ์จากการเข้าประมูลข้าวในสต๊อกรัฐออกมาเปิดโปง พร้อมทำหนังสือขอความเป็นธรรมถึงหน่วยงานต่างๆ รวมไปถึง “นายกฯตู่” ด้วย .. คำร้องของเอกชนรายนั้นมีการพูดถึง “พิรุธ” ที่เกิดขึ้นในกระบวนการประมูลข้าวสต๊อกรัฐ โดยเฉพาะเรื่องคุณสมบัติของ “ผู้เข้าร่วมประมูล” รายอื่นที่รู้กันดีในวงการว่ามีกิจการ “โรงสี” แต่จู่ๆกลับเกิดอยากทำธุรกิจ “ข้าวอุตสาหกรรม” ขึ้นมา โร่ไปขอใบอนุญาต (รง.4) ทำโรงงานในช่วงที่กำลังมีการประมูลข้าวสต๊อกรัฐกันอยู่ .. ไม่เท่านั้นยังเพิ่งเอาใบ รง.4 ไปยื่นหลังการออกประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าประมูลด้วย .. ไม่ต้องพูดถึง “เครื่องจักร-เครื่องมือ” ที่แทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ .. ไม่เพียงแต่ได้เข้าประมูลเท่านั้น ยังชนะได้ “ข้าวเสื่อม” ไปจำนวนมาก ทั้งที่ไม่มีศักยภาพในการนำไปใช้ประโยชน์-แปรรูปได้ .. ที่ “นายกฯตู่” ต้องเดือดร้อนขึ้นมา ก็เพราะสวมหมวกประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (นบข.) อยู่ ซึ่งการเปิดประมูล-รายชื่อผู้เข้าประมูล=ผลประมูลทั้งหมด มันต้องผ่านที่ประชุม นบข.ทั้งหมด .. พอมีเรื่องที่ส่อไปในทางปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เข้าข่ายการทุจริตแบบนี้ ก็ต้องเต้นเป็นธรรมดา .. แล้วในฐานะ “ผู้นำประเทศ” หากปล่อยให้ขบวนการหาประโยชน์อย่างชั่วร้ายเลวทราม นำข้าวเสื่อม-ข้าวอาหารสัตว์ มาเวียนเทียนขายให้คนไทยกิน มันยิ่งกว่าโกงชาติโกงแผ่นดินเสียอีก.

ช.ชฎา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
พานทองแท้ ชินวัตร
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ
พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์
กำลังโหลดความคิดเห็น...