มหาเศรษฐีอย่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เพิ่มภาระในงบค่าใช้จ่ายด้านรักษาความปลอดภัยสำหรับตัวเอง ครอบครัว และบุคคลสำคัญ ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบปวดเศียรเวียนเกล้า เพราะงบประมาณแต่ละปีอยู่ในสภาพต้องจำกัดจำเขี่ยให้เพียงพอกับภารกิจ
ถึงทรัมป์จะเป็นมหาเศรษฐี ไม่ยอมรับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งผู้นำทำเนียบขาวก็ตาม เรื่องค่าใช้จ่ายด้านอารักขาต้องเป็นภาระของคนอเมริกันผู้เสียภาษีในการดูแลความปลอดภัย แทบจะเป็นแบบมดไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ไปไหนมาไหนต้องดูแลอารักขาเข้ม
ไปต่างประเทศต้องขนเจ้าหน้าที่ไปมากมาย รถประจำตำแหน่งต้องขนไปเอง เป็นภาระสำหรับคนอเมริกันและประเทศที่ผู้นำสหรัฐฯ ไปเยือน คนในประเทศนั้นพลอยไม่ได้รับความสะดวกไปด้วย คนที่มองมีทั้งทึ่ง หมั่นไส้ เมื่อพ้นตำแหน่งแล้วยังได้รับการอารักขา
ที่เป็นปัญหาปัจจุบันหนักหนาสาหัสกว่าเดิมเพราะโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นครอบครัวใหญ่ มีลูก ลูกเขย สะใภ้ หลาน ซึ่งต้องได้รับการคุ้มครองอารักขาด้วยเช่นกัน
หัวหน้าหน่วยอารักขาผู้นำประเทศและวีไอพี นายรูดอรฟ์ อัลเลส ได้บอกกับหนังสือพิมพ์ยูเอสเอ ทูเดย์ ว่างบประมาณสำหรับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือบอดี้การ์ด จำนวนกว่า 1,000 นายอยู่ในระดับตึงเปรี๊ยะ มีทั้งเงินเดือน ค่าล่วงเวลา เบี้ยเลี้ยง
งบค่าใช้จ่ายซึ่งควบคุมโดยรัฐบาลอยู่ในระดับติดเพดานแล้ว และยังต้องใช้เพียงพอจนถึงสิ้นปี นายอัลเลสบอกว่าครอบครัวของท่านประธานาธิบดีมีขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่มีภาระต้องดูแลอย่างเต็มที่ แต่ต้องคำนึงถึงงบประมาณด้วย เป็นระเบียบต้องปฏิบัติตาม
นายอัลเลสก็บอกสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นด้วยว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในยุคครอบครัวประธานาธิบดีทรัมป์ เรื่องงบแบบจำกัดจำเขี่ยเป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนานกว่า 10 ปี เพราะมีภารกิจที่เพิ่มขึ้นทั้งในแง่ของความถี่และกิจกรรมต่างๆ ของผู้นำด้วย
ทรัมป์เดินทางทุกช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ไปพักผ่อนตามรีสอร์ตซึ่งเป็นธุรกิจส่วนตัวอยู่ในรัฐนิวเจอร์ซี เวอร์จิเนีย และฟลอริดา ทั้งการเดินทางไปต่างประเทศ หน่วยอารักขาต้องติดตามเฝ้าระวังสมาชิกครอบครัว ลูกๆ ของทรัมป์ในการไปทำงานและพักผ่อนส่วนตัว
ในยุครัฐบาลทรัมป์ จำนวนบุคคลสำคัญซึ่งได้รับการอารักขามีจำนวน 42 คน รวมทั้งสมาชิกครอบครัวทรัมป์ จำนวน 18 คน ต่างจากยุคโอบามา ซึ่งมีคนต้องดูแลอารักขาเพียง 31 คน ส่วนคนในครอบครัวโอบามามีเพียงแค่พ่อ แม่ และลูกเท่านั้น
ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซีเอ็นเอ็นได้รายงานว่าหน่วยอารักขาสำหรับวีไอพี อาจจะลดระดับความเข้มงวดในงานตรวจสารเสพติดในการรับสมัครคนเพิ่ม ซึ่งจะทำให้มีเจ้าหน้าที่เพิ่มถึง 3,000 นายในหน่วยงาน ถือว่าเป็นการเพิ่มจำนวนเพื่อรับภารกิจหนัก
นายอัลเลสบอกว่าการมีครอบครัวขนาดใหญ่และจำนวนคนต้องได้รับการอารักขาถือว่าเป็นความจำเป็นตามกฎระเบียบ ทรัมป์มีทั้งลูกเขย และลูกสาวที่ทำงานเป็นที่ปรึกษาสำคัญ ที่เหลือเป็นนักธุรกิจ และคู่สมรส ซึ่งมีกิจกรรมมากมายตามสภาพธุรกิจ
ยิ่งกว่านั้นทรัมป์ยังมีที่พักในมหานครนิวยอร์ก ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องอารักขาอาคาร ต้องใช้จ่ายค่าที่พัก มาตรการรักษาความปลอดภัยต่างๆ ทรัมป์ไม่ควักกระเป๋าจ่ายเอง แม้จะเป็นอาคารที่ตัวเองเป็นเจ้าของ หน่วยอารักขาต้องวางระบบการรักษาความปลอดภัยใหม่
เมื่อคำนึงถึงค่าใช้จ่ายและงบ นายอัลเลสได้ไปปรึกษากับ ส.ส.ในสภาคองเกรสเพื่อหารือเรื่องการร่างกฎหมายเพื่อเพิ่มเงินเดือน และค่าล่วงเวลาสำหรับเจ้าหน้าที่แต่ละนายจากปีละ 160,000 เหรียญ เป็น 187,000 เหรียญต่อปี อย่างน้อยก็ให้พอกับยุคทรัมป์
แม้ร่างกฎหมายนี้จะผ่าน ยังมีเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 130 นายจะไม่ได้รับการจ่ายเงินเดือนและค่าล่วงเวลาสำหรับงานที่ได้ทำไปแล้วคิดเป็นเวลารวมแล้วหลายร้อยชั่วโมง ถึงกระนั้นก็ยังพอมีงบสำหรับลากยาวไปจนถึงสิ้นปีงบประมาณ แม้จะมีข้อจำกัดก็ตาม
หน่วยอารักขาผู้นำและบุคคลสำคัญมีเพดานสำหรับค่าใช้จ่ายของแต่ละคนตามกฎหมาย แต่อาจมีบางช่วงซึ่งจำเป็นต้องให้ทะลุเพดาน ในปีงบประมาณก่อนก็เกิดปัญหาเดียวกัน เมื่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจเกินเพดานที่จำกัดทั้งในชั่วโมงทำงานและค่าจ้าง
ในปีงบประมาณปัจจุบัน จะมีเจ้าหน้าที่จำนวน 1,100 นายเป็นอย่างน้อยที่ต้องทำงานเกินระดับปกติ และเกินงบค่าใช้จ่าย ดังนั้นต้องปรึกษากระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและสภาคองเกรสเพื่อหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องความปลอดภัย
ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซีเอ็นเอ็นได้รายงานว่าค่าใช้จ่ายสำหรับทรัมป์ในการเดินทางไปมาระหว่างทำเนียบขาวและรีสอร์ตส่วนตัวในรัฐฟลอริดาต้องสิ้นเปลืองงบไป 20 ล้านเหรียญ ในช่วงเวลา 80 วันแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ไม่ธรรมดาจริงๆ
เท่ากับว่าทรัมป์ให้ใช้เงินงบด้านนี้ใน 1 ปี มีจำนวนเกินกว่าโอบามาใช้ใน 8 ปีแล้ว!
ที่น่าตลก ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองก็คือ ช่วงที่ทรัมป์หาเสียงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีนั้น ทรัมป์ได้พูดโจมตีโอบามาว่าใช้งบสิ้นเปลืองในการเดินทาง จึงมีความจำเป็นในการออกกฎหมายควบคุมค่าใช้จ่ายด้านนี้เข้มข้น มีมาตรการรัดเข็มขัดในหน่วยงานของรัฐเต็มที่
ช่วงปี 2014 ทรัมป์ได้เขียนทวิตเตอร์ถากถางโอบามาแบบแสบๆ “เราต้องจ่ายเงินค่าเดินทางให้โอบามาเพื่อตระเวนไประดมทุนสนับสนุนเป็นล้านๆ เหรียญ เพื่อให้พรรคเดโมแครตอยู่ตลอดรอดฝั่งด้วยการโกหกพกลม เราต้องจ่ายเงินเพื่อให้โอบามาไปตีกอล์ฟ”
เมื่อเข้ารับตำแหน่ง ทรัมป์กลับใช้งบเปลืองและฉกฉวยโอกาสทุกวาระเพื่อใช้สนามกอล์ฟ รีสอร์ตส่วนตัวเป็นที่พักผ่อน รับรองแขกเมือง ทำให้ได้โฆษณาฟรี สร้างรายได้ให้ธุรกิจตัวเอง ทำแบบไม่อาย ยิ่งกว่ามือถือสาก ปากถือศีล เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น


